นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 1 นิยายไทยรัฐ
วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 1


17 พ.ย. 2560 07:47
792,191 ครั้ง

ละคร นิยาย นายฮ้อยทมิฬ

นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 1

อ่านเรื่องย่อ

นายฮ้อยทมิฬ

แนว:

ดราม่า-แอ็คชั่น

บทประพันธ์โดย:

คำพูน บุญทวี

บทโทรทัศน์โดย:

แพรพริมา

กำกับการแสดงโดย:

ธงชัย ประสงค์สันติ

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ภัทรเดช สงวนความดี,ฝนทิพย์ วัชรตระกูล

จังหวัดสกลนคร ปี พ.ศ.2490...

ระหว่างที่นายฮ้อยเคนกับพวกต้อนฝูงควายผ่านทุ่งหินอันแห้งแล้ง ควายบางส่วนแตกฝูงทำให้สุบินกับสีโหต้องขี่ม้าไปต้อนกลับ อากาศร้อนจัดทำให้สุบินกระหายน้ำดื่มน้ำในกระบอกไม้ไผ่ของตัวเองจนเกลี้ยงต้องหันไปขอน้ำจากสีโหมาดื่ม ครั้นยกขึ้นซดกลับพบว่าน้ำมีเหลือแค่ก้นก็ไม่พอใจโวยวายเสียงลั่น

“เอ้า แถวนี้มันแล้งหลายจนน้ำในห้วยยังแห้งหมด แล้ว น้ำในกระบอกไม้ไผ่ของข้อยมันจะเหลือได้จ่ังได๋น้อทิดสุบินเอ้ย” พูดจบสีโหหัวเราะชอบใจ สุบินไม่ขำด้วยหาว่าอีกฝ่ายกลั่นแกล้งจนเกือบจะมีเรื่องกัน ชาวบ้านคนหนึ่งที่ร่วมขบวนต้อนควายต้องเข้ามาห้าม พลางหยิบกระบอกน้ำของตัวเองส่งให้สุบินไปดื่มแทนที่ ทันใดนั้นลูกดอกจากหน้าไม้พุ่งมาปักกลางอกชาวบ้านใจดีคนนั้นตายคาที่

“นาย...ฮ้อย...นายฮ้อยเคน” สุบินตะโกนโหวกเหวก ไม่ทันขาดคำมีลูกดอกและลูกปืนจากกลุ่มโจรที่ซุ่มอยู่ระดมยิงใส่ ทุกคนต่างวิ่งหลบเข้าที่กำบังกันจ้าละหวั่น นายฮ้อยเคนซึ่งมีผ้าขาวม้าโพกหน้ากันฝุ่นควบม้าเข้ามาพลางยิงโต้ตอบพวกโจรอย่างไม่เกรงกลัว ผู้ช่วยโทนมือขวาของเขาตามมาช่วยยิงต่อสู้ ส่วนผู้ช่วยถึกกับจันทา ขี่เกวียนเข้ามายิงหน้าไม้สู้กับพวกโจรด้วย นายฮ้อยเคนสั่งให้สีโหพาพวกกองเกวียนหลบไปก่อน

“ผู้ช่วยโทน ผู้ช่วยถึก จันทา ตามข้อยมาอย่าให้พวกมันหนีไปได้” นายฮ้อยเคนควบม้านำออกไป

พวกโจรโพกผ้าปิดหน้าสู้ไม่ได้หนีไปที่ช่องเขา นายฮ้อยเคนกับพวกไล่ตามโดยไม่ล่วงรู้เลยว่านี่เป็นแผนล่อให้ไปติดกับของพวกโจร ขณะที่นายฮ้อยเคน ผู้ช่วยโทน ผู้ช่วยถึกและบักจันทากำลังต่อสู้กับพวกโจรอย่างดุเดือด เสือคำลือหัวหน้าโจรกับสมุนอีกจำนวนหนึ่งนั่งอยู่บนหลังม้ามองลงมาจากบนเนินหินเหนือช่องเขา

“บักฮ้อยเคน ข้อยอยากฮู้คือกันว่าเจ้าจะฆ่าบ่ตายอย่างที่เขาว่าอีหลีบ่” เสือคำลือว่าแล้วยกมือให้สัญญาณ สมุนโจรพากันโยนถุงหนังบรรจุน้ำมันดินลงไปเบื้องล่าง น้ำมันนองพื้น

ooooooo

พวกโจรที่ต่อสู้อยู่กับนายฮ้อยเคนรู้กันกับพวกบนเนินเขาพากันวิ่งหนี นายฮ้อยเคนตระหนักทันทีว่าถูกล่อให้มาติดกับ ตะโกนบอกพรรคพวกให้ระวังตัวด้วย ขาดคำสมุนโจรที่อยู่บนเนินเขายิงลูกดอกที่จุดไฟลงไปเบื้องล่าง น้ำมันติดไฟพึ่บ นายฮ้อยเคนกับพวกต้องถอยไปหลบหลังเกวียนซึ่งเป็นที่กำบังที่เดียว

“นายฮ้อย เฮ็ดจั่งได๋ล่ะทีนี้ พวกเฮาตายหยังเขียดแท่ๆ”

นายฮ้อยเคนให้คำมั่นว่าจันทากับทุกคนจะได้กลับไปหาลูกเมีย เดี๋ยวเขาจะยิงเปิดทางให้ทุกคนรีบฝ่ากองไฟออกไปให้เร็วที่สุด แล้ววิ่งออกไปยิงใส่พวกที่อยู่บนเขาอย่างไม่กลัวตาย

ผู้ช่วยโทนเป็นห่วงจะตามไปช่วยแต่เขาหันมาไล่ตะเพิดให้ทุกคนหนีไป ผู้ช่วยถึกกับจันทาต้องดึงตัว

ผู้ช่วยโทนขึ้นเกวียนก่อนจะตวัดสายบังเหียนเฆี่ยนให้ควายลากออกไป มีลูกดอกจากหน้าไม้ยิงถูกไหล่นายฮ้อยเคนอย่างจังจนทรุด แม้จะเจ็บแต่เขาไม่หวั่นยังคงยิงเปิดทางให้พวกตัวเองหนีไปจนได้...

ผู้ช่วยถึกกับจันทาบังคับเกวียนหนีมาจนถึงบริเวณทุ่งหินโล่งๆไม่เห็นพวกโจรตามมาก็ผ่อนบังเหียนทำให้ควายวิ่งช้าลง ผู้ช่วยโทนโดดลงจากเกวียนจะกลับไปช่วยนายฮ้อยเคน ผู้ช่วยถึกเตือนสติ นายฮ้อยเคนสั่งไว้แล้วว่าไม่ให้กลับไปก็ต้องเชื่อฟัง และที่เขาต้องการให้เราหนีออกมาก็เพราะอยากให้เรากลับไปช่วยคนอื่น

“ผู้ช่วยถึกเว่าถูกแล้ว ไว้ใจนายฮ้อยโลด แล้วไปช่วยหมู่เฮาดีกว่า” จันทายังไม่ทันจะขยับ สุบินกับสีโหในสภาพสะบักสะบอมเดินโซซัดโซเซเข้ามาบอกว่าไม่เหลือใครให้กลับไปช่วย พวกเราถูกพวกเสือคำลือซุ่มโจมตี ปล้นเอาควายไปหมดแถมฆ่าทุกคนไม่เหลือ มีแค่เราสองคนที่หนีรอดมาได้

“บ่ต้องเว่าหยังแล้ว ข้อยจะเอาคืนให้นายฮ้อยให้พวกเจ้าเอง” พูดจบผู้ช่วยโทนขยับจะกลับไปเอาเรื่องพวกโจร แต่มีเสียงฝีเท้าม้าดังขัดจังหวะเสียก่อน ทุกคนหันมองตามเสียง

“เจ้า...เจ้าห้ามไปไสเด็ดขาด ผู้ช่วยโทน”นายฮ้อยเคน ในสภาพเลือดไหลอาบจากบาดแผลที่หัวไหล่พยุงตัวบนหลังม้าได้อีกอึดใจก็เป็นลมหมดสติตกลงจากหลังม้าท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ที่หมู่บ้านสว่างแดนดิน จ้อนกับเด็กๆในหมู่บ้านอีกสองคนจับกิ้งก่าหรือกะปอมตัวใหญ่จากรูขึ้นมาได้ คำม่วนกลับมาแย่งเอาไป เด็กน้อยขอคืนดีๆ เธอกลับเอามันใส่ชะลอมตัวเองหน้าตาเฉย

คำแก้วไม่ชอบใจที่คำม่วนคอยกลั่นแกล้งจ้อนอยู่ตลอด ก็เลยแกล้งคืนไปบ้าง ทั้งถีบก้นหน้าคะมำทิ่มกองขี้ควายสองรอบ ทั้งเอากะปอมที่อยู่ในชะลอมเทใส่ คำม่วนถึงกับกรีดร้องลั่นทุ่ง วิ่งหนีพลางปัดกะปอม ที่พยายามไต่เข้าไปในเสื้อ โดยมีเด็กๆไล่ตามไปเอา

กะปอมคืน จ้อนจะไปด้วยแต่คำแก้วคว้าแขนไว้ชวนไปเอาไข่ที่หมกทรายด้วยกัน ระหว่างรอคำแก้วขุดหาไข่ เด็กน้อยบ่นอุบเมื่อไหร่หมู่บ้านเราจะหยุดแล้งก็ไม่รู้

“ก็คงจนกว่าเทวดาจะเห็นใจพวกเฮาล่ะหำน้อยเอ๊ย” คำแก้วพูดพลางขุดหาไข่ที่หมกทรายเอาไว้ จ้อนเงยหน้ามองก้อนเมฆที่ลอยอยู่บนฟ้า ขอร้องอย่าเพิ่งไป มาหยุดที่หมู่บ้านของตนจะได้มีฝนตกสักที ขอเมฆไม่สำเร็จ จ้อนขอให้เทวดาช่วยให้ฝนตกลงมาด้วย คำแก้วเข้ามาลูบหัวปลอบใจ

“เทวดาบ่ใจร้ายใจดำกับพวกเฮาดอก แต่เพิ่นขี้ลืม เดี๋ยวพอนึกได้ ฝนก็จะเทลงมาห่าใหญ่เองนั่นล่ะ”

จ้อนกลัวว่ากว่าเทวดาจะนึกได้ พวกเราจะพากันอดตายเสียก่อน บักจ่อยเคยบอกไว้ว่ามีแค่นายฮ้อยเคนคนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยให้พวกเราไม่ต้องอดต้องอยาก ตนอยากให้เขากลับมาเร็วๆ คำแก้วปลอบว่าอีกไม่นานเขาก็คงจะกลับ แล้วเอาไข่หมกทรายที่ขุดได้ยื่นให้

“ขอบใจพี่คำแก้วหลายเด้อ ข้อยจะเอาไปแบ่งให้แม่ใหญ่กิน” จ้อนดีใจวิ่งปรู๊ดออกไปทันที คำแก้วมองตามสงสารจับใจ พลันมีมือมาดึงหูอย่างแรง เธอหันขวับจะเอาเรื่องแต่ต้องชะงักเมื่อเจอคำแพงพี่สาวตัวเอง

“ว่าแล้วต้องหนีมาอยู่นี่ ตามหาจนทั่วหมู่บ้าน ตามเอื้อยมาเดี๋ยวนี้เลยเด้อ”...

ที่ทุ่งหิน นายฮ้อยเคนฟื้นคืนสติขึ้นมาเห็นแต่ผู้ช่วยถึก จันทา สีโหและสุบินเพียงสี่คน ไม่เห็นมีคนอื่นๆอยู่ด้วยก็ถามหา ได้ความว่าพวกนั้นถูกพวกเสือคำลือฆ่าตายหมด เหลือกันอยู่แค่นี้ นายฮ้อยเคนหน้าสลด

ถามว่าผู้ช่วยโทนก็ถูกฆ่าด้วยหรือ สุบินส่ายหน้า ผู้ช่วยโทนไม่ได้โดนฆ่าแต่เห็นพวกเราถูกฆ่า เห็นนายฮ้อยเคน

ถูกทำร้ายบาดเจ็บก็เลยแค้นมาก จะตามไปฆ่าเสือคำลือให้ได้โดยไม่ฟังคำห้ามปรามของพวกตน

“ผู้ช่วยโทน!!” นายฮ้อยเคนกัดฟันยันตัวลุกขึ้น จะตามไปช่วยมือขวาของตัวเอง ผู้ช่วยถึกทักท้วง สภาพของเขาตอนนี้จะไปได้อย่างไร ถ้ายังฝืนไป ตนกลัวว่าจะไม่รอดทั้งคู่ เขาปลอบว่าไม่ต้องกลัว พวกโจรคิดว่าฆ่าเขาได้แล้ว แต่เขาไม่ตายสมใจพวกมัน แบบนี้เสือคำลือต่างหากที่ต้องกลัวเขา แล้วกัดฟันคว้าปืนปีนขึ้นหลังม้าควบไปอย่างรวดเร็ว ผู้ช่วยถึกอ้าปากจะห้ามแต่จันทามาแตะบ่าไว้

“นายฮ้อยเว่าถูกแล้ว พวกมันต้องกลัวนายฮ้อยขี้หดตดหายเพราะนายฮ้อยเคนฆ่าบ่ตาย นี่แหละนายฮ้อยทมิฬ...ไปๆช่วยนายฮ้อย ลุยโลด” จันทาขยับจะขึ้นเกวียน เกิดลมพัดกระโชกเข้ามา เมฆฝนครอบคลุมไปทั่วบริเวณอย่างรวดเร็ว สร้างความประหลาดใจให้จันทา ผู้ช่วยถึก สุบินและสีโหเป็นอย่างยิ่ง

ooooooo

ผู้ช่วยโทนถูกสมุนโจรซ้อมสะบักสะบอมก่อนที่จะถูกโยนมากองอยู่ตรงหน้าเสือคำลือผู้เป็นหัวหน้าโจร สมุนรายงานว่าผู้ช่วยโทนจะมาแก้แค้นที่เสือคำลือฆ่านายฮ้อยเคน เสือร้ายหัวเราะชอบใจ

“บักฮ้อยเคนที่ลือกันว่าเก่งหลาย ยังต้องตายเพราะน้ำมือเสือคำลือ แล้วประสาหยังกับผู้ช่วยที่เดินตามก้นบักฮ้อยเคนมันจะเฮ็ดหยังข้อยได้ ถ้ามันอยากตายหลายก็ช่วยให้มันตายโลด จะได้ตามไปเป็นผีผู้ช่วยรองมือรองตีนลูกพี่มัน” คุยอวดจบเสือคำลือเดินหัวเราะออกไป ผู้ช่วยโทนไม่ยอมตายง่ายๆฮึดสู้ แย่งพร้าที่จะเอามาเชือดคอตนเองไปจากมือสมุน ถลาจะตามไปเล่นงานเสือคำลือ แต่มันไวกว่าหันมายิงปืนขู่ลงพื้น

“บักนี่มันเป็นผีบ้า อุตส่าห์ใจดีจะให้ตายไปอยู่กับลูกพี่เร็วๆ ดันอยากถูกฆ่าตายแบบทรมาน ถ้าจั่งสั้น เดี๋ยวข้อยจะให้ม้ามันช่วยกันแยกชิ้นส่วนเจ้าออกเป็นชิ้นๆ”

“ไว้จับข้อยให้ได้ซะก่อนบักเสือคำลือ” ผู้ช่วยโทนไม่กลัวตายถลาจะเข้าไปเล่นงานโจรชั่ว แต่ถูกยิงสวนโดนไหล่ถึงกับทรุดลงไปกองกับพื้น...

อีกมุมหนึ่งบริเวณที่สมุนต้อนควายที่ปล้นได้มารวมกัน ลมกระโชกแรงขึ้น ท้องฟ้ามืดครึ้มเกิดลมหมุนจากพื้นขึ้นสู่ท้องฟ้าหลายจุด พวกสมุนต่างมองด้วยความฉงน เสียงควบม้าของนายฮ้อยเคนดังเข้ามา

พวกโจรหันไปมองก็ยิ่งตกใจเพราะเห็นภาพนายฮ้อยเคนควบม้าอยู่เบื้องหน้าพายุหมุน ทำให้ดูเหมือนเขาเป็นพวกมีวิชาอาคมแก่กล้าฆ่าไม่ตาย แถมยังสามารถเรียกลมเรียกฝนได้อีกต่างหาก

“นาย...นายฮ้อยมัน...มันกลับมา” พูดได้แค่นั้น สมุนวิ่งหน้าตื่นไปรายงานเสือคำลือว่าผีนายฮ้อยเคน กลับมาแก้แค้น ขาดคำฟ้าผ่าเปรี้ยงลงที่ต้นไม้ใกล้ๆ เหมือนจะตอกย้ำว่านี่เป็นอภินิหาร เสือคำลือไม่เชื่อว่าคนตายแล้วจะฟื้น สั่งให้สมุนลากผู้ช่วยโทนออกไปดู ต้องตะลึงเมื่อเห็นนายฮ้อยเคนกับพวกเล่นงานสมุนของตัวเองล้มตายท่ามกลางพายุพัด ฟ้าแลบแปลบปลาบ

“พอแล้ว กลัวแล้ว นายฮ้อยเคนเป็นนายฮ้อยทมิฬ” พวกสมุนที่ขี้ขลาดตาขาวพากันหนีกระเจิดกระเจิง

ผู้ช่วยโทนได้ทีพูดตอกย้ำว่านายฮ้อยของตนฆ่าไม่ตายเพราะอยู่ยงคงกระพันเป็นนายฮ้อยทมิฬ วันนี้คนที่จะต้องตายก็คือเสือคำลือนั่นเอง เสือร้ายรำคาญที่เขาพูดมากชักปืนจะยิง แต่นายฮ้อยเคนหันมาเห็นเสียก่อน ยิงใส่มือเสือคำลือปืนกระเด็น เลือดไหลอาบ วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว ผู้ช่วยโทนจะตาม นายฮ้อยเคนห้ามไว้

“บ่ต้องตามมันไป เจ้าไปให้ทิดจันทาเฮ็ดแผลให้ ส่วนไอ้เสือคำลือ ข้อยจะตามไปจัดการมันเอง”...

เสือคำลือไม่ได้ทำชั่วแค่ตัวเอง ยังสั่งสอนให้คำแสนลูกชายเป็นเสือตามตัวเองอีกด้วย ออกปล้นฆ่าชาวบ้าน อย่างทารุณโดยมีกาเหว่าและกะปอมเป็นสมุนคู่ใจ เงินทองที่ปล้นได้ครั้งนี้เขาสั่งให้สมุนคู่ใจเอาไปเก็บไว้ก่อน เขาจะตามไปสมทบกับเสือคำลือผู้เป็นพ่อ กาเหว่าขอตามไปด้วยเพราะได้ข่าวว่าเสือคำลือปล้นควายจากนายฮ้อยเคนมาได้หลายตัว ก็อยากจะไปร่วมฉลองด้วย

“ถ้าเรื่องเหล้ายาปลาปิ้ง อย่าลืมข้อยด้วยเด้อ” กะปอมไม่ยอมพลาดงานฉลองเช่นกัน เสือคำแสนไม่ขัดข้องชวนสองสมุนร่วมเดินทางไปด้วยกัน...

ด้านเสือคำลือหนีมาจนมุมที่หน้าผาสูงชันนายฮ้อยเคนสั่งให้ยอมแพ้และเลิกหนีได้แล้ว แต่เขาไม่ทำตามชักมีดสั้นขึ้นมา สองคนต่อสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร ต่างฝ่ายต่างยื้อยุดฉุดมีดกันไปมา เสือคำลือพลาดท่าถูกคมมีดตัวเองเสียบเต็มท้องซวนเซไปที่หน้าผา นายฮ้อยเคนพยายามจะคว้ามือแต่ไม่ทัน เขาร่วงลงไปตายอนาถ

ooooooo

เสือคำแสนกำลังเตรียมเหล้ายาปลาปิ้งรอพ่อกลับมาฉลองพร้อมกัน แต่กลับเจอข่าวร้ายเมื่อสมุนแบกร่างไร้วิญญาณของท่านเข้ามา เสือคำแสนถลาเข้าไปกระชากคอเสื้อสมุนตะคอกถามว่าใครฆ่าท่าน

“นายฮ้อยเคนฆ่าเสือคำลือ มันเป็นนายฮ้อยทมิฬ มันอยู่ยงคงกระพัน ไผก็ฆ่ามันบ่ได้”

“นายฮ้อยเคน...นายฮ้อยทมิฬ?” เสือคำแสนพึมพำหน้าเครียด...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน นายฮ้อยเคนกับพวกช่วยกันนำศพชาวบ้านที่ถูกเสือคำลือฆ่าตายมาฝังและเอาก้อนหินมาทับไว้บนหลุมฝังศพอีกทีหนึ่ง ตั้งจิตอธิษฐานขอให้ดวงวิญญาณของผู้ที่ล่วงลับไปสู่สุคติ ไม่ต้องห่วงคนข้างหลัง ตนให้สัญญาต่อผีฟ้าและต่อวิญญาณของทุกคนว่าจะดูแลพวกเขาให้เอง...

เมื่อเดินทางใกล้ถึงหมู่บ้านสว่างแดนดิน นายฮ้อยเคน ชักม้าเข้าไปหาสีโหกับสุบินที่ช่วยกันขับเกวียนต้อนควายที่ยึดคืนมาได้จากพวกโจร บอกให้ทั้งคู่ต้อนควายไปพักไว้ในคอกก่อน แล้วเล่าให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองฟังเรื่องเสือคำลือ ส่วนตนจะต้องไปดูครอบครัวของพวกชาวบ้านที่ตายก่อน ทั้งคู่พยักหน้ารับคำ ต้อนควายแยกไปอีกทางหนึ่ง นายฮ้อยเคนจึงชักม้าไปหาผู้ช่วยโทนกับ ผู้ช่วยถึกและจันทา...

ที่ลานหน้าโบสถ์ซึ่งเป็นศูนย์กลางของชาวบ้านหมู่บ้านสว่างแดนดิน คำแพงสาวงามประจำหมู่บ้านนำสาวๆมาซ้อมรำเซิ้งขอฝน คำแก้วถูกพี่สาวบังคับให้ซ้อมรำด้วยไม่ค่อยจะชอบใจนักเพราะไม่ถนัด คำสร้อยสาวสวยอีกคนหนึ่งของหมู่บ้านมาร่วมวงด้วย นอกจากนี้ยังมีสาวชาวบ้านมาร่วมซ้อมกันอีกหลายคน คำแก้วเซิ้งไม่สวยอยู่คนเดียว ยิ่งเสียงเพลงเร่งจังหวะขึ้น เธอก็ยิ่งเซิ้งไม่ทันคนอื่นสะดุดขาหัวทิ่ม เฒ่าเข่งถึงกับหัวร่องอหาย

“โอ้ย ถ้าเซิ้งบ่ไหวก็ไปเลี้ยงควายเถอะคำแก้ว แทนที่จะเซิ้งขอฝนพญาแถน เจ้าจะเซิ้งไล่ฝนซะมากกว่า”

เฒ่าแต้มกับเฒ่าอ่วมพากันหัวเราะชอบใจ คำแก้วไม่พอใจขู่เฒ่าเข่งขืนหัวเราะเยาะตนอีกจะเอาปลาร้าที่ให้คืนทั้งไห แล้วถลกซิ่นจะเข้าไปเอาเรื่อง แต่ไม่ทันระวังเซไปชนคำสร้อยล้มก้นจ้ำเบ้า เธอโมโหเดินหนีไปเลย คำแพงต่อว่าน้องสาวที่เห็นอะไรเป็นเรื่องเล่นไปหมด จนทุกอย่างพังไม่เป็นท่า แล้วแบบนี้พวกชาวบ้านจะเอากำลังใจที่ไหนมาปลูกผักปลูกข้าวเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง

“ข้อยขอโทษเอื้อย ข้อยจะไปตามคำสร้อยกลับมา รอเดี๋ยวเด้อ” คำแก้วรู้สึกผิดรีบตามคำสร้อยทันที

ooooooo

คำสร้อยเดินอารมณ์บูดไปที่บ่อน้ำท้ายหมู่บ้าน จันดีย่องมากอดจากด้านหลังพรมจูบไปทั่วตัวเธออย่างหื่นกระหาย แม้วัวจะเคยค้าม้าจะเคยขี่ แต่วันนี้คำสร้อยไม่มีอารมณ์จะยุ่งด้วยสั่งให้เขาหยุด

“มื้อนี้ข้อยอารมณ์บ่ดีหลาย รำคาญไอ้พวกชาวบ้าน ดีแต่มาขอให้ข้อยไปช่วยซ้อมเซิ้งขอฝน แต่ค่าจ้างแม้แต่ข้าวเหนียวสักกระติ๊บก็บ่มี” คำพูดเอา

แต่ได้ของคำสร้อยเข้าหูคำแก้วที่กำลังจะมาตามพอดี โกรธที่อีกฝ่ายเห็นแก่ตัว ในเมื่อทุกคนกำลังเดือดร้อนแทนที่จะช่วยเหลือกันกลับคิดเอาแต่ตัวเองฝ่ายเดียว

สองสาวมีปากเสียงกัน คำสร้อยเถียงสู้ไม่ได้ปรี่จะเข้าไปตบ คำแก้วคว้ามือไว้ทันแล้วบีบอย่างแรงจนร้องโอดโอย ขู่ให้คิดให้ดีก่อนที่จะมีเรื่องกับตน คำสร้อยหาว่าที่คำแก้วกล้าอวดเก่งไม่กลัวใครก็เพราะถือว่ามีพี่เขยเป็นนายฮ้อยใช่ไหม คำแก้วไม่ชอบขี้หน้าพี่เขยเป็นทุนเดิมอยู่แล้วตวาดแว้ด เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพี่เคน

“เจ้าอย่าตอแหลเล้ย บ่มีไผเชื่อเจ้าหรอก ผู้ใดเขาก็เว่ากันทั้งหมู่ว่าอ้ายเคนเป็นพระยาเทครัว เหมาเอาทั้งพี่ทั้งน้องเฮ็ดเมีย” คำสร้อยพูดไม่ทันจบประโยคถูกคำแก้วตบหน้าหันฐานปากเสีย คำสร้อยสู้ไม่ได้

สั่งให้จันดีจัดการตบมันแทนเธอด้วย คำแก้วไม่กลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น คว้าไม้ที่พื้นขึ้นมาขู่ถ้ากล้าก็เข้ามาได้เลย จันดีกลับประคองคำสร้อยออกไป ไม่แตะแม้แต่ปลายเล็บของคำแก้ว

คำสร้อยไม่ยอมไปจะเอาเรื่องคำแก้วให้ได้ จันดีจึงต้องอุ้มเธอออกมา ครั้นกลับถึงบ้าน คำสร้อยผลักจันดีออกห่าง พลางต่อว่าทำไมถึงไม่จัดการนังนั่นหรือว่ากลัวมัน เขาไม่ได้กลัว แต่แถวนั้นใกล้บ่อน้ำเกิดมีใครผ่านมาเห็นเรารุมเล่นงานคำแก้ว เรื่องจะบานปลายใหญ่โตเปล่าๆ เขาถึงต้องพาเธอออกมาก่อนให้มันตายใจ

“เดี๋ยวข้อยตามไปหุบปากมันให้เงียบๆเอง รับรองทันใจเจ้าแน่” จันดีเชยคางคำสร้อยยิ้มกรุ้มกริ่ม...

ระหว่างที่คำแก้วกำลังนั่งหงุดหงิดกับคำพูดไม่เข้าหูของคำสร้อยอยู่ที่ป่าละเมาะ จันดีเห็นเป็นมุมปลอดคน เข้ามาลวนลามจะปลุกปล้ำ ก่อนที่เธอจะเสียทีให้คนโฉดชั่ว นายฮ้อยเคนเข้ามาช่วยไว้ทัน กระชากจันดีออกจากเธอแล้วประเคนกำปั้นใส่ สั่งห้ามมายุ่งกับเธออีก จันดีไม่กลัวพุ่งเข้าหา สองคนแลกหมัดกันไปมา

จังหวะหนึ่งนายฮ้อยเคนพลาดท่าถูกจันดีเล่นงานโดนแผลถูกลูกดอกจนเซเสียหลัก ชักมีดที่เหน็บไว้ด้านหลัง จะแทงซ้ำ คำแก้วร้องเตือนพี่เขยให้ระวัง นายฮ้อยเคนหลบทัน เตะสวนถูกจันดีอย่างจังลงไปจุกตัวงอ แล้วเอาหน้าไม้ขึ้นมาขู่จะยิง จันดีรีบยกมือยอมแพ้ รับปากจะไม่ยุ่งกับคำแก้วอีก นายฮ้อยเคนไม่อยากให้เรื่องลุกลามไล่ตะเพิดเขาไปให้พ้นหน้า แล้วเข้าไปจะช่วยพยุงคำแก้วให้ลุกขึ้น เธอปัดมือเขา

“บ่ต้องช่วย ข้อยลุกเองได้ ข้อยบ่อยากเป็นหนี้บุญคุณอ้าย” คำแก้วลุกหนีเนื่องจากไม่ถูกชะตากับพี่เขยนัก นายฮ้อยเคนเดินตามจนทัน พยายามจะถามไถ่ว่าเกิดอะไรขึ้น จันดีถึงได้มาลวนลาม เธอกลับไม่พอใจหาเรื่องด่าว่าและทุบตีเขาอีกต่างหากทั้งที่เขาเพิ่งช่วยเอาไว้ นายฮ้อยเคนตัดพ้อทำไมถึงไม่พูดดีๆกับเขาบ้าง

“อ้ายช่วยข้อยแล้วยังมาทวงบุญคุณ แล้วที่พ่อข้อยช่วยอ้ายเอาไว้จนพ่อต้องตาย ทิ้งให้ข้อยกับเอื้อยต้องกำพร้า ข้อยทวงบุญคุณเจ้าได้บ่”

นายฮ้อยเคนพยายามจะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น

แต่คำแก้วชิงตัดบทเสียก่อน ถ้าจะขอโทษกันอีกก็ไม่ต้องเธอเบื่อจะฟัง ระหว่างนั้นมีเสียงคำแพงร้องเรียกคำแก้วดังขึ้น ทั้งคู่ต่างชะงัก

“ข้อยต้องทนอยู่กับเจ้า ต้องยอมเป็นขี้ปากชาวบ้านก็เพราะห่วงพี่สาว เจ้าอาจจะเป็นนายฮ้อยที่ชาวบ้านฮัก แต่สำหรับข้อย...ข้อยเกลียดเจ้า อยู่ห่างๆข้อยไว้นั่นแหละดีแล้ว” พูดจบคำแก้วเดินลิ่วออกไป

ooooooo

แม้วันนี้จะเจอแต่เรื่องร้ายๆ ทั้งเจ็บตัว ทั้งต้องสูญเสียชาวบ้านที่ไปช่วยต้อนควาย แต่ก็นับว่าโชคยังเข้าข้างคนดีอย่างนายฮ้อยเคนเมื่อได้รู้ข่าวดีจากคำแพงเมียรักว่ากำลังท้องอ่อนๆ เขาดีใจมากดึงเธอมากอดมาหอม ตะโกนลั่นเรือนว่าตนกำลังจะเป็นพ่อคนแล้ว

“อ้ายสัญญาคำแพง อ้ายจะเลิกค้าควาย แล้วจะเลิกเป็นนายฮ้อยเด็ดขาด เจ้าดีใจบ่”

คำแพงดีใจร้องไห้โฮ คำแก้วยืนฟังอยู่ใต้ถุนเรือน พลอยดีใจไปกับพี่สาวด้วย จากนั้นเธอตรงไปที่ห้องพระและเป็นที่เก็บอัฐิของพ่อ คุกเข่าก้มกราบพระแล้วกราบอัฐิพ่อ หยิบโกศใส่อัฐิของท่านขึ้นลูบเบาๆ

“พ่อ...พี่คำแพงกำลังจะมีลูกแล้ว ถ้าพ่อยังอยู่กับเฮา พ่อก็จะได้เป็นตาเฒ่าแล้ว”

คำแก้วนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่ทำให้ไม่ชอบขี้หน้าพี่เขยตัวเอง ตอนนั้นคำแก้วยังเป็นเด็กน้อยอายุ แค่ 12 ปี ทิดเข้มพ่อของเธอได้รับบาดเจ็บสาหัสเพราะไปช่วยเคนเอาไว้ และที่สุดท่านก็ต้องมาตายเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว เคนซึ่งตอนนั้นอายุมากกว่าคำแก้วสองปี เข้ามาขอโทษสองศรีพี่น้อง แต่คำแก้วไม่ให้อภัย โทษว่าเป็นเพราะเขาทำให้พ่อของเธอต้องตาย และนับแต่นั้นมาเธอก็ไม่เคยชอบขี้หน้าเขาอีกเลย...

เสียงเรียกของนายฮ้อยเคนปลุกให้คำแก้วตื่นจากภวังค์ รีบวางโกศไว้ที่เดิม เขาแค่จะมาบอกว่าคำแพงตามหามีข่าวดีจะบอก เธอรู้เรื่องที่คำแพงท้องแล้ว เขาร้องลั่นเรือนขนาดนั้นถ้าไม่ได้ยินก็คงจะหูหนวก แล้วไม่วายหาเรื่องต่อว่าเขาอีกก่อนจะเดินหนี คราวนี้เขาชักจะไม่พอใจขึ้นมาบ้าง ตามไปต่อว่าเธอกลับว่าเขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อชดใช้ความผิดมาตลอด ทำไมถึงไม่ยอมยกโทษให้สักที

“อ้ายชดใช้เอาชีวิตพ่อข้อยคืนมาได้บ่...จั่งได๋

พี่คำแพงก็ท้องแล้ว เวลาจั่งซี้เป็นเวลาที่ต้องดีใจกับพี่คำแพง ข้อยจะยอมหลับหูหลับตาบ่เห็นอ้ายบ้าง แต่ข้อยก็ต้องเตือนอ้ายไว้อย่าง ดูแลพี่คำแพงดีๆ ข้อยเสียพ่อไปคนหนึ่งแล้ว อย่าให้ข้อยต้องบ่เหลือไผอีก” พูดจบคำแก้วผละจากไป ทิ้งให้นายฮ้อยเคนหน้าเครียดเพียงลำพัง

ooooooo
นายฮ้อยเคนแจ้งให้ผู้ช่วยถึกกับจันทารู้ในเช้าวันต่อมาว่าเขาจะไม่ต้อนควายอีกแล้วเนื่องจากคำแพงท้อง ผู้ช่วยถึกกับผู้ช่วยโทนเคยช่วยเขาต้อนควายมาหลายครั้งแล้วน่าจะไปกันเองได้ ผู้ช่วยถึกปฏิเสธทันที

“บ่ได้ๆ ผู้ช่วยโทนถึงจะเก่งยังไงก็ยังบ่ได้ครึ่งของนายฮ้อย ข้อยเองก็บ่ได้ครึ่งของผู้ช่วยโทน”

ทั้งผู้ช่วยถึกและจันทาช่วยกันเกลี้ยกล่อมให้นายฮ้อย

เคนช่วยต้อนควายเป็นครั้งสุดท้าย เขาครุ่นคิดหนักไม่รู้จะทำอย่างไรดี...

ดึกแล้วคำแพงเห็นผัวรักนอนกระสับกระส่ายผุดลุกผุดนั่งก็ร้องถามว่ามีอะไรไม่สบายใจหรือถึงนอนไม่หลับ เขาโกหกว่าไม่มีอะไร แค่คิดเรื่องลูกน้อยที่กำลังจะเกิด คำแพงกระเซ้านี่เขาตื่นเต้นยิ่งกว่าเธอเสียอีก เขาอ้างที่ตื่นเต้นก็เพราะรักเธอ อยากมีลูกกับเธอมาตั้งนานแล้ว คำแพงเองก็รักเขาเช่นกัน ถ้าไม่มีเขาสักคน เธอก็ไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร นายฮ้อยเคนจูบหน้าผากเธออย่างรักใคร่ คำแพงรู้เท่าทันความคิดของเขา

“แต่ข้อยก็บ่อยากเป็นสาเหตุให้อ้ายบ่สบายใจ บ่ต้องห่วงข้อย ไปค้าควายครั้งสุดท้ายอย่างที่อ้ายอยากไปโลด ข้อยอยู่รออ้ายได้” คำแพงว่าแล้วซบหน้ากับอกผัวรัก...

ด้านกาเหว่ากับกะปอมเห็นเสือคำแสนแค้นนายฮ้อยเคนจนอกแทบระเบิดต้องใช้เหล้าดับอารมณ์ ขอร้องให้เขาล้มเลิกความคิดจะแก้แค้นแทนพ่อได้แล้ว เพราะนายฮ้อยเคนเป็นนายฮ้อยทมิฬอยู่ยงคงกระพัน เสือคำลือยิงมันแล้วแต่มันกลับมาจากความตายได้ เสือคำแสนไม่กลัว ถ้าทั้งคู่กลัวก็ไปให้พ้นหน้า ตนจะไปแก้แค้นคนเดียว กาเหว่าขอร้องขืนเขาไปสภาพนี้ได้ตายตามพ่อของเขาไปแน่ๆแล้วพยายามรั้งตัวเอาไว้ เขาสั่งให้ปล่อย

“บ่ได้ลูกพี่ ฟังพวกข้อยก่อนเด้อ ถ้าลูกพี่อยากแก้แค้นนายฮ้อย ข้อยว่าต้องหาคนช่วย”

กาเหว่าเห็นด้วยกับกะปอม ยิ่งถ้าเราได้คนที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกับนายฮ้อยเคนคอยเป็นหูเป็นตาให้ โอกาสแก้แค้นของเขาก็ยิ่งง่ายขึ้น เสือคำแสนอยากรู้ว่าทั้งคู่จะให้เขาไปยืมมือใครฆ่านายฮ้อยเคน

ooooooo

คำแก้วรู้เรื่องที่คำแพงยอมให้นายฮ้อยเคนไปต้อนควายเป็นครั้งสุดท้าย ไม่วายว่าประชดว่าผีเข้า หรือเปล่า เธอรู้ดีอธิบายไปน้องก็คงไม่เข้าใจ แต่ถ้าน้องลองได้รักใครเหมือนอย่างที่เธอรักนายฮ้อยเคนก็จะเข้าใจว่าทำไมเธอถึงทำอย่างนั้น คำแก้วต่อว่าพี่สาวว่าเป็นเพราะเห็นตนไม่ได้คบหากับชายที่ไหนถึงได้พูดแบบนี้

“แล้วมันแม่นบ่คำแก้ว เจ้าฮักเอื้อย เป็นห่วงเอื้อยก็เพราะมีกันแค่สองพี่น้อง แต่เจ้าก็ต้องมีชีวิตของเจ้า มีผู้บ่าวที่คอยดูแลเจ้าเหมือนกัน”

คำแก้วไม่จำเป็นต้องมีใครมาดูแล เธอเลี้ยงตัวเองได้ ถ้าคำแพงอยากไล่เธอ บอกมาตรงๆก็ได้ คำแพงไม่เคยคิดจะไล่น้องไปไหน เธอคิดมากไปเอง คำแก้วน้อยใจพี่สาวจัดแจงจะเดินหนี จ่อยรีบร้อนจะมาถามหา นายฮ้อยเคนไม่ทันมองทางชนเข้ากับคำแก้วอย่างจังหน้าเกือบคะมำ เธอกำลังอารมณ์เสียก็เลยเล่นงานเขายกใหญ่ เขาขอโทษที่ไม่ทันดูทาง พอดีร้อนใจมีเรื่องอยากให้เธอช่วย

“ข้อยได้ยินมาว่านายฮ้อยเตรียมจะไปค้าควายครั้งสุดท้าย ข้อยอยากขอไปค้าควายด้วย เจ้าช่วยเว่าขอนายฮ้อยให้ข้อยไปได้บ่” จ่อยอ้อนวอน คำแก้วไม่ช่วยเพราะไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับพี่เขยตัวเอง แล้วเดินหน้าหงิกจากไป คำแพงได้แต่มองตามพลางถอนใจเหนื่อยใจ...

ในขณะเดียวกัน กาเหว่ากับกะปอมพาเสือคำแสนไปพบกับจันดีเพื่อจะยืมมือเขาหลอกล่อนายฮ้อยเคนไปให้พวกตนฆ่า แต่เขาลีลาท่ามากแถมพล่ามไม่หยุด เสือร้ายไม่พอใจชักดาบขึ้นมากวัดแกว่ง ถ้าไม่คิดจะช่วยก็ไม่ต้องพูดมาก ไม่อย่างนั้นปากอาจจะฉีกถึงรูหูได้ จันดีหาเกรงกลัวไม่ คว้าดาบที่เหน็บข้างฝามากระชับในมือเตรียมสู้ กะปอมกับกาเหว่าต้องเข้ามาช่วยกันห้าม

“หยุดๆๆ อย่าถึงกับต้องมาฆ่ากันเองเลยลูกพี่ ค่อยๆเว่ากัน ขาดเหลือหยังก็ต่อรองกัน จะได้ช่วยกันจัดการบักนายฮ้อยเคน” คำพูดของกะปอมทำให้จันดีกับเสือคำแสนได้คิด ต่างลดดาบในมือลง จันดีเห็นด้วยกับความคิดของกะปอม ตนก็อยากเห็นนายฮ้อยเคนตายมานานแล้ว มันชอบทำตัวเป็นใหญ่ ใครไม่ทำตามก็จะถูกหาว่าเป็นตัวถ่วงความเจริญ ทั้งๆที่ตนก็เป็นนายฮ้อยได้เหมือนกัน และอาจจะเก่งกว่ามันด้วยซ้ำ

“เจ้าเว่ามาโลดว่าอยากได้อีหยัง ถึงจะยอมร่วมมือจัดการนายฮ้อยเคนให้ลูกพี่ข้อย”

จันดีหันมองเสือคำแสนสีหน้าเจ้าเล่ห์

ooooooo

นายฮ้อยเคนพยายามทำดีกับคำแก้วเห็นไปตักน้ำใส่หาบก็ตามไปจะช่วยแต่เธอไม่ยอมให้ช่วย อ้างมีมือมีเท้าทำเองได้ แล้วสั่งให้เขาหลีกไป แต่เนื่องจากน้ำเต็มหาบทำให้ยกไม่ไหว เขาเตือนน้ำมากมายขนาดนี้จะยกได้อย่างไร ต้องเอาน้ำออกบ้าง ยกแค่พอกำลังยกไหวไม่ดีกว่าหรือ

“แต่ถ้าเจ้าขอให้อ้ายช่วย เจ้าก็จะได้น้ำกลับไปเต็มหาบ”

“ข้อยเอากลับเองได้ เหม็นขี้ปากเจ้า” คำแก้วดื้อดึงจะหาบน้ำไปเองให้ได้ แต่มันหนักเกินกำลังจะทานไหว แค่ก้าวเดินเท้าก็พลิกน้ำในหาบหกกระจายไม่เหลือ นายฮ้อยเคนเป็นห่วงจะเข้าไปดูอาการให้แต่เธอสั่งห้ามมายุ่ง เขาขอร้องให้เลิกทำแบบนี้ เธอเป็นเหมือนน้องสาวของเขาจะไม่ให้เขาสนใจได้อย่างไร

“แต่ข้อยบ่อยากได้เจ้าเป็นอ้าย” พูดจบคำแก้วเดินกะเผลกๆจากไป นายฮ้อยเคนจึงคว้าหาบกลับไปที่บ่อ ตักน้ำจนเต็มแล้วหาบกลับบ้าน เจอคำแก้วนั่งอยู่หน้าเรือนคลำข้อเท้าตัวเองป้อยๆ ก็หาบน้ำมาวางใกล้ๆ

“จนกว่าเจ้าจะหายเจ็บ ข้อยจะหาบน้ำมาให้เอง แล้วก็นั่งเฉยๆเดี๋ยวข้อยจะเอายามาประคบให้”

คำแก้วไม่ต้องการให้เขามาช่วยจัดแจงจะลุกไปหยิบยาเองแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นคำสร้อยกับจันดีเดินลงมาจากเรือนในมือมีห่อผ้าติดมาด้วย นายฮ้อยเคนคิดว่าทั้งคู่ขึ้นไปขโมยของจะเข้าไปเอาเรื่อง คำแพงร้องห้ามไว้ บอกว่าทั้งคู่ไม่ได้มาขโมยอะไรแต่จะมาขอให้เขาไปช่วยรักษาควายของคำสร้อย...

ระหว่างที่รอให้นายฮ้อยเคนรักษาอาการป่วยของควาย คำสร้อยเข้าครัวทำแกงอ่อมให้เขากินเป็นการตอบแทนน้ำใจ จันดีสบช่อง ทำทีหิวน้ำขอน้ำคำสร้อยดื่ม เธอหลงกลเดินไปตักน้ำหลังบ้าน จันดีรีบเอายาพิษในซองเทใส่แกง หมายมั่นปั้นมืออย่างไรเสียวันนี้นายฮ้อยเคนกลับไม่ถึงบ้านแน่นอนแต่จะถึงนรกก่อน...

ทางด้านนายฮ้อยเคนรักษาควายเสร็จเป็นจังหวะเดียวกับจ่อยซึ่งตามหาเขาอยู่นานโผล่หน้าเข้ามาขอร่วมขบวนไปค้าควายด้วย นายฮ้อยเคนเตือนไปค้าควายมีอันตรายรอบด้านไม่เหมือนไปเที่ยวเล่น จ่อยไม่กลัวอันตรายใดๆทั้งสิ้น แค่อยากให้ทุกคนรู้ว่าตนสามารถจะต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่เขาได้ ไม่ใช่เป็นคนขี้ขลาด

จันดีมาทันได้ยิน ปรามาศว่าคนอย่างจ่อยออกจากหมู่บ้านได้ไม่เกินสามวันก็ร้องไห้หาแม่แล้ว

จ่อยไม่พอใจที่จันดีพูดจาดูถูกจะเข้าไปเอาเรื่อง นายฮ้อยเคนต้องเข้ามาห้าม แล้วขอตัวกลับก่อน จันดีพยายามคะยั้นคะยอให้เขาอยู่กินแกงอ่อมฝีมือคำสร้อย แต่เขาไม่ยอมกินจะกลับไปกินข้าวกับคำแพงแล้วดึงแขนจ่อย
กลับไปด้วย จันดีเจ็บใจที่ไม่เป็นไปตามแผนการที่วางไว้...

ไม่ใช่แค่แผนวางยาในอาหารที่จะให้นายฮ้อยเคนกินเกิดผิดพลาด แผนลอบทำร้ายเขาของเสือคำแสนก็พลอยผิดพลาดไปด้วยเนื่องจากจ่อยซึ่งเดินตามหลังเขามาเห็นโจรโพกผ้าอำพรางใบหน้าซุ่มจะทำร้ายจึงร้องเตือนได้ทันกาลทำให้เขาหลบลูกดอกพ้นไปหวุดหวิด เสือคำแสนเจ็บใจชักดาบออกไปจะเล่นงาน

กะปอมกับกาเหว่าลังเลเพราะกลัวกิตติศัพท์ที่ว่านายฮ้อยเคนเป็นนายฮ้อยทมิฬ แต่พอเห็นว่าเขามามือเปล่าสองสมุนก็เข้าไปช่วยลูกพี่รุมทำร้าย จ่อยเห็นนายฮ้อยเคนเสียเปรียบ คว้าไม้ใกล้มือเข้าไปช่วย

“ข้อยมาช่วยแล้วนายฮ้อย” จ่อยหลับหูหลังตาฟาดท่อนไม้มั่วๆแต่ดันโดนเต็มหลังกะปอมจนเซถลา

เสือคำแสนรำคาญหันมาฟาดดาบใส่ถูกแขนจ่อยร้องลั่นราวกับโดนเชือด นายฮ้อยเคนเริ่มกุมความได้เปรียบซัดกาเหว่าล้มกลิ้งล้มหงาย เสือคำแสนเห็นท่าไม่ดีสั่งให้สมุนถอยก่อน นายฮ้อยเคนอยากจะตามแต่เป็นห่วงจ่อยที่ได้รับบาดเจ็บก็เลยต้องอยู่ดูแล ประคองกลับไปทำแผลที่เรือนของตัวเอง

ooooooo

โชคดีของจ่อยที่แผลถูกฟันไม่ลึก เอายาพอกพันผ้าให้เสร็จสรรพ นายฮ้อยเคนพยุงเขาออกมาหายายเฒ่าที่มีคำแก้วช่วยดูแล บอกท่านว่าแผลของเขาไม่หนักหนาสาหัสอะไรไม่ต้องเป็นห่วง จ่อยได้ทีในเมื่อตนเป็นคนช่วยชีวิตนายฮ้อยเคนเอาไว้ ตนก็ควรได้ร่วมขบวนไปค้าควายด้วย

ยายเฒ่าไม่อนุญาตให้จ่อยทำอย่างนั้น เขาทำท่าจะเถียง คำแพงต้องขอร้องอย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้

“ตามยายเฒ่ากลับไปก่อนเถอะบักจ่อย ดึกแล้วทิ้งบักหำน้อยเฝ้าเรือนผู้เดียวมันบ่ดี ถึงเวลานายฮ้อยต้องเตรียมคนไปค้าควายมื้อใดค่อยเว่ากันอีกที”

ยายเฒ่าเห็นดีด้วย แล้วดึงหูจ่อยลากกลับเรือน สวนกับผู้ช่วยโทนกับผู้ช่วยถึกที่เดินเข้ามา นายฮ้อยเคนเห็นทั้งคู่ก็เข้าใจความต้องการทันที หันบอกเมียรักว่ากินข้าวกันไปก่อน ไม่ต้องรอ แล้วเดินออกไปกับสองผู้ช่วย เมื่อมาถึงมุมปลอดคน ผู้ช่วยโทนรายงานว่าสะกดรอยตามพวกที่ลอบกัดนายฮ้อยเคนไป แต่พวกนั้นมีฝีมือรู้ว่าถูกพวกเราตามก็เลยกลบเกลื่อนร่องรอยจนเราตามต่อไปไม่ได้

“แม่นอยู่ที่พวกมันพอมีฝีมือแต่ก็บ่ได้เก่งกาจ ถ้าบักจ่อยบ่บาดเจ็บข้อยคงได้ตัวพวกมัน”

ผู้ช่วยถึกแปลกใจนายฮ้อยเคนไม่ได้มีของมีค่าอะไรติดตัว พวกโจรมาดักปล้นทำไม ผู้ช่วยโทนมั่นใจว่าพวกนั้นไม่ได้มาปล้นแต่มาดักฆ่า และถ้าจะมีใครคิดทำแบบนี้ก็น่าจะเป็นพวกของเสือคำลือ นายฮ้อยเคนขอบใจทั้งคู่มาก ไม่ว่าจะเป็นพวกใดก็ตามที่อยากให้ตนตาย ตอนนี้ข่าวเรื่องตนจะค้าควายเป็นครั้งสุดท้ายคงโพนทะนาไปทั่วแล้ว นั่นเท่ากับว่าการไปค้าควายครั้งนี้เราต้องเสี่ยงอันตรายมากกว่าทุกครั้ง

คำแก้วที่แอบฟังอยู่อดเป็นกังวลแทนพี่เขยไม่ได้แม้จะไม่ชอบขี้หน้าเขาก็ตาม...

ด้านเสือคำแสนไม่พอใจที่จันดีวางยานายฮ้อยเคนไม่สำเร็จตามแผนจนเกือบจะทำให้พวกตนโดนเล่นงาน ชักดาบขึ้นมาชี้หน้าจะเอาเรื่อง จันดีไม่พอใจเช่นกัน ในเมื่อเขาไร้ฝีมือเรื่องอะไรมาโทษตนก็เลยถีบยอดอกเขากระเด็น กาเหว่าเห็นลูกพี่ถูกเล่นงานจะเข้าไปช่วยก็โดนถีบกระเด็นไปอีกคน กะปอมได้แต่ยืนมองไม่กล้าหือ จันดีปรามาสฝีมือกระจอกอย่างนี้นี่เองถึงทำอะไรนายฮ้อยเคนไม่ได้ ตนไม่น่ามาเสียเวลาด้วย

เสือคำแสนเจ็บใจลุกขึ้นจะเอาเรื่องจันดีอีก กะปอมต้องขอร้องให้เก็บแรงไว้เล่นงานนายฮ้อยเคนไม่ดีกว่าหรือ จันดีแนะให้เสือคำแสนฟังที่สมุนว่า วันนี้เขาอาจจะพลาดฆ่านายฮ้อยเคนไม่ได้แต่ตนได้ยินมาว่าอีกไม่กี่วัน มันจะพาทัพควายไปเมืองล่างเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าเขายังอยากแก้แค้นก็ควรจะรวบรวมคนสะกดรอยตามไปลอบฆ่ามันระหว่างทางจะดีกว่า เสือคำแสนชักจะสนใจคำแนะนำของจันดี

“นายฮ้อยมันบ่เคยเห็นหน้าเจ้า บ่รู้จักว่าเสือคำแสนหน้าตาเป็นจังได๋ นั่นแหละโอกาสดีของเจ้าที่จะลอบฆ่านายฮ้อยได้ง่ายกว่ายืมมือข้อย...ข้อยแนะนำให้เจ้าได้เท่านี้”

ooooooo

คำม่วนรู้ข่าวเรื่องนายฮ้อยเคนจะต้อนควายไปค้าเป็นครั้งสุดท้าย จัดแจงจูงควายของตัวเองมาฝากเขาไปขายให้ด้วย นอกจากนี้เธอยังทำปลาแดกมาให้เขาไว้กินระหว่างทาง แล้วพยายามจะยั่วยวนเขา คำแก้วไม่พอใจที่คำม่วนคิดจะอ่อยพี่เขยของตัวเอง ก็เข้าไปเอาเรื่อง สองสาวทะเลาะกันวุ่นวาย

นายฮ้อยเคนกับคำแพงพยายามจะห้าม ระหว่างชุลมุนคำม่วนเล่นงานผิดคน ผลักคำแพงล้มก้นจ้ำเบ้า นายฮ้อยเคนตกใจรีบเข้าไปดู คำม่วนสบช่องวิ่งหนี คำแก้ว เจ็บใจจะวิ่งตาม แต่นายฮ้อยเคนตวาดใส่

“เอื้อยเจ้าเจ็บไปด้วยขนาดนี้ ยังบ่หยุดอีกเหรอคำแก้ว” พูดจบนายฮ้อยเคนประคองเมียรักขึ้นเรือน โชคดีที่คำแพงแค่เจ็บนิดหน่อย เขาเห็นว่าใกล้เวลาที่ต้อง ออกเดินทางไปค้าควายจึงขอคุยกับคำแก้วเป็นเรื่อง
เป็นราว เธอกลับไม่อยากพูดด้วยแถมจะเดินหนี เขาต้องขอร้องอีกไม่กี่วันเขาต้องฝากให้เธอช่วยดูแลคำแพงกับลูกในท้อง แต่ถ้าเรายังพูดกันดีๆไม่ได้แบบนี้ เขาจะฝากทั้งคู่ไว้กับเธอได้อย่างไร

“อ้ายขอร้องล่ะคำแก้ว เจ้าต้องมีสติหลายกว่านี้ อ้ายบ่อยู่จั๊กคนก็หวังพึ่งพาแต่เจ้า เฮ็ดให้พี่ชายได้บ่”

คำแก้วจะทำให้พี่สาวแต่ไม่ทำเพราะเห็นว่านายฮ้อยเคนเป็นพี่ชาย แต่เธอมีข้อแม้ เขาก็ต้องรับปากก่อนว่าจะเอาชีวิตรอดกลับมาให้ได้ อย่าให้โจรพวกนั้นฆ่าตายเด็ดขาด นายฮ้อยเคนตกใจ เธอรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร เธอแอบได้ยินเขากับผู้ช่วยคุยกัน แต่เธอไม่ได้บอกอะไรพี่สาวไม่อยากให้เป็นกังวล เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเขา คำแพงจะต้องรู้สึกผิดเพราะเป็นคนบอกให้เขาไปค้าควาย ครั้งสุดท้ายนี้เอง เขารับปากจะต้องรอดกลับมา...

ทางฝ่ายคำแพงคิดมากเรื่องที่ผัวจะไปค้าควายก็เลยเก็บเอาไปฝันร้ายเห็นควายที่เอาไปขายจะถูกเชือด เธอพยายามเข้าไปขอร้องไม่ให้ชาวบ้านฆ่าควายแต่ไม่มีใครฟัง เธอร้องไห้จนตกใจตื่น ถึงได้รู้ว่าตัวเองฝันไป...

แม้ก่อนจะออกเดินทาง อาจารย์เม้าจะจัดให้มีพิธีสู่ขวัญ แต่คำแพงก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี จึงมอบเขี้ยวเสือโปร่งฟ้าเครื่องรางที่ตัวเองสวมติดตัวให้นายฮ้อยเคน ไว้ป้องกันภยันตรายจะได้กลับมาหาเธอได้ในเร็ววัน

เขารับเครื่องรางไว้แล้วจูบที่หน้าผากเธอเบาๆ ฝากคำแก้ว ดูแลเธอกับลูกในท้องให้เขาด้วย ก่อนจะขึ้นม้าควบจากไป พร้อมกับกองทัพควาย...

ขณะที่นายฮ้อยเคนได้เครื่องรางไว้ป้องกันภัย เสือคำแสนเอามีดพร้าลงอาคมโบราณของพ่อมาบริกรรมคาถาและลับให้คมเพื่อเอาไว้แก้แค้นคนที่ฆ่าท่าน และเตรียมเดินทางตามขบวนค้าควายของศัตรู

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement