นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 14 นิยายไทยรัฐ
วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 14


17 พ.ย. 2560 07:47
777,519 ครั้ง

ละคร นิยาย นายฮ้อยทมิฬ

นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 14

อ่านเรื่องย่อ

นายฮ้อยทมิฬ

แนว:

ดราม่า-แอ็คชั่น

บทประพันธ์โดย:

คำพูน บุญทวี

บทโทรทัศน์โดย:

แพรพริมา

กำกับการแสดงโดย:

ธงชัย ประสงค์สันติ

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ภัทรเดช สงวนความดี,ฝนทิพย์ วัชรตระกูล

ผู้ช่วยโทนเข้ามารายงานนายฮ้อยเคนว่าจัดการให้ตำรวจมาเอาศพของเสือปรายไปแล้ว และตนกำชับให้แสงโสม บักมืดและสีโหห้ามพูดเรื่องที่เสือปรายพูดก่อนตายให้คนในทัพควายรู้เด็ดขาด นายฮ้อยเคนไม่ได้สั่งให้เขาทำอย่างนั้นสักหน่อย ผู้ช่วยโทนรู้ดีว่านี่เป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวกับขวัญและกำลังใจของพวกเรา

“บ่อยากให้ทุกคนคึดโทษว่าที่เฮาต้องพ้ออันตรายมาตลอดทาง ต้องเสียพวกพ้องไปหลายก็ย่อนว่า...”

“ย่อนว่ามีนายฮ้อยเป็นต้นเหตุ แทนที่สิพาคนมาค้าควายแต่กลับพาคนมาตายย่อนเฮื่องส่วนโต...ขอบใจผู้ซอยที่เป็นห่วงข้อย เจ้าไปซอยข้อยเบิ่งแยงหมู่เฮาเถาะ คั่นบ่มีหยังแล้ว เฮาคงออกเดินทางต่อมื้อนี่เลย”...

ทางด้านคำแก้วนั่งผ่าฟืนไปก็คิดแค้นใจไปถึงเหตุการณ์ตอนที่เสือคำแสนบุกเข้าไปฆ่าคำแพงตายต่อหน้าต่อตาตนเอง แถมยังต้องเจ็บใจที่รู้ว่าคนฆ่าพี่สาวยังไม่ตายและยังไม่หยุดตามล่าพวกตน ระหว่างนั้นนายฮ้อยเคนเข้ามาเห็นเธอนั่งเหม่อก็ร้องเรียกแต่เธอไม่ได้ยิน เขาต้องเข้าไปสะกิด คำแก้วสะดุ้งโหยงคว้าขวานที่ปักไว้กับต้นไม้หันมาฟันใส่ เขาไวทายาดหลบทัน

“คึดว่าอ้ายเป็นเสือคำแสนแม่นบ่คำแก้ว”

“เอ่อ...บ่แม่นดอก ข้อยตกใจซื่อๆก็ย่อนว่าอ้ายเข้ามาบ่ให้สุ้มให้เสียง” พูดจบคำแก้วหันไปหยิบฟืนที่ผ่าไว้ใส่ตะกร้าจะกลับที่พัก นายฮ้อยเคนคว้ามือไว้ ตัดพ้อว่าตั้งแต่เมื่อคืนเธอไม่ยอมพูดอะไรกับเขาสักคำ อย่าคิดว่าเขาไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ เสือคำแสนฆ่าคำแพง แทนที่มันควรจะตายชดใช้กรรมแต่มันกลับยังอยู่

“แถมตามรังควานเฮาอีกต่างหาก ความผิดนี่บ่แม่นมาจากผู้ได๋ดอก นอกจากอ้าย อยากสิด่า อยากสิติอ้ายจังได๋ก็เว่ามาโลด คั่นซอยให้เจ้าได้ระบายความเจ็บแค้น ความผิดหวังในโตอ้าย...อ้ายยอม”

“อ้ายเคน ข้อย...ข้อยบ่อยากเว่าเฮื่องนี่อีก การเดินทางค้าควายยังบ่จบ ข้อยมีงานอีกหลายต้องไปเฮ็ด” คำแก้วแกะมือนายฮ้อยเคนออก แล้วผละจากไป ทิ้งให้เขามองตามหนักใจ...

อีกมุมหนึ่งของทัพควาย เฒ่าอ่ำ สุบินและจันทานำเรื่องที่แอบได้ยินสิ่งที่เสือปรายพูดก่อนตายมาเล่าให้สามผู้เฒ่า แต้ม เข่งกับอ่วม รวมทั้งจ่อยกับบุญเพ็งและทิดแสงฟัง เฒ่าแต้มไม่เชื่อคำพูดของเสือปราย คนกำลังจะตายพูดอะไรก็ได้ เฒ่าอ่ำเถียง คนกำลังจะตายจะพูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตัวเองทำไม

“มันอาจสิจงใจขู่ให้นายฮ้อยเคนย่าน บ่กล้าเดินทางไปค้าควายต่อก็ได้”

“บักเข่งเว่ามามีเหตุผล เซาเอาเฮื่องไร้สาระจังซี้มาเว่าให้ฟังได้แล้ว ไปๆๆแยกย้าย” พูดจบเฒ่าอ่วมไล่ตะเพิดทุกคน สุบินไม่พอใจที่อุตส่าห์นำเรื่องสำคัญต่อชีวิตพวกเรามาเตือน แต่กลับหาว่าพวกตนโกหก มันน่าจะปล่อยให้ตามไปตายหมู่กับนายฮ้อยเคนให้รู้แล้วรู้รอด

“เออ กูก็ว่าจังซั่น ขืนเฮายังตามไปนำ นายฮ้อยทมิฬผู้เดียวคงรับมือเทิ้งเสือคำแสนเทิ้งนายฮ้อยผีบ่ได้ดอก ได้ตายคักๆกันเบิ่ดนี่แน่” คำพูดของจันทาทำเอาทุกคนเริ่มคิดคล้อยตาม เฒ่าอ่ำได้ทีรีบเสนอแนะ

“จังซั่นก็พากันไปถามนายฮ้อยให้ฮู้เฮื่องเลยดีกว่า สิได้ฮู้ๆกันไปโลด”

ooooooo

นายฮ้อยเคนเดินตามคำแก้วพลางขอร้องอย่าเดินหนีกันแบบนี้ มันยิ่งทำให้เขาคิดว่าเธอเกลียดขี้หน้าเขา แทนที่จะหันมาคุยกันดีๆเธอกลับเร่งฝีเท้าเพิ่มขึ้น เขาต้องคว้าไหล่ให้หันกลับมาแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นเธอร้องไห้

“พอเถาะอ้าย อย่าบังคับให้ข้อยเว่ายังหลายไปกว่านี่เลย ในเมื่อเวลานี่ข้อยฮักอ้ายแล้ว เฮามีอนาคตฮ่วมกันถ่าอยู่ที่บ้าน ถึงข้อยสิเจ็บแค้นหลายย่อนว่าความผิดพลาดของอ้ายซำได๋ แต่ข้อยก็เซาฮักอ้ายบ่ได้”

“อ้ายขอขมา ที่ผ่านมาอ้ายตั้งใจเป็นนายฮ้อยที่ดีมาตลอดทั้งๆที่ในใจของอ้ายร้อนรุ่มด้วยความแค้น แฮงฮู้ว่าบักคำแสนมันไปฮ่วมมือกับนายฮ้อยผี ใจของอ้ายก็แฮงเดือดกว่าแผ่นดินบนทุ่งกุลา อยากสิชั่วให้มันสุดๆ เลวให้ได้คือกับที่มันเลว” นายฮ้อยเคนดึงคำแก้วมากอดร้องไห้ไปด้วยกัน “คำแก้ว บอกอ้ายแน อ้ายควรต้องศรัทธาต่อความดีต่อไปบ่ อ้ายบ่อยากคึดหยังอีกแล้วอยากให้
ชีวิตของอ้ายอยู่ในมือเจ้า ให้เจ้าเป็นคนตัดสิน”

“อ้ายเคน อ้ายเป็นคนดีจังซี้ต่อไปล่ะดีแล้ว ที่ข้อยฮักอ้ายก็ย่อนว่าต่อให้ต้องทุกข์ยากซำได๋ อ้ายก็แฮงศรัทธาในความดี แฮงเป็นนายฮ้อยที่ซอยเหลือผู้คน ข้อยขอขมาที่เฮ็ดให้อ้ายต้องเสียน้ำตาย่อนข้อย” คำแก้วว่าแล้วปาดน้ำตาให้นายฮ้อยเคน ก่อนจะจูบที่ริมฝีปากอย่างเป็นกำลังใจให้ “อีกบ่โดนเฮาก็สิฮอดเมืองล่างแล้ว อนาคตของเฮากับหมู่ถ่าอยู่บ่ไกล เฮามาซอยกันแก้ปัญหาที่ถ่าเฮานำกันเถาะอ้าย”

“บ่เสียแฮงที่อ้ายฮักเจ้านำชีวิตของอ้าย” นายฮ้อยเคนดึงคำแก้วมาจูบด้วยความรักหมดหัวใจ...

ทางฝ่ายสามผู้เฒ่ากับกลุ่มของสุบินมาถามหานายฮ้อยเคนเพื่อจะซักถามเรื่องเมื่อคืนแต่ไม่เจอตัว เจอแต่สองผู้ช่วยโทนกับถึก สุบินจึงซักถามจากผู้ช่วยโทนว่าเป็นเรื่องจริงใช่ไหมที่เสือปรายพูดว่าจันแดงถูกเสือคำแสนฆ่าตายแล้วยังไปฝึกอาคมกับนายฮ้อยผีเพื่อเตรียมมาฆ่าพวกเราทุกคน ผู้ช่วยโทนไม่พอใจ

“พอได้แล้วทิดสุบิน เจ้าสิเฮ็ดให้เฮาแตกตื่นกัน”

“ก็ย่อนว่านี่มันเป็นเฮื่องความเป็นความตายของเฮา แล้วสิให้ปิดปากเงียบได้จังได๋”

เฒ่าเข่งเสนอแนะในเมื่อไม่ได้คำตอบจากผู้ช่วยโทนก็ให้ถามผู้ช่วยถึกแทนเพราะอยู่ในเหตุการณ์เช่นกัน

ผู้ช่วยโทนรีบดึงแขนผู้ช่วยถึกมากำชับ เราตกลงกันแล้วว่าเรื่องนี้เราจะจัดการกันเองกับนายฮ้อยเคน อย่าให้กลายเป็นเรื่องน้ำผึ้งหยดเดียวทำให้เราต้องแตกแยกกันเองจะดีกว่า ผู้ช่วยถึกปัดมือเขาออก

“แต่จันแดงกำลังสิแต่งงานกับข้อย ในเมื่อข้อยฮู้ความจริงว่าไผฆ่าคนฮักข้อย สิทนเงียบอยู่ได้จังได๋”

แสงโสมเห็นด้วยกับผู้ช่วยถึก จันแดงเป็นพี่สาวของตนต้องถูกฆ่าตายโดยไม่ได้รับความยุติธรรมจะให้นิ่งเฉยได้อย่างไร ผู้ช่วยโทนขอร้อง เราต้องช่วยนายฮ้อยเคนรักษาความสงบในทัพควาย มาแตกแยกกันแบบนี้แล้วจะเดินทางไปเมืองล่างได้อย่างไร เฒ่าอ่ำไม่สนใจชวนทุกคนไปถามความจริงจากนายฮ้อยเคน

ooooooo

ยังไม่มีใครขยับไปไหน นายฮ้อยเคนเดินเข้ามากับคำแก้วเสียก่อน เห็นผู้คนมารวมตัวกันมากมายก็ถามผู้ช่วยโทนว่ามีอะไร ถึงแห่กันมาขนาดนี้ ผู้ช่วยโทนยังไม่ทันจะตอบ สุบินชิงพูดตัดหน้าว่าพวกตนต้องการฟังความจริงเรื่องที่เสือปรายพูดก่อนตายจากปากนายฮ้อยเคน หวังว่าจะไม่โกหกพวกตนเหมือนผู้ช่วยโทน

“บ่มีคำพูดหยังออกจากปากเสือปราย ทุกคนแยกย้ายกันไปได้แล้ว” คำแก้วพยายามตัดบท

“คำแก้ว เจ้าบ่ต้องยุ่ง หลีกไป ทัพควายบ่ควรมีผู้สาวเดินทางมานำตั้งแต่แรกแล้ว” เฒ่าอ่ำตวาดลั่น

คำแก้วไม่พอใจจะมีเรื่องกัน นายฮ้อยเคนต้องห้ามไว้ แล้วเข้าไปเผชิญหน้ากับทุกคน ยอมรับว่าเรื่องที่เสือคำแสนฆ่าจันแดง และไปฝึกอาคมกับนายฮ้อยผีเพื่อจะมาฆ่าเขากับพวกเราทุกคนเป็นเรื่องจริง

“คั่นจังซั่นก็หมายความว่าที่ผ่านมามันลอบติดตาม เฮามาตลอดแม่นบ่นายฮ้อย” เฒ่าเข่งซัก

“นายฮ้อยบ่จำเป็นต้องตอบ” ผู้ช่วยโทนแนะนำ นายฮ้อยเคนยินดีตอบทุกข้อสงสัย เป็นความจริงที่นายฮ้อยผีมีความแค้นกับเขาเพราะเป็นคนฆ่าพ่อแม่ของเขา เสือคำแสนก็มีความแค้นกับเขาเช่นกัน พวกโจรที่เราต่อสู้มาตลอดก็ล้วนแต่เคยเป็นสมุนของนายฮ้อยผีทั้งสิ้น

เฒ่าอ่ำรุกไล่ถ้าอย่างนั้นที่พวกเราต้องล้มหายตายจากกันมากมายไม่ใช่เพราะการเดินทางเหมือนครั้งก่อนๆ แต่เป็นเพราะเรื่องส่วนตัวของเขาทั้งนั้น

ผู้ช่วยโทนทนไม่ไหวต่อยหน้าเฒ่าอ่ำเลือดกบปาก “มึงเอาแต่โทษนายฮ้อย หาว่าเป็นความผิดของเพิ่น ทั้งๆที่นายฮ้อยบ่อยากมาค้าควายเถื่อนนี่ แต่ซุมมึงแล้วก็มึงทุกคนเป็นคนไปขอให้นายฮ้อยนำทัพควาย ย่อนว่าบ่อยากอดตาย แล้วนี่บ่คือการตอบแทนความเสียสละของเพิ่น”

“เออ แม่นอยู่ผู้ซอยว่าซุมกูไปขอเองอีหลี แต่กูขอให้พามาค้าควาย บ่ได้ให้พากูมาตายโว้ย” สุบินโวยวาย ผู้ช่วยโทนไม่พอใจจะมีเรื่องกัน นายฮ้อยเคนต้องชักปืนยิงขึ้นฟ้าเพื่อห้ามปราม ทุกคนพากันชะงัก

“เซาตีกันได้แล้ว ข้อยเว่าความจริงให้เจ้าฟังไปเบิ่ดแล้ว จากนี่ไปอยู่ที่พวกเจ้าทุกคนสิตัดสินใจกันเอง ชีวิตเป็นของพวกเจ้า ข้อยตัดสินให้บ่ได้แล้ว” พูดจบนายฮ้อยเคนผละจากไป คำแก้วเป็นห่วงความรู้สึกของเขารีบเดินตามไปปลอบใจ อย่าไปสนใจคำพูดของพวกปากไม่ดี ไม่มีใครเป็นผู้นำทัพควายได้ดีเท่าเขาไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ยอมฝากชีวิตไว้กับเขา นายฮ้อยเคนขอบใจเธอมากที่ยืนเคียงข้างในวันที่เขาไม่เหลือใคร

“ย่อนว่าข้อยฮักอ้ายเบิ่ดเทิ้งโตเทิ้งหัวใจไงล่ะ อ้ายเคน”

“อ้ายก็ฮักเจ้าเทิ้งโตเทิ้งหัวใจคือกันคำแก้ว”

นายฮ้อยเคนดึงคำแก้วมากอดไว้แน่น...

ขณะที่นายฮ้อยเคนถูกท้าทายอำนาจความเป็นผู้นำ เสือเปล่งในสภาพใกล้ตายเนื่องจากถูกพิษงู ล้มลงนอนกับพื้นกลางป่าดงพญาเย็น นึกถึงนายฮ้อยผีขึ้นมาได้ รวบรวมกำลังที่เหลือตะโกนเรียกให้เขามาช่วย จากนั้นก็หมดสติ จึงไม่เห็นนายฮ้อยผีก้าวเข้ามายืนค้ำหัวเขา

ooooooo

ในเวลาต่อมา ที่ซากปรักหักพังของโบราณสถานกลางป่าดงพญาเย็น เสือคำแสนนั่งพนมมือบริกรรมคาถาจากสมุดข่อยซึ่งเขียนด้วยอักขระขอมโบราณ ทันใดนั้นท้องฟ้าแปรปรวนตามอนุภาพของคุณไสยเหมือนจะบรรลุอาคมนั้น แต่ทุกอย่างกลับเป็นปกติทำเอาเสือคำแสนหงุดหงิดปัดสมุดข่อยกระเด็น

“โธ่เว้ย อุตส่าห์รอดตายจากดงพญาเย็น พิสูจน์โตเองได้เป็นลูกศิษย์มันฮอดหม่องแล้ว มันยังให้เอาแต่นั่งท่องคาถาห่าเหวนี่อยู่ได้ แล้วเมื่อได๋กูสิเป็นจอมขมังเวทฆ่าบักนายฮ้อยทมิฬได้จักเถื่อวะ” เสือคำแสนมองไปรอบๆก่อนจะมองเลยเข้าไปด้านในเทวาลัยของซากโบราณสถานด้วยสีหน้าครุ่นคิดสงสัย

พลันเหตุการณ์ในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดคำนึงของเสือคำแสน ตอนนั้นเขาเพิ่งฝ่าฟันอันตรายในดงพญาเย็นมาถึงจุดนัดพบ เอาหลาวไม้ไผ่ที่ฝนด้วยหินจนแหลมคมปักลงพื้นต่อหน้านายฮ้อยผีซึ่งมีผ้าโพกหน้า

“บ่ต้องมีมีดมีปืน ข้อยก็ฝ่าอันตรายของดงพญาเย็นมาได้ตามที่เจ้าอยากพิสูจน์ข้อยแล้ว บาดหนิเจ้าก็ต้องสอนให้ข้อยเป็นจอมขมังเวทคือเจ้าได้แล้วนายฮ้อยผี”

นายฮ้อยผีโยนสมุดข่อยให้เสือคำแสน “คาถาโบราณพวกนี่ภายในสามมื้อ คั่นเจ้าฝึกบ่สำเร็จ ท่องได้เบิ่ดทุกโต เจ้าก็เป็นจอมขมังเวทอย่างข้อยบ่ได้ดอก” พูดจบเขาเดินเข้าไปด้านในเทวาลัย เสือคำแสนไม่พอใจตะโกนไล่หลังทำแบบนี้มันเกินไปแล้ว ตนว่าเขาหวงวิชาไม่อยากสอนตนมากกว่าแล้วขยับจะไป นายฮ้อยผีหันขวับแกล้งพูดดักคอ คาถาโบราณในสมุดข่อยเล่มนั้น นายฮ้อยเคนใช้เวลาแค่วันเดียวก็ท่องจำได้หมด

“มันเฮ็ดได้ ข้อยก็เฮ็ดได้” ความอยากเอาชนะทำให้เสือคำแสนคว้าสมุดข่อยขึ้นมาถือไว้

“พู้น หม่องอยู่เจ้า อยู่นี่ต้องเฮ็ดตามกฎข้อย เจ้าอยู่ได้แค่แถวนี่เถาะนั่น ห้ามเข้าไปข้างในเทวาลัยเด็ดขาด” พูดได้แค่นั้นความเจ็บปวดภายในร่างกายของนายฮ้อยผีก็สำแดงอาการถึงกับไอโขลกๆ เสือคำแสนสงสัยว่าเป็นอะไรไป เขาปฏิเสธทันทีว่าไม่ได้เป็นอะไร ไม่ต้องมายุ่ง แค่ทำตามที่สั่งก็พอแล้วเดินหายเข้าไปในเทวาลัย...

ด้วยความสงสัยว่าในเทวาลัยมีอะไรกันแน่เสือคำแสนฝ่าฝืนคำสั่งของนายฮ้อยผีลอบเข้าไปข้างใน

พบว่าภายในค่อนข้างมืดและอับชื้นเต็มไปด้วยหยากไย่เนื่องจากถูกทิ้งร้างมานาน แต่ครั้นเดินลึกเข้าไปก็พบกองไฟที่เพิ่งมอด มีหม้อยาสมุนไพรวางทิ้งไว้ข้างๆ ลองก้มไปดมได้กลิ่นยารุนแรง

“กลิ่นยาหม้อเทิ้งนั่น หรือว่านายฮ้อยผีกำลังบ่ซำบาย”

เสือคำแสนสำรวจต่อไปก็พบหีบสมบัติที่เต็มไปด้วยของมีค่าวางแอบๆไว้มุมหนึ่ง ระหว่างนั้นมีเสียงฝีเท้าคนดังขึ้น เขารีบไปหลบหลังรูปปั้นค่อยๆชะเง้อคอแอบดู เห็นนายฮ้อยผีพยุงเสือเปล่งเข้ามานั่งพิงผนัง

“กูใช้อาคมขับพิษงูในโตมึงออกเบิ่ดแล้ว แต่มึงยังบ่หายดี กว่าสิกลับมาเป็นปกติได้ก็ต้องถ่าอีกหลายมื้อ”

“ซำนี่ก็ดีหลายแล้วนายฮ้อยผี ชีวิตข้อยจากนี่ขอตอบแทนให้นายฮ้อยผีผู้เดียว”

นายฮ้อยผีกระชากคอเสื้อเสือเปล่งขึ้นมาตะคอกใส่หน้า ไม่ต้องเอาชีวิตมาให้ ตนเคยสั่งแล้วไม่ใช่หรือว่าห้ามไปยุ่งกับทัพควายของนายฮ้อยเคน เสือเปล่งยกมือไหว้ปลกๆ ขอโทษที่ฝ่าฝืนคำสั่ง ตนแค่อยากช่วยเขาแย่งชิงของดีของนายฮ้อยเคนที่เขาอยากได้มาให้

“อยากแย่งมาให้กูหรือว่าอยากแย่งมาเป็นของมึงเอง” นายฮ้อยผีไม่พอใจเหวี่ยงเสือเปล่งกระเด็น

“ข้อยขอขมา ข้อยแค่อยากฮู้ว่าของดีของนายฮ้อยเคนที่แม้แต่นายฮ้อยผียังอยากได้มันคือเครื่องรางของขลังอีหยัง ข้อยขอขมา” เสือเปล่งยกมือไหว้อีกครั้ง นายฮ้อยผีเฉลยว่าสิ่งที่ตนเองอยากได้จากนายฮ้อยเคนไม่ใช่เครื่องรางของขลังแต่เป็นคำแก้ว แล้วไอออกมาอย่างหนักแถมมีเลือดปนออกมาด้วย ครั้นเสือเปล่งถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอะไร เขากลับโกหกว่าไม่ได้เป็นอะไร...

ขณะความลับเรื่องชาติกำเนิดของคำแก้วค่อยๆ เปิดเผยออกมา ทัพควายเริ่มแตกเป็นก๊กเป็นเหล่า โดยส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้นายฮ้อยเคนเป็นผู้นำทัพควายอีกต่อไป สร้างความช้ำใจให้เขาเป็นอย่างมาก

ooooooo

เสือเปล่งอดถามไม่ได้ว่าทำไมคำแก้วถึงได้มีความสำคัญกับนายฮ้อยผีมากขนาดนั้น เขาอธิบายว่าเธอเป็นลูกสาวที่เขาเคยผิดพลาดอยากฆ่าตั้งแต่อยู่ในท้องเมียของเขา

“ตอนที่น้องสาวบักโสมเมียกูมันกำลังท้องคำแก้ว กูขาดสติคึดแต่อยากเป็นจอมขมังเวทที่เทิ้งแผ่นดินอีสานต้องย่านกูผู้เดียว แต่บักโสมมันฮู้โตก่อนเลยเซืองโตน้องสาวมันไว้จนคลอดคำแก้วออกมา แล้วเอาไปให้บักเข้มที่สว่างแดนดินเลี้ยง ย่อนว่าบ่อยากให้กูพ้อหน้าลูกสาวกูอีก”

“แล้วเป็นหยังตอนนี่นายฮ้อยผีถึงอยากพ้อคำแก้วอีกล่ะ”

นายฮ้อยผีสารภาพว่าตนเองเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว สมบัติที่ตนปล้นมาได้ทั้งหมดจะยกให้คำแก้วเพื่อไถ่บาปที่เคยทำไม่ดีกับเธอเอาไว้ เสือเปล่งถึงบางอ้อนี่คือเหตุผลที่ทำไมเขาถึงต้องคอยตามดูทัพควายของนายฮ้อยเคนจะได้ฆ่ามันเพื่อแย่งคำแก้วมานี่เอง เขาปฏิเสธทันทีว่าไม่เคยคิดจะฆ่านายฮ้อยเคน เพราะถ้าทำอย่างนั้น คำแก้วคงไม่ยอมยกโทษให้เขาแน่ๆ

“แต่นายฮ้อยผีบอกคำแสนว่าสิพามันมาฝึกวิชาเพื่อฆ่านายฮ้อยเคนบ่แม่นบ่”

“นั่นคือแผนที่กูหลอกใช้มันต่างหาก กูสิส่งมันไปฆ่านายฮ้อยเคนแล้วกูค่อยโผล่ออกมาฆ่าคำแสนอีกเถื่อ สถานการณ์สิพลิกให้กูสร้างความชอบธรรมเป็นคนดีในสายตาคำแก้ว และไถ่โทษที่กูเคยเฮ็ดชั่วๆในอดีตเอาไว้กับนายฮ้อยเคนและคำแก้ว กูต้องการเถาะนั่นกูก็ตายอย่างสงบแล้ว”

เสือคำแสนที่แอบฟังอยู่ตลอดขบกรามแน่นด้วยความแค้นที่ถูกหลอกใช้ นายฮ้อยผีได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากหลังรูปปั้น ก็เลยเดินไปดูแต่ไม่พบอะไร จึงออกไปดูที่บริเวณซากโบราณสถาน เห็นเสือคำแสนนั่งสมาธิบริกรรมคาถาเหมือนไม่ได้ลุกไปไหน เขาทำเป็นลืมตาขึ้นมอง ก่อนจะถามนายฮ้อยผีว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ อีกนานไหมถึงจะฝึกอาคมให้เขาแข็งแกร่งมากกว่านี้

“เจ้าท่องคาถาโบราณในสมุดข่อยนี่ได้เบิ่ดแล้วบ่” นายฮ้อยผีหยิบสมุดข่อยขึ้นมาดูอย่างจ้องจับผิด

“ได้เบิ่ดแล้ว ข้อยนั่งอยู่กับที่มาสองมื้อ บ่ได้ลุกไปไสเลย ย่อนตั้งใจว่าจะต้องเอาชนะบักเคนให้ได้

นายฮ้อยผีอยากทดสอบข้อยก็ได้ ถึงข้อยต้องใช้เวลาหลายกว่าบักเคนที่เฮ็ดได้ภายในมื้อเดียว แต่ข้อยก็มั่นใจว่ามีอาจารย์ดีที่เก่งกาจเหนือกว่าไผเทิ้งเบิ่ดอย่างนายฮ้อยผีคอยสั่งสอน ข้อยต้องฆ่าบักเคนได้ด้วยมือข้อยแน่นอน”

“บ่ต้องทดสอบดอก คั่นเจ้าเฮ็ดได้อีหลี ฝึกอีกบ่จั๊กมื้อก็พร้อมไปฆ่านายฮ้อยเคนได้แล้ว”

“ขอบคุณนายฮ้อยผีหลาย ข้อยเป็นหนี้บุญคุณเจ้า” เสือคำแสนเข้าไปกราบแทบเท้านายฮ้อยผีเพื่อให้ตายใจ “คั่นฆ่าบักเคนได้เมื่อได๋ ข้อยสิยกชีวิตข้อยให้นายฮ้อยผีเป็นเจ้าชีวิตข้อย”

“ถึงเวลานั่นเจ้าได้เฮ็ดตามที่เว้าแน่” นายฮ้อยผีพูดจบกลับเข้าไปในเทวาลัย เสือคำแสนลุกขึ้นมองตามด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม

“บักห่าเอ๊ย มึงคึดสิหลอกใช้กู เดี๋ยวมึงได้เจอกูแน่ นายฮ้อยผี”

ooooooo

แม้จะรู้จากคำแก้วว่าชาวทัพควายส่วนใหญ่ไม่อยากให้เป็นผู้นำทัพอีกแล้ว แต่นายฮ้อยเคนต้องการจะได้ยินกับหูตัวเอง ผู้ช่วยถึกจึงสรุปผลการประชุมให้ฟังคร่าวๆ ว่าชาวทัพควายเกินกว่าครึ่งขอให้ตนเป็นผู้นำทัพควายแทนนายฮ้อยเคน ผู้ช่วยโทนไม่พอใจตะคอกใส่หน้าผู้ช่วยถึกทำแบบนี้เท่ากับทรยศนายฮ้อยชัดๆ

“ความคึดเห็นของข้อยกับนายฮ้อยบ่ตรงกันอีกแล้ว นายฮ้อยเองก็ให้โอกาสเฮาตัดสินใจกันเองได้ ข้อยมั่นใจว่านายฮ้อยสิเข้าใจข้อย”

นายฮ้อยเคนเข้าไปแตะบ่าผู้ช่วยถึก แสดงความยินดีที่ชาวทัพควายเลือกเขาเป็นผู้นำทัพ เพราะตนเองก็ยอมรับในฝีมือของเขามานานแล้ว ฝากเขาดูแลทุกคนแทนตนด้วย แล้วหันไปมองชาวทัพควาย

“เอาล่ะ ในเมื่อซุมเจ้าตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตกันเองได้แล้ว ข้อยก็ขอยอมฮับการตัดสินใจของส่วนฮวม จากนี้ไปทัพควายบ้านสว่างแดนดินสิแยกกันเดินไปตามวิถีโตเอง หนทางข้างหน้าสิเป็นหยังก็อยู่ที่โตซุมเจ้าเองแล้ว หวังว่าค้าควายเสร็จแล้วเฮาสิได้กลับไปพ้อหน้ากันครบทุกคนที่สว่างแดนดินอีกเถื่อ” พูดจบนายฮ้อยเคนผละจากไป คำแก้วมองทุกคนไม่พอใจแล้วตามเขาไปโดยมีผู้ช่วยโทนและอาจารย์เม้าตามไปอีกทอดหนึ่ง เหลือเพียงแสงโสมที่ยังตัดสินใจอะไรไม่ได้...

คำแก้วพยายามจะดึงคนกลับมาเป็นพวกนายฮ้อยเคนจึงแวะไปเกลี้ยกล่อมสีโหกับบักมืดที่กำลังเก็บข้าวของอยู่ที่เกวียนพักของผู้ช่วยถึก บักมืดแก้ตัวว่าเรื่องนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตน ในเมื่อสีโหตัดสินใจไปอยู่กับผู้ช่วยถึก ตนในฐานะเพื่อนรักของเขาก็ต้องตามไปอยู่ด้วย สีโหฝากเธอไปขอโทษนายฮ้อยเคนให้ด้วย เขาจำต้องไปตามทางที่เลือก เธอดักคอทันที

“เลือกไปค้าควายโดยบ่ต้องพึ่งนายฮ้อยเคน หรือเลือกไปตามล่าเสือเปล่งที่มันฆ่าเอื้อยบัวเขียวกันแน่” คำแก้วเห็นสีโหหันมองผู้ช่วยถึกก็พอจะจับสีหน้านั้นได้ “มันแม่นความข้อยบ่ เทิ้งผู้ซอยถึกเทิ้งอ้ายอยากสิเดินทางไปแก้แค้นให้เอื้อยจันแดงกับเอื้อยบัวเขียว ย่อนฮู้ว่าคนอย่างนายฮ้อยเคนต้องห้ามแน่นอน”

ผู้ช่วยถึกกลัวคำแก้วจะกล่อมสีโหสำเร็จ ไล่ตะเพิดให้กลับไปหานายฮ้อยเคน อ้างว่าถึงเวลาที่พวกเราจะออกเดินทางกันแล้ว คำแก้วยังไม่ยอมง่ายๆพยายามจะเกลี้ยกล่อมอีกแต่ผู้ช่วยถึกไม่สนใจฟัง คว้าห่อผ้าใส่สัมภาระเดินจากไป บักมืดกับสีโหมองคำแก้วอย่างหนักใจก่อนจะเดินตามเขาไป

ooooooo

อีกมุมหนึ่งห่างออกมา ผู้ช่วยโทนเข้ามาเห็นแสงโสมกำลังเก็บข้าวของใส่ห่อผ้าสัมภาระ คิดเอาเองว่าเธอจะเดินทางไปกับผู้ช่วยถึกก็ต่อว่าฉอดๆว่าทรยศนายฮ้อยเคนทั้งที่คอยช่วยเหลือเธอทุกอย่าง และยังประกาศลั่นหากเธอทิ้งเขาไปคราวนี้ นอกจากจะไม่ตามหาให้เมื่อยแล้ว จะหนีไปบวชให้รู้แล้วรู้รอด

“โว้ย เว่าออกมาแต่ละคำด่าข้อยอยู่นั่นล่ะ ข้อยยังบ่ได้บอกจั๊กคำว่าสิตามผู้อื่นไป”

“อ้าว...ก็ข้อยเห็นเจ้ากำลังเก็บข้าวของ”

“ก็เก็บอีหลี แต่บ่ได้คึดสิตามผู้อื่น สิตามนายฮ้อยกับอ้ายไปต่างหาก ฮึ คึดผิดบ่น้อมาหลงฮักผู้ซอยโง่ๆ” ด่าจบแสงโสมเดินหนี ผู้ช่วยโทนนิ่งอึ้งไปอึดใจก่อนจะรีบเดินตามไปง้อ แสงโสมงอนพอเป็นพิธีสุดท้ายก็ให้อภัย เขาดีใจมากดึงเธอไปกอดแถมหอมแก้มเธอซ้ายทีขวาที แสงโสมไม่ทันตั้งตัวถึงกับนิ่งงัน แต่พอตั้งสติได้กระทืบเท้าเขาแล้วดันตัวออกห่าง ชี้หน้าอย่างเอาเรื่อง

“ไปไกลๆโลด อย่ามาฉวยโอกาสกับข้อยอีก บ่จังซั่นเวลาอ้ายหลับ ข้อยสิแอบลอบไปตัดของอ้ายโยนให้หมามันกิน จำไว้” ขู่จบแสงโสมผละจากไป ครั้นคล้อยหลังเธอกลับแอบยิ้มชอบใจที่ถูกผู้ช่วยโทนหอมแก้ม...

ที่ลานกว้างกลางทัพควาย ผู้ช่วยถึกเห็นสุบินจันทา เฒ่าอ่ำกับจ่อย บุญเพ็งและทิดแสงรวมทั้งชาวทัพควายเกินกว่าครึ่งต้อนควายตัวเองมารวมฝูงเรียบร้อย สั่งให้ออกเดินทางได้ บักมืดหันไปถามสีโหว่าคิดดีแล้วใช่ไหมที่จะเอาแบบนี้ เขาเอามือแตะแหวนทองของบัวเขียวที่เอามาร้อยเชือกห้อยคอ

“เพื่อบัวเขียวข้อยถอยหลังบ่ได้แล้วเสี่ยว คั่นเจ้าบ่อยากไปนำ ข้อยก็บ่ว่าเจ้าดอก ที่ผ่านมาข้อยฮู้แล้วว่าเจ้าคือเสี่ยวแท้ของข้อย”

บักมืดจำได้ว่าก่อนตายบัวเขียวฝากฝังสีโหไว้กับตน อยากให้เป็นเพื่อนคอยระวังให้กัน ดังนั้นตนจะปล่อยให้เขาไปคนเดียวได้อย่างไรแล้วโอบไหล่เขาเดินตามผู้ช่วยถึก...

บนเนินเขา นายฮ้อยเคนนั่งอยู่บนหลังม้ามองเหล่าทัพควายที่แยกกันเดินทางฝุ่นตลบอยู่เบื้องล่างด้วยความหดหู่ใจ ก่อนจะหันไปถามคำแก้วที่เพิ่งเดินเข้ามาว่าเหลือใครบ้างที่ร่วมเดินทางกับเรา เธอแจกแจงว่าเหลือผู้ช่วยโทน แสงโสม อาจารย์เม้ากับสามผู้เฒ่า อ่วม เข่ง แต้มกับชาวทัพควายอีกไม่กี่ราย เขาถอนใจเฮือก

“ตั้งแต่เป็นนายฮ้อยมา นี่เป็นเถื่อแรกที่อ้ายบ่สามารถเฮ็ดหน้าที่ผู้นำได้สำเร็จ ต้องทนเบิ่งหมู่เฮาแตกแยกย่อนความผิดพลาดของอ้าย”

คำแก้วปลอบว่าการเดินทางยังไม่จบ หนทางข้างหน้ายังจะต้องเจออีกหลายสิ่งหลายอย่าง ให้นายฮ้อยเคนใช้ความเป็นผู้นำแก้ปัญหา เขาขอบใจเธอมากที่คอยปลอบใจและอยู่เคียงข้างกันเสมอ นี่ได้เวลาที่เราต้องเดินทางเช่นกัน แล้วฉุดคำแก้วขึ้นมานั่งบนหลังม้าด้วยกัน ก่อนจะชักม้าให้ออกเดิน

ooooooo

เสือคำแสนฝึกอาคมมาได้พักใหญ่ จึงถึงเวลาที่นายฮ้อยผีจะทดสอบวิชาที่ได้สั่งสอนไป ทีแรกเขาสู้อาจารย์ตัวเองไม่ได้ถูกอัดกระเด็น ครั้นเขาร่ายคาถาใส่ดาบในมือก็เริ่มจู่โจมเล่นงานอาจารย์จนแขนได้เลือด

อาจารย์ถึงกับอึ้งที่ลูกศิษย์ฝีมือก้าวหน้าไปมาก ลูกศิษย์คิดจะล้างครูจึงพุ่งโจมตีอย่างหนักหน่วงหวังจะใช้โอกาสนี้สังหารให้สิ้นซาก ดาบฟันผ้าโพกหน้าขาดกระจุยเผยให้เห็นใบหน้าชวนสยดสยองของนายฮ้อยผี เสือคำแสนถึงกับตะลึง นายฮ้อยผีไม่พอใจร่ายอาคมใส่ทำให้เกิดลมพายุพัดกระโชก ฟ้าแลบแปลบปลาบ ก่อนจะผ่าลงมาใกล้ตัวเสือคำแสนจนร่างกระเด็นจากแรงอัดของสายฟ้า นายฮ้อยผีคว้าดาบตามเข้าไปจะฟัน

“อย่า...นายฮ้อยผี อย่าฆ่าข้อย อย่า” เสือคำแสนร้องห้ามเสียงหลงนายฮ้อยผีไม่สนใจคำร้องขอชีวิตเงื้อดาบขึ้น

สุดแขน แต่อาการบาดเจ็บกำเริบจนดาบหลุดมือก่อนจะไออย่างหนักและมีเลือดปนออกมา เสือคำแสนสบช่องจะฆ่าเขาให้สิ้นซาก แต่เสือเปล่งโผล่มาเสียก่อน

“คำแสน ฟ้าวไปเอายาหม้อในเทวาลัยมาให้นายฮ้อยผี” สั่งเสร็จเสือเปล่งเข้าไปประคองนายฮ้อยผีไว้

ศิษย์ชั่วเดินบ่นเข้าไปในเทวาลัยว่าขนาดมันเจ็บออดๆแอดๆฝีมือยังร้ายกาจ ทำอะไรมันไม่ได้ แล้วแบบนี้จะฆ่ามันได้อย่างไร บ่นไม่ทันขาดคำเสือเปล่งตามเข้ามาต่อว่าว่ามัวแต่ทำอะไรอยู่ทำไมชักช้านัก

“ข้อยกำลังสิมาเอา แต่อยากฮู้ว่าเกิดอีหยังขึ้นกับนายฮ้อยผี บ่เคยฮู้มาก่อนว่าสิบ่ซำบายหนักจังซี้”

เสือเปล่งเองก็เพิ่งรู้เมื่อวันก่อนนี้เองเพราะนายฮ้อยผีไม่เคยบอกใครเรื่องนี้มาก่อน เสือคำแสนยังติดใจสงสัยไม่หาย แล้วหน้าตาที่น่าเกลียดน่ากลัวของเขาเกิดจากอะไร เสือเปล่งเฉลยความลับเรื่องหน้าตาของเขาเป็นแบบนี้มานานแล้ว เกิดจากความต้องการเป็นจอมขมังเวทผู้เก่งกาจเลยพลาดท่าทำให้คุณไสยมนต์ดำครอบงำ ดีที่รู้ตัวก่อนไม่อย่างนั้นคงจะกลายเป็นผีปอบไปแล้ว

“คุณไสยมนต์ดำที่ว่าคือวิธีผ่าเอาศพเด็กจากผู้หญิงท้องแก่มาเฮ็ดพิธีเสริมอาคมแม่นบ่ เฒ่าโสมเคยเล่าให้ข้อยฟัง แฮงมีสายเลือดใกล้โตหลายซำได๋ กะแฮงเฮ็ดให้ขลังหลายขึ้นเถาะนั่น”

“เจ้าอย่าสอดฮู้ให้หลายความ เดี๋ยวข้อยสิไปเอายามาให้นายฮ้อยผีเอง เจ้าไปซอยนายฮ้อยผีก่อน...ไป”

เสือเปล่งพูดจบขยับจะไป เสือคำแสนรอจนเขาหันหลังให้ตามเข้าไปทุบท้ายทอยสลบเหมือด จากนั้นก็กลับออกมาจะเล่นงานนายฮ้อยผีอีกครั้งโดยเอายาพิษใส่ลงในถ้วยยาสมุนไพรที่จะเอามาให้ดื่มแต่เขารู้ทันปัดถ้วยใส่ยาทิ้งพร้อมกับชักมีดออกมาชี้หน้าเสือคำแสนที่บังอาจคิดล้างครู

“สมกับที่มึงเป็นนายฮ้อยผี แม่นแล้ว กูวางยาฆ่ามึง ย่อนว่ามึงวางแผนหลอกใช้กูก่อน กูมันคนดวงแข็งเต็กกว่าแมวเก้าชีวิต โชคถึงเข้าข้างให้กูได้ฮู้ความจริง บ่ต้องถืกมึงลอบตลบหลังฆ่ากู หวังสร้างความชอบธรรมให้โตเองเป็นคนดีในสายตาอีคำแก้วลูกสาวมึง”

นายฮ้อยผีที่นั่งพิงกำแพงซากโบราณสถานยันตัวเองลุกขึ้น ต่อให้เสือคำแสนรู้ความจริงเรื่องนี้ก็ไม่มีประโยชน์เพราะเขาทำอะไรตนไม่ได้ แล้วพนมมือร่ายอาคมใส่ แต่ท่องคาถาไม่ทันถึงครึ่งก็กระอักเลือดออกมา เสือคำแสนสบช่องตวัดดาบเข้าหา นายฮ้อยผีดวงยังไม่ถึงฆาต เสือเปล่งมาช่วยไว้ทันยิงปืนใส่เสือคำแสนได้รับบาดเจ็บต้องหนีตายเข้าป่า ครั้นเสือเปล่งจะตามไปเล่นงานก็เป็นห่วงนายฮ้อยผี เขาก็เลยหนีรอดไปได้

ooooooo

ทัพควายของนายฮ้อยเคนเดินทางมาได้ไม่เท่าไหร่ ผู้นำทัพก็สั่งให้หยุดพักกันที่นี่ก่อน คำแก้วมองไปรอบๆบริเวณเห็นแต่ป่าที่มีต้นไม้หร็อมแหร็ม น้ำท่าก็ไม่มี ทักท้วงว่าหากพักแรมตรงนี้แล้วจะหากบหาเขียดมาเลี้ยงชาวทัพได้อย่างไร เขาแนะถ้าหาอาหารไม่ได้ก็ให้กินจากเสบียงที่เตรียมมา

“นี่อ้ายลืมไปแล้วเบ่าะ เสบียงที่เฮาเคยมีหลายถูกแบ่งออกไปเกือบเบิ่ดตอนที่แยกทัพควายกัน”

“บ่ได้ลืม แต่เฮาต้องพักกันหม่องนี่ เสบียงมีน้อยก็กินน้อย” พูดได้แค่นั้น นายฮ้อยเคนชักม้าออกไปโดยไม่ฟังเสียงร้องเรียกให้กลับมาก่อนของคำแก้ว...

แม้สถานที่ตั้งค่ายพักแรมจะแห้งแล้งไม่มีหนองน้ำ แต่ก็ไม่เกินความสามารถของแสงโสมกับคำแก้วที่ออกหากะปอมมาเป็นมื้อเย็นให้กับชาวทัพควาย โดยเฉพาะฝ่ายแรกหาได้เก่งมากจับกะปอมได้เต็มชะลอม ตลอดเวลาที่หากะปอมด้วยกัน เป็นครั้งแรกที่สองสาวไม่ทะเลาะหรือแม้แต่มีปากเสียงกัน แถมยังสาบานเป็นพี่เป็นน้องกันอีกด้วย และเพื่อเป็นการต้อนรับน้องสาวหมาดๆ คำแก้วสอนวิธีจับอึ่งให้...

พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปนานแล้วแต่นายฮ้อยเคนซึ่งหายตัวไปตั้งแต่สั่งให้ตั้งค่ายพักแรมก็ยังไม่กลับ คำแก้วมาดักรออยู่ที่เกวียนพักใหญ่ ถึงเห็นเขาควบม้าเข้ามาก็ร้องทักหายไปไหนมา เธอเตรียมอึ่งย่างกับกะปอมย่างรอท่าอยู่ เขากลับบอกว่าไม่หิว ให้เก็บไว้กินพรุ่งนี้แทน แล้วขยับจะไป คำแก้วร้องเรียกไว้

“เดี๋ยว อ้ายยังบ่บอกข้อยเลยว่าอ้ายไปไสมา”

“อ้ายไปตรวจเวรยามรอบๆที่พักเฮานี่ล่ะ บ่ได้ไปไสไกลดอก”

คำแก้วขอร้องอย่ามาโกหกกันดีกว่า ถ้าตรวจรอบๆ ที่พักจริงไปเอาโคลนที่ไหนเปื้อนเท้า ในเมื่อแถวนี้ไม่มีแหล่งน้ำ ไม่มีบึงมีโคลนสักแห่ง ไหนตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือ ว่าจะไม่โกหกกัน นายฮ้อยเคนตัดสินใจสารภาพความจริงว่าเขาลอบตามไปดูทัพควายของผู้ช่วยถึกมา

“อ้ายเป็นห่วง อยากให้แน่ใจว่าผู้ซอยถึกพาซุมนั่น เดินทางกันอย่างปลอดภัย บ่อยากให้พากันใช้เส้นทางดงพญาเย็น ย่อนว่าสิพากันไปตายหลายกว่าพากันรอด”

ooooooo

เสือคำแสนหนีกระเซอะกระเซิงมาที่กระท่อมกลางป่าซึ่งกาเหว่าและกะปอมพาบุญตามาซ่อนตัว หลังจากได้รับการห้ามเลือดและทำแผล อาการของเสือคำแสนก็ดีขึ้น กะปอมอดถามไม่ได้ว่าเขาไปถูกใครทำร้ายปางตายอย่างนี้ ตนจะได้ไปลากคอมันมากระทืบให้เอง

“ขนาดลูกพี่ยังบาดเจ็บปางตาย แล้วน้ำหน้าอย่างมึงสิไปซอยหรือไปถูกฆ่าวะ” กาเหว่าแดกดัน เสือคำแสนรำคาญไล่ตะเพิดสองสมุนไปให้พ้นหน้า ตนมีเรื่องจะคุยกับน้องสาวซึ่งรอจนสมุนทั้งสองออกไปแล้วจึงถามพี่ชายว่าตกลงไปโดนใครทำร้ายมา พอรู้ว่าเป็นนายฮ้อยผีถึงกับร้องเอะอะ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ในเมื่อเขารับเสือคำแสนไปฝึกเป็นลูกศิษย์ไม่ใช่หรือ

“มันพาอ้ายไปฝึกย่อนว่านั่นเป็นแผนหลอกใช้อ้ายต่างหาก สมบัติมีค่าของนายฮ้อยเคนที่มันต้องการแย่งเอามา บ่แม่นของขลังหรือแก้วแหวนเงินทองดอก แต่เป็นอีคำแก้ว ลูกสาวแท้ๆของมันต่างหาก”

บุญตาถึงกับอึ้ง คำแก้วจะเป็นลูกสาวนายฮ้อยผีได้อย่างไร เสือคำแสนบอกเธอไม่ต้องไปสนใจเรื่องนั้น ขอแค่ให้รู้ไว้ว่าตนจะไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือให้นายฮ้อยผี หลอกใช้อีกแล้ว อีกนิดเดียวตนก็จะฝึกวิชาอาคมได้เก่งกาจกว่าทั้งนายฮ้อยผีและนายฮ้อยเคน ถ้าตนฝึกสำเร็จเมื่อไหร่ ตนจะกลับไปฆ่าพวกมันให้หมด

“จังซั่นอ้ายก็ฟ้าวฝึกให้สำเร็จไวๆ มีหยังให้ข้อยซอยก็บอกมาโลด ข้อยซอยอ้ายเต็มที่”

“ขอบใจเจ้าหลายบุญตา อ้ายมาหาเจ้าก็ย่อนว่าต้องการให้เจ้าซอยอ้าย”

“อ้ายสิให้ข้อยซอยอีหยังล่ะ” บุญตาพาซื่อ

เสือคำแสนยิ้มเจ้าเล่ห์ ไว้จะให้ช่วยเมื่อไหร่จะบอก

จากนั้นเอามือลูบท้องเธอ บอกให้พักผ่อนมากๆ เขาเป็นห่วงหลานในท้อง กะปอมและกาเหว่าคงจะไม่ได้หาของดีๆ มาบำรุง ในย่ามของตนมียาบำรุงครรภ์อย่างดี ให้เธอเอาไปต้มกินได้เลย บุญตาพยักหน้ารับคำโดยไม่ล่วงรู้เลยว่าตัวเองกับลูกในท้องกำลังจะตกเป็นเหยื่อ...

ตั้งแต่แยกตัวออกมาจากนายฮ้อยเคน จันทากับสุบินวางก้ามใหญ่โตไม่เกรงกลัวใครทั้งนั้น ตามมาเอาเรื่องบักมืดฐานสั่งให้พาควายไปรวมฝูงแล้วไม่ทำตามคำสั่ง บักมืดไม่ยอมให้ใครมาสั่ง มีแต่นายฮ้อยเคนเท่านั้นที่สั่งตนได้ ผลักสุบินพ้นทางแล้วเดินหัวเสียออกไป สุบินกับจันทาไม่พอใจตามไปหาเรื่องเขาอีก ถีบจนล้มคว่ำแล้วเงื้อหมัดจะต่อยซ้ำ แต่ต้องชะงักเมื่อถูกผู้ช่วยถึกกับสีโหเข้ามาห้ามไว้เสียก่อน

“เซาๆ ซุมมึงว่างกันบ่ ถึงได้มาหมาหมู่หาเฮื่องคนที่สู้มึงบ่ได้”

“เว้าให้ดีเด้อผู้ซอย บักมืดมันบ่ฟังคำสั่งก็ต้องสั่งสอนมัน บ่จังซั่นเฮาสิเดินทางกันต่อได้จังได๋”

“บักสุบิน แยกทัพควายจากนายฮ้อยมาได้บ่กี่มื้อ มึงก็อวดเก่งกันหลายแล้ว...ผู้ซอย ข้อยว่าถึงเวลาที่เฮาต้องแยกโตกับซุมห่านี่แล้ว” สีโหหันไปพยักพเยิดกับผู้ช่วยถึก จันทาสงสัยพูดอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร ผู้ช่วยถึกอธิบายว่าตนกับสีโหและบักมืดจะต้อนควายของเราไปทางดงพญาเย็น จากนั้นทั้งสามคนพากันกลับมาที่เกวียนของตัวเองเพื่อเก็บข้าวของเตรียมตัวเดินทาง สุบินชวนจันทาตามมาโวยวาย

“ผู้ซอย ซุมเจ้าบ้าไปแล้วบ่ นายฮ้อยผีกับเสือคำแสนฝึกวิชาอาคม ถ่าแก้แค้นนายฮ้อยเคนอยู่หม่องนั่น ขืนเจ้าพากันไปทางนั่นก็ถ่อกันไปหาเฮื่องตายคักๆ”

ผู้ช่วยถึก สีโหและบักมืดไม่พูดอะไร มองหน้ากันก่อนก้มหน้าก้มตาเก็บข้าวของต่อไป จันทาถึงบางอ้อทันที ที่แท้ผู้ช่วยถึกกับพวกไม่ได้อยากแยกตัวจากนายฮ้อยเคนไปค้าควายแต่อยากไปแก้แค้นให้จันแดงกับบัวเขียวต่างหาก ผู้ช่วยถึกยอมรับว่าเป็นความจริง ตนกับพวกต้องการแก้แค้นเพราะรู้ดีว่านายฮ้อยเคนไม่ยอมเอาชีวิตลูกน้องไปเสี่ยงกับเรื่องส่วนตัวแน่นอน ทั้งๆที่ความจริงแล้วเขาอยากจะสางปัญหาให้จบๆไป

“เฮาก็เลยตัดสินใจว่าสิเป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน ลอบไปจัดการบักห่านั่นให้นายฮ้อยเอง” สีโหเสริม สุบินทักท้วงพวกนั้นเป็นจอมขมังเวทแล้วผู้ช่วยถึกกับพวกจะเอาอะไรไปสู้ ขืนไปก็ได้ตายกันหมด สีโหไม่สนใจถึงจะตายก็ยอมเพราะถ้าไม่มีบัวเขียวเป็นแรงใจให้ก็ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ไปทำไมอีก

“ซุมมึงมันบ้าไปแล้ว อยากไปตายห่าก็ไปโลด ซุมกูบ่เอานำดอก”

“จากนี่ซุมเจ้าอยากไปค้าควายก็ไปกันเองโลด แต่คั่นคึดได้อย่างเฮา อยากสิตอบแทนความดีของนายฮ้อย เจ้าฮู้กันแล้วว่าต้องเดินทางไปไส” พูดจบผู้ช่วยถึกเดินตามสีโหกับบักมืดไป โดยไม่รู้ว่าจ่อยแอบฟังอยู่

ooooooo

อาจารย์เม้าชมเปาะเมื่อรู้ว่านายฮ้อยเคนแอบตามไปดูความเป็นอยู่ของพวกทัพควายที่แยกตัวออกไปเนื่องจากเป็นห่วงว่าพวกนั้นจะไปกันไม่รอด เขายอมรับว่าส่วนหนึ่งเป็นอย่างนั้น แต่ที่เป็นห่วงมากกว่าก็คือ

“แยกกันเดินทางจังซี้ซุมนั่นอาจสิตกเป็นเป้าให้พวกนายฮ้อยผีลอบเล่นงานหวังใช้เป็นเครื่องมือแก้แค้นข้อยก็ได้” ว่าแล้วนายฮ้อยเคนหันไปหยิบลูกดอกหน้าไม้ยื่นให้อาจารย์เม้าหนึ่งลูก บอกให้ลองหักดู เขาจับมันหักได้อย่างง่ายดาย จากนั้นนายฮ้อยเคนส่งลูกดอกให้ห้าลูกให้เขาลองหักอีกครั้ง คราวนี้เขาหักไม่ได้

“ข้อยเข้าใจความฮู้สึกของนายฮ้อยแล้ว หนทางข้างหน้ามีอันตรายใหญ่หลวงถ่าอยู่ คั่นยังอยู่ฮวมกัน เกิดอีหยังขึ้นก็ยังพอซอยเหลือหาทางออกฮ่วมกันได้ แต่แยกกันไปจังซี้ ก็บ่ต่างจากหักลูกดอกนี่”

“ซำนั่นยังบ่พอ ความเป็นตาย่านของนายฮ้อยผีอีก ข้อยเคยพ้อมาแล้วตั้งแต่ยังน้อย ย่อนว่าอาคมที่มันฝึกฝนเป็นอวิชชามนต์ดำ คั่นมันใช้สอนคำแสนนำล่ะก็ ข้อยผู้เดียวก็คงยากสิรับมือ”

“มนต์ดำอีหยัง นายฮ้อยถึงได้เป็นตาย่านหลาย”...

ขณะที่นายฮ้อยเคนเล่าเรื่องมนต์ดำให้อาจารย์เม้าฟัง เสือคำแสนเข้าไปในกระท่อมที่บุญตานอนหลับอยู่ เอามือลูบท้องที่โตใกล้คลอดของเธอ ก่อนจะหยิบมีดพกออกมาถือ บุญตาสะลึมสะลือลืมตาขึ้นมาเห็นพี่ชายนั่งมองอยู่ก็แปลกใจ มีอะไรหรือเปล่าถึงเข้ามาหาตนดึกๆดื่นๆ แล้วพยายามจะลุกขึ้นแต่เรี่ยวแรงไม่มี

“นี่...นี่ข้อยเป็นหยังเนี่ยอ้าย อยู่ๆแฮง...แฮงข้อยก็มีบ่เลย”

เสือคำแสนยิ้มเหี้ยมมองไปที่จอกใส่ยาซึ่งวางอยู่ข้างตัวน้องสาว เฉลยว่าเป็นเพราะยาบำรุงที่เขาให้เธอเอาไปต้มกินทำให้เธอไม่มีเรี่ยวแรง อีกสักพักก็จะทำให้เธอไม่รู้สึกแล้วจะค่อยๆตายไปเอง เธอร้องเอะอะทำไมถึงต้องวางยากันด้วย เขาต้องการลูกในท้องของเธอเพราะเป็นสิ่งสุดท้ายที่ช่วยเสริมอาคมให้เขาเป็นจอมขมังเวท อยู่ยงคงกระพันได้ บุญตาตกใจ ยกมือไหว้ขอร้องอย่าทำอะไรเธอกับลูก เธอไม่อยากตาย

“สายไปแล้วบุญตา เจ้าบอกเองว่าพร้อมสิซอยอ้ายเบิ่ดทุกอย่าง นี่ล่ะ คือวิธีที่เจ้าสิซอยอ้ายได้”

บุญตารวบรวมแรงเท่าที่มีถีบเสือคำแสนกระเด็นแล้ววิ่งหนีออกจากกระท่อม เขาไล่ตามทันกันกลางป่า เธอพยายามขอร้องให้ไว้ชีวิต แต่เขาไม่สนใจย่างสามขุมเข้าหา...

ด้านอาจารย์เม้าถึงกับด่าลั่นเมื่อได้ฟังเรื่องที่นายฮ้อยเคนเล่าว่าคนที่ทำแบบนั้นได้ต้องเลวยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานอีก นายฮ้อยเคนเห็นด้วย พวกที่ฝึกอวิชชามนต์ดำอย่างนี้ นอกจากจิตใจจะไม่เหลือความเป็นคนแล้ว ถ้ามันฝึกสำเร็จเมื่อใด ร่างกายของมันก็ไม่เหลือความเป็นคนเช่นกัน

“อวิชชามนต์ดำที่เสริมให้อาคมมันแข็งแกร่งจนยากที่ไผสิรับมือได้ ต้องแลกมาด้วยการสูญเสียความเป็นคนไป แล้วถูกครอบงำนำความชั่วร้ายเปลี่ยนไป ผู้นั่นค่อยๆกลายเป็นปอบไปในที่สุด”...

แม้บุญตาจะกราบเท้าเสือคำแสนเพื่อร้องขอชีวิตแต่เขาถูกมนต์ดำครอบงำจึงไม่สนใจใดๆทั้งสิ้นตรงเข้าบีบคอเธอ ความชั่วร้ายที่เขากระทำก่อให้เกิดอาเพศลมพัดกระโชกแรง ทันทีที่เธอสิ้นลม ฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงลงมาใกล้ๆ แสงจากสายฟ้าทำให้เห็นใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นใบหน้าอัปลักษณ์น่าเกลียดไม่ต่างจากใบหน้าของนายฮ้อยผี ก่อนจะกลับมาเป็นใบหน้าปกติเมื่อแสงจากสายฟ้าหายไป

ooooooo

เช้าวันถัดมา จ่อยนำเรื่องที่ได้ยินผู้ช่วยถึกคุยกับสุบินและจันทามาเล่าให้ชาวทัพควายฟัง ทิดแสงถึงกับออกปากถ้าผู้ช่วยถึกทิ้งพวกเราไปแก้แค้นแบบนี้แล้วใครจะนำทัพควายเดินทางต่อ สุบินมาทันได้ยินพอดี ประกาศลั่นจะเป็นคนทำหน้าที่นั้นเอง ทุกคนหันไปเห็นเขาเข้ามากับเฒ่าอ่ำและจันทา

“บักสุบินอย่างเจ้านี่เบาะ แค่ควายซุมเจ้ายังเบิ่งแยงบ่ได้ ตายจนเหลือบ่จักโตแล้วสิเอาปัญญาจากไสมานำซุมข้อย” บุญเพ็งปรามาสสุบินอย่างไม่ไว้หน้า

จ่อยช่วยเสริมอีกแรงหนึ่ง ขืนตามสุบินไป อาจจะพาเราไปตายมากกว่าจะตามนายฮ้อยเคนด้วยซ้ำ คนถูกเอ่ยชื่อถึงไม่พอใจมากถีบจ่อยล้มกลิ้งฐานปากเสีย

เฒ่าอ่ำเห็นท่าจะไม่ได้การรีบตัดบท “เอาล่ะ พวกมึงฟังกูให้ดี จากนี่ไปซุมกูสิเป็นนายฮ้อยของพวกมึงแล้ว ไผอยากฟ้าวเดินทางก็ให้ตามกูไป คั่นไผบ่ตามไปสิได้ฮู้ว่าเป็นพวกขี้ขลาดตาขาวคือบักจ่อย”

“กูบ่ได้เป็นพวกขี้ขลาดตาขาว แต่ถ่ากูต้องไปตาย กูขอให้นายฮ้อยพากูไปตายบ่แม่นพวกมึง” คำพูดของจ่อยทำเอาหลายคนในทัพควายคิดคล้อยตาม จันทา เห็นดังนั้นก็เข้าไปกระชากคอเสื้อเขา

“มึงเว่าหลายไปแล้วบักจ่อย มึงอยากกลับไปหานายฮ้อยเคนแม่นบ่ เดี๋ยวกูจัดการถีบส่งไปให้เอง” พูดจบจันทาลากคอจ่อยออกไป บุญเพ็งกับทิดแสงจะตามไปช่วย ก็ถูกสุบินกับเฒ่าอ่ำขวางไว้...

ไม่ได้มีแต่นายฮ้อยเคนเท่านั้นที่มาแอบดูทัพควายที่แยกตัวออกมา คำแก้ว ผู้ช่วยโทน กับแสงโสมก็แอบมาดูด้วยความเป็นห่วงเช่นกัน ระหว่างที่ผู้ช่วยโทนกับแสงโสมแยกไปดูอีกทางหนึ่ง เจอจ่อยในสภาพถูกซ้อมพอดี จึงพาเขามาพบกับนายฮ้อยเคนและคำแก้วที่ซุ่มดูอยู่อีกด้านหนึ่ง จ่อยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทุกคนฟัง

นายฮ้อยเคนร้อนใจมากจะตามไปช่วยผู้ช่วยถึก สีโห และบักมืด คำแก้วทักท้วงจะไปดงพญาเย็นคนเดียว ได้อย่างไร ผู้ช่วยโทนอาสาจะไปเป็นเพื่อนเขาเอง

นายฮ้อยเคนรับปากกับคำแก้วว่าจะพาทุกคนกลับมาอย่างปลอดภัย ไม่ต้องเป็นห่วง ฝากเธอพาจ่อยกลับไปหาอาจารย์เม้า และบอกทุกคนที่ทัพควายของเราให้เข้าไปซ่อนตัวอยู่ในป่า ห้ามออกไปเพ่นพานเด็ดขาด แสงโสมเข้าไปจับมือผู้ช่วยโทนไว้ ขอให้เขาระวังตัวด้วย

“อ้ายบ่เป็นหยังดอกแสงโสม อ้ายยังมีเฮื่องต้องกลับมาจัดการกับเจ้าอีกหลาย” ไม่พูดเปล่า ผู้ช่วยโทนยิ้มกรุ้มกริ่มจนแสงโสมแอบเขิน นายฮ้อยเคนขัดขึ้นทันที ชวนให้เขารีบไปกันได้แล้ว เดี๋ยวจะไม่ทันกาล...

ด้านผู้ช่วยถึก สีโห และบักมืดลุยเข้าไปในป่าดงพญาเย็นยังไม่ทันจะถึงกลางป่า เจอเสือโคร่งตัวใหญ่วิ่งเข้าหา ผู้ช่วยถึกตะโกนเตือนให้ทุกคนวิ่งหนี สีโหกับเขาวิ่งไปทางเดียวกัน แต่บักมืดตามไม่ทันวิ่งหนีไปอีกทาง...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่เทวาลัย นายฮ้อยผีเป็นกังวลว่าเสือคำแสนจะกลับมาแก้แค้น แต่ตัวเองไม่อยู่ในสภาพจะต่อกรได้ จำเป็นต้องนั่งสมาธิเพื่อรักษาตัว จึงฝากให้เสือเปล่งคอยเฝ้าหน้าทางเข้าไว้อย่าให้ใครมารบกวน เด็ดขาด เสือเปล่งพยักหน้ารับคำมองนายฮ้อยผีเดินไปนั่งสมาธิ ก่อนจะเหลือบมองไปยังหีบสมบัติมากมายที่กองไว้มุมหนึ่งด้วยความโลภ จากนั้นไม่นาน เขาออกจากเทวาลัยโดยมีห่อผ้าใส่สมบัติพาดไหล่

“ข้อยขอขมาเด้อนายฮ้อยผี สภาพเจ้าจังซี้คงอยู่ไปได้อีกบ่จักมื้อดอก สมบัติพวกนี่อย่าให้อีคำแก้วมันเลย ให้ข้อยไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า”...

กว่าผู้ช่วยถึกกับสีโหจะนึกขึ้นได้ว่าบักมืดหายไปไม่ได้ตามมาด้วยก็วิ่งหนีเสือลึกเข้าไปในป่าดงพญาเย็นแล้ว พยายามตะโกนเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา สีโห เริ่มใจคอไม่ดี

“หรือว่าบักมืดถืกเสือคาบไปแล้ว”

ooooooo

บักมืดซึ่งเดินหลงป่าเพียงลำพัง พยายามร้องเรียก สีโหกับผู้ช่วยถึกแต่ไม่มีเสียงขานตอบ ด้วยความกลัวจึงทรุดตัวลงนั่งยองๆยกมือไหว้ท่วมหัว อธิษฐานให้เจ้าพ่อดงพญาเย็นช่วยให้รอดออกไปจากที่นี่ พลันมีเท้าของใครบางคนก้าวมาหยุดตรงหน้า บักมืดเห็นเข้า ก็หลับตาปี๋ด้วยความกลัวสุดขีด

“เจ้าพ่อดงพญาเย็น บ่ต้องมาปรากฏโตให้ข้อยเห็นดอก ข้อยย่านแล้ว อย่ามาเอาโตข้อยไปอยู่นำเลย”

“บักมืดนี่ข้อยเอง” นายฮ้อยเคนแตะไหล่เบาๆ บักมืดลืมตาขึ้นมาเห็นเขากับผู้ช่วยโทนก็ดีใจมาก...

หลังตามหาบักมืดอยู่พักใหญ่แต่ไม่มีวี่แวว ผู้ช่วยถึกตัดสินใจถามสีโหอย่างไม่อ้อมค้อมว่าจะเดินหน้าไปแก้แค้นให้บัวเขียวกับจันแดงต่อหรือจะไปตามหาบักมืด เขานิ่งคิดไปครู่หนึ่ง

“บักมืด กูขอขมามึงเด้อ คั่นกูฆ่านายฮ้อยผีได้แก้แค้นให้บัวเขียวได้ ซอยปกป้องหมู่เฮาที่เหลือได้ กูสิกลับมาตามหามึง” สีโหว่าแล้วหันไปพยักหน้าให้ผู้ช่วยถึกแต่ยังไม่ทันจะขยับไปไหน ผู้ช่วยถึกยกมือให้เขาหยุดดูอะไรบางอย่าง อึดใจเห็นเสือเปล่งเดินอย่างรีบร้อนผ่านมา ปรี่เข้าไปขวางไว้

ทีแรกเสือเปล่งไม่อยากต่อสู้ด้วยเพราะอยากเอาสมบัติหนีไปให้พ้นจากป่าแห่งนี้ แต่พอสีโหบอกว่าเป็นคนยิงเสือปรายตายเหมือนยิงหมาตัวหนึ่งก็แค้นใจชักดาบขึ้นมาต่อสู้ แต่แรงเดียวหรือจะสู้สองแรงได้ ถูกผู้ช่วยถึกฟันหัวไหล่ถึงกับทรุด ห่อผ้าใส่สมบัติตกพื้นกระจัด กระจาย เสือเปล่งเห็นหมดทางสู้ ยื่นข้อเสนอ ถ้ายอมปล่อยตนไปจะยกสมบัติเหล่านั้นให้ และจะบอกที่ซ่อนสมบัติที่เหลืออีกด้วย

“กูบ่แม่นคนเห็นแก่ได้ สมบัติซำนี่มันแลกกับชีวิตคนฮักของพวกกูบ่ได้ดอกโว้ย” ว่าแล้วสีโหเงื้อดาบฟัน ผู้ช่วยถึกเอาดาบตัวเองกันไว้ถามเสือเปล่งไปเอาสมบัติเหล่านี้มาจากไหน เขาขโมยมาจากนายฮ้อยผี เป็นสมบัติที่มันสะสมไว้ ตอนนี้มันกำลังไม่สบายมาก ถ้าผู้ช่วยถึกกับพวกไว้ชีวิต เขาจะพาไปหามัน

“อย่าไปฟังมัน มันเป็นตาเฒ่าเจ้าเล่ห์ มันขี้ตั๊วหมู่เฮาให้หลงกลจนบัวเขียวต้องตายมาแล้ว ฆ่ามันเดี๋ยวนี่เลย ให้มันชดใช้เวรกรรมที่ทำไว้กับบัวเขียว” สีโหจะฟันคอเสือเปล่งอีกครั้งแต่ผู้ช่วยถึกห้ามไว้ ต้องการให้มันพาเราไปหานายฮ้อยผีก่อนแล้วค่อยฆ่าทีหลังก็ยังไม่สาย จากนั้นใช้ดาบจี้บังคับให้เสือเปล่งพาไปถึงหน้าเทวาลัย สั่งให้เข้าไปล่อนายฮ้อยผีออกมาให้พวกตนฆ่า เขาไม่ยอมทำตาม ขืนเข้าไปมันได้ฆ่าเขาแน่

“มึงบ่มีทางเลือก สิถืกนายฮ้อยผีฆ่าหรือถืกบักสีโหฆ่า เลือกเอา”

เสือเปล่งเห็นสีโหที่กวัดแกว่งดาบในมือพร้อมจะฆ่าตนเองได้ทุกเมื่อ จึงยอมเสี่ยงเข้าไปล่อนายฮ้อย ผีตามที่ผู้ช่วยถึกสั่ง แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของมัน พลันนายฮ้อยผีก้าวมายืนด้านหลังอย่างเงียบกริบ

“มึงยังมีหน้ากล้ากลับมาอีกบ่ บักเปล่ง”

ไม่พูดเปล่านายฮ้อยผีสะบัดมือทีเดียว เสือเปล่งลอยละลิ่วไปกระแทกรูปปั้น เขาพยายามจะอธิบายแต่นายฮ้อยผีไม่ฟังตามเข้าไปบีบคอ

อีกมุมหนึ่งหน้าเทวาลัย ผู้ช่วยถึกหยิบลูกดอกหน้าไม้ขึ้นมาบอกสีโหว่านี่เป็นลูกดอกแช่น้ำมนต์ว่านหางข้างเก้าใบ ซึ่งเคยได้ยินนายฮ้อยเคนว่ามีอำนาจพุทธคุณต้านผู้มีอาคมได้ แล้วพนมมือท่องคาถา กำกับลูกดอก

จังหวะนั้นเสือเปล่งเดินเซออกมาทรุดลงตรงหน้าทั้งคู่เตือนให้ระวังนายฮ้อยผี พูดได้แค่นั้นก็ขาดใจตายเนื่องจากถูกมีดสั้นของนายฮ้อยผีปักเข้ากลางหลัง ผู้ช่วยถึกจะยิงลูกดอกใส่แต่นายฮ้อยผีปัดหน้าไม้ทิ้ง ก่อนจะคว้าคอเขาบีบ สีโหเข้าไปช่วยโดยฟันดาบใส่กลับไม่ระคายผิวนายฮ้อยผีแม้แต่น้อย เขาถีบสีโหกระเด็น แล้วเหวี่ยงผู้ช่วยถึกไปอีกด้านหนึ่ง

ooooooo

นายฮ้อยเคนเดินนำผู้ช่วยโทนกับบักมืดลึกเข้าไปในป่าจนเจอรอยเลือดหยดเป็นทาง ทีแรกเขานึกว่าเป็นเลือดของสีโหและผู้ช่วยถึกที่เกิดจากการต่อสู้กับเสือโคร่ง ครั้นสำรวจอย่างละเอียด กลับพบ รอยเท้าคนสามคนไม่มีรอยเท้าเสือ แสดงว่าสองคนนั่นต้องไปเจอใครอีกคน รีบเดินตามรอยเลือดไป...

ทางฝ่ายผู้ช่วยถึกกับสีโหใช้ดาบฟาดฟันนายฮ้อยผีอย่างไม่เกรงกลัว แต่ดาบกลับทำอะไรมันไม่ได้ เสียงดาบฟันโดนเนื้อดังราวกับเสียงเหล็กกระทบกัน สีโหเริ่มหน้าเสีย ถามผู้ช่วยถึกว่าทำอะไรมันไม่ได้จะเอาอย่างไรดี เขามองไปที่หน้าไม้ซึ่งถูกปัดกระเด็น ก่อนจะคิดแผนการขึ้นมาได้ บอกว่าเขาจะล่อมันเองให้สีโหรีบไปเอาหน้าไม้อาบน้ำมนต์มายิงมัน เป็น ทางเดียวที่เราจะหยุดมันได้ ว่าแล้วก็ควงดาบเข้าหาศัตรู

แม้คมดาบจะไม่ระคายผิวแต่ผู้ช่วยถึกสู้ไม่ถอย นายฮ้อยผีต่อยสวนถูกเขาเต็มหน้าเลือดกบปากแล้วคว้าคอขึ้นมาบีบ สีโหสบช่องรีบวิ่งไปคว้าหน้าไม้อาบน้ำมนต์ ยิงใส่ ลูกดอกปักที่หัวไหล่นายฮ้อยผีถึงกับชะงัก

ผู้ช่วยถึกผลักมันกระเด็นลงไปกองกับพื้นคิดว่าสิ้นฤทธิ์ไปแล้ว แต่ลูกดอกอาบน้ำมนต์หาได้ทำอันตรายใดๆมันได้ มันพึมพำร่ายคาถาทำให้ท้องฟ้าปั่นป่วนไปทั่วบริเวณ ผู้ช่วยถึกเห็นท่าไม่ดี ไล่สีโหหนีไปก่อนแล้วเข้าไปต่อสู้กับนายฮ้อยผี แต่สู้ไม่ได้ถูกอัดกระแทกกำแพงโบราณสถานสลบเหมือด สีโหได้แต่ยืนตัวแข็ง

“บัว​เขียว อ้าย​พยายาม​แล้ว แต่​อ้าย​คง​บ่​รอดแน่ ถ่า​อ้าย​อยู่​บน​ฟ้า​เด้อ อ้าย​กำลัง​สิ​ไป​หา​เจ้า​แล้ว” สีโหหลับตาปี๋​ยอม​ตาย นาย​ฮ้อ​ย​ผี​เอา​ลูกดอก​ที่​ปัก​หัวไหล่​ตัว​เอง​ปา​ใส่ แต่​ยัง​ไม่ทัน​ถึง​ตัว​สี​โห นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​คว้า​ลูกดอก​ไว้ได้เสียก่อน สี​โห​ลืมตา​ขึ้น​มา​เห็น​เขา​ก็ดี​ใจ​มาก นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​ก้าวมายืน​ประจันหน้า​กับ​นาย​ฮ้อ​ย​ผี สั่ง​ให้​ผู้​ช่วย​โทน​กับ​บัก​มืด​พา​ทุก​คน​หลบ​ไป​ก่อน ปล่อย​ทาง​นี้​เป็น​หน้าที่​ตน​เอง

ทั้ง​คู่​รีบ​ช่วยผู้​ช่วย​ถึก​กับ​สี​โ​หอ​อก​ไป

“ใน​ที่สุดเฮา​ก็ได้​พ้อ​กัน​จั๊กเถื่อ” พูด​จบ​นายฮ้อยผี​โบก​มือ พลัน​เกิด​ลม​กระโชก​แรง​พัด​ทั้ง​ฝุ่น​ทั้ง​เศษ​ใบไม้​ใส่​หน้า​นาย​ฮ้อ​ยเ​คน พอ​ลม​สงบ นาย​ฮ้อ​ย​ผี​หายตัว​ไป​แล้ว​เขา​มอง​ไป​ที่​ซาก​โบราณสถาน​ด้วย​ความ​สงสัย...

ใน​ขณะ​เดียวกัน กะ​ปอ​ม​ไป​ซุ่ม​ดู​ทัพ​ควาย​ของสุบิน​เสร็จ​ก็ตาม​มา​สมทบ​กับ​กาเหว่า​ซึ่ง​มา​ซุ่ม​ดู​ทัพ​ควาย​ของ​นาย​ฮ้อ​ยเ​คน ครั้น​เห็น​ไม่​มี​การ​เคลื่อนไหว​ใดๆชวน​กาเหว่า​กลับ​ไป​รายงาน​เสือ​คำ​แสน กาเหว่า​ไม่​ยอม​กลับ​เพราะ​เห็น​ว่า​ทัพ​ควาย​แห่ง​นี้​มี​แต่​คำ​แก้ว แสง​โสม​กับพวก​ผู้​เฒ่า จึง​น่า​จะ​เข้าไป​ฉุด​สอง​สาว​นั่น​ได้​ไม่​ยาก

“มึง​อย่า​หา​เ​ฮื่อ​ง​ใส่​โต เสือ​คำ​แสน​สั่ง​เอา​ไว้​ให้​มา​ดู​ความ​เคลื่อนไหว​ของ​พวก​มัน​เถาะ​นั่น ถ้า​นายฮ้อยทมิฬ​เกิด​กลับ​มา​แล้ว​พ้อ​เฮา ตายห่า​แน่”

“มึง​ลืม​ไป​แล้ว​เบาะ​ว่า​ถ้า​พ้อ​เ​ฮื่อ​ง​จวน​โต​ขึ้น​มา เสือ​คำ​แสน​ให้​ของ​ดี​ห​ยัง​ติด​โต​เฮา​ไว้​ใช้​เอา​โต​รอด” กาเหว่า​ว่า​แล้ว​หยิบ​มีด​ลง​อาคม​ผี​โ​พง​ออก​จาก​ย่าม...

ฝ่าย​คำ​แก้ว​กับ​แสง​โสม​เป็น​ห่วง​ชาย​คน​รัก​จึงพากัน​ออก​จาก​ป่า​จะ​ตาม​ไป​ช่วย กลับ​เจอ​กาเหว่า​กับ​กะ​ปอ​ม​มา​ดัก​หน้า​เอา​ไว้​หวัง​จะ​ฉุด​ทั้ง​คู่​ไป​ทำ​เมีย

ooooooo

นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​ตาม​เข้าไป​ใน​เทวาลัย​เจอ​นายฮ้อยผี​ยืน​ถือ​ดาบ​อาคม​รอ​ท่า​อยู่​ข้างๆหีบ​ใส่​สมบัติ นาย​ฮ้อยผี​ไม่ได้​คิด​จะ​ต่อสู้​กับ​เขา แถม​ยัง​สำนึก​ผิด​กับ​เรื่องราว​ที่​เคย​ก่อ​ไว้​ใน​อดีต

“เจ้า​มา​ยอม​รับ​ว่า​โต​เอง​ทำ​ผิดพลาด​ตอน​นี่​ก็​สาย​ไป​แล้ว​นาย​ฮ้อ​ย​ผี” ว่า​แล้ว​นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​ยก​ดาบ​ใน​มือ​ขึ้น​บริกรรม​คาถา ดาบ​เรือง​แสง​ขึ้น​ทันที​ จาก​นั้น​เขา​พุ่ง​เข้าไป​เล่น​งาน​นาย​ฮ้อ​ย​ผี แต่​อยู่ๆนาย​ฮ้อ​ย​ผี​กลับ​ทิ้ง​ดาบ​ใน​มือ​ลักษณะ​เหมือน​ยอม​แพ้ นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​แปลก​ใจ ทำไมถึง​ทิ้ง​ดาบ​ไม่​คิด​ต่อสู้

“ย่อ​น​ว่า​ข้อย​บ่​ต้อง​ตาย​นำ​น้ำมือ​เจ้า ข้อย​ก็ต้องตายอ​ย่าง​ทรมาน​นำ​เวร​กรรม​ที่​สร้าง​ไว้” พูด​ได้​แค่​นั้น นายฮ้อยผี​ไอ​มี​เลือด​ปน​ออก​มา “ตอน​นี่​คุณ​ไส​ยม​นต์​ดำ​ที่​ข้อย​ใช้ก่อ​กรรม​ทำ​ชั่ว​มา​ตลอด​ชีวิต กำลัง​ย้อน​เข้า​โต​ เร่ง​ให้​ข้อย​ตาย​วัน​ตาย​คืน ชดใช้​หนี้​กรรม​ที่​ทำ​ไว้​กับ​ทุก​คน แทนที่สิ​เป็น​นาย​ฮ้อ​ย​คน​ดี​คือ​พ่อ​เจ้า แต่​ข้อย​กลับ​ใช้​วิชา​อาคม​ไป​ใน​ทาง​ที่​ผิด ออก​ปล้น​ฆ่า​ผู้คน​จน​มี​ทุก​อย่าง​ที่​อยาก​มี แต่​สุดท้าย​ข้อย​ก็​บ่​เคย​มี​ความ​สุข​เลย”

ก่อน​ตาย นาย​ฮ้อ​ย​ผี​คิด​จะ​ไถ่บาป​ที่​เคย​ทำ​ไว้​กับ​เลือดเนื้อเชื้อไข​ของ​ตัว​เอง นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​งง​ ใคร​กัน​คือ​คน​ที่​เขา​พูด​ถึง เขา​เฉลย​ว่า​คำ​แก้ว​คือ​เลือดเนื้อเชื้อไข​คน​นั้น​ของ​เขา นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​ถึง​กับ​อึ้ง...

คน​ที่​นาย​ฮ้อ​ย​ผี​เอ่ย​ถึง​กำลัง​ต่อสู้​ร่วม​กัน​กับ​แสงโสม​อย่าง​สุดกำลัง​ ไม่​ยอม​ให้​กาเหว่า​กับ​กะ​ปอ​ม​เอา​ตัว​ไป คำแก้ว​ใช้​ไม้​ฟาด​ทั้ง​คู่​ล้ม​กลิ้ง​ล้ม​หงาย​ไป​ตามๆกัน กาเหว่า​แค้น​ใจ​หยิบ​มีด​อาคม​จาก​ใน​ย่าม​พุ่ง​เข้าหา

แสง​โสม​เห็น​ดังนั้น​ก็​ตะโกน​เตือน​คำ​แก้ว​ให้ระวังตัว เธอ​หัน​ไป​จะ​เอา​ไม้​ฟาด​เป็น​จังหวะ​ที่​กาเหว่า​วิ่ง​มา​ถึง​ตัว พอดี มีด​อาคม​เสียบ​เข้า​เต็ม​ท้อง​ถึง​กับ​ชะงัก จังหวะนั้น มีเสียง​ปืน​ดัง​ขึ้น​จาก​ฝีมือ​ของ​อาจารย์​เม้า​ที่มา​พร้อม​กับ​สาม​ผู้​เฒ่า​อ่วม เข่ง​กับ​แต้ม ตะโกน​ไล่​สอง​โจร​ชั่ว​เสียงลั่น กะ​ปอ​ม​วิ่ง​หนี​ไป​ทันที ส่วน​กาเหว่า​ดึง​มือ​ออก​จาก​ท้อง​คำ​แก้ว​พร้อม​กับ​มีด​อาคม​ที่​เปื้อน​เลือด โยน​ทิ้ง​ก่อน​จะวิ่ง​ตาม​กะ​ปอ​ม​ไป คำ​แก้ว​ถึง​กับ​ทรุด​ฮวบ...

นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​ยัง​คง​ยืน​ประจันหน้า​กับ​นาย​ฮ้อ​ย​ผี สั่ง​ให้​หยุด​แต่ง​เรื่อง​โกหก​เพื่อ​เอา​ตัว​รอด​ได้​แล้ว เขายืนยัน​ว่า​คำ​แก้ว​เป็น​ลูก​สาว​เขา​จริงๆ เมีย​ของ​เขา​คือ​น้อง​สาว​ของ​เฒ่า​โสม

“มัน​คือ​สิ​เล่า​เ​ฮื่อ​ง​ที่​มัน​พยายาม​ปกป้อง​ชีวิต​คำแก้ว ตั้งแต่​ยัง​น้อย​เอา​ไว้​ให้​เจ้า​ฟัง​แล้ว” คำ​พูด​ของ​นาย​ฮ้อ​ยผี​ทำเอา​นาย​ฮ้อ​ย​หนุ่ม​ชะงัก นึกถึง​คำ​พูด​ก่อน​ตาย​ของ​เฒ่าโสม​ที่​เล่า​เรื่อง​คำ​แก้ว​ถูก​พ่อ​แท้ๆจะ​ผ่า​ท้อง​เอา​ไป​ทำลูกกรอก​เพื่อ​ให้​ตัว​เอง​เป็น​จอม​ขมังเวท แต่​ยังไม่ทัน​บอก​ชื่อ​พ่อ​ที่แท้​จริง​ของ​เธอ เฒ่า​โสม​ก็​ขาดใจ​ตาย​ไปก่อน เสียง​นาย​ฮ้อ​ย​ผี​ร้อง​เรียก ปลุก​ให้​นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​ตื่น​จาก​ภวังค์​ มอง​อีก​ฝ่าย​อย่าง​ไม่​อยาก​จะ​เชื่อ​นัก

“เจ้า...เจ้า​เ​ซื่อ​ข้อย​ได้​รึ​ยัง​นาย​ฮ้อ​ย​ทมิฬ นี่แหละ​คือ...คือ​ความ​ผิดพลาด​ของ​ข้อย​ที่​อยาก​ชดใช้​ให้​กับ​คำแก้ว และ...เจ้าสมบัติ​พวก​นี่ ข้อย​ตั้งใจ​มอบ​ให้​คำ​แก้ว​เก็บเอาไว้ มัน​สิ​ซอย​ให้​คำ​แก้ว​มี​ชีวิต​ที่​สุข​สบาย​ใน​ภายภาค​หน้าได้ เจ้า...บ่​ต้อง​บอก​ความ​จริง​ก็ได้​ว่า...ได้​มา​จาก​ข้อย” นายฮ้อยผี​พูด​จบ​ไอ​ออก​มา​อย่าง​หนัก นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​ไม่คิดว่า​คำ​แก้ว​จะ​อยาก​ได้​สมบัติ​โจร​ที่​ปล้น​ฆ่า​ผู้​อื่น​มา เธอ​โตมากับ​คน​ดี​ ไม่ได้​เชื้อ​เลว​จาก​เขา​แม้แต่​น้อย

“นาย...ฮ้อ​ย​ทมิฬ ข้อย​ฮู้​ว่า​เจ้า​ฮัก​คำ​แก้ว​หลายคั่นมื้อ​นึง​ข้าง​หน้า​เจ้า​ต้อง​ตาย​เพราะ​เสือ​คำ​แสน แล้วคำแก้ว​สิ​อยู่​ต่อ​ไป​ได้​จัง​ได๋ แต่​สมบัติ​นี่​สิ​ซอย​ให้​คำ​แก้ว​บ่​ต้อง​อดอยาก...ตอน​นี่​เสือ​คำ​แสน​มัน​เก่ง​ขึ้น​ทุก​มื้อ ใกล้​สิ​แซงหน้า​เฮา​ไป​ทุกที​แล้ว คั่น​มัน​ฝึก​มนต์​ดำ​ได้​สำเร็จ​มื้อ​ได๋ แม้...แต่​ข้อย​กับ​เจ้า​ก็​ยาก​สิ​รับมือ​มัน​ได้...คึดฮ​อด​ความสุข​ของ​คำ​แก้ว​เถาะ...นาย...ฮ้อ​ย​ทมิฬ” นาย​ฮ้อ​ยผี​พูด​ได้​แค่นั้น​ก็​ไอ​จน​ตัว​โยน​ก่อน​จะ​ล้ม​ฟุบ​หมด​สติ

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement