มือปราบเจ้าหัวใจ ตอนที่ 10 นิยายไทยรัฐ
วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

มือปราบเจ้าหัวใจ ตอนที่ 10


10 ส.ค. 2560 08:48
382,914 ครั้ง

ละคร นิยาย มือปราบเจ้าหัวใจ

มือปราบเจ้าหัวใจ ตอนที่ 10

อ่านเรื่องย่อ

มือปราบเจ้าหัวใจ

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า-แอคชั่น

บทประพันธ์โดย:

อัคนี

บทโทรทัศน์โดย:

ลายน้ำ

กำกับการแสดงโดย:

ธนาพล ผังดี

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ศรัณย์ ศิริลักษณ์, อุษามณี ไวทยานนท์

หลายวันผ่านไปมีเรื่องเซอร์ไพรส์มินตราอย่างมาก คณินทร์วางแผนเป็นขั้นเป็นตอนร่วมกับอุมาและจิระถ่ายรายการเหมือนตัวเองเป็นซุปเปอร์สตาร์ขอมินตราแต่งงาน

มินตราตกใจในตอนแรก แต่สักพักก็สนุกและมีความสุข คณินทร์สัญญาว่าเสร็จภารกิจเมื่อไหร่จะแต่งงานกับมินตราทันที พอเช้าอีกวันสองคนพากันไปบอกข่าวดีนี้กับยายจันทรา ณรงค์มารู้เห็นก็ชักสีหน้าไม่พอใจ เดินผลุนผลันออกไปจากทุกคน

ตกกลางคืนคณินทร์กับมินตราพากันเที่ยวและพูดคุยวาดฝันถึงวันแต่งงานอย่างมีความสุข ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าสองคนจะรักกันมาก ทั้งที่แรกเจอต่างไม่ถูกชะตาเอาเสียเลย

ปรมัตถ์โทร.หาคณินทร์หลังจากมาโนชกับสุจิตราช่วยตัดสัญญาณเครื่องติดตามตัวที่สมุนวาทิศแอบติดไว้กับรถของปรมัตถ์ คณินทร์เป็นห่วงเพื่อน บอกให้มินตรากลับบ้านไปก่อน ถึงบ้านแล้วโทร.บอกตนด้วย

ที่แท้วาทิศสั่งให้ปรมัตถ์ฆ่าคณินทร์ในคืนนี้ ให้โทร.ไปแจ้งมอบตัวเป็นการส่วนตัวเพื่อหลอกมาฆ่า ปรมัตถ์จำเป็นต้องนัดเพื่อนรักมา แต่คณินทร์รอบคอบแจ้งเจษฎาก่อนไปพบ เจษฎาจึงสั่งมาโนชกับสุจิตราให้นำกำลังตามไปสมทบ

ระหว่างทางขับรถกลับบ้าน มินตราสังหรณ์ใจไม่ดี เธอวนรถกลับเพื่อไปหาคณินทร์ให้เร็วที่สุด

สองฝ่ายเผชิญหน้ากันแล้ว แต่ไม่ใช่แค่ปรมัตถ์กับคณินทร์ตามลำพัง วาทิศกับพวกไอ้แหลมโผล่มาด้วย ปรมัตถ์ตกใจมาก กลัวคณินทร์จะไม่รอดแน่งานนี้

วาทิศออกตัวกับปรมัตถ์ว่า “ไม่ใช่ผมไม่ไว้ใจผู้กอง ผมแค่ใช้แผนสอง ยิงปืนนัดเดียวมันตายง่ายเกินไป ผมอยากวัดกับคนเก่งสักยก...มึงกับกูตัวต่อตัว”

คณินทร์รับคำท้าของวาทิศทันที สองคนแลกหมัดกันอย่างไม่มีใครยอมใคร แรกๆวาทิศได้เปรียบ แต่ทำมาทำไปเสียทีให้คณินทร์ ไอ้แหลมเห็นท่าไม่ดีจะเข้าช่วยเจ้านาย แต่โดนปรมัตถ์ขวางไว้

“นายแกสั่งตัวต่อตัว”

ไอ้แหลมหยุดทั้งที่ไม่พอใจ แต่นานเข้าเห็นวาทิศสู้ไม่ได้แน่ ไอ้แหลมก็ผลักปรมัตถ์พ้นทางแล้วเข้าไปชกต่อยคณินทร์ โดยมีสมุนอีกสองสามคนช่วยรุม

เสียงปืนดังปัง! วาทิศยิงขู่ขึ้นฟ้า ทำให้ลูกน้องทุกคนหยุดชะงักและถอยออกมาจากคณินทร์

“ผมไม่ร้องขอให้มันช่วย แต่พวกมันทนไม่ได้เพราะรักพวกเดียวกัน ผมเคยให้โอกาสผู้กองเข้ามาเป็นพวก แต่ผู้กองทำลายน้ำใจผม วันนั้นผมเด็กเกินไปยังจับปืนไม่แข็ง ไม่เหมือนวันนี้...คิดถึงพ่อแม่มั้ย”

ฉับพลันคณินทร์นึกถึงเหตุการณ์วันที่พ่อแม่โดนคนร้ายกราดยิงอย่างโหดเหี้ยม...วาทิศแสยะยิ้มพูดเย้ย

“ผมไม่ฆ่าผู้กองหรอก ผมไม่อยากทำบาป ผมจะให้เพื่อนรักส่งวิญญาณ”

ปรมัตถ์ตกใจและทำใจลำบาก คณินทร์จ้องเขม็งสื่อสารให้ปรมัตถ์ยิงตนเพื่อภารกิจในการตามหาตัวหัวหน้าใหญ่

“แกเลือกข้างเป็นโจร แกก็ฆ่าฉัน ทำชั่วก็ชั่วให้สุด ทำให้สำเร็จอย่างที่แกต้องการ ยิงฉัน!”

ปรมัตถ์รับรู้ว่าคณินทร์ยอมตายเพื่อภารกิจ เขาถือปืนเล็ง แต่ไม่ทันใจไอ้แหลม มันตะโกนเร่งยิกๆ

“ยิงสิวะ! ถ้าเอ็งไม่ยิง ข้าก็จะฆ่าเอ็ง”

“เอ็งเกลียดมัน อยากฆ่ามัน ข้ายกให้เอ็ง” ปรมัตถ์ส่งปืนให้ไอ้แหลม แน่นอนว่ามันเต็มใจรับ สบถใส่คณินทร์อย่างเคียดแค้น

“มึงล่ากู แล้วยังส่งไอ้จ่ามาหลอกกู” พูดจบจะ ลั่นไก มินตราวิ่งเข้าร้องห้ามพร้อมโอบปกป้องคณินทร์อย่างไม่กลัวตาย ปรมัตถ์ตกใจ กลัวไอ้แหลมจะฆ่าทั้งสองคน แต่มันทำไม่สำเร็จเพราะวาทิศสั่งให้มันเก็บปืน

“ได้ยินมั้ย กูสั่งให้เก็บปืน”

ไอ้แหลมลดปืนลงทั้งที่ไม่เข้าใจ วาทิศสั่งสมุนมาเอามินตราออกไป ส่วนคณินทร์ตนจะฆ่าด้วยตัวเอง

สมุนดึงมินตราออกจากคณินทร์ แต่หญิงสาวขืนตัวไม่ยอม จุดนี้ทำให้คณินทร์ซึ้งใจ พูดขึ้นว่า

“คุณไปเถอะ คุณต้องอยู่ คุณต้องทำศพให้ผม...เอาเธอไป อย่าทำอะไรเธอ”

มินตราผิดหวังที่ไม่สามารถปกป้องคณินทร์ได้ พอสมุนดึงเธอพ้นไปได้ครู่เดียว เสียงปืนดังเปรี้ยง!

วาทิศถูกยิงที่ข้อมือจากกลุ่มของมาโนชที่ตามมาช่วยคณินทร์

ทั้งกลุ่มบุกจู่โจมเข้ามาทำให้พวกวาทิศต้องถอยร่นไปในที่สุด

ooooooo

เมื่อกลับมาถึงที่พักของวาทิศ ไอ้แหลมข้องใจไม่หายเรื่องเจ้านายปกป้องมินตรา ถามว่าชอบเธอ อยากได้เป็นเมียใช่ไหม?

แทนคำตอบ! วาทิศหันมาต่อยไอ้แหลมแล้วชักปืนกรอกปาก ปรมัตถ์ตกใจแต่นิ่งไว้ รอฟังเหตุผลของวาทิศ เพราะเขาเองก็สงสัยเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน

“กูเคยบอกแล้วว่าคุณมินตราเป็นคนสำคัญ...สำคัญกว่าชีวิตพวกมึง เธอเป็นผู้หญิงของคุณ”

ปรมัตถ์ประหลาดใจที่หัวหน้าใหญ่ชอบมินตรา และสงสัยว่าคุณเป็นใคร ถามออกไปทันที

“ท่านรู้จักคุณมินตรา แล้วท่านอยู่ที่ไหนครับ”

วาทิศมองปรมัตถ์...แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ในห้องดังขึ้น วาทิศรู้ทันทีว่าคุณโทร.มา แล้วหลังจากรับวาทิศก็ออกไปข้างนอกพร้อมสมุนของตน รวมทั้งปรมัตถ์ด้วย

ปรมัตถ์อยากรู้เหลือเกินว่าวาทิศกำลังจะไปไหน เมื่อถามออกไปก็ได้คำตอบว่า

“ผู้กองจะได้เลิกถามผมสักที ตามผมมา”

ปรมัตถ์ตื่นเต้นดีใจที่จะได้รู้ความจริงว่าใครคือคุณ...แต่แล้วความจริงก็ทำให้ปรมัตถ์แทบช็อก เพราะคุณคือณรงค์ที่เขาเคยพบที่ศูนย์ดูแลผู้สูงวัย!

ooooooo

เหตุการณ์คืนก่อนทำให้คณินทร์เป็นห่วงมินตรามากขึ้นถึงขนาดส่งหมวดสุจิตรามาคอยอารักขาเธอ แถมยังกำชับอุมาให้ดูแลมินตราให้ดีด้วย

อุมาปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ส่วนจิระพอได้เห็นสุจิตราใกล้ๆ ก็ตะลึงในความสวย คิดอยากจะจีบขึ้นมาทันที อุมาเห็นสีหน้าท่าทางตากล้องคู่ใจก็งุนงงสงสัย ถามว่าเป็นอะไร

“ไม่รู้พี่...มันพูดไม่ออกบอกไม่ถูก แต่ใจมันบอกว่าใช่”

“แก้มมีแฟนแล้วค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณจิระ”

หมวดสุจิตราหรือแก้มตอบเสียงดังฟังชัด ดับฝันจิระไปในบัดดล!

ด้านวาทิศกับสมุนที่ผ่านเหตุการณ์คืนก่อนมาได้ แต่พวกเขาทุกคนจำเป็นต้องย้ายที่อยู่ใหม่เพื่อให้พ้นหูตาของตำรวจ ไอ้แหลมไม่พอใจอย่างมาก กล่าวโทษปรมัตถ์แล้วยังชกต่อยอย่างระงับอารมณ์ไม่อยู่

“พวกเราต้องหนีตายมาอยู่นี่ก็เพราะแก แกไม่กล้ายิงไอ้ตำรวจนั่นเพราะแกเป็นพวกมัน แกเป็นสายให้พวกมัน”

ว่าแล้วไอ้แหลมจะเข้ามาต่อยซ้ำ ปรมัตถ์ไม่ยอมจึงเกิดการต่อสู้กันจนล้มลุกคลุกคลาน ที่สุดวาทิศก็ทนไม่ไหวเอาน้ำสาดใส่ทั้งสองคนด้วยความโมโห

“เลิกกัดได้แล้ว ไม่ใช่เวลาทะเลาะ ลงเรือลำเดียวกันตายก็ตายด้วยกัน”

“ผมขอโทษครับ” ปรมัตถ์เสียงอ่อย

“ไอ้แหลม เอ็งเอาของที่มีไปขาย หาเงินมาให้มากที่สุด”

ไอ้แหลมรับคำแล้วออกไปพร้อมสมุนจำนวนหนึ่ง ปรมัตถ์รีบเสนอตัวช่วยเหลือแต่วาทิศไม่ยอม

“ผู้กองกำลังตกเป็นเป้า ผมไม่อยากเสียผู้กองไป”

เมื่อหมดโอกาสไปกับไอ้แหลม ปรมัตถ์หาทางจะคุยกับคณินทร์ให้ได้ อยากบอกให้รู้ว่าณรงค์คือหัวหน้าแก๊งยาเสพติด แต่เพราะมีสมุนของวาทิศคอยจับตา จึงไม่ใช่เรื่องง่าย

ปรมัตถ์จะหนีออกไปข้างนอกแต่ไม่สำเร็จ จึงหันไปเข้าห้องน้ำ แต่ก็ยังถูกสมุนของวาทิศตามจับผิด กว่าจะยกเหตุผลมาอ้างให้มันเชื่อว่าต้องการเข้าห้องน้ำจริงๆก็เล่นเอาน้ำลายแห้งคอ

แล้วปรมัตถ์ก็ติดต่อกลับไปที่หน่วยได้สำเร็จด้วยเครื่องมือสื่อสารขนาดเล็กที่แอบติดไว้กับกระดุมเสื้อ

มาโนชตื่นเต้นมาก บอกคณินทร์และทีมงานว่าผู้กองติดต่อมาแล้ว ทุกคนกรูมาตั้งใจตรงจุดเดียวกัน

“วาทิศสั่งปล่อยยาทั้งหมด พวกมันเตรียมหนีไป”

“มันจะหนีไปไหน”

“ฉันยังไม่รู้...คณินทร์ ฉันเจอตัวคุณแล้ว”

คณินทร์ตื่นเต้นอยากรู้ว่ามันเป็นใคร ปรมัตถ์กำลังจะบอก แต่แล้วเสียงเคาะประตูห้องน้ำดังระรัว

“พวกมันคงเริ่มสงสัย ฉันต้องไปแล้ว”

“แกรีบหาทางออกมา ฉันจะไปหาแกที่...”

ปรมัตถ์ฟังพิกัดที่คณินทร์บอก ในขณะที่เสียงเคาะประตูดังไม่หยุด ปรมัตถ์กดปิดปุ่มสื่อสารแล้วตัดสินใจทิ้งกระดุมเม็ดนั้นลงโถชักโครกก่อนเปิดประตูออกมา

สมุนวาทิศมองสำรวจไม่ไว้ใจ ผลักปรมัตถ์ออกห่างแล้วเข้าไปตรวจเช็กในห้องน้ำ แต่ไม่พบร่องรอยหรือหลักฐานอะไรสักอย่าง

ooooooo

คณินทร์กระวนกระวายเป็นห่วงปรมัตถ์ พยายามให้มาโนชคอยตามสัญญาณรถของเขาตลอดเวลา...ในเวลาเดียวกันปรมัตถ์ก็หาทางที่จะพาตัวเองออกจากกลุ่มของวาทิศเพื่อไปพบคณินทร์ให้ได้ เขาตัดสินใจเข้ามาบอกวาทิศว่า

“ผมมีเรื่องจะขออนุญาตครับ”

“คุณจะขออะไรผม ผมให้คุณได้ทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องเดียวอย่าถอนตัว คิดทรยศผม”

“ไม่หรอกครับ เราลงเรือลำเดียวกันแล้ว...คือว่าหลังจากนี้ผมคงไม่ได้กลับเมืองไทยอีก ผมอยากไปเอารูปพ่อกับแม่ติดตัวไปด้วยครับ”

“ผู้กองรักครอบครัวมาก”

“สำหรับผมความรักของพ่อแม่หรือคนในครอบครัวเป็นกำลังใจและเป็นพลังให้ผมมาถึงทุกวันนี้”

“ผมไม่ให้ผู้กองไปก็เหมือนผมไม่มีหัวใจ...เชิญครับ”

“ขอบคุณครับ”

ปรมัตถ์โล่งใจที่วาทิศอนุญาตรีบเดินออกไปโดยไม่รู้ว่าวาทิศจับตามองด้วยความไม่ไว้ใจ...

มินตราอยู่ในออฟฟิศกำลังจะเอางานข่าวที่เขียนมาส่งอุมา แต่ต้องฝากไว้กับจิระให้ช่วยส่งแทนเพราะกฤติยาภรณ์โทร.แจ้งว่ายายจันทราไม่สบาย มินตรารีบรุดไปโดยไม่รู้ว่ากฤติยาภรณ์โดนลูกน้องของณรงค์ใช้ปืนขู่บังคับให้พูดโกหก กระทั่งไปถึงไม่พบใครก็เอะใจ สงสัย

ณรงค์ให้ลูกน้องควบคุมตัวผู้สูงอายุทุกคนและเจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯไว้ โดยแยกจันทราออกมาคนเดียวเพื่อเตรียมเอาตัวไปพร้อมมินตรา ระหว่างนี้ณรงค์ก็ติดต่อสั่งการวาทิศอย่างต่อเนื่อง

ปรมัตถ์ที่ตั้งใจไปพบคณินทร์ให้ได้ โดยหลอกวาทิศ ว่าจะกลับไปเอารูปพ่อกับแม่ที่บ้าน แต่วาทิศฉลาดเป็นกรดให้ลูกน้องจับเส้นทางไว้แล้วติดตามปรมัตถ์อย่างกระชั้นชิด เวลาเดียวกันนั้นคณินทร์ก็พยายามจะมายังจุดนัดพบกับปรมัตถ์ให้เร็วที่สุด

ระหว่างทางปรมัตถ์รู้สึกสังหรณ์ใจเป็นห่วงมินตรา จึงโทร.บอกคณินทร์ให้รู้ว่าณรงค์คือคนร้าย คณินทร์ตกใจมาก รีบติดต่อสุจิตราให้อารักขามินตราแต่ช้าไปเสียแล้ว

สุจิตราสอบถามจิระจนรู้ว่ามินตราไปหายาย คณินทร์ เร่งลูกน้องสาวให้รีบตามไปเพราะตัวเองต้องรอพบปรมัตถ์ก่อน

ปรมัตถ์มาถึงจุดนัดพบ แต่ไม่ทันได้คุยกับคณินทร์รถยนต์ที่ขับมาก็ระเบิดด้วยน้ำมือของวาทิศที่แอบติดไว้ แรงระเบิดทำให้ร่างปรมัตถ์กระเด็นนอนนิ่งเลือดท่วมตัว คณินทร์รีบวิ่งไปดูเพื่อนและโทร.ตามรถพยาบาลอย่างเร่งด่วน แต่ไม่ทันเสียแล้ว ปรมัตถ์สิ้นใจไปด้วยความภาคภูมิใจ ที่ทำงานสำเร็จ รู้ตัวหัวหน้าแก๊งยาเสพติดคือณรงค์

คณินทร์เสียใจมากที่สูญเสียเพื่อนรัก แต่เขาไม่มีเวลาอาลัยอาวรณ์เพราะต้องรีบไปช่วยมินตรา

ที่คาดว่ากำลังตกอยู่ในอันตราย เขาพยายามติดต่อเธอหลายครั้งกว่าจะได้พูดคุยกัน เป็นเวลาที่ณรงค์เผชิญหน้ากับเธอพอดี

ณรงค์ยังคงสุขุมลุ่มลึก ไม่แสดงออกถึงความร้ายกาจแต่อย่างใด จนเมื่อรู้ว่าคณินทร์โทร.มาเขาก็เผยธาตุแท้ของคนร้าย พร้อมๆกับมินตราได้ฟังคณินทร์บอกข้อมูลนี้มาเหมือนกัน

มินตราตกใจกลัว พยายามจะหนีเอาตัวรอด คณินทร์ได้ยินเสียงก็ตะโกนลั่นสั่งณรงค์ไม่ให้ทำร้ายเธอ มินตราวิ่งหนีไปเจอกฤติยาภรณ์และคนอื่นๆถูกจับมัดขังไว้ในห้อง เธอกรีดร้องขอความช่วยเหลือจาก รปภ. ปรากฏว่า รปภ.ทุกคนล้วนเป็นสมุนของณรงค์ทั้งนั้น

หญิงสาววิ่งหนีออกมาที่รถ ได้ยินเสียงจันทราร้องเรียกก็ชะงัก หันกลับไปมองเห็นยายนั่งอยู่ในรถกับณรงค์ ยายร้องเรียกหลานสาวให้ขึ้นมาเราจะไปเที่ยวกัน ขณะที่ณรงค์พูดจายิ้มแย้มว่ามินตราคงไม่ใจดำทิ้งยายไปคนเดียว

“อย่าทำอะไรยายนะ”

“ไปกับตา...ไปด้วยกัน” พูดขาดคำณรงค์เปิดประตูรถให้ มินตราเป็นห่วงจันทราจำต้องขึ้นรถไปอย่างไม่มีทางเลือก

ooooooo

สุจิตรา มาโนช และเพื่อนตำรวจอีกจำนวนหนึ่งมาถึงช้าเกินไป พบแต่บรรดาผู้สูงวัยกับเจ้าหน้าที่ถูกจับขัง คณินทร์ตามมาทีหลัง สั่งลูกน้องตรวจสอบทุกอย่างให้ละเอียดเผื่อจะพบหลักฐานที่จะนำไปสู่การตามตัวณรงค์ได้

กฤติยาภรณ์ให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ และคณินทร์เองก็พบสมุดบันทึกของยายจันทรา เขาพุ่งเป้าไปที่ห้องสมุด แล้วพบว่ามีห้องลับที่ณรงค์ใช้เป็นห้องบัญชาการ มีคอมพิวเตอร์ กล้องวงจรปิดทุกมุมในสถานที่แห่งนี้ และโมเดลคฤหาสน์หลังหนึ่งที่คาดว่าเป็นบ้านที่ณรงค์กำลังพามินตรากับยายไป ซึ่งยังต้องสืบค้นต่อไปว่าอยู่ที่ไหน

ณรงค์ไปที่นั่นจริงๆ บ้านหลังใหญ่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติสวยงาม จันทราตื่นตาตื่นใจบอกว่าณรงค์คงรวยมากถึงมีบ้านหรูแบบนี้ แต่พอเห็นสีหน้ามินตราเคร่งเครียดก็ถามว่าไม่ชอบที่นี่หรือ

มินตราไม่อยากให้ยายเป็นกังวล บอกว่าตนชอบ แล้วพายายเดินตามแม่บ้านไปที่ห้องพัก บอกให้ยายอาบน้ำจะได้สบายตัว

ในระหว่างที่ยายอาบน้ำ มินตราออกจากห้องไปสำรวจพื้นที่เพื่อหาทางหลบหนี ก่อนจะมาพบณรงค์
นั่งจิบไวน์อย่างอารมณ์ดีเหมือนดักรอเธออยู่

ณรงค์เลื่อนเก้าอี้ให้มินตรานั่งพร้อมกับออกตัวว่า “ตาขอโทษด้วยที่ทำให้หนูตกใจ หนูมินไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น คิดว่ามาพักผ่อน...หนูนั่งสิ”

มินตราไม่นั่ง แต่อยากรู้ว่าณรงค์เป็นใครกันแน่

“ตาก็เป็นคุณตาณรงค์ของหนูคนเดิม”

“คุณไม่ใช่คุณตาที่ฉันรู้จัก คุณเป็นใคร”

“ตาก็เป็นแค่คนไม่ชอบอยู่ใต้อำนาจใคร หรืออยู่ใต้กฎของใครทั้งนั้น ตาอยากมีชีวิตของตาเอง”

“แล้วทำไมต้องจับมินกับยายมาที่นี่ ทั้งๆที่มินกับยายก็ไม่มีผลประโยชน์อะไรให้คุณ”

“ตาไม่เคยหวังผลจากคนในครอบครัว ตาบอกหนูมินหลายครั้งแล้ว ตารักหนูเป็นลูกเป็นหลาน ตาจะมีชีวิตใหม่ เราก็ต้องไปกันทั้งครอบครัว”

ณรงค์ลุกมาแตะตัวมินตรา...เธอปัดมือเขาออกพลางถอยหนี

“คุณจะพามินกับยายไปไหน คุณกำลังทำอะไร”

“อย่าใส่ใจเลย รู้แค่ว่าตาทำทุกอย่างเพื่อพวกเรา”

“ถ้าคุณรักพวกฉันจริงๆ คุณปล่อยฉันกับยายไปสิ”

“หนูมินกลับไปดูแลยายเถอะ อย่าให้ท่านเป็นกังวล”

มินตรานึกถึงยายก็อดเป็นห่วงไม่ได้ กลัวณรงค์จะทำร้ายจึงรีบออกไป ณรงค์โทรศัพท์หาวาทิศที่กำลังสั่งการไอ้แหลมกับสมุนขนเงินและทองคำเตรียมพร้อมเพื่อหนีไปต่างประเทศ

“เป็นไงบ้างลูก”

“เป็นไปตามแผน...ไม่มีอะไรติดขัดครับพ่อ”

“ลูกเตรียมตัวให้พร้อม...พ่อคุยกับมิสเตอร์เจสันแล้ว”

วาทิศตกใจเมื่อได้ยินชื่อมิสเตอร์เจสัน เพราะรู้ว่าเป็นหัวหน้าองค์กรก่อการร้ายสากล

“พ่อกับเจสันจะปฏิบัติการเพื่ออิสรภาพของพวกเรา”

“ครับพ่อ”

ณรงค์ยิ้มพอใจแล้ววางสาย ส่วนวาทิศรีบบอกข่าวดีกับสมุนทุกคนว่าหลังจากนี้เราไม่ต้องหนี ไม่ต้องถูกล่า เราจะมีชีวิตใหม่ เราจะรวย ทุกคนได้ฟังก็ฮึกเหิม คาดหวังถึงเงินทองมหาศาลที่จะได้รับ...

ooooooo

คณินทร์และลูกทีมนำข้อมูลของณรงค์เข้าสู่ที่ประชุมโดยมีเจษฎาเป็นประธาน

“จากข้อมูลทั้งหมด...นายวาทิศเป็นนอมินีทำงาน ภายใต้คำสั่งของณรงค์ หัวหน้าใหญ่แก๊ง DEAD HERO ส่วนโมเดลนี้น่าจะเป็นโมเดลออกแบบ...ไม่สามารถเทียบเคียงสถานที่ใดๆ เรายังไม่พบสถานที่กักตัวประกันครับ”

“รายงานจากตำรวจตรวจคนเข้าเมือง...พวกนายวาทิศยังไม่ได้ออกนอกประเทศครับ”

“แหล่งข่าวรายงานว่าไอ้แหลมและพวกขายยาในพื้นที่เก่าของพวกมัน”

เจษฎาสั่งมาโนชกับสุจิตราให้คุมทีมเฝ้าพื้นที่ส่งยา อาจได้เบาะแสโยงไปที่กบดานของพวกมัน และให้ลูกทีมคนอื่นๆส่งข้อมูลของณรงค์และพวกวาทิศให้ตำรวจทุกสังกัด ประสานหาข่าวให้เร็วที่สุด

ทุกคนรับคำสั่งและออกไปปฏิบัติการทันที ยกเว้นคณินทร์ที่เจษฎาให้เข้าร่วมประชุมตามคำสั่งด่วนที่ตนเพิ่งได้รับมาจากผู้บังคับบัญชาว่ามีการลำเลียงอาวุธสงครามเข้าเขตชายแดนไทย กองกำลังในพื้นที่เข้าจับกุมพบอาวุธสงครามจำนวนมาก สถานการณ์นี้เป็นการเคลื่อนไหวที่มีนัยทางความมั่นคง ทั้งทหารและตำรวจต้องร่วมกันปราบปรามกวาดล้างให้สิ้นซาก ในนามหน่วยปฏิบัติการพิเศษเสือดาว

ดังนั้นทุกหน่วยต้องเข้าประชุมร่วมกันเพื่อแบ่งหน้าที่ปฏิบัติภารกิจสำคัญครั้งนี้ โดยได้สี่หนุ่มเพื่อนรัก ซึ่งประกอบไปด้วย คณินทร์ ตำรวจสังกัดหน่วย ป.ป.ส. ภูริช สังกัดกองทัพบก จิรวัติ สังกัดกองทัพเรือ กรัณย์ สังกัดหน่วยคอมมานโดอากาศโยธิน ร่วมประชุมกันที่กระทรวงกลาโหมอย่างเร่งด่วน

เสร็จจากประชุม คณินทร์กับเพื่อนๆพูดคุยกันเรื่องปรมัตถ์ ทุกคนแสดงความเสียใจกับคณินทร์ที่สูญเสียเพื่อนร่วมงาน ซึ่งปรมัตถ์ทำหน้าที่ได้อย่างสมเกียรติ

“ก่อนจะถึงวันเผาศพ ฉันจะสานต่องานให้สำเร็จ นี่คือภารกิจใหญ่ของปรมัตถ์”

“แกไม่ต้องห่วงคุณมินตรากับคุณยาย เรื่องช่วยตัวประกันเป็นงานถนัดของพวกเรา” กรัณย์ให้ความมั่นใจ...ภูริชกับจิรวัติก็เช่นกัน บอกคณินทร์ว่าพวกตนจะพาผู้หญิงของเขากลับมาโดยปลอดภัย

“ขอบใจพวกแกมาก ฉันดีใจที่เราได้ร่วมปฏิบัติการกันอีกครั้ง”

“เราจะลุยไปด้วยกัน เพื่อชาติและคนที่เรารัก”

ภูริชพูดด้วยสีหน้ามุ่งมั่นมาก แล้วจับมือกันรวมพลังทั้งสี่คน

ooooooo

ใช้เวลาไม่นานพวกมาโนชก็สืบรู้แหล่งกบดานของพวกวาทิศหลังจากจับเอเย่นต์ค้ายาในเครือข่ายไอ้แหลมได้แล้วทำการคาดคั้น ในขณะเดียวกันคณินทร์และเพื่อนทั้งสามก็แกะรอยค้นหาณรงค์ที่จับมินตรากับจันทราไปเป็นตัวประกันอย่างเร่งด่วน

มินตราเป็นห่วงยายมากกว่าตัวเอง เสนอให้ณรงค์ปล่อยยายแล้วเธอจะยอมไปกับเขา แต่ณรงค์ไม่รับข้อเสนอเพราะต้องการเอาไปอยู่ด้วยทั้งสองคน ไปอยู่เป็นครอบครัวจะขาดคนใดคนหนึ่งไม่ได้

“คุณไม่ได้อยากมีครอบครัว แต่คุณเห็นแก่ตัว คุณจับฉันกับยายมาเพื่อต่อรองเอาตัวรอด”

“ไม่เอาน่า...ตารักและหวังดีกับหนูมิน”

“คนที่จิตใจเลวทราม ขายยาฆ่าคน ไม่มีวันรักและหวังดีกับใคร คุณคอยเรียกร้องหาความรัก แต่คุณกลับยื่นความตายให้คนอื่น คุณสำนึกบ้างไหม กี่ครอบครัวต้องล่มสลายเพราะยาเสพติดจากมือคุณ”

ณรงค์หน้าตึงเริ่มไม่พอใจ มินตราโกรธจัดระเบิดอารมณ์อย่างหมดความเคารพ

“ฉันจะบอกคุณให้...คนที่ทำมาหากินบนความตายไม่มีวันพบความสุข เพราะคุณหายใจพร้อมกับเสียงสาปแช่ง คุณเลิกสร้างบ้านสร้างฝันหลอกตัวเองได้แล้ว ต่อให้คุณสร้างใหญ่โตหรูหราแค่ไหน ถ้ามันไม่มีความรักอยู่ในนั้น...มันไม่ใช่บ้าน”

มินตราปัดโมเดลบ้านของณรงค์พังกระจาย ณรงค์ตกใจและโกรธมากเข้ามากระชากแขนเธอ

“ไม่ต้องกลัว ตาไม่ฆ่าหนู ชีวิตหนูยังมีประโยชน์กับตา”

มินตราสะบัดมือณรงค์ออกแล้วเดินหนีไปหายายในบ้าน แต่เมื่อพวกวาทิศหนีตำรวจมาสมทบกับณรงค์ที่นี่ ยายกับหลานก็ตกอยู่ในอันตรายและอาจจะถูกเอาตัวไปเมืองนอกด้วยกันเพราะณรงค์ติดต่อมิสเตอร์เจสันไว้แล้วให้ส่งเครื่องบินมารับ

แต่ท่าทางความฝันของณรงค์จะริบหรี่เสียแล้ว เพราะพวกคณินทร์ยกพลมาถึงอย่างรวดเร็ว ไอ้แหลมกับสมุนปกป้องเจ้านายจนตัวตาย ขณะที่ณรงค์ก็พยายามหว่านล้อมกล่อมคณินทร์ให้เป็นพวกเดียวกัน

“เรามันคนกันเอง ผู้กองน่าจะให้เกียรติฉันบ้าง”

“อาชญากรอย่างแกไม่ควรได้รับเกียรติ”

“ผู้กองรู้ความจริงหมดแล้ว คงอยากแก้แค้นให้พ่อแม่ ผู้กองรอโอกาสนี้มาทั้งชีวิต รออะไร ยิงให้หายแค้นสิ”

“มันง่ายเกินไปที่แกจะตายด้วยกระสุนนัดเดียว คนชั่วอย่างแกต้องทรมานตายในคุก และหน้าที่ฉันคือเอาคนผิดไปรับโทษ ไม่ใช่ชำระแค้นส่วนตัว”

“หนูมินทำให้ผู้กองเปลี่ยนไปมาก”

“มินตราอยู่ไหน”

ณรงค์ไม่ตอบ แต่คณินทร์ก็รู้จากภูริชว่ามินตราถูกจับขังไว้ในบ้านกับจันทรา ซึ่งภูริชกำลังหาทางเข้าไปช่วย

วาทิศปรากฏตัวพร้อมปืนในมือ แต่หนทางรอดมีน้อย วาทิศเลือกที่จะไม่ยิงคณินทร์แต่ชักชวนไปอยู่ด้วยกันเหมือนที่ณรงค์พยายามก่อนหน้านี้

ณรงค์กับวาทิศช่วยกันกล่อมคณินทร์อีกครั้ง เสนอเงินเดือนหลักแสนแทนหลักหมื่นที่คณินทร์ได้จากอาชีพตำรวจ

“ฉันอยากชวนผู้กองไปอยู่ด้วย คนมีความสามารถอย่างผู้กองรับเงินเดือนแค่หลักหมื่นไม่คุ้มหรอก”

“ผู้กองก็รู้อยู่แก่ใจ ระบบมันห่วย สังคมเสื่อมลง ไม่มีทางพัฒนาให้ดีขึ้นได้”

“ไปกับพวกฉัน ฉันมีเงินและพันธมิตรที่จะสร้างเมืองใหม่ เมืองที่ดีกว่าที่เป็นอยู่”

“เมืองนั่นจะดีได้ยังไง เพราะมันสร้างจากคนเลว ฉันยอมรับว่าที่อยู่ทุกวันนี้อาจไม่ดี แต่มันก็แก้ไขได้ถ้าเราศรัทธาในหน้าที่ สังคมจะดีขึ้นถ้าทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และหน้าที่ที่ฉันต้องทำคือจับคนชั่วอย่างพวกแกไปรับโทษตามกฎหมาย”

คำตอบของคณินทร์ทำให้ณรงค์กับวาทิศผิดหวัง แต่พวกเขายังมีมินตราไว้ต่อรอง

“ระหว่างหน้าที่กับคนรัก อะไรสำคัญที่สุด”

สิ้นเสียงของวาทิศ สมุนของณรงค์ควบคุมตัวมินตราออกมา คณินทร์เป็นห่วงคนรักและตกใจว่าภูริชหายไปไหน

“เพื่อนแกคงไปอยู่กับไอ้ปรมัตถ์แล้ว”

“ลูกก็ช่วยส่งผู้กองตามไปหาพวกมัน” ณรงค์บอกวาทิศแล้วหันไปสั่งมินตราให้ไปกับตน มินตราดิ้นรนขัดขืนแต่ไม่รอดเงื้อมมือพวกมัน

พวกณรงค์จะหนีไปลงเรือเพราะมิสเตอร์เจสันสั่งเครื่องบินไม่ให้ลงจอด เนื่องจากรู้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารกำลังล้อมจับณรงค์

กรัณย์กับจิรวัติที่แยกไปจัดการกับสมุนของณรงค์ราบคาบ กลับมารวมตัวกับคณินทร์และลูกทีม ส่วนภูริชกำลังพยายามจะเข้าไปช่วยมินตราที่ถูกพวกณรงค์ฉุดกระชากลากตัวไป

ที่สุดคณินทร์และเพื่อนก็หยุดณรงค์ได้ แต่ณรงค์ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ จะยิงมินตราถ้าทุกคนไม่เปิดทางให้เขาหนีไป

คณินทร์ตัดสินใจยิงปืนใส่ข้อมือณรงค์อย่างแม่นยำ ปืนในมือร่วงแต่ณรงค์ยังวิ่งหนีต่อไปหาวาทิศที่พยายามใช้ระเบิดเล่นงานพวกคณินทร์

เมื่อมินตราปลอดภัย คณินทร์กับลูกทีมและกลุ่มเพื่อนจึงไล่ล่าวาทิศกับณรงค์จนไปถึงท่าเรือ ณรงค์จวนตัวก็หนีตายคนเดียว ลงเรือไปโดยไม่สนใจวาทิศที่ร่ำร้องสุดเสียง

“พ่อพาผมไปด้วย...พ่ออย่าทิ้งผม...พ่อรอผมด้วย”

ณรงค์ออกเรือไปไม่เหลียวหลังเพราะกลัวพวกคณินทร์จะปาระเบิดใส่ วาทิศวิ่งตามเรือไปบนสะพานที่ทอดยาว ตะโกนลั่นเสียงสั่นเครือ

“พ่อ...พ่ออย่าเพิ่งไป ผมรักพ่อ อย่าทิ้งผม”

วาทิศวิ่งด้วยความเร็วแล้วสะดุดล้มลงตรงปลายสะพาน ณรงค์ขับเรือหนีไปไกล ทิ้งวาทิศร่ำไห้ฟูมฟายราวกับเด็กน้อยที่ถูกทอดทิ้งอย่างเช่นในอดีต

ความน้อยใจและเสียใจจุกแน่นในอก วาทิศเคยถูกพ่อแม่แท้ๆทอดทิ้ง ก่อนที่ณรงค์จะรับมาอุปการะเลี้ยงดูราวกับลูก แต่วันนี้ณรงค์ก็มาทิ้งเขาไปอีก

คณินทร์ก้าวเข้ามาพร้อมปืนในมือ บอกวาทิศที่กำลังแสดงความอ่อนแอร้องไห้อย่างหมดสภาพ

“คนที่แกรัก คนที่แกยอมทำทุกอย่างให้มัน มันไปโน่นแล้ว”

“พอได้แล้ว หยุดพูดได้แล้ว!!”

“ตั้งแต่ฉันเข้ามาเป็นมือปราบ ฉันไม่เคยเห็นผู้ร้ายคนไหนทำเพื่อคนอื่น พวกมันเห็นแก่ตัว เอาตัวรอดทั้งนั้น แต่สุดท้ายก็ไม่รอด ไม่มีใครหนีกฎหมายไปได้ รวมถึงแกด้วย ไปรับโทษของแกได้แล้ว”

คณินทร์จะเข้าไปจับกุมวาทิศ แต่คาดไม่ถึงว่าวาทิศจะยิงกรอกปากตัวเองเสียก่อน ทุกคนกรูกันเข้ามาด้วยความตกใจ ร่างวาทิศนอนจมกองเลือดสิ้นใจในสภาพดวงตาเบิกโพลง!

คณินทร์นั่งลงข้างศพ ปิดตาให้วาทิศก่อนบอกว่า “ฉันอโหสิกรรม ถ้าชาติหน้ามีจริง ขอให้แกมีครอบครัวที่รักแก...แกจะได้เป็นคนดี”

ooooooo

ณรงค์หนีไปได้ไม่ไกลก็ถูกทีมตำรวจน้ำจับกุมตัวได้โดยละม่อม...อุมากับจิระมาถึงสถานที่เกิดเหตุพร้อมนักข่าว ต่างดีใจที่มินตรากับยายปลอดภัย

“แล้วนี่ผู้กองอยู่ไหน เพื่อนผู้กองล่ะ ฉันได้ข่าวว่าสนธิกำลังทั้งสี่เหล่า”

“ตกลงห่วงมินตราหรืออยากมาดูผู้กองครับ” จิระท้วงอุมา

“มาแล้วก็ต้องเอาให้คุ้ม”

“มาโน่นแล้วค่ะ” มินตราชี้มือไปยังกลุ่มหนุ่มๆ ที่กำลังเดินตรงมา

อุมาตะลึงตาค้าง สี่หนุ่มทั้งหล่อและเท่มาก...มากจนอุมาเคลิ้มฝัน

“ตายแล้ว...เอาเหล่าไหนดี นี่มันสามีสี่เหล่าทัพ สามีแห่งชาติ เลือกทัพบกก็กลัวราชนาวีอกหัก เลือกรักทัพฟ้าก็สงสารน้ำตาตำรวจ ฉันเหมาทั้งสี่เหล่าทัพเลยแล้วกัน”

คณินทร์ ภูริช จิรวัติ และกรัณย์อดขำกับคำพูดและท่าทางของอุมาไม่ได้ พอคณินทร์เริ่มแนะนำตัวเพื่อนๆทีละคน อุมายิ่งเพ้อเจ้อไปกันใหญ่จนมินตราต้องปรามเพราะอายแทน...

ooooooo

เมื่อภารกิจเสร็จสิ้น ภูริช จิรวัติ และกรัณย์บอกลาคณินทร์ไปพร้อมรอยยิ้มของความสุขจากการกระเซ้าเย้าแหย่เรื่องแฟนที่คณินทร์กับภูริชมีแล้ว แต่จิรวัติกับกรัณย์ยังไม่เจอเนื้อคู่
ไม่กี่วันถัดมา งานศพปรมัตถ์ถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ เจษฎากล่าวสดุดีความกล้าหาญ ซื่อตรง และเสียสละชีวิตเพื่อความผาสุกของประชาชนของผู้กองปรมัตถ์ ก่อนจะอาสาแบกโลงศพร่วมกับคณินทร์และมาโนชเพื่ออำลาอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย

หลังจากความเศร้าผ่านพ้นไป ก็มีเรื่องดีๆเกิดกับมินตรา สกู๊ปข่าวผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่เธอเขียนได้รับคำชื่นชมจากหัวหน้าพร้อมกับได้บัตรนักข่าวอาชญากรรมของจริงแทนบัตรทดลองงาน

งานนี้ต้องมีฉลอง คณินทร์เป็นเจ้าภาพให้มินตรา เชิญอุมากับจิระมากินกันที่ร้านเฮียปากจัดเจ้าประจำของอุมา ถึงแม้เฮียจะปากจัดแต่อาหารของแกอร่อยสุดยอด ที่สำคัญคือราคาไม่แพง

ขณะกินอาหารมื้ออร่อยอย่างมีความสุข อุมาฝากฝังคณินทร์ดูแลมินตรา คณินทร์รับปากแข็งขันว่าเป็นหน้าที่ของตำรวจไทยอย่างตนที่พร้อมปกป้องรับใช้ประชาชน และจะทำหน้าที่สามีคอยดูแลภรรยาชนิด

ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม มินตราได้ฟังก็ดีใจและเขินอายจนหน้าแดง

ooooooo

วันรุ่งขึ้น มินตรากับคณินทร์ไปหาจันทราที่ศูนย์ดูแลผู้สูงวัยแต่ไม่พบ เจ้าหน้าที่บอกว่าจันทราออกไปกับกฤติยาภรณ์ มินตรากำลังจะโทร.ถาม แต่คณินทร์เปิดสมุดบันทึกหน้าสุดท้ายของยาย พบคำตอบอยู่ในนั้น

สองคนรีบไปที่วัด แล้วก็เจอยายจริงๆ จันทรามาหาไมค์และยอมรับว่าหลานชายตายจาก บอกมินตราว่าน้องไปสบายแล้ว...

ทางด้านมาโนชกับสุจิตรา...หลังจากสุจิตราเคยตัดใจไม่สานสัมพันธ์กับมาโนชอยู่ช่วงหนึ่ง แต่วันนี้เธอกลับมาคบกับเขาต่อและมีแววว่าอีกไม่นานจะได้ลงเอยกันเสียด้วย เพราะมาโนชกลัวสุจิตราเปลี่ยนใจอีก

ส่วนคู่ของคณินทร์กับมินตรานั้นแน่นอนที่สุดว่าแต่งชัวร์ คณินทร์ชวนมินตราไปถ่ายรูปท่ามกลางบรรยากาศสวยงาม ทั้งที่ทั้งคู่เคยถ่ายเวดดิ้งกันไปแล้วครั้งหนึ่ง

“วันก่อนเก็บภาพเสร็จแล้ว ต้องถ่ายอีกเหรอคะ”

“ยังปิดคดีไม่ลงครับ คุณอุมาบอกว่ายังขาดชุดสูทชุดสวย”

“แล้วพี่อุมากับจิระล่ะ”

“ติดงานครับ”

“แล้วใครจะถ่ายให้เราคะ”

คณินทร์หยิบกล้องขึ้นมาเตรียมถ่าย มินตราอุทานเสียงแหลม

“คุณเนี่ยนะ”

“อย่าดูถูกผมเชียว นี่ถ้าผมไม่ชอบตำรวจ ผมจะสอบนิเทศเป็นช่างภาพมือหนึ่งไปแล้ว คุณปล่อยอารมณ์ได้เต็มที่ เอาความรู้สึกจากข้างในออกมากลั่นออกมาจากก้นบึ้งหัวใจ แสดงออกผ่านสีหน้าแววตา ระเบิดมันออกมาให้หมด”

มินตราหัวเราะขำกับความเยอะของอีกฝ่าย แต่ก็ทำตามความต้องการของเขาอย่างเต็มที่...เสร็จจากชุดเจ้าสาวสวยหวาน คณินทร์ให้เธอเป็นเจ้าสาวขี้เล่นหน้าทะเล้น มินตราก็จัดให้อย่างไม่อิดออด แต่นานเข้าก็เริ่มอายตัวเองบอกเขาให้พอแค่นี้

คณินทร์หยุดพักแต่ยังไม่เลิกเพราะสนุกมาก เขาให้มินตราแสดงความรักออกทางสีหน้าและท่าทาง นั่นหมายถึงมินตราต้องหอมแก้มเขาและต่างคนต่างบอกรักกันจากใจ ก่อนจะจบลงด้วยการจูบกันอย่างดูดดื่ม

แต่ทันใดพุ่มไม้ใกล้ๆสั่นไหว มินตราเชื่อว่ามีคนแอบดูจึงตะโกนขู่ออกไป

“ใครอยู่ตรงนั้น ถ้ายังไม่ออกมาขอให้บ้านบึ้ม!”

อุมากับจิระดีดตัวออกจากที่ซ่อนทันที ต่างโอดครวญว่าอย่าแช่งกันเลย เพราะมันบึ้มหลายรอบจนไม่มีที่จะนอนแล้ว

คณินทร์หัวเราะขำ แต่มินตราไม่ขำด้วย ต่อว่าเขาที่บอกก่อนหน้านี้ว่ามีเราแค่สองคนเพราะอุมากับจิระติดงาน

“สองคนนั่นอยู่ตรงโน้น ส่วนเราอยู่ตรงนี้สองคนไง”

“กะล่อน”

“กะล่อนเพราะรักครับ”

อุมากับจิระส่งเสียงโห่ฮิ้วแซวกันใหญ่ คณินทร์หันไปถามสองคนนั้นว่าได้ภาพตามที่ต้องการแล้วใช่ไหม อุมากับจิระตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าธรรมชาติสุดๆ ฟินสุดๆ

พลันเสียงโทรศัพท์มินตราดังแทรกขึ้นมา หญิงสาวรับสายสีหน้าไม่สู้ดี รับคำว่าจะรีบไปแล้ววางสายบอกคณินทร์ว่า

“คนร้ายปล้นธนาคารค่ะ” พูดจบรีบขอกล้องจากจิระเพื่อเอาไปทำข่าว

“แกจะไปชุดนี้เนี่ยนะ” อุมาถามเสียงแหลม

“ทีวีดิจิตอลช้าไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว”

อุมาเห็นด้วย แย่งกล้องในมือจิระส่งให้มินตราทันที “ลุยโลด!”

มินตรากำลังจะวิ่งออกไป แต่หยุดชะงักเห็นคณินทร์ขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามา

“ขึ้นรถครับ เราจะไปปฏิบัติหน้าที่ร่วมกัน...ผมใช้ปืนจับโจร คุณใช้กล้องจับความจริง”

มินตรายิ้มรับแล้วขึ้นไปนั่งซ้อนท้าย คณินทร์เคลื่อนรถออกไปด้วยความเร็ว อุมายิ้มแย้มกับจิระและมองตามหนุ่มสาวด้วยความชื่นชม เชื่อมั่นว่าทั้งคู่ต้องปฏิบัติภารกิจนี้สำเร็จแน่ เพราะ...

“สองคนนี้...มวยถูกคู่”

ooooooo

จบตอน “มือปราบเจ้าหัวใจ”

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement