วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

มัสยา ตอนที่ 9


10 ก.ย. 2560 08:07
1,071,674 ครั้ง

มัสยา ตอนที่ 9

อ่านเรื่องย่อ

มัสยา

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

พนมเทียน

บทโทรทัศน์โดย:

ปณธี

กำกับการแสดงโดย:

วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

มิกค์ ทองระย้า,มุกดา นรินทร์รักษ์

นพพรไม่ได้พาไปกินที่ร้านไหน แต่ซื้อขนมไปนั่งกินกันที่สวนสาธารณะ ขณะนั่งกินขนมด้วยกันนพพรหวานใส่มัสยาตลอดจนลักษณ์ทนไม่ได้ แกล้งชวนเธอไปซื้อน้ำ นพพรอาสาจะไปซื้อให้เอง

“ไม่ต้อง นั่งลงเถอะฉันจะไปกับมัส” พูดจบลักษณ์ลากแขนมัสยาออกไป...

เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง ลักษณ์ขอร้องมัสยาอย่าทำตัวสนิทสนมกับนพพรมากเกินไป เขาไม่อยากให้ผู้ชายคนไหนมายุ่งกับเธอนอกจากเขา เธอก็รู้ว่าเขาคิดอย่างไรกับเธอ เขาไม่ต้องการให้เธออยู่ใกล้นพพร ไม่ชอบให้ยิ้มด้วยกัน ไม่ชอบให้คุยกัน มัสยาขอร้องให้เขามีเหตุผลหน่อย จะให้เธอทำอย่างนั้นได้อย่างไร

“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้”

“แล้วพี่ลักษณ์จะให้มัสบอกเหตุผลกับนพไปว่าอะไร”

ลักษณ์แนะให้บอกไปตรงๆว่ามัสยาเกรงใจเขาซึ่งชอบพอเธออยู่ เธอถึงกับร้องเอะอะขืนพูดไปแบบนั้นแล้วรู้ถึงหูคุณย่าได้เป็นเรื่องแน่ เธอไม่อยากให้เขาต้องมาเดือดร้อนเพราะเธอ เขาพร้อมจะเจอกับทุกอย่างต่อให้ร้ายแรงมากแค่ไหนก็ไม่กลัว ขอแค่ให้เขาได้รักเธอเป็นพอ มัสยาหวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก ต้องขอให้เขาหยุดพูดแบบนี้ เขาก็รู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้ แล้วขยับจะไป เขากระชากแขนเธอไว้

“แล้วถ้าพี่บอกว่าพี่ทำให้มันเป็นไปได้ มัสจะรับรัก พี่หรือเปล่า...ว่าไง ตอบพี่มามัสยา”

หญิงสาวพูดไม่ออกได้แต่ยืนนิ่ง นพพรเห็นหายไปนานเดินมาตาม เจอลักษณ์บีบแขนมัสยาแน่นก็แปลกใจถามว่าทะเลาะกันอีกหรือ ลักษณ์จำต้องปล่อยมือ นพพรเห็นท่าไม่ดีชวนเธอกลับบ้านด้วยกันแล้วฉวยมือเธอขึ้นมาจับ ลักษณ์ไม่ชอบใจเอามากๆดึงเธอออกห่าง

“ไม่ต้อง เดี๋ยวมัสกับนิดจะกลับกับพี่ ขอบใจนพมากที่เลี้ยงขนมน้องๆ มัสไปตามนิดมาได้แล้วเราจะกลับบ้าน” สายตากร้าวของลักษณ์ทำให้มัสยาไม่กล้าหือ เดินไปตามเริงใจตามที่เขาสั่ง...

ครั้นกลับถึงบ้าน ลักษณ์ไล่เริงใจเข้าบ้าน อ้างมีเรื่องต้องคุยกับมัสยาเป็นการส่วนตัว เริงใจเห็นเขาหงุดหงิดก็ไม่พูดอะไรเดินลิ่วเข้าตัวตึก เขารอจนน้องสาว ไปพ้นแล้วหันมาต่อว่ามัสยาที่ปล่อยให้นพพรจับมือถือแขนทั้งที่คุยกันแล้วว่าห้ามใครมาจับ เธอไม่อยากคุยด้วย หันหลังเดินหนี เขาเข้าไปกอดเธอจากด้านหลัง มัสยา ตกใจ เตือนว่าทำแบบนี้ใครมาเห็นเข้าเป็นเรื่องแน่ๆ เขาไม่กลัวอะไรอีกแล้วใครจะเห็นก็เห็นไป

“สิ่งเดียวที่พี่กลัวคือพี่ไม่อยากเสียมัสไปให้คนอื่น ตอนแรกพี่คิดว่าพี่คงทำใจได้ ถ้าหากพี่ต้องปล่อยมัสไป แต่เอาเข้าจริงพี่ทำไม่ได้ ใจพี่มันจะขาดอยู่แล้วนะมัส...มัสไม่เคยรู้สึกอะไรกับพี่บ้างเลยเหรอ”

มัสยาต้องทำใจแข็งทั้งที่เจ็บปวดใจแทบขาด แกะมือลักษณ์ออกแล้วหันมาตบหน้าเขาเต็มแรง เตือนให้เขามีสติได้แล้ว เธอเป็นน้องสาวของเขาโปรดจำไว้ด้วย แล้ววิ่งหนีไปทั้งน้ำตา ลักษณ์ได้แต่ยืนอึ้ง พอหันกลับมาอีกทีต้องตกใจที่เห็นแม่ยืนมองอยู่ แม่พร้อมตำหนิเขาอย่างแรงที่เคยเตือนเรื่องนี้แล้ว ทำไมเขาถึงยังหักห้ามใจตัวเองไม่ได้ เขาขอโทษเขาพยายามแล้วแต่ทำไม่ได้จริงๆ แม่พร้อมสงสารลูกมากดึงตัวมากอดไว้

ooooooo

เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะเกิดขึ้น ลักษณ์ตัดสินใจเสนอตัวลงไปช่วยราชการทางภาคใต้ ผู้บังคับบัญชาทักท้วงที่นั่นอันตรายมาก ที่สำคัญคุณย่าของเขาจะอนุญาตหรือ

“เรื่องคุณย่า ท่านไม่ต้องเป็นห่วงครับ ผมคิดว่า ผมคุยกับคุณย่าได้ถ้าท่านอนุญาตให้ผมไป”...

ขณะที่ลักษณ์ตัดสินใจแน่วแน่จะไปจากบ้านรัตนมหาศาล ประจวบพาเพื่อนผู้หญิงไปหานพมาศที่ร้านเสื้อเพื่อให้ช่วยออกแบบตัดชุดให้ นพมาศเข้าใจผิดคิดว่าผู้หญิงที่มากับเขาเป็นคนรู้ใจก็เลยงอน เขาชวนไปกินข้าวกลางวันด้วยก็อ้างว่าไม่หิว แถมไล่เขาออกจากร้านปิดประตูใส่หน้า หุ้นส่วนของเธอเดินมาทักเมื่อครู่นี้เห็นประจวบเพิ่งกลับออกไป หมู่นี้เขาแวะมาที่นี่บ่อยหรือว่าเขาจะมาจีบเธอ

“จีบอะไรล่ะ เขาเพิ่งพาผู้หญิงมาตัดเสื้อที่ร้าน ปากก็บอกว่าโสดแต่การกระทำมันสวนทาง”

หุ้นส่วนดักคอหึงหรือ นพมาศปฏิเสธเป็นพัลวันว่าเปล่า หุ้นส่วนหัวเราะชอบใจถ้าไม่ได้หึงแล้วทำไมต้องโมโหในเมื่อเขาพาลูกค้ามาให้เรา นพมาศถึงกับพูดไม่ออก...

ในเวลาต่อมา ระหว่างนพมาศเดินออกไปหาอะไรกิน ประจวบโผล่พรวดออกมาจากข้างทาง ชวนเธอไปกินอะไรด้วยกัน เขาหิ้วท้องรอเธออยู่ เธอปฏิเสธลั่นว่าไม่ไปไหนกับเขาทั้งนั้น ทำไมถึงพูดไม่รู้เรื่องแล้วเดินหนี เขาตามมาคว้ามือไว้ ขอร้องให้ไปกินมื้อกลางวันด้วยกันเขาหิวจะแย่แล้ว

“ปล่อยมือฉันเดี๋ยวนี้ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน”

“ถ้าผมอยากให้เป็นล่ะ จะได้หรือเปล่า”

“ฉันไม่คุยกับคุณแล้ว และวันหลังก็ไม่ต้องมาหาฉันอีก” นพมาศเขินจัด หันหลังจะเดินหนีเกือบชนต้นไม้ ประจวบอมยิ้มชอบใจที่เห็นเธอเขินหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก...

ทางด้านศจีต้องการจะจับท่านชายสดายุให้กับพิณทิพย์ แต่ลูกไม่มีคุณสมบัติอะไรสักอย่าง ไม่รู้จะให้เข้าหาท่านทางไหน แล้วนึกขึ้นได้ว่าหม่อมช้อยมีฝีมือในการทำอาหารทั้งคาวและหวานก็เลยลงทุนไปขอร้องให้ช่วยทำขนมใส่ไส้กับขนมกล้วยจะได้เอาไปให้ท่านชายกิน หวังให้ลูกได้ความดีความชอบ

ท่านชายลองชิมขนมแล้วรู้สึกคุ้นในรสชาติแต่นึกไม่ออกว่าเคยกินที่ไหน ครั้นสองแม่ลูกกลับไปแล้ว ท่านลองให้ชลทิชาชิมดู เธอตักขนมเข้าปากก็ชะงักทันทีนี่ไม่ใช่ฝีมือพิณทิพย์แต่เป็นฝีมือหม่อมช้อย

“จริงด้วย มิน่าว่ารสชาติคุ้นๆ” ท่านชายเออออไปด้วย ชลทิชาแปลกใจทำไมสองแม่ลูกถึงต้องโกหกด้วย คิดไปคิดมาก็ถึงบางอ้อ ที่แท้ศจีมีแผนจะจับคู่ท่านชายกับพิณทิพย์นี่เอง...

เมื่อกลับถึงบ้านศจีชมพิณทิพย์ไม่หยุดปากว่าทำดีมาก เธอขอให้แม่สบายใจได้ เธอจะต้องได้แต่งงานกับท่านสดายุอย่างที่แม่ต้องการแน่นอน ถ้าเมื่อไหร่ที่ท่านเป็นลูกเขยของแม่ ไม่ว่าจะเป็นคุณยายหรือใครหน้าไหนก็ต้องเกรงใจเรา

“จริงค่ะลูก แม่ดีใจนะที่พิณคิดได้ เออจริงสิ แม่ว่าเรื่องนี้เราต้องหาคนช่วย เพื่อความฝันของเราจะได้เป็นจริงโดยเร็ว” ศจียิ้มเจ้าเล่ห์ ขณะที่พิณทิพย์มองแม่ด้วยความสงสัยว่าตัวช่วยของแม่คือใคร

ooooooo

คนที่ศจีแนะให้พิณทิพย์ไปขอความช่วยเหลือ เรื่องท่านชายสดายุก็คือชลทิชานั่นเอง แต่กลับต้องผิดหวัง นอกจากจะไม่ช่วยแล้ว ชลทิชายังเตือนด้วยว่าท่านอาของตนไม่ใช่คนที่ใครจะจูงจมูกหรือบังคับได้ง่ายๆ ยิ่งเป็นเรื่องของหัวใจยิ่งยากเข้าไปใหญ่ พิณทิพย์ตัดพ้อไม่คิดสักนิดก่อนปฏิเสธหรือ

“เพราะชลรู้ว่าชลช่วยไม่ได้ ชลถึงไม่อยากรับปากพิณไปชุ่ยๆ แต่ชลแนะนำได้นะว่าถ้าพิณอยากเอาชนะใจท่านอา พิณต้องจริงใจมากกว่านี้ ถ้าแค่เรื่องขนมยังโกหกชลว่าพิณไม่มีวันได้ใจท่านอาหรอก ชลไปก่อน” ชลทิชาพูดจบผละจากไป พิณทิพย์มองตามไม่พอใจหมายหัวไว้หากได้เป็นอาสะใภ้เมื่อไหร่จะยุท่านชายไม่ให้ยกสมบัติให้แม้แต่แดงเดียว...

ลักษณ์กลับถึงบ้านในตอนเย็น เห็นมัสยานั่งทำการบ้านอยู่กับเริงใจที่ศาลาในสวน อยากจะเข้าไปหาแต่พอนึกถึงคำพูดของแม่ที่บอกให้เขาตัดใจจากเธอ

เขาเปลี่ยนใจเดินเลี่ยงออกไป เริงใจเห็นหลังพี่ชายไวๆแปลกใจทำไมวันนี้ถึงเดินเลยไม่เข้ามาทักทั้งที่เห็นพวกเรานั่งอยู่...

ด้วยความที่ไม่ต้องการให้คนที่บ้านเป็นห่วง ลักษณ์จึงบอกทั้งแม่และคุณย่าแค่ว่าจะไปราชการทางใต้เท่านั้นไม่ได้บอกว่าจะตามล่าตัวเสือมิ่งเสือร้ายปล้นฆ่าคนที่ใครต่อใครพากันหวาดกลัว...

ฝ่ายมัสยาเดินเข้าไปในเรือนครัวเห็นหม่อมช้อยกับแม่นมผันกำลังเตรียมข้าวสารอาหารแห้งกันอย่างขะมักเขม้นอดถามไม่ได้ว่าทำอะไรกัน ใครจะมาบ้านเราหรือ ได้ความว่าทั้งหมดที่ทำคุณท่านสั่งให้เตรียมไว้ให้คุณลักษณ์สำหรับเดินทางวันพรุ่งนี้ เพื่อไปราชการทางภาคใต้ มัสยาทั้งโกรธทั้งน้อยใจ ตรงไปที่ห้องของลักษณ์เห็นกำลังเก็บเสื้อผ้าต่อว่าฉอดๆจะจากไปทั้งทีไม่คิดจะบอกกันสักคำเลยหรือ

“การที่พี่จะอยู่หรือจะไป มันก็ไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับมัสอยู่แล้วไม่ใช่หรือ ในเมื่อมันเป็นแบบนั้น แล้วทำไมพี่ต้องบอกให้มัสรู้ด้วย มัสคงจะดีใจที่พี่ไปจากที่นี่ได้ เราจะได้ไม่เจอกันอีก”

“ใช่ค่ะ มัสดีใจจนแทบจะจุดพลุฉลอง พี่ลักษณ์ไม่ต้องกลับมาที่นี่อีกเลยก็ยิ่งดี” มัสยาพูดประชด ทั้งที่ในใจปวดร้าวที่รู้ว่าเขาจะไปจากตัวเองกลัวจะกลั้นน้ำตาไม่ไหวรีบเดินหนี

ooooooo

ฟ้ายังไม่ทันสว่าง ลักษณ์ต้องออกเดินทางแล้ว มีเพียงแม่พร้อมเท่านั้นที่ออกมาส่ง ทั้งท่านผู้หญิงและเริงใจไม่ได้ออกมาด้วยกลัวจะร้องไห้ ลักษณ์แอบมองขึ้นไปที่หน้าต่างห้องนอนมัสยาก่อนจะเดินไปขึ้นรถ แม่พร้อมหันหลังจะเข้าบ้านเหลือบไปเห็นมัสยา มองตามลักษณ์ที่ขับรถจากไป พอเห็นท่านเท่านั้นรีบหลบ

แม่พร้อมเดาได้ทันทีว่ามัสยาเองก็รู้สึกกับลักษณ์ไม่ต่างกับที่เขารู้สึกกับเธอ...

การเดินทางไปภาคใต้แบบปัจจุบันทันด่วน ทำให้ลักษณ์ไม่มีเวลาแม้แต่จะไปลาท่านชายสดายุต้องใช้วิธีโทร.ไปบอก ท่านได้แต่อวยพรให้เขาโชคดี แล้วอย่าลืมติดต่อมาหากันบ้างอย่าหายไปเลย ท่านชายวางสายพลางถอนใจหนักใจแทนเขา เป็นเพราะรักทำพิษแท้ๆ ลักษณ์ถึงต้องหนีไปไกลขนาดนี้ จังหวะนั้นจอนเข้ามาเรียนว่าพิณทิพย์มาขอพบ รออยู่ในสวน

“มาขอพบท่านชายติดกันสองวันแบบนี้ไม่รู้ว่าต้องการอะไร” จอนสีหน้าสงสัย ท่านชายสดายุนึกถึงคำพูดของชลทิชาที่ว่าศจีน่าจะมีแผนจับคู่ท่านให้พิณทิพย์ขึ้นมาทันที...

เมื่อมาถึงศาลากลางสวน พิณทิพย์เอาปิ่นโตใส่โจ๊กมาให้ คุยอวดว่าเพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ ท่านชายรู้ทันแกล้งบอกว่าไม่ชอบกินโจ๊ก ชอบกินข้าวต้มหมูมากกว่า

“เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน คุณพิณชอบทำอาหารแบบนี้ก็มาช่วยทำข้าวต้มหมูให้ผมกินตอนนี้เลย เดี๋ยวผมจะให้นายจอนพาคุณไปที่ครัว...จอนๆ พาคุณพิณไปที่ครัว คุณพิณจะทำอาหารให้ฉันกิน”

พิณทิพย์ทำเป็นนึกอะไรขึ้นมาได้ รีบขอโทษท่านชายเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีธุระต้องไปทำให้คุณแม่ ถ้าต้องเข้าครัวทำข้าวต้มให้ท่านชายกินเกรงจะไปทำธุระให้คุณแม่ไม่ทัน ต้องขอผัดไปก่อนไว้วันหลังจะมาโชว์ฝีมือแล้วจ้ำพรวดๆออกไป ท่านชายสดายุมองตาม อย่างรู้ทัน...

ในเวลาต่อมา ศจีรู้เรื่องที่เกิดขึ้นเล่นงานพิณทิพย์ยกใหญ่ ไปพูดแบบนั้นท่านชายสดายุต้องรู้ว่าเธอโกหก เธอรีบออกตัว ถ้าเธอต้องไปทำข้าวต้มให้ท่านชายกิน ท่านก็ต้องรู้อยู่ดีว่าเธอโกหกเหมือนกัน ศจีฟาดแขนลูกสาวดังเพียะฐานทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ ระหว่างนั้นพงศ์เทพลงมาจากข้างบน ศจีรีบเดินเข้าไปทักว่าจะไปทำงานแล้วหรือ เขาไม่ตอบปรายตามองแวบหนึ่งแล้วเดินลิ่วออกมา ศจีตามมาตัดพ้อ

“จะไม่พูดกับแม่ไปจนถึงเมื่อไหร่”

“คุณแม่ก็ทราบว่าเพราะอะไร ผมถึงทำแบบนี้” พูดจบพงศ์เทพจ้ำพรวดๆออกไป ศจีมองตามไม่พอใจ...

เพ็ญโฉมแวะไปหาลักษณ์ที่ทำงาน แต่กลับพบว่าเขาไม่อยู่ไปราชการด่วนที่ภาคใต้ ถามว่าจังหวัดไหนก็ไม่มีใครยอมบอก เธอไม่รู้จะทำอย่างไรก็เลยแวะมาหา พงศ์เทพที่โรงพักเผื่อจะรู้อะไรบ้าง เขาส่ายหน้าดิกเพิ่งรู้จากเพ็ญโฉมนี่เองว่าลักษณ์ไม่อยู่ เธอไม่เชื่อว่าเขาไม่รู้ อยู่บ้านเดียวกันแท้ๆอย่ามาโกหกกันดีกว่า

“ผมไม่ได้โกหก ผมไม่รู้จริงๆ...นี่คุณมาหาผมเพราะเรื่องนี้น่ะเหรอ”

“ใช่ค่ะ คุณก็น่าจะรู้ว่าถ้าไม่มีเหตุผลจำเป็น ฉันคงไม่มีวันมาหาคุณ”

ooooooo

มัสยาอาการหนัก ลักษณ์ไปยังไม่ทันจะครบวันมองไปทางไหนในบ้านรัตนมหาศาลก็เห็นแต่ใบหน้าเขาจนต้องหลับตาเพื่อไม่ให้เห็น นพพรเข้ามาจับแขน เธอสะดุ้งลืมตาขึ้นมองก็เห็นเป็นใบหน้าของลักษณ์ จนต้องกะพริบตาอยู่หลายครั้งถึงได้เห็นว่าเป็นนพพรนั่นเอง

เขาเอามือแตะหน้าผากเช็กดูว่ามีไข้หรือเปล่า พบว่าตัวเธอไม่ร้อนก็เบาใจหายห่วง มัสยารีบออกตัวว่าไม่ได้เป็นอะไรให้เขาเลิกห่วงได้แล้ว เขาเลิกห่วงไม่ได้แล้วเล่าให้ฟังว่าเมื่อคืนลักษณ์มาหาที่บ้าน ฝากให้เขาช่วยดูแลเธอ ให้ไปรับไปส่งที่โรงเรียนอย่าให้ไปไหนกับใครที่ไม่รู้จัก

“ให้คอยเป็นกำลังใจเวลาที่มัสท้อแท้และขอให้นพช่วยทำให้มัสมีความสุข แต่ถึงพี่ลักษณ์ไม่พูดเรื่องพวกนี้ นพก็ต้องทำอยู่แล้ว มัสก็รู้ว่านพรู้สึกอะไรกับมัส นพ รักมัสแล้วก็จะรักแต่มัสคนเดียวไม่มีวันเปลี่ยนใจ”

“อย่ามารักมัสเลย หัวใจของมัสไม่ได้มีที่ว่างให้นพ มัสอยากให้นพยกเลิกการหมั้นหมายของเรา”

นพพรตัดพ้อทำไมมัสยาถึงได้ตัดโอกาสเขาแบบนี้ เขายังไม่ทันได้ทำอะไรสักหน่อย มัสยารู้ดีต่อให้เขาทำเพื่อเธอมากมายแค่ไหนเธอก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจ เธอขอโทษที่ต้องพูดกับเขาตรงๆ แต่เธอไม่มีทางเลือก ต้องบอกให้เขารู้ก่อนที่ความรู้สึกของเขาจะถลำลึกไปมากกว่านี้ แล้วเดินลิ่วออกไปเลย

พัณทิพาเดินออกมาจากหลังต้นไม้ได้ยินทุกอย่าง มองนพพรอย่างเห็นใจ และขอเป็นกำลังใจให้ ยุส่งถ้าเขารักมัสยาจริงก็ควรจะสู้เพื่อให้ได้อยู่กับเธอ

“ขอบใจพัณมากนะ พี่รู้สึกมีกำลังใจขึ้นเยอะเลย พี่จะสู้” พูดจบนพพรตามมัสยาจนทัน ขอโทษที่ทำให้เธออึดอัด ต่อไปจะไม่พูดเรื่องนี้อีกและจะไม่เร่งรัดเธอด้วย แต่เขาจะทำให้เธอเปิดใจรับเขาเข้าไปให้ได้ แล้วขอให้เริงใจเป็นพยานว่าเขาจะสู้เพื่อให้ได้อยู่กับมัสยา เพราะเธอคือคนที่เขารัก แล้วตะโกนลั่น

“นพรักมัสยา”

มัสยาอายมากขอร้องเขาอย่าตะโกนอีกเลย นพพรยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุวิ่งตะโกนไปทั่วว่ารักมัสยาซ้ำๆอยู่อย่างนั้น มัสยาต้องไล่ตีเขาไปรอบสวนเพื่อให้หยุดพูด เริงใจเห็นแล้วก็อดขำไม่ได้...

ทันทีที่เดินทางถึงค่ายทหารทางภาคใต้ ลักษณ์โทร.แจ้งข่าวบอกกล่าวให้คนที่บ้านรู้ ทั้งเริงใจ แม่พร้อมและท่านผู้หญิงเวียนกันคุยโทรศัพท์กับเขาราวกับไม่ได้เจอกันมาสามปีทั้งที่เขาเพิ่งไปเมื่อรุ่งสางนี่เอง มีแต่มัสยา เท่านั้นที่พูดโทรศัพท์กับเขาแค่ “ค่ะ” คำเดียวก็ส่งสาย คืนให้ท่านผู้หญิงพูดต่อแล้วเดินหนีไปหน้าตาเฉย

ท่านผู้หญิงอดบ่นกับแม่พร้อมไม่ได้ว่าสองคนนี่มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า ปกติมัสยาจะหาเรื่องคุยกับลักษณ์ไม่หยุดปากนี่พูดคำเดียวก็เดินหนี แม่พร้อมยังไม่ทันจะว่าอะไรเพ็ญโฉมโผล่เข้ามาเสียก่อน จะมาถามว่าลักษณ์ไปราชการด่วนที่ไหน ไม่มีใครยอมบอกสักคน ทำให้เธอไม่พอใจกลับออกไปอย่างหัวเสีย...

มัสยาชักอยากจะรู้เหมือนกันว่าลักษณ์ไปไหนเพราะลองถามแม่พร้อมก็ไม่ได้เรื่องอะไร ตัดสินใจเปิดสมุดจดเบอร์โทรศัพท์หาเบอร์เพื่อนของลักษณ์ เจอเบอร์โทร.ของเสถียร มองซ้ายมองขวาเห็นปลอดคนก็เลยโทร.ไปถามข่าวจากเขา พอรู้ความจริงถึงกับวิ่งหน้าตื่นไปเคาะประตูบอกแม่พร้อมว่ารู้แล้วว่าลักษณ์ไปไหน

“มัสโทร.ไปที่ทำงานของพี่ลักษณ์ค่ะ มัสก็เลยรู้ว่าการปฏิบัติภารกิจของพี่ลักษณ์ในคราวนี้มันอันตรายมาก มัสไม่เข้าใจว่าทำไมพี่ลักษณ์ต้องไป คุณป้าช่วยบอกมัสทีได้ไหมคะว่าเป็นเพราะอะไร”

“ป้ารู้ว่าลักษณ์รู้สึกยังไงกับเรา ป้าได้ยินที่ลักษณ์พูดทุกอย่าง และลักษณ์ก็ยอมรับกับป้า”

“คุณป้าอย่าบอกนะคะว่าที่พี่ลักษณ์ไปเป็นเพราะมัส”

“ลักษณ์ต้องการเวลาและต้องการลืม ป้าว่ามัสเอง ก็น่าจะต้องการสิ่งนั้นเหมือนกัน ป้ารู้ว่ามัสคิดอะไรกับลักษณ์และป้าก็ขอบใจที่มัสพยายามที่จะไม่ให้มีเรื่องนี้ เกิดขึ้น ถ้าหากเราสองคนปล่อยให้ความรู้สึกมันลึกลงไปมากกว่านี้คงยากที่จะถอนมันขึ้นมา และจุดจบของมันคงไม่พ้นความเจ็บปวด”
มัสยาได้แต่มองแม่พร้อมพูดอะไรไม่ออก...

เมื่ออยู่เพียงลำพังในห้องนอน มัสยาอดโทษตัวเองไม่ได้ที่เป็นต้นเหตุทำให้ลักษณ์ต้องไปเสี่ยงอันตรายแบบนี้ ลุกขึ้นเก็บข้าวของจำเป็นใส่กระเป๋า ตั้งใจจะไปหาเขาที่ทางใต้

ooooooo

มัสยาหนีออกจากบ้านรัตนมหาศาลตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ ทิ้งเพียงจดหมายกราบขอโทษท่านผู้หญิงไว้ให้ดูต่างหน้าโดยไม่ได้บอกว่าหนีไปไหน แต่แม่พร้อม พอจะเดาได้ว่าเธอหนีไปหาลักษณ์ พงศ์เทพรู้เรื่องก็อาสาจะไปตามเธอให้เอง ท่านผู้หญิงดีใจมากที่เขาเป็นธุระให้ เข้ามาจับมือไว้

“เราเป็นความหวังเดียวของยาย พาน้องกลับมาให้ได้นะลูก ถ้าลูกอยากได้อะไรยายจะให้หมดทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นแก้วแหวนเงินทองหรือของอะไรก็ได้”

“ผมไม่เคยอยากได้ของจากคุณยายหรอกครับเพราะสิ่งเดียวที่ผมอยากได้คือขอให้คุณยายเห็นผมอยู่ในสายตาบ้างเท่านี้ผมก็พอใจแล้ว” พูดจบพงศ์เทพเดินหน้าเศร้าออกไป ท่านผู้หญิงถึงกับอึ้ง...

แม่พร้อมโทร.แจ้งเรื่องนี้ให้ลักษณ์รู้ เขารับปากหากมัสยามาถึงจะรีบส่งตัวกลับทันที เหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง มีชาวบ้านไปพบรังของเสือมิ่งอยู่ไม่ห่างจากค่ายทหารที่ลักษณ์อยู่ เขาได้รับคำสั่งด่วนให้นำกำลังออกไล่ล่าเสือมิ่งกับพวก เมื่อมัสยามาถึงจึงคลาดกับเขาไปอย่างน่าเสียดาย...

ณ รังโจรกลางป่า เสือมิ่งกับพวกกำลังดื่มกินกันอย่างสนุกสนานตอนที่กองกำลังทหารโดยการนำของลักษณ์บุกจู่โจม เกิดการปะทะกันอย่างดุเดือด ทหารได้รับบาดเจ็บหลายนายส่วนพวกโจรก็ถูกฆ่าตายเป็นเบือ ทหารที่เจ็บหนักต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน ลักษณ์จึงสั่งให้จ่าพาคนเจ็บออกไปก่อน ตนจะยิงคุ้มกันให้เอง จ่ากับพวกรีบพาคนเจ็บออกไป ส่วนลักษณ์กราดยิงใส่พวกโจรโงหัวแทบไม่ขึ้น

สมุนที่คิดต่อสู้ถูกนายร้อยหนุ่มยิงร่วงเป็นใบไม้ สมุนที่เหลือเพียงหนึ่งเดียวเข้ามารายงานกับเสือมิ่ง

“คนของเราตายกันหมดเลยลูกพี่”

เสือมิ่งแค้นมากแต่ทำอะไรไม่ได้ กระทั่งลักษณ์ยิงจนกระสุนหมด เสือมิ่งจึงก้าวออกจากที่ซ่อนเข้าไปหาพร้อมปืนในมือ ลักษณ์ตัดสินใจพุ่งเข้าไปแย่งปืนยื้อกันไปแย่งกันมาปืนกระเด็น ทั้งสองคนแลกหมัดกันอย่างไม่มีใครยอมใคร จังหวะหนึ่งเสือมิ่งเพลี่ยงพล้ำถูกลักษณ์อัดคว่ำ แล้วจะตามเข้าไปซ้ำแต่ถูกสมุนเอาด้ามปืนฟาดถึงกับทรุด เขาพยายามยันตัวลุกขึ้นก็ถูกเสือมิ่งเตะเสยปลายคางแล้วคว้าปืนจากมือสมุนยิงใส่

ลักษณ์กลิ้งหลบได้ทัน เสือมิ่งแค้นไล่ยิงไม่ลดละจนกระสุนหมด นายร้อยหนุ่มหยิบมีดสั้นขึ้นมากวัดแกว่งอย่างเอาเรื่อง สมุนกลัวพวกทหารจะกลับมา ร้องบอกลูกพี่ให้หนีกันก่อน เสือมิ่งเห็นดีด้วยพากันวิ่งหนี ลักษณ์วิ่งตามแต่รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมา ก้มดูถึงได้เห็นเลือดเต็มท้องถึงกับเซ

ooooooo

เหมือนมีลางสังหรณ์ส่งถึงกัน มัสยาปัดแก้วน้ำตกแตกรู้สึกใจคอไม่ดี ทันใดนั้น รถจี๊ปขนทหารที่ได้รับบาดเจ็บแล่นเข้ามาในค่าย หน่วยแพทย์รีบเข้าไปช่วยกันขนคนเจ็บลง มัสยาชะเง้อหาลักษณ์แต่ไม่เจอจึงเข้าไปถามทหารคนหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มว่าร้อยโทลักษณ์อยู่ไหน

“ร้อยโทลักษณ์สั่งให้ทุกคนถอย แล้วตัวเองก็เข้าไปจับเสือมิ่งครับ”

มัสยาใจหล่นไปที่ตาตุ่ม พอได้สติเห็นรถจี๊ปเสียบกุญแจคาอยู่ตัดสินใจขโมยรถไปตามหาลักษณ์ ขับตะลุยเข้าป่าจนกระทั่งขับต่อไปไม่ได้ เปิดช่องที่คอนโซลรถเห็นมีไฟฉายและปืนวางอยู่ คว้าติดมือลงจากรถเดินตามรอยเท้า กระทั่งเจอลักษณ์เดินโซซัดโซเซหน้าซีดเซียวดีใจมากโผเข้ากอด เขาร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด เธอรีบผละออกห่างถึงได้รู้ว่าเขาถูกยิงเลือดอาบรีบประคองเอาไว้

“อย่าเพิ่งพูดอะไร รีบหาที่หลบก่อน เสือมิ่งหนีไปได้”

มัสยาพยุงลักษณ์ไปหลบหลังพุ่มไม้แล้วเอาผ้าเช็ดหน้ามาห้ามเลือด โดยมีเขาต่อว่าเธอฉอดๆที่กล้าบ้าบิ่นตามมาถึงที่นี่ เธอปล่อยให้เขาบ่นเผื่อความเจ็บจะได้บรรเทา แต่อาการเขามีแต่ทรุดลงเรื่อยๆเนื่องจากเสียเลือดมาก มัสยาพยายามชวนคุยเพื่อที่เขาจะได้ไม่หมดสติ แต่เขาเริ่มทนไม่ไหวตาใกล้ปิดเต็มที

“พี่ลักษณ์ต้องอดทน ถ้าเราออกไปจากป่านี้ได้ มัสมีอะไรจะบอก พี่ลักษณ์อย่าหลับตา...พี่ลักษณ์”

ลักษณ์เริ่มเบลอมองทุกอย่างพร่าไปหมด มัสยาร้องไห้โฮ สารภาพว่าเธอเองก็รักเขาอย่างที่เขารักเธอ แล้วเขย่าตัวให้เขาตื่นขึ้นมาฟังเธอพูดก่อน แต่เขาแน่นิ่งไป มัสยาตกใจเอามืออังจมูกเห็นยังหายใจก็โล่งอก

ตกดึกลักษณ์หนาวสั่นเป็นไข้เนื่องจากแผลอักเสบ มัสยาต้องกอดเขาไว้ให้คลายความหนาว

ooooooo

มัสยาสะดุ้งตื่นขึ้นในตอนเช้าพบว่าลักษณ์ที่อยู่ในอ้อมกอดตัวเองไม่มีไข้ก็ดีใจ

พลันมีเสียงผู้ชายคุยกันดังเข้ามา เธอค่อยๆวางลักษณ์ไว้กับพื้นเอาเศษใบไม้มาบัง วางปืนไว้ข้างตัวเขาแล้วย่องออกไปดู เห็นเสือมิ่งกับสมุนกำลังคุยกันถึงเรื่องที่ฆ่าลักษณ์ไม่สำเร็จก็แค้นใจจะกลับไปเอาปืนมาจัดการ แต่ดันเหยียบกิ่งไม้ทำให้พวกมันรู้ตัว ไล่ตามจับ ก่อนที่เธอจะพลาดท่าให้สองโจร ลักษณ์ตามมาช่วยไว้ทัน ทุบหัวสมุนสลบ ส่วนเสือมิ่งพยายามต่อสู้ก็เลยถูกยิงตาย...

ขณะที่มัสยารอดเงื้อมมือโจรชั่วมาได้หวุดหวิด พงศ์เทพมาถึงค่ายทหารรู้เรื่องที่มัสยาขโมยรถจี๊ปออกไปตามหาลักษณ์ก็ตกใจมาก รีบนำกำลังออกไปช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน...

ในเวลาเดียวกัน ระหว่างที่ทุกคนในบ้านรัตนมหาศาลกำลังรอฟังข่าวมัสยาอย่างใจจดจ่อ ศจีกับพิณทิพย์มาขอรอฟังด้วย แทนที่จะนั่งเงียบๆกลับด่าว่ามัสยาว่าเป็นต้นเหตุทำให้พงศ์เทพต้องเดือดร้อนลงไปตาม ท่านผู้หญิงรำคาญถ้าอยู่แล้วกวนน้ำให้ขุ่นแบบนี้ก็กลับไปเสียดีกว่า เธอไม่กลับจะรอฟังข่าวที่นี่...

ลักษณ์เล็งเห็นแล้วว่าถ้ามัสยาต้องคอยประคองเขาอยู่อย่างนี้จะพานไม่รอดด้วยกันทั้งคู่ บอกให้เธอทิ้งเขาไว้แล้วไปตามคนมาช่วยน่าจะดีกว่า เธอจำต้องทำตามทั้งที่ไม่อยากทิ้งเขาไปไหน เร่งเดินทางจนรองเท้าขาดต้องถอดทิ้ง แต่เธอไม่ยอมแพ้กัดฟันเดินเท้าเปล่าเพื่อไปขอความช่วยเหลือ จนในที่สุดก็เจอกับพงศ์เทพและทีมค้นหา จากนั้นมัสยาพาเขากับพวกไปช่วยเหลือลักษณ์

แม้จะเสียเลือดไปมากแต่หมอก็ช่วยชีวิตลักษณ์เอาไว้ได้ ทุกคนที่บ้านรัตนมหาศาลต่างดีใจเมื่อรู้ข่าวนี้ ยกเว้นศจีกับพิณทิพย์เท่านั้นเสียดายที่ทั้งคู่รอดมาได้

ooooooo

ลักษณ์ฟื้นคืนสติในเช้าวันถัดมา เห็นมัสยานั่งฟุบหลับอยู่ข้างเตียงก็ยิ้มดีใจ เอามือลูบหัวเธออย่างรักใคร่ เธอรู้สึกตัวตื่นเห็นเขาฟื้นขยับจะไปตามหมอ เขาจับมือเอาไว้ แกล้งถาม

“ตอนที่พี่หลับพี่เหมือนได้ยินมัสบอกรักพี่ พี่ไม่แน่ใจว่ามันเป็นความฝันหรือความจริง มัสช่วยตอบพี่ที”

มัสยายังไม่ทันจะตอบคำถาม พงศ์เทพเดินเข้ามาถามลักษณ์เสียก่อนว่าเป็นอย่างไรบ้าง ยังเจ็บแผลอีกไหม มัสยาเห็นเขาทำหน้างงๆรีบบอกว่าพงศ์เทพเป็นคนช่วยเธอพาเขาออกจากป่า ลักษณ์ขอบใจญาติผู้น้องที่ช่วยชีวิตเอาไว้ รู้สึกดีกับอีกฝ่ายเพิ่มขึ้นมากมาย...

ด้านเพ็ญโฉมยังไม่ละความพยายามเพียรมาถามข่าวคราวของลักษณ์ถึงได้รู้จากเริงใจว่ามัสยาลงไปดูแลเขาก็ไม่พอใจ...

ตั้งแต่รู้ว่ามัสยาเองก็มีใจให้ตัวเองเช่นกัน ลักษณ์ออดอ้อนให้เธอป้อนข้าวป้อนน้ำตลอด พอสบช่องเมื่อไหร่ก็จะดึงตัวมากอด หญิงสาวเขินมากมือไม้สั่นป้อนข้าวไม่ได้ ต้องขอร้องให้เขาปล่อย เขายอมปล่อยแต่เธอต้องแลกด้วยการโดนหอมแก้ม มัสยาเขินจนอยู่ดูแลเขาไม่ได้ต้องเดินหนี...

ทางฝ่ายนพพรรู้เรื่องที่มัสยาหนีออกจากบ้านไปหาลักษณ์ถึงภาคใต้ก็ร้อนใจอยากจะตามไปด้วยแต่ติดว่าต้องไปงานแทนคุณพ่อ พัณทิพาเห็นเขาไม่สบายใจก็ช่วยพูดปลอบใจจนเขาคลายความกังวลลงไปได้ ต่างฝ่ายต่างก็มีความรู้สึกดีๆให้แก่กัน พิณทิพย์เห็นน้องสาวไปสนิทสนมกับนพพรก็ไม่พอใจพาลหาเรื่องด่าว่าต่างๆนานา แถมลงไม้ลงมืออีกด้วย โชคดีที่อ๊อด อู๊ดและอ๋อยเข้ามาช่วยไว้ทัน

พิณทิพย์ไม่พอใจขู่จะฟ้องแม่ เด็กทั้งสามคนไม่กลัวคำขู่เชิญเธอขี่ม้าสามศอกไปฟ้องได้เลย...

ลักษณ์ยังไม่ได้คำตอบจากมัสยาจึงเพียรถามอยู่ตลอดว่าตอนที่เขาใกล้หมดสติเธอพูดอะไรกับเขา มัสยาอายไม่กล้าพูด เสคุยเรื่องอื่นแทน พงศ์เทพแวะมาบอกว่าจะกลับกรุงเทพฯและจะมาถามมัสยาด้วยว่าจะกลับไปกับตนหรือเปล่า เธอยังไม่อยากกลับ ถ้าเธอไปใครจะดูลักษณ์ พงศ์เทพพยักหน้าเห็นด้วย

“เดินทางปลอดภัยนะพงศ์เทพ แล้วก็ฝากบอกทุกคนที่บ้านว่าไม่ต้องห่วง อีกประมาณสองหรือสามวันฉันน่าจะกลับกรุงเทพฯได้แล้ว” ลักษณ์มองตามพงศ์เทพที่เดินจากไปอย่างซาบซึ้งใจ...

ความสุขของลักษณ์และมัสยาถูกมารผจญอีกจนได้เมื่ออยู่ๆเพ็ญโฉมก็โผล่มาที่ค่ายทหาร แถมพยายามจะกันมัสยาออกห่างเพื่อตัวเองจะได้ดูแลใกล้ชิดเขา เห็นมัสยายกอ่างน้ำจะมาเช็ดตัวให้ลักษณ์ เธอแย่งอ่างไปจากมือจะทำให้เอง ลักษณ์ต้องขอร้องไม่ให้ทำแบบนี้เลย เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว เพ็ญโฉมไม่สนใจยังดึงดันจะเช็ดตัวเขาให้ได้ เขาปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใยว่าไม่ต้อง
“ผมจะให้มัสยาเช็ดตัวให้ผม ขอโทษนะโฉม ช่วยออกไปรอหน้าห้องก่อน”

เพ็ญโฉมไม่พอใจแต่ต้องเก็บอารมณ์เอาไว้ยอมออกจากห้อง มัสยาไม่ค่อยสบายใจนักที่ลักษณ์ไปพูดอย่างนั้นกับเพ็ญโฉม เขาทำไปทั้งหมดเพราะไม่อยากสร้างความหวังให้เธออีก เขากับเธอไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิม มัสยาเองก็รู้แล้วไม่ใช่หรือว่าตอนนี้หัวใจของเขาอยู่กับใคร แล้วจับมือหญิงสาว
มากุมไว้

“อย่ารู้สึกผิดกับโฉมเลยนะ พี่กับเขาจบกันไปแล้ว มัสไม่ได้ทำอะไร พี่ต่างหากที่เปลี่ยนใจจากโฉมเอง”

แม้คำพูดของลักษณ์จะทำให้คลายกังวลลงได้บ้าง แต่มัสยาก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement