นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 10 นิยายไทยรัฐ
วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 10


17 พ.ย. 2560 07:47
776,389 ครั้ง

ละคร นิยาย นายฮ้อยทมิฬ

นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 10

อ่านเรื่องย่อ

นายฮ้อยทมิฬ

แนว:

ดราม่า-แอ็คชั่น

บทประพันธ์โดย:

คำพูน บุญทวี

บทโทรทัศน์โดย:

แพรพริมา

กำกับการแสดงโดย:

ธงชัย ประสงค์สันติ

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ภัทรเดช สงวนความดี,ฝนทิพย์ วัชรตระกูล

คำแก้วจูงควายกลับมารวมฝูงด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่กลับต้องอารมณ์บูดเมื่อแสงโสมเข้ามาพูดจาหาเรื่องจนทนไม่ไหวผลักอีกฝ่ายล้มมือเท้าลงไปบนกองขี้ควาย แสงโสมไม่พอใจจะเข้าไปเอาเรื่อง จันแดงขวางไว้ ไหนตกลงกันแล้วว่าจะให้ตนคุยจริงจังกับคำแก้วแต่เธอมาหาเรื่องแบบนี้จะคุยกันรู้เรื่องได้อย่างไร

“บ่ต้องเว่าให้ฮู้นั่นแหละดีแล้วเอื้อย จังได๋ข้อยก็บ่อยากนับคำแก้วเป็นเอื้อยน้องกับเฮา”

จันแดงยืนยันถ้าไม่ยอมให้คำแก้วรู้ก็ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น แสงโสมขัดใจมากหากพี่อยากคุยก็เชิญคุยไป
คนเดียว ตนไม่ขอยุ่งด้วยแล้วเดินเลี่ยงออกมา จันแดงกลัวจะมีใครได้ยินกระซิบบอกคำแก้วว่าพ่อของเรายังไม่ตาย จะชวนไปหาท่านด้วยกัน คำแก้วไม่ยอมไปไหนทั้งนั้นจะให้ทิ้งนายฮ้อยเคนไปได้อย่างไร

“แต่พ่ออยากให้เฮาอยู่นำกันพร้อมหน้าพร้อมตา เจ้าเองก็บ่เหลือไผอีกแล้ว เทิ้งพ่อแม่ที่เลี้ยงเจ้า เทิ้งเอื้อยคำแพงที่ดูแลเจ้าก็จากกันไปเบิ่ดแล้ว เหลือแต่เฮาที่เป็นครอบครัวเดียวของเจ้านะคำแก้ว”

“แต่เฒ่าโสมเป็นโจร ข้อยไปอยู่นำบ่ได้”

จันแดงพยายามกล่อมให้คำแก้วเปลี่ยนใจ และขอโอกาสให้พ่อได้ดูแลเธอสักครั้ง พอเห็นเธอนิ่งไปก็
คว้ามือเธอขึ้นมากุมไว้ วันนี้เราจะเดินทางกันแล้ว ถ้าเธอเปลี่ยนใจก็ไปด้วยกัน แต่ถ้าเธอไม่ไปด้วยก็อย่าบอกเรื่องนี้ให้นายฮ้อยเคนรู้เด็ดขาด...

ที่กลางป่าใกล้สถานที่ฝึกอาคมของเสือคำแสน เฒ่าโสมกระชากคอเสื้อกุลาเข้ามาอย่างหัวเสียที่สั่งให้ไปดูแสงโสมเงียบๆแต่เขาดันไปทำให้พวกทัพควายรู้ตัวจนได้ เขากลับโทษว่าเป็นเพราะผู้ช่วยโทนคิดจะปล้ำแสงโสม ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่เปิดเผยตัวให้มันรู้แน่นอน เฒ่าโสมขู่ถ้าแผนให้ลูกสาวตนหนีไปเจอตนที่ภูเสือแตก ตนเอาเขาตายแน่ กุลารับรองว่าแผนไม่แตก แสงโสมฉลาดรู้ดีว่าจะต้องโกหกเพื่อเอาตัวรอดอย่างไร

โจรเฒ่าปล่อยมือจากคอเสื้อกุลาแล้วผลักจนเซเกือบล้ม เป็นจังหวะเดียวกับเสือคำแสนเดินเข้ามาต่อว่าโจรเฒ่าว่าหายไปไหนมา ตนรอฝึกอาคมอยู่นานสองนาน เฒ่าโสมแก้ตัวว่ากำลังจะไปอยู่พอดี เสือคำแสนไม่วายหาเรื่องกุลาหมู่นี้หายหัวไปไหนไม่เห็นไปช่วยคนอื่นออกปล้นบ้าง คนถูกถามคิดคำตอบไม่ทัน เฒ่าโสมจึงออกหน้าว่าเป็นคนใช้ให้กุลาไปดูลาดเลาพวกตำรวจ เนื่องจากจันดีไม่ได้ฉลาดอย่างเสือคำแสน

“ปล้นแต่ละเถื่อกลับมาถิ่มฮ่องฮอยให้ตำรวจพ้อเฮาอยู่เรื่อย”

“แม่นแล้ว ข้อยต้องคอยตามกลบเกลื่อนฮ่องฮอยให้ตลอด บ่จังซั่นเฮาถูกตำรวจจับได้เบิ่ดแล้ว”

“บักจันดีมันก็แค่เสือฝึกหัดออกปล้นดีๆนี่ล่ะ สู้เจ้าบ่ได้ดอก” เฒ่าโสมแกล้งยอ เสือคำแสนรับสมอ้างที่เขาพูดมาก็ถูก แต่ตนต้องพึ่งพาจันดีให้ออกปล้นไปก่อน รอจนกว่าเขาจะสอนอาคมให้ตนสำเร็จลุล่วงตนถึงจะกลับไปปล้นได้อีก เฒ่าโสมรับปากอีกไม่นานเสือคำแสนก็จะฝึกสำเร็จพร้อมออกล่านายฮ้อยเคนแน่นอนแล้วตบบ่าให้เสือคำแสนสบายใจ แต่แอบยิ้มร้ายให้กับกุลาลับหลังเขา

ooooooo

จันดีเสร็จกิจกับบุญตาได้ไม่นาน พลิกตัวมาลูบแขนและดึงมาหอมแก้มอีก เธอต้องขอร้องให้พอได้แล้ว เก็บแรงไว้วันอื่นบ้างก็ได้ จันดีแดกดันกลัวผัวแก่จะกลับมาเจอมากกว่า เธอยอมรับว่าใช่ นี่ใกล้จะได้เวลามันกลับแล้ว เดี๋ยวต้องตาลีตาเหลือกกันอีก เขาขอชื่นใจเธออีกสักหน่อย อยู่ใกล้เธอแล้วคึกดีจริงๆ

“อยากอยู่ใกล้ข้อยโดนๆบ่ต้องย่านไผมาพ้อก็ฟ้าวหาทางพาข้อยหนีจักเถื่อเถาะอ้าย รับปากเถื่อได๋
บ่เห็นเฮ็ดให้ได้อย่างใจจักเถื่อ”

“อ้ายพยายามอยู่แต่เจ้าก็ฮู้ ซอยออกปล้นแทนอ้ายเจ้าแต่ละเถื่อ ได้กลับมาซำได๋ก็ต้องแบ่งให้หลายกว่าเคิ่ง แล้วอ้ายก็สิเหลืออิหยังพอพาเจ้าไปตั้งโตได้ล่ะ”

บุญตาแนะให้จันดีแอบฉกเอาของมีค่ามาเก็บกับตัวไว้ก่อนจะเอามาให้เสือคำแสน เขาก็ทำอยู่แต่ได้ไม่มากเพราะกาเหว่ากับกะปอมคอยจับตาอยู่ตลอด บุญตาบ่นอุบแบบนี้เธอก็ต้องทนหลับนอนกับเฒ่าลามกนั่นอีกนานแค่ไหน พูดไม่ทันขาดคำได้ยินเสียงคนที่ตัวเองบ่นถึงดังแว่วเข้ามา

“ตายยากอีหลี เว่าฮอดก็มาเลย ฟ้าวไปได้แล้วอ้ายเดี๋ยวมันสิมาพ้อเฮา”

ไม่นานนักเฒ่าโสมเดินมานั่งที่แคร่หน้ากระท่อมพร้อมกับกุลาซึ่งเตือนว่าเสือคำแสนน่าจะระแคะระคายอะไรบางอย่างแล้ว ถ้าพ่อใหญ่มีแผนอะไรก็ให้รีบลงมือ

“มึงบ่ต้องห่วงดอก กูยอมเสียเวลามาตั้งโดนก็ย่อนว่าให้มันตายใจหลงเชื่อกู ตอนนี่มึงก็เห็นแล้ว”

“บ่บอกข้อยบ่ฮู้เด้อพ่อใหญ่ คึดว่าที่เสียเวลาอยู่นี่ตั้งโดนก็ย่อนติดใจอีบุญตา”

เฒ่าโสมยิ้มชอบใจนั่นเป็นของแถม บุญตางามเต่งตึงเต็มไม้เต็มมือจะให้ทิ้งไปก็น่าเสียดาย แต่ขืนเอาไปด้วยแสงโสมได้แหกอกตนแน่นอน มันร้ายยิ่งกว่าแม่มันอีก กุลาอยากรู้ว่าพ่อใหญ่จะลงมือเมื่อไหร่จะให้เขาทำอะไรก็บอกมาได้เลย เฒ่าโสมบอกแน่เมื่อถึงเวลาแต่อย่าให้เสือคำแสนรู้ตัวก่อน

“อีกบ่จั๊กมื้อดอก กูสิได้ตามไปพ้อลูกสาวกูกับสมบัติที่กูเก็บเอาไว้ตลอดชีวิตแล้ว” เฒ่าโสมยิ้มชอบใจ เดินขึ้นเรือน ขณะที่กุลาแยกไปอีกทางหนึ่ง จันดีที่ซุ่มดูอยู่ได้ยินทุกอย่างถึงกับหูผึ่ง

ooooooo

ค่ำแล้วถึงเวลาตามนัดแต่ไม่เห็นคำแก้วแม้แต่เงา จันแดงเดินไปเดินมาสีหน้าเป็นกังวล แสงโสมเริ่มไม่พอใจ บอกให้พี่สาวเลิกคิดได้แล้วว่าคำแก้วอยากจะไปกับเรา ถึงอย่างไรตนก็ไม่ยอมรับว่านังนั่นเป็นพี่สาวอีกคนของตน จะอยู่หรือจะไปก็ไม่เกี่ยวกับตน จันแดงหันมาเอ็ดน้องสาว กี่ครั้งแล้วที่คำแก้วช่วยชีวิตเธอเอาไว้

“ข้อยก็เคยซอยชีวิตคำแก้วคือกัน หนี้บุญคุณที่มีก็เบิ่ดกันไปแล้ว”

“แต่คำแก้วก็เป็นลูกของพ่อคือกัน ถึงสิบ่ได้โตมานำเฮาแต่ก็มีเลือดของพ่อ”

แสงโสมไม่คิดเช่นนั้น หาว่าพ่อโกหกเราเรื่องคำแก้วเป็นลูกสาว ที่ท่านอยากให้มันไปด้วยก็เพราะอยากได้มันมาทำเมีย จันแดงก็รู้ว่าท่านเจ้าชู้ชมชอบหญิงสาวอายุน้อย นี่ก็ได้น้องสาวของเสือคำแสนมาเป็นเมียอีกคน อายุพอๆกับตนเลย ดังนั้นถ้าจันแดงเสียเวลารอคำแก้ว พ่ออาจจะพาเมียสาวอีกสามสี่คนไปถลุงสมบัติของเราแล้วก็ได้ จากนั้นหันไปคว้าห่อผ้าสัมภาระที่วางอยู่บนเกวียนยื่นให้

“บ่ต้องถ่าคำแก้วแล้ว แฮงอยู่โดนเฮาสิหลบออกไปจากทัพควายลำบาก”

อีกมุมหนึ่งของทัพควาย ขณะคำแก้วยืนเหม่อคิดถึงคำชวนของจันแดง นายฮ้อยเคนมาเห็นเข้าก็ร้องทัก เธอมัวแต่ใจลอยก็เลยไม่ได้ยิน เขาต้องเข้ามาสะกิดถามว่าคิดอะไรอยู่ เธอถึงรู้สึกตัว

“เอ่อ...บ่...บ่มีหยังดอกอ้าย” ว่าแล้วคำแก้วเดินหนี นายฮ้อยเคนคว้าแขนไว้คาดคั้นให้บอกว่ามีเรื่องปิดบังอะไรเขาอีก จังหวะนั้นจันแดงกับแสงโสมที่กำลังจะมาหาคำแก้วถึงกับหยุดกึกเมื่อเห็นทั้งคู่อยู่ด้วยกัน

“นั่นคำแก้วอยู่กับนายฮ้อยนี่ ปั๊ดโธ่เอ๊ย นึกแล้วว่าเป็นหยังถึงบ่ไปกับเฮา ที่แท้ก็มาฟ้องนายฮ้อยอยู่นี่เอง เห็นกับตาจังซี้แล้วเอื้อยยังคึดว่าคำแก้วเป็นเอื้อยเป็นน้องเฮาอยู่อีกบ่...คำแก้วมันต้องฟ้องนายฮ้อยว่าเฮากำลังคึดหนีไปจากทัพควายแน่ เฮาต้องฟ้าวไปตอนนี่แล้วล่ะเอื้อย” แสงโสมพูดจบดึงแขนจันแดงที่มองไปทางคำแก้วด้วยสีหน้าผิดหวังหลบออกมา...

คำแก้วไม่ได้เป็นอย่างที่แสงโสมกล่าวหา ถึงจะไม่ได้อยากไปกับสองพี่น้องแต่ก็ไม่ได้คิดจะฟ้องเรื่องที่ทั้งคู่จะไปจากทัพควายให้นายฮ้อยเคนรู้ โดยอ้างกับเขาที่ใจลอยเนื่องจากเป็นห่วงอาการปวดท้องของจันแดง นายฮ้อยเคนโล่งอกคิดว่ามีเรื่องอะไร เดี๋ยวเขาจะเอายาไปให้เธอกินเอง คำแก้วรีบบอกว่าไม่ต้อง เธอขอเป็นคนเอาไปให้เอง จันแดงปวดประจำเดือน เขาเป็นผู้ชายไม่ต้องไปยุ่งจะดีกว่า เขาพยักหน้ารับคำหยิบห่อยามาให้

“เอายานี่กินแทนไปก่อน ทัพควายบ่เคยมีผู้สาวเดินทางนำเลยบ่มียาจังซั่น ให้จันแดงกินให้เบิ่ด คั่นคืนนี้ยังบ่เซา มื้ออื่นค่อยมาเอาไปกินอีก” ว่าแล้วนายฮ้อยเคนผละจากไป

ooooooo

แสงโสมเตรียมควายมาเทียมเกวียนเพื่อจะได้เดินทาง แต่หันมาเห็นจันแดงยังหน้าเศร้าเรื่องคำแก้วก็ปลอบว่าเรามีกันสองคนเท่านี้ก็ดีแล้ว ถ้าพ่อถามหานังนั่นก็เล่าไปให้หมดว่ามันเลือกนายฮ้อยเคนไม่เลือกพ่อ

“แต่คำแก้วรับปากเอื้อยไว้ว่าสิเก็บเป็นความลับ”

พลันมีเสียงคำแก้วดังขึ้น “แม่นแล้วเอื้อย ข้อยบ่ได้เว่าให้นายฮ้อยฮู้ดอก”

จันแดงหันไปเห็นคำแก้วเดินเข้ามาก็ชะงัก แสงโสมรีบดันพี่สาวให้หลบไป แล้วก้าวไปยืนเผชิญหน้าด้วย กล่าวหาว่าเธอโกหก ตนเห็นกับตาตัวเองว่าเธออยู่กับนายฮ้อย

คำแก้วตวาดใส่หากแสงโสมคิดได้แค่นี้ก็อย่าหวังจะพาจันแดงไปตลอดรอดฝั่ง ให้จันแดงอยู่กับตนที่นี่จะดีกว่า ส่วนแสงโสมอยากไปเป็นโจรแบบพ่อก็เชิญแล้วผลักเธอพ้นทางเข้าไปจับมือจันแดงไว้กล่อมให้เปลี่ยนใจไปค้าควายกันต่อ เสร็จเมื่อไหร่ตนจะพาไปอยู่ด้วยกันที่สว่างแดนดิน จะได้ไม่ต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ

“อย่าไปฟังมันเอื้อย สมบัติพ่อมีหลาย ขุดขึ้นมาใช้ชาตินี้ก็ใช้ไม่หมด แล้วมันสิลำบากได้จังได๋ ตามมันไปอยู่สว่างแดนดินนั่นต่างหากที่ต้องอดๆอยากๆหน้าแล้งแต่ละเถื่อก็ต้องค้าควายประทังชีวิต”

“สมบัติ...สมบัติอีหยังฮึแสงโสม” คำแก้วเห็นแสงโสมไม่พูดอะไรก็เลยหันไปคาดคั้นจันแดงแทน เธอกลับอึกอักไม่รู้จะตอบอย่างไรดี แสงโสมตัดสินใจคว้าท่อนไม้ฟาดท้ายทอยคำแก้วสลบเหมือด จันแดงตกใจต่อว่าน้องสาวว่าไปทำเธอทำไม แสงโสมจำเป็นต้องทำไม่อย่างนั้นเธออาจเอาเรื่องสมบัติของเราไปบอกคนอื่น เราต้องเอาเธอไปด้วยแล้วค่อยทิ้งไว้กลางทางให้เธอหลงทางกลับทัพควายไม่ได้

จันแดงอึ้งกับความคิดของแสงโสม แต่ยังไม่ทันจะว่าอะไรมีเสียงร้องเพลงของผู้ช่วยโทนดังแว่วเข้ามา

“ผู้ซอยโทน!! แย่แล้ว ฟ้าวเอาคำแก้วขึ้นเกวียนเถาะ เดี๋ยวข้อยจัดการผู้ซอยโทนเสร็จแล้วสิฟ้าวตามไป”

พูดจบแสงโสม ช่วยแบกคำแก้วขึ้นเกวียน แล้วเดินไปหาผู้ช่วยโทนที่กำลังฮัมเพลงในมือมีดอกราตรีกลิ่นหอมตลบมัดรวมเป็นช่อเล็กๆ เขากำลังจะมาเยี่ยมเธอพอดี เป็นห่วงแผลถูกมีดที่แขนก็เลยเก็บดอกราตรีมาฝากคืนนี้เธอจะได้หลับสบาย เธอยิ้มหวานให้ แต่งเรื่องว่ากำลังจะไปหาเขาเช่นกันเพื่อจะได้อยู่กับเขาสองต่อสอง

“อยู่กับอ้ายสองต่อสอง...เจ้าหมายความว่าจังได๋”

“แล้วสิหมายความว่าจังได๋ล่ะอ้ายก็...ถามซะให้ข้อยบ่กล้าเว่าต่อแล้ว อ้ายเนี่ยบ้าที่สุด” แสงโสมทำเป็นเขินเดินหนีไปอีกทางเพื่อถ่วงเวลาไม่ให้ผู้ช่วยโทนขัดขวางการหนีของจันแดง...

แสงโสมพาผู้ช่วยโทนมาถึงบริเวณใต้ต้นไม้เปลี่ยว แสดงทีท่าชัดแจ้งว่ายินยอมพร้อมใจให้ เขาจะเข้ามากอดแต่กลับชะงักเพราะเคยเจอมารยาของเธอเล่นงานมาก่อน แสงโสมทำเสียงออดอ้อนเป็นอะไรไป ทำไมไม่เข้ามา เขาเคยถูกเธอหลอกมาก่อนก็เลยไม่แน่ใจ แสงโสมอ้างตอนนั้นยังไม่ได้ชอบเขา แต่ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าเขารักเธอมากขนาดไหน แผลที่แขนเธอคงจะเจ็บมากกว่านี้ถ้าเขาไม่เป็นห่วงแล้วตามไปดูแลเธอ

“แล้วเจ้าบ่โกรธที่อ้าย...เอ่อ พยายามปล้ำเจ้า”

หญิงสาวเผลอเสียงแข็งใส่ทำไมจะไม่โกรธ ครั้นรู้ตัวรีบกลับไปทำเสียงหวานอย่างเดิม แล้วขยับเข้าไปคลอเคลียใช้มารยาหญิงยั่วเขาเต็มที่ ตอนแรกเธอโกรธเหมือนกัน แต่ก็เข้าใจแล้วว่าเขาทำไปเพราะรักเธอมาก เขาดีใจสุดขีดที่เธอเข้าใจคว้ามือมาพรมจูบไปทั่ว เธออยากจะต่อยเบ้าตาเขาให้รู้แล้วรู้รอดแต่จำต้องฝืนทนให้เขาจูบมือต่อไป ผู้ช่วยโทนทนเก็บความดีใจไม่ไหวจะไปหาจันแดงเพื่อสู่ขอแสงโสมให้เป็นเรื่องเป็นราว

“ใจเย็นๆก่อนก็ได้อ้าย นี่มันดึกแล้ว เอื้อยข้อยหลับไปแล้ว ไว้มื้ออื่นก็ได้ คืนนี่อ้ายกลับไปนอนฝันถึงข้อยก่อนเด้อ แล้วมื้ออื่นค่อยว่ากัน”

“ก็ได้ ถ่าแค่คืนเดียว เดี๋ยวก็ได้เมียแล้ว อ้ายถ่าได้” ผู้ช่วยโทนหอมแก้มแสงโสมฟอดใหญ่มัดจำไว้ก่อน แล้วผละจากไปอย่างอารมณ์ดี แสงโสมเอามือเช็ดแก้มตัวเองข้างที่โดนจูบ

“คำก็จะเอาเป็นเมีย สองคำก็จะเอาเป็นเมียขืนอยู่ต่อได้หลวมโตเป็นเมียมันอีหลีแน่”

ooooooo

ผู้ช่วยโทนตื่นแต่ไก่โห่มาขอให้นายฮ้อยเคนช่วยเป็นเถ้าแก่ไปสู่ขอแสงโสมให้ เพราะจะให้เขาไปสู่ขอเธอจากจันแดงคนเดียวเกรงจะไม่งามตามประเพณี เดี๋ยวจันแดงจะคิดว่าเขาลอบได้เสียกับแสงโสมไปแล้ว นายฮ้อยเคนอดทักไม่ได้ เขาไปเอาความมั่นใจขนาดนั้นมาได้อย่างไรว่าแสงโสมจะยอมแต่งงานด้วย

“เมื่อคืนแสงโสมสารภาพกับข้อยแล้วน่ะสิว่าอยากเป็นเมียข้อย ซอยสู่ขอแสงโสมให้ข้อย แล้วสิได้แต่งงานกันไวๆ ข้อยอยากมีเมียใจจะขาดแล้ว”

ในเมื่อแสงโสมยืนยันอย่างนั้น นายฮ้อยเคนจึงรับปากจะเป็นเถ้าแก่ให้ แต่ยังไม่ทันขยับ บัวเขียวเดินหน้าตื่นเข้ามาบอกว่าคำแก้วหายตัวไป...

ไม่ใช่แค่คำแก้วเท่านั้นที่หายตัวไป จันแดงกับแสงโสมก็หายไปด้วยรวมทั้งเกวียนและข้าวของอื่นๆของพวกเธอ จากการตรวจดูรอบๆไม่พบร่องรอยการต่อสู้ นายฮ้อยเคนสรุปว่าพวกเธอไม่ได้ถูกลักพาตัวแต่หนีไปเอง ผู้ช่วยโทนถึงกับร้องเอะอะจะเป็นไปได้อย่างไร เมื่อคืนแสงโสมยังบอกว่ารักเขา รอให้เขามาสู่ขออยู่เลย

“เจ้าถืกแสงโสมขี้ตั๊วซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกนั่นล่ะผู้ซอยโทน” คำพูดของสีโหทำให้ผู้ช่วยโทนไม่พอใจเถียงเสียงเขียวว่าแสงโสมไม่มีทางโกหกตน นายฮ้อยเคนต้องขอร้องไม่ต้องตีกัน นี่ต้องเป็นแผนการหนีที่วางไว้แล้วแน่นอน ดังนั้นเราต้องช่วยกันตามหาก่อนที่พวกเธอจะเตลิดไปไกล...

แสงโสมฉลาดแกมโกงไม่ยอมให้ถูกแกะรอยตามง่ายๆ จอดเกวียนไว้ข้างทางแล้วเดินย้อนกลับไปกลบรอยเกวียนไม่ให้นายฮ้อยเคนกับพวกตามเจอ ครั้นกลับมาที่เกวียนอีกที คำแก้วฟื้นแล้วพยายามส่งเสียงอู้อี้ให้จันแดงช่วยแก้มัดปากกับมือออก แสงโสมต้องร้องห้ามไว้ แนะให้ซัดให้สลบอีกรอบจะได้ไม่ต้องส่งเสียง

“เจ้าเซาหาเรื่องคำแก้วได้แล้วแสงโสม หลีกไป... คำแก้ว เอื้อยขอล่ะ เว่ากันดีๆให้เอื้อยอธิบายให้เจ้าเข้าใจได้บ่” จันแดงเห็นคำแก้วพยักหน้าจึงแกะผ้ามัดปากออกเพื่อจะได้คุยกัน ขณะที่แสงโสมหันไปสนใจแผนที่ซ่อนสมบัติของพ่อ คำแก้วขอร้องให้จันแดงปล่อยตัวเองกลับไป แล้วเชิญสองพี่น้องไปใช้สมบัติที่ปล้นคนอื่นตามสบาย อย่าลากเธอไปด้วยเลย เธอขอมีชีวิตไร้ญาติพี่น้องไร้พ่อไร้แม่ดีกว่า

“ก็บอกแล้วไงเอื้อยเสียเวลาเว่า ไปฮอดเขาลูกโน่นแล้วก็ถิ่มไว้เทิงนั่นแหละ เก่งๆจังซี้หลงป่าได้บ่เกินสองมื้อดอก เป็นอาหารเสือแน่นอน”

“เจ้านั่นล่ะแสงโสม อย่าหวังว่าสิได้สุขสบายบนสมบัติโจรเลย ปล้นฆ่าเพิ่นมาสุดท้ายก็ต้องชดใช้หนี้
เวรกรรมให้เจ้ากรรมนายเวร” คำแก้วโต้ไม่ยอมแพ้ แสงโสมไม่พอใจที่โดนแช่งเข้าไปดึงผ้าขึ้นมาปิดปากไว้อย่างเดิมจะได้ไม่ต้องรำคาญรูหู ไว้ถึงเขาลูกโน้นเมื่อไหร่ค่อยทิ้งให้เป็นอาหารเสือ แล้วชวนจันแดงให้เดินทางกันต่อ เดี๋ยวจะไม่ทันเจอกับพ่อ

ooooooo

บนเส้นทางมุ่งสู่ภูเสือ ณ ที่พักแรมขบวนควายของสุบินกับพวกมีเกวียนสองเล่มกับควายอีกสิบกว่าตัว ส่วนคนยังนอนเรียงรายเกลื่อนหน้ากองไฟที่เพิ่งมอดในสภาพยังไม่สร่างเมา เพราะดื่มกินกันเต็มที่ตั้งแต่เมื่อคืน เว้นเฒ่าอ่ำคนเดียวที่ยังอยู่ในสภาพมีสติพยายามปลุกคนอื่นๆให้ตื่นกันได้แล้วจะได้เดินทางต่อ

“โอ้ย จะฟ้าวปลุกไปไสวะเฒ่าอ่ำ ยังกึ่มบ่หาย ไสวะไหเหล้าข้อย” สุบินว่าแล้วกวาดตามองหาไหเหล้า เห็นจันทานอนกอดอยู่ก็เข้าไปแย่งจากมือยกขึ้นกระดกแต่เหล้าหมด เฒ่าอ่ำทนไม่ไหวกระชากไหโยนทิ้ง เร่งให้รีบไปเอาสมบัติ มัวแต่ดื่มเหล้าเมาแบบนี้เมื่อไหร่จะถึง

“บ่ต้องฟ้าวหลายดอกตาเฒ่า บ่มีไผฮู้ว่ามีสมบัติซ่อนอยู่บนภูเสือ จังได๋มันก็ต้องเป็นของเฮา”

ไม่เป็นอย่างที่จันทาหวังเพราะขบวนควายของพวกเขาถูกโจรโพกผ้าอำพรางใบหน้าพร้อมอาวุธครบมือเข้ามาล้อมกรอบเอาไว้ ทุกคนตกใจหายเมาเป็นปลิดทิ้ง...

ทางฝ่ายจันดีกลับจากปล้นชาวบ้าน คิดจะเก็บสมบัติบางส่วนไว้เอง แต่เสือคำแสนรู้ทันสั่งให้กะปอมกับ กาเหว่าค้นตัว เจอธนบัตรหลายใบซุกอยู่ในเสื้อ เขาไม่พอใจที่จันดีเล่นไม่ซื่อเอาด้ามปืนตบหน้าเลือดกบปาก แล้วจะยิงทิ้ง บุญตาลงจากเรือนมาเห็นพอดีรีบเข้าไปห้าม เสือคำแสนสั่งไม่ให้เธอมายุ่ง

“แต่ข้อยอยากให้อ้ายคึดให้ดี กว่าอ้ายสิฝึกอาคมสำเร็จต้องพึ่งอ้ายจันดีทำงานให้อีกหลาย สิหวังให้บักห่าสองตัวนี่ปล้นแทนมันคงเซ่อซ่าพาตำรวจบุกมาจับเฮาแทน สั่งสอนแค่ให้จำบ่กล้าอีกก็พอแล้ว เชื่อข้อยเถอะ”

“มึงโชคดีที่น้องสาวกูขอชีวิตเอาไว้ แต่ก็บ่ได้หมายความว่ากูสิบ่สั่งสอนมึง”...

จันดีถูกซ้อมสะบักสะบอม บุญตาต้องช่วยเอาผ้าชุบน้ำเช็ดคราบเลือดและใส่ยาให้ แต่เขายังปากดีไม่เลิกนี่ถ้าไม่เห็นแก่เธอจะแย่งปืนจากเสือคำแสนมายิงแสกหน้าไปแล้ว เธอไม่คิดว่าเขาจะต่อกรกับพี่ชายของเธอได้ อย่าลืมว่าตอนนี้เสือคำแสนฝึกอาคมกับเฒ่าโสมแล้ว ฝีมือเก่งขึ้นเรื่อยๆ อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยง อยู่กับเธอนานๆ ดีกว่า จันดีโอดครวญขืนถูกกดขี่แบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะรวยพอพาเธอหนีไปได้

“ฮึ...แต่คั่นฮู้ว่าสมบัติเฒ่าโสมเว่าถึงนั่นหมายความว่าอีหยัง บางทีอ้ายก็บ่ต้องทนให้อ้ายเจ้ากดขี่อีกต่อไปก็ได้” คำพูดของจันดีทำให้บุญตาสนใจขึ้นมาทันทีซักเป็นการใหญ่ว่าสมบัติอะไร...

ในที่สุดเสือคำแสนก็ฝึกอาคมด้านมืดจัดการกับงูจงอางเสกของเฒ่าโสมได้สำเร็จ แต่นั่นเป็นแค่ขั้นพื้นฐานเท่านั้น เขาเอาซากงูจงอางเสกที่จัดการได้มาอวดเฒ่าโสมที่ยืนรออยู่ที่เชิงผา คุยโวว่าเป็นเพราะความแค้นที่เขามีต่อนายฮ้อยเคนทำให้เขาฝึกวิชานี้สำเร็จ

“วิชาที่เจ้าขอให้ข้อยสอนมันเป็นเดรัจฉานวิชา ต่างจากอาคมของนายฮ้อยทมิฬหลาย คั่นเจ้าคุมมันบ่ได้ มันสิเข้าโตเฮ็ดให้เจ้าเป็นครึ่งคนครึ่งปอบได้”

“ข้อยบ่ย่านดอก ขอแค่ได้แก้แค้นนายฮ้อยทมิฬเท่านั่นก็พอแล้ว”

“ก็ตามใจเจ้า คั่นจังซั่นก็มาฝึกต่อให้เสร็จ” พูดจบเฒ่าโสมโยนปืนให้เสือคำแสน สั่งให้ยิงตนได้เลย เขาลังเลอึดใจก่อนจะลั่นไกตามที่อาจารย์สั่ง แต่ปืนยิงไม่ออก เขายิงซ้ำอีกหลายครั้งก็เป็นเหมือนเดิม

“ตอนนี่เจ้าพร้อมสิฝึกอาคมหยุดลูกปืนแล้ว” เฒ่าโสมแอบยิ้มร้าย

ooooooo

ด้วยความใจร้อนอยากจะฝึกให้สำเร็จเร็วๆ ฝึกอาคมหยุดลูกปืนได้ไม่กี่กระบวนท่า เสือคำแสนอยากลองวิชา ขอให้เฒ่าโสมลองเอาปืนยิงเขาโดยก้าวไปยืนริมเชิงผามองตรงไปที่ปืนในมือเฒ่าโสมซึ่งเล็งมายังตัวเอง เฒ่าโสมแกล้งพูดเป็นทำนองถ้าเขายังไม่มั่นใจ ไว้ฝึกอาคมนี้วันหลังก็ได้

“พ่อใหญ่ก็เห็นแล้วว่าข้อยเรียนรู้ได้เร็วปานได๋”

“มันก็แม่นอยู่ แต่คั่นฟ้าวเกินไป เกิดพลาดอิหยังขึ้นมามันสิแก้ไขบ่ได้”

เสือคำแสนมั่นใจว่าตัวเองทำได้ แถมคุยอวดว่าใกล้จะเก่งกว่านายฮ้อยเคนแล้วด้วยซ้ำ ให้เฒ่าโสมยิงปืนใส่ได้เลย เข้าทางโจรเฒ่าทันทีลั่นกระสุนใส่กลางอก

เสือคำแสนถึงกับตาเบิกโพลง

“เสือคำแสน ข้อยเตือนเจ้ามาตลอดแต่เจ้ามันบ่ฟังข้อยเอง เจ้าบ่มีทางเก่งไปกว่าข้อยหรือแม้แต่นายฮ้อยทมิฬดอก ฮ่าๆๆๆ เพราะคาถาที่ข้อยให้เจ้าท่องมันบ่แม่นคาถาหยุดลูกปืนดอก”

เสือชั่วเจ็บใจที่ถูกหลอก ชักมีดอาคมออกมาจะเล่นงานแต่เฒ่าโสมยิงใส่อีกหนึ่งนัดถึงกับเข่าทรุด

“กูปล่อยให้มึงไปฆ่าบักเคนบ่ได้ดอก ย่อนว่าบักเคนมันเป็นลูกศิษย์กู มีแต่กูเถาะนั่นที่ฆ่ามันได้ จำไป ขอโทษพ่อมึงที่แก้แค้นให้บ่ได้ในนรกโน่น” พูดจบเฒ่าโสมถีบยอดอกเสือคำแสนอย่างแรงร่างกระเด็นตกจากเนินผาสู่ป่าทึบเบื้องล่างท่ามกลางเสียงหัวเราะสะใจของคนถีบ

จากนั้นโจรเฒ่ากลับไปที่กระท่อมของเสือคำแสน แต่งเรื่องว่าเกิดความผิดพลาดระหว่างการฝึกอาคมทำให้เสือคำแสนตาย ทั้งที่ตนเตือนแล้วว่าเขายังไม่พร้อมแต่เขาไม่ฟังยังฝืนจะฝึกอาคมให้เก่งกาจให้ได้ บุญตาถึงกับร้องไห้โฮ จันดีมองเฒ่าโสมอย่างจ้องจับผิด ก่อนจะถามหาศพเสือคำแสนอยู่ไหน

“ศพมันผลัดตกลงไปในเหว ข้อยให้คนไปซอยกันหาแล้ว” เฒ่าโสมพูดไม่ทันขาดคำ กุลา กะปอมและกาเหว่าพากันเข้ามารายงานว่าไม่พบศพเสือคำแสน

ป่าข้างล่างเหวนั่นทั้งรกทั้งชัน พวกเราพยายามแล้วแต่จนปัญญา บุญตาขอร้องทั้งน้ำตาให้กะปอมกับกาเหว่าช่วยกันหาอีกครั้งเผื่อเขายังไม่ตาย

“ซุมข้อยก็หวังว่าเสือคำแสนสิรอดคือกันแต่หาจนทั่วแล้วอีหลีบุญตาเอ๊ย”

กะปอมช่วยกาเหว่ายืนยันอีกแรงหนึ่ง ถึงจะรอดจากตกหน้าผาแต่คงไม่รอดจากถูกเสือคาบไปกิน บุญตายิ่งร้องไห้อย่างหนัก เฒ่าโสมทำเป็นสงสารเข้าไปกอดเธอไว้อย่างปลอบใจ ให้ถือเสียว่าพี่ชายของเธอหมดเวรหมดกรรมก็แล้วกัน ตลอดเวลานั้น จันดีมองโจรเฒ่าด้วยความเคลือบแคลงสงสัย...

ขณะที่ไม่มีใครรู้ว่าเสือคำแสนจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร นายฮ้อยเคนกับสีโหขี่ม้าแกะรอยตามรอยล้อเกวียนพวกสาวๆมาถึงถนนลูกรังแต่รอยก็หายไปดื้อๆ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าแสงโสมพยายามปกปิดร่องรอยตัวเองไม่ให้ถูกติดตาม สักพักผู้ช่วยโทนกับผู้ช่วยถึกที่แยกไปตามหาร่องรอยเข้ามาสมทบพร้อมกับแจ้งว่า

“เฮาพอสิพ้อฮ่องฮอยของแสงโสมแล้วเป็นทางลัดเข้าไปในป่าโน่น แต่พ้อฮอยแค่นั่นแล้วก็บ่พ้ออีกเลย”

นายฮ้อยเคนตั้งข้อสังเกตแสงโสมต้องคิดบางอย่างอยู่แน่ถึงได้เลือกเส้นทางที่มุ่งหน้าไปภูเสือ ไม่เคยมีใครใช้เดินทางนั้นเพราะมันอันตรายเสี่ยงทั้งหลงป่าเสี่ยงทั้งสัตว์ร้ายชุกชุม
ผู้ช่วยโทนเป็นห่วงแสงโสมที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวหลงไปใช้เส้นทางนั้น จัดแจงจะไปตาม นายฮ้อยเคนร้องห้ามไว้ ขืนเขาตามเข้าไป เขาเองจะเป็นฝ่ายหลงอยู่ในป่า และตนเชื่อว่าแสงโสมไม่ได้หลงเข้าไปแต่เป็นความตั้งใจของเธอ เรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำอะไรแน่ๆ

ooooooo

เป็นไปตามที่นายฮ้อยเคนคาดไว้ไม่มีผิด แสงโสมเจตนาใช้เส้นทางผ่านป่าเพราะเป็นเส้นทางตามแผนที่ที่เฒ่าโสมให้ไว้ แต่เนื่องจากเดินทางตอนกลางคืนจึงเห็นเส้นทางไม่สะดวกทำให้เกวียนตกหล่ม สองพี่น้องเข็นเกวียนขึ้นจากหล่มไม่ไหว จันแดงจึงแนะให้แก้มัดคำแก้วจะได้มาช่วยกันอีกแรงหนึ่ง แสงโสมคัดค้านทันที

“บ่ต้องไปยุ่งกับเพิ่น ขืนแก้มัดให้เพิ่นได้ลอบตีหัวข้อยแตกแน่”

จันแดงไม่สนใจคำทัดทานของน้องสาว ดึงผ้าปิดปากคำแก้วออก ขอให้เธอรับปากจะไม่คิดหนีถ้าตนแก้มัดให้ เธอไม่ตอบได้แต่มองด้วยสายตาไม่พอใจ

“เจ้ามีสิทธิ์โกรธเอื้อยได้แต่อย่าคึดหนีเด็ดขาด เฮาต้องเดินตามเส้นทางในแผนที่ของพ่อเท่านั้น คั่นออกนอกเส้นทางนิดเดียว สิหลงจนหาทางออกบ่ได้และต้องตายอยู่ในป่านี่”

คำแก้วออกปากขู่แบบนี้เท่ากับบีบกันทางอ้อมให้เธอไปด้วย จันแดงไม่ได้ขู่แต่เส้นทางนี้อันตรายจริงๆ ไว้เธอเจอพ่อแล้วให้เธอคุยกันเองเรื่องที่ท่านบังคับให้เธอมาด้วย ตนจะไม่ขอยุ่ง คำแก้วตัดสินใจลงไปช่วยเข็นเกวียนจนขึ้นจากหล่มได้ และยังยืนยันกับจันแดงให้กลับไปตอนนี้ก็ยังทัน ตนจะช่วยพูดกับนายฮ้อยเคนให้

“อย่าไปฟังเพิ่น มาถึงขนาดนี้แล้วถอยบ่ได้ดอกเอื้อย” แสงโสมไม่ใช่แค่ขัดคอแต่ยังเตรียมเชือกจะมัด คำแก้วไว้อย่างเดิม แต่จันแดงห้ามไว้ สั่งให้เก็บเชือก

ตนรับปากคำแก้วแล้วจะไม่จับเธอมัดอีก จากนั้นก็ไล่ให้แสงโสมไปหาฟืนมาติดไฟ เราจะต้องค้างแรมกันที่นี่

แสงโสมเดินห่างออกไปได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกโจรโพกผ้าอำพรางใบหน้าจี้จับตัวไว้ เธอพยายามขัดขืนพร้อมกับกรีดร้องให้จันแดงกับคำแก้วรู้ตัว แต่ไม่ได้ช่วยอะไรเพราะโจรรุมเข้ามาจากทุกทางจี้จับตัวสองสาวไว้เช่นกัน จันแดงเสนอจะให้เงินแลกกับปล่อยพวกตนไปแต่โจรไม่สนใจ เงินปล้นเมื่อไหร่ก็ได้

“แต่ผู้สาวงามๆมาเดินอยู่ในป่ากลางค่ำกลางคืนถึงสามคนจังซี้ พวกกูบ่เคยพ้อว่ะ”

สามสาวถูกโจรแยกเอาตัวไป คำแก้วไม่ยอมจำนนง่ายๆต่อสู้สุดกำลัง ถีบโจรหน้าคะมำ โจรโกรธเข้ามากระชากเธอไปตบเต็มแรงหมดสติ อึดใจ ควาญบ้าก็ตามเข้ามาไล่ให้โจรสมุนไปได้แล้ว

“ทางนี่กูสิจัดการเอง กูบ่มักวิธีข่มขืนใจ ต้องให้ผู้สาวยอมกูเองถึงสิม่วนหลาย”

สมุนพยักหน้ารับคำรีบผละจากไป ควาญบ้ามองคำแก้วอย่างพึงพอใจก่อนจะอุ้มเดินหายไปในป่า...

ฝ่ายนายฮ้อยเคนกับพวกเดินหาร่องรอยของพวกสาวๆตั้งแต่บ่ายยันค่ำไม่พบแม้แต่เงา ผู้ช่วยถึกแนะให้พักแรมแถวนี้ก่อน กลางคืนตามหาร่องรอยยาก รอให้สว่างก่อนจะดีกว่า ผู้ช่วยโทนเป็นห่วงความปลอดภัยของแสงโสม ขอร้องให้ตามหากันต่อจนกว่าจะเจอ สีโหไม่วายแขวะ

“แต่แสงโสมมันคงบ่อยากพ้อเจ้าดอกผู้ซอยบ่จังซั่นคงบ่ขี้ตั๊วปั่นหัวเจ้าให้โง่ซ้ำๆซากๆ”

ผู้ช่วยโทนไม่พอใจเข้าไปกระชากคอเสื้อสีโหจะเอาเรื่อง นายฮ้อยรีบเข้าไปกั้นกลาง ยื่นคำขาดถ้ายังทะเลาะกันอีกก็ให้รีบกลับทัพควายไปเลย ไม่ต้องตามตนอีก

ผู้ช่วยโทนโอดครวญว่าไม่ได้โง่ซ้ำซากให้แสงโสมหลอก แต่เขารักเธอจริงๆ นายฮ้อยเคนเข้าใจความรู้สึกของเขา แต่ครั้งนี้เขาต้องยอมรับว่าแสงโสมตั้งใจโกหกเขาจริงๆ หากได้ตัวกลับมาเมื่อไหร่ เขาห้ามขวางไม่ให้ตนลงโทษเธอเด็ดขาด แล้วหันไปสั่งคนอื่นๆ

“คืนนี่เฮาสิพักแรมกันหม่องนี่ ข้อยสิอยู่เวรยามผลัดแรกก่อน แล้วพวกเจ้าค่อยผลัดกัน”

ooooooo

บุญตาแค้นใจมากเมื่อรู้จากจันดีว่าเฒ่าโสมอาจอยู่เบื้องหลังการตายอย่างมีเงื่อนงำของเสือคำแสน ถึงขนาดจะไปฆ่ามันด้วยมือตัวเอง จันดีขอร้องอย่าเพิ่งใจร้อนไป เฒ่าโสมมีอาคมแก่กล้าเธอไม่มีทางฆ่ามันได้

“แล้วสิปล่อยให้มันนอนกกข้อยไปจังซี้เบาะ ข้อยบ่ทนอีกแล้วเด้ออ้าย”

“เจ้าบ่ต้องทนโดนนักดอก ที่มันวางแผนฆ่าเสือคำแสน อ้ายเชื่อว่าต้องเกี่ยวกับเฮื่องสมบัติที่มันเว่าถึงแน่นอน คั่นเจ้าอยากแก้แค้น อยากไปอยู่กินกับอ้ายให้ สุขสบายไปเทิ้งชาติ เจ้าก็ต้องฟังอ้าย”...

ขณะที่จันดีเตรียมแผนการบางอย่างไว้เล่นงานเฒ่าโสม คำแก้วค่อยๆรู้สึกตัวตื่นขึ้นพบตัวเองนอนอยู่ใต้ต้นไม้กลางป่าในสภาพเสื้อผ้าเรียบร้อยไม่ได้ถูกใครย่ำยี จะมีก็แค่อาการฟกช้ำเล็กน้อยจากถูกโจรตบเมื่อคืน พลันมีเสียงเหมือนคนเดินเข้ามา เธอคว้าท่อนไม้ใกล้มือขึ้นมาถือไว้

“เข้ามาโลด กูสิฟาดหัวมึงให้เลือดอาบเลย บักห่าเอ๊ย” ขู่เสร็จคำแก้วเงื้อไม้สุดแขน แต่ต้องชะงักเมื่อคนที่เดินเข้ามาไม่ใช่โจรแต่เป็นควาญบ้า ในมือถือไก่ป่าที่จับได้มาด้วย เธองงเป็นไก่ตาแตกว่ามาได้อย่างไร...

ทางฝ่ายนายฮ้อยเคนกับพวกออกเดินทางตามหาพวกสาวๆตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางกระทั่งมาถึงหน้าผา ทุกคนจึงหยุดพักดื่มน้ำ เขาเดินขึ้นบนเนินเพื่อสำรวจเส้นทาง พร้อมกับหยิบตะกรุดของพี่ชายที่ได้จากพ่อธรรมขึ้นมามอง อดนึกถึงคำพูดของพ่อธรรมไม่ได้ว่าพี่ชายของเขายังไม่ตาย และคำตอบของเรื่องนี้อาจจะอยู่ที่ภูเสือ ระหว่างนั้นผู้ช่วยถึกตามขึ้นมาบนเนินมองตามสายตาของเขาไปยังทิวเขาเบื้องหน้า

“ภูข้างหน้านั่นแม่นภูเสือที่เขาร่ำลือกันแม่นบ่นายฮ้อย”

“แม่นแล้ว ข้อยมั่นใจว่าคำแก้วกับแสงโสมและจันแดงกำลังมุ่งหน้าที่หม่องนั่น”

ผู้ช่วยถึกแปลกใจเกิดอะไรขึ้นถึงได้พากันไปในที่ที่มีอันตรายแบบนั้น นายฮ้อยเคนรู้เหตุผลของคำแก้ว แต่สำหรับแสงโสมกับจันแดง เจอตัวเมื่อไหร่เขาต้องถามแน่นอน แต่แล้วเขาก็ชะงักเมื่อเห็นควันไฟที่ป่าเบื้องล่าง รีบชี้ให้ผู้ช่วยถึกดู...

ควันไฟที่นายฮ้อยเคนเห็น เป็นควันไฟจากการย่างไก่ของควาญบ้าเพื่อเอาไว้ถวายให้นางฟ้าของตัวเอง คำแก้วยังคาใจไม่หาย อยากรู้ว่าเมื่อคืนนี้ควาญบ้าช่วยเธอไว้ได้อย่างไร เขาเล่าเป็นฉากๆว่าเห็นโจรจะทำไม่ดีกับเธอก็เลยเอาไม้ตีจนมันกลัววิ่งหนีไป เล่าจบก็จับมือเธอมากุมไว้

“ข้อยเป็นห่วงนางฟ้า ข้อยฮู้ว่านางฟ้ามาตามข้อย ข้อยยอมตายเพื่อนางฟ้าได้โลด” ควาญบ้าเอาหลังมือ คำแก้วมาลูบแก้มตัวเอง เธอตกใจรีบชักมือกลับ เขาตัดพ้อรังเกียจกันหรือ เธอส่ายหน้าจับมือเขามาบีบ

“ขอบใจอ้ายหลายเด้อ ข้อยเป็นหนี้บุญคุณอ้ายอีหลี ว่าแต่อ้ายมีชื่อบ่”

“ชื่อข้อย ไผก็เอิ้นข้อยว่าควาญบ้า แต่ข้อยบ่ได้บ้า นางฟ้าเชื่อข้อยบ่ ข้อยไม่ได้บ้า”

คำแก้วเชื่อว่าเขาไม่ได้บ้า ควาญบ้าแกล้งดีใจถือโอกาสดึงเธอมากอด เธอปล่อยให้กอดสักพักจึงดันตัวเองออกห่างแล้วขอให้ช่วยเธอด้วย พี่สาวกับน้องสาวถูกโจรป่าจับตัวไป เขาพอจะรู้ไหมว่าถูกจับไปไว้ไหน...

คนที่คำแก้วถามหาถูกโจรโพกผ้าจับตัวไปไว้ที่ชุมโจรกลางป่า ทั้งคู่ปลอดภัยไม่ได้ถูกลวนลาม ทันใดนั้นประตูกระท่อมเปิดผลัวะ โจรคนหนึ่งพรวดพราดเข้ามาหวังจะลวนลาม โจรอีกคนตามเข้ามารั้งตัวไว้ เตือนว่าลูกพี่ไม่ให้แตะต้องพวกผู้หญิง ต้องจัดการกับพวกทัพควายให้หมดก่อน
จังหวะนั้นมีเสียงโวยวายของสุบินดังเข้ามา “บักห่าเอ๊ย บักหมาลอบกัด แน่จริงมาตัวๆกับกูสิเว้ย”

สองสาวจำเสียงเขาได้มองหน้ากันเลิ่กลั่ก

ooooooo

สุบินซึ่งถูกขังอยู่ในกรงไม้ไผ่รวมกับคนอื่นๆ โวยวายท้าดวลกับพวกโจรโพกหน้าเพราะคิดว่าเป็นแค่โจรกระจอก ตัวเองคนเดียวก็สามารถจัดการพวกมันได้ หัวหน้าสมุนโจรรำคาญกระชากตัวเขาออกจากกรง

“มึงท้าซุมกูดวลเบาะ”

“เออ ซุมมึงมันโจรกระจอก ฮู้บ่ว่าซุมกูเป็นไผ นี่ล่ะทัพควายนายฮ้อยทมิฬ คั่นซุมมึงยังบ่ปล่อยซุมกูออกไป ได้เจ็บโตฮ้องขอชีวิตแน่” สุบินคุยข่ม แทนที่หัวหน้าสมุนจะกลัวกลับโยนมีดให้เขาเล่มหนึ่งเป็นการรับคำท้า สุบินคว้ามีดได้ก็ฟันไม่ยั้งหัวหน้าสมุนหลบหลีกไปมาก่อนจะแกล้งเสียท่าให้
สุบินใช้สันมีดกระแทกหน้าหงายแล้วตามเข้าไปฟันซ้ำ ครั้นมีดถูกตัวหัวหน้าสมุนเสียงดังราวกับฟันถูกเหล็กไม่ใช่เนื้อคน และมีดก็ไม่ได้ระคาย

แม้แต่หนังกำพร้า เขาตกใจเช่นเดียวกับพรรคพวก ตัดสินใจลองแทงท้อง เหมือนเดิม มีดไม่ระคายผิว เฒ่าอ่ำถึงบางอ้อทันทีตะโกนเตือนสุบินเสียงลั่น

“ซวยคักแล้วบักสุบิน ซุมมันเป็นโจรเหล็กไหล” เสียงเตือนไม่ทันขาดคำ หัวหน้าสมุนซัดสุบินหนึ่งหมัดกระเด็นลงไปฟุบ จากนั้นเขาก็โดนพวกสมุนโจรรุมสหบาทาอย่างไม่ปรานี...

ด้านคำแก้วยังคงตามตื๊อให้ควาญบ้าช่วยบอกทีว่าชุมโจรที่จับจันแดงกับแสงโสมไปอยู่ไหน เพื่อที่จะได้ไปตามนายฮ้อยเคนไปช่วย เขามองเธออย่างชั่งใจ

ยังไม่ทันจะว่าอะไร นายฮ้อยเคนกับพวกแหวกพุ่มไม้

เข้ามาเสียก่อน คำแก้วเห็นนายฮ้อยเคนตามมาช่วยก็ดีใจวิ่งไปหา ผู้ช่วยโทนกับผู้ช่วยถึกเห็นควาญบ้าก็ไม่ไว้ใจชักมีดจะเล่นงาน ควาญบ้าแกล้งกลัวตัวสั่น ชักขอสับช้างที่เหน็บเอวด้านหลังขึ้นมากระชับในมือขู่ไม่ให้เข้าใกล้

“เซาๆๆๆ อย่าเฮ็ดเพิ่น เพิ่นเป็นคนดี เพิ่นคอยซอยเหลือข้อยมาตลอด” คำแก้ววิ่งไปขวางสองผู้ช่วยไว้ นายฮ้อยเคนมองชายแปลกหน้าอย่างพิจารณาก่อนจะถามเธอว่านี่ใคร พอรู้ว่าเขาคือชายบ้าที่เธอเจอที่ทัพควายก็โบกมือเป็นทำนองให้ผู้ช่วยทั้งสองคนเก็บอาวุธ แล้วสั่งให้สีโหเฝ้าควาญบ้าไว้

“ส่วนคำแก้ว เฮามีเฮื่องต้องคุยกัน” พูดจบ นายฮ้อยเคนเดินนำคำแก้วแยกไปอีกทางพร้อมกับผู้ช่วยทั้งสองคน ครั้นได้ฟังคำแก้วเล่าถึงเรื่องสมบัติของเฒ่าโสมและเรื่องที่แสงโสมนัดจะไปเจอกับเฒ่าโสมก็ไม่พอใจ ต่อว่าเธอที่รู้ว่าโจรเฒ่ายังไม่ตายแต่ไม่ยอมเล่าให้ฟังทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญ เธออ้างอยากจะเล่าแต่ไม่มีโอกาส นายฮ้อยเคนดักคอที่เธอไม่เล่าก็เพราะต้องการจะไป

ภูเสือกับจันแดงและแสงโสมเพื่อสืบเรื่องในอดีตของเขา

“เฮื่องนั่นข้อยก็อยากฮู้อีหลีแหละ แต่บ่ได้อยากจนโตสั่นจนต้องขี้ตั๊วทรยศต่อคำสาบานทัพควายดอก แหม...คึดได้เนาะ อิหยังบ่ดีโยนให้อีคำแก้วเบิ่ด”

นายฮ้อยเคนไม่พอใจที่เธอยอกย้อนทำท่าจะเอาเรื่อง ผู้ช่วยถึกต้องขอร้องเขาถ้าอยากจะลงโทษ

คำแก้วไว้กลับถึงทัพควายค่อยว่ากัน แต่ตอนนี้เราควรจะต้องรีบไปช่วยจันแดงกับแสงโสมเสียก่อน

ผู้ช่วยโทนเห็นด้วย ป่านนี้แสงโสมจะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้ “คำแก้ว คนบ้าผู้นั่นซอยบอกเฮาได้บ่ว่าซุมโจรนั่นอยู่หม่องได๋”

ooooooo

หลังจากช่วยกันขอร้องควาญบ้าที่ทำท่ากลัวตลอดเวลาอยู่พักใหญ่ ในที่สุดเขาก็ยอมชี้ทางไป

ชุมโจรให้ นายฮ้อยเคนตบบ่าเขาเบาๆเป็นการขอบใจแล้วพากันเดินไปตามทางที่เขาบอก ควาญบ้าแอบยิ้มร้าย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองบนต้นไม้ซึ่งมีสมุนตัวเองเฝ้าดูมาตั้งแต่ต้น สมุนพยักหน้าให้ลูกพี่อย่างรู้กัน...

ในเวลาต่อมา หัวหน้าสมุนกระทืบสุบินต่อหน้าพวกทัพควายจนสะใจก็กระชากหัวขึ้นมาตะคอกใส่หน้า ยังคิดจะแหยมกับพวกตนอีกไหม สุบินตอบด้วยเสียงแผ่วว่าไม่กล้าอีกแล้ว พวกสมุนโจรหัวเราะสะใจ ระหว่างนั้นสมุนที่ซุ่มดูพวกนายฮ้อยเคนกลับเข้ามาส่งข่าวว่า นายฮ้อยทมิฬติดกับแล้ว

“พวกมึงเตรียมตัวเอาไว้ให้พร้อม ถึงเวลาที่ลูกพี่สิฆ่านายฮ้อยทมิฬแล้ว”

พวกสมุนได้ยินดังนั้นก็ส่งเสียงเฮลั่นรับกันเป็นทอดๆ หัวหน้าสมุนกระชากสุบินขึ้นมาอีกครั้ง

“นายฮ้อยทมิฬของมึงบ่ได้เก่งที่สุดบนแผ่นดินอีสานนี่ดอก ชื่อเสียงของมันสิถืกลบนำมือลูกพี่กู” ว่าแล้วหัวหน้าสมุนจับสุบินโยนใส่กรงที่ขังพวกทัพควายไว้อย่างเดิม...

ภายในกระท่อมไม่ห่างกันนัก แสงโสมซึ่งแอบดูผ่านทางรอยแตกของฝาผนังกระท่อมได้ยินและได้เห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับสุบินถึงกับหน้าถอดสีหันมาบอกจันแดงว่าพวกนี้ไม่ใช่โจรธรรมดาแต่เป็นโจรเหล็กไหลฟันแทงไม่เข้า มันคงเจอพวกสุบินกลางทางก็เลยจับตัวไว้ และเธอยังได้ยินอีกด้วยว่า นายฮ้อยเคนหลงกลมันแล้ว มันกำลังยกพวกไปฆ่าเขา จันแดงยอมให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้ ต้องหาทางช่วย

“เฮาถืกจับอยู่จังซี้ สิซอยได้จังได๋ล่ะเอื้อย”

“ต้องได้ เฮาต้องคึดให้ออก” จันแดงสีหน้าครุ่นคิดหนัก...

นายฮ้อยเคนกับพวกเดินตามควาญบ้ามาในป่าได้ไม่นาน คนนำทางก็หยุดพักทำทีว่าเหนื่อยมาก จะขอดื่มน้ำ นายฮ้อยเคนยื่นกระบอกไม้ไผ่ใส่น้ำให้ เขารับไปดื่มอย่างกระหาย สีโหสั่งให้เพลาๆหน่อย น้ำมีไม่มากดื่มคนเดียวหมดไม่ได้ นายฮ้อยเคนบอกให้สีโหปล่อยเขาตามสบาย อยากดื่มก็ดื่มไป เพราะดูท่าแล้วน่าจะยังอีกไกลกว่าจะถึงจุดหมาย แล้วหันไปบอกให้คนอื่นพักที่นี่กันก่อน หายเหนื่อยแล้วค่อยเดินทางต่อ

“ผ่านมาเมื่อกี้ ข้อยเห็นมีดงเครืออยู่พู้น ข้อยสิไปตัดเอาน้ำมาใส่กระบอก”

“ให้สีโหไปนำ สิได้คอยเบิ่งคอยระวังให้กันได้”

สีโหรับคำแล้วเดินออกไปกับผู้ช่วยโทน นายฮ้อยเคนไม่ค่อยจะวางใจในตัวควาญบ้านัก จึงมองสำรวจเขม็ง ควาญบ้ารู้ตัวแกล้งทำตัวให้ดูซื่อๆโง่ๆ ก่อนจะหันมาถามนายฮ้อยหนุ่มว่าขอเอาน้ำไปให้คำแก้วดื่มได้ไหม เขาพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต ควาญบ้าถือกระบอกน้ำเดินไปหาเธอ ผู้ช่วยถึกรีบเข้ามาคุยกับนายฮ้อยเคน

“น่าแปลกอยู่นะนายฮ้อย ป่าแถบนี้มีเทิ้งโจรเทิ้งสัตว์ฮ้าย คนสติดีๆยังเอาโตรอดได้ยาก แต่คนบ้าสติบ่ดีจังซี้กลับอยู่รอดมาได้ผู้เดียว หรือว่าสิมีของดีอยู่กับโต” คำพูดของผู้ช่วยถึกทำให้นายฮ้อยเคนมองไปที่ขอสับช้างซึ่งเหน็บไว้ด้านหลังควาญบ้าอย่างสนใจ ก่อนจะเดินตามไปขอดู คำแก้วนิ่วหน้าแปลกใจจะดูไปทำไม

“เป็นหยังถึงเบิ่งบ่ได้ล่ะคำแก้ว อ้ายอยากฮู้ว่าควาญบ้าผู้นี่เป็นควาญบ้าผู้เดียวกันกับเฮื่องที่ร่ำลือในถ้ำเหล็กไหลบนภูเสือบ่”

“ควาญช้างที่เป็นบ้าเพราะภูตผีปิศาจที่ปกป้องเหล็กไหลในถ้ำแม่นบ่อ้าย จารย์เม้าเคยเล่าให้ข้อยฟัง”

นายฮ้อยเคนสงสัยว่าน่าจะเป็นคนคนเดียวกันกับเรื่องร่ำลือนั่น คำแก้วมองไปที่ควาญบ้าซึ่งแกล้งทำหน้าหวาดกลัว มือไพล่หลังไปจับขอสับช้างไว้แน่น กระซิบบอกนายฮ้อยเคนว่าดูท่าแล้วไม่น่าจะยอมให้ดูขอสับช้าง นายฮ้อยเคนขอให้เธอช่วยพูดกับเขาให้ เธอมองควาญบ้าสีหน้าครุ่นคิด

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ระหว่างที่ผู้ช่วยโทนกับสีโหตัดเถาวัลย์เพื่อเอาน้ำที่อยู่ในนั้นใส่กระบอกไม้ไผ่ สองหนุ่มคุยกันไปคุยกันมาต่างเห็นใจซึ่งกันและกันเนื่องจากมีปัญหากับหญิงที่ตัวเองหลงรักเหมือนกัน

ระหว่างนั้น โจรโพกหน้าสามคนเข้ามาล้อมไว้ทั้งคู่ชักมีดขึ้นมาต่อสู้ จังหวะหนึ่งผู้ช่วยโทนกับสีโหได้เปรียบแทงเข้าท้องพวกโจรเต็มๆ แต่กลับไม่ระคายผิว

แถมเสียงมีดกระทบเนื้อกลับมีเสียงเหมือนแทงถูกเหล็ก ทั้งคู่ต่างตะลึงงัน โจรสบช่องช่วยกันรุมเล่นงานทั้งสีโหและผู้ช่วยโทนหลับกลางอากาศ...

คำแก้วพยายามขอร้องให้ควาญบ้าเอาขอสับช้างให้นายฮ้อยเคนดูแต่เขาไม่ยอมทำตาม พอเธอพูดถึงเหล็กไหลเขาแกล้งตกใจ ร้องเอะอะว่ากลัวแล้วๆซ้ำๆอยู่อย่างนั้นก่อนจะวิ่งหนี คำแก้วเป็นห่วงรีบวิ่งตามโดยไม่ฟังเสียงทัดทานของนายฮ้อยเคน จังหวะนั้นผู้ช่วยถึกวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงาน

“นายฮ้อยข้อยได้ยินเสียงผู้ซอยกับบักสีโหฮ้องขอความซอยเหลือ สงสัยสิเกิดเฮื่องแล้ว”

ครู่ต่อมานายฮ้อยเคนกับผู้ช่วยถึกมาถึงบริเวณที่ผู้ช่วยโทนกับสีโหมาตัดเถาวัลย์ เจอเพียงกระบอกไม้ไผ่สำหรับใส่น้ำตกอยู่แต่ไม่เจอใครสักคน ผู้ช่วยถึกลองสำรวจรอบๆเจอรอยเท้าย่ำเต็มไปหมด สงสัยสองคนนั่นจะถูกจับตัวไป นายฮ้อยเคนตั้งข้อสังเกตแสดงว่าพวกเราถูกลอบตามมาตลอด มันแค่รอให้เราหยุดพักแล้วถึงได้ลงมือ เขานึกเป็นห่วงคำแก้วขึ้นมาทันที ขยับจะไปดู แต่มีลูกดอกพุ่งเข้ามาเสียก่อน

นายฮ้อยเคนผลักผู้ช่วยถึกพ้นทางลูกดอกได้ทัน ทั้งคู่ยังไม่ทันจะตั้งหลัก โจรโพกหน้าพุ่งเข้าใส่พร้อมกับดาบในมือ ผู้ช่วยถึกชักมีดขึ้นมาก่อนจะหันไปบอกนายฮ้อยเคนให้รีบไปช่วยคำแก้ว ไม่ต้องห่วงทางนี้

“ระวังโตเด้อ เบิ่งทรงแล้วมันบ่ธรรมดา”

“ข้อยฮับมือได้ บ่ต้องห่วงดอกนายฮ้อย” ผู้ช่วยถึกทำท่ามั่นใจเพื่อไม่ให้นายฮ้อยเคนเป็นกังวลจะได้
รีบไปช่วยคำแก้ว แล้วควงมีดเข้าหาพวกโจรอย่างไม่เกรงกลัว...

กว่าคำแก้วจะรู้ตัวว่าถูกหลอกมาตลอดก็เป็นตอนที่ควาญบ้าย่างสามขุมเข้าหาด้วยท่าทีคุกคามไม่เหลือเค้าซื่อๆโง่ๆน่าสงสารให้เห็นแม้แต่น้อย เธอเจ็บใจมากที่ถูกหลอก ถอยพลางกวาดตามองหาอาวุธที่จะใช้ เจอไม้ท่อนหนึ่งคว้าขึ้นมาฟาดใส่สุดแรงเกิด ไม้หักสะบั้นแต่คนไม่สะเทือน เธอถึงกับตะลึง

“เจ้ากับนายฮ้อยทมิฬอยากรู้ว่าข้อยคือควาญบ้าผู้ที่รอดจากถ้ำเหล็กไหลตามคำร่ำลือแม่นบ่...ข้อยสิบอกให้ก็ได้ แม่นแล้ว ข้อยนี่ล่ะคือผู้ที่รอดออกมาได้ แต่บ่ได้รอดมาซื่อๆอย่างที่เจ้าได้ยินมาดอก”

จากนั้นความจริงทั้งหมดก็พรั่งพรูออกจากปากควาญบ้าว่าคนที่ฆ่าพระธุดงค์ตายคือเขานั่นเอง และเป็นเขาอีกเช่นกันที่เอาเหล็กไหลออกจากถ้ำ แถมยังกุเรื่องภูตผีปีศาจขึ้นมาเพื่อกันไม่ให้ใครกล้าเข้าไปในนั้น แต่หากมีใครอยากลองดีคิดจะเอาเหล็กไหลไปจากเขา ก็คงต้องเอาชีวิตมาทิ้งไว้บนภูเสือ

“แล้วสมบัติที่เจ้าเอามาให้ข้อย”

“สมบัตินั่นข้อยมาพ้อเอาทีหลัง น่าสิเป็นของพวกโจรที่แอบเอามาฝังไว้ เป็นตาเสียดายที่เจ้าต้องมาฮู้ความจริงซะก่อนบ่จังซั่นเจ้าสิได้เทิ้งสมบัติเทิ้งข้อยเป็นผัวไปแล้วคำแก้ว”

คำแก้วประกาศกร้าวจะไม่ยอมให้ควาญบ้าเข้าใกล้เป็นอันขาดขอสู้ตาย เขาไม่สนใจคำขู่เดินเข้าหา เธอทุบตีเขาอุตลุดแต่ไม่อาจสู้แรงได้ถูกบีบคอไว้แน่น เธอร้องเรียกให้นายฮ้อยเคนช่วยเธอด้วย เขาบีบคอเธอจนหมดสติทรุดลงไปกองกับพื้น นายฮ้อยเคนตามมาเห็นจะเข้าไปช่วย แต่ควาญบ้าขวางไว้

“บ่ต้องห่วง คำแก้วยังบ่ตายดอก นางฟ้าคนงามของข้อย จังได๋ก็ต้องเป็นของข้อยผู้เดียว”

“เป็นอย่างที่ข้อยคึดไว้อีหลี ตั้งแต่ข้อยสังเกตเห็นขอสับช้างของเจ้ามันลงอักขระโบราณเอาไว้ บ่แม่นขอสับช้างที่เคยพ้อมาก่อน ที่สำคัญเจ้าบ่ยอมให้คำแก้วแตะต้องมันแสดงว่ามันต้องบ่แม่นขอสับช้างธรรมดา”

ควาญบ้ายอมรับว่าใช่ ขอสับช้างของตนปลุกเสกด้วยเหล็กไหลห้ามผู้หญิงแตะต้องเด็ดขาดและมันก็พร้อมจะควักหัวใจนายฮ้อยเคนออกมา เขาแปลกใจในเมื่อเราสองคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แค่อยากจะปล้นทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ ควาญบ้าได้ยินชื่อเสียงของนายฮ้อยทมิฬอย่างเขาว่าเก่งกาจที่สุดบนแผ่นดินอีสานก็เลยอยากจะเจอเพื่อทดสอบเหล็กไหลของตัวเองว่าสามารถฆ่าเขาได้แค่พลิกฝ่ามือไหม

“เจ้าแค่อยากลองของแต่กลับเอาชีวิตผู้คนมาฆ่าเป็นผักปลา จังซั่นเจ้าจะได้ฮู้ว่าเจ้าคึดผิด” นายฮ้อยเคนเดือดดาลกับการกระทำของควาญบ้า ยกมือขึ้นพนมบริกรรมคาถา รอยสักตามตัวเรืองแสง แสดงถึงอาคมอันร้ายกาจ อึดใจรอบตัวเขาเกิดเปลวไฟลุกโชน แล้วพุ่งใส่ศัตรูทันที ควาญบ้าถูกไฟอัดกระเด็น แต่ชั่วครู่มันลุกขึ้นมาปัดเนื้อปัดตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

นายฮ้อยเคนถึงกับอึ้ง

“อาคมที่เพิ่นว่ากันว่าเก่งกาจหนักหนา มีดีแค่นี่เองเบาะนายฮ้อยทมิฬ” ควาญบ้าหัวเราะชอบใจ
นายฮ้อยเคนเจ็บใจชักมีดอาคมขึ้นร่ายคาถา แล้วโจนเข้าหาควาญบ้าซึ่งดึงขอสับช้างขึ้นมารับมือ สองคนต่อสู้กันอย่างดุเดือดไม่มีใครยอมใคร จังหวะหนึ่งนายฮ้อย

เคนได้เปรียบใช้มีดอาคมฟันคอควาญบ้า เสียงเนื้อกระทบกับมีดดังราวกับเหล็กกระทบกัน แถมคออีกฝ่ายไม่มีบาดแผลใดๆ

คราวนี้ควาญบ้าเป็นฝ่ายบริกรรมคาถาบ้าง รอยสักงูจงอางที่แขนเปลี่ยนสภาพเป็นงูตัวเป้งเลื้อยเข้ารัดตัวนายฮ้อยเคนไว้ ยิ่งเขาพยายามดิ้นงูก็ยิ่งรัดแน่นจน หมดสติไป ควาญบ้าหัวเราะสะใจเสียงดังลั่น...

ขณะที่นายฮ้อยเคนกับพวกเสียท่าให้โจรชั่ว จันแดงใช้อุบายหลอกว่าตัวเองป่วยแล้วอ้วกใส่สมุนโจรที่เข้ามาดู เขากลัวจะติดโรคเรื้อนจากเธอ ลนลานออกไปล้างตัวเปิดโอกาสให้สองพี่น้องหนีไปได้...

ระหว่างที่จันแดงกับแสงโสมหลบออกจากกระท่อมที่กักขัง เฒ่าอ่ำเห็นเข้าก็ดีใจมากโบกไม้โบกมือส่งเสียงเรียกให้มาช่วย จันแดงขยับจะเข้าไปหาแต่แสงโสมดึงตัวไว้ ชี้ให้ดูพวกสมุนที่เดินเวรยามอยู่ ทำให้เข้าไปช่วยพวกนั้นไม่ได้ จำต้องพากันหนีเอาตัวรอดไปเพียงลำพังสองพี่น้อง

ooooooo

กุลากับเฒ่าโสมเร่งเดินทางมาถึงทุ่งหินเพื่อจะให้ไปทันตามที่นัดกับจันแดงและแสงโสม เนื่องจากพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว เดินทางมืดๆค่ำๆไม่ปลอดภัย เฒ่าโสมจึงตัดสินใจก่อไฟพักแรมบริเวณนี้

บุญตาซึ่งแอบตามทั้งคู่มากับจันดี เห็นโจรเฒ่าแล้วอดแค้นใจไม่ได้ อยากจะเข้าไปจัดการให้รู้แล้ว
รู้รอด จันดีต้องเตือนไม่ให้เธอส่งเสียงดัง เดี๋ยวมันได้ยินเข้าจะเป็นเรื่อง เราต้องรอให้มันหลับสนิทไม่รู้ตัวก่อนแล้วค่อยเข้าไปจัดการ

“แต่แหงเห็นมันแล้วข้อยแหงแค้น ยอมทนให้มันกอดจูบทุกคืน สุดท้ายมันก็ฆ่าอ้ายข้อย”

“ความแค้นมันยังถ่าได้ แต่คั่นมันฮู้โตเฮาสิอดสมบัติมันแน่ ท่องเอาไว้บุญตา สมบัติของมันเท่านั่นที่เฮ็ดให้เฮาร่ำรวย บ่ต้องเสี่ยงชีวิตปล้นเขากินอีกแล้ว”

บุญตาพยักหน้ารับคำแล้วมองไปที่เฒ่าโสมด้วยความเคียดแค้น...

จันดีกับบุญตารอจนกุลากับเฒ่าโสมหลับสนิท จึงค่อยๆย่องเงียบกริบเข้าไปหา เธอไม่ทันระวังเหยียบกิ่งไม้หักเสียงดัง กุลาขยับตัวแต่ไม่ตื่น เธอถึงกับถอนใจโล่งอก จันดีหยิบมีดอาคมของเสือคำแสนออกมาย่องเข้าหาเฒ่าโสมที่นอนหลับไม่รู้เรื่องเงื้อมีดอาคมจะปาดคอ แต่บุญตากลับบอกให้เขาหยุดก่อน

“ห้ามอ้ายเฮ็ดหยังวะบุญตา” จันดีหัวเสียหันไปมองต้องตกใจเมื่อเห็นกุลาเอาหน้าไม้จ่อหัวบุญตาไว้ เฒ่าโสมที่ทำท่าเหมือนหลับสนิทเมื่อครู่ ลุกขึ้นคว้าคอจันดีบีบจากนั้นก็ลงมือซ้อมจนกระอักเลือด ส่วนบุญตาถูกกุลาคุมตัวไว้ พยายามขอร้องให้เฒ่าโสมปล่อยเขาไปอย่าทำร้ายเขาเลย

“อีบุญตา พอกูสิฆ่ามันมึงมาขอชีวิต แล้วทีมึงพามันมาปาดคอกูล่ะ อีห่า” ไม่ด่าเปล่าเฒ่าโสมหันไปตบหน้าบุญตาฉาดใหญ่ปากแตกเลือดซิบ เธออ้างที่ต้องทำอย่างนี้ก็เพราะเขาฆ่าพี่ชายของเธอก่อน เขาแก้ตัวว่าไม่ได้ฆ่า เสือคำแสนพลาดท่าตอนฝึกอาคมเอง เธอขอร้องไม่ต้องมาโกหก เธอกับจันดีรู้ความจริงหมดแล้วว่าเขาวางแผนจะกลับไปขุดสมบัติที่ฝังเอาไว้ เลยต้องฆ่าเสือคำแสนเพราะไม่อยากให้มาขวางทาง

“อีบุญตา มึงกับชู้ของมึงฮู้หลายกว่าที่กูคึดไว้”

บุญตาตกใจไม่คิดว่าเฒ่าโสมจะระแคะระคายเรื่องนี้ เขารู้มานานแล้วว่าเธอเป็นชู้กับจันดีแต่ที่ไม่ทำอะไรเพราะต้องจัดการกับเสือคำแสนให้ได้เสียก่อน

จันดีเห็นเฒ่าโสมเอามีดออกมาจะเชือดก็ร้องขอให้ไว้ชีวิต จะให้ทำอะไรเขายอมทุกอย่าง บุญตากลัวจันดีจะถูกฆ่า ขอร้องให้เฒ่าโสมไว้ชีวิตพ่อของลูกในท้องตัวเองด้วย เธอต้องเสียพี่ชายไปคนหนึ่งแล้ว อย่าให้ลูกของเธอต้องกำพร้าพ่อไปอีกคน

“บุญตา เจ้าแน่ใจบ่ว่าเป็นลูกข้อยบ่แม่นลูกพ่อใหญ่”

“อ้าย...ข้อยได้เสียกับอ้ายทุกมื้อ ข้อยฮู้ดีว่าเด็กในท้องมันลูกไผ...พ่อใหญ่ สิให้กราบตีนขอฮ้องก็ได้ อย่างน้อยข้อยก็เคยเป็นเมียเคยปรนนิบัติดูแลพ่อใหญ่ ไว้ชีวิตข้อยกับอ้ายจันดีมื้อนี่ แล้วข้อยสัญญาว่าสิเลิกลาบ่โกรธแค้นที่ฆ่าอ้ายคำแสนไป” บุญตาอ้อนวอนทั้งน้ำตา เฒ่าโสมนิ่งคิดไปอึดใจก่อนจะตัดสินใจทำตามที่เธอขอ

“อย่าฟ้าวดีใจไป กูสิป๋ามึงกับชู้ไปแต่ก็บ่ได้หมายความว่ามันสิย่างไปง่ายๆ สันดานงูเห่าอย่างมัน ต้องให้พิการเบิ่ดฤทธิ์เดชก่อน กูถึงสิป๋าไป” เฒ่าโสมว่าพลางมองมีดในมือแล้วมองจันดีด้วยสีหน้าร้ายกาจ

ooooooo

เสียงคำแก้วร้องเรียกปลุกให้นายฮ้อยฟื้นคืนสติ พอขยับตัวเขาพบว่าตัวเองถูกล่ามโซ่ไว้อย่างแน่นหนาขังอยู่ในกระท่อม ยิ่งพยายามออกแรงดิ้นโซ่ก็ยิ่งรัด ถึงกับร้องลั่น คำแก้วสงสารเขามากร้องห้ามไว้

“เซาเถาะแหงเฮ็ดจังซี้อ้ายแหงเจ็บ ตอนที่อ้ายบ่ได้สติ ข้อยหาทางซอยแล้วแต่บ่มีทางถอดมันออกได้เลย”

นายฮ้อยเคนหงุดหงิดที่ไม่สามารถจะทำอะไรได้ คำแก้วเสียใจน้ำตาไหลเข้าไปกอดเขาไว้ ขอโทษที่ไปหลงไว้ใจควาญบ้าทำให้ต้องเป็นแบบนี้ เขาปลอบว่าอย่าโทษตัวเอง ควาญบ้าเห็นเธอเป็นคนดีก็เลยใช้ความใจอ่อนของเธอมาเป็นเครื่องมือ แล้วถามถึงผู้ช่วยโทน ผู้ช่วยถึกและสีโหเป็นอย่างไรบ้างโดนฆ่าไปแล้วใช่ไหม

“บ่ เพิ่นถึกจับโตเอาไว้ ข้อยเห็นมันขังโฮมเอาไว้กับพวกทิดสุบิน”

“พวกทิดสุบินก็ถูกจับโตมาไว้หนี่นำ” นายฮ้อยเคนร้องเอะอะด้วยความตกใจ คำแก้วพยักหน้ารับ
“ข้อยยังได้ยินมันคุยกันนำว่าเอื้อยจันแดงกับ

แสงโสมหนีออกไปได้ก่อนที่เฮาสิถูกพาโตมา ตอนนี้มันส่งคนออกไปตามหาโตอยู่...อ้าย เฮาสิเฮ็ดจังได๋กันล่ะบาดนี่” คำแก้วร้องไห้อีก นายฮ้อยเคนสงสารเธอจับใจเรียกให้เข้ามาใกล้ๆ กอดเธอเอาไว้สัญญาจะไม่ให้มาแตะต้องเธอเด็ดขาด แล้วจูบหน้าผากเพื่อย้ำให้มั่นใจ ทันใดนั้นพวกสมุนโจรกรูกันเข้ามาค้นตัวนายฮ้อยเคน คำแก้วพยายามขัดขวางก็ถูกผลักกระเด็น...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน พวกสมุนโจรพากันถือคบไฟตามหาจันแดงกับแสงโสมมาตามทางกลางป่า สองสาวซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้เห็นพวกนั้นตามใกล้เข้ามาทุกทีเริ่มใจคอไม่ดี โดยเฉพาะจันแดงกระซิบถามน้องสาวว่า

“เอาจังได๋ดีล่ะแสงโสม เฮาหนีมันบ่พ้นแน่”

แสงโสมขอร้องอย่าเพิ่งถอดใจ อีกไม่ไกลก็จะถึงสถานที่นัดพบกับพ่อ แล้วถามว่าจำแผนที่ทางไปจุดนัดพบได้ไหม จันแดงพยักหน้า แสงโสมเสนอให้เราแยกกันหนี แล้วค่อยไปเจอกันที่นั่น ตนจะดึงความสนใจพวกมันให้เอง ก่อนจะวิ่งปรู๊ดออกไปโดยมีพวกสมุนไล่ตามติด...

ภายในถ้ำเหล็กไหล ควาญบ้าเพิ่งเสร็จจากนั่งสมาธิรักษาอาการบาดเจ็บจากถูกอาคมของนายฮ้อย
เคน เป็นจังหวะเดียวกับสมุนเฝ้ายามที่ปล่อยให้จันแดงกับแสงโสมหนีไปได้เข้ามารายงานว่าหาสองสาวไม่เจอ ควาญบ้าไม่พอใจกระชากสร้อยเอาก้อนเหล็กไหลที่ห้อยคอสมุนเฝ้ายามคืน จากนั้นบริกรรมคาถา ก้อนเหล็กไหลเปลี่ยนจากของแข็งเป็นของเหลวซึมเข้าไปในผิวหนังควาญบ้าจนหมด
สมุนเฝ้ายามรู้ถึงชะตากรรมของตัวเองยกมือไหว้ร้องขอชีวิต ควาญบ้าสะกดคำว่าปรานีไม่เป็นใช้ขอสับช้างสับเข้ากลางอกเขาตายอนาถ สมุนที่เหลือหวาดกลัวสุดขีด หนึ่งในสมุนนึกอะไรขึ้นมาได้

“ลูกพี่ ที่ลูกพี่สั่งให้ข้อยค้นโตนายฮ้อยทมิฬหาของดีที่มันพกติดโต นอกจากสร้อยเขี้ยวเสือโปร่งฟ้าบิ่นๆที่คอมันแล้ว ข้อยค้นพ้อตะกรุดเส้นนี่ ที่นายฮ้อยทมิฬมันหวงนักหวงหนาบ่ยอมให้แย่งเอามาเด็ดขาด” สมุนว่าแล้วยื่นตะกรุดที่ว่าให้ ควาญบ้ารับไปดูถึงกับชะงัก

จำได้ว่าเป็นของตัวเองที่ทองพูนเอาไป นิ่วหน้าสงสัย

ooooooo

นายฮ้อยเคนไม่ได้นอนทั้งคืนเพราะมัวแต่คิดหาทางช่วยคำแก้วกับพวกพ้องแต่คิดไม่ออก บ่นให้คำแก้วฟังว่านอกจากนายฮ้อยผีแล้ว เขาไม่เคยเจอใครที่มีอาคมแก่กล้าเท่าควาญบ้ามาก่อน ยิ่งมีเหล็กไหลอยู่ในตัวเขาก็ยิ่งหาทางจัดการกับมันได้ยากขึ้น คำแก้วเสนอจะเอาตัวเข้าแลกเพื่อช่วยเขาเอง

“ห้ามเด็ดขาดนะคำแก้ว เจ้าห้ามเสียสละโตเองเด็ดขาด คั่นมันอยากฆ่า นายฮ้อยทมิฬประกาศให้ฮู้กันทั่วอีสาน อ้ายสิยอมให้มันฆ่า แลกกับชีวิตเจ้ากับหมู่เฮาเอง”

“อ้าย หมู่เฮาเทิ้งทัพควาย เทิ้งชาวบ้านที่สว่างแดนดินกำลังถ่าให้อ้ายกลับไปซอยให้พ้นจากความอดอยาก อ้ายตายบ่ได้ดอก แต่ข้อย...ข้อยบ่มีประโยชน์กับไผ” พูดจบคำแก้วจูบแก้มนายฮ้อยเคนเหมือนเป็นการสั่งลา ก่อนจะเดินไปที่ประตูโดยไม่ฟังเสียงห้ามปรามของเขา...

ในเวลาต่อมา คำแก้วถูกพาตัวมาที่ถ้ำเหล็กไหล ควาญบ้าไล่สมุนออกไปให้หมดเหลือเพียงตัวเองกับเธอลำพังสองคน คำแก้วไม่รอช้าเสนอตัวแลกกับชีวิตของนายฮ้อยเคนกับพวก ควาญบ้าหัวเราะราวกับได้ฟังเรื่องขบขัน ทำไมต้องรับข้อเสนอในเมื่อเขาจะจัดการกับเธออย่างไรเมื่อไหร่ก็ได้

“ก็ย่อนว่าข้อยสิฆ่าโตตายตามนายฮ้อยทมิฬไป บ่ให้เจ้าได้ข้อยสมใจ” คำแก้วเอาปิ่นปักผมมาจี้คอตัวเอง สั่งให้ควาญบ้าทำตามที่เธอต้องการ เขาแค่ยกโบกมือปิ่นปักผมในมือเธอกระเด็นแล้วกระชากตัวมาใกล้ๆ

“เจ้ายอมเอาชีวิตโตเองมาแลกเผือเพิ่นจังซี้ ข้อยชักอยากฮู้แล้วว่านายฮ้อยทมิฬแท้จริงแล้วเป็นไผกันแน่” พูดจบควาญบ้ายื่นหน้าไปจูบแก้มคำแก้วซึ่งรู้สึกขยะแขยงอย่างบอกไม่ถูก...

ฝ่ายนายฮ้อยเคนเป็นห่วงคำแก้วจนทนไม่ไหวดิ้นรนเพื่อให้หลุดจากพันธนาการ สมุนได้ยินเสียงรีบเข้ามาดูเห็นเขาพยายามหนีเอาไม้เข้ามาจะทำร้าย เขาสบโอกาสเหมาะถีบขามันล้มใช้โซ่รัดคอจนแน่นิ่ง ก่อนจะคว้ากุญแจซึ่งเหน็บที่เอวมันมาไขกุญแจล็อกโซ่ จากนั้นพุ่งออกจากกระท่อม สมุนโจรคนไหนขวางหน้าถูกเขาอัดกระเด็น พวกทัพควายที่ถูกขังในกรงไม้ไผ่ต่างส่งเสียงเฮลั่น

“นายฮ้อยมาซอยเฮาแล้วโว้ย เฮารอดตายแล้ว” จันทาดีใจออกนอกหน้า นายฮ้อยเคนจะเข้าไปไขกุญแจปล่อยทุกคนแต่ควาญบ้าคุมตัวคำแก้วเข้ามาเสียก่อนสั่งให้หยุดแค่นั้น ไม่ว่าอย่างไรเขาก็หนีตนไม่พ้น

นายฮ้อยเคนสั่งให้ควาญบ้าปล่อยเธอไป แล้วมาสู้กันตัวต่อตัว ควาญบ้าจะยังไม่รับคำท้าของเขาจนกว่าเราจะได้คุยกันให้รู้เรื่องก่อน แล้วเอามีดจี้คอคำแก้ว ถ้าเขาอยากรู้ว่าคุยเรื่องอะไรก็ให้เลิกขัดขืนไม่อย่างนั้นตนจะฆ่าเธอทิ้ง นายฮ้อยเคนไม่มีทางเลือก ต้องยอมจำนน...

ในขณะเดียวกัน จันแดงวิ่งหนีไม่หยุดในที่สุดก็มาเจอกับเฒ่าโสม ถึงกับปล่อยโฮด้วยความดีใจโผกอดไว้แน่น เขาไม่เห็นแสงโสมอยู่ด้วยก็ถามหา พอรู้ว่าเธอล่อพวกสมุนโจรไปอีกทางเพื่อให้จันแดงหนีมาได้ก็รีบเดินทางไปช่วย โชคดีที่เขาไปช่วยแสงโสมได้ทันท่วงทีก่อนที่จะโดนพวกสมุนโจรรุมโทรม แม้เหล่าสมุนจะมีเหล็กไหลคุ้มครอง แต่อาคมของเฒ่าโสมแก่กล้ากว่าสามารถจัดการพวกมันได้

ooooooo

หลังจากฟังลูกสาวทั้งสองคนเล่าเรื่องกลุ่มโจรที่จับตัวพวกเธอไปกักขัง เฒ่าโสมเชื่อว่าหัวหน้า
พวกโจรจะต้องมีอาคมร้ายกาจกว่านี้หลายเท่า จันแดงเป็นห่วงนายฮ้อยเคนเพราะก่อนจะหนีออกมาได้ยินพวกสมุนคุยกันว่าเขาตกหลุมพรางมันแล้ว มันจะเตรียมฆ่าเขา

“ฝีมืออย่างนายฮ้อยเคนยังถึกมันเล่นงานได้ ข้อยว่าพ่อใหญ่ผู้เดียวสิรับมือมันบ่ไหว...ข้อยบ่ได้ดูถูกฝีมือพ่อใหญ่ ตอนเอาสมบัติไปฝัง พ่อใหญ่ก็ฮู้ว่ามีเหล็กไหลอยู่ในถ้ำนั่น แต่พ่อใหญ่ก็บ่อยากเฮ็ดพิธีเอาเหล็กไหลออกมาบูชาเองเลย” คำพูดของกุลาทำให้แสงโสมอดสงสัยไม่ได้ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น

“เหล็กไหลในถ้ำภูเสือบ่แม่นเหล็กไหลทั่วไปผู้ที่เอามาบูชาสิอยู่คงกระพัน มีอาคมแก่กล้าหลายขึ้น แต่คั่นบูชาไปโดนแล้ว เหล็กไหลภูเสือมันสิเข้าโตเปลี่ยนให้กลายเป็นคนบ้าลุ่มหลงในกิเลสจนเสียสติไปได้”

จากนั้นไม่นาน จันแดงกับแสงโสมพาเฒ่าโสมกับกุลามาซุ่มดูชุมโจรของควาญบ้า เห็นพวกสมุนกำลังช่วยกันฉุดกระชากลากถูคำแก้วที่พยายามดิ้นหนีเข้าไปขังไว้ในกระท่อมหลังหนึ่งโดยมีผู้ช่วยถึกที่ถูกขังอยู่ในกรงไม้ไผ่กลางลานกว้างรวมกับพวกทัพควายคนอื่นตะโกนสาปแช่งที่พวกมันรังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้ พวกสมุนไม่พอใจเข้ามาเปิดกรงกระชากตัวเขาออกมาซ้อม เฒ่าโสมที่ซุ่มดูอยู่ขมวดคิดหน้าเครียด

“พ่อ ต้องฟ้าวซอยคำแก้วกับพวกให้ได้เด้อ บ่จังซั่นได้ถืกฆ่าตายเบิ่ดแน่” จันแดงหน้าเครียดไม่แพ้กัน

เฒ่าโสมยื่นมีดลงอาคมให้เธอกับแสงโสมไปช่วยคำแก้ว ส่วนท่านกับกุลาจะไปช่วยพวกทัพควายเอง...

ขณะที่พวกสมุนกำลังสนุกสนานกับการรุมกระทืบผู้ช่วยถึก มีลูกดอกอาคมจากหน้าไม้ของกุลาพุ่งมาปักกลางอกหนึ่งในสมุนตายคาที่ สมุนคนอื่นต่างตกใจที่ลูกดอกยิงเข้า กุลาไม่รอช้าเล่นงานพวกสมุนทีละคนๆ

ล้มตายเป็นเบือ ขณะที่เฒ่าโสมปลดล็อกกุญแจกรงขังพวกทัพควาย

“ฟ้าวซอยพวกเจ้าแล้วฟ้าวไปซอยนายฮ้อยเคน ให้ไว”

ผู้ช่วยโทนเป็นอิสระออกมาได้รีบไขกุญแจกรงขังกรงอื่นๆปล่อยพรรคพวกตัวเองจนหมด ทุกคนคว้าอาวุธเท่าที่จะหาได้เข้าต่อสู้กับพวกสมุนที่แห่กันออกมาจากทุกทิศทุกทาง อีกมุมหนึ่งไม่ห่างนัก จันแดงกับแสงโสม ใช้มีดอาคมบุกเข้าไปช่วยคำแก้วหนีออกมาได้...

ทางฝ่ายนายฮ้อยเคนถูกควาญบ้านำตัวไปที่ถ้ำเหล็กไหลเพื่อสอบถามถึงตะกรุดเส้นนั้นไปได้มาจากไหน เขาได้มาจากคนที่พยายามฆ่าพี่ชายของเขา ตะกรุดเส้นนี้พ่อให้เขากับพี่ชายไว้ปกป้องอันตราย ควาญบ้าถึงกับตะลึง ถ้าเช่นนั้นเขาก็คือบักเคนบ้านโนนแดง

นายฮ้อยเคน งงรู้ได้อย่างไรว่าตนเคยอยู่ที่นั่น

ควาญบ้าเล่าว่าตะกรุดนี้เป็นของตน มันเป็นสิ่งเดียวที่เหลือไว้ดูต่างหน้าเนื่องจากครอบครัวถูกฆ่าตายหมด ทองพูนลูกน้องนายฮ้อยผีพยายามจะฆ่าตน แต่ตนสู้จนหนีรอดมาได้ ตั้งแต่นั้นตนต้องอยู่อย่างอดๆ อยากๆ ต้องเป็นโจรปล้นเขากิน ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะได้เจอคนที่คิดว่าตายไปแล้วอีก นายฮ้อยเคนถึงกับตะลึง นี่เท่ากับควาญบ้าคืออินพี่ชายของตัวเอง ระหว่างนั้นสมุนวิ่งเข้ามารายงานว่า

“มีพวกมันบุกมาซอย มันมีอาคมฆ่าหมู่เฮาไปหลาย คั่นสิฆ่านายฮ้อยทมิฬก็ต้องฟ้าวฆ่าเดี๋ยวนี้โลด” พูดจบสมุนชักมีดฟันนายฮ้อยเคนทันที เขาหลบทันก่อนจะซัดสมุนกระเด็นไปถูกควาญบ้า ขอสับช้างในมือหล่นพื้น แล้วพุ่งไปคว้ามันไว้เหวี่ยงใส่เจ้าของขอสับซึ่งมีอาคมของเหล็กไหลปักกลางอก ควาญบ้าถึงกับทรุดนายฮ้อยเคน

ไม่รอช้าวิ่งหนีออกจากถ้ำ ควาญบ้าที่เลือดไหลอาบร่างมองตามเขาอย่างเจ็บแค้นใจ

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement