นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 3 นิยายไทยรัฐ
วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 3


17 พ.ย. 2560 07:47
792,191 ครั้ง

ละคร นิยาย นายฮ้อยทมิฬ

นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 3

อ่านเรื่องย่อ

นายฮ้อยทมิฬ

แนว:

ดราม่า-แอ็คชั่น

บทประพันธ์โดย:

คำพูน บุญทวี

บทโทรทัศน์โดย:

แพรพริมา

กำกับการแสดงโดย:

ธงชัย ประสงค์สันติ

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ภัทรเดช สงวนความดี,ฝนทิพย์ วัชรตระกูล

เช้าตรู่วันถัดมา ขณะที่ชาวบ้านต่างเข้าแถวรอตักน้ำจากบ่อน้ำเพียงบ่อเดียวในหมู่บ้าน คำม่วนกับคำสร้อยพากันนินทา ให้ร้ายคำแก้วว่าโกหกหน้าตายปากบอกว่าเกลียดพี่เขยที่เป็นต้นเหตุให้พี่สาวตัวเองถูกฆ่า แต่เอาเข้าจริงนี่กลับเป็นเวลาที่เธอรอคอย พี่สาวตายไปไม่กี่วันก็จะเอาพี่เขยมาทำผัว

“ตอนยังบ่ตายมันกะจ้องแล้วจ้องอีก ตายไปแล้วจั่งซี่อีคำแก้วมันมักหลายตั่ว”

ชาวบ้านชอบฟังเรื่องไม่ดีของคนอื่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้วพากันหลงเชื่อวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนานา คำม่วนยังไม่สาแก่ใจยุแยงให้ชาวบ้านด่าคำแก้วหากเห็นเดินอยู่ในหมู่บ้าน มันจะได้ไม่กล้าทำเรื่องแบบนี้อีก น้อยซึ่งหาบชะลอมใส่น้ำเข้ามาพร้อมกับบักมืดและสีโหได้ยินเต็มสองหูก็ไม่พอใจ ทวงถามคำม่วนมีหลักฐานหรือเปล่า ถึงได้มากล่าวหากัน หรือทำอะไรคำแก้วไม่ได้ก็เลยต้องมาใส่ร้ายป้ายสีลับหลัง

“อีน้อย วอนปากแตกซะแล้ว” คำม่วนพูดจบปรี่จะเข้าไปตบสั่งสอน บักมืดขยับมาขวางหน้า ขู่เสียงเข้มถ้าขืนทำอะไรน้องสาวของตนจะจับโยนลงบ่อน้ำ สีโหยุให้โยนลงไปเลย หน้าด้านอย่างนี้ขู่ไปก็ไร้ประโยชน์ บักมืดเห็นดีด้วย ชวนให้ช่วยกันจับคำม่วนโยนลงไปก่อนเพื่อน คนถูกเอ่ยชื่อถอยกรูดดันคำสร้อยรับหน้าแทน อ้างต้องรีบหาบน้ำกลับบ้านแล้วคว้าชะลอมใส่น้ำเดินลิ่วไปทันที

“ว่าจั่งได๋คำสร้อย อยากลงไปในน้ำบ่ เดี๋ยวพวกข้อยซ่อยโยนไปให้” ไม่พูดเปล่าสีโหย่างเข้าหา

“ฝากไว้ก่อนเถอะ ข้อยสิให้อ้ายจันดีมาเล่นงานพวกเจ้าทุกคน” คำสร้อยแจ้นตามคำม่วนออกไป...

ในเวลาต่อมา น้อย บักมืดและสีโหหาบน้ำมาตามคันนา เจอบัวเขียวในสภาพมอมแมมเดินโซซัดโซเซมาล้มลงตรงหน้า สีโหปรี่เข้าไปประคอง ถามว่าเป็นใครมาทำอะไรแถวนี้ หญิงสาวไม่ตอบได้แต่ขอน้ำดื่ม...

บริเวณทุ่งหินอันเวิ้งว้าง จันดีกับนักเลงคุมซ่องในสภาพมีผ้าโพกหัวอำพรางใบหน้ากำลังโมโหที่บัวเขียวหนีไปได้ กระชากตัวหญิงสาวคนหนึ่งมาตะคอกถามว่าเพื่อนของเธอหนีไปไหน หญิงสาวส่ายหน้าไม่รู้ไม่เห็น นักเลงไม่เชื่อตบหน้าหัน เธอยกมือไหว้ขอร้องอย่าทำร้ายกันอีกเลย ตนไม่รู้จริงๆ นักเลงชักดาบจะสั่งสอน แต่จันดีคว้ามือเอาไว้ บอกว่าเธอคงจะไม่รู้จริงๆ สั่งสอนไปสินค้าเสียหายจะเสียราคาเปล่าๆ

“รีบส่งพวกมันเข้าซ่องเอาเงินมาแบ่งกันใช้ดีกว่า ส่วนอีที่หนีไปได้มันกะบ่ได้เห็นหน้าหมู่เฮา เฮ็ดหยังเฮาบ่ได้...อีกจั๊กหน่อยพวกเจ้าสิได้เข้าอำเภอไปเฮ็ดงานสบายๆ บ่ต้องอดๆอยากๆทนแล้งอยู่บ้านอีก ควรสิขอบคุณข้อยเด้” จันดีมองนักเลงจับหญิงสาวยัดใส่เกวียนก่อนจะเคลื่อนออกไป รอจนเกวียนลับสายตาจันดีถึงได้ปลดผ้าที่โพกหน้ายิ้มเหี้ยมออกมา

ooooooo

ได้ดื่มน้ำแก้กระหายสักพัก บัวเขียวก็มีเรี่ยวแรงขึ้น น้อยซักเป็นชุดว่าเป็นใครมาจากไหน ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ เธอเล่าให้ฟังว่าเธอชื่อบัวเขียว เป็นหมอลำพเนจรไม่มีที่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่งเพราะต้องเดินทางตามครอบครัวหนีความแห้งแล้ง ร้องหมอลำแลกข้าวแลกเงินไปเรื่อยๆ

“แล้วตอนนี้พ่อแม่เอื้อยอยู่ไสล่ะ” น้อยซักอีก

บัวเขียวน้ำตาเอ่อขึ้นมาทันที สีโหสงสารเธอจับใจ บอกน้อยว่ารู้แค่นี้ก็พอแล้วไว้ค่อยถามกันวันหลัง บัวเขียวตัดสินใจเล่าให้น้อย สีโหและบักมืดฟังว่าพ่อแม่ของเธอถูกพวกโจรปล้นฆ่าตายหมด ส่วนเธอก็ถูกพวกมันจับไปขายซ่อง แต่เธอหนีออกมาได้ จนมาเจอทั้งสามคน แล้วเธอก็ร้องไห้โฮออกมา ทำเอาทั้งสีโห น้อยและบักมืดพลอยเศร้าไปด้วย...

คำแก้วอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับเฒ่าโสมจึงไปสอบถามจากยายเฒ่าซึ่งรู้จักแค่ว่าเป็นนายฮ้อยอยู่บ้านเสือโฮก แต่ถ้าอยากรู้มากกว่านี้ควรจะไปถามจากนายฮ้อยเคนเพราะเขาไปร่ำเรียนการเป็นนายฮ้อยจากเฒ่าโสม ยายเฒ่าเห็นเธอนิ่งคิดก็พอจะเดาอะไรออก ดักคอว่าทำหน้าแบบนี้แสดงว่าตั้งแต่เผาศพคำแพง เธอยังไม่หายโกรธนายฮ้อยเคนใช่ไหม คำแก้วยืนยันไม่มีวันให้อภัยเขาเด็ดขาด

“เจ้าอย่าทิฐิหลายไปเลยคำแก้ว ส่ำนี้กะน่าสงสารบักเคนพอแฮงแล้ว”

“บ่ต้องห่วงอ้ายเคนดอก เสียใจบ่ได้โดนเดี๋ยวกะมีผู้สาวแห่มาซ่อยปลอบใจ ว่าแต่เรื่องที่เฮาเว้ากันนี่ ยายเฒ่าเก็บเป็นความลับอย่าบอกไผเด็ดขาด แม้แต่อ้ายเคนกะห้ามเว้าให้ฮู้ได้บ่”

แม้จะไม่ค่อยเห็นด้วยนัก แต่ยายเฒ่าก็รับปากจะไม่เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง ระหว่างนั้นน้อยเข้ามาตามตัว คำแก้วจะขอเสื้อผ้าจากเธอไปให้บัวเขียวเพราะน้อยมีแต่เสื้อผ้าเก่าๆ ครู่ต่อมาคำแก้วเอาชุดของตัวเองหลายชุด มาให้บัวเขียวถึงที่บ้านบักมืด บัวเขียวขอบใจเธอมากสำหรับน้ำใจที่มีให้ สีโหสบช่องถ้าบ้านหลังนี้คับแคบ อยู่แล้วไม่สบายเนื้อสบายตัว ให้บัวเขียวไปพักบ้านตนก็ได้ ตนอยู่คนเดียวห้องหับเหลือเฟือ

“เฮ้ย ชวนผู้สาวงามๆไปอยู่กับเจ้าตามลำพังเจ้าคิดหยังกันแน่บักสีโห” บักมืดกระเซ้า สีโหแก้ตัวเป็นพัลวัน ไม่ได้คิดอะไรสักน่อย ก็แค่อยากเห็นบัวเขียวอยู่อย่างสบาย บักมืดแซวไม่เลิกว่าไม่ได้คิดอะไรจริงๆหรือตนได้ยินเขาชมบัวเขียวงามไม่หยุดปาก สีโหเขินมากพยายามจะเอาเรื่องบักมืดเพื่อกลบเกลื่อน คำแก้วกับน้อยเห็นสายตาที่บัวเขียวมองสีโหอย่างชื่นชมก็เดาได้ไม่ยากว่าเธอเองก็มีใจให้เขาเช่นกัน

“อยู่หม่องนี่เจ้าบ่ต้องย่านเรื่องพวกโจรที่มาตามล่าเจ้ากลับไป อ้ายสีโหเว้าเรื่องเจ้าให้นายฮ้อยเคนฟังแล้ว เพิ่นต้องซ่อยเจ้าได้แน่นอนแม่นบ่คำแก้ว” ว่าแล้วน้อยหันไปทางคำแก้วซึ่งพยักหน้ารับคำ บัวเขียวขอบใจทุกคนมาก และเพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจเธอจะแสดงหมอลำให้ชม

จากนั้นไม่นาน ลานกลางหมู่บ้านถูกเนรมิตให้เป็นเวทีแสดงหมอลำ ชาวบ้านพากันมาจับจองที่นั่งดูบัวเขียวแสดง เสียงดนตรีจังหวะสนุกสนาน ทำให้ทุกคนคลายความทุกข์เรื่องขายควายไม่ได้ไปชั่วคราว น้อยเห็นนายฮ้อยเคนเข้ามายืนดูพวกชาวบ้านที่กำลังเซิ้งสนุกสนานกัน ชวนเขากับคำแก้วออกไปเซิ้งด้วยกัน

“เจ้าเข้าไปเซิ้งเถาะ ข้อยบ่ว่าง”

น้อยบอกให้คำแก้วเก็บงานอย่างอื่นไว้ก่อน

หมู่บ้านเราไม่มีหมอลำมาแสดงนานแล้วไปสนุกกันดีกว่า นายฮ้อยเคนอาสาจะทำงานบ้านแทน ให้คำแก้วไปสนุกับน้อยได้เลย เธอเองก็ชอบหมอลำอยู่แล้ว คำแก้วว่าประชดว่าพี่สาวของตนเพิ่งตาย ใครจะมีอารมณ์สนุกสนาน สะบัดหน้าใส่พี่เขยแล้วผละจากไป

ooooooo

นักเลงคุมซ่องเอาเงินที่ได้จากการขายหญิงสาวมาให้จันดีถึงเรือน เขามองเงินในมือที่มีเพียงไม่กี่บาทด้วยความไม่พอใจทำไมถึงได้ค่าตัวแค่นี้ นักเลงอ้างว่าส่งผู้หญิงไม่ครบตามที่ตกลงกันเอาไว้

“ลูกพี่ข้อยฝากบอกว่าถ้าหางามๆมาได้อีกหลายๆคนเจ้าสิได้หลายกว่านี้” พูดจบนักเลงขยับจะไป คำสร้อยเดินสวนเข้ามาเสียก่อน เขามองตาวาวพลางกระซิบกับจันดีว่าถ้าได้สวยอย่างนี้รับรองเขารวยแน่นอน จันดีไล่ให้นักเลงรีบไป เรื่องนั้นเขาจะจัดการให้เอง นักเลงมองคำสร้อยอีกครั้งก่อนจะพากันออกไป หญิงสาวไม่ชอบสายตาที่พวกนั้นมองมาที่ตัวเองนัก ถามจันดีว่ามันเป็นใคร

“เจ้าบ่ต้องฮู้ดอก บ่แม่นเรื่องของเจ้า มีหยังจั่งต้องมาหาข้อยถึงนี่”

ครู่ต่อมาคำสร้อยพาจันดีมาด้อมๆมองๆแถวลานกลางหมู่บ้านซึ่งชาวบ้านกำลังสนุกสนานอยู่กับการแสดงหมอลำของบัวเขียว แล้วชี้ไปที่น้อยซึ่งเป็นน้องสาวของบักมืด ฟ้องว่าเมื่อตอนเช้านี้มันทั้งด่าทั้งตบเธอ จันดีไม่พอใจที่เธอพามาถึงนี่เพราะเรื่องแค่นี้ก็เลยต่อว่าเป็นชุดแล้วหันหลังจะไป เธอรั้งตัวไว้จะให้เขาไปเอาเรื่องน้อยให้ได้ เขาขอผัดไปก่อน ตอนนี้มีเรื่องต้องทำอีกหลายอย่าง

“แต่ถ้าเจ้าบ่เฮ็ดหยังตอนนี้ พวกมันแฮงสิได้ใจชาวบ้าน เบิ่งพู้น แค่มันพาหมอลำพเนจรมาร้องเซิ้งให้ส่ำนี้ ชาวบ้านกะถืกใจพวกมันหลาย” คำสร้อยชี้ไปทางเวทีชั่วคราว พอจันดีเห็นบัวเขียวชัดๆถึงกับหยุดกึก จำได้ทันทีว่าเป็นหญิงสาวที่หนีไปจากเงื้อมมือตัวเอง คำสร้อยเห็นเขานิ่งเงียบไปคิดว่าเขาถูกใจหมอลำสาวก็เลยทั้งด่าว่าทั้งทุบตี จันดีคว้ามือไว้ สั่งให้หยุดทำอย่างนี้และฟังเขาให้ดีๆ เขารู้จักหมอลำสาวคนนั้น

“ข้อยมีวิธีเอาคืนพวกมันให้เจ้าสะใจแน่นอน แต่เจ้าต้องร่วมมือกับข้อย ว่าจังได๋คำสร้อย”

คำสร้อยยินดีร่วมมือด้วย จะให้ทำอะไรก็ว่ามาได้เลย จันดียิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที...

ดูหมอลำแสดงได้สักพัก นายฮ้อยเคนก็กลับเรือนพร้อมด้วยไหปลาแดกในมือ ร้องเรียกคำแก้วก็ไม่มีเสียงขานตอบ จึงเดินไปเคาะประตูห้องเธอ บอกว่าอาจารย์เม้า ฝากปลาแดกมาให้ ไม่มีเสียงตอบเหมือนเดิม ขณะจะผลักประตูเข้าไป มีเสียงผู้ช่วยโทนตะโกนเรียกเสียก่อน นายฮ้อยเคนเดินมาชะโงกหน้าถามว่ามีอะไร

“ควายที่คอกเป็นหยังกะบ่ฮู้นายฮ้อย อาการบ่ดีหลายโตเลย นายฮ้อยฟ้าวไปเบิ่งที”

นายฮ้อยเคนพยักหน้ารับคำ ลงจากเรือนเดินไปกับผู้ช่วยโทน คำแก้วซึ่งแอบอยู่ใต้ถุนเรือนรอจนทั้งคู่ลับสายตาคว้าห่อผ้าสัมภาระออกจากที่ซ่อนตรงไปยังม้าของพี่เขยที่ผูกอยู่ ลูบหัวมันเบาๆ

“ซ่อยข้อยแน พาข้อยไปบ้านเสือโฮกที ข้อยอยู่หม่องนี้กับนายเจ้าบ่ได้แล้ว”...

หลังตรวจอาการของควายบัวศรีแล้ว นายฮ้อยเคน ยังระบุแน่ชัดไม่ได้ว่ามันเป็นอะไรกันแน่ ถ้าแค่ท้องอืดไม่เคี้ยวเอื้องอย่างเดียวก็ไม่มีอะไรน่าห่วง แต่ถ้ามันติดโรคระบาดคงจะไม่ดีแน่ สีโหสงสัยว่าโรคอะไร นายฮ้อยเคนยังตอบไม่ได้ต้องดูอาการไปก่อน แต่ควรจะต้องแยกออกจากฝูงแล้วรักษาตามอาการไปจนกว่าจะแน่ใจ สีโหมองควายที่นอนซึมด้วยสีหน้าเป็นกังวลไม่ต่างจากนาย ฮ้อยเคน

ooooooo

ระหว่างบัวเขียวเดินกลับบ้านบักมืด มีชาวบ้านที่ชื่นชอบเสียงร้องหมอลำของเธอเอาของกินเล็กๆ น้อยๆมาให้ เธอขอให้พ่อเฒ่าแม่เฒ่าเก็บเอาไว้กินเอง ที่เธอมาร้องหมอลำก็เพื่อตอบแทนน้ำใจที่ชาวบ้านมีให้

“น้ำใจเจ้างามหลาย ขอให้เจริญๆเด้อ” แม่เฒ่าชมเสร็จพากันเดินแยกไป บัวเขียวมองตามยิ้มอิ่มใจ จังหวะนั้นคำสร้อยเข้ามาทางด้านหลังชื่นชมเธอว่าน้ำใจงามเหมือนหน้าตาแบบนี้ถือเป็นบุญของหมู่บ้านจริงๆ บัวเขียวหันขวับมามองตามเสียงเห็นหญิงสาวหน้าตาดีมากับชายหนุ่มคนหนึ่ง คำสร้อยรีบแนะนำตัว

“ข้อยซื่อคำสร้อย ส่วนนี่อ้ายจันดี อ้ายข้อยเอง”

จันดียิ้มให้บัวเขียวซึ่งจำไม่ได้ว่าเขาเป็นใครเพราะตอนที่ถูกจับตัวเขาใช้ผ้าโพกอำพรางใบหน้า คำสร้อยได้ยินเสียงร้องอันไพเราะของเธอจึงอยากจะจ้างให้ไปร้องที่อำเภอ พี่ชายของตนเป็นพ่อค้าไปๆมาๆเป็นประจำ เสียงดีอย่างเธอไปร้องหมอลำที่นั่นรับรองได้ค่าจ้างสูงแน่นอน บัวเขียวสนใจแต่อีกใจหนึ่งลังเลเพราะสายตาของจันดีที่มองมายังตัวเองดูคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก คำสร้อยถามหยั่งเชิงว่ามองแบบนี้เคยเจอจันดีมาก่อนหรือ

“บ่เคยจ้ะ” บัวเขียวส่ายหน้า จันดีแอบยิ้มพอใจที่เธอจำไม่ได้ ก่อนที่บัวเขียวจะเสียทีให้ทั้งคู่ น้อยเข้ามาขวางไว้เสียก่อน เปิดโปงว่าสองคนนี้เป็นผัวเมียกันไม่ใช่พี่น้อง คนหนึ่งเป็นแมงดาส่วนอีกคนหนึ่งเป็นผู้หญิงหากิน คำสร้อยไม่พอใจเงื้อมือจะตบสั่งสอน น้อยตั้งการ์ดเตรียมสู้ จันดีคว้ามือเธอไว้

“อีน้อย อย่าหาเรื่องเจ็บโตดีกว่า” ไม่ขู่เปล่าจันดีผลักน้อยจนเซ บัวเขียวชะงักกับเสียงพูดของเขา และรับรู้ได้ว่าสองคนนี้มาไม่ดี ชวนน้อยกลับแล้วรีบดึงตัวออกมา น้อยเตือนบัวเขียวทีหน้าทีหลังถ้าพวกมันมาใกล้อีก ให้ถีบก้นไล่ตะเพิดไปไกลๆอย่าไปฟังมันพูดอะไรทั้งนั้น พวกมันไม่ใช่คนดีอยู่ห่างๆเอาไว้

“มันเป็นนักเลง งานการบ่เฮ็ดหยัง นอกจากไปซ่องสุมกับพวกเสือพวกโจร แต่พวกชาวบ้านบ่ฮู้เพราะมันชอบทำตัวอวดรวยแจกข้าวของให้ชาวบ้าน ของโจรทั้งนั้น”

บัวเขียวเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวเข้าด้วยกัน มั่นใจว่าจันดีต้องใช่พวกเดียวกับโจรที่จับเธอไปขายซ่องเพราะสายตาและน้ำเสียงของเขาเหมือนชายที่ไล่ต้อนเธอขึ้นเกวียนไม่มีผิดเพี้ยน น้อยเห็นสีหน้าเธอไม่สู้ดีนักถามว่ามีอะไรหรือเปล่า พวกมันขู่เอาหรือ บัวเขียวไม่กล้าบอกความจริงกลัวจะทำให้คนให้ที่อยู่ที่กินเป็นอันตราย ได้แต่บอกว่าไม่มีอะไร รับปากจะอยู่ให้ห่างคนชั่วๆอย่างพวกนั้น...

ด้านคำสร้อยเจ็บใจที่เกือบจะได้ตัวบัวเขียวอยู่แล้ว แต่น้อยดันมาขัดจังหวะเสียก่อน แล้วหันไปบอกจันดีที่ยืนครุ่นคิดว่าไหนๆต้องลากบัวเขียวกลับไปขายซ่องอยู่แล้วก็ให้เอาน้อยไปด้วยเลย แล้วแนะให้เขาชิงลงมือก่อนที่บัวเขียวจะจำเขาได้ จันดีนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเห็นดีด้วย

ooooooo

ม้าของนายฮ้อยเคนไม่เป็นใจให้คำแก้วหนี เดินเชื่องช้ามากกว่าจะมาถึงถนนนอกหมู่บ้านพระอาทิตย์ ลับขอบฟ้าไปแล้ว คำแก้วพยายามบังคับให้มันควบ มันกลับหยุดเดินดื้อๆ

“ปั๊ดโธ่เว้ย สันดานม้ากับคนมันคือกันหลาย ได้...อยากลองดี เจ้าก็ต้องเจ็บตัว” คำแก้วเอามือฟาดบั้นท้ายม้าเพื่อเร่งให้วิ่ง มันกลับร้องเสียงดัง ยกขาหน้าขึ้นตะกุยอากาศ คำแก้วไม่ทันระวังตัวหงายตกจากหลังม้าก้นกระแทกถึงกับร้องโอดโอย จากนั้นม้าวิ่งย้อนกลับทางเก่า คำแก้วพยายามเรียกให้มันกลับมา แต่ไร้ผล ม้าวิ่งแจ้นไปเลย เธอได้แต่คลำก้นตัวเองป้อยๆ...

ไม่ได้มีแต่คำแก้วเท่านั้นที่หนีออกจากบ้าน บัวเขียวไม่ต้องการให้คนดีๆอย่างน้อยกับบักมืดต้องมาเดือดร้อนเพราะตนเอง รอจนทุกคนในบ้านหลับกันหมดก็แอบหนีออกมา โชคไม่ดีที่จันดีกับคำสร้อยกำลังจะมาจับเธอกลับไปขายซ่องเห็นเข้าพอดี จึงลอบสะกดรอยตามกระทั่งเธอถึงป่าละเมาะ จันดีซึ่งมีผ้าโพกอำพรางใบหน้าที่แท้จริงย่องมาทางด้านหลังล็อกตัวเอาไว้ บัวเขียวทั้งดิ้นทั้งร้องให้คนช่วย

“ซอยแนๆ ไผก็ได้ ซอยข้อยแน”

จันดีกระชากบัวเขียวให้หันหน้ามาแล้วชกท้องลงไปจุกตัวงอ เธอไม่ยอมสิ้นฤทธิ์ง่ายๆตวัดมีดเล่มเล็กในมือโดนแขนจันดีเลือดไหลอาบ เขามัวแต่พะวงแผลที่แขน เปิดช่องให้บัวเขียววิ่งหนี

ไม่ห่างกันนัก คำแก้วเดินมาตามทางมืดมิดพลางคลำก้นตัวเองป้อยๆ ปากก็บ่นไม่หยุดว่าซวยจริงๆ กว่าจะเดินถึงบ้านเสือโฮกมีหวังเท้าพองแน่ ระหว่างนั้นมีเสียงคนร้องไห้สะอึกสะอื้นดังเข้ามา เธอนิ่วหน้าแปลกใจ

ค่ำปานนี้ใครมาร้องไห้ เดินตามเสียงจนถึงพงหญ้าแหวกเข้าไปดู เกือบจะถูกบัวเขียวหลับหูหลับตาเอามีดพกฟันใส่ เธอต้องร้องบอกว่านี่เธอเองคำแก้วไม่ต้องกลัว บัวเขียวถึงได้ลืมตาขึ้นมอง พอเห็นอีกฝ่ายก็โผกอด

“คำแก้วๆ ซอยข้อยแน บักจันดี มัน...มันคือโจรลักพาโตข้อยมาขายซ่อง มันพ้อข้อยแล้ว มันสิมาจับข้อยไปอีก ซอยข้อยแนเด้อคำแก้ว”

คำแก้วไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ถามย้ำว่าใช่จันดีแน่หรือ บัวเขียวยังไม่ทันจะตอบคำถามมีเสียงจันดีร้องเรียกบัวเขียวดังแว่วเข้ามาว่าให้ออกมาได้แล้วถ้าไม่อยากเจ็บตัว ร้องหมอลำจะทำเงินมากเท่าทำงานในซ่องได้อย่างไร คำแก้วชังจันดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ขยับจะไปเอาเรื่องแต่บัวเขียวจับแขนไว้

“อย่าเลยคำแก้ว เจ้าสู้มันบ่ได้ดอก”...

ขณะที่คำแก้วตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน

นายฮ้อยเคนยังเฝ้าดูอาการควายบัวศรีอยู่ที่คอกควายรวมของหมู่บ้านด้วยสีหน้าเป็นกังวล เนื่องจากให้ยาไปหลายขนานแล้วแต่อาการมันยังไม่ดีขึ้นจึงหันไปบอกสีโหกับผู้ช่วยโทนที่กำลังสุมไฟไล่ยุงว่าคืนนี้คงต้องดูอาการมันไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที

ทั้งสีโหและผู้ช่วยโทนอาสาจะอยู่เฝ้าควาย ให้นายฮ้อยเคนกลับเรือนไปดูคำแก้วจะดีกว่า ระหว่างนั้นม้าของนายฮ้อยเคนเดินเข้ามา เจ้าของม้าแปลกใจมันหลุดมาได้อย่างไร แล้วฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าม้าไม่มีทางหลุดออกมาเอง ต้องมีคนปล่อยแต่ขี่มันไม่ได้และคนคนนั้นต้องเป็นคำแก้วแน่นอน

ooooooo

คำแก้วประคองบัวเขียวมาซ่อนตัวให้ห่างจากจุดเดิม หมอลำสาวเห็นอีกฝ่ายสะพายห่อผ้าสัมภาระที่ไหล่ ถามว่าค่ำมืดดึกดื่นมาทำอะไรแถวนี้ หรือกำลังจะไปจากที่นี่ คำแก้วขอร้องเธออย่าบอกใครว่าเจอตนที่นี่โดยเฉพาะอ้ายเคน แล้วตนจะจัดการกับจันดีไม่ให้มายุ่งกับเธออีกเป็นการตอบแทน

มีเสียงฝีเท้าคนใกล้เข้ามา คำแก้วรีบดึงบัวเขียวหลบ จันดีตะโกนขู่บัวเขียวถ้าจะหนีก็หนีให้รอด เพราะถ้าเจอเธออีกครั้งเขาเอาเธอตายแน่ บัวเขียวกลัวน้ำตาไหลพรากกระซิบกับคำแก้ว

“อย่าให้มันเอาข้อยกลับไปเด้อ ข้อยขอร้อง”

“บ่ต้องย่าน ถ้ามันสิเฮ็ดหยังเอื้อย มันต้องข้ามศพข้อยไปก่อน” คำแก้วกำมีดพกของบัวเขียวไว้แน่นพร้อมสู้ตาย ก่อนที่จันดีมาถึงจุดที่ทั้งคู่ซ่อนตัว คำสร้อยเข้ามาเตือนเขาว่าตอนที่เฝ้าดูอยู่ที่เรือนบักมืดตามคำสั่งของจันดีเห็นนายฮ้อยเคนกับพวกผู้ช่วยออกตามหาคำแก้วที่หายไปจากเรือนและกำลังบ่ายหน้ามาทางนี้

“ฟ้าวไปก่อนเถอะอ้าย เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง เดี๋ยวพวกนายฮ้อยสิมาเจอเฮา” พูดจบคำสร้อยดึงจันดีออกไป คำแก้วรอจนสองคนนั่นไปแล้วจึงพาบัวเขียวออกจากที่ซ่อนพลางถอนใจโล่งอก แต่ยังไม่ทันจะขยับไปไหน นายฮ้อยเคนมาเจอสองสาวเสียก่อน คำแก้วถึงกับถอนใจเซ็ง...

ครู่ต่อมานายฮ้อยเคนกึ่งลากกึ่งจูงแขนคำแก้วมาถึงหน้าเรือน โดยมีบัวเขียวกับสีโหและผู้ช่วยโทนเดินตามมาด้านหลัง คำแก้วโวยวายไม่เลิกพร้อมกับสะบัดมือเขาออกแต่ทำแรงไปหน่อยตัวเองเซล้มก้นกระแทกจุดเดิมที่ตกม้าถึงกับร้องลั่น

“โอ๊ย...อีกแล้วดากข้อย”

บัวเขียวเข้าไปช่วยพยุงให้ลุกขึ้น คำแก้วบีบมือเธอและมองด้วยสายตาเว้าวอนให้ช่วยเหลืออย่างที่บอกกันไว้ก่อนหน้า บัวเขียวสีหน้าลังเลไม่อยากโกหกใคร

ผู้ช่วยโทนขอให้คำแก้วบอกความจริงกับนายฮ้อยเคนไปดีกว่า เธอโวยวายก็บอกไปแล้วไม่ใช่หรือว่าจะเอาเสื้อผ้าไปให้บัวเขียว ส่วนเรื่องม้าตนไม่รู้ว่ามันหลุดไปได้อย่างไร ยิ่งเธอพยายามแก้ตัว นายฮ้อยเคนก็ยิ่งมั่นใจว่าเธอโกหก

แม้จะมีคำยืนยันจากบัวเขียวว่าคำแก้วพูดความจริง แต่นายฮ้อยเคนก็ไม่เชื่ออยู่ดีคว้าข้อมือคำแก้วกระชากขึ้นเรือน อ้างมีวิธีเค้นเอาความจริงจากปากเธอ ผู้ช่วยโทนเป็นห่วงคำแก้วขอร้องให้เขาใจเย็นๆค่อยพูดค่อยจา กันก็ได้ นายฮ้อยเคนสั่งห้ามใครมายุ่ง ตนเลี้ยงคำแก้วมาแต่น้อยตนรู้เท่าทันความคิดแล้วดึงคำแก้วขึ้นเรือนไปจนได้ บัวเขียวมองตามด้วยความเป็นห่วง สีโหต้องปลอบ

“บ่ต้องเป็นห่วงคำแก้วดอกบัวเขียว คำแก้วชอบดื้อให้นายฮ้อยดุบ่อยๆ ดึกแล้วให้ข้อยไปส่งเจ้าดีกว่า”

ด้านนายฮ้อยเคนพยายามพูดดีด้วย แต่คำแก้วไม่ขอญาติดีกับเขาเด็ดขาด สะบัดมือเขาออกจะเดินหนี เขาตามมาคว้าไหล่ดันหลังไปชิดผนังเรือนโพล่งขึ้นอย่างเหลืออด อย่าคิดว่าเขาไม่รู้ว่าคืนนี้เธอจะทำอะไร เธอเกลียดเขาเพราะเขาเป็นต้นเหตุให้เธอเสียทั้งพ่อทั้งพี่สาว ก็เลยเก็บเสื้อผ้าหนีออกจากบ้าน ทนไม่ได้ที่จะเห็นหน้าเขา แต่ถึงกระนั้นเขาก็ปล่อยให้เธอหนีไม่ได้ เขาต้องดูแลเธอไม่ให้วิญญาณของคำแพงต้องเป็นห่วง

“แต่สิให้ทนอยู่กับคนที่ข้อยซังขี้หน้า ข้อยอยู่บ่ได้”

“ทนเอาหน่อยเถอะคำแถ้ว เพื่อเห็นแก่วิญญาณเอื้อยเจ้า ไว้เจ้ามีผัวออกเฮือนไปมื้อได๋ มื้อนั่นล่ะถึงหมดหน้าที่ที่อ้ายสัญญาไว้กับคำแพง”

คำแก้วขอร้องอย่าเอาเธอมาอ้างหน่อยเลย ที่รีบไล่ให้เธอมีผัวเพื่อที่ตัวเองจะได้มีเมียใหม่ต่างหาก เขายังไม่ทันจะอ้าปากแก้ตัว เธอยกมือห้ามพูด ขี้เกียจเถียงด้วยง่วงนอนแล้วถ้ายังทำอะไรไม่ได้ก็ต่างคนต่างอยู่ ทนไปอย่างนี้ก็แล้วกัน นายฮ้อยเคนมองตามคำแก้วที่เดินหน้างอเข้าห้องอย่างเหนื่อยใจ

ooooooo

วันรุ่งขึ้นคำแก้วลากแขนบัวเขียวมาที่ใต้ถุนเรือนตัวเองพลางชะเง้อคอยาวมองไปรอบๆกลัวพี่เขยจะได้ยินเรื่องที่คุยกัน ครั้นเห็นว่าปลอดภัยก็หย่อนก้นลงนั่งแต่ต้องสะดุ้งลุกพรวดขึ้นยืนอย่างเดิมเนื่องจากยังเจ็บก้นไม่หาย พาลโทษว่าเป็นเพราะพี่เขย ตนเลยต้องเจ็บตัวอย่างนี้ บัวเขียวสงสัยไม่หาย

“ข้อยเห็นว่าอ้ายเคนเป็นห่วงเจ้าอยู่ เป็นหยังเจ้าถึงอยากไปจากหมู่บ้าน”

“เรื่องมันยาว เอื้อยข้อยบ่อยู่แล้ว ข้อยก็บ่อยากอยู่ให้เป็นภาระอ้าย แต่อ้ายนั่นแหละคิดเองเออเองว่าข้อยยังดูแลตัวเองบ่ได้ ต้องให้ข้อยมีผัวก่อนถึงสิยอมปล่อยข้อยไป”

บัวเขียวทักท้วงมีคนเป็นห่วงคอยดูแลก็ดีกว่าไม่มีไม่ใช่หรือ คำแก้วไม่อยากให้ใครมาเป็นห่วง และจะพิสูจน์ให้พี่เขยเห็นว่าเธอโตพอไม่ต้องมีผัวเธอก็ไปตามทางของเธอได้ โดยเธอมีแผนจะเปิดโปงความชั่วของจันดี นอกจากจะช่วยบัวเขียวให้รอดพ้นเงื้อมมือมันแล้ว อ้ายเคนก็จะได้เลิกว่าเธอดูแลตัวเองไม่ได้สักที

จังหวะนั้นนายฮ้อยเคนสะพายย่ามเข้ามากับผู้ช่วยโทน เห็นคำแก้วนั่งคุยอยู่กับบัวเขียวก็ทำเชิดใส่ เธอเองก็ทำเมินไม่มองไม่สนใจเขาเช่นกัน นายฮ้อยเคนสั่งให้ผู้ช่วยโทนตรวจคอกควายให้ดี ถ้าเจอตัวอื่นที่มีอาการเหมือนกับบัวศรีให้รีบมาบอกตนทันที

“มีอีกเรื่องที่ข้อยฝากเจ้าไว้ ช่วยเป็นหูเป็นตาให้ข้อยนำ” นายฮ้อยเคนว่าพลางพยักพเยิดไปทางคำแก้ว

“ได้อยู่แล้วนายฮ้อย ไว้ใจข้อยเด้อ” ไม่พูดเปล่าผู้ช่วยโทนปรายตามองคำแก้วเช่นกัน คนถูกมองรับรู้ได้ว่าต้องมีบางอย่างลากแขนผู้ช่วยโทนไปที่คอกควายของตัวเอง คาดคั้นให้บอกมาว่านายฮ้อยเคนให้ช่วยเป็นหูเป็นตาเรื่องอะไร ทีแรกเขาไม่ยอมบอกแต่พอถูกเธอขู่ถ้าไม่พูดความจริงจะต้อนควายให้ไล่ขวิด เขาถึงได้ยอมบอกว่านายฮ้อยเคนสั่งให้เขาดูแลเธอเป็นพิเศษ

ไม่ว่ายามกินยามนอนหรือยามเดินไม่ให้ห่างสายตา

“นายฮ้อยยังอนุญาตให้ข้อยมานอนที่ใต้ถุนเรือนด้วยนะคำแก้ว ข้อยดีใจหลายที่นายฮ้อยขอให้ข้อยซอย แสดงว่านายฮ้อยฮู้แล้วว่าที่ผ่านมาข้อยฮู้สึกกับเจ้าจังได๋ คำแก้วเอ้ย”

คำแก้วโวยลั่นนี่เขารู้สึกอย่างไรกับเธอหรือ

ผู้ช่วยโทนคว้ามือเธอมากุมไว้ สารภาพความในใจให้เธอรู้ แทนที่เขาจะได้รับความซาบซึ้งใจจากเธอกลับได้กำปั้นเข้าเต็มหน้าเป็นการตอบแทน

เล่นงานผู้ช่วยโทนยังไม่สาแก่ใจ คำแก้วขึ้นบนเรือนไปเล่นงานนายฮ้อยเคนที่กำลังตำยาสมุนไพรสำหรับรักษาควายอีกด้วย เขากลับเห็นว่าเรื่องที่ผู้ช่วยโทนสารภาพรักกับเธอเป็นเรื่องตลกหัวเราะขำไม่หยุด คำแก้วเจ็บใจคว้าสมุนไพรน่าสะอิดสะเอียนสำหรับรักษาควายที่อยู่ในครกจะยัดปาก แต่เขารู้ทันจับมือเธอไว้แล้วดันทั้งมือทั้งยายัดปากเจ้าของเอง เธอบ้วนยาทิ้งแทบไม่ทัน

ooooooo

บ้วนน้ำล้างปากจนน้ำหมดตุ่มก็ยังไม่หายขมคอ คำแก้วไปขอน้ำบ้านน้อยล้างปากอีกจนเจ้าของบ้านต้องขอให้หยุดกลัวจะมีน้ำไม่พอดื่มพอกิน บัวเขียวร้อนใจอยากให้กำจัดจันดีในเร็ววันจึงถามคำแก้วว่ามีแผนจัดการกับมันอย่างไร

“ต้องให้บักจันดีมันตายใจก่อนว่าหมู่เฮาบ่ฮู้ว่ามันคือโจร”...

เมื่อวางแผนกันเสร็จสรรพ น้อยกับบัวเขียวทำทีเข้าไปคุยให้สีโหกับบักมืดที่กำลังตักน้ำใส่ชะลอมอยู่

ที่บ่อน้ำของหมู่บ้านว่าจำหน้าโจรที่จะมาจับตัวไม่ได้เพราะมันพันหน้าพันตาเอาไว้ บักมืดบ่นเสียดาย ถ้า

จำหน้าได้จะได้ไปแจ้งความให้ทางการมาลากคอมัน

“ข้อยว่ามันน่าสิเป็นผู้เดียวกับที่มาลักม้าของนายฮ้อย คืนนี้หมู่เฮาต้องซอยกันวางเวรยามให้แน่นหนา”

สีโหพยักหน้าเห็นด้วย น้อยสะกิดบัวเขียวให้เหลือบดูคำสร้อยที่แอบฟังอยู่ตลอด สักพักเธอจึงหลบออกไป สองสาวยิ้มให้กันที่แผนการขั้นแรกสำเร็จด้วยดี...

คำสร้อยรีบนำข่าวดีนี้มาบอกจันดีซึ่งพอใจมากที่บัวเขียวจำตนเองไม่ได้ หมายมั่นปั้นมือว่าคราวต่อไปจะไม่ให้เธอหลุดมือไปอีก และครั้งนี้เขาจะเอาพวกผู้หญิงในหมู่บ้านไปทำงานที่อำเภอพร้อมกับบัวเขียวด้วย

คำสร้อยจัดแจงขอส่วนแบ่งค่าตัวนังพวกนี้ จันดี

ยื่นข้อเสนอ หากเธอยากได้ส่วนแบ่งมากๆก็ต้องช่วยเขาชักชวนสาวๆหน้าตาสะสวยตามเขาไปทำงานที่อำเภอหลายๆคน คำสร้อยมั่นใจว่าไม่ยากเกินความสามารถ

“สว่างแดนดินมันแล้งจนอยู่ไปก็มีแต่ตายหยังเขียด ไผก็อยากหนีแล้งไปเฮ็ดงานสบายๆในอำเภอกันเบิ่ด”

ooooooo

คำแก้วและบัวเขียวรู้เรื่องที่คำสร้อยเที่ยวชักชวนสาวๆหน้าตาดีในหมู่บ้านไปทำงานที่อำเภอกับจันดีโดยเอาเรื่องที่ได้เงินค่าจ้างสูงงานสบายมาเป็นตัวล่อก็คิดจะไปเตือนสาวๆพวกนั้น น้อยทักท้วง เตือน

ไปก็ไม่มีใครฟัง เพราะตั้งแต่คำแพงตาย นายฮ้อยเคนก็ประกาศเด็ดขาดจะเลิกค้าควาย

“ชาวบ้านที่อดๆอยากๆอยู่แล้วก็เลยหมดหวัง

พึ่งนายฮ้อย ลูกหลานก็ต้องหันมาเชื่อบักจันดีแทน”

บัวเขียวเห็นท่าไม่ดี ถ้าเป็นแบบนี้เราควรจะบอกนายฮ้อยเคนให้รับรู้ คำแก้วยังไม่ทันได้พูดอะไรมีเสียงผู้ช่วยโทนมาบอกข่าวร้ายกับนายฮ้อยเคนว่าบัวศรีตายแล้ว ควายตัวอื่นเริ่มมีอาการเหมือนบัวศรีอีกด้วย นายฮ้อยเคนรีบตามผู้ช่วยโทนไปที่คอกควายของหมู่บ้านทันที

ครั้นมาถึงคอกควายดังกล่าว นายฮ้อยเคนพบว่ามีควายอีกแปดตัวเริ่มแสดงอาการแบบเดียวกับบัวศรี และครึ่งหนึ่งอาการหนักไม่น่าจะรอดพ้นวันนี้ เฒ่าเข่งแนะให้จับควายที่ป่วยแยกออกมา นายฮ้อยเคนเห็นสภาพแล้วถึงแยกไปก็ไม่มีประโยชน์ รังแต่จะไปติดตัวอื่นลามไปทั้งหมู่บ้าน เฒ่าแต้มตกใจถ้าเป็นอย่างนั้นแสดงว่าเขาจะปล่อยให้พวกมันตายกันหมดทั้งฝูงนี้เลยหรือ นายฮ้อยเคนพยักหน้า

“ก็ยังดีกว่าให้ระบาดตายกันเทิ้งหมู่บ้าน”

ระหว่างนั้นผู้ช่วยโทนกับสีโหเข้ามารายงานว่าฝังควายบัวศรีไกลจากหมู่บ้านตามที่นายฮ้อยเคนสั่งเรียบร้อยแล้ว นายฮ้อยเคนยังมีเรื่องที่ต้องให้ทั้งคู่ช่วยอีก คือเราต้องหาต้นเหตุว่าบัวศรีไปติดโรคมาได้อย่างไร จากนั้นนายฮ้อยเคนกับสีโหและผู้ช่วยโทนตามไปดู

ปลักควายที่บัวศรีเคยมานอนแช่ซึ่งตอนนี้แห้งไปแล้ว

แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ ส่วนหมู่บ้านใกล้กันผู้ช่วยโทนไปสอบถามแล้วไม่มีควายตัวไหนเป็นอย่างบัวศรี

นายฮ้อยเคนหนักใจมากถ้าอย่างนั้นมันไปติดโรคจากไหน ถามผู้ช่วยโทนว่าบัวศรีเอาน้ำที่ไหนกิน พอรู้ว่าเป็นน้ำบ่อของหมู่บ้านก็ตกใจรีบควบม้าไปที่นั่นทันที...

แม้ยังไม่รู้แน่ชัดว่าน้ำในบ่อของหมู่บ้านเป็นสาเหตุให้ควายติดโรคระบาด แต่เพื่อความไม่ประมาทนายฮ้อยเคน สั่งให้ปิดไว้ชั่วคราวก่อน จันดีสบโอกาสเหมาะพูดปั่นหัวชาวบ้านให้เคลือบแคลงสงสัยในตัวเขาหาว่าที่เขาสั่งปิดบ่อน้ำเพราะจะเอาน้ำไว้ใช้เอง

“จันดี ควายหลายโตในหมู่บ้านติดโรคระบาดถ่าวันตายหมู่ ถ้าเจ้าบ่เซื่อ สิเบิ่งกับตาเองก็ได้”

“ถ้าควายมันติดโรคระบาดอยู่ นายฮ้อยก็รีบเอาควายที่ยังบ่ติดโรคไปขายเมืองล่าง ซอยซาวบ้านบ่ต้องให้อดอยากสิ บ่แม่นมาปล่อยให้มันถ่ามื้อตายพร้อมกับหมู่เฮา”

พวกชาวบ้านเริ่มคล้อยตามจันดี ทำให้นายฮ้อยเคนยิ่งกดดัน แต่ยังคงยืนยันว่าตัวเองเลิกค้าควายเด็ดขาดแล้ว ถ้าอยากเอาควายไปขายคงต้องให้นายฮ้อยคนอื่นพาไป แต่นั่นก็ไม่ใช่หนทางแก้ปัญหาความอดอยากในหมู่บ้าน ถ้าพวกเรายังไม่ช่วยกันหาทางอื่น แล้งปีต่อไปเราก็จะไม่เหลือควายสักตัว จันดีปั่นหัวชาวบ้านอีก ใส่ร้ายว่า นายฮ้อยเคนผลักภาระให้พ้นตัว ใครอยากจะเชื่อก็เชื่อไป แต่ตนไม่ไว้ใจเขาอีกแล้ว

“ไผบ่อยากอดตาย ข้อยนี่แหละสิซอยเอง” จันดีพูดจบเดินเชิดหน้าออกไป คำสร้อยกับชาวบ้านที่เห็นดีเห็นงามไปกับเขารวมทั้งคำม่วนพากันเดินตาม นายฮ้อยเคนถึงกับหน้าเครียด...

คำม่วนเร่งฝีเท้าตามจันดีกับคำสร้อยจนทัน ข้องใจไม่หายที่เขาว่ามีทางช่วยเหลือพวกเรา ใช่หางานในอำเภอให้ทำหรือไม่ จันดีพยักหน้ารับคำ คำม่วนหันไปยิ้มดีใจกับเพื่อนๆที่เป็นสาวชาวบ้านด้วยกัน

“งั้นพาพวกข้อยไปเฮ็ดงานด้วยได้บ่”

คำสร้อยกับจันดีแอบยิ้มให้กันพอใจที่เหยื่อตกหลุมพรางที่ขุดล่อไว้

ooooooo

จันดีและคำสร้อยใช้เศษเงินเพียงเล็กน้อยหลอกคำม่วนกับเพื่อนสาวชาวบ้านอีกสามคนว่าเป็นเงินล่วงหน้าที่นายจ้างในอำเภอซึ่งรับทั้งสี่สาวเข้าทำงานมอบให้ไปใช้ก่อน คำม่วนชมเปาะว่านายจ้างช่างมีน้ำใจงามเหลือเกิน แบบนี้พ่อแม่ของพวกตนก็ไม่อดตายแล้ว จันดีเตือนว่าอย่าลืมที่นัดกันไว้

“พาซุมหมู่ผู้สาวมาอีกหลายๆแล้วสิได้เงินล่วงหน้าเพิ่ม”

คำม่วนรับคำแล้วชวนเพื่อนๆกลับ คำแก้ว น้อยและบัวเขียวที่ซุ่มดูอยู่ได้ยินโดยตลอดก็ไม่พอใจที่จันดีหลอกสาวชาวบ้านไปขายซ่อง คิดหาทางช่วยเหลือ โดยเฉพาะคำแก้วหมายมั่นจะเล่นงานเขาให้ได้ถึงขนาดไปขโมยปืนสั้นของนายฮ้อยเคน เกือบจะถูกเจ้าของปืนจับได้ แต่ด้วยความเจ้าเล่ห์เพทุบาย ทำให้เธอเอาตัวรอดมาได้โดยที่นายฮ้อยเคนไม่ติดใจสงสัยอะไร...

ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรกอีกจนได้ สุบินกับเฒ่าอ่ำและจันทาต้องการจะเอาควายของตัวเองออกจากคอกควายส่วนรวมของหมู่บ้านเพื่อเอาไปฝากนายฮ้อยคนอื่นขายให้ แต่เฒ่าอ่วม เฒ่าแต้มและเฒ่าเข่งไม่ยอมให้ทำอย่างนั้นก็เลยเกิดโต้เถียงกันขึ้นถึงขนาดลงไม้ลงมือ นายฮ้อยเคนต้องยิงปืนลูกซองขึ้นฟ้าเพื่อให้ทุกคนอยู่ในความสงบ แต่สงบได้แค่ชั่วครู่สองฝ่ายเถียงกันอีก

สุบินไม่พอใจที่เฒ่าแต้มพูดไม่เข้าหูจะเข้าไปเล่นงาน นายฮ้อยเคนทนไม่ไหวผลักอกสุบินจนเซถลา ขู่ซ้ำถ้าคิดจะใช้กำลังกับพวกผู้เฒ่าทั้งสามคน ตนจะเอาเรื่อง ระหว่างนั้นผู้ช่วยโทนกับผู้ช่วยถึกเข้ามารายงานว่าทั้งสัตวแพทย์และนายอำเภอไม่มีใครเหลียวแลหมู่บ้านของเราสักคน

เฒ่าอ่ำ สุบินและจันทาไม่ยอมอดตาย ยืนกรานจะเอาควายของตัวเองออกจากคอกส่วนกลาง นายฮ้อยเคนรู้ดียื้อไว้ก็ไม่มีประโยชน์จึงปล่อยให้พวกนั้นทำอย่างที่ต้องการ เฒ่าแต้ม เฒ่าเข่งและเฒ่าอ่วมก็ไม่อยากอดตายเช่นกันเริ่มคิดว่าจะทำอย่างเดียวกับสุบินและพวก ผู้ช่วยโทนทักท้วงทำแบบนั้นก็เท่ากับไม่เชื่อถือนายฮ้อยเคน เฒ่าแต้มแนะถ้านายฮ้อยเคนห่วงพวกเราจริง ก็ควรจะพาเราไปค้าควาย เราจะได้ไม่ต้องอดตาย

“แม่นแล้ว นายฮ้อยเก็บไปคึดแล้วกัน ก่อนที่จะบ่เหลือผู้ใด๋ยอมฟังนายฮ้อยอีก” เฒ่าเข่งย้ำ ก่อนจะเดินจากไปกับเฒ่าอ่วมและเฒ่าแต้ม นายฮ้อยเคนมองตามหนักใจ...

ขณะที่นายฮ้อยเคนลังเลว่าจะเลือกผิดคำสาบานหรือจะปล่อยให้พวกชาวบ้านอดตาย คำแก้วเอาปืนสั้นที่ขโมยมาจากพี่เขยมาฝึกซ้อมยิงโดยใช้ผลมะม่วงเป็นเป้ายิงสิบนัดผิดเป้าทั้งสิบนัด บัวเขียวเห็นท่าจะไปไม่รอด

แนะให้ไปขอความช่วยเหลือจากนายฮ้อยเคนน่าจะดีกว่า คำแก้วส่ายหัวดิก ขืนทำอย่างนั้นก็ไม่มีทางพิสูจน์ให้อ้ายเคนเห็นว่าเธออยู่ได้โดยไม่มีเขา...

ด้านน้อยถูกคำแก้วสั่งให้ไปเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของจันดีกับคำสร้อย ครั้นได้ยินเขาเตรียมการที่จะฉุดบัวเขียวกลับไปขายซ่อง ก็รีบถอยออกมาเพื่อจะไปเตือนให้เธอรู้ตัว แต่ดันเหยียบพลาดถูกกิ่งไม้หักดังเปาะ จันดีหันมองตามเสียงสีหน้าเอาเรื่อง...

ได้เวลาตามนัด น้อยไม่โผล่มาสักที คำแก้วชะเง้อคอยาวเป็นยีราฟก็ไม่เห็นแม้เงา ตัดสินใจไม่รอเนื่องจากถึงเวลาที่จันดีนัดจะพาพวกสาวๆกับคำม่วนไปอำเภอ บัวเขียวทักท้วงเรามีกันแค่สองคน จะไปสู้อะไรกับพวกนักเลงคุมซ่อง เธอไม่กลัวอะไรทั้งนั้น คว้าปืนตามเกวียนบรรทุกสาวๆออกไป บัวเขียวมองตามเป็นห่วงแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร...

คำแก้วสบช่องตอนที่จันดีแวะปัสสาวะ แอบย่องเข้าทางด้านหลังใช้ปืนจี้จับตัวกลับไปที่เกวียนหวังจะแลกเขากับพวกสาวๆในหมู่บ้าน พวกนักเลงเห็นเขาถูกจับเป็นตัวประกันจะชักอาวุธขึ้นมาต่อสู้ เธอขู่เสียงลั่น

“โยนอาวุธของเจ้าถิ่มไปให้เบิ่ด บ่จังซั่นบักจันดีไส้แตกแน่ เร็วเข้า”

จันดีเห็นนักเลงลังเลก็พยักหน้าเป็นทำนองให้เล่นตามน้ำไปก่อน พวกนั้นถึงได้ยอมทิ้งอาวุธ คำม่วนพาพวกสาวๆลงจากเกวียน ด่าคำแก้วว่าเป็นบ้าอะไรถึงได้มาจี้จับตัวจันดีแบบนี้ เธอตวาดแว้ดยังไม่รู้ตัวอีกว่ากำลังจะถูกไอ้ชั่วนี่หลอกเอาไปขายซ่อง คำม่วนไม่เชื่อหาว่าเธอโกหก คำแก้วเอาปืนดันหลังจันดีให้สารภาพความจริง เขากลับตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง คำแก้วโมโหเอาปืนตบไปหนึ่งทีเผื่อความจำจะดีขึ้น จันดีเคืองมาก

“อีคำแก้วมึงอวดเก่งหลาย มาโตคนเดียวแต่กล้าขู่กูกับพวกกู มึงฮู้บ่ถ้าบ่หยุดอวดเก่งซะตามึงสิใกล้ขาด”

คำแก้วรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล เป็นอย่างที่เธอหวั่นใจ นักเลงคนหนึ่งคุมตัวน้อยที่ร้องเรียกให้เธอช่วยเข้ามา คำแก้วมัวแต่ตะลึงเปิดช่องให้จันดีหันมาแย่งปืนไปจากมือแล้วตบหน้าคืนไปหนึ่งที

ooooooo

ขณะสีโหกับบักมืดกำลังเถียงกันอย่างเอาเป็น เอาตายว่าใครเป็นผู้บ่าวของบัวเขียว มีเสียงร้องขอความช่วยเหลือของเธอดังขึ้น ก่อนที่ตัวจะวิ่งหน้าตื่นเข้ามาล้มแปะลงตรงหน้า ทั้งคู่ต่างประคองแขนเธอคนละข้าง แถมแย่งชิงกันจะเป็นคนช่วยเหลือเธอโดยไม่ถามสักคำว่าให้ช่วยเรื่องอะไร เธอหมดความอดทนตวาดลั่น

“เซาเถาะอ้าย ผู้ที่ต้องการความซอยเหลือเดี๋ยวนี้คือคำแก้วกับน้อย อ้ายต้องรีบไปตามนายฮ้อยให้ไปซอยเดี๋ยวนี้”...

ฝ่ายคำม่วนกับสาวชาวบ้านตระหนักทันทีที่เห็นจันดีลงมือซ้อมคำแก้วว่าสิ่งที่เธอพูดเมื่อครู่นี้เป็นความจริง คำม่วนต้องการเอาตัวรอดจึงบอกให้คำสร้อยเอาคำแก้วกับน้อยไปขายซ่องแทนตัวเอง แล้วให้ปล่อยตัวเองไป สัญญาจะปิดปากเงียบไม่บอกใครเรื่องนี้ หรืออยากให้ตนช่วยหาสาวชาวบ้านให้ ตนก็จะช่วยเหลือเต็มที่

“สายไปแล้วอีคำม่วน เงินล่วงหน้าที่ได้ไปมันเป็นค่าโตที่เจ้าต้องไปเฮ็ดงานในซ่องใช้หนี้” จันดีไม่พูดเปล่าเข้าไปผลักคำม่วนไปให้พวกนักเลงจับตัวไว้ พวกนั้นมองเธอด้วยสายตาหื่นทำให้เธอหวาดกลัวร้องลั่น และเพื่อเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู จันดีสั่งให้สาวๆดูคำม่วนเป็นตัวอย่างให้ดีๆ ถ้ามีใครคิดหนีได้มีผัวหน้าไม่ซ้ำแน่

จากนั้นพวกนักเลงก็ฉุดกระชากลากถูคำม่วนไปรุมโทรมที่หลังพุ่มไม้ข้างทาง ทั้งคำแก้ว น้อยและสาวๆต่างหวาดกลัวกันถ้วนหน้า คำสร้อยซึ่งนั่งดื่มเหล้าอย่างสบายอารมณ์อยู่กับจันดีไม่วายยุให้เขาเล่นงานคำแก้วอย่างที่ทำกับคำม่วน จะได้เข็ดหลาบไม่กล้าหือกับเรา

“มันมีปัญญาเฮ็ดได้ก็แค่นั้น ไว้ถึงอำเภอมื้อได๋ มันได้เลิกสันดานอวดเก่งนั่นล่ะ”

แม้จะกลัวแต่คำแก้วไม่วายปากดีประกาศกร้าวจะไม่ยอมให้พวกชั่วๆมาถูกตัวเด็ดขาด จะสู้ตายกันไปข้างหนึ่ง จันดีเห็นเธอไม่ยอมลงให้วางไหเหล้าเดินเข้าไปหา เอามีดตัดเชือกที่มัดเธอกับน้อยออกจากกันแล้วลากน้อยจะเอาไปข่มขืนเพื่อลงโทษคำแก้วที่บังอาจมาตีฝีปากกับเขา คำสร้อยเกิดหึงหวงเขาขึ้นมาจึงทักท้วง

“อ้ายไสว่าสิบ่แตะต้องผู้สาวอื่นนอกจากข้อย ถ้าอยากสั่งสอนอีคำแก้วให้ข้อยตบตีมันก็ได้”

“หุบปากเจ้าไปโลด คั่นอยากได้เงินก็ต้องทำตามที่ข้อยสั่ง เฝ้าอีพวกนี้ไว้” จันดีเห็นคำสร้อยอ้าปากจะเถียงชิงขู่ตัดหน้า ถ้าไม่ฟังกันก็ให้กลับไปอดตายที่หมู่บ้าน เธอถึงสงบปากสงบคำได้...

อีกมุมหนึ่งของป่า นายฮ้อยเคน ผู้ช่วยโทนกับสีโหและบักมืดกำลังแกะตามรอยเกวียนใกล้เข้ามาทุกที จังหวะนั้นผู้ช่วยถึกที่เดินสำรวจป่าล่วงหน้าไปก่อน วิ่งกลับมารายงานว่าได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของผู้หญิง สงสัยจะเป็นพวกที่เราตามหาอยู่ แล้ววิ่งนำทุกคนออกไป...

ไม่แค่ร้องขอความช่วยเหลือ น้อยยังต่อสู้ดิ้นรนไม่ให้จันดีลวนลามง่ายๆ เขารำคาญต่อยท้องจนจุกตัวงอ แล้วผลักให้ล้มลงกับพื้น

ooooooo

คำแก้วทนอยู่เฉยไม่ไหวคิดหาทางช่วยเหลือน้อย แกล้งพูดปั่นหัวคำสร้อยจนโกรธเข้ามาตบตีอุตลุด เธอรอจังหวะเหมาะเล่นงานกลับแล้วล็อกคออีกฝ่ายหมดสติ พวกสาวๆต่างดีใจกันถ้วนหน้า คำแก้วต้องจุ๊ปากไม่ให้ส่งเสียงแล้วคลานไปหยิบมีดมาตัดเชือกแก้มัดให้ทุกคน

ระหว่างนั้นพวกโจรเสร็จกิจจากคำม่วนมาเห็นพอดี พากันวิ่งไล่ สาวๆแตกฮือไปคนละทิศละทาง ส่วนคำแก้วคว้ามีดได้พุ่งไปยังจุดที่จันดีฉุดน้อยไป ก่อนที่เพื่อนรักจะเสียทีให้จันดี คำแก้วพุ่งเข้าหาพร้อมมีดในมือ เขาเบี่ยงตัวหลบแล้วปัดมีดในมือทิ้ง รวบตัวเธอไว้ได้ คำแก้วซึ่งถูกซ้อมมาก่อนหน้าไม่เหลือเรี่ยวแรงจะต่อสู้

น้อยเห็นเพื่อนเสียทีก็คว้ามีดที่ตกพื้นมาฟันแขนจันดีเต็มแรงจนต้องปล่อยมือจากคำแก้ว เขาไม่พอใจหันไปตบน้อยแล้วกระชากมีดมาแทงท้องเธอมิดด้าม คำแก้วตกใจที่เห็นเพื่อนรักทรุดลงจมกองเลือด

“สมน้ำหน้า ที่อีน้อยมันต้องชะตาขาดก็ย้อนมึงนั่นแหละอีคำแก้ว ถ้ามึงยังบ่เลิกฤทธิ์มากกับกู มึงได้ตามอีน้อยไปแน่” จันดีว่าแล้วย่างสามขุมเข้าหาคำแก้ว เงื้อมีดจะแทงแต่ถูกสีโหยิงปืนใส่เสียก่อน กระสุนพลาดเป้าไปอย่างน่าเสียดาย จันดีเห็นไม่เข้าทีวิ่งหนี สีโหยิงไล่หลังแต่ไม่ถูก บักมืดที่ตามมาเห็นสภาพน้องสาวก็ตกใจเข้าไปประคองไว้ คำแก้วแค้นใจมากแย่งปืนในมือสีโหไล่ตามจันดีโดยไม่ฟังเสียงห้ามปรามใดๆ...

อีกด้านหนึ่งของป่า นายฮ้อยเคน ผู้ช่วยถึกและผู้ช่วยโทนตามไปช่วยพวกสาวๆไว้ทัน จัดการพวกนักเลงราบคาบ ครั้นไม่เห็นคำแก้วกับน้อยอยู่ในกลุ่มพวกสาวๆ ก็ถามหา สาวชาวบ้านคนหนึ่งชี้มือไปอีกทาง

“ผู้ซอย ดูแลทางนี้ด้วย ข้อยสิไปซอยคำแก้ว” นายฮ้อยเคนวิ่งไปยังทิศทางที่สาวคนนั้นชี้...

ทางฝ่ายคำแก้วกัดฟันไล่ตามจันดีที่บาดเจ็บจากคมมีดของน้อยจนทันกันแถวหน้าผา ยิงปืนโดนไหล่เขาอย่างจังถึงกับทรุด แล้วจะยิงซ้ำแต่ปืนขัดลำกล้อง จันดีสบช่องเข้ายื้อแย่งปืน ยื้อกันไปยื้อกันมาปืนกระเด็นตกเขา จันดีตบเธอคว่ำแล้วตามเข้าไปบีบคอซ้ำพร้อมกับดันตัวไปใกล้ขอบหน้าผาซึ่งไม่สูงนัก เป็นจังหวะเดียวกับนายฮ้อยเคนตามเข้ามา เล็งปืนใส่พร้อมกับสั่งให้ปล่อยเธอไป

“บักเคน มึงอยากซอยน้องเมียมึงแม่นบ่...ได้ กูจะให้โอกาสมึง” จันดียิ้มร้าย ผลักคำแก้วร่วงลงไปแล้ววิ่งหนี นายฮ้อยเคนรีบวิ่งไปดูที่หน้าผาเห็นเธอนอนหมดสติรีบลงไปช่วยเหลือ...

ทางด้านคำสร้อยหนีการไล่ล่าของผู้ช่วยโทนมาเจอกับจันดีที่หนีหัวซุกหัวซุนไม่แพ้กัน เธอตกใจอ้าปากจะร้องเขารีบปิดปากไว้ทัน แล้วดึงตัวเข้าไปหลบหลังพุ่มไม้ ผู้ช่วยโทนส่องไฟหาแต่ไม่เจอ ระหว่างนั้นผู้ช่วยถึกเข้ามาถามว่าเจอหรือเปล่า ฝ่ายแรกส่ายหน้า แต่คงยังหนีไปได้ไม่ไกล ผู้ช่วยถึกบอกให้เขาปล่อยคำสร้อยไปก่อน

“แล้วค่อยแจ้งให้ตำรวจตามล่าทีหลัง ตอนนี้รีบไปซอยนายฮ้อยเคนพาคำแก้วที่โดนบักจันดีเล่นงานอาการบ่ดีกลับหมู่บ้านก่อนดีกว่า” พูดจบสองผู้ช่วยพากันเร่งฝีเท้าออกไป จันดีกับคำสร้อยต่างถอนใจโล่งอก เธอไม่วายบ่นจะทำอย่างไรต่อไปดี ตำรวจต้องตามล่าเธอแน่ๆ จะกลับหมู่บ้านก็กลับไม่ได้ จะหนีไปอำเภอกับเขาอาจเจอพวกมันดักรออยู่

“ข้อยบ่ออยากติดคุก อ้ายต้องซอยข้อยหนีเด้อ” คำสร้อยเขย่าแขนจันดีไปด้วย เขาเจ็บแผลตวาดลั่น

“ข้อยเจ็บ ตอนนี้ข้อยต้องรักษาโตก่อน เรื่องอื่นว่ากันทีหลัง” จันดีพูดจบยันตัวเองลุกขึ้นเดินออกไปไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น คำสร้อยหันรีหันขวางก่อนจะวิ่งตาม

“อ้าย...ถ่าข้อยด้วย”

ooooooo

หลังจากหมดสติไปสองวัน คำแก้วฟื้นขึ้นมาพบกับความผิดหวังและเสียใจ นอกจากจันดีจะหนีไปได้ น้อยยังต้องมาตายอีกด้วย เธอกัดฟันตรงไปที่ลานวัดพบเพียงเชิงตะกอนของเพื่อนรักถึงกับทรุดลงนั่งแปะกับพื้นร้องไห้คร่ำครวญว่าเป็นอย่างนี้ได้อย่างไร บัวเขียวเข้ามากอดปลอบใจ

“คำแก้ว น้อยทนเจ็บบ่ไหวตั้งแต่คืนเกิดเรื่องแล้ว แต่พวกเอื้อยเพิ่งสิได้เผาศพกันมื้อนี้”

“เอื้อย...ข้อยซอยน้อยบ่ได้ เป็นความผิดของข้อยเอง” คำแก้วร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด บักมืดโพล่งขึ้นอย่างเหลืออดว่าเป็นจริงอย่างที่เธอพูด เธอเป็นคนทำให้น้อยต้องตาย ถ้าเธอไม่ชวนน้อยไปด้วยมันก็ไม่ต้องมาตายแบบนี้ แล้วไล่ให้เธอกลับบ้านไปได้แล้ว ตนไม่อยากด่าเธอต่อหน้าอัฐิน้องสาว สีโหติงเขาควรจะโทษ จันดีที่เป็นคนฆ่าน้อยมากกว่าที่จะโทษคำแก้ว บักมืดไม่พอใจหันมาผลักอกสีโหสั่งห้ามมายุ่ง

สองหนุ่มมีปากเสียงกันใหญ่โตถึงขนาดวางมวยกัน นายฮ้อยเคนต้องเข้าไปห้ามไว้ คำแก้วเสียใจที่เป็นต้นเหตุขอรับผิดทุกอย่าง อย่าตีกันอีกเลย พูดได้แค่นั้นก็เป็นลมล้มพับ...

คำแก้วไข้ขึ้นสูงอีกครั้ง เพ้อหาคำแพงไม่หยุดปาก อ้อนวอนอย่าทิ้งตนไปไหน นายฮ้อยเคนต้องเอาผ้าชุบน้ำหมาดๆมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวเพื่อให้ไข้ลดพลางพูดปลอบใจ

“บ่ต้องย่านไปคำแก้ว อ้ายสิดูแลเจ้าแทนเอื้อยเอง”

เช้าวันถัดมา คำแก้วถึงได้รู้สึกตัวตื่นขึ้น ไข้ลดลงเกือบจะปกติ เห็นนายฮ้อยเคนนั่งพิงผนังเรือนหลับอยู่ มีอ่างดินเผากับผ้าชุบน้ำก็รู้ทันทีว่าเขาดูแลเธอทั้งคืน มองเขาด้วยความรู้สึกที่ดีขึ้น หยิบผ้าจะมาห่มให้ เขาขยับตัวเล็กน้อย เธอจึงต้องอยู่นิ่งๆกลัวเขาจะตื่น ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ใกล้กันแค่คืบ ทำเอาเธอใจเต้นไม่เป็นส่ำ

มีเสียงผู้ช่วยโทนกับผู้ช่วยถึกร้องเรียกนายฮ้อยเคนดังขึ้น คำแก้วรีบถอยกลับไปนอนอย่างเดิมทำเหมือนยังหลับอยู่ นายฮ้อยเคนรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมา รีบเอามืออังหน้าผากคำแก้วรับรู้ว่าแค่ตัวรุมๆก็เบาใจรีบออกไป ทั้งคู่มาแจ้งข่าวว่ามีคนเจอจันดีกับคำสร้อยป้วนเปี้ยนอยู่แถวบ้านห้วยทราย จันดีบาดเจ็บแต่ไปหาหมอไม่ได้ก็เลยบังคับอาจารย์เฒ่าที่หมู่บ้านแห่งนั้นให้ช่วยรักษา แล้วชวนเขาไปตามล่ามันวันนี้เลย

“แต่คำแก้วยังมีไข้อยู่ ผู้ซอยโทน เจ้าซอยเบิ่งคำแก้วให้ข้อยได้บ่ ข้อยบ่ไว้ใจผู้ได๋ คำแก้วไข้ยังบ่ลง ถ้าตื่นแล้วก็เอายาให้กินนำ ข้อยฝากแนเด้อ” นายฮ้อยเคนตบบ่า
ผู้ช่วยโทนก่อนจะออกไปกับผู้ช่วยถึก...

จันดีชั่วได้ใจฆ่าได้แม้กระทั่งอาจารย์เฒ่าที่ช่วยรักษาบาดแผลให้เพียงเพราะเขาเอาเรื่องตนเองไปบอกคนอื่น แถมยังเล่นงานคำสร้อยที่ไม่เฝ้าอาจารย์เฒ่าให้ดีๆกลับปล่อยให้ปากสว่าง และยังไล่ตะเพิดเธอไปไกลๆอีกด้วย คำสร้อยกร้าวใส่ ขืนคิดจะทิ้งกันมีเรื่องแน่ๆ เขาโกรธที่เธอกล้าหือ ขู่จะฆ่าหมกป่า

“ถ้ากูตาย มึงก็ต้องตายนำกู บักจังไร” คำสร้อยแย่งมีดไปจากเอวจันดีแล้วจ้วงแทง เขาหลบทันแย่งมีดคืน ขณะเงื้อจะแทงเธอ นายฮ้อยเคนกับผู้ช่วยถึกตามมาทัน สั่งให้เขายอมแพ้ เขากลับแทงเธอทางด้านหลัง แล้วผลักใส่ทั้งคู่เพื่อถ่วงเวลาก่อนจะวิ่งหนี นายฮ้อยเคนฝากผู้ช่วยถึกดูแลเธอด้วย จากนั้นไล่ตามจันดีไป คำสร้อยทนพิษบาดแผลไม่ไหวขาดใจตาย

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement