advertisement

คุณสามี(กำมะลอ)ที่รัก ตอนที่ 13

บทประพันธ์ ปัณณพร จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดย สองปุณณณฐ
23 ก.พ. 2556 07:39

ทุกคนในงานจ้องที่เวทีตาไม่กะพริบ เมื่อหญิงสาวสวยจัดก้าวขึ้นมาประกาศกร้าวว่าเป็นเจ้าของเค้าโครงเรื่องจริงในนวนิยายรักเล่มแรกของฤชวี พิมภา ยิ้มหวาน ทักทายแฟนคลับอย่างเป็นกันเองแต่แฝงไปด้วยอารมณ์คุกรุ่น

“สวัสดีค่ะทุกท่าน...ยินดีเหลือเกินค่ะที่ดิฉันคือแรงบันดาลใจของคุณฤชวีในการเขียนหนังสือเล่มนี้ คิดไม่ถึงเลยว่าคุณฤชวีจะเก็บรายละเอียดทุกเม็ดมาเขียนเป็นนิยายให้ทุกคนอ่าน”

ฤชวีหน้าเสีย ชุติภาร้อนใจ หันไปไล่เบี้ยมินท์เจ้าของแผนการ มินท์สติแตกเพราะผิดคาด คิดไม่ออกว่าต้องแก้ไขสถานการณ์ยังไงเพราะดูท่าพิมภาจะไม่ยอมง่ายๆ เช่นเดียวกับกิ่งแก้วที่ร้อนรนไม่แพ้กัน ทีมงานกรูมาหาหน้าตื่นเพราะพิมภาแทรกคิวตัวเองขึ้นบนเวที

ขณะที่ด้านล่างเวทีโกลาหลเพราะเหตุการณ์ผิดคิว...พิมภาสวมบทแทนพิธีกรแล้วชวนฤชวีกับบรรดาแฟนคลับพูดคุยถึงฉากเด็ดๆในนวนิยายเจ้าปัญหาอย่างออกรส

“คุณเขียนนิยายเล่มนี้ได้สนุกมากค่ะ แล้วรู้ไหมคะว่าเจ้าของเรื่องชอบตรงไหนบ้าง เดี๋ยวดิฉันจะอ่านให้ฟังค่ะ”

นันทิกานต์ ลัลนา และทุกคนในครอบครัวพิมภามองหน้ากันเลิ่กลั่ก เดาใจหญิงสาวไม่ถูกว่าต้องการอะไร แต่แน่ใจได้ว่าต้องโกรธจัดถึงบ้าบิ่นไปแสดงตัวบนเวทีแบบนี้...พิมภาจ้องหน้าฤชวีด้วยสายตาเย็นชาแล้วฝืนยิ้ม ค่อยๆเปิดหนังสือทีละหน้าอย่างใจเย็น เลือกเล่าตอนพระเอกหลอกนางเอกให้ขับรถไปง้อถึงจันทบุรีเพื่อกลับมาช่วยโกหกพ่อแม่เรื่องแต่งงานหลอกๆ และตอนนางเอกโดนหลอกให้ทำงานบ้านทั้งวัน

“พระเอกร้ายนะคะ แกล้งให้นางเอกง้อและทำงานสารพัด แต่ผู้หญิงดื้อด้านต้องโดนแบบนี้จริงไหมคะคุณฤชวี”

ฤชวีหน้าเจื่อน แก้ต่างให้พระเอกว่าหวังดีกับนางเอก พิมภายิ้มขื่นให้กับเหตุผลของเขาแล้วเล่าถึงตอนพระเอกหลอกนางเอกให้ตะโกนคำว่างี่เง่าจนกลายเป็นเสียงสะท้อนกลับ น้ำเสียงเธอสั่นเครือแต่ไม่มีใครสังเกตเพราะมัวแต่เคลิ้ม ต่างจากสมาชิกครอบครัวพิมภากับฤชวีและสองสาวเพื่อนซี้ที่รู้เรื่องทุกอย่างดี

“น่าสมเพชนะคะ ไอ้คำว่างี่เง่านั่นกลายเป็นเสียงสะท้อนมากระแทกใส่หน้านางเอกเต็มๆ แต่พระเอกก็อดขำความบื้อของนางเอกไม่ได้ไม่ใช่เหรอคะ นางเอกนี่หลอกง่ายนะคะ”

พิมภากล้ำกลืนน้ำตาที่เอ่อล้นไว้อย่างสุดความสามารถ บรรดาแฟนคลับอินจัดจนไม่คิดว่าเป็นเรื่องจริงจัง ครอบครัวของสองสามีภรรยากำมะลอหน้าเสียไปตามๆกันเพราะรู้ว่าหญิงสาวเจ็บปวดแค่ไหน พิมภาเล่าเรื่อยๆจนถึงตอนสำคัญ เมื่อพระเอกถามความรู้สึกนางเอกหลังจากมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง แต่ไม่ได้คำตอบทำให้พระเอกเข้าใจผิด หญิงสาวแก้ต่างให้นางเอกบ้างว่าเป็นคนปากแข็ง แต่ก็อุตส่าห์ข่มความอาย ร้องเพลงบอกรักอัดไว้ในมืิอถือพระเอก ฤชวีถึงกับสะอึก พิมภาเงยหน้ากลั้นน้ำตาแล้วค่อนแคะยิ้มๆ

“คุณฤชวีนี่ร้ายนะคะ เรื่องส่วนตัวพระเอกนางเอกก็เอามาเขียน ฉันชอบหนังสือคุณค่ะ ขอลายเซ็นได้ไหมคะ”

พิมภายื่นหนังสือให้ ฤชวีรับมาเซ็นชื่ออย่างฝืนๆ พิมภารับหนังสือคืนแล้วลงจากเวทีโดยไม่เหลียวหลัง ฤชวีถลาตามไป โดยมีแฟนคลับกรูตาม รวมทั้งครอบครัวของทั้งสองที่อดสะเทือนใจไปด้วยไม่ได้

ขณะเดียวกันที่บริษัทนารี...ตรีวิญไปหาพิมภาที่ห้องแต่ไม่พบ สอบถามลูกทีมของเธอ ได้ความว่าไปงานเปิดตัวหนังสือฤชวีก็ไม่พอใจ รีบตามไปด้วยใจที่ร้อนรน กลัวหญิงสาวจะย้อนไปคืนดีกับสามีกำมะลอ

ooooooo

พิมภาเดินน้ำตาไหลพรากออกจากงาน เสียความรู้สึกมากที่ฤชวีกล้านำเรื่องเธอมาประจานแบบนี้ ฤชวีตามทันแล้วคว้าแขนเธอไว้เพื่อฟังคำอธิบายแต่พิมภาสะบัดตัวออก ฝืนยิ้มให้แต่แววตาเคืองจัด

“หนังสือคุณสนุกดีค่ะ ขอบคุณสำหรับลายเซ็น ฉันจะเก็บไว้เตือนตัวเองว่าอย่างี่เง่าให้ถูกประจานแบบนี้อีก”

“คุณพิม...มันเป็นแค่นิยายนะครับ”

“แต่มันก็มาจากเรื่องจริงทุกอย่างจนฉันหน้าชาไปหมด...เรื่องความงี่เง่าของฉันคุณจะประจานยังไง ฉันก็แค่อาย แต่ความรู้สึกฉัน...ไม่นึกว่าคุณจะเอามาเป็นเครื่องมือหาเงินแบบนี้ ไงคะ...พอจะเป็นสุดยอดหนังสือขายดีได้ไหม”

“ผมไม่ได้คิดจะใช้เรื่องของเราหาเงิน ผมแค่...”

ฤชวีกลืนคำอธิบายว่าไม่เคยเห็นเรื่องหัวหมุนของพิมภาเป็นเรื่องน่าละอาย เพราะทั้งหมดคือที่มาของความรู้สึกดีๆระหว่างเธอและเขาที่กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เขียนนวนิยายเพื่อบันทึกความทรงจำ พิมภาโมโหเลือดขึ้นหน้าจนมองไม่เห็นความรักของเขา แหวขึ้นอย่างเหลืออด

“ไม่คิดว่าคุณจะแก้แค้นด้วยการประจานให้คนอ่านรู้ว่าฉันงี่เง่าแค่ไหน ฉันคงต้องโดนแบบนี้ถึงจะสมใจคุณ”

“คุณคิดว่าผมตั้งใจทำแบบนั้นกับคุณจริงๆเหรอ”

“ที่คุณทำมันชัดเจนโดยไม่ต้องคิดด้วยซ้ำ ขอบคุณมากนะคะที่สอนให้รู้ว่าความรักบ้าบอมันไม่มีอยู่จริง ที่สำคัญ...โลกนี้ไม่มีที่ยืนสำหรับผู้หญิงโง่ๆ และฉันจะไม่ยอมโง่ซ้ำซากกับคุณอีก”

“งั้นผมก็ไม่มีอะไรต้องพูดอีก”

ฤชวีประชดแต่พิมภาไม่รู้สึกเพราะกำลังเดือดจัด แฟนคลับตามมาล้อมหน้าล้อมหลังทั้งคู่ ถามว่าพิมภาคือภรรยาที่ฤชวีเคยเป็นข่าวด้วยใช่ไหม พิมภาชิงตอบว่าไม่ได้มีความสัมพันธ์ใดๆต่อกันแล้ว ฤชวีเสียใจมาก มองตามหญิงสาวที่แทรกตัวออกจากวงล้อมอย่างน้อยใจสุดขีด ตรีวิญที่มาถึงทันเห็นเหตุการณ์ ปะติดปะต่อเรื่องราวแล้วยิ้มอย่างสะใจที่สองหนุ่มสาวแตกหักมากขึ้นโดยที่เขาไม่ต้องทำอะไรเลย

ครอบครัวพิมภากับฤชวีต้องตามแก้ปัญหากันยกใหญ่หลังเหตุการณ์วุ่นวายผิดคิว โดยที่หญิงสาวต้นปัญหากลับบ้านไปก่อน ชุติภายังเคืองมินท์กับกิ่งแก้วไม่หายที่วางแผนทุกอย่างแต่ไม่เตรียมพร้อมจนแผนล่มไม่เป็นท่า ตรีวิญยิ้มกริ่มมาหา ทุกคนทำหน้าเหม็นเบื่อแต่เขาก็ไม่สะทกสะท้าน ทักทายหน้าซื่อเหมือนไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น

“ผมรู้ว่ามีงานเปิดตัวหนังสือคุณฤชวีจากทีวีเมื่อเช้า เลยมาแสดงความยินดีครับ”

ภัทรพลเซ็งจัดเลยแขวะกลับไม่ไว้หน้า ชวนพ่อแม่กลับบ้านไปดูอาการพิมภา โดยมีลัลนากับนันทิกานต์ตามไปติดๆ ส่วนชุติภามองชายหนุ่มผู้มาใหม่ตั้งแต่หัวจดเท้าแล้วเอ่ยทักอย่างเหยียดๆ

“เธอเหรอที่คิดแย่งหนูพิมไปจากตาต้น ไม่มีทางหรอก หลานชายฉันเลิศกว่าเยอะ มินท์กับกิ่งพาย่ากลับบ้าน คนแถวนี้ทำให้ย่าอารมณ์เสีย”

กิ่งแก้วกับมินท์กุลีกุจอพาคุณย่ากลับบ้าน ทิ้งให้ตรีวิญมองตามไปอย่างคับแค้นใจ...ฝากไว้ก่อนเถอะ!

ooooooo

พิมภานั่งร้องไห้กับตัวเองเงียบๆในห้อง ภัทรพลกลับมาเห็นน้องน้ำตานองหน้าก็สงสาร สอบถามด้วยความห่วงใยแต่พิมภาไม่ตอบสนอง ภาณุวัฒน์กับพิมมาลาลองดูบ้างแต่ลูกสาวหัวแข็งยังนิ่งเฉย สักพักใหญ่ พิมภาจึงโถมตัวหาแม่แล้วร้องไห้เหมือนเด็กๆเพราะความคับแค้นใจที่สุมอก

“พิมมันโง่เอง...ต่อไปขอให้พ่อแม่จำไว้ว่าลูกสาวโง่ๆคนนี้ตายไปแล้ว จะมีแต่พิมภาที่สนใจแต่การทำงาน สร้างความเจริญให้กับตัวเอง พ่อกับแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะจ๊ะ ขออย่างเดียวอย่าร่วมมือกับใครหลอกพิมอีก”

สองสามีภรรยาพูดไม่ออกเพราะสงสารลูก พิมภาปาดน้ำตาแล้วฝืนยิ้ม บอกว่าอยากอยู่คนเดียวเพื่อสะสางงานเพราะต้องส่งต่อก่อนไปญี่ปุ่น ภาณุวัฒน์กับพิมมาลาไม่กล้าขัด จำใจออกไปอย่างเซ็งๆ ตามด้วยภัทรพลที่รู้สึกผิดกับน้องสาวไม่น้อย พิมภาแข็งใจลุกไปปิดประตูแล้วทรุดตัวกับพื้น ร้องไห้พิงประตูอย่างหมดสภาพ

เวลาเดียวกันที่สำนักพิมพ์...กิ่งแก้วมองสภาพญาติหนุ่มด้วยความเห็นใจ เสนอตัวโทร.หาพิมภาเพื่อชี้แจงเรื่อง ทั้งหมดแต่ฤชวีห้ามไว้เพราะน้อยใจพิมภาที่เลือกใช้อารมณ์แก้ปัญหาจนมองไม่เห็นความจริงใจของเขา

“ไม่ต้องกิ่ง...คุณพิมเชื่อว่าต้นแก้แค้นเขาด้วยการประจาน แค่นี้มันก็บอกได้แล้วว่าระหว่างต้นกับเขามันไม่เหลือความไว้ใจ เชื่อใจอะไรต่อกันอีกแล้ว”

ฤชวีเจ็บปวดกับคำพูดทิ่มแทงของตัวเอง แต่ยังตัดพ้อพิมภาไม่หยุด ประชดว่าคงต้องหมกมุ่นกับงานจนไม่แคร์สิ่งใดเหมือนหญิงสาวบ้าง กิ่งแก้วหมั่นไส้ญาติหนุ่มที่ทำตัวแสนงอนเป็นเด็กๆ แกล้งพูดแดกดันให้หยุดคิด

“นิยายรัก...แต่คนเขียนไม่ศรัทธาในรัก คนอ่านคงไม่ชอบหรอก ถ้าต้นอยากทำตัวงี่เง่า ปากไม่ตรงกับใจ งอมืองอเท้าไม่คิดแก้ปัญหาหรือปรับความเข้าใจก็ตามใจนะ กิ่งไม่ว่าอะไรหรอก”

ฤชวีสะอึก กิ่งแก้วรู้ว่าได้ผลแกล้งแขวะไปอีกหลายดอกจนฤชวีหน้าจ๋อย มองตามญาติสาวที่ผลุนผลันออกจากห้องอย่างหดหู่ พยายามตั้งใจทำงานต่อแต่ไม่ได้เรื่องเพราะใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

ooooooo

พิมภากับฤชวีต่างก็เก็บตัวอยู่กับตัวเองและยุ่งกับงานเพื่อลืมเรื่องราวเลวร้าย แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเพราะต่างก็ยังรักกันแต่ไม่ยอมรับ ภัทรพลรายงานอาการน้องสาวให้พ่อแม่ฟังเซ็งๆ กังวลว่าน้องจะทรมานใจตัวเองมากเกินไป

“ครั้งนี้ยายพิมคงคิดจะเลิกกับคุณต้นจริงๆนะแม่”

“ก็ปล่อยไป ยายพิมมันหลอกตัวเองได้ไม่นานหรอก ถ้าได้อยู่ใกล้คุณต้น ยายพิมต้องยอมทิ้งฟอร์มแน่”

พิมมาลาทนเห็นลูกสาวเศร้าซึมต่อไปไม่ไหว คิดแผนช่วยให้สองสามีภรรยากำมะลอกลับมาคืนดีกัน โดยเริ่มแผนขั้นแรกด้วยการโทร.หาชุติภาแต่เช้าของวันถัดมา ขอให้ช่วยเรื่องฤชวี ชุติภารับปากอย่างยินดีเพราะกลุ้มใจสภาพหลานชายไม่น้อย โทร.เรียกมินท์มาซักซ้อมแผนการและช่วยกันเล่นละครตบตา หลอกล่อฤชวีให้ไปจัดการธุระสำคัญ ฤชวีมองหน้าน้องสาวกับคุณย่าเครียดๆ สังหรณ์ว่าต้องมีแผนอะไรบางอย่างแน่

ขณะที่ทุกคนวุ่นวายวางแผน...พิมภาตื่นแต่เช้ามาทำงานอย่างคร่ำเคร่ง กลุ่มเพื่อนซี้ไม่กล้าขัดคอเพราะกลัวโดนเหวี่ยง ปรึกษาเรื่องแผนการตลาดอันใหม่กันอย่างกลมเกลียว ตรีวิญเข้ามาขอพิมภาดูแผนงานสำหรับใช้ที่ญี่ปุ่น ลัลนากับนันทิกานต์ดูออกว่าเป็นข้ออ้างก็ช่วยกันดักคอแต่เจ้านายหนุ่มไม่สนใจ พิมภาไม่คิดมากเพราะเห็นเป็นเรื่องงาน ตั้งท่าจะตามไปคุยงานด้วยที่ห้องเขาถ้ามือถือเธอไม่ดังเสียก่อน พิมมาลาโทร.บอกให้ลูกสาวไปช่วยงานที่จันทบุรีด่วน พิมภาวางสายแล้วหันไปปฏิเสธตรีวิญด้วยใบหน้าเรียบเฉย

“พิมขอโทษนะคะ พอดีต้องกลับจันทบุรีเดี๋ยวนี้ มีธุระส่วนตัวของครอบครัวขอให้พิมไปด่วนน่ะค่ะ”

ตรีวิญเสนอตัวไปด้วย ปราสินีกับลัลนาเลยดักคอด้วยความหมั่นไส้

“ส่วนตัว...แปลว่าไม่ต้องการความคิดเห็นจากใคร เข้าใจหรือเปล่า พูดให้มันรู้เรื่องกันบ้างนะพวกเธอ”

“ปลาจ๊ะ...คุณตรีวิญเขาพูดรู้เรื่องว่านี่มันธุระส่วนตัวของครอบครัว ขนาดว่าที่พี่สะใภ้อย่างฉันยังไม่ สอดรู้เลย”

ตรีวิญสะอึกแต่เก็บอาการ พิมภาออกไปแล้ว นันทิกานต์แกล้งพูดกับลัลนาแต่ส่งสายตาแขวะเจ้านายหนุ่มเรื่องตื๊อพิมภา ตรีวิญสวนกลับอย่างไม่แคร์แล้วผลุนผลันออกไป สองสาวอยากกรี๊ดแต่ทำไม่ได้เพราะกลัวเขาได้ใจ

ooooooo

พิมภามาถึงบ้านที่จันทบุรีในช่วงเย็น เห็นภัทรพลทะเลาะกับภาณุวัฒน์โดยมีพิมมาลาเป็นกรรมการห้ามทัพ สามคนพ่อแม่ลูกส่งเสียงดัง ไม่สนใจเธอที่เพิ่งเดินเข้ามาแม้แต่น้อย พิมภาเลยแหวขึ้นอย่างเหลืออด

“ไหนบอกว่าลูกค้าคนนี้สำคัญจนต้องเรียกพิมกลับมา แล้วทำไมไม่มีใครยอมคุย...เขาเป็นใครหรือคะ”

ทุกคนไม่ทันตอบอะไร ก็มีเสียงรถแล่นเข้ามาในบ้าน ฤชวีเข้ามาตามด้วยมินท์และหญิงสาวร่างเล็กหน้าตาจิ้มลิ้มที่เกาะแขนอดีตสามีกำมะลอของพิมภาไม่ปล่อย ภัทรพลสงสารน้องสาวแต่ต้องเล่นไปตามแผน

“แกรับปากแล้วนะ คุณย่าชุติภาอยากให้พวกเราทำเครื่องเพชรให้แต่ส่ง...ไอ้นี่มาจัดการ”

“ก็ได้...เขาไม่มีผลกับชีวิตพิมอยู่แล้ว”

พิมภากัดฟันปั้นหน้ายิ้มให้คณะฤชวี มินท์ส่งสัญญาณให้พี่ชายและหญิงสาวร่างเล็กแล้วทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มสุดๆ แนะนำหญิงสาวแปลกหน้าอย่างเป็นทางการ

“สวัสดีค่ะทุกคน...นี่พี่พั้นช์กำลังจะเป็นเจ้าสาว และเครื่องเพชรที่คุณย่ารบกวนคุณป้ากับคุณลุงช่วยดูแลก็คือของพี่พั้นช์นี่แหละค่ะ พี่พั้นช์คะ...นี่พี่พิมค่ะ”

พั้นช์ทักกลับอย่างน่ารักจนพิมภาเหวี่ยงไม่ออก เชิดหน้าสวมบทเจ้าบ้านแสนดีเชิญชวนทั้งคณะไปพักผ่อน ฤชวีสบสายตาอย่างค้นคว้าแต่พิมภาเมินใส่ สองหนุ่มสาวตามทุกคนเข้าบ้านด้วยหัวใจร้าวราน

พิมภานำคณะฤชวีไปที่ห้องพักสำหรับแขกแล้วผละไป ฤชวีแกล้งบอกจะนอนห้องเดียวกับพั้นช์ พิมภาเจ็บแปลบแต่แข็งใจไม่หันหลังมา พั้นช์ส่งสายตาให้มินท์แล้วแกล้งรับมุก

“พี่ต้น...รู้ใจจังค่ะ พี่ต้นรู้ใช่ไหมว่าพั้นช์ไม่กล้านอนคนเดียว”

“น้องนอนกรนนิดหน่อยต้องหนีมานอนกับว่าที่เจ้าสาวเลยเหรอพี่ต้น”

พิมภาทนฟังต่อไม่ไหว ฮึดฮัดลงไปข้างล่าง มินท์ชอบใจที่ยั่วได้ผล ตามไปถามถึงเวลาอาหารเย็น พิมภาสีหน้าไม่ค่อยดี บอกว่าถึงเวลาแล้วจะโทร.บอก เสียงมือถือพิมภาดังขึ้น พิมมาลาโทร.บอกให้ลูกสาวต้อนรับแขกคนเดียวเพราะคนอื่นติดธุระด่วน พิมภาหน้าเสีย รับปากแม่อย่างเสียไม่ได้

ไม่นานหลังจากนั้น...พิมภาก็ตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อเห็นภาพฤชวีเอาอกเอาใจพั้นช์ออกนอกหน้า ภาพความทรงจำเมื่อเขาคอยดูแลเธอไม่เคยห่างพรั่งพรูจนแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ หญิงสาวเก็บภาพบาดใจไปคิดมากนอนไม่หลับ ผุดลุกผุดนั่งจนทนไม่ไหว ตัดสินใจออกไปเดินเล่นด้านนอก

พิมภาเดินเหม่อไปถึงสวนหลังบ้าน ได้ยินเสียงภัทรพลพูดโทรศัพท์กับลัลนาเสียงหวานแล้วสะเทือนใจ ภัทรพลเห็นน้องก็วางสาย พิมภาตัดพ้ออย่างเคืองๆที่โดนปล่อยให้รับแขกไม่พึงประสงค์คนเดียว เสียงพั้นช์ที่เหมือนกำลังจู๋จี๋กับฤชวีหลุดลอดออกมาทำให้พิมภาหน้าเสีย ภัทรพลเห็นอาการน้องแล้วแกล้งถามหยั่งเชิง พิมภาเฉไฉว่าไม่สนแล้วเดินหนีทั้งที่น้ำตาเริ่มเอ่อ ภัทรพลเป็นห่วงตามไปรั้งมากอดไว้อย่างปลอบประโลม

“ลดทิฐิลงบ้างก็ได้นะยายพิม”

“พิมไม่ได้เป็นอะไรพี่ภัทร...ไม่ได้เป็น”

ภัทรพลหันไปทางระเบียงห้องพั้นช์แล้วพาน้องสาวไปส่งห้องและอาสาอยู่เป็นเพื่อน พิมภากล้ำกลืนน้ำตาไว้อย่างสุดความสามารถ แข็งใจปฏิเสธและบอกว่าอยากอยู่คนเดียว ภัทรพลเตือนให้ใช้สติมากกว่าอารมณ์ พิมภารับฟังและคิดตามแต่ยังเสียใจมากเกินกว่าจะทำใจให้สงบ พึมพำตัดพ้อฤชวีเบาๆ

“เมื่อคุณไม่แคร์ฉัน ฉันก็ไม่แคร์คุณเหมือนกัน!”

ooooooo

ตรีวิญคิดมากเรื่องพิมภาจนนอนไม่หลับ สังหรณ์ใจลึกๆว่าเธออาจกลับบ้านเพราะแผนของคนในครอบครัว ตัดสินใจโทร.เช็ก พิมภารับสายด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ นักเพราะยังหงุดหงิดเรื่องฤชวี ตรีวิญพยายามถามเรื่องไม่สบายใจแต่พิมภาตัดบทและขอวางสาย ตรีวิญเซ็งมากเพราะหญิงสาวไม่มีให้แม้แต่ความไว้ใจ

พิมภานอนกระสับกระส่ายทั้งคืน ตื่นเช้ามาเห็นทุกคนพร้อมหน้าที่โต๊ะอาหารยกเว้นมินท์กับพั้นช์ ฤชวีเห็นท่าทางเหม่อๆของหญิงสาวที่ไม่ยอมแตะอาหารเช้าฝีมือเขาเลยกระเซ้ายิ้มๆ

“ทำไมไม่ทานล่ะครับ เคยชอบไม่ใช่เหรอครับ”

“เคย...แปลว่าเคย เข้าใจไหมคะ ไม่ได้หมายความว่าชอบตลอดไป”

“เหมือนผมเลยครับ บางเรื่องถ้าเคยชอบแล้วมันไม่ดี ผมก็ไม่ชอบแล้วก็ไม่จำอีกต่อไป”

“เหมือนกันเลยค่ะ ฉันก็ไม่อยากจำเหมือนกัน”

พิมภาตั้งท่าจะลุกหนีแต่ภัทรพลดึงไว้ เรื่องคงบานปลายถ้ามินท์ไม่วิ่งหน้าตื่นมาบอกว่าพั้นช์จะจมน้ำ ฤชวีวิ่งออกไปทันที โดยมีทุกคนตามไปด้วยความเป็นห่วง ชายหนุ่มกระโจนลงน้ำแล้วอุ้มพั้นช์ขึ้นมาบนชายหาด ตั้งท่าจะผายปอดแต่พิมภาทนไม่ได้เพราะนึกถึงตอนที่เขาเคยช่วยเธอที่สมุย ลืมตัวผลักเขาออกแล้วอุทานเสียงดัง

“ฉันไม่ยอม!”

ทุกคนมองพิมภาอย่างอึ้งๆ ฤชวีก้มหน้าลงจะผายปอดอีกครั้ง พิมภาเห็นสร้อยคล้องแหวนของเล่นที่คอเขาก็มองอย่างตื่นตะลึง ผลักอกเขาอย่างแรงให้พ้นตัวพั้นช์แล้วอาสาช่วยเอง พั้นช์หรี่ตามองพิมภาก้มลงมาก็แกล้งสำลักน้ำออกมาเสียก่อน ฤชวีอุ้มเธอกลับไปพักที่ห้องโดยมีสายตาพิมภามองตามอย่างน้อยใจ ตรีวิญโผล่เข้ามา พอดี ฤชวีได้ยินเสียงศัตรูหัวใจก็ยิ่งเร่งฝีเท้าเดินหนี ทุกคนมองชายหนุ่มเจ้าปัญหาอย่างเหม็นเบื่อ...ไม่รู้จะมาทำไม!

ตรีวิญทักทายทุกคนอย่างสดชื่น แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับการปรากฏตัวของตน พิมมาลาถามตรงๆว่ามาทำอะไร ชายหนุ่มตอบหน้าตายว่าอยากทำความรู้จักพิมภามากขึ้น ภัทรพลเบ้หน้าและแขวะขึ้นอย่างเหลืออด

“ถามยายพิมหรือยังว่าอยากให้คุณรู้จักหรือเปล่า”

“พูดเหมือนคุณตรีวิญไร้มารยาท ไม่มีความเกรงใจเลยตาภัทร พ่อว่ามันแรงไป เขาแค่คิดไม่เป็นเท่านั้น”

ภาณุวัฒน์ช่วยผสมโรง ฤชวีกับมินท์กลับมาสมทบ บอกว่าพั้นช์น่าจะพักผ่อนน้อยเลยเป็นตะคริว พิมภามองหน้ากับภัทรพลเจื่อนๆ จินตนาการเรื่องนอนน้อยว่ามีสาเหตุจากเสียงหยอกล้อที่ดังลอดห้องมาเมื่อคืน ตรีวิญเห็นฤชวีได้รับความสนใจมากกว่าก็ไม่พอใจ ถามแทรกด้วยความหมั่นไส้ ภัทรพลตอบแทนด้วยสีหน้าสะใจ

“คุณฤชวีเขาสั่งทำสร้อยก็เลยมาที่นี่...มาแบบมีเหตุผลน่ะ”

“เมื่อคืนคุณพิมก็โทร.ชวนให้มาเที่ยวครับ ที่นี่สวยนะครับ ถ้าผมจะแต่งงาน ผมคงเลือกถ่ายรูปแต่งงานที่นี่”

ตรีวิญสวนกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน พิมภาทำหน้างงเพราะไม่เคยพูดแต่ไม่อยากหักหน้าเจ้านายหนุ่ม ฤชวีชักสีหน้าและขอตัวไปดูแลพั้นช์ พิมภาของขึ้นเพราะหึง มองตามอดีตสามีกำมะลอไปด้วยใจที่ปวดร้าวแต่พยายามข่มไว้ ตรีวิญมองอาการของทั้งคู่อย่างไม่พอใจ...หมายมาดจะทำให้แตกกันให้ได้!

ooooooo

พิมภาว้าวุ่นใจนอนไม่หลับเพราะคาใจเรื่องสร้อยคล้องแหวนของเล่น แอบมีความหวังว่าฤชวีอาจเหลือเยื่อใยกับเธอบ้าง หญิงสาวมาเดินเล่นด้านนอกแล้วชะงักเมื่อเจอฤชวีโดยบังเอิญ เห็นเขาสวมสร้อยเลยตัดสินใจถามตรงๆฤชวีมองมาอย่างค้นคว้าแล้วตอบเสียงเรียบ

“สำหรับคุณมันอาจจะเป็นแค่แหวนของเล่นไม่มีค่า แต่สำหรับผมมันมีความหมาย”

“แต่ทุกอย่างมันจบไปแล้วพร้อมกับความทรยศของคุณ”

“งั้นก็ไม่ต้องสนใจมันสิครับ ก็แค่แหวนของเล่นของคนทรยศ ไม่ต้องห่วงนะครับ สักวันถ้าผมลืมว่าเคยรักใครได้ ผมจะถอดมันออกเอง แค่นี้ใช่ไหมครับธุระของคุณ”

ฤชวีพูดจบก็เดินหนี พิมภาอึ้งไปถนัดใจ มองตามด้วยสายตาอาวรณ์ ฤชวีเดินกุมสร้อยคล้องแหวนไปตลอดทาง คิดทบทวนท่าทีประชดประชันของพิมภาแล้วฉุกคิดว่าเธออาจเหลือความรู้สึกบางอย่าง ตัดสินใจย้อนกลับไปถามแต่ต้องเปลี่ยนใจเมื่อเห็นเธอชมสวนอยู่กับตรีวิญ

ตรีวิญผ่านไปเห็นพิมภาอยู่คนเดียวที่สวนเลยชวนเดินเล่น ดีใจมากที่ได้ใช้เวลาเป็นส่วนตัวกับเธอบ้าง ตัดสินใจสารภาพรักและขอโอกาสดูแลในฐานะคนรัก พิมภาปฏิเสธอย่างแกนๆเพราะไม่อยากทำร้ายจิตใจเขา ตรีวิญสวมบทชายหนุ่มแสนดี บอกว่ายินดีรอและจากไป ครอบครัวพิมภากับมินท์ที่แอบฟังอยู่อีกมุมมองหน้ากันเครียดๆ กลัวเหลือเกินว่าพิมภาจะใจอ่อนและฤชวีต้องแพ้จริงๆ

เครื่องเพชรเสร็จเรียบร้อยในเช้าวันถัดมา ฤชวีที่ยังเคืองพิมภาชวนพั้นช์กับมินท์กลับทันที พิมภาได้ยินก็เจ็บแปลบ ชวนตรีวิญกลับบ้าง อ้างว่าต้องรีบเตรียมส่งมอบงานก่อนไปญี่ปุ่น ตรีวิญได้ใจและชวนพิมภากลับรถเขา ภาณุวัฒน์รีบดักคอให้ภัทรพลนั่งไปกับน้อง ตรีวิญเคืองแต่เก็บอาการ ฉุนครอบครัวพิมภาที่คอยกันท่าตลอด

พิมภาแปลกใจที่เห็นลัลนากับนันทิกานต์รออยู่เมื่อถึงบ้าน ภัทรพลส่งซิกว่าแผนการช่วยสองสามีภรรยากำมะลอดีกันไม่สำเร็จ พิมภาสังเกตอาการเพื่อนทั้งสองอย่างจับผิด ตั้งท่าจะถามแต่ลัลนาไหวตัวทัน แสร้งทำจี๋จ๋ากับภัทรพลกลบเกลื่อน พิมภาแสลงใจปึงปังเข้าห้อง ภัทรพลมองสองสาวเซ็งๆแต่ไม่ท้อ...ต้องหาทางให้ฤชวีกับพิมภาดีกันให้ได้

ooooooo

ลัลนากับนันทิกานต์กลุ้มใจ นั่งมองพิมภาหมกมุ่นกับงานตั้งแต่เช้าด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าถ้าเพื่อนรักไปญี่ปุ่นแล้วฤชวีอาจชวดโอกาสคืนดี ซูซี่ที่ฟังสองสาวเม้าท์กันตลอดเช้าแล้วเกิดไอเดีย บอกว่ามีแผนให้ทั้งสองได้เจอกันก่อนสั่งลา ลัลนากับนันทิกานต์มองซูซี่อย่างทึ่งๆ...หวังว่าจะเป็นแผนที่ดี

ซูซี่ ลัลนาและนันทิกานต์วางแผนให้พิมภาเจอฤชวีด้วยการให้ทั้งสองสัมภาษณ์ลงนิตยสารคู่กัน สามสาวรับหน้าที่เกลี้ยกล่อมพิมภา ส่วนกิ่งแก้วอาสาพาฤชวีไปเจอที่กองถ่ายของทีมนิตยสาร ฤชวีจำใจไปอย่างเซ็งๆ ไม่กล้าขัดญาติสาวที่อ้างว่าทำเพื่อโปรโมตหนังสือนวนิยายของเขา

ฤชวีกับกิ่งแก้วมาถึงกองถ่ายแต่เช้าของวันถัดมา ทีมงานพาชายหนุ่มไปเตรียมตัวถ่ายรูป โดยมีกิ่งแก้วอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดีจนฤชวีผิดสังเกต กิ่งแก้วทำไม่รู้ไม่ชี้แล้วทักทายทีมงานยิ้มๆ ทีมงานรอจนฤชวีแต่งหน้าและเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จจึงอธิบายการสัมภาษณ์คร่าวๆ

“ประเด็นที่จะสัมภาษณ์คือหนุ่มสาวที่ประสบความสำเร็จแห่งปี ต้องสัมภาษณ์คู่กับอีกท่านหนึ่งค่ะ”

ฤชวีตั้งท่าจะถามว่าใครแต่ได้ยินเสียงคุ้นหูเสียก่อน พิมภาเดินคุยมากับลัลนา นันทิกานต์และซูซี่ สองหนุ่มสาวอดีตสามีภรรยากำมะลอมองหน้ากันอย่างตกตะลึง พิมภาหันขวับไปทางกลุ่มเพื่อนอย่างเอาเรื่อง เช่นเดียวกับฤชวีที่จ้องกิ่งแก้วอย่างเคืองๆ แต่ญาติสาวไม่ยี่หระ ขยิบตาให้เหมือนจะบอกว่าอยากช่วย...ห้ามเคือง!

พิมภากับฤชวีตกกระไดพลอยโจนต้องสัมภาษณ์และถ่ายรูปคู่กัน ทั้งสองมีท่าทีอึกอัก ประหม่าที่ได้ใกล้ชิดกันอีกครั้ง กลุ่มเพื่อนและกิ่งแก้วเฝ้ามองลุ้นๆ หวังว่าทั้งสองจะเกิดความรู้สึกดีต่อกันมากขึ้น ทีมงานพูดคุยกับสองหนุ่มสาวไปเรื่อยๆจนถึงคำถามสุดท้าย

“อยากทราบว่าอะไรคือตัวผลักดันให้ประสบความสำเร็จคะ”

“ครอบครัวค่ะ พิมอยากให้ครอบครัวภูมิใจและพิมเลือกที่จะใช้งานพิสูจน์ตัวเอง”

พิมภาตอบก่อน ฤชวีเผลอมองอย่างชื่นชม ทีมงานหันมาทางเขาบ้าง ฤชวีจึงตื่นจากภวังค์แล้วตอบเสียงนุ่ม

“ความรักเป็นแรงบันดาลใจให้ผมสร้างผลงาน เมื่อเรารักก็จะทุ่มเท จนคนอ่านรับรู้ได้จากการถ่ายทอดของเรา”

พิมภายิ้มขื่นให้กับคำตอบสวยหรูของเขา หวนนึกถึงเรื่องที่ผ่านมาแล้วมองเขาอย่างตัดพ้อ ลืมตัวสวนกลับ

“รักจอมปลอมที่ข้ามวันก็เป็นอื่นน่ะเหรอคะ อย่าพูดให้ฉันรู้สึกแย่ไปกว่านี้เลย ฉันว่ามันไม่ใช่ความรักหรอกค่ะที่สร้างสรรค์งานคุณ เป็นความสะใจที่ได้ทำลายหัวใจคนมากกว่า”

“ผมเคยคิดว่าคุณดื้อ เอาแต่ใจเหมือนเด็ก แต่วันนี้ผมเพิ่งรู้ว่าคุณเอาแต่อารมณ์เป็นใหญ่ ไม่ฟังเหตุผลใคร”

“ใช่...ฉันไม่ฟังเหตุผลจากคนที่ทำร้ายฉัน ไม่ว่าจะเพราะอะไร คุณทำลายชีวิตฉัน ฉันเกลียดคุณ”

ทีมงานตกใจที่เห็นสองหนุ่มสาวทะเลาะกันดื้อๆ กลุ่มเพื่อนพิมภากับกิ่งแก้วกรูไปแยกทั้งสองออกจากกัน

กิ่งแก้วดึงญาติหนุ่มไปที่มุมหนึ่งแล้วเตือนให้ควบคุมอารมณ์และทบทวนอาการของตัวเองให้ดี

“น้อยใจใช่ไหม...แต่ต้นต้องยอมรับตามเหตุการณ์ว่าเราน่ะผิด รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นไฟ จะทำตัวเป็นเชื้อเพลิง ทำไม ตั้งสติก่อนนะต้น กิ่งเชื่อว่าต้นคือคนที่รู้จักคุณพิมดีที่สุด จะง้อคนอย่าทำตัวเป็นไฟ ต้องทำใจให้เป็นน้ำสิ”

ฟากพิมภาโดนกลุ่มเพื่อนลากไปอีกมุม นันทิกานต์แหวเพื่อนอย่างเหลืออดที่ตั้งหน้าตั้งตาหาเรื่องฤชวี พิมภาสะเทือนใจ ตอกกลับอย่างเคืองๆ

“แนน...แกร่วมมือกับคนอื่นครั้งแล้วครั้งเล่า ฉันไม่เคยว่าแก เพราะแกเป็นเพื่อน และฉันเชื่อว่าแกจะสำนึกกลับมายืนข้างฉันเหมือนเดิม แล้วนี่คือสิ่งที่แกทำกับฉันเหรอ”

นันทิกานต์หน้าจ๋อย ลัลนาเห็นท่าไม่ดี ตั้งท่าจะช่วยพูดแต่โดนพิมภาดักคอเสียก่อน

“ลัล...เธอจะมาเป็นครอบครัวเดียวกับฉัน แล้วทำไมถึงทำแบบนี้ นี่ฉันไม่เหลือใครให้ไว้ใจอีกแล้วใช่ไหม”

ลัลนาหน้าเสียไปอีกคน ซูซี่มองหน้าสามสาวเครียดๆแล้วพยายามไกล่เกลี่ย พิมภานิ่งไปนิดก่อนตัดบทเพื่อกลับไปสัมภาษณ์ต่อ แต่ยังไม่ทันขยับ เสียงมือถือลัลนาก็ดังขึ้นเสียก่อน ลูกทีมโทร.มาบอกว่านวลจันทร์ไปอาละวาดที่นารี ลัลนาวางสายแล้วผลุนผลันออกไป พิมภาวิ่งตาม ตะโกนสั่งนันทิกานต์กับซูซี่ให้เคลียร์กับทีมนิตยสาร ฤชวีเห็นพิมภาไม่ยอมให้สัมภาษณ์ต่อก็เศร้าซึม...น้อยใจหญิงสาวที่ไม่ให้โอกาสเขาแก้ตัว

ooooooo

นวลจันทร์ได้ยินเรื่องลัลนาเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการการตลาดก็ของขึ้น ตรงไปอาละวาดที่นารีอย่างหัวเสีย ลูกทีมพิมภากับลัลนาพยายามรับหน้าแต่ถูกเหวี่ยงกลับอย่างไม่ไยดี ลัลนาก้าวเข้าบริษัทด้วยใจสั่นๆแต่ทำใจดีสู้เสือ นวลจันทร์หันไปเห็นก็แขวะขึ้นอย่างโกรธจัด

“มาแล้วเหรอ...นังกาฝาก อยากเป็นหงส์จนตัวสั่น ถึงต้องทั้งดันทั้งถีบตัวเองให้สูงขึ้น แกให้นังวรรณามันอ้อนผัวฉันให้เลื่อนตำแหน่งให้แกใช่ไหม คิดจะฮุบสมบัติผัวฉัน แกมันก็สัญชาติปลิงเหมือนแม่แก นังสารเลว!”

“ไม่จริงค่ะ...ลัลนาได้ตำแหน่งนี้มาเพราะความสามารถ ถ้าไม่เชื่อก็ถามคุณสุกับคุณพิพัฒน์ดูได้นี่คะ”

พิมภาช่วยแก้ให้แต่นวลจันทร์ก็เชิดใส่ สุกัญญาที่วิ่งมาพร้อมกับพิพัฒน์พ่อของลัลนาชี้แจงเรื่องมติของที่ประชุมแต่นวลจันทร์ก็ไม่สนใจฟังแม้แต่น้อย พิพัฒน์มองเมียหลวงอย่างเอือมระอาแล้วต่อว่าอย่างเหลืออด นวลจันทร์พูดไม่ออกที่โดนสามีตำหนิต่อหน้าสาธารณชน พิพัฒน์ได้โอกาสตอกย้ำเมียให้รู้จักคิด

“คุณควรจะรู้ว่าบริษัทนารีอยู่ภายใต้การดูแลของคุณสุกัญญา ดังนั้นคุณสุจึงมีอำนาจเต็มที่ในการบริหารบริษัทนี้ คุณไม่มีสิทธิ์มาอาละวาดหรือก้าวก่าย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม”

“ฉันไม่ยอมให้มันสูบเงินไปจากคุณ”

“ลัลกับวรรณาไม่เคยขออะไรจากผม ผมเป็นคนให้เอง ถ้าคุณไม่หยุด คุณกับลูกจะไม่ได้อะไรเลย...จำไว้!”

นวลจันทร์โมโหจนตัวสั่นแล้วกระฟัดกระเฟียดออกไป ลัลนาขอโทษที่ก่อเรื่องแต่พิพัฒน์ไม่ถือสา โทษตัวเองที่ยอมให้นวลจันทร์เอาแต่ใจหาเรื่องลัลนากับวรรณามาตลอด

“พ่อยอมเพราะรู้สึกผิดกับเขา พ่อดีใจนะที่ลัลพิสูจน์ให้พ่อเห็นว่าลัลเก่งมาก พ่อภูมิใจในตัวลัลนะ”

ลัลนาตื้นตันจนน้ำตาไหล สองพ่อลูกกอดกันด้วยความเข้าใจเป็นครั้งแรก พิมภากับสุกัญญามองอย่างยินดี ลัลนายิ้มให้เพื่อนรักและขอบคุณเจ้านายสาวที่ให้โอกาสและคอยพูดเตือนสติเธอมาตลอด สุกัญญายิ้มรับอย่างปรานี

“ลัลรู้แล้วใช่ไหมว่าพี่ไม่ได้เกลียดลัล พี่รอจะเห็นลัลเติบโตด้วยความสามารถของตนเอง แล้ววันนี้ก็มาถึง”

“ลัลไม่คิดว่ากาฝากอย่างลัลจะได้รับการยอมรับ”

“คำด่าคือสิ่งสมมติที่เจือไปด้วยความคิดสกปรก จะเอามาถือไว้ในมือทำไม...จริงไหม”

ลัลนาซาบซึ้งใจ สัญญากับเจ้านายสาวว่าจะตั้งใจทำงานและเป็นคนดี สองสาวกอดกันอย่างมีความสุข

ลัลนาทำงานช่วงบ่ายอย่างสบายใจ ในที่สุดเธอก็ประสบความสำเร็จไปอีกขั้น ทั้งเรื่องงาน เรื่องพ่อและเรื่องเพื่อน หญิงสาวไปหาภัทรพลทันทีที่เลิกงาน เล่าทุกอย่างด้วยความปลื้มปีติ ภัทรพลดีใจด้วยแต่ยังติดใจเรื่องตำแหน่งผู้จัดการที่ญี่ปุ่นเพราะรู้ว่าหญิงสาวหวังไว้มาก ลัลนาบอกว่าไม่อยากไปเพราะกำลังมีความสุขกับงานที่นี่ สารภาพความในใจกับชายหนุ่มอย่างหมดเปลือก

“คุณภัทรเหมือนเป็นลมใต้ปีกที่ช่วยพยุงให้ลัลประสบความสำเร็จในวันนี้ ลัลไม่อยากไปญี่ปุ่นเพราะขนาดอยู่ใกล้กัน ลัลยังคิดถึงคุณภัทรวันละหลายๆครั้ง ถ้าไปญี่ปุ่นคงไม่ไหว”

ภัทรพลใจเต้นรัวด้วยความดีใจ สองหนุ่มสาวสบตากันหวานซึ้ง หยอกล้อกันอย่างมีความสุข

หลายวันหลังจากนั้น...ซูซี่นำนิตยสารที่พิมภากับฤชวีสัมภาษณ์คู่กันให้เพื่อนๆดู พิมภาแกล้งแขวะเพราะไม่คิดว่าจะใช้ได้จริงๆ ซูซี่บอกว่าถึงจะเป็นแผนแต่ก็สมบูรณ์แบบมาก พิมภาเบ้หน้าเมื่อนึกถึงฤชวีแล้วค่อนแคะ

“สมบูรณ์แบบแค่ไหนก็เป็นเรื่องหลอกลวง”

“พิม...ปลาทำร้ายพิมตั้งมากมายแต่พิมก็ให้อภัย คุณต้นและพิมรักกัน ทำไมพิมถึงอภัยให้คนที่ตัวเองรักไม่ได้”

ปราสินีช่วยกล่อม พิมภาสะอึกที่เพื่อนพูดแทงใจดำ พูดไม่ออกเลยเลือกเดินหนี ผองเพื่อนรีบตามด้วยความเป็นห่วง ตรีวิญผ่านมาเห็นนิตยสารกางทิ้งไว้ เห็นรูปฤชวี ถ่ายคู่พิมภาก็ลองอ่านแล้วแสยะยิ้มอย่างมีเลศนัย

ตรีวิญใช้ข้อมูลส่วนตัวฤชวีจากคอลัมน์ที่สัมภาษณ์คู่คิดแผนร้าย ชวนพิมภาไปที่ร้านกาแฟประจำของศัตรูหัวใจ ฤชวีนั่งอยู่แล้วในมุมลับตาแต่พิมภาไม่เห็น ลอบมองสองหนุ่มสาวด้วยแววตาเจ็บปวด ตรีวิญเห็นฤชวีเลยแกล้งสารภาพรักเธอจนชายหนุ่มทนไม่ไหว ปรากฏตัวเพื่อแสดงความยินดีอย่างขื่นๆ พิมภาตกใจแต่เชิดหน้า ประกาศกร้าวว่าถึงเวลาเริ่มต้นใหม่หลังจากผ่านเรื่องไม่ดี ฤชวีชักฉุนเลยสวนกลับกวนๆ

“แล้วชีวิตที่ผ่านมามันไม่ดีตรงไหนเหรอครับ”

“มันก็มีแต่ความหลอกลวงไง”

“เหรอครับ...แล้วใครเป็นคนเริ่มล่ะครับ”

“ก็ฉันไง...ฉันผิดพลาดเพราะชักปัญหาใส่ตัว ไม่โทษใครหรอกค่ะ”

พิมภาตอกกลับไม่ไว้หน้า ฤชวีผลุนผลันออกจากร้านไปอย่างหัวเสีย พิมภาถอนหายใจยาว หันไปปฏิเสธตรีวิญอย่างจริงจังแล้วลุกไปบ้าง ตรีวิญมองตามอย่างหงุดหงิดแต่ไม่ยอมแพ้

พิมภาขับรถกลับบ้านด้วยความหงุดหงิดแล้วต้องเบรกตัวโก่งเมื่อเห็นหญิงสาวแต่งตัวโทรมตัดหน้ารถ เธอตกใจรีบจอดแล้ววิ่งไปดู การะเกตุพลิกตัวมาจ่อปืนสั่งให้เธอกลับไปขึ้นรถ พิมภายอมทำตามแต่มาฮึดสู้ในรถและโดนการะเกตุตบด้วยด้ามปืนจนหมดสติ

ooooooo

คุณสามี(กำมะลอ)ที่รัก ตอนที่ 13

อ่านเรื่องย่อ
นิยายไทยรัฐ
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement