นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 13 นิยายไทยรัฐ
วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 13


17 พ.ย. 2560 07:47
776,391 ครั้ง

ละคร นิยาย นายฮ้อยทมิฬ

นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 13

อ่านเรื่องย่อ

นายฮ้อยทมิฬ

แนว:

ดราม่า-แอ็คชั่น

บทประพันธ์โดย:

คำพูน บุญทวี

บทโทรทัศน์โดย:

แพรพริมา

กำกับการแสดงโดย:

ธงชัย ประสงค์สันติ

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ภัทรเดช สงวนความดี,ฝนทิพย์ วัชรตระกูล

นายฮ้อยเคนกับคำแก้วไปตรงจุดที่เห็นแสงโสมเดินเข้าไปแต่ไม่เจอแม้เงา เขาอดถามคำแก้วไม่ได้แน่ใจใช่ไหมว่าคนที่เห็นคือแสงโสมจริงๆ เธอเห็นแค่แว่บๆจะให้แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าใช่คงเป็นไปไม่ได้

จังหวะนั้นเสือปรายกับสมุนนักเลงเข็นรถเข็นใส่เข่งผักเดินสวนออกมาโดยเอาแสงโสมที่สลบซ่อนไว้ในเข่ง นายฮ้อยเคนมองด้วยความสงสัยก่อนจะเรียกให้หยุดก่อน เสือปรายทำเป็นใจดีสู้เสือถามว่ามีอะไร เขาไม่ตอบเดินเข้าไปสำรวจเข่งผักแต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ

“ซุมเจ้าเห็นผู้สาวโตน้อยๆซำหนิ เดินเข้ามาแถวนี่บ่”

“บ่เห็น แถวนี้บ่มีไผเข้ามาดอก ลองไปถามแถวนั่นเบิ่งอาจสิพ้อ” เสือปรายชี้นิ้วไปมั่วๆแล้วเดินนำสมุนที่เข็นรถใส่เข่งผักออกไป...

ทางด้านบัวเขียวซื้อแหวนทองเสร็จเดินชื่นชมออกมาจากร้านทอง สีโหเห็นยังมีเวลาชวนเธอไปไหว้พระธาตุเจดีย์เพื่อเป็นสักขีพยานว่าเขาจะอยู่กับเธอไปชั่วชีวิต ระหว่างนั้นสมุนของเสือเปล่งวิ่งมาชนทั้งคู่จนแยกจากกัน แหวนทองที่บัวเขียวถืออยู่ในมือตกพื้น สมุนคว้าขึ้นมาพร้อมกับชักมีดขู่

“อย่าได้คึดตามมาเด็ดขาด กูสิกะซวกไส้ไหลแน่” ขู่เสร็จสมุนวิ่งหนี บัวเขียวไม่ยอมเสียแหวนทองให้ใคร รีบไล่ตามโดยไม่ฟังเสียงห้ามปรามของสีโห เธอเร่งฝีเท้าเพื่อตามสมุนให้ทัน อารามรีบร้อนสะดุดขาตัวเองล้ม แทนที่สมุนจะหนีไปพร้อมกับแหวนทอง กลับยืนรอพลางโบกแหวนล่อให้เธอวิ่งตาม สีโหวิ่งตามมาด้านหลังแต่ไม่เจอใคร ขยับจะตามต่อ แต่ถูกเสือเปล่งในคราบพ่อค้ารับซื้อควายมาขวางไว้ แกล้งถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“เมียข้อยถูกแย่งแหวนทองไป ข้อยตามเมียบ่พ้อเลยพ่อใหญ่”

“เซาๆๆ ใจเย็นๆเดี๋ยวข้อยซอยเจ้าเอง ข้อยกว้างขวางแถวนี่ ฮู้จักผู้ที่พอสิซอยเจ้าได้ ตามข้อยมา”

สีโหเดินตามเสือเปล่งไปโดยไม่ล่วงรู้เลยว่ากำลังถูกหลอกให้ไปตกหลุมพราง...

อีกฟากหนึ่งของตลาด จ่อย เฒ่าอ่วม เฒ่าเข่งและเฒ่าแต้มเดินตามหญิงขายบริการมาถึงโรงแรมสื่อสวาท–หาดสวรรค์ เธอเข้าไปรวมกลุ่มกับสาวคนอื่น สามผู้เฒ่ายืนลังเลไม่ยอมตาม ส่วนจ่อยกลัดมันมากจะเข้าไปหาพวกสาวๆให้ได้ เฒ่าแต้มต้องดึงคอเสื้อไว้ ขืนเข้าไปโดยไม่มีเงินคงไม่แคล้วโดนแมงดายันออกมา เฒ่าเข่งสงสารจ่อยมาก ตกลงใจจะช่วยให้เขาสมหวังจึงชวนให้เฒ่าอ่วมกับเฒ่าแต้มออกเงินค่าตัวหญิงสาวให้

“ก็ได้วะ สงเคราะห์มันหน่อย กลับไปมันสิได้มีเฮื่องไปโม้ว่ามันบ่แม่นบักจ่อยคนเก่าแล้ว” พูดจบเฒ่าอ่วมตบบ่าจ่อยให้เตรียมตัวพร้อมลุย

ooooooo

บัวเขียววิ่งตามสมุนมาถึงซอยเปลี่ยวแต่เขาหายตัวไป รู้สึกเสียดายแหวนทองของตัวเองมากจนน้ำตาไหล ตัดสินใจหันหลังจะกลับ เสือปรายกับสมุนคนนั้นเข้ามาขวางไว้ พร้อมกับชูแหวนขึ้นมายั่ว เธอสั่งให้เขาคืนแหวนมา เขาต่อรองหากอยากได้คืนต้องมีข้อแลกเปลี่ยน

“บักห่า ซุมเจ้าปล้นข้อยมาแล้วยังหน้าด้านขออีก ข้อยเตือนไว้เลย คืนมาดีๆอย่าให้ต้องมีเฮื่อง บ่จังซั่นนายฮ้อยข้อยบ่เอาซุมเจ้าไว้แน่”

เสือปรายหัวเราะชอบใจ นายฮ้อยที่บัวเขียวพูดถึงใช่นายฮ้อยเคนที่ผู้คนพากันเรียกว่านายฮ้อยทมิฬใช่ไหม บัวเขียวนิ่วหน้าแปลกใจรู้จักเขาด้วยหรือ เสือปรายรู้จักดีแล้วทำทีจะคืนแหวนทองให้ บัวเขียวหลงเชื่อขยับเข้าไปรับแหวน กลับถูกเสือปรายกระชากตัวเข้าไปใกล้พร้อมกับปิดปากไม่ให้ส่งเสียงร้อง เธอพยายามดิ้นหนีก็เลยถูกสมุนชกเข้าท้องน้อยลงไปจุกตัวงอสิ้นฤทธิ์...

กว่าสีโหจะรู้ตัวว่าถูกเสือเปล่งหลอกให้ไปติดกับในโรงสีแห่งหนึ่งก็เป็นตอนที่สมุนหิ้วปีกบัวเขียวที่สิ้นเรี่ยวแรงต่อสู้เข้ามา สีโหจะเข้าไปช่วยก็ถูกเสือเปล่งเอาด้ามปืนกระแทกหน้าหงาย สมุนเข้ามาล็อกตัวเขาไว้

“มึงฮู้ว่าซุมกูเป็นไผตอนนี่ก็บ่มีประโยชน์ดอก เอาไว้กูทยอยไล่จัดการซุมมึงทีละคนๆจนบ่เหลือไผไว้ซอยนายฮ้อยของมึงก่อนเถาะ ซุมมึงสิได้ฮู้จักความเป็นตาย่านของกูแน่นอน” เสือเปล่งหัวเราะชอบใจแล้วพยักพเยิดให้เสือปรายเอาตัวบัวเขียวออกไป เสือจอมหื่นแกล้งเชยคางเธอก่อนจะเลียแก้ม ทำให้สีโหแทบคลั่งดิ้นรนจะไปช่วยเมียรัก เสือเปล่งรำคาญอัดเขาสลบเหมือด...

ในเวลาต่อมา ที่โรงแรมสื่อสวาทหาดสวรรค์

จ่อยต้องผิดหวังเพราะเงินที่สามผู้เฒ่าช่วยกันลงขันหวังจะให้ตัวเองได้ขึ้นสวรรค์เป็นครั้งแรกต้องเป็นหมันเนื่องจากเงินไม่พอ เฒ่าอ่วมพยายามร้องขอความเห็นใจ กลับถูกแมงดาไล่ตะเพิดพร้อมกับชักมีดขู่ เสือเปล่งทำทีเข้ามาช่วยเหลือเอาเงินยื่นให้แม่เล้า

“ข้อยสิเป็นเจ้ามือให้ลูกน้องทัพควายนายฮ้อยทมิฬเอง”

แม่เล้าเห็นเงินก็ตาโต ขณะที่สามผู้เฒ่ากับจ่อยพากันยิ้มแก้มแทบปริด้วยความดีใจ ครู่ต่อมาเสือเปล่งพาจ่อยไปที่ห้องพักของโรงแรม มีหญิงบริการนุ่งน้อยห่มน้อยรอท่าอยู่ เสือเปล่งฝากให้หญิงสาวดูแลจ่อยด้วย เอาให้ถึงพระเดชพระคุณเลย เธอยิ้มรับก่อนจะดึงมือจ่อยเข้าห้องปิดประตูตามหลัง

ooooooo

ในขณะเดียวกัน นายฮ้อยเคนกับคำแก้วเดินมาเจอกันหลังจากแยกย้ายกันไปตามหาแสงโสมแต่ไม่มีวี่แวว เขาตั้งข้อสังเกตถ้าคำแก้วมั่นใจว่าเห็นแสงโสมจริงๆก็อาจจะเป็นไปได้ว่าเธอรู้ตัวว่าเราอยู่แถวนี้ก็เลยชิงหนีไปแล้ว คำแก้วอดเป็นห่วงเธอไม่ได้ คนเก่งแต่ปากอย่างเธออยู่คนเดียวเพียงลำพังจะรอดได้สักกี่วัน

“คั่นไปบ่รอดต้องอดๆอยากๆอีหลี เดี๋ยวก็คงซมซานตามทัพควายไปเองนั่นล่ะ ถึงเวลานั่นอ้ายสิให้เจ้าเป็นคนเบิ่งแยง ดัดสันดานแสงโสมเต็มที่”

“ข้อยนี่เบาะ...บ่เอาดอก บ่อยากประสาทแดกตายย่อนปากแสงโสม”

นายฮ้อยเคนหัวเราะขำ ก่อนจะมองไปรอบๆนึกเอะใจทำไมถึงไม่เจอพวกทัพควายเลยสักคน ตัดสินใจเดินไปสอบถามตามร้านค้าก็พบว่ามีพวกทัพควายมากินก๋วยเตี๋ยวแต่แยกย้ายกันไปนานแล้ว และถ้าจะไปเดินซื้อข้าวของ เราก็น่าจะเจอตัวบ้างแต่นี่ไม่เห็นใครสักคน หรือจะเกิดเรื่องกับพวกนั้น

“คั่นมีเฮื่องใหญ่เฮื่องโตอีหลีถามคนแถวนี่ก็คงฮู้แล้ว แต่ที่หาบ่พ้อข้อยว่าคงพากันไปสุมกันอยู่หม่องนั่นแน่”

“หม่องได๋” นายฮ้อยเคนทำเป็นไม่รู้เรื่อง คำแก้วหมั่นไส้หยิกแขนไปหนึ่งที ขอร้องอย่ามาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เขานั่นเองที่อนุญาตให้พวกทัพควายไปเที่ยวซ่องได้ ป่านนี้คงสุมหัวกันกกผู้สาวปากแดงจนลืมเวลา เขาคิดคล้อยตามเธอว่าถ้าเป็นอย่างนั้นก็ขอให้เธอกลับไปที่พักแรมก่อนเพราะใกล้มืดแล้ว เขาจะไปตามพวกนั้นเอง

“แหมๆๆ ไล่ข้อยให้เมือทัพควายแล้วสิไปตามลูกน้อง ข้ออ้างบ่เนียนเลยอ้าย” คำแก้วหยิกเขาอีก นายฮ้อยเคนปฏิเสธเป็นพัลวันว่าไม่ได้คิดจะไปทำอย่างที่เธอกล่าวหา แค่จะไปตามพวกนั้นเท่านั้น

“ก็ได้ อ้ายอยากไปก็ไปโลด แต่บอกไว้ก่อนคั่นไปแล้วอย่าได้เข้ามาใกล้ข้อยอีก” คำแก้วเดินเชิดหน้าออกไปอย่างงอนๆ นายฮ้อยเคนมองตาม ในใจนึกเป็นห่วงลูกน้อง แต่อีกใจหนึ่งกลัวเธอจะโกรธรีบตามไปง้อ...

สาวขายบริการมอมเหล้าจ่อยจนเมาหลับคอพับไม่ได้แตะต้องเธอแม้แต่ปลายเล็บ เธอลองเขย่าตัวอีกครั้งเห็นเขาหลับสนิทเดินไปเปิดประตูห้องให้เสือปรายเข้ามาพร้อมกับสมุนนักเลง เสือปรายเห็นสภาพของจ่อยก็ยิ้มพอใจดึงหญิงสาวมาหอมแก้มแล้วยัดเงินใส่ร่องอก ก่อนจะพยักพเยิดให้สมุนเอาตัวจ่อยไป...

ขณะที่จ่อยถูกอุ้มหายไปทางด้านหลัง เสือเปล่งจัดการมอมเหล้าสามผู้เฒ่าอยู่ในห้องโถงของโรงแรม ครั้นทั้งสามคนเมาได้ที่ เสือเปล่งแอบพยักหน้าให้กับสมุนสองคนที่ทำทีนั่งดื่มเหล้าอยู่ที่โต๊ะใกล้ๆอย่างรู้กัน

“เดี๋ยวข้อยคงต้องขอตัวก่อนเด้อ ตาเฒ่ากินไปบ่ต้องห่วงเฮื่องสะตุ้งสตางค์ ข้อยสั่งให้ลงบัญชีข้อยไว้แล้ว”

“โอ๊ย ขอบคุณหลายเด้อ บ่เคยคึดว่าคนเมืองโคราชสิมีน้ำใจกับคนบ้านนอกคอกนาอย่างเฮาเลย”

“บ่เป็นหยังดอก คนอีสานคือกัน ต้องมีน้ำใจให้กัน ข้อยไปแล้วเด้อ” เสือเปล่งคล้อยหลังไปไม่นาน สมุนสองคนของเขาก็เริ่มหาเรื่องท้าตีท้าต่อยกับสามผู้เฒ่าตามแผนการที่วางไว้

ooooooo

จากนั้นไม่นาน เสือเปล่งมายืนหลบมุมอยู่กับสมุนดูผลงานของตัวเองอยู่หน้าโรงแรม เห็นตำรวจหลายนายกำลังใส่กุญแจมือสามผู้เฒ่า อ่วม เข่งและแต้ม นำตัวไปใส่รถตำรวจ เฒ่าแต้มซึ่งมีแผลแตกที่หัวพยายามขอร้องให้ตำรวจปล่อยตัวพวกตนไป จะได้ไปหาหมอทำแผล ตำรวจส่ายหน้า

“บ่ได้ เมาแล้วอาละวาดพังข้าวของ ได้ติดคุกกันเบิ่ดล่ะบาดหนิ...ไป”

เสือเปล่งที่แอบดูอยู่ยิ้มพอใจที่แผนตัดกำลังคนของนายฮ้อยเคนสำเร็จไปอีกขั้น...

ด้านสุบิน เฒ่าอ่ำและจันทาหนีไม่พ้นเงื้อมมือสองเสือพ่อลูกเช่นกัน เข้าไปเล่นพนันในบ่อนจนเงินหมด เสือปรายทำทีใจดีเสนอให้ยืมเงินไปเล่นพนันต่อ การพนันไม่เคยทำให้ใครรวย ทั้งสามเสียเงินที่เพิ่งยืมจากเสือปรายอีก ครั้นถูกทวงถามก็ไม่มีเงินจะใช้คืน จึงต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนโดยมีเสือปรายกับพวกนักเลงพร้อมอาวุธครบมือตามไล่ล่า เฒ่าอ่ำบอกให้สุบินกับจันทาถ่วงเวลาพวกนั้นไว้ก่อน ตนจะรีบไปตามนายฮ้อยเคนมาช่วย

“เซาโลดเฒ่าอ่ำ หนีมาเล่นพนันเบิ่ดโตจังซี้ นายฮ้อยบ่ซอยเฮาดอกมีแต่ไล่ตะเพิดย่อนว่าผิดกฎทัพควาย”

“บักสุบินเว่าถืก นายฮ้อยบ่เอาเฮาไว้แน่ มีแต่เฮาต้องเอาโตรอดเองให้ได้” จันทาว่าแล้วหยิบท่อนไม้ใกล้มือขึ้นมา สุบินเห็นดีด้วยคว้าท่อนไม้ขึ้นมาเหมือนกัน คุยอวดว่านักเลงแค่นี้ตนจัดการได้ พวกโจรเหล็กไหลยังกระทืบมาแล้ว จันทาขานรับเป็นปี่เป็นขลุ่ย เรื่องแค่นี้ไม่ต้องถึงมือนายฮ้อยเคน พวกเราจัดการเองได้...

อุตส่าห์คุยอวดเอาไว้แต่สุบินกับจันทาทำได้ไม่สมกับราคาคุย โดนเสือปรายกับสมุนเล่นงานไม่กี่กระบวนท่าก็ถูกซัดลงไปหมอบหมดสภาพ แถมเฒ่าอ่ำยังโดนเสือปรายเอามีดสั้นแทงหน้าขาถึงกับร้องลั่นขู่ให้จันทากับสุบินหาเงินมาใช้หนี้ ไม่อย่างนั้นจะต้องทำตามที่ตนสั่ง ทั้งสามคนไม่มีใครกล้าหือ

“ดี กูตามจอบเบิ่งซุมมึงมาโดนแล้ว คนอย่างพวกมึงฆ่าตายไปก็เปล่าประโยชน์ มาเป็นพวกเดียวกับกูดีกว่า หนี้ที่ติดค้างกูสิยกให้เบิ่ด แล้วยังมีค่าจ้างงามๆให้หลายกว่าค่าควายของพวกมึงอีก”

ทั้งจันทา สุบินและเฒ่าอ่ำมองหน้ากันงงๆ เสือปรายต้องการอะไรกันแน่...

กว่านายฮ้อยเคนจะพาคำแก้วกลับมาถึงที่พักแรมตะวันตกดินไปแล้ว แต่ต้องแปลกใจที่พวกเข้าไปเที่ยวในเมืองยังไม่มีใครกลับมาสักคน คำแก้วตั้งข้อสังเกตคงจะติดลมอยู่กับพวกสาวๆปากแดงในโรงแรมนั่น

“แล้วสีโหกับบัวเขียวล่ะคำแก้ว สองคนนั่นคงบ่ได้ไปนำซุมนั่นอยู่แล้ว”

“อ้ายก็ คู่ข้าวใหม่ปลามันได้ไปเที่ยวทั้งที อ้ายสิให้ฟ้าวกลับมาได้จังได๋ล่ะ” คำแก้วมองโลกในแง่ดี นายฮ้อยเคนไม่เห็นผู้ช่วยโทนอยู่ช่วยผู้ช่วยถึกเฝ้ายามก็ถามหา ได้ความว่าเขาตามไปคุมความประพฤติของพวกเราที่ในเมือง คำแก้วเห็นว่าผู้ช่วยโทนไปด้วยก็ยิ่งไม่เป็นห่วง รับรองเขาจะต้องพาทุกคนกลับมาที่นี่ก่อนเที่ยงคืนตามกฎทัพควายแน่นอน นายฮ้อยเคนสีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด

“เจ้าอยู่แต่ที่เกวียนนี่ อย่าไปไสเด็ดขาด มืดค่ำแล้วคนหายไปหลายจังซี้ อ้ายต้องไปวางเวรยามให้แน่นหนากว่าเก่า...ไปซอยกันผู้ซอยถึก” สั่งเสร็จนายฮ้อยเคนจ้ำพรวดๆออกไปกับผู้ช่วยถึก

ooooooo

ผู้ช่วยโทนเริ่มจะเอะใจเช่นกันเมื่อเข้าไปตามหาพรรคพวกที่โรงแรมสื่อสวาทหาดสวรรค์กลับไม่เจอใคร แถมคนที่นั่นก็ไม่มีใครให้ความกระจ่างว่าพวกนั้นหายไปไหน ระหว่างที่กำลังบ่นให้บักมืดฟัง สุบินกับจันทาเดินเข้ามาหาในสภาพใบหน้ามีแต่รอยฟกช้ำ

“ทิดสุบิน ทิดจันทา พวกเจ้าไปเฮ็ดหยังมา”

สุบินอึกอักเอาแต่ก้มหน้าไม่กล้าสบตาผู้ช่วยโทน แต่คอยชำเลืองไปทางซอกหลืบไม่ไกลจากตรงนั้นนักซึ่งเป็นที่ที่เสือปรายเอามีดจ่อคอหอยคุมตัวเฒ่าอ่ำที่มีผ้าอุดปากไว้เป็นตัวประกันหากสุบินกับจันทาตุกติก บักมืดเห็นสุบินเงียบไปสะกิดถามว่ามีอะไรจะพูดก็พูดมาได้เลย แล้วนี่ใบหน้าของทั้งคู่ไปถูกเท้าใครมาถึงได้เป็นอย่างนี้ จันทากับพวกไปมีเรื่องที่บ่อนมาทั้งที่รู้ว่านายฮ้อยเคนห้ามเอาไว้แล้ว

“ข้อยขอขมาผู้ซอย ข้อยผิดไปแล้ว ต่อไปข้อยสิบ่เฮ็ดจังซี้ให้ผู้อื่นต้องเดือดฮ้อนนำ”

“ให้ผู้อื่นเดือดฮ้อน?...เจ้าหมายความว่าจังได๋”

“ก็...ก็ผู้อื่นเทิ้งเบิ่ดที่ผู้ซอยกำลังตามหาอยู่นั่นล่ะที่กำลังเดือดฮ้อนถูกจับตัวไป”

ทั้งบักมืดและผู้ช่วยโทนตกใจมากรีบตามสุบินกับจันทาไปยังโรงสีข้าวซึ่งใช้เป็นสถานที่กักขังพวกทัพควายโดยไม่รู้เลยว่านี่เป็นกับดัก ครั้นล่อผู้ช่วยโทนกับบักมืดมาติดกับได้ แทนที่จันทากับสุบินจะได้รับการปล่อยตัวอย่างที่เสือปรายรับปากกลับถูกเอามีดจี้คอ นำตัวไปมัดรวมไว้กับสีโห เฒ่าอ่ำและจ่อย โดยที่แสงโสมกับบัวเขียวถูกมัดติดกันแยกไว้ต่างหากจากพวกผู้ชาย...

ตีหนึ่งแล้วพวกที่เข้าเมืองก็ยังไม่กลับ แม้นายฮ้อยเคนจะเป็นห่วงแต่ก็ไม่อาจส่งคนไปตามได้เพราะจะทำให้ทัพควายไม่มีคนดูแล ผู้ช่วยถึกอาสาจะไปให้เอง นายฮ้อยเคนไม่ยอมเสี่ยงให้เขาไปคนเดียว

“ในทัพควายตอนนี่ผู้ที่มีฝีมือพอให้ข้อยไว้ใจได้ก็เหลือเจ้าผู้เดียวเถาะนั่น คั่นคืนนี้ยังบ่มีไผกลับมา ฟ้าแจ้งเมื่อได๋ ข้อยสิไปตามเอง” นายฮ้อยเคนมีสีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด...

ที่โรงสีข้าว สีโหซึ่งถูกมัดพยายามดิ้นรนเพื่อให้ตัวเองเป็นอิสระจะได้ไปช่วยบัวเขียวที่ถูกจับไว้เช่นกัน เสือปรายเข้ามากับสมุนเห็นพอดี กระชากตัวเขาขึ้นมาดึงผ้าปิดปากออกตะคอกใส่หน้าคิดจะทำอะไรกันแน่

“กูขอแลกเงินเถาะได๋ก็ได้ตามที่มึงเรียกร้องกับชีวิตของผู้สาว”

“น้ำหน้าอย่างพวกมึงนี่เบาะสิไปหาเงินมาจากไส”

สี​โห​จะ​เอา​ควาย​ไป​ขาย​แล้ว​เอา​เงิน​มา​ให้ เสือป​ราย​หัวร่อ​ร่า เขา​จะ​เอา​ควาย​ที่ไหน​มา​ขาย​ใน​เมื่อ​ตน​กับ​พวก​กำลัง​จะ​บุก​ไป​ปล้น​ควาย​ของ​เขา แล้ว​ชก​เขา​เลือด​กบปาก สี​โห​ไม่​สิ้นฤทธิ์​ง่ายๆถีบ​สมุน​จน​ทรุด​ก่อน​จะ​เอา​ขา​รัด​คอ​ไว้ เสือ​ป​ราย​รำคาญ​ที่​เขา​ฤทธิ์​มาก ​เอา​ด้าม​ปืน​กระแทกหน้า ช่วย​สมุน​ออก​มา​ได้​ทัน

“สงสัย​กู​ต้อง​ลาก​ผู้​สาว​ซุม​มึง​ไป​ให้​พ้น​หู​พ้น​ตา สิ​ได้​เซา​อวด​เก่ง​กัน​จัก​เถื่อ” เสือ​ป​ราย​ว่า​แล้ว​ลาก​บัว​เขียว​กับ​แสง​โสม​ออก​ไป ผู้​ช่วย​โทน​กับ​สี​โห​ได้​แต่​มอง​ตาม​ไม่​สามารถ​จะ​ทำ​อะไร​ได้...

เสือ​ป​ราย​กับ​สมุน​พา​บัว​เขียว​กับ​แสง​โสม​มา​ขังไว้​ใน​ห้อง​ซึ่ง​อยู่​ด้าน​ใน​สุด​ของ​โรงสี แสง​โสม​ดิ้น​จน​ผ้า​มัดปาก​หลุด​ด่า​เสือ​ป​ราย​สาด​เสีย​เท​เสีย เขา​ไม่​พอใจจะ​ปล้ำ​เธอ​ทำ​เมีย​ให้​รู้​แล้ว​รู้​รอด​ซุก​ไซ้​ไป​ทั่ว​ตัวอย่าง​หื่น​กระหาย แสง​โสม​แค้น​มาก​กัด​คอ​เขา​ถึง​กับ​ร้อง​ลั่น​ผลักเธอออก โดย​ไม่​รู้​ว่า​เธอ​แอบ​ขโมย​มีด​สั้น​ที่​เหน็บ​เอว​เขา​ไป

“อี​แสง​โสม มึง​เฮ็ด​กู​เจ็บ​ มึง​ต้อง​เจ็บ​หลาย​กว่า” เสือ​ป​ราย​เงื้อ​มือ​จะ​ตบ​สั่งสอน​แต่​เสือ​เปล่ง​เข้า​มา​ห้าม​เสียก่อน เสือ​ป​ราย​ไม่​พอใจ​จะ​เอาเรื่อง​แสง​โสม​ให้​ได้จะได้​หลาบจำ​ไม่​กล้า​หือ​กับตน​เอง​อีก

“มึง​มัน​หา​เ​ฮื่อ​ง​เอง กู​สั่ง​ไว้​ว่า​จัง​ได๋ งาน​ใหญ่​ยังบ่ทัน​แล้ว​อย่า​ฟ้า​ว​มา​ยุ่ง​กับ​มัน​จำ​ได้​บ่...​คราว​ที่​แล้ว​ที่​กู​ต้อง​เสีย​ลูกน้อง​ไป​เบิ่ด ​ต้อง​หนี​ตำรวจ​หัวซุกหัวซุน​ก็​ย่อ​น​สันดาน​แบบ​นี่​ของ​มึง​นี่​ล่ะ คั่น​ยัง​บ่​ฟัง​กู​อีก​เถื่อ​นี่​กู​สิ​กุด​หัว​มึงกับ​มือ​กู​เอง” เสือ​เปล่ง​เห็น​ลูก​ชาย​ยอม​ถอย ก็​เดิน​เข้าไป​หา​แสง​โสม​กับ​บัว​เขียว “เซาบ่​ต้อง​ย่าน ข้อย​สัญญา​ว่าสิ​บ่​ให้​ลูก​ชาย​ข้อย​มา​ยุ่ง​กับ​ซุม​เจ้า​อีก แต่​ต้อง​ตอบ​คำถาม​ข้อย​ข้อ​นึง​ก่อน”

“คำ​ถาม​อี​ห​ยัง”

“ข้อย​ได้ยิน​มา​ว่า​นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​มี​สมบัติ​มี​ค่า​อยู่ชิ้นหนึ่ง​เป็น​ของ​ดี​ที่​ไผ​ก็​อยาก​ได้ พวก​เจ้า​ฮู้บ่​ว่า​เป็น​อี​หยัง”

บัว​เขียว​ส่าย​หน้า​ไม่​รู้​ไม่​เห็น แสง​โสม​กลับตอบ​อย่าง​ฉะฉาน​ว่า​สมบัติ​มี​ค่า​ที่​เสือ​เปล่ง​พูด​ถึง​เป็น​ของ​ดี​ที่​คน​ชั่ว​ไม่​คู่ควร แม้แต่​เธอ​เอง​ก็​เคย​เจอ​ของ​ดี​นั่น​มา​แล้วแต่​กลับ​ไม่​เห็น​คุณ​ค่า เมิน​หน้า​ใส่​จน​ต้อง​ตก​ระกำ​ลำบากเยี่ยงนี้ ของ​ดี​ที่​ว่า​นั่น​ก็​คือ​ความ​ดี​ที่​ไว้​ปราบ​คน​ชั่ว​อย่าง​เขา​นั่นเอง เสือ​เปล่ง​โมโห​ตบ​เธอ​หน้า​หัน

“ถ่า​ให้​กู​ฆ่า​ซุม​มึง​ให้​เบิ่ด​ก่อน​เถาะ แล้ว​กู​สิ​ถ่า​เบิ่ง​ว่าความ​ดี​นั่น​สิ​ซอย​ให้​นาย​ฮ้อ​ย​มึง​รอด​ตาย​ได้​บ่”

ooooooo

นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​รู้​ข่าว​ว่า​สาม​ผู้​เฒ่า แต้ม เข่ง​และ​อ่วม​ถูก​ตำรวจ​จับ ​รีบ​ชวน​อาจารย์​เม้า​กับ​คำ​แก้ว​ไป​โรงพัก​เพื่อ​จะ​ประกัน​ตัว แต่​ทำ​ไม่ได้​เพราะ​ทาง​โรงแรม​เรียก​ร้อง​ค่าเสียหาย​ที่​ไป​ทะเลาะ​วิวาท​จน​ข้าวของ​พัง เงิน​ที่​เขา​มี​อยู่​แค่​พอ​ประกัน​ตัว​เท่านั้น​ไม่​พอ​จ่าย​ค่าเสียหาย

“นาย​ฮ้อ​ย​ซอย​ซุม​ข้อย​แน อย่า​ถิ่ม​ให้​ข้อย​ต้อง​ติด​คุก​หัว​โต​เลย ข้อย​ขอ​ขมา​ที่​บ่​ฟัง​คำสั่ง​นาย​ฮ้อ​ย”

อาจารย์​เม้า​ต่อว่า​ว่า​มา​รู้สึก​ผิด​ตอน​นี้​ไม่​สาย​เกินไป​หรือ ตอน​ไป​มี​เรื่อง​ทำไม​ไม่​คิด​ให้​ดี​ก่อน นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​รับปาก​จะ​ไม่​ยอม​ให้​ทั้ง​สาม​คน​ติด​คุก​หัว​โต​แน่นอน จะ​หา​ทาง​เอา​ควาย​ของ​ทั้ง​สาม​คน​ไป​ขาย​ น่า​จะ​ได้​เงิน​พอ​เอา​มา​ชดใช้​ค่าเสียหาย เฒ่า​แต้ม​ถึง​กับ​หน้าเสีย ​ถ้า​อย่างนั้น​พวก​ตน​ก็​ต้อง​นอน​ใน​คุก​ไป​ก่อน​หรือ

“ก็​แม่น​ซั่นตั๊ว ขาย​ควาย​พวก​มึง​บ่​ได้ แล้ว​นายฮ้อย​สิ​เอา​เงิน​มา​พา​ออก​จาก​คุก​ได้​จัง​ได๋” คำ​พูด​ของ​อาจารย์​เม้า​ทำเอา​สาม​ผู้​เฒ่า​ถึง​กับ​น้ำตา​ร่วง...

นอกจาก​สาม​ผู้​เฒ่า​ที่​ถูก​ตำรวจ​จับ นาย​ฮ้อ​ยเคน คำ​แก้ว​และ​อาจารย์​เม้า​ไม่​รู้​เลย​ว่า​พวก​ที่​เหลือ​หาย​ไปไหน​กัน​หมด อาจารย์​เม้า​ตั้ง​ข้อ​สังเกต​ว่า​ต้อง​มี​เรื่อง​ไม่​ดี​เกิด​ขึ้น​แน่ๆ เพราะ​ปกติ​ที่มา​เมือง​โคราช​ไม่​เคย​เป็น​แบบ​นี้

นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​โทษ​ตัว​เอง​ที่​ดูแล​ทุก​คน​ไม่​ทั่วถึง แต่เท่าที่​ได้​คุย​กับ​สาม​ผู้​เฒ่า​มี​เรื่อง​แปลก​เกิด​ขึ้น

“ซุม​ตา​เฒ่า​เ​ว่า​ว่า​คน​ที่​เลี้ยง​เหล้า​แล้ว​ออก​เงิน​ให้​บัก​จ่อ​ย​ให้​ขึ้น​ห้อง​กับ​ผู้​สาว​ก่อน​สิ​หาย​โต​ไป​ก็​คือพ่อ​ใหญ่​ที่มา​ฮับ​ซื้อ​ควาย​กับ​อ้าย​สี​โห​มื้อ​ก่อน”

อาจารย์​เม้า​สงสัย​ว่า​แปลก​ตรง​ไหน นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​เล่า​ว่า​ไม่​มี​พ่อค้า​รับ​ซื้อ​ควาย​ที่ไหน​ใจดี​เลี้ยง​ทั้ง​เหล้า​ทั้ง​ผู้​สาว​ให้​พวก​ค้า​ควาย​อย่าง​พวก​เรา มี​ก็​แต่​จะ​คอย​เอาเปรียบ

“แต่​อ้าย​มืด​เ​ว่า​ว่า​เพิ่น​มัก​ที่​อ้าย​เป็น​นาย​ฮ้อ​ย​คนดี​ซอย​เหลือ​ผู้คน​ตลอด​ทาง​บ่​แม่น​บ่”

“คำ​เ​ว่า​หวาน​หู​ไผ​ก็​เ​ว่า​ได้ ท่าทาง​เพิ่น​ต่างหาก​ที่​อ้าย​บ่​ไว้ใจ​ตั้งแต่​พ้อ​กัน​แล้ว​ ท่าทาง​เหมือน​โจร​หลายกว่า​พ่อค้า” พูด​ถึง​โจร​ขึ้น​มา​แล้ว​นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​รู้สึก​สังหรณ์ใจ​ชอบกล ​ชวน​อาจารย์​เม้า​กับ​คำ​แก้ว​กลับ​ไป​ที่​ทัพ​ควาย...

เป็น​อย่าง​ที่​นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​หวั่น​ใจ ​เสือ​เปล่ง เสือ​ป​ราย​กับ​พวก​บุก​มา​ปล้น​ควาย ไล่​ยิง​ชาว​ทัพ​ควาย​ต้อง​หนีกัน​จ้าละหวั่น ผู้​ช่วย​ถึก บุญ​เพ็ง ทิด​แสง​และ​พวก​ที่​เหลือ​ต่อสู้​อย่าง​สุดกำลัง​แต่​พวก​โจร​มี​มาก​กว่า​ทำให้​เสียเปรียบ เสือ​ป​ราย​เห็น​ผู้​ช่วย​ถึก​มี​ฝีมือ​ก็​อยาก​จะ​ลอง​ของ​ตรง​เข้าไป​ต่อสู้​ด้วย แม้​ผู้​ช่วย​ถึก​จะ​หลบ​คม​ดาบ​ของ​เสือ​ป​ราย​ได้​หลาย​ครั้ง​แต่​ก็​มี​ครั้ง​หนึ่ง​หลบ​ไม่​พ้น​ถูก​ฟัน​แขน​เลือดสาด ทิด​แสง​กับ​บุญ​เพ็ง​ต้อง​เข้าไป​ประคอง

“ซุม​เฮา​มี​กัน​ซำ​นี่ ฮับ​มือ​พวก​มัน​บ่​ไหว​แล้ว​ผู้​ซอย ขืน​สู้​ต่อ​ไป​ตาย​กัน​เบิ่ด​แน่”

ผู้​ช่วย​ถึก​มอง​ไป​รอบๆตาม​คำ​พูด​ของ​ทิด​แสงเห็น​ชาว​ทัพ​ควาย​ถูก​พวก​โจร​ทำร้าย​บาดเจ็บ​ไป​ตามๆกันก็​สั่ง​ให้​ถอย ชาว​ทัพ​ควาย​ไม่​รอ​ให้​สั่ง​ซ้ำ​ หนี​ตาย​เข้าไปในป่า เสือ​เปล่ง​หัวเราะ​ชอบใจ

“บ่​ต้อง​ตาม​ไป เหลือ​แต่​พวก​ขี้ขลาด​ตาขาว​เถาะนั่น ซำ​นี่​เฮา​ก็​ปล้น​ควาย​ของ​นาย​ฮ้อ​ย​ทมิฬ​มา​ได้แล้ว”

ooooooo

จาก​นั้น​ไม่​นาน นาย​ฮ้อ​ยเ​คน คำ​แก้ว​และอาจารย์​เม้า​กลับ​มา​ถึงที่​พัก​แรม​ต้อง​ตกใจ​เมื่อ​พบ​สภาพ​เกวียน​ที่​ล้ม​ระเนระนาด ข้าวของ​เครื่อง​ใช้​ถูก​รื้อ​ค้น​กระจัดกระจาย​ไม่​ต้อง​เดา​นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​ก็​รู้ทัน​ที​ว่า​ทัพ​ควาย​ถูก​ปล้น

“แล้ว​หมู่​เฮา​ที่​เหลือ​อยู่​ล่ะ​หาย​ไป​ไส​กัน​เบิ่ด หรือ​ว่า​ถูก...” อาจารย์​เม้า​พูด​ไม่ทัน​จบ มีเสียง​ดัง​ขึ้น

“นาย​ฮ้อ​ย...​นาย​ฮ้อ​ย​ซอย​ซุม​เฮา​แน”

ทุก​คน​หัน​มอง​ตาม​เสียง​เห็น​ทิด​แสง​ประคองผู้​ช่วย​ถึก​ออก​มา​จาก​ป่าละเมาะ​โดย​มี​บุญ​เพ็ง​กับ​ชาว​ทัพ​ควาย​ที่​ได้​รับ​บาดเจ็บ​กัน​ถ้วน​หน้า​เดิน​ตาม นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​รีบ​เข้าไป​ช่วย​ทิด​แสง​ประคอง​ผู้​ช่วย​ถึก​ที่​บาดเจ็บ​หนัก เขา​ขอโทษ​นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​ด้วย​ที่​ปกป้อง​ทัพ​ควาย​ไม่ได้ พูด​ได้​แค่​นั้น​เขา​ร้อง​ลั่น​ด้วย​ความ​เจ็บปวด นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​ช่วย​ดู​บาดแผล​ถูก​ฟัน​ให้​เห็น​มี​เลือด​ไหล​ก็​เรียก​ให้​คำ​แก้ว​เอา​ผ้า​มา​ห้ามเลือด

“เลือด​เจ้า​ไหล​ออก​มา​หลาย​จัง​ซี้ ข้อย​ต้อง​ฟ้า​วเฮ็ด​แผล​ให้​เจ้า​ก่อน”

“บ่...บ่​ต้อง​ห่วง​ข้อย​ดอก​นาย​ฮ้อ​ย​ ห่วง​ควาย​ของ​หมู่​เฮา​ดี​กว่า ควาย​เ​ทิ้ง​เบิ่ด​ของ​เฮา​ถูก​โจร​ปล้น​ไป​เบิ่ดแล้ว”

ทั้ง​ทิด​แสง บุญ​เพ็ง​ต่าง​ร้องห่มร้องไห้​เสียใจ​ที่​ไม่​สามารถ​ปกป้อง​ทั้ง​ควาย​และ​ทั้ง​ทรัพย์สิน​ไว้​ได้

นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​ขบ​กราม​แน่น​ด้วย​ความ​เจ็บใจ สั่ง​ให้​คำ​แก้ว​กับ​อาจารย์​เม้า​ดูแล​คน​เจ็บ​ที่​นี่​ก่อน อย่า​ให้​ใคร​เป็น​อะไร​ไป​เด็ดขาด สั่ง​เสร็จ​เขา​กระโดด​ขึ้น​ม้า​ควบ​ออก​ไป​ราว​จะ​แข่ง​กับ​พายุ คำ​แก้ว​ได้​แต่​มอง​ตาม​ด้วย​ความ​เป็น​ห่วง...

นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​เร่ง​ควบ​ม้า​ไล่​ตาม​พวก​เสือ​เปล่ง​จน​ทัน ยิง​ปืน​ขึ้น​ฟ้า​ขู่​ไม่​ให้​หนี เสือ​เปล่ง​กับ​พวก​พา​กัน​ชะงัก เขา​ตะโกน​สั่ง​ให้​บอก​มา​ว่า​เป็น​พวก​ไหน​ก๊ก​ใด​ที่​บังอาจ​มา​ปล้น​ควาย​ของ​พวก​ตน

“ได้...มึง​สิ​ได้​ท่องจำ​ชื่อ​กู​เอา​ไว้​บอก​ยมบาล​ว่า​นาย​ฮ้อ​ย​ทมิฬ​ที่​เ​ลื่อ​ง​ลือ​กัน​ทั่ว​อีสาน​เสียท่า​ให้​กู เสือ​เปล่ง”

“เสียท่า​ให้​พ่อ​กู​ เสีย​ทรัพย์​สมบัติ​แล้ว​ยัง​เสีย​ผู้สาว​ของ​มึง​ให้​กู เสือ​ป​ราย​ลูกเสือ​เปล่ง​นำ”

นาย​ฮ้อ​ย​หนุ่ม​เหมือน​จะ​เคย​ได้ยิน​ชื่อ​เสือ​เปล่ง​มา​ก่อน เสือ​ชั่ว​คุย​อวด​ว่า​ตน​เคย​เป็น​ลูกน้อง​ของ​นาย​ฮ้อ​ย​ผี​ที่​ฆ่า​ครอบครัว​นาย​ฮ้อ​ย​สิงห์​พ่อ​ของ​เขา​มา​แล้ว นาย​ฮ้อ​ยเคน​ยิ่ง​แค้น​เป็น​เท่า​ทวีคูณ​ลง​จาก​หลัง​ม้า​ตะลุย​เข้าหา ทุก​ครั้ง​ที่​เขา​ย่าง​เท้า​เกิด​ฝุ่น​ฟุ้ง​ไป​ทั่ว​แถม​ลม​พัด​กระโชก​ราวกับ​จะ​มี​พายุ ทำเอา​พวก​สมุน​มอง​หน้า​กัน​เลิ่กลั่ก รู้ทัน​ที​ว่า​นี่​ไม่​ใช่​นาย​ฮ้อ​ย​ธรรมดา แต่​เป็น​นาย​ฮ้อ​ย​ทมิฬ

“บ่​ต้อง​ไป​ย่าน​มัน เฮา​มี​ปืน​ตั้ง​หลาย​กระบอก​ยิง​พร้อม​กัน​นี่​ล่ะ มัน​สิ​สู้​ลูกปืน​ได้​ก็​ให้​มัน​ฮู้​ไป” เสือป​ราย​พูด​จบ​ชัก​ปืน​ขึ้น​มา​กระ​หน่ำ​ยิง พวก​สมุน​พา​กัน​ยิงใส่​นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​เช่น​กัน ครั้น​ลูก​กระสุน​เข้า​ใกล้​เป้าหมาย​กลับ​หยุด​ดื้อๆก่อน​จะ​ร่วง​ลงพื้น พวก​สมุน​พา​กัน​หน้าเสีย​ที่​กระสุนปืน​ทำ​อะไร​เขา​ไม่ได้ บาง​ส่วน​ถอยกรูด

“บ่​ต้อง​ไป​ย่าน​มัน ไผ​ซอย​กู​ฆ่า​มัน​ได้ กู​สิ​แบ่งควาย​ให้​ร้อย​โต” เสือ​เปล่ง​ตะโกน​ลั่น พวก​สมุน​ที่​เห็นแก่​ได้​ชัก​มีด​ประจำ​กาย​ขึ้น​มา​พร้อม​ตะลุย​ใส่​ศัตรู...

ด้าน​คำ​แก้ว​เป็น​ห่วง​นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​จน​เผลอ​ทำ​มีด​บาด​มือ​ตัว​เอง​ขณะ​ทำ​แผล​ให้​พวก​ชาว​ทัพ​ควาย ผู้​ช่วยถึก​ที่​ได้​รับ​การ​ทำ​แผล​เรียบร้อย​ก็​เป็น​ห่วง​เขา​เช่น​กัน ตัดสินใจ​คว้า​ดาบ​จะ​ตาม​ไป​ช่วย เธอ​ทักท้วง​ผู้​ช่วย​ถึก​ยัง​บาดเจ็บ​อยู่​จะ​ไป​ไหว​หรือ เขา​เจ็บ​แค่​นี้​ไม่​ถึง​ตาย ถ้า​แขน​ขา​ไม่​ขาด​ก็​ยัง​ช่วย​นาย​ฮ้อ​ย​ได้

ทิด​แสง​กับ​บุญ​เพ็ง​และ​ชาว​ทัพ​ควาย​ทุก​คน​คว้า​อาวุธ​เท่า​ที่​จะ​หา​ได้​ขอ​ไป​ช่วย​นาย​ฮ้อ​ยเ​คน​เช่น​กัน

ooooooo

เสือปรายไม่เชื่อว่านายฮ้อยทมิฬจะฆ่าไม่ตายควงดาบนำสมุนตะลุยเข้าหา นายฮ้อยเคนชักดาบออกจากฝักเข้าต่อกรด้วย พวกสมุนฝีมือด้อยกว่าถูกเล่นงานกระเด็นไปคนละทิศละทางกระทั่งเหลือแค่เสือปรายเท่านั้น นายฮ้อยเคนเล่นงานเขาจนล้มกลิ้ง ล้มหงายแต่ก็ไม่สิ้นฤทธิ์ง่ายๆยังควงดาบเข้าใส่อีก

นายฮ้อยเคนเบี่ยงตัวหลบแล้วฟันดาบเข้ากลางหลัง เสือปรายทรุดเลือดสาดพยายามจะคลานไปหาพ่อ ให้ช่วย เขาตามไปเหยียบหลังเอาไว้ สั่งให้เสือเปล่งยอมแพ้คืนควายและทรัพย์สินแลกกับชีวิตเสือปราย

“บักนายฮ้อยทมิฬก็เอาสิวะ มึงสั่งกูบ่ได้ดอก คั่นมึงฆ่าลูกกู คนของมึงเทิ้งเบิ่ดที่ถูกจับโตไว้ กูสิกุดหัวพวกมันมากองรวมกันให้มึงเบิ่ง มึงอยากให้กูเริ่มจากหัวไผก่อนล่ะ อีแสงโสมหรือว่าสิเป็นบักสีโหหรืออีบัวเขียว”

“บักห่า ป๋าซุมกูแล้วกูสิไว้ชีวิตมึงพ่อลูก”

“ลูกกูคนเดียวกับชีวิตลูกน้องมึงแปดคน แล้วยังควายอีกหลายร้อยโต มึงกล้ามาต่อรองได้จังได๋วะ ตกลงมึงเป็นพ่อค้าอีหลีบ่” เสือเปล่งหัวเราะเยาะลั่น นายฮ้อยเคนเจ็บใจกระทืบไปที่หลังเสือปรายถึงกับร้องลั่น เสือเปล่งขู่ถ้าเขาฆ่าลูกของตน แสงโสมจะต้องตายเป็นคนแรก นายฮ้อยเคนไม่มีทางเลือกจำต้องปล่อยเสือปราย

“มึงคึดถืกแล้วที่แลกชีวิตคนกับชีวิตควาย ไว้กูขายควายเบิ่ดแล้วกูสิป๋าคนของมึงให้กลับไป เท่ากับว่ามึงกับกูจบการค้าที่ลงตัว” เสือเปล่งหัวเราะชอบใจ ระหว่างนั้นคำแก้วนำพวกทัพควายที่เหลือมาถึง

“อย่าป๋าให้มันหนีไปได้อ้ายเคน” คำแก้วยกหน้าไม้เล็งไปที่เสือปราย นายฮ้อยเคนร้องห้ามแต่ไม่ทัน เธอยิงลูกดอกใส่กลางหลังเสือปรายเสียก่อน เขาล้มฟุบลงในอ้อมแขนของพ่อพอดี เสือเปล่งแค้นมากชักปืนยิงตอบโต้ พวกทัพควายวิ่งหนีตายเข้าที่กำบังกันจ้าละหวั่น พวกสมุนที่เหลือพากันยิงใส่เพื่อเปิดทางหนี

สถานการณ์ชุลมุนวุ่นวาย เสือเปล่งประคองเสือปรายไปหลบหลังเกวียนซึ่งบรรจุดินระเบิดไว้เต็ม แล้วจุดสายชนวนก่อนจะพากันหนี นายฮ้อยเคนจะไล่ตามแต่หันไปเห็นไฟที่สายชนวนลามไปถึงไหใส่ระเบิดก็ตะโกนเตือนทุกคนให้หลบ พลันมีเสียงระเบิดดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว นายฮ้อยเคนซึ่งอยู่ใกล้กับเกวียนบรรทุก กระเด็นไปตามแรงอัดของระเบิดถึงกับสลบเหมือด...

ในเวลาต่อมา เสือเปล่งประคองร่างอาบเลือดของเสือปรายกลับมาที่โรงสีข้าวซึ่งกักขังชาวทัพควายผู้ชายเอาไว้ พวกสมุนเห็นเข้าก็ตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น เสือปรายไปโดนอะไรมา

“บ่ต้องถาม บ่แม่นธุระของซุมมึง เฝ้าบักห่าซุมนี่ไว้ให้ดี ไผขัดขืนฆ่าได้เลย กูอนุญาต” สั่งเสร็จเสือเปล่งประคองเสือปรายเข้าไปด้านในโรงสี ผู้ช่วยโทนเห็นดังนั้นก็คิดหาทางหนี...

ด้านแสงโสมยังคงพยายามใช้มีดพกที่ฉกไปจากเสือปรายตัดเชือกที่มัดตัวเองแต่เชือกมัดแน่นมากทำให้ยากลำบากในการตัด ระหว่างนั้นเสือเปล่งประคองเสือปรายเข้ามา เธอจึงต้องหยุดตัดเชือกรีบเอามีดซ่อน เสือเปล่งฉีกเสื้อลูกชายออก พลิกดูด้านหลังเห็นมีแผลฉกรรจ์จากถูกฟันและถูกลูกดอกของคำแก้ว

“อีคำแก้ว อีห่าเอ๊ย มึงเฮ็ดลูกกู ถึงเวลากูเอาคืนได้เมื่อได๋กูสิเอาคืนมึงคนแรก” ด่าจบเสือเปล่งเอาเหล้ามาเทราดแผลเพื่อฆ่าเชื้อ เสือปรายร้องลั่น เสือเปล่งไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ บัวเขียวสบช่องร้องบอกให้เขาแก้มัด ตนจะช่วยเสือปรายเอง เขานิ่งคิดอยู่อึดใจก่อนจะตัดเชือกปล่อยบัวเขียวเป็นอิสระพร้อมกับเอาปืนจ่อหัว

“มึงอย่าคึดตุกติก บ่จังซั่นมึงเป็นศพแน่”

ooooooo

บัวเขียวหลอกล่อให้เสือเปล่งสนใจแต่ลูกชายที่บาดเจ็บเพื่อเปิดโอกาสให้แสงโสมเอามีดตัดเชือกมัดมือจนเป็นอิสระ เป็นจังหวะเดียวกับอาการของเสือปรายทรุดเริ่มชักกระตุกก่อนจะแน่นิ่งไป เสือเปล่งตกใจเอาหูแนบกับอกฟังเสียงหัวใจลูกชาย เปิดช่องให้แสงโสมย่องเข้ามาเอามีดแทงหัวไหล่

เสือเปล่งร้องลั่นกระชากมีดที่ปักคาออกหันไปตบแสงโสมหน้าหงายชักปืนจะยิงซ้ำ บัวเขียวพุ่งไปจับข้อมือยื้อแย่งปืนพลางร้องบอกให้แสงโสมหนีไปช่วยพวกผู้ชายไม่ต้องเป็นห่วงตน เธอรีบไปทำตามคำสั่ง

คล้อยหลังไม่นานมีเสียงปืนดังขึ้น สมุนได้ยินเสียงปืนจะตามมาดูก็ถูกแสงโสมเอาท่อนไม้ฟาดสลบเหมือด จากนั้นเธอเข้าไปช่วยแก้มัดให้พวกทัพควาย สีโหไม่เห็นบัวเขียวอยู่ด้วยก็ถามหา แสงโสมยังไม่ทันจะพูดอะไร เสือเปล่งประคองเสือปรายที่หมดสติออกมาจากห้องด้านในพร้อมกับลั่นกระสุนใส่

ผู้ช่วยโทนผลักแสงโสมพ้นวิถีกระสุนแต่ตัวเองกลับหลบไม่พ้นถูกยิงไหล่เลือดสาด สีโหคว้าปืนจากสมุนที่ทำตกพื้นยิงตอบโต้ เสือเปล่งเห็นท่าไม่ดีประคองลูกชายหนี แสงโสมลุกขึ้นมาได้รีบเอาผ้ามากดห้ามเลือดที่ไหล่ให้ผู้ช่วยโทน สีโหแก้มัดให้สุบินกับพวกเสร็จก็สั่งการทันที

“พวกเจ้าซอยผู้ซอยกับแสงโสมทางนี่ ข้อยสิไปตามหาบัวเขียว”...

ทางฝ่ายบัวเขียวถูกกระสุนที่ท้องเลือดไหลไม่หยุด รีบหาผ้ามาปิดแผลกระทั่งสีโหเข้ามาตามหา พอเห็นเธอก็ดีใจดึงตัวมากอดไว้ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เธอไม่อยากเป็นตัวถ่วงจึงโกหกว่าไม่เป็นอะไร

“อ้ายกับผู้อื่นล่ะ ปลอดภัยบ่”

“เฮาปลอดภัยกันแล้ว แต่ผู้ซอยโทนถืกยิง ส่วนเสือเปล่งมันพาลูกชายหนีไปได้” สีโหเหลือบเห็นเลือดที่ท้องบัวเขียวตกใจจะขอดูแผล เธอไม่ยอมให้ดู ปดว่าไม่ได้เป็นอะไรมากแผลนิดเดียวเอง ถึงทัพควายเมื่อไหร่จะให้อาจารย์เม้าทำแผลให้ แล้วเร่งให้รีบหนีเดี๋ยวพวกโจรกลับมาจะยุ่ง สีโหไม่ได้เอะใจอะไรรีบพยุงเธอออกไป...

ทางฝ่ายนายฮ้อยเคนฟื้นคืนสติขึ้นมาได้ก็ลุกพรวดจะเอาเรื่องคิดว่ายังต่อสู้อยู่กับเสือเปล่ง คำแก้วที่ดูแลเช็ดเนื้อตัวหน้าตาให้ต้องบอกให้เขาใจเย็นๆ เสือเปล่งกับพวกหนีไปแล้ว ชาวทัพควายปลอดภัยกันดี ควายที่ถูกปล้นก็ได้คืนมาครบทุกตัว แล้วถามเขาว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า

“อ้ายบ่เป็นหยังคำแก้ว เสือเปล่งมันบอกว่ามันได้โตแสงโสมกับหมู่เฮาที่หายโตไป เฮาต้องฟ้าวหาซุมนั่นให้พ้อ ก่อนที่มันสิลงมือฆ่าเบิ่ดทุกคน ย่อนสิแก้แค้นซุมเฮา” พูดจบนายฮ้อยเคนหันไปหยิบอาวุธ แต่ผู้ช่วยถึกเข้ามาแจ้งเสียก่อนว่าพวกเราที่หายตัวไปกลับมากันหมดแล้ว

ooooooo

ผู้ช่วยโทนที่ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืน มีจ่อยกับบักมืดช่วยประคองเข้ามาพร้อมกับแสงโสม โดยมีสุบินกับจันทาช่วยกันพยุงเฒ่าอ่ำตามมา นายฮ้อยเคน คำแก้วและผู้ช่วยถึกเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงรอดชีวิตมาได้ ผู้ช่วยโทนเล่าว่าพวกตนช่วยกันเล่นงานพวกเสือเปล่งที่จับตัวพวกเราไป

“ลูกชายมันบาดเจ็บหนัก เลยเปิดโอกาสให้เฮาเล่นงานมันได้”

นายฮ้อยเคนเห็นแผลที่ไหล่ผู้ช่วยโทนก็ร้องถามว่าไปโดนอะไรมา แสงโสมชิงตอบคำถามแทนว่าเสือเปล่งจะยิงเธอแต่ผู้ช่วยโทนเอาตัวบังกระสุนให้ก็เลยโดนกระสุนเสียเอง นายฮ้อยเคนตรวจดูแผลของเขาแล้ว สั่งให้ผู้ช่วยถึกพาตัวไปให้อาจารย์เม้าช่วยรักษาแผลให้ คำแก้วไม่เห็นสีโหกับบัวเขียวกลับมาด้วยก็ถามหา

“ตามหลังมาพู้น บัวเขียวบาดเจ็บก็เลยช้ากว่าผู้อื่น” คำตอบของบักมืดทำให้คำแก้วไม่สบายใจชวนนายฮ้อยเคนตามไปดู เจอบัวเขียวทรุดอยู่กับพื้นโดยมีสีโหคอยประคองก็ตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“บัวเขียวบาดเจ็บมาแต่บ่ยอมให้อ้ายเบิ่งแผล อ้างแต่ว่าต้องฟ้าวหนีโจรบ่อยากเป็นภาระผู้อื่น”

“ขอข้อยเบิ่งแผลเจ้าแนบัวเขียว” นายฮ้อยเคนจะเปิดผ้าดูแผลที่ท้องแต่บัวเขียวจับมือเอาไว้

“นายฮ้อย...โจรซุมนั่น มันบาดเจ็บอยู่...ข้อยฮู้ว่ามัน...มันอยู่หม่องได๋ นายฮ้อยต้องฟ้าวไปจัดการมัน... มันจะได้บ่กล้า...มาเล่นงานเฮาอีก”

คำแก้วขอร้องให้บัวเขียวเลิกเป็นห่วงคนอื่น ให้ห่วงตัวเองบ้าง ตอนนี้พวกเราปลอดภัยแล้ว เธอถึงได้ยอมให้นายฮ้อยเคนดูแผลที่ท้อง เขาเห็นบาดแผลของเธอถึงกับอึ้ง...

ระหว่างที่สีโหรอให้นายฮ้อยเคนรักษาอาการบาดเจ็บให้บัวเขียว บักมืดที่เพิ่งรู้ว่าเธอเจ็บหนักก็เข้ามาต่อว่าว่าเธอเจ็บหนักตั้งแต่อยู่ในเมืองแล้วทำไมสีโหซึ่งเป็นคนดูแลเธอถึงไม่เอะใจอะไรบ้าง เขาอ้างว่าบัวเขียวไม่ยอมให้ดูบาดแผล ได้แต่บอกว่าไม่เป็นอะไรมาก สั่งให้รีบกลับมาทัพควายเพื่อเตือนนายฮ้อยเคน

“บักห่าเอ๊ย มึงมันโง่หลาย มึงเป็นผัวบัวเขียวได้จังได๋ บ่ได้ฮู้จักนิสัยบัวเขียวเล้ย บัวเขียวห่วงแต่ผู้อื่น บ่เคยห่วงโตเอง ต่อให้เจ็บเจียนตายก็บ่เว่าออกมาจั๊กคำ ขอแค่ให้ผู้อื่นปลอดภัยก่อน เฮื่องแค่นี่ มึงบ่ฮู้ได้จังได๋วะ”

“กู...บ่ทันได้คึด กูแค่อยากให้ทุกคนรอด บ่อยากให้โจรเจ้าเล่ห์ซุมนั่นมันเล่นงานผู้อื่นอีก”

“บักห่า...ฮู้ตอนนี่มันก็สายไปแล้ว” บักมืดโมโหสุดขีดต่อยหน้าสีโหเลือดกบปาก คำแก้วเข้ามาเห็นรีบขวางไว้ โวยลั่นว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมต้องตีกันเอง สีโหโทษตัวเองที่ดูแลบัวเขียวไม่ดีทำให้ต้องเจ็บหนัก คำแก้วเห็นเขาร้องไห้ก็สงสาร ปลอบว่าไม่ใช่ความผิดของเขา บักมืดโพล่งขึ้นอย่างเหลืออดจะไม่ใช่ได้อย่างไร

“เซาได้แล้วอ้ายมืด บ่มีไผอยากให้เป็นจังซี้ดอก สถานการณ์จังซั่นเป็นข้อยเป็นอ้ายสีโหก็ต้องเฮ็ดอย่างนั่น ย่อนว่าอยากปกป้องทัพควายเฮา” คำพูดของคำแก้วทำให้บัดมืดสำนึกผิดที่ทำรุนแรงกับเพื่อนรัก จึงเข้าไปพยุงเขาให้ลุกขึ้น ขอโทษที่ขาดสติ ตนแค่เป็นห่วงบัวเขียวก็เลยใส่อารมณ์มากไปหน่อย สีโหไม่ได้เป็นคนผิด พวกโจรต่างหากที่ผิด สีโหไม่ถือโทษโกรธอะไรบักมืดแล้วหันไปถามคำแก้วว่าบัวเขียวเป็นอย่างไรบ้าง

“ให้นายฮ้อยเป็นคนบอกอ้ายเองดีกว่า”

ooooooo

อาการของบัวเขียวเข้าขั้นวิฤกติเนื่องจากเสียเลือดมาก จะพาไปหาหมอในเมืองก็ไม่สามารถทำได้ นายฮ้อยเคนจึงสั่งให้จ่อยกับทิดแสงรีบไปตามหมอมาที่นี่ แต่กว่าจะมาถึงก็ต้องเป็นวันพรุ่งนี้

สีโหเห็นสีหน้าของเขาก็ใจคอไม่ดี “นายฮ้อยเฮ็ดหน้าจังซั่นหมายความว่าจังได๋”

“ข้อยอยากให้บัวเขียวอยู่กับเฮาไปโดนๆ แต่อาการตอนนี่คงต้องแล้วแต่บุญแต่กรรมที่บัวเขียวเฮ็ดไว้”...

เมื่อได้อยู่ตามลำพังกับนายฮ้อยเคน คำแก้วพยายามหลอกตัวเองว่าเขาคิดผิดเรื่องอาการบาดเจ็บของบัวเขียวใช่ไหม เขาเองก็อยากให้เป็นอย่างนั้น แล้วหันไปปัดข้าวของใกล้มือระบายอารมณ์

“โธ่เว้ย คึดว่าหลังจากเบิดเฮื่องฮ้ายๆที่ต้องเสียจันแดงไปแล้ว เฮาสิเดินทางกันได้อย่างราบรื่น ได้ค้าควายได้เงินเมือบ้านไปพลิกผืนดินที่มันแห้งแล้งให้มีชีวิตอีกเถื่อ แต่ก็ต้องมาพ้อกับโจรเจ้าเล่ห์ ลูกน้องนายฮ้อยผีอีก ตอนนี่อ้ายบ่ฮู้แล้วว่าความเจ็บความตายที่เกิดขึ้นกับหมู่เฮาในทัพควายมันเป็นย่อนว่าการเดินทางที่ต้องพ้ออันตรายระหว่างเดินทางคือทัพควายอื่นๆ หรือย่อนว่าอดีตของอ้ายกำลังตามเล่นงานให้คนของหมู่เฮาต้องมารับเคราะห์ไปนำ” นายฮ้อยเคนพูดไปน้ำตาคลอไปด้วย คำแก้วเข้าไปกอดปลอบใจว่าอย่าโทษตัวเอง

“พวกมันตั้งใจปล้นคนบริสุทธิ์เอาเปรียบคนสุจริตตั้งใจทำมาหากินบ่แม่นทัพควายของอ้าย ทัพควายอื่นก็ต้องพ้อมันคือกัน อ้ายคือนายฮ้อยคนดี คอยซอยเหลือชาวบ้านให้พ้นจากความทุกข์ยาก มันก็บ่แปลกดอกที่อ้ายสิเป็นศัตรูกับโจรชั่ว คั่นบ่มีอ้ายจักคน หมู่เฮาก็คงเดือดฮ้อนมากกว่านี่หลาย”

“ขอบใจเจ้าหลายคำแก้ว” นายฮ้อยเคนกอดเธอตอบ ทั้งคู่มัวแต่คุยกันไม่ทันเห็นเฒ่าอ่ำแอบฟังอยู่...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน แสงโสมมาแอบดูที่เกวียนของผู้ช่วยโทน เห็นเจ้าของเกวียนนั่งเอามือกุมแผลที่หัวไหล่ซึ่งได้รับการทำแผลเรียบร้อย ครั้นจะเอื้อมมือไปหยิบกระบอกไม้ไผ่ใส่น้ำมาดื่มก็ยกมือไม่ขึ้น เธอเห็นดังนั้นเข้ามาช่วยหยิบให้ แล้วถามว่าอยากได้อะไรอีกหรือเปล่าจะได้ไปหยิบมาให้ เขาไม่ตอบกลับเดินวนรอบตัวเธอ อยากจะดูว่าเธอถูกตีหัวมาหรือเปล่า ถึงได้ทำให้สันดานเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ มีน้ำใจรู้จักสนใจผู้อื่น

“อ้ายโทน ข้อยมีน้ำใจมาเบิ่งแยง ย่อนว่าอ้ายยอมเสี่ยงสละชีวิตซอยเหลือข้อย แต่คั่นอ้ายบ่อยากฮับข้อยไปก็ได้ เบิ่งแยงโตเองไปเถาะ”

“อ้ายเบิ่งแยงโตเองได้บ่ต้องห่วงดอก แฮงเกิดเฮื่องจังซี้ แฮงสอนให้อ้ายต้องระวังโตจากผู้หญิงอย่างเจ้า”

แสงโสมกำลังจะไปถึงกับชะงักหันมาถามอย่างเอาเรื่องพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร ผู้ช่วยโทนรุกไล่เข้าหาจนเธอต้องถอยร่นพร้อมกับอธิบายให้ฟังว่าตอนที่ถูกโจรจับตัวไว้ เขาได้ยินพวกมันคุยกันว่าเธอเคยวางแผนจะให้พวกมันจับตัวเขา แสงโสมอึกอักไม่รู้จะหาคำแก้ตัวอย่างไร เขายังคงรุกไล่ไม่หยุด

“ความลับมันบ่มีในโลกดอกแสงโสม มันมีแต่ฮู้ช้าหรือฮู้เร็วเถาะนั่น ตอนที่อ้ายได้ยินซุมมันเว่ากัน อ้ายก็คึดว่าเป็นไปบ่ได้ ต่อให้ซังอ้ายหลายซำได๋ แต่

เจ้าก็บ่น่าสิหันไปฮ่วมมือกับโจรมาเฮ็ดฮ้ายนายฮ้อยเคนที่ดีกับเจ้า ซอยชีวิตเจ้ามาตลอด แต่อ้ายมาคึดดีๆแล้ว ท่าทางที่เสือปรายเทิ้งเฮ็ดเทิ้งเว่ากับเจ้า มันซอยยืนยันได้ว่าเจ้าฮ่วมมือกับโจรอีหลี” ผู้ช่วยโทนตะคอกใส่หน้า แสงโสมตกใจสะดุดขาตัวเองหกล้ม

“ข้อยขอขมา ข้อยก็แค่อยากสั่งสอนอ้ายผู้เดียวบ่ได้คึดว่าสิกลายเป็นเครื่องมือให้โจรหลอกใช้” แสงโสมคร่ำครวญทั้งน้ำตาก่อนจะวิ่งหนี ผู้ช่วยโทนเป็นห่วงรีบวิ่งตาม

ooooooo

ผู้ช่วยโทนเจอแสงโสมนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่เพียงลำพัง พอหันมาเห็นเขา เธอปาดน้ำตาทิ้งลุกพรวดขึ้นยืน

“อ้ายสิมาเอาโตข้อยไปให้นายฮ้อยแม่นบ่ จับโตข้อยไปเลย ข้อยสิบ่ขัดขืน ยอมฮับการลงโทษจากนายฮ้อย อยากตัดสินข้อยจังได๋ก็ได้ ข้อยยอมแล้ว” แสงโสมเห็นผู้ช่วยโทนยืนนิ่ง จัดแจงจะไปมอบตัวด้วยตัวเอง เขาคว้าแขนเธอไว้ ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้นในฐานะที่เขาเป็นผู้ช่วย ตอบคำถามมาก่อนแล้วเขาจะตัดสินเธอเอง

“เจ้าวางแผนกับเสือปรายคึดสิลากโตอ้ายไปอีหลีบ่”

แสงโสมยอมรับว่าเป็นความจริง แต่ไม่ได้คิดร้ายกับเขาแม้แต่น้อย แค่อยากสั่งสอนให้เขาเลิกตอแยปล่อยเธอไปตามทางของเธอไม่ต้องมาตามหาอีก ผู้ช่วยโทนตัดพ้อนี่เกลียดขี้หน้าเขาขนาดนี้เลยหรือ เธอไม่ได้เกลียดชังอะไรเขาแค่อยู่ใกล้เขาไม่ได้เท่านั้น เขาสงสัยทำไมถึงอยู่ใกล้ไม่ได้ แสงโสมไม่กล้าตอบคำถามขยับจะเดินหนี เขารั้งตัวไว้ไม่ให้ไป คาดคั้นให้ตอบคำถามมาก่อน ทีแรกเธอไม่ยอมพูดอะไรแต่พอถูกรุกหนักจึงยอมเปิดปาก

“ตอบก็ได้ คั่นข้อยยอมแต่งงานกับอ้ายตามคำสั่ง อ้ายก็ต้องมากอดมาหอมข้อยทุกมื้อ พ้อจังซั่นเรื่อยๆข้อยก็ย่านว่ามื้อนึงข้อยสิเผลอใจฮักอ้ายเข้าให้อีหลี”

“หา...ว่าจังได๋นะ เจ้าย่านว่าความใกล้ชิดสิเฮ็ดให้เจ้าเผลอใจฮักอ้ายเข้าให้อีหลี จังซั่นก็หมายความว่าที่ผ่านมาเจ้าก็แอบฮักอ้ายอยู่แล้วแม่นบ่” ผู้ช่วยโทนเห็นแสงโสมเอาแต่หลบสายตาตะคอกใส่ให้ตอบคำถาม เธอเริ่มจะหัวเสียขึ้นมาบ้าง ผลักเขาออกห่างพลางตะคอกกลับ

“บ่ต้องตะคอกใส่หน้าแล้ว น้ำลายกระเด็นเต็มหน้าข้อยเบิ่ด ข้อยยอมฮับผิดทุกเฮื่อง ตอบทุกคำถามไปเบิ่ดแล้ว ที่เหลือก็อยู่ที่อ้ายนั่นล่ะ อยากไปฟ้องนายฮ้อยให้ตัดสินข้อยจังได๋ก็เฮื่องของอ้าย ข้อยสิบ่หนีไสอีก” ว่าแล้วแสงโสมเดินกระแทกเท้าปังๆๆออกไป ผู้ช่วยโทนมองตามยิ้มชอบใจ

“ผู้ฮ้ายปากแข็ง จักมื้อเถาะ สิจับให้มั่นเค้นให้ยอมฮับให้ได้”...

ขณะที่ผู้ช่วยโทนพอจะรู้เดาออกว่าแสงโสมรู้สึกอย่างไรกับตัวเอง บัวเขียวรู้ตัวว่าคงจะไม่รอดจึงขอให้สีโหช่วยหยิบแหวนทองวงนั้นให้หน่อย พร้อมกับขอร้องให้เขาสวมให้

“ได้บัวเขียว อ้ายสิสวมแหวนให้เจ้าแล้วเจ้าต้องฮับปากว่าเจ้าสิอยู่กับอ้ายไปชั่วชีวิต ค้าควายเสร็จแล้วเฮาสิเมือบ้านไปเฮ็ดไร่เฮ็ดนา ต่อสู้กับความแห้งแล้งพลิกฟื้นผืนนาให้กลับมามีชีวิตนำกัน”

“ข้อย...ข้อยสัญญาเด้ออ้าย ข้อยบ่เคยมีบ้านเป็นหลักแหล่งมาก่อน สว่างแดนดินสิเป็นบ้านของข้อยตลอดไป” บัวเขียวน้ำตาไหลพรากรู้แก่ใจดีว่าไม่มีทางที่ตัวเองจะอยู่รอดถึงวันพรุ่งนี้ สีโหบรรจงสวมแหวนให้ แล้วจูบหน้าผากเธอด้วยความรักสุดหัวใจ ขอให้เธออดทน อีกไม่นานหมอก็จะมาถึงแล้ว

“จ้ะอ้าย ข้อย...ข้อยมีเฮื่องอยากขอให้อ้ายซอยอีกเฮื่อง”...

เรื่องที่บัวเขียวขอร้องสีโหก็คืออยากจะร้องหมอลำให้ชาวทัพควายฟังเป็นครั้งสุดท้าย ตอบแทนที่ช่วยเหลือเธอไว้และจะได้เป็นขวัญเป็นกำลังใจให้ทุกคนหลังจากเจอกับเรื่องร้ายๆจะได้มีแรงเดินหน้าต่อสู้กันต่อไป

นายฮ้อยเคนเห็นสีหน้าที่พยายามกลั้นน้ำตาของสีโหก็พอจะเดาอะไรออกจึงพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต

“เอื้อย แต่สภาพตอนนี่บ่ควรลุกขึ้นมาเดินไป เดินมา กลับไปนอนพักถ่าหมอมาเถาะ”

“คำแก้ว ป๋าให้สีโหพาบัวเขียวไปเถาะ บัวเขียวบ่เป็นหยังแล้ว” นายฮ้อยเคนบีบไหล่คำแก้วให้ทำตาม

“มานำกันกับเอื้อยเถาะคำแก้ว ทุกข์ยากสิได้ถูกปัดเป่าออกไปจากทัพควาย” บัวเขียวฝืนยิ้มทั้งที่เจ็บหนัก

ooooooo

ลานดินกว้างกลางที่พักแรมของทัพควายถูกเนรมิตให้เป็นเวทีสำหรับวงหมอลำ ครั้นเสียงเพลงดังขึ้น บัวเขียวออกมาร้องและเซิ้งหมอลำ พยายามอดทนต่อความเจ็บปวดไม่แสดงออกให้ใครเห็น ทุกคนในทัพควายออกมาเซิ้งตามเสียงเพลงกันอย่างสนุกสนาน คำแก้วกับแสงโสมยืนมองบัวเขียวด้วยความเป็นห่วง

“อ้ายเคน สิป๋าให้เอื้อยเฮ็ดจังซี้อีหลี ข้อยย่านว่า...” คำแก้วยังพูดไม่ทันจบ นายฮ้อยเคนชิงพูดขึ้นเสียก่อน

“เบิ่งเถาะคำแก้ว นี่คือหัวใจของนักสู้ที่บ่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา หัวใจของนักสู้อีสาน”

บัวเขียวหันมายิ้มให้คำแก้วกับแสงโสม พลางกวักมือเรียกให้เข้ามาเซิ้งด้วยกัน คำแก้วถึงกับน้ำตาคลอเบ้าเข้าใจถึงหัวใจนักสู้ของบัวเขียว ฝืนยิ้มตอบแล้วเดินเข้าไปหา แสงโสมรู้สึกเช่นเดียวกันตามเข้าไปเซิ้งร่วมกับคำแก้ว บัวเขียวทนฝืนร้องหมอลําได้แค่ครึ่งเพลงก็เริ่มไม่ไหว คำแก้วกับแสงโสมเห็นอาการของเธอไม่ค่อยดีรีบเข้าไปประคองทำให้เธอมีแรงฮึดกลับมาร้องเพลงได้อีกครั้ง บักมืดมองอย่างใจคอไม่ดี

“บักสีโห กูว่ามึงไปห้ามให้บัวเขียวเซาเฮ็ดจังซี้เถาะ กูหลูโตนบัวเขียวหลาย”

“บัวเขียวขอฮ้องกูไว้ว่านี่คือการตอบแทนน้ำใจของชาวทัพควาย บ่ว่าสิเกิดหยังขึ้น ห้ามกูขวางเด็ดขาด”

อาจารย์เม้าเข้ามาแตะบ่าทั้งคู่พลางปลอบให้เข้มแข็งเข้าไว้อย่าให้บัวเขียวเสียความตั้งใจ บักมืดกับสีโหพยักหน้ารับคำ ปาดน้ำตาทิ้งก่อนจะออกไปเซิ้งร่วมกับคนอื่น บัวเขียวทนต่อไปไม่ไหวค่อยๆถอยห่างจากทุกคน นายฮ้อยเคนรู้งาน เข้ามาประคองเอาไว้ เธอเสียใจที่ไม่อาจร้องหมอลำจนจบเพลงได้ เธอทำเต็มที่แล้ว

“ขอบใจเจ้าหลาย เจ้าเฮ็ดเพื่อหมู่เฮามากพอแล้ว ถึงเวลาที่เจ้าควรสิได้พักผ่อนแล้ว” พูดจบนายฮ้อยเคนอุ้มบัวเขียวซึ่งอยู่ในสภาพอ่อนแรงเต็มทีออกไป คำแก้ว สีโหกับบักมืดและแสงโสมรีบเดินตาม นายฮ้อยเคนพาบัวเขียวมานอนที่แคร่ เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าได้ยินเสือเปล่งคุยกับเสือปรายว่าจะหนีไปกบดานที่ชุมโจรบ้านคง

“ในฐานะที่ข้อยเป็นนายฮ้อยของเจ้า ข้อยสิเรียกร้องความยุติธรรมมาให้เจ้านำมือข้อยเอง”

คำแก้วกับแสงโสมเข้ามาล่ำลาบัวเขียวด้วยน้ำตานองหน้า เธอขอร้องสองสาวให้ลดทิฐิแล้วหันหน้าเข้าหากัน ทั้งคู่สัญญาจะทำตามที่เธอขอร้อง บัวเขียวดีใจที่สองสาวปรับความเข้าใจกันได้ จากนั้นสีโหกับบักมืดเข้าไปล่ำลาบัวเขียวเป็นครั้งสุดท้ายเช่นกัน ไม่กี่อึดใจถัดมา เธอก็จากไปอย่างสงบ ยังความเสียใจให้กับทุกคน

พิธีเผาศพบัวเขียวถูกจัดขึ้นในค่ำวันนั้นเลย ท่ามกลางความเสียใจของทุกคน โดยเฉพาะสีโหที่ร้องไห้ไม่หยุดเอาผ้าโพกหัวของบัวเขียวมากอด เอาแหวนทองของบัวเขียวมาร้อยเชือกเอาติดตัวไว้ดูต่างหน้า

ooooooo

นายฮ้อยเคนจะไม่ยอมให้บัวเขียวต้องตายเปล่า เตรียมอาวุธคู่กายพร้อมเสบียงและม้าออกเดินทางไปตามล่าตัวเสือสองพ่อลูกที่ชุมโจรบ้านคงตามที่บัวเขียวบอกไว้ก่อนตายโดยไม่บอกกล่าวใคร แม้แต่คำแก้ว ทำให้เธอเป็นห่วงที่อยู่ดีๆเขาหายตัวไป...

ที่ชุมโจรบ้านคง เสือเปล่งดูแลรักษาอาการบาดเจ็บของเสือปรายจนดีขึ้นเป็นลำดับ โดยไม่ลืมเตือนลูกชายทีหน้าทีหลังอย่าได้อวดเก่งไปสู้ซึ่งๆหน้ากับนายฮ้อยทมิฬ เพราะตนจะไม่อยู่ช่วยอีกแล้ว เสือปรายแค่อยากได้ชื่อว่าเป็นคนฆ่านายฮ้อยทมิฬเพราะจะทำให้ชื่อเสียงของเขาโด่งดังไปทั่วอีสาน เสือเปล่งขอให้เขาเลิกคิดเรื่องนี้ได้แล้ว มีเพียงนายฮ้อยผีคนเดียวเท่านั้นที่จะฆ่ามันได้ แล้วสั่งให้เขาเก็บข้าวของเพื่อเดินทางต่อ

เสือปรายสงสัยจะรีบไปไหน เสือเปล่งจะพาเขาไปดงพญาเย็น ตอนนี้มีแต่นายฮ้อยผีเท่านั้นที่คุ้มครองเราสองคนพ่อลูกได้และอีกไม่นานนายฮ้อยทมิฬมันต้องออกตามหาเราแน่

จากนั้นไม่นานสองเสือพ่อลูกคว้าห่อผ้าใส่สัมภาระเดินออกจากกระท่อมที่พัก เจอเซียงหัวหน้าชุมโจรกับสมุนที่หน้ากระท่อม เสือเปล่งขอบใจเขามากที่ช่วยให้ที่พักพิง เราพ่อลูกคงจะอยู่ที่นี่ต่อไม่ได้อีกแล้ว ทั้งตำรวจทั้งนายฮ้อยทมิฬกำลังตามล่าตัวอยู่จะพาลให้เซียงพลอยเดือดร้อนไปด้วย ระหว่างนั้นสมุนของเซียงเข้ามารายงานว่านายฮ้อยทมิฬเข้ามาในพื้นที่ของเราแล้ว แถมมาคนเดียวอีกต่างหาก

“มันช่างกล้าอีหลี เฮามีกันหลายพร้อมจัดการมันได้แน่”

“อย่าเสี่ยงดีกว่าบักเซียง ของดีที่มันพกติดโตจนนายฮ้อยผียังอยากได้คืออีหยังก็บ่ฮู้” เสือเปล่งเตือนด้วยความหวังดี แทนที่เซียงจะเกรงกลัวกลับชักดาบขึ้นมาชี้หน้าจะไม่ยอมปล่อยให้สองพ่อลูกไปไหนเด็ดขาด ต้องอยู่ช่วยตนจัดการนายฮ้อยทมิฬและชิงของดีที่นายฮ้อยผีอยากได้มาให้ตนก่อน เสือเปล่งถึงกับหน้าถอดสี

ooooooo

ครั้นนายฮ้อยเคนบุกมาถึงชุมโจร เซียงบังคับให้เสือเปล่งกับเสือปรายออกไปหลอกล่อเขาเพื่อให้ตนเองกับสมุนที่ซุ่มดูอยู่ใช้ลูกดอกจุ่มยางน่องซึ่งมีพิษร้ายแรงเล่นงานเขา เสือเปล่งกับเสือปรายเข้าไปต่อสู้กับนายฮ้อยเคนแต่สู้ไม่ได้ถูกอัดล้มกลิ้งล้มหงาย เซียงสบช่องยิงลูกดอกใส่แต่พลาดเป้าไปถูกเสือปรายแทน

“ฉิบหาย มันฮู้โตแล้ว พวกเราลุย” เซียงสั่งเสร็จชักดาบลุยเข้าหานายฮ้อยเคนโดยมีสมุนตามเข้ามาช่วย

นายฮ้อยเคนผลักเสือปรายพ้นทาง ตะลุยเข้าหาเซียงกับพวกอย่างไม่เกรงกลัว ขณะที่เสือปรายถูกยางน่องพยายามคลานหนีไปหาพ่อเพื่อขอให้ช่วยพาหนี เสือเปล่งเห็นสภาพลูกชายที่ดูท่าแล้วไม่น่าจะรอด เกรงจะเป็นตัวถ่วงตัดสินใจหนีเอาตัวรอดทิ้งให้ลูกชายนอนหายใจรวยริน

นายฮ้อยทมิฬเห็นดังนั้นก็รีบต่อสู้กับเซียงและพวกเพื่อจะตามไปเอาตัวเสือเปล่ง ในที่สุดก็จัดการพวกโจรได้ราบคาบ จากนั้นเร่งฝีเท้าตามล่าเสือเปล่งที่หนีกระเซอะ กระเซิงเข้าไปซ่อนตัวอยู่ใต้กองใบไม้ในป่า ครั้นเห็นนายฮ้อยเคนตามหาใกล้เข้ามาทุกขณะ เขาคว้าตะกรุดที่ห้อยคอตัวเองขึ้นมาอธิษฐานขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยอย่าให้ต้องมาตายด้วยน้ำมือนายฮ้อยเคนเลย ถ้าตนรอดไปได้จะล้มควายสิบตัวถวาย

พลันมีเสียงร้องเรียกนายฮ้อยเคนดังขึ้น เขาหันขวับไปมองเห็นผู้ช่วยโทนเดินเข้ามาหา

“ตามหานายฮ้อยจนทั่วกว่าสิพ้อ เฮาเป็นห่วงกันแทบแย่” ผู้ช่วยโทนเห็นนายฮ้อยนิ่วหน้าสงสัย รีบอธิบาย “คำแก้วขอให้ข้อยกับผู้ซอยถึกแล้วก็ทิดสุบิน จันทาพากันมาตามหานายฮ้อย ย่านว่านายฮ้อยสิรับมือซุมโจรเจ้าเล่ห์อย่างเสือเปล่งบ่ได้ แต่พอข้อยไปพ้อผลงานนายฮ้อยที่ซุมโจรแล้วพวกข้อยเสียเวลาตามมาอีหลี คนเดียวกวาดเบิ่ด” ผู้ช่วยโทนมองนายฮ้อยเคนอย่างชื่นชมในฝีมือการต่อสู้ เขาพยักหน้ารับหันมองไปรอบๆ

“ไปเถาะ เสือเปล่งมันหนีไปแล้ว แต่เสือจนตรอกอย่างมันหนีไปบ่ได้ไกลดอก” ว่าแล้วนายฮ้อยเคนเดินนำผู้ช่วยโทนออกไป เสือเปล่งรอจนทุกอย่างเงียบจึงออกจากที่ซ่อน ยิ้มกริ่มที่ตัวเองปลอดภัย แต่ต้องชะงักเมื่อเจองูตัวเขื่องชูคอส่งเสียงขู่ เสือเปล่งพยายามไล่มันไปให้พ้นกลับถูกฉกเข้าที่แขนจมเขี้ยว...

ครู่ต่อมา นายฮ้อยเคนกลับมาถึงชุมโจรบ้านคงพร้อมกับผู้ช่วยโทน เห็นสุบินกับจันทากำลังช่วยกันซ้อม เสือปรายที่สภาพใกล้ตายก็เข้าไปผลักทั้งคู่อย่างแรงจนล้ม สุบินไม่พอใจฮึดฮัดใส่ เขาชี้หน้าอย่างเอาเรื่อง

“คั่นอยากมีปัญหากับข้อย ไว้กลับไปทัพควายได้มีแน่”

ทั้งสุบินและจันทาเห็นท่าทางเอาจริงของนายฮ้อยเคนก็ไม่กล้าหือรีบถอยห่าง เสือปรายที่ใกล้ตายคลานเข้ามาเกาะขานายฮ้อยเคน ร้องขอให้ช่วยเอายาถอนพิษยางน่องมาให้แล้วตนจะบอกความลับเกี่ยวกับการตายของจันแดง ผู้ช่วยถึกถึงกับหูผึ่งซักเป็นการใหญ่ว่าความลับอะไร

เสือปรายจะบอกก็ต่อเมื่อนายฮ้อยเคนช่วยชีวิตตนแล้วเท่านั้น สุบินโวยวายอย่าไปไว้ชีวิตมัน นายฮ้อยเคนไม่สนใจหันไปสั่งการสองผู้ช่วย

“ในย่ามของข้อยมียาถอนพิษยางน่องอยู่ ส่วนซุมโจรนั่นให้ตำรวจมาเอาโตไป”...

ด้านเฒ่าอ่ำนำเรื่องที่แอบได้ยินนายฮ้อยเคนบ่นให้คำแก้วฟังว่าต้นเหตุที่ทัพควายต้องเจอกับเรื่องร้ายๆมาตลอดการเดินทางก็เป็นเพราะเขาให้สามผู้เฒ่าที่เพิ่งได้รับการประกันตัวกลับมาฟัง เฒ่าอ่วมต่อว่าเฒ่าอ่ำว่าพูดเกินไป ค้าควายแต่ละครั้งก็ต้องเสี่ยงอันตรายอยู่แล้ว

“แต่บ่คือกันกับเถื่อนี่ ที่ตายกันเป็นใบไม้ร่วง หรือเจ้าสิเถียง”

เฒ่าเข่งกับเฒ่าแต้มไม่เชื่อคำพูดของเฒ่าอ่ำเนื่องจากที่ผ่านมานายฮ้อยเคนคอยปกป้องพวกเรามาตลอดจะเป็นสาเหตุให้พวกเราล้มตายได้อย่างไร แล้วพากันเดินจากไป ทิ้งให้เฒ่าอ่ำหัวเสียที่ไม่มีใครเชื่อคำพูด...

ในเวลาต่อมา เสือปรายถูกนายฮ้อยเคนพากลับมารักษาตัวที่ทัพควาย หลังจากอาการดีขึ้น ผู้ช่วยถึกเอาน้ำสาดใส่หน้าเพื่อปลุกให้ฟื้นคืนสติ แสงโสมที่โกรธแค้นปรี่เข้าไปตบหน้าเสือปรายสองทีซ้อนโทษฐานหลอกลวง และที่คิดจะปล้ำตนเอง นายฮ้อยเคนเข้ามาจับมือห้ามไว้ขอร้องให้พอได้แล้ว

“นายฮ้อยอย่าห้ามข้อยเลย คนเจ้าเล่ห์อย่างมันข้อยบ่เชื่อดอก มันขี้ตั๊ว เอาการตายของเอื้อยจันแดงมาหลอกให้เฮาไว้ชีวิตมันหลายกว่า”

นายฮ้อยเคนเชื่อว่าถึงเสือปรายจะโกหกเรื่องการตายของจันแดงแต่ก็อาจมีประโยชน์ช่วยให้เราหาตัวเสือเปล่งที่หนีไปเจอ ผู้ช่วยโทนเข้าไปกระชากคอเสือปรายข่มขู่ถ้าคิดเจ้าเล่ห์กับพวกตนอีกตนเอาตายแน่

“ข้อยยอมเว่าแล้ว ข้อยบ่ได้ขี้ตั๊วเฮื่องจันแดงตายเพื่อเอาโตรอด แต่มันเป็นเรื่องจริงที่จันแดงบ่ได้จมน้ำตายเพราะอุบัติเหตุ ผู้ที่ฆ่าจันแดงก็คือ...” เสือปรายยังไม่ทันจะพูดจบประโยค สีโหที่เมากรึ่มปรี่เข้ามาจ่อยิงเขาฐานเป็นต้นเหตุให้บัวเขียวต้องตาย ผู้ช่วยโทนรีบเข้าไปล็อกตัวสีโหไว้ นายฮ้อยเคนปราดไปหาเสือปรายที่กำลังจะตาย สั่งให้บอกมาว่าใครเป็นคนฆ่าจันแดง

“ผู้...ที่ฆ่า...จันแดงก็คือ...เสือคำแสน...มันกำลังฝึกวิชาอาคมอยู่กับ...นายฮ้อยผี...ที่ดงพญาเย็น เพื่อ...เตรียมโตตามล่า...ฆ่านายฮ้อยทมิฬกับพวก...ให้ตายเบิ่ดทุกคน” พูดได้แค่นั้นเสือปรายก็สิ้นใจตาย เฒ่าอ่ำ สุบิน กับจันทาที่แอบดูอยู่ถึงกับตะลึง

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement