advertisement

คุณสามี(กำมะลอ)ที่รัก ตอนที่ 14

บทประพันธ์ ปัณณพร จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดย สองปุณณณฐ
23 ก.พ. 2556 07:39

พิมภาค่อยๆลืมตาทั้งที่ยังมึน รู้สึกตัวว่านอนฟุบบนพื้นโสโครกในโกดังร้าง พยายามปรับสายตาแล้วต้องสะดุ้ง เห็นการะเกตุตรงหน้าพร้อมปืนในมือ เธอตั้งท่าจะลุกแต่โดนยิงขู่ การะเกตุแสยะยิ้มแล้วแขวะด้วยความอิจฉาพิมภาที่มีชีวิตดีกว่าทั้งเรื่องงานและความรัก พิมภาข่มความกลัวและทำใจดีสู้เสือ

“คนทำดีก็ต้องได้ดี แปลกตรงไหนล่ะ”

“ตรงที่แกเจริญบนความตกต่ำของฉันน่ะสิ...นังพิมภา แกแย่งทุกอย่างไปจากฉัน”

“ฉันแย่ง...หรือว่าทุกอย่างมันไม่เคยเป็นของเธอ”

“คิดว่าเธอกับฤชวีเหมาะสมกันนักเหรอ เธอมันผู้หญิงสำส่อน ให้ท่าฤชวีที ตรีวิญที...ตกลงจะเอาใครกันแน่”

“ฉันอยู่เฉยๆไม่เคยต้องให้ท่าใครเหมือน...”

การะเกตุหันขวับมาอย่างโกรธจัด แหวขึ้นอย่างเหลืออด พิมภาทนไม่ไหว สวนกลับอย่างไม่ยอม

“ฉันว่าเธอเลิกบ้าดีกว่าไหม แทนที่จะช่วยยายออกจากคุก ดันแกว่งเท้าหาคุกเสียเอง”

“ถ้าฉันจะติดคุก แกศพเดียวคงไม่สะใจ อยากรู้เหมือนกันว่าจะมีใครรักแกจนยอมตายแทนไหม”

พิมภาหน้าเสียเพราะกลัวฤชวีเป็นอันตราย ร้อนรนโวยวายจนโดนการะเกตุตบหน้าหัน หญิงสาวหน้าชาพูดไม่ออก นั่งมองการะเกตุกดมือถือหาฤชวีกับตรีวิญด้วยแววตาเครียดจัด

ฟากฤชวีได้รับโทรศัพท์จากการะเกตุก็หน้าซีด ติดต่อตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือและเสนอตัวติดเครื่องดักฟังเพื่อเก็บหลักฐาน ชายหนุ่มซักซ้อมแผนชิงตัวประกันกับเจ้าหน้าที่แล้วรีบรุดไปที่โกดัง ผงะเมื่อเห็นตรีวิญวิ่งหน้าตื่นมาที่ด้านหน้า สองหนุ่มมองหน้ากันงงๆแต่ไม่ทันถามอะไร รีบเข้าไปด้านในเพราะพะวงถึงความปลอดภัยของพิมภามากกว่า

ขณะเดียวกันข้างในโกดัง...พิมภามองการะเกตุอย่างหวาดระแวง กลัวใจหญิงสาวแต่ก็อยากวัดใจฤชวีว่าจะมาช่วยหรือไม่ การะเกตุหัวเราะสะใจ แขวะว่าคงไม่มีผู้ชายคนไหนสละชีวิตให้พิมภาแน่ ทันใดนั้นเอง...ตรีวิญวิ่งเข้ามาตามด้วยฤชวี พิมภาดีใจออกนอกหน้า ส่งสายตาเย้ยหยันอย่างเป็นต่อ การะเกตุเจ็บใจ ค่อนแคะด้วยความหมั่นไส้

“หวังงั้นสิ...ว่าผู้ชายหน้าโง่จะยอมตายพร้อมแกเหมือนในละคร ตายเพื่อความรัก...ทุเรศ!”

การะเกตุท้าทายสองหนุ่มให้มาตายพร้อมพิมภา ตรีวิญก้าวไปโดยไม่ลังเล ต่างกับฤชวีที่ยืนนิ่งมองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างประเมิน พิมภาชักใจไม่ดีแต่ฤชวีไม่สนใจ สวนกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน

“ไอ้การตายแทนกันมันมีแต่ในนิยายเท่านั้นแหละครับ มีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะทำแบบนั้น”

“ฉันตายก็ไม่มีความหมายใช่ไหม”

“ผมคิดว่าคุณฉลาด เรื่องแค่นี้คิดไม่ได้เหรอครับคุณพิม ไอ้การเสี่ยงชีวิตตายแทนมันไร้สาระมาก คุณสร้างปัญหาให้ผมพอหรือยัง ผมเหนื่อยกับคุณเต็มทีแล้ว”

“ฉันไม่น่าเจอคุณเลย ฉันเกลียดคุณ...เกลียด!”

พิมภามองฤชวีอย่างเสียใจ การะเกตุหัวเราะอย่างบ้าคลั่งด้วยความสะใจ ตรีวิญได้โอกาสกระโจนแย่งปืนแต่โดนการะเกตุตีศอกใส่หน้าและตั้งท่าจะยิง พิมภากระโดดไปช่วยแต่โดนสะบัดออกจนหัวฟาดกำแพงสลบไป การะเกตุจะยิงซ้ำแต่ฤชวีเข้าขวาง กระสุนเฉียดแขนเขาล้มลง ทันใด

นั้นเอง...เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกมาจับกุมการะเกตุและรีบนำฤชวีส่งโรงพยาบาล ส่วนตรีวิญรีบไปดูอาการพิมภาที่ยังหมดสติด้วยความเป็นห่วง

ooooooo

พิมภาฟื้นขึ้นมาที่โรงพยาบาล คลำศีรษะก็รู้ว่ามีผ้าพันแผล พิมมาลา ภาณุวัฒน์ และภัทรพลถลามาที่เตียงอย่างตื่นเต้นที่เห็นเธอรู้สึกตัว พิมภาแปลกใจที่เห็นหน้าทุกคนในครอบครัว พิมมาลาบอกว่าตรีวิญเป็นคนโทร.บอก พิมภาขอบคุณเขาด้วยความซึ้งใจ ภัทรพลหมั่นไส้เลยแกล้งดักคอจนตรีวิญล่าถอยกลับไป

พิมภาต่อว่าพี่ชายที่พูดจาไม่ดี พลั้งปากตัดพ้อฤชวีที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วยแต่ไม่ช่วย ภัทรพลเห็นน้องสาวร้องไห้ก็สงสัย ไม่คิดว่าอดีตน้องเขยเป็นคนแบบนั้น คาดคั้นให้น้องสาวเล่าเรื่องทั้งหมด

ขณะที่พิมภาเสียใจอย่างหนัก...ฤชวีก็เก็บตัวที่สำนักพิมพ์ของกิ่งแก้วไม่ยอมกลับบ้าน ญาติสาวมาทำงานตอนเช้า รับฟังเรื่องทั้งหมดแล้วเซ็งแทน ภัทรพลแวะมาต่อว่าฤชวีด้วยสีหน้ามึนตึง ทั้งเรื่องเหตุการณ์ในโกดังและที่ทำร้ายจิตใจพิมภา ฤชวีไม่ตอบโต้ ปล่อยให้ภัทรพลโมโหเพราะคิดว่าเขายอมรับ ผลุนผลันออกไปอย่างโกรธจัด กิ่งแก้วหมั่นไส้ท่าทางพระเอกจ๋าของญาติหนุ่ม แกล้งกดแผลที่แขนแล้วเหน็บ

“เจ็บแผลรักษาหาย แต่เจ็บหัวใจไม่มีวันหายหรอกนะต้น”

“คุณภัทรพูดถูก ต้นไม่อยากทำให้คุณพิมร้องไห้อีก เขาจะเริ่มต้นใหม่กับตรีวิญ ต้นกับคุณพิมคงจบกันแค่นี้”

กิ่งแก้วมองท่าทางเหม่อลอยของฤชวีอย่างเห็นใจ นิ่งคิดแล้วหยิบมือถือมากดปุ่มอัด แกล้งถามถึงเรื่องทั้งหมด ฤชวีไม่คิดปิดบัง เล่าเหตุการณ์ให้ฟังอย่างละเอียด กิ่งแก้วยกมือทาบอกเมื่อจบเรื่อง มองญาติหนุ่มอย่างโล่งใจ

“แสดงว่าคุณการะเกตุตั้งใจจะฆ่าทุกคนเลยสิ คิดแล้วก็น่ากลัวนะ ถ้าต้นเดาอารมณ์ผิดล่ะก็...ตายกันหมดแน่”

“อย่าบอกใครเรื่องนี้ ต้นไม่อยากเอาอาการเจ็บมาเป็นบุญคุณให้คุณพิมร้องไห้อีก ต้นอยากให้เธอมีความสุข”

กิ่งแก้วกล่อมให้ไปเยี่ยมพิมภา ฤชวีคิดหนัก ไม่แน่ใจว่าเธออยากเห็นหน้าเขาอีกไหม...

เวลาเดียวกันที่โรงพยาบาล...ภัทรพลกลับไปหาพิมภาอย่างหัวเสีย เจ็บใจที่ฤชวีทำท่าเหมือนทองไม่รู้ร้อนเรื่องน้องสาว บ่นให้พ่อแม่ฟังด้วยสีหน้าเคืองสุดขีด พิมมาลากับภาณุวัฒน์ช่วยกันปรามเพราะกลัวพิมภาตื่นมาได้ยินจะยิ่งช้ำใจ แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าพิมภารู้สึกตัวนานแล้วและกำลังกล้ำกลืนน้ำตาตัวเองอย่างหนัก

ตรีวิญมาเยี่ยมพิมภาหลังจากนั้นไม่นาน เอาอก เอาใจและปรนนิบัติอย่างดีจนพิมภาซึ้งใจ เจ้านายหนุ่มได้จังหวะขอแต่งงาน พิมภาอึกอักและยังไม่ทันตอบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ฤชวีเดินหน้านิ่งเข้ามา พิมภาเจ็บจี๊ดเลยตัดสินใจตอบรับคำขอแต่งงานเพราะอยากประชดอดีตสามีกำมะลอ ฤชวีถึงกับอึ้ง สะเทือนใจมากที่เธอเลือกชายอื่น

พิมภาออกจากโรงพยาบาลในวันรุ่งขึ้น ตรีวิญไม่รอช้า มุ่งหน้าไปหาครอบครัวเธอเพื่อสู่ขอ ภัทรพลกับภาณุวัฒน์ไม่ชอบใจชายหนุ่มเป็นทุนเลยพูดจายียวนยั่วประสาท พิมมาลารำคาญเลยตัดบท ถามลูกสาวว่าอยากแต่งงานเพื่อประชดฤชวีใช่ไหม พิมภาไม่ยอมรับ พิมมาลาไม่แสดงอาการไม่พอใจแต่ถามลูกสาวถึงมื้อเย็น พิมภางงเล็กน้อย บอกว่าอะไรก็ได้ที่เธอชอบ พิมมาลายิ้มหวานแล้วเตือนสติลูกสาว

“ขนาดอาหารเรายังเลือกเฉพาะที่ชอบและอยากกิน ที่ร่างกายกับจิตใจรับแล้วเป็นสุข เรื่องสำคัญๆที่จะรับเข้ามาในชีวิต เราก็ต้องดูให้รอบคอบเหมือนกันว่าต้องการมันจริงๆ”

“พิมบรรลุนิติภาวะแล้ว พิมตัดสินใจเองได้จ้ะแม่”

“ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงานครั้งที่เท่าไหร่ ก็เป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้หญิงเสมอ มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะพิม”

“พิมไม่ได้ทำเล่นๆ พิมจะแต่งงานกับคุณตรีวิญ”

“งั้นก็ตามใจลูกเถอะ แม่จะไม่พูดหรือท้วงอะไรอีก เพราะพิมไม่ฟังแม่แล้ว”

พิมมาลาเอือมความรั้นอย่างมีทิฐิของลูกสาว หนีเข้าห้องไปอย่างเคืองๆ ภัทรพลกับภาณุวัฒน์วิ่งตาม ตรีวิญมองพิมภาอย่างเห็นใจ สัญญาจะจัดการทุกเรื่องให้ดีที่สุด พิมภายิ้มตอบแห้งๆ แต่ในใจไม่มีความสุขแม้แต่น้อย

ภัทรพลมาหาพิมภาที่ห้องหลังคุยกับพิมมาลาเสร็จ ต่อว่าน้องสาวที่ดื้อจนทำให้แม่เสียใจ พิมภารู้สึกผิดแต่ยังฟอร์มจัดทำหน้านิ่งไม่สนใจ ภัทรพลเลยฉุนขาด โวยขึ้นอย่างเหลืออด

“แกลืมเรื่องไอ้เอกพลแล้วเหรอ จำไม่ได้หรือไงว่าการตัดสินใจครั้งนั้นทำให้แกเสียใจแค่ไหน”

“แล้วเรื่องคุณต้น พี่ภัทรรู้ไหมว่าพิมเจ็บแค่ไหน ความรักสำหรับพิมมันไม่มีจริงหรอก”

“แต่แกก็รู้ว่าคุณต้นทำตามคำสั่งพ่อแม่และพี่ เขาถึงต้องโกหก”

“เรื่องโกหกเริ่มจากพิม ถ้าเขาบอกความจริง พิมจะยอมรับผิดทั้งหมด แต่เขาเลือกทำลายความไว้ใจที่พิมให้”

ภาณุวัฒน์ที่ยืนแอบฟังสองพี่น้องเถียงกันอยู่นาน ตัดสินใจปรากฏตัวและเตือนสติลูกสาวด้วยคติพจน์ประจำตัวเธอ ที่เดินหน้าแล้วต้องไม่ถอยหลัง พิมภาใจชื้นที่พ่อเข้าใจแต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินประโยคถัดมา

“ถ้ารู้ว่าเดินหน้าไปตกเหว เราควรถอยหลังหรือเดินหน้า ไม่ต้องตอบแต่ให้ทบทวน พิมพอตอบตัวเองได้ไหม”

ภาณุวัฒน์กับภัทรพลออกไปแล้ว พิมภาทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างเหนื่อยใจ...แล้วฉันจะทำอย่างไรดี

ooooooo

ตรีวิญเตรียมงานแต่งด้วยความตื่นเต้นและพาพิมภานำการ์ดไปให้สุกัญญาในอีกหลายวันต่อมา สุกัญญามองพิมภาอย่างค้นหา แกล้งถามถึงเรื่องเดินทางขึ้นเชียงใหม่ไปหามิสเตอร์ไดซุเกะลูกค้าคนสำคัญของนารีวันมะรืน ตรีวิญอาสาไปเป็นเพื่อนแต่พิมภาปฏิเสธ สุกัญญามองตามลูกน้องสาวใจลอยออกไปแล้วตัดสินใจพูดกับตรีวิญ

“คุณตรีวิญรู้ไหมคะว่าความสุขของพิมภาคืออะไร”

“ความสุขของคุณพิม...ผมจะเป็นคนสร้างให้เองครับ”

“ความสุข...บางทีเราไม่ต้องเสียเวลาสร้างหรือ ประดิษฐ์มันหรอก มันจะเกิดเองจากใจที่เป็นสุข คุณเข้าใจไหม”

“บางที...ผมอาจต้องทำให้ทุกคนเข้าใจในแบบที่ต้องการมั้งครับ”

ตรีวิญรู้ว่าสุกัญญาตั้งใจเตือนเรื่องพิมภาแต่ไม่อยากยอมรับ สุกัญญาส่ายหน้าให้กับความหยิ่งผยองของเขา อวยพรอย่างตึงๆให้สมหวังเรื่องพิมภา ตรีวิญมองมาอย่างไม่สะทกสะท้าน...มั่นใจว่าสำเร็จแน่

หลังแยกจากตรีวิญกับสุกัญญา...พิมภากลับห้องด้วยอาการเหม่อๆ นันทิกานต์ที่มาคุยงานมองเพื่อนรักด้วยความสงสาร ตรีวิญโผล่มานัดแนะเรื่องถ่ายรูปแต่งงานและคุยเรื่องสถานที่ในวันรุ่งขึ้น พิมภารับทราบอย่างเฉยชา ตรีวิญส่งสายตาเย้ยหยันให้จนนันทิกานต์ทนไม่ไหว แอบออกจากห้องไปโทร.หาตัวช่วย

เช้าวันรุ่งขึ้น...ตัวช่วยของนันทิกานต์ก็นำฤชวีกับพั้นช์ไปร้านถ่ายรูปแต่งงาน มินท์ส่งยิ้มให้พิมภากับตรีวิญที่มาถึงก่อนหน้า ตรีวิญถือโอกาสแสดงความเป็นเจ้าของพิมภาอย่างออกนอกหน้าจนฤชวีสะเทือนใจ พิมภาฝืนยิ้มให้และมองฤชวีด้วยสายตาอาวรณ์ ตรีวิญสังเกตท่าทีอดีตสามีภรรยากำมะลอแล้วใจไม่ดี รีบประคองพิมภาไปถ่ายรูป มินท์กับพั้นช์ปลอบฤชวีอย่างเห็นใจ ขอโทษที่คะยั้นคะยอเขาให้มาง้อพิมภา ฤชวีตามไปดูตรีวิญกับพิมภาถ่ายรูปด้วยหัวใจร้าวราน...ไม่รู้ว่าจะทนรับความเจ็บปวดได้อีกนานแค่ไหน

พิมภาถ่ายรูปเสร็จก็แยกไปเปลี่ยนชุด ฤชวีตัดสินใจตามไปคุยด้วยในห้องลอง ชายหนุ่มโผเข้ากอดหญิงสาวจากด้านหลังแล้วสารภาพรักอีกครั้ง พิมภากล้ำกลืนความอ่อนไหวไว้กับอก อยากทำตามหัวใจแทบขาดแต่พยายามหักห้าม มองเห็นสร้อยคล้องแหวนที่คอเขาด้วยความสะเทือนใจ ฤชวีจับมือเธอแล้วพูดทั้งน้ำตาคลอ
“มันอยู่กับผมเสมอ...ความรักของเรา”

“มันสายไปแล้ว...ฉันเดินหน้าแล้ว”

ฤชวีผงะ ปล่อยมืออย่างเสียใจที่สุด พิมภาใจหายแต่ฝืนเชิดหน้า บังคับตัวเองให้เดินออกไป สองหนุ่มสาวเจอกันอีกครั้งที่ลานจอดรถหน้าร้าน ตรีวิญจับมือพิมภาเพื่อแสดงสิทธิ์ ฤชวีเศร้าหนัก ชวนมินท์กับพั้นช์กลับบ้าน โดยมีพิมภามองตามไปด้วยแววตาเจ็บปวด

ooooooo

ฤชวีกับพิมภาต่างก็เสียใจกับเรื่องที่ร้านถ่ายรูปแต่งงาน ฤชวีกลับไปเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง กดมือถือฟังเพลงของพิมภาและมองแหวนของเล่นในมืออย่างเศร้าซึม ด้านพิมภาก็ไม่ต่างกัน ภาพความทรงจำทุกอย่างที่เคยมีกับเขาพร่างพรูออกมาอย่างสุดกลั้น นอนจมกองน้ำตาด้วยความเจ็บปวด

พิมภาตื่นมาเก็บกระเป๋าเตรียมตัวไปเชียงใหม่ด้วยท่าทางเนือยๆ โทร.บอกนันทิกานต์ให้ไปเจอกันที่สนามบิน กริ่งหน้าประตูดังขึ้น พิมภามองชายหนุ่มแปลกหน้างงๆ เกษมแนะนำตัวว่าเป็นแฟนคลับและขอพบฤชวี ภัทรพลเดินมาสมทบและพูดคุยกับเกษมอย่างสนิทสนม พิมภามองคนโน้นทีคนนั้นทีมึนๆและส่งสายตาเป็นคำถามให้พี่ชาย ภัทรพลหลุดปากเล่าให้น้องฟังว่าเกษมเคยเป็นนักสืบให้ฤชวี พิมภาเอะใจ นึกถึงแฟ้มลึกลับที่ส่งมาหาเธอเมื่อตอนที่โดนใส่ร้าย

“เดี๋ยวก่อน...คุณบอกว่าส่งข้อมูลให้ฉันเหรอ ใครสั่งให้คุณทำ”

“คุณฤชวีไงครับ เขาบอกว่าคนสำคัญของเขาเดือดร้อน ไอ้ผมก็แฟนคลับตัวยง คุณฤชวีขอร้องผมเลยจัดเต็ม”

เกษมฝากนวนิยายไว้ให้ฤชวีเซ็นแล้วกลับออกไป พิมภานิ่งไปอึดใจก่อนคาดคั้นพี่ชาย ภัทรพลไม่เห็น ประโยชน์จะปิดบัง อธิบายทุกอย่างเสียงเรียบ

“เพราะเขาไม่คิดจะอวดอ้าง แค่อยากช่วยแกช่วยคนที่เขารักโดยไม่หวังผลตอบแทนไง ว่าแต่แกอ่านหนังสือเขาหรือยัง ฉันอ่านแล้วเห็นความรู้สึกบางอย่างซ่อนอยู่ แกลองอ่านโดยไม่มีอคติแล้วแกจะเห็นความรู้สึกของเขา”

พิมภามองหนังสือในมืออย่างชั่งใจแล้วคิดว่าควรเอาไปด้วย เร่งภัทรพลให้รีบไปส่งที่สนามบิน

พิมภามีโอกาสอ่านหนังสือของฤชวีจริงๆจังๆในเช้าวันถัดมาที่เชียงใหม่ ทุกถ้อยคำที่เขาบรรยายตั้งแต่พบกันครั้งแรก ความรู้สึกลึกซึ้งและแสนประทับใจที่เขามีทำให้เธอละอายแก่ใจ หญิงสาวละสายตาจากหนังสือและเหม่อมองที่วิวงดงามข้างหน้า นึกถึงบทสนทนาของนันทิกานต์กับเอ๋ภรรยามิสเตอร์ไดซุเกะเมื่อคืนก่อนหน้านี้

“คุณเอ๋คงไม่อยากอยู่ห่างสามีเลยทิ้งทุกอย่างที่นี่เพื่อไปดูแลเขาใช่ไหมคะ” นันทิกานต์แซวยิ้มๆ

“หนึ่งปีที่ผ่านมา ไดซุเกะทำให้เอ๋มีความสุขมากค่ะ คุณพิมจำได้ไหมคะ ปีที่แล้วคุณเคยบอกว่าการได้พบคนรักที่ดีนับเป็นของขวัญที่วิเศษมาก และไดซุเกะคือของขวัญที่เอ๋จะรักษาไว้ให้ดีที่สุดค่ะ”

พิมภาน้ำตาคลอเมื่อนึกถึงตรงนี้ ความรู้สึกผิดต่อฤชวีท่วมท้น หันกลับมาอ่านหนังสือต่ออย่างตั้งใจ สักพักใหญ่ได้ยินเสียงนันทิกานต์โวยวายที่เธอตื่นก่อนแล้วไม่ยอมปลุก พิมภาไม่ตอบสนอง นันทิกานต์เห็นหนังสือของฤชวีก็แซวยิ้มๆแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นเพื่อนน้ำตาคลอ

พิมภาพยายามกลบเกลื่อนแต่นันทิกานต์ไม่ยอม แกล้งเปิดเพลงที่เพื่อนเคยร้องใส่ไว้ในมือถือฤชวีเพื่อสังเกตอาการ พิมภากลั้นสะอื้นแล้วคว้ากระเป๋าเดินออกไป นันทิกานต์วิ่งตาม โดยไม่มีใครเห็นว่าหนังสือของฤชวีโดนสะบัดร่วงลงพื้น

ขณะที่พิมภาสะเทือนใจ...ฤชวีก็ไม่ต่างกัน ชายหนุ่มขึ้นมาเชียงใหม่เพื่อผ่อนคลายและรำลึกถึงความหลังที่ได้เจอพิมภาเป็นครั้งแรกที่นี่ เขาเดินไปเรื่อยๆจนถึงบริเวณเดียวกับที่พิมภาเพิ่งลุกจากไปแล้วตัดสินใจถอดสร้อยคล้องแหวนผูกไว้กับต้นไม้ใหญ่ เจ็บปวดเหลือเกินกับความรักที่สูญสลายโดยที่ไม่มีโอกาสแก้ตัว ฤชวีตัดใจมองแหวนของเล่นเป็นครั้งสุดท้ายแล้วจากไปด้วยหัวใจร้าวราน

พิมภาไปถึงร้านอาหารแล้วต้องย้อนกลับมาที่เดิมหน้าตื่นๆ เห็นหนังสือของฤชวีตกอยู่บนพื้นก็หยิบขึ้นมาอย่างโล่งใจ หญิงสาวเห็นสร้อยคล้องแหวนที่แสนคุ้นตาห้อยอยู่บนต้นไม้ก็ผงะ เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับแหวนของเล่น ตั้งแต่วันแรกที่ได้มา วันที่ฤชวีสวมให้ และวันที่เธอปาใส่หน้าเขาพรั่งพรูมาอย่างไม่ขาดสาย พิมภาเอื้อมมือไปดึงสร้อยแล้วมองซ้ายขวาเลิ่กลั่ก นึกรู้ว่าฤชวีต้องมาที่นี่ ตัดสินใจวิ่งตามหาไปทั่ว นันทิกานต์ที่ตามมาด้วยมองท่าทางเพื่อนรักอย่างสงสัย เดินไปนั่งข้างๆเพื่อนที่ร่ำไห้และทรุดตัวกับพื้นอย่างหมดฟอร์ม พึมพำเสียงสั่น

“ฉันขอโทษ...คุณต้นคือของขวัญของฉัน แต่ฉันทำร้ายเขา ดูถูกความรักของเขา”

“พิม...แกบอกฉันว่าแกไม่ได้รักเขา”

“ฉันโกหกทุกคน โกหกตัวเอง ฉันรู้แล้วว่าฉันรักเขา ฉันอยากให้เขากลับมา ฉันไม่อยากเสียเขาไปจริงๆ”

พิมภาโถมไปกอดเพื่อนและร้องไห้อย่างหนัก นันทิกานต์ถึงกับอึ้ง ลูบหลังเพื่อนเบาๆอย่างปลอบโยน

ooooooo

ฤชวีอยากจบเรื่องราวทั้งหมดเพื่อรักษาแผลใจจึงตัดสินใจบอกชุติภากับมินท์ว่าจะไปอยู่อังกฤษสักพัก สองย่าหลานถึงกับตาค้าง โวยวายใหญ่โตที่เขายอมแพ้ง่ายๆ แต่ชุติภาไม่ยอม ขอร้องให้หลานสู้อีกสักตั้ง

“ย่ารู้ว่าต้นกับหนูพิมรักกัน ต้นจะเฉือนหัวใจตัวเองทำไม”

“หัวใจของผมมันไม่สำคัญเท่าความสุขของคุณพิม หรอกครับ”

ฤชวีตอบด้วยน้ำเสียงหมดอาลัย ชุติภาลองใช้ไม้แข็งแต่ไม่ได้ผลเพราะฤชวีขู่จะไม่กลับมาอีกถ้าโดนขัดขวาง มินท์สงสารพี่ชายแต่ก็ไม่อยากให้เขาถอย แกล้งอาสาจองตั๋วเครื่องบินให้ ฤชวีกำลังเศร้าเลยไม่ทันสังเกตน้ำเสียงแปร่งๆของน้องสาว พยักหน้ารับเซ็งๆแล้วขอตัวไปคุยงานกับกิ่งแก้ว ชุติภามองตามหลานชายสุดที่รักอย่างเห็นใจ

พิมภากับนันทิกานต์มาถึงบ้านชุติภาไม่นานหลังจากที่ฤชวีออกไป ชุติภามองอดีตหลานสะใภ้นิ่งแต่ยังไม่ทันพูดอะไร พั้นช์ก็พาชายหนุ่มแปลกหน้าเข้ามาเสียก่อนและแนะนำว่าคือภาคย์เจ้าบ่าวตัวจริงที่จะแต่งงานด้วย ไม่ใช่ฤชวีที่เป็นลูกพี่ลูกน้อง พิมภาถึงกับอึ้ง หันไปมองหน้าชุติภาอย่างไม่อยากเชื่อ

“นี่หมายความว่าเรื่องที่จันทบุรีเป็นแผนให้พิมเข้าใจผิดใช่ไหมคะว่าคุณต้นกับคุณพั้นช์...”

“ใช่...พวกย่าเป็นคนจัดการเอง ตาต้นอยากง้อหนูเลย ยอมทำตาม จะโกรธจะเคืองอะไรตาต้นอีกไหมล่ะ ถ้าหนูพิม จะเอาทิฐิตนเป็นใหญ่ แลกกับความรักของตาต้นก็เชิญเลย”

“คุณย่าคะ...พิมกราบขอโทษกับความเอาแต่ใจของพิม วันนี้พิมรู้แล้วว่ารักคุณต้น ขอพิมพบเขาได้ไหมคะ”

“ตาต้นไปอังกฤษแล้วจะไม่กลับมาอีก เธอมา ช้าไป...เสียใจด้วยนะ”

พิมภาน้ำตาร่วง นันทิกานต์เข้าประคองแล้วพาออกไป อย่างผู้แพ้ มินท์ข้องใจคุณย่าที่ไม่ยอมบอกความจริงเรื่องฤชวี ชุติภาเสียใจไม่น้อยแต่ต้องข่มไว้เพราะอยากพิสูจน์บางอย่าง

“ย่าจะฝากตาต้นไว้กับผู้หญิงจิตใจมั่นคงเท่านั้น ย่าจะดูว่าพิมภารักตาต้นจริงแค่ไหน”

มินท์ พั้นช์และภาคย์มองหน้ากันเครียดๆ กลัวใจคุณย่าและเกรงว่าทุกอย่างจะสายไปด้วย

นันทิกานต์พาพิมภากลับบ้านด้วยความกังวลใจ ครอบครัวพิมภาอยู่กันพร้อมหน้า ยิ้มให้สองสาวอย่างยินดี พิมภาหมดความอดทน ถลาไปกอดแม่แล้วร้องไห้น้ำตานองหน้า สารภาพอย่างหมดเปลือกว่ารักฤชวีและกำลังจะเสียไปตลอดกาลเพราะเขาจะเดินทางไปอังกฤษตรีวิญที่เปิดประตูเข้ามาได้ยินเต็มสองหูก็ชะงัก แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ทักทายทุกคนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแล้วชี้ชวนให้พิมภาดูชุดแต่งงานที่เพิ่งไปรับมา พิมภาไม่มีอารมณ์ร้องไห้อย่างหนักจนตรีวิญปวดใจ พยายามปลอบและเอาใจสุดๆ

“เป็นอะไรครับคุณพิม...อย่าร้องไห้นะครับไม่ว่า อะไรจะเกิดขึ้น ผมจะอยู่กับคุณเสมอ ถึงตายผมก็ยอม”

พิมภาถึงกับพูดไม่ออก ทุกคนมองหน้ากันอย่างกระอักกระอ่วน ตรีวิญฝืนยิ้มแต่ในใจสุดร้อนรน พอกลับมาบ้านก็อาละวาดขว้างปาข้าวของอย่างหัวเสีย นึกถึงถ้อยคำสารภาพรักของพิมภาที่มีต่อฤชวีแล้วแค้นใจ ต่อสู้กับใจตัวเองอย่างหนัก

“ไม่เป็นไร...ไม่ได้ใจ แต่ตัวเขาอยู่กับเราก็พอ อดทนอีกนิดเดียวตรีวิญ แกจะชนะแล้ว”

ตรีวิญเครียดจัด รู้สึกผิดที่ยื้อแย่งพิมภาจากฤชวีแต่ไม่ยอมรับตามประสาคนชอบเอาชนะ...

ooooooo

และแล้ววันแต่งงานก็มาถึง...พิมภาแต่งหน้า ทำผมด้วยท่าทางเฉยชา นันทิกานต์กับลัลนาที่มาเป็นเพื่อนเจ้าสาวมองหน้าเพื่อนรักอย่างสงสาร ลัลนาทนไม่ไหว ยุให้เพื่อนยกเลิกงานแต่งแล้วกลับไปง้อฤชวี เช่นเดียวกับนันทิกานต์ที่อาสาเคลียร์ทุกอย่าง ขอแค่เพื่อนเอ่ยปาก พิมภาส่ายหน้าเบาๆ ปฏิเสธเสียงเศร้า

“แล้วคุณตรีวิญผิดอะไร เขารักฉันด้วยใจจริง ฉันเลือกยื่นความหวังให้เขา ทำแบบนั้น เขาจะต้องเสียใจ”

“อย่ามานางเอกใส่ฉัน แล้วความรู้สึกของเธอกับคุณต้นล่ะ” ลัลนาอดเหน็บไม่ได้

“ฉันผิดเอง ฉันก็ต้องยอมรับในสิ่งที่ฉันทำ”

นันทิกานต์เซ็งในความเรื่องเยอะของเพื่อน เปรยลอยๆว่าอยากให้ฤชวีมาล่มงานแต่ง พิมภาหน้าเครียดแต่ในใจแอบหวัง ลัลนาดูออกเลยแกล้งพูดให้พิมภาได้คิด

“ถ้าคุณต้นอยู่เมืองไทยเขาต้องทำแน่ เพื่อคนที่ รักเขาทำได้ทุกอย่าง เหมือนที่ทำให้พวกเราเห็นมาตลอด”

พิมภาสะเทือนใจ ตัดสินใจเอาสร้อยคล้องแหวนของฤชวีมาสวมคอ ลัลนาตั้งท่าจะห้ามเพราะไม่เข้ากับชุดแต่นันทิกานต์สะกิดบอกเลยยอมเงียบ พิมภาจับแหวนของเล่น ลูบเบาๆแล้วพึมพำกับตัวเอง

“คุณต้น...ความรักของคุณจะอยู่กับฉันตลอดไป”

ลัลนากับนันทิกานต์ได้แต่มองเพื่อนรักอย่างเห็นใจ...หวังอยู่ลึกๆว่าให้มีปาฏิหาริย์

ขณะที่พิมภาสะกดจิตตัวเองอย่างหนัก...ชุติภากับมินท์เตรียมตัวออกจากบ้านมางานแต่งของพิมภา สองย่าหลานปรึกษากันเรื่องฤชวีที่ไปสนามบินแต่เช้า ชายหนุ่มโผล่มาด้านหลัง ต่อว่าน้องสาวเสียงเครียดที่จองตั๋วเครื่องบินให้ผิดวัน มินท์แสร้งตกใจและอาสาจองให้ใหม่ ฤชวีบอกว่าจัดการเองเรียบร้อยแล้ว ชุติภากับมินท์พยายามกล่อมให้เขาไปงานแต่งของพิมภา ฤชวีคิดหนัก...อยากไปแต่ก็กลัวทนไม่ไหว

เวลาเดียวกันที่งานแต่ง...พิมภากระวนกระวายเพราะใกล้ได้เวลาพิธี กิ่งแก้วมาแสดงความยินดีและยื่นของขวัญที่ตั้งใจเตรียมมาเป็นพิเศษ พิมภามองญาติสาวของฤชวีอย่างงงๆ กิ่งแก้วยิ้มหวานแล้วอธิบาย

“ต้นฉบับคุณสามีกำมะลอส่วนที่ต้นไม่ยอมให้ตีพิมพ์ เพราะอยากเก็บไว้ในความทรงจำเพียงคนเดียว”

พิมภาเปิดอ่านทันที นันทิกานต์ ลัลนาและกิ่งแก้วมองตามลุ้นๆ หวังว่าหญิงสาวจะเปลี่ยนใจทันเวลา

ฟากภาณุวัฒน์ก็กลุ้มใจไม่แพ้เพื่อนเจ้าสาว...ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบคดีพิมภาโดนการะเกตุลักพาตัวให้มาที่งานเพื่อชี้แจงเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด ชุติภากับมินท์มาถึงงานพอดีโดยไร้เงาฤชวี ครอบครัวพิมภาต้อนรับขับสู้อย่างดี เซ็งนิดหน่อยที่ฤชวียอมแพ้และไม่มาล่มงานอย่างที่หวัง

ภาณุวัฒน์รีบพาเจ้าหน้าที่ที่เพิ่งมาถึงไปหาพิมภาในห้องแต่งตัว โดยมีพิมมาลากับภัทรพลตามไปด้วย ด้าน

พิมภาก็กำลังซาบซึ้งกับต้นฉบับของฤชวีจนน้ำตาร่วง นันทิกานต์ ลัลนาและกิ่งแก้วพยายามยุให้เจ้าสาวยกเลิกงานไปง้อฤชวี แต่พิมภาไม่ยอม ประกาศกร้าวอย่างคนมีประสบการณ์

“ฉันรู้ดีว่างานแต่งที่พังเพราะโดนทรยศเจ็บปวดแค่ไหน ฉันจะไม่ยอมให้เกิดกับคนดีๆอย่างคุณตรีวิญ”

“พ่อเห็นด้วย...ถ้าลูกคิดว่าเขาเป็นคนดีจริงก็แต่งเลย นี่สารวัตรบริบูรณ์เจ้าของคดีการะเกตุลักพาตัวลูก สารวัตรได้รับแจ้งจากฤชวีว่าลูกถูกลักพาตัวเลยวางแผนจับกุมแบบให้การะเกตุดิ้นไม่หลุด”

ภาณุวัฒน์ตะโกนเสียงดังมาก่อนตัว เดินนำสารวัตรบริบูรณ์ พิมมาลาและภัทรพลเข้ามา ตำรวจหนุ่มยิ้มน้อยๆแล้วเล่ารายละเอียดที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตั้งแต่ได้รับแจ้งความจนถึงขั้นตอนการชิงตัวประกัน

“ผมต้องการหลักฐานและคุณฤชวีก็อาสาไปช่วยคุณพิมโดยติดเครื่องดักฟังไว้ที่ตัว ผมล่ะทึ่งความกล้าของเขาจริงๆ ตอนที่คนร้ายบังคับให้เลือกว่าใครจะตายพร้อมคุณพิม”

พิมภายิ้มขื่นให้กับคำชมนั้น ตัดพ้อฤชวีด้วยความน้อยใจที่ไม่ยอมช่วยเธอ สารวัตรบริบูรณ์นิ่งฟังแล้วสวนกลับ

“ตายก็โง่สิครับ...คิดบ้างไหมว่าถ้าเขาโดนยิงตาย ไอ้ลูกเมียที่เหลือจะอยู่ยังไง คนฉลาดมันต้องรักษาทั้งชีวิตของตัวเองและคนที่รักไว้สิครับ คุณฤชวีใช้จิตวิทยาทำให้คนร้ายไม่ทันระวังแล้วเข้าสู้กับคนร้าย”

ทุกคนผงะกับคำพูดของสารวัตรหนุ่ม พิมภาตะลึงแต่ไม่ทันตอบโต้ สารวัตรก็พูดแทรกเรื่องตรีวิญเข้าแย่งปืนผิดจังหวะ ทำให้การะเกตุฮึดสู้และพลั้งมือยิงเฉียดแขนฤชวีที่วิ่งไปรับกระสุนแทนพิมภาจนได้รับบาดเจ็บ เจ้าสาวหน้าซีด มองทุกคนอย่างเอาเรื่องที่ไม่ยอมบอกว่าฤชวีถูกยิง กิ่งแก้วแก้ต่างแทนญาติหนุ่มว่าไม่อยากให้เธอคิดมาก แล้วเปิดคลิปที่แอบอัดเหตุผลของฤชวีไว้ให้ฟัง สารวัตรถือโอกาสคืนผ้าเช็ดหน้าสีหวานให้พิมภา บอกว่าเป็นของที่ฤชวีกำแน่นตลอดทางที่ไปโรงพยาบาล พิมภารับมาและปล่อยโฮอย่างห้ามไม่อยู่ ภัทรพลปะติดปะต่อเรื่องราวแล้วแสดงความเห็น

“เดี๋ยวนะ...ถ้าคุณต้นช่วยแก อย่างนี้ตรีวิญก็โกหกเรื่องที่มันบอกว่าเป็นคนช่วยแกน่ะสิ”

พิมภาอึ้งอย่างใช้ความคิด เจ้าหน้าที่เข้ามาบอกว่าได้เวลาเริ่มพิธีแล้ว ทุกคนมองพิมภาลุ้นๆ เจ้าสาวลุกพรวดและประกาศจะเดินหน้าทำพิธีต่อ ทุกคนเดินตามอย่างหมดหวัง...หรือปาฏิหาริย์จะไม่มีจริง

เวลาเดียวกันที่งานแต่ง...พิมภากระวนกระวายเพราะใกล้ได้เวลาพิธี กิ่งแก้วมาแสดงความยินดีและยื่นของขวัญที่ตั้งใจเตรียมมาเป็นพิเศษ พิมภามองญาติสาวของฤชวีอย่างงงๆ กิ่งแก้วยิ้มหวานแล้วอธิบาย

“ต้นฉบับคุณสามีกำมะลอส่วนที่ต้นไม่ยอม

ให้ตีพิมพ์ เพราะอยากเก็บไว้ในความทรงจำเพียงคนเดียว”

พิมภาเปิดอ่านทันที นันทิกานต์ ลัลนา และกิ่งแก้วมองตามลุ้นๆ หวังว่าหญิงสาวจะเปลี่ยนใจทันเวลา

ฟากภาณุวัฒน์ก็กลุ้มใจไม่แพ้เพื่อนเจ้าสาว... ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบคดีพิมภาโดน

การะเกตุลักพาตัวให้มาที่งานเพื่อชี้แจงเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด ชุติภากับมินท์มาถึงงานพอดีโดยไร้เงาฤชวี ครอบครัวพิมภาต้อนรับขับสู้อย่างดี เซ็งนิดหน่อยที่ฤชวียอมแพ้และไม่มาล่มงานอย่างที่หวัง

ภาณุวัฒน์รีบพาเจ้าหน้าที่ที่เพิ่งมาถึงไปหาพิมภาในห้องแต่งตัว โดยมีพิมมาลากับภัทรพลตามไปด้วย ด้านพิมภาก็กำลังซาบซึ้งกับต้นฉบับของฤชวีจนน้ำตาร่วง นันทิกานต์ ลัลนา และกิ่งแก้วพยายามยุให้เจ้าสาวยกเลิกงานไปง้อฤชวี แต่พิมภาไม่ยอม ประกาศกร้าวอย่างคนมีประสบการณ์

“ฉันรู้ดีว่างานแต่งที่พังเพราะโดนทรยศเจ็บปวดแค่ไหน ฉันจะไม่ยอมให้เกิดกับคนดีๆอย่างคุณตรีวิญ”

“พ่อเห็นด้วย...ถ้าลูกคิดว่าเขาเป็นคนดีจริงก็แต่งเลย นี่สารวัตรบริบูรณ์เจ้าของคดีการะเกตุลักพาตัวลูก สารวัตรได้รับแจ้งจากฤชวีว่าลูกถูกลักพาตัว เลยวางแผนจับกุมแบบให้การะเกตุดิ้นไม่หลุด”

ภาณุวัฒน์ตะโกนเสียงดังมาก่อนตัว เดินนำสารวัตรบริบูรณ์ พิมมาลา และภัทรพลเข้ามา ตำรวจหนุ่มยิ้มน้อยๆแล้วเล่ารายละเอียดที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตั้งแต่ได้รับแจ้งความจนถึงขั้นตอนการชิงตัวประกัน

“ผมต้องการหลักฐานและคุณฤชวีก็อาสาไปช่วยคุณพิมโดยติดเครื่องดักฟังไว้ที่ตัว ผมล่ะทึ่งความกล้าของเขาจริงๆ ตอนที่คนร้ายบังคับให้เลือกว่าใครจะตายพร้อมคุณพิม”

พิมภายิ้มขื่นให้กับคำชมนั้น ตัดพ้อฤชวีด้วยความน้อยใจที่ไม่ยอมช่วยเธอ สารวัตรบริบูรณ์นิ่งฟังแล้วสวนกลับ

“ตายก็โง่สิครับ...คิดบ้างไหมว่าถ้าเขาโดน

ยิงตาย ไอ้ลูกเมียที่เหลือจะอยู่ยังไง คนฉลาดมันต้องรักษาทั้งชีวิตของตัวเองและคนที่รักไว้สิครับ คุณฤชวีใช้จิตวิทยาทำให้คนร้ายไม่ทันระวังแล้วเข้าสู้กับคนร้าย”

ทุกคนผงะกับคำพูดของสารวัตรหนุ่ม พิมภาตะลึงแต่ไม่ทันตอบโต้ สารวัตรก็พูดแทรกเรื่องตรีวิญเข้าแย่งปืนผิดจังหวะ ทำให้การะเกตุฮึดสู้และพลั้ง

มือยิงเฉียดแขนฤชวีที่วิ่งไปรับกระสุนแทนพิมภาจนได้รับบาดเจ็บ เจ้าสาวหน้าซีด มองทุกคนอย่างเอาเรื่องที่ไม่ยอมบอกว่าฤชวีถูกยิง กิ่งแก้วแก้ต่างแทนญาติหนุ่มว่าไม่อยากให้เธอคิดมาก แล้วเปิดคลิปที่แอบ

อัดเหตุผลของฤชวีไว้ให้ฟัง สารวัตรถือโอกาสคืนผ้าเช็ดหน้าสีหวานให้พิมภา บอกว่าเป็นของที่ฤชวีกำแน่นตลอดทางที่ไปโรงพยาบาล พิมภารับมาและปล่อยโฮอย่างห้ามไม่อยู่ ภัทรพลปะติดปะต่อเรื่องราวแล้วแสดงความเห็น

“เดี๋ยวนะ...ถ้าคุณต้นช่วยแก อย่างนี้ตรีวิญก็โกหกเรื่องที่มันบอกว่าเป็นคนช่วยแกน่ะสิ”

พิมภาอึ้งอย่างใช้ความคิด เจ้าหน้าที่เข้ามาบอกว่าได้เวลาเริ่มพิธีแล้ว ทุกคนมองพิมภาลุ้นๆ เจ้าสาวลุกพรวดและประกาศจะเดินหน้าทำพิธีต่อ ทุกคนเดินตามอย่างหมดหวัง...หรือปาฏิหาริย์จะไม่มีจริง

ooooooo

ทุกคนที่มาร่วมงานมองที่ประตูอย่างตื่นเต้น ภาณุวัฒน์กำลังพาพิมภาเดินมาตรงหน้าแท่นพิธีที่ตรีวิญยืนอยู่ แขกที่มาร่วมงานส่งเสียงแสดงความยินดี ยกเว้นเพื่อนร่วมงานและครอบครัวของเจ้าสาวที่มีสีหน้าไม่ค่อยเห็นด้วยนัก พิมภาลังเลใจ นึกถึงความทรงจำต่างๆเกี่ยวกับฤชวีแล้วชะงักไม่ยอมเดิน ภาณุวัฒน์พลอยหยุดตามไปด้วย

ตรีวิญเห็นท่าไม่ดี เดินมาหาเจ้าสาวด้วยความเป็นห่วง พิมภาเลยถามเรื่องคาใจว่าเขาเป็นคนช่วยเธอจากการะเกตุหรือไม่ ตรีวิญอึ้งไปนิดและยืนยันหนักแน่น พิมภาพยักหน้าน้อยๆ แล้วตัดสินใจได้ทันที

“ขอบคุณที่ทำให้ฉันรู้ใจตัวเองนะคะ พ่อคะ...

พิมฝากดอกไม้ด้วย อย่าให้อยู่ในมือใครนะคะ เดี๋ยวจะโชคร้าย”

“แต่ผมรักคุณนะคุณพิม” ตรีวิญพยายามรั้งไว้

“ฉันรักคุณต้น...ฉันไม่ได้รักคุณและไม่มีวันรัก ลาก่อนคุณตรีวิญ”

ญาติมิตรและครอบครัวของพิมภาโห่ร้องด้วยความยินดี เจ้าสาววิวาห์ล่มไปหาชุติภากับมินท์ให้ช่วยง้อฤชวี

“คุณย่าขา...พิมยอมทุกอย่าง ช่วยพิมด้วย

นะคะ”

“แน่นอนหลานสะใภ้ ไปเร็วยายมินท์”

ชุติภากับมินท์พาพิมภาออกไปแล้ว ตามด้วยครอบครัวของเจ้าสาวและกลุ่มเพื่อนสนิท เหลือไว้แต่ตรีวิญที่มองตามอย่างสิ้นหวัง และสุกัญญาที่มองผู้จัด– การหนุ่มด้วยแววตาสมเพช เธอเดินไปนั่งข้างๆเขา ตรีวิญเหลือบมองเจ้านายสาวแล้วอดประชดด้วยความหงุดหงิดไม่ได้

“สะใจแล้วใช่ไหมที่ผมต้องเป็นแบบนี้”

“พี่รู้ว่าคุณต้องการความรักชดเชยกับสิ่งที่คุณขาดมาตลอดชีวิต คุณเก่งแต่กลับไม่ฉลาดจะเรียนรู้ว่าความรักไม่ได้มาด้วยแผนการและการเอาชนะ แต่มันคือความจริงใจ...คือทุกสิ่งที่คุณไม่มี”

“แต่ผมรักคุณพิม”

“ตบมือข้างเดียวไม่ดังหรอก คุณเข้าใจไหม พิมกับคุณฤชวีรักกัน...และคุณไม่มีวันชนะ เพราะมันคือความจริง เราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกมีชีวิตที่ดีได้”

ตรีวิญเจ็บปวดที่ต้องพ่ายแพ้ โวยวายตัดพ้อโชคชะตาของตัวเองอย่างหัวเสีย ร้องไห้อย่างแค้นๆ

ที่ต้องเสียพิมภา สุกัญญามองมาอย่างเห็นใจ วางมือบนบ่าเขาแล้วบีบเบาๆ ปลอบโยนและเตือนสติเสียงอ่อน

“ยังไม่สายที่คุณจะรักษาพิมไว้ แต่ไม่ใช่วิธีเดิมที่คุณเคยทำ”

ตรีวิญมองเจ้านายสาวด้วยแววตาเครียดๆ...คิดหนักว่าควรจัดการเรื่องทุกอย่างอย่างไรดี

ขณะที่ตรีวิญสับสน...ครอบครัวพิมภากับฤชวีและกลุ่มเพื่อนสนิทพากันหัวหมุนเพราะตามหาตัวฤชวีไม่เจอ ชายหนุ่มออกจากบ้านไปหลังจากที่ชุติภากับมินท์เดินทางไปงานแต่ง พิมภาใจเสียเพราะกลัวไม่ได้เจอเขาอีก ทุกคนมองพิมภาอย่างสงสารแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะไม่มีใครรู้ว่าชายหนุ่มอยู่ที่ไหน ตรีวิญปรากฏตัว สร้างความไม่พอใจให้กับทุกคนแต่เขาไม่สนใจ ขอโอกาสแก้ตัวกับพิมภาเพื่อพิสูจน์ว่ารักเธอจริงๆ พิมภามองเจ้านายหนุ่มอย่างลังเลแต่ก็ยอมให้ช่วยเพราะไม่มีทางเลือกดีกว่านี้

ooooooo

ตรีวิญพาพิมภาไปที่ร้านกาแฟประจำของฤชวี มองเห็นศัตรูหัวใจนั่งเหม่อลอย จ้องจอคอม- พิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยภาพพิมภาในอิริยาบถต่างๆ น้ำตาคลอ ตรีวิญเลือกนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วบอกว่านำของขวัญพิเศษมาส่งให้ก่อนเดินทางไปญี่ปุ่น ฤชวีหน้าตึงแต่ไม่ทันพูดอะไร ตรีวิญวางแหวนของเล่นไว้ตรงหน้า

“รักษาไว้ให้ดีนะครับ หมดหน้าที่ของผมแล้ว”

ตรีวิญออกไปแล้ว ฤชวีหยิบแหวนขึ้นมาดูงงๆ ทันใดนั้น...ไฟในร้านดับลง เสียงเพลงประจำของฤชวีกับพิมภาดังขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับแสงไฟจากลานน้ำพุด้านนอกค่อยๆสว่างขึ้น พิมภาในชุดเจ้าสาวปรากฏตัวจากอีกด้าน ฤชวีจ้องหญิงสาวอย่างไม่อยากเชื่อ ตรงไปหาเพื่อเผชิญหน้ากับเธออีกครั้ง พิมภาดีใจที่เห็นเขามาหา ตัดสินใจพูดความในใจ

“เคยมีคนบอกฉันว่าการมีคนรักที่ดีคือของขวัญวิเศษที่สุด ผู้หญิงทุกคนมีของขวัญของตัวเอง ฉันไม่เคยเชื่อจนกระทั่งพบคุณ ที่ผ่านมาคุณเคียงข้างและทำให้ฉันไม่อยากอยู่คนเดียวอีก คุณต้น...เป็นของขวัญให้ฉันได้ไหม”

ฤชวีนิ่งไปจนพิมภากลัวใจ ชายหนุ่มจับมือเธอแล้วบรรจงสวมแหวนให้อย่างอ่อนโยน

“ตั้งแต่ผมเจอคุณ...ชีวิตผมก็วุ่นวายมาตลอด แต่เป็นความวุ่นวายที่มีความสุขที่สุด ช่วยทำให้ชีวิตผมวุ่นวายตลอดไปนะครับคุณพิม”

แสงไฟจากน้ำพุสว่างขึ้นราวกับจะแสดงความยินดีกับหนุ่มสาว ครอบครัวพิมภากับฤชวีและแก๊งเพื่อนสนิทส่งเสียงเฮฮากันอย่างยินดี ตรีวิญขยับมายืนมองฤชวีกับพิมภาด้วยแววตาเสียดาย ภัทรพลกับภาณุ–วัฒน์จับไหล่ชายหนุ่มคนละข้าง ปลอบให้ทำใจและอย่าคิดมาก ตรีวิญฝืนยิ้ม ยังทำใจได้ไม่ดีนักแต่ก็ไม่รู้สึกผิดเหมือนเคย มองคู่หนุ่มสาวตรงหน้ากอดกันด้วยความรักอย่างยินดี

ฤชวีกับพิมภาเดินทางขึ้นเชียงใหม่อีกครั้งในเช้าวันถัดมา พิมภาตื่นมาไม่เห็นชายหนุ่มก็เดินตามหาและพบเขานั่งชมวิวคนเดียวที่มุมหนึ่ง หญิงสาวก้าวไปหาแล้วกางผ้าคลุมไหล่สีสวยคลุมให้จากด้านหลังเหมือนโอบกอดเขาไว้ หยอกล้อกันเบาๆตามประสาคนรัก ฤชวียิ้มแล้วมองที่มือหญิงสาว เห็นว่านิ้วนางข้างซ้ายสวมแหวนของเล่นอยู่

“ทำไมคุณไม่สวมแหวนแต่งงานล่ะครับ แหวนของเล่นนี่มันไม่มีราคานะ”

“คุณต้นน่ะ...เมื่อไหร่จะเลิกย้ำเรื่องนี้สักที พิมเปลี่ยนไปแล้ว เลิกงอนพิมเถอะนะ”

“เปล่านะครับ ผมพูดจริงๆ ผมอยากให้ภรรยาผมเป็นอย่างที่เขาอยากเป็น ไม่ต้องเปลี่ยนเพื่อผมหรอกครับ เพราะผมรักที่ตัวตนของคุณ”

พิมภายิ้มหวานอย่างน่ารัก มองแหวนบนนิ้วตัวเองนิ่งแล้วสารภาพความในใจ

“พิมรักแหวนวงนี้ค่ะ มันเป็นแหวนจากคนที่เขารักพิม ที่สำคัญ...เขาไม่ได้มอบให้ด้วยมูลค่าของมัน แต่เขามอบให้พิมด้วยหัวใจของเขา ภรรยาขอ

อนุญาตคุณสามีไม่ถอดได้ไหมคะ”

“คุณเรียกไม่ครบนะครับ ต้องเรียก...คุณสามีกำมะลอสิครับ”

“คุณต้นน่ะ...ไม่เลิกนะ ก็ได้...ต่อไปนี้พิมจะเรียกคุณว่าคุณสามีกำมะลอ...ที่รักนะคะ”

“ได้ครับ...คุณภรรยาที่รัก”

สองสามีภรรยากอดกันแน่นด้วยความรักที่เปี่ยมล้น พิมภาสอดประสานนิ้วจับมือเขาไว้

“คุณต้น...อย่าปล่อยมือจากฉันนะ”

“ผมจะไม่ยอมปล่อยมือจากคุณตลอดไป...ผมสัญญา”

ฤชวีก้มลงช้าๆ ประทับจูบนุ่มนวลอ่อนโยนให้กับภรรยาที่รักอย่างเต็มหัวใจ

ooooooo

–อวสาน–

คุณสามี(กำมะลอ)ที่รัก ตอนที่ 14

อ่านเรื่องย่อ
นิยายไทยรัฐ
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement