นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 16 นิยายไทยรัฐ
วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 16


17 พ.ย. 2560 07:47
776,317 ครั้ง

ละคร นิยาย นายฮ้อยทมิฬ

นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 16

อ่านเรื่องย่อ

นายฮ้อยทมิฬ

แนว:

ดราม่า-แอ็คชั่น

บทประพันธ์โดย:

คำพูน บุญทวี

บทโทรทัศน์โดย:

แพรพริมา

กำกับการแสดงโดย:

ธงชัย ประสงค์สันติ

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ภัทรเดช สงวนความดี,ฝนทิพย์ วัชรตระกูล

เป็นอย่างที่นายฮ้อยผีคาดไว้ไม่มีผิดเพี้ยน เสือคำแสนพากะปอมกับกาเหว่ามาที่เทวาลัยหวังจะปล้นทรัพย์สมบัติที่ตนเองเก็บไว้ให้คำแก้ว นายฮ้อยผีซึ่งมาดักรออยู่ใช้อาคมเหวี่ยงร่างสองสมุนกระแทกผนังเทวาลัยจนจุกตัวงอ แล้วจึงหันไปเล่นงานเสือคำแสน

แต่ไม่ง่ายอย่างที่คิด เนื่องจากเสือชั่วแสดงให้เห็นถึงอาคมอันแก่กล้าที่เพิ่มมากขึ้นจนอีกฝ่ายถึงกับตะลึง

“นี่มึง...ฝึกคุณไสยมนต์ดำคือกูได้จังได๋”

“มึงลืมไปแล้วบ่ว่าอีบุญตาน้องสาวกูมันกำลังถือพา ซำนี่กูก็เก่งกาจกว่ามึงกับนายฮ้อยทมิฬแล้ว” พูดจบเสือคำแสนสะบัดมือใส่ ด้วยฤทธิ์เดชแห่งอาคมทำให้นายฮ้อยผีกระเด็นไปกระแทกกำแพงกระอักเลือด เขาเตือนเสือชั่วว่าเลือกเดินทางผิด หากไม่เลิกยุ่งกับมนต์ดำ สุดท้ายก็ต้องลงเอยแบบเขา เสือคำแสนประกาศกร้าวจะไม่ยอมใจอ่อนอย่างเขาเด็ดขาดและจะไม่เกรงกลัวเวรกรรมใดๆทั้งสิ้น เวรกรรมต่างหากที่ต้องกลัวตน

“มึงมันกู่บ่กลับแล้ว กูสิป๋าให้มึงไปฆ่านายฮ้อยเคนบ่ได้” นายฮ้อยผีฝืนความเจ็บปวดยันตัวลุกขึ้นพนมมือร่ายคาถาใส่ เสือคำแสนหายตัวมาโผล่อีกทีตรงหน้าใช้มีดอาคมแทงท้องเขาทรุดลงไปตายตรงนั้น...

ในเวลาต่อมา บริเวณค่ายพักแรม แสงโสมเห็นคำแก้ว ยืนใจลอยกุมสร้อยเขี้ยวเสือโปร่งฟ้าที่นายฮ้อยเคน ทิ้งไว้ให้ก็ร้องทัก กลัวเขาไม่มีเขี้ยวเสือโปร่งฟ้าคุ้มครองแล้วจะเป็นอันตรายใช่ไหม คำแก้วพยักหน้ารับคำ เธอจึงปลอบว่าเสือเซียงเคยถูกนายฮ้อยเคนจัดการมาได้ครั้งหนึ่งแล้ว คราวนี้คงไม่อะไรต้องเป็นห่วง แล้วคว้ามือคำแก้วมากุมไว้อย่างเป็นกำลังใจให้ จังหวะนั้นอาจารย์เม้าถือปืนเดินหน้าตื่นเข้ามากับบุญเพ็ง

“คำแก้ว แสงโสม มีหมู่เฮาพ้อฮ่องฮอยผู้อื่นลอบเข้า มาใกล้ทัพควายเฮา”...

หลังจากนั้นไม่นาน อาจารย์เม้า บุญเพ็งและชาวทัพ ควายสองคนพร้อมอาวุธครบมือเดินนำคำแก้วกับแสงโสม ไปยังจุดที่พบร่องรอยผู้บุกรุก อาจารย์เม้าสั่งให้ชาวทัพควายกับบุญเพ็งแยกย้ายกันสำรวจรอบๆอีกครั้ง เชื่อว่าอาจจะเป็นพวกของเสือคำแสนลอบมาเล่นงานเราตอนที่นายฮ้อยเคนไม่อยู่ แล้วบอกให้สองสาวเตรียมตัวไว้ให้พร้อม เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นจริง คงต้องสู้กันตายไปข้างหนึ่ง

“หมู่เฮามีกันซำนี่ คงสู้บ่ได้ดอก เอาจังซี้ก็แล้วกัน” แสงโสมว่าแล้วหยิบผมผีพรายออกมาจากย่าม อาจารย์เม้าเห็นเข้าก็ร้องห้ามเสียงหลงไม่ให้เธอทำอย่างนั้น เพราะนายฮ้อยเคนเคยเล่าให้ฟังว่าคาถาที่เธอจำมาใช้ไม่ถูกต้อง ถ้าเอามาท่องจะทำให้ผีพรายเข้าสิงเอาได้

“นั่นแหละที่ข้อยตั้งใจ พอข้อยร่ายคาถาให้ผีพรายเข้าโต จารย์เม้าก็ฟ้าวพาทุกคนหนีไปแล้วถิ่มให้ข้อยอยู่จัดการพวกเสือคำแสนเอง พอซุมมันถืกจับหักคอตายเบิ่ด ค่อยให้นายฮ้อยมาซอยไล่ผีพรายออกจากโตข้อย”

คำแก้วห้ามแสงโสมทำอย่างนั้นเด็ดขาดนั่นเท่ากับฆ่าตัวตายชัดๆ ท่าทีเอาจริงของเธอทำให้แสงโสมไม่กล้าหือ จำต้องเก็บผมผีพรายไว้ที่เดิม ระหว่างนั้นชาวทัพควายที่ออกสำรวจรอบบริเวณเจอตระกร้าใบหนึ่งวางทิ้งไว้ก็นำเอากลับมาให้อาจารย์เม้าเปิดดู ทุกคนพากันตกใจเมื่อเห็นหัวนายฮ้อยผีอยู่ในนั้น

ooooooo

เมื่อเดินทางมาถึงทัพควาย นายฮ้อยเคนสั่งให้ผู้ช่วยถึกไปช่วยสามผู้เฒ่าเข่ง อ่วมและแต้มนับจำนวนควายที่พากลับมา และช่วยดูด้วยว่าทั้งคนทั้งควายบาดเจ็บกันแค่ไหน สุบิน จันทากับเฒ่าอ่ำและทิดแสงรู้สึกผิดต่อนายฮ้อยเคนมาก ต่างคุกเข่าลงตรงหน้าเขาขอโทษที่ทำตัวไม่ดีต่อไปจะไม่คิดแยกตัวไปไหนอีก

“นายฮ้อย ยกโทษให้พวกข้อยนำ” ทั้งสี่คนพูดขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

“ลุกขึ้นๆ ข้อยเป็นนายฮ้อยบ่แม่นหลวงพ่อ บ่ต้องมากราบไหว้ เฮื่องที่ผ่านมาก็ให้เป็นบทเฮียน อย่าให้ความทุกข์ยากเฮ็ดให้เฮาแตกแยก จำไว้ให้ขึ้นใจต่อให้แห้งแล้งซ้ำซาก ซำได๋อย่าให้น้ำใจเหือดแห้งเด็ดขาด”

ทิดแสงรับปากจะจำใส่สมองไม่มีวันลืมเด็ดขาด นายฮ้อยเคนดีใจที่ทุกคนกลับมาเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไรอีก บุญเพ็งวิ่งหน้าตื่นเข้ามา

“นายฮ้อย...นายฮ้อยแย่แล้ว ฟ้าวไปเบิ่งแน ขนหัวสิลุกไปเบิ่ดแล้ว”...

ไม่กี่นาทีถัดมา นายฮ้อยเคนถึงกับตะลึงเมื่อเห็นหัวนายฮ้อยผีที่ถูกยัดไว้ในตะกร้า ถามอาจารย์เม้าว่ามันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เขาเชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือสมุนของเสือคำแสนที่ลอบเข้ามาทิ้งไว้ให้พวกเราดู หวังจะขู่ให้กลัว ผู้ช่วยโทนอดเป็นกังวลไม่ได้ ขนาดนายฮ้อยผีเป็นถึงจอมขมังเวทยังจัดการเสือคำแสนไม่ได้ แสดงว่ามันอยากเตือนให้เรารู้ว่าถึงอย่างไรเราก็หนีการตามล่าของมันไม่พ้น

“บอกทุกคนว่าอย่าฟ้าวแตกตื่นไป จัดเวรยามเบิ่งแยงคนกับควายให้แน่นหนาอาวุธที่พกติดโตมาให้ลับคมถ่าไว้ ลูกดอกกับลูกธนูให้เฮ็ดเพิ่มแล้วย้ำกับทุกคนว่านายฮ้อยของซุมเจ้าสิปกป้องทุกคนแน่นอน” สั่งเสร็จนายฮ้อยเคนอุ้มตะกร้าใส่หัวนายฮ้อยผีจะเอาไปฝังแล้วจะได้ทำพิธีอุทิศส่วนกุศลไปให้ วิญญาณของเขาจะได้จากไปอย่างสงบ อย่างน้อยเขาก็กลับตัวกลับใจยอมแลกชีวิตตัวเองหวังช่วยให้รอดจากเงื้อมมือเสือคำแสน

“เซาก่อนนายฮ้อย ข้อยเพิ่งคึดพ้อ ตอนที่ช่วยบุกไปซอยปล่อยผู้หญิงที่เสือเซียงจับโตไว้ ผู้หญิงซุมนั่นบอกว่าถืกจับมาเพื่อส่งไปให้เป็นเหยื่อเสือคำแสน” คำพูดของผู้ช่วยโทนทำให้นายฮ้อยเคนถึงกับชะงัก

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ที่ซากโบราณสถาน เสือคำแสนไม่พอใจมากที่เสือเซียงไปวุ่นวายกับทัพควาย จนถูกนายฮ้อยเคนตามไปเล่นงานทำให้ชุมโจรของเขาโดนตีแตกกระเจิงต้องหนีหัวซุกหัวซุนมาที่นี่ ทั้งที่ตนสั่งนักสั่งหนาไม่ให้ไปยุ่งกับพวกทัพควาย เขามีหน้าที่แค่หาเหยื่อมาให้ตน ส่วนพวกทัพควาย ตนเท่านั้นที่ฆ่าได้

“ข้อยขอขมาเสือคำแสน ข้อยเห็นควายมันเป็นตาปล้น แล้วก็อยากเอาคืนพวกมันนำ ข้อยก็เลย...”

“เลยเฮ็ดให้เหยื่อที่ควรเอามาให้กูหนีไปเบิ่ด” เสือคำแสนพูดจบหายตัวไปโผล่ตรงหน้าเสือเซียงแล้วบีบคอไว้ เขาร้องขอชีวิตเสียงสั่น สัญญาจะไปหาเหยื่อมาชดใช้ให้ เสือคำแสนยังคงบีบคอไว้จนเขาเกือบขาดใจตาย ถึงได้ยอมปล่อยมือ เสือเซียงถึงกับทรุดลงไปกองกับพื้น สมุนต้องเข้ามาประคองไว้

“จำใส่กบาลมึงไว้ หน้าที่ฆ่านายฮ้อยทมิฬเป็นของกูผู้เดียว ส่วนมึงกับพวกคือกองทัพของกู เข้าใจบ่”

เสือเซียงพยักหน้ารับคำหวาดกลัวสุดขีด...

ภาพหัวนายฮ้อยผีในตะกร้าทำให้คำแก้วขวัญเสีย นายฮ้อยเคนต้องช่วยเป่ากระหม่อมให้ แล้วลูบแก้มอย่างทะนุถนอม แม้จะผ่อนคลายขึ้นแต่เธออดรู้สึกผิดไม่ได้ที่ปล่อยให้นายฮ้อยผีไปจัดการกับเสือคำแสนจนเขาต้องตาย นายฮ้อยเคนปลอบใจว่าไม่ใช่ความผิดของเธอ นายฮ้อยผี ตั้งใจจะทำอย่างนั้นเพื่อไถ่บาปและอยากให้เราอโหสิกรรมให้ เขาจะได้จากไปอย่างสงบ คำแก้วอยากรู้ว่านายฮ้อยเคนคิดอย่างไรกับเรื่องนี้

“อ้ายอโหสิกรรมให้แล้ว ย่อนว่าคนเฮาเกิดมาล้วนแต่มีเวรกรรมติดโตกันมาเทิ้งนั่น แค่มีชีวิตทุกมื้อนี่ชดใช้เวรกรรมซาติที่แล้วก็ทุกข์ยากพอแล้ว อย่าได้เอาความแค้นความจงเกลียดจงชังมาเฮ็ดให้สร้างเวรสร้างกรรมใหม่ในชาตินี่อีกเลย”

คำแก้วพยักหน้ารับคำแล้วพนมมืออธิษฐาน “ข้อยอีคำแก้ว ขออโหสิกรรมให้นายฮ้อยผี ความเกลียดชังที่เคยมีก็ขอให้แล้วกันไปในเมื่อซาตินี่เฮาบ่ได้เฮ็ดหน้าที่พ่อลูกต่อกัน ซาติหน้าก็ขอให้ได้เฮ็ดหน้าที่นั่นต่อกันอีก” อธิษฐานจบคำแก้วยกมือที่พนมขึ้นจดหน้าผาก นายฮ้อยเคนยิ้มรับ ดึงเธอมากอดแนบอก พอพ้นสายตาเธอเท่านั้นสีหน้ายิ้มแย้มของเขาเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นกังวลทันที...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน เสือเซียงกับสมุนพร้อมด้วยกะปอมและกาเหว่าบุกเข้าไปฆ่าชาวบ้านที่อยู่บนเส้นทางไปค้าควายของนายฮ้อยเคนตามที่เสือคำแสนสั่งการ กระทั่งเหลือชายชาวบ้านคนหนึ่ง เสือเซียงเงื้อดาบจะฟันแต่เสือคำแสนยื่นแขนมาขวางไว้ ดาบกระทบเนื้อเสียงดัง ราวกับกระทบเหล็กไม่ระคายผิวเขาแม้แต่น้อย

“กูสั่งว่าให้เหลือไว้คนแม่นบ่” เสือคำแสนกระชากแขนชายชาวบ้านขึ้นมาจ้องเขม็งด้วยสายตาชวนสยอง

“คืนนี่ดวงมึงยังบ่ฮอดหม่อง ย่อนว่ามึงต้องไปป่าวประกาศให้ทุกหมู่บ้านฮู้ว่า ความตายกำลังตามล่านายฮ้อยทมิฬทุกก้าวที่ทัพควายมันผ่าน สิมีแต่ความตายถ่ามันอยู่ หนทางสินองไปด้วยเลือด นายฮ้อยทมิฬ สิบ่มีวันเดินทางถึงที่หมาย มึงเข้าใจบ่” เสือคำแสนตะคอกใส่หน้า ชายชาวบ้านพยักหน้ารับคำกลัวจนปัสสาวะราด พอได้รับการปล่อยตัว เขาวิ่งหนีไม่คิดชีวิต

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ทัพควายของนายฮ้อยเคนก็ออกเดินทางต่อไปและจะเดินทางต่อเนื่องไม่หยุดพักจนกว่าจะค่ำ ใครหิวก็ให้กินไปเดินทางไป จะหยุดพักแรมได้ก็ต่อเมื่อนายฮ้อยเคนสั่งเท่านั้น แสงโสมบ่นกับคำแก้วห้ามหยุดเดินทางจนกว่าจะมืดแบบนี้ ชาวทัพควายคงได้เท้าบวมตามๆกันแน่

“เมื่อยก็ต้องทนล่ะแสงโสม เถื่อนี่นายฮ้อยจำเป็นต้องเด็ดขาด นายฮ้อยอยากให้เดินทางถึงตลาดค้าควายไวๆสิได้ฟ้าวค้าควายให้เบิ่ด พอได้เงินกันมาเบิ่ดแล้ว ก็สิให้แยกย้ายกันกลับสว่างแดนดิน บ่ต้องกลับพร้อมกัน”

“ย่อนว่าบ่อยากให้ตกเป็นเป้าพวกคำแสนไปกับนายฮ้อยอีกแม่นบ่เอื้อย”

“แม่นแล้วตอนนี่นายฮ้อยบ่ฮู้ว่าคำแสนวางแผนอีหยัง ฟ้าวเดินทางให้ค้าควายเสร็จไวๆเป็นทางออกเดียวที่นายฮ้อยสิซอยเฮาได้ก่อน” คำแก้วพูดไม่ทันขาดคำ มีเสียงปืนดังขึ้นมาจากทางหน้าขบวนทำเอาทุกคนตกใจ

เสียงปืนทำให้นายฮ้อยเคนรีบชักม้าไปยังต้นเสียง เจอชาวบ้านกลุ่มหนึ่งพร้อมอาวุธครบมือยิงปืนขู่ไม่ให้ทัพควายเดินทางผ่านหมู่บ้านของตัวเอง จึงร้องถามหัวหน้าชาวบ้านว่าเกิดอะไรขึ้นถึงต้องห้ามแบบนั้น แล้วลงจากม้าเข้าไปหา หัวหน้าชาวบ้านยกปืนเล็งใส่สั่งให้หยุดอยู่ตรงนั้น ทำให้เขาต้องชะงักฝีเท้า

“จังได๋ทัพควายนายฮ้อยทมิฬก็ห้ามผ่านหมู่บ้านข้อยเด็ดขาด ไปโลด มาทางไสไปทางนั่น...ไป” ไม่พูดเปล่าหัวหน้าชาวบ้านยิงปืนขู่อีกด้วย ชาวทัพควายไม่พอใจต่างยกปืนขึ้นเล็งใส่พวกชาวบ้านบ้าง นายฮ้อยเคนสั่งให้ทุกคนลดปืนลงเดี๋ยวนี้ ชาวทัพควายจำต้องทำตามคำสั่ง นายฮ้อยเคนเดินเข้าไปหาหัวหน้าชาวบ้าน ขอคำอธิบายเหตุใดถึงไม่ยอมให้พวกตนเดินทางผ่าน

“ซุมข้อยบ่อยากถืกฆ่าตายเทิ้งหมู่บ้านคือบ้านอื่น ย่อนว่านายฮ้อยทมิฬคือผู้พาความตายมาให้”...

ในเมื่อไม่สามารถเดินทางผ่านเส้นทางนี้ได้นายฮ้อยเคนจึงสั่งให้หยุดพักแถวนี้ก่อน แล้วส่งผู้ช่วยถึกผู้ช่วยโทน สีโหกับพวกแยกย้ายกันสำรวจเส้นทางว่ามีทางไหนไปได้บ้าง กลับพบว่าไม่มีหมู่บ้านไหนยอมให้ทัพควายเดินทางผ่านด้วยเหตุผลเดียวกันกับหมู่บ้านแห่งแรก นายฮ้อยเคนถึงกับถอนใจหนักใจ

“ก็หมายความว่า เฮาบ่มีทางเดินทางไปถึงตลาดค้าควายสระบุรีได้เลย นอกจากต้องใช้เส้นทางดงพญาเย็น ทางเดียวเถาะนั่น”

บักมืดถึงกับร้องเอะอะ เราเพิ่งจะรอดตายมาจากที่นั่น ขืนให้กลับไปอีกคงได้ตายกันหมด ผู้ช่วยถึกมั่นใจนี่ต้องเป็นแผนชั่วของเสือคำแสน ฆ่านายฮ้อยผี เข้าไปยึดรังของเขาที่ดงพญาเย็นแล้วออกอาละวาดบีบให้เราเข้าไปตายที่นั่น อาจารย์เม้าที่นิ่งฟังมาตลอดเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้

“อ้อ อีกอย่างหนึ่งนายฮ้อย พวกชาวบ้านที่ข้อยไปคุยมายังบอกว่าผู้หญิงที่ถูกจับโตไปจากหมู่บ้าน ถืกจับไปเป็นเหยื่อของเสือคำแสนนำ”

สีโหแปลกใจทำไมหื่นขนาดนี้ ปล้ำผู้หญิงได้ทุกหมู่บ้าน นายฮ้อยเคนเชื่อว่าเสือคำแสนไม่ได้เอาพวกเธอไปปล้ำแต่เอาไปกินตับไตไส้พุง ตอนนี้มันไม่เหมือนเก่าอีกแล้ว ทางลัดที่จะทำให้มันกลายเป็นจอมขมังเวทเหนือกว่าตน เหนือกว่านายฮ้อยผีก็คือ มันต้องยอมให้คุณไสยเข้าตัวเปลี่ยนให้เป็นปอบขมังเวท ทุกคนเหลียวมองกันเลิ่กลั่ก สีหน้าหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด

ooooooo

นายฮ้อยเคนตัดสินใจจะบุกไปที่ซากโบราณสถานเพื่อจัดการกับเสือคำแสน ไม่อย่างนั้นทัพควายไม่มีทางเดินทางต่อไปได้ ขณะกำลังเตรียมอาวุธสารพัดชนิดเพราะศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก คำแก้วเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วงว่าไม่มีทางเลือกอย่างอื่นแล้วหรือ

“บักคำแสนมันบีบให้อ้ายต้องเลือกทางนี่ทางเดียว แล้วคำแก้ว”

คำแก้วเป็นห่วงความปลอดภัยของเขา ถอดสร้อยเขี้ยวเสือโปร่งฟ้าคืนให้ จะได้เอาไว้คุ้มครองให้เขาปลอดภัย กลับมา เขาไม่ยอมรับคืน สร้อยเส้นนี้เป็นของเธอแล้ว เขาจะได้สบายใจว่าอย่างน้อยเมื่อเขาไปแล้ว เธอยังมีเครื่องรางไว้ปกป้อง เธอได้ยินอาจารย์เม้าบอกว่าตอนนี้เสือคำแสนกลายเป็นปอบขมังเวทไปแล้ว และพร้อมจะฆ่านายฮ้อยเคนทุกเมื่อ ให้สร้อยเส้นนี้ปกป้องคุ้มครองเขาไม่ดีกว่าหรือ

“บ่ต้องดอกคำแก้ว ความชั่วของบักคำแสนเฮ็ดหยังอ้ายบ่ได้ดอก ย่อนว่าความฮักของเจ้านี่ล่ะคำแก้วสิพาอ้ายกลับมา อ้ายสัญญา” แม้จะรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะแต่นายฮ้อยเคนไม่มั่นใจจะได้กลับมาหรือเปล่า...

นายฮ้อยหนุ่มขี่ม้ายังไม่ทันจะถึงครึ่งทางเพื่อตามไปสมทบกับพรรคพวกที่รอจะไปจัดการกับเสือคำแสน เกิดอาลัยอาวรณ์คำแก้วขึ้นมา ก็เลยขี่ม้ากลับไปหาที่ค่ายพักแรมอีกครั้ง เจอเธอนั่งร้องไห้เป็นห่วงเขาก็เข้ามาหยอกล้อหวังจะให้คลายความกังวล หยอกไปหยอกมาจนเธองอนเดินหนี เขาต้องตามไปง้อขอคืนดีได้ในที่สุด ครั้นเห็นสมควรแก่เวลานายฮ้อยเคนขอตัวไปก่อน แล้วดึงเธอมากอดด้วยความรักเต็มหัวใจ

“อ้ายสิฟ้าวไปฟ้าวมาพ้อกับรอยยิ้มเป็นตาฮักของเจ้า ยิ้มถ่าอ้ายเด้อคำแก้ว”

หญิงสาวพยักหน้ารับคำ นายฮ้อยเคนเอาหน้าผากแตะกับหน้าผากเธอ แล้วเอาปลายจมูกชนปลายจมูกเธอ อ้อยอิ่งอย่างนั้นสักพักก่อนจะขี่ม้าตามไปสมทบกับพรรคพวก...

ใช้เวลาไม่นาน นายฮ้อยเคนพาผู้ช่วยโทน ผู้ช่วยถึกกับสีโห บักมืด สุบิน จันทา เฒ่าอ่ำและจ่อยมาถึงป่าดงพญาเย็น เตือนให้ทุกคนระวังตัวเพราะเสือคำแสนต้องวางแผนไว้รอรับพวกเรา

“ข้อยเตรียมใจเตรียมพร้อมมาสู้ตายแล้วนายฮ้อย ให้มันยกพวกมาเถาะ เฮาสู้ตาย” เฒ่าอ่ำพูดไม่ทันขาดคำ มีลูกดอกพุ่งเข้าหา นายฮ้อยเคนยกมือรับไว้ได้ทันก่อนที่มันจะปักหน้าเฒ่าอ่ำ จากนั้นทั้งลูกดอกและลูกธนูพุ่งใส่ราวกับห่าฝน ทุกคนต้องหลบเข้าที่กำบังกันโกลาหล ครั้นตั้งหลักได้ นายฮ้อยเคนกับพวกก็ยิงตอบโต้ไปบ้าง จันทาพลาดท่าถูกลูกดอกปักหัวไหล่อย่างจังถึงกับทรุด

“พวกมันจอบเล่นงานเฮา บ่ฮู้ว่ามาจากทางได๋กันแน่ จังซี้เฮาแย่คักๆนายฮ้อย”

นายฮ้อยเคนเห็นด้วยกับผู้ช่วยโทน ขืนยังรวมกันอยู่ตรงนี้จะทำให้มันโจมตีเราง่าย ดังนั้นจึงสั่งให้เขากับผู้ช่วยถึกแบ่งคนของเราออกไปลอบโจมตีมันแบบกองโจร แล้วไปเจอกันที่รังของมันซึ่งอยู่ที่ซากโบราณสถาน

“ระวังโตนำ คั่นสุดวิสัยรับมือพวกมันบ่ได้ รับปากข้อยว่าเจ้าต้องพาทุกคนกลับไปทัพควายแล้วบอกให้ทุกคนกลับสว่างแดนดินทันที” นายฮ้อยเคนเห็นผู้ช่วยทั้งสองคนลังเล จึงสั่งให้รับปากจะทำตามที่ตนบอก ทั้งคู่จำใจรับคำ จากนั้นนายฮ้อยเคนยิงปืนใส่พวกโจรเพื่อเรียกความสนใจ เปิดช่องให้ผู้ช่วยโทนพาจันทาที่บาดเจ็บนำสุบินกับเฒ่าอ่ำออกไป ส่วนผู้ช่วยถึกแยกไปอีกทางกับสีโห โดยที่บักมืดกับจ่อยอยู่ช่วยนายฮ้อยเคน...

ผู้ช่วยโทนพยุงจันทามาอีกด้านหนึ่งของป่าแต่เนื่องจากจันทาเลือดออกมากจึงต้องหยุดพักทำแผลและห้ามเลือด ผู้ช่วยโทนเห็นเขาเจ็บหนักเอาการ ตัดสินใจให้เฒ่าอ่ำพากลับทัพควาย ไม่ต้องอยู่เสี่ยงภัยที่นี่กับพวกเรา จันทาไม่ยอมกลับ ขออยู่ช่วยนายฮ้อยเคนจัดการกับเสือคำแสน เฒ่าอ่ำทักท้วงสภาพแบบนี้จะต่อสู้ไหวหรือ จันทายืนกรานจะอยู่สู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับทุกคนไม่หนีไปไหนเด็ดขาด

“ศึกนี่ถ้าบ่ชนะก็หมายความว่าเฮาเอาควายไปขายบ่ได้ ต้องหนีกลับสว่างแดนดินไปอดตาย จังได๋ก็ต้องตายอยู่แล้ว ก็ขอตายอยู่หม่องนี่ให้ฮู้แล้วฮู้รอดไป” สุบินพูดไม่ทันจบประโยค มีลูกดอกพุ่งแหวกอากาศมาปักที่ต้นไม้ไม่ห่างจากเฒ่าอ่ำไม่กี่คืบ เขาถึงกับเลือดขึ้นหน้า ควงดาบเข้าหาสมุนของเสือเซียงอย่างไม่กลัวตาย โดยมีผู้ช่วยโทนกับสุบินเข้าไปช่วยต่อสู้ จันทาไม่ยอมน้อยหน้ากัดฟันคว้าดาบเข้าไปช่วยอีกแรงหนึ่ง

ooooooo

บักมืดวิ่งหน้าตั้งหนีสมุนของเสือเซียงมากับจ่อยจนถึงน้ำตก เพิ่งนึกได้ว่านายฮ้อยเคนหายไปเหลือแค่ตัวเองกับจ่อย ถึงกับบ่นอุบทำไมถึงเป็นอย่างนี้ หลงกับคนอื่นตลอด จังหวะนั้นพวกสมุนตามมาทันล้อมกรอบทั้งคู่ไว้ จ่อยถึงกับหน้าถอดสีรีบวิ่งไปหลบหลังบักมืด

“อ้ายมืด พวกมันมากันแล้ว ข้อยว่าได้เวลาที่อ้ายต้องงัดมวยโคราชออกมาจัดการพวกมันแล้ว”

“ใจเย็นๆบักจ่อย ข้อยบ่ได้ใช้มาโดนหลายต้องขอรื้อฟื้นไหว้ครูก่อน” บักมืดทำเป็นหักข้อนิ้วบิดคอดังกร๊อบแกร๊บหวังจะข่มขวัญฝ่ายตรงข้าม จากนั้นก็เริ่มร่ายรำมวยไหว้ครูพร้อมกับร้องเพลงไปด้วย พวกสมุนพากันมองงงๆ บักมืดเอาแต่ร่ายรำไม่ชกสักที จ่อยเห็นท่าไม่ดีเร่งให้จัดการกับพวกมันได้แล้ว

“ฮู้แล้ว บ่ต้องห่วง มันถืกกูกระทืบขี้แตกแน่นอน มาโลด ไผอยากลองดีกับมวยโคราช...มึงก็ได้ มาคนแรกเลย” บักมืดกวักมือเรียกสมุนที่อยู่ใกล้สุดให้เข้ามาหา แล้วตั้งการ์ดด้วยท่าทางทะมัดทะแมง แต่กลายเป็นท่าดีทีเหลวเพราะโดนสมุนอัดกำปั้นหมัดเดียวเต็มหน้าหลับกลางอากาศ...

ห่างออกมาไม่มากนัก นายฮ้อยเคนก็ถูกเสือเซียงกับสมุนล้อมหน้าล้อมหลังไว้เช่นกัน แต่เขาต่อสู้กับพวกสมุนไม่กี่กระบวนท่าก็จัดการได้ราบคาบ

เสือเซียงที่เหลือเพียงคนเดียวแทนที่จะหนี กลับควงดาบเข้าหาอย่างไม่เกรงกลัว นายฮ้อยเคนหลบหลีกดาบของเสือเซียงได้อย่างคล่องแคล่วแล้วฟันดาบเข้ากลางอก เสียงดาบกระทบเนื้อดังเหมือนกระทบเหล็ก นายฮ้อยเคนถึงกับอึ้งที่ดาบทำอะไรเขาไม่ได้

“บาดนี่มึงก็ฮู้แล้วว่าเป็นหยัง กูถึงกล้ากับมึงอีก นายฮ้อยทมิฬ” เสือเซียงยิ้มยั่ว นายฮ้อยเคนเดาได้ไม่ยากว่านี่เป็นฝีมือเสือคำแสนใช้อาคมทำให้เสือเซียงอยู่ยงคงกระพันฟันแทงไม่เข้า เสือเซียงประกาศกร้าวว่าคราวนี้จะกระทืบเขาให้ปางตายด้วยเท้าของตนเอง ถึงเสือคำแสนจะสั่งห้ามตนฆ่าเขา แต่ไม่ได้ห้ามทรมาน

“อย่าฟ้าวมั่นใจว่ามึงสิจัดการกูได้ คนที่ต้องถืกกระทืบให้ปางตาย เป็นมึงบ่แม่นกู”

เสือเซียงโกรธพุ่งใส่ศัตรูทันที นายฮ้อยเคนปัดป้องแล้วโต้กลับแต่ทำอะไรมันไม่ได้ จึงต้องปัดป้องไปท่องคาถาไปด้วย ลมเริ่มพัดกระโชกแรงราวกับจะมีพายุ สมุนของเสือเซียงไม่รอช้าดาหน้าเข้าใส่

แต่คมดาบพวกมันทำอะไรนายฮ้อยเคนไม่ได้เพราะคาถาอยู่ยงคงกระพัน เขาใช้อาคมเล่นงานพวกสมุนกระเด็นไปคนละทิศละทาง เสือเซียงก็เช่นกัน แล้วตามเข้าไปใช้ฝ่ามือตะปบกลางกะหม่อมเสือเซียง ใช้คาถากดไว้ มือไม้เขาเริ่มอ่อนแรงเพราะอาคมที่เสือคำแสนกำกับไว้กำลังจะสลาย

“อาคมของคำแสนที่ให้มึงไว้ ใช่บ่ได้อีกแล้ว จากนี่ไปมึงต้องชดใช้เวรกรรมที่มึงเฮ็ด” นายฮ้อยเคนผลักเสือเซียงกระเด็นแล้วผละจากไป เสือชั่วไม่ยอมแพ้คว้าดาบจะตามไปแก้แค้น แต่กลับถูกทั้งลูกดอกและลูกธนู จากผู้ช่วยถึกกับสีโหซึ่งตามมาสมทบพุ่งปักอกตายสนิท

ooooooo

คำแก้วเป็นห่วงความปลอดภัยของนายฮ้อยเคน จึงช่วยกันกับแสงโสมจัดของเซ่นไหว้ไปวางที่โคนต้นไม้ใหญ่ใกล้ที่พักแรม อธิษฐานขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองเขา

ระหว่างนั้นมีหญิงสาวชาวบ้านวิ่งหน้าตื่นเข้ามาขอร้องให้ไปช่วยพวกตนด้วย เสือคำแสนเข้ามาปล้นฆ่าพวกผู้ชายยกหมู่บ้านแล้วจับตัวผู้หญิงกักขังไว้ พูดได้แค่นั้นหญิงสาวก็เป็นลมหมดสติ

ในเวลาต่อมา คำแก้วกับแสงโสมชักชวนอาจารย์เม้า สามผู้เฒ่าเข่ง แต้ม อ่วม รวมทั้งทิดแสงกับบุญเพ็งไปช่วยพวกหญิงสาวที่ถูกจับตัว ทีแรกทิดแสงไม่เห็นด้วย กลัวจะถูกหลอกไปติดกับ ครั้นคำแก้วกับแสงโสมยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง ทั้งคู่ไปซุ่มดูที่หมู่บ้านแห่งนั้นมาแล้วสาวๆ ที่นั่นถูกสมุนของเสือคำแสนจับตัวไว้

ทุกคนจึงตกลงใจจะไปช่วยพวกผู้หญิง หลังจากวางแผนกันเรียบร้อย เหล่าทัพควายยกพลไปซุ่มดูที่หมู่บ้านแห่งนั้น เห็นหญิงสาวถูกจับมัดมือมัดปากพามารวมกันที่ลานกลางหมู่บ้าน โดยมีกะปอมกับกาเหว่ายืนสั่งการ อาจารย์เม้าเห็นมีแค่สมุนหางแถวน่าจะจัดการได้ไม่ยากจึงสั่งการทันที

“ข้อยกับพวกสิไปล่อพวกมันให้ตามเฮาไป ส่วนคำแก้ว แสงโสม บักบุญเพ็ง บักแสง ซุมเจ้าต้องฟ้าวไปซอยพาผู้สาวหนี เข้าใจบ่” ว่าแล้วอาจารย์เม้ากับสามผู้เฒ่าถืออาวุธออกไปท้าทายพวกโจร ก่อนจะพากันวิ่งหนี กะปอมกับกาเหว่าหลงกลไล่ตามไปพร้อมกับสมุนส่วนหนึ่ง ทิ้งสมุนแค่สองคนไว้เฝ้าพวกสาวๆ

แสงโสม คำแก้ว บุญเพ็ง และทิดแสงรอจนพวกกะปอมลับสายตาแล้ว จึงออกไปช่วยกันจัดการสองสมุนหมอบราบคาบ จากนั้นก็ช่วยกันแก้มัดพวกสาวๆ แต่มีหญิงสาวคนหนึ่งร้องห่มร้องไห้จับมือคำแก้วไว้

“ซอยลูกสาวข้อยแนเด้อ ลูกสาวข้อยหายโตไป”...

กะปอม กาเหว่า และสมุนถูกล่อไปถึงกลางป่าโดนสามผู้เฒ่ากับอาจารย์เม้าปล่อยแหลงมาคลุมแล้วเข้ามาทั้งเอาไม้ตีซ้ำทั้งเตะทั้งถีบเหล่าสมุนสิ้นฤทธิ์ แต่กาเหว่ากับกะปอมอาศัยช่วงชุลมุนมุดแหหนีรอดไปได้...

ด้านคำแก้วกับแสงโสมช่วยกันตามหาเด็กน้อยลูกของหญิงสาวชาวบ้านจนพบว่านั่งกอดเข่าร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ จึงเข้าไปปลอบให้เด็กคลายความกลัว ทันใดนั้นเกิดลมพัดแรง ทั้งฝุ่นทั้งเศษใบไม้ปลิวว่อน เสือคำแสนในชุดดำมีผ้าโพกหน้าเหลือแค่ลูกตาและสวมหมวกปีกกว้างปรากฏตัวขึ้น

“ในที่สุด มึงกับกูก็ได้พ้อกันอีกจนได้อีคำแก้ว เห็นหน้ามึงจังซี้แล้ว กูอดคึดฮอดหน้าเอื้อยมึงตอนที่ถืกกูฆ่าตายบ่ได้ เสียงฮ้องขอชีวิตมันยังดังอยู่ในหูกูเลย... อย่า...อย่าฆ่าข้อย อย่า” ประโยคหลังเสือคำแสนทำเสียงเลียนแบบเสียงร้องของคำแพงก่อนตาย คำแก้วโกรธมากยิงปืนใส่ไม่ยั้ง กระสุนไม่สามารถทำอะไรมันได้ แสงโสมเห็นท่าไม่ดีบอกให้เด็กน้อยหนีไปก่อน แม่ของแกรออยู่ด้านโน้น เด็กน้อยไม่รอช้าวิ่งปรู๊ดไปทันที

“แสงโสม เจ้าก็ฟ้าวหนีไปนำ เอื้อยสิอยู่ถ่วงเวลาให้เจ้าหนีเอง”

ooooooo

แม้จะถูกไล่แต่แสงโสมไม่ยอมหนีไปไหนทั้งนั้น จะขอสู้ตายกับเสือคำแสนเพราะถึงหนีก็คงไม่พ้น คำแก้ว ทักท้วงจะเอาอะไรไปสู้กับมัน ขนาดลูกปืนยังทำอะไรไม่ได้ แสงโสมอ้างว่ามีวิธีจัดการขอแค่อย่าห้ามก็แล้วกัน

จากนั้นก็หยิบผมผีพรายออกจากย่าม ร่ายคาถาจนผีพรายเข้าสิงตัว จึงพุ่งใส่เสือคำแสนที่ไม่ทันตั้งตัว เหวี่ยงกระเด็นไปกระแทกต้นไม้แน่นิ่งไป แค่อึดใจเขาลุกขึ้นพร้อมกับยิ้มแสยะ

“อีแสงโสม มึงฮ้ายเอาเฮื่องพอๆกับเฒ่าโสมพ่อมึง แต่ซำนี่เฮ็ดหยังกูบ่ได้ดอก”

ผีพรายในร่างแสงโสมพุ่งเข้าเล่นงานเสือคำแสนอีกครั้ง แต่คราวนี้เขารอท่าอยู่แล้ว ตะปบหัวเธอไว้แล้วท่องคาถาสยบผีร้าย ร่างของแสงโสมสั่นเทิ้มกรีดร้องเสียงลั่นก่อนจะสลบเหมือด คำแก้วจะเข้าไปช่วยก็ถูกกะปอมกับกาเหว่าล็อกตัวไว้ เธอพยายามดิ้นหนีสุดกำลัง เสือคำแสนรำคาญที่เธอฤทธิ์มาก ฟาดฝ่ามือใส่ทีเดียวก็ล้มฟุบหมดสติ...

ณ กลางป่าดงพญาเย็น หลังจากนายฮ้อยเคนดูร่องรอยรองเท้าที่พื้นดินก็หันไปบอกผู้ช่วยถึกกับสีโหว่าบักมืดกับจ่อยน่าจะถูกพวกโจรจับตัวไป ระหว่างนั้นมีเสียงผู้ช่วยโทนร้องเรียกนายฮ้อยด้วยเสียแผ่วเบา ก่อนที่ตัวซึ่งได้รับบาดเจ็บจะเดินโซเซเข้ามา นายฮ้อยเคนต้องเข้าไปประคองพลางถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“ซุมทิดสุบินถืก...จับโตไปแล้วนายฮ้อย...ข้อยขอขมา” พูดได้แค่นั้นผู้ช่วยโทนก็ทรุดลงไปนั่งแปะกับพื้น

นายฮ้อยเคนพยุงไปนั่งพิงต้นไม้ ทำแผลให้จนอาการดีขึ้น แล้วสรุปให้ทุกคนฟังว่าตอนนี้บักมืด จ่อย สุบิน กับจันทาและเฒ่าอ่ำถูกโจรจับตัวไปหมด ผู้ช่วยโทนอาสาจะไปช่วยพวกนั้นเอง นายฮ้อยเคนร้องห้ามไว้

“เซาเถาะ ผู้ซอยบ่ต้องเฮ็ดหยังอีกแล้วเทิ้งนั่น ข้อยอยากให้พวกเจ้าพากันกลับไปเบิ่งแยงผู้อื่นที่

ทัพควาย ข้อยสิไปซอยผู้ที่ถืกจับโตไปเอง แต่คั่นฟ้าสางแล้วข้อยยังบ่ตามซุมนั่นออกมาก็ให้คึดซะว่า ข้อยเบิ่ดหน้าที่นายฮ้อยของพวกเจ้าแล้ว” คำพูดของนายฮ้อยเคนทำให้ผู้ช่วยถึกใจเสีย ขอร้องอย่าพูดแบบนั้นเด็ดขาดพวกตนจะตามเขาไปช่วยพวกเราด้วย นายฮ้อยเคนสั่งเสียงกร้าวไม่ให้ใครตามไปทั้งนั้น ห้ามฝ่าฝืนเด็ดขาด

“แต่ข้อยต้องขอฝ่าฝืน ไว้ซอยหมู่เฮาได้แล้วข้อยสิยอมให้นายฮ้อยลงโทษ”

นายฮ้อยเคนสวมบทโหดชกหน้าผู้ช่วยโทนลงไปกองกับพื้น สั่งให้ผู้ช่วยถึกพาทุกคนกลับไปเดี๋ยวนี้อย่าให้ตนต้องลงมือไม้ลงมือให้เจ็บตัวเปล่าๆ ทุกคนไม่มีใครกล้าหือรีบทำตามที่เขาสั่ง...

เดินมาตามทางในป่าไม่ทันถึงครึ่งทาง ผู้ช่วยโทนปัดมือสีโหที่พยุงตัวเองออก จะกลับไปช่วยนายฮ้อยเคนจัดการกับเสือคำแสน เพราะกลัวว่าถ้าถึงตาจนนายฮ้อยเคนอาจจะยอมให้คุณไสยเข้าตัว

เพื่อจะได้สู้กับเสือคำแสน เขายอมให้นายฮ้อยเคนสิ้นศรัทธาต่อความดีไม่ได้ ทั้งผู้ช่วยถึกกับสีโหเห็นด้วยกับเขา จึงตกลงใจจะกลับไปช่วยนายฮ้อยเคน...

แม้เฒ่าอ่ำ สุบิน จันทา และบักมืดซึ่งถูกจับมัดมารวมกลุ่มกันไว้บริเวณซากโบราณสถานจะยอมรับในชะตากรรมว่าจะต้องถูกฆ่าตาย แต่จ่อยกลับประกาศกร้าวจะไม่ยอมตายง่ายๆ แล้วพยักพเยิดให้ทุกคนดูที่ข้อมือตัวเองซึ่งกำลังใช้มีดพกเล็กๆตัดเชือกที่มัดอยู่ ทำให้ทุกคนต่างมีกำลังใจขึ้นมา

หลังจากตัดเชือกมัดมือปล่อยทุกคนเป็นอิสระ จ่อยย่องเงียบนำทางพลพรรคเพื่อหนีไปจากที่นี่ แต่เจอกะปอมกับกาเหว่าขวางทางอยู่ บักมืดแนะให้หนีไปทางอื่น จ่อยไม่เห็นด้วย ในเมื่อพวกมันมีกันแค่

สองคน พวกเรามีมากกว่าน่าจะจัดการได้ไม่ยาก ทุกคนเห็นด้วยค่อยๆย่องเข้าไปด้านหลังเล่นงานจนทั้งคู่จุกตัวงอ จ่อยกับพวกยังไม่ทันจะขยับไปไหน พวกสมุนพร้อมอาวุธครบมือเข้ามาล้อมกรอบไว้เสียก่อน...

ในเวลาต่อมา จ่อยกับพวกถูกสมุนจับตัวกลับมาที่ลานหน้าโบราณสถานเพื่อให้เสือคำแสนลงโทษ โดยที่จ่อยจะเป็นคนแรกที่ถูกฆ่าต่อหน้าทุกคน ขณะที่เสือชั่วเงื้อดาบจะฟัน นายฮ้อยเคนซึ่งปรากฏตัวพร้อมกับลมพายุพัดกระหน่ำเข้ามาปัดดาบกระเด็นไปปักต้นไม้เฉียดหน้ากาเหว่าเส้นยาแดงเดียว

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement