วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

มัสยา ตอนที่ 6


10 ก.ย. 2560 08:07
1,071,672 ครั้ง

มัสยา ตอนที่ 6

อ่านเรื่องย่อ

มัสยา

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

พนมเทียน

บทโทรทัศน์โดย:

ปณธี

กำกับการแสดงโดย:

วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

มิกค์ ทองระย้า,มุกดา นรินทร์รักษ์

ลักษณ์ตื่นขึ้นตอนเช้าในสภาพปากเจ่อ นึกไม่ออกเมื่อคืนไปโดนอะไรมา ขณะอาบน้ำล้างหน้าภาพตัวเองดึงมัสยามาจูบผุดขึ้นมาในสมองก่อนจะถูกเธอชกหน้าหงายลงไปนอนแผ่หลาบนพื้น เขาถึงกับตะลึง...

มัสยาเองก็ไม่เป็นอันเรียนหนังสือเฝ้าแต่นึกถึงจูบของลักษณ์ อาจารย์กนกต้องสะกิดถามว่าเป็นอะไร เธอหน้าแดงซ่านขึ้นมาทันที ยังไม่ทันจะตอบคำถาม ลักษณ์พรวดพราดเข้ามาขออนุญาตอาจารย์เอาตัวมัสยาไปสักครู่หนึ่ง มีเรื่องอยากจะคุยด้วย แล้วลากเธอออกมาเลย เธอขืนตัวไม่ยอมไป เขาขู่ถ้าไม่ไปดีๆจะอุ้ม เธอจึงยอมไปด้วย เมื่อมาถึงมุมปลอดคน เขาพยายามจะอธิบายเรื่องเมื่อคืน เธอทำเป็นจำไม่ได้

“มัสจำไม่ได้ก็ดี พี่จะได้ลืมมันให้หมด คิดซะว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็แล้วกัน” ลักษณ์ว่าแล้วเดินจากไปด้วยความน้อยใจปนกลุ้มใจไม่รู้จะทำอย่างไรดี จึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษาท่านชายสดายุซึ่งทราบเรื่องก็ต่อว่าเขายกใหญ่ที่ทำอะไรไม่ให้เกียรติมัสยา ถึงอย่างไรเธอก็เป็นผู้หญิง ก่อนท่านชายจะให้คำแนะนำ อยากรู้ก่อนว่าเขายังรักเพ็ญโฉมอยู่หรือเปล่า ลักษณ์อึกอักไม่มีคำตอบให้ ท่านเหมือนจะรู้ใจ ตอบไม่ได้หรือไม่กล้าตอบกันแน่

“ฉันจะสอนอะไรให้ ความรักกับความเหมาะสมมันไม่เหมือนกัน แต่คนมักจะสับสนคิดว่ามันมีความหมายเดียวกัน คุณเพ็ญโฉมกับแกเหมาะสมกันในทุกด้าน แต่บางทีมันอาจจะไม่ใช่ความรัก แยกให้ออกนะลักษณ์ ความรักหรือความเหมาะสม” คำพูดของท่านชายสดายุทำให้ลักษณ์ครุ่นคิดหนักว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องระหว่างตัวเองกับเพ็ญโฉมดี

ครั้นได้ฟังเสถียรเล่าว่าเมื่อคืนเจอเพ็ญโฉมไปเที่ยวไนต์คลับกับพงศ์เทพสองต่อสองทำให้ลักษณ์ตัดสินใจได้ว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร รีบตรงไปหาเพ็ญโฉมที่ออฟฟิศ ขอโทษเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ยังไม่ทันจะบอกเลิก เธอชิงพูดขึ้นเสียก่อนว่ามั่นใจในคำสัญญาที่เขาให้ไว้ว่าจะไม่มีวันเปลี่ยนใจไปจากเธอ ดังนั้นเราน่าจะหมั้นกันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ผู้ใหญ่จะได้เห็นว่าเรารักกันจริง ลักษณ์ถึงกับไปไม่เป็นได้แต่นิ่งอึ้ง...

เสร็จจากไปหาเพ็ญโฉม ลักษณ์กลับไปที่วังมยุรฤทธิ์อีกครั้งเพื่อแจ้งให้ท่านชายสดายุทราบว่าเขาหาคำตอบให้ตัวเองได้แล้วว่าสิ่งที่เขารู้สึกกับเพ็ญโฉมไม่ใช่ความรักแต่เป็นความเหมาะสม ท่านชายทราบแก่ใจดีอยู่แล้วว่าเขาไม่ได้รักเธอ แนะให้รีบบอกฝ่ายหญิงให้รู้ เขากำลังจะบอกแต่เธอพูดถึงสัญญาที่เขาเคยให้ไว้

“ว่าหม่อมฉันจะไม่ทิ้งเธอ ชายชาติทหารอย่างหม่อมฉันต้องรักษาคำพูดยิ่งกว่าชีวิตตัวเอง”

ท่านชายสดายุยอมรับการตัดสินใจของลักษณ์แม้จะไม่เห็นด้วยก็ตาม...

ทางด้านพิณทิพย์หึงหวงนพพรจนเกือบจะมีเรื่องกับมัสยา แต่ก็ยั้งไว้ได้ทันเพราะกลัวท่านผู้หญิงรัตน-มหาศาลทราบเข้าจะเป็นเรื่องเอาได้ มัสยาไม่วายยียวนถ้าเธอไม่ทำอะไรตนจะได้ไปแล้วชวนนพพรให้ไปกันได้แล้ว ลักษณ์เข้ามาได้ยินพอดีถามว่าจะไปไหนกัน พอรู้ว่าทั้งคู่จะไปเดินเล่นที่สวนลุมขอไปด้วย

“พิณไปด้วยนะคะ ไปกันหลายๆคนสนุกดี”

พิณทิพย์แค่อยากจะไปเป็นก้างขวางคอนพพรกับมัสยา...

มัสยาไม่เป็นอันเดินเล่นเพราะหงุดหงิดที่ลักษณ์ทำเฉยเรื่องเมาแล้วจูบเธอเมื่อคืน เขากลับหาว่าเธออารมณ์บูดเพราะหึงหวงที่พิณทิพย์อี๋อ๋อกับนพพร ในเมื่อเขาคิดอย่างนั้นมัสยาก็เลยรับสมอ้างเข้าไปหาเรื่องพิณทิพย์จนเกิดกระทบกระทั่งกันถึงขั้นลงไม้ลงมือ ลักษณ์กับนพพรเข้าไปห้ามก็ถูกลูกหลงไปหลายที ลักษณ์ต้องขู่ถ้ายังไม่หยุดจะฟ้องคุณย่า สองสาวถึงสงบลงได้ จากนั้นทั้งสี่คนพากันกลับบ้าน...

พิณทิพย์พยายามตื๊อนพพรไม่เลิกไม่แล้ว เขาทนไม่ไหวขอร้องให้เธอเลิกวุ่นวายกับเขาสักที เขาไม่มีวันเปลี่ยนใจจากมัสยามาชอบเธอ

ooooooo

นพพรกลัวมัสยาจะเข้าใจผิด ปีนกำแพงบ้านมาหาแต่เช้าเพื่ออธิบายเรื่องเมื่อวาน เธอยกมือห้ามรู้ดีว่าเขากับพิณทิพย์ไม่ได้เป็นอะไรกัน นพพรเห็นเธอหน้าเศร้าถามว่าทะเลาะกับพี่ลักษณ์อีกหรือ เธอพยักหน้า เขาแนะมีอะไรก็ให้คุยกัน ถึงอย่างไรพี่ลักษณ์ก็เป็นพี่แถมรักเธอมาก เธอแปลกใจเขารู้ได้อย่างไร

“รู้ก็แล้วกัน ครอบครัวเดียวกันจะโกรธกันนานไปทำไม มองไปทางไหนก็มีอยู่เท่านี้”

คำพูดของนพพรทำให้มัสยาได้คิด ตัดสินใจมาง้อลักษณ์บอกให้รู้ว่าเธอไม่ได้คิดอะไรกับนพพร แล้วขอให้เขารีบกลับบ้าน จะทำไก่ต้มข่าไว้รอ ลักษณ์เห็นเธอจับมือกับนพพรเมื่อคืน จำได้ไหมว่าเขาเคยบอกเธอไว้อย่างไร เธอจำได้ว่าเขาห้ามเธอจับมือผู้ชายคนอื่นนอกจากเขา ลักษณ์จับมือเธอมาทาบที่หัวใจ

“มือนี้เป็นของพี่...พี่ตีตราจองแล้ว”

มัสยาหน้าแดงด้วยความเขินอาย ทั้งคู่มัวแต่สบตากันไม่ทันเห็นแม่พร้อมมองอย่างไม่สบายใจ...

แม่พร้อมปล่อยให้ลักษณ์กับมัสยารู้สึกเกินกว่าคำว่าพี่น้องไม่ได้ ตามมาหาลูกชายถึงที่ทำงานขอร้องให้เขาทิ้งระยะห่างกับมัสยา เพราะถ้ามีใครเอาเรื่องนี้ไปพูด รัตนมหาศาลจะต้องเสียหาย

“แม่ไม่อยากให้มีเรื่องอื้อฉาวเกิดขึ้น ถ้าลักษณ์รักน้อง ลักษณ์ก็ควรจะทำตามที่แม่บอก”...

ลักษณ์ทำตามที่แม่แนะนำด้วยการไม่กลับบ้านจะขออยู่วังมยุรฤทธิ์เป็นการถาวรเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะเกิดขึ้น ท่านชายสดายุเอาหนังสือตีหัวเขา ขืนทำแบบนั้นท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลได้มาแหวกอกตนถึงวังนี้แน่ๆ แล้วไล่ให้เขากลับบ้าน เขาขอร้องไม่ให้อยู่ถาวรก็ขอค้างสักคืน

“ไม่ได้ สองสามวันมานี้ แกรบกวนเวลาส่วนตัวของฉันมากพอแล้ว กลับไปซะ แล้วก็อย่าวิ่งหนีอีก การเผชิญหน้าคือการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด”

แม้จะไม่ได้ค้างอ้างแรมนอกบ้าน แต่ลักษณ์จงใจกลับบ้านดึกทำให้มัสยาที่อุตส่าห์เข้าครัวทำไก่ต้มข่าและกับข้าวโปรดของเขาอีกหลายอย่างต้องรอเก้อ

ooooooo

วันรุ่งขึ้นลักษณ์เดินผ่านศาลาในสวนเห็นหนังสือวางทิ้งไว้โดยมีซากพวงมาลัยดอกมะลิคั่นอยู่ เดินเข้าไปหยิบขึ้นมาดูก็นึกออกว่าเป็นคนซื้อมาลัยพวงนี้ให้มัสยา พลันมีเสียงเจ้าของหนังสือเรียกเขาดังขึ้น ถามว่าจำมาลัยพวงนี้ได้ไหมเขาเป็นคนซื้อให้เธอ ลักษณ์แกล้งจำไม่ได้

“ดอกไม้มันหอมก็ต่อเมื่อยังสด พอเหี่ยวแห้งโรยราก็น่าจะถูกทิ้งไป”

มัสยาจะไม่ทิ้งอะไรที่ลักษณ์ให้ จะเก็บไว้ตลอดไปแม้จะเหี่ยวแห้งเหลือแต่ซาก เพื่อจะได้รู้ว่าถึงเขาจะเป็นอย่างไร เขาก็ยังคงเป็นพี่ลักษณ์ที่เอ็นดูและดีต่อเธอเสมอ

“อย่าคาดหวังอะไรจากพี่นักเลย บางทีพี่อาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่มัสคิดก็ได้” พูดจบลักษณ์เดินจากไปแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นหม่อมช้อยเดินนำพ่อของเพ็ญโฉมเข้าไปในตัวตึก นิ่วหน้าแปลกใจว่าท่านมาทำไมที่นี่...

พ่อของเพ็ญโฉมมาฟ้องท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลกับแม่พร้อมเรื่องที่ลักษณ์กับเพ็ญโฉมตกลงจะหมั้นหมายกันโดยไม่ปรึกษาผู้ใหญ่ และเขามั่นใจว่าความคิดนี้มาจากลักษณ์ ท่านผู้หญิงขอร้องอย่าเพิ่งปักใจเชื่อ รอให้สอบถามหลานชายก่อนจะดีกว่า

“จะสอบถามไปทำไมกันครับในเมื่อเราก็รู้คำตอบอยู่แล้ว ผมอยากให้คุณลักษณ์ไปจากชีวิตยัยโฉมสักที ลูกชายคุณพร้อมทำให้ลูกสาวผมเสียใจมาแล้วหลายครั้ง และคนเป็นพ่ออย่างผมก็ทนไม่ได้ ผู้ชายเพียงคนเดียวที่ผมยอมรับเป็นลูกเขยคือคุณพงศ์เทพ”

แม่พร้อมงง พงศ์เทพมาเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย ลักษณ์ที่ยืนฟังอยู่โดยตลอดถึงกับอึ้ง...

ทันทีที่เจอหน้าหลานชายคนโปรด ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลปรี่เข้าไปต่อว่าว่าทำไมต้องโกหกเรื่องนารถระพีด้วย เขายอมรับว่าไม่ได้คิดจะคบหากับเธอแต่อย่างใดแต่ที่ต้องโกหกก็เพื่อจะให้ท่านสบายใจ ท่านผู้หญิงทวงถามจำได้หรือเปล่าที่ท่านเคยพูดไว้ว่าหากภายในสามเดือนถ้าเพ็ญโฉมทำอะไรไม่สมควร ลักษณ์จะต้องแต่งงานกับนารถระพี เขาจำได้และจำได้อีกด้วยว่าเพ็ญโฉมไม่ได้ทำอะไรที่ไม่สมควร

“ผู้หญิงคนนั้นยั่วยวนทั้งเราทั้งตาพงศ์ แบบนี้จะบอกว่าสมควรอยู่อีกไหม”

ลักษณ์ยืนยันว่าเพ็ญโฉมไม่ได้ทำอะไรผิด พงศ์เทพแอบชอบเธอฝ่ายเดียว และไม่ว่าใครจะพูดอย่างไร คนที่เขาจะอยู่ด้วยก็คือเพ็ญโฉมเท่านั้น ท่านผู้หญิงไม่พอใจตบลักษณ์หน้าหัน แถมด่าซ้ำที่เขาไม่รักดีที่ไปยุ่งกับผู้หญิงแบบนั้น แม่พร้อมสงสารลูกรีบเข้าไปห้าม ท่านผู้หญิงประกาศกร้าว

“ถ้ายังไม่เลิกกับแม่เพ็ญโฉมก็ไม่ต้องกลับมาเหยียบที่บ้านหลังนี้อีก” พูดจบท่านหันหลังเดินจากไป รู้สึกเจ็บแปลบๆที่หัวใจแต่ก็ฝืนเดินต่อไป แม่พร้อมไม่อยากให้มีปัญหา ขอร้องลูกทำตามที่คุณย่าบอก เขาทำไม่ได้ เพราะสัญญากับเพ็ญโฉมเอาไว้ว่าจะไม่ทิ้งเธอ เขาผิดคำพูดไม่ได้จริงๆ มัสยาแอบฟังอยู่ถึงกับหน้าเครียด...

มัสยาเห็นลักษณ์เก็บเสื้อผ้าจะไปจากบ้านรัตนมหาศาลพยายามขวางไว้ทุกวิถีทาง อ้อนวอนขอร้องทั้งน้ำตาไม่ให้เขาไป ลักษณ์เห็นเธอร้องไห้ก็สงสารใจจะขาดแต่ต้องฝืนใจขึ้นรถขับออกไป มัสยาวิ่งตามพลางร้องเรียกให้เขากลับมาจนสะดุดหกล้มเข่าถลอก เขามองทางกระจกส่องหลังอยากจะจอดรถลงไปปลอบ แต่ต้องตัดใจขับรถจากไปด้วยใจปวดร้าวไม่แพ้เธอเช่นกัน

ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลยืนมองลงมาจากหน้าต่างห้องนอนตัวเองเห็นหลานรักจากไปก็เสียใจมาก วิงเวียนหน้ามืดทรงตัวไม่อยู่จะคว้าโต๊ะที่อยู่ใกล้ๆ แต่มือไปปัดแจกันหล่นแตก...

ลักษณ์ไม่มีที่ไปจึงต้องไปขออยู่ที่วังมยุรฤทธิ์ คราวนี้ท่านชายสดายุอนุญาต แต่ห้ามอยู่นาน เขาขอบพระคุณท่านมากที่เมตตา...

แม่พร้อมเบาใจเมื่อท่านชายสดายุโทร.มาบอกว่าลักษณ์ไปขออาศัยอยู่ที่วังของท่าน มัสยารู้ข่าวก็สบายใจไปเปลาะหนึ่ง แล้วนึกขึ้นได้ว่าตั้งแต่ลักษณ์ออกจากบ้าน ยังไม่เห็นคุณย่าเลย จึงขึ้นไปดูที่ห้องพบท่านนอนหมดสติอยู่ที่พื้น รีบวิ่งไปตามคนมาช่วย

ooooooo

มัสยาโทร.ไปวังมยุรฤทธิ์เพื่อแจ้งข่าวคุณย่าล้มป่วย แต่ลักษณ์ไม่อยู่หายไปไหนไม่มีใครรู้ เธอจึงได้แต่ฝากข่าวไว้ คนที่มัสยาตามหานัดนารถระพีออกมาพบเพื่อแจ้งข่าวร้ายว่าต่อจากนี้ไปคงช่วยเธอไม่ได้อีกแล้ว ต้องขอโทษเธอด้วย เธอต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอโทษเขาที่ทำให้เดือดร้อนมีปัญหากับท่านผู้หญิง

“นารถจะไปบอกความจริงให้ท่านทราบเองค่ะ”

ลักษณ์ขอให้ปล่อยไปแบบนี้ดีแล้ว นารถระพีงงดีตรงไหน เขาพึมพำในใจว่าดีตรงที่เขาจะได้ไม่ต้องอยู่ใกล้มัสยาเพราะยิ่งใกล้ก็ยิ่งทำให้ผูกพันและตอกย้ำว่าคนที่เขารักเป็นคนที่ไม่สมควรรัก นารถระพีเห็นเขาเงียบไปถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เขาส่ายหน้าไม่มีอะไร ขอแค่เธออยู่เฉยๆปล่อยให้เขาจัดการเรื่องนี้เอง...

ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลไม่เป็นอะไรมาก หมอมาตรวจแล้วพบว่าศีรษะแตกนิดหน่อยให้นอนพักก็หาย แต่หมอต้องขอตรวจให้ละเอียดอีกที ศจีรู้ข่าวก็ร้องไห้ฟูมฟาย หลวงราชบริรักษ์ต้องเตือนว่าท่านยังอยู่ให้หยุดร้องไห้ได้แล้ว

สองแม่ลูกศจีกับพงศ์เทพช่วยกันใส่ไฟลักษณ์ว่าเป็นคนทำให้ท่านผู้หญิงเป็นแบบนี้แทนที่จะมาดูแลกลับหายหน้า เริงใจแก้ตัวแทนพี่ชายว่าติดต่อเขาไม่ได้ ถ้าเขารู้ว่าคุณย่าบาดเจ็บคงรีบมาเยี่ยมแล้ว

“พวกคุณกลับบ้านไปก่อนเถอะนะคะ คุณแม่ต้องการพักผ่อน” แม่พร้อมไล่ทางอ้อม

ศจีกับครอบครัวพากันกลับไป เริงใจมองตามไม่ค่อยจะชอบใจนัก ไม่รู้จะแห่กันมาทำไมทั้งที่ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น มัสยาเป็นห่วงคุณย่า เสนอตัวจะนอนเฝ้าท่านเอง...

ลักษณ์รู้ข่าวคุณย่าล้มป่วยก็รีบมาเยี่ยม มัสยาที่นอนเฝ้าไข้ท่านอยู่เห็นเขามาก็ดีใจมาก พยายามกล่อมให้เขากลับมาอยู่บ้านอย่างเดิม เขาเห็นท่านไม่เป็นอะไรมากก็เบาใจขอตัวกลับก่อน มัสยาคว้ามือไว้ ขอร้องอย่าไปไหนอีกเลย เขากลับแกะมือเธอออกขยับจะไป แต่ต้องชะงักเมื่อท่านผู้หญิงร้องเรียกชื่อเขาดังขึ้น ทั้งคู่ดีใจที่ท่านฟื้นรีบเข้าไปดู ลักษณ์จับมือท่านไว้ขอโทษที่ทำให้ท่านต้องเป็นแบบนี้

“ไม่ใช่ความผิดของเรา มันเป็นอุบัติเหตุ และย่าก็ไตร่ตรองดูแล้ว เรื่องของเรากับแม่เพ็ญโฉม ย่าจะไม่ขัดขวาง ย่าจะเคารพในการตัดสินใจของเรา”

ลักษณ์โล่งใจคุกเข่าลงกราบขอบพระคุณคุณย่าที่ให้โอกาสเพ็ญโฉม ขณะที่มัสยาได้แต่ยิ้มเศร้า

ooooooo

การกลับมาอยู่บ้านรัตนมหาศาลครั้งนี้ ลักษณ์พยายามผลักไสมัสยาให้ไปห่างๆ บางทีก็แกล้งอารมณ์เสีย ใส่ บางทีคุยกันอยู่ดีๆ เขาก็ตัดบทเดินหนีหน้าตาเฉยเนื่องจากกลัวจะหักห้ามใจตัวเองไม่ได้

มัสยาพกความน้อยใจไปบ่นให้เริงใจฟัง ไม่รู้พี่ลักษณ์ไปกินรังแตนมาจากไหนหาเรื่องว่าตลอด เริงใจแก้ตัวแทนพี่ชายว่าอาจจะเครียดเรื่องพี่โฉมก็ได้ มัสยาเพิ่งเห็นว่าเริงใจกำลังปักผ้าอยู่ นึกอยากปักผ้าเช็ดหน้าให้ลักษณ์เผื่อจะทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้น จึงขอร้องให้เธอช่วยสอน

“แล้วมัสจะปักผ้าเช็ดหน้าเอาไปให้ใคร” เริงใจมองมัสยาอย่างรอคำตอบ กลับได้รอยยิ้มมาแทน มัสยามุ่งมั่นจะปักผ้าเช็ดหน้าชื่อลักษณ์เป็นภาษาอังกฤษให้เสร็จเร็วๆทำให้นิ้วเธอถูกเข็มแทงระบมไปหมด...

ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลใจร้ายที่สุด ทั้งที่รับปากจะไม่ขัดขวางลักษณ์กับเพ็ญโฉม แต่กลับให้พงศ์เทพพาไปพบกับพ่อแม่ของเธอเพื่อทาบทามเธอให้แต่งงานกับหลานชายคนรอง พงศ์เทพรีบออกตัวถ้าคุณพ่อไม่รังเกียจ เขาอยากขอโอกาสเป็นคนดูแลเพ็ญโฉม

“ผมไม่เคยรังเกียจคุณอยู่แล้ว แต่มันค่อนข้างกะทันหัน ผมต้องคุยกับลูกสาวก่อน”

“ไม่มีปัญหา ฉันเองก็ไม่ได้จะรีบร้อนอะไรคุณใช้เวลาได้ตามสบาย” ท่านผู้หญิงยิ้มอารมณ์ดี...

ในเวลาต่อมา มัสยาเห็นพงศ์เทพประคองท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลมานั่งที่โซฟาในห้องรับแขก ขอบคุณท่านที่เมตตาเขา ท่านทำแบบนี้เพราะถือว่าเขาเป็นหลานเหมือนลักษณ์ แต่ขอร้องอย่าเพิ่งบอกให้ใครรู้เรื่องนี้ ไว้ให้ทางโน้นตอบตกลงก่อน ท่านจะเป็นคนบอกลักษณ์เอง มัสยาอดสงสัยไม่ได้ว่าเรื่องอะไร กำลังแอบฟังเพลินๆ เริงใจเข้ามาจับไหล่ เธอสะดุ้งหันมอง รีบทำมือเป็นทำนองไม่ให้ส่งเสียง แล้วรีบดึงตัวออกไปที่สวน

ooooooo

จากนั้นเรื่องราวที่มัสยาได้ยินคุณย่ากับพงศ์เทพคุยกันก็พรั่งพรูออกจากปาก สองสาวใจตรงกันอยากรู้ว่าทั้งคู่คุยเรื่องอะไรกันแน่ จึงวางแผนจะใช้ศจีเป็นเครื่องมือ รอจนเธอเดินมาใกล้ๆ เริงใจแกล้งพูดเสียงดังไม่รู้ว่าพี่พงศ์กับคุณย่าคุยกันเรื่องอะไร

“นั่นสินะ ฉันก็อยากรู้ดูจะเป็นความลับ แต่ฉันแอบได้ยินมานะว่าเกี่ยวกับพี่ลักษณ์”

ศจีหูผึ่งทันทีพอเห็นพงศ์เทพเดินกลับมาจากตึกใหญ่ลากตัวมาซักว่าไปคุยอะไรกับคุณยายมา เขางงแม่รู้ได้อย่างไร ศจีโกหกว่าบ้านหลังเล็กนิดเดียวใครคุยอะไรกันก็ได้ยินหมด แล้วสั่งให้เล่าความจริงมา พงศ์เทพกำชับหากรู้เรื่องแล้วห้ามบอกใคร วันนี้คุณยายไปสู่ขอเพ็ญโฉมให้เขา มัสยากับเริงใจที่แอบฟังอยู่ถึงกับอึ้ง

“ผู้ใหญ่ทางโน้นขอเวลาคิดก่อน ผมกับคุณยายจึงตกลงกันว่ารอให้เรื่องเรียบร้อยค่อยบอกคนอื่น ผมดีใจมากเลยนะครับที่ครั้งนี้คุณยายเข้าข้างผม”

“ลูกคิดผิดแล้ว ยายของลูกไม่ชอบแม่เพ็ญโฉมมาแต่ไหนแต่ไร ที่ทำเป็นช่วยลูกก็เพราะต้องการให้แม่เพ็ญโฉมกับตาลักษณ์เลิกกัน ท่านทำเพื่อหลานชายสุดที่รักของท่านต่างหาก”

พงศ์เทพไม่สนใจ ขอแค่ให้ได้แต่งงานกับเพ็ญโฉมก็พอ ศจีโมโหมากที่ลูกชายคิดจะไปคว้าผู้หญิงเหลือเดนจากลักษณ์ ยืนกรานจะไม่ยอมให้เขาเอาเธอมาเป็นเมียเด็ดขาด พงศ์เทพถึงกับพูดไม่ออก ขณะที่มัสยากับเริงใจมองหน้ากันสีหน้าไม่สบายใจ รีบพากันหลบออกมา ครั้นพ้นระยะที่สองแม่ลูกจะได้ยิน เริงใจขอร้องให้มัสยาเป็นคนบอกเรื่องนี้ให้ลักษณ์รู้ เพราะเป็นคนเดียวที่เขาฟัง

“บางทีอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิดแล้วก็ได้”

“โธ่ มัส ช่วยทีเถอะ ฉันสงสารพี่ลักษณ์ที่ไม่รู้ อีโหน่อีเหน่ว่าคุณย่ากำลังวางแผนจะทำอะไร นะมัสนะ ช่วยเป็นคนบอกพี่ลักษณ์ที”

คำอ้อนวอนของเริงใจทำให้มัสยาใจอ่อน ยอมทำตามที่เธอร้องขอ แต่ลักษณ์กลับไม่ต้องการฟัง เธอพยายามจะบอกหลายครั้งก็ไม่เป็นผล แถมหาเรื่องทะเลาะกับเธออีกต่างหากทำให้มัสยาอ่อนอกอ่อนใจ...

ลักษณ์เข้ามาในห้องตัวเองทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงรู้สึกผิดต่อมัสยามากมาย แต่ถ้าไม่ทำอย่างนี้ เขาคงไม่มีวันจะตัดใจจากเธอได้และเขากับเพ็ญโฉมคงจะเดินหน้าต่อไปไม่ได้ ดูเหมือนการกระทำของลักษณ์จะได้ผล มัสยาเสียใจมากหยิบผ้าเช็ดหน้าที่ปักคำว่า “LUK” ปาลงถังขยะด้วยสีหน้าเจ็บปวดไม่แพ้เขาเช่นกัน...

ทางฝ่ายเพ็ญโฉมรู้เรื่องที่ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลมาทาบทามตัวเองให้พงศ์เทพก็ไม่พอใจ บุกมาหาพงศ์เทพถึงบ้านไม่พูดพรํ่าทำเพลงตบเขาหน้าหัน

ยืนยันไม่มีวันแต่งงานกับเขาต่อให้พาผู้ใหญ่มาสู่ขอเธอจากพ่อกับแม่แล้วก็ตาม เขาตัดพ้อทำไมถึงมองไม่เห็นความรักที่เขามีให้

“คุณไม่ได้รักโฉม คนที่คุณรักคือตัวเอง ถ้าหากคุณรักโฉมจริง คุณจะต้องเคารพในการตัดสินใจของโฉม ไม่ใช่มาจับโฉมมัดมือชกแบบที่คุณกำลังทำอยู่คุณมันเห็นแก่ตัว”

“การที่ผมต้องการจะปกป้องผู้หญิงที่ผมรัก ผมเห็นแก่ตัวตรงไหน”

เพ็ญโฉมหมดความอดทนในเมื่อพงศ์เทพยืนยันจะแต่งงานกับเธอให้ได้เธอก็จะแต่งด้วย แต่ขอให้เขารู้ไว้ว่าเขาจะได้แค่ตัวเท่านั้น ส่วนหัวใจเธอมอบให้ลักษณ์ไปแล้ว จากนั้นเธอขึ้นรถขับออกไปทันที

ooooooo

แม้จะรู้ว่าฝ่ายหญิงปฏิเสธการแต่งงาน แต่ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลยังไม่ยอมแพ้ อาสาจะไปคุยกับพ่อแม่ของเธอให้ พงศ์เทพไม่อยากบังคับอะไรเธออีกจึงบอกท่านว่าไม่ต้องไปคุย ท่านสั่งให้เขาอยู่เฉยๆไม่ต้องพูดอะไร ปล่อยให้เป็นหน้าที่ท่านจัดการเองถึงอย่างไรเขาก็ต้องแต่งกับเพ็ญโฉม

“ที่คุณยายเป็นธุระเรื่องนี้ให้ผม คุณยายทำเพื่อผมจริงๆหรือทำเพื่อลักษณ์กันแน่ครับ คุณยายไม่ต้องตอบก็ได้ครับผมเข้าใจดี ยังไงผมก็ไม่มีวันเป็นหลานรักของคุณยายแทนลักษณ์ได้เลยจริงๆ” พงศ์เทพตัดพ้อจบ เดินออกจากห้องแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นลักษณ์ยืนฟังอยู่ ต่างฝ่ายต่างมองหน้ากัน ก่อนที่พงศ์เทพจะเดินต่อไป ลักษณ์ก้าวเข้ามายืนตรงหน้าคุณย่า ต่อว่าท่านว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ไหนบอกว่าเข้าใจทุกอย่าง

“เรื่องนี้ย่าไม่มีข้อแก้ตัวใดๆแต่ย่าพูดได้เต็มปากว่าย่าทำทุกอย่างเพราะเห็นว่ามันดีต่อตัวลักษณ์ นับ ตั้งแต่พ่อเราเสียไปย่าก็ฝากความหวังทุกอย่างไว้ที่เรา ย่าไม่มีใครที่จะพึ่งพาได้นอกจากลักษณ์เท่านั้น ที่ผ่านมาย่ามีแต่เรื่องที่ทำให้เสียใจตลอด ลักษณ์เป็นคนเดียวที่จะทำให้ย่ามีความสุข ลักษณ์ทำเพื่อย่าได้ไหม”

ลักษณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกไม่รู้จะทำอย่างไรดี ได้แต่นำเรื่องนี้ไปปรับทุกข์กับเริงใจซึ่งรู้เรื่องนี้ก่อนหน้าแล้ว เธอกับมัสยาพยายามหาทางบอกเขาตั้งแต่เมื่อวาน ลักษณ์ถึงกับอึ้งที่มัสยามาวอแวด้วยก็เพราะอย่างนี้นี่เองยิ่งทำให้รู้สึกผิดต่อเธอ ระหว่างนั้นแม่นมผันถือผ้าเช็ดหน้าที่มัสยาทิ้งขยะผ่านมา แต่ดันทำหล่นตรงหน้าลักษณ์พอดี เขาเห็นตัวอักษร “LUK” ที่ปักอยู่มุมผ้าเช็ดหน้ารีบหยิบขึ้นมาดู

“ผ้านี้เป็นของนมผันเหรอครับ”

“ไม่ใช่ค่ะ นมเห็นมันอยู่ในถังขยะห้องคุณมัสก็เลยเก็บมาเพราะเห็นว่ายังดีอยู่น่ะค่ะ”

ชายหนุ่มนึกถึงนิ้วที่เป็นแผลของมัสยาขึ้นมาทันที ที่แท้เธอต้องเจ็บนิ้วเพราะปักผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ให้เขา ขอผ้าเช็ดหน้าจากแม่นมผันแล้ววิ่งปรู๊ดออกไป เริงใจกับแม่นมผันมองตามแปลกใจ...

ลักษณ์นำผ้าเช็ดหน้าตามไปง้อมัสยาที่กำลังยิงหนังสติ๊กเล่นอยู่ที่สวนหลังบ้าน เธอยังน้อยใจไม่หายจึงกลั่นแกล้งเขาคืน แล้วเข้าไปแย่งผ้าเช็ดหน้าจากมือ ยื้อกันไปแย่งกันมาผ้าเช็ดหน้าขาดเป็นสองส่วน ถึงมันจะขาดแต่เขาจะเก็บรักษาไว้อย่างดี ขอบใจเธอมากที่อุตส่าห์ปักให้ จังหวะนั้นหม่อมช้อยเข้ามาหา

“คุณลักษณ์คะ มีโทรศัพท์ถึงคุณ จากคุณเพ็ญโฉมค่ะ”...

ครู่ต่อมาลักษณ์มาพบกับเพ็ญโฉมที่ร้านอาหารตามนัด เธอขอร้องเขาอย่าโกรธพ่อกับแม่ของเธอ ท่านแค่อยากให้ลูกได้สิ่งที่ดีที่สุดตามความคิดของท่านโดยไม่รู้ว่าเขาคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเธอและไม่มีอะไรมาแทนที่ได้ ลักษณ์ถึงกับหน้าเครียด พูดแบบนี้เขายิ่งรู้สึกผิดที่ทำให้เธอเดือดร้อน

“ไม่เลยค่ะ โฉมไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้นและโฉมก็ทนได้ถ้าหากว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นมาอีก โฉมจะอดทนเพื่ออนาคตของเราสองคน” เพ็ญโฉมมองชายคนรักที่เอาแต่นั่งนิ่งอย่างครุ่นคิดสงสัย...

จะเปิดเทอมอาทิตย์หน้าแล้ว มัสยายังไม่มีชุดนักเรียนรวมทั้งอุปกรณ์เครื่องเขียน ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลเห็นลักษณ์ว่างจึงขอให้ช่วยเป็นธุระพาน้องไปซื้อหา เริงใจขอไปด้วยทั้งที่มีทุกอย่างครบแล้ว ทีแรกแม่พร้อมไม่อนุญาต แต่มัสยาอ้างจะได้มีเพื่อนช่วยดูเวลาลองชุด ท่านถึงยอมให้ไป

มัสยาต้องการป่วนลักษณ์เพื่อเอาคืนที่เขาพยายามผลักไส จึงไม่ยอมนั่งเบาะหน้ารถคู่กับเขา เกี่ยงให้เริงใจไปนั่ง เริงใจเองก็ไม่อยากนั่งหน้าอยากนั่งเบาะหลังจะได้นอนเล่นได้ ลักษณ์หัวเสียมากตวาดลั่น

“นิด...มานั่งข้างหน้า” เสียงตวาดของเขาทำเอาเริงใจสะดุ้งโหยงจำใจนั่งเบาะหน้าคู่กับพี่ชาย...

ลักษณ์ยังโดนมัสยาป่วนไม่เลิก อุตส่าห์ถือถุงใส่ข้าวของให้ เธอไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเขาแกล้งตะโกนบอกชาวบ้านว่าเขาขโมยของให้ช่วยกันจับตัว ชาวบ้านหลงเชื่อจะเอาเขาส่งตำรวจ ลักษณ์จึงต้องวิ่งหนี มัสยาขำกลิ้ง ขณะที่เริงใจตำหนิเธอทำแบบนี้ไม่แรงไปหน่อยหรือ

“ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้พี่ชายของนิดก็จะได้ใจรังแกฉันไม่หยุด ไม่ต้องห่วงหรอกพี่ลักษณ์วิ่งหนีทันแน่ๆ”

ooooooo

เช้าวันถัดมา เพ็ญโฉมซื้อของกินไปให้ลักษณ์ที่ทำงาน แต่เขาไม่อยู่ในห้อง จึงเอาของวางไว้บนโต๊ะ เห็นลิ้นชักแง้มอยู่ถือวิสาสะเปิดดู พบกล่องกำมะหยี่อยู่ข้างใน หยิบขึ้นมาเปิดดูเห็นสร้อยเส้นสวย นึกว่าเขาซื้อเตรียมไว้ให้ จึงหยิบขึ้นมาสวม ลักษณ์เข้ามาเห็นพอดีก็ไม่พอใจ สั่งให้ถอดสร้อยออก เธอมองงงๆ

“ช่วยเอามันเก็บไว้ที่เดิมด้วย”

“โฉมขอโทษนะคะที่ถือวิสาสะ โฉมเข้าใจว่าลักษณ์จะให้โฉม” เพ็ญโฉมถอดสร้อยออกเก็บไว้อย่างเดิม

“มันเป็นของคุณพ่อของผม” ลักษณ์ว่าแล้วเดินมาปิดลิ้นชักโต๊ะ เพ็ญโฉมพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะขอตัวกลับก่อน เขาไม่พอใจถึงขนาดไม่ยอมออกมาส่งเธอเหมือนที่เคยทำ สร้างความน้อยใจให้เธออย่างมาก...

เพ็ญโฉมนำเรื่องนี้ไปเล่าให้เพื่อนสนิทฟัง เพื่อนรีบออกตัวว่าไม่ได้จะใส่ร้ายแต่เชื่อว่าลักษณ์น่าจะมีคนอื่น และสร้อยเส้นนั้นต้องไม่ใช่ของพ่ออย่างที่เขาอ้าง แนะให้เธอจับตาดูเขาไว้บ้างถ้าไม่อยากเสียเขาไป...

ในเมื่อตามติดลักษณ์ตลอดเวลาไม่ได้ เพ็ญโฉมจึงไหว้วานให้มัสยาช่วยเป็นหูเป็นตาให้ นพพรรู้เรื่องนี้ก็ตกใจหรือผู้หญิงที่เพ็ญโฉมว่าจะเป็นนารถระพีพี่สาวของเขา มัสยายืนยันว่าไม่ใช่ เขาแปลกใจทำไมเธอถึงมั่นใจนักในเมื่อพักหลังๆสองคนนั่นไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด คราวนี้เธอไม่ตอบแต่หลบสายตา

“ต้องมีอะไรแน่ๆ มัสหลบตานพ บอกนพมาว่ามัสรู้อะไร”

ถูกคาดคั้นหนักเข้า มัสยาจำต้องเปิดปากบอกเรื่องที่นารถระพีไปไหนต่อไหนกับลักษณ์เป็นแค่เรื่องตบตา เธอแค่เอาลักษณ์มาบังหน้าเพื่อจะได้ออกไปหาสมานคนรักของตัวเอง แทนที่นพพรจะปิดปากเงียบ กลับเอาเรื่องนี้ไปต่อว่านารถระพีว่าทำแบบนี้ได้อย่างไร ถ้าคุณพ่อรู้ว่าเธอโกหกต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่

“ก็เพราะแบบนี้ เธอถึงห้ามบอกใครไง” พูดจบนารถระพีผละจากไป นพพรถอนใจหนักใจหันหลังจะเข้าบ้านแต่ต้องตกใจแทบสิ้นสติเมื่อเห็นเจ้าคุณมหศักดิ์ยืนอยู่ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าท่านรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว จึงขอร้องพ่ออย่าดุพี่นารถเลย ท่านรับปากจะไม่ทำอย่างนั้น แต่เขาต้องช่วยท่านคอยรายงานความเคลื่อนไหวทุกอย่างของเธอกับผู้ชายคนนั้นให้ท่านทราบ ถ้าเขาไม่ทำตามคำสั่งท่านจะตัดเงินเดือนเขาหกเดือน

เจอไม้นี้เข้าไป นพพรจะปฏิเสธได้อย่างไร...

เป็นอย่างที่เพ็ญโฉมหวั่นใจ สร้อยเส้นนั้นไม่ใช่ของพ่ออย่างที่ลักษณ์อ้าง เขาตั้งใจซื้อให้มัสยาแต่ไม่กล้าให้ด้วยตัวเองจึงวานให้เริงใจเอาไปให้ แถมห้ามบอกว่าเป็นของเขา เธองงทำไมถึงบอกไม่ได้ เขาสั่งไม่ให้ถามแค่ทำตามที่สั่งก็พอ เริงใจอยากรู้สาเหตุที่แท้จริง ถ้าเขาไม่บอกคืนนี้เธอนอนไม่หลับแน่ๆ

“เราก็รู้ว่าพี่กับมัสเพิ่งทะเลาะกัน ถ้าหากพี่ง้อก่อนมันจะเสียฟอร์มน่ะสิ”

“แล้วถ้ามัสถามว่าให้ทำไม พี่ลักษณ์จะให้นิดตอบว่าไง”

“นิดก็บอกไปสิว่านิดเห็นคอมัสโล่งๆไม่มีอะไรใส่ก็เลยหาสร้อยมาให้”...

ระหว่างกินมื้อค่ำกัน ลักษณ์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่เห็นสร้อยเส้นนั้นสวมอยู่บนคอของมัสยา ท่านผู้หญิงเห็นหลานชายยิ้มไม่หุบร้องทักว่ามีอะไรหรือเปล่า เขาปฏิเสธว่าไม่มีอะไรแค่คิดอะไรเพลินๆเท่านั้น แล้วก้มหน้าก้มตากินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย

ooooooo

ถึงวันเปิดภาคเรียน ไม่ได้มีแต่มัสยากับเริงใจเท่านั้นที่ลักษณ์มีหน้าที่ขับรถไปส่ง พิณทิพย์ พัณทิพารวมทั้งอู๊ด อ๊อด และอ๋อยขอติดรถไปด้วย พิณทิพย์เห็นแก่ตัวนั่งหน้าคู่กับลักษณ์อย่างสบายใจปล่อยให้อีกห้าคนอัดเป็นปลากระป๋องอยู่เบาะหลัง มัสยาขอให้พิณทิพย์เอาอ๋อยหรืออู๊ดไปนั่งด้วยแต่เธอไม่ยอม

“ไม่ได้ เดี๋ยวชุดของฉันยับ”

มัสยาตัดสินใจให้อ๋อยนั่งตักตัวเอง พัณทิพาเห็นดีด้วยจับอู๊ดมานั่งตักเช่นกันทำให้เหลือที่ว่างพอให้ทุกคนวางก้นได้ ลักษณ์ขยับกระจกส่องหลัง มองมัสยากับพัณทิพาชื่นชมในความเสียสละของทั้งคู่...

ครั้นถึงหน้าโรงเรียน เด็กๆพากันลง ลักษณ์กำชับว่าตอนเย็นจะมารับให้ทุกคนมารอที่นี่ ทุกคนรับคำยกเว้นมัสยา ลักษณ์ถามเธอว่าไม่ได้ยินที่พูดหรือ เธอได้ยินแต่ที่ไม่รับคำเพราะเย็นนี้นพพรจะมารับเธอกลับ แล้วชวนทุกคนเข้าโรงเรียนไม่สนใจเขาอีก ลักษณ์ได้แต่มองตามหงุดหงิดใจ...

เพ็ญโฉมเริ่มไม่ไว้ใจกลัวลักษณ์จะมีผู้หญิงอื่น หลังเลิกงานจึงแวะไปหาเขาที่กรมทหารเพื่อกลับบ้านด้วยจะได้เลยไปหามื้อเย็นกินกัน เขายังกลับไม่ได้ต้องไปรับเด็กๆที่โรงเรียนก่อน เธอไม่ขัดข้อง

ครั้นมาถึงหน้าโรงเรียนปรากฏว่าหลวงราชบริรักษ์รับลูกๆตัวเองกลับไปแล้วเหลือแต่เริงใจ มัสยาและนพพรที่กำลังจะชวนกันไปหาอะไรกิน เริงใจดีใจที่พี่ชายมารีบยกให้เขาเป็นเจ้ามือพาไปเลี้ยงข้าวระหว่างกินมื้อค่ำด้วยกัน เพ็ญโฉมเห็นสร้อยเส้นนั้นที่คอของมัสยาก็ชะงักหรือผู้หญิงคนอื่นของลักษณ์จะเป็นเธอคนนี้

ooooooo

เพ็ญโฉมสบโอกาสเหมาะที่จะพิสูจน์ความจริง เมื่อลักษณ์ชวนเธอไปขี่จักรยานเล่นที่สวนสาธารณะ จึงแอบชวนนพพรกับมัสยามาร่วมวงด้วย ลักษณ์ไม่ค่อยจะชอบใจนักเนื่องจากมัสยายังขี่จักรยานไม่ค่อยคล่องแต่ต้องมาขี่ท่ามกลางคนหมู่มากทำให้เขาเป็นห่วงจนออกนอกหน้า เตือนให้เธอขี่ระวังๆด้วย

“มัสเขาเก่งอยู่แล้วลักษณ์ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ”

“ไม่ห่วงไม่ได้หรอกครับโฉม มัสเพิ่งขี่จักรยานเป็นเมื่อไม่นานมานี้เอง...นพฝากดูมัสด้วย” พูดจบลักษณ์ขี่จักรยานออกไป เพ็ญโฉมมองตามเริ่มมั่นใจว่าเขาต้องรู้สึกอะไรลึกซึ้งกับมัสยาแน่ๆ จึงปล่อยให้มัสยากับนพพรขี่ตามลักษณ์ไปก่อนแล้วทิ้งระยะห่างไว้พอสมควรตัวเองถึงได้ปั่นตามมาด้วยความเร็ว แล้วแกล้งร้องเอะอะว่าเบรกไม่อยู่ แถรถเข้าหารถของมัสยาก่อนจะชนล้มลงไปด้วยกัน

ลักษณ์กับนพพรตกใจมากโดยเฉพาะฝ่ายแรกทิ้งจักรยานที่ตัวเองขี่โดดผลุงเดียวถึงตัวมัสยา แต่นพพรอยู่ใกล้กว่าเข้าไปดูแลเธอได้ก่อน ลักษณ์จึงต้องถอยออกมาแล้วนึกถึงเพ็ญโฉมขึ้นมาได้รีบเข้ามาดูแล เพ็ญโฉมอึ้งที่เขาเป็นห่วงมัสยามากกว่าตัวเอง การขี่จักรยานเล่นครั้งนี้จึงต้องล้มเลิกไปโดยปริยาย ลักษณ์ชวนให้ทุกคนกลับบ้านกันได้แล้ว มัสยารู้ทันรีบขอให้นพพรช่วยไปส่งบ้าน ลักษณ์อารมณ์เสียทันที

“จะต้องรบกวนนพทำไม เดี๋ยวเรากลับกับพี่...นพ พี่ฝากเราไปส่งโฉมที่บ้านทีนะ”

“ไม่ค่ะ มัสจะกลับกับนพ พี่ลักษณ์นั่นแหละไปส่งพี่โฉมที่บ้าน...นพไปกันเถอะ” มัสยาคว้ามือนพพรจูงออกไป ลักษณ์มองตามไม่พอใจ การกระทำของเขาไม่พ้นสายตาจ้องจับผิดของเพ็ญโฉมไปได้...

ตั้งแต่ออกจากสวนสาธารณะยันถึงบ้านเพ็ญโฉม ลักษณ์เอาแต่ขับรถเงียบๆไม่พูดไม่จา เพ็ญโฉมอดถามไม่ได้ที่นิ่งเงียบไปเพราะโกรธเธอที่ทำให้มัสยาเจ็บตัวใช่ไหม

“ผมจะโกรธโฉมทำไมในเมื่อโฉมไม่ได้ตั้งใจ โฉมเข้าบ้านเถอะครับ”

เพ็ญโฉมเห็นท่าทางที่เปลี่ยนไปของชายคนรัก ตัดสินใจถามว่ายังรักเธออยู่ใช่ไหม เขาถึงกับอึ้งทำไมถึงถามแบบนี้ เธอแค่อยากได้ยินเขาพูดว่ายังรักเธออยู่ ลักษณ์ได้แต่อึกอัก ระหว่างนั้นแม่ของเพ็ญโฉมเดินออกมามองเขาอย่างไม่ค่อยจะพอใจ ก่อนจะลากแขนลูกสาวเข้าบ้าน พร้อมกับต่อว่าลูกว่าทำไมถึงยังคบหากับผู้ชายคนนี้อยู่อีก หากคุณพ่อมาเห็นเข้าต้องโมโหมากแน่ๆ จะทำอะไรทำไมไม่เกรงใจพ่อกับแม่บ้าง

“เลิกบ่นโฉมสักทีเถอะค่ะ แค่นี้โฉมก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว โฉมไม่อยากได้ยินอะไรอีก” เพ็ญโฉมเดินเข้าห้องตัวเองอย่างอารมณ์เสีย พาลกวาดข้าวของบนโต๊ะเครื่องแป้งกระจุยกระจาย

“ลักษณ์...ทำไมคุณถึงทำกับโฉมแบบนี้ คิดเหรอว่าโฉมจะปล่อยคุณไป”...

ลักษณ์กลับถึงบ้านด้วยอารมณ์คุกรุ่น โดนมัสยาทำตัวห่างเหินไม่พอ ยังโดนแม่ของเพ็ญโฉมชักสีหน้าใส่อีกต่างหาก พอเห็นมัสยาเพิ่งกลับเข้าบ้านทั้งที่แยกกับเขาตั้งนานแล้วก็เลยพาลหาเรื่องต่อว่าที่เธอทำตัวห่างเหิน เธอต่อว่ากลับว่าเขาต่างหากที่เป็นคนเริ่มก่อน

“พี่พยายามผลักไสมัสให้ออกไปจากชีวิต เดี๋ยวก็ดีใส่เดี๋ยวก็ร้ายตอบจนมัสรับอารมณ์พี่ไม่ไหวอีกแล้ว และในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นก็อย่ามายุ่งกันเลยดีกว่า” มัสยา จ้องลักษณ์อย่างไม่เกรงกลัว เขาทั้งโกรธทั้งน้อยใจกระชากเธอเข้ามาใกล้ ถามย้ำแน่ใจใช่ไหมว่าต้องการแบบนี้

มัสยาตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่าใช่ สั่งให้เขาปล่อย ลักษณ์ปล่อยมือพร้อมกลับผลักเธอออกห่าง เธอไม่ทันตั้งหลักถึงกับหงายหลังก้นจ้ำเบ้า เขาตกใจจะเข้าไปช่วยพยุง เธอปัดมือไม่ให้มายุ่งแล้วลุกหนีไปเลย...

อุปสรรคความรักของลักษณ์และมัสยายังมีเข้ามาไม่จบไม่สิ้นเมื่อเพ็ญโฉมโทร.มาบอกมัสยาว่าสร้อยคอที่เธอสวมอยู่เป็นของลักษณ์ไม่ใช่เริงใจซื้อให้อย่างที่เธอเข้าใจ มัสยากำลังงอนลักษณ์อยู่ก็เลยเอาสร้อยไปคืน อ้างว่าตัวเองไม่เหมาะ แต่เพ็ญโฉมเหมาะกว่า เขาควรจะเอาไปให้คนรักของเขาแล้วยัดสร้อยใส่มือ เขาไม่ยอมรับคืน ในเมื่อเขาให้เธอแล้วไม่มีวันเอาคืนเด็ดขาด ถ้าเธอไม่ชอบก็ให้เอาไปทิ้ง

เริงใจเข้ามาเห็นสร้อยในมือมัสยาก็รู้ทันทีว่าความแตกแล้ว ขอโทษเธอเป็นการใหญ่ไม่ได้ตั้งใจจะโกหกเรื่องสร้อยนี่แม้แต่น้อย ลักษณ์ออกรับแทนน้องสาว

“พี่สั่งให้นิดเป็นคนเอาสร้อยให้มัสเอง ถ้าจะโกรธก็โกรธพี่”

“มัสโกรธพี่ลักษณ์แน่นอนไม่ต้องห่วง” พูดจบมัสยาเอาสร้อยยัดใส่มือลักษณ์แล้วเดินหนีทันที

ooooooo

ตั้งแต่ศจีปฏิเสธไม่ซื้อเครื่องเพชรที่แม่ค้าขายเพชรมานำเสนอให้ถึงบ้าน ก็เป็นที่โจษจันในหมู่ผู้ลากมากดีกันสนุกปากว่าเธอมีแต่เปลือก วันนี้เธอมาตัดชุดที่ร้านเสื้อของนพมาศก็ยังถูกไฮโซสองคนที่มาตัดเสื้อที่ร้านเช่นกัน นินทาเรื่องเครื่องเพชรเสียงลั่นร้าน หาว่าไม่รวยจริง เธอโกรธมากปรี่เข้าไปตบคนปากเสีย

พวกนั้นขู่จะแจ้งตำรวจ ศจียิ่งโกรธคว้าผ้าที่เป็นพับๆ สำหรับไว้ตัดเสื้อให้ลูกปาใส่จนข้าวของกระจัดกระจายเกลื่อนร้าน นพมาศต้องเข้ามาห้าม และขอร้องให้ไฮโซทั้งสองคนกลับไปก่อน ศจีเห็นผลงานตัวเองรีบชิ่งกลับไปด้วย นพมาศถึงกับส่ายหน้าค่อยๆเก็บข้าวของที่กระจายเกลื่อนด้วยความเซ็ง

ไม่นานนักประจวบเข้ามาเห็นนพมาศก้มหน้า ก้มตาเก็บของอยู่คนเดียวก็เข้ามาช่วย เธอนิ่วหน้าแปลกใจเขามาที่นี่ทำไม ประจวบเอาชุดที่ตัดจากร้านของเธอมาแก้ เธอมองที่มือเขาไม่เห็นถุงใส่ชุดก็ถามหา

“ยังไม่ต้องสนใจชุดผมหรอก เก็บร้านก่อนเถอะ เดี๋ยวลูกค้าไม่กล้าเข้าร้าน”

เมื่อเก็บข้าวของในร้านเข้าที่เรียบร้อย ประจวบเสนอจะเลี้ยงข้าวนพมาศที่ยอมให้เขาช่วยเก็บร้าน เธอถึงกับยิ้มออกมาได้ ก่อนจะตอบตกลง

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement