นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 2 นิยายไทยรัฐ
วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 2


17 พ.ย. 2560 07:47
792,171 ครั้ง

ละคร นิยาย นายฮ้อยทมิฬ

นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 2

อ่านเรื่องย่อ

นายฮ้อยทมิฬ

แนว:

ดราม่า-แอ็คชั่น

บทประพันธ์โดย:

คำพูน บุญทวี

บทโทรทัศน์โดย:

แพรพริมา

กำกับการแสดงโดย:

ธงชัย ประสงค์สันติ

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ภัทรเดช สงวนความดี,ฝนทิพย์ วัชรตระกูล

การเดินทางมาค้าควายครั้งนี้มีคนมากมาย ควายนับร้อยตัว เกวียนอีกหลายสิบเล่ม นายฮ้อยเคนจึงต้องแบ่งทั้งคนและควายออกเป็นหมู่ๆได้สามหมู่เพื่อง่ายต่อการจัดขบวนเดินทาง โดยแต่ละหมู่จะมีหัวหน้าซึ่งเขาแต่งตั้งไว้คอยดูแลรับผิดชอบหมู่นั้นๆ หมู่แรกสีโหเป็นหัวหน้า หมู่ที่สองให้สุบินเป็นหัวหน้าหมู่ที่สามเป็นขบวนเกวียนเสบียง มีอาจารย์เม้ากับบุญเพ็งเป็นคนคุม ครั้นเดินทางมาถึงป่าละเมาะใกล้บ้าน ดงลานก็บ่ายคล้อยแล้ว นายฮ้อยเคนจึงสั่งให้พักค้างแรมที่นี่ ผู้ช่วยโทนกับผู้ช่วยถึกช่วยกันจัดเวรยามโดยรอบเพื่อไม่ให้มีโจรหน้าไหนเข้ามาได้ ผู้ช่วยถึกไม่กลัวโจรกลัวผีปอบมากกว่า ร่ำลือกันว่าแถวนี้ผีปอบชุกชุม

ข่าวลือเรื่องนี้ทำให้ทุกคนหวาดกลัว โดยเฉพาะบุญเพ็งที่เจอซากไก่ถูกแทะเหลือแต่กระดูกก็หาว่าไก่ถูกผีปอบเล่นงาน นายฮ้อยเคนเห็นสภาพของไก่ยิ่งทำให้มั่นใจว่าไม่ใช่ผีปอบเพราะไก่ที่ถูกกินเป็นไก่ปรุงสุกแล้ว

เป็นอย่างที่นายฮ้อยเคนคาดไม่มีผิด ไก่ที่ถูกกินเหลือแต่กระดูกไม่ใช่ฝีมือปอบ แต่เป็นจ่อยนั่นเอง ขโมยของกินจนท้องเสียก็เลยถูกจับได้ว่าแอบมากับขบวนค้าควาย การกระทำของเขาเป็นสิ่งต้องห้าม นายฮ้อยเคนจึงต้องส่งตัวเขากลับโดยจะให้ผู้ช่วยโทนพาไปส่งวันพรุ่งนี้ จ่อยไม่อยากกลับจะขอตามไปด้วย ระหว่างนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด นายฮ้อยเคนคว้าปืนทันที

“ผู้ช่วยโทน เจ้าไปกับข้อย ผู้ช่วยถึกเบิ่งทางนี้ไว้”

จากนั้นไม่นานนายฮ้อยเคนกับผู้ช่วยโทนมาถึงบริเวณที่คาดว่าเป็นจุดเกิดเหตุ เจอสุบินกับจันทาและทิดเขียวกำลังส่องปืนไปรอบๆ ผู้ช่วยโทนร้องถามว่ายิงใครหรือ จันทากับพวกไม่ได้เป็นคนยิง ได้ยินเสียงปืนดังมาจากตรงนี้ก็เลยมาดู มีเสียงปืนดังขึ้นอีก ทุกคนรีบวิ่งไปหลบหลังที่กำบัง ชายคนหนึ่งโพกผ้าปิดหน้าวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนโดยมีโจรโพกผ้าสองคนไล่ยิงโดนแขนชายคนนั้นเลือดสาด นายฮ้อยเคนหันไปทางสุบินกับผู้ช่วยโทน

“พวกเจ้ายิงเปิดทางให้ข้อย...ข้อยจะไปช่วยเขาเอง”

สุบินกับผู้ช่วยโทนยิงใส่โจรเปิดทางให้นายฮ้อยเคนกับจันทาเข้าไปพาชายที่บาดเจ็บออกมา นายฮ้อยเคนจะช่วยดูแผลที่แขนให้ ชายคนนั้นขยับหนี พลางถามเขา ว่าเป็นใคร ช่วยตนทำไม นายฮ้อยเคนปลอบให้ใจเย็นๆ เราไม่ใช่โจร แค่จะห้ามเลือดและดูแผลให้

“โชคยังดีแผลเจ้าบ่ลึกหลาย ที่ทัพควายข้อยมียา ช่วยรักษาให้เจ้าได้”

จันทาร้องห้าม เรายังไม่รู้ว่าชายคนนี้เป็นใคร เกิดอะไรถึงได้ถูกไล่ยิงจึงไม่ควรพาเขาไปด้วย จังหวะนั้นสุบินกับผู้ช่วยโทนกลับมารายงานว่าพวกโจรหนีเข้าป่าไปแล้ว พวกตนตามไปเจอของพวกนี้ทิ้งไว้ แล้วยื่นห่อผ้าสัมภาระให้นายฮ้อยเคนเปิดดู ข้างในมีเสื้อผ้าไม่กี่ชุด กับเงินไม่กี่บาทและโกศใส่อัฐิ

“ของของข้อย พวกโจรมันลักไปจากข้อย เงินนั่นพวกเจ้าเอาไปโลด ข้อยขอแค่โกศใส่กระดูกพ่อข้อยคืน”

นายฮ้อยเคนอยากรู้ชื่อและอยากเห็นหน้า แล้วจะคืนของทั้งหมดให้ ชายคนนั้นปลดผ้าโพกออกเผยให้เห็นว่าเป็นเสือคำแสนปลอมตัวมานั่นเอง

ooooooo

คำม่วนเห็นว่าลำพังคนเดียวไม่อาจสู้คำแก้วได้จึงชวนคำสร้อยซึ่งมักจะถูกคำแก้วเล่นงานเช่นกันมาเข้าพวก สองสาวสบช่องเอาคืนเมื่อเห็นคำแก้วมาทำบุญตักบาตรอยู่หน้าวัดกับคำแพง วางแผนจะดักตบตอนขากลับ คำสร้อยไม่เห็นว่าแค่ตบสั่งสอนจะสาแกใจ วันนี้จันดีจะกลับจากไปค้าขายที่อำเภอ

“อ้ายจันดีรู้จักนักเลงคุมซ่องบ้านอื่นหลายที่ ถ้าเฮาลากอีคำแก้วไปให้พวกนั้นได้ล่ะก็...”

“โอ๊ย...คักอีหลีอีหลอคำสร้อย” คำม่วนหัวเราะชอบใจเห็นดีเห็นงามไปด้วย เป็นจังหวะเดียวกับสองพี่น้องใส่บาตรเสร็จพอดี คำแพงบอกให้คำแก้วเอาข้าวของกลับบ้านไปก่อน ตนจะเข้าไปคุยกับหลวงพ่อเรื่องงานบุญเข้าพรรษา คำแก้วเตือนพี่สาวจะเดินเหินก็ให้ระวังด้วยยิ่งท้องยิ่งไส้อยู่ คำแพงพยักหน้ารับรู้แล้วเดินเข้าไปในวัด คำแก้วเก็บข้าวของที่เอามาทำบุญจะกลับแต่ต้องชะงักเมื่อคำสร้อยกับคำม่วนเข้ามาขนาบข้าง

“อีคำม่วน อีคำสร้อย มีหยังถึงมาขวางทางข้อย”

สองสาวไม่ตอบคำถามช่วยกันฉุดกระชากลากถูคำแก้วมาที่บริเวณบ่อน้ำ คนถูกฉุดไม่ยอมง่ายๆดิ้นหนีจนเป็นอิสระ ถีบคำม่วนกระเด็น แล้วหันไปศอกใส่คำสร้อยลงไปจุกตัวงอ ดึงผ้าที่พวกนั้นเอาอุดปากออก ปรี่เข้าหาคำม่วนตบซ้ายตบขวาเลือดกบปาก แล้วด่าซ้ำ

“นอกจากมึงจะหมาหมู่แล้วยังหมาลอบกัด ชวนหมาตัวอื่นมาลอบกัดกู แน่จริงก็มาตัวๆกับกูดีกว่า”

“ลองมึงบ่มีพี่เขยเป็นนายฮ้อยสิอีคำแก้ว ป่านนี้มึงถูกกูเล่นงานให้เสียโฉมไปโดนแล้ว”

คำแก้วยิ่งโมโห ตวาดลั่นถึงจะไม่มีพี่เขยเป็นนายฮ้อยก็ไม่กลัวใครทั้งนั้น ถ้าร้ายมาตนก็จะร้ายกลับไป ยังไม่ทันที่คำแก้วจะเงื้อมือตบคนปากเสียก็โดนคำสร้อย เอาไม้ฟาดกลางหลังถึงกับทรุดลงไปกองกับพื้น...

ขณะที่คำแก้วถูกรุมทำร้าย คำแพงคุยธุระกับหลวงพ่อเสร็จ เดินออกมาเจอข้าวของใส่บาตรของตัวเองตกเกลื่อนพื้น ก็ใจคอไม่ดีว่าต้องเกิดเรื่องร้ายกับน้องสาว...

คำสร้อยจิกผมคำแก้วขึ้นมาตบซ้ายตบขวาไม่ยั้ง แม้จะไม่มีเรี่ยวแรงเหลือให้สู้ แต่เธอยังปากดีด่าสองสาวไม่หยุด คำม่วนเจ็บใจเข้ามาบีบปากชวนคำสร้อยเลาะฟันมันออกก่อนจะส่งมันไปมีผัวหลายคน ก่อนที่
คำแก้วจะเสียทีให้สองสาวมากไปกว่านี้ คำแพงพร้อมกับหน้าไม้ในมือตามมาช่วยไว้ทัน ยกหน้าไม้ขู่สองสาว ถ้าไม่ปล่อยน้องสาวของตนได้เห็นดีแน่ แล้วยิงหน้าไม้ใส่ ลูกดอกพุ่งเฉียดหน้าคำสร้อยไปปักต้นไม้ด้านหลัง

“คราวนี้ข้อยเล็งไปทางพวกเจ้าแน่” คำแพงหยิบลูกดอกอีกลูกมาเสียบหน้าไม้เตรียมยิง

คำม่วนกับคำสร้อยไม่รอให้อีกฝ่ายพูดซ้ำพากันเผ่นแน่บ คำแพงรีบเข้าไปประคองน้องสาวไว้

ooooooo

แผนฉุดคำแก้วเข้าซ่องไม่สำเร็จ ทำให้คำสร้อยกับคำม่วนเป็นกังวลใจมาก ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงหูนายฮ้อยเคนว่าเราสองคนจะเอาคำแก้วไปส่งให้นักเลงทำเมีย เราคงอยู่ที่นี่ไม่ได้อีก คำม่วนเอาตัวรอดทันที ถ้าอย่างนั้นเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตน เป็นความคิดของคำสร้อยคนเดียว แล้วชิ่งหนีไปเลย

“อีคำม่วน อีห่ากินหัว กินทั้งตับ กินทั้งดาก

อย่ามาให้กูเห็นหน้ามึงอีก” คำสร้อยตะโกนด่าไล่หลัง จันดีเข้ามาบอกเธอว่าไม่ต้องไปกลัวอะไรอีกแล้ว โอกาสที่นายฮ้อยเคนจะรู้เรื่องที่เธอทำมีน้อยมาก...

หลังจากเอาน้ำมาให้จันดีดื่มแก้กระหายคลายเหนื่อยแล้ว คำสร้อยอดถามไม่ได้ที่เขาพูดเมื่อครู่นี้หมายความว่าอย่างไร จันดีจะเล่าให้ฟังแต่ขอให้เธอเก็บเป็นความลับห้ามบอกใครเด็ดขาด หลายวันมานี่ที่เขาต้องหายหน้าไปจากหมู่บ้านก็เพราะไม่อยากให้ใครสงสัยยามเมื่อเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นที่นี่

“คนอย่างนายฮ้อยเคนบ่ได้มีคนฮักชอบพอมันไปหมดดอก มันไปฆ่าไผตายไว้มันก็ต้องถูกลูกหลานเขาตามมาล้างแค้น เสร็จจากมันแล้วก็ถึงคราวครอบครัวมันก็เท่านั้นเอง” จันดีหัวเราะสะใจ คำสร้อยมองอย่างไม่ค่อยจะเข้าใจนัก แต่พอคาดเดาได้ว่าจะต้องเกิดเรื่องใหญ่กับนายฮ้อยเคน คำแก้วและคำแพงแน่นอน...

ทางฝ่ายจ่อยไม่พอใจมากเมื่อรู้ว่านายฮ้อยเคนยอมให้ชายคนที่ถูกยิงเมื่อคืนไปกับทัพควาย แต่จะส่งตนเองกลับหมู่บ้านสว่างแดนดินทั้งที่ตนช่วยชีวิตเขาเอาไว้ นายฮ้อยเคนไม่สนใจสั่งให้จ่อยรีบไปได้แล้ว ถ้ายังไม่หยุดทวงบุญคุณ คงต้องทำตามกฎของทัพควาย สั่งสอนให้เจ็บตัวกันบ้างคนอื่นจะได้ไม่เอาเยี่ยงอย่าง

“ข้อยเกลียดเจ้า ข้อยเกลียดนายฮ้อย” จ่อยโวยวายด้วยความผิดหวัง ผู้ช่วยโทนเข้ามาลากตัวเขาออกไป นายฮ้อยเคนร้องบอกไล่หลังให้ผู้ช่วยโทนรีบไปรีบมาพวกตนจะรออยู่ที่นี่จนกว่าเขาจะกลับแล้วค่อยเดินทางกันต่อ เสือคำแสนแอบซุ่มดูอยู่ยิ้มพอใจที่นายฮ้อยเคนต้องเสียกำลังคนไปจากเหตุการณ์นี้...

ขณะที่ผู้ช่วยโทนกับจ่อยมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านสว่างแดนดิน คำแพงช่วยเอายาประคบรอยช้ำบนหลังคำแก้วที่เกิดจากฝีมือคำสร้อย เธอมีสีหน้าเจ็บปวดตลอดเวลาแต่ไม่ร้องสักแอะ คำแพงอดถามไม่ได้ว่าเจ็บใช่ไหม

“เจ็บตัวบ่เป็นหยังดอกเอื้อย เจ็บใจต่างหากอีพวกปอบกินหัวมึงหนิ”

คำแพงตำหนิน้องสาวที่พูดจาไม่น่าฟัง เธอเถียงว่าไม่จำเป็นต้องพูดดีๆกับคนเลวพรรค์นั้น คำแพงดักคอพูดแบบนี้แสดงว่าเธอพร้อมจะลดตัวไปชั่วเหมือนพวกนั้นใช่ไหม คำแก้วถึงกับอึ้ง

“คือกันกับพี่เขยเจ้าขนาด ถ้าตอนนั้นเอื้อยบ่เตือนไว้ก็คงบ่เป็นคนดีคืออย่างทุกมื้อนี้” พูดจบคำแพงเดินออกจากห้อง คำแก้วมองตามด้วยความสงสัย

ooooooo

บริเวณกองเกวียนชายป่าละเมาะ นายฮ้อยเคนนั่งมองกองไฟตรงหน้าครุ่นคิดถึงคำพูดของเสือคำลือที่เอ่ยถึงนายฮ้อยผีระหว่างที่ต่อสู้กันใกล้กับหน้าผา

“บอกกูมาว่านายฮ้อยผีอยู่ไสแล้วกูจะไว้ชีวิตมึง” นายฮ้อยเคนเสียงกร้าว

“มึงบ่มีทางได้เจอมันดอก เว้นเสียแต่ว่านายฮ้อยผีมันอยากเจอมึงเท่านั้น” คำพูดของเสือคำลือยังดังก้องอยู่ในหูนายฮ้อยเคนเหมือนจะตอกย้ำเรื่องราวของตัวเองสมัยเป็นเด็ก พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดคำนึงของนายฮ้อยเคน ตอนนั้นเขาอายุเพียง 14 ปี ถือดาบวิ่งเข้าไปในป่าด้วยความเป็นห่วงผู้ใหญ่สิงห์ผู้เป็นพ่อ ท่ามกลางพายุพัดกระหน่ำ เขาพยายามตะโกนเรียกพ่อแข่งกับเสียงฟ้าร้อง แต่ไม่มีเสียงตอบ

บักเคนวิ่งมาได้สักพักก็สะดุดบางอย่างล้ม พอก้มมองต้องตกใจแทบสิ้นสติเพราะสิ่งที่ตัวเองสะดุดคือศพชาวบ้านที่นอนตายเกลื่อนพื้น และต้องตกใจอีกครั้งเมื่อพ่อในสภาพเลือดเต็มตัวเข้ามาตำหนิเขาว่าไม่น่าจะบุกป่ามาตามหาตน พูดได้แค่นั้นท่านเริ่มทรงตัวไม่อยู่ บักเคนต้องปรี่ไปประคองไว้ทัน

ทันใดนั้นมีฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมา สองพ่อลูกหันไปเห็นชายในชุดดำโพกหน้าเห็นแต่ลูกตา ย่างสามขุมเข้าหา ผู้ใหญ่สิงห์เห็นไม่เข้าทีไล่ลูกชายให้หนีไปก่อน แล้วยกปืนยาวขึ้นเล็งไปที่ชายคนนั้น ลั่นกระสุนใส่อกอย่างจังถึงกับผงะตามแรงกระแทกของกระสุน แค่อึดใจเขากลับ ยืนทรงตัวได้อย่างเดิม หมอกสีดำลอยออกจากฝ่ามือเขา แสดงถึงอาคมอันแก่กล้า

ผู้ใหญ่สิงห์ไม่รอช้าคว้ามือบักเคนวิ่งหนี กระทั่งมาถึงหลุมดักสัตว์ เขาสั่งให้บักเคนลงไปซ่อนในหลุมห้ามโผล่ขึ้นมาเด็ดขาด บักเคนอดถามไม่ได้ว่าชายคนนั้นเป็นใคร ใช่โจรที่ท่านตามล่าหรือเปล่า ผู้ใหญ่สิงห์ส่ายหน้า ชายคนนั้นไม่ใช่โจรแต่เป็นนายฮ้อยชั่วที่ถูกวิชาอาคมครอบงำทำให้กลายเป็นนายฮ้อยผี

“จำคำพ่อให้ดีเด้อบักเคน เมื่อเจ้าโตใหญ่อย่าได้ไปยุ่งกับคุณไสย ห้ามฝึกวิชาอาคมเด็ดขาด รับปากพ่อได้บ่” ผู้ใหญ่สิงห์ยังไม่ทันจะได้คำตอบ ได้ยินเสียงฝีเท้าคนดังใกล้เข้ามา ตัดสินใจชกท้องลูกชายจนหมดสติจับใส่ไว้ในหลุมดักสัตว์แล้วเอากิ่งไม้มาปิดเอาไว้...

คำแพงเล่าเรื่องเดียวกันนี้ให้คำแก้วฟังเช่นกัน และเล่าเพิ่มเติมอีกว่าพ่อของนายฮ้อยเคนไม่ได้เป็นคนเดียวที่ถูกนายฮ้อยผีฆ่า แต่ญาติพี่น้อง ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านก็ถูกมันฆ่าตาย นายฮ้อยเคนเองก็เอาชีวิตไม่รอด โชคดีที่พ่อของเราซึ่งเป็นเพื่อนกับพ่อของเขาตามไปช่วยมาได้ และด้วยความแค้นที่เขามีต่อนายฮ้อยผีทำให้เขาผิดคำพูดที่ให้ไว้กับพ่อหันไปศึกษาวิชาคุณไสย จนใครต่อใครเรียกเขาว่านายฮ้อยทมิฬ

“ตอนที่อ้ายเคนเริ่มฮักกับเอื้อย จิตใจของเพิ่นเต็มไปด้วยไฟแค้น ยิ่งเพิ่นปล่อยให้คุณไสยครอบงำจิตใจเพื่อจะใช้แก้แค้น มันก็ยิ่งเผาไหม้ความเป็นคนของเพิ่นให้เหลือน้อยลงทุกมื้อ”
คำแก้วโพล่งขึ้นทันที แต่เพราะคำเตือนของคำแพง นายฮ้อยเคนก็เลยกลับตัวได้ เธอพยักหน้ารับคำ...

ณ ค่ายพักแรมของทัพควาย เสือคำแสนรอจนนายฮ้อยเคนไปจากจุดที่สุบินเฝ้ายามอยู่จึงทำทีเข้ามาอาสาจะช่วยอยู่ยามให้ สุบินดีใจที่จะมีเพื่อนคุย ยอมให้เขาอยู่ด้วย สักพักเสือคำแสนทำเป็นเห็นอะไรบางอย่างใกล้พุ่มไม้ สุบินหลงกลเดินไปดู เสือคำแสนเอาไม้ฟาดท้ายทอยหมดสติ แล้วคว้าคบไฟขึ้นมาโบกไปมาเป็นสัญญาณให้กับพรรคพวกที่ซุ่มรออยู่บุกเข้ามาได้

ooooooo

อีกมุมหนึ่งที่กองเสบียง ทิดแสงกำลังปรุงยาหม้อที่เจ้าตัวคุยนักคุยหนาว่าดื่มแล้วจะอยู่ยงคงกระพัน เพื่อนฝูงกับพวกชาวบ้านต่างเชื่อลมปากรีบมาเข้าแถว รับจอกใส่ยาหม้อไปดื่ม

ทันใดนั้นมีลูกดอกพุ่งมาปักกลางอกหนึ่งในชาวบ้านที่กำลังดื่มยาหม้อทรุดลงจมกองเลือด กะปอมและกาเหว่ากับพวกโจรโพกผ้าอำพรางใบหน้าต่างกรูกันเข้ามาพร้อมกับควงอาวุธเล่นงานทุกคนทันที

“ฆ่าให้หมด อย่าให้เหลือ” กะปอมตะโกนสั่งการ

พวกชาวบ้านไม่ทันตั้งตัวถูกพวกโจรไล่แทงไล่ฟันตายเป็นใบไม้ร่วง สีโห ทิดแสงและทิดแก้วทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ถอยมารวมกลุ่มกัน สีโหไม่วายต่อว่าทิดแสงไหนว่ายาที่ให้ดื่มอยู่ยงคงกระพันฟันแทงไม่เข้า ตนเห็นพวกที่ดื่มยาเข้าไปถูกฆ่าตายเป็นเบือ ทิดแสงได้แต่อึ้งไม่รู้จะตอบอย่างไร ระหว่างนั้นมีโจรคนหนึ่งควงมีดจะเข้ามาเล่นงาน ทิดแสงหันไปคว้าไหเหล้าจากมือทิดแก้วทุ่มใส่ หัวโจรหลับกลางอากาศแล้วจะเข้าไปซ้ำ

กะปอมหันมาเห็นพอดียิงหน้าไม้ใส่ ลูกดอกปักไหล่ทิดแสงร้องลั่น ทิดแก้วช่วยกันกับสีโหประคองเขาหนี และจะได้ไปเตือนนายฮ้อยเคนให้รู้ตัวด้วย...

ทางด้านเสือคำแสนพร้อมอาวุธในมือย่องเข้าหานายฮ้อยเคนที่กำลังจะเข้านอนโดยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับกองเสบียงซึ่งตั้งอยู่อีกด้านหนึ่ง ก่อนที่เขาจะเสียทีให้เสือชั่ว สีโห ทิดแสงและทิดแก้วตะโกนโหวกเหวกเข้ามาเสียก่อนว่าพวกโจรบุกมาฆ่าพวกเราไปหลายคน นายฮ้อยเคนลุกพรวดขึ้นมาเห็นทิดแสงเลือดไหลอาบโดยมีสีโหกับทิดแก้วประคองเข้ามา รีบเข้าไปช่วยเอาลูกดอกออกแล้วทำแผลให้

สักพักผู้ช่วยถึกประคองทิดเขียวเข้ามารายงานว่าข้าวของของสุบินถูกพวกโจรเผาเกวียนไหม้หมดแล้ว ทิดเขียวออกตัวว่าพยายามสู้กับพวกโจรแล้วแต่อยู่ๆมันแห่มาจากไหนก็ไม่รู้ ไม่ทันตั้งตัว สีโหแปลกใจในเมื่อ เรามีเวรยามแน่นหนา ทำไมพวกโจรถึงบุกเข้ามาจากทุกทิศทุกทางแบบนี้

“ผู้ช่วยถึก เจ้ากับสีโหไปสมทบกับพวกทิดจันทารวบรวมกำลังคนรับมือ อย่าให้พวกนั้นเผาเกวียนเราได้อีก ส่วนเจ้าทิดเขียน ทิดแก้วพาคนที่บาดเจ็บไปหลบก่อนแล้วค่อยมาสมทบกับผู้อื่น” สิ้นเสียงนายฮ้อยเคน ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปทำตามหน้าที่ของตัว เสือคำแสนมองตามเจ็บใจที่เล่นงานนายฮ้อยเคนไม่ได้...

สีโหและจันทาพร้อมด้วยชาวบ้านที่รอดชีวิตเริ่ม ตั้งหลักได้เล่นงานพวกโจรกลับคืนไปบ้าง ส่วนนายฮ้อยเคน รับมือกับโจรสองคนพร้อมกัน แต่ทั้งคู่สู้ฝีมือเขาไม่ได้ถูกเล่นงานล้มกลิ้งล้มหงาย เขาจะตามเข้าไปซ้ำแต่ถูกโจร กำทรายซัดใส่หน้าทำให้เสียจังหวะ โจรสบช่องจะเล่นงาน เขาคืน เสือคำแสนเข้ามาช่วยไว้ทัน แทงลูกน้องตัวเองตายเพื่อแลกกับความไว้วางใจ นายฮ้อยเคนขอบใจเขามาก

“บ่เป็นหยัง ข้อยต้องรีบมาบอกเจ้า เมื่อกี้ข้อยเจอหัวหน้าพวกมันมาต้อนควายออกไป นายฮ้อยต้องรีบไปจัดการมัน ไม่งั้นได้เสียควายไปหมดแน่”

นายฮ้อยเคนหลงเชื่อบอกให้เสือคำแสนนำทางไป ครั้นถึงป่าเปลี่ยว เสือคำแสนก็เผยโฉมหน้าที่แท้จริงว่าตัวเองคือลูกของเสือคำลือปลอมตัวเข้ามาเพื่อจะแก้แค้นให้พ่อ แล้วพยักหน้าให้สัญญาณ กะปอมกับกาเหว่าที่ซุ่มดูอยู่ออกจากที่ซ่อนพร้อมปืนสั้นในมือเล็งไปที่นายฮ้อยเคน

“นายฮ้อยทมิฬ บ่ได้ฆ่ายากอย่างที่เขาร่ำลือกันดอก” เสือคำแสนพูดไม่ทันขาดคำ กาเหว่ายิงใส่นายฮ้อยเคนเต็มอกฟุบแน่นิ่ง เสือคำแสนหัวเราะสะใจ

ooooooo

เมื่อกลุ่มผู้ช่วยถึก จันทาและพวกชาวบ้านรวมตัวกันติด พวกโจรตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบถูกฆ่าตายเป็นเบือเหลือรอดชีวิตไม่กี่คน พวกมันกลัวตายพากันทิ้งอาวุธวิ่งหนี ระหว่างนั้นสีโหประคองสุบินเข้ามาร้องเรียกผู้ช่วยถึกให้มาดูอาการคนเจ็บ ผู้ช่วยถึกดีใจที่เห็นสุบินยังไม่ตาย

“ดวงข้อยยังแข็งผู้ช่วย แต่เจ็บใจหลายที่โง่ เสียท่าให้มัน ถูกหลอกบ่พอยังเจ็บตัวด้วย”

จันทางงพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร สุบินเล่าให้ฟังว่าผู้ชายที่เราช่วยเอาไว้เป็นพวกเดียวกับโจร สีโหตกใจถ้าเป็นอย่างนั้นก็แย่แล้ว เพราะตนเห็นไอ้ผู้ชายคนนั้นพานายฮ้อยเคนออกไปตามลำพังนานแล้ว ทุกคนต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก...

เสือคำแสนยังไม่สาแก่ใจที่เห็นศัตรูโดนยิงนอนคว่ำหน้าแน่นิ่ง ต้องการจะควักหัวใจเขาออกมาสะกดวิญญาณจะได้ไม่ต้องผุดต้องเกิด สั่งให้กาเหว่ากับกะปอมช่วยกันจับเขาหงาย ทันทีที่พลิกตัวเขาขึ้นมา ทั้งสองคนต้องตกใจเมื่อเห็นเขานอนลืมตาโพลง นายฮ้อยเคนจับหัวทั้งคู่กระแทกใส่กันจนล้มไม่เป็นท่า

“เป็นไปบ่ได้ กู...กูเห็นมึงถูกยิง” เสือคำแสนร้องเอะอะ

นายฮ้อยเคนดึงสร้อยคอที่สวมอยู่ขึ้นมาดูเห็นสร้อยเขี้ยวเสือโปร่งฟ้าที่คำแพงมอบให้ถูกลูกกระสุนยิงแตกหัก คำรามรอดไรฟันว่าคืนนี้คงไม่ใช่เวลาตายของตนแล้วพุ่งเข้าไปเล่นงานเสือคำแสน นายฮ้อยเคนฝีมือเหนือกว่าอัดเสือชั่วสะบักสะบอม กาเหว่ากับกะปอมเห็นลูกพี่ถูกเล่นงานก็พากันใจเสีย

“นายฮ้อยทมิฬอยู่ยงคงกระพันฆ่าบ่ตาย...ข้อยกลัวแล้ว” กาเหว่าว่าแล้ววิ่งหนีเอาตัวรอด กะปอมเห็นอย่างนั้น ทิ้งอาวุธวิ่งตาม เสือคำแสนยังไม่ยอมแพ้พยายามจะต่อสู้ต่อไปแต่ถูกนายฮ้อยเคนต่อยท้องจุกตัวงอ แต่ยังปากดี ท้าทายให้ฆ่าตนได้เลยแม้ต้องตายก็จะขอเป็นผีตามอาฆาตเขา

“ข้อยบ่ฆ่าเจ้าดอกคำแสน เฮาควรหยุดเวรกรรมกันไว้เท่านี้”

มีเสียงผู้ช่วยถึกร้องเรียกนายฮ้อยเคนดังขึ้น เจ้าตัวหันมองตามเสียง เสือคำแสนอาศัยจังหวะนั้นคลานไป คว้าปืนที่กาเหว่าทิ้งไว้ นายฮ้อยเคนหันกลับไปมองอีกทีก็สายเกินไป เสือคำแสนเหนี่ยวไกทันที แต่ปืนกลับระเบิดใส่หน้าคนยิงเลือดสาดลงไปนอนร้องโอดโอยอยู่ที่พื้น...

ครั้นผู้ช่วยโทนส่งตัวจ่อยถึงมือยายเฒ่าเรียบร้อยก็จัดแจงขอตัวกลับ คำแก้วเห็นใจเขาที่ต้องมาเหน็ดเหนื่อยเสียเวลาไปๆมาๆ เขาอยากจะบอกเธอว่าไม่เหนื่อย กลับจะดีใจเสียด้วยซ้ำที่ได้เจอเธอแต่ไม่กล้าพูดได้แต่คิดอยู่ในใจ แล้วขอตัวไปก่อน นายฮ้อยเคนรออยู่ ระหว่างนั้นบักมืดเข้ามาแจ้งว่าวันนี้ผู้ช่วยโทนคงจะกลับไปสมทบกับนายฮ้อยเคนไม่ได้ เขานิ่วหน้าสงสัยทำไมถึงเป็นอย่างนั้น

“ก็เล่นควบม้าพาบักจ่อยเดินทางมาทั้งวันทั้งคืน มันบ่ตายคาคอกเพราะบ่มีแรงก็โชคดีเท่าได๋แล้ว”

ooooooo

เสือคำแสนคงจะติดสินบนยมบาลไว้หลายบาท ถูกปืนระเบิดใส่หน้าขนาดนั้นเป็นคนอื่นคงจะตายไปแล้ว แต่เขาเสียเพียงดวงตาแค่ข้างเดียว ทุกคนที่อยู่ในกองเกวียนต่างแค้นเขามาก หากฟื้นเมื่อไหร่จะจับควักตาอีกข้างแล้วลากไปยิงกลางทุ่งให้รู้แล้วรู้รอดจะได้ไม่ต้องเปลืองเวลาให้อาจารย์เม้ารักษา เสือคำแสนเริ่มรู้สึกตัว

“มันฮู้สึกตัวแล้วนายฮ้อย จะเอาจังได๋ก็สั่งพวกข้อยมาโลด” จันทามองนายฮ้อยเคนอย่างรอคำตอบ

“มันตั้งใจมาเล่นงานข้อยเพราะความแค้น งั้นข้อยก็จะจัดการมันเอง” นายฮ้อยเคนมองเสือคำแสนสีหน้าเอาเรื่อง ทุกคนต่างคิดว่าเขาจะเอาตัวเสือคำแสนไปยิงทิ้งกลางป่า แต่ที่ไหนได้เขากลับส่งผู้ช่วยถึกไปตามตำรวจให้มารับตัว นายฮ้อยเคนไม่อยากต่อยอดความแค้นอะไรอีก จะปล่อยให้กฎหมายบ้านเมืองจัดการกับ เสือคำแสน โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าการกระทำครั้งนี้จะทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล...

ระหว่างที่ถูกตำรวจควบคุมตัวไปโรงพัก เสือคำแสนใช้อุบายหลอกล่อจนสามารถจัดการตำรวจสองนายที่ควบคุมตัวเองตายอนาถและยึดเอาปืนประจำกายของทั้งคู่ไปด้วย...

ตกค่ำผู้ช่วยโทนมาฝากท้องไว้กับคำแพงและคำแก้วซึ่งมีเพียงน้ำพริกแจ่วแมงดาถ้วยเล็กๆกับผักลวกตามมีตามเกิดพร้อมด้วยข้าวเหนียวอัดแน่นเต็มกระติบ ระหว่างเขากินมื้อเย็นอย่างเอร็ดอร่อยอยู่บนเรือน มีเสียงหมาเห่าดังขึ้น คำแก้วคว้าตะเกียงลงไปดู กวาดตามองหาไม่เห็นหมาที่เลี้ยงเอาไว้ แถมเสียงเห่าก็เงียบไป ร้องเรียกก็ไม่มาหา อยู่ๆผู้ช่วยโทนโผล่พรวดเข้ามา เธอตกใจร้องลั่นต่อว่าว่าทีหลังอย่ามาเงียบๆแบบนี้อีก

“ข้อยเห็นเจ้าลงมานานแล้วก็เลยตามมาดู บ่มีไผมาเหรอ”

คำแก้วส่ายหน้าไม่เห็นมีใคร แล้วนี่หมาของเธอหายไปไหนก็ไม่รู้ตามหาจนทั่วก็ไม่เห็น ผู้ช่วยโทนตั้งข้อสังเกตว่ามันอาจจะเจอกบเจอเขียดก็เลยเห่าไล่ บอกให้ เธอขึ้นเรือนไปนอนพักได้แล้ว ตนจะนอนเฝ้าหน้าเรือนให้ คำแก้วโวยวายจะมานอนที่นี่ทำไม ไล่ให้กลับไปนอนบ้านตัวเอง ผู้ช่วยโทนโกหกว่านายฮ้อยเคนสั่งเขามา เพราะเห็นว่าเธอไปมีเรื่องกับจันดีก็เลยไม่ไว้ใจเวลาที่นายฮ้อยไม่อยู่

“เจ้ารีบขึ้นเรือนไปโลด จั่งได๋ข้อยก็ต้องรอฟ้าสางถึงจะเดินทางได้ เดี๋ยวข้อยนอนแถวนี้แหละ ไปโลด”

หญิงสาวรับคำ กลับขึ้นเรือน ผู้ช่วยโทนมองตามมีความสุขที่ได้อยู่ใกล้หญิงที่ตัวเองแอบชอบ เสือคำแสนซึ่งซุ่มดูอยู่หงุดหงิดใจที่เขาเป็นก้างขวางคอ แต่ก็ไม่คิดจะล้มเลิกแผนแก้แค้นคนในบ้านนายฮ้อยเคน...

ขณะที่นายฮ้อยเคนหยิบสร้อยเขี้ยวเสือโปร่งฟ้าที่หักครึ่งจากถูกกระสุนปืนขึ้นมามอง พลางนึกถึงคนให้อยู่หน้ากองไฟ อาจารย์เม้าเข้ามาถามเรื่องที่ยังค้างคาใจ ทำไมเขาถึงไว้ชีวิตเสือคำแสนเพราะทำให้พวกเราหลายคนไม่พอใจ เขามั่นใจว่าทำถูกต้องแล้ว มันแค้นเพราะเขาฆ่าพ่อมัน ถ้าเขาฆ่ามันอีกคนก็จะมีผู้อื่นแค้นเขาเพิ่มขึ้นไม่รู้จักจบจักสิ้น อาจารย์เม้าไม่คิดว่าคุกจะเอาคนชั่ว อย่างเสือคำแสนอยู่

“ข้อยเคยถูกความแค้นเผาจิตใจให้อยู่อย่างบ่มีความสุขมาแล้ว ถ้าบ่ได้คำแพงคอยเว่า ข้อยก็บ่ได้เป็นนายฮ้อยอย่างทุกมื้อนี้ดอก ค้าควายไปให้เพิ่นเชือดเพิ่นฆ่าก็บาปพอแล้ว ข้อยบ่อยากฆ่าคนอีก ไปนอนพักผ่อนเอาแรงเถอะ มื้ออื่นผู้ช่วยโทนกลับมาถึง เฮาจะได้เคลื่อนทัพควายเดินทางต่อ” นายฮ้อยเคนตัดบท

ooooooo

เสือคำแสนโหดเหี้ยมมาก ฆ่าหมาของคำแก้วทิ้งแล้วเอาเลือดมาหยดเป็นทางล่อให้ผู้ช่วยโทนซึ่งนอนเฝ้าอยู่หน้าเรือนตามรอยเลือดไปยังพุ่มไม้ห่างจากตัวเรือน ก่อนจะใช้ท่อนไม้ฟาดท้ายทอยสลบเหมือด

คำแก้วกำลังจะไปสวดมนต์ที่ห้องพระกับคำแพงได้ยินเสียงผิดปกติบางอย่าง บอกให้พี่สาวหลบอยู่ในห้องพระลั่นดานไว้อย่าออกมาเด็ดขาด แล้วคว้าดาบที่เหน็บข้างฝามากระชับในมือพร้อมกับตะโกนเรียกผู้ช่วยโทน เงียบไม่มีเสียงขานตอบ พลันมีเสียงคนเดินเข้ามาด้านหลัง เธอหันไปฟันใส่ทันที เสือคำแสนยกดาบขึ้นรับเสียงเหล็กกระทบกันดังลั่น คำแก้วถึงกับหน้าถอดสีที่เห็นผู้บุกรุก

“บักโทนมันมาซ่วยมึงบ่ได้ดอก” เสือคำแสนหัวเราะชอบใจ ออกแรงดันจนคำแก้วเซหงายหลังแล้วใช้ดาบปัด ดาบในมือเธอกระเด็น จากนั้นจิกหัวให้ลุกขึ้นมาเอาดาบจ่อคอ ตะโกนสั่งให้คำแพงออกมาไม่อย่างนั้นจะเชือดคอนังนี่ทิ้ง คำแพงไม่มีทางเลือกจำต้องเปิดประตูห้องพระออกมายกมือไหว้ขอร้องให้ปล่อยคำแก้ว

“เจ้าจะเอาหยังไปก็เอาไปให้หมดโลด อย่าเฮ็ดอีหยังน้องสาวข้อยเลย”

“กูบ่อยากได้สมบัติของมึงดอก ที่กูอยากได้คือแก้แค้นบักเคนให้มันยิ่งกว่าตายทั้งเป็น” เสือคำแสนต่อยท้องคำแก้วจุกตัวงอ แล้วรุกไล่คำแพงเข้าห้องพระปิดประตูล็อก คำแก้วพยายามจะเข้าไปช่วยแต่ไม่มีแรง...

ฝ่ายผู้ช่วยโทนค่อยๆฟื้นคืนสติกัดฟันฝืนความเจ็บปวดเดินมาที่ย่ามซึ่งทิ้งไว้หน้าเรือนนายฮ้อยเคน หยิบปืนออกมายังไม่ทันจะขยับมีเสียงคำแก้วร้องเรียกคำแพงดังขึ้น เขาหันขวับขึ้นไปมองบนเรือน

ด้านคำแก้วกระเสือกกระสนไปที่ห้องพระ พลันเสือคำแสนซึ่งในมือถือดาบเปื้อนเลือดเปิดประตูผลัวะเดินหัวร่อร่าออกมา เธอมองเข้าไปในห้องต้องตกใจ แทบสิ้นสติเมื่อเห็นคำแพงนอนจมกองเลือด

“เอื้อย...เจ้า...เจ้าฆ่าเอื้อยข้อย บักชั่วเจ้าฆ่าเอื้อยข้อยเฮ็ดหยัง”

“เอื้อยมึงต้องตายเพราะบักเคนนั่นแหละ ส่วนมึงได้ตายไปกับเอื้อยมึงอีกคนแน่” เสือคำแสนเงื้อดาบจะฟันคำแก้ว แต่ผู้ช่วยโทนขึ้นมาเห็นพอดียิงปืนใส่แขนที่กำลังจะฟันดาบหล่นพื้น โจรชั่วเห็นท่าไม่ดีโดดหนี ผู้ช่วยโทนไม่รอช้าไล่ตาม คำแก้วรีบเข้าไปประคอง พี่สาวที่เลือดชุ่มตัวหายใจรวยรินพลางร้องไห้โฮ...

เหมือนมีลางร้ายส่งถึงกัน นายฮ้อยเคนฝันเห็นคำแพงมาหาถึงกองเกวียนมาบอกลาและฝากให้ช่วยดูแลคำแก้วด้วย เธอกับลูกวาสนาน้อยที่จะได้อยู่กับเขาแล้วร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือดคร่ำครวญว่าเจ็บเหลือเกิน เขาร้องเรียกเธอเสียงลั่น ก่อนจะตกใจตื่นมองไปรอบๆ ถึงได้รู้ว่าตัวเองฝันไป แม้จะเป็นแค่ความฝันแต่เขาก็อดเป็นห่วงคำแพงกับลูกในท้องไม่ได้ อาจารย์เม้าได้ยินเสียงร้องเอะอะของเขารีบเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น

ขณะที่นายฮ้อยเคนกำลังเล่าถึงฝันร้ายให้อาจารย์เม้าฟัง ผู้ช่วยถึกวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานได้ยินชาวบ้านเล่าว่าเพิ่งเจอศพตำรวจถูกยิงตาย ก็เลยสงสัยว่าเป็นตำรวจที่มารับตัวเสือคำแสนหรือเปล่า นายฮ้อยเคนจึงต้องไปดูศพที่ว่า ปรากฏว่าเป็นพวกเดียวกัน แสดงว่าตำรวจที่ตายต้องเป็นฝีมือของเสือคำแสน

นายฮ้อยเคนเริ่มเป็นห่วงความปลอดภัยของคำแพงกับลูก อีกทั้งผู้ช่วยโทนไปส่งจ่อยป่านนี้ยังไม่กลับ เกรงจะเกิดเรื่องไม่ดี อาจารย์เม้าแนะให้เขาทำตามสัญชาตญาณของตัวเองไม่ต้องห่วงทัพควาย ในเวลาต่อมา นายฮ้อยเคนเร่งควบม้ากลับหมู่บ้านสว่างแดนดินท่ามกลางท้องฟ้ามืดครึ้ม...

คำแพงอาการน่าเป็นห่วงนอนหายใจรวยรินอยู่บนเรือน ยายเฒ่าพยายามช่วยสุดความสามารถแต่ทำอะไรได้ไม่มากนักเพราะตัวเองเป็นแค่หมอตำแย คำแพงถามคำแก้วที่นั่งกุมมือเป็นกำลังใจอยู่ไม่ห่าง

ว่าลูกในท้องเป็นอย่างไรบ้าง ผู้เป็นน้องถึงกับพูดไม่ออก ยายเฒ่าสงสารก็เลยบอกความจริงว่าเธอแท้งลูกแล้ว ยิ่งทำให้อาการของเธอทรุดลงไปอีก คำแพงขอร้องให้คำแก้วไปตามนายฮ้อยเคนมาพบ อยากจะเจอหน้าก่อนตาย

ooooooo

คำแก้วเห็นพี่สาวอาการไม่ค่อยดี ลงมาถามผู้ช่วยโทนว่าเมื่อไหร่หมอจะมา เขาส่งจ่อยไปตามให้แล้ว แต่ระยะทางไม่ใช่ใกล้ๆจึงขอให้ประคับประคองคำแพงไว้ก่อน คำแก้วกับยายเฒ่าพยายามสุดความสามารถแล้ว แต่พอพี่สาวรู้ว่าแท้งลูกอาการก็เลยยิ่งแย่ลงไปอีก นี่ก็ขอให้ตนไปตามนายฮ้อยเคน บักมืดรีบบอก

“เฒ่าเข่งกับเฒ่าอ่วมตามไปบอกข่าวนายฮ้อยแล้ว เจ้าใจเย็นๆเด้อ”

หญิงสาวอยากรู้ว่าคนร้ายเป็นใคร ตอนที่มันบุกเข้ามาทำร้ายเราสองคน มันว่ามันต้องการแก้แค้นอ้ายเคนให้ยิ่งกว่าตายทั้งเป็น ผู้ช่วยโทนบ่นอุบที่แท้ก็เป็นเสือคำแสนนี่เอง นายฮ้อยเคนไม่น่าไว้ชีวิตมันเลย คำแก้วสงสัยหมายความว่าอย่างไรที่ว่าไว้ชีวิตมัน ผู้ช่วยโทนยังไม่ทันจะอธิบาย มีเสียงยายเฒ่าตะโกนเรียกคำแก้วให้รีบขึ้นเรือนไวๆ คำแพงอาการไม่ดี...

ระหว่างที่นายฮ้อยเคนเร่งควบม้ากลับเรือนเกิดอาเพศขึ้น ฟ้าผ่าต้นไม้ล้มขวางทางไฟลุกโชน ม้ากลัวไม่กล้าขยับไปไหน ด้วยความเป็นห่วงเมียรัก เขาตัดสินใจกำสร้อยเขี้ยวเสือโปร่งฟ้ายกมือพนมบริกรรมคาถา รอยสักอักขระโบราณบนอกของเขาค่อยๆเรืองแสงออกมาพร้อมกับเกิดลมหมุนเป็นหย่อมบริเวณต้นไม้ที่ไฟลุก

นายฮ้อยเคนอดนึกถึงวันที่ใช้คาถาวันแรกไม่ได้วันนั้นคำแพงกำลังจะถูกงูเห่าฉก เขาต้องเข้าไปล่อมันออกมา แทนที่มันจะหนีกลับหันมาเล่นงานเขาแทน

นายฮ้อยเคนตัดสินใจบริกรรมคาถา รอยสักของเขาเรืองแสงแบบเดียวกันกับวันนี้พร้อมกับมีเลือดไหลออกจากจมูก เขาฝืนความเจ็บปวดชักมีดอาคมจะฟันงู

“พอได้แล้วอ้าย อย่าฆ่ามัน” คำร้องขอของคำแพงทำให้นายฮ้อยเคนได้สติหยุดกึก งูเห่าเลื้อยหนีไปทันที เขารีบปาดเลือดที่จมูกหันหาเมียรัก แต่ซวนเซจะล้ม เธอต้องประคองเอาไว้...

หลังเกิดเหตุนายฮ้อยเคนนำเรื่องนี้ไปปรึกษากับหลวงพ่อถึงได้รู้ว่าการใช้อาคมเป็นการฝืนคำสั่งที่พ่อของเขาห้ามไปเกี่ยวข้อง คุณไสยก็เลยย้อนกลับมาเข้าตัวเอง ท่านยังเตือนให้เขาเลิกฝึกวิชาอาคมกับเฒ่าโสมเพราะเป็นเดรัจฉานวิชา ถ้าเขาอยากเป็นนายฮ้อยเพื่อแก้แค้นก็อย่าเป็นเลยจะดีกว่า

“นายฮ้อยควรจะเป็นคนดี ซ่อยเหลือซาวบ้าน คาถาที่เจ้าควรมีติดโตกะมีแค่อิติปิโสบทเดียวกับความดีที่เจ้าหมั่นเฮ็ด แค่นั้นเจ้ากะแคล้วคลาดเบิ๊ดทุกอย่างแล้ว”...

คำสั่งสอนของหลวงพ่อยังดังชัดเจนอยู่ในหัว แต่นายฮ้อยเคนก็เลี่ยงที่จะปฏิบัติตามยังคงกำเขี้ยวเสือ-โปร่งฟ้าบริกรรมคาถาเรียกลมให้มาดับไฟ คุณไสยย้อนเข้าตัวจนเลือดกำเดาไหลแต่เขาข่มความเจ็บปวดไว้จนที่สุดก็ดับไฟได้ เมฆฝนที่ปกคลุมก็พลอยถูกลมอาคมพัดหายไปด้วย ทำให้เขาเดินทางต่อไปได้...

แม้จะเร่งรีบแค่ไหนแต่นายฮ้อยเคนก็มาไม่ทันดูใจคำแพงซึ่งทนพิษบาดแผลไม่ไหวสิ้นใจตายไปเสียก่อน ยิ่งได้รู้ว่าคนที่ฆ่าเธอคือเสือคำแสน เขาถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาอย่างไม่อายใคร

ooooooo

งานเผาศพคำแพงจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายตามวิถีชาวบ้าน โลงศพถูกยกมาวางบนเชิงตะกอนกลางลานวัด ผู้มาร่วมงานต่างอยู่ในอาการเศร้าโศก คำแก้วร้องไห้คร่ำครวญเข้าไปกอดโลงศพไว้ไม่ยอมให้เอาไปเผา อาจารย์เม้าต้องปลอบให้ทำใจ คำแพงหมดเวรหมดกรรมแล้ว เธอต้องปล่อยให้พี่สาวไป คำม่วนไม่วายปากเสีย

“โอ้ย คนมันกะตายไปแล้วเลิกคร่ำครวญเถอะอีคำแก้วสิเอาหยังนำมันหลาย รีบเฮ็ดพิธีให้เสร็จๆได้แล้ว”

คำแก้วทนไม่ไหวพุ่งเข้าไปตบคนปากเสีย สองฝ่ายเปิดศึกฝ่ามือตบตีกันอุตลุดท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน นายฮ้อยเคนต้องเข้าไปหย่าศึก ใครระงับอารมณ์ไม่ได้ก็ให้ออกไป คำม่วนถอยกรูดแต่คำแก้วไม่กลัว

“เจ้าบ่ต้องด่าข้อย เจ้านั่นแหละต้นเหตุให้เอื้อยต้องตาย ข้อยซังเจ้าหลาย”

หลวงพ่อเห็นท่าไม่ดีรีบปรามคำแก้ว นี่ไม่ใช่เวลามาโทษกัน ถ้ารักพี่สาวอย่างที่พูดก็ต้องปล่อยเธอไป อย่าให้มีห่วง ทั้งผู้เฒ่าผู้แก่ของหมู่บ้านต้องช่วยกันขอร้อง คำแก้วถึงได้ถอยห่างจากโลงศพ ปล่อยให้หลวงพ่อกับพวกผู้ชายเอาน้ำมันราดแล้วจุดไฟ นายฮ้อยเคนที่นิ่งสงบมาตลอดเวลาถึงกับเข่าทรุดมองโลงศพเมียรักที่ไฟลุกโชนด้วยน้ำตานองหน้า คำแก้วเองก็ร้องไห้ไม่หยุดเช่นกัน แต่ไม่วายหันมาบอกพี่เขยให้ดูภาพนี้เอาไว้

“เอื้อยต้องตายทุกข์ทรมานกะเพราะเจ้า เอื้อยจากไปบ่สงบกะเพราะเจ้า เพราะเจ้าผู้เดียว”...

ขบวนค้าควายต้องล้มเลิกไปโดยปริยายเพราะไม่มีผู้นำ จันทา สุบิน สีโห ผู้ช่วยโทน ผู้ช่วยถึกกับพวกชาวบ้านหนุ่มๆมารวมตัวกันที่หน้าบ้านอาจารย์เม้าเพื่อปรึกษากันเรื่องจัดการกับเสือคำแสน คุยกันไปคุยกันมาความคิดแตกแยกเป็นสองฝ่าย ผู้ช่วยถึก สีโหและบักมืดไม่เห็นด้วยกับจ่อยที่กล่าวหาว่านายฮ้อยเคนใจอ่อน ไม่จัดการเสือคำแสนให้เด็ดขาด คนที่จะถูกมันแก้แค้นเป็นรายต่อไปอาจเป็นญาติพี่น้องพวกเราคนไหนก็ได้

ส่วนสุบิน จันทา ทิดแสงและจ่อยเป็นพวกเดียวกัน สองฝ่ายหวิดจะวางมวยกัน อาจารย์เม้ากับผู้ช่วยโทนต้องเข้ามาห้ามไว้ โดยไม่รู้ว่าจันดีแอบฟังอยู่ด้วยสีหน้าร้ายกาจ...

จันดีวางแผนจะยืมมือเสือคำแสนเล่นงานนายฮ้อยเคนเพื่อที่ตัวเองจะได้เสียบเป็นนายฮ้อยแทนจึงตามไปช่วยโจรชั่วจากถูกตำรวจไล่ล่าโดยสังหารตำรวจตายเรียบ ทีแรกเสือคำแสนคิดว่าจันดีมาล่าค่าหัวตัวเอง แต่พอรู้ว่าเขาเองก็ต้องการเล่นงานนายฮ้อยเคนเหมือนกันก็จึงยอมร่วมมือด้วย...

ข่าวเสือคำแสนหนีรอดเงื้อมือตำรวจที่ตามล่าไปได้แพร่มาถึงหมู่บ้านสว่างแดนดิน คำแก้วเจ็บใจมากคว้ามีดพร้าจะไปตามล่ามันเอง นายฮ้อยเคนเข้ามาขวางไว้ไม่ยอมให้ไป เธอตวาดลั่นถ้าเขาไม่คิดจะแก้แค้นให้ คำแพงก็หลบไปให้พ้น เขาทักท้วงการตามล่าเสือคำแสนไม่ใช่สิ่งที่คำแพงต้องการแน่นอน

“งั้นอ้ายนั่งซื่อๆปล่อยให้คนชั่วมันลอยนวลคือสิ่งที่เอื้อยข้อยต้องการแม่นบ่ ถ้าอ้ายเฮ็ดอย่างที่ข้อยต้องการบ่ได้ก็หลบไป” คำแก้วดึงดันจะไปให้ได้ นายฮ้อยเคนจับมือเธอบิด ปัดพร้าทิ้งแล้วล็อกตัวเอาไว้ สั่งให้หยุดได้แล้ว คำแพงต้องการให้เขาเป็นนายฮ้อยที่ดีไม่ใช่นายฮ้อยที่ฆ่าคนโดยไม่รู้สึกรู้สมเหมือนนายฮ้อยผีที่ฆ่าพ่อแม่ของเขา คำแก้วไม่อยากฟังสั่งให้เขาปล่อย แต่เขาล็อกตัวไว้แน่น

“ฟังอ้าย...อ้ายอยากออกไปตามล่ามัน อยากจับมันมาตัดคอตัดแขนตัดขาแล้วจกลูกตามันออกมาด้วยซ้ำ แต่คั่นเฮ็ดจั่งซั่น อ้ายกะแฮงเฮ็ดให้วิญญาณคำแพงต้องมีห่วง บ่ได้สู่ภพภูมิที่ดี เจ้าเข้าใจบ่คำแก้ว” นายฮ้อยเคนระบายความอัดอั้นออกมาก่อนจะคลายมือจากคำแก้ว ทรุดลงนั่งแปะกับพื้นร้องไห้ “บ่แม่นเจ้าผู้เดียวดอกคำแก้วที่เจ็บปวดคือคนตายแล้วทั้งเป็น”

คำแก้วตัดสินใจกลับเข้าห้องตัวเองปิดประตูร้องไห้เสียใจไม่แพ้เขาเช่นกัน ยิ่งนึกถึงคำพูดก่อนตายของคำแพงที่ว่าตนกับเธอไม่ได้เป็นพี่น้องกันแท้ๆ แต่ตนก็รักเธอไม่ได้ด้อยไปกว่าอ้ายเคน และถ้าเธออยากรู้ว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหนให้ไปถามเฒ่าโสมซึ่งเป็นผู้เดียวที่ตอบได้

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement