advertisement

มายาสีมุก ตอนที่ 3

บทประพันธ์โดย ทวิตา จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 7 โดย เอื้องอรุณ/เทอดโชค/จุฑามาศ
2 มิ.ย. 2556 08:53

ความพยายามของคีรินทร์ล้มเหลวอีกจนได้... เขาไม่ได้แอ้มไข่มุกแถมยังเจ็บตัวให้อับอายขายหน้าคนในบ้านแต่กลบเกลื่อนแก้ตัวว่าเป็นอุบัติเหตุ ทั้งที่ตัวเองหื่นกามจนล้มหน้าฟาดเตียงดั้งแทบหัก

ฟังลูกชายแล้วมณีถึงกับถอนใจ บ่นพึมว่าเพิ่งแต่งงาน ไม่ทันไรเจ็บไม่ได้หยุด เดี๋ยวเป็นโน่นเป็นนี่ชักลางไม่ดี คีรินทร์ขี้เกียจฟังแม่บ่น และอยากเอาชนะเผด็จศึกภรรยาคนสวยให้จงได้จึงออกอุบายชวนเธอไปธุระนอกบ้าน หนูนาขอไปด้วยก็ไม่ยอม อ้างว่าตนต้องไปหลายแห่งอาจจะแวะโรงพยาบาลด้วยเพื่อให้หมอเอกซเรย์กระดูกดั้งจมูก

นุชนารถมองตามคีรินทร์จูงมือไข่มุกออกไปอย่างหึงหวง ส่วนแม่มณีของคีรินทร์หมั่นไส้ถึงกับลากเสียงสูง

“ดู๊ดู...นายรินทร์เราทำตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ วันนี้ก็เกงานอีก ฉันล่ะไม่อยากจะพูด สงสัยมีเมียแล้วจะเสียคน”

“อย่างกับเมื่อก่อนมันขยันนักนี่ อยู่กับสาวๆมากกว่าอยู่กับงาน หวังว่ามันมีเมียแล้วจะรับผิดชอบขึ้นบ้าง แต่ท่าจะเหลว” เขมทัตพูดแล้วส่ายหน้าเหนื่อยหน่ายกับพฤติกรรมของลูกชายเสียจริง

คีรินทร์ให้ภรรยาเป็นสารถีขับรถหรูของตน ไข่มุกเคยขับแต่สองแถวรับจ้างแต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาผิดหวัง เธอซิ่งได้ใจมาก พอไปถึงคอนโดฯส่วนตัวที่ชายหนุ่มจงใจหลอกมาเชือดแต่ทำทีว่าอยากอวดห้อง หญิงสาวรู้แกวรีบบอกทันทีที่เขาจะพาเที่ยวสวรรค์ว่า ตนมีประจำเดือน ทำเอาเพลย์บอยหงุดหงิดหมดอารมณ์

“นี่ฉันอุตส่าห์เอาใจพามาบรรยากาศดีๆก็ไม่ชอบ อะไรก็ไม่เอา คนแต่งงานกันแล้วมีอะไรกันมันก็เรื่องธรรมดา ฉันไม่เคยเจอใครเรื่องมากอย่างเธอ เล่นตัวมากไปแล้ว ชักเซ็ง เข้าใจมั้ย”

“ก็ฉันยังไม่พร้อมนี่ ปุ๊บปั๊บให้มีอะไรกันได้ไง ถึงแต่งงานแล้วก็เถอะ”

“หาข้ออ้างสารพัด ฉันว่าเธอมีคนอื่นมากกว่า”

“ฉันจะไปมีใคร วันๆตำแต่ส้ม...เอ๊ย...ทำแต่งาน เอาเวลาที่ไหนไปหาแฟน”

“เขาเป็นใคร บอกมาเถอะ เพื่อนสมัยเรียนหรือหนุ่มที่รู้จักกันตามผับ คบกันมานานแล้วล่ะสิ”

“ไปกันใหญ่แล้ว ฉันว่าไม่มีก็ไม่มีจริงๆ”

“เห็นเธอติ๋มๆแบบนี้ร้ายไม่ใช่เล่น ยอมรับว่าดูเธอไม่ออกจริงๆ”

คีรินทร์ทำหน้าเซ็งปนสงสัย...จำใจพาเธอกลับออกจากคอนโดฯด้วยความเสียดาย แต่สำหรับไข่มุกนั้นใจชื้นขึ้นเป็นกอง พูดจาเอาใจจะพาเขาไปกินส้มตำ

“ไม่ต้องเปลี่ยนเรื่องเลยลูกไก่ ผมคิดมานานแล้ว คุณดูมีพิรุธยังไงไม่รู้ ต้องมีใครสักคนแน่ เป็นเมียเขามานานหรือยังล่ะ คบกันตั้งแต่อยู่อเมริกาสินะ นึกว่า จะแฟร์ๆเล่าให้ฟัง แต่คุณก็มีความลับ แล้วต่อไปเราจะอยู่ด้วยกันได้ยังไง แค่เริ่มต้นก็ไม่เปิดใจกันแล้ว ว่ามาเถอะ”

“คุณจะคิดไปคนเดียวก็ตามใจ แต่ฉันไม่มีใครแน่”

คีรินทร์โมโห คิดแต่ในมุมของตนว่าเธอโกหกเลยจอดรถกะทันหันแล้วไล่เธอลงกลางทาง ไข่มุกหน้าเสีย เดินน้ำตาคลอเจ็บใจที่ตัวเองต้องมาเจอคนเอาแต่ใจแบบนี้ ทันใดมีมอเตอร์ไซค์โฉบมาจอดข้างเธอ สองหนุ่มเข้ามาเจ๊าะแจ๊ะหมายลวนลามแต่ไม่สำเร็จแถมยังเจอวิทยายุทธ์แบบหนังจีนเข้าไปจนมึนหัวหูอื้อตาลายวิ่งตามเธอไม่ไหว

หลังจากได้ยินชลลดาหมายหัวจนเสียววาบไปทั้งตัว พิพัฒน์หายไปตั้งหลักคืนหนึ่งก่อนกลับมาออดอ้อนแฟนสาวอยากรู้ว่าเธอคิดจะฆ่าตนจริงหรือ ภัททิมาตกใจแต่ยิ้มขำทำกลบเกลื่อนว่าแม่ของตนคงอารมณ์ค้างเลยพูดเอามันไปอย่างนั้นเอง คนทั้งคนจะฆ่าได้ยังไง

เมื่อชลลดารู้เรื่องก็ไม่พอใจลูกสาว หาว่าใจอ่อนแบบนี้ทุกทีพิพัฒน์ถึงเกาะได้เกาะดี ภัททิมาไม่ใส่ใจแต่อยากรู้ว่าแม่เก็บของจะไปไหน ชลลดาตอบอย่างไม่กระดากปากว่าจะไปบ่อนแถวชายแดนสักสองวัน มีเงินแล้วต้องหาวิธีให้มันงอกเงย ลูกสาวได้ฟังก็หูผึ่ง แบมือหราขอส่วนแบ่งเงินสินสอดที่แม่ให้ไข่มุกเอาชื่อของตนไปหากิน ชลลดารับปากอย่างเสียไม่ได้ จะโอนให้ห้าหมื่น แต่ไม่วายประชดลูกว่าถ้าเป็นเมียคีรินทร์คงไม่ต้องมาขอแม่แบบนี้ มีหวังผัวให้ใช้เดือนละสามสี่แสน

คำพูดนี้เองทำให้ภัททิมาซึ่งหมดรักพิพัฒน์แล้วอยากได้คีรินทร์ตัวเนื้อสั่น ตรงข้ามกับไข่มุกที่ไม่เคยพิศวาสชายเจ้าชู้ประตูดินอย่างเขาเลย แต่เพราะตกกระไดพลอยโจนไปแล้วจึงเลือกไม่ได้ ต้องทำตัวเป็นสะใภ้แสนดีพาแม่สามีไปเรียนเต้นรำอยู่เป็นประจำ

วันนี้ก็เช่นกัน ไข่มุกพามณีไปเรียนเต้นรำโดยไม่รู้ว่ามีคนร้ายคอยจับตาหาจังหวะจัดการเธอตามใบสั่งของใครบางคน แต่เพราะความฉลาดไหวพริบดีของไข่มุกทำให้เธอเอาตัวรอดมาโดยที่มณีก็ร่วมด้วยช่วยกันทั้งๆที่ไม่รู้ตัวว่ามีคนปองร้าย

เสร็จจากการเรียนเต้น แม่ผัวกับลูกสะใภ้แวะกินก๋วยเตี๋ยวก่อนกลับเข้าบ้าน เจอนุชนารถกำลังจะเอารถออกไปล้าง มณีรีบโบกมือให้จอดแล้วมอบหน้าที่ล้างรถให้ลูกสะใภ้หน้าตาเฉย ย้ำว่ายุคนี้ต้องประหยัด กินก๋วยเตี๋ยวมาพุงกางแล้วต้องย่อยอาหารเสียบ้าง

ขณะที่ไข่มุกในชุดกางเกงขาสั้นเผยให้เห็นต้นขาขาวเนียนเซ็กซี่กับเสื้อยืดสีอ่อนสดใสกำลังล้างรถอยู่นั้นคีรินทร์กลับมาเจอจ้องมองเธอตาถลน นึกสนุกถอดเสื้อตัวเองออกแล้วเข้าไปนัวเนียช่วยเธอ แต่ความจริงหวังอย่างอื่นมากกว่า กะว่าพอเธอเคลิ้มจากการลูบไล้แล้วจะได้ไปต่อกันในห้อง แต่ผิดคาด สาวเจ้าไม่เล่นด้วยแถมยังฉีดน้ำใส่เขาซะเปียกปอนไปด้วยกัน

คีรินทร์ถึงกับหมดสนุก เดินดุ่มหน้ายุ่งเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า นุชนารถที่เฝ้ามองแต่แรกรีบก้าวตามเข้าห้อง ตัดพ้อต่อว่าด้วยความหึงหวง

“สนุกจังนะคะ เปียกกันหมดทั้งสองคน นุชนึกแล้วว่าต้องมีวันนี้ นอนกันทุกคืน อยู่กันทั้งวันซะขนาดนี้จะบอกว่าไม่ชอบอีกรึไง นุชไม่เชื่อแล้ว”

“ลูกไก่ไม่ได้สำคัญอะไรกับผมหรอก ก็แค่ผู้หญิงคนนึง”

“แน่ใจเหรอคะ เห็นเกรงใจ เอาใจกันจะแย่”

“กับคนนี้...เอาใจยิ่งกว่า” คีรินทร์ยิ้มกรุ้มกริ่มดึงนุชนารถมากอดและจูบแก้ม...แค่นี้อาการงอนของหล่อนก็เลือนหายเป็นปลิดทิ้ง จูบตอบเขาอย่างเร่าร้อนแล้วชวนไปต่อที่ห้องอื่นเดี๋ยวเมียเขามาเห็น คีรินทร์สวนทันทีว่าตนไม่ใช่คนกลัวเมีย ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น

จังหวะนี้เอง ไข่มุกเดินมาถึงหน้าห้องได้ยินเสียงผู้หญิงหัวเราะข้างในก็สงสัย เปิดประตูเข้าไปเห็นทั้งคู่กอดจูบกันบนเตียงก็ผงะ นุชนารถมองมาอย่างไม่สะทกสะท้าน ขณะที่คีรินทร์เองก็ทำไม่สนใจ ให้คู่ขาบอกเมียของตนไปว่าเรายังไม่ว่าง ไข่มุกรู้สึกโดนหยามอย่างแรง เอ่ยปากขอโทษที่มาขัดจังหวะแล้วผลุนผลันกลับออกมาทันที

นุชนารถยิ้มสะใจแล้วจะสานต่อกิจกรรมบนเตียงแต่คีรินทร์ซึ่งลึกๆรู้สึกผิดต่อเมียไม่เล่นด้วย อ้างว่าเหนื่อยอยากอาบน้ำ ให้เธอออกไปก่อน...แค่นี้สาวคู่ขาถึงฉุนกึก ประชดว่านี่หรือไม่กลัวเมีย พูดจบก็สะบัดหน้าออกมาอย่างขัดใจ แล้วไปพาลเอากับไข่มุก หาว่าไม่มีมารยาทเข้าห้องไม่เคาะประตู เลยเจอยอกย้อนเข้าให้อย่างเจ็บแสบว่าตัวเธอเองก็หัดมียางอายเสียบ้าง

นุชนารถทั้งโกรธทั้งอาย มองตามไข่มุกที่เดินกลับห้องด้วยสายตาอาฆาต ไข่มุกเข้ามาเงียบเชียบไม่พูดไม่จาทำเหมือนคีรินทร์ไม่มีตัวตน เขาจึงออกตัวว่าเธอเองไม่ยอมทำหน้าที่เมีย เขาก็ต้องหาคนอื่นไม่ใช่ความผิดของตน

ไข่มุกไม่สนใจ หยิบเสื้อผ้าเข้าห้องน้ำด้วยสีหน้าเรียบเฉย คีรินทร์เริ่มโมโห สั่งเสียงขุ่นให้เธอพูดอะไรบ้าง อยากด่าก็ได้ ไม่ต้องทำเงียบให้ตนรู้สึกผิดแบบนี้ แต่หญิงสาวก็ยังไม่ปริปาก ปิดประตูห้องน้ำแล้วต้องสะดุ้งโหยงเมื่อเขาขว้างตะกร้าผ้าใส่ประตูดังปัง ขัดใจที่เธอไม่โต้ตอบ

หลังจากนั้นไม่นาน ไข่มุกตัดสินใจออกจากบ้านเดินออกไปรอรถเมล์ เขมทัตนั่งรถยนต์ผ่านมาเห็น แปลกใจทำไมลูกสะใภ้ไฮโซถึงสมถะได้ขนาดนี้...ไข่มุกไปหาวันดี เจอนักเลงขนอุปกรณ์ทำมาหากินของแม่มากลางซอย เธอต่อปากต่อคำอยู่พักหนึ่งแต่ไม่เกิดผล ทั้งรถเข็น ครก สาก และหม้อไหมันเอาไปเกลี้ยง

เมื่อเข้ามาในบ้าน ปรากฏว่าวันดีกำลังหัวเสียเพราะถูกหวยกิน ส่วนเม่นก็เมาหัวราน้ำเหมือนเคย แถมยังรีดไถเงินวันดีจนมีปากเสียงกันลั่นบ้าน ไข่มุกทนเห็นพ่อทำร้ายแม่ไม่ไหวเข้าห้ามแต่ผลักพ่อแรงไปหน่อยเลยล้มหกคะเมน

“แกกล้าทำข้าเหรอ นังเนรคุณ เลี้ยงมาแต่ตีนเท่าฝาหอย ไม่งั้นป่านนี้เอ็งตายไปนานแล้ว อีลูกโดนแม่ทิ้ง ไม่มีใครเขาเอา” เม่นด่ากราด วันดีตกใจหยิบจานสังกะสีเขวี้ยงใส่ทีละใบสองใบดังลั่นไปหมด

“ปากเสียอีกแล้ว เอ็งจะไปไหนก็ไปเลยไป ก่อนข้าจะทนไม่ไหว ไอ้เม่นสารเลว”

เจอของจริงเม่นก็เผ่นเหมือนกัน ไข่มุกข้องใจถามแม่ว่าเมื่อกี้พ่อพูดอะไร ตนเป็นลูกแม่จะโดนทิ้งได้ยังไง แม่เคยทิ้งตนด้วยหรือ วันดีหน้าเจื่อนพูดอ้อมแอ้มว่าเปล่า ไปฟังอะไรกับคนอย่างมัน เมาแอ๋ขนาดนั้นพูดจารู้เรื่องที่ไหน ไข่มุกไม่ติดใจ เปลี่ยนเรื่องอยากรู้ว่าแม่เป็นหนี้เท่าไหร่ วันดีบอกว่ากู้มาห้าพันแต่ตอนนี้กลายเป็นสามหมื่น แม่จนตรอก ไม่มีเครื่องมือทำมาหากินแล้ว ลูกพอมีเงินก็เอามาให้แม่บ้าง

ไข่มุกจนใจเพราะตัวเองไม่มีงานทำจะมีเงินได้ยังไง วันดีจึงแนะให้ไปอ้อนขอจากผัวเศรษฐี ไข่มุกฟังเฉย นึกน้อยใจแม่ที่คิดแต่จะขอเงินจากตัวเอง แต่เพราะแม่กำลังทุกข์ยาก เธอจึงโทร.หากัสจังกะเทยที่เป็นธุรกิจกองถ่ายเพื่อของานทำ ปรากฏว่าทีมงานกำลังต้องการสตั๊นต์เกิร์ลเล่นแทนนางเอกคิวบู๊ในคณะเชิดสิงโตต้องใส่หัวแป๊ะยิ้ม ไข่มุกรับงานนี้ทันทีแต่โชคไม่ดีดันไปเจอกีกี้แล้วมีปัญหากันรุนแรงถึงขั้นกีกี้สั่งให้เธอกราบเท้าทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายผิด คีรินทร์ที่มาหากีกี้ก็รู้้เห็นว่าเธอผิดจึงคัดค้านไม่เห็นด้วย แต่เขาจำไข่มุกที่ใส่หัวแป๊ะยิ้มไม่ได้ จำได้แต่ลีลาบู๊ที่รู้สึกชื่นชอบจนติดตา...ในที่สุด ไข่มุกจำใจกราบเท้ากีกี้เพื่อตัดปัญหา ไม่งั้นงานเดินต่อไม่ได้เพราะหล่อนแข็งขืนเหลือเกิน ไม่ฟังแม้แต่คำขอร้องของคีรินทร์ที่แอบสงสารสตั๊นต์เกิร์ลฝีมือเยี่ยม

ooooooo

มายาสีมุก ตอนที่ 3

อ่านเรื่องย่อ
นิยายไทยรัฐ
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement