นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 7 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 7


21 ต.ค. 2560 07:59
364,330 ครั้ง

ละคร นิยาย นายฮ้อยทมิฬ

นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 7

อ่านเรื่องย่อ

นายฮ้อยทมิฬ

แนว:

ดราม่า-แอ็คชั่น

บทประพันธ์โดย:

คำพูน บุญทวี

บทโทรทัศน์โดย:

แพรพริมา

กำกับการแสดงโดย:

ธงชัย ประสงค์สันติ

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ภัทรเดช สงวนความดี,ฝนทิพย์ วัชรตระกูล

จ่อยกัดฟันพยุงตัวเองออกมานอกกระท่อมเจอหญิงสาวหน้าตาดีสองคนกำลังนั่งสีซออยู่ แต่ไม่สนใจ ยังคงเดินต่อไป ทว่าเกิดเจ็บแผลขึ้นมา เลือดสดๆไหลซึมผ้าพันแผล หญิงสาวที่นั่งสีซอพากันหยุดสีหันขวับมองเขม็ง แววตาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ กลิ่นคาวเลือดทำให้ทั้งคู่อดเลียริมฝีปากไม่ได้ บัวตองตวาดแว้ด

“ซุมเจ้าลงไปจากเฮือนข้อยเดี๋ยวนี้...ไป”

ผีปอบสาวพากันกลัวหัวหดรีบวิ่งลงจากเรือน เหลือจ่อยยืนหน้าซีดแทบทรงตัวไม่ไหว บัวตองต้องช่วยพยุงจะพากลับเข้าข้างใน เขาขืนตัวไว้จะขอไปหานายฮ้อยเคนเพื่อเตือนเรื่องที่ถูกจันดีใส่ร้ายว่าเป็นโจรปล้นควาย แต่ฝืนเดินได้ไม่กี่ก้าวก็ล้มลงไปกองกับพื้น บัวตองเข้าไปประคองเอาไว้

“อ้ายยังไปไสบ่ได้ อ้ายต้องอยู่หม่องนี่กับข้อย แล้วข้อยสิดูแลอ้ายให้หายดีเอง” ว่าแล้วบัวตองพากลับเข้าห้องจับให้ลงนอนเอาผ้ามาห่มให้ หลงคิดไปว่าเขาคือชายคนรักของตัวเอง

“อยู่กับข้อยโดนๆเด้ออ้าย ข้อยคึดฮอดอ้ายหลาย”...

ในเวลาเดียวกัน นายฮ้อยเคนกับผู้ช่วยถึกเดินลึกเข้ามาในป่าช้าท่ามกลางบรรยากาศวังเวง หมอกควันเริ่มหนาขึ้นจนแทบมองระยะไกลไม่เห็น แถมยังมีกลิ่นซากศพโชยมาเตะจมูก ผู้ช่วยถึกแปลกใจเดินอยู่นานแล้วทำไมถึงยังไม่พ้นเขตป่าช้าสักทีหรือว่าเราหลงทาง นายฮ้อยเคนปฏิเสธว่าไม่ได้หลงทางแต่มีคนตั้งใจให้เราเดินวนอยู่ที่นี่ สั่งให้เขาอยู่ใกล้ๆอย่าไปไหนไกลเด็ดขาด ระหว่างนั้นผู้ช่วยถึกหันไปเห็นแสงโสมยืนอยู่

“นายฮ้อย นั่นแสงโสมนี่”

แสงโสมโบกมือให้แล้ววิ่งหายไปในหมอก ผู้ช่วยถึกวิ่งตาม นายฮ้อยเคนจะร้องห้ามแต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงคำแก้วร้องเรียกตัวเองดังขึ้นด้านหลัง เขาหันมองตามเสียงแต่ไม่เจอใคร พอหันกลับมาอีกทีผู้ช่วยถึกหายไปแล้ว เขารีบเดินตาม มีเสียงคำแก้วร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้น เขาเดินตามเสียงไปกระทั่งพบเธอนั่งพิงต้นไม้มือกุมที่ไหล่ข้างหนึ่งซึ่งชุ่มไปด้วยเลือด นายฮ้อยเคนตกใจรีบเข้าไปดูอาการ

ครั้นเข้าใกล้ได้ระยะ คำแก้วตัวปลอมกลายร่างกลับเป็นผีปอบ ตาแดงก่ำเขี้ยวยาวจะขย้ำคอ นายฮ้อยเคนรู้ทันผลักเธอออกห่าง

“เจ้าบ่แม่นคำแก้ว อาคมพรางกายของเจ้าร้ายกาจอยู่แต่อย่าคึดว่าสิเฮ็ดให้ข้อยหลงกลเจ้าง่ายๆ”

ผีปอบพุ่งเข้าหา นายฮ้อยเคนร่ายคาถาทำให้รอยสักบนตัวส่งแสงเรืองรองแล้วเป่ามนตร์ใส่ ผีปอบกรีดร้องโหยหวนก่อนร่างจะหายวับไป เขาหน้าเครียดทันทีเป็นห่วงความปลอดภัยของผู้ช่วยถึก

ooooooo

คนที่นายฮ้อยเคนเป็นห่วงถูกผีปอบในคราบแสงโสมกับผีปอบอีกตนหนึ่งรุมเล่นงาน เนื่องจากไม่ได้พกอาวุธมาจึงต้องคว้าท่อนไม้ใกล้ตัวขึ้นมาต่อสู้ ผีปอบแย่งไม้ไปหักทิ้งแล้วล้อมกรอบเขาไว้ หนึ่งในผีปอบพุ่งเข้าใส่จนเขาล้มกลิ้งแล้วโดดขึ้นคร่อมเตรียมจะฝังเขี้ยว ก่อนที่เขาจะเสียท่าให้ผีสาว นายฮ้อยเคนโผล่เข้ามา

“พวกมึง...ไปให้พ้น”

ผีทั้งสองตนหันมาเล่นงานผู้มาใหม่แทนที่ แม้จะไม่มีอาวุธเช่นเดียวกันกับผู้ช่วยถึกแต่เขาก็รู้วิธีจัดการกับผี หันไปหักกิ่งไม้มารูดใบออกแล้วยกมือขึ้นพนมบริกรรมคาถาทำให้กิ่งไม้ธรรมดากลายเป็นกิ่งไม้อาคม แล้วเอากิ่งไม้นั้นฟาดใส่กลางหลังและต้นแขนของพวกผี เป็นรอยไหม้ราวกับถูกไฟเผา ผีสาวกรีดร้องลั่นก่อนจะหายวับไป นายฮ้อยเคนรีบเข้าไปดูอาการของผู้ช่วยถึกเห็นเลือดไหลที่แขนรีบห้ามเลือดไว้ก่อน...

ที่กระท่อมของบักเทิง คำแก้วรู้สึกตัวแล้วแต่แสงโสมยังคงหมดสติ จึงเขย่าตัวปลุกให้ตื่น พอลืมตาขึ้นมาได้เธออ้าปากจะร้องเพราะยังจำภาพถูกชาวบ้านเล่นงานจนสลบ คำแก้วต้องตะครุบปากเอาไว้ สั่งให้เงียบเสียง เดี๋ยวพวกที่เฝ้าอยู่ข้างนอกได้ยิน เธอพยักหน้ารับรู้ถามเกือบจะเป็นเสียงกระซิบว่าพวกมันเป็นใคร จับเรามาทำไม พอรู้ว่าเป็นพวกชาวบ้านที่ไม่เชื่อว่านายฮ้อยเคนไม่ได้ปล้นควายฆ่าชาวบ้าน อาสาจะไปอธิบายให้เอง

“พวกมันไม่ฟังเจ้าดอกแสงโสม ที่มันจับเฮามาขังไว้บ่แม่นย่อนว่าเฮาเป็นพวกนายฮ้อยเคนเถาะนั้น แต่มันยังคึดว่าเฮาเป็นผีปอบนำ”

มีเสียงบักเทิงดังขึ้นจากด้านนอกสั่งให้ชาวบ้านที่เฝ้ายามเฝ้าผีปอบไว้ให้ดี ตนจะไปเตรียมของมาไล่ ชาวบ้านแนะให้เขาไปตามพ่อธรรมมาจัดการจะดีกว่า ผีปอบสองตนนี้ดูท่าจะฤทธิ์มาก บักเทิงไม่ไว้ใจท่านอีกแล้ว ตกลงใจจะจัดการเรื่องนี้เอง คำแก้วกับแสงโสมแอบดูทางช่องหน้าต่างถึงกับหน้าเสีย ขืนอยู่ต่อไปคงแย่แน่ ต้องหาทางไปจากที่นี่ก่อนที่บักเทิงจะกลับมา...

ณ กระท่อมของปอบผีฟ้า ขณะที่บัวตองกำลังดูแลจ่อยที่หมดสติไปอีกครั้งอย่างใกล้ชิด มีเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดของผีปอบสมุนดังเข้ามา เธอรีบออกจากห้องพบสมุนของตัวเองมีรอยไหม้ตามเนื้อตัวนอนร้องโอดโอยอยู่ ถามไปโดนใครเล่นงานมา ครั้นรู้ว่าเป็นนายฮ้อยค้าควาย บัวตองตาวาวด้วยความโกรธ...

ทางฝ่ายนายฮ้อยเคนพยุงผู้ช่วยถึกที่ได้รับบาดเจ็บที่ไหล่มาตามทางในป่าช้า ความมืดเริ่มโรยตัวลงมา แต่ดูเหมือนทั้งคู่ยังคงหาทางออกจากที่นี่ไม่ได้ นายฮ้อยเคนเสียดาย นี่ถ้ามีมีดอาคมติดตัวมาด้วยคงจัดการผีปอบได้ไม่ยาก ผู้ช่วยถึกไม่อยากเป็นตัวถ่วงจึงอาสาจะอยู่ล่อผีปอบเพื่อเปิดทางให้เขาหนี

“บ่ได้ ข้อยบ่ถิ่มเจ้าไปไสเด็ดขาด”

ทันใดนั้นมีเสียงคำรามน่ากลัวของผีปอบดังก้องไปทั่วบริเวณ ก่อนที่มันจะปรากฏตัวขึ้นล้อมหน้าล้อมหลังนายฮ้อยเคนกับผู้ช่วยถึกเอาไว้ ผีปอบตนหนึ่งพุ่งเข้าหา นายฮ้อยเคนเอากิ่งไม้อาคมฟาดแขนเกิดรอยไหม้เกรียมตรงที่ถูกฟาดถึงกับร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ผีปอบตนอื่นต่างหยุดกึกไม่กล้าเข้าใกล้

บัวตองปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าบันดาลให้เกิดลมพัดแรง ผู้ช่วยถึกต้านแรงลมไม่ไหวกระเด็นกระแทกต้นไม้ ส่วนนายฮ้อยเคนยังคงปักหลักท่ามกลางเหล่าผีปอบ บัวตองกับสมุนปอบย่างสามขุมเข้าหา เขาถอยไปหาผู้ช่วยถึกที่นอนจุกอยู่กับพื้น เอากิ่งไม้อาคมในมือขีดเส้นเป็นวงกลมรอบตัวเองกับผู้ช่วยถึก แล้วบริกรรมคาถาเกิดเป็นเขตเวทมนตร์กั้นไม่ให้ผีปอบเข้ามาได้ บัวตอง มองเขาเขม็งอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ

ooooooo

คำแก้วใช้อุบายหลอกล่อให้ชาวบ้านที่เฝ้ายามอยู่หน้ากระท่อมเข้ามาข้างในแล้วเอากระโถนสังกะสีฟาดหัวสลบเหมือด

ก่อนจะพากันหนี แสงโสมเดินซุ่มซ่ามชนของหล่นพื้น พวกชาวบ้านที่นั่งล้อมวงดื่มเหล้าอยู่ที่กองไฟได้ยินเสียงโครมครามหันขวับไปมอง คำแก้วรีบดึงเธอหลบหลังกองฟาง

“ซุ่มซ่ามจังซี้เดี๋ยวก็ถืกจับได้ดอก”

แสงโสมแก้ตัวมืดขนาดนี้ใครจะไปเห็น สองสาวเถียงกันไปมาจนชาวบ้านเดินใกล้เข้ามาทั้งคู่จึงต้องสงบปากสงบคำ พวกนั้นไม่เจออะไรกำลังจะพากันกลับ แต่ชาวบ้านที่ถูกคำแก้วทุบหัวเดินเลือดอาบออกมาโวยวายว่าผีปอบหนีไปแล้ว ให้มาช่วยกันจับ สองสาวตกใจรีบวิ่งหนี ชาวบ้านหันมาเห็นก็ไล่ตาม

อารามรีบร้อนแสงโสมสะดุดรากไม้หกล้ม คำแก้วต้องช่วยประคองหนีอย่างทุลักทุเล แสงโสมเห็นท่าทางจะไม่รอดเพราะตัวเอง จึงบอกให้คำแก้วหนีไปก่อน แล้วค่อยตามนายฮ้อยเคนมาช่วยตน เธอไม่ยอมทิ้งน้องเด็ดขาด พวกมันเข้าใจว่าเราเป็นปอบ ขืนจับใครสักคนกลับไปได้คงไม่รอด

“แต่รอดกลับไปหานายฮ้อยได้จั๊กคนก็ยังดีกว่าบ่มีไผรอด” พูดจบแสงโสมผลักคำแก้วพ้นทาง แล้วเดินกะเผลกๆไปหาพวกที่ไล่ตามซึ่งเอาแหเหวี่ยงครอบเธอไว้ คำแก้วยอมสละตัวเองเพื่อให้น้องรอดรีบตามออกไป

“เซาๆ อย่าเฮ็ดน้องสาวข้อย น้องสาวข้อยบ่ได้เป็นผีปอบ ข้อยนี่แหละเป็นผีปอบ”

บักเทิงที่ตามมาสมทบสั่งให้ชาวบ้านจับตัวสองสาวกลับ...

ด้านบัวเขียวรอคำแก้วที่ไปหาผักหาปลาตั้งแต่เย็น จนมืดค่ำป่านนี้แล้วยังไม่เห็นกลับมาก็ออกตามหา สีโหกำลังนั่งเป่าโหวดอยู่เหลือบเห็นเธอเข้าก็ร้องทักว่าค่ำมืดแล้วออกมาทำอะไร ทำไมไม่อยู่ที่เกวียนตัวเอง เธอมาตามหาคำแก้วหายไปหาผักหาปลาไม่เห็นกลับมาสักที อดเป็นห่วงไม่ได้ สีโหต้องปลอบว่าอย่าเพิ่งคิดมาก

“บางทีคำแก้วอาจไปซอยเบิ่งควายกับพวกผู้ซอยก็ได้ เดี๋ยวอ้ายซอยตามไปเบิ่งให้”

บัวเขียวขอตามไปด้วย เนื่องจากไม่มีอะไรตกถึงท้อง เธอเดินได้สองก้าวก็จะเป็นลม สีโหรีบประคองเอาไว้จะพาไปพักที่เกวียนของตัวเองก่อน ระหว่างนั้นบักมืดผ่านมาเห็นคิดว่าสีโหจะทำมิดีมิร้ายกับเธอก็ตามมาเอาเรื่อง โดยไม่ถามไถ่กันก่อน กระชากไหล่สีโหเข้ามาอัดกำปั้นใส่ไม่ยั้ง คนถูกต่อยงงมาทำร้ายกันทำไม

“มึงยังมีหน้ามาถามกูอีก บักห่าเอ้ย คั่นกูบ่ได้มาพ้อว่ามึงกำลังสิเฮ็ดหยังบัวเขียวล่ะก็ มึงคือสิเฮ็ดบ่ดีกับบัวเขียวจนเสียผู้เสียคนไปแล้ว”

สีโหพยายามอธิบายว่าบักมืดเข้าใจผิดแต่เขาไม่ฟังเข้าไปทำร้ายอีก แต่คราวนี้สีโหตั้งหลักได้เบี่ยงตัวหลบแล้วต่อยสวนเต็มหน้าบักมืดถึงกับเลือดกำเดาไหล เขาไม่ยอมแพ้จะเข้าไปเอาเรื่องสีโหให้ได้ บัวเขียวรีบขวางไว้ขืนเขาทำอะไรสีโหไม่ต้องมาพูดกับเธออีกเลย สีโหไม่ได้จะทำอะไรเธอแค่จะช่วยเธอเท่านั้น

“อ้ายต้องขอขมาสีโหเดี๋ยวนี้” สั่งเสร็จบัวเขียวเข้าไปซับเลือดที่มุมปากให้สีโห บักมืดยิ่งเจ็บปวดใจ

“อ้ายบ่ขอขมามันดอก อ้ายบ่ได้เฮ็ดหยังผิด อ้ายฮักเจ้า อ้ายมีสิทธิ์เป็นห่วงเจ้า จั๊กมื้อเถอะบัวเขียว เมื่อเจ้าได้เห็นสันดานบักสีโหแล้ว เจ้าสิเสียดายหน้าหล่อๆ

หลบในใจงามอย่างอ้าย” ตัดพ้อจบบักมืดเดินหนีไปทั้งน้ำตาคลอเบ้า บัวเขียวจะตามไปปรับความเข้าใจแต่สีโหห้ามไว้ ให้เขาใจเย็นก่อน ตนจะไปพูดกับเขาให้เอง

ooooooo

ไม่ได้มีแต่คำแก้วที่หายตัวไป แสงโสมก็หายไปด้วย จันแดงร้อนใจไม่แพ้บัวเขียวจึงพากันมาหานายฮ้อยเคนเพื่อให้ช่วยตามหา ปรากฏว่าเขากับผู้ช่วยถึกก็ยังไม่กลับมาเช่นกัน ผู้ช่วยโทนตกใจหันไปบ่นกับอาจารย์เม้าป่านนี้แล้วทำไมนายฮ้อยถึงยังไม่กลับหรือว่าถูกพวกชาวบ้านเล่นงาน

“บ่...ข้อยถามทิดสุบินกับทิดจันทาแล้ว พวกมันว่าหลังจากนายฮ้อยพ้อกับพ่อธรรมของหมู่บ้านแล้ว ก็แยกโตไปตรวจตราแถวๆหมู่บ้าน จากนั้นก็หายไปบ่กลับมาอีก”

สีโหแนะให้เกณฑ์คนช่วยกันออกตามหา ผู้ช่วยโทนอาสาจะจัดการเอง ครั้นได้อาสาสมัครมากันพร้อมหน้า อาจารย์เม้ากลับสั่งห้ามทุกคนออกจากทัพควายเด็ดขาด จะออกไปได้ก็ต้องฟ้าแจ้งแล้วเท่านั้น และที่ตนห้ามไว้ก็ไม่ใช่เพราะกลัวจะขัดคำสั่งนายฮ้อยเคน แต่เพราะกลัวคนไปตามจะไม่ได้กลับมา ยังไม่ทันจะมีใครถามเหตุผล มีเสียงร้องโหยหวนชวนขนหัวลุกของผีปอบดังเข้ามาเสียก่อน เฒ่าแต้มถึงกับสะดุ้งโหยง

“เสียง...นั่น...เสียงนั่นอีกแล้ว เสียงผีปอบที่เคยหลอกเฮา”

“แม่นแล้ว เสียงผีปอบนั่นล่ะคือสาเหตุที่นายฮ้อยสั่งห้ามทุกคนออกจากเขตทัพควายเด็ดขาด” คำเตือนของอาจารย์เม้าบวกกับเสียงร้องอย่างต่อเนื่องของผีปอบทำให้ทุกคนหวาดผวา...

เสียงร้องที่ทุกคนได้ยินคือเสียงผีปอบสาวตนหนึ่งที่พยายามจะฝ่าวงล้อมอาคมเข้าไปเล่นงานนายฮ้อยเคนกับผู้ช่วยถึก แต่ถูกอาคมเล่นงานทำให้เกิดไฟลุกพึ่บขึ้นทั้งตัว

“ต่างคนต่างอยู่กันเถาะ ข้อยเป็นแค่นายฮ้อยพาทัพควายเดินทางหากินสุจริตบ่ได้เป็นพิษเป็นภัยกับพวกเจ้าแม้แต่น้อย”

บัวตองเสี่ยงกร้าว ลองได้ย่างเข้ามาในนี้แล้วทางเดียวที่จะออกไปได้คือคนตายแล้วเท่านั้น ผู้ช่วยถึกดูท่าแล้ว มันคงจะไม่ปล่อยให้เราสองคนรอดไปได้แล้วเราจะเอาอย่างไร นายฮ้อยเคนคงจะทำอะไรมันไม่ได้ นอกจากต้องอยู่ในวงล้อมอาคมจนกว่าฟ้าจะสว่างแล้วเราค่อยออกไปจากที่นี่...

ชาวทัพควายยังคงจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องผีปอบที่เพิ่งได้ยิน สีโหไม่เข้าใจแล้วทำไมนายฮ้อยเคนถึงต้องโกหกด้วยว่าเสียงโหยหวนที่ได้ยินเป็นแค่เสียงลมผ่านช่องเขา อาจารย์เม้าแก้ตัวให้ว่านายฮ้อยไม่อยากให้ทุกคนตกใจจนแตกตื่นอยู่กันไม่ได้

“คั่นมีผีปอบเข้ามาในทัพควายเฮาได้อีหลี หมู่เฮาก็อยู่กันบ่ได้แล้วล่ะสิจารย์เม้า”

“บ่แม่นดอกทิดแสง นายฮ้อยใช้อาคมกั้นอาณาเขตรอบๆทัพควายเอาไว้แล้ว ภูติผีปีศาจรวมทั้งผีปอบสิเข้ามาในเขตอาคมบ่ได้ นายฮ้อยถึงต้องสั่งบ่ให้ไผออกจากเขตทัพควายเด็ดขาด” ว่าแล้วอาจารย์เม้าหันไปบอกกับทุกคนว่าไว้รอให้ฟ้าแจ้งก่อนค่อยออกไปตามหานายฮ้อยเคนกับคนอื่นๆ

“แต่ถึงสิมีเขตอาคมของนายฮ้อยคอยปกป้องเฮาก็ยังไว้ใจบ่ได้อยู่ดี ขนาดนายฮ้อยเคนเป็นนายฮ้อยทมิฬเก่งกาจอาคมหลายยังหายโตไปกลับมาบ่ได้เลย แล้วเฮาสิรอดได้จังได๋ล่ะจารย์เม้า” เฒ่าอ่วมทักท้วง อาจารย์เม้าปลอบว่าไม่ต้องกลัว นายฮ้อยเคนให้คาถาสำทับไว้อีกทีแล้วบอกให้ทุกคนท่องตามและจำให้ขึ้นใจ

ooooooo

ขณะที่ทุกคนในทัพควายกำลังท่องจำคาถาไล่ปอบที่นายฮ้อยเคนทิ้งไว้ให้ บักมืดแอบมานั่งเศร้าอยู่ที่ทุ่งหญ้าด้านหลังค่ายพักแรมเสียใจที่บัวเขียว

ไม่ไยดี พลันมีเสียงเรียกชื่อเขาดังขึ้น เขาหยุดคร่ำครวญเหลียวหาคนเรียก เห็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยที่เคยเจอที่หนองน้ำยืนหลบอยู่หลังต้นไม้ไกลจากเขตอาคม

“อ้ายมืด ข้อยคึดฮอดอ้ายหลาย อ้ายออกมาหาข้อยได้บ่”

“อีนาง อ้ายออกไปบ่ได้ นายฮ้อยสั่งไว้เด็ดขาดกลางคืนห้ามออกไปจากเขตทัพควาย ไว้มื้ออื่นอ้ายสิไปหา”

ปอบสาวก้าวออกจากหลังต้นไม้ปลดกระดุมเสื้อโชว์เนินอกอวบเพื่อยั่วยวน บักมืดถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อดวงตาของผีปอบเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ บักมืดก็ถูกมนต์สะกดเรียบร้อย เริ่มก้าวเท้าเข้าไปหาผีปอบ

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก เฒ่าเข่ง เฒ่าอ่วมกับเฒ่าแต้มและทิดแสงกำลังถกกันว่าคาถาที่นายฮ้อยเคนให้ไว้ฟังคุ้นๆเหมือนบทสวดพิจารณาสังขารที่เคยท่องตอนบวชเรียน แล้วแบบนี้จะช่วยให้เรารอดพ้นจาก

ผีปอบได้อย่างไร เฒ่าอ่วมยังเชื่อมั่น ถ้านายฮ้อยเคนให้คาถานี้ไว้ก็ต้องใช้ได้ อย่าเคลือบแคลงสงสัยจะดีกว่า

เฒ่าเข่งเหลือบไปเห็นบักมืดเดินอยู่คนเดียวและกำลังจะออกนอกเขตอาคมก็ร้องเอะอะ ทุกคนรีบเข้าไปรั้งตัวไว้ แต่บักมืดโดนมนต์สะกดอย่างจังไม่สนใจอะไรทั้งนั้นผลักทั้งสี่คนกระเด็น แล้วเดินหน้าจะไปหาผีปอบ ทั้งสี่คนไม่ย่อท้อเข้าไปช่วยกันรวบตัวไว้

พยายามให้บักมืดสวดคาถาเพื่อเรียกสติแต่ไม่ได้ผล

ทิดแสงหันไปคว้าไหดินเผาเอามาทุ่มใส่หัว

บักมืดทรุดฮวบสิ้นฤทธิ์ เฒ่าเข่งหันไปเห็นผีปอบสาวสวยจ้องมองมาทางตนเองตาเขม็งจึงชี้ให้ทุกคนดูต่างตกใจยกมือขึ้นพนมกล่าวบทสวดพิจารณาสังขาร เมื่อทุกคนลืมตาขึ้นมองอีกที ผีปอบสะสวยเมื่อครู่กลายสภาพเป็นน่าเกลียดน่ากลัว เฒ่าอ่วมถึงกับร้องลั่น

“เฮ้ย...คาถาของนายฮ้อยได้ผลอีหลี”

ooooooo

แสงโสมฟื้นคืนสติแล้วแต่คำแก้วยังสลบอยู่บักเทิงไม่สนใจสั่งให้ชาวบ้านเอาตัวเธอไปมัดกับเสาซึ่งตั้งอยู่ที่ลานหน้ากระท่อมตัวเองโดยที่แสงโสมถูกคุมตัวไว้แยกจากกัน ชาวบ้านเอาน้ำสาดใส่หน้า ให้คำแก้วฟื้น เธอตื่นขึ้นมาเจอตัวเองถูกล่ามโซ่ อยู่ท่ามกลางวงล้อมของชาวบ้านที่มองมาอย่างไม่เป็นมิตรพยายามดิ้นหนี

“บ่ต้องมัดข้อยไว้จังซี้ดอก ข้อยเจ็บ” คำแก้วหันไปเห็นแสงโสมถูกคุมตัวแน่นหนาขอร้องบักเทิงให้ปล่อยเธอไป แล้วขยับจะเข้าไปหา บักเทิงขวางไว้จะเอาเรื่องคำแก้วที่ฆ่าคนของเขา เธอต่อรองจะยอมให้เขาไล่ปอบออกจากตัว แต่เขาต้องปล่อยน้องสาวของเธอไปก่อน

“มึงฆ่าพวกกูไปหลาย มึงต่อรองกับกูบ่ได้ดอกอีผีปอบ” บักเทิงว่าแล้วคว้าไม้หวายฟาดหลังคำแก้วสุดแรงเกิดถึงกับร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด...

ขณะที่คำแก้วถูกเฆี่ยนตีอย่างหนักเพื่อไล่ปอบออกจากร่าง นายฮ้อยเคนตื่นขึ้นจากนั่งสมาธิพบว่าปอบหายไปหมดแล้วและรอบๆตัวก็ปลอดภัยจึงหันไปปลุกผู้ช่วยถึกที่พยายามจะยันตัวลุกขึ้นแต่ยังไม่ค่อยจะมีแรงเขาจึงต้องช่วยพยุง

“ฟ้าวกลับไปทัพควายกันเถาะผู้ซอย ป่านนี้ทุกคนคงเป็นห่วงเฮาแย่แล้ว”...

ระหว่างที่นายฮ้อยเคนกับผู้ช่วยถึกมุ่งหน้ากลับทัพควาย บักเทิงยังคงเฆี่ยนหลังคำแก้วอย่างไม่ปราณี แสงโสมพยายามขอร้องให้เขาหยุดทำร้ายเธอได้แล้ว เธอไม่ใช่ปอบ เขาไม่สนใจยังคงเฆี่ยนตีต่อไป คำแก้วเจ็บปวดทนไม่ไหวเป็นลมหมดสติ...

ที่ค่ายพักแรม ทันทีที่นายฮ้อยเคนรู้ว่าคำแก้วกับแสงโสมหายตัวไปตั้งแต่เมื่อวานก็รีบเกณฑ์ชายฉกรรจ์ออกตามหา...

ด้านคำแก้วในสภาพเจ็บหนักถูกชาวบ้านหิ้วปีกมามัดไว้กับเสาในกระท่อม ส่วนแสงโสมก็ถูกพาเข้ามามัดไว้เช่นกัน บักเทิงหมายมั่นปั้นมือจะต้องไล่ผีปอบออกจากตัวคำแก้วให้ได้ ในเมื่อวันนี้ไม่สำเร็จ พรุ่งนี้เขาจะกลับมาเล่นงานให้หนักกว่าเก่า แล้วหันไปขู่แสงโสมอย่าได้คิดหนีอีก ไม่อย่างนั้นจะโดนเหมือนกับคำแก้ว

แสงโสมรอให้บักเทิงกับพวกชาวบ้านไปกันหมดแล้วจึงเข้าไปประคองคำแก้วถามด้วยความเป็นห่วงว่าไหวหรือเปล่า คำแก้วไม่ห่วงตัวเองคิดแต่จะหาทางให้แสงโสมหนีรอดปลอดภัย ในเมื่อบักเทิงกับชาวบ้านคิดว่าเธอเป็นปอบเธอก็มีวิธีหลอกให้พวกนั้น

สนใจในตัวเธอเพื่อเปิดทางให้แสงโสมหนีไปตามนายฮ้อยเคนมาช่วย แสงโสมไม่ยอมให้เธอทำเช่นนั้น หากตนทิ้งเธอไว้บักเทิงต้องเฆี่ยนเธอตายแน่

“บ่เป็นหยังดอก อีคำแก้วทนได้ เฮ็ดตามที่ข้อยว่าแสงโสม” คำแก้วยื่นหน้าเข้าไปกระซิบแผนการให้ฟัง แสงโสมพยักหน้าแล้วเอามือไปแตะๆเลือดที่แผ่นหลังคำแก้วเอามาป้ายปากเธอให้เหมือนเป็นผีปอบ จากนั้นก็ร้องโวยวายให้คนช่วย บักเทิงกับพวกชาวบ้านได้ยินเสียงร้องรีบกลับเข้ามา เห็นคำแก้วที่ปากเปรอะไปด้วยเลือดกำลังอาละวาดจะกัดกินแสงโสมต่างมองตะลึง

“ซอยข้อยแน อีคำแก้วมันสิฆ่าข้อย อีคำแก้วมันเป็นปอบ” แสงโสมร้องลั่น

คำแก้วสวมบทผีปอบได้แนบเนียนมาก ทำตาขวางเข้าไปเล่นงานบักเทิงกับพวกเพื่อดึงความสนใจ เขาหลงกลสั่งให้ชาวบ้านช่วยกันจับตัวเธอไปที่ลานหน้ากระท่อม เธอยิ่งแกล้งอาละวาดจะไล่จับชาวบ้านกิน บักเทิง ปรี่เข้าไปตบอย่างแรงจนเธอล้มคว่ำไม่เป็นท่า คำแก้วกัดฟันลุกขึ้นได้ก็ชี้หน้าตาขวาง

“กูบ่ย่านพวกมึงดอก น้ำหน้าอย่างมึงถ่าให้พ้อพวกกูก่อนเถาะ มึงตายแน่”

“ดี...คั่นจังซั่นกูจะทรมานให้มึงบอกกูให้ได้ว่าพวกมึงอยู่ไส แล้วกูสิพากันไปเผาพวกมึงให้เหี้ยน...ไปเอาหวายกูมา แล้วมึงก็ไปเฝ้าอีแสงโสมเอาไว้” คำสั่งของบักเทิงทำให้คำแก้วกลัวว่าแสงโสมจะหนีไม่ได้ แกล้งคลุ้มคลั่งหนักกว่าเดิมหันไปคว้าคอชาวบ้านบีบ ผู้คนพากันแตกตื่นอลหม่านไปทั่ว

“อีผีบ้า ฤทธิ์มึงหลายนัก บ่ต้องไปเฝ้าอีแสงโสม แล้วพวกมึงอยู่ซอยกูจัดการมันนี่ล่ะ”

ชาวบ้านแห่กันเข้ามาแยกคำแก้วออกจากชายชาวบ้านคนนั้น แต่เธอทั้งเตะทั้งถีบใครที่เข้าใกล้ ทุกคนมัวแต่พะวงคำแก้วเปิดทางให้แสงโสมแอบหนีไปได้
ooooooo

ในขณะที่นายฮ้อยเคนกับพวกแกะรอยตามรอยเท้าของคำแก้วและแสงโสมมาถึงป่าละเมาะ อาจารย์เม้าได้ยินเสียงบางอย่างพลางบอกให้นายฮ้อยเคนเงี่ยหูฟัง มีเสียงเหมือนคนวิ่งมาทางนี้ สีโหตั้งข้อสังเกต

“หรือว่าพวกผีปอบมันตามมาพ้อเฮา”

“อาจสิเป็นพวกผีปอบ หรือบ่ก็พวกชาวบ้าน” ไม่พูดเปล่านายฮ้อยยกหน้าไม้ขึ้นมาเตรียมพร้อม แต่คนที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาก็คือแสงโสมนั่นเอง ครั้นเห็น

นายฮ้อยเคนกับพวกถึงกับทรุดลงหมดเรี่ยวแรงลงตรงหน้า ผู้ช่วยโทนเข้าไปช่วยประคองเอาไว้ เธอพูดไม่หยุดปากให้ไปช่วยคำแก้วด้วย นายฮ้อยเคนตกใจเกิดอะไรขึ้น

“คำแก้ว...ถืกพวกชาวบ้านจับโตไป...พวกมันหาว่า คำแก้วเป็นปอบ” พูดได้แค่นั้นแสงโสมก็หมดสติ...

ในที่สุดคำแก้วก็สิ้นฤทธิ์ถูกชาวบ้านจับมัดไว้กับแอกควายกันไม่ให้อาละวาด บักเทิงเอาหวายในมือหวดหลังเธออีกทั้งที่แผลเก่ายังไม่หาย แม้จะเจ็บแต่คราวนี้เธอไม่ร้องสักคำ เตือนว่าอีกไม่ช้าพวกของเธอก็จะมาช่วย แต่ถ้าเขายอมปล่อยเธอไปเธอจะช่วยพูดกับพรรคพวกไม่ให้ทำอะไรเขา

“มึงยังกล้าขู่กูอีก อีผีปอบ” บักเทิงลงหวายที่หลังคำแก้วอีกครั้ง

“พวกข้อยกำลังมาซอยแล้ว คั่นเจ้ายังบ่เซา เจ้าได้เจ็บโตกันเบิ่ดแน่”

บักเทิงเห็นสีหน้ามั่นใจของอีกฝ่ายชักเอะใจ สั่งให้คนไปดูแสงโสมที่อยู่ในกระท่อม ชาวบ้านหายเข้าไปข้างในสักพักวิ่งหน้าตื่นกลับมารายงานแสงโสมหนีไปแล้ว บักเทิงหันมองคำแก้วด้วยความเจ็บใจ...

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก นายฮ้อยเคน สีโหกับสุบินและอาจารย์เม้าซุ่มเงียบดูลาดเลาพร้อมอาวุธครบมือ สักพักผู้ช่วยโทนตามมาสมทบหลังจากส่งต่อแสงโสมให้เฒ่าแต้มกับทิดแสงพากลับทัพควาย สุบินเตือน

ทุกคนว่าคนที่จับตัวคำแก้วไว้มีฝีมือไม่เบา ตนเคยต่อสู้กับมันมาแล้ว อาจารย์เม้าไม่กลัวเพราะเรามีนายฮ้อยทมิฬอยู่ด้วย สุบินยิ้มร้ายคราวนี้ตนจะได้เอาคืนบักเทิงที่ซ้อมตนให้สาสม

“เงียบก่อน พวกมันมาพู่นแล้ว” นายฮ้อยเคน

สั่งเสียงเฉียบ ทุกคนเงียบเสียงทันที มองตามมือของเขาเห็นบักเทิงกับพวกชาวบ้านคุมตัวคำแก้วที่ถูกมัดติดกับแอกเดินมาที่กองฟืนที่สุมเอาไว้

“เอาฟืนสุมอีผีปอบไว้ น้ำมันราดตามไปนำ มันอยากขู่กูนัก กูสิเผามันทั้งเป็น” บักเทิงสั่งการ พวกชาวบ้านลากคำแก้วไปยืนกลางกองฟืนแล้วเอาน้ำมันมาราดใส่ฟืน สีโหหันมองนายฮ้อยเคน

“พวกมันมีหลายกว่าเฮา สิบุกเข้าไปซอยจังได๋ล่ะนายฮ้อย”

“มันแตะต้องคำแก้ว กูบ่ปล่อยมันไว้แน่” นายฮ้อยเคนกำมีดอาคมไว้แน่นเดินออกไปทันทีไม่มีการวางแผนบุกใดๆทั้งสิ้น ทุกคนต่างอึ้งไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อน

ooooooo

บักเทิงถือคบไฟเข้ามาใกล้กองฟืนเพื่อจะเผาคำแก้ว นายฮ้อยเคนพรวดพราดเข้ามาตวาดลั่นให้เขาปล่อยเธอไปถ้าไม่อยากเจ็บตัว บักเทิงกับพวกชาวบ้านหันขวับไปเห็นนายฮ้อยเคนยืนจังก้าหน้าเหี้ยมโดยมีเหล่าทัพควายยืนเรียงรายอยู่ด้านหลังพร้อมอาวุธครบมือ

“คำแก้วบ่แม่นผีปอบ ปล่อยคำแก้วเดี๋ยวนี้”

“กูบ่เชื่อปากโจรอย่างพวกมึง พ่อธรรมว่ามึงเป็นนายฮ้อยมีอาคม อีคำแก้วก็คือผีปอบที่มึงเลี้ยงไว้แล้ว ส่งมาฆ่าพวกกู...กูสิเผามันเทิ้งเป็นแล้วฆ่าพวกมึงนำ”

ว่าแล้วบักเทิงโยนคบไฟใส่กองฟืน ไฟลุกพึ่บคำแก้วร้องลั่น

“อ้ายเคน...ซอยข้อยแน อ้ายเคน”

นายฮ้อยเคนโกรธควันแทบออกหู ควงมีดอาคมพุ่งเข้าฟาดฟันบักเทิงกับชาวบ้านโดยมีเหล่าทัพควายกรูตามเข้าไป สองฝ่ายเปิดฉากต่อสู้กันอย่างดุเดือด การต่อสู้แรกๆเป็นไปอย่างสูสี แต่สุดท้ายบักเทิงกับพวก

ชาวบ้านเป็นฝ่ายพลาดท่าถูกอัดลงไปกองกับพื้น

คำแก้วเริ่มสำลักควันเนื่องจากไฟลามไปทั่วกองฟืน

ร้องเรียกให้นายฮ้อยเคนช่วยด้วย บักเทิงเห็นสภาพของเธอก็หัวเราะสะใจ

“ผีปอบของมึงบ่รอดดอก บักนายฮ้อยทมิฬ”

ไฟโหมรุนแรงทำให้นายฮ้อยเคนเข้าไปช่วยไม่ไหว จึงถอดสร้อยเขี้ยวเสือโปร่งฟ้าออกจากคอ พร้อมกับยกมือขึ้นพนมบริกรรมคาถา อึดใจเกิดลมพัดกระโชกเข้ามา ใบไม้ปลิวว่อน มีเสียงนกการ้องดังไปทั่วบริเวณ

เกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้น ลมหอบเอาไฟที่กำลังโหมไหม้ดับลงทีละนิดๆกระทั่งมอดสนิทท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน นายฮ้อยเคนสวมสร้อยเขี้ยวเสือโปร่งฟ้าไว้อย่างเดิมแล้ววิ่งเข้าไปอุ้มคำแก้วออกมาหยุดมอง

บักเทิงกับพวกชาวบ้านที่ยังยืนตะลึงไม่หาย

“คำแก้วบ่แม่นผีปอบ พวกกูทุกคนในทัพควายก็บ่แม่นโจร กูเป็นแค่นายฮ้อยค้าควายทำมาหากินอย่างสุจริต...จำไว้” นายฮ้อยเคนพูดจบพาคำแก้วจากไป สุบินยังไม่หายแค้นจะเข้าไปอัดบักเทิงแต่อาจารย์เม้ากับผู้ช่วย โทนห้ามไว้ แล้วพากันกึ่งลากกึ่งจูงเขาออกไป

“นี่ล่ะนายฮ้อยทมิฬ นายฮ้อยคนดีของพวกกู” สีโห ตะคอกใส่หน้าชาวบ้านก่อนจะเดินตามพวกตัวเอง

ooooooo

ในเวลาต่อมา นายฮ้อยเคนต้มยาเสร็จยกหม้อยาเข้ามาวางข้างๆคำแก้วที่ยังนอนไม่ได้สติอยู่บนเกวียนพักแรมของเขาโดยมีบัวเขียวคอยดูแลเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ด้วยความเป็นห่วงเป็นใย

“คำแก้วสิเป็นหยังบ่ เบิ่งสภาพที่คำแก้วถืกซุมพวกนั่นเฮ็ดแล้ว...”พูดได้แค่นั้นบัวเขียวก็น้ำตาร่วง

“คำแก้วบ่เป็นหยังดอก เจ้าบ่ต้องห่วง ข้อยต้มยา มาให้ คั่นคำแก้วฟื้นก็ให้กินให้เบิ่ด หมั่นทาขี่เผิ่งที่แผลถืกหวายฟาดมา แล้วสิค่อยๆหายเอง”

ระหว่างนั้นผู้ช่วยโทนกับสีโหเข้ามารายงาน

นายฮ้อยเคนว่าไปตรวจรอบๆทัพควายแล้ว เป็นอย่างที่เขาว่าไว้จริงๆ บักเทิงส่งคนมาลอบดูพวกเรา ไม่ได้มามือเปล่ามีอาวุธมาด้วย สงสัยอยากลองดีกับอาคมของเขา นายฮ้อยเคนขอร้องอย่าเอาเรื่องที่เขาใช้อาคมช่วยคำแก้วไปพูดให้มากความ เขาเป็นแค่นายฮ้อยค้าควายธรรมดาไม่อยากให้ชื่อเสียงของเขาถูกกล่าวขานว่าเป็นนายฮ้อยทมิฬมากไปกว่านี้ ผู้ช่วยโทนทักท้วง

“แต่การมีนายฮ้อยทมิฬเป็นผู้นำทัพควาย สิเป็นขวัญกำลังใจให้เฮาฮับมือกับอันตรายได้นะนายฮ้อย”

“แต่ก็เฮ็ดให้ซุมเฮาหลายคนฮึกเหิมจนเอาไปข่มขู่ผู้อื่นได้คือกัน”...

เป็นอย่างที่นายฮ้อยเคนหวั่นใจ สุบินเอาชื่อเสียงของเขาไปข่มขู่ชาวบ้านที่มาซุ่มดูอยู่นอกค่ายพักแรม แถมรีดไถพวกนั้นอีกต่างหากถ้าไม่อยากโดนทำร้ายก็ให้เอาเสบียงมาแลก ชาวบ้านโอดครวญจะกินเองยังไม่มีจะไปหาเสบียงที่ไหนมาให้

“กูบ่เชื่อมึงดอก คั่นมึงบ่เอาเสบียงมาแลกเป็นค่าเสียเวลาซุมกู มึงก็บ่ต้องกลับไป” ไม่พูดเปล่า สุบินควงขวานในมือข่มขวัญชาวบ้านอีกด้วย นายฮ้อยเคนเข้ามาสั่งให้เขาหยุดข่มขู่ชาวบ้านและให้ผู้ช่วยโทน

ยึดอาวุธเขากับพวก เฒ่าอ่ำแก้ตัวว่านายฮ้อยกำลังเข้าใจผิด พวกตนมาช่วยกันสั่งสอนที่พวกมันทำให้คำแก้วต้องบาดเจ็บและจะได้ไม่กล้ามาขัดขวางการเดินทางของพวกเรา นายฮ้อยเคนย้อนถามนี่เป็นคำสั่งของตนหรือ

“ทัพควายนี่มีข้อยเป็นนายฮ้อยพาพวกเจ้าเดินทาง คั่นพวกเจ้าคึดเองเออเองบ่ฟังคำสั่งข้อยก็แยกโตไปโลดบ่ต้องให้ข้อยเป็นหัวหน้าอีก...บักสุบิน อย่าให้ข้อยเห็นเจ้าเอาชื่อเสียงนายฮ้อยทมิฬของข้อยไปข่มเหงผู้ได๋อีก บ่จังซั่นข้อยสิไล่ตะเพิดเจ้ากลับสว่างแดนดินแน่”

“ข้อย...ข้อยขอขมานายฮ้อย” สุบินเสียงอ่อย นายฮ้อย เคนเข้าไปพยุงชาวบ้านให้ลุกขึ้น

“ข้อยได้ยินพวกเจ้าว่าพวกเจ้ามาจอบเบิ่งพวกข้อยกันเอง บ่ได้รับคำสั่งบักเทิงมา”

ชาวบ้านยอมรับว่าใช่เนื่องจากได้เห็นนายฮ้อยเคน ใช้อาคมก็เลยเชื่อแล้วว่าเขาคือนายฮ้อยทมิฬอย่างคำร่ำลือ พวกเราก็เลยอยากมาขอให้เขาช่วยจัดการกับผีปอบนายฮ้อย

เคนเห็นพวกชาวบ้านมีพ่อธรรมซึ่งมีอาคมปราบผีปอบได้อยู่แล้ว ไม่เห็นต้องมาขอร้องตนอีก ชาวบ้านเล่าว่าผีปอบพวกนี้ไม่กลัวพ่อธรรม ออกอาละวาดเมื่อใด

พ่อธรรมไม่เคยปราบได้สักที แต่ถ้าเป็นนายฮ้อยทมิฬ พวกปอบต้องกลัวแน่ๆ

“นายฮ้อย...นายฮ้อยกับผู้ซอยถึกถูกผีปอบซุมนี้เล่นงานจนเกือบบ่รอดมาแล้ว ข้อยว่าเฮาอย่าอยู่หม่องนี่เหิงเลย รีบเดินทางต่อกันดีกว่า” ผู้ช่วยโทนเสนอแนะ นายฮ้อยเคนนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกให้ชาวบ้านกลับไปก่อนเรื่องที่ขอร้องตน ขอเอาไปคิดพิจารณาอีกครั้งหนึ่งก่อน...

กว่าคำแก้วจะฟื้นพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว บัวเขียวพยายามป้อนยาหม้อให้ แต่ยาขมเธอก็เลยอิดออดไม่ยอมกิน นายฮ้อยเคนมาทันได้ยิน ขู่ลั่นถ้าเธอไม่กินเองเขาจะจับกรอกปาก คำแก้วไล่เขาไม่ต้องมายุ่งเธอกินยาเองได้ เขาเร่งให้รีบๆกินบัวเขียวดูแลเธอมาทั้งวันแล้วจะได้ไปพักผ่อน เดี๋ยวจะล้มป่วยไปอีกคน

“เอื้อยบ่ต้องห่วงข้อยแล้ว เดี๋ยวข้อยสิกินยาขมๆนี่ให้เบิ่ดเอง เอื้อยไปพักเถอะ”

บัวเขียวพยักหน้ารับ ก่อนจะลุกออกไป คำแก้ว ยังคงถือถ้วยใส่ยาไว้อย่างนั้นไม่ยอมกิน นายฮ้อยเคนทั้งขอร้องแกมบังคับเธอถึงยอมกระดกถ้วยยารวดเดียวเข้าปากแต่กลับอมไว้อย่างนั้นไม่ยอมกลืน ยาทั้งขม

ทั้งเหม็นทำท่าจะขย้อน เขารีบตามมาห้ามปนขู่ ถ้าอ้วกเอายาของเขาออกจะต้องกินเพิ่มเป็นสองถ้วย ถ้าไม่อยากกินยาเพิ่มต้องกลืนยาในปากลงไปเดี๋ยวนี้ คำแก้วน้ำตาเล็ดจะร้องไห้

“บ่ต้องบีบน้ำตาให้อ้ายเหลือโตน คั่นเจ้าฟังคำสั่งอ้าย บ่แอบตามออกไปเจ้าก็บ่ถืกบักเทิงมันจับได้ บ่ต้องถืกหาว่าเป็นผีปอบให้ถืกเฆี่ยนจนเกือบบ่รอดจังซี้”

คำแก้วที่อมยาแก้มตุ่ยชักสีหน้าไม่พอใจ นายฮ้อย เคนหมดความอดทนเอามือหนึ่งปิดปากอีกมือหนึ่งบีบจมูกเธอไว้ ทำให้เธอต้องกลืนยาลงท้อง อยู่ๆเธอร้องโอ๊ยลั่น นายฮ้อยเคนตกใจถามว่าเป็นอะไร

“แสบ...ข้อยแสบแผลที่ถืกเฆี่ยน”

ooooooo

เนื่องจากบัวเขียวไปพักผ่อนแล้ว แถมแผลถูกเฆี่ยนยังอยู่กลางหลังทำให้คำแก้วไม่สามารถทายาให้ตัวเองได้ทั้งที่พยายามอยู่หลายครั้ง ยิ่งปล่อยเนิ่นนานเธอก็ยิ่งแสบแผลร้องโอดโอย นายฮ้อยเคนตัดสินใจจะเป็นคนทายาให้เอง สั่งให้เธอหันหลังมา
คำแก้วอายไม่ยอมท่าเดียว

“มัวอายอยู่จังซี้แล้วแผลสิหายได้จังได๋ ตอนเจ้ายังน้อย อ้ายเห็นเจ้าแก้ผ้าโดดน้ำอยู่เรื่อย”

“นั่นมันตอนเป็นยังน้อย”

“สิผ่านไปจั๊กปี เจ้าก็ยังเป็นอีนางน้อยสำหรับอ้ายนั่นล่ะ มาโลด อ้ายสิซอยทาขี่เผิ่งให้เสร็จไวๆ”...

อีกมุมหนึ่งของค่ายพักแรม อาจารย์เม้าวานให้จันแดงเอาห่อยามาให้ผู้ช่วยถึกที่นอนพักอยู่ข้างกองไฟและฝากให้ช่วยดูแลเขาด้วย เขาขอบใจเธอมาก แล้วถามถึงคนอื่นๆไปไหนกันหมด

“พากันไปลาดตระเวนรอบๆทัพควายป้องกันบ่ให้ พวกผีปอบเข้ามารังควานเฮาอีก”

ผู้ช่วยถึกพยักหน้ารับรู้ พยายามจะลุกขึ้นแต่ยังเจ็บแผลอยู่ จันแดงเห็นสีหน้าไม่สู้ดีนักของเขาก็เข้าไปช่วยประคอง เป็นจังหวะที่เขาเสียหลักเซถลาทำให้ล้มไปด้วยกันทั้งคู่โดยจันแดงนอนทับบนตัวเขา ผ้าคลุมหน้าหลุดเผยให้เห็นแผลเป็นน่าเกลียดจากโรคเรื้อน

ผู้ช่วยถึกชะงักไม่ใช่เพราะรังเกียจแต่เป็นเพราะความใกล้ชิด เธอเข้าใจผิดคิดว่าเขารังเกียจ รีบดึงผ้ามาคลุมหน้าตามเดิม ก่อนจะลุกหนี

“อ้ายฟ้าวกินยาซะ เบิ่ดธุระของข้อยแล้ว”

ผู้ช่วยหนุ่มคว้ามือเธอไว้พยายามจะอธิบายแต่เธอไม่ฟัง ขอร้องให้เขาปล่อย จังหวะนั้นแสงโสมเดินผ่านมาเห็นก็เข้าใจผิดคิดว่าเขาลวนลามพี่สาวตัวเองเข้าไปผลักอกจะเอาเรื่อง ผู้ช่วยถึกขอร้องให้ฟังกันก่อน แสงโสมกลับต่อยหน้าเขา แถมขู่หากลวนลามพี่สาว

ของตนอีกจะไปฟ้องนายฮ้อยให้ไล่เขาออกจากทัพควายแล้วจูงมือพี่สาวออกไปเลยโดยไม่ฟังอะไรทั้งสิ้น ทิ้งให้ผู้ช่วยถึกมองตามตาละห้อย...

เมื่อได้อยู่กันตามลำพังพี่น้อง จันแดงตำหนิแสงโสมที่ไปทำร้ายผู้ช่วยถึกทั้งๆที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิด ตนแค่อายที่ผ้าคลุมหน้าเปิดไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น แล้วเตือนน้องสาวอย่าใจร้อนคิดเองเออเองคนเดียวเพราะเธอเป็นแบบนี้ถึงได้ก่อเรื่องเดือดร้อนให้นายฮ้อย

เคนกับผู้ช่วยถึกต้องลำบากไปตามกลับมา แทนที่จะสำนึกแสงโสมกลับบอกว่ามาโทษตนคนเดียวได้อย่างไร คำแก้ว ต่างหากเป็นคนเริ่ม ต้องโทษคำแก้วด้วย

“ยังกล้าไปว่าคำแก้วอีก คั่นบ่แม่นคำแก้วยอมเสี่ยงชีวิตซอยเจ้าให้หนีรอด เจ้าสิได้กลับมาหาเอื้อยอีกบ่...แสงโสม เฮามาอาศัยนายฮ้อยกับพวกให้คุ้มครอง เจ้าควรฮู้จักบุญคุณ”

“ข้อยฮู้น่าเอื้อย ข้อยบ่แม่นพวกบ่ฮู้บุญคุณไผจั๊กหน่อย นี่ข้อยก็กำลังสิไปขอบคุณนายฮ้อย ขอบคุณคำแก้ว แต่มาพ้อเอื้อยกับผู้ซอยถึกก่อน”

จันแดงเร่งให้แสงโสมรีบไปขอบคุณพวกนั้นและอย่าลืมไปขอโทษผู้ช่วยถึกที่ไปต่อยหน้าเขา...

ระหว่างทางไปหาคำแก้วที่เกวียนของนายฮ้อยเคน แสงโสมพยายามเรียบเรียงคำพูดที่จะไปขอบคุณ

แต่ด้วยเป็นคนปากเสียตั้งแต่เกิดทำให้สรรหาคำพูดดีๆไม่ถูกใจสักที

ooooooo

คำแก้วนั่งเปลือยแผ่นหลังให้นายฮ้อยเคนช่วยทายาที่แผลถูกเฆี่ยนไปพลางบ่นแสบแผล

ไปด้วยจนเขารำคาญ สั่งให้เลิกบ่นได้แล้วหนังหนาอย่างกับควายแบบนี้ไม่น่าจะแสบ คำแก้วโกรธทำท่าจะเอาเรื่อง

“อย่าเด้อคำแก้ว ขืนหันหน้ามาทุบตีอ้ายล่ะก็ เจ้าได้ผ่าหลุดให้อ้ายเบิ่งกะบาดนี่ อ้ายยังบ่อยากไปหาน้ำมนต์ล้างตาแก้ซวย” นายฮ้อยเคนแดกดันยังไม่ทันจบประโยค คำแก้วงอนดึงเสื้อมาปิดแผ่นหลังลุกพรวดขึ้น

“พอได้แล้วอ้าย ปากอ้ายนั่นแหละแสบหลายกว่าขี่เผิ่งทาแผลให้ข้อยอีก”

นายฮ้อยเคนขู่ถ้ายังดื้อด้านไม่ปรับปรุงตัวเอง ปล่อยให้เกิดเรื่องซ้ำซากเขาจะไม่ตามไปช่วยเธออีก คำแก้วรู้ดีว่าเขาไม่มีทางทำอย่างนั้นเพราะรับปากกับคำแพงไว้แล้วว่าจะดูแลเธอ

“เอ้า ตอนนี้เจ้ายอมให้อ้ายดูแลแล้วเบาะ ตอนแรกเห็นเจ้าโวยวายบ่ยอมท่าเดียว”

“อ้ายเคน...ข้อยเบื่อเถียงกับอ้ายแล้ว ข้อยไปนอนล่ะ” คำแก้วงอนจะเดินหนี นายฮ้อยเคนคว้าข้อมือไว้ไม่ยอมให้ไป ต้องทายานี่ให้เสร็จก่อนไม่อย่างนั้นแผลเหล่านี้จะเป็นแผลเป็นน่าเกลียด

วันหน้าเกิดเธอมีผัวขึ้นมาจะอายเขาได้ คำแก้วออกตัวไม่มีทางมีผัวเพราะผู้ชายขยาดปากกลัวมือกลัวเท้าเธอทั้งนั้น

“บ่แม่นผู้บ่าวทั้งหมดดอกคำแก้ว ผู้สาวปากฮ้ายแต่น้ำใจงาม กล้าหาญ กล้าเสียสละเพื่อผู้อื่นอย่างเจ้า ผู้บ่าวไสฮู้ก็มีแต่อยากมาฮักเจ้าถวายหัวเบิ่ด”

“อ้าย นี่อ้ายย้องข้อยบ่”

“เฮ็ดเฮื่องดีก็ต้องย้อง อ้ายบ่ได้ปากฮ้ายด่าเจ้าแสบๆคันๆทุกมื้อดอกคำแก้ว”

หญิงสาวยิ้มชอบใจขอให้นายฮ้อยเคนชมเธอทุกวันก็ได้เธอชอบ เขาเอามือขยี้ผมเธอเล่นด้วยความเอ็นดู ถ้าอยากให้ชมก็ต้องนั่งลงให้เขาทายาให้เรียบร้อยก่อน คำแก้วยิ้มให้ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งอย่างว่าง่าย ทาได้พักเดียวอาการแสบแผลคลายลงอย่างเห็นได้ชัด เธอถึงกับออกปากยาของเขาดีราวกับยาวิเศษ

“ยาของอ้ายบ่ได้เป็นยาวิเศษจังได๋ดอก ก็ยาที่ครูบาอาจารย์สอนเอาไว้นั่นล่ะ รักษาควายยังหายไวๆได้ แล้วกับเจ้าสิบ่หายได้จังได๋”

คำแก้วงอนที่โดนเปรียบเปรยเหมือนควายจัดแจงจะลุกหนีแต่ดันสะดุดขาตัวเองหน้าคะมำ นายฮ้อย เคนพุ่งไปรับตัวไว้ทำให้ล้มกลิ้งไปด้วยกัน ใบหน้าของทั้งคู่แทบชนกัน แสงโสมซึ่งจะมาขอบคุณคำแก้วเห็นพอดี เข้าใจผิดคิดว่าสองคนกำลังกอดกันยืนตะลึง นายฮ้อยเคนไม่วายกระเซ้าคำแก้ว พอได้เห็นหน้าใกล้ๆ ทำให้เขาเพิ่งตระหนักว่าสิ่งที่คำแพงเคยพูดไว้เป็นเรื่องจริง คำแก้วสงสัยพี่สาวพูดถึงตนว่าอย่างไร

“เว่าว่าข้อยงามคือเอื้อยแม่นบ่ เอื้อยเคยเว่าจังซั่น ให้ข้อยฟังอยู่เรื่อย ข้อยฮู้อยู่แล้วบ่ต้องให้อ้ายบอกดอก”

“เจ้านี่มัน...ฮึ เห็นทีต้องสั่งสอนเจ้าคือตอนยังเป็นอีนางน้อย” พูดจบนายฮ้อยเคนจี้เอวคำแก้วซึ่งบ้าจี้อยู่แล้วลงไปดิ้นพราดๆ พอตั้งหลักได้ เธอจั๊กจี้เขาคืน สองคนหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน ความใกล้ชิดทำให้ทั้งคู่ต่างชะงักมองสบตากันนิ่งงัน เส้นผมตกลงมาปรกหน้าเธอ เขาค่อยๆปัดให้อย่างนุ่มนวล

ภาพตรงหน้าบาดใจแสงโสมยิ่งนัก ทนดูต่อไปไม่ไหว เดินหนีไปทั้งน้ำตา

ooooooo

แสงโสมแอบมานั่งร้องไห้อยู่คนเดียว ทั้งเสียใจเจ็บใจที่คำแก้วรู้ทั้งรู้ว่าตนชอบนายฮ้อยเคนแต่ยังหน้าด้านมาแย่งเขาไป หนี้บุญคุณที่ตนติดค้างเธออยู่ ไม่ขอชดใช้เด็ดขาด แล้วปล่อยโฮอย่างหมดความอดกลั้น ผู้ช่วยโทนเดินถือตะเกียงตรวจยามผ่านมาได้ยินเสียงร้องไห้คิดว่าเป็นปอบหยิบแหขึ้นมาเตรียมพร้อม

“อีผีปอบ มึงกล้าลองดีถึงในทัพควายกู กูสิจับมึงไปให้นายฮ้อยสั่งสอนให้ได้” ผู้ช่วยโทนค่อยๆย่องเข้าไปใกล้ๆ เห็นหญิงสาวนั่งกอดเข่าซบหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นก็เหวี่ยงแหใส่แล้วรวบตัวเอาไว้

“เสร็จกูล่ะอีผีปอบ”

“เซาๆๆเดี๋ยวนี้อ้ายโทน ข้อยแสงโสม บ่แม่นผีปอบ เอาแหออกจากโตข้อยเดี๋ยวนี้”

ผู้ช่วยโทนไม่เชื่อแถมด่าหยาบๆคายๆอีกต่างหาก หาว่าเธอเป็นปอบปลอมตัวเป็นแสงโสมมาล่อลวงให้เขาตายใจแล้วกระชากเธอตัวปลิวมาตามทางจะพาไปให้นายฮ้อยเคนจัดการ แสงโสมพยายามดิ้นรนขัดขืน พร้อมกับอธิบายว่าตัวเองไม่ใช่ผีปอบ แต่เขาไม่เชื่อว่าเธอเป็นแสงโสมตัวจริง เธออยากรู้จะต้องทำอย่างไรเขาถึงจะเชื่อแล้วเตะผ่าหมากเขาลงไปจุกตัวงอแต่ปากยังไม่วายจิกด่าเธออีกว่าอีผีปอบ

“โดนจังซี้ยังหาว่าข้อยเป็นผีปอบอีก ต้องให้ข้อยทุบกบาลเจ้าคือที่เคยเฮ็ดแม่นบ่”

“มึง...ฮู้เฮื่องได้จังได๋”

แสงโสมโกรธควันแทบออกหูตวาดลั่นที่รู้ก็เพราะตนเป็นแสงโสมตัวจริง และถ้ายังไม่เชื่อกันอีกจะขอผ้าเช็ดหน้าที่ให้ไว้คืน ผู้ช่วยโทนรู้ทันทีว่าเธอเป็นตัวจริงไม่ใช่ปอบปลอมตัวมารีบขอโทษขอโพยยกใหญ่ ยอมรับผิดทุกอย่าง อยากจะระบายอารมณ์ลงที่เขาก็ยอมหากทำให้เธอหายโกรธ

“เจ้าสิให้ข้อยลงที่เจ้าได้อีหลี...จังซั่นข้อยก็บ่เกรงใจเด้” แสงโสมกำลังอยากได้ที่ระบายแค้นเรื่องที่คำแก้วแย่งนายฮ้อยเคนไปถลกแขนเสื้อก่อนจะทั้งขึ้นเข่าเขย่าศอกใส่ผู้ช่วยโทนไม่ยั้ง

ooooooo

จ่อยรู้สึกตัวตื่นขึ้นอย่างมึนๆ ครั้นสายตาเริ่มปรับภาพได้ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นบัวตองนั่งจ้องอยู่ เธอยิ้มหวานหยดพร้อมกับเอาผ้าชุบน้ำจะมาเช็ดหน้าตาเนื้อตัวให้

“อ้ายหมดสติไปเทิ้งวันเทิ้งคืน เพิ่งสิฮู้สึกโตจังซี้ให้ข้อยเช็ดเนื้อตัวให้เด้อ อ้ายสิได้สดชื่น” บัวตองขยับเข้าไปจนชิด ตั้งใจให้เนื้อตัวสัมผัสกับเขา เอื้อมมือจะปลดกระดุมเสื้อให้ จ่อยใจเต้นไม่เป็นส่ำจะขอทำเอง

“บ่ต้องเกรงใจข้อย ข้อยมักดูแลอ้าย ซอยรักษาตั้งแต่พ้ออ้ายบาดเจ็บมาให้ข้อยเฮ็ดให้เด้อ”

เจอลูกอ้อนเข้าไปจ่อยก็เลยยอมให้บัวตองถอดเสื้อ เผยให้เห็นแผลที่หัวไหล่ซึ่งมีผ้าพันไว้มีเลือดซึมออกมา บัวตองมองเขม็งอย่างหิวกระหาย จ่อยอดถามไม่ได้ว่าเป็นอะไรไป เธอยิ้มกลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไร แผลของเขายังไม่หายดีเธอก็เลยเป็นห่วง แล้วข่มความกระหายก้มหน้าก้มตาเช็ดตัวให้เขา...

ในเวลาเดียวกัน ชาวบ้านคนหนึ่งวิ่งหนีสุดชีวิตเข้ามาในป่าช้าต้องห้าม แต่ต้องตกใจแทบสิ้นสติเมื่อเจอปอบสาวสองตนมาล้อมหน้าล้อมหลัง ชาวบ้านยกมือไหว้ท่วมหัวสวดมนต์อุตลุด ผีสาวไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อยย่างสามขุมเข้าหา ชาวบ้านคนนั้นได้แต่ภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่าให้ตัวเองต้องตายอย่างทรมาน...

ขณะที่บัวตองเช็ดตัวให้ จ่อยซักประวัติคร่าวๆของเธอไปด้วย ทำให้รู้ว่าเธอเป็นหมอลำผีฟ้าของที่นี่

“สำพอเจ้าถึงมักซอยเหลือผู้คน คั่นเป็นผู้อื่นพ้ออ้ายบาดเจ็บเจียนตายจังซั่นคงปล่อยให้เป็นอาหารแร้งกาไปแล้ว”

บัวตองเห็นจ่อยบาดเจ็บมาให้ช่วยเหลือแบบนี้แล้วทำให้อดคิดถึงใครบางคนไม่ได้ เขาคนนั้นบาดเจ็บมาขอความช่วยเหลือที่เดียวกับที่เธอไปเจอจ่อย ชายหนุ่มสังเกตเห็นเธอหน้าเศร้าๆถามว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่เธอช่วยเหลือชายคนนั้นแล้ว เธอรักกันกับเขาแต่สุดท้ายเขาก็ทิ้งเธอไป

“บักห่าเอ๊ย ที่แท้ก็เป็นผู้บ่าวสันดานหมา ผู้สาวงามๆ อย่างเจ้ายังถิ่มไปได้ลงคอ”

ผีปอบสาวสะอื้นจนตัวโยน จ่อยสงสารเธอจับใจแตะไหล่เบาๆปลอบว่าไม่ต้องเศร้าไป หญิงสาวงามทั้งใจทั้งใบหน้าอย่างเธอต้องได้เจอผู้ชายดีๆมาชอบมารักเธอแบบถวายหัวแน่นอน บัวตองยิ้มให้ทั้งน้ำตา จับมือเขามาแนบกับอกอวบของตัวเองถามอย่างไม่อายแล้วถามหยั่งเชิงว่าผู้บ่าวอย่างเขาพอจะรักเธอ อยู่กับเธอที่นี่ตลอดไปได้ไหม จ่อยถึงกับไปไม่เป็นที่โดนเธอรุกหนักขนาดนี้ รีบดึงมือออก เธอกลับโผกอดเขาไว้

“อยู่กับอ้ายแล้วข้อยคึดฮอดผู้บ่าวที่ถิ่มข้อยไปบ่ได้ ข้อยอยากให้อ้ายอยู่กับข้อยหม่องนี่ตลอดไป แล้วข้อยสิยอมเป็นของอ้ายผู้เดียว” ไม่พูดเปล่าบัวตองโน้มคอจ่อยมาจูบ เขาตกใจผงะถอยหนี “ข้อยสิเป็นของอ้ายผู้เดียวเท่านั้น อ้าย...” พูดได้แค่นั้นก็มีเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังเข้ามา จ่อยหน้าตื่นเหลียวมองเลิ่กลั่กใครมาร้องขอให้ช่วย บัวตองหงุดหงิดรีบบอกว่าไม่มีอะไรเขาหูแว่วไปเอง

“แต่อ้ายได้ยินอีหลี เสียงฮ้องขอความซอยเหลือคักๆ” จ่อยพูดจบลุกออกไปทันที...

เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังมาจากชาวบ้านที่ถูกสมุนปอบกัดกินทั้งเป็นอยู่กลางป่าช้าต้องห้าม สักพักเสียงก็เงียบไปเพราะคนร้องทนพิษบาดแผล

ไม่ไหวตายอนาถ ปอบสาวควักไส้เขาออกมากินกันอย่างเอร็ดอร่อย บัวตองปรากฏตัวขึ้นสีหน้าเกรี้ยวกราดตวาดแว้ดให้หยุดได้แล้ว ทำไมไม่ฟังคำสั่งของตน

“พวกข้อยหิว เจ้าก็หิวคือกัน แต่เจ้าบ่อยากให้เพิ่นฮู้” ผีปอบเอาไส้ที่โชกไปด้วยเลือดมายื่นให้บัวตองคะยั้นคะยอให้กินอะไรบ้าง ไม่อย่างนั้นจะเอาแรงที่ไหนไปรับมือนายฮ้อยทมิฬ เธอมองลังเล...

ฝ่ายจ่อยเข้ามาในบริเวณป่าช้าอย่างไม่รู้ทิศรู้ทาง พลันมีเสียงบัวตองดังขึ้นว่าแถวนี้ไม่มีอะไรให้ดู กลับไปนอนพักเอาแรงที่กระท่อมดีกว่า ครั้นเห็นเขายังนิ่งไม่ขยับก็เสียงแข็งใส่บอกแล้วไม่ใช่หรือว่าไม่มีอะไร ให้เขากลับไปพักได้แล้ว แทนที่จะทำตาม จ่อยกลับเดินตามเสียงไปที่ต้นไม้ บัวตองกลัวเขาจะมาเห็นคราบเลือดที่เลอะปากตัวเอง รีบเอาผ้าโพกหัวมาเช็ดคราบเลือดจนหมดแล้วเดินออกไปหา ย้ำให้เขากลับเรือนไปเดี๋ยวนี้

“แต่อ้ายได้ยิน...”

“เสียงชาวบ้านแถวนี้พ้องูเลยฮ้องตกใจให้ซอยกันจับ ข้อยไปเบิ่งมาให้แล้ว บ่มีหยังดอก”

จ่อยเห็นคราบเลือดเปรอะชายเสื้อบัวตองก็ร้องทัก เธออ้างว่าเป็นเลือดงูแล้วสั่งให้สมุนสาวพาเขากลับเรือนและเอายาให้กิน เขาจะได้นอนพัก

ooooooo

ครู่ต่อมา จ่อยถูกสมุนสาวสองคนพากลับมาที่ห้องพัก แล้วชี้ไปจอกยาบนตั่งบอกว่าบัวตองสั่งให้เขากินยาให้หมด เขาอิดออดไม่อยากกิน เพราะกินเมื่อไหร่อยากนอนเมื่อนั้น

“บ่ได้ เจ้าต้องกินให้เบิ่ดตามคำสั่งบัวตอง” สมุนสาวเสียงกร้าวจนจ่อยต้องยอมยกจอกขึ้นมาดื่ม แต่ไม่กลืนลงคอ อมเอาไว้ รอจนสองสาวไปพ้นแล้วแอบคายทิ้ง...

ขณะที่จ่อยมีแผนบางอย่างอยู่ในใจ นายฮ้อยเคน เตรียมจะเดินทางเข้าหมู่บ้าน อาจารย์เม้ากับสีโห

ไม่เห็นด้วยกับความคิดของเขาครั้งนี้ น่าจะสั่งให้พวกเราเก็บข้าวของเดินทางต่อยังดีเสียกว่าจะต้องไปเจอกับพวกผีปอบและพวกชาวบ้านที่เชื่อว่าพวกเราเป็นโจรปล้นควาย

นายฮ้อยเคนรับรองว่าได้เดินทางต่อไปแน่แต่ไม่ใช่วันนี้ และที่เขาไม่ได้สั่งให้เก็บข้าวของเพื่อเดินทางต่อเพราะต้องแก้ข้อกล่าวหาที่ว่าเราปล้นควายให้ได้ก่อน ส่วนเรื่องจะให้ช่วยปราบผีปอบเขาก็ยังไม่ได้รับปากอะไร

“คั่นข้อยไปเจรจากับพ่อธรรมจนเข้าใจดีแล้ว สิฟ้าว กลับมานำพวกเจ้าออกเดินทาง”

ผู้ช่วยถึกอาสาจะไปเป็นเพื่อน นายฮ้อยเคนไม่อนุญาตเนื่องจากเขายังบาดเจ็บอยู่ ให้เขาอยู่ที่นี่ช่วยตนดูแลทัพควายจะดีกว่า ตนจะไปกับผู้ช่วยโทนเอง คำแก้วพรวดพราดเข้ามาจะขอไปด้วย นายฮ้อยเคนไม่ให้เธอไปเช่นกัน ไม่หายดียังจะหาเรื่องใส่ตัวอีก ไล่ให้กลับไปนอนพักเอาแรง

“แต่อ้ายสิไปเจรจากับพ่อธรรมฮู้เฮื่องได้จังได๋ คั่นบ่พาข้อยไปยืนยันกับพ่อธรรมว่าข้อยบ่ได้เป็นปอบอย่างที่ชาวบ้านเข้าใจผิด หลักฐานคือโตข้อย ข้อยต้องไปด้วยโตเอง ข้อยเว่าแม่นบ่จารย์เม้า”

อาจารย์เม้าเห็นด้วยกับคำแก้ว นายฮ้อยเคนหนีไม่ออกจำต้องอนุญาตแต่มีข้อแม้ ถ้าหาเรื่องเดือดร้อนให้อีก คราวนี้ก้นเธอจะต้องลายด้วยหวายของเขาแน่ๆ จังหวะนั้นแสงโสมตามเข้ามา

“คั่นพาคำแก้วไป ก็ต้องพาข้อยไปนำ ย่อนข้อยคือหลักฐานอีกคนคือกัน”...

จากนั้นนายฮ้อยเคนกับผู้ช่วยโทนเดินนำคำแก้วกับแสงโสมมาตามทางเดินในป่ามุ่งหน้าสู่หมู่บ้าน นายฮ้อยหนุ่มเพิ่งสังเกตเห็นที่มุมปากของผู้ช่วยโทนมีรอยฟกช้ำแถมซี้ดปากเป็นระยะๆ อดถามไม่ได้ว่าไปโดนอะไรมา เขาอึกอักชำเลืองมองแสงโสมที่เดินตามหลัง เธอถลึงตาใส่เป็นทำนองไม่ให้พูดอะไร

“บ่มีหยังดอกนายฮ้อย เมื่อคืนข้อยออกไปย่างเวรยามรอบๆทัพควายแล้วพ้อพวกผีปอบที่มาจอบเบิ่งหมู่เฮา ข้อยเลยไล่ตะเพิดมันแล้วพลาดท่าล้มหน้ากระแทก เกวียน”

“แม่นแล้วจ้ะอ้าย ข้อยเป็นคนไปพ้อผู้ซอยพอดี แล้วซอยเฮ็ดแผลให้นำ” แสงโสมช่วยกลบเกลื่อนอีกแรงหนึ่ง นายฮ้อยเคนไม่ค่อยจะเชื่อนักแต่ยังไม่ทันจะถามอะไรอีก รู้สึกได้ว่ามีใครบางคนมาป้วนเปี้ยนจึงหันขวับไปมอง ก่อนจะสั่งให้คำแก้วพาแสงโสมไปซ่อนตัวด้านโน่นก่อน อย่าเพิ่งออกมาจนกว่าเขากับผู้ช่วยโทนจะไปหา

ooooooo

คำแก้วพาแสงโสมไปหลบหลังก้อนหินตามที่นายฮ้อยเคนสั่ง แต่ฝ่ายหลังอิดออดอยากจะไปช่วยเขามากกว่า คำแก้วดึงแขนไว้พลางตำหนิที่ผ่านมายังหาเรื่องเดือดร้อนให้คนอื่นเจ็บตัวไม่พออีกหรือ

“เจ้าว่าข้อยจังซี้บ่ได้ เจ้านั่นล่ะโตต้นเหตุบ่แม่นข้อย”

สองสาวเปิดฉากโต้เถียงกัน คำแก้วไม่พอใจที่อุตส่าห์ช่วยให้เธอหนีรอดไปได้กลับมาหาเรื่องกันอีก

ก็เลยด่าเธอว่านังงูเห่าแว้งกัดผู้มีพระคุณได้ตลอดเวลา แสงโสมต่อปากต่อคำไม่ยอมแพ้

“เจ้าก็งูเห่าคือกันนั่นแหละอีคำแก้ว ฮู้ทั้งฮู้ว่าข้อยฮักนายฮ้อยแต่เจ้าก็ยังไปออเซาะ ไปยั่วให้นายฮ้อยกอดจูบ เอาเจ้าเป็นเมียแทนเอื้อย เจ้าหักหลังข้อย”

“เจ้าเอาจังได๋มาเว่า ข้อยบ่เคยเฮ็ดอย่างที่เจ้าว่าจักเถื่อ”

“อย่ามาตอแหล เมื่อคืนข้อยเห็นเต็มตา โธ่เอ๊ย ที่แท้ก็วางแผนมาตั้งแต่แรก ยอมเจ็บโตเพื่อสิได้ให้นายฮ้อยเหลือโตน มารยาเจ้ามันเต๊กกว่าผู้สาวในซ่องอีกอีคำแก้ว”

ถูกกล่าวหาและด่าว่าเสียๆหายๆทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด ทำให้คำแก้วเหลืออดตบแสงโสมหน้าหัน สองสาวจะเปิดศึกฝ่ามือกัน แต่ตัวแสบประจำบ้านหนองแสงพาพวกเข้ามาจับตัวทั้งคู่ไว้เสียก่อน หวังจะกักตัวไว้เพื่อแก้แค้นนายฮ้อยเคน แสงโสมขู่ถ้าคิดจะทำอะไรพวกเรา คราวนี้นายฮ้อยทมิฬไม่ปล่อยเขากับพวกไว้แน่

“ลูกพี่ ข้อยว่าปล่อยมันไปเถาะ อาคมนายฮ้อยทมิฬมันเป็นตาย่านหลาย” ชาวบ้านหน้าเจื่อนอย่างเห็นได้ชัด ลูกพี่ไม่พอใจกระชากคอเสื้อลูกน้องขึ้นมาตะคอกใส่แล้วที่คนของตนต้องตายไปเพราะพวกมันฆ่าปล้นควายไปจะให้ปล่อยลอยนวลอย่างนั้นหรือ จากนั้นชักดาบ
ชี้ไปที่คำแก้ว

“มึงกับน้องสาวต้องชดใช้ให้พวกกูด้วยชีวิต”

แสงโสมโวยวายว่าตนไม่ได้เป็นน้องสาวของคำแก้ว และไม่คิดจะนับญาติด้วยแล้วแกล้งผลักไหล่อีกฝ่ายพลางขยิบตาให้ คำแก้วรู้ทันทีว่านี่เป็นแผนหลบหนีจึงเล่นไปตามน้ำผลักไหล่เธอคืนไปบ้าง บักเทิงต้องเก็บดาบเข้ามาห้าม สองสาวอาศัยจังหวะนั้นซัดหมัดตรงใส่หน้าเขาพร้อมกันจนหงายเงิบก่อนจะพากันวิ่งหนี

บักเทิงตะโกนสั่งให้ลูกน้องจับตัวทั้งคู่ไว้ แล้วชักดาบเข้าหา ทันใดนั้นมีลูกดอกแหวกอากาศเข้ามาปักไหล่เขาข้างที่ถือดาบ ทุกคนหันขวับไปเห็นนายฮ้อยเคนถือหน้าไม้เข้ามากับพ่อธรรมซึ่งขอร้องให้เขาพอได้แล้ว ถ้ายังไม่ฟังคำสั่งของตนอีก ตนจะไล่เขากับพวกไปให้พ้นจากหมู่บ้าน ไม่มีใครกล้าหือพากันทิ้งอาวุธ

แสงโสมดีใจที่นายฮ้อยเคนมาช่วยวิ่งไปหา เขาไม่สนใจเธอแม้แต่น้อยเดินหนีไปหาคำแก้วถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ผู้ช่วยโทนเห็นแสงโสม มองทั้งคู่สีหน้าเศร้าสร้อยก็เป็นห่วง

“เจ้าเป็นหยังบ่แสงโสม”

“เป็นกะเห็นแล้วแหมะ ฮ้วย” ตวาดจบแสงโสมเดินจากไปอย่างหงุดหงิด

ooooooo

บัวตองกลับเข้ามาในกระท่อมเห็นจ่อยนอนหลับสนิท ในจอกยาว่างเปล่าก็ยิ้มพอใจคิดว่าเขากินยาหมด เข้ามาลูบหน้าลูบตาซบลงบนแผ่นอก

“อ้าย ข้อยฮักเจ้าหลาย แฮงอยู่ใกล้อ้ายแฮงเฮ็ดให้ข้อยคึดฮอดเพิ่นหลาย คั่นตอนนั้นเพิ่นบ่ได้ถิ่มข้อยไป ข้อยก็คงบ่ต้องทนทุกข์ทรมานจังซี้ อ้ายสัญญาแล้วว่าสิอยู่กับข้อยตลอดไป ข้อยสิบ่ปล่อยให้อ้ายถิ่มข้อยไปไสคือที่เพิ่นถิ่มข้อยไปแน่นอน” บัวตองจูบจ่อยแล้วผละจากไป เขารอจนแน่ใจว่าเธอไปแล้วจึงลุกขึ้นนั่ง...

จากนั้นไม่นาน ปอบผีฟ้าออกมาที่หน้ากระท่อมเจอสมุนปอบสาวที่มารอท่าอยู่ สั่งห้ามใครเข้าใกล้จ่อยเด็ดขาดหากฝ่าฝืนจะโดนเล่นงาน โดยไม่รู้ว่าจ่อยแอบดูอยู่ สมุนปอบเพิ่งได้เหยื่อมาใหม่ อยากรู้ว่าบัวตองสนใจจะไปกินกับพวกตนไหม เธอส่ายหน้า

“พวกเจ้าจัดการไปโลด ข้อยบ่อยากแล้ว เดี๋ยวอ้ายสิสงสัยข้อยอีก” ว่าแล้วบัวตองผละจากไป ขณะที่พวกสมุนปอบแยกไปอีกทางหนึ่ง จ่อยที่แอบดูอยู่มองตามบัวตองด้วยความสงสัย...

ไม่นานนัก จ่อยสะกดรอยตามบัวตองมาถึงกระท่อมร้างกลางป่าช้า เห็นเธอเข้าไปข้างในก็แปลกใจเข้าไปทำไมเพราะกระท่อมดูโทรมมาก เขาค่อยๆแหวกจากที่กั้นเป็นผนังกระท่อมเห็นบัวตองกำลังเปิดลังไม้เก่าๆหยิบหัวกะโหลกมนุษย์ที่มีอยู่สามหัวขึ้นมาลูบๆคลำๆทีละหัว

“เป็นจังได๋กันแน ตั้งแต่ข้อยถูกพวกมันจับโตไปขังให้ทุกข์ทรมานอยู่ตั้งโดนก็บ่ได้มาเยี่ยมซุมอ้ายเลย ซุมอ้ายบ่ต้องย่านว่าสิเหงาที่ข้อยบ่ได้พาคนใหม่มาอยู่นำ อ้ายมีคนใหม่แล้ว รออีกบ่โดนดอก แล้วคนต่อไปก็คือ... มัน...มันเฮ็ดให้ข้อยต้องทนทุกข์ทรมานจังซี้” บัวตองชูกะโหลกขึ้นมาหัวหนึ่ง หัวเราะด้วยเสียงชวนขนลุกจ่อยถึงกับผงะ รีบถอยออกมาแทบไม่ทัน พอพ้นระยะมาได้ก็วิ่งหนีไม่คิดชีวิต

อารามรีบร้อนจ่อยวิ่งสะดุดรากไม้ล้มกลิ้ง มือคลำถูกอะไรบางอย่างที่พื้น พอหยิบขึ้นมาดูต้องตกใจแทบสิ้นสติมีลูกตามนุษย์ติดมาด้วย รีบเอาโยนทิ้ง ยังไม่ทันจะวิ่งหนีต่อ มีเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานของหญิงสาวดังแว่วเข้ามา เขารีบไปแอบหลังต้นไม้ เห็นสมุนปอบนำร่างไร้วิญญาณของชายคนหนึ่งมาวางแล้วลงมือควักเครื่องในตับไตไส้พุงออกมากิน จ่อยตกใจเผลอตัวร้องลั่นว่าผีปอบ

สมุนปอบหันขวับมาทางเขาเป็นตาเดียวกัน สภาพของพวกเธอสยดสยองสุดขีด ปากเต็มไปด้วยเลือด บางตนไส้ยังคาปาก เขาหวาดกลัวสุดขีดเผ่นแน่บ

ooooooo

ตัวแสบประจำหมู่บ้านซึ่งได้รับการทำแผลถูกลูกดอกหน้าไม้จากฝีมือนายฮ้อยเคนโดนชาวบ้านหิ้วปีกมาคุกเข่าตรงหน้าพ่อธรรมกับพวกนายฮ้อยเคนที่ลานหน้ากระท่อมของพ่อธรรม

“ชาวบ้านทุกคนมีแต่คนฟังกู บ่มีไผกล้าขัด แต่มึงยังขัดคำสั่งที่กูห้ามบ่ให้ผู้ได๋ไปยุ่งกับนายฮ้อย คั่นกูบ่ลงโทษมึง ต่อไปสิบ่มีไผฟังกูอีก” พ่อธรรมเสียงเครียด บักเทิงตัวแสบอ้างที่ต้องขัดคำสั่งก็เป็นเพราะพ่อธรรมไปเชื่อคำโป้ปดของนายฮ้อยเคนซึ่งเป็นโจรปล้นฆ่าควายของพวกตน ในเมื่อเขาไม่จัดการมัน ตนก็เลยต้องทำเอง

พ่อธรรมบอกแล้วไม่ใช่หรือว่านายฮ้อยเคนไม่ใช่พวกโจรปล้นควาย ในเมื่อไม่ฟังกันก็จะต้องลงโทษเขาไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง แล้วคว้าหวายขึ้นมาจะเฆี่ยน นายฮ้อยเคนขอร้องไม่ให้ลงโทษเขา ทั้งหมดเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด และอีกอย่างเขาก็บาดเจ็บมากแล้วถือว่าได้บทเรียนไปแล้ว

“เฮื่องนี่มันสิบ่จบอย่างที่นายฮ้อยคึดดอก คั่นผีปอบยังบ่ถูกกำราบ คั่นโจรปล้นควายโตจริงยังบ่ถูกจับ หมู่บ้านเฮาก็บ่พ้นเวรพ้นกรรมจักเถื่อ” พูดจบพ่อธรรมปาหวายในมือทิ้งสีหน้าหนักใจ คำแก้วหันมองนายฮ้อย

“อ้าย ชาวบ้านเดือดฮ้อนจังซี้ คั่นเฮาเดินทางต่อบ่ดูดำดูดีเลย ข้อยว่าเฮาคงใจจืดใจดำหลายโพด”

“ขอบใจเจ้าหลายคำแก้ว เฮื่องนี้อ้ายตัดสินใจมาแล้ว ถึงได้เดินทางมาพ้อพ่อธรรม” นายฮ้อยเคนยิ้มให้คำแก้วแล้วเดินไปยืนกลางลานกว้างประกาศลั่นว่าตนเองไม่ใช่โจรปล้นควายแต่จะตามล่าพวกโจรตัวจริงแล้วพาควายของชาวบ้านทุกตัวกลับมาคืนให้ ชาวบ้านอยากรู้แล้วเรื่องผีปอบเขาจะว่าอย่างไรจะปราบให้ไหม

“ได้ ข้อยสิอยู่ซอยปราบผีปอบโตนี่ให้พวกเจ้า”

พวกชาวบ้านส่งเสียงโห่ร้องด้วยความยินดี โดยเฉพาะพ่อธรรมดูจะยินดีปรีดาเป็นพิเศษ...

จากนั้นไม่นาน นายฮ้อยเคนเดินนำคำแก้ว แสงโสมและผู้ช่วยโทนมาถึงบริเวณทางเข้าป่าช้า บรรยากาศโดยรอบวังเวงชวนขนหัวลุกทั้งที่เป็นตอนกลางวัน แสงโสมกลัวสุดขีดเข้ามากอดแขนนายฮ้อยเคนไว้ คำแก้วหมั่นไส้ ถ้ากลัวมากนักก็ให้เธอกลับไปทัพควาย สองสาวมีปากเสียงกันอีก นายฮ้อยเคนรำคาญรีบเข้ามากั้นกลาง พลางไล่ทุกคนกลับไปรอเขาที่ทัพควายรวมทั้งผู้ช่วยโทนด้วย คำแก้วทักท้วง

“แต่คราวที่แล้วอ้ายยังเกือบเอาโตบ่รอด ให้ข้อยไปตามพ่อธรรมมาซอยอ้ายดีกว่า”

นายฮ้อยหนุ่มร้องห้ามไว้ ตามพ่อธรรมมาช่วยก็ไม่มีประโยชน์ อาคมของเขารับมือผีปอบไม่ได้ บอกคำแก้วว่าไม่ต้องเป็นห่วงให้กลับไปรอตนที่ทัพควายแล้วตนจะตามไป เธออ้าปากจะท้วงอีกแต่ผู้ช่วยโทนชิงพูดตัดหน้าว่าไม่ต้องเป็นกังวลไป ครั้งก่อนนายฮ้อยเคนไม่ได้เอาอาวุธมา แต่คราวนี้เขาเตรียมมาพร้อมทุกอย่าง คำแก้วฟังแล้วสบายใจขึ้นยอมกลับทัพควาย ส่วนนายฮ้อยเคนเดินหายเข้าไปในป่าช้า

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก สมุนปอบไล่ตามจ่อยจนทันล้อมกรอบเอาไว้ เขาหันไปคว้าไม้ใกล้มือขึ้นมาเหวี่ยงไปทั่วไม่ให้พวกเธอเข้าใกล้ บัวตองโผล่พรวดมาปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเขาชวนให้กลับไปด้วยกัน สัญญาจะไม่ให้พวกนี้ทำอะไรเขาเด็ดขาด จ่อยเอาไม้ในมือชี้หน้าบัวตองไล่ตะเพิดไปให้พ้นหน้า

“มึงนั่นแหละไปให้พ้นกูเลย อีผีปอบ”

บัวตองพยายามกล่อมให้จ่อยกลับไปอยู่ด้วยกันแต่เขาไม่ยอมทำตาม เธอโกรธมากอ้างเขาสัญญาแล้วว่าจะอยู่กับเธอตลอดไปแต่ไม่ทำตาม เขาปฏิเสธลั่นว่าไม่เคยสัญญาด้วย บัวตองโกรธมากหาว่าเขาเหมือนผู้ชายทุกคน เห็นแก่ตัว ไม่ได้รักเธอจริง ดังนั้นเธอจะไม่ยอมปล่อยเขาไป เขาจะต้องตายที่นี่

ทันใดนั้นใบหน้าสวยๆของบัวตองเปลี่ยนเป็นน่าเกลียดน่ากลัว จ่อยเอาไม้ในมือฟาดใส่แต่เธอไม่สะทกสะท้าน เขากลัวสุดขีดทิ้งไม้วิ่งหนีพร้อมกับร้องขอความช่วยเหลือ นายฮ้อยเคนเดินอยู่ไม่ห่างนักได้ยินเสียงร้องก็หันไปมอง เห็นจ่อยวิ่งหน้าตื่นเข้ามาขอให้ช่วย สักพักจ่อยคนที่สองวิ่งตามมาสมทบ ต่างฝ่ายต่างอ้างว่าเป็นจ่อยตัวจริง นายฮ้อยเคนหยิบข้าวสารเสกออกมาขว้างใส่จ่อยคนที่สอง

ข้าวสารเสกทำให้บัวตองต้องเผยร่างจริงออกมา นายฮ้อยเคนใช้อาคมเล่นงานผีปอบสาวกระเด็นไปกระแทกต้นไม้อย่างแรง ขอร้องให้เธอเลิกจองเวรจองกรรมได้แล้ว ทำแบบนี้เธอจะไม่ได้ไปผุดไปเกิด

“คั่นกูฮู้ว่ามึงยังฆ่าชาวบ้านอีก กูสิกลับมาจัดการมึงให้เด็ดขาด” พูดจบนายฮ้อยเคนพาจ่อยออกไป

“นายฮ้อยทมิฬ มึงหยุดกูบ่ได้ดอก พวกมึงต้องตายห่ากันเบิ่ด” บัวตองประกาศกร้าวอย่างไม่เกรงกลัว

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement