นิยาย นายฮ้อยทมิฬ ตอนต่อไป (11) นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 11


22 ต.ค. 2560 10:23
371,040 ครั้ง

ละคร นิยาย นายฮ้อยทมิฬ

นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 11

อ่านเรื่องย่อ

นายฮ้อยทมิฬ

แนว:

ดราม่า-แอ็คชั่น

บทประพันธ์โดย:

คำพูน บุญทวี

บทโทรทัศน์โดย:

แพรพริมา

กำกับการแสดงโดย:

ธงชัย ประสงค์สันติ

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ภัทรเดช สงวนความดี,ฝนทิพย์ วัชรตระกูล

ทิดแก้ว ทิดเขียวและสีโหช่วยกันประคองสุบิน จันทาและเฒ่าอ่ำซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกับพวกโจรมาตามชายป่า สักพักผู้ช่วยโทนกับผู้ช่วยถึกในสภาพต่อสู้จนเหนื่อยอ่อนถือดาบตามมาสมทบ เห็นสภาพหัวร้างข้างแตกไปตามๆกันรีบบอกให้

สีโหพาคนเจ็บกลับทัพควายก่อนที่พวกโจรจะตามมาเล่นงานอีก

“แล้วเจ้าล่ะผู้ซอย”

“ข้อยกับผู้ซอยถึกต้องกลับไปตามหานายฮ้อยกับคำแก้ว” ผู้ช่วยโทนว่าแล้วขยับจะไป ผู้ช่วยถึกรั้งเอาไว้เตือนให้ระวังเฒ่าโสมจอมเจ้าเล่ห์ไว้ให้ดี แม้จะช่วยพวกเราไว้แต่การมาครั้งนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน...

ด้านคำแก้วจ้ำพรวดๆจะไปที่ถ้ำเหล็กไหลเพื่อไปช่วยนายฮ้อยเคน จันแดงตามมาขอร้องให้ปล่อยเรื่องนี้เป็นหน้าที่พ่อของเราจะดีกว่า

หากเธอไปเองอาจโดนเล่นงานอีก คำแก้วมองเฒ่าโสมที่เดินตามมากับแสงโสมและกุลาสีหน้าไม่พอใจนัก ในเมื่อพ่อลูกได้เจอหน้ากันแล้ว ก็ให้รีบไปได้เลยไม่ต้องมายุ่งกับพวกตน ที่มาช่วยครั้งนี้ก็ให้ถือว่าเราหายกัน แสงโสมต่อว่าเธอว่าถ้าไม่ได้พวกเราช่วยไว้จะรอดมาตีฝีปากแบบนี้หรือ

“ต้องการซอยเฮาหรือว่าอยากได้สมบัติบาปที่ควาญบ้าเอาไปคืนกันแน่” คำแก้วดักคอ

แสงโสมเคืองมากผลักไหล่คำแก้วจะเอาเรื่อง เฒ่าโสมต้องเข้ามาห้ามไว้ เป็นพี่น้องกันแท้ๆ ทำไมต้องตีกันอยู่เรื่อย แล้วหันไปบอกคำแก้วว่าเขาตั้งใจมาช่วยเธอเพื่อจะพาไปอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา จะได้ไม่ต้องอยู่อย่างอดๆอยากๆอีก คำแก้วโพล่งขึ้นทันที

ถึงจะอดมื้อกินมื้อก็ยังดีกว่าอยู่ดีกินดีเพราะสมบัติที่ปล้นฆ่าเขามา

“โอ้ย ข้อยทนบ่ไหวแล้วพ่อ เพิ่นบ่อยากไปนำเฮาก็ถิ่มไว้ให้พวกควาญบ้าฆ่าตายไปนี่ล่ะ” แสงโสมโวยลั่น

“บ่ได้ พ่อสิบ่ถิ่มเจ้าไว้กับไผบ่ได้อีก” เฒ่าโสมไม่พูดเปล่าคว้าข้อมือคำแก้วจะเอาตัวไป นายฮ้อยเคน

โผล่พรวดพราดเข้ามาสั่งให้ปล่อยเธอได้แล้ว คำแก้วเห็นชายคนรักกลับมาในสภาพครบสามสิบสองก็ดีใจ

โผเข้าไปหา เฒ่าโสมจะไม่ปล่อยให้เขาเอาชีวิตลูกสาวของตนมาเสี่ยงอันตรายอีก สั่งให้เขาคืนเธอมา นายฮ้อยเคน

ไม่คืนให้เด็ดขาด เฒ่าโสมไม่ได้เลี้ยงคำแก้วมาตั้งแต่เด็ก

เขาต่างหากที่ดูแลเธอมาตลอด

“ชีวิตที่ดีของคำแก้วคือต้องอยู่ให้ห่างโจรอย่างพ่อใหญ่นั่นล่ะ”

“บักเคน ลำพังเจ้าผู้เดียวยังเอาชีวิตบ่รอดจากควาญบ้าเลย คั่นบ่ได้ข้อยมาซอยเจ้าได้ตายกันเบิ่ดทัพควายแล้ว เซาเปิดศึกสองด้านเถาะ ข้อยเตือนเจ้าดีๆ” คำขู่ของเฒ่าโสมทำให้กุลายกหน้าไม้ขึ้นเล็งนายฮ้อยเคน ก่อนที่เขาจะเสียเปรียบมากไปกว่านี้ ผู้ช่วยโทนกับผู้ช่วยถึกย่องมาด้านหลังเอาดาบจ่อคอเฒ่าโสมกับกุลา เตือนว่า อย่าลองดีกับนายฮ้อยของพวกตนจะดีกว่า ที่พ่อใหญ่ มาช่วยพวกตนเอาไว้ เราก็ขอบคุณมาก

“แต่ทางที่ดีบ่ต้องมีบุญคุณกันอีกดีกว่า พ่อใหญ่ ควรไปทางไผทางมัน” สิ้นเสียงผู้ช่วยโทน นายฮ้อยเคน พาคำแก้วออกไป โดยที่สองผู้ช่วยค่อยๆถอนคมดาบออกแล้วถอยหลังออกมา ผู้ช่วยถึกไม่ลืมบอกลาจันแดง ขณะที่ผู้ช่วยโทนมองแสงโสมด้วยความชอกช้ำใจ

“ลากันที แสงโสม ชาตินี้คงบ่ได้พ้อกันอีกแล้ว”

ooooooo

สมุนแบกควาญบ้าที่บาดเจ็บหนักมานั่งพิงก้อนหินใหญ่ในถ้ำเหล็กไหลโดยมีขอสับช้างยังปักคาอยู่บนอก สมุนเห็นเขาเจ็บปวดมากจะดึงขอสับออกให้ แต่เขาจับมือสมุนไว้สั่งห้ามใครแตะต้องขอสับของเขาเด็ดขาด

“แต่...คั่นบ่เอาออก ลูกพี่บ่รอดคักคัก”

“บักเคนมันฮู้ว่าอาวุธอย่างอื่นบ่ระคายผิวกู นอกจากขอสับช้างลงอาคมเหล็กไหลของกูเองเถาะนั่น” ควาญบ้าเจ็บปวดบาดแผลจนแทบทนไม่ไหว สั่งให้พวกสมุนออกไปให้หมด ตนต้องทำพิธีเรียกเหล็กไหลให้ออกมาเอง พวกสมุนทักท้วงทำอย่างนั้นจะดีหรือ ไหนเขาเคยบอกว่าถ้าทำพิธีเรียกเหล็กไหลอีก อาถรรพณ์ภูตผีที่ปกป้องเหล็กไหลในถ้ำจะทำให้เขาถึงตายได้

“เออ เถือนี่มันปล่อยกูไว้แน่ คั่นกูบ่ตายกูก็คงบ่คือเก่าอีก แต่กูก็ต้องเสี่ยงดีกว่านอนรอความตายจังซี้ ไปโลด พวกมึงออกไปให้เบิ่ด...ไป” ควาญบ้าตวาดลั่น สมุนรีบถอยออกมาแทบไม่ทัน...

ไม่นานนัก นายฮ้อยเคน คำแก้วกับสองผู้ช่วยกลับมาถึงทัพควายโดยมีบัวเขียวกับอาจารย์เม้ารอต้อนรับอยู่ด้วยความเป็นห่วง เธอเห็นคำแก้วกลับมาอย่างปลอดภัยโผกอดด้วยความดีใจ อาจารย์เม้าตั้งข้อสังเกตคราวนี้ทัพควายของเราต้องเจอศึกใหญ่แน่ แม้แต่นายฮ้อยเคนก็ยังเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด ขืนเรายังอยู่ที่นี่ต่อไปคงได้มีล้มหายตายจากกันแน่ คำแก้ว โทษตัวเองที่ไปหลงเชื่อควาญบ้า ต้องขอโทษพวกเราด้วย

“เจ้าเป็นเหยื่อที่มันวางแผนลอบเล่นงานอ้ายมาตลอดต่างหากคำแก้ว” นายฮ้อยเคนปลอบ

“แล้วจากนี่ไปนายฮ้อยสิให้เฮาเฮ็ดจังได๋ก็ว่ามาโลด สิฟ้าวหนีหรือสิโสตายให้ฮู้กันไปโลด”

นายฮ้อยเคนยังให้ทัพควายออกเดินทางตอนนี้ไม่ได้เพราะใกล้มืดแล้ว เดินทางค่ำๆมืดๆไม่ปลอดภัยจึงสั่งให้ผู้ช่วยทั้งสองคนจัดเวรยามให้แน่นหนา เตรียมอาวุธให้พร้อม ฟ้าแจ้งเมื่อไหร่เขาจะแต่งตั้งให้ผู้ช่วยโทนเป็นนายฮ้อยคุมทัพควายไปเมืองล่างแทนเขา

ทุกคนตกใจโดยเฉพาะคำแก้วต้องการฟังเหตุผล จากเขาทำไมถึงต้องยกหน้าที่นำทัพควายให้ผู้ช่วยโทนด้วย เขาอ้างมีปัญหาจะต้องไปสะสางกับควาญบ้า เป็นการส่วนตัว คำแก้วอยากรู้ว่าปัญหาอะไรเขาถึงต้องทิ้งทัพควายไปแบบนี้ เขาตัดบทนี่ไม่ใช่เรื่องอะไรของเธอ เช้าเมื่อไหร่ เธอต้องเดินทางไปกับทัพควาย

คำแก้วโกรธทุบหลังเขาไม่ยั้ง ถ้าเขายังพูดว่าเรื่องของเขาไม่ใช่เรื่องของเธออีกคำเดียวเธอจะหนีไปอยู่กับเฒ่าโสม ชาตินี้เราไม่ต้องมาเห็นหน้ากันอีก

“ข้อยบ่ได้ขู่ ข้อยยกชีวิตให้อ้ายเบิ่งแยงแล้ว คั่นอ้ายเอาไปถิ่มขว้างจังซี้ ก็บ่ต้องอยู่นำกันอีก” พูดจบคำแก้วขยับจะไป

นายฮ้อยเคนคว้าเธอมากอดไว้แน่นไม่ยอมให้ไปไหนทั้งนั้น ชีวิตที่เหลือของเขาอยากมีเธออยู่ด้วยไปจนแก่จนเฒ่า แต่ครั้งนี้เขาจำเป็นต้องไปเผชิญหน้ากับควาญบ้าตามลำพัง ไม่อยากเอาชีวิตพวกเรามาเสี่ยงกับเรื่องส่วนตัว คำแก้วคาดคั้นเรื่องส่วนตัวอะไรกันแน่ ควาญบ้าบอกอะไรกับเขา

“ควาญบ้ามันอ้างว่ามันคืออ้ายอิน อ้ายของอ้ายที่คึดว่าตายไปโดนแล้ว”

คำแก้วตกใจถึงกับอ้าปากค้าง

ooooooo

ควาญบ้าในสภาพบาดเจ็บหนักมีขอสับช้างปักกลางอกเดินโซซัดโซเซเข้าไปด้านในสุดของถ้ำซึ่งเป็นที่เก็บสมบัติของเฒ่าโสม กัดฟันนั่งบริกรรมคาถา พลันเทียนไขที่ตั้งเรียงรายอยู่ก็ติดไฟทำให้ถ้ำสว่างไสว

ไม่กี่อึดใจถัดมา ควันสีดำค่อยๆลอยออกจากซอกหลืบมาวนเวียนรอบตัวควาญบ้าก่อนจะพุ่งเข้าใส่ เขาเริ่มหายใจติดขัดดิ้นทุรนทุราย ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีดำ

“กูสิ...ตายบ่ได้ กูต้องเป็นใหญ่เทิ้งแผ่นดินอีสานต้องย่าน...กูผู้เดียวเถาะนั่น”

ควาญบ้ากัดฟันดึงขอสับช้างที่คาอกอยู่ ปากก็ด่าว่านายฮ้อยเคนผู้เป็นน้องชายไปด้วยที่ทำให้พ่อแม่ต้องถูกฆ่าตาย ทำให้ตนเองตกระกำลำบาก ตนต้องให้เขาชดใช้ ในที่สุดควาญบ้าก็ดึงขอสับช้างออกจากอกได้ ความเจ็บปวดทำให้เขาฟุบแน่นิ่ง หมอกควันสีดำที่ลอยอยู่รอบตัวค่อยๆไหลเข้าสู่ตัวเขาช้าๆกระทั่งหมด...

ทางฝ่ายคำแก้วยังคงนั่งคุยกับนายฮ้อยเคนอยู่ที่ค่ายพักแรม ขอร้องเขาอย่าไปเชื่อคำพูดของควาญบ้า ไม่มีทางที่มันจะเป็นพี่ชายของเขา มันแค่กุเรื่องให้เขาตายใจแล้วหลอกเขาไปฆ่ามากกว่า ทีแรกเขาก็คิดเหมือนเธอ ตอนนั้นพวกสมุนกำลังแค้นที่ถูกเฒ่าโสมฆ่า เขาจำเป็นต้องเอาตัวรอดกลับมาช่วยเธอให้ได้ก็เลยจำเป็นต้องเอาขอสับช้างขว้างใส่อกควาญบ้า

แต่ตอนนี้เขามั่นใจว่าควาญบ้าเป็นพี่ชายของเขาจริงๆ

“บ่มีไผนอกจากเฮาอ้ายน้องดอกที่จำตะกรุดที่พ่อให้ไว้ได้ คั่นควาญบ้าคืออ้ายของอ้ายอีหลี อ้ายก็เฮ็ดผิดพลาดใหญ่หลวงไปแล้ว อ้ายเลยจำเป็นต้องให้เจ้ากับหมู่เฮาในทัพควายถิ่มอ้ายไว้หม่องนี่”

คำแก้วไม่ยอมทิ้งเขาไว้เด็ดขาด เขาขอร้องให้ทำตามที่สั่งเนื่องจากเขามีเรื่องต้องขอขมาต่อพี่ชายที่เป็นต้นเหตุทำให้พ่อแม่และชาวบ้านโนนแดงถูกนายฮ้อยผีฆ่าตาย ตอนนั้นเขาอายุยังน้อยไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่ง

ของพ่อ ดื้อดึงจะไปช่วยท่านสู้กับนายฮ้อยผี พ่อเป็นห่วงเขาแทนที่จัดการกับนายฮ้อยผีได้กลับถูกมันฆ่าตาย

เล่าไปนายฮ้อยเคนน้ำตาคลอไป คำแก้วสงสารจับใจกอดเขาไว้ สัมผัสอบอุ่นจริงใจของเธอทำให้เขาปล่อยโฮ

“คำแก้ว อ้ายนี่ล่ะต้นเหตุที่เฮ็ดให้พ่อแม่ต้องตายเป็นความผิดของอ้ายเอง อ้ายต้องทนอยู่กับความผิดนี่มาตลอด แต่อ้ายบ่เคยเว่าให้ไผฮู้ อ้ายผิดเอง คำแก้ว”

ooooooo

สมุนคนหนึ่งเห็นควาญบ้าหายเข้าไปในถ้ำตั้งแต่เมื่อคืนป่านนี้ยังไม่โผล่ออกมาจัดแจงจะเข้าไปดู เพื่อนสมุนทักท้วงลูกพี่ห้ามเข้าไปรบกวนตอนทำพิธีเด็ดขาด

ขืนเข้าไปเท่ากับหาเรื่องตายเปล่าๆ สมุนกลัวเขาจะไม่รอดเพราะถ้าเป็นอย่างนั้นเหล็กไหลที่ห้อยคอเราอยู่ก็จะกลายเป็นแค่เหล็กธรรมดา ไปปล้นฆ่าใครไม่ได้อีก

“ในนั่นยังมีสมบัติที่ลูกพี่เก็บไว้ผู้เดียวอีก ไผบ่อยากรวยก็บ่ต้องตามกู”

สมุนที่ถูกความโลภเข้าครอบงำอีกสองคนรีบตามสมุนคนนั้นเข้าไป แค่อึดใจก็มีเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น ไม่นานนักพวกสมุนโลภมากต่างวิ่งหนีตายกันออกมาในสภาพเลือดท่วมตัว

“ซอยข้อยแน...ซอยข้อยแน ลูกพี่บ้าไปแล้ว ลูกพี่บ้าไปอีหลีแล้ว” ไม่ทันขาดคำขอสับช้างพุ่งมาปักกลางหลังสมุนคนนั้นล้มลงตายคาที่ ควาญบ้าก้าวตามออกมาในสภาพน่ากลัว ดวงตาของเขาไม่มีตาขาวเพราะกลายเป็นสีดำไปทั้งลูกตา แถมหัวเราะเสียงลั่นราวกับคนบ้า พวกสมุนพากันกลัวหัวหด...

นายฮ้อยเคนยื่นห่อผ้าสัมภาระให้คำแก้วเพื่อออกเดินทางไปกับทัพควาย เธอปฏิเสธไม่ยอมไป จะอยู่ช่วยเขาจัดการกับควาญบ้าที่นี่ เขาขอร้องอย่าดื้อดึง เสร็จเรื่องกับควาญบ้าเมื่อไหร่เขาจะตามไปทันที อาจารย์เม้าทักท้วงแล้วถ้าเหตุการณ์ไม่เป็นไปอย่างที่เขาอยากให้เป็นจะทำอย่างไร

“ผู้ซอยโทนกับผู้ซอยถึกสินำทัพควายไปถึงเมืองล่าง หมู่เฮาสิค้าควายได้เงินมากพอกลับไปใช้ชีวิตคือเก่าที่สว่างแดนดิน แล้วมื้อหนึ่งก็สิลืมชื่อนายฮ้อยเคนผู้นี่ไปเอง”

คำแก้วโวยวายจะไม่ยอมให้นายฮ้อยเคนทำอย่างนั้นเด็ดขาด แล้วโผกอดเขาไว้ไม่ยอมปล่อย กล่อมให้เขาล้มเลิกความตั้งใจจะไปหาควาญบ้า ไม่ต้องไปสนใจคำพูด เหล่านั้น เขาอยู่มาได้ตั้งนานไม่เห็นต้องมีพี่ชาย

“อ้ายเฮ็ดจังซั่นบ่ได้ดอกคำแก้ว ความผิดเมื่อเฮ็ดไปแล้วถึงไผสิบ่ฮู้แต่มันก็สิติดโตอยู่ในใจไปชั่วชีวิต คั่นอ้ายบ่ได้สะสางออกไปจากใจ ชาตินี่ก็คงตายตาบ่หลับ”

ระหว่างนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ทุกคนตกใจรีบวิ่งไปยังต้นเสียงเห็นผู้ช่วยโทน ผู้ช่วยถึกกับชาวทัพควายอีกจำนวนหนึ่งกำลังยิงต่อสู้กับพวกโจรโพกหน้า

ที่บุกเข้ามาแต่กระสุนทำอะไรมันไม่ได้ นายฮ้อยเคนสอบถามจากผู้ช่วยทั้งสองคนว่าใครโดนพวกมันเล่นงานบ้างก็ได้ความว่าพวกผู้เฒ่าถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บ สีโหพาตัวออกไปแล้ว แต่ทิดแก้ว ทิดเขียวกับพวกถูกควาญบ้า ลากตัวไป

นายฮ้อยเคนยังไม่ทันจะว่าอะไร จ่อยกับบักมืดวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกว่าทั้งหน้าไม้ทั้งปืนทำอะไรพวกโจรไม่ได้เลย จะทำอย่างไรดี นายฮ้อยเคนขบกรามแน่นด้วยความแค้นชักปืนขึ้นมาแล้วเดินหน้าเหี้ยมเข้าหาพวกโจรที่กำลังไล่ฟันชาวทัพควาย คำแก้วเป็นห่วงจะวิ่งตาม อาจารย์เม้าดึงตัวไว้

“เซาคำแก้ว บ่ต้องไปขวางนายฮ้อย ซุมมันเฮ็ดให้นายฮ้อยโกรธ มันสิต้องถืกนายฮ้อยทมิฬจัดการ”

อาคมของนายฮ้อยเคนบันดาลให้เกิดลมกระโชกแรง สมุนโจรเห็นนายฮ้อยเคนเดินเข้ามาก็หันไปเล่นงาน แต่ถูกเขาจัดการทีละคนๆ พวกที่เหลือเริ่มตื่นกลัวที่เขาสามารถเล่นงานพวกตนเองได้พากันหนีเอาตัวรอด

ooooooo

หลังจัดการสมุนโจรเสร็จ นายฮ้อยเคนพร้อมด้วยผู้ช่วยทั้งสองคนและชาวทัพควายออกตามหาทิดเขียว ทิดแก้วและชาวทัพควายที่ถูกควาญบ้าเอาตัวไป กระทั่งตามทันนายฮ้อยเคนสั่งให้ปล่อยคนของตัวเอง แทนที่จะทำตาม ควาญบ้ากลับฆ่าทิดเขียวกับชาวทัพควายตายอย่างโหดเหี้ยมเหลือเพียงทิดแก้วที่กลัวลนลาน

“อ้ายอินเซาฆ่าคนของข้อยเถาะ ข้อยคือบักเคนน้องชายของอ้าย มาเอาโตข้อยไปโลด ข้อยขอฮ้อง”

“บักเคน ตอนนี่มึงมาขอฮ้องกู แล้วตอนที่กูขอให้มึงบ่ต้องตามไปซอยพ่อ มึงได้ฟังกูบ่ คั่นมึงฟังกู พ่อแม่ก็บ่ต้องถืกฆ่าตาย กูก็บ่ต้องตกระกำลำบาก แม่นบ่บักเคน”

ผู้ช่วยถึกเห็นท่าทางไม่ปกติของควาญบ้า เตือนนายฮ้อยเคนอย่าไปฟัง มันโผล่มาคราวนี้ไม่ใช่มัน

คนเดิมที่เราเคยเจอ มันกลายเป็นบ้าสมกับชื่อไปแล้ว แนะให้เขาใช้อาคมจัดการกับมันไปเลย นายฮ้อยเคนมองลังเล ครั้นควาญบ้าใช้ขอสับช้างสังหารทิดแก้วตายไปอีกคนหนึ่งต่อหน้าต่อตา นายฮ้อยหนุ่มโกรธมากพุ่งเข้าหาด้วยแรงโทสะทั้งเตะทั้งต่อยไม่ยั้ง มันต้านรับไว้ได้ทุกกระบวนท่าแถมจับแขนเขาบิดแล้วถีบกระเด็น

“มึงกับพวกหนีกูบ่พ้นดอกนายฮ้อยทมิฬ คั่นมึงอยากพ้อกู มึงฮู้ว่ากูอยู่ไส” ควาญบ้าหัวเราะสะใจแล้วผละจากไปทิ้งให้นายฮ้อยเคนทั้งเจ็บทั้งจุกอยู่ตรงนั้น...

การพ่ายแพ้ของนายฮ้อยเคนต่อควาญบ้าครั้งนี้ ทำให้ชาวทัพควายพากันวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนานา บางคนถึงกับหมดอาลัยตายอยาก ขนาดนายฮ้อยเคนยังทำอะไรมันไม่ได้ แล้วพวกเราจะเหลืออะไร คราวนี้คงไม่พ้นต้องตายด้วยน้ำมือโจรเหล็กไหลกันหมด อาจารย์เม้าตำหนิพวกปากพาจน แทนที่จะสุมหัวกันหาทางช่วยนายฮ้อยเคน ดันมาพูดให้คนอื่นกลัวแบบนี้ใช้ไม่ได้ จังหวะนั้นผู้ช่วยถึกพยุงนายฮ้อยเคนเข้ามา

“ในฐานะที่ข้อยเป็นนายฮ้อย มีหน้าที่ดูแลให้ซุมเจ้าเดินทางค้าควายอย่างปลอดภัย แต่กลับปล่อยให้เฮื่อง ส่วนตัวของข้อยเฮ็ดให้หมู่ทิดแก้วต้องตาย ข้อยขอรับผิดชอบเฮื่องนี่แต่ผู้เดียว ค่าเลี้ยงดูลูกเมียของหมู่ทิดแก้ว ข้อยฝากจารย์เม้าเป็นธุระจัดการให้ยามเมือฮอดสว่างแดนดินนำ” พูดจบนายฮ้อยเคนส่งถุงเงินให้อาจารย์เม้า

“ข้อยคงเฮ็ดหน้าที่ได้เถาะนี่ จากนี่ผู้ซอยโทนกับผู้ซอยถึกสิเป็นนายฮ้อยพาทัพควายไปเมืองล่างแทนข้อย และก็บ่ต้องห่วงว่าซุมโจรเหล็กไหลสิตามล่าซุมเจ้า ย่อนว่าข้อยสิอยู่ฮับมือให้ทัพควายเดินทางปลอดภัย...ผู้ซอยโทน ...ผู้ซอยถึก ข้อยฝากนำ” นายฮ้อยเคนตบบ่าผู้ช่วยโทน อย่างเป็นกำลังใจให้ “เจ้าเฮ็ดได้แน่ผู้ซอย นี่เป็นคำสั่งสุดท้ายของนายฮ้อยเจ้า ฟังและเฮ็ดตามเถาะนั่น”

ผู้ช่วยโทนเห็นสายตาเอาจริงของนายฮ้อยเคนก็เลยไม่กล้าขัด เขาตบบ่าผู้ช่วยโทนอีกครั้งก่อนเดินจากไป

ooooooo

ระหว่างที่ชาวทัพควายเร่งเก็บข้าวของเพื่อเดินทางต่อตามคำสั่งของนายฮ้อยเคน จ่อย บักมืดและทิดแสงกลับมีสีหน้าลังเล ในที่สุดบักมืดตัดสินใจจะไปตายเอาดาบหน้ากับนายฮ้อยเคน ตะโกนถามคนอื่นๆว่ามีใครอยากไปช่วยนายฮ้อยกับตนบ้าง ทุกคนในทัพควายเงียบกริบ จ่อยขอตามไปช่วยอีกแรง ทิดแสงเอาด้วย

“เอ้า สิเป็นสิตายกะซางหัวมัน ข้อยไปนำ”

บักมืดใจชื้นที่อย่างน้อยก็ยังมีเพื่อน จากนั้น ทั้งสามคนก็พากันเดินแยกออกไป ทิ้งให้พวกสุบิน จันทากับเฒ่าอ่ำและชาวทัพควายมองหน้ากันตาปริบๆ...

ไม่ได้มีแต่บักมืด ทิดแสงและจ่อยเท่านั้นที่จะอยู่เคียงข้างนายฮ้อยเคนต่อสู้กับควาญบ้าและโจรโพกหน้า ยังมีดอกแก้ว บัวเขียว อาจารย์เม้ากับสีโห ผู้ช่วยโทน ผู้ช่วยถึก รวมทั้งชาวทัพควายทั้งหมดตัดสินใจจะอยู่ช่วย นายฮ้อยเคนซาบซึ้งใจมากที่ทุกคนยอมทำเพื่อเขา ทันใดนั้นมีเสียงเฒ่าโสมดังขึ้น

“ซุมเจ้าอยากโสตายกับนายฮ้อย จังซั่นก็ได้ตายนำกันเบิ่ดทัพควายแน่นอน”

ทุกคนหันมองไปยังต้นเสียง เห็นเฒ่าโสมเดินตรงเข้ามา ผู้ช่วยทั้งสองคนและชาวทัพควายต่างหยิบอาวุธขึ้นมาเล็งใส่ทันที นายฮ้อยเคนสั่งให้ทุกคนเก็บอาวุธให้หมด ผู้ช่วยถึกเตือนอย่าไว้ใจเฒ่าเจ้าเล่ห์นี่เด็ดขาด

“บ่มีหยังดอก ที่พ่อใหญ่มาหาข้อยอยู่หนี่ ย่อนว่าอยากมาฮ่วมมือกับข้อยจัดการควาญบ้า”

เฒ่าโสมพยักหน้าให้กับคำพูดของนายฮ้อยเคนแล้วขยับเข้าหา คำแก้วไม่ไว้ใจเขานัก ถอยไปเกาะแขนนายฮ้อยเคนเอาไว้ เฒ่าโสมรีบออกตัวว่าไม่ต้องกลัวตนจะทำอะไร เอาไว้ตนกับนายฮ้อยเคนจัดการควาญบ้าเสร็จเมื่อไหร่จะให้เธอตัดสินใจอีกครั้ง เธอยืนยันหนักแน่นว่าบ้านของเธออยู่สว่างแดนดิน

“เซาก่อนคำแก้ว อ้ายเห็นนำกับพ่อใหญ่ว่าอ้าย ต้องฮ่วมมือกันสิหยุดควาญบ้าได้” คำพูดของนายฮ้อยเคน ทำเอาทุกคนตะลึง เนื่องจากไม่ไว้ใจคนเจ้าเล่ห์อย่างเฒ่าโสม ในเวลาต่อมา นายฮ้อยเคนกับเฒ่าโสมแยกออกมาคุยกันตามลำพัง โจรเฒ่าชิงดักคอ

“เจ้าฮู้ว่าต้องฮ่วมมือกับข้อยเถาะนั่น ย่อนว่าเจ้าได้เห็นสิ่งที่เฮ็ดให้ควาญบ้ากลับมาเป็นอ้ายเจ้าอีกบ่ได้”

“พ่อใหญ่ฮู้”

“ข้อยถ่าจอบเพิ่งเจ้าอยู่ตลอดบักเคน ตอนที่มันฆ่าคนของเจ้าแล้วเจ้าเว่ากับมันว่ามันคืออ้ายของเจ้า ข้อยก็ฮู้ทันทีว่าเถื่อนี่เจ้าพ้อศึกหนักหลาย แน่ล่ะว่าเจ้าต้องหนักใจที่ต้องตัดสินชีวิตกับอ้าย แต่นั่นมันบ่แม่นอ้ายของเจ้าอีกแล้ว และมันก็บ่มีทางกลับมาเป็นอ้ายของเจ้าได้อีก”

นายฮ้อยเคนไม่เข้าใจเฒ่าโสมหมายความว่าอย่างไร โจรเฒ่ากลับย้อนถามเขาไม่สงสัยเลยหรือทั้งที่ตนรู้แก่ใจว่ามีเหล็กไหลอาคมแก่กล้าอยู่ในถ้ำแต่ไม่เคยคิดจะเอามาเสริมอาคมให้ตัวเอง กลับเอาสมบัติไปซ่อนไว้ที่นั่นแทน ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะตนรู้ว่ามันเป็นเหล็กไหลอาถรรพณ์ ไม่ควรมีผู้ใดได้ครอบครอง

“ผู้ที่บูชาเหล็กไหลเข้าโต สุดท้ายต้องเป็นบ้า คั่นเมื่อตายไปแล้ววิญญาณก็ต้องเป็นโตตายโตแทนเฝ้าอยู่ในถ้ำนั่นจนกว่าสิมีผู้ลุ่มหลงในอำนาจของมัน มาแลกวิญญาณแทนถึงสิไปผุดไปเกิดได้”

ooooooo

ที่ค่ายพักแรม คำแก้วเริ่มนั่งไม่ติดเป็นห่วงนายฮ้อยเคนที่หายไปกับเฒ่าโสมนานสองนาน

ไม่กลับมาสักที บัวเขียวต้องปลอบว่าเขาไม่เป็นอะไรไม่ต้องเป็นห่วง เธอโพล่งขึ้นทันทีว่าเธอไม่ไว้ใจตาเฒ่าเจ้าเล่ห์คนนั้น

“แต่เฒ่าเจ้าเล่ห์ที่เจ้าด่าปาวๆอยู่นั่น เป็นพ่อของเจ้านะคำแก้ว”

คำแก้วหันมองตามเสียงเห็นแสงโสมเดินเข้ามาพร้อมกับจันแดงซึ่งพยายามปรามน้องสาวให้ระวังปากเอาไว้บ้างอย่าให้ต้องไปฟ้องพ่อให้มาเล่นงาน คำแก้วกับแสงโสมไม่วายมีปากเสียงกัน ฝ่ายหลังเถียงสู้ไม่ได้ ปรี่เข้าหาอย่างเอาเรื่อง เฒ่าโสมเข้ามาเห็นพอดี ดึงแขนแสงโสมออกห่างจากคำแก้วพร้อมกับบีบอย่างแรงจนร้องลั่น เตือนไม่ให้ไปยุ่งกับคำแก้วอีกไม่อย่างนั้นจะโดนตี แสงโสมน้อยใจที่พ่อเข้าข้างคนอื่นวิ่งหนีไปทั้งน้ำตา

จันแดงเป็นห่วงน้องสาวรีบวิ่งตาม เฒ่าโสมหันไปบอกคำแก้วอย่างเอาใจว่าเอ็ดน้องให้แล้ว ต่อไปคงไม่กล้ามาปากดีกับเธออีก คำแก้วขอร้องอย่ามาดึงเธอไปเกี่ยวดองกับเขา นายฮ้อยเคนต้องรีบตัดบท

“เอาล่ะๆคำแก้ว...บัวเขียว...คืนนี้พ่อใหญ่สิซอยฝึกอาคมให้อ้ายให้แก่กล้าขึ้นเผือสิรับมือควาญบ้าได้ อ้ายอยากให้เจ้าเตรียมข้าวของไว้เฮ็ดพิธี แล้วห้ามผู้ได๋มารบกวนเด็ดขาด”

บัวเขียวรับคำชวนคำแก้วให้ออกไปด้วยกัน เฒ่าโสมมองตามสายตาเป็นห่วงเป็นใยคำแก้วจน

นายฮ้อยเคนเตือน ไม่ต้องกล่อมเธอไปอยู่ด้วยให้ยาก เพราะตนไม่ยอมให้เธอไปกับเขาแน่นอน

“บักเคน มีความจริงเกี่ยวกับคำแก้วบางอย่างที่เฮ็ดให้เจ้ากับคำแก้วอยู่ฮ่วมกันบ่ได้เด็ดขาดคือกัน”

นายฮ้อยเคนพยายามขอร้องให้บอกความจริงแต่เฒ่าโสมกลับขอผัดไปก่อน แต่ขอให้เชื่อไว้อย่างหนึ่งว่าฟ้าไม่ได้ลิขิตให้เขากับคำแก้วอยู่ด้วยกัน ให้ตนเป็นคนพาเธอไปจากชีวิตเขาคือสิ่งดีที่สุดแล้ว ทิ้งท้ายจบ เฒ่าโสมเดินแยกไป นายฮ้อยเคนได้แต่มองตามด้วยความสงสัย...
ฝ่ายแสงโสมหลบไปนั่งร้องไห้คนเดียวอยู่หลังเกวียน เสียงร้องเรียกของจันแดงทำให้เธอเงียบเสียง

ไม่อยากให้พี่สาวหาเจอ กระทั่งจันแดงเดินผ่านไปแล้ว ผู้ช่วยโทนที่ยืนดูอยู่นานแล้วย่องเข้าไปหาจากด้านหลัง

“เก่งแต่หาเฮื่องให้ผู้อื่นซัง คั่นบ่เซาสันดานจังซี้ ชาตินี่เจ้าก็ต้องหลบหน้าผู้อื่นไปตลอด”

“บักโทน เจ้ากล้าดีมาด่าข้อยได้จังได๋”

ผู้ช่วยโทนกล้าด่าแสงโสมเพราะเหลืออดกับนิสัยไม่ดีของเธอ ที่ผ่านมาเขายอมให้เธอมาตลอด แต่ครั้งนี้เธอสมรู้ร่วมคิดกับพ่อชักนำให้ทัพควายต้องมาพบกับเรื่องอันตรายจนมีคนต้องตายเขายอมให้อีกไม่ได้ เธอไม่พอใจที่เขามาโยนความผิดให้ เงื้อหมัดจะชก เขาเอี้ยวตัว หลบทำให้เธอเสียหลักหน้าคะมำ เขาคว้าตัวไว้ทัน

“ที่ข้อยยอมทนสันดานดื้อด้าน หัวแข็งของเจ้าทั้งๆที่ไผก็พากันส่ายหัวบ่อยากยุ่ง ก็ย่อนว่าข้อยฮักเจ้าเข้าใจบ่แสงโสม” ผู้ช่วยโทนเห็นเธอพยายามดิ้นหนีแถมตะคอกใส่หน้าไม่ได้อยากให้ใครมารัก และสั่งให้ปล่อย เขายิ่งกอดเอาไว้แน่น “เจ้านี่มันประหลาดคนแท้ มีคนมาฮักแต่ก็บ่มัก คั่นจังซั่นเจ้าคงอยากให้มีแต่คนซัง ได้...ข้อยสิเฮ็ดให้เจ้าซังข้อยหลาย จนบ่อยากพ้อหน้าข้อยอีกแน่นอน” พูดจบผู้ช่วยโทนจูบปากเธอทันที

ตอนแรกแสงโสมดิ้นรนขัดขืน แต่ครู่เดียวก็อ่อนยวบไปทั้งตัว เผลอใจไปกับรสจูบของเขา เพราะลึกๆแล้วเธอก็ชอบเขาไม่น้อย แต่พยายามปฏิเสธหัวใจตัวเอง

ผู้ช่วยโทนจูบแสงโสมอย่างดูดดื่มพักใหญ่ถึงได้ถอยออกห่าง เธอยังคงหลับตาพริ้มตกอยู่ในภวังค์ ครั้นได้สติกลับมา ตบหน้าเขาฉาดใหญ่ เขากลับยิ้มชอบใจ

“สมใจเจ้า สมใจข้อยแล้ว ทีนี่เฮาได้ซังขี้หน้ากันอีหลี คั่นเจ้าจากไปมื้อได๋ เจ้าสิจำรสจูบของผู้ชายชั่วๆที่ฮักเจ้าด้วยชีวิตไปบ่มีวันลืม จำไว้อีแสงโสม” ว่าแล้วผู้ช่วยโทนเดินจากไปทิ้งให้แสงโสมสับสนในใจอยู่ตรงนั้น

ooooooo

อีกมุมหนึ่งห่างออกมา จันแดงบ่นอุบที่ตามหาน้องสาวไม่เจอ ผู้ช่วยถึกเดินเข้ามาบอกว่าแสงโสม

อยู่กับผู้ช่วยโทนไม่ต้องเป็นห่วง เธอยังละอายใจที่ทิ้งเขาไป รีบดึงผ้ามาคลุมหน้า ขยับจะเดินหนี เขาคว้าแขนเอาไว้ไม่ยอมให้ไป พลางตัดพ้อ ถ้าคิดจะหนีหน้าเขา แล้วตามเฒ่าโสมกลับมาที่นี่อีกทำไม

“ปล่อยข้อยเถาะอ้าย อย่าให้ข้อยต้องฮู้สึกผิดกับอ้ายไปหลายกว่านี่เลย”

“ตอนที่จากเจ้ามา อ้ายคึดว่าคงยกโทษให้เจ้าบ่ได้ แต่บ่แม่นเลยจันแดง แฮงเห็นหน้าเจ้า อ้ายแฮงเสียเจ้าไปบ่ได้ อ้ายฮักเจ้าเด้อจันแดง” ผู้ช่วยถึกดึงจันแดงมากอดแนบอก เธอขอโทษเขาทั้งน้ำตาที่ทำร้ายจิตใจเขา เธอเองก็รักเขาอยากอยู่กับเขา ไม่ได้อยากไปอยู่ดีกินดีกับสมบัติที่พ่อปล้นเขามา แต่เธอไม่มีทางเลือก

“จันแดงเจ้าตัดสินใจฮักอ้ายหลายกว่าสมบัติของพ่อ เจ้าบ่ย่านความลำบากเลยเบาะ”

“ให้ทุกข์ยากแสนสาหัสจังได๋ ข้อยก็ทนได้ ขอแค่ได้อยู่กับอ้ายไปชั่วชีวิต”

ผู้ช่วยถึกให้สัญญาจะทำงานหนักเพื่อให้จันแดงได้อยู่ดีกินดีแล้วค่อยๆจูบเธอด้วยความรักเต็มหัวใจ ก่อนจะอุ้มเธอเดินหายไปในดงต้นไม้รกครึ้ม...

ค่ำแล้วถึงเวลาที่นายฮ้อยเคนต้องเข้าไปในเขตทำพิธีที่เตรียมไว้กลางป่า คำแก้วเป็นห่วงความปลอดภัยของเขาก็เลยจะมาอยู่เป็นเพื่อน เขาปลอบว่าไม่ต้องเป็นกังวลไป ตนกับเฒ่าโสมมีข้อตกลงร่วมกันจะช่วยกำจัดควาญบ้า ดังนั้นเขาไม่กล้าทำอะไรตนแน่นอน เธอไม่ได้ห่วงเรื่องนั้นแค่เรื่องเดียวแต่เธอเป็นห่วงว่านายฮ้อยเคนจะไม่กล้าสู้กับพี่ชายตัวเอง เขาดึงเธอมากอดไว้

“อีหลีอยู่ที่อ้ายตั้งใจไปไถ่โทษอดีตให้บ่ต้องค้างคากันอีก แต่อ้ายก็ต้องกลับมาหาเจ้าตามสัญญาเด้อคำแก้ว” พูดจบนายฮ้อยเคนจูบหน้าผากคำแก้วเบาๆเป็นการย้ำคำสัญญา เฒ่าโสมเข้ามาเห็นก็ไม่ค่อยจะชอบใจนัก เตือนไม่ให้ทั้งคู่อยู่ใกล้กัน และห้ามเธอมารบกวนเวลาฝึกของนายฮ้อยเคนอีก

“ไปเถาะคำแก้ว บ่ต้องห่วงอ้าย”

คำแก้วขู่เฒ่าโสมหากคิดหักหลังนายฮ้อยเคน ได้เห็นดีกันแน่แล้วเดินจากไป นายฮ้อยเคนขอให้เฒ่าโสมรับปากข้อหนึ่งก่อนจะเริ่มฝึกอาคม เมื่อใดที่เสร็จธุระกับควาญบ้า เขาต้องบอกความจริงเรื่องคำแก้วให้ตนรู้

“ได้ คั่นเจ้าฮู้แล้วเจ้าสิยอมให้ข้อยพาคำแก้วไปอยู่นำ” เฒ่าโสมว่าแล้วเดินนำไปยังลานพิธี เมื่อมาถึงจุดหมาย นายฮ้อยเคนซึ่งไม่ได้สวมเสื้อทรุดตัวลงนั่ง เฒ่าโสมนั่งลงใกล้ๆพร้อมกับหยิบเข็มสักออกมาบริกรรมคาถา จากนั้นจึงเริ่มลงเข็มไปที่ผิวหนังของเขา แม้จะเจ็บแต่เขาก็กัดฟันทนเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ลมเริ่มพัดแรงขึ้น ท้องฟ้าแปรปรวน สายฟ้าแลบแปลบปลาบน่ากลัว

ทุกครั้งที่เข็มทิ่มลงบนผิวหนังเหมือนจะตอกย้ำภาพในอดีตที่แสนเจ็บปวดของนายฮ้อยเคนว่าเป็นต้นเหตุทำให้พ่อแม่ต้องถูกฆ่าตาย เข็มที่เฒ่าโสมสักลงบนผิวหนังนายฮ้อยเคนเป็นเข็มสุดท้าย ฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงลงมาที่ต้นไม้ใกล้ๆเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แสงสว่างวาบจากสายฟ้าเห็นไปไกลถึงหน้าถ้ำเหล็กไหลที่ควาญบ้ายืนอยู่

“นายฮ้อยทมิฬ! ดี...มาเลย ขอสับช้างกูนี่ล่ะสิกระชากหัวใจมึงออกมา” ควาญบ้าหัวเราะลั่นเสียงดังสนั่นแข่งกับเสียงฟ้าร้องที่ดังเข้ามา

ooooooo

หลังจากเพิ่มพลังอาคมให้แก่กล้าขึ้น นายฮ้อยเคนกับเฒ่าโสมเดินทางล่วงหน้าไปจัดการกับควาญบ้า โจรเฒ่าไม่วายเตือนเขาถึงจะมีอาคมแก่กล้ากว่าเดิมหลายเท่าแต่ก็อย่าประมาทควาญบ้าเด็ดขาด ถ้าจวนตัวจริงๆเขาต้องฆ่ามันแม้มันจะเป็นพี่ชายของเขาก็ตาม นายฮ้อยเคนตั้งข้อแม้ถ้าเป็นอย่างที่เฒ่าโสมว่า

“สมบัติของพ่อใหญ่อยากได้ก็เอาไป แต่ชีวิตควาญบ้าข้อยสิเป็นผู้ตัดสิน”

เฒ่าโสมนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับคำ...

ระหว่างที่นายฮ้อยเคนกับเฒ่าโสมมุ่งหน้าสู่ถ้ำเหล็กไหล กุลาเอาลูกดอกสำหรับหน้าไม้และลูกปืนลงอาคมมาวางลงตรงหน้าผู้ช่วยถึก ผู้ช่วยโทน กับสีโห บักมืด จ่อย สุบินกับจันทา และชาวทัพควาย โดยมีบัวเขียว

จันแดงและแสงโสมมายืนดูอยู่ไม่ห่าง กุลาบอกให้ทุกคนมารับเอาของเหล่านี้ไปไว้รับมือโจรเหล็กไหลและไม่ลืมกำชับให้ใช้กันประหยัดๆอย่ายิงสุ่มสี่สุ่มห้าเนื่องจากของมีน้อย

“นายฮ้อยกับพ่อใหญ่ล่วงหน้าไปแล้ว เฮาสิฟ้าวตามไปสมทบ ส่วนหนึ่งแบ่งไว้คุ้มกันทัพควาย มื้อนี่เฮาสิต้องจัดการกับพวกมันให้ได้ สิได้เดินทางไปเมืองล่างกันต่อ”

ชาวทัพควายส่งเสียงเฮลั่น ผู้ช่วยโทนหันมองแสงโสมซึ่งคอยหลบสายตาไม่กล้าสบตาด้วย เขายิ้มยียวนให้แล้วขี่ม้าไปตรวจดูความเรียบร้อยที่หัวขบวน ด้านผู้ช่วยถึกเข้าไปจับมือจันแดงไว้

“ถ่าข้อยเด้อจันแดง ข้อยสิกลับมาแต่งงานกับเจ้าตามสัญญา”

“ระวังโตเด้ออ้าย” จันแดงยืนส่งผู้ช่วยถึกขี่ม้าออกไป พอหันกลับมามองอีกทีเจอสายตาฉงนของแสงโสมขยับจะเดินหนี เธอตามมาคาดคั้นที่ผู้ช่วยถึกพูดเรื่องแต่งงาน หมายความว่าอย่างไร

จันแดงไม่ตอบเดินหนีไปหน้าตาเฉย เธอต้องรีบเดินตาม ฝ่ายบัวเขียวเข้ามาหาสีโหกับบักมืดที่กำลังเตรียมอาวุธอยู่ใกล้ๆกัน ขอร้องให้ทั้งคู่กลับมาเป็นเพื่อนกันอย่างเก่าได้ไหม อันตรายถึงชีวิตกำลังรอท่าอยู่ข้างหน้า เธออยากเห็นทั้งคู่กลับมาพร้อมกัน อย่าให้ขาดใครไปแม้แต่คนเดียว สองหนุ่มยังไม่ทันมีใครพูดอะไร จ่อยเข้ามาเร่งให้ไปกันได้แล้ว สีโหพยักหน้ารีบตามจ่อยไป ขณะที่บักมืดหันมองบัวเขียว

“คั่นบักสีโหบ่พยายาม อ้ายก็บ่ฮู้สิพยายามไปเฮ็ดหยัง”...

นายฮ้อยเคนกับเฒ่าโสมมาถึงชุมโจรของควาญบ้าถูกพวกโจรยิงหน้าไม้ใส่ ทั้งคู่ใช้มีดอาคมฟันลูกดอกที่พุ่งเข้าหาขาดเป็นสองท่อน พวกสมุนได้แต่คุมเชิงอยู่ห่างๆไม่มีใครกล้าเข้ามาต่อกรด้วย ทั้งคู่ไม่อยากเสียเวลากับพวกโจรหางแถว จึงปล่อยพวกนี้ไว้ให้ชาวทัพควายมาจัดการ

จากนั้นไม่นาน นายฮ้อยเคนกับเฒ่าโสมมาถึงถ้ำเหล็กไหล เฒ่าโสมเตือนให้เขาระวังตัว ควาญบ้าจ้องเล่นงานเราอยู่ เขาพยักหน้ารับรู้เดินนำเข้าไป เฒ่าโสมเหลือบเห็นงูจงอางอาคมพุ่งออกมาจะฉกนายฮ้อยเคนก็รีบผลักเขาพ้นทาง แต่ตัวเองกลับพลาดถูกมันกัดแขนจมเขี้ยว นายฮ้อยเคนจะเข้ามาช่วย เฒ่าโสมร้องห้ามไว้

“ข้อยบ่เป็นหยัง สิรับมือทางนี่เอง ไปโลด จัดการมันให้ได้...ไปโลด”

นายฮ้อยหนุ่มเดินลึกเข้าไปด้านในกระทั่งพบจุดที่เฒ่าโสมเอาสมบัติมาซ่อนแต่ไม่เจอตัวควาญบ้า

จึงตะโกนเรียกให้ออกมา ควาญบ้าหรืออินพุ่งเข้าหาเขาจากด้านหลังใช้ขอสับช้างฟันใส่ เขาเอี้ยวตัวหลบขอสับพลาดถูกแขนเลือดอาบ ควาญบ้าจะเข้ามาซ้ำ นายฮ้อยเคนขอร้องให้หยุดก่อน พยายามรื้อฟื้นความหลังเพื่อให้เสี้ยวที่เป็นมนุษย์ซึ่งเหลือเพียงน้อยนิดของควาญบ้าจำตัวเองให้ได้ เขาชะงักเหมือนจะจำได้

“บักเคน...เจ้าคือบักเคน”

“แม่นแล้วอ้าย ข้อยนี่ล่ะบักเคน น้องชายคนเดียวของอ้าย ตอนนี่เฮาเหลือกันอยู่แค่สองคนแล้ว ข้อยอยากขอโทษที่เมื่อก่อนข้อยบ่เคยเชื่อฟังจนเฮ็ดให้พ่อแม่ต้องถูกซุมนายฮ้อยผีฆ่าตาย อ้ายยกโทษให้ข้อยได้บ่”

“ซุมนายฮ้อยผี...ซุมมันฆ่าพ่อแม่ของเฮา ทำร้ายข้อย” ควาญบ้านึกย้อนไปถึงตอนที่ถูกทองพูนทำร้าย...

ขณะที่นายฮ้อยเคนพยายามฟื้นความทรงจำของพี่ชาย เฒ่าโสมบาดเจ็บจากถูกงูอาคมเล่นงานเริ่มอ่อนแรงกระอักออกมาเป็นเลือด งูจงอางเข้ามาโจมตีซ้ำอีกครั้ง เขาสู้สุดกำลังไม่ยอมเป็นเหยื่อง่ายๆตะโกนลั่น

“บักห่าเอ๊ย อาคมมึงแก่กล้าหลาย บักเคน ฟ้าวจัดการมันได้แล้ว”

ooooooo

นายฮ้อยเคนเห็นควาญบ้าเหมือนจะจำตัวเองได้จึงขยับเข้าไปหา ฝ่ายหลังกลับเอาขอสับฟันเข้าที่ไหล่เขาเต็มๆถึงกับทรุดแล้วถีบซ้ำทั้งที่ขอสับยังปักอยู่ กล่าวโทษน้องชายที่เป็นต้นเหตุให้ตนเองต้องมาเป็นโจรปล้นเขากิน ประกาศลั่นจะเอาทุกอย่างที่เป็นของเขามาเป็นของตัวเอง รวมทั้งชีวิตมาชดใช้หนี้แค้น

“อ้าย เซาเถาะ อ้ายอินที่ข้อยฮู้จักเป็นคนดีคือพ่อ ที่อ้ายเป็นจังซี้ย่อนว่าอาถรรพณ์เหล็กไหลมันครอบงำเฮ็ดให้อ้ายเสียสติ อ้าย...อ้ายต้องเอาเหล็กไหลออกจากโต”

ป่วยการคุยกันด้วยเหตุผล ควาญบ้าไม่สนใจมุ่งมั่นจะฆ่านายฮ้อยเคนเท่านั้น รุกไล่เข้าหาอย่างดุดัน ก่อนที่เขาจะเสียทีให้ควาญบ้า เฒ่าโสมตามเข้ามาในสภาพใกล้หมดเรี่ยวแรง แทงควาญบ้าด้วยมีดอาคมถึงกับสะดุ้งเฮือกหันขวับไปผลักเฒ่าโสมออกห่างค่อยๆดึงมีดออกจากตัว

จากนั้นตามไปบีบคอเฒ่าโสม

“บัก...เคน...อ้าย...อ้ายเจ้า...เพิ่น...ตายไปแล้ว เจ้าต้อง...ตัดสินใจแล้ว บักเคน” เฒ่าโสมหายใจติดขัดกำลังจะขาดใจ นายฮ้อยเคนตัดสินใจดึงขอสับช้างจากไหล่เดินโซเซเข้าหาควาญบ้า ใช้ขอสับช้างฟันเข้ากลางอกทรุดลงไปกองกับพื้น ทันใดนั้นหมอกควันดำพุ่งออกมาจากทุกทิศทุกทางลอยวนเวียนไปทั่ว ควาญบ้ากระอักเลือดออกมาไม่หยุด นายฮ้อยเคนรีบเข้าไปประคองเขาไว้

“บัก...เคน ขอบ...ใจเจ้าที่...ซอยปลด...ปล่อยอ้าย...ให้พ้นจากอาถรรพณ์” ควาญบ้าจับมือนายฮ้อยเคนมาจับที่ขอสับช้างซึ่งปักคาอกตัวเอง บอกให้เอาขอสับลงอาคมด้ามนี้ไปใช้แก้แค้นนายฮ้อยผีที่ฆ่าพ่อแม่พวกเรา

นายฮ้อยเคนทักท้วง ขอสับนี้มีอาถรรพณ์ของเหล็กไหลภูเสืออยู่ ใครครอบครองจะต้องเป็นเหมือนควาญบ้า

“แต่...แต่คั่นเจ้าบ่ใช้มัน...เจ้าสิบ่...บ่มีทางแก้แค้นนายฮ้อยผีได้” ควาญบ้าจับมือนายฮ้อยเคนออกแรงดึงเฮือกสุดท้ายจนขอสับหลุดจากอก “บ่...บ่ต้องโทษโตเองแล้วล่ะ บักเคน การตายของพ่อแม่ บ่แม่นความผิดเจ้าดอก” ควาญบ้ายิ้มให้น้องชายก่อนจะค่อยๆหมดลมหายใจ พลันเกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั้งถ้ำ ก้อนหินเริ่มร่วงลงมาจากเพดาน เฒ่าโสมกระเสือกกระสนไปที่หีบสมบัติพยายามจะเอาออกไป

“พ่อใหญ่ ถ้ำกำลังจะถล่มแล้ว ต้องถิ่มมันไว้นี่ เอาชีวิตรอดก่อนเถาะ” นายฮ้อยเคนเข้าไปพยุงเฒ่าโสมที่ใกล้หมดสติทิ้งสมบัติรวมทั้งขอสับช้างลงอาคมไว้ในถ้ำ ครั้นหนีออกมาพ้นปากถ้ำได้ เฒ่าโสมก็หมดสติ

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่ค่ายพักแรมพวกทัพควายบรรยากาศค่อนข้างวุ่นวายเนื่องจากกลุ่มของผู้ช่วยโทนที่ยกกันไปต่อสู้กับเหล่าโจรพากันกลับมาในสภาพหัวร้างข้างแตกได้เลือดไปตามๆกัน พวกสาวๆต้องเข้าไปช่วยดูแลทำแผลให้ โดยจันแดงช่วยทำแผลให้ผู้ช่วยถึกพลางส่งตาหวานให้กันตลอด

ส่วนแสงโสมแม้จะยังขัดเขินจากเหตุการณ์เมื่อวันก่อนแต่ก็มาช่วยดูแลทำแผลให้ผู้ช่วยโทน แต่กลับถูกเขาพูดจายั่วโมโหจนต้องเดินหนี ฝ่ายบัวเขียวก็ช่วยดูแลบาดแผลให้สีโห

“ขอบใจเจ้าหลายเด้อบัวเขียว ตอนที่อ้ายสู้กับพวกมันเกือบพลาดท่าถืกฆ่าตายไปแล้วแต่ก็โชคดีที่รอดกลับมาหาเจ้าได้” พูดพลางสีโหปรายตามองไปยังบักมืดที่มีคำแก้วทำแผลที่หัวให้ “บักมืดมันเข้ามาซอยอ้ายไว้ มันก็เลยถืกด้ามขวานฟาดหัวแตก”

บัวเขียวเห็นสายตาเป็นห่วงเป็นใยที่สีโหมองไปยังบักมืดก็เข้าใจความรู้สึกของเขา ออกตัวว่าตนเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่เพิ่งผ่านเข้ามาในชีวิตเขา อย่าให้ความเป็นเพื่อนที่ช่วยเหลือกันยามทุกข์ยากมาตลอดต้องถูกทำลายเพราะเธอเลย ระหว่างนั้นนายฮ้อยเคนประคองเฒ่าโสมเข้ามาล้มแปะลงกับพื้นหมดเรี่ยวแรงเนื่องจากบาดเจ็บทั้งคู่ คำแก้วรีบพุ่งไปหาชายคนรัก ขณะที่จันแดงประคองพ่อซึ่งบาดเจ็บหนักไว้...

ทันทีที่ฟื้นคืนสติ นายฮ้อยเคนไม่ได้เป็นห่วงตัวเอง เฝ้าแต่ถามคำแก้วว่าชาวทัพควายเป็นอย่างไรบ้าง พอรู้ว่าทุกคนปลอดภัยได้รับบาดเจ็บกันคนละเล็กละน้อย ส่วนพวกโจรหนีเตลิดไปหมดก็เบาใจไปเปลาะหนึ่ง แต่ก็อดเศร้าใจไม่ได้ที่ต้องฆ่าพี่ชายตัวเอง คำแก้วขอร้องอย่าโทษตัวเอง อ้ายอินไม่ใช่คนเก่าที่เขาเคยรู้จักอีกแล้ว ถ้าจะโทษก็ต้องโทษอาถรรพณ์เหล็กไหลที่อยู่ในถ้ำ เขาเล่าเพิ่มเติมว่าก่อนตายพี่ชายจำทุกอย่างได้

“และอยากให้อ้ายรับขอสับช้างลงอาคมเหล็กไหลไปใช้แก้แค้นนายฮ้อยผีให้พ่อแม่ แต่อ้ายบ่รับมา แหงมีความแค้นแหงมีอาถรรพณ์เหล็กไหลอยู่กับโต มันสิเฮ็ดให้อ้ายเป็นบ้าคือกันกับอ้ายอิน”

“อ้ายคึดถูกแล้ว ฟ้าลิขิตให้อ้ายเป็นนายฮ้อยคนดีคอยซอยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อน แหงซอยผู้อื่นยามทุกข์ยากก็แหงมีแต่คนฮัก ปล่อยให้ความตายเอิ้นหาคนที่คู่ควรกับมันไป”

คำว่าฟ้าลิขิตที่คำแก้วเอ่ยถึงทำให้นายฮ้อยเคนนึกถึงเฒ่าโสมที่พูดถึงคำนี้เช่นกัน ครั้นรู้จากคำแก้วว่าเขาบาดเจ็บหนัก นายฮ้อยเคนพยายามจะไปหาเพราะมีเรื่องสำคัญยังค้างคาใจเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาเป็นไปของคำแก้ว แต่ร่างกายยังไม่มีแรง ยืนยังแทบไม่ไหวคำแก้วจึงต้องช่วยประคองไปให้...

อาการของเฒ่าโสมหนักเอาการ ไม่สามารถกินยาหม้อที่จันแดงกับแสงโสมพยายามป้อนได้ แสงโสมทนเห็นพ่อเจ็บปวดไม่ไหวตัดสินใจจะไปตามหมอมารักษาโดยไม่ฟังคำห้ามปรามใดๆทั้งสิ้น จันแดงเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ ขอให้กุลาช่วยไปตามเธอกลับ...

เมื่อนายฮ้อยเคนกับคำแก้วมาถึงเกวียนของจันแดง เฒ่าโสมอาการเพียบหนักแล้ว เขาขอร้องให้ผู้เฒ่าเล่าความจริงเกี่ยวกับคำแก้วให้ฟังอย่าได้ปิดบังอะไรอีกเลย โจรเฒ่าสารภาพความจริงว่าคำแก้วไม่ใช่ลูกของเขาแต่เป็นลูกของน้องสาว ที่เขาต้องโกหกก็เพื่อจะรักษาชีวิตเธอเอาไว้จากพ่อแท้ๆของเธอที่พยายามจะผ่าท้องเอาเธอไปทำลูกกรอกเพื่อให้ตัวเองกลายเป็นจอมขมังเวท เขายอมไม่ได้ก็เลยต้องพาเธอหนี

“พ่อ...พ่อแท้ๆของข้อย บ่อยากให้ข้อยเกิด เพิ่นอยากสิฆ่าข้อย” คำแก้วร้องไห้โฮเสียใจ นายฮ้อยเคนต้องดึงเธอมากอดปลอบใจ เฒ่าโสมยังเล่าเพิ่มเติมอีกว่า พ่อของคำแก้วยังคงตามหาเธออยู่

“แล้วมันเป็นไผ บอกข้อยมาพ่อใหญ่” นายฮ้อยเคนคาดคั้นสีหน้าไม่พอใจ

“บักเคน...พ่อ...พ่อ...ของคำแก้ว คือ...”พูดได้แค่นั้น เฒ่าโสมก็สิ้นใจ...ทางฝ่ายกุลาโชคร้ายตามตัวแสงโสมไม่เจอแต่ดันไปเจอนายฮ้อยผีแทนที่ แถมถูกเอามีดจี้คอถามว่านายฮ้อยเคนฆ่าควาญบ้าได้แล้วใช่ไหม แล้วพวกมันได้ขอสับช้างกับเหล็กไหลกลับมาด้วยหรือเปล่า ครั้นได้คำตอบว่าควาญบ้าถูกนายฮ้อยเคนฆ่าตาย ส่วนเหล็กไหลกับขอสับอาคมยังอยู่ในถ้ำ ชาตินี้คงไม่มีใครได้ไปเพราะถ้ำถล่มไปแล้ว ก็ลดมีดที่จี้คอกุลาลงขยับจะไป กุลารนหาที่ตายชักมีดฟันคอนายฮ้อยผีสุดแรง

นอกจากจะฟันไม่เข้า มีดหักสะบั้นคามือ กุลายืนตะลึงหน้าเหลอเพราะนายฮ้อยผีซึ่งสวมหมวกปีกกว้างโพกหน้า แข็งแกร่งกว่าควาญบ้าเสียอีก เขาตวัดมีดในมือปาดคอกุลาเลือดกระฉูดตายอนาถ

ooooooo

ผู้ช่วยโทนแกะรอยตามหาแสงโสมจนพบว่าได้รับบาดเจ็บจากการตกม้านั่งหลบๆอยู่หลังพุ่มไม้ รีบเข้าไปตรวจดูข้อเท้าที่มีเลือดไหลว่ามีส่วนไหนหักหรือเปล่า ถึงกับโล่งอกที่กระดูกไม่หัก เขาเอาผ้าพันคอมาห้ามเลือดให้ด้วยความเป็นห่วง แล้วจะพากลับทัพควาย เธอยังกลับตอนนี้ไม่ได้ ต้องไปตามหมอมาช่วยพ่อก่อน

“แสงโสม เจ้าบ่ต้องไปตามหมอแล้ว พ่อเจ้าตายตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว”

แสงโสมร้องไห้โฮ ผู้ช่วยโทนสงสารจับใจ ดึงตัวเธอมากอดไว้อย่างปลอบใจ...

ศพกุลาถูกนำกลับมาที่ทัพควายเพื่อให้นายฮ้อยเคนตรวจดู เขาสรุปไม่ได้ว่าเป็นฝีมือใครพวกไหน รู้แค่ว่าเราอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้อีก เผาศพเฒ่าโสม ทิดเขียว

ทิดแก้วกับกุลาและชาวทัพควายอีกคนหนึ่งเรียบร้อยเมื่อไหร่ให้เดินทางต่อได้เลย ผู้ช่วยถึกทักท้วงอาการของเขายังไม่ดีนักจะเดินทางไหวหรือ

“ข้อยไหว บ่ต้องห่วงดอก” นายฮ้อยเคนยืนยันหนักแน่น...

ระหว่างงานเผาศพทั้งห้าคนที่จัดขึ้นอย่างเรียบง่าย นายฮ้อยเคนเห็นว่าจันแดงกับแสงโสมไม่เหลือใคร
อีกแล้วจึงชวนให้เดินทางไปกับทัพควาย แม้สองพี่น้องจะหักหลังและผิดคำสาบานที่เคยให้ไว้ แต่ความดีที่ทั้งคู่พาเฒ่าโสมกับกุลามาช่วยพวกเราให้รอดตายก็พอจะหักล้างความผิดนั้นได้ สองสาวขอบคุณเขาที่ให้โอกาส

“เอาล่ะ เสร็จจากเผาศพผู้ที่ยอมเสียสละชีวิตเพื่อให้เฮาได้อยู่รอดแล้ว เฮาต้องฟ้าวเดินทางกันต่อ หนทางยังอีกไกล ทางข้างหน้ายังมีอันตรายอีกหลายถ่าเฮาอยู่ ทางเดียวที่เฮาสิรอดไปถึงเมืองล่าง ค้าควายหอบเงินหอบทองกลับไปให้คนอยู่เฮือนได้มีความสุขก็คือ หมู่เฮาต้องฮักสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกัน” ว่าแล้วนายฮ้อยเคนเดินมาหยุดข้างๆคำแก้วที่ยืนน้ำตาคลอเสียใจกับเรื่องที่เฒ่าโสมเล่าให้ฟังไม่หาย ก่อนจะวิ่งหนีออกไป

นายฮ้อยเคนตามจนทัน เธอกลับขออยู่คนเดียวสักพักหนึ่งก่อน แล้วจะรีบไปเก็บข้าวของเตรียมตัวเดินทาง เขาให้เธออยู่คนเดียวไม่ได้

“ปล่อยบ่ได้ ย่อนฮู้ความจริงว่าชีวิตข้อยมันบัดซบหลายแม่นบ่ พ่อแท้ๆยังอยากฆ่าข้อย บ่อยากให้ข้อยเกิดมาด้วยซ้ำ อ้ายบ่ต้องหลูโตนข้อยดอก ข้อยบ่ต้องการ” ตัดพ้อจบคำแก้วขยับจะไป นายฮ้อยเคนคว้าเอวเธอไว้ดึงเข้ามากอดจากด้านหลัง กระซิบบอกว่ากอดนี้ไม่ได้มาจากความเวทนาสงสารแต่มาจากความรักที่เขามีให้เธอต่างหาก ตั้งแต่ออกเดินทาง เขาต้องหักห้ามใจตัวเองไม่ให้รักเธอ

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement