วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

มัสยา ตอนที่ 4


10 ก.ย. 2560 08:07
1,071,670 ครั้ง

มัสยา ตอนที่ 4

อ่านเรื่องย่อ

มัสยา

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

พนมเทียน

บทโทรทัศน์โดย:

ปณธี

กำกับการแสดงโดย:

วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

มิกค์ ทองระย้า,มุกดา นรินทร์รักษ์

ประจวบบังเอิญเข้าไปตัดเสื้อที่ร้านเสื้อของนพมาศ แต่เจ้าของร้านจำได้ว่าเขาเคยต่อว่าเธอตอนที่เจอกันครั้งก่อนจึงไล่ตะเพิดออกจากร้าน ประจวบขู่จะลงหนังสือพิมพ์ว่าเจ้าของร้านนี้ไม่มีมารยาทเป็นพวกป่าเถื่อน นพมาศโกรธจะเอาเรื่องเขา เพื่อนของเธอรีบคว้าแขนไว้แล้วหันไปทางประจวบ

“อย่าทำแบบนี้เลยนะคะ ฉันต้องขอโทษแทนเพื่อนฉันด้วย ถ้ายังไงคุณลูกค้าเข้ามาข้างในก่อนค่ะ” เชิญเสร็จเพื่อนของนพมาศลากแขนนพมาศไปที่มุมหนึ่งของร้านเตือนว่าถึงเขาจะเป็นอย่างไร เขาก็เป็นลูกค้าที่เราต้องต้อนรับ นพมาศไม่มีทางเลือกจำต้องวัดตัวตัดเสื้อ ให้ประจวบ...

ลักษณ์บอกแม่กับคุณย่าว่าเย็นวันนี้จะพาคนพิเศษ มากินข้าวที่บ้านให้ท่านทั้งสองแต่งตัวสวยๆรอได้เลย ท่านผู้หญิงเชื่อว่าจะต้องเป็นนารถระพีที่ลักษณ์จะพามา แต่เพื่อความแน่ใจบอกให้แม่พร้อมลองโทร.ไปเช็กกับเจ้าคุณมหศักดิ์ดูก่อน ปรากฏว่าประจวบเหมาะที่นารถระพี บอกกับเขาไว้ว่าเย็นนี้มีนัด แต่ไม่ได้บอกว่านัดกับใคร ที่ไหน แต่เขาเชื่อว่าอาจจะเป็นนัดเดียวกันเพราะหนุ่มสาว สมัยนี้ทำอะไรมีลับลมคมใน

ท่านผู้หญิงใจร้อนคว้าโทรศัพท์มาคุยเอง “ท่านเจ้าคุณนี่ฉันเอง ท่าทางตาลักษณ์กับหนูนารถคงอยากจะเซอร์ไพรส์เรา ถ้าเช่นนั้นเรามาเซอร์ไพรส์เด็กๆกลับกันดีไหม”...

คนที่เซอร์ไพรส์กลายเป็นท่านผู้หญิงเสียเองเพราะคนพิเศษที่ลักษณ์พามาคือเพ็ญโฉม ไม่ใช่นารถระพีอย่างที่ท่านคาดไว้ ท่านไม่พอใจมากเรียกลักษณ์มาคุยกัน นอกรอบ ต่อว่ายกใหญ่เคยคุยกันแล้วแต่ดูเหมือนเขาจะไม่เข้าใจท่านพูด ลักษณ์เข้าใจว่าท่านต้องการให้เขาหมั้นกับนารถระพีเพียงแต่เขาทำตามไม่ได้เพราะผู้หญิงที่เขาจะแต่งงานด้วยคือเพ็ญโฉมคนเดียวเท่านั้น ท่านผู้หญิงไม่อนุญาตให้เขาทำอย่างนั้น

“เราจะแต่งงานกับใครไม่ได้ทั้งนั้น นอกจากคนที่ย่าเลือกให้ นี่เป็นคำสั่ง”

ลักษณ์ยืนกรานจะทำตามความตั้งใจของตัวเองและยังยกเรื่องของศัลย์ที่ถูกคุณย่าบังคับจนต้องหนีไป ถ้าท่านยังทำอย่างนั้นอีก ท่านอาจจะเสียเขาไปอีกคนก็ได้ ท่านผู้หญิงไม่พอใจมากตบลักษณ์หน้าหัน ตัดพ้อต่อว่าทั้งน้ำตาไม่นึกเลยว่าเขาจะเป็นอีกคนหนึ่งที่ยกเรื่องศัลย์ขึ้นมาตอกย้ำถึงความผิดพลาดของท่าน ด้วยความเครียดทำท่านผู้หญิงวิงเวียนศีรษะจะเป็นลม ลักษณ์ต้องรีบประคองไว้

“ไม่ต้องมายุ่งกับย่า” ท่านผู้หญิงปัดมือลักษณ์ออก เขาไม่สนใจประคองท่านไว้ไม่ยอมปล่อย

“ผมรู้ว่าคุณย่าโกรธผม แต่ได้โปรดฟังที่ผมพูด ด้วยเถอะนะครับ”

“ย่าไม่ฟัง เรานั่นแหละที่ต้องฟังคำของย่าให้ดี แม่เพ็ญโฉมอะไรนั่นไม่ใช่ผู้หญิงที่ดีอย่างที่เราคิด ย่าอาบน้ำร้อนมาก่อน ย่ามองแค่แวบเดียวก็รู้แล้วว่าใครเป็นยังไง ตอนนี้ลักษณ์อาจจะยังไม่เชื่อย่า เพราะความรักมันบังตา แต่สักวันลักษณ์จะรู้ว่าย่าพูดถูก และจะได้เห็นว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่เห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ”

ลักษณ์มองคุณย่าอย่างไม่เข้าใจและไม่เชื่อว่าเพ็ญโฉม จะเป็นอย่างที่ท่านพูด

ooooooo

เพ็ญโฉมนั่งนิ่งรอลักษณ์ออกมาจากห้องท่านผู้หญิง โดยมีมัสยานั่งหน้าเครียดอยู่ใกล้ๆ เริงใจหนักข้อกว่าอีกเพราะเอาแต่ผุดลุกผุดนั่งไม่เป็นสุข จนแม่พร้อมต้องเอ็ดให้นั่งดีๆ

“ใครจะนั่งดีๆได้คะคุณแม่ พี่ลักษณ์กับคุณย่าหายไปนานแล้ว ทำไมถึงไม่ออกมาอีก”

มัสยาเป็นห่วงความรู้สึกของเพ็ญโฉมเอื้อมมือไปจับมือเธอไว้อย่างเป็นกำลังใจให้ ไม่นานนักลักษณ์เดินเข้ามา ทุกคนลุกไปหาอย่างร้อนใจ แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไรเขาขอร้องแม่ช่วยไปดูคุณย่าให้หน่อย เริงใจรีบตามแม่ไปด้วย มัสยามองเขาอย่างรอคำตอบแต่เขาไม่พูดอะไร แต่เดินไปหาเพ็ญโฉม

“ผมจะไปส่งคุณที่บ้าน” ว่าแล้วลักษณ์เอามือแตะหลังเพ็ญโฉมก่อนจะพากันออกไป มัสยาได้แต่มองตามด้วยความเป็นห่วง ระหว่างเดินไปที่รถ เพ็ญโฉมทนไม่ไหวขอร้องให้ลักษณ์ช่วยเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นเขาจับมือเธอมากุมไว้

“ไม่มีอะไรหรอกโฉม คุณย่าแค่ไม่พอใจที่ผมไม่บอกท่านว่าผมจะพาโฉมมากินข้าวที่บ้าน”

หญิงสาวพยายามคาดคั้นให้เขาเล่าความจริง แต่เขาเลือกที่จะโกหกว่าไม่มีอะไรจริงๆเพราะไม่อยากทำให้เธอไม่สบายใจ...

เวลาผ่านเลยไปจนเที่ยงคืน ไม่เห็นแม้แต่เงาของลักษณ์ มัสยาซึ่งนั่งรออยู่บนหลังคาด้วยความเป็นห่วง จะปีนกลับเข้าห้องแต่ก้าวพลาดหงายหลังร่วงลงไปที่พุ่มไม้ข้างล่าง แขนถลอกเลือดไหล

ooooooo

ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลบุกไปหาเพ็ญโฉมที่บ้านแต่เช้าโดยไม่ยอมให้แม่พร้อมหรือใครไปเป็นเพื่อน เริงใจแอบบ่นกับมัสยาว่าการไปครั้งนี้ของคุณย่า ต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ

“เราต้องรีบบอกพี่ลักษณ์นะมัส ไม่อย่างนั้นพี่ลักษณ์ อาจจะต้องเสียพี่โฉมไป”

“จะบอกยังไง เมื่อคืนพี่ลักษณ์ไม่ได้กลับบ้าน”

เริงใจนิ่งไปอึดใจก่อนจะฉีกยิ้ม นึกได้แล้วว่าพี่ลักษณ์ อยู่ที่ไหน มัสยามองอีกฝ่ายอย่างรอคำตอบ จากนั้นเริงใจวานให้มัสยาโทร.ไปที่วังมยุรฤทธิ์เพื่อขอพูดกับลักษณ์ซึ่งนั่งกินมื้อเช้าอยู่กับท่านชายสดายุ...

เป็นอย่างที่เริงใจคาดไว้ ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลไปหาเพ็ญโฉมก็เพื่อเสนอเงินให้หนึ่งล้านบาทแลกกับการไม่ยุ่งเกี่ยวกับลักษณ์ ถือเป็นค่าเสียเวลาที่เธอต้องปิดโอกาสตัวเองไม่ให้เจอใครเป็นเวลาสองปีเพื่อมาคบหากับเขา แล้วเลื่อนเช็คเงินสดไปตรงหน้าหญิงสาว

“ท่านคงจะเข้าใจผิดแล้วล่ะค่ะ ดิฉันไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเสียเวลาในการคบกับลักษณ์ สองปีที่ผ่านมา ลักษณ์ดีกับดิฉันมากๆจนดิฉันไม่อยากสูญเสียเขาไป ความรักของดิฉันมันซื้อไม่ได้ด้วยเงินค่ะ ฉันขอโทษที่ทำตามความต้องการของท่านไม่ได้” ว่าแล้วเพ็ญโฉมดันเช็คคืนให้

ท่านผู้หญิงจำต้องคว้าเช็คเดินออกไปด้วยความไม่พอใจ ผ่านหน้าพ่อแม่ของเพ็ญโฉมที่กำลังจะยกมือไหว้ลา แต่ท่านไม่สนใจ ทั้งคู่เห็นลูกสาวเดินหน้าเศร้าออกมาก็มองอย่างเห็นใจ

“พ่อได้ยินทุกอย่าง ลูกทำถูกแล้ว เรามีคุณค่ามากกว่าเงินที่เขาให้”...

แทนที่จะดีใจที่คนรักของหลานชายไม่เห็นแก่เงิน ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลกลับหาว่าเธอร้ายกว่าที่คิดไว้ ถึงอย่างไรท่านจะไม่ยอมให้ลักษณ์แต่งงานกับเธอเด็ดขาด

ooooooo

ลักษณ์มานั่งรอเพ็ญโฉมที่หน้าออฟฟิศ ทันทีที่เห็นเธอรีบเข้าไปจับมือไว้ด้วยความเป็นห่วง เพราะรู้จากมัสยาว่าคุณย่าไปหาเธอที่บ้าน

“โฉมจำเอาไว้นะครับ ไม่ว่าคุณย่าจะพูดหรือทำอะไร คุณอย่าไปเชื่อ คุณต้องฟังผมคนเดียวเท่านั้น”
เพ็ญโฉมพยักหน้ารับคำ ทำให้ลักษณ์เบาใจไปเปลาะหนึ่ง จากนั้นไม่นานลักษณ์กลับเข้าบ้าน มัสยาหันมาเห็นก็ดีใจโผกอดเขาไว้ เขาแปลกใจ มีอะไรหรือเปล่าทำไมถึงกอดแน่นแบบนี้ เด็กสาวได้สติรีบถอยห่าง บอกว่าเป็นห่วงเขามาก ตั้งแต่ที่เขาเข้าไปคุยกับคุณย่าเมื่อวานก็หายตัวไปเลย เธอรออยู่ทั้งคืนก็ไม่กลับ ลักษณ์เหลือบเห็นปลาสเตอร์ที่แขนของเธอเผยอติดไม่เรียบร้อย ถามว่าไปโดนอะไรมา

“หกล้มในสวนค่ะ”

“มัส เธอเป็นคนเก่งทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องเดียว โกหก...สารภาพมาซะดีๆว่าไปทำอะไรมา”

โดนคาดคั้นหนักเข้ามัสยาสารภาพว่าตกหลังคา ลักษณ์ตำหนิเคยเตือนแล้วไม่ใช่หรือว่าอย่าไปนั่งบนนั้นทำไมไม่เชื่อฟัง ทำให้เกิดเรื่องจนได้ หัดดูแลตัวเองบ้าง เธอจะดูตัวเองทำไมในเมื่อเขาต้องเป็นคนดูแลเธอไม่ใช่หรือ และที่เธอต้องตกจากหลังคาก็เป็นความผิดของเขาที่ปล่อยให้เธอรอเกือบทั้งคืน ลักษณ์บ่นอุบนี่กลายเป็นเขาผิดอย่างนั้นหรือ มัสยาตอบโดยไม่ต้องคิดว่าใช่ เขาหัวเราะชอบใจ

“แล้วฉันต้องแก้ตัวยังไงถึงจะทำให้เธอหายโกรธ”

มัสยาขอให้เขาพาไปว่ายน้ำ จะได้ไปเปิดหูเปิดตาบ้าง ครู่ต่อมาลักษณ์ในชุดว่ายน้ำกางเกงขาสั้นโชว์ซิกซ์แพ็กยืนรอมัสยาอยู่หน้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าผู้หญิงของสระว่ายน้ำแห่งหนึ่ง พวกสาวๆที่เดินผ่านต่างมองเขาเป็นตาเดียวกัน สักพักมัสยาออกมาในชุดเสื้อคลุมว่ายน้ำ เห็นลักษณ์มองอยู่ก็ก้มหน้างุดไม่กล้าสบตาด้วย เขาทักจะใส่เสื้อคลุมทำไม เธอไม่กล้าถอดตรงนี้ไว้ลงสระค่อยถอด เขาอดแซวไม่ได้

“เขินเหรอ หุ่นเด็กอนุบาลอย่างเธอไม่มีใครเขาสนใจหรอก” กระเซ้าจบลักษณ์เดินนำไปที่สระ มัสยามองตามไม่พอใจที่เขาชอบว่าเป็นเด็ก ระหว่างทางพวกสาวๆส่งยิ้มให้เขาเป็นระยะๆ โดยที่เขายิ้มตอบตามมารยาท มัสยาสาวเท้าตามจนทัน ควงแขนเขาไว้พลางขู่จะไปฟ้องพี่โฉมฐานที่เขาเที่ยวส่งยิ้มให้สาวๆไปทั่ว

“คนเขายิ้มทักจะไม่ให้ยิ้มตอบได้อย่างไร มันเป็นมารยาท”

“แต่คนอื่นไม่ได้คิดว่ามันเป็นมารยาทน่ะสิคะ”

ลักษณ์เสนอให้มัสยาทำหน้าที่เป็นแฟนเขาแทนเพ็ญโฉมเลยแล้วกัน แล้วโอบเอวเธอมาใกล้ๆ เด็กสาวเขินจัดหน้าแดง รีบดึงมือเขาออก ลักษณ์ยิ้มขำที่ได้แกล้งเธออีกครั้ง ครั้นเดินมาถึงโต๊ะสนามข้างสระว่ายน้ำ ลักษณ์เดินสั่งเครื่องดื่มที่เคาน์เตอร์บาร์ ส่วนมัสยาถอดเสื้อคลุมพาดไว้ที่เก้าอี้

ระหว่างรอเครื่องดื่ม ลักษณ์สังเกตเห็นพวกหนุ่มๆ พากันซุบซิบและมองข้ามไหล่ตัวเองอยู่ตลอด ก็เลยหันมองตามสายตาพวกนั้น เห็นมัสยาในชุดว่ายน้ำเป็นกระโปรงสั้นไม่ได้โป๊แม้แต่น้อย แต่ชุดรัดรูปทำให้เห็นสัดส่วนชัดเจนว่าเธอไม่ใช่เด็กสาวอีกแล้ว ชุดสีเข้มช่วยขับผิวให้เธอยิ่งน่ามองขึ้นไปอีก
ลั
กษณ์เดินกลับมาที่โต๊ะวางแก้วเครื่องดื่มของตัวเองกับของเธอแล้วคว้าเสื้อคลุมมาคลุมให้มัสยา สั่งให้สวมเอาไว้ เธอมึนตึ้บ ไหนเมื่อครู่นี้บอกให้ถอด แถมยังย้ำว่าหุ่นอนุบาลอย่างเธอไม่มีใครที่ไหนมาแลหรือเกิดหวงขึ้นมา เขายอมรับว่าหวง เพราะถ้าเกิดใครเอาไปฟ้องคุณย่า คนที่ซวยคือเขาไม่ใช่เธอ ยิ่งตอนนี้กำลังมีคดีกับท่านอยู่ด้วย มัสยาน้อยใจที่เขาห่วงตัวเองไม่ได้ห่วงเธอก็เลยแกล้งถอดเสื้อคลุมพาดเก้าอี้ไว้อย่างเดิม

“จะไม่ฟังกันเลยใช่ไหม”

มัสยาตอบเสียงดังฟังชัดว่าไม่ แล้วยกมือรวบผมมาไว้ด้านข้าง ยิ่งมองใกล้ๆยิ่งทำให้ลักษณ์ตระหนักว่าสาวสวยตรงหน้าไม่ใช่เด็กสาวกะโปโลของเขาอีกต่อไปแล้ว มัสยาหันมาเห็นเขาจ้องอยู่ถามว่ามองอะไรเขารู้สึกตัวทำเฉไฉเอื้อมมือไปหยิบเศษใบไม้ออกจากเรือนผม ทั้งคู่ไม่ล่วงรู้เลยว่ามีคนแอบถ่ายภาพมัสยาเอาไว้ระหว่างนั้นชลทิชาเดินมากับเพื่อน มัสยารีบลุกไปหา ลักษณ์มองตามพลางถอนใจ พลันมีมือมาจับไหล่ นายทหารหนุ่มหันขวับ เห็นประจวบ เสถียรและพจน์ในชุดว่ายน้ำยืนอยู่

“นี่แกไม่รู้ตัวเลยเหรอว่ามีกล้องจับอยู่” เสถียรว่าแล้วพยักพเยิดไปอีกทางหนึ่ง ลักษณ์มองตาม เห็นทักษิณกับนิเทศกำลังเก็บภาพมัสยาอยู่ ประจวบรู้จักพวกนั้น คนหนึ่งชื่อนิเทศเป็นนักข่าวสังคมของหนังสือพิมพ์ข่าวไทยรายวัน ส่วนอีกคนหนึ่งชื่อทักษิณเป็นช่างภาพของนิตยสารเพลินภาพ พวกนี้มาประจำที่นี่หวังจะได้ภาพเด็ดจากบรรดาไฮโซลูกผู้ดีทั้งหลาย

“คอยดูเถอะ ข่าวสังคมจะพาดหัวว่าแกควงแม่สาวลูกผสมพราวเสน่ห์เข้ามาในนี้อย่างสนิทแนบชิด แม่สาวลูกครึ่งนั่นดังแน่ ดูโน่นสิ เห็นไหม กำลังเป็นเหยื่อตากล้องเพื่อเอาขึ้นปกแมกกาซีนแน่นอน”

ลักษณ์ฟังพจน์พูดแล้วยิ่งเครียด ประจวบกระเซ้าไปคว้าแม่สาวนั่นมาจากไหน หนุ่มๆพากันมองตาเป็นมัน ลักษณ์ไม่ตอบ ปรี่เข้าไปหาสองตากล้อง เสถียรขอร้องทั้งประจวบและพจน์ให้หยุดแซวได้แล้ว สาวคนนั้นเป็นน้องสาวของลักษณ์ ทั้งคู่ถึงกับอึ้ง

ooooooo

ลักษณ์เดินไปบังหน้ากล้องทำให้ทักษิณกับนิเทศต้องเงยหน้าขึ้นมอง ครั้นเห็นหน้าคนบังกล้องชัดๆถึงกับชะงัก ก่อนจะพากันยิ้มแหยๆ

“ผู้หญิงที่คุณถ่ายภาพเป็นน้องสาวของผม กรุณาอย่าเอาไปเขียนข่าวผิด เธอชื่อมัสยา เป็นลูกคุณอาศัลย์” ลักษณ์ขยับจะไปแล้วนึกขึ้นได้หันกลับมาอีกครั้ง “อ้อ มีอีกเรื่องที่ผมอยากขอ อย่าเอารูปมัสยาไปลงในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารของคุณเด็ดขาด”

ทั้งคู่รับคำก่อนจะพากันผละจากไป ลักษณ์รีบเดินไปหามัสยา ทักทายชลทิชาเสร็จก็ขอตัวมัสยากลับก่อน เธอยังไม่อยากกลับยังคุยกับชลทิชาไม่เสร็จ เขาเอ็ดเสียงเข้ม

“พี่บอกให้กลับก็คือกลับ” น้ำเสียงจริงจังของลักษณ์ทำให้มัสยาไม่กล้าหือ ชลทิชามองเขาแปลกใจ...

ระหว่างที่ลักษณ์จูงมือมัสยาจะไปที่รถ เสถียร ประจวบกับพจน์เข้ามาทัก เธอจำเสถียรได้เพราะเคยช่วยเธอเอาไว้ตอนที่พงศ์เทพจะเอาตำรวจมาจับ ประจวบกับพจน์เห็นลักษณ์ไม่แนะนำจัดแจงกระแอม เขาถึงได้รู้สึกตัวแนะนำให้เธอรู้จักเพื่อนๆของเขา มัสยาไหว้ทุกคนอย่างอ่อนช้อย

“พวกพี่กำลังจะไปกินข้าวกัน น้องมัสยาไปด้วยกันนะครับ”

“ไม่” ตอบสั้นๆแบบมะนาวไม่มีน้ำจบ ลักษณ์พามัสยาเดินแยกไป ปล่อยให้เพื่อนๆงงว่าเขาโกรธเรื่องอะไร มัสยาเองก็งงเช่นกัน เมื่อได้อยู่ตามลำพังจึงถามเขาถึงเรื่องนี้ เขาโกรธที่ตอนนี้ใครต่อใครพากันมองว่าเธอสวย และออกจะสวยเกินไปด้วยซ้ำจนตกเป็นเป้าให้ตากล้องหนังสือพิมพ์และนิตยสารแอบถ่ายรูปเธอไว้

“มัสไม่รู้เลย แล้วทำไงดีคะ ไปเอาฟิล์มคืนมาจากพวกเขาดีไหม” มัสยาร้องเอะอะ

“ไม่ต้อง ฉันกำชับแล้วว่าไม่ให้ลงรูปเราเด็ดขาด”...

ทางด้านท่านชายสดายุแปลกใจมากเมื่อรู้จากชลทิชาว่าลักษณ์ดุมัสยาต่อหน้าคนอื่น เริงใจซึ่งเป็นน้องสาวแท้ๆไม่เคยเห็นเขาจะแสดงท่าทางหวงขนาดนี้

ooooooo

ทั้งที่รับปากลักษณ์ดิบดี นิเทศยังเอารูปของมัสยาไปลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ข่าวไทยรายวันแม้จะไม่ได้ลงรายละเอียดว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร แต่ก็ทำให้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นจนได้ ศจีกับลูกๆซึ่งคอยจ้องจะเล่นงานมัสยาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อาศัยเรื่องนี้เสี้ยมให้ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลลงโทษเธอ

ท่านไม่มีทางเลือกสั่งให้แม่พร้อมไปเอาก้านมะยมมาเพื่อจะเฆี่ยนมัสยาให้หลาบจำ เริงใจสงสารเธอรีบวิ่งไปบอกให้ลักษณ์มาช่วย ท่านยังไม่ทันได้เฆี่ยนตีมัสยา ลักษณ์เข้ามาห้ามไว้เสียก่อน โทษว่าเรื่องนี้เป็นความผิดของเขาเองที่พามัสยาไปสระว่ายน้ำ และจะขอรับผิดชอบต่อเรื่องที่เกิดขึ้นเอง อย่าไปตีเธอเลย

“ไม่ให้ตีมัสยา แต่ตีเราได้ใช่ไหม” ไม่ถามเปล่า ท่านผู้หญิงฟาดลักษณ์ไม่หยุดจนเขาต้องโดดหลบ

แม่พร้อมกลัวท่านจะเป็นลมเป็นแล้งรีบเข้ามาห้าม ท่านปาก้านมะยมลงพื้นด้วยความเจ็บใจ ลักษณ์เข้ามากอดออดอ้อน เพราะรู้ว่าท่านจะใจอ่อนถ้าเขาทำแบบนี้ และท่านก็ใจอ่อนจริงๆไม่คิดจะเอาเรื่องอะไรอีก ศจีเจ็บใจ

“ยังนับว่าแกโชคดี แต่วันพระไม่ได้มีหนเดียว ระวังตัวเอาไว้ก็แล้วกัน” ศจีหมายหัวมัสยาก่อนจะผละจากไปโดยมีพงศ์เทพ พิณทิพย์และพัณทิพาเดินตามไปเป็นพรวน...

แม้จะไม่เอาเรื่องที่มัสยามีรูปลงในหนังสือพิมพ์ แต่เรื่องที่ลักษณ์ยังจะคบหากับเพ็ญโฉม ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลยังไม่ยอมง่ายๆ ตั้งข้อแม้หากภายในสามเดือนเพ็ญโฉมทำอะไรที่ไม่ถูกไม่ควรขึ้นมา เขาจะต้องแต่งงานกับนารถระพีทันที ลักษณ์รับข้อเสนอเพราะมั่นใจว่าเพ็ญโฉมเป็นคนดี ไม่มีทางจะทำอะไรไม่ถูกไม่ควรอย่างที่คุณย่าว่าแน่นอน...

ด้านมัสยารู้ว่าลักษณ์จะไปเอาเรื่องนิเทศที่ลงรูปเธอทั้งที่ห้ามไว้แล้วจึงขอตามไปด้วย เขาไม่ให้ไป บอกให้รอฟังข่าวอยู่ที่บ้าน เนื่องจากเขาไม่อยากให้เธอต้องเสื่อมเสียไปมากกว่านี้ มัสยาไม่มีทางเลือกจำต้องปล่อยเขาไปเพียงลำพัง...

เมื่อมาถึงสำนักพิมพ์ข่าวไทยรายวัน ลักษณ์จะเอาเรื่องนิเทศให้ได้ เขาแก้ตัวว่าที่ต้องเอารูปมัสยาลงหนังสือพิมพ์เพราะเป็นคำสั่งของ บก.ซึ่งเห็นรูปของเธอแล้วถูกใจมาก แต่นิเทศไม่ได้บอกคนอื่นว่าเธอเป็นใคร ในเมื่อ บก.เป็นคนต้นคิด ลักษณ์จึงขอพบกับเขาเป็นการส่วนตัว

ที่แท้ บก.ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นชาติ เพื่อนสมัยเรียนหนังสือของลักษณ์นั่นเอง จึงทำให้ง่ายที่จะขอร้องให้เขาเลิกลงข่าวเกี่ยวกับมัสยาซึ่งเป็นญาติผู้น้องของตนเอง...

นพพรเป็นอีกคนหนึ่งที่ถึงกับเพ้อเมื่อได้เห็นรูปของมัสยาบนหน้าหนังสือพิมพ์ เจ้าตัวมาเห็นเขาเอาแต่นั่งจ้องรูปของตัวเองคว้าหนังสือพิมพ์ไปฉีกทิ้ง นพพรหยิบเศษหนังสือพิมพ์ขึ้นมามองด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย ก่อนจะเดินคอตกกลับไปนั่งที่เดิม มัสยารู้สึกผิดที่ทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ ตามมาง้อ

“จะดูไปทำไม รูปมันไม่มีชีวิตจิตใจ ดูตัวจริงๆที่นั่งใกล้ๆนพไม่ดีกว่าเหรอ” มัสยายิ้มหวานให้ ทำเอานพพรถึงกับเคลิ้ม ครู่ต่อมามัสยาเดินกลับมาถึงบ้านเจอลักษณ์ขับรถเข้ามาจอด รีบวิ่งไปหาด้วยความเป็นห่วง พร้อมกับสำรวจไปทั่วตัวว่าโดนพวกนั้นเล่นงานกลับหรือเปล่า เขาคุยโม้ทันที

“คนอย่างพี่ไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายง่ายๆหรอก” ลักษณ์เห็นมัสยาเอาแต่อมยิ้ม ถามว่ายิ้มทำไม เธอยิ้มเนื่องจากเราสนิทสนมกันมากขึ้นเพราะเขาใช้คำว่าพี่เวลาที่พูดกับเธอ

“เพราะตอนนี้มัสเป็นน้องสาวที่น่ารักของพี่ไปแล้วน่ะสิ” ลักษณ์ขยี้ผมมัสยาอย่างเอ็นดู โดยไม่รู้เลยว่าเธอไม่ค่อยจะชอบใจนักที่เป็นได้แค่น้องสาวของเขา...

แม้ลักษณ์จะเห็นเป็นแค่น้องสาว แต่มัสยาไม่ย่อท้อ อยากทำอะไรเพื่อเอาใจเขา อุตส่าห์เข้าครัวขอให้แม่นมผันกับหม่อมช้อยสอนทำกับข้าวอย่างที่ลักษณ์ชอบ ก็เลยได้รับการถ่ายทอดเมนูไก่ต้มข่าจากทั้งคู่

ooooooo

วิบากกรรมของมัสยายังไม่หมดเพราะพงศ์เทพต้องการใช้เธอเป็นเครื่องมือในการดิสเครดิตลักษณ์ให้หลุดจากตำแหน่งหลานรักของท่านผู้หญิงรัตน-มหาศาล จึงร่วมมือกับฉันท์ บก.หนังสือพิมพ์โมเดิ้นแฟชั่น ทำเป็นสนใจอยากจะได้มัสยามาถ่ายปฏิทินสำหรับปีหน้า โดยทำทีขอเบอร์ติดต่อเธอจากชาติ

ฝ่ายนั้นไม่ยอมให้เพราะรับปากลักษณ์เอาไว้แล้ว ฉันท์บ่นอุบแล้วแบบนี้จะเอามัสยามาเป็นแบบได้อย่างไรในเมื่อผู้ปกครองของเธอไม่อนุญาต พงศ์เทพปลอบให้ใจเย็นๆ

“ผมมีวิธีก็แล้วกัน คุณได้งานส่วนผมก็ได้ในสิ่งที่ต้องการ วินวินทั้งคู่”...

ขณะที่พงศ์เทพมีแผนจะเล่นงานทั้งมัสยาและลักษณ์ในคราวเดียวกัน ลักษณ์นำข่าวดีที่คุณย่าจะให้โอกาสเพ็ญโฉมลองคบหากับเขามาบอกถึงที่บ้านแล้วจะขอหอมหนึ่งฟอดเป็นค่าตอบแทนที่เอาข่าวดีมาบอก ยังไม่ทันจะขยับ พ่อกับแม่ของเธอกลับมาเสียก่อน ลักษณ์เขินจัด ยกมือไหว้ท่านทั้งสองคนแล้วขอตัวกลับก่อน พ่อของเธอมองตามไม่ค่อยจะพอใจนัก ต่อว่าลูกสาวทำไมถึงยังไม่เลิกคบกับเขาอีก

“จำไม่ได้เหรอว่าคุณย่าของเขาดูถูกพวกเราเอาไว้มากแค่ไหน แม่ไม่มีทางยอมรับเป็นลูกเขยแน่”...

มัสยาอุตส่าห์ทำต้มข่าไก่ของโปรดไว้รอ แต่ลักษณ์กลับถึงบ้านด้วยอารมณ์บูดเพราะว่าที่พ่อตาทำท่าไม่ปลื้ม เขาปัดชามต้มข่าไก่หกรดตัวเองก็ยิ่งอารมณ์เสียพาลต่อว่าเธอต่างๆนานาทำให้เธอน้อยใจมาก

ooooooo

กว่าลักษณ์จะรู้ว่ามัสยาตั้งใจทำต้มข่าไก่ไว้ให้กินก็เป็นเช้าวันถัดมา เนื่องจากแม่นมผันถามเขาว่าต้มข่าไก่อร่อยหรือเปล่า เขามองงงๆต้มข่าอะไร เธอเล่าว่าเมื่อเย็นวานมัสยาอยากทำอาหารให้เขากิน เธอกับหม่อมช้อยก็เลยช่วยกันสอนให้ทำต้มข่าไก่ของโปรดของเขา

ลักษณ์นึกถึงตอนที่ปัดชามต้มข่าไก่ขึ้นมาได้วิ่งปรู๊ดไปที่ห้องมัสยา เคาะประตูเรียกเจ้าของห้อง

“ฉันเพิ่งรู้จากนมผันว่าเธอทำต้มข่าไก่ให้ฉัน ฉันขอโทษที่เมื่อคืนอารมณ์เสียใส่ เธอยังโกรธฉันอยู่ ฉันเข้าใจ เอาไว้เย็นนี้ฉันจะมารับไปกินข้าวนะ” ตลอดเวลาที่ลักษณ์พูดไม่มีเสียงหือเสียงอือใดๆจากมัสยา เขาคิดว่าเธอยังงอนอยู่ถึงไม่ตอบ แต่ความจริงแล้วเธอไม่ได้ยินคำพูดของเขาแม้แต่คำเดียวเพราะกำลังเลือกเสื้อผ้าไปพลางฟังซาวด์อะเบาต์ไปด้วย...

ในเวลาต่อมา ขณะมัสยาเดินเล่นอยู่ในสวน พงศ์เทพปรี่เข้ามาหาพร้อมกับยื่นนามบัตรของฉันท์ บก.หนังสือพิมพ์โมเดิ้นแฟชั่นให้ อ้างว่าผู้ชายคนนี้อยากคุยกับเธอเพราะถูกใจภาพในหนังสือพิมพ์เมื่อวานนี้ก็เลยอยากให้เธอมาเป็นนางแบบให้ มัสยาไม่สนใจเอานามบัตรคืน

“แค่ไปคุยเท่านั้น ถ้าเธอไม่ชอบก็ปฏิเสธไป อย่าทำตัวเป็นเด็กที่ไม่กล้าเผชิญหน้าหน่อยเลย”

เจอคำว่าทำตัวเป็นเด็กเข้าไป มัสยาของขึ้นทันที ทำไมใครๆถึงชอบว่าเธอแบบนี้อยู่เรื่อย เธอไม่ใช่เด็กสักหน่อย และเพื่อเป็นการพิสูจน์ เธอจึงตัดสินใจจะไปคุยกับฉันท์ พงศ์เทพยิ้มพอใจที่แผนล่อหลอกสำเร็จ...

ครู่ต่อมาพงศ์เทพพามัสยามาที่สตูดิโอของหนังสือพิมพ์โมเดิ้นแฟชั่น ฉันท์เห็นมัสยามาก็ตาโตตื่นเต้นเข้ามาต้อนรับ อ้างเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้วรอแค่เธอมาเป็นนางแบบเท่านั้น มัสยาไม่ได้จะมาถ่ายแบบให้เขา แต่จะมาปฏิเสธงานนี้ต่างหาก

“ผมกะเอาไว้แล้วว่าคุณต้องเซย์โน แต่ผมอยากให้คุณดูนี่ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจอีกครั้ง” ฉันท์ว่าแล้วหันไปพยักพเยิดให้พนักงานหญิงเอาแฟ้มตัวอย่างนางแบบที่ถ่ายแบบกับเราวันนี้มาให้ มัสยารับมาดูปรากฏว่ามีรูปเพ็ญโฉมอยู่ในแฟ้มด้วย เธอเริ่มลังเล ก่อนจะถามว่าถ้าเธอถ่ายแบบจะทำให้ดูเป็นสาวขึ้นมาใช่ไหม

“แน่นอนครับ” ฉันท์แอบยิ้มให้พงศ์เทพอย่างรู้กัน...

ลักษณ์ถึงกับชะงักเมื่อรู้จากเริงใจว่ามัสยาออกจากบ้านไปตั้งแต่ตอนสายๆไปพบกับ บก.หนังสือพิมพ์โมเดิ้นแฟชั่น เริงใจงงทำไมเขาต้องตกใจขนาดนี้ด้วย เขาเฉลยว่าฉันท์ บก.คนนี้เป็นคนเจ้าชู้

“ลองถ้าสนใจผู้หญิงคนไหนต้องคว้าเอามาให้ได้”

“แบบนี้มัสก็แย่แล้วล่ะสิคะ” เริงใจพลอยใจเสียไปด้วย ลักษณ์ไม่รอช้าบึ่งรถไปที่สตูดิโอของหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นทันที เห็นฉันท์ออกมาจากห้องแต่งตัวนางแบบในสภาพสวมเสื้อกล้ามตัวเดียวเดินไปเข้าห้องน้ำ ก็คิดว่าเขาลวนลามมัสยาไปแล้ว ตามเข้าชกต่อยตะคอกใส่หน้าว่าทำอะไรน้องสาวของตน ฉันท์ปฏิเสธเสียงสั่นว่าเปล่า ลักษณ์เหวี่ยงเขากระแทกผนังเต็มแรงถึงกับทรุดฮวบ

“รอฉันอยู่ตรงนี้ ถ้าฉันกลับมาไม่เจอ แกตาย” ขู่เสร็จลักษณ์รีบตรงไปที่ห้องแต่งตัวนางแบบ...

ทันทีที่เห็นหน้ามัสยา ลักษณ์เข้ามาคว้ามือสั่งให้กลับบ้าน เธออิดออดยังไม่ได้เริ่มงานจะให้กลับได้อย่างไร เขาไม่สนใจลากเธอออกมาข้างนอก มัสยาขอร้องอย่าทำแบบนี้ คนอื่นจะเสียการเสียงานเอาได้

“ช่างมัน โชคดีแค่ไหนที่พี่ตามมาทัน ก่อนที่ไอ้ฉันท์มันจะทำอะไรเธอ”

มัสยางง คุณฉันท์ไม่ได้ทำอะไรเธอสักหน่อย ลักษณ์โวยไม่ทำอะไรแล้วทำไมถึงใส่แค่เสื้อกล้ามตัวเดียวออกมาจากห้องนั้น เธออธิบายว่าคุณฉันท์ทำน้ำหกเลอะเสื้อก็เลยถอดเสื้อออกแล้วจะไปล้างตัวที่ห้องน้ำไม่ได้มีอะไรเกินเลยกว่านั้น นี่เขาคิดว่าเธอจะยอมมีอะไรกับผู้ชายง่ายๆ ไม่ดูถูกกันเกินไปหน่อยหรือ เขาไม่ได้ดูถูกแค่เป็นห่วงเธอแทบจะบ้าอยู่แล้ว ตอนที่เริงใจบอกว่าเธอไปหาฉันท์ เขากลัวมันจะย่ำยีเธอถึงรีบมาที่นี่

ระหว่างนั้นมีชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งวิ่งออกมาจะเอาเรื่องลักษณ์ที่ไปทำร้ายฉันท์ เขารีบลากแขนมัสยาวิ่งหนี ครั้นเห็นซอกหลืบแห่งหนึ่งรีบดึงเธอไปแอบ ซอกนั้นแคบทำให้ทั้งคู่ต้องเบียดกันใบหน้าแทบจะชนกัน ต่างฝ่ายต่างนิ่งงันราวกับถูกมนต์สะกด มัสยาได้สติก่อนรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น พร้อมกับชวนเขากลับ

“เดี๋ยวก่อนมัส พี่อยากรู้ว่าทำไมมัสถึงมาอยู่กับนายฉันท์ได้” ลักษณ์มองเธออย่างรอคำตอบ...

เมื่อกลับถึงบ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์ต้องตกใจที่เห็นตำรวจสองนายรอรับตัวไปสอบปากคำเนื่องจากมีคนแจ้งความว่าโดนเขาทำร้าย คนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คือ ฉันท์ บก.หนังสือพิมพ์โมเดิ้นแฟชั่นนั่นเอง...

พงศ์เทพเห็นลักษณ์ถูกเชิญตัวมาสอบปากคำที่โรงพักก็เข้าไปถามว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ลักษณ์ต่อว่าเขาเพราะคิดว่าเขารู้เห็นเป็นใจล่อลวงมัสยาไปส่งให้

ฉันท์ซึ่งเป็นเสือผู้หญิงถึงออฟฟิศหวังจะแก้แค้นตน พงศ์เทพพยายามอธิบายว่าไม่เคยรู้มาก่อนว่าฉันท์เป็นเสือผู้หญิง ถ้ารู้ก่อนคงไม่ยอมให้มัสยาไปเสี่ยงเด็ดขาด

“แกคิดว่าฉันจะเชื่อ” ลักษณ์จ้องหน้าญาติผู้น้องอย่างเอาเรื่อง...

เหตุการณ์ครั้งนี้ร้ายแรงกว่าที่คิด ตำรวจจำเป็นต้องกักตัวลักษณ์ไว้ที่โรงพักเนื่องจากเขาสารภาพว่าทำร้ายร่างกายฉันท์จริงอย่างที่ถูกกล่าวหา แม่พร้อมกับท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลรู้ข่าวนี้ถึงกับจะเป็นลม มัสยาต้องช่วยกันกับเริงใจปลอบทั้งสองท่านว่าอย่าเพิ่งคิดมาก ลักษณ์จะต้องไม่เป็นอะไร...

ในเวลาต่อมา มัสยาเอาข้าวห่อกับน้ำไปส่งให้ลักษณ์ที่ห้องขังพร้อมกับขอโทษเขาทั้งน้ำตาที่เป็นต้นเหตุทำให้เขาต้องเป็นแบบนี้ ลักษณ์ยื่นมือผ่านลูกกรงมาเช็ดน้ำตาให้ ปลอบว่าไม่ใช่ความผิดของเธอ

“จำไม่ได้เหรอ พี่เคยบอกว่าพี่จะปกป้องมัส พี่ก็ต้องทำตามที่พูด ยิ้มให้พี่ชื่นใจหน่อยสิคะคนดี...เอ แต่ความจริงเวลาแบบนี้ มัสควรจะปลอบใจพี่มากกว่านะ” คำพูดติดตลกของเขาทำให้มัสยายิ้มออกมาได้ ลักษณ์ขอร้องให้เธอกลับบ้าน ไม่ควรจะมาอยู่ในสถานที่แบบนี้คนเดียว เธออยากอยู่เป็นเพื่อนเขา

“พี่อยู่ได้ เธอไม่ต้องกังวลใจ พี่ฝากเธอช่วยดูแลคุณแม่กับคุณย่าด้วยก็แล้วกัน”

มัสยามองลักษณ์ด้วยความสงสาร แต่ยังไม่ทันจะขยับไปไหน ร้อยเวรเข้ามาแจ้งว่าฉันท์ถอนแจ้งความและจัดการปล่อยตัวลักษณ์กลับบ้าน ครั้นท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล แม่พร้อมและเริงใจเห็นเขาถูกปล่อยตัว ต่างดีใจกันมากโดยไม่รู้ว่าที่ฉันท์ยอมถอนแจ้งความเพราะมีข้อตกลงบางอย่างกับมัสยา

ooooooo

ข้อตกลงระหว่างมัสยากับฉันท์คือเธอจะยอมเป็นนางแบบให้ถ้าเขายอมถอนแจ้งความเอาผิดลักษณ์ เนื่องจากไม่กล้าไปถ่ายแบบคนเดียวมัสยาขอร้องให้นพพรไปเป็นเพื่อน อุตส่าห์วางแผนอย่างดี แต่ลักษณ์พบพิรุธก็เลยสะกดรอยตามมาถึงสตูดิโอของหนังสือพิมพ์โมเดิ้นแฟชั่น จะเอาเรื่องฉันท์ให้ได้ มัสยาร้องห้ามไว้

“เรื่องนี้ไม่ใช่ความคิดของคุณฉันท์แต่เป็นความคิดของมัสเองค่ะ”

จากนั้นความจริงทั้งหมดก็พรั่งพรูออกจากปากฉันท์ เริ่มตั้งแต่พงศ์เทพเป็นคนแรกที่มาขอร้องให้เขาถอนแจ้งความลักษณ์ คล้อยหลังเขาไม่นานมัสยาก็มาขอร้องอีกคนหนึ่งโดยตกลงจะยอมเป็นนางแบบให้ แต่คนที่ทำให้เขายอมถอนแจ้งความก็คือมัสยานั่นเอง ลักษณ์ไม่พอใจมากลากแขนมัสยาจะพากลับบ้าน

เธอทำอย่างนั้นไม่ได้เพราะตกลงกับฉันท์ไว้แล้ว แม้จะเสียศักดิ์ศรีที่ต้องให้ผู้หญิงมาช่วยออกจากคุก แต่ลักษณ์ไม่มีทางเลือกจำต้องให้เธอทำตามที่ตกลงกับฉันท์ แต่มีข้อแม้ คุณย่าต้องเห็นชอบด้วย...

ครั้นกลับถึงบ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์รีบไปขอบใจพงศ์เทพที่ไปช่วยขอร้องฉันท์ให้ถอนฟ้อง เขาไม่อยากให้คำขอบใจจากศัตรู ที่เขาทำไปทั้งหมดไม่ใช่เพื่อลักษณ์แต่ทำเพื่อรัตนมหาศาลและเพื่อคุณยาย...

ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลทราบเรื่องที่พงศ์เทพพยายามจะช่วยลักษณ์ก็เรียกมาขอบใจ แม้ท่านจะภูมิใจที่เขาทำดี แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาเลื่อนขั้นขึ้นเป็นหลานรัก พงศ์เทพทั้งน้อยใจและเสียใจมากถึงขนาดต่อยต้นไม้ระบายแค้นจนมือแตก ศจีเห็นมือเขาเลือดไหลก็ตกใจจะพาไปหาหมอ เขากลับสั่งไม่ให้แม่มายุ่ง...

ศจีเห็นพาดหัวข่าวของหนังสือพิมพ์โมเดิ้นแฟชั่นฉบับวันรุ่งขึ้นว่า “ทายาทคนสวยตระกูลดังที่น่าจับตามอง มัสยา รัตนมหาศาลกับภาพชุดสุดหรูที่หาชมที่ไหนไม่ได้” ก็รีบนำเรื่องนี้ไปฟ้องท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลทั้งที่ยังไม่ทันได้เปิดดูรูปด้านในด้วยซ้ำ แถมยังใส่ความว่ามัสยาถ่ายภาพลงหนังสือพิมพ์น่าเกลียดมาก โชว์เรือนร่างอย่างไม่รู้จักละอาย ทำตัวไม่สมกับเป็นรัตนมหาศาล

ครั้งนี้ศจียุท่านผู้หญิงไม่ขึ้น เพราะนอกจากมัสยาจะไม่ได้ถ่ายภาพน่าเกลียดลงหนังสือพิมพ์อย่างที่เธอกล่าวหา ท่านยังเป็นคนอนุญาตให้มัสยาถ่ายแฟชั่นครั้งนี้อีกด้วย ศจีแค้นใจที่ไม่สามารถเอาเรื่องมัสยาได้

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน นารถระพีเห็นน้องชายนั่งหลังแข็งตัดรูปมัสยาจากหนังสือพิมพ์โมเดิ้นแฟชั่นไปพลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไปด้วย ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเขาชอบพอเจ้าของรูปภาพ เตือนว่าผู้หญิงอย่างมัสยาเป็นที่ต้องตาต้องใจของใครหลายๆคน ถ้าเขาไม่อยากเสียเธอไปก็ต้องเร่งจีบให้ติด นพพรคิดคล้อยตามที่พี่สาวว่า...

ด้านฉันท์นำภาพถ่ายที่อัดจากฟิล์มต้นฉบับมาให้มัสยาถึงบ้าน และยังพยายามขายขนมจีบให้เธออีกด้วย แต่ถูกเริงใจคอยกันท่าไว้ มัสยาเห็นท่าไม่ดี ขอร้องให้เขากลับไปก่อน

“ผมกลับก็ได้ แต่ผมขออนุญาตโทร.มาหาบ้างนะครับ”

มัสยายังไม่ทันจะว่าอะไร มีเสียงนพพรดังขึ้นเสียก่อนว่าไม่ได้ เธอไม่ว่างจะคุยด้วย ฉันท์ไม่พอใจที่นพพรมาวุ่นวายทำให้มีปากเสียงกัน ทำท่าจะวางมวยกันอีกด้วย พิณทิพย์ผ่านมาเห็นรีบนำเรื่องนี้ไปฟ้องแม่ สองหนุ่มได้แต่ตั้งการ์ด ไม่มีใครกล้าปล่อยหมัดก่อน สุดท้ายพุ่งเข้าบีบคอกันไปมา มัสยานึกถึงเวลาที่หมากัดกันต้องใช้น้ำสาด หันไปคว้ากระป๋องน้ำถูบ้านมาสาดใส่ แต่พลาดไปถูกศจีกับพิณทิพย์ที่เพิ่งมาถึงเต็มๆ

“ซวยอีกแล้วสิเรา เฮ้อ” มัสยาบ่นด้วยความเซ็ง...

ครั้งนี้ศจีสมปรารถนา ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลจำเป็นต้องลงโทษมัสยาเพราะเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นต้นเหตุ ที่ทำให้นพพรกับฉันท์ทะเลาะกัน แต่คราวนี้ท่านจะไม่ลงโทษเธอด้วยตัวเองแต่จะยกให้เป็นสิทธิ์ขาดของศจี เพราะถ้าท่านไม่ทำอย่างนี้ ศจีจะยิ่งเกลียดมัสยามากขึ้น กว่าเดิมและจะคิดว่าท่านลำเอียงเอาได้...

ทางฝ่ายลักษณ์รู้จากเริงใจว่าวันนี้นพพรกับฉันท์ทะเลาะกันเพราะแย่งกันจีบมัสยา ก็อดกระเซ้าเธอไม่ได้ว่าเสน่ห์แรงไม่ใช่เล่นมีผู้ชายมาชอบตั้งสองคน มัสยาสวนทันทีว่าไม่ได้ชอบใครสักคน

“อ่อ ลืมไป เธอมีคนที่ชอบอยู่ในใจแล้ว เมื่อไหร่จะพามาเปิดตัวกับฉันสักที ฉันอยากรู้จะแย่ว่าเป็นใคร”

มัสยาอยากจะบอกให้รู้แล้วรู้รอดว่าคนที่เธอชอบคือลักษณ์แต่ไม่กล้าเพราะเราสองคนเป็นพี่น้องกัน

ooooooo

ศจีไม่ได้ต้องการลงโทษมัสยาแต่ต้องการฉีกหน้าต่อหน้าคนอื่น จึงแกล้งให้เธอทำอาหารเลี้ยงเพื่อนของตนที่จะนัดมาสังสรรค์กันที่บ้าน พัณทิพาเห็นใจมัสยาที่มักจะถูกแม่หาเรื่องจึงแอบไปตามหม่อมช้อยกับแม่นมผันให้มาช่วยทำครัว ฝีมือทำอาหารของทั้งคู่ไม่เป็นสองรองใครอยู่แล้ว

รสชาติอาหารถูกปากเพื่อนของศจีมาก ครั้นทุกคนกลับไปแล้ว ศจีเรียกมัสยามาเล่นงานที่เรียกหม่อมช้อยกับแม่นมผันมาทำกับข้าวให้ มัสยาเถียงว่าไม่ได้ทำอะไรผิดในเมื่อศจีไม่ได้ห้ามให้ใครมาช่วย ศจีโกรธมากที่เล่นงานมัสยาไม่ได้ พานด่าว่าไปถึงแม่ของเธอ มัสยาทนไม่ไหว หยิบหนังสติ๊กขึ้นมายิงรังมดให้ตกใส่ผมทรงตีโป่งของอีกฝ่าย ศจีพยายามปัดทิ้งแต่มดเจ้ากรรมมุดเข้าไปอยู่ในผม จึงได้แต่ร้องกรี๊ดๆ...

ระหว่างที่ลักษณ์กินข้าวกับเพ็ญโฉมเล่าถึงมัสยาถ่ายรูปลงหนังสือพิมพ์ด้วยสายตาแวววาวเป็นประกายจนเพ็ญโฉมอดหวั่นใจไม่ได้ว่าเขาเริ่มมีใจเอนเอียงให้มัสยา...

นพพรกลัวจะมีชายอื่นมาขายขนมจีบให้มัสยา จึงขอร้องให้พ่อมาเจรจากับท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลเพื่อทาบทามเธอไว้ก่อน ทีแรกเขาจะให้พ่อมาขอหมั้นกับเธอเลยด้วยซ้ำแต่ท่านเจ้าคุณมหศักดิ์เห็นว่ามัสยายังเด็กเกินไป ส่วนนพพรเองก็กำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศ

“ย่า แม่พร้อม ตาลักษณ์ และท่านเจ้าคุณปรึกษากันแล้วว่าอยากให้เราสองคนค่อยเป็นค่อยไป”

คำพูดของท่านผู้หญิงทำเอามัสยาอึ้ง มองลักษณ์อย่างน้อยใจที่เขาเป็นหนึ่งในตัวตั้งตัวตีเรื่องนี้ และที่สำคัญเธอไม่ได้มีใจให้นพพรจึงบอกไปตามตรงว่าไม่ได้ชอบนพพรแบบนั้น แล้วหันไปไหว้ท่านเจ้าคุณ

“มัสกราบขอโทษที่ทำตามความต้องการของคุณลุงไม่ได้...นพ มัสว่าเราเป็นเพื่อนกันแบบนี้ดีกว่า” พูดจบมัสยาลุกออกไปเลย เริงใจรีบวิ่งตามโดยมีลักษณ์ตามไปอีกทอดหนึ่ง เริงใจหามัสยาไม่เจอ แต่ลักษณ์รู้ว่าเธอไปหลบอยู่หลังพุ่มไม้ เข้าไปถามว่ามานั่งทำอะไรตรงนี้ เธอไม่กล้าอยู่สู้หน้าคุณย่าซึ่งคงกำลังโกรธเธออยู่

“ถ้าอย่างนั้นเราไปนั่งรถเล่นกันดีไหม” รถที่ลักษณ์ว่าไม่ใช่รถเก๋ง แต่เป็นมอเตอร์ไซค์

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement