มัสยา ตอนที่ 7 นิยายไทยรัฐ
วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

มัสยา ตอนที่ 7


10 ก.ย. 2560 08:07
1,090,106 ครั้ง

ละคร นิยาย มัสยา

มัสยา ตอนที่ 7

อ่านเรื่องย่อ

มัสยา

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

พนมเทียน

บทโทรทัศน์โดย:

ปณธี

กำกับการแสดงโดย:

วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

มิกค์ ทองระย้า,มุกดา นรินทร์รักษ์

ใกล้ถึงวันงานรวมญาติตระกูลรัตนมหาศาล พวกหลานๆต่างพากันเตรียมฝึกซ้อมการแสดงที่จะขึ้นโชว์ อู๊ด อ๊อดกับอ๋อยจะแสดงร่วมกัน ส่วนพิณทิพย์กับพัณทิพายังคิดไม่ออกว่าจะแสดงอะไรให้คุณยายประทับใจ

ผิดกับเริงใจและมัสยาเตรียมตัวมานานแล้วที่จะแสดงการร้องเพลง โดยมัสยาจะดีดกีตาร์ให้เริงใจเป็นคนร้องและได้นพพรช่วยเป็นผู้ฝึกสอนให้ ขณะสองสาวกำลังขะมักเขม้นซ้อมกันอยู่ที่ศาลาริมน้ำ ลักษณ์เข้ามายืนดูด้วยความปลื้มปีติ แต่พอเห็นนพพรสอนกีตาร์ให้มัสยาแบบใกล้ชิดก็ไม่พอใจ เข้าไปหาเรื่องตำหนิต่างๆนานา มัสยาไม่อยากเสวนาด้วยชวนเริงใจกับนพพรไปซ้อมกันที่อื่น ลักษณ์ได้แต่มองตามไม่พอใจ...

ในที่สุดก็ถึงวันงานรวมญาติ แขกเหรื่อซึ่งเป็นญาติมาจากต่างจังหวัดเริ่มทยอยกันมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลไม่เห็นลักษณ์ออกมาสักทีบ่นไม่หยุดว่าไม่มีใครช่วยรับแขก พงศ์เทพอาสาช่วยท่านแทนลักษณ์ไปพลางๆ ถึงอย่างไรตนก็เป็นหลานท่านเหมือนกัน

“ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นก็ไปกับยาย” ท่านผู้หญิงเดินนำออกไป ศจียิ้มสะใจปรายตามองแม่พร้อมแวบหนึ่งก่อนจะควงแขนหลวงราชบริรักษ์เดินตาม...

ใกล้ถึงคิวขึ้นแสดงแล้วแต่พัณทิพายังจำเนื้อเพลงไม่ได้ ถูกพิณทิพย์เล่นงานยกใหญ่ มีเสียงกีตาร์ไพเราะลอยมาตามลม สองพี่น้องชะงักก่อนจะตามเสียงนั้นไปเห็นมัสยากำลังเล่นกีตาร์โดยมีเริงใจร้องเพลงคลอถึงกับชะงัก พัณทิพาชมเปาะว่าไพเราะมากทั้งคนเล่นคนร้อง พิณทิพย์หันขวับ

“จะไปชมพวกมันทำไม ถ้าหากพวกมันทำดีกว่า เรา เราโดนคุณแม่เล่นงานแน่ งานนี้เราต้องเกิดเท่านั้น”

ระหว่างที่พิณทิพย์คิดแผนชั่วร้ายที่จะเล่นงานมัสยา พงศ์เทพถึงกับหน้าชาที่ญาติผู้ใหญ่ไม่ปลื้มตัวเองสักเท่าไหร่ แถมชื่นชมลักษณ์ต่อหน้าอีกต่างหากสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้เขาเป็นอย่างมาก...

ฝ่ายพิณทิพย์รอจนมัสยาอยู่คนเดียวทำทีเอาน้ำมาให้ แต่น้ำในแก้วกลับเป็นน้ำร้อนจี๋ แล้วแกล้งสะดุดขาตัวเองทำน้ำร้อนรดมือมัสยาเต็มๆ เธอปวดแสบปวดร้อนมือมากรีบวิ่งออกไป...

มัสยาจะต้องขึ้นแสดงเป็นคิวต่อไป แต่เริงใจหาตัวไม่เจอ ต้องไปขอให้ลักษณ์ช่วยหา ปรากฏว่าเขา ไปเจอเธอเอามือแช่น้ำเย็นอยู่ในห้องครัว คว้ามือขึ้นมาดูถึงได้เห็นว่ามือข้างขวาเริ่มพองและแดงทั้งมือก็ตกใจ ถามว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงเป็นแบบนี้...

แม้มือจะเจ็บแต่มัสยาก็แสดงได้จนจบแถมได้รับการปรบมืออย่างชื่นชมจากบรรดาญาติๆ พิณทิพย์กับศจีอกจะแตกตายด้วยความริษยา ครั้นงานเลิกพวกญาติกลับไปหมด ศจีโวยวายที่แม่ลำเอียงยกย่องแต่มัสยากับลูกๆของแม่พร้อม ท่านผู้หญิงไม่อยากทะเลาะด้วยจะเดินหนีเข้าบ้าน พงศ์เทพซึ่งอยู่ในอาการเมาเหล้ามาขวางไว้ ช่วยแม่ตัวเองต่อว่าท่าน ลักษณ์ต้องเตือนเขาถ้าเมาก็ให้กลับบ้านไปนอน

พงศ์เทพไม่พอใจเหวี่ยงหมัดใส่ แต่เนื่องจากเมาหนักหมัดก็เลยเปะปะไม่โดนใคร ลักษณ์ต้องล็อกตัวเขาไว้แล้วจะพากลับบ้าน แต่มัสยาทนเจ็บมือไม่ไหวทำท่าจะเป็นลม ทุกคนพากันตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ooooooo

มัสยาเห็นมือขวาตัวเองที่พันผ้าพันแผลไว้ก็ถอนใจเหนื่อยใจ มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ลักษณ์เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับถาดใส่ข้าวต้ม เธอปฏิเสธทันทีว่ายังไม่หิว เขาไม่สนใจยกถาดมาวางบนโต๊ะแล้วดึงเธอมานั่ง ตักข้าวต้มจะป้อน เธอปฏิเสธอีกครั้งว่าไม่หิว เขาไม่ฟังยัดช้อนข้าวต้มใส่ปากเธอแทบสำลัก

“พี่เข้าใจว่ามัสไม่หิว แต่มัสต้องกินเพราะพี่เห็นว่ามัสไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เมื่อเย็นวานแล้วอย่าเถียง”

“มัสไม่ได้เถียง แต่จะบอกว่ามัสกินเองได้” ไม่พูดเปล่ามัสยาดึงช้อนไปจากมือลักษณ์ด้วยมือซ้ายแล้วตักข้าวกินเองแต่ไม่ถนัดข้าวหกเรี่ยราด ลักษณ์ดึงช้อนคืน ขอร้องให้หยุดดื้อและให้เขาป้อนดีๆ ถ้าไม่ยอมจะไปฟ้องคุณย่าว่าเธองี่เง่า มัสยาไม่กล้าดื้ออีกยอมให้เขาป้อนแต่โดยดี...

ทางฝ่ายศจีต่อว่าพิณทิพย์ที่ทำอะไรไม่รู้จักคิด ถ้าอยากจะทำร้ายมัสยาเรื่องอะไรถึงต้องไปทำซึ่งหน้า ต้องทำลับหลังไม่ให้ใครจับได้ นี่ถ้าคุณยายรู้เรื่องต้องโดนลงโทษแน่ๆ ตนคงจะช่วยอะไรไม่ได้ ในเมื่อเรียนผูกก็ต้องเรียนแก้เอาเอง

“คุณแม่ก็รู้ว่าคุณยายไม่ปลื้มพิณ พิณคงโดนเล่นงานตายแน่ คุณแม่ต้องช่วยพิณสิคะพิณเป็นลูกคุณแม่นะ”

“ก็เพราะแกเป็นลูกของฉัน ฉันถึงช่วยแกไม่ได้ยังไงล่ะ ยายแกไม่รักฉัน เขาเกลียดฉันหยั่งกับอะไรดี”

พิณทิพย์อยากรู้ทำไมคุณยายถึงเกลียดแม่ ศจีรำคาญที่ลูกเซ้าซี้จึงเปิดปากเล่าว่าเป็นเพราะตนเป็นสาเหตุทำให้คุณตาของพิณทิพย์ตาย ตอนเด็กๆตนลงไปเล่นน้ำที่บึงหลังบ้านทั้งที่คุณยายห้ามแล้ว แต่ตนดื้อไม่ฟังจนเกิดจมน้ำ คุณตาโดดลงไปช่วยตนไว้ได้แต่ท่านกลับต้องจมน้ำเสียเอง กว่าจะช่วยขึ้นมาได้ก็สายเกินไป พิณทิพย์ไม่เห็นด้วยที่คุณยายโทษแม่ นี่เป็นอุบัติเหตุไม่ใช่ความผิดของแม่สักหน่อย

ศจีคิดถึงความหลังอดน้ำตาคลอไม่ได้ หม่อมช้อยจะเอามะม่วงมาให้ได้ยินทุกอย่างก็ชะงัก ศจีเห็นเงาใครบางคนเดินออกไป รีบลุกไปดูแต่ไม่เห็นใคร คิดว่าตัวเองตาฝาดจึงไม่ได้ให้ความสนใจอะไรอีก...

แม่นมผันเห็นหม่อมช้อยกลับมาพร้อมกับตะกร้าใส่มะม่วงก็ร้องทักไม่ได้เอาไปให้บ้านโน้นหรือ เธอได้แต่ยืนนิ่งไม่หือไม่อือ แม่นมผันต้องสะกิด ไม่ได้ยินที่พูดหรือ หม่อมช้อยวางตะกร้าไว้บนโต๊ะ

“ฉันขอไปหาคุณท่านก่อนนะ”...

ในเวลาต่อมา พิณทิพย์ถูกท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลเรียกมาชำระความฐานทำร้ายมัสยาจนมือพอง ศจีเถียงแทนว่าลูกของเธอไม่ได้ตั้งใจ ทำไมท่านถึงไม่ฟังกันบ้าง ท่านไม่ฟังเพราะพิณทิพย์จงใจทำให้มัสยามือเจ็บ เอาน้ำร้อนๆมาลวกมือหวังจะให้เธอขึ้นแสดงไม่ได้ แทนที่จะให้ลูกยอมรับผิด ศจีกลับหาว่ามัสยาปั้นน้ำเป็นตัวใส่ร้ายลูกของตน พิณทิพย์รีบเออออว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรจริงๆ

“แต่เรื่องนี้มัสยาไม่ได้เป็นคนมาบอกฉัน ส่วนฉันจะรู้จากใครก็ไม่ใช่เรื่องอะไรของเราสองคน” ว่าแล้วท่านผู้หญิงสั่งให้แม่พร้อมส่งไม้เรียวให้ แม่พร้อมขอร้องอย่าถึงขั้นต้องตีเลยแค่ตักเตือนก็น่าจะพอ ท่านไม่ยอมขืนปล่อยไว้จะไม่หลาบจำ พิณทิพย์ร้องไห้ขอร้องท่านอย่าตีเธอเลย ท่านมีข้อแม้ถ้าไม่อยากให้ตีต้องไปขอโทษ มัสยา พิณทิพย์ถึงกับอึ้ง

ooooooo

ครู่ต่อมา ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล แม่พร้อม ลักษณ์กับศจีและพิณทิพย์มาหามัสยาที่ห้องเพื่อให้ พิณทิพย์ขอโทษ แต่คนทำผิดกลับยืนนิ่งไม่ยอมทำตามที่ท่านผู้หญิง สั่ง ท่านจึงตีเธอที่แขนดังเพียะ

“ยายบอกให้เราขอโทษมัสยา ไม่ได้ยินหรือไงนี่เราจะดื้อกับยายใช่ไหม” ท่านผู้หญิงตีพิณทิพย์ไม่หยุด

ศจีทนไม่ไหวเข้ามาห้าม ท่านไล่ตะเพิดไม่ให้มายุ่งแล้วตีพิณทิพย์ไม่มียั้ง ศจีเข้ามาขวางทำให้มือท่านฟาดถูกหน้าเต็มๆโดยไม่ได้ตั้งใจ ศจีโกรธมากท้าให้ท่าน ตบให้พอใจ แต่ท่านกลับยืนนิ่ง เธอจึงจับมือท่านมาตบหน้า ตัวเอง ท่านกระชากมือกลับด่าว่าเป็นบ้าไปแล้วหรือ

“ใช่ค่ะ จีกำลังจะเป็นบ้าเพราะคุณแม่ ถ้าคุณแม่เกลียดจีแล้วคุณแม่จะให้จีเกิดมาทำไม น่าจะเอาขี้เถ้ายัดปากจีให้ตายๆไปเลย จะต้องให้จีอยู่อย่างทรมานทำไม” ศจีร้องไห้โฮอย่างสุดกลั้น พิณทิพย์สงสารแม่จับใจ ยอมทำตามที่คุณยายต้องการ แต่อย่าทำอะไรแม่ของตนอีกเลยแล้วหันไปขอโทษมัสยาซ้ำๆอยู่หลายครั้ง

“พอใจแล้วนะคะคุณแม่ ยัยพิณกลับบ้าน” พูดจบศจีรีบเข้าไปดึงแขนลูกออกไป แม่พร้อมมองตามไม่สบายใจ บอกกับท่านผู้หญิงว่าคุณศจีคงจะโกรธมาก ท่านไม่สนใจอยากโกรธก็ให้โกรธไป ที่ท่านต้องทำอย่างนี้ เพราะศจีตามใจลูกจนเคยตัว ไม่รู้ถูกผิด เป็นแบบนี้ เด็กจะรู้จักคิดได้อย่างไร...

ระหว่างเดินออกจากตึกใหญ่ ศจีสั่งให้พิณทิพย์จำไว้ว่านังมัสยาคือศัตรูของเรา มีโอกาสเมื่อไหร่ก็ให้เล่นงานมันให้หนัก จังหวะนั้นแม่นมผันถือตะกร้าใส่มะม่วงเข้ามาหา

“คุณศจีคะเมื่อเช้าหม่อมช้อยเอามะม่วงไปให้คุณที่บ้านแต่คงไม่เจอคุณ ฉันก็เลยเอามาให้ค่ะ เดี๋ยวจะลืมกันอีก” คำพูดของแม่นมผันทำให้ศจีถึงบางอ้อทันที ที่แท้คนที่คาบเรื่องพิณทิพย์รังแกมัสยาไปฟ้อง

คุณแม่ก็เป็นหม่อมช้อยนี่เอง คิดได้ดังนั้นก็ตามไปเอาเรื่องคนขี้ฟ้องถึงเรือนครัว ด่าว่าเสียๆหายๆไม่ไว้หน้า ทั้งที่ หม่อมช้อยก็เป็นคนเลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก...

ทางด้านมัสยาไม่สบายใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นจะไปคุยกับศจีและพิณทิพย์เพื่อปรับความเข้าใจ ลักษณ์รู้เข้าก็พยายามห้ามปราม ในเมื่อพวกนั้นไม่ได้ญาติดีด้วยจะไปคุยทำไม ป่วยการจะห้ามถ้ามัสยาตั้งใจแล้วไม่มีใครหยุดได้ ดังนั้นลักษณ์จึงขอไปด้วย

แทนที่จะได้คุยกันดีๆ ศจีกลับด่าว่ามัสยาต่างๆนานาแถมด่าไปถึงศัลย์พ่อของเธออีกด้วยว่ารู้ว่าตัวเองกำลังจะตายก็เลยรีบส่งลูกสาวมาที่นี่เพื่อฮุบทุกอย่างแทนตัวเอง มัสยาสุดทน ขอร้องอย่าดูถูกพ่อของตน ท่านไม่เคยอยากได้อะไรที่เป็นของรัตนมหาศาลและการที่ตนมาที่นี่ก็เป็นความต้องการของคุณย่า

“ปากก็บอกไม่อยากมาไม่อยากได้ งั้นทำให้ฉันเห็นสิ ออกไปจากบ้านหลังนี้ แล้วก็ไม่ต้องกลับมาอีก”

“หยุดได้แล้วครับคุณอาศจี มัสยาจะไม่ออกไปไหนทั้งนั้นถ้าคุณย่าไม่สั่ง...มัสกลับได้แล้ว” ลักษณ์ว่าแล้วจูงมือมัสยากลับ ศจีเบ้ปากไล่หลังตั้งใจมั่นจะทำให้มัสยาอยู่ที่นี่ไม่ได้

ooooooo

ระหว่างเดินกลับตึกใหญ่ ลักษณ์ปลอบมัสยาอย่าคิดอะไรมาก อาศจีก็เป็นแบบนี้ ปากร้ายแต่ไม่มีอะไร

“บางทีอาจจะจริงอย่างที่คุณป้าพูดก็ได้นะคะ”

“พี่ไม่มีวันยอมให้มัสไปจากบ้านหลังนี้เด็ดขาดเลิกคิดไปได้เลย แล้วก็ไม่ต้องไปสนใจด้วย เข้าใจไหม”

มัสยายังไม่ทันตอบ นพพรเดินเข้ามาหาเสียก่อนพอเห็นมือที่พันผ้าของเธอก็ร้องทักไปโดนอะไรมา เธอเล่าว่าโดนน้ำร้อนลวกแต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว อยากให้เขาช่วยเปลี่ยนผ้าพันแผลให้แล้วหันไปทางลักษณ์

“วันนี้เป็นวันหยุด พี่ลักษณ์ดูแลมัสมาครึ่งค่อนวันแล้ว พี่ลักษณ์ควรจะไปหาพี่โฉมนะคะ เดี๋ยวนพจะอยู่เป็นเพื่อนมัสเอง” ว่าแล้วมัสยาดึงแขนนพพรเข้าไปในตัวตึกทิ้งให้ลักษณ์ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น

ขณะนพพรกำลังจะเปลี่ยนผ้าพันแผลให้มัสยา ลักษณ์เข้ามาห้ามไว้อ้างรับปากคุณย่าไว้ว่าจะดูแลเธอเพราะฉะนั้นจะผิดคำพูดไม่ได้ แล้วไล่นพพรกลับบ้าน จากนั้นก็ลงมือทำแผลให้เธอจนเสร็จ เป็นจังหวะเดียวกับแม่นมผันเข้ามาแจ้งเขาว่ามีโทรศัพท์จากเพ็ญโฉม ลักษณ์ลุกขึ้นไปรับสาย เธอโทร.มาชวนเขาไปดูหนังรอบบ่ายด้วยกัน เขาโกหกว่าไม่ว่างติดธุระกับที่บ้าน เพ็ญโฉมอยากรู้ว่าธุระอะไร เขาได้แต่นิ่งไม่ตอบ

“คงจะเป็นธุระส่วนตัว โฉมขอโทษนะคะที่ละลาบ ละล้วงมากเกินไป งั้นแค่นี้นะคะลักษณ์”

ลักษณ์วางสายจากเพ็ญโฉมแล้วจะลุกออกไปต้องชะงักที่เห็นมัสยายืนจ้องอยู่ก่อนจะตำหนิเขาไปโกหกเพ็ญโฉมทำไม ถ้าธุระนั้นคือตน เขาก็ไม่ต้องเป็นห่วง ตนดูแลตัวเองได้ให้เขาไปดูหนังกับเพ็ญโฉมตามสบาย เขาไม่พอใจทำไมมัสยาถึงได้พยายามผลักไสเขาให้ไปกับเพ็ญโฉมนัก เขาอยากอยู่กับเธอไม่ได้อยากอยู่กับคนอื่น มัสยาทักท้วงคนอื่นที่เขาพูดถึงคือคนที่เขารัก ลักษณ์ขอร้องถ้าไม่รู้อะไรอย่าพูดดีกว่า

“มัสไม่รู้เรื่องอะไรคะ หรือว่าพี่ลักษณ์มีคนอื่นอย่างที่พี่โฉมบอก”

“โฉมบอกมัสแบบนั้นเหรอ...ตอบพี่มามัสยา โฉมบอกอะไร”

“พี่โฉมคิดว่าพี่ลักษณ์มีผู้หญิงอีกคนก็เลยมาขอให้มัสช่วยเป็นหูเป็นตาให้ แต่หลังจากนั้นไม่นาน พี่โฉมก็มาบอกว่าตัวเองคิดผิดเพราะเธอเข้าใจว่าสร้อยที่พี่ลักษณ์ให้มัสพี่ลักษณ์จะเอาไปให้คนอื่น พอพี่โฉมรู้ว่าเป็นมัสก็เลยเบาใจค่ะ”

ลักษณ์ตระหนักในทันทีว่าเรื่องราวระหว่างเขากับเพ็ญโฉมควรจะเดินไปทางไหนจึงตรงไปหาเธอที่บ้าน ขอยกเลิกสัญญาที่ให้เธอไว้ว่าจะไม่มีวันทิ้งเธอ เขาขอโทษและเสียใจที่ทำตามสัญญาไม่ได้ ทุกอย่างเป็นความผิดของเขาเอง เธอไม่ได้ทำอะไรผิด

“ผมไม่อยากทรยศต่อความรู้สึกของตัวเองอีกแล้ว ...ผมมีคนอื่นที่อยู่ในหัวใจอีกคน”

เพ็ญโฉมตบลักษณ์หน้าหัน แล้วทุบตีเขาจนหมดแรงทรุดลงกับพื้น ลักษณ์จะพยุงให้ลุกขึ้นแต่เธอสะบัดตัวหนี เดินจากไปไม่เหลียวหลัง เขาได้แต่มองตามรู้สึกผิดต่อเธอ

ooooooo

พงศ์เทพรู้เรื่องที่ลักษณ์บอกเลิกเพ็ญโฉมก็ไม่พอใจมาก ทันทีที่เจอหน้าปล่อยหมัดตรงเข้าใส่ปากแตก แล้วจะตามเข้าไปซ้ำ ท่านผู้หญิงตกใจปรี่เข้าไปห้ามและสั่งให้ปล่อยลักษณ์เดี๋ยวนี้

“ไม่เป็นไรครับคุณย่า ผมสมควรแล้วที่จะโดน”

“แกทำแบบนี้กับโฉมได้ยังไง ทั้งๆที่โฉมรักแกมาก ในหัวใจของโฉมมีแต่แกคนเดียวเท่านั้น แล้วทำไม”

มัสยามองลักษณ์เริ่มเอะใจบางอย่าง พงศ์เทพเงื้อหมัดจะต่อยลักษณ์อีก ท่านผู้หญิงตะคอกใส่ถ้าแตะต้องเขาท่านไม่เอาไว้แน่ พงศ์เทพจำใจปล่อยมือจากที่ขยำคอเสื้อญาติผู้พี่แล้วหันไปทางท่านผู้หญิง

“คุณยายคงจะดีใจถ้าได้รู้เรื่อง ลักษณ์เลิกกับโฉมแล้ว...ตอนนี้โฉมไม่มีใครอีกแล้ว เพราะฉะนั้นฉันจะเป็นคนดูแลโฉมต่อจากแกเอง” ประโยคหลังพงศ์เทพตะคอกใส่หน้าลักษณ์ก่อนจะเดินจากไป...

แทนที่จะตำหนิหลานชายที่บอกเลิกผู้หญิงโดยที่เธอไม่ได้ทำอะไรผิด ท่านผู้หญิงกลับให้ท้ายว่าเขาทำดีแล้วในเมื่อหมดรักหมดใจให้จะยื้อไปก็เปล่าประโยชน์ รังแต่จะทำให้เสียใจเสียความรู้สึกกันเปล่าๆ

แม้จะได้คำปลอบใจจากคุณย่าแต่ไม่ได้ทำให้ลักษณ์รู้สึกดีขึ้น เดินทอดอารมณ์อยู่ที่สวนข้างบ้านพลางถอนใจหนักใจไม่หาย มัสยาเข้ามาสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงต้องเลิกกับเพ็ญโฉม เขาสารภาพว่าเขามีคนอื่น เขารู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำเป็นความผิดไม่น่าให้อภัย แต่เรื่องของหัวใจมันห้ามกันไม่ได้

“มัสไม่นึกเลยว่าพี่ลักษณ์จะเป็นคนแบบนี้ ทั้งๆที่พี่โฉมรักพี่ห่วงใยพี่ แต่พี่กลับทำร้ายจิตใจของพี่โฉม ผู้หญิงคนนั้นมีดีกว่าพี่โฉมตรงไหน ถึงทำให้พี่ลักษณ์เปลี่ยนใจ...พี่ลักษณ์ตอบมัสมาสิคะ”

ลักษณ์อยากบอกใจแทบขาดว่าผู้หญิงคนนั้นคือมัสยาแต่ไม่สามารถทำได้ เธอเห็นเขาไม่ยอมพูดอะไรก็เดินจากไปด้วยความเสียใจ

ooooooo

เพ็ญโฉมต้องการให้มัสยาช่วยเหลือจึงไปดักรอที่หน้าโรงเรียนก่อนจะเข้าเรียน อ้อนวอนให้เธอช่วยทำให้ลักษณ์กับตนเองกลับมาเป็นเหมือนเดิม มัสยายินดีช่วยขอให้บอกมาว่าจะให้ทำอะไร

“ถ้าอย่างนั้นเย็นนี้ให้นพพรมารับมัสกับนิดกลับบ้าน เดี๋ยวพี่จะบอกนพพรให้เอง แล้วก็ไม่ต้องบอกลักษณ์เพราะตอนที่ลักษณ์มารับมัส พี่จะได้เจอเขา พี่รู้ว่าช่วงนี้ลักษณ์ต้องไม่มีวันยอมมาเจอพี่ง่ายๆแน่”

“ทำแบบนี้เท่ากับว่าให้มัสโกหกพี่ลักษณ์เหรอคะ”

“ไหนมัสบอกว่ามัสจะช่วยพี่ไงจ๊ะ” เจอไม้นี้เข้าไปมัสยาก็เลยหนีไม่ออก...

ตกเย็นลักษณ์มารับมัสยากับเริงใจที่หน้าโรงเรียนกลับเจอเพ็ญโฉมมาดักรออยู่ เขารีบออกตัวไม่สะดวกจะคุยด้วย ต้องพามัสยากับเริงใจกลับบ้าน เธอบอกว่าไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น เธอโทร.บอกให้นพพรมารับทั้งคู่กลับไปแล้ว ที่เธอต้องทำอย่างนี้ก็เพราะอยากจะคุยกับเขาตามลำพัง ลักษณ์ชักสีหน้าไม่พอใจ

“โฉมอยากขอโทษที่เมื่อวานโฉมทำตัวไม่น่ารักกับคุณ พอโฉมได้อยู่คนเดียวได้ใช้ความคิด มันก็ทำให้โฉมรู้ว่าโฉมไม่ควรพูดกับคุณไปแบบนั้น เรื่องความรักมันห้ามกันไม่ได้และมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณ ถึงเราจะคบหากันในฐานะคนรักไม่ได้ แต่เราคบกันในฐานะ เพื่อนได้ใช่ไหมคะ”

“โฉมพูดจริงเหรอครับ”

“ค่ะ ลักษณ์ก็รู้ว่าคนอย่างโฉมไม่เคยพูดเล่น”...

แม้จะเบาใจที่เห็นเพ็ญโฉมไม่ฟูมฟายที่ต้องเลิกลา กัน แต่ลักษณ์ก็ยังกลุ้มใจเรื่องของตัวเองกับมัสยาจึงดื่มเหล้าเพื่อดับอารมณ์จนหลับคาโซฟาในห้องรับแขก...

มัสยาลงมาเห็นลักษณ์นอนหลับอยู่บนโซฟาก็เข้ามาปลุกให้ขึ้นไปนอนบนห้อง ไม่วายเตือนดื่มเหล้าบ่อยๆระวังอายุจะสั้น เขาตัดพ้ออายุจะสั้นหรือยาวก็ไม่มีความหมายเพราะไม่มีใครสนใจ

“ทำไมจะไม่มีความหมายคะ ผู้หญิงอีกหลายคนจะร้องไห้ในความอายุสั้นของพี่ลักษณ์และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่จะเป็นเจ้าสาวของพี่ในอนาคต”

ลักษณ์ขอให้มัสยาช่วยเขาเลือกผู้หญิงที่จะมาเป็นพี่สะใภ้ได้ไหม พูดเองแล้วก็นึกขึ้นได้ว่าคนที่มีสิทธิ์เลือกคือคุณย่าคนเดียวเท่านั้น มัสยาสงสัยทำไมเขาถึงยอมให้คุณย่าบังคับเรื่องนี้ถ้าเป็นเธอเธอจะไม่ยอมให้ใครมาบังคับเด็ดขาด เธอจะเลือกแต่งงานกับคนที่เธอรักเท่านั้น เขาประคองใบหน้าเธอไว้ ค่อยๆยื่นหน้าเข้าหาเหมือนจะจูบแต่แล้วเรียกสติคืนมาได้รีบถอยห่าง

“ขอให้มัสรู้ว่า ถ้าพี่แต่งงานกับใคร คนนั้นคือคนที่พี่รัก”

“พี่ลักษณ์คงจะหมายถึงผู้หญิงคนนั้น” มัสยาพูดโดยไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นก็คือเธอนั่นเอง

การคุยกันครั้งนี้ทำให้มัสยาได้รู้ว่าผู้หญิงที่ทำให้ลักษณ์เปลี่ยนใจจากเพ็ญโฉมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขารักเธอถึงกับออกปากว่าเขาช่างแปลกคนทั้งที่มีคนที่รักเขาอยู่แล้วทั้งคนแต่กลับไปเลือกคนที่ไม่ได้รัก เขาบอกอย่างปลงๆว่าความรักก็เป็นแบบนี้ ถ้าเธอมีความรักเมื่อไหร่ก็จะเข้าใจเองว่าบางครั้งการที่ได้รักข้างเดียวก็ทำให้มีความสุขมากกว่าการที่ต้องอยู่กับคนที่ไม่ได้รัก

“ไปนอนเถอะคนดีของพี่ คืนนี้พี่จะนอนตรงนี้แหละ” ลักษณ์ลูบหัวมัสยาก่อนจะล้มตัวลงนอน

ooooooo

ระหว่างท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล แม่พร้อมกับหม่อมช้อยและมัสยากับเริงใจกำลังนั่งร้อยพวงมาลัยดอกมะลิกันไปคุยกันไปอยู่ที่ห้องโถง แม่พร้อมคุยไปถึงเรื่องที่ท่านชายสดายุที่อายุ 35 ปีแล้วแต่ยังครองตัวโสดไม่เห็นเคยได้ยินข่าวกับหญิงสาวคนไหนทั้งที่เพียบพร้อมทุกอย่าง หม่อมช้อยตั้งข้อสังเกต

“แต่จะว่าไป ดิฉันว่าคุณหนูมัสยาเองก็ดูเหมาะสมกับท่านนะคะ”

“หม่อมช้อยนี่ล่ะก็ มีความเห็นแปลกพิลึก หลานฉันเด็กตัวนิดเดียวเกิดมาเมื่อวานซืน และไม่มีอะไรไปเหมาะสมเคียงคู่กับท่านได้เลย พูดอย่างนั้นใครมาได้ยินเข้าจะนินทาเอาเสียเปล่าๆ”

ศจีซึ่งแอบฟังอยู่มองมัสยาด้วยสายตาชิงชัง คิดหาทางกำจัดเพื่อไม่ให้มาเป็นคู่แข่งแย่งท่านชายสดายุไปจากพิณทิพย์...

ในเวลาต่อมาระหว่างที่มัสยากำลังตัดดอกไม้ใส่ในตะกร้าอยู่ที่สวนข้างบ้าน ลักษณ์เดินถือดอกกุหลาบมามอบให้เธอเก็บไว้แทนพวงมาลัยพวงเก่าที่แห้งไปแล้ว เธอไม่ยอมรับ สำหรับเธอของเก่ามีคุณค่าทางใจมากกว่า เขาคะยั้นคะยอให้เธอรับ ไม่อย่างนั้นเขาจะเสียน้ำใจเอาได้ เธอส่ายหน้าท่าเดียวเขาจึงเอาดอกกุหลาบใส่ในตะกร้า มัสยาชะงักเพราะมีสร้อยเส้นนั้นพันมากับก้านดอกกุหลาบ

“พี่เคยบอกมัสไปแล้ว ว่าของที่พี่ให้พี่จะไม่รับคืน พี่ยังยืนยันคำเดิม ให้ก็คือให้” พูดจบลักษณ์เดินลิ่วจากไปอย่างอารมณ์ดี มัสยาก้มมองสร้อยในตะกร้าเผลอยิ้มออกมา...

พงศ์เทพเห็นเพ็ญโฉมโสดสนิทไม่มีลักษณ์คอยตามติดอีกแล้ว จึงขอจีบเป็นเรื่องเป็นราว เธอปฏิเสธไม่มีเยื่อใยเช่นเดิม ต่อให้เธอเลิกกับลักษณ์แล้วก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะมีโอกาส

“คุณพูดแบบนี้ยังคิดว่ามันจะกลับมาหาคุณอีกเหรอ การที่มันบอกเลิกคุณแสดงว่ามันหมดรักในตัวคุณแล้ว ตาสว่างสักที คุณควรจะมองคนที่เขารักคุณ”

“โฉมไม่มีวันยอมแพ้ อีกไม่นานโฉมจะทำให้ลักษณ์กลับมาหาโฉมอีกครั้งให้ได้”...

ที่สวนสาธารณะ คนร้ายสองคนที่ศจีจ้างให้ฉุดมัสยา สะกดรอยตามกระทั่งเห็นเริงใจนั่งพักเหนื่อย ปล่อยให้เหยื่อไปขี่จักรยานเล่นคนเดียวก็ตามไปฉุดเอาตัวขึ้นรถแต่เธอฤทธิ์มากไม่ยอมให้เอาตัวไปง่ายๆ คนร้ายจึงชกท้องจุกตัวงอก่อนจะหมดสติไป

เริงใจเห็นมัสยาหายไปนานก็ออกตามหา เจอรถจักรยานล้มอยู่ เดินหารอบๆก็ไม่พบ ถามใครก็ไม่มีใครเห็น ครั้นกลับถึงบ้านรีบแจ้งเรื่องนี้ให้ลักษณ์รู้ เขามองโลกในแง่ดี มัสยาอาจจะเที่ยวเล่นเพลินจนลืมเวลาก็ได้

“ไม่มีทาง นิดกำชับแล้วว่าให้รีบกลับบ้านก่อนเที่ยง แล้วมัสก็รับปาก จะทำยังไงดีพี่ลักษณ์” เริงใจร้องไห้ไม่หยุดเป็นห่วงมัสยา ลักษณ์สั่งให้เธอเข้าบ้านไปก่อน ปล่อยเรื่องนี้เป็นหน้าที่เขาเอง แต่ห้ามให้คุณย่ารู้เด็ดขาด เริงใจรับคำปาดน้ำตาทิ้งแล้วเดินเข้าข้างใน ส่วนลักษณ์จ้ำพรวดๆไปหาขอให้พงศ์เทพช่วยอีกแรงหนึ่ง แม้จะไม่กินเส้นกัน แต่เขายินดีจะช่วยหาตัวมัสยา...

ณ บ้านร้างกลางสวน มัสยาฟื้นคืนสติขึ้นมาพบตัวเองถูกขังอยู่ในห้องที่ปิดหน้าต่างมิดชิด ได้ยินเสียงคนร้ายคุยกันที่ด้านนอกว่าติดต่อเสี่ยได้แล้ว คืนนี้จะเอาตัวเหยื่อไปส่งที่ซ่อง มัสยาตกใจที่รู้ว่าตัวเองกำลังจะถูกเอาตัวไปขาย คิดหาทางหนี

ooooooo

แม่พร้อมเห็นท่าทางมีพิรุธของเริงใจ ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า ทีแรกเธอไม่ยอมบอกแต่พอถูกแม่คาดคั้นหนักเข้าก็ยอมเปิดปากเล่าว่ามัสยาหายไปเหลือแต่จักรยานทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า

“พี่ลักษณ์ไม่ให้นิดบอกเรื่องนี้กับใคร พี่ลักษณ์ไปขอให้พี่พงศ์เทพช่วยตามหามัสยาอยู่ค่ะ ถ้าหากคุณย่าถาม เราจะบอกคุณย่าอย่างไรดีคะ”

“เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่แม่เอง”...

ที่สวนสาธารณะซึ่งมัสยาถูกจับตัวไป หลังจากแยกย้ายกันหาเบาะแส ลักษณ์มาเจอกับพงศ์เทพยังจุดนัดพบ เขาไม่ได้ความคืบหน้าอะไรเลย ขณะที่พงศ์เทพได้เบาะแสว่ามีคนเห็นมัสยาถูกผู้ชายสองคนประคองขึ้นรถ ก่อนจะขับออกไปประมาณหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว โชคดีที่พยานจำทะเบียนรถได้

“ถ้าเราลองถามชาวบ้านแถวนี้อาจจะได้เบาะแสและฉันก็คิดว่ามันน่าจะยังไปไม่ไกล”

สองหนุ่มเร่งฝีเท้าออกไปทันที รู้ดีว่ายิ่งปล่อยเวลาเนิ่นนานก็ยิ่งทำให้ความหวังที่จะเจอตัวมัสยาริบหรี่...

มัสยาสบช่องตอนที่หัวหน้าคนร้ายออกไปซื้อหาอาหารมากินทิ้งสมุนไว้เพียงลำพัง จึงแกล้งปวดท้องร้องโอดโอยขอเข้าห้องน้ำ สมุนหลงกลเปิดประตูให้ เธอใช้ท่อนไม้ใกล้มือฟาดหัวเขาทรุดฮวบแล้ววิ่งหนีไม่คิดชีวิต ทิ้งให้สมุนนอนแผ่อยู่ตรงนั้น...

หัวหน้าคนร้ายเดินไปยังไม่ทันจะครึ่งทางถึงได้รู้ว่าลืมกระเป๋าสตางค์รีบกลับมาที่บ้านร้าง เจอสมุนวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกว่าเหยื่อหนีไปแล้ว สองคนรีบไล่ตามไปทันที...

แม่พร้อมอุตส่าห์โกหกท่านผู้หญิงว่ามัสยาไปหานพพรที่บ้านก็เลยยังไม่กลับ โชคไม่ดีเขาดันโผล่มาที่บ้านรัตนมหาศาล ครั้นท่านผู้หญิงถามถึงมัสยา เขาส่ายหน้าไม่รู้เรื่อง วันนี้ยังไม่เจอกันเลย ท่านถึงได้รู้ความจริงว่าหลานรักหายตัวไป ลักษณ์กับพงศ์เทพกำลังช่วยกันตามหาอยู่...

พงศ์เทพกับลักษณ์ตามหามัสยามาถึงทางเข้าสวนซึ่งที่เป็นที่ตั้งของบ้านร้างตามที่ได้เบาะแสจากชาวบ้านว่ารถผู้ต้องสงสัยเลี้ยวเข้ามาในนี้ ลักษณ์มองไปรอบบริเวณอย่างหนักใจ

“สวนมันกว้างมาก ฉันว่าแยกย้ายกันตามหาดีกว่า จะได้ไม่ต้องเสียเวลา...ระวังตัวด้วย”

พงศ์เทพรู้สึกดีที่ลักษณ์เป็นห่วง จากนั้นสองคนเดินแยกกันไปคนละทาง...

มัสยาวิ่งหนีจนหมดแรงล้มตัวลงนอนพัก แต่ต้องตกใจแทบช็อกเมื่อสมุนตามมาเจอ เธอจะลุกหนีแต่ไม่ทัน เขาเข้ามาล็อกตัวไว้ หญิงสาวตะโกนร้องขอความช่วยเหลือสุดเสียง สมุนตกใจรีบเอามือปิดปาก เธอกัดมือเขาจมเขี้ยวถึงกับร้องลั่น สมุนแค้นมากตบเธอหน้าหัน แล้วจะลากตัวกลับไปบ้านร้าง ลักษณ์เข้ามาขวางไว้ สั่งให้ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้ หัวหน้าสมุนตามมาสมทบไล่ตะเพิดลักษณ์ไปให้พ้นอย่ามายุ่ง

“ไม่ยุ่งไม่ได้ ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนของฉัน”

หัวหน้าคนร้ายสั่งให้สมุนเอาตัวมัสยาออกไปก่อน ตนจะสั่งสอนไอ้สาระแนนี่ให้หลาบจำ ลักษณ์เห็นสมุนลากตัวเธอไป ปรี่เข้าไปขวางแต่เจอหัวหน้าคนร้ายชักปืนขู่ มัสยาเห็นท่าไม่ดีเอาหัวโขกสมุนหน้าหงาย หัวหน้าคนร้ายหันไปมอง ลักษณ์สบช่องเข้ายื้อแย่งปืน ต่อยหัวหน้ากระเด็น แล้วจัดการกับสมุนดึงมัสยาหนีได้สำเร็จ คนร้ายปล่อยให้ทั้งคู่ลอยนวลไม่ได้ไล่ตาม

ลักษณ์พามัสยาไปซ่อนหลังพุ่มไม้ใหญ่ทำให้คนร้ายหาไม่เจอ ทั้งคู่ซุกอยู่อย่างนั้นจนเสียงคนร้ายเงียบไปแล้ว มัสยาจะลุกขึ้นดู แต่ลักษณ์ฉุดไว้พลางส่ายหน้า ก่อนจะเป็นคนยื่นหัวขึ้นไปดูเองไม่เห็นใครแต่ก็ไม่สบายใจอยู่ดี ค่อยๆประคองมัสยาให้ลุกตาม

“ถ้าเราออกไปตอนนี้ เราต้องเจอพวกมันแน่ แล้วพี่ลักษณ์ก็อาจจะถูกมันฆ่า”

“พี่ไม่มีวันเป็นอะไรง่ายๆ พี่ต้องปกป้องมัสให้ปลอดภัยก่อน”

“แล้วเราจะทำอย่างไรกันดีคะ” มัสยามองลักษณ์อย่างรอคำตอบ...พงศ์เทพซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งของสวนมองไปรอบๆไม่เจอใคร พลันได้ยินเสียงเหมือนคนเหยียบใบไม้แห้ง กระชับปืนในมือเตรียมพร้อม ไม่นานคนร้ายทั้งคู่โผล่ออกมาจากพงหญ้า ตกใจที่เห็นพงศ์เทพในชุดตำรวจ

เปิดฉากยิงใส่ พงศ์เทพโดดหลบทัน คนร้ายยิงต่อสู้ทำให้เขาไม่มีทางเลือกจำต้องวิสามัญฆาตกรรมหัวหน้าคนร้ายตาย แต่สมุนหนีรอดไปได้ เขาเจ็บใจที่จับตัวคนร้ายเป็นๆไม่ได้ทำให้ไม่รู้ว่ามัสยาอยู่ไหน

ooooooo

เสียงปืนดังไปถึงจุดที่ลักษณ์กับมัสยาซ่อนตัวอยู่ เธอคิดว่าพวกคนร้ายเป็นคนยิงก็นิ่วหน้าแปลกใจ
จะยิงทำไม เขาเชื่อว่ามันคงต้องการขู่ให้เรากลัว

“พี่ว่าเรายังออกไปจากที่นี่ไม่ได้ แล้วอีกอย่างนี่ก็ใกล้มืดแล้วมันอันตราย ต้องหาที่หลบกันก่อน” ลักษณ์เห็นมัสยามีสีหน้าเป็นกังวล คว้ามือมากุมไว้ “มีพี่อยู่ทั้งคน มัสไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น” ชายหนุ่มกวาดตามองไปรอบๆเห็นบ้านของชาวบ้านอยู่ไม่ไกลนัก ถึงกับยิ้มออกมาได้

ครู่ต่อมาลักษณ์กับมัสยาไปขอความช่วยเหลือจากป้ากับลุงชาวบ้านที่อยู่ละแวกนั้น สองผัวเมียใจดีให้ที่พักแถมยังหาเสื้อผ้าสะอาดๆมาให้เปลี่ยน...

ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลเห็นพงศ์เทพกลับมามือเปล่า ไม่มีมัสยากลับมาด้วยแถมลักษณ์ยังหายไปอีกคนหนึ่งก็ไม่พอใจมาก ต่อว่าว่าที่ตามหาน้องไม่เจอเพราะไม่พยายามมากพอใช่ไหม เขายืนยันว่าทำเต็มที่แล้วแต่หาไม่เจอจริงๆ นอกจากจะไม่เชื่อคำแก้ตัว ท่านยังด่าว่าเขาต่างๆนานา ทำให้พงศ์เทพน้อยใจมาก ท่านผู้หญิงด่าว่าหลานชายมากไปจนตัวเองเครียดพานจะเป็นลม...

มัสยาสวมผ้าถุงกับเสื้อคอกระเช้าของป้าได้อย่างไม่เคอะเขินเพราะเคยสวมมาก่อนตอนอยู่ภาคใต้ ผิดกับลักษณ์ที่เกิดมาป่านนี้ไม่เคยนุ่งผ้าขาวม้า พอลุกเดินเท่านั้นผ้าหลุด ดีที่เขาคว้าไว้ทัน มัสยาก็เลยอาสาผูกผ้าขาวม้าให้ ความใกล้ชิดทำให้สองคนใจเต้นไม่เป็นส่ำ มัสยาเองก็เขินมากทำตัวไม่ถูก

“มัสไปหาป้าก่อนดีกว่า เผื่อป้าจะให้ช่วยทำอะไร” พูดจบมัสยาเดินเลี่ยงออกไป...

ป้าเห็นมัสยากับลักษณ์ท่าทางสนิทสนมกันมากคิดว่าเป็นผัวเมียกัน มัสยาปฏิเสธว่าเปล่าเราเป็นพี่น้องกัน และที่สำคัญลักษณ์มีคนรักอยู่แล้ว ป้ามองลักษณ์อย่างไม่อยากจะเชื่อ...

ในเวลาเดียวกัน ศจีเดินกินลมชมบรรยากาศที่สวนข้างบ้านอย่างมีความสุขเพราะมั่นใจว่ามัสยาไม่มีทางได้ลงเอยกับท่านชายสดายุอย่างที่หม่อมช้อยว่า ป่านนี้นังนั่นคงหายสาบสูญไปจากโลกนี้แล้ว จังหวะนั้น พงศ์เทพเดินหน้าเครียดเข้ามาบ่นให้ฟังว่าทำไมคุณยายถึงได้เกลียดเขานัก ทั้งที่เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ถูกใจ แต่ท่านไม่เคยเห็นความดีแม้แต่น้อย ไม่เหมือนลักษณ์ที่ไม่ต้องทำอะไรท่านก็รัก

“นี่คุณยายพูดอะไรกับลูก ตอบแม่มาสิตาพงศ์ ถ้าลูกไม่บอกแม่จะไปถามคุณยายเอง”

พงศ์เทพขอร้องแม่อย่าทำให้คุณยายต้องเกลียดเขาไปมากกว่านี้อีกเลย แค่นี้ท่านก็ไม่อยากจะมองหน้าเขาแล้ว ศจีไม่ยอมจะไปเอาเรื่องท่านให้ได้ พงศ์เทพโพล่งขึ้นอย่างเหลืออด

“พอเถอะครับ อย่าทำอะไรอีกเลยเพราะแม่เป็นแบบนี้คุณยายถึงพาลไม่รักผมไปด้วย”...

ป้ามีมุ้งหลังเดียว ให้มัสยากับลักษณ์นอนด้วยกัน เธอไม่ยอมนอนร่วมมุ้งกับเขาไล่ตะเพิดให้ไปนอนที่อื่นแล้วโยนหมอนกับผ้าห่มให้ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมให้เขาเข้าไปนอนด้วยกันเพราะสงสารที่ต้องนอนตากยุง แต่มีข้อแม้ว่าเขาต้องนอนชิดมุ้งอีกด้านไว้ห้ามข้ามเขตมาทางเธอเด็ดขาด

ooooooo

เขตแดนที่มัสยาแบ่งไว้ไม่มีความหมาย เธอนอนหลับซบอกลักษณ์แบบไม่รู้ตัวเพราะหลับสนิท เขาเองก็กอดเธอไว้โดยไม่รู้ตัวเช่นกัน ลักษณ์เป็นฝ่ายตื่นก่อน ชะงักที่พบว่าตัวเองกอดมัสยาอยู่ ค่อยๆเอามือออก แต่กลับยั้งไว้เมื่อเห็นใบหน้างดงามของเธออยู่ตรงหน้า เขามองด้วยสายตาเปี่ยมรักจะก้มไปหอมหน้าผากมีเสียงป้าดังขึ้นเสียก่อน “ตื่นกันแล้วเหรอ”

ลักษณ์สะดุ้งโหยงรีบลุกขึ้นนั่ง มัสยาพลอยตื่นไปด้วย ป้าอมยิ้มก่อนจะไล่ให้เขาไปอาบน้ำอาบท่าล้างหน้าแปรงฟันจะได้มากินข้าว เขารีบมุดมุ้งออกไปโดยที่มัสยาไม่รู้เรื่องรู้ราวด้วย...

มัสยาชอบมากที่ได้อยู่ไร่อยู่สวน ช่วยลุงกับป้าทำโน่นทำนี่ไม่หยุด เห็นลุงอยากได้มะพร้าวก็อาสาปีนขึ้นไปเก็บให้อย่างคล่องแคล่ว ลุงถึงกับออกปากตกลงเป็นคนหรือเป็นลิงกันแน่ถึงเก็บมะพร้าวได้เก่งอย่างนี้

“เป็นคนครึ่งหนึ่งลิงครึ่งหนึ่งครับ”

“เดี๋ยวพี่ลักษณ์จะโดนลิงกัดหูขาด...ไปกันเถอะค่ะคุณลุง เดี๋ยวมัสจะปอกมะพร้าวทั้งหมดนี่ให้” พูดจบ

มัสยาเดินไปกับลุง ลักษณ์มองตามตาไม่กะพริบ ป้าเห็นสายตาของเขาก็สรุปว่าเขารักมัสยาไม่ใช่รักแบบพี่น้อง แล้วถามว่าไม่ใช่พี่น้องกันแท้ๆใช่ไหม เขายอมรับว่าใช่ ยิ่งถ้านับตามสายเลือดเราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันเลยด้วยซ้ำ ป้ายุส่งถ้าอย่างนั้นทั้งคู่ก็มีสิทธิ์รักกัน ลักษณ์ติงแต่คนในสังคมคิดว่าเราเป็นพี่น้องกัน

“เรารักกันไม่ได้หรอกครับ แล้วอีกอย่างมัสก็ยังไม่รู้ว่าผมคิดอะไรกับเธอ”

“ถ้ามัวแต่ห่วงคนอื่นชีวิตจะมีความสุขได้อย่างไร ถ้าคุณรักเธอคุณก็ควรจะสู้เพื่อให้ได้อยู่กับเธอ ป้าแค่แนะนำเท่านั้น คุณจะตัดสินใจยังไงมันก็ขึ้นอยู่ที่ตัวคุณเอง”...

ในเวลาต่อมา ขณะที่มัสยากับลักษณ์กำลังช่วยลุงปอกมะพร้าวอยู่ในสวน ป้าวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกให้หนี เมื่อครู่นี้มีคนมาถามหาทั้งคู่ แต่เธอบอกว่าไม่เห็นสองคนไม่รอช้าพากันเผ่นแน่บ นับว่าโชคยังเข้าข้าง ทั้งคู่หนีมาเจอตำรวจต่างพากันถอนใจโล่งอก...

ขณะที่ตำรวจพาลักษณ์กับมัสยามุ่งหน้ากลับบ้าน สมุนที่หนีรอดมาได้แอบมาหาศจีที่บ้านเพื่อขอเงินค่าจ้างส่วนที่เหลือ เธอจะจ่ายได้อย่างไรในเมื่อทำงานไม่สำเร็จ จังหวะนั้นศจีเหลือบเห็นพงศ์เทพเดินตรงมาทางที่ตัวเองอยู่ รีบไล่สมุนไปให้พ้นๆ เขาไม่ไปไหนทั้งนั้นจนกว่าจะได้เงิน เธอถึงกับหน้าเครียด...

ระหว่างสมุนรอรับเงินจากศจี พงศ์เทพมาเจอเข้าเสียก่อน ต่างฝ่ายต่างจำกันได้ สมุนจะหนีแต่พงศ์เทพ ล็อกตัวไว้ได้จะเอาไปส่งตำรวจ ศจีเดินถือซองเงินออกมาเห็นเข้าก็ตกใจ สั่งให้ลูกปล่อยสมุนไปถ้าไม่อยากเห็นท่านเดือดร้อน เขาถึงบางอ้อทันทีที่แท้ท่านก็เป็นผู้จ้างวานคนร้ายให้จับตัวมัสยา จึงคลายมือปล่อยสมุนเป็นอิสระ ศจีเอาเงินให้สมุน กำชับอย่ากลับมาที่นี่อีก เขาได้เงินก็วิ่งปรู๊ดออกไป ศจีหันไปทางลูก

“ตาพงศ์ฟังแม่อธิบายก่อน”

พงศ์เทพไม่ต้องการได้ยินคำแก้ตัวเดินหนี ศจีตามมาจับแขนไว้ รู้ดีว่าตัวเองทำผิด แต่ก็ขอให้เขาหลับหูหลับตาทำไม่เห็นจะได้ไหม แต่ถ้าเขาอยากให้ตนติดคุกก็เชิญทำหน้าที่ตำรวจของเขาตามสบาย

“แม่จะยอมเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อลูกก็ได้” เจอไม้นี้เข้าไปพงศ์เทพจำต้องทำตามที่แม่ต้องการ

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement