วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

มัสยา ตอนที่ 5


10 ก.ย. 2560 08:07
1,071,672 ครั้ง

มัสยา ตอนที่ 5

อ่านเรื่องย่อ

มัสยา

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

พนมเทียน

บทโทรทัศน์โดย:

ปณธี

กำกับการแสดงโดย:

วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

มิกค์ ทองระย้า,มุกดา นรินทร์รักษ์

ลักษณ์ขี่มอเตอร์ไซค์พามัสยามานั่งชมวิวริมแม่น้ำ เธออดถามไม่ได้ว่ารู้เรื่องที่นพพรจะมาทาบทามเธอก่อนหรือเปล่า เขาพยักหน้า ยอมรับว่านพพรนำเรื่องนี้มาปรึกษา เธอตัดพ้อต่อว่าทำไมไม่บอกกันบ้าง

“นี่เป็นเรื่องระหว่างเธอกับนพพร พี่ไม่เกี่ยว”

“ไม่เกี่ยวยังไงในเมื่อพี่ลักษณ์เป็นผู้ปกครองของมัส พี่ลักษณ์ยุ่งเรื่องของมัสได้ทุกเรื่อง มัสขอบอกพี่ลักษณ์ไว้ตรงนี้เลยนะคะว่ามัสไม่มีทางที่จะอยู่กับคนที่ไม่ได้รัก มัสจะยอมทำตามใจคุณย่าทุกเรื่องยกเว้นเรื่องนี้เรื่องเดียว ที่มัสขอทำตามหัวใจตัวเอง” มัสยาว่าแล้วหันมองไปทางอื่นไม่อยากให้ลักษณ์เห็นน้ำตา เขายื่นมือมาจะจับไหล่เพื่อปลอบใจ แต่ยั้งมือไว้ ทันใดนั้นฝนเทลงมา เขาชวนเธอกลับ

“ไม่ค่ะ มัสยังไม่อยากกลับ พี่ลักษณ์กลับไปก่อนได้เลย” พูดจบมัสยาเดินหนี ลักษณ์คว้าแขนเธอดึงกลับ เนื่องจากไม่ทันตั้งตัวทำให้เธอเซเข้ามาในอ้อมกอดเขา มัสยาใจเต้นไม่เป็นส่ำ ลักษณ์เองก็รู้สึกแปลกๆ ก่อนจะตั้งสติได้รีบถอยห่าง ฝนตกหนักทำให้ขี่มอเตอร์ไซค์กลับไม่ไหว ทั้งคู่จึงไปหลบฝนอยู่ที่เพิงพักริมทาง เขาเห็นเธอเงียบไป แกล้งทำหน้าตาตลกๆใส่เพื่อให้เธออารมณ์ดี ในที่สุดเธอก็หัวเราะออกมาจนได้...

เมื่อลักษณ์กับมัสยากลับถึงบ้านรัตนมหาศาล เจอนพพรรอท่าอยู่ก่อนแล้ว จะขอคุยกับเธอตามลำพัง ครั้นได้อยู่กันสองต่อสอง นพพรขอโทษมัสยาที่ไม่ได้บอกเรื่องจะให้พ่อมาทาบทามให้รู้ก่อน แต่ที่ทำไปทั้งหมดก็เพราะชอบเธอมาก อยากแสดงความจริงใจ ขอร้องเธออย่าโกรธอย่าเคือง

“มัสไม่ได้โกรธนพ”

นพพรดีใจจะโผกอด มัสยาดีดนิ้วใส่หน้าผากอย่างแรงเขาถึงกับร้องโอ๊ยลั่น เตือนไม่ให้เขาฉวยโอกาส และขอบใจที่เขารู้สึกดีๆด้วย แต่เธออยากให้เราเป็นเพื่อนกันมากกว่า ความเป็นเพื่อนยั่งยืนกว่ามาก นพพรไม่ได้อยากเป็นแค่เพื่อน อยากเป็นผู้ชายคนนั้น คนที่ดูแลปกป้องเธอ

“อย่าเพิ่งตัดโอกาสนพเลยนะ นพสัญญาว่านพจะไม่เร่งรัดมัสอีก เราจะค่อยๆดูกันไป...ถือว่ามัสตกลงแล้วนะ นพไปล่ะ” พูดเองเออเองจบ นพพรวิ่งปรู๊ดกลับไป มัสยาส่ายหน้าก่อนจะเดินเข้าตึกใหญ่ ไม่ทันสังเกตเห็นลักษณ์แอบฟังอยู่ รู้สึกหึงหวงในตัว มัสยาโดยไม่รู้ตัว...

ขณะที่ลักษณ์เริ่มมีใจให้มัสยา พ่อและแม่ของเพ็ญโฉมทำตัวเป็นแม่สื่อแม่ชักหลอกให้ลูกสาวมากินข้าวกับพงศ์เทพไม่พอยังฝากให้พาไปส่งบ้านด้วย เพ็ญโฉมแปลกใจพ่อกับแม่จะไปไหนต่อหรือ พวกท่าน ไม่ได้ไปไหน แต่พงศ์เทพจองตั๋วหนังไว้ดูกับเธอรอบบ่าย แล้วไล่ให้ไปกันได้แล้วเดี๋ยวจะไม่ทันหนังฉาย

เพ็ญโฉมรอจนท่านทั้งสองไปพ้นแล้ว ต่อว่าพงศ์เทพคิดว่าเข้าทางพ่อกับแม่ของเธอแล้วจะทำให้เธอใจอ่อนกับเขาหรือ เขาไม่เคยคิดอย่างนั้น แค่อยากแสดงความจริงใจให้เธอเห็น เขากล้าที่จะเปิดตัวกับพ่อแม่ของเธอ กล้าที่จะบอกพวกท่านว่าเขารักลูกสาวของพวกท่าน ไม่เหมือนลักษณ์ที่ไม่กล้าแม้แต่จะบอกใครต่อใครว่าคบกับเธออยู่ เจอคำพูดแทงใจดำเข้าไปเพ็ญโฉมถึงกับอึ้ง

ooooooo

ท่านชายสดายุเห็นลักษณ์มีท่าทางแปลกๆกับการที่เจ้าคุณมหศักดิ์มาทาบทามมัสยาให้นพพรก็พอจะเดาออกว่าเขาเริ่มมีใจให้มัสยาเข้าแล้วโดยที่เขาเองไม่รู้ตัว ก็ได้แต่อมยิ้ม...

เพ็ญโฉมต้องการตัดไฟแต่ต้นลม จึงตัดสินใจพูดกับพงศ์เทพตรงๆตอนที่มาส่งเธอที่บ้านว่าขอบคุณสำหรับความรู้สึกดีๆที่เขามีให้ แต่เธอคงรับไว้ไม่ได้ เธอไม่อยากให้เขาปิดกั้นตัวเองจากคนอื่นเพราะเธอ

“ผมรู้ว่าคุณต้องพูดประโยคนี้เข้าสักวัน แต่ไม่นึกว่าจะเร็วขนาดนี้ คนอย่างผมไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆหรอกนะครับ ผมไม่มีวันเปิดหัวใจให้ใครอีกแล้ว หัวใจของผมเป็นของคุณนับตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน คุณจำได้หรือเปล่า” พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดคำนึงของพงศ์เทพ

ตอนนั้นพงศ์เทพเห็นรถของเพ็ญโฉมจอดเสียก็เลยเข้าไปช่วยเหลือ โดยเข็นรถไปให้ที่อู่ซ่อม เธอเห็นเหงื่อผุดเต็มใบหน้าเขา หยิบผ้าเช็ดหน้าของตัวเองส่งให้ เขาไม่กล้ารับไว้กลัวจะทำมันสกปรก

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันมีอีกหลายผืน รับไว้เถอะนะคะ” เพ็ญโฉมยิ้มให้พงศ์เทพอย่างมีไมตรีต่อกัน...

หลังจากวันนั้น พงศ์เทพก็ได้เจอเพ็ญโฉมที่ผับโดยบังเอิญ เห็นเธอกำลังเต้นรำสนุกสนานอยู่กับเพื่อนๆ
ก็เดินเข้าไปทัก แล้วนึกถึงผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาได้จะหยิบคืนให้แต่ต้องชะงักเมื่อเธอขอตัวแล้วเดินไปหาใครบางคน เขามองตามเห็นเธอเดินไปหาลักษณ์ ก่อนทั้งคู่จะโผกอดกัน พงศ์เทพได้แต่กำผ้าเช็ดหน้าเอาไว้ในมือ...

พงศ์เทพตื่นจากภวังค์ หยิบผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นออกมา เพ็ญโฉมจำได้ว่าเป็นผ้าของตัวเองถึงกับอึ้ง นี่เขาพกติดตัวไว้ตลอดเลยหรือ เขาพยักหน้ารับคำ ผ้าผืนนี้เป็นกำลังใจที่ดีให้ในวันที่เขาท้อแท้ และยังทำให้เขาไม่ถอดใจเรื่องของเธอง่ายๆอีกด้วย ขอร้องอย่าห้ามเขารักเธอเลยเพราะเธอเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เขามีความสุข

“ค่ะ ฉันจะไม่ห้ามคุณ แต่...ไม่ว่าคุณจะทำอะไรเพื่อฉันมากแค่ไหน ฉันก็แน่ใจว่าฉันไม่มีวันจะเปลี่ยนใจไปจากลักษณ์ และต่อไปนี้ ถ้าไม่มีความจำเป็นจริงๆ เราอย่าเจอกันอีกเลยนะคะ”

ooooooo

ท่านชายสดายุมาหาท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลถึงบ้านพร้อมด้วยกระเช้าผลไม้ เนื่องจากตั้งแต่กลับจากอเมริกายังไม่มีเวลามาจึงถือโอกาสนี้เยี่ยมเยียนและจะชวนทุกคนไปขี่ม้าที่วังมยุรฤทธิ์ ไม่ทราบว่ามีใครในพวกเราชอบขี่ม้าบ้างไหม หลวงราชบริรักษ์โพล่งขึ้นก่อนใครเพื่อนว่าชอบ เริงใจเองก็ชอบเช่นกัน

“อย่างนิดไม่ได้เรียกว่าชอบหรอกนะ เพราะต้องให้จ๊อกกี้จูงเดินตลอด” ลักษณ์กระเซ้า

“พี่ลักษณ์อ่ะ ไปบอกความลับคนอื่นทำไม นิดเสียหน้าหมดเลย”

ศจีอยากเอาหน้ารีบสะกิดให้พิณทิพย์พูดบ้างแต่เธอไม่เข้าใจ ศจีจึงต้องคุยอวดว่าพิณทิพย์ก็ขี่ม้าได้เช่นกัน เคยเรียนมา พัณทิพาพาซื่อ พี่พิณเคยเรียนขี่ม้าตอนไหนหรือ ศจีมองเธอตาเขียว

“ยัยพัณนี่ยังไม่ทันแก่ความจำเสื่อมเสียแล้วเหรอ เด็กๆที่นี่ขี่ม้าเก่งกันทุกคนกระหม่อม เมื่อสมัยที่คุณพ่อยังมีชีวิตก็เลี้ยงไว้เยอะเหมือนกัน เด็กพวกนี้เคยขี่กันมาตั้งแต่เล็กๆ โดยเฉพาะแม่พิณ”

หลวงราชบริรักษ์มองเมียด้วยความสังเวช ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลอดแปลกใจไม่ได้เพิ่งจะรู้วันนี้ว่ามีหลานสาวขี่ม้าเก่ง ลักษณ์นึกขึ้นได้ที่แท้ที่ท่านชายสดายุชวนไปวังก็เพราะเป็นวันเกิดของท่านนั่นเอง

“ขอบใจนะลักษณ์ที่ยังจำกันได้ ความจริงแกค่อยบอกตอนวันเกิดฉันปีหน้าก็ได้นะ” ท่านชายแดกดัน
ลักษณ์ขออภัยที่เพิ่งนึกได้พอดีมีเรื่องให้ต้องจำเยอะ...

ระหว่างที่ครอบครัวของศจีเดินกลับไปบ้านตัวเอง หลวงราชบริรักษ์ตำหนิเมียรักไปบอกท่านชายแบบนั้นได้อย่างไรว่าพิณทิพย์ขี่ม้าเก่ง หรือจะยุให้ลูกตกม้าตาย เธอตวาดแว้ดไม่ต้องมายุ่ง ตามเสด็จท่านชายไปเดี๋ยวก็ขี่ม้าเป็นเอง อีกอย่างท่านคงไม่ปล่อยให้เด็กๆตกม้าแน่นอน พิณทิพย์เสียงอ่อย

“แต่พิณไม่กล้านะคะคุณแม่ พิณกลัวอย่างที่คุณพ่อบอก”

แทนที่จะเห็นใจลูก ศจีกลับสั่งว่าถึงวันนั้น พิณทิพย์ จะต้องขี่ม้าเป็นให้ได้...

มัสยาเห็นลักษณ์เดินอยู่กับท่านชายสดายุที่สวนข้างบ้าน ปรี่เข้ามาไหว้ทักทาย ท่านชายถามเธอว่าจำเรื่องที่ท่านเคยบอกได้ไหม เธอรออย่างใจจดจ่อกับเรื่องจะได้ขี่ม้า แต่ไม่พูดอะไรแค่บอกท่านว่าจำได้

“วันมะรืนมาที่วังฉัน ฉันเตรียมเอาไว้ให้เธอแล้ว”

หญิงสาวดีใจมากลืมตัวคว้ามือท่านชายสดายุมาจับไว้ ขอบพระคุณท่านเป็นการใหญ่ ลักษณ์มองทั้งคู่ที่ยิ้มให้กันรู้สึกหวงโดยไม่รู้ตัว ตอนที่เดินมาส่งท่านชายสดายุ ลักษณ์อดถามไม่ได้ว่าเมื่อครู่นี้ท่านคุยกับ มัสยาเรื่องอะไร ท่านอยากแกล้งเขาก็เลยโยนให้เขาไปถามเธอเอาเอง...

มัสยาเห็นลักษณ์อยากรู้เรื่องที่เธอคุยกับท่านชายสดายุมากก็เลยแกล้งอุบไว้ไม่ยอมบอก เขาแกล้งคืนด้วยการจั๊กจี้ที่คอ เธอทนไม่ไหวยอมบอกว่าเป็นเรื่องขี่ม้า ลักษณ์โล่งอกที่เป็นแค่เรื่องนี้ เธอคงจะชอบน่าดู

“ค่ะ มัสชอบขี่ม้าที่สุด คุณตาสอนมัสให้ขี่ม้าเป็นตั้งแต่มัสเด็กๆ”

ลักษณ์ยังมีอีกเรื่องที่อยากจะเตือนเธอ เรื่องที่เธอไปจับมือท่านชายสดายุ เธอแก้ตัวว่าไม่ได้ตั้งใจมันดีใจไปหน่อยที่จะได้ขี่ม้า แล้วถามว่าทำอย่างนั้นไม่ดีใช่ไหม

“อย่าเรียกว่าไม่ดี เรียกว่าไม่สมควรเลยดีกว่าเพราะท่านชายอยู่สูงกว่าเรา แต่ความจริงไม่ว่าจะเป็นผู้ชายคนไหน มัสก็ไม่ควรไปจับมือเขา จำไว้ว่ามัสจับมือพี่ได้คนเดียว” ไม่พูดเปล่า ลักษณ์จับมือมัสยามากุมไว้ เธอมองมือนั้นด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ พานจะเป็นลมเอา เขารีบประคองเธอไว้ เธอยิ่งใจเต้นแรงต้องถอยออกห่าง ขอตัวไปพักก่อน รู้สึกปวดหัว แล้วเดินเข้าตัวตึก ลักษณ์มองตามแปลกใจว่าเป็นอะไรไป

ooooooo

งานวันเกิดท่านชายสดายุจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายเพราะเชิญเฉพาะคนบ้านรัตนมหาศาลเท่านั้น ท่านชายไม่ลืมขอบใจทุกคนสำหรับของขวัญวันเกิดที่นำมาให้

“ผมเตรียมม้าให้ทุกคนแล้ว เชิญทางนี้”

พิณทิพย์ทักท้วง ท่านชายสดายุเตรียมม้าให้พวกเราทุกคนได้อย่างไรในเมื่อมีคนหนึ่งที่ขี่ม้าไม่เป็น แล้วมองเหล่มัสยา ลักษณ์จะบอกความจริงแต่เจ้าตัวจับแขนไว้ รับสมอ้างว่าขี่ไม่เป็น แต่ก็อยากจะลองขี่ดู

“ฮึ...ระวังจะโดนม้าถีบล่ะ แล้วอย่าหาว่าฉันไม่เตือน”

ชลทิชาบอกกับมัสยาว่าเตรียมชุดไว้ให้แล้ว ไปเปลี่ยนชุดกันก่อนแล้วค่อยตามทุกคนไปที่คอกม้า...

มัสยาสวมชุดสำหรับขี่ม้าที่ชลทิชาจัดไว้ให้ได้งามสง่าจนทุกคนตะลึง โดยเฉพาะพิณทิพย์ถึงกับเส้นริษยาแตกซ่านพานพูดจาดูแคลนเธอต่อหน้าคนอื่น

มัสยาทนไม่ไหวแกล้งทำเป็นบังคับม้าที่เดินเข้าหาพิณทิพย์ไม่ได้ ต้องถอยกรูดจนตกลงไปในแอ่งโคลนตัวเปรอะไปหมด

หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย พิณทิพย์ปรี่เข้าไปตบหน้ามัสยาฐานหลอกลวงว่าขี่ม้าไม่เป็น ทั้งที่ความจริงแล้วถึงขั้นขี่เก่งเลยด้วยซ้ำถึงบังคับให้ม้ารุกไล่จนเธอต้องตกโคลนแบบนั้น มัสยายอมรับว่าขี่เป็นแต่ที่ต้องโกหกเพราะพิณทิพย์มาดูถูกตนก่อน ทีหน้าทีหลังจะได้ไม่พูดจาดูถูกใครอีก

“ส่วนที่เธอตบฉันวันนี้ ฉันจะเอาคืนวันหลัง”

มัสยาจ้องหน้าพิณทิพย์อย่างไม่เกรงกลัว...เสร็จจากขี่ม้า ท่านสดายุจัดให้สวนหลังวังมยุรฤทธิ์เป็นสนามยิงปืนโดยตั้งรางวัลหากใครยิงได้แม่นที่สุดจะมีรางวัลพิเศษมอบให้ มัสยายิงปืนอัดลมได้แม่นยำกว่าใครเพื่อน ท่านชายยิ้มพอใจ

“เธออัศจรรย์จนฉันไม่อาจจะกล่าวอย่างใดถูก ฉันว่าคงไม่ต้องหาผู้ชนะแล้ว ทุกคนช่วยกันตบมือให้ มัสยา” สิ้นเสียงท่านชาย เสียงตบมือด้วยความชื่นชมก็ดังขึ้น ยกเว้นพิณทิพย์คนเดียวที่เบ้ปากใส่...
กว่านพพรจะมาร่วมงานเลี้ยงฉลอง ท่านชาย

สดายุเป่าเค้กวันเกิดไปเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็มีการรื่นเริงเล็กน้อย ด้วยการเปิดเพลงให้ทุกคนเต้นรำ เจ้าภาพงานเปิดฟลอร์กับหลานสาวคนโปรด ส่วนลักษณ์เต้นรำกับเริงใจอย่างสนุกสนาน พิณทิพย์เข้าไปชวนนพพรไปเต้นรำด้วยกัน เขาปฏิเสธว่าไม่อยากเต้นจะอยู่เป็นเพื่อนมัสยา เธอจำต้องถอยกลับไปด้วยความน้อยใจ มัสยาต่อว่านพพร

“นพใจร้ายมากรู้ตัวรึเปล่า ไม่รักษาน้ำใจพี่พิณเลย”

นพพรไม่อยากยุ่งกับพิณทิพย์เพราะชอบบังคับให้ทำโน่นทำนี่ แล้วชวนมัสยาไปเต้นรำด้วยกัน เธอไม่อยากทำให้พิณทิพย์เสียใจไปมากกว่านี้ก็เลยปฏิเสธ เขาประทับใจเธอมากจับมือเธอไว้ชมไม่หยุดปาก ทั้งที่อีกฝ่ายทำไม่ดีด้วยแต่เธอยังอุตส่าห์เป็นห่วงความรู้สึก แล้วแบบนี้จะไม่ให้เขาหลงรักเธอได้อย่างไร มัสยาหัวเราะขำเพราะไม่ได้คิดอะไรด้วย แต่ลักษณ์กลับมองไม่พอใจจนไม่เป็นอันเต้นรำ

ระหว่างนั้นท่านชายสดายุสั่งให้หรี่เพลง แล้วประกาศว่าจะมีการมอบรางวัลให้กับผู้ที่ยิงปืนแม่นที่สุด จากนั้นก็เรียกมัสยาให้มารับรางวัล ท่านชายเล่าว่าของชิ้นนี้เป็นของที่ท่านได้มาตอนไปเที่ยวฝรั่งเศส เรียกได้ว่ามีชิ้นเดียวในประเทศไทย มัสยารีบเปิดดู เป็นตุ๊กตาเซรามิกรูปกามเทพตัวน้อย พิณทิพย์มองอย่างริษยา...

ครั้นกลับถึงบ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์อดถามมัสยาไม่ได้ว่าเริ่มมีใจให้นพพรแล้วหรือถึงได้ยอมให้จับมือ ยอมให้ใกล้ชิด เธอปฏิเสธว่าเปล่า คนอย่างเธอลองรักใครแล้วก็จะรักแค่คนนั้นคนเดียว และชายคนนั้นก็ไม่ใช่นพพร แล้วรับปากลักษณ์ต่อไปจะระวังตัวให้มากกว่านี้

ooooooo

แทนที่จะโทษตัวเองว่าไม่เอาไหน ไม่สามารถ ทำให้ท่านชายสดายุประทับใจได้ พิณทิพย์กลับโยนความผิดให้มัสยา อ้างว่าที่ทุกอย่างต้องพังเป็นเพราะนังนั่นคอยกลั่นแกล้ง อ๊อด อู๊ดและอ๋อยไม่พอใจที่พิณทิพย์ใส่ความมัสยา เถียงแทนจนมีปากเสียงกันดังลั่นบ้าน ศจีทนไม่ไหวตวาดแว้ดให้หยุดได้แล้ว

“พอกันทั้งพี่ทั้งน้อง คุณหลวงไปเอาไม้เรียวมาให้ฉัน กินข้าวหม้อเดียวกันแท้ๆ แต่กัดกันอย่างกับหมา”

พัณทิพาเห็นแม่จะเฆี่ยนทั้งพี่และน้องๆของตัวเอง รีบไปตามลักษณ์มาช่วยห้ามปราม ยิ่งทำให้ศจีโกรธ สั่งไม่ให้เขามายุ่งนี่เป็นเรื่องภายในครอบครัวของตน เขาไม่เห็นด้วยที่ศจีจะลงโทษเด็กๆด้วยการเฆี่ยนตี พวกนี้ไม่ได้ทำอะไรผิดร้ายแรง ศจีไม่สนใจยืนกรานจะลงโทษลูกตัวเองให้ได้ ลักษณ์ช่วยน้องๆไม่ได้ จำต้องถอยออกมา แต่แล้วศจีเปลี่ยนใจ

“แม่ไม่ตีเรากับยัยพิณแล้ว แต่แม่จะตีคนที่คาบข่าวไปฟ้องตาลักษณ์” ศจีมองพัณทิพาอย่างเอาเรื่อง...

เพื่อต้องการเอาชนะมัสยา ศจีวางแผนจะให้พิณทิพย์จับท่านชายสดายุให้ได้ ที่สำคัญถ้าตนได้ท่านชายเป็นลูกเขย คุณแม่ก็จะต้องก้มหัวให้ตน...

ในเวลาเดียวกัน นารถระพีพาสมานชายคนรักที่หมายมั่นจะแต่งงานด้วยมาให้พ่อรู้จัก เรื่องไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะเจ้าคุณมหศักดิ์ตั้งแง่รังเกียจตั้งแต่ยังไม่ทันจะคุยด้วย แถมประกาศต่อหน้าเขาว่าเธอจะแต่งงานกับคนอื่นไม่ได้เพราะท่านหมั้นหมายเธอให้ลักษณ์แล้ว สองพ่อลูกมีปากเสียงกัน

นพพรเห็นท่าไม่ดี ขอร้องให้พี่สาวพาเพื่อนกลับไปก่อนจะดีกว่า สมานไม่อยากให้มีเรื่องกันรีบไหว้ลาท่านเจ้าคุณแล้วเดินลิ่วออกจากบ้าน นารถระพีจะตามแต่ท่านเจ้าคุณห้ามไว้ เธอไม่สนใจเดินตามชายคนรักไป เจ้าคุณมหศักดิ์โมโหมากที่ลูกไม่เชื่อฟัง นพพรต้องขอร้องพ่อ

“ใจเย็นก่อนนะครับ ตอนนี้พี่นารถเหมือนไฟถ้าพ่อยิ่งพูดอะไร มันจะเหมือนน้ำมันราดกองไฟ”...

ด้านนารถระพีตามสมานจนทัน ขอโทษเขาที่ไม่ได้บอกเรื่องที่คุณพ่อหมั้นหมายเธอกับคนอื่น และที่เธอไม่ได้บอกคุณพ่อว่าจะพาเขามาก็เพราะถ้าท่านรู้ก่อนคงไม่อนุญาต สมานเห็นเค้าความยุ่งยากหากยังคบหากันต่อไป ขอร้องให้เธอกลับไปหาคุณพ่อ ก่อนที่ท่านจะเกลียดเขามากไปกว่านี้

“ทำไมคุณถึงไม่สู้เลยล่ะคะ คุณไม่รักนารถแล้วหรือ”

“บางครั้งแค่ความรักอย่างเดียวมันก็ไม่พอหรอกนะครับ” พูดจบสมานผละจากไป นารถระพีมองตามเจ็บปวดใจน้ำตาคลอ...

ตั้งแต่ตามสมานออกจากบ้าน นารถระพีหายตัวไปเลย นพพรเป็นห่วงมาถามเริงใจกับมัสยาว่าเห็นเธอบ้างหรือเปล่าเธอหายไปตั้งแต่บ่ายแล้ว ปรากฏว่าไม่มีใครเห็น มัสยาแนะให้ปรึกษาเรื่องนี้กับลักษณ์ ยังไม่ทันจะมีใครขยับ เขาเดินเข้ามาเสียก่อน นพพรจึงเล่าเรื่องที่นารถระพีมีปากเสียงกับคุณพ่อ ลักษณ์ขอให้นพพรลองคิดทบทวนดูอีกครั้งว่านารถระพีชอบไปที่ไหนบ้าง เขานิ่งคิดไปอึดใจก่อนจะยิ้มออกมา

ooooooo

ที่ร้านอาหารเจ้าประจำ นารถระพีนั่งทอดอารมณ์ อยู่ที่โต๊ะด้านในสุดเงียบๆคนเดียว ความสวยของเธอทำให้เสี่ยจอมหื่นคนหนึ่งถูกตาต้องใจถึงขนาดสั่งเครื่องดื่มให้เพื่อจะทำความรู้จัก เธอกลับเทเครื่องดื่มแก้วนั้นทิ้ง ฝากบ๋อยเอาแก้วไปคืนเสี่ยคนนั้นด้วย วางเงินค่าอาหารไว้บนโต๊ะแล้วลุกออกมา

เสี่ยไม่พอใจที่เธอปฏิเสธความหวังดีตามมาดักหน้า นารถระพีจะเดินเลี่ยงออกมา เสี่ยคว้าแขนไว้สั่งให้อยู่คุยกันก่อน แล้วดึงตัวเข้าหา ก่อนที่เธอจะเสียทีให้เสี่ยบ้ากาม ลักษณ์กับนพพรมาขัดขวางโดยที่มัสยากับเริงใจคอยลุ้นเอาใจช่วยอยู่ไม่ห่าง เสี่ยไม่พอใจสั่งให้สมุนจัดการกับก้างขวางคอ พวกสมุนล้อมกรอบสองหนุ่มเอาไว้ แม้คนจะน้อยกว่าแต่ลักษณ์กับนพพรสู้ยิบตา

มัสยาทนนิ่งเฉยไม่ไหวเข้าไปช่วย สมุนย่ามใจเห็นเป็นผู้หญิงย่างสามขุมเข้าหา มัสยาต่อสู้ได้อย่างคล่องแคล่วทำเอาทุกคนอึ้ง เสี่ยชักปืนจะยิงลักษณ์ แต่เขาไวทายาดแย่งปืนไปได้ปลดกระสุนออกหมดแล้วโยนปืนคืนให้ หนึ่งในสมุนเห็นมัสยาเผลอเอามีดสั้นออกมาแทง ลักษณ์เอาตัวกันไว้ มีดโดนสีข้างถึงกับทรุด เสียงเอะอะทำให้คนในร้านอาหารออกมาดู พวกเสี่ยเห็นท่าไม่ดีพากันหนี...

ในเวลาต่อมา ลักษณ์ที่ทำแผลเสร็จเรียบร้อยนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม่พร้อมดึงผ้ามาคลุมให้แล้วบอกให้มัสยากับเริงใจไปพักผ่อน พรุ่งนี้ค่อยเรียนเรื่องนี้ให้คุณย่าทราบ ตอนนี้ท่านนอนหลับไปแล้วจะตกใจเปล่าๆ มัสยาอาสาจะอยู่เฝ้าไข้คนเจ็บเอง ครั้งก่อนเธอไม่สบาย เขานอนเฝ้าเธอทั้งคืน เธอจึงอยากตอบแทนบ้าง แม่พร้อมเห็นสายตาวิงวอนของเธอก็ใจอ่อนยอมให้เธอเฝ้า

หลังจากทุกคนออกไปหมด มัสยาลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียง จับมือลักษณ์มากุมไว้

“พี่ลักษณ์อย่าเป็นอะไรนะคะ ไม่อย่างนั้นมัสจะไม่พูดกับพี่ลักษณ์ไปตลอดชีวิต”

ooooooo

มัสยาที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง รู้สึกตัวตื่นขึ้นเห็นลักษณ์ยังนอนหลับไม่ได้สติ มีเหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้า หันหยิบกระดาษทิชชูจะมาซับหน้าให้ แต่กระดาษหมด เธอจึงลุกออกไปเอา

อีกมุมหนึ่งในห้องรับแขก นารถระพีมากราบขอโทษท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลที่ใช้อารมณ์มากไปจนเป็นเหตุให้ลักษณ์ต้องบาดเจ็บ ท่านอยากรู้ว่าตอนนี้เธอกับท่านเจ้าคุณปรับความเข้าใจกันได้แล้วหรือ

“ค่ะ แล้วนี่คุณลักษณ์อาการเป็นอย่างไรบ้างคะ”

“ดีขึ้นแล้วจ๊ะ แต่ยังนอนพักอยู่ในห้อง” แม่พร้อมตอบคำถามแทน ท่านผู้หญิงบอกให้นารถระพีไปเยี่ยมเขาหน่อยก็ดี ตื่นมาเจอเธอคงจะดีใจ แล้วบอกให้แม่พร้อม พาเธอไปที่ห้องของเขา เมื่อมาถึงห้องเห็นลักษณ์ยังหลับไม่ได้สติ นารถระพีไม่อยากรบกวนจึงขอตัวกลับก่อนไว้วันหลังค่อยมาใหม่ แม่พร้อมเห็นไม่มีใครเฝ้าเขาจึงวานนารถระพีอยู่เป็นเพื่อนเขาก่อน ท่านขอตัวไปจัดยา ให้ท่านผู้หญิงสักครู่

“ได้ค่ะ” นารถระพีว่าแล้วนั่งที่เก้าอี้ข้างเตียง ลักษณ์เริ่มนอนกระสับกระส่ายเนื่องจากฝันร้ายเห็นมัสยาโดนแทง นารถระพีจับมือเขาไว้พยายามเรียกให้รู้สึกตัว เขาลืมตาตื่นขึ้นมาเห็นเธอเป็นมัสยาลุกพรวดขึ้นมากอดเอาไว้ด้วยความเป็นห่วง เป็นจังหวะเดียวกับมัสยาถือกล่องทิชชูเข้ามาเห็นเขากอดนารถระพี ใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มรีบถอยออกมาแทบไม่ทัน

นารถระพีร้องเรียกจนเขารู้สึกตัวได้สติ เขาถึงได้รู้ว่ากอดผิดตัวรีบขอโทษเธอเป็นการใหญ่ เธอต่างหากที่ต้องขอบคุณเขาที่ช่วยเอาไว้ แล้วถามว่าแผลถูกแทงเป็นอย่างไรบ้าง ลักษณ์ดีขึ้นมากไม่คอยเจ็บแผลแล้ว

“คุณลักษณ์คะ ฉันมีเรื่องอยากขอให้คุณช่วย”...

มัสยายังงอนลักษณ์ไม่หายก็เลยไม่ยอมมาเฝ้าไข้ เขาเห็นเธอหายหน้าไปจึงลงมาตามหาด้วยตัวเองทั้งที่ยังบาดเจ็บ แต่เธอไม่ยอมพูดด้วย พยายามซักว่าไม่พอใจเรื่องอะไรเธอก็ไม่ยอมบอก แถมเดินหนีไปเลย ลักษณ์ไม่ยอมแพ้ง่ายๆไปออดอ้อนคุณย่าว่ายังเจ็บแผลทำอะไรไม่สะดวก มัสยาว่างไม่ได้ทำอะไร ให้มาช่วยดูแลเขาหน่อย ท่านผู้หญิงเห็นดีด้วยจึงจัดการให้ตามที่เขาร้องขอ ลักษณ์ถือโอกาสนี้ง้อมัสยาไปในตัว

“พี่ไม่รู้นะว่าก่อนหน้านี้มัสไม่พอใจพี่เรื่องอะไร เอาเป็นว่าพี่ขอโทษก็แล้วกัน” ขอกันขนาดนี้มีหรือที่มัสยาจะไม่ยกโทษให้การได้เธอมาคอยดูแลใกล้ชิดทำให้ลักษณ์อาการดีขึ้นเป็นลำดับจนหายเป็นปกติในที่สุด

ooooooo

เช้านี้ลักษณ์แต่งตัวในชุดทหารเตรียมจะไปทำงานหลังจากหยุดมาหลายวัน ระหว่างที่เขากำลังกินมื้อเช้ากันพร้อมหน้า ทั้งท่านผู้หญิง แม่พร้อม เริงใจกับมัสยา มีโทรศัพท์จากนารถระพีมาหา ลักษณ์ลุกไปรับสายสักพักก็กลับมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ท่านผู้หญิงกระเซ้ายิ้มไม่หุบแบบนี้แสดงว่ามีเรื่องดีๆ

“ไม่มีอะไรหรอกครับ”

“ปฏิเสธแบบนี้แสดงว่ามีอะไรแน่ๆเลยค่ะคุณแม่” แม่พร้อมช่วยผสมโรง ลักษณ์ยืนยันว่าไม่มีอะไรจริงๆแล้วก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อ มัสยามองเขาด้วยความสงสัย...

ในเวลาต่อมา ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง สมานเดินเข้ามาในร้านกับเพื่อนต้องชะงักเมื่อเห็นนารถระพีนั่งกินข้าวอยู่กับลักษณ์ด้วยท่าทางสนิทสนม ทั้งคู่เห็นเขาตั้งแต่เข้ามาแต่แกล้งไม่เห็น ลักษณ์เหลือบมองเขาแวบหนึ่งก่อนจะกระซิบกับนารถระพีว่าสมานจ้องเราสองคนเขม็ง คงจะแปลกใจมากที่เห็นเรามาด้วยกัน

“จริงหรือคะ ถ้าอย่างนั้นเริ่มขั้นต่อไปเลยค่ะ”

ลักษณ์อดนึกถึงวันที่นารถระพีมาเยี่ยมเขาที่บ้านหลังจากถูกแทงไม่ได้ วันนั้นเธอขอให้เขาช่วยสวมรอยเป็นคนรักของเธอเพื่อดูว่าแฟนของเธอจะหึงเขาหรือเปล่า สมานแฟนของเธอเป็นคนไม่แสดงออก เธอจึงไม่มั่นใจว่าเขาจะรักเธอจริง เพราะตั้งแต่เธอพาไปพบกับพ่อ เขาดูไม่คิดจะต่อสู้เพื่อความรักของเรา

“แล้วคุณมั่นใจได้อย่างไรว่าแผนนี้จะได้ผล”

“ฉันก็ไม่มั่นใจนักหรอกค่ะ แต่ก็ต้องยอมเสี่ยงเพราะฉันอยากรู้ว่าฉันคิดถูกแล้วใช่ไหมว่าฉันสามารถฝากชีวิตไว้กับผู้ชายคนนี้ได้”...

ไม่ได้มีแต่สมานเท่านั้นที่เห็นลักษณ์กับนารถระพี สวีตหวานใส่กัน คุณหญิงเพื่อนของท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล เข้ามาเห็นเช่นกัน มองทั้งคู่ด้วยความสนใจ เพื่อนของสมานเห็นเขาเอาแต่จ้องไปทางคู่รักอุปโลกน์ก็หันมองตาม จำได้ว่านั่นคือร้อยโทลักษณ์หลานชายคนโตของท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล สมานถึงกับชะงัก ผู้ชายคนนี้ นี่เองที่เจ้าคุณมหศักดิ์บอกกับนารถระพีว่าหมั้นหมายเอาไว้ให้

“ผู้หญิงที่มาด้วยไม่ใช่คุณเพ็ญโฉมคนรักของร้อยโทลักษณ์นี่หว่า สงสัยผู้หญิงคนนี้จะเป็นชู้ หน้าตาก็สะสวยจะรู้ตัวไหมนะว่าโดนเขาหลอกอยู่” คำพูดของเพื่อนทำเอาสมานนั่งไม่เป็นสุข...

แผนของนารถระพีได้ผลดีตามคาด สมานแสดงชัดแจ้งว่าหึงหวงในตัวเธอ ตามลักษณ์ตั้งแต่ออกจากร้านอาหารมาถึงที่ทำงาน สั่งให้เลิกยุ่งกับนารถระพีในเมื่อมีคนรักอยู่แล้ว ลักษณ์จึงเฉลยความจริงให้รู้ว่าตนเองกับนารถระพีแค่แสดงละครเท่านั้นไม่ได้มีอะไรลึกซึ้ง เธอแค่อยากรู้ว่าสมานรู้สึกเหมือนเธอหรือเปล่า ลักษณ์ดีใจด้วยที่ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันได้ ถ้ามีอะไรให้ตนช่วยอีกก็ขอให้บอก

“นารถมีเรื่องให้คุณลักษณ์ช่วยต่อแน่ค่ะ” นารถระพียิ้มให้ลักษณ์อย่างมีเลศนัย...

ขณะที่สมานยอมเปิดเผยความรู้สึกที่มีต่อนารถระพี คุณหญิงที่ไปกินอาหารร้านเดียวกับลักษณ์แวะมาเยี่ยมท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลโดยไม่ลืมเล่าเรื่องที่เจอลักษณ์นั่งกินข้าวอยู่กับนารถระพี ท่านพอใจมากที่หลานชายไปไหนมาไหนกับว่าที่คู่หมั้น ขณะที่มัสยาซึ่งเอาน้ำมาเสิร์ฟให้แขกได้ยินพอดีถึงกับหน้าเจื่อน...

ลักษณ์กลับจากทำงานซื้อขนมเจ้าอร่อยติดมือมาฝากมัสยาด้วย ไม่เห็นเธอรอรับอย่างเคยก็เลยเอามาให้ที่ห้อง เธองอนที่เขาไปกินข้าวกะหนุงกะหนิงกับนารถระพี ไล่เขาไปให้พ้นแถมปิดประตูใส่หน้า เขาไม่พอใจเปิดประตูเข้ามาแล้วล็อกกลอนตามหลังถามว่าโกรธเขาเรื่องอะไร ถ้าไม่บอกดีๆจะไม่ยอมออกจากห้อง ในเมื่อเขาไม่ออก เธอจะเป็นฝ่ายไปเองแล้วขยับจะเปิดประตูเขาขวางไว้ เธอจะเหยียบเท้าแต่เขาหลบทัน

มัสยายิ่งโมโหเงื้อหมัดจะชก ลักษณ์จับแขนไว้ก่อนจะรวบตัวเธอมากอด เธอพยายามดิ้นหนี ดิ้นไปดิ้นมา ล้มลงไปบนเตียงด้วยกันโดยที่เขาคร่อมบนตัวเธอ ใบหน้าทั้งคู่อยู่ใกล้กันไม่ถึงคืบ ลักษณ์ใจเต้นตึกๆอย่างบอกไม่ถูก มัสยาเองก็ร้อนวาบไปทั้งตัว ครั้นตั้งสติได้เธอกัดจมูกเขาถึงกับร้องลั่นลุกพรวดขึ้นยืนขอร้องให้พูดกันดีๆได้ไหม เธอส่ายหน้าไม่อยากเสวนากับคนโกหก ลักษณ์งงไปโกหกอะไรตั้งแต่เมื่อไหร่

“พี่ลักษณ์บอกว่าไม่ได้รักคุณนารถระพีแต่พี่ลักษณ์ออกไปกินข้าวกับเธอทั้งที่พี่ลักษณ์มีคุณเพ็ญโฉมอยู่ทั้งคน มัสไม่นึกเลยว่าพี่ลักษณ์จะเป็นผู้ชายแบบนี้ ทั้งๆที่มัสอุตส่าห์นับถือพี่ลักษณ์”

“กับพี่ต้องใช้คำว่าอุตส่าห์...ใช่สิ ใครมันจะไปแสนดีเหมือนกับนพพร ทั้งน่ารักทั้งสุภาพอะไรก็ดีไปหมด คุณย่าคิดถูกแล้วที่จะให้มัสหมั้นกับนพพร มัสกับเขาเหมาะสมกันมากเหลือเกิน”

มัสยาทั้งโกรธทั้งน้อยใจ ถ้าลักษณ์จะพาลกันแบบนี้ก็เชิญออกไปจากห้องของเธอแล้วดันเขาออกจากห้อง ปิดประตูใส่หน้า ลักษณ์ผละจากไปด้วยความโมโห แม่พร้อมเห็นเขาออกจากห้องมัสยานิ่วหน้าแปลกใจ

ooooooo

เช้านี้นารถระพีมีนัดกับสมาน แต่ออกจากบ้าน คนเดียวไม่ได้เพราะพ่ออาจจะสงสัยเอาได้ จึงโทร.ตามลักษณ์มารับ แล้วให้พาไปส่งยังที่นัดหมายกับสมาน

ด้านมัสยาหงุดหงิดใจมากที่รู้ว่าลักษณ์นัดเจอกับนารถระพี ไม่รู้จะหาทางระบายความอัดอั้นอย่างไรก็เลยแวะไปหานพพรที่บ้านเผื่อจะมีอะไรทำแก้เซ็ง เขากำลังเล่นกีตาร์อยู่ เธอก็เลยวานให้เขาสอน เขาสอนคอร์ดง่ายๆให้ก่อน แต่เธอจับไม่ถนัดเขาก็เลยอ้อมไปด้านหลังยื่นมือมาจับมือเธอหัดให้จับคอร์ด ทำให้ดูเหมือนเขากำลังโอบกอดเธออยู่ ลักษณ์ยืนมองอยู่ตรงรั้วบ้าน ทนเห็นภาพนั้นไม่ได้เดินหนี

พิณทิพย์เดินมาจากอีกด้านหนึ่ง เห็นภาพทั้งคู่ก็ไม่พอใจจะเข้าไปเอาเรื่อง เริงใจคว้าไหล่ไว้เตือนไม่ให้ไปยุ่ง เพราะทั้งคู่เป็นว่าที่คู่หมั้นกัน มัสยาเรียนจบเมื่อไหร่ ทั้งคู่จะหมั้นกันเพราะผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายคุยกันไว้แล้ว พิณทิพย์อยากจะร้องกรี๊ดๆแต่ไม่กล้า

รอกระทั่งกลับถึงบ้านตัวเอง พิณทิพย์ก็หมดความอดทนกรีดร้องบ้านแทบแตก ศจีตกใจวิ่งมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมต้องแหกปากร้องขนาดนั้น เธอเล่าเรื่องที่นพพรมีแพลนจะหมั้นกับมัสยา เธอยอมให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้ เธอชอบนพพรมาก่อนที่มัสยาจะมาอยู่ที่นี่ อยู่ดีๆจะให้นังนั่นมาฉกเขาไปได้อย่างไร

“ทำใจซะเถอะยัยพิณ ตอนนี้สิ่งที่ลูกต้องคิดมีเพียงอย่างเดียวก็คือ หาทางเอาชนะใจท่านชายสดายุให้ได้ ผู้ชายอย่างนพพรที่วันๆเอาแต่เล่นสนุกไม่เหมาะกับลูกแม่ซักนิด”

“แต่พิณไม่ได้รักท่านชาย พิณรักนพ” พูดไปพลางพิณทิพย์น้ำตาร่วงไปด้วย ศจีตวาดแว้ด เธอไม่มีสิทธิ์เลือกว่าจะรักใคร แค่ต้องแต่งงานกับคนที่ตนเลือกเท่านั้น จำใส่หัวเอาไว้...

ภายในกรมทหาร ลักษณ์เพิ่งซ่อมรถจี๊ปเสร็จตอนที่เพ็ญโฉมมาชวนให้ไปกินข้าวที่บ้านเธอวันพรุ่งนี้เนื่องจากเป็นวันครบรอบวันแต่งงานพ่อกับแม่ของเธอ เร่งให้เขาทำคะแนนเพราะตอนนี้พวกท่านกำลังปลื้มพงศ์เทพมาก ลักษณ์ลำบากใจเนื่องจากประจบใครไม่เป็น เพ็ญโฉมยืนกรานทำไม่เป็นก็ต้องทำถ้าอยากจะให้เราได้อยู่ด้วยกัน แล้วไล่ให้เขาไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าจะได้ไปหาซื้อของขวัญให้พวกท่าน

“ถ้าอยากให้ผมไป คุณก็ต้อง...” ลักษณ์อ้าแขนทำท่าจะกอด เพ็ญโฉมถอยกรูดร้องเอะอะ

“อย่านะคะลักษณ์ ตัวคุณทั้งเหม็นทั้งสกปรก ไปอาบน้ำก่อนเลยไป” ท่าทางรังเกียจของเธอทำเอาลักษณ์ถึงกับอึ้ง...

ไม่ใช่แค่ทำท่ารังเกียจ เพ็ญโฉมยังเจ้ากี้เจ้าการซื้อเสื้อผ้าให้ลักษณ์สำหรับจะสวมใส่วันพรุ่งนี้อีกด้วย เขาเริ่มอึดอัดที่เธอไม่ปล่อยให้เขาเป็นตัวของตัวเอง...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน มัสยาเห็นหม่อมช้อยกับแม่นมผัน รื้อข้าวของเก่าๆจากในห้องเก็บของที่ไม่ใช้จะเอาไปบริจาคตามคำสั่งของท่านผู้หญิง หนึ่งในของเหล่านั้นมีจักรยานเก่าๆคันหนึ่งของลักษณ์ตั้งแต่สมัยเป็นเด็ก เธอนึกสนุกก็เลยขอจักรยานคันนี้ ครั้นลักษณ์ทราบเรื่องจักรยาน คิดจะทำบางอย่างเพื่อเอาใจมัสยา

ooooooo

ลักษณ์ตื่นแต่เช้ามาซ่อมจักรยานให้มัสยา ขัดสนิมออก เปลี่ยนยางทั้งหน้าและหลังให้ ขณะกำลังทาสีอย่างขะมักเขม้น มัสยาเข้ามาถามว่าคิดจะทำอะไรกับจักรยานคันนี้ เขารู้เรื่องจากหม่อมช้อยก็เลยจะช่วยซ่อมจักรยานให้ ชอบหรือเปล่า เธอเห็นหน้าเขาเปื้อนสี ยกมือขึ้นมาเช็ดให้โดยไม่รังเกียจ

พลันภาพเพ็ญโฉมที่ทำท่ารังเกียจลักษณ์ผุดขึ้นมาทันที เขาจับมือมัสยาที่กำลังเช็ดหน้าให้ ถามซ้ำว่าชอบหรือเปล่า เธอดึงมือเขาออกคิดว่าทำแบบนี้แล้วจะทำให้เธอหายโกรธหรือ

“แล้วหายโกรธไหมล่ะ ถ้ามัสหายโกรธและยอมฟังความจริงพี่จะให้จักรยานคันนี้เป็นของขวัญ”

มัสยารับข้อเสนอ ลักษณ์จึงเล่าเรื่องที่นารถระพีขอให้เขาช่วยเหลือให้ฟัง เธอถึงกับร้องเอะอะ นี่เท่ากับเขาทำหน้าที่เป็นไม้กันหมาให้นารถระพี ลักษณ์ขอร้องอย่าใช้คำนี้ เธอกลับยิ่งล้อเลียนเป็นที่สนุกสนาน...

นอกจากจะปรับความเข้าใจกับมัสยาได้แล้ว ลักษณ์ยังหัดให้เธอขี่จักรยานอีกด้วย เธอหัวไวหัดไม่เท่าไหร่ก็ขี่ได้ เธอดีใจมากหันมายิ้มให้เขา พอหันกลับไปอีกทีเจอต้นไม้อยู่ตรงหน้ารีบหักหลบ ทั้งคนทั้งรถจักรยานล้มไปด้วยกัน ลักษณ์จะวิ่งไปดูแต่นพพรถึงตัวเธอก่อน เห็นเข่าแตกเลือดไหลจัดแจงจะอุ้ม

“นพไม่ต้องอุ้ม มัสเดินเองได้”

ในเมื่อไม่ให้อุ้ม นพพรรีบประคองมัสยาไปทำแผล ลักษณ์มองตามไม่พอใจหึงโดยไม่รู้ตัว ครู่ต่อมานพพรพามัสยามานั่งในตัวตึกบ้านรัตนมหาศาลเพื่อทำแผลให้ ลักษณ์ตามมาดูแล้วนึกขึ้นได้ว่ามีนัดกับเพ็ญโฉมวิ่งปรู๊ดออกไปทันที มัสยามองตามน้อยใจคิดว่าเขาไม่สนใจไยดี...

จากนั้นไม่นาน ลักษณ์ในชุดสูทสีน้ำตาลที่เพ็ญโฉมเลือกให้มาถึงบ้านของเธอ ถึงได้รู้ว่าเขาไม่ใช่แขกคนเดียวที่ได้รับเชิญ พ่อกับแม่ของเธอชวนพงศ์เทพมาด้วย ท่าทีที่ท่านทั้งสองชื่นชมพงศ์เทพอย่างออกนอกหน้าทำให้ลักษณ์ทนนั่งต่อไปไม่ไหว ขอตัวกลับก่อนอ้างเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีธุระแล้วลุกออกไปเลย ท่านทั้งสองไม่พอใจหาว่าเขาไม่ให้เกียรติ เพ็ญโฉมไม่พูดอะไรรีบวิ่งตามลักษณ์จนทัน ขอร้องทำแบบนี้ไม่ทำให้อะไรดีขึ้นมา

“ไม่ว่าผมจะทำอะไรหรือทำดีแค่ไหน ท่านก็ไม่สนใจผมหรอกครับเพราะท่านปิดประตูใส่ผมไปแล้ว”

“ลักษณ์พูดแบบนี้หมายความว่าลักษณ์จะไม่พยายามเพื่อให้เราได้อยู่ด้วยกันเหรอคะ”

ลักษณ์เงียบไม่พูดอะไร ระหว่างนั้นพงศ์เทพตามมาต่อว่าญาติผู้พี่ว่าไม่ควรเสียมารยาทกับพวกท่านควรจะกลับเข้าไปขอโทษพวกท่านก่อน ลักษณ์พยายามข่มความโกรธ ขอร้องพงศ์เทพอย่าใช้โอกาสนี้ทำคะแนน พงศ์เทพทำเป็นเห็นใจเขาเมื่ออยู่ต่อหน้าเพ็ญโฉม ทั้งที่ในใจสาแก่ใจนักที่เห็นเขาบาดหมางกับเธอและครอบครัว ลักษณ์รู้เช่นเห็นชาติอีกฝ่ายก็ยิ่งทนไม่ไหวจ้ำพรวดๆ
ออกไป...

ตกค่ำ เพ็ญโฉมกลุ้มใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นจึงหนีมานั่งดื่มคนเดียวที่ไนต์คลับ พงศ์เทพตามมาห้ามไว้ เปลี่ยนจากเหล้าเป็นน้ำเปล่าให้เธอแทน เธอขอร้องไม่ต้องมายุ่ง เขาไม่ยุ่งไม่ได้เพราะพ่อของเธอโทร.มาบอกเขาว่าอยู่ดีๆเธอก็รีบร้อนออกจากบ้าน เขาคิดว่าเธอต้องมาที่นี่และเธอก็มาจริงๆ

เพ็ญโฉมรู้ถึงเจตนาของอีกฝ่ายจัดแจงลุกขึ้นจะกลับแต่รีบร้อนไปหน่อยสะดุดขาเก้าอี้ข้อเท้าพลิก พงศ์เทพรีบประคองเอาไว้ เธอดันเขาออกห่างจะเดินเองแต่เจ็บข้อเท้าลงน้ำหนักไม่ได้ เขาสบช่องอาสาพาเธอไปส่งบ้านให้ เพ็ญโฉมไม่มีทางเลือกจำต้องไปกับเขา เสถียรเห็นเหตุการณ์โดยตลอดมองตามสงสัย

ในเวลาต่อมา พงศ์เทพประคองเพ็ญโฉมมาส่งที่หน้าบ้านแล้วตัดสินใจยื่นหน้าไปจูบ หญิงสาวตกใจรีบถอยห่าง เขาเห็นเธอไม่เออออด้วย ขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ อ้างแค่อยากจะปลอบใจเท่านั้น

“ผมพยายามหักห้ามใจแล้วแต่ผมทำไม่ได้ ถ้าหากว่าลักษณ์ทำให้คุณเสียใจก็เลิกกับเขาเถอะนะครับ”

“ไม่ค่ะ ลักษณ์สัญญากับฉันเอาไว้ว่าจะไม่มีวันทอดทิ้งฉัน ส่วนเรื่องที่คุณ...ฉันจะถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น”...

ลักษณ์กลับถึงบ้านในสภาพเมามาย มัสยาอุตส่าห์มารอรับกลับถูกเขาพาลหาเรื่องที่เธอไปสนิทสนมกับนพพร เธอต่อว่าเขากลับไปบ้าง เขาไม่พอใจดึงเธอมาจูบ มัสยาตกใจต่อยเขาเปรี้ยงแล้ววิ่งหนีไป

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement