นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 15 นิยายไทยรัฐ
วันเสาร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 15


11 พ.ย. 2560 07:07
633,853 ครั้ง

ละคร นิยาย นายฮ้อยทมิฬ

นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 15

อ่านเรื่องย่อ

นายฮ้อยทมิฬ

แนว:

ดราม่า-แอ็คชั่น

บทประพันธ์โดย:

คำพูน บุญทวี

บทโทรทัศน์โดย:

แพรพริมา

กำกับการแสดงโดย:

ธงชัย ประสงค์สันติ

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ภัทรเดช สงวนความดี,ฝนทิพย์ วัชรตระกูล

ผู้​ช่วย​โทน​ตาม​มา​ที่​ซาก​โบราณ​เห็น​นาย​ฮ้อ​ยเคน​พยุง​นาย​ฮ้อ​ย​ผี​ที่​หมด​สติ​เดิน​ออก​มา​จาก​เทวาลัย​ก็​โวยวาย​ลั่น​ พา​มัน​ออก​มา​ทำไม​ น่า​จะ​ฆ่า​ทิ้ง​ให้​สิ้นซาก เขา​ไม่​ตอบ​ได้​แต่​ถาม​ถึง​คน​อื่น​ว่า​เป็น​อย่างไร​กัน​บ้าง

“ข้อย​พา​ออก​ไป​ที่​ปลอดภัย​แล้ว นาย​ฮ้อ​ย...​เป็น​หยัง​ถึง​บ่​ฆ่า​มัน”

นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​เงียบ​ไม่​ตอบ พยุง​นาย​ฮ้อ​ย​ผี​เดิน​จาก​ไป ผู้​ช่วย​โทน​ได้​แต่​มอง​ตาม​งุนงง​สงสัย...

ใน​ขณะ​เดียวกัน สาม​ผู้​เฒ่า​เข่ง อ่วม​และ​แต้ม​ช่วยกัน​ประคอง​คำ​แก้ว​ใน​สภาพ​มี​เลือด​ไหล​จาก​ท้อง​มา​ที่​เกวียน​ของ​อาจารย์​เม้า​โดย​มี​แสง​โสม​เดิน​ร้องไห้​สะอึกสะอื้น​ตาม​มา​ข้าง​หลัง

อาจารย์​เม้า​รีบ​เข้า​มา​ดู​อาการ ครั้น​เห็น​รอย​บาดแผล​ที่​คำ​แก้ว​ถูก​แทง​ก็​มี​สีหน้า​หนักใจ​อย่าง​เห็น​ได้​ชัด เฒ่า​เข่ง​สงสัย​มี​อะไร​กัน​แน่​ถึง​ได้​ทำ​หน้า​เหมือน​เธอ​จะ​ไม่​รอด แสง​โสม​ไม่​พอใจ​ด่า​เฒ่า​เข่ง​ว่า​ปาก​เสีย เอื้อย​ของ​ตน​ต้อง​ไม่​เป็น​อะไร​แล้ว​หัน​ไป​ขอ​คำ​ยืนยัน​จาก​อาจารย์​เม้า​ซึ่ง​เอาแต่​นิ่ง​เงียบ

“จาร​ย์​เม้า ข้อย...ปวด​ไป​เ​ทิ้ง​โต​แล้ว มัน...มัน​คือ​มี​อี​ห​ยัง​บ่ฮู้ อยู่​ใน​โต​ข้อย...ซอย​ตาม​อ้าย​เ​คนมา​ให้​ข้อยแน ข้อย​สิ​ทน​บ่​ไหว​แล้ว...โอ๊ย” คำ​แก้ว​ร้อง​ครวญคราง​ด้วย​ความ​เจ็บปวด แสง​โสม​โวยวาย ตกลง​เอื้อย​ของ​ตน​เป็น​อะไร​กัน​แน่ ทุก​คน​ต้อง​ตะลึง​เมื่อ​ได้ยิน​คำ​ตอบ​ของ​อาจารย์​เม้า​ว่า​คำ​แก้ว​ไม่ได้​ถูก​มีด​ธรรมดา​แทง

“แต่​ถืก​มีด​อาคม​แทง ตอน​นี่​คุณ​ไส​ย​เข้า​โต​คำแก้วแล้ว​ ข้อย​ซอย​คำ​แก้ว​บ่​ได้”

คำ​แก้ว​รู้ตัว​ว่า​ใกล้​จะ​ตาย ขอร้อง​ให้​อาจารย์​เม้า​ไป​ตาม​ตัว​นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​มา​หา​เธอ​ด้วย...

คน​ที่​คำ​แก้ว​เรียก​หา​พา​นาย​ฮ้อ​ย​ผี​มุ่ง​หน้า​กลับ​ทัพ​ควาย แต่​อาการ​ของ​เขา​ไม่ค่อย​ดี​นัก ​เดิน​ได้​ไม่​กี่​ก้าว​ก็​ต้อง​หยุด​พัก นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​เห็น​เขา​กระหาย​น้ำ​ส่ง​กระบอก​ไม้​ไผ่​ใส่​น้ำ​ให้​ดื่ม ผู้​ช่วย​ถึก​เห็น​เข้า​ก็​ไม่​พอใจ​แอบ​บ่น​กับ​ผู้​ช่วย​โทน สี​โห​และ​บัก​มืด​ว่า นาย​ฮ้อ​ย​ผี​เกือบ​จะฆ่าตน​กับ​สี​โห ไม่​รู้​นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​คิด​อะไร​อยู่​ถึง​พา​มัน​มา​ด้วย ผู้ช่วยโทน​เคย​ถาม​แล้วแต่​นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​ไม่​ยอม​บอก​เหตุผล

“บ่​ว่า​เหตุผล​ของ​นาย​ฮ้อ​ย​คือ​อี​ห​ยัง คน​คือ​มัน​ก็​บ่​ควร​มี​ชีวิต​อยู่​ให้​ตาม​รังควาน​เฮา​อีก” สี​โห​พูด​จบ​คว้า​หน้าไม้​ขึ้น​มา​จะ​ยิง​นาย​ฮ้อ​ย​ผี นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​ที่นั่ง​หัน​หลังให้​สั่ง​โดย​ไม่​หัน​ไป​มอง​ให้​เขา​เอาหน้า​ไม้​ลง​ถ้า​ไม่​อยาก​มี​เรื่อง​กับ​ตน สี​โห​โต้​ไม่​ยอม​แพ้ คน​อย่าง​มัน​สมควร​ตาย หรือ​นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​ลืม​ไป​แล้ว​ว่า​เคย​ปล่อย​เสือ​คำ​แสน​ให้​ตำรวจ​เอา​ตัว​ไป สุดท้าย​มัน​ย้อน​กลับ​มา​ฆ่า​คำ​แพง​ตาย
ผู้​ช่วย​โทน​เห็น​ด้วย

“นาย​ฮ้อ​ย ความ​เชื่อ​ของ​นาย​ฮ้อ​ย​ใน​การ​ให้โอกาสคน มัน​ใช้​บ่​ได้​กับ​ทุก​คน​ดอก”

ไม่​ว่า​ผู้​ช่วย​โทน ผู้​ช่วย​ถึก​กับ​สี​โห​และ​บัก​มืด​ต้องการ​จะ​ฆ่า​นาย​ฮ้อ​ย​ผี​มาก​แค่​ไหน​ แต่​นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​ไม่​อนุญาต​ให้​ทำ​อย่าง​นั้น​เด็ดขาด ทำให้​ทั้ง​สี่​คน​ไม่​มี​ใคร​กล้า​หือ​จำ​ต้อง​ทำ​ตาม​ที่​เขา​สั่ง

ooooooo

เมื่อนายฮ้อยเคนมาถึงที่พักแรมของทัพควายต้องเจอกับข่าวร้ายว่าคำแก้วถูกมีดอาคมแทงและคุณไสยมนต์ดำจากมีดแล่นเข้าตัว จำเป็นต้องทำพิธีไล่คุณไสยออกจากตัว อาจารย์เม้ากับแสงโสมซึ่งดูแลอาการป่วยของคำแก้วจึงต้องปล่อยทั้งคู่เอาไว้ตามลำพัง

ขณะที่นายฮ้อยเคนทำพิธีไล่คุณไสยให้คำแก้ว นายฮ้อยผีถูกจับมัดมือเอาใส่กรงไม้ไผ่โดยมีสองผู้ช่วยโทนกับถึก บักมืดและสีโหนั่งล้อมวงพร้อมอาวุธในมือเตรียมสังหารทันทีหากเขาคิดหนี บักมืดแนะให้ฆ่ามันทิ้งตอนนี้เลย แล้วช่วยกันโกหกนายฮ้อยเคนว่ามันคิดหนี คนอื่นๆเห็นดีด้วย ผู้ช่วยโทนจึงอาสาจะเป็นคนจัดการเอง แล้วยกหน้าไม้ซึ่งลงอาคมไว้ขึ้นมาเล็งใส่นายฮ้อยผี

“มึงฆ่าครอบครัวนายฮ้อย ทำลายชีวิตเพิ่นจนย่อยยับ มึงเป่าหูให้นายฮ้อยไว้ชีวิตมึงได้จังได๋เว่ามา” ผู้ช่วยโทนเห็นนายฮ้อยผีนิ่งเงียบก็ยิ่งไม่พอใจ เตือนว่าตนเองไม่ได้ใจเย็นอย่างนายฮ้อยเคน

“กูบ่ต้องเป่าหูนายฮ้อยเคนดอก เพิ่นเป็นคนดีที่ซุมเจ้าควรเอาโตอย่าง คนจังซี้ล่ะต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับความทุกข์ยากปานได๋ก็สิผ่านพ้นไปได้เบิ่ด”

ผู้ช่วยถึกไม่ต้องการฟังนายฮ้อยผีพล่าม บอกให้ผู้ช่วยโทนจัดการมันให้รู้แล้วรู้รอด เขายังไม่ทันจะง้างไกหน้าไม้ นายฮ้อยเคนเข้ามาห้ามเสียก่อนขืนเขาเป็นอะไรไป คำแก้วจะไม่รอด

“หมายความว่าจังได๋นายฮ้อย” ผู้ช่วยโทนมองนายฮ้อยเคนอย่างรอคำตอบ...

ครู่ต่อมานายฮ้อยเคนพยุงนายฮ้อยผีซึ่งไอตลอดเวลามาพบคำแก้วที่นอนหายใจรวยรินพลางเล่าให้ฟังที่เธอตกอยู่ในสภาพอย่างนี้ก็เพราะถูกมีดอาคมของพวกเสือคำแสนทำคุณไสยเข้าตัว ตอนแรกนายฮ้อยเคนคิดว่าอาคมของตัวเองจะช่วยเธอได้แต่ด้วยความที่ไม่เคยเจอคุณไสยแบบนี้มาก่อนก็เลยไม่รู้จะรับมืออย่างไร นายฮ้อยผีรู้จักคุณไสยนี้ดีเพราะเป็นคนสอนเสือคำแสนเอง นายฮ้อยเคนดีใจถ้าเป็นอย่างนั้นเขาก็ช่วยเธอได้

นายฮ้อยผีพยักหน้าแล้วขยับเข้าไปใกล้ คำแก้วกลับถอยหนีทั้งที่เรี่ยวแรงแทบไม่เหลือ นายฮ้อยเคนต้องปลอบว่าไม่ต้องกลัว นายฮ้อยผีเป็นคนเดียวที่จะช่วยเธอได้ เธอไม่เชื่อว่าคนชั่วๆเยี่ยงมันที่ฆ่าครอบครัวนายฮ้อยเคน อีกทั้งยังตามล่าเรามาตลอดทางจะยอมช่วยเธอ นี่มันคงใช้อาคมเป่าหูเขาถึงไปหลงเชื่อ

ไม่ว่าจะกล่อมอย่างไร คำแก้วยืนกรานไม่ยอมให้นายฮ้อยผีเข้าใกล้ นายฮ้อยเคนจึงตัดสินใจบอกความจริงว่านายฮ้อยผีไม่ได้คิดร้ายกับเธอเพราะเธอเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา เธอถึงกับอึ้ง

“อ้ายเอาอีหยังมาเว่า มันนี่บ่...คือพ่อของข้อย”

นายฮ้อยเคนยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง และเพิ่งเข้าใจเหตุผลทำไมเฒ่าโสมถึงพยายามจะเอาตัวเธอไปจากเขาเพราะเธอเป็นลูกสาวของคนที่ฆ่าครอบครัวเขานี่เอง เฒ่าโสมถึงไม่อยากให้เราสองคนอยู่ด้วยกัน

“เป็นไปบ่ได้ อ้ายตั๊วข้อย...ข้อยบ่เซื่อ มันบ่แม่นพ่อข้อย” พูดได้แค่นั้นคำแก้วก็หมดสติ นายฮ้อยผีเตือนนายฮ้อยเคนว่าไม่มีเวลาแล้ว ต้องรีบไล่คุณไสยออกจากตัวเธอก่อนจะสายเกินไป

ooooooo

กาเหว่ากับกะปอมกลับไปยังกระท่อมกลางป่า พบเสือคำแสนนอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้นท่ามกลางเครื่องรางของขลังที่กระจัดกระจายเกลื่อนห้อง รีบเข้าไปเขย่าแขนให้รู้สึกตัว ครั้นเขาลืมตาขึ้นมาได้ก็บ่นว่าหิว

“จังซั่นลูกพี่ถ่าข้อยคาวเดียว เดี๋ยวข้อยไปเบิ่งให้ว่ามีหยังเอามาให้ลูกพี่กินได้แน” กะปอมขยับจะไปแต่เสือคำแสนรั้งตัวไว้ ของที่ตนอยากกินไม่ใช่ของแบบเดียวกับที่เขากิน สองสมุนได้แต่มองหน้ากันงงๆ

จากนั้นไม่นาน กะปอมกับกาเหว่าพาตัวหญิงสาวชาวบ้านคนหนึ่งในสภาพถูกมัดมือมัดปากมาโยนลงตรงหน้าเสือคำแสน พลางออกตัวว่ากลัวลูกพี่จะรอนานก็เลยฉุดสาวมาได้แค่คนเดียวแถมหน้าตาก็ไม่สวยสะ ไม่รู้จะแก้ขัดได้หรือเปล่า เสือคำแสนไม่ได้สนใจหน้าตา ได้แค่นี้ก็ดีถมไปแล้ว กาเหว่ากระซิบกับกะปอม

“สงสัยลูกพี่สิเข้าญานฝึกวิชาโดนหลาย เลยหงุดหงิดงุ่นง่านอยากปล่อยของแล้วแก้เก้อกับเฮาว่าหิวว่ะ” พูดจบกาเหว่าหัวเราะชอบใจ แต่ต้องหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อเห็นสายตากร้าวของลูกพี่ “ข้อยขอโทษ จังซั่นข้อยบ่อยู่กวนเวลาหิวๆโหยๆของลูกพี่แล้ว เฮาสิไปถ่านอกกระท่อมกันเด้อ” กาเหว่าว่าแล้วลากแขนกะปอมออกไป ทิ้งให้เสือคำแสนมองเหยื่อชะตาขาดที่เอาแต่ร้องไห้ด้วยความหิวโหย...

ที่แคร่หน้ากระท่อม กาเหว่ากับกะปอมคิดว่าลูกพี่ต้องการผู้หญิงมานอนด้วยแต่หลอกพวกตนว่าหิวก็พากันหัวเราะขำ ยิ่งได้ยินเสียงหญิงสาวกรีดร้องโหยหวนก่อนจะเงียบไป ทั้งคู่ก็ยิ่งหัวเราะชอบใจ

“คงสมใจลูกพี่อีหลีอีหลอแล้ว คงสิโหยหลาย หน้าตาบ่งามก็ยังบ่จม” กาเหว่าพูดไปหัวเราะไป

“กูชักอยากฮู้แล้วว่าลูกพี่สิจัดหนักจังได๋” กาเหว่าคิดได้ดังนั้นก็ชวนกะปอมแหวกผนังมุงจากแอบดู ต้องตกใจแทบสิ้นสติที่เห็นเสือคำแสนกำลังจกกินเครื่องในของหญิงสาวที่นอนตายอย่างน่าสยดสยอง ใบหน้าของเขาน่าเกลียดน่ากลัวไม่ต่างจากผีปอบ ทั้งคู่กอดกันกลมหวาดกลัวสุดขีด

“ปอบ! เสือคำแสนกลายเป็นปอบไปแล้ว”...

ในเวลาเดียวกัน ทัพควายของสุบินกับพวกเคลื่อนขบวนมาตามถนนลูกรังที่ทั้งร้อนและแห้งแล้ง ทุกคนเริ่มอ่อนล้าและกระหายน้ำเนื่องจากเดินทางมาหลายชั่วโมงแล้วแต่ไม่เจอแหล่งน้ำสักแห่ง ทิดแสงบ่นอุบเมื่อไหร่จะถึงแหล่งน้ำ พวกเราจะได้หยุดพัก สุบินกลับตอบอย่างยียวนว่ามาด้วยกันแท้ๆจะมาถามทำไม

“เห็นแหล่งน้ำหม่องได๋ก็หม่องนั่นล่ะ”

“เอ้า...บักห่านี่ มึงว่ามึงสินำทัพควายซุมกูไปเมืองล่าง ซุมกูก็ตามมึงต้อยๆเดินวนไปวนมาอยู่แถวนี่บ่ได้ไปไสจักเถื่อ แสดงว่ามึงบ่ฮู้ทางแม่นบ่” ทิดแสงต่อว่าฉอดๆ ระหว่างที่สุบินกับทิดแสงถกเถียงกันอยู่ มีลูกดอกพุ่งมาปักที่เกวียนใกล้ๆ ทุกคนต่างชะงัก ยังไม่ทันจะมีใครทำอะไร ลูกดอกอีกนับสิบดอกพุ่งเข้ามาไม่ขาดสาย ชาวทัพควายต่างวิ่งหาที่กำบังกันจ้าละหวั่น

ooooooo

คุณไสยในตัวคำแก้วถูกนายฮ้อยผีทำพิธีไล่ออกหมดแล้ว แต่เนื่องจากความอ่อนเพลียทำให้เธอนอนหลับไม่ฟื้น นายฮ้อยเคนต้องคอยดูแลเช็ดเนื้อตัวหน้าตาให้ ระหว่างนั้นแสงโสมเข้ามาถามว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง

“ดีขึ้นหลาย แต่ยังบ่ตื่น อ้ายก็เลยให้นอนพักไปหลายๆบ่อยากปลุก”

“แสดงว่าอาคมของนายฮ้อยผีซอยเอื้อยได้อีหลี”

นายฮ้อยเคนพยักหน้ารับคำ เห็นสีหน้าไม่สู้ดีนักของคู่สนทนาอดซักไม่ได้มีอะไรในใจหรือเปล่า

“ก็เฮื่องนายฮ้อยผีใช้อาคมไล่คุณไสยซอยชีวิตเอื้อยคำแก้วได้นี่ล่ะนายฮ้อย กำลังเฮ็ดให้หมู่เฮาผิดกันใหญ่โต” เล่าพลางแสงโสมถอนใจเฮือกๆอย่างหนักใจ พลอยทำให้นายฮ้อยเคนเป็นกังวลไปด้วย...

เป็นอย่างที่แสงโสมว่าไม่มีผิดเพี้ยน ชาวทัพควายจับกลุ่มถกกันถึงเรื่องนี้หน้าดำคร่ำเครียด ผู้ช่วยถึกมั่นใจนี่ต้องเป็นแผนชั่วของนายฮ้อยผีที่รู้ตัวว่ากำลังป่วยหนักสู้นายฮ้อยเคนไม่ได้ก็เลยส่งสมุนของเสือคำแสนมาดักเล่นงานคำแก้ว แล้วตัวมันก็ใช้อาคมช่วยเธอไว้เพื่อให้นายฮ้อยเคนตายใจ อาจารย์เม้าติงผู้ช่วยถึกคิดมากไปหรือเปล่า พูดแบบนี้ก็เท่ากับดูถูกว่านายฮ้อยเคนตามเล่ห์เหลี่ยมมันไม่ทัน

“คนมันเจ้าเล่ห์ นายฮ้อยอาจสิพลาดท่าก็ได้ ที่ผ่านมาคนของมันที่เฮาพ้อมาแต่ละคนก็เจ้าเล่ห์เทิ้งนั่น มันก็ต้องฝึกมาจากหัวหน้ามันนี่ล่ะ” เฒ่าอ่วมช่วยเสริม ผู้ช่วยโทนเตือนให้นายฮ้อยเคนรีบจัดการนายฮ้อยผีก่อนที่จะพาเสือคำแสนมาเล่นงานพวกเรา นายฮ้อยเคนยืนยันว่านายฮ้อยผีกลับตัวกลับใจแล้ว ทุกคนเข้าใจผิดไปเอง เฒ่าเข่งไม่เชื่อว่าคนชั่วที่ฆ่าคนมาทั้งชีวิตอยู่ๆจะกลับตัวกลับใจได้

“แม่นอยู่นายฮ้อย แล้วก็อย่าบอกว่าพอใกล้ตายเลยอยากกลับโตกลับใจ ฟังบ่ขึ้น” เฒ่าแต้มเสริม

“ที่นายฮ้อยผีคึดกลับโตกลับใจตอนนี่บ่แม่นว่าป่วยใกล้ตายอย่างเดียวดอก”

“แล้วมีเหตุผลอีหยังล่ะนายฮ้อย บอกพวกข้อยมาโลด เผื่อข้อยสิเซื่อตามนายฮ้อย” สีโหคาดคั้น นายฮ้อยเคนมีสีหน้าหนักใจอย่างเห็นได้ชัดเนื่องจากไม่อยากให้ใครล่วงรู้เรื่องที่คำแก้วเป็นลูกของนายฮ้อยผี...

ด้านคำแก้วลืมตาตื่นขึ้นมาก็ขอร้องให้แสงโสมพาไปหานายฮ้อยผี ฝ่ายหลังพยายามห้ามปราม แต่

เธอไม่ฟังยืนกรานจะคุยกับนายฮ้อยผีให้ได้ แล้วก้าวไปยืนหน้ากรงไม้ไผ่ซึ่งล้อมไว้ด้วยแนวอาคมที่นายฮ้อยเคนทำไว้ไม่ให้คนเข้าใกล้ นายฮ้อยผีเงยหน้าขึ้นมาเห็นคำแก้วก็ร้องทักด้วยความดีใจ

“เจ้าดีขึ้นแล้วอีหลี ข้อยซอยไล่คุณไสยออกจากโตเจ้าเบิ่ดแล้ว อีกบ่จั๊กมื้อเจ้าก็จะกลับมาคือเก่า”

“หุบปาก ตอบเฉพาะคำถามที่ข้อยถามเจ้าเถาะนั่น เว้าความจริงมา”

นายฮ้อยผีเล่าความจริงให้นายฮ้อยเคนฟังหมดแล้ว หากคำแก้วอยากรู้อะไรก็ให้ไปถามเขาได้ เธอไม่เชื่อว่าตัวเองเป็นลูกสาวแท้ๆของคนชั่วอย่างเขา

แสงโสมได้ฟังถึงกับตะลึง นายฮ้อยผีอ้างที่บอกความจริงให้นายฮ้อยเคนรู้ก็ไม่ได้หมายความว่าตนอยากได้ยินเธอเรียกว่าพ่อก่อนจะตายสักหน่อย คำแก้วอยากรู้ว่าเขาต้องการอะไรกันแน่ เขาแค่อยากไถ่บาปที่เคยก่อกรรมไว้

“ให้เจ้าได้มีชีวิตที่สุขซำบาย บ่ต้องทุกข์ยากอีกต่อไป ซำนั่นก็พอใจแล้ว”

ooooooo

ผู้ช่วยโทนยังคงคาดคั้นให้นายฮ้อยเคนบอกเหตุผลทำไมถึงมั่นใจว่าคนชั่วอย่างนายฮ้อยผีจะกลับตัวกลับใจได้ เขาได้แต่อึกอัก พลันมีเสียงคำแก้ว

ดังขึ้นว่าเหตุผลที่เขามั่นใจอย่างนั้นเพราะนายฮ้อยผีคือพ่อที่แท้จริงของเธอ แล้วขอร้องทุกคนอย่าไปตำหนินายฮ้อยเคนที่ต้องการปกป้องเธอไม่ให้เป็นที่รังเกียจที่มีพ่อเป็นคนชั่ว

“ข้อยเองพอได้ฮู้ก็ยังบ่อยากเชื่อ แต่มันคือความจริงอีหลีและคึดว่าที่อ้ายเคนตั้งใจพานายฮ้อยผีมาก็ย่อนว่าต้องการให้ข้อยเป็นผู้ตัดสินใจ”

“แม่นแล้วคำแก้ว นี่คือชะตาชีวิตเจ้า เจ้าควรเป็นผู้ตัดสินเอง บ่แม่นผู้อื่น”

คำแก้วยิ้มให้นายฮ้อยเคนเหมือนจะยอมรับความจริงแต่ภายใต้รอยยิ้มนั้นกลับมีบางอย่างซ่อนอยู่...

ในเวลาต่อมา นายฮ้อยเคนประคองนายฮ้อยผีที่ไอตลอดเวลาออกจากกรงไม้ไผ่มานั่งข้างกองไฟ

ผู้สูงวัยกว่าขอบใจเขามากที่ช่วยไว้ เขาบอกให้ไปขอบใจคำแก้วจะดีกว่าเพราะเป็นคนช่วยพูดให้ทุกคนยอมไว้ชีวิตนายฮ้อยผี และหากไม่เหลือบ่ากว่าแรงก็อย่าเพิ่งตาย พรุ่งนี้ตำรวจจะมารับตัวไปชดใช้กรรมในคุก

“ตอนที่ฮู้ว่าเจ้านำทัพควายออกเดินทางเถื่อนี่ ข้อยมั่นใจว่าความทุกข์ยาก ความแตกแยกต้องเฮ็ดให้เจ้าทนถูกคุณไสยครอบงำบ่ได้ แต่สุดท้ายเจ้าก็ยังรักษาคุณงามความดี ยังเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งได้ เจ้านี่แหละคือนายฮ้อยผู้ยิ่งใหญ่อีหลี” นายฮ้อยผีพูดได้แค่นั้น คำแก้ววิ่งหน้าตื่นเข้ามาแจ้งว่าบุญเพ็งบาดเจ็บกลับมา

“...มาถึงก็เล่าให้ฟังว่าทัพควายที่แยกโตไปถืกโจรปล้น ตอนนี่บ่ฮู้ว่าเป็นตายฮ้ายดีหยังบ่”

นายฮ้อยเคนใจคอไม่ดีเป็นห่วงพรรคพวก แต่ก็ไม่วางใจจะให้คำแก้วอยู่กับนายฮ้อยผีตามลำพัง จึงถอดสร้อยเขียวเสือโปร่งฟ้าให้เธอสวมไว้จะได้แคล้วคลาดจากอาคมทั้งปวง

“อ้าย...แต่เขี้ยวเสือโปร่งฟ้าคุ้มครองอ้ายมาตลอด”

“ตอนนี่อ้ายก็อยากให้คุ้มครองเจ้าจังได๋ล่ะ”

นายฮ้อยเคนยิ้มให้คำแก้วแล้วผละจากไป นายฮ้อยผีเหมือนจะเดาใจเธอออก ในเมื่อเราได้อยู่กันตามลำพังแล้ว มีอะไรคาใจกับตนก็ให้พูดมาได้เลย เธอยอมรับว่าขยะแขยงมากที่ต้องโกหกคนอื่นว่ายอมรับเขาเป็นพ่อทั้งที่อยากเป็นคนจบชีวิตเขาแทนนายฮ้อยเคนด้วยซ้ำ นายฮ้อยผีได้แต่มองเธออึ้ง ไม่คิดว่าความเกลียดชังที่เธอมีต่อตัวเองจะรุนแรงขนาดนี้...

ฝ่ายนายฮ้อยเคนเห็นบุญเพ็งอาการบาดเจ็บดีขึ้น จึงซักถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับทัพควาย ได้ความว่าหลังจากผู้ช่วยถึกกับสีโหแยกตัวไป สุบินพาทัพควายหลงทางไปเจอกับพวกเสือเซียง สีโหทักท้วงจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อเสือเซียงถูกตำรวจจับตัวไปแล้ว บุญเพ็งยืนยันว่าเป็นเสือเซียงจริงๆ พวกตนพยายามต่อสู้เต็มที่แล้วแต่สู้ไม่ได้ ถูกฆ่าตายไปหลายคนจนต้องหนีตายยอมให้พวกมันเอาควายไป

“นายฮ้อยซอยซุมข้อยที่เหลือนำ หลายคนอยากกลับมาหานายฮ้อยแต่ย่านว่านายฮ้อยสิบ่ให้อภัย”

“มาฮู้โตตอนนี่ว่าคนที่ปกป้องได้คือนายฮ้อยผู้เดียวก็สายไปแล้ว นายฮ้อยมีเฮื่องสำคัญกว่า ตามไปซอยบ่ได้ดอก” บักมืดตัดบท นายฮ้อยเคนต้องปรามไม่ให้เขาพูดแบบนี้อีก

“สิเอาจังได๋ล่ะนายฮ้อย” คำถามของอาจารย์เม้าทำให้นายฮ้อยเคนครุ่นคิดหนัก

ooooooo

คำแก้วยังคงคุยเปิดอกกับนายฮ้อยผีอยู่ที่กองไฟหน้ากรงไม้ไผ่

“คั่นเจ้าอยากไถ่บาปที่เคยเฮ็ดไว้กับข้อยอีหลี เป็นหยังตอนนั่นเจ้าถึงบ่ออกมาจัดการบักคำแสนให้ข้อย มาอวดอ้างเอาตอนนี่ว่าเป็นพ่อข้อย อยากยกสมบัติไถ่บาปให้ข้อยตอนนี่เฮ็ดหยัง”

“ตอนนั่นข้อยยังบ่ฮู้ว่าเฒ่าโสมเอาเจ้าไปฝากเลี้ยงไว้ที่สว่างแดนดิน จนเกิดเฮื่องเสือคำแสนแก้แค้นฆ่าเมียนายฮ้อยเคนนั่นล่ะ ข้อยถึงได้ฮู้ว่าเจ้าอยู่หม่องนั่น”

“เจ้าฮู้ แต่เจ้าก็ยังซอยเหลือเสือคำแสน”

“ข้อยบ่ได้ซอยเหลือเสือคำแสน แต่ข้อยหลอกใช้มันให้หลงเชื่อว่าสามารถฆ่านายฮ้อยเคนได้ แล้วข้อยนี่ล่ะที่สิลงมือฆ่ามันให้เจ้าเซื่อว่า ข้อยอยากไถ่บาปให้เจ้า” พูดได้แค่นั้นนายฮ้อยผีไอโขลกๆจนตัวโยน คำแก้วโวยใส่คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะทำให้เธอเรียกเขาว่าพ่ออย่างนั้นหรือ

“ข้อยฮู้ว่าคนคือเจ้าบ่มีทางยอมรับดอก ในเมื่อศัตรูที่แท้จริงของเจ้ากับนายฮ้อยเคนคือบักคำแสน ข้อยก็สิซอยจัดการมันให้เอง” พูดจบนายฮ้อยผีค่อยๆยันตัวลุกขึ้น คำแก้วไม่ไว้ใจหันไปคว้ามีดขึ้นมากระชับในมือ...

ระหว่างที่นายฮ้อยเคนกับพวกตกลงใจจะไปช่วยสุบินกับเหล่าทัพควายที่โดนเสือเซียงเล่นงาน แสงโสมประคองคำแก้วเข้ามา นายฮ้อยเคนตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น ถูกนายฮ้อยผีเล่นงานเอาหรือ

คำแก้วพยักหน้า

“มันหักหลังเฮาแล้วนายฮ้อย” บักมืดโวยวายจะตามไปเอาเรื่อง คำแก้วรีบบอกว่านายฮ้อยผีไม่ได้หักหลัง สีโหไม่เข้าใจถ้าไม่ได้หักหลังแล้วทำไมถึงต้องเล่นงานเธอด้วย คำแก้วไม่ตอบคำถาม หันไปทางนายฮ้อยเคน

“นายฮ้อยผีอยากพิสูจน์โตเอง อยากให้ทุกคนเชื่อว่าการศรัทธาต่อความดี การให้โอกาสคนของอ้ายสามารถเฮ็ดให้คนชั่วกลับโตกลับใจได้อีหลี นายฮ้อยผีก็เลยจะไปฆ่าเสือคำแสนบ่ให้ตามรังควานเฮาอีก”

นายฮ้อยเคนเป็นห่วงนายฮ้อยผีซึ่งป่วยหนักสั่งให้พวกผู้ช่วยกับสีโหช่วยกันออกตามหา แต่ไม่พบแม้เงา...

ไม่ห่างจากกระท่อมที่เสือคำแสนใช้เป็นที่ซ่อนตัว กะปอมกำลังโยนศพหญิงสาวที่ถูกเสือคำแสนควักตับไตไส้พุงไปกินลงไปในหลุม ยังไม่ทันจะฝังกลบ กาเหว่าลากศพหญิงสาวอีกศพหนึ่งเข้ามา กะปอมโวยลั่นศพนี้ยังฝังไม่ทันเสร็จ ลากมาอีกศพแล้วหรือ

“หรือมึงสิให้ลูกพี่ควักไส้จกตับมึงออกมากินล่ะ ถ้ามึงบ่อยากให้เป็นจังซั่นก็ฟ้าวฝังศพอีพวกนี้ให้เสร็จ แล้วก็บ่ต้องกลบดอก กูว่าลูกพี่กลายเป็นปอบไปแล้วจังซี้ คงต้องหาเหยื่อมาให้กินอีกหลาย”

“ขนลุกโว้ย กูยอมใจลูกพี่เลยอีหลี อยากเป็นจอมขมังเวทหลาย ยอมแม้กระทั่งให้คุณไสยเข้าโต เปลี่ยนโตเองให้กลายเป็นปอบก็เอา” กะปอมบ่นไม่ทันขาดคำมีลมพัดกระโชกเข้ามา ทำเอาสองสมุนขวัญหนีดีฝ่อโดดกอดกันกลม ครั้นตั้งสติได้พากันวิ่งหน้าตั้งกลับกระท่อม พร้อมกับร้องเรียกเสือคำแสนเสียงลั่น ลมพัดกระหน่ำหอบเอาฝาเรือนที่ทำด้วยใบจากหลุดกระเด็นเฉียดกาเหว่ากับกะปอมหวุดหวิด

พอทั้งคู่หันกลับไปมองที่กระท่อมอีกครั้งต้องตกใจเมื่อเห็นเสือคำแสนในชุดดำก้าวออกมาด้วยใบหน้าถมึงทึง ทันใดนั้นฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาใกล้ๆ แสงจากฟ้าแลบทำให้ใบหน้าปกติของเสือคำแสนเปลี่ยนเป็นใบหน้าน่าเกลียดน่ากลัวซ้อนทับใบหน้าเดิม

สองสมุนถึงกับผงะหวาดกลัวสุดขีด

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement