นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 5 นิยายไทยรัฐ
วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 5


17 พ.ย. 2560 07:47
792,191 ครั้ง

ละคร นิยาย นายฮ้อยทมิฬ

นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 5

อ่านเรื่องย่อ

นายฮ้อยทมิฬ

แนว:

ดราม่า-แอ็คชั่น

บทประพันธ์โดย:

คำพูน บุญทวี

บทโทรทัศน์โดย:

แพรพริมา

กำกับการแสดงโดย:

ธงชัย ประสงค์สันติ

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ภัทรเดช สงวนความดี,ฝนทิพย์ วัชรตระกูล

สมุนที่ถูกนายฮ้อยเคนยิงบาดเจ็บนำทางเฒ่าโสมกับพวกมาถึงป่าละเมาะ เจอแสงโสมนอนหมดสติอยู่กับพื้นมีชายคนหนึ่งนั่งหันหลังก้มๆเงยๆอยู่ไม่ห่าง เฒ่าโสมกับสมุนต่างชักปืนเล็งทันที ชายคนนั้นขยับจะคว้าปืนที่วางอยู่ข้างตัว เฒ่าโสมตวาดเสียงกร้าวขืนหยิบปืนขึ้นมาศพไม่สวยแน่

“เซาๆ ข้อยบ่ได้เฮ็ดร้ายกับอีนางผู้นี่”

“เห็นอยู่กับตามึงยังกล้าขี้ตั๊วะ อีนางนั่นมันลูกสาวกู มื้อนี้ชะตามึงขาดแน่”

ชายที่นั่งหันหลังขอให้เฒ่าโสมใจเย็นก่อนเก็บปืนไปดีกว่าอย่าให้ความเข้าใจผิดทำให้ครูต้องฆ่าศิษย์ตัวเอง เฒ่าโสมงงใครเป็นครูใครเป็นศิษย์ พอเขาหันหน้ามาเท่านั้น ประมุขบ้านเสือโฮกถึงกับตะลึง ที่แท้ก็นายฮ้อยเคนลูกศิษย์ของตนนี่เอง...

ในเวลาเดียวกันคำแก้วใช้อุบายหลอกล่อให้จันแดงขยับเข้ามาใกล้ๆ เมื่อได้ระยะพอเหมาะ เธอใช้สองมือที่ถูกล่ามโซ่ทุบท้ายทอยอย่างแรงจนจันแดงสลบเหมือด ค้นกุญแจจากกระเป๋าเสื้อมาไขแล้วหลบออกไปอย่างเงียบกริบ เหลือบเห็นกุลาเดินเข้ามาไกลๆ เธอรีบหลบหลังเสาบ้าน คว้ามีดพร้าที่เหน็บข้างฝามากระชับในมือเตรียมสู้ตาย ก่อนที่กุลาจะเดินมาถึงจุดที่คำแก้วซ่อนตัว สมุนวิ่งพรวดพราดเข้ามารายงาน

“ไอ้หมอนั่นมันฟื้นแล้ว ลูกพี่สิให้พวกข้อยจัดการกับมันเลยบ่”

“บ่ต้อง พ่อใหญ่สั่งกูไว้ให้กูเป็นคนลงมือเอง” กุลายิ้มร้ายเดินนำสมุนออกไป คำแก้วค่อยๆยื่นหน้ามองอย่างไม่สบายใจนักเพราะรู้ว่าคนที่พวกโจรพูดถึงคือผู้ช่วยโทนนั่นเอง...

แม้จะห่วงความปลอดภัยของผู้ช่วยโทนแต่คำแก้วตัดสินใจไปช่วยบัวเขียวซึ่งถูกขังแยกไว้อีกที่หนึ่งก่อน แก้มัดเสร็จบอกให้หนีไปก่อนแล้วชี้เส้นทางที่ปลอดภัยให้ตนขอไปช่วยผู้ช่วยโทนที่กำลังจะถูกพวกโจรฆ่าแล้วจะตามไป บัวเขียวไม่ยอมหนีไปคนเดียว จะอยู่ช่วยอีกแรงหนึ่ง แต่คำแก้วบอกว่าไม่ต้อง

“คั่นเกิดหยังขึ้น อย่างน้อยเอื้อยก็ยังหนีรอดไปบอกอ้ายเคนให้พาพวกทัพควายบุกมาได้”...

ทางฝ่ายกุลากับสมุนลากตัวผู้ช่วยโทนมาที่ลานหน้ากระท่อมคุมขัง เพื่อจะฆ่าทิ้งตามคำสั่งของเฒ่าโสม ผู้ช่วยหนุ่มไม่ยอมง่ายๆใช้หัวโขกสมุนที่คุมตัวหงายหลังตึง กุลาไม่พอใจเข้าไปอัดเขาจนทรุดแล้วตามเข้าไปซ้ำ

คำแก้วซึ่งแอบดูอยู่เป็นห่วงเขามากมองมีดพร้าในมือตัวเองแล้วนับจำนวนสมุนก็รู้ว่าไม่มีทางสู้ได้ แต่จะปล่อยให้ผู้ช่วยโทนตายง่ายๆก็ใช่ที่ ตัดสินใจจะเข้าไปช่วยแต่ยังไม่ทันขยับถูกสมุนคนหนึ่งเอาปืนจี้เสียก่อน

ooooooo

บัวเขียวหนีเตลิดเข้าป่าจนเจอผู้ช่วยถึกกับพวกทัพควายที่ออกตามหานายฮ้อยเคน เธอขอร้องให้รีบไปช่วยคำแก้วกับผู้ช่วยโทนซึ่งโดนพวกโจรจับไป สีโหไม่เห็นนายฮ้อยเคนอยู่ด้วยก็ถามหา บัวเขียวส่ายหน้า ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาหายไปไหน จันทาเสนอให้รีบไปช่วยคำแก้วกับผู้ช่วยโทนกันก่อน ผู้ช่วยถึกเห็นดีด้วย

“ซุมเจ้าพร้อมลุยชุมโจรแล้วบ่”

ทุกคนพยักหน้ารับหนักแน่น กระชับอาวุธในมือ...

สมุนเอาตัวคำแก้วไปนั่งคุกเข่าดูผู้ช่วยโทนถูกกุลาซ้อม เธอทนดูไม่ได้ขอร้องให้พอได้แล้ว เธอยอมแล้วไม่คิดจะหนีอีก หากโจรเฒ่าต้องการให้ทำอะไรเธอยอมทุกอย่าง ผู้ช่วยโทนขอร้องเธออย่าไปยอมพวกมันให้หนีกลับไปหานายฮ้อยเคนให้ได้ กุลาประกาศกร้าวไม่มีใครหนีไปไหนได้ ที่นี่บ้านเสือโฮก ผู้ใดย่างกรายเข้ามาท้าทายเฒ่าโสมแล้ว ไม่มีทางรอดชีวิตกลับไปได้ คำแก้วถึงกับร้องเอะอะนี่โจรเฒ่าคือเฒ่าโสมหรือ

“แม่นแล้วอีนางเอ้ย เฒ่าโสมคือหัวหน้าพวกข้อยและสิเป็นผัวเจ้าในคืนนี้นำ” กุลาว่าแล้วชักปืนจะยิงผู้ช่วยโทน แต่ผู้ช่วยถึกกับพวกเข้ามาล้อมกรอบเสียก่อน ประกาศกร้าวถ้าคิดจะฆ่าพวกตน ได้ตายหมู่กันแน่ จากนั้นพวกทัพควายชักปืนผาหน้าไม้ขึ้นมาเล็งกุลากับสมุนซึ่งไม่ยอมน้อยหน้าชักปืนเล็งกลับไปเช่นกัน

“พวกมึงเป็นไผวะ กล้าบุกมาชุมโจรของพวกกูจังซี้ หาเรื่องตายแท้” กุลาตวาดลั่น

“พวกกูเป็นลูกน้องนายฮ้อยทมิฬ คั่นมึงบ่อยากให้ชุมโจรของพวกมึงราบเป็นหน้ากลอง มึงนั่นล่ะต้องวางอาวุธแล้วยอมพวกกูเดี๋ยวนี้”

ต่างฝ่ายต่างจ้องปืนใส่กันไม่มีใครยอมใคร ผู้ช่วยโทนที่อยู่ใกล้กุลามากที่สุดตัดสินใจพุ่งตัวกระแทกใส่หวังจะแย่งปืน กุลาเจ็บใจลั่นไกเป็นคนแรก จากนั้น

ห่ากระสุนพุ่งออกจากกระบอกปืนของทุกคนรวมทั้งลูกดอกจากหน้าไม้ แต่มันกลับค้างอยู่ในอากาศ ทุกคนมองตะลึง เฒ่าโสมซึ่งเดินมากับนายฮ้อยเคนสะบัดมือไปในอากาศ กระสุนและลูกดอกที่ลอยอยู่ร่วงหล่นพื้น แล้วสั่งให้กุลาหยุดได้แล้วพวกเดียวกันทั้งนั้น

“พวกเดียวกัน! พ่อใหญ่หมายความว่าจังได๋” กุลายังอึ้งไม่หาย

“พวกของนายฮ้อยทมิฬ ลูกศิษย์คนเก่งของกูก็คือพวกเดียวกับกูนั่นล่ะ บ่เห็นสิเข้าใจยากหม่องได๋”

ooooooo

ที่กระท่อมของเสือคำแสน บุญตาน้องสาวของเสือชั่วปรายตาเห็นจันดีแง้มประตูห้องแอบดูตัวเองกำลังเช็ดเนื้อเช็ดตัว ก็ยิ่งทำท่ายั่วยวนเต็มที่ ดึงผ้าปิดไหล่ออกเผยให้เห็นเนินเนื้ออวบอิ่ม

“คืนนี้ฮ้อนหลายเด้ออ้าย”

จันดีตกใจที่บุญตารู้ว่าตนเองแอบดูจัดแจงจะหลบ เธอกลับบอกว่าไม่ต้องหลบ เธอรู้ว่าเขามักจะชอบแอบดูเธอตั้งแต่พี่ชายของเธอพาเขามาที่นี่ จันดีชะงักไม่รู้จะเอาอย่างไรดี

“ข้อยบ่ว่าหยังอ้ายดอก บ่ต้องย่านไป คืนนี้ฮ้อนหลายอ้ายมาซอยถูหลังให้ข้อยได้บ่” ไม่พูดเปล่า บุญตาหันมายิ้มยั่วให้อีก จันดีเอาแต่ตะลึงตาค้าง เธอต้องเป็นฝ่ายเร่งให้เขามาถูหลังให้ ถูไปถูมาเคลิบเคลิ้มทั้งคนถูและคนถูกถู แรงปรารถนาดึงดูดทั้งคู่เข้าหากัน ทันใดนั้นมีเสียงเสือคำแสนร้องเรียกน้องสาวดังขึ้น จันดีรู้งานรีบปีนหน้าต่างหนี เป็นจังหวะเดียวกับเสือคำแสนเดินมาถึงหน้าห้อง

บุญตาเปิดประตูออกมาในสภาพเสื้อผ้าไม่เรียบร้อยนัก เสือคำแสนเอ็ดน้องสาวเรียกตั้งนานทำไมเพิ่งมาเปิด เธอแก้ตัวว่ากำลังล้างเนื้อล้างตัวอยู่ก็เลยช้า เขามองน้องสาวอย่างไม่ค่อยจะไว้ใจนัก รีบผลุบเข้าห้องมองไป รอบๆอย่างจ้องจับผิด แต่ไม่พบพิรุธมีเพียงหน้าต่างเปิดทิ้งไว้ เสือคำแสนเดินไปชะโงกดูก็ไม่เห็นอะไรผิดปกติ เธอดักคอทำไมทำเหมือนเธอซ่อนใครเอาไว้ เขาสงสัยว่าจันดีอาจจะแอบเข้าหาเธอ

“อ้ายจันดี! โอ้ย เพิ่นสิเข้าหาข้อยได้จังได๋ เป็นไปบ่ได้ดอก ไผก็ฮู้ว่าเสือคำแสนหวงน้องสาวหลาย ขืนเฮ็ดจังซั่นได้ถูกฆ่าตายแน่” บุญตาตีบทไร้เดียงสาแตกกระจุย ระหว่างนั้นจันดีทำเป็นเดินผ่านหน้าห้อง ร้องทักเสือคำแสนไปปล้นกลับมาเป็นอย่างไรบ้างได้ทรัพย์สินมาเยอะไหม เขาได้แต่มองอย่างเคลือบแคลงใจ...

หลังจากยกเข็มขัดนากที่ปล้นได้ให้น้องสาวสุดที่รัก เสือคำแสนทวงถามเรื่องที่จะให้เธอไปเป็นเมียเฒ่าโสมเพื่อแลกกับการสอนวิชาอาคมไว้เล่นงานนายฮ้อยเคน เธอปฏิเสธที่จะแต่งงานกับคนแก่อย่างโจรเฒ่า ทำให้เขาไม่พอใจบีบแขนเธออย่างแรง

“แต่เฒ่าโสมมักผู้สาวซำน้อย ยังเคยย้องว่าเจ้างามหลาย เจ้าต้องเฮ็ดตามที่อ้ายสั่งห้ามเถียง”

จันดีแอบฟังอยู่ก็ไม่พอใจแต่ทำอะไรไม่ได้ มีเสียงกะปอมกับกาเหว่าร้องเรียกเสือคำแสนดังขึ้น เขาปล่อยมือจากน้องสาว ออกไปพบกับสมุนคู่ใจ ครั้นรู้จากทั้งคู่ว่านายฮ้อยเคนอยู่บ้านเสือโฮก เสือคำแสนสั่งให้เตรียมม้าเตรียมคนให้พร้อม เพื่อบุกไปจัดการศัตรูที่ฆ่าพ่อให้สิ้นซาก แต่จันดีทักท้วงไว้

“ข้อยว่าเจ้าสิไปหาหม่องตายซะหลายกว่าบักคำแสน”

เสือคำแสนไม่พอใจต่อว่าจันดีว่าถ้าไม่คิดจะช่วยก็ให้หุบปากไปเลยจะดีกว่า บุญตาเห็นด้วยกับจันดี กี่ครั้งกี่หนแล้วที่เขาต้องพ่ายแพ้นายฮ้อยเคนกลับมา ถ้าเธอต้องเสียเขาไปอีกคนเธอคงไม่เหลือใครอีก กาเหว่าก็เห็นด้วยเช่นกัน ถ้าจะฆ่านายฮ้อยทมิฬ เสือคำแสนจะต้องมีอาคมแก่กล้ากว่ามัน

“เจ้าเว่าถูกแล้วบุญตา อ้ายต้องมีครูสอนอาคมเอาไว้ฆ่านายฮ้อยทมิฬและเจ้าก็ต้องซอยอ้าย” พูดจบเสือคำแสนดึงแขนบุญตาออกไป จันดีจะตามแต่กาเหว่ากับกะปอมขวางไว้เตือนว่าธุระไม่ใช่อย่ายุ่งจะดีกว่า

ooooooo

แม้เฒ่าโสมจะบอกว่าพวกทัพควายของนายฮ้อยเคนเป็นพวกเดียวกันกับคนของบ้านเสือโฮก แต่กุลากลับจ้องจะเล่นงานโดยเอาเหล้ายาปลาปิ้งและพวกสาวๆหมอลำมาล่อ พวกทัพควายอดอยากไม่ได้กินของอร่อยมานานก็พากันดีใจตามไปดื่มกินกับพวกบ้านเสือโฮกอย่างสนุกสนาน

มีเพียงผู้ช่วยถึกกับสีโหเท่านั้นที่ไม่ยอมแตะต้องทั้งเหล้าทั้งอาหารเนื่องจากไม่ไว้ใจพวกโจร อีกทั้งพยายามเตือนพวกพ้องของตนเองแต่ไม่มีใครฟัง ทั้งคู่จึงได้แต่คอยเฝ้าระวัง...

ขณะที่เหล่าทัพควายกำลังดื่มกินอย่างมีความสุข นายฮ้อยเคนเข้าไปดูอาการของผู้ช่วยโทนที่มีบัวเขียวคอยดูแลใส่ยาให้ เขาขอบใจเธอมากที่ช่วยเป็นธุระเรื่องผู้ช่วยโทนให้ ทีแรกคิดว่าคำแก้วจะเป็นคนทำเองเสียอีก บัวเขียวเผลอบอกว่าคำแก้วไม่อยู่ เธอก็เลยมาช่วยดูผู้ช่วยโทนแทน

“อ้าว...แล้วคำแก้วไปไสล่ะ” นายฮ้อยเคนเห็นสีหน้ามีพิรุธของบัวเขียวก็มองสงสัย...

คนที่นายฮ้อยเคนถามหากำลังแอบดูพฤติกรรมน่ารังเกียจของเฒ่าโสมที่มีแต่สาวหน้าละอ่อนห้อมล้อม ก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินมาด้านหลังคิดว่าเป็นสมุนโจรชักมีดสั้นที่เหน็บเอวหันไปตวัดใส่ นายฮ้อยเคนคว้ามือไว้ ตำหนิที่เธอชอบหาเรื่องใส่ตัว จนพวกทัพควายต้องวุ่นวายกันถ้วนหน้า เมื่อไหร่จะรู้จักโตสักที

“ข้อยบ่ได้หาเรื่องให้ อ้ายต่างหากมาตามข้อยเอง ทั้งๆที่ข้อยก็เว่าแล้วว่าทางไผทางมัน”

สองคนมีปากเสียงเถียงกันเสียงดังไปถึงหูเฒ่าโสมซึ่งกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับสาวๆถึงกับหยุดกึกมองมายังต้นเสียง นายฮ้อยเคนรีบดึงคำแก้วหลบพลางเอามือปิดปากไม่ให้ส่งเสียง

“เงียบ อ้ายมีเรื่องต้องสะสางกับเจ้า คั่นยังบ่หยุดโวยวายเจ้าสิโดนจับตีดากให้นั่งบ่ลงไปอีกหลายมื้อแน่”

จากนั้นนายฮ้อยเคนกึ่งลากกึ่งจูงคำแก้วมาแถวกองฟางซึ่งปลอดคน เธอไม่พอใจสั่งให้ปล่อย เขาไม่ปล่อย คำแก้วโมโหกัดมือเขาจมเขี้ยวถึงกับร้องลั่น เขาไม่วายคุยอวดเขี้ยวแค่นี้ไม่ระคายผิว ให้คนกัดระวังเขี้ยวจะหักคาปากเพราะขนาดคมมีดยังไม่ระคายผิว นับประสาอะไรกับเขี้ยวของเธอ แล้วหัวเราะชอบใจ เธอแค้นที่ถูกเย้ย คว้าฟางปาใส่หน้า อยู่ๆเขาก็ตีหน้าเครียดถามเธอว่ามีอะไรกับเฒ่าโสมถึงบุกมาที่นี่

“เอื้อยคำแพงสั่งไว้ก่อนตาย ให้ข้อยมาอยู่กับเฒ่าโสม สิได้บ่ต้องเป็นภาระให้อ้ายต้องดูแล อ้ายฮู้แล้วก็เลิกยุ่งกับข้อย ปล่อยข้อยไปตามทาง ส่วนอ้ายไปค้าควายของอ้าย จบบ่” คำแก้วตัดบทจบขยับจะไป นายฮ้อยเคนกระชากตัวกลับ เธอไม่ทันตั้งตัวเซเข้าไปปะทะกับอกเขา

“เจ้าขี้ตั๊วะได้บ่เป็นตาเชื่อเลยคำแก้ว คำแพงบ่เคยพ้อเฒ่าโสมมาก่อนแล้วสิสั่งเสียให้น้องสาวคนเดียวมาอยู่กับคนอื่นที่บ่เคยพ้อได้จังได๋”

คำแก้วยืนยันว่าคำแพงสั่งไว้อย่างนี้จริงๆ นายฮ้อยเคนไม่เชื่อจะไปถามเฒ่าโสมให้รู้แล้วรู้รอด จังหวะนั้น ผู้ช่วยถึกวิ่งหน้าตื่นเข้ามาหา

ooooooo0

พอเห็นพวกทัพควายเมาได้ที่ กุลายุให้ตีกันเองวางเดิมพันหากใครชนะจะยกสาวๆให้ บักมืดกับทิดแสงอยากได้สาวมาเป็นของตัวจึงเปิดศึกกำปั้นกับจันทา สองฝ่ายต่อยกันอุตลุดท่ามกลางเสียงเชียร์ของเหล่าโจร สีโหพยายามห้ามแต่ไม่มีใครฟัง โชคดีที่ผู้ช่วยถึกพานายฮ้อยเคนเข้ามาจับพวกนั้นแยกออกจากกันเสียก่อน

“นายฮ้อย มาห้ามพวกมันเฮ็ดหยัง พวกข้อยกำลังม่วนเลย”

นายฮ้อยเคนไม่พอใจกุลาดึงพร้าไปจากเอวผู้ช่วยถึกจี้คอกุลาไว้ “คนของข้อยบ่เคยมีสันดานโจรคือพวกเจ้า จำไว้ ผู้ซอยถึก สีโหพาทุกคนกลับไปที่พักแรมเดี๋ยวนี้”...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน คำแก้วตัดสินใจเข้าไปขอคุยกับเฒ่าโสมเป็นการส่วนตัว เขาชอบเธอเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงไล่พวกสาวๆกลับไปก่อนรวมทั้งเหล่าสมุนด้วย และกำชับไม่ให้ใครมารบกวนตนกับคำแก้วเด็ดขาด แล้วยื่นมือจะจับมือเธอพาเข้าข้างใน เธอไม่ยอมให้เขามาถูกเนื้อต้องตัว เดินเชิดหน้าเข้าไปเอง เฒ่าโสมแสดงท่าหื่นออกมาอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้อยู่กับเธอเพียงลำพัง คำแก้วชักมีดพกขึ้นมาขู่

“ข้อยบอกว่าอยากคุยตามลำพัง ความหมายก็คือคุยอย่างเดียว คั่นยังคึดลามกจกเปรตกับข้อยอีก คืนนี้ข้อยสิเฮ็ดให้พ่อเฒ่าฮู้จักว่านรกแตกเป็นจังได๋”

เฒ่าโสมหัวเราะชอบใจในความใจกล้าของอีกฝ่าย สั่งให้พูดมาได้เลยว่าอยากจะคุยอะไร เธอขอร้องว่าเรื่องที่เราสองคนคุยกันนายฮ้อยเคนจะรู้ไม่ได้เด็ดขาด

“ก็ได้ เว้ามาความลับอีหยังเจ้าถึงต้องดั้นด้นมาตามหาข้อยถึงบ้านเสือโฮก”....

พวกทัพควายที่เห็นแก่ดื่มแก่กินถูกนายฮ้อยเคนเล่นงานกันถ้วนหน้า รู้ทั้งรู้อยู่แล้วว่ากฎของทัพควายห้ามเล่นการพนันเด็ดขาดยังฝ่าฝืนอีก ทิดแสงอ้างไม่ได้เล่นในทัพควายสักหน่อย เราเล่นกันที่บ้านเสือโฮก

“คั่นซุมเจ้าอยากเล่นพนัน อยากกินเหล้าเคล้ากับผู้สาวทุกคืน ก็บ่ยากดอกมาเป็นโจรกับพวกมันอยู่นี่ บ่ต้องตามกลับไปทัพควายให้ลำบากดอก” คำพูดของนายฮ้อยเคนทำเอาทุกคนหน้าเสีย

“พวกเจ้าก็เคยได้ยินผู้เฒ่าผู้แก่เว่ามาตลอดว่าไผอยากทุกข์ให้ไปไล่ควาย จังซั่นแล้วข้อยถึงต้องเลือกผู้ที่มีน้ำอดน้ำทน มีศีลมีธรรมตามข้อยไปค้าควายเถาะนั่น แต่ถ้าไผบ่มีก็บ่ต้องตามข้อยไปอีก ซุมเจ้าเลือกเอาแล้วกัน” พูดจบนายฮ้อยเคนจะผละจากไป เฒ่าเข่ง เฒ่าอ่วมและเฒ่าแต้มร้องเรียกไว้ ต่างพูดไปในทำนองเดียวกันว่าพวกตนผิดไปแล้ว ต้องขอโทษเขาด้วย ต่อไปจะไม่ทำตัวเหลวไหลแบบนี้อีก

สุบิน จันทากับบักมืดและทิดแสงก็ขอโทษนายฮ้อยเคนเช่นกัน ทุกคนต่างสำนึกผิดกันถ้วนหน้า...

ในเวลาต่อมา ขณะนายฮ้อยเคนยืนครุ่นคิดเรื่องที่คุยค้างกับคำแก้ว ผู้ช่วยถึกกับสีโหเข้ามารายงานว่าจัดเวรยามตามที่เขาสั่งไว้แล้ว ฟ้าสางเมื่อไหร่จะได้กลับไปสมทบกับพวกเราที่กองคาราวาน นายฮ้อยเคนพยักหน้ารับ ดีแล้วที่รีบกลับ เขาไม่ค่อยจะไว้ใจสมุนของเฒ่าโสมสักเท่าไหร่ สีโหถึงกับร้องเอะอะนี่ขนาดเฒ่าโสมเป็นครูของเขายังไว้ใจไม่ได้อีกหรือ

“ตอนที่ข้อยเริ่มเป็นนายฮ้อยแล้วได้เฒ่าโสมเป็นครู เฒ่าโสมบ่ได้เป็นโจรจังซี้ดอกสีโห”

“แล้วเกิดหยังขึ้นล่ะนายฮ้อย”

“เป็นเรื่องที่ข้อยอยากฮู้คือกัน จากนายฮ้อยที่ข้อยเคยเคารพเรียกครูบาอาจารย์ได้เต็มปากเต็มคำ แต่เกิดหยังขึ้นก็บ่ฮู้ พ่อเฒ่าถึงได้เปลี่ยนบ้านเสือโฮกเป็นชุมโจรได้จังซี้”

ooooooo

คำแก้วเล่าประวัติคร่าวๆของตัวเองให้เฒ่าโสมฟังว่าอยู่บ้านสว่างแดนดิน มีพี่สาวชื่อคำแพง พ่อกับแม่ตายไปตั้งแต่เธอยังเล็ก เหลือเพียงพี่สาวคนเดียวแต่ก็ต้องมาตายด้วยน้ำมือโจร ก่อนพี่สาวตายได้บอกความจริงให้ฟังว่าตนไม่ใช่ลูกของพ่อกับแม่ ไม่ใช่พี่น้องท้องเดียวกับพี่คำแพง

“และผู้เดียวที่ฮู้ว่าข้อยเป็นไผอีหลีก็คือ เฒ่าโสมบ้านเสือโฮก”

“พ่อแม่ที่เลี้ยงดูเจ้ามามันชื่อบักเข้มกับอีจำปีแม่นบ่”

“แม่นแล้ว...พ่อเฒ่าฮู้จักพ่อแม่ข้อยแสดงว่าพ่อเฒ่าฮู้ความจริงว่าข้อยเป็นไผ” คำแก้วเห็นคู่สนทนาเงียบไป แถมมีสีหน้าหนักใจชอบกลยิ่งทำให้เธออยากรู้ “ข้อยขอฮ้องล่ะพ่อเฒ่า ข้อยอยากฮู้อีหลี ข้อยสิเป็นไผกันแน่ ตอนนี้ข้อยบ่มีญาติพี่น้องอีกแล้ว เหลือแต่อ้ายเคนที่เป็นอ้ายเขย แต่ข้อยก็บ่อยากอยู่กับอ้ายให้ถืกนินทา”

เฒ่าโสมรู้แล้วว่าคำแก้วเป็นใคร เดี๋ยวจะให้ดูอะไรบางอย่างแล้วเดินไปที่ย่ามซึ่งแขวนไว้ที่ข้างฝากำของบางอย่างออกมาพลางบอกให้เธอเข้ามาดูใกล้ๆ ครั้นเฒ่าโสมแบมือออกก็เป่าผงสีขาวในมือใส่หน้าหญิงสาว

“คำแก้ว เจ้าบ่ควรมาตามหาข้อยเลย”

ไม่กี่อึดใจ คำแก้วก็หมดสติ...

โจรเฒ่ามองคำแก้วที่สลบไสลอยู่ในอ้อมกอดของตัวเอง พลันภาพในอดีตเมื่อ 20 ปีก่อนผุดขึ้นมาในความทรงจำของเขา ตอนนั้นเขายังเป็นนายฮ้อยโสมไม่ได้เป็นโจรเยี่ยงนี้ ขันทองน้องสาวของเขาในสภาพอ่อนเพลียท้องแก่ใกล้คลอดหนีผัวมาขอให้ช่วย เพราะขืนอยู่ต่อไปผัวตัวดีจะเอาลูกในท้องไปทำลูกกรอกเพื่อเสริมความขลังให้กับอาคมของตัวเอง นายฮ้อยโสมไม่พอใจคว้าดาบจะไปเล่นงาน ขันทองรั้งตัวไว้

“เซา...ตอนนี้อ้ายสู้มันบ่ได้ดอก อาคมมันแก่กล้าหลาย ซอยข้อยกับลูกหนีให้พ้นมือมันก็พอแล้ว” พูดได้แค่นั้นขันทองปวดท้องจะคลอด หมอตำแยถูกตามมาทำคลอดอย่างเร่งด่วน น่าเสียดายที่เด็กรอดแต่แม่เด็กไม่

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น เฒ่าโสมมองคำแก้วที่นอนหมดสติด้วยสีหน้าหนักใจ ไม่รู้จะบอกถึงที่มาที่ไปของเธออย่างไรดี ระหว่างนั้นจันแดงเดินเข้ามาถามพ่อว่ามีอะไรถึงให้กุลาไปตามแล้วเหลือบมองไปที่พื้นเห็นคำแก้วนอนอยู่ก็ตกใจ นั่นน้องเมียนายฮ้อยเคนไม่ใช่หรือ พ่อเอาเธอเป็นเมียแบบนี้เดี๋ยวได้มีเรื่องกับเขาแน่

“เฮ้ยอีจันแดง กูยังบ่ได้เอามันเฮ็ดเมีย กูแค่เฮ็ดให้มันสลบไป”

จันแดงเห็นทุกทีพ่อเจอสาววัยละอ่อนเป็นไม่ได้ต้องเอามาทำเมียหมด เฒ่าโสมยกเว้นก็คราวนี้ เขาแตะต้องเธอไม่ได้เพราะมีเรื่องสำคัญกับเธอซึ่งเกี่ยวกับจันแดงและแสงโสมอีกด้วย จันแดงมองพ่อนิ่วหน้าสงสัย...

เหล่าทัพควายต่างเตรียมพร้อมจะกลับไปยังกองคาราวาน แต่คำแก้วหายตัวไป นายฮ้อยเคนถามบัวเขียวก็ไม่รู้ว่าอยู่ไหน เมื่อคืนเธอไม่ได้กลับมาหาตนอีกเลย เขารีบออกตามหาด้วยความเป็นห่วง บังเอิญได้ยินกุลากำลังคุยไปหัวเราะไปอยู่กับพวกสมุน ถึงได้รู้ว่าคำแก้วอยู่กับเฒ่าโสมตั้งแต่เมื่อคืนป่านนี้ยังไม่ออกมา ครั้นกุลาหันมาเห็นเขาเข้าก็แกล้งพูดเสียงดังเพื่อยั่วประสาท

“อ้าว นายฮ้อยเคน ตามหาน้องเมียอยู่บ่ บ่ต้องห่วงพ่อใหญ่ดูแลให้อย่างดีแล้ว คั่นนายฮ้อยอยากยก

พวกกลับก็ฟ้าวไปโลด คำแก้วมันบ่ตามนายฮ้อยกลับไปดอก” กุลาหัวเราะร่วน นายฮ้อยเคนไม่พอใจเข้าไปกระชากคอเสื้อกุลาเข้ามาอัดกระเด็นกลิ้งเป็นลูกขนุน พวกสมุนชักมีดจะเล่นงานแต่นายฮ้อยเคนคว้าพร้าอาคมขึ้นมาขู่

“ไผอยากลองของกับกูก็เข้ามา” ท่าทางเอาจริงของนายฮ้อยเคนทำให้ทุกคนกลัวหัวหดไม่กล้าหือ...

ฝ่ายเฒ่าโสมแวะไปที่หลุมศพขันทองในป่าช้าของหมู่บ้าน เล่าให้ฟังว่าในที่สุดลูกสาวของเธอก็ตามหาเขาเจอ แต่เขาจะไม่ให้มันรู้ความจริงเรื่องพ่อชั่วๆของมันเด็ดขาด แล้วขยับจะไป แต่นายฮ้อยเคนขวางหน้าไว้จะขอตัวคำแก้วคืน ทัพควายจะกลับแล้ว โจรเฒ่าไม่คืนให้เขาอยากไปก็ไปได้เลยแต่คำแก้วต้องอยู่ที่นี่ นายฮ้อยหนุ่มไม่พอใจชักพร้าขึ้นมาชี้หน้าอย่างเอาเรื่อง ยืนกรานจะไม่มีทางปล่อยให้คำแก้วอยู่กับโจรอย่างเฒ่าโสม

“คั่นพ่อเฒ่าบ่ยอม เฮาก็ต้องเห็นดีกัน”...

ขณะที่เฒ่าโสมกับนายฮ้อยเคนกำลังฮึ่มๆใส่กัน คำแก้วค่อยๆรู้สึกตัวตื่นขึ้น พบว่าตัวเองอยู่ในกระท่อมของเฒ่าโสม เสื้อผ้าที่สวมอยู่เป็นชุดใหม่ก็ใจหายหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มคิดว่าเฒ่าลามกเปลี่ยนให้ โดยไม่รู้ว่าความจริงแล้วจันแดงเป็นคนจัดการทั้งหมด จากความตกใจเปลี่ยนเป็นแค้นใจถามจันแดงว่าตาเฒ่าอยู่ไหน

“เจ้าเพิ่งฮู้สึกโตอย่าเพิ่งถามหยังเลย พ่อข้อยสั่งไว้ว่าคั่นเจ้าฮู้สึกโตแล้ว ให้หาข้าวหาปลาให้เจ้ากินเจ้าอยากกินหยังล่ะ”

จันแดงพยายามญาติดีด้วย คำแก้วกำลังเลือดขึ้นหน้าไม่ต้องการกินอะไรทั้งนั้น แค่อยากจะเอาเลือดไอ้เฒ่าลามกนั่นมาล้างเท้า แล้วลุกพรวดขึ้น เนื่องจากยายังไม่หมดฤทธิ์ดีนักทำให้เธอเซ จันแดงรีบประคองไว้ ขอให้เธอใจเย็นก่อน รอให้พ่อของตนกลับมาแล้วเธอจะรู้ความจริง

คำแก้วไม่ฟังผลักจันแดงเต็มแรง ผ้าที่โพกอำพรางใบหน้าหลุดติดมือมาด้วยเผยให้เห็นใบหน้าเต็มไปด้วยแผลเป็นจากโรคเรื้อนของอีกฝ่าย คำแก้วถึงกับตะลึง

“นั่น...นั่นหน้าเจ้า”

จันแดงอับอายรีบยกมือปิดหน้าวิ่งหนีออกไปทั้งน้ำตา อารามรีบร้อนไม่ทันดูทางชนเข้ากับแสงโสมที่เดินสวนเข้ามา ฝ่ายหลังเห็นพี่สาวร้องไห้ก็ตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น ใครทำแบบนี้ ตนจะได้ไปเอาเลือดหัวมันออก จันแดงคร่ำครวญว่าไม่เจอใครอีกแล้ว และสั่งห้ามแสงโสมมายุ่ง ปัดมือน้องไม่ให้มาแตะ แล้ววิ่งร้องไห้จากไป แสงโสมมองตามด้วยความเป็นห่วง เป็นจังหวะที่คำแก้วเดินออกมาพอดี

โจรสาวมือใหม่หัดปล้นก็รู้ทันทีว่าที่พี่สาวเป็นแบบนี้ก็เพราะคำแก้วนั่นเอง

ooooooo

นายฮ้อยเคนยืนประจันหน้ากับเฒ่าโสมพร้อมจะเอาเรื่องเต็มที่ โจรเฒ่าเตือนฝีมืออย่างเขาไม่มีทางต่อกรกับตนได้ ตนจะให้โอกาสเขาไปจากบ้านเสือโฮกดีๆเป็นครั้งสุดท้าย แล้วอย่ามาให้เจออีก

“ข้อยไปแน่ แต่ต้องพาคำแก้วไปนำ”

ในเมื่อพูดกันไม่รู้เรื่อง เฒ่าโสมงัดอาคมขึ้นมาจะเล่นงานอีกฝ่าย แต่ยังไม่ทันจะได้ต่อสู้กัน ผู้ช่วยถึกวิ่งเข้ามาแจ้งนายฮ้อยเคนว่าเจอคำแก้วแล้ว ตอนนี้กำลังมีเรื่องอยู่กับแสงโสมให้ไปช่วยกันห้ามก่อนจะฆ่ากันตาย

ครู่ต่อมา นายฮ้อยเคน เฒ่าโสมกับผู้ช่วยถึกมาถึงหน้ากระท่อมเป้าหมายเห็นแสงโสมกับคำแก้วกำลังตบตีกันอย่างเอาเป็นเอาตาย เข้าไปช่วยกันห้ามปราม นายฮ้อยเคนดึงคำแก้วออกมา ขณะที่เฒ่าโสมรั้งตัวลูกสาวเอาไว้ คำแก้วกำลังโมโหตวาดพี่เขยตัวเองไม่ต้องมายุ่ง ตนจะเอาเลือดไอ้เฒ่าลามกมาล้างเท้าให้ได้

“เฮื่องนั้นอ้ายสิจัดการให้ เจ้าบ่ต้องยุ่ง บัวเขียว ผู้ซอยถึกมาพาคำแก้วออกไป”

คำแก้วสั่งห้ามใครมาจับตัวทั้งนั้น นี่เป็นเรื่องของตนไม่ใช่เรื่องของคนอื่น แสงโสมยินดีจัดให้ในเมื่อเป็นความต้องการของคำแก้ว แล้วขยับจะเข้าไปต่อสู้ต่อ เฒ่าโสมสั่งให้ลูกสาวพอได้แล้ว ถ้ายังไม่หยุดได้โดนตนสั่งสอนแน่ๆแล้วประกาศกร้าวว่าทุกคนกำลังเข้าใจผิด ตนไม่ได้ล่วงเกินคำแก้วแม้แต่น้อย

“บักเฒ่า บ่ต้องขี้ตั๊ว เจ้าวางยาข้อยจนเบิ่ดสติ แล้วเจ้าก็...”

เฒ่าโสมยอมรับว่าวางยาคำแก้วจริงแต่เป็นเพราะตนเล่าความจริงให้เธอฟังไม่ได้ว่าตนเป็นพ่อที่แท้จริงที่เธอกำลังตามหาอยู่ ทุกคนต่างตกตะลึง คำแก้วตั้งสติได้ก็โวยวายเสียงสั่นว่าไม่เป็นความจริง เขาไม่ใช่พ่อของเธอ เฒ่าโสมคิดอยู่แล้วว่าเธอต้องรับไม่ได้ที่มีพ่อเป็นโจร แต่ความจริงก็คือความจริง

“ก่อนตายเอื้อยคำแพงของเจ้าจึงต้องสั่งเสียให้เจ้ามาหาข้อย”

“ข้อยบ่เซื่อ...ข้อยบ่เซื่อ” คำแก้วพูดจบวิ่งเตลิดออกไป บัวเขียวเป็นห่วงรีบไล่ตาม...

ในเวลาเดียวกัน เสือคำแสนฉุดกระชากลากแขนบุญตามาตามทางในป่าละเมาะ เธอพยายามขอร้องพี่ชายให้ปล่อยเธอไป อย่าเอาเธอไปให้เฒ่าโสมทำเมีย อ้างไม่อยากมีผัวแก่ สองพี่น้องมีปากเสียงกัน เสือคำแสนไม่พอใจเงื้อมือจะตบน้องสาว แต่จันดีตามมาคว้าแขนไว้ ขอร้องให้คุยกันดีๆอย่าลงไม้ลงมือ

“เจ้าน่าสิเห็นใจบุญตาแน คั่นเฒ่าโสมมักผู้สาววัยอ่อนอีหลี เจ้าก็เลือกไปฉุดผู้สาวบ้านอื่นเอาไปให้ก็ได้”

เสือคำแสนดักคอ ที่จันดีแนะนำอย่างนั้นก็เพราะต้องการจะเอาน้องสาวของตนไปทำเมียใช่ไหม เขาปฏิเสธว่าเปล่า แค่คิดก็ยังไม่เคย เราสองคนมีศัตรูคนเดียวกันจึงควรจะสามัคคีกันไว้ ดังนั้นเรื่องที่ทำให้แตกแยก ตนไม่มีทางทำเด็ดขาด เสือคำแสนท้าให้สาบาน จันดียังไม่ทันจะพูดอะไร บุญตาแกล้งร้องโอดโอยขึ้นมาเสียก่อน อ้างปวดท้องหนักจะขอปลดทุกข์

เสือคำแสนไม่ไว้ใจสั่งให้กะปอมกับกาเหว่าไปเฝ้า

“อ้าย...ข้อยเป็นผู้สาวสิให้พวกมันตามไปเบิ่งข้อยขี้ แล้วข้อยสิขี้ออกบ่”

ต่อให้โอดครวญอย่างไรเสือคำแสนไม่สนใจ ยืนกรานให้สองสมุนไปเฝ้าบุญตาเอาไว้...

ระหว่างรอบุญตาปลดทุกข์ เสือคำแสนยังคงท้าให้จันดีสาบานว่าจะไม่ยุ่งกับบุญตา หากไม่เป็นดั่งคำสาบานขอให้ตายด้วยคมดาบของตน จันดีพยายามยกโน่นนี่นั่นขึ้นมาพูดเพื่อเลี่ยงการสาบาน จังหวะนั้น กะปอมกับกาเหว่าวิ่งเข้ามารายงานว่าบุญตาหายตัวไป

ooooooo

บุญตาวิ่งหนีสุดฝีเท้าก่อนจะหยุดพักเหนื่อย อยู่ๆมีมือมาปิดปากจากด้านหลัง เธอจะอ้าปากร้องแต่จันดีชิงบอกเสียก่อนว่าเป็นตนเอง อย่าส่งเสียงไปเดี๋ยวพี่ชายของเธอได้ยินเข้าจะเป็นเรื่อง พวกมันกำลังช่วยกันตามหาเธออยู่ แล้วดึงตัวมาหลบหลังต้นไม้ บุญตาดีใจที่เห็นเขา ไม่คิดว่าจะตามมาได้เสียอีก

“ข้อยต้องให้บักคำแสนมันเผลอก่อนถึงตามมาหาเจ้าได้ มารยาเจ้าใช้ได้เลยบุญตา”

“ย่อนอ้ายสอนข้อยมาดี อีกอย่างให้ตายข้อยก็บ่อยากได้ผัวเฒ่า”

“มีผัวอย่างข้อยถูกใจเจ้าหลายแม่นบ่” ไม่พูดเปล่าจันดีเชยคางบุญตาขึ้นมาแล้วจูบอย่างดูดดื่ม พลันมีเสียงฝีเท้าคนดังเข้ามา ทั้งคู่ต่างชะงัก จันดีชักมีดที่เหน็บเอว ขึ้นมากระชับในมือ สีหน้าเคร่งเครียด

ปรากฏว่าเสียงฝีเท้านั่นเป็นเสียงฝีเท้าของตำรวจลาดตระเวนกลุ่มใหญ่พร้อมอาวุธครบมือ สองคนแทบจะหยุดหายใจ เงี่ยหูฟังสุดชีวิตว่าพวกตำรวจพูดอะไรกัน ได้ความว่าพวกนั้นกำลังจะไปบุกบ้านเสือโฮกเพื่อจับกุมตัวเฒ่าโสม หัวหน้าตำรวจสั่งให้พักแรมกันแถวนี้ก่อนรอกำลังเสริมที่จะตามมา

“ข้อยสิไปสำรวจแถวนี้แล้วสิกลับมารายงาน” พูดจบจ่าพากำลังส่วนหนึ่งออกไป

บุญตากระซิบถามจันดีจะเอาอย่างไรดี เขาอยู่แถวนี้ไม่ได้ ตำรวจมีหมายจับเขาอยู่ แล้วพาเธอย้อนกลับไปทางเดิมอย่างเงียบกริบ...

จันดีเร่งฝีเท้าหนีไม่สนใจบุญตาที่พยายามเร่งฝีเท้าตาม อารามรีบร้อนเธอสะดุดรากไม้ล้ม ร้องเรียกให้เขามาช่วย จันดีลังเลแต่สุดท้ายตัดสินใจกลับมาช่วยพยุงเนื่องจากเสียดายของ ระหว่างนั้นมีเสียงง้างนกปืนดังขึ้น เสือคำแสนเดินเข้ามาพร้อมกับเล็งปืนใส่

“ในที่สุด กูก็จับมึงได้คาหนังคาเขา บักจันดี” ไม่พูดเปล่าเสือคำแสนเอาพานท้ายปืนกระแทกหน้าจันดีเซถลา บุญตาจะเข้าไปห้ามก็ถูกกาเหว่าล็อกตัวไว้ เสือคำแสนยังไม่สาแก่ใจเอาปืนจ่อหัวจันดี ในเมื่อเขากล้าลองดี ตนก็จะฆ่าทิ้งให้สิ้นซาก จันดีขอร้องให้ฟังกันก่อน เขาไม่ได้วางแผนจะพาบุญตาหนี เขาช่วยตามหา จนเจอเธอต่างหาก เสือคำแสนไม่เชื่อเพราะเห็นกับตาตัวเองว่าเขากำลังพาเธอหนี

“กูบ่ได้ขี้ตั๊ว กูพ้อบุญตาแล้วสิพากลับไปหามึงอีหลี แต่ว่าระหว่างทางกูพ้อตำรวจกลุ่มใหญ่มาพักแฮมแถวนี้ กูได้ยินพวกมันคุยกันว่าสิมาบุกจับเฒ่าโสมกับพวกที่บ้านเสือโฮก กูย่านพวกมันพ้อ กูก็เลยต้องหาทางหนีพวกตำรวจก่อน กูพ้อตำรวจอีหลี บ่เชื่อกูมึงถามบุญตาดูก็ได้”

แม้บุญตาจะช่วยยืนยันคำพูดของจันดีแต่เสือคำแสนไม่ค่อยอยากจะเชื่อนัก กระทั่งกะปอมวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกเสียงสั่นว่าให้รีบหนี ตนเจอตำรวจกลุ่มใหญ่อยู่แถวนี้ เสือคำแสนถึงยอมเชื่อ

ooooooo

คำแก้วหนีไปนั่งร้องไห้ รับไม่ได้ที่รู้ว่าพ่อตัวเองเป็นโจร ครั้นเห็นนายฮ้อยเคนเดินมาหาจัดแจงลุกขึ้นจะเดินหนี เขาคว้าตัวไว้ถามว่าจะไปไหน เธอจะไปให้พ้นๆจากที่นี่ เขาไม่ต้องมายุ่ง นายฮ้อยเคนขอให้เธอกลับบ้านสว่างแดนดินไปรอเขากลับจากค้าควาย เธอส่ายหน้า หากกลับไปก็ไม่รู้จะอยู่กับเขาในฐานะอะไร

“อย่าลืมว่าอ้ายเป็นแค่อ้ายเขย อ้ายต้องไปค้าควายไปเสี่ยงอันตรายบ่ฮู้ว่าสิอยู่หรือสิรอด แล้วซักมื้ออ้ายอาจสิพ้อผู้สาวถืกใจมาแทนที่เอื้อย ทางที่ดีให้ข้อยคึดซะว่าอ้ายเป็นผู้อื่นสำหรับข้อยนั่นละง่ายที่สุดแล้ว”

นายฮ้อยเคนจับไหล่ทั้งสองข้างของคำแก้วให้หันมาประจันหน้า ขอร้องเธออย่าคิดอย่างนั้น ชีวิตของเธอต้องมีเขาดูแลเท่านั้น คำแก้วน้ำตาไหลพรากขอให้เขาปล่อยเธอไป ชีวิตของเธอไม่ดีพอสำหรับนายฮ้อยดีๆอย่างเขา นอกจากจะมีพ่อเป็นโจร ท่านยังคิดจะข่มขืนเธออีกด้วย เธอไม่ต้องการจะรู้อีกแล้วว่าเธอเป็นใคร

“ถูกแล้วคำแก้ว เจ้าบ่ต้องอยากฮู้อีกแล้วว่าเจ้าคือไผ แค่เจ้าเป็นคำแก้วคนเดิม เป็นคำแก้วที่อ้ายเห็นมาแต่น้อยแค่นั้นก็พอแล้ว...แล้วข้อยสิดูแลบ่ถิ่มเจ้าไปไสอีก” นายฮ้อยเคนว่าแล้วกอดคำแก้วไว้อย่างปลอบใจ...

ด้านแสงโสมมีปากเสียงกับเฒ่าโสมผู้เป็นพ่อเนื่องจากไม่ยอมรับคำแก้วเป็นพี่สาว โจรเฒ่าไม่พอใจที่ลูกแข็งข้อตบผัวะหน้าหัน จันแดงต้องเข้ามาขอร้องพ่อให้พอได้แล้ว เฒ่าโสมกร้าวใส่ แสงโสมดื้อดึงไม่เชื่อฟังกันอย่างนี้ต้องถูกลงโทษเสียบ้างเพื่อให้หลาบจำ สั่งให้จันแดงเอาตัวแสงโสมไปขังไว้ในห้อง ถ้าไม่มีคำสั่งจากตน ห้ามมันไปไหนเด็ดขาด แสงโสมโวยวายจะมาทำแบบนี้กับตนไม่ได้

“ฟ้าวพามันไป อีจันแดง อย่าให้กูต้องตบสั่งสอนมันซ้ำ”

จันแดงขอร้องแสงโสมให้ทำตามที่พ่อสั่ง เธอเห็นแก่พี่สาวถึงได้ยอมทำตาม ระหว่างนั้นนายฮ้อยเคนเข้ามาขอคุยธุระกับเฒ่าโสม จากนั้นทั้งคู่พากันมาหาคำแก้วที่รอท่าอยู่ เฒ่าโสมรู้ว่าเธอต้องการอะไรก็เลยเล่าให้ฟังคร่าวๆว่าตนเจอกับแม่ของคำแก้วระหว่างที่เป็นนายฮ้อยพาทัพควายไปค้าเมืองล่าง ครอบครัวถูกโจรฆ่าตาย ตนก็เลยช่วยเอาไว้แล้วก็ได้เธอมาเป็นเมีย นายฮ้อยเคนอยากรู้ว่าแม่ของคำแก้วตอนนี้เป็นอย่างไร

“มันตายไปตั้งแต่คลอดอีคำแก้วแล้ว”

นายฮ้อยเคนซักอีกเป็นเพราะเหตุใดเฒ่าโสมถึงเลี้ยงคำแก้วไว้ไม่ได้ ต้องเอาไปให้คนอื่นเลี้ยง โจรเฒ่าครุ่นคิดหนักจะแต่งเรื่องอย่างไรดีเพื่อปกปิดความจริงที่ว่าแม่ของคำแก้วเป็นน้องสาวของเขาไม่ใช่เมีย

“เหตุผลที่เลี้ยงเจ้าไว้บ่ได้ก็ย่อนว่าหลายปีนั้นบ้านเสือโฮกแล้งหลาย ไสสิอีจันแดง อีแสงโสมที่อยู่ในท้องเมียข้อยอีก ส่วนข้อยก็ต้องไปค้าควายตลอดเวลา คั่นเลี้ยงเจ้าไว้ก็ต้องอดตายบ่ทันใหญ่แน่ ข้อยเลยต้องเอาเจ้าไปให้บักเข้มเสี่ยวข้อยรับเลี้ยงเป็นลูกแทน”

คำแก้วได้รับรู้อย่างนี้ก็ดีใจ แสดงว่าตัวเองยังมีบุญที่ได้พบกับพ่อแม่ที่ดี เลี้ยงดูตนอย่างดี ไม่ต้องโตมากับพ่อสันดานโจร เฒ่าโสมโอดครวญว่าตอนมีเธอเขาไม่ได้เป็นโจร นายฮ้อยเคนอยากรู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่เขามาเรียนวิชานายฮ้อยกลับไป เฒ่าโสมถึงได้เปลี่ยนไปพาชาวบ้านเป็นโจร

“เหตุผลที่เฮ็ดให้ข้อยเฮ็ดจังซั่นก็อยู่บนหน้าจันแดงที่พวกเจ้าเห็นแล้วนั่นล่ะ”

จากนั้นไม่นาน เฒ่าโสมพานายฮ้อยเคนกับคำแก้วมาที่กระท่อมซอมซ่อหลังหนึ่ง ทั้งคู่เห็นสภาพภายในของกระท่อมถึงกับผงะเพราะในนั้นเต็มไปด้วยชาวบ้านทั้งชาย หญิงตั้งแต่วัยกลางคนจนถึงผู้ชราในสภาพพิกลพิการมือเท้าหงิกงอผิดรูปจากการป่วยเป็นโรคเรื้อนหรือโรคขี้ทูด เฒ่าโสมเล่าว่าชาวบ้านพวกนี้รอดตายจากโรคเรื้อนที่ระบาดในบ้านเสือโฮกเมื่อหลายปีก่อนรวมทั้งจันแดงลูกสาวของตนด้วย

“ปีนั้นจันแดงเริ่มแตกเนื้อสาวแต่ก็ติดโรคขี้ทูดคือชาวบ้านเกือบเคิ่งหมู่บ้าน หมู่เฮาที่เหลือสิไปค้าขายกับหมู่อื่นก็บ่ได้ ย่อนว่ามีแต่คนรังเกียจ ย่านพวกข้อย บ้างก็เอาไม้ไล่ตี ที่หนักสุดก็ถึงกับลอบมาเผาเรือนฆ่าคนของข้อยไปหลานคน”

คำแก้วสงสารชาวบ้านเหล่านี้มาก เข้าไปช่วยป้อนข้าวให้ยายเฒ่ามือกุดคนหนึ่ง นายฮ้อยเคนดักคอหรือด้วยความโกรธแค้นนี้ทำให้เฒ่าโสมต้องผันตัวมาเป็นโจร เขาปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นโจรเพราะเรื่องนี้ แต่เป็นเพราะทนเห็นลูกเมียกับพวกชาวบ้านที่หวังพึ่งเขาต้องอดอยากค่อยๆล้มหายตายจากไปทั้งหมู่บ้านไม่ได้

“คั่นบ่ปล้นผู้อื่น เฮาก็ต้องตายอยู่ดี ให้ไปเป็นนายฮ้อยก็ต้องพ้อโจรปล้น เสียเทิ้งควายเทิ้งลูกน้องอยู่ดี เป็นโจรนี่แหละ รอดตายแน่นอน”

นายฮ้อยเคนตะคอกใส่ ถ้าทุกคนคิดอย่างโจรเฒ่า อีสานบ้านเราคงต้องลุกเป็นไฟ เฒ่าโสมกลับลอยหน้าว่าอีสานลุกเป็นไฟมานานแล้ว นายฮ้อยเคนโมโหจนขาดสติพุ่งเข้าเล่นงานเฒ่าโสมกระเด็นออกมานอกกระท่อม สองฝ่ายชกต่อยกันอุตลุด เฒ่าโสมฝีมือเหนือกว่าใช้อาคมหยุดนายฮ้อยหนุ่มให้ตัวแข็งทื่อ คำแก้วสั่งให้ปล่อยเขาไป เฒ่าโสมจะปล่อยก็ต่อเมื่อเธอรับปากจะอยู่ที่นี่

ครั้นเห็นคำแก้วนิ่งเงียบ เฒ่าโสมยกมือขึ้นในอากาศทำท่าเหมือนบีบคอ อาคมทำให้นายฮ้อยเคนหายใจไม่ออกคล้ายมีคนถูกบีบคออยู่ ก่อนที่นายฮ้อยเคนจะตายคามือ กุลาวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานว่าสายของเราที่บ้านหนองปุดช้างเตือนว่าตำรวจเตรียมยกกำลังมากวาดล้างที่หมู่บ้านเรา เฒ่าโสมปล่อยมือจากนายฮ้อยเคนแล้วรีบตามกุลาออกไป

ooooooo

เฒ่าโสมเรียกทุกคนมารวมตัวกันที่ลานกลางหมู่บ้านไม่ใช่แค่สมุนของตัวเอง เหมารวมชาวบ้านเสือโฮกอีกด้วย ปลุกระดมให้ช่วยกันต่อต้านตำรวจที่จะบุกเข้ามา

ชาวบ้านมีปมกับตำรวจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ตั้งแต่ครั้งโรคเรื้อนระบาดเข้ามาในหมู่บ้าน แล้วถูกชาวบ้านข้างเคียงเข้ามาไล่ฆ่าพวกที่ติดโรค แต่ไม่มีตำรวจหน้าไหนโผล่มาช่วยเหลือ ชาวบ้านที่นี่จึงชิงชังตำรวจกันถ้วนหน้า และพร้อมจะทำตามที่เฒ่าโสมสั่ง นายฮ้อยเคนกับคำแก้วเห็นแล้วไม่สบายใจโดยเฉพาะฝ่ายหลัง

“อ้าย...ปล่อยไปจังซี้ ชาวบ้านได้ถูกตำรวจฆ่าตายเบิ่ดแน่ สิเอาจังได๋ล่ะ”

นายฮ้อยเคนจึงชวนคำแก้วไปพูดเตือนสติเฒ่าโสมว่าทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง พาคนไปสู้กับเจ้าหน้าที่บ้านเมืองมีแต่ตายกับตายเท่านั้น ควรจะห้ามชาวบ้านแล้วมอบตัวแต่โดยดีจะดีกว่า เฒ่าโสมไม่พอใจชักมีดชี้หน้านายฮ้อยเคน สั่งห้ามมาสอนตนเด็ดขาด ตนเป็นอาจารย์ของเขาท่องไว้ให้ขึ้นใจ

“มึงจำคำสาบานที่กูให้มึงท่องก่อนกูเริ่มสอนอาคมให้มึงเป็นนายฮ้อยได้บ่”

“จำได้ ข้อยสิต้องเฮ็ดเบิ่ดทุกอย่างตามคำสั่งของพ่อเฒ่า แต่นั่นต้องเป็นเรื่องดี คั่นพ่อเฒ่าสั่งให้ข้อยไปเฮ็ดเรื่องเลวๆ ข้อยก็บ่เฮ็ดตามเด็ดขาด”

เฒ่าโสมไม่ได้จะให้นายฮ้อยเคนทำเรื่องเลวร้ายอะไร แค่จะให้ช่วยพาจันแดงกับแสงโสมไปจากบ้านเสือโฮก ไว้เสร็จเรื่องตำรวจเมื่อไหร่ตนจะตามไปรับกลับ เขารับปากจะจัดการให้...

ครั้นแสงโสมรู้เรื่องตำรวจจะบุกมาจับตัวพ่อจึงไม่ยอมไปกับนายฮ้อยเคน หันไปคว้าดาบที่เหน็บบนข้างฝากระท่อมจะไปช่วยพ่อต่อสู้ เขาต้องรั้งตัวไว้เตือนว่าเฒ่าโสมต้องการให้เขาพาสองพี่น้องหลบไปก่อนดังนั้นเธอก็ควรจะตามเขาไป แสงโสมยืนกรานจะไม่ไปไหนทั้งนั้น คำแก้วหมดความอดทน

“น้ำหน้าคือเจ้าสิไปสู้กับตำรวจ โธ่อีแสงโสมเอ้ย แค่ข้อยผู้เดียวเจ้าก็ยังเกือบเอาโตบ่รอด”

“คำแก้ว เจ้าอย่ามาดูถูกข้อยเกินไป ข้อยบ่ได้คึดเอาจริงกับเจ้า เกรงใจว่าเป็นน้องเมียนายฮ้อยนำ บ่จังซั่นเจ้าเจ็บโตฮ้องขอชีวิตข้อยไปแล้ว”

คุยทับกันไปคุยทับกันมา สองสาวเปิดศึกตบตีกัน นายฮ้อยเคนต้องเข้าไปกั้นกลางขอร้องให้พูดกันดีๆ

ทั้งคู่ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นพี่น้องกัน สองสาวไม่ต้องการจะนับญาติกันอยู่แล้วจึงฮึ่มๆใส่กันอีก นายฮ้อยเคนระอาใจมาก ขู่สองสาวถ้ายังไม่ฟัง เขาจะลงโทษให้หลาบจำแล้วอย่ามาสำออยให้ได้ยิน ทั้งคู่ถึงยอมหย่าศึกชั่วคราว นายฮ้อยเคนสั่งให้คำแก้วพาจันแดงหนี ส่วนเขาจะพาแสงโสมไปเอง

ooooooo

ตำรวจชุดลาดตระเวนเข้ามาใกล้บ้านเสือโฮกมากขึ้นทุกที เฒ่าโสมนิ่งเฉยต่อไปไม่ไหวสั่งให้กุลาไปเกณฑ์ผู้ชายในหมู่บ้านมาให้หมด ให้แบ่งออกเป็นกลุ่มๆใช้แผนซุ่มโจมตี แยกพวกตำรวจออกจากกันให้มากที่สุด

จากนั้นโจรเฒ่าควบม้าเข้าไปกลางวงตำรวจที่กำลังดาหน้าเข้ามา ทำทีว่ายอมจำนน ครั้นตำรวจเข้าไปใกล้เพื่อจะใส่กุญแจมือ เขากลับเอามีดที่ซ่อนไว้ด้านหลังแทงตำรวจตายคาที่ พวกที่เหลือระดมยิงใส่เขาไม่ยั้ง โจรเฒ่าใช้อาคมหยุดลูกกระสุนไว้กลางอากาศ ตำรวจพากันตกใจอ้าปากค้าง

โจรเฒ่าสบช่องเอามีดไล่แทงตำรวจทีละคนทีละคนอย่างโหดเหี้ยม หัวหน้าชุดลาดตระเวนสั่งให้ลูกน้องเอากระสุนลงยันต์มาให้ แล้วเอากระสุนใส่ไว้ในมือยกขึ้นพนมพร้อมกับบริกรรมคาถาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอาใส่ลังเพลิงยิงเข้าที่ไหล่ของโจรเฒ่า กระสุนฝังในถึงกับร้องลั่น

“มันใช้อาคมบ่ได้แล้ว คั่นมันบ่อยากให้จับเป็นก็จับตายมันโลด” หัวหน้าชุดลาดตระเวนสั่งการ...

ขณะที่เฒ่าโสมตกอยู่ในสถานการณ์คับขันนายฮ้อยเคนกับคำแก้วพาจันแดงกับแสงโสมมาถึงค่ายพักแรมของทัพควาย บัวเขียวเห็นสองศรีพี่น้องร่วมเดินทางมาด้วยก็อดถามคำแก้วไม่ได้ว่ามาได้อย่างไร

“ตอนนี้ตำรวจบุกมาจับเฒ่าโสมกับพวก อ้ายเคนจำเป็นต้องรับปากคุ้มครองลูกสาวตาเฒ่า หาที่ปลอดภัยให้หลบซ่อนโตก่อน คั่นตาเฒ่ารอดมือตำรวจสิตามมารับโตกลับ”

อาจารย์เม้าตำหนินายฮ้อยเคนไปรับปากอย่างนั้นได้อย่างไร เท่ากับเอาลูกเสือลูกโจรมาเป็นภาระ แสงโสมไม่พอใจตวาดแว้ด ก่อนจะว่าใครเป็นลูกเสือลูกโจรให้ดูคนของตัวเองก่อน มันก็ลูกโจรเหมือนกัน อาจารย์เม้างงว่าหมายถึงใคร นายฮ้อยเคนรีบตัดบทอย่าไปฟังแสงโสมเพ้อเจ้อ ตนจำเป็นต้องรับปากไม่อย่างนั้นคำแก้วก็จะไม่ได้กลับมา สีโหแนะในเมื่อมากันพร้อมแล้วก็ออกเดินทางเลยดีไหม ผู้ช่วยถึกทักท้วง

“เฮาสิออกเดินทางพร้อมผู้สาวไปตั้งหลายคนได้จังได๋ล่ะบักสีโห กฎของทัพควายก็มีอยู่ว่าห้ามผู้สาวเดินทางไปกับทัพควาย”
สีโหอยากจะเขกหัวตัวเองลืมกฎนี้ไปได้อย่างไร แล้วหันไปถามนายฮ้อยเคนว่าจะเอาอย่างไรดี คนถูกถามมองจันแดงกับแสงโสมสีหน้าครุ่นคิดหนัก ครู่ต่อมานายฮ้อยเคนแยกพวกสาวๆไปพักที่อีกด้านหนึ่งของกองคาราวานโดยจะให้อาจารย์เม้ากับผู้ช่วยโทนคอยผลัดเปลี่ยนเวรยามเฝ้าดูแลให้

“บ่ต้องลำบากกับข้อยดอกนายฮ้อย ให้ข้อยไปอยู่รวมกับพวกนายฮ้อยก็ได้ ข้อยบ่ถือโต” แสงโสมไม่พูดเปล่าเข้ามาเกาะแขนนายฮ้อยเคนอีกด้วย คำแก้วหมั่นไส้

ก็เลยมีปากเสียงกันและทำท่าจะลงไม้ลงมือกันอีก จันแดงดึงตัวน้องสาวไว้ ขอร้องอย่าทำอะไรให้นายฮ้อยเคนหนักใจไปกว่านี้ นายฮ้อยหนุ่มรีบออกตัว แม้เขารับปากว่าจะดูแลพวกเธอแต่เขาก็มีหน้าที่ต้องพาทัพควายไปเมืองล่างคงจะดูแลพวกเธอตลอดไปไม่ได้

“ข้อยเข้าใจ คั่นพ่อข้อยบ่รอดจากพวกตำรวจ ข้อยกับน้องสาวสิบ่อยู่เป็นภาระให้นายฮ้อยดอก เฮาสองเอื้อยน้องสิไปตามทางเอง”

“เอื้อย...คั่นอีพ่อถูกตำรวจจับ ข้อยสิไปซอยพ่อออกมาเอง”

นายฮ้อยเคนขอร้องแสงโสมอย่าหาเรื่องใส่ตัว ถ้าเธอเลือกเป็นโจร ชีวิตเธอคงต้องลงเอยด้วยการติดคุกไม่ก็ต้องหนีไปตลอดชีวิต แล้วหันไปฝากบัวเขียวดูแลพวกผู้หญิงให้ด้วย ก่อนจะผละจากไป

ooooooo

คำแก้ววิ่งตามนายฮ้อยเคนจนทันถามว่ายังคิดจะส่งเธอกับบัวเขียวกลับสว่างแดนดินใช่ไหม เขายอมรับว่าตั้งใจจะทำอย่างนั้นหลังจากเสร็จธุระกับแสงโสมและจันแดง เธอไม่คิดว่าตัวเองจะกลับไปที่นั่นได้ ถ้าหากเฒ่าโสมรอดมือตำรวจมาได้คงจะมาตามเอาตัวเธอไป เว้นแต่เขาจะอนุญาตให้เธอไปค้าควายด้วย

“คำแก้ว กฎของทัพควายห้ามผู้สาวเดินทางนำ”

“จังซั่น ข้อยก็บ่มีทางเลือกต้องแยกทางกับอ้ายอยู่ดี” คำพูดของคำแก้วทำเอานายฮ้อยเคนหนักใจ...

ในเวลาเดียวกัน กุลากับสมุนไม่สามารถต้านทานตำรวจเอาไว้ได้ ถูกรุกไล่จนต้องถอยร่น แถมสมุนรอบตัวถูกฆ่าตายไปทีละคนๆ กุลาเองก็บาดเจ็บและต้องหนีการไล่ล่าของตำรวจ กระทั่งมาเจอกับเฒ่าโสมที่มีสภาพไม่ต่างกันกลางป่าละเมาะ โจรเฒ่าเห็นเขามาคนเดียวก็ถามถึงสมุนคนอื่น

“ถึกตำรวจฆ่าตายเบิ่ดแล้ว เฮาบ่เหลือไผอีกแล้ว พ่อใหญ่บาดเจ็บได้จังได๋ พ่อใหญ่มีอาคมฟันแทงบ่เข้านี่”

“พวกมันฮู้ว่ากูมีอาคม มันเอากระสุนลงยันต์มายิงกู” พูดไปพลางเฒ่าโสมเริ่มเจ็บแผลถูกยิง มีเสียงตะโกนโหวกเหวกของตำรวจดังเข้ามา กุลาเห็นท่าไม่ดีประคองเขาหนี...

หลังกลับจากไปดูลาดเลาที่บ้านเสือโฮก ผู้ช่วยถึกกับสีโหเข้ามารายงานนายฮ้อยเคนว่าตอนนี้บ้านเสือ–โฮกไม่เหลือใครสักคน ชาวบ้านหายหมดมีแต่ศพสมุนนอนตายเกลื่อน แต่ไม่พบศพเฒ่าโสมกับกุลา

คิดว่าน่าจะกำลังหนีตำรวจอยู่ ผู้ช่วยโทนดูท่าทางแล้ว เฒ่าโสมกับกุลาคงจะไม่รอดเงื้อมมือตำรวจ แล้วอย่างนี้เราจะทำอย่างไรกับจันแดงและแสงโสม ตำรวจคงต้องตามตัวทั้งคู่ไปสอบปากคำแน่นอน

“เป็นไปได้ ย่อนเฒ่าโสมออกปล้นมาหลายปีสมบัติที่ได้จากการปล้นต้องแยกเอาไปเสื่องไว้หลายหม่อง ลูกสาวเฒ่าโสมอาจรู้เห็นนำ”

ผู้ช่วยโทนตั้งข้อสังเกตถ้าตำรวจได้ตัวสองสาวไปคงได้ติดคุกแทนพ่อแน่ๆ แล้วนี่เราจะทำอย่างไรกันดี นายฮ้อยเคนยังตัดสินใจอะไรตอนนี้ไม่ได้จนกว่าจะรู้แน่ก่อนว่าเฒ่าโสมเป็นอย่างไร แล้วบอกให้ผู้ช่วยโทนไปดูแลสองสาวเอาไว้ อย่าเพิ่งพูดอะไรเรื่องนี้ เขารับคำก่อนจะผละจากไป นายฮ้อยเคนมัวแต่เป็นกังวลจึงไม่ทันสังเกตเห็นแสงโสมแอบฟังอยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
คิดหาทางกลับไปช่วยพ่อ

โจรสาวตรงไปยังเกวียนเล่มหนึ่ง ค้นหาอาวุธได้มีดพกมาหนึ่งเล่มโดยไม่รู้ว่าคำแก้วบังเอิญได้ยินเสียงรื้อค้นก็เลยเข้ามาเห็นทุกอย่างโดยตลอด แต่ยังไม่ทันจะโวยวาย ผู้ช่วยโทนเข้ามาพบแสงโสมเสียก่อน ถามว่าทำอะไรอยู่ตรงนี้ เธอรีบเอามีดซ่อนไว้ใต้เสื้อโกหกว่าเกิดหิวขึ้นมา คิดว่านี่เป็นเกวียนเสบียงก็เลยมาหาอะไรกิน เขาหลงเชื่ออาสาจะพาเธอไปหาของกิน แล้วคว้ามือเธอออกไป คำแก้วมองตามสงสัย

แสงโสมร้อนใจต้องการจะไปช่วยพ่อ วางแผนสลัดผู้ช่วยโทนให้พ้นทางแกล้งหกล้ม พอเขาเข้ามาช่วยพยุง เธอคว้าก้อนหินใกล้มือทุบท้ายทอยเขาสลบเหมือด คำแก้วที่ตามมาด้านหลังเจอแต่ผู้ช่วยโทนนอนกองอยู่กับพื้น แสงโสมหายตัวไปก็รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น

ooooooo

ระหว่างที่แสงโสมหนีจากทัพควาย เฒ่าโสมกลับมายังกระท่อมของตัวเองที่บ้านเสือโฮกในสภาพเลือดไหลอาบจากแผลถูกกระสุนลงยันต์ กุลาทักท้วงกลับมาที่นี่ทำไม เราควรจะหนีไปที่อื่นมากกว่า เขาจะไม่หนีไปไหนทั้งนั้น ถ้าต้องสู้ตายกับตำรวจก็จะขอตายอยู่ที่นี่

“คั่นมึงย่านตาย อยากหนีเอาโตรอดก็ไปโลดกูบ่ว่ามึงดอก มึงซอยเหลือกูมาหลายแล้ว” พูดจบเฒ่าโสมเดินโซซัดโซเซไปลากลังอาวุธที่มีทั้งดาบและปืนมาไว้ต่อสู้กับตำรวจ กุลาตัดสินใจจะอยู่ด้วย จะให้ทิ้งผู้มีพระคุณไปได้อย่างไร โจรเฒ่าพยักหน้ารับรู้แล้วโยนปืนให้ กุลาจะเฝ้าระวังหน้ากระท่อมให้เอง ให้เขาขึ้นไปทำแผลที่ไหล่ก่อน เขาพยักหน้าอีกครั้งก่อนจะเดินโซเซเข้าข้างใน...

ด้านแสงโสมวิ่งมาตามทางในป่าละเมาะเห็นศพสมุนนอนตายเกลื่อนก็ยิ่งเป็นห่วงพ่อ เร่งฝีเท้าจะไปช่วย คำแก้วตามมาขวางไว้ สั่งให้กลับไปทัพควายด้วยกันขืนดึงดันจะไปช่วยเท่ากับหาเรื่องให้เฒ่าโสมถูกฆ่า

“แทนที่พ่อเจ้าสิหาทางรอดได้เพิ่นกลับต้องมาคอยห่วงเจ้าจนบ่รอดเทิ้งพ่อเทิ้งลูก”

ไม่ว่าคำแก้วจะกล่อมอย่างไร แสงโสมก็ไม่สนใจยืนยันจะไปช่วยพ่อให้ได้ หากใครขวางเป็นเรื่องแน่ แล้วชักมีดจะทำร้าย คำแก้วเบี่ยงตัวหลบแต่ดันสะดุดศพสมุนหงายหลัง แสงโสมตามเข้ามาพร้อมมีดในมือ แต่ต้องชะงักเมื่อมีเสียงนายฮ้อยเคนสั่งให้ทิ้งมีด เธอเงยหน้ามองเห็นเขาเล็งปืนใส่ “เจ้าต้องกลับไปกับข้อยเดี๋ยวนี้”

แสงโสมไม่ยอมกลับ ปามีดใส่ นายฮ้อยเคนเอี้ยวตัวหลบมีดเฉียดแขนไปปักที่ต้นไม้ด้านหลัง พอหันกลับมาอีกทีโจรสาวหายไปแล้ว เขาเป็นห่วงคำแก้วรีบเข้าไปพยุงให้ลุกขึ้น พอเห็นเธอปลอดภัยก็เบาใจ คำแก้วเตือนจะปล่อยให้แสงโสมไปช่วยเฒ่าโสมไม่ได้เด็ดขาด เขาพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะชวนกันตามแสงโสมไป...

ที่กระท่อมของโจรเฒ่า กุลายิงต่อสู้กับตำรวจที่จะบุกเข้ามาจับแต่สู้ไม่ไหวเนื่องจากกำลังตำรวจมากกว่าต้องถอยร่นเข้าไปในกระท่อม เอาไม้มาขัดประตูไว้ ครั้นหันกลับไปจะชวนเฒ่าโสมหนีต้องหยุดกึกเมื่อเห็นจันดีกับเสือคำแสนคุมตัวเขาอยู่พลางจ้องปืนมาทางตนเอง

“เสือคำแสน...เจ้า...เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้จังได๋”

เสือคำแสนสั่งกุลาอย่าส่งเสียงดังไป ตนมีธุระกับเฒ่าโสม ทีแรกกุลาคิดว่าทั้งคู่จะมาจับตัวเฒ่าโสมไปส่งตำรวจเพื่อเอาค่าหัวก็ฮึดฮัดจะเอาเรื่อง เฒ่าโสมต้องห้ามไว้ บอกว่าพวกนี้ไม่ได้จะมาจับแต่จะมาพาหนี แต่เขาต้องรับปากก่อนว่าจะสอนวิชาอาคมให้ ที่เขาลังเลเพราะสาบานไว้แล้วว่าจะไม่สอนใครอีก

“บ่มีเวลาให้คึดแล้วพ่อเฒ่า อยู่หม่องนี้ให้ตำรวจฆ่าตายหรือสิเฮ็ดตามที่คำแสนเว่า” จันดีว่าแล้วเดินไปเปิดผ้าคลุมศพชาวบ้านชายสองคนที่ถูกนำตัวมาวางไว้เพื่อใช้หลอกให้ตำรวจคิดว่าเป็นศพของเฒ่าโสมและกุลา โจรเฒ่ามองศพแล้วมองหันมองเสือคำแสนที่ยิ้มอย่างถือไพ่เหนือกว่าก่อนจะตัดสินใจรับข้อเสนอ

เป็นจังหวะเดียวกับตำรวจที่ขยับเข้ามาใกล้กระท่อม ตะโกนบอกให้เฒ่าโสมออกมามอบตัว โจรเฒ่ายิงสวนไปยังกลุ่มตำรวจมั่วๆเพื่อยั่วยุ

“กูยอมตายดีกว่ายอมถูกพวกมึงจับโต มึงสิบ่ได้โตกูไปติดคุกดอก”

“มันคึดสู้ตายก็ให้มันตายสมใจอยาก” หัวหน้าชุดจับกุมรับคบไฟจากลูกน้องโยนใส่กระท่อม จากนั้นก็สั่งให้ระดมยิงใส่ เสียงปืนดังหูดับตับไหม้พร้อมกับไฟที่โหมไหม้กระท่อมทั้งหลัง แสงโสมเข้ามาเห็นกระท่อมไฟไหม้จะเข้าไปช่วยพ่อ นายฮ้อยเคนกับคำแก้วตามมาคว้าตัวไว้ทัน เธอพยายามดิ้นหนี เขาจึงต้องทุบท้ายทอยให้เธอสลบ แล้วหันมองกระท่อมสว่างไสวด้วยเปลวเพลิงสีหน้าหนักใจ

ooooooo

เช้าวันถัดมา นายฮ้อยเคนปรึกษากับคำแก้วจะเอาอย่างไรกับจันแดงและแสงโสมดี ในเมื่อเฒ่าโสมตายในกองเพลิงไปพร้อมกับสมุนคู่ใจ เธอถามย้ำว่าแน่ใจหรือ เขาพยักหน้า ผู้ช่วยถึกเห็นกับตาว่าตำรวจเอาศพออกมาจากกระท่อม สองศพสภาพไหม้เกรียม จังหวะนั้นอาจารย์เม้าเข้ามาบอกว่าตำรวจมา

ครู่ต่อมานายฮ้อยเคนมายืนอยู่ตรงหน้าตำรวจ ส่วนคำแก้วแอบสังเกตการณ์อยู่หลังเกวียนไม่ห่างกันนักเพราะการมีผู้หญิงอยู่ในกองคาราวานอาจทำให้ตำรวจสงสัยได้

ตำรวจมาเพื่อจะขอตรวจค้นเนื่องจากเมื่อวานมีการกวาดล้างชุมโจรที่บ้านเสือโฮก แต่หลังจากตำรวจค้นทั้งหมู่บ้านแล้วไม่พบลูกสาวสองคนของเฒ่าโสมก็เลยอยากรู้ว่านายฮ้อยเคนเจอผู้หญิงแปลกหน้ามาป้วนเปี้ยนในทัพควายบ้างหรือเปล่า คำแก้วไม่สบายใจที่ตำรวจจะตรวจค้นที่นี่ รีบไปเตือนจันแดงซึ่งกำลังดูแลแสงโสมที่ยังหมดสติอยู่ บัวเขียวสงสัยจะมาตามตัวทั้งคู่ไปทำไมในเมื่อเฒ่าโสมกับพวกตายไปแล้ว

“ข้อยเคยได้ยินผู้ซอยถึกเว่าไว้ว่า ตำรวจอาจตามหาสมบัติที่เฒ่าโสมปล้นมาแล้วแอบเสื่องเอาไว้ย่อนโจรทั่วไปมักเฮ็ดจังซั่น คั่นเป็นอย่างที่ผู้ซอยถึกเว่าอีหลี แล้วมันมีบ่เอื้อย สมบัติที่เว่ามานั่น”

จันแดงอึกอักก่อนจะปฏิเสธว่าไม่มี พ่อปล้นมาได้แต่ละครั้งก็เอาไปขายหมด ได้เงินมาก็เอามาเลี้ยงดูรักษาอาการป่วยของชาวบ้าน ไม่ให้ต้องอดอยาก ไม่ต้องตายด้วยโรคเรื้อน บัวเขียวตั้งข้อสังเกตว่าตำรวจคงไม่เชื่อคำพูดของเธอ ถึงอย่างไรก็คงต้องเอาตัวเธอไปแน่ๆ แล้วหันไปถามคำแก้วว่าจะทำอย่างไรกันดี

“ซุมเจ้าบ่ต้องซอยเฮาดอก เฮาสิพาน้องสาวหนีไปเอง” จันแดงว่าแล้วจะเข้าไปพยุงแสงโสม คำแก้วแตะไหล่เธอไว้ ตนจะไม่ปล่อยให้ทั้งคู่ไปลำบากเพียงลำพัง ในเมื่อเราเป็นพี่น้องกันตนจะช่วยทั้งคู่เอง จันแดงมองคำแก้วอย่างซาบซึ้งใจ...

ทางด้านสุบิน จันทาและเฒ่าอ่ำรู้ข่าวว่าที่ตำรวจมาตามหาลูกสาวของเฒ่าโสมเพราะต้องการจะเอาตัวไปสอบปากคำเพื่อตามหาสมบัติที่โจรปล้นไปซ่อนไว้ถึงกับหูผึ่ง...

คำแก้วพาพวกสาวๆหลบออกไปได้ทันเวลาก่อนที่ตำรวจจะตรวจค้นมาถึงเกวียนของพวกเธอ ตำรวจเจอเพียงผ้าพันคอผู้หญิงตกอยู่หยิบขึ้นมามองสงสัย ผู้ช่วยโทนรับว่าเป็นของตนเอง เนื่องจากเพิ่งแต่งงาน เมียให้ไว้ดูต่างหน้า แล้วหยิบผ้าผืนนั้นขึ้นมากอดมาหอม ตำรวจไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก จากนั้นก็พากันกลับไป

แต่ใช่ปัญหาจะหมด หากปล่อยให้คำแก้วกับพวกผู้หญิงเดินทางไปกันเองลำพังคงไปไม่รอด แต่ถ้าจะพากลับบ้านสว่างแดนดินก็ไม่เหลือใครคอยดูแล ครั้นจะให้เดินทางไปกับทัพควายก็ทำไม่ได้เพราะผิดกฎ

“แต่กฎของทัพควายนายฮ้อยเป็นผู้ตัดสินใจแม่นบ่จารย์เม้า” ผู้ช่วยโทนโพล่งขึ้น

“มันก็แม่นอยู่ผู้ซอย นายฮ้อยคือผู้ดูแลทัพควายกฎทุกข้ออยู่ที่นายฮ้อยสั่ง เฮามีหน้าที่ทำตามเท่านั้น”...

หลังจากไปตามตัวคำแก้วกับพวกผู้หญิงกลับมาที่พักแรมเรียบร้อย นายฮ้อยเคนไม่คิดจะใช้อำนาจในมือตัดสินเรื่องจะให้ผู้หญิงเดินทางไปกับทัพควาย จึงขอให้ทุกคนออกเสียงว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ผลปรากฏว่ามีเสียงคัดค้านแค่สามเสียง นอกนั้นเห็นด้วย

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement