มัสยา ตอนที่ 3 นิยายไทยรัฐ
วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

มัสยา ตอนที่ 3


10 ก.ย. 2560 08:07
1,090,128 ครั้ง

ละคร นิยาย มัสยา

มัสยา ตอนที่ 3

อ่านเรื่องย่อ

มัสยา

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

พนมเทียน

บทโทรทัศน์โดย:

ปณธี

กำกับการแสดงโดย:

วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

มิกค์ ทองระย้า,มุกดา นรินทร์รักษ์

บ้านรัตนมหาศาลถูกตกแต่งอย่างสวยงามสำหรับงานเลี้ยงเปิดตัวมัสยาคืนนี้ ศจีต้องการจะฉีกหน้า มัสยากลางงานจึงให้จัดอาหารเป็นเซตดินเนอร์แบบฟูลคอร์สเพราะคิดว่าเธอคงจะไม่รู้จักการใช้ช้อนส้อม

เมื่อใกล้เวลางานเริ่ม แขกเหรื่อทยอยกันมาร่วมงาน ไม่ขาดสาย โดยมีท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล แม่พร้อม ศจีและหลวงราชบริรักษ์คอยยืนต้อนรับ เจ้าคุณมหศักดิ์กับนพพรมาถึงงานสักพัก หม่อมราชวงศ์หญิงชลทิชา หลานของท่านชายสดายุมาในฐานะตัวแทนของท่านชายและยังเป็นเพื่อนสนิทของพิณทิพย์ก็ก้าวเข้ามาในงาน อาจารย์กนกก็มาร่วมงานเช่นกัน ท่านผู้หญิงไม่ค่อยพอใจนักที่ลักษณ์พาเพ็ญโฉมมางานด้วย

งานเลี้ยงเปิดตัวครั้งนี้ มัสยาไม่ทำให้ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลผู้เป็นย่าผิดหวัง นอกจากเธอจะปรากฏตัวในงานด้วยชุดสวยสง่า กิริยามารยาทก็ยังงดงามเป็นที่ชื่นชมของแขกเหรื่อ อีกทั้งเวลากินอาหารก็ใช้ช้อนส้อมและมีดได้อย่างถูกต้อง ลักษณ์ยิ้มโล่งใจ ส่วนศจีกำมือแน่นที่แผนฉีกหน้ามัสยาล้มคว่ำไม่เป็นท่า

แถมทุกคนยังต้องตะลึงเมื่อมัสยาพูดโต้ตอบกับชลทิชาเป็นภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว เพราะคุณตา ของเธอเคยส่งเธอไปเรียนคอลเลจที่มาเลเซีย ลักษณ์นิ่วหน้าแปลกใจทำไมมัสยาถึงไม่เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง

“ก็พี่ลักษณ์ไม่เคยถามนี่คะ”

ส่วนอาจารย์กนกถึงกับอึ้งที่เห็นลูกศิษย์ทั้งสวยทั้งฉลาดและยังเก่งอีกด้วย เริ่มมองเธอในแง่ดีขึ้น...

ศจียังไม่ละความพยายามที่จะฉีกหน้ามัสยา หลังดินเนอร์มื้อหรูผ่านไป เธอเสนอแนะให้ลักษณ์พามัสยาออกมาเต้นรำเพราะมั่นใจว่านังบ้านนอกจะต้องเต้นรำไม่เป็น มัสยาทำให้ยัยป้ามหาภัยหน้าแตกอีกครั้ง เพราะเธอเต้นรำได้อย่างงามสง่า ลักษณ์ถึงกับออกปากนี่เธอจะมีเรื่องอะไรให้เขาประหลาดใจอีกไหม

“ไม่บอก อยู่ๆกันไปพี่ลักษณ์ก็จะเห็นเอง” มัสยายิ้มอย่างมั่นใจ

จากนั้นแขกเหรื่อทยอยกันออกมาเต้นรำ พงศ์เทพสบช่องเดินมาเสี้ยมเพ็ญโฉมว่าลักษณ์ไม่ให้เกียรติเธอแม้แต่น้อย ปล่อยให้เธอต้องยืนเหงาตามลำพัง เธอปฏิเสธว่าไม่เหงา และเข้าใจคนรักของตัวเองดี วันนี้เป็นวันของมัสยา ลักษณ์ก็เลยต้องให้ความสำคัญกับน้องก่อน พงศ์เทพไม่วายแดกดัน ดูเธอจะเข้าใจเขาดี

“ใช่ค่ะ ลักษณ์เป็นผู้ชายที่โฉมรัก โฉมก็ต้องเชื่อในตัวเขามากกว่าคนอื่น โฉมขอตัวก่อนนะคะ”

พงศ์เทพมองตามเพ็ญโฉมที่เดินจากไปด้วยความเซ็งที่เอาชนะใจเธอไม่ได้สักที

ooooooo

อีกมุมหนึ่งของงาน เริงใจเห็นนพพรเอาแต่มองมัสยาตาไม่กะพริบเข้ามากระเซ้าทำไมมองญาติของตนตาเยิ้มอย่างนั้น เขาให้เหตุผลว่ามัสยาทั้งสวยทั้งน่ารักทั้งเก่ง ผู้ชายคนไหนไม่ชอบก็บ้าแล้ว เริงใจเตือนให้ระวังพิณทิพย์ได้ยินเข้าจะโดนบิดหูขาด นพพรไม่ได้เป็นอะไรกับพิณทิพย์ ยังโสดสนิทมีสิทธิ์จีบมัสยาได้

“เอาจริงเหรอเนี่ย”

นพพรพยักหน้า ยังไม่ทันจะพูดอะไรอีกพิณทิพย์เข้ามาควงแขนลากไปที่ฟลอร์ให้เต้นรำด้วยกันโดยไม่สนใจว่าเขาอยากเต้นไหมและยังลากเข้าไปเต้นรำใกล้ๆมัสยาอีกต่างหาก แถมแกล้งเต้นรำกระแทกมัสยาสองครั้งติดๆ ลักษณ์ไม่พอใจพิณทิพย์รีบพามัสยาเต้นออกไปห่างๆ เธอกลับดึงเขาให้เข้าไปหาพิณทิพย์อย่างเดิม แล้วรอจังหวะที่ฝ่ายนั้นเข้ามากระแทก ก็เบี่ยงตัวหลบพลางยื่นขาออกไป

พิณทิพย์ไม่ทันระวังตัวสะดุดล้มกลิ้งไปบนฟลอร์ร้องลั่น ทุกอย่างเงียบกริบทั้งดนตรีทั้งเสียงผู้คน แขกเหรื่อต่างมองเธอเป็นตาเดียวกัน พิณทิพย์อายมากแทบจะแทรกแผ่นดินหนี หันมองมัสยาอย่างเคืองแค้น ก่อนจะลุกออกไป พงศ์เทพเป็นห่วงน้องสาวรีบวิ่งตาม บรรยากาศกลับสู่ปกติ เสียงเพลงดังขึ้นอีกครั้ง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มัสยาเห็นสายตาของลักษณ์ที่มองมา รู้ว่าเขาจับผิดเธอได้

“เราเมื่อยแล้ว ขอไปนั่งกับคุณย่าก่อน” ว่าแล้วมัสยาเดินลิ่วออกจากฟลอร์...

ด้านพงศ์เทพตามมาปลอบน้องสาวที่เอาแต่ร้องไห้ สัญญาว่าใครที่มันรังแกน้องของเขา สักวันเขาจะต้องเอาคืนให้สาสม...

มัสยาไม่ได้ไปหาคุณย่าอย่างที่บอกกับลักษณ์แต่หลบมานั่งที่เชิงบันได รีบถอดรองเท้าส้นสูงออก แล้วนวดเท้าตัวเองเนื่องจากเมื่อยมาก ไม่นานนัก ลักษณ์ตามมานั่งข้างๆ

“เจ็บเท้าล่ะสิ ก็ต้องเจ็บอะนะเพราะดันยื่นเท้าไปให้ยัยพิณเตะ”

เด็กสาวตีหน้าซื่อไม่รู้ว่าเขาพูดเรื่องอะไร ลักษณ์หมั่นเขี้ยว ขยี้หัวเธอเล่นฐานทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ มัสยาปัดมือเขาออกบ่นอุบว่าผมยุ่งหมดแล้ว เขาไม่วายแหย่เดี๋ยวนี้รู้จักห่วงสวยด้วยหรือ เธอโต้ไม่ยอมแพ้เธอเป็นผู้หญิงจะไม่ให้ห่วงสวยได้อย่างไร ลักษณ์สวนทันทีนึกว่าเป็นลิงเสียอีก มัสยาโมโหด่าลั่นว่าไอ้พี่ลักษณ์

“อ๊ะๆๆขึ้นไอ้กับพี่เลยเหรอ ขอโทษก่อน” ลักษณ์เห็นมัสยาทำเฉย ก็เลยขยี้หัวเธอไม่หยุด

“โอ๊ย...ไอ้พี่ลักษณ์หยุด” มัสยาโวยลั่น ลักษณ์สั่งให้เธอเรียกเขาดีๆก่อน เธอจำใจเรียกเขาว่าพี่ลักษณ์ เขาถึงหยุดขยี้หัวเธอ มัสยารีบจัดทรงผมให้เข้าที่ สักพัก เพ็ญโฉมเข้ามาตาม

“ฉันไปส่งโฉมก่อน กู๊ดไนต์เด็กซน” ลักษณ์ขยี้ผมมัสยาอีกครั้งแล้วเดินไปหาเพ็ญโฉม เธอโวยไล่หลัง

“ต้องให้บอกกี่รอบว่าเราไม่ใช่เด็ก” มัสยามองตามลักษณ์ที่โอบเอวเพ็ญโฉมออกไป รู้สึกได้ถึงความสนิทสนมของทั้งคู่ เธอเก็บความสงสัยนี้ไปถามแม่นมผันว่าสองคนนี้เป็นแฟนกันใช่ไหม ได้ความว่าทั้งคู่เป็นแฟนกันมานานกว่าสองปีแล้ว เพ็ญโฉมเป็นคนนิสัยดีไม่ถือตัวทั้งสวยทั้งฉลาด หน้าที่การงานก็มั่นคง

“เหมาะสมกับคุณลักษณ์ราวกับกิ่งทองใบหยก แต่น่าเสียดายที่คุณท่านไม่ค่อยชอบเท่าไหร่”

ooooooo

เป็นอย่างที่แม่นมผันว่าไว้ไม่มีผิดเพี้ยน ขณะที่ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลกำลังกินมื้อเช้าบ่นให้แม่พร้อมฟังว่ารู้สึกขัดอกขัดใจที่ลักษณ์ควงเพ็ญโฉมมาในงานเมื่อคืน แขกเหรื่อพากันมาถามท่านไม่หยุดปากว่าเมื่อไหร่เขากับเพ็ญโฉมจะแต่งงานกัน ท่านก็เลยพูดอะไรไม่ออก

“ความจริงหนูโฉมก็น่ารักนะคะคุณแม่ เข้าผู้ใหญ่เก่งแล้วก็มีน้ำใจ ที่สำคัญเธอคบกับลักษณ์มาสองปี ดิฉันว่ามันอาจถึงเวลาที่เขาสองคนจะต้องแต่งงานกันแล้วก็ได้นะคะ”

“นี่แม่พร้อมคิดว่าฉันจะยอมให้เจ้าลักษณ์แต่งงานกับแม่เพ็ญโฉมรึไง”

แม่พร้อมถึงกับร้องอ้าว ไหนท่านเคยเปรยว่าอยาก ให้ลักษณ์แต่งงาน ตนเห็นว่าเพ็ญโฉมก็เหมาะสมกับเขาดี ท่านกลับเห็นตรงข้ามไม่ว่าจะมองมุมไหนเพ็ญโฉมไม่มีอะไรคู่ควรกับหลานชายของตนสักนิด อย่างลักษณ์จะต้องได้กับผู้หญิงที่เพียบพร้อมทั้งชาติตระกูล การศึกษาและฐานะเพราะอีกหน่อยเขาจะต้องเป็นใหญ่เป็นโตเป็นถึงนายพล ผู้หญิงคนนี้จะต้องยืนเคียงข้างเขาไปจนชั่วชีวิต เขาจึงมีภรรยาที่ไม่น่านับถือไม่ได้

“คุณแม่พูดเหมือนมีใครในใจอยู่แล้ว” แม่พร้อมมองท่านผู้หญิงที่เอาแต่ยิ้มอย่างรอคำตอบ...

อาจารย์กนกตระหนักถึงความสามารถของมัสยาที่ตัวเองเพิ่งได้รู้จากงานเลี้ยงเมื่อคืน จึงลงความเห็นว่าเธอไม่น่าจะมีอะไรให้ตนสอนอีก เข้าทางมัสยาทันที เดินลิ่วออกจากห้องหนังสือจะไปหานพพร พิณทิพย์ที่มาดักรออยู่ปรี่เข้ามาขอโทษที่แกล้งชนมัสยาตอนเต้นรำ ตนรู้สึกผิดมากจนนอนไม่หลับ

“ฉันรู้ว่าเธอไม่เชื่อ ฉันก็เลยเตรียมของขวัญสุดพิเศษเอาไว้ให้ ไปเอาของที่บ้านฉันนะ”

มัสยาส่ายหน้าไม่อยากได้ พิณทิพย์จับมือเธอไว้ขอร้องอย่าทำแบบนี้ ตนตั้งใจจะให้ของขวัญเธอจริงๆไม่ได้มีเจตนาแอบแฝง มัสยาหลงกลปล่อยให้พิณ-ทิพย์จูงมือไปที่บ้านของตัวเอง ศจีที่รออยู่หยิบถุงผ้าแพรใบขนาดฝ่ามือยื่นให้ อ้างเป็นของขวัญสุดพิเศษที่พิณทิพย์บอกมัสยาไว้ มัสยาลังเล ศจีก็เลยจับถุงยัดใส่มือ

“ป้ารับรองว่ามัสต้องชอบ ถ้าไงเอากลับไปดูที่บ้านนะจ๊ะ”...

ครู่ต่อมา มัสยานำถุงผ้าแพรที่ศจีให้กลับมาที่ห้องของเธอ หยิบของข้างในขึ้นมาดู ครั้นเห็นว่าเป็นสร้อยเพชรเส้นสวยก็นิ่วหน้าด้วยความสงสัยระคนประหลาดใจ ทำไมศจีถึงให้ของมีค่าขนาดนี้มา แต่แล้วเธอก็ถึงบางอ้อเมื่อประตูห้องเปิดผลัวะ ศจีก้าวนำท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล แม่พร้อมและพิณทิพย์เข้ามา กล่าวหาว่ามัสยาขโมยสร้อยเพชรของตน หลักฐานตำตาทำให้มัสยาแก้ตัวไม่ขึ้น

ooooooo

ศจีไม่ได้แค่กล่าวหามัสยาเท่านั้น ยังจะให้พงศ์เทพเอาตำรวจมาจับอีกด้วย ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลขอร้องให้ตัดสินความกันในบ้านไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำให้เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต

“ทำไมคะ อ้อ...จีลืมไป คุณแม่คงกลัวตระกูลเราจะเสียชื่อ แต่มันสายไปแล้วล่ะค่ะ ตาพงศ์น่าจะใกล้มาถึงแล้ว แย่หน่อยนะคะเพิ่งมีงานเปิดตัวไปแท้ๆ”

แม้ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลและแม่พร้อมจะไม่เชื่อว่ามัสยาเป็นขโมยแต่หลักฐานคามืออย่างนั้นทำให้ทั้งคู่พูดอะไรไม่ออก...

ด้านพัณทิพารู้เห็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดก็ไม่สบายใจ มาดักรอลักษณ์ที่เพิ่งกลับ เล่าความจริงให้ฟังว่ามัสยาไม่ได้ทำผิด ขอร้องเขาอย่าบอกแม่ว่ารู้มาจากเธอไม่อย่างนั้นเธอโดนแม่เอาตายแน่ เขาพยักหน้ารับคำ สีหน้าเคร่งเครียดสุดๆ รีบเข้าไปในตัวตึกใหญ่เห็นพงศ์เทพกำลังสอบปากคำมัสยาอยู่ ส่งสัญญาณให้แม่พร้อมออกมาคุยกับเขาข้างนอก เล่าให้ฟังว่านี่เป็นแผนร้ายของศจี มัสยาไม่ได้ขโมยสร้อยเส้นนั้น

“แม่รู้และแม่คิดว่าคุณย่าก็ทราบดี แต่เราเถียงหรือทำอะไรไม่ได้เพราะหลักฐานคามือมัสยาอยู่ แถมศจีกับยัยพิณก็ยืนยันว่าสร้อยหายไปจริงๆ ถ้าอยากช่วยมัสยาเราก็ต้องหาหลักฐานมายืนยันว่ามัสยาบริสุทธิ์”

ด้วยความที่เกลียดมัสยาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ในเมื่อเธอไม่ยอมรับสารภาพ พงศ์เทพจึงจับใส่กุญแจมือจะเอาตัวไปสอบปากคำต่อที่โรงพัก ทั้งท่านผู้หญิงและแม่พร้อมพยายามขอร้องไม่ให้ทำรุนแรงกับ น้องแต่เขาไม่สนใจ ระหว่างนั้นลักษณ์เดินเข้ามาพร้อมกับพันตรี เสถียรเพื่อจะขอร่วมสอบปากคำด้วย

“คงไม่ต้องรบกวนผู้พันหรอกครับ เพราะผมกำลังจะพามัสยาไปโรงพัก”

“หมวดพงศ์เทพ คุณกำลังทำไม่ถูกนะครับ แค่มีสร้อยเพชรอยู่ในมือ มันก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะตัดสินคุณมัสยาว่าเป็นขโมย คุณเรียนกฎหมายมาก็น่าจะรู้ดี” ไม่ทันขาดคำ นพพรตามเข้ามาสมทบ ลักษณ์จึงแจ้งกับทุกคนว่านพพรจะเป็นพยานว่ามัสยาไม่ได้ทำผิด จากนั้นเพื่อนบ้านหนุ่มเล่าถึงเหตุการณ์ที่ตัวเองเห็นพิณทิพย์จูงมือมัสยาเข้าไปในบ้าน และยังเห็นจากทางหน้าต่างห้องรับแขกว่าศจีเอาถุงผ้ายัดใส่มือมัสยา

แต่ที่นพพรไม่ได้มาเป็นพยานให้ตั้งแต่แรกเพราะคุณพ่อให้เด่นมาเรียกตัวกลับไปบ้านเสียก่อน ศจีกับพิณทิพย์ถึงกับหน้าถอดสีที่แผนชั่วถูกเปิดโปง ส่วนพงศ์เทพได้แต่ยืนอึ้งเนื่องจากไม่ได้รู้เห็นอะไรด้วย

“แม่ไม่นึกว่าเราจะเป็นคนเจ้าเล่ห์ได้ขนาดนี้ ต้องการให้มัสยาไปจากที่นี่ถึงกับต้องใส่ร้ายกันเลยหรือ”

“ใช่ค่ะ จีอยากให้นังเด็กนี่ไปให้พ้น ไปแล้วไม่ต้องกลับมาอีกยิ่งดี จีเกลียดมันไม่ต่างจากพ่อของมัน”

ท่านผู้หญิงไม่เข้าใจว่าศจีไปเอาความคิดต่ำๆแบบนี้มาจากไหน เธอกลับโทษว่าเป็นความผิดของท่านที่ ทำให้เธอกลายเป็นคนแบบนี้ ท่านไม่เคยรักเธอรักแต่ศัลย์ทั้งที่เขาไม่ใช่ลูก เธอต่างหากที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไข แล้วทำไมท่านถึงไม่เคยรักเธอแบบที่รักมันแล้วร้องไห้โฮก่อนจะผละจากไป พิณทิพย์มองยายตัวเองอย่างไม่พอใจแล้วเดินตามแม่ พงศ์เทพไขกุญแจมือปล่อยมัสยา เป็นอิสระ แล้วเดินเลี่ยงออกมา

ลักษณ์กับแม่พร้อม รวมทั้งมัสยาและนพพรมองท่านผู้หญิงด้วยความเป็นห่วงจะพยุงไปนั่ง ท่านยกมือห้าม ขออยู่คนเดียว ก่อนจะเดินหน้าเศร้าออกไป...

ทางด้านพงศ์เทพตามศจีมาที่ห้อง เตือนว่าต่อไปจะใช้วิธีแบบนี้เล่นงานมัสยาอีกไม่ได้ เพราะถ้ายิ่งทำก็จะทำให้คุณยายยิ่งรักมันมากขึ้น ตอนนี้คุณแม่อย่าเพิ่งทำอะไรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเขา

“ใครที่คิดทำลายครอบครัวของเรามันต้องได้รับการเอาคืนอย่างสาสม”...

มัสยาเดินมาส่งนพพรที่ประตูรั้วโดยไม่ลืมขอบใจเขา ถ้าไม่ได้เขาช่วยเป็นพยาน เธอคงถูกจับติดคุกหัวโตไปแล้ว เขายกความดีครั้งนี้ให้ลักษณ์ซึ่งพยายามทุกอย่างเพื่อช่วยเธอ เตือนให้เธออย่าลืมไปขอบคุณญาติผู้พี่ของตัวเอง และจากนี้เป็นต้นไป เขาจะปกป้องเธอเอง จะไม่ให้ใครมารังแกเธออีก

ส่งนพพรเสร็จ มัสยาจะเข้าบ้านเจอลักษณ์ดักรออยู่ ล้อเลียนว่าต่อจากนี้ไป เขาคงไม่ต้องทำหน้าที่ปกป้องเธออีกแล้วเพราะนพพรจะทำหน้าที่นี้แทน มัสยาโวยจะมาปัดความรับผิดชอบง่ายๆได้อย่างไร เขาต้องเป็นคนดูแลเธอไปตลอดชีวิต แล้วขอบคุณที่เขาช่วยเธอไว้ ลักษณ์โน้มตัวเข้ามาใกล้ๆ พูดกระซิบว่า

“ชื่นใจจัง”

เด็กสาวไม่กล้าสบตาด้วย ถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว “ดึกแล้ว มัสไปนอนก่อน”

“ฉันชอบ...เรียกชื่อแทนคำว่าเรา มันน่ารักดีเรียกแบบนี้ตลอดไปนะ” ลักษณ์พูดจบเดินเข้าบ้าน มัสยาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองใจเต้นไม่เป็นส่ำทุกครั้งเมื่อเวลาที่เขาอยู่ใกล้ๆ

ooooooo

นพพรทำอย่างที่ให้สัญญากับมัสยาเอาไว้มาขอร้องพิณทิพย์ถึงที่บ้านให้เลิกยุ่งกับมัสยา เขาไม่อยากเสียความรู้สึกดีๆที่เคยมีต่อกัน พิณทิพย์ชักสีหน้าทันที พูดแบบนี้แสดงว่าเขาเลือกที่จะอยู่ข้างนังมัสยาใช่ไหม

“ใช่ นพเลือกมัสยา ได้ยินชัดแล้วนะ” พูดจบนพพรผละจากไป พิณทิพย์เจ็บใจแทบจะร้องกรี๊ดออกมา จากนั้นเขาไปหาลักษณ์ที่เรือนใหญ่ ขออนุญาตจีบมัสยา นายทหารหนุ่มทักท้วงว่ามาขอผิดคน ต้องไปขอกับมัสยาเองไม่ใช่มาขอตน นพพรดีใจมากถ้าเป็นอย่างนั้นก็หมายความว่าเขาจีบมัสยาได้ใช่ไหม

“ก็ต้องได้สิ ถ้าเป็นนพพร ฉันยกมัสยาให้เลย” ลักษณ์หัวเราะชอบใจแล้วขึ้นรถขับไปทำงาน โดยไม่รู้ว่า มัสยาแอบฟังอยู่ ทั้งโกรธทั้งน้อยใจที่ลักษณ์มีสิทธิ์อะไรมายกเธอให้คนอื่น เธอไม่ใช่สิ่งของสักหน่อย...

ขณะที่นพพรเดินหน้าจีบมัสยาเต็มตัว ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลบุกไปหาเจ้าคุณมหศักดิ์ถึงบ้านเพื่อทาบทามนารถระพีลูกสาวของท่านเจ้าคุณที่กำลังจะกลับจากเมืองนอกให้แต่งงานกับลักษณ์โดยไม่ปรึกษาเจ้าตัวก่อน ครั้นลักษณ์กลับจากทำงานรู้เรื่องที่แม่กับคุณย่าทำลับหลังตัวเองก็ไม่พอใจแต่ไม่กล้าพูดอะไร ได้แต่นำเรื่องคับข้องหมองใจนี้ไปบ่นให้ท่านชายสดายุถึงวังมยุรฤทธิ์ ท่านกลับไม่คัดค้านอะไร แค่เตือนเขาอย่าไปวิตกอะไรให้เกินเหตุเพราะพ่อแม่ของเขาก็โดนคุณย่าทำอย่างนี้เหมือนกันก็ยังอยู่กันยืด

“แล้วเพ็ญโฉมล่ะ จะให้กระหม่อมบอกกับเพ็ญโฉมอย่างไร กระหม่อมปิดโอกาสเธอในการพบเจอกับคนอื่นมาหลายปี ถ้ากระหม่อมต้องทำตามคำสั่งของคุณย่าเท่ากับกระหม่อมทำร้ายผู้หญิงที่ซื่อสัตย์คนนี้” ลักษณ์ถอนใจหนักใจ ท่านชายสดายุอดถามไม่ได้แล้วเขาจะทำอย่างไรต่อไป ลักษณ์เองก็ไม่รู้เหมือนกัน...

ลักษณ์ไม่กล้าพูดตรงๆกับคุณย่า ได้แต่บ่นให้แม่พร้อมฟังว่าไม่ต้องการแต่งงานกับนารถระพี เนื่องจากไม่ได้รักเธอและเขาเชื่อว่าเธอเองก็รู้สึกเหมือนเขา

แม่พร้อมเตือนไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปขัดคุณย่า หากท่านเห็นว่าเหมาะสม ให้เขาดูแม่กับพ่อหรือแม้กระทั่งพวกอาๆทุกคนเป็นตัวอย่าง

ชายหนุ่มไม่เข้าใจในเมื่อคุณย่าก็เห็นอยู่แล้วว่าการบังคับอาศัลย์ให้ทำตามที่ท่านต้องการส่งผลอย่างไรกับมัสยา แล้วทำไมถึงยังจะเอามาใช้กับเขาอีก แม่พร้อมอยากรู้ที่เขาเป็นแบบนี้เพราะรักเพ็ญโฉมใช่ไหม

“ใช่ครับและผมก็ไม่เห็นว่าโฉมจะเสียหายตรงไหนถึงทำให้คุณย่าตั้งแง่”

“เพราะชาติตระกูลของเธอไม่เหมาะสมกับลูก นั่นคือเหตุสำคัญที่ทำให้คุณย่ายอมรับไม่ได้”

เพ็ญโฉมซึ่งยืนฟังอยู่ในเงามืดได้ยินทุกอย่างมือไม้อ่อนทำถุงใส่ของร่วงลงพื้น ลักษณ์กับแม่พร้อมได้ยินเสียงเหมือนของหล่นหันมองตามเสียงแต่ไม่เห็นว่าเป็นใครนอกจากเงาดำๆ เขารีบลุกไปดูพอเห็นถุงกระดาษใส่กระโปรงของมัสยา ก็เดาออกทันทีว่าเป็นเพ็ญโฉม รีบวิ่งตามแต่เธอขับรถออกไปเสียก่อน รีบกลับมาบอกแม่ว่าเพ็ญโฉมได้ยินที่เราคุยกัน ยืนยันกับแม่ไม่มีวันแต่งงานกับคนที่คุณย่าเลือกให้ แม่ไปบอกท่านได้เลย...

เพ็ญโฉมกลุ้มใจมากจึงไปนั่งดื่มไวน์เพื่อดับอารมณ์ยิ่งคิดถึงการสนทนาของลักษณ์กับแม่พร้อมก็ยิ่งเจ็บปวดใจ ยกแก้วไวน์จะดื่มแต่พงศ์เทพดึงแก้วไปจากมือเปลี่ยนเป็นแก้วน้ำส้มคั้นให้แทน

“คุณโฉมมีเรื่องกลุ้มอะไร ที่เป็นแบบนี้เพราะลักษณ์หรือเปล่า” พงศ์เทพเห็นเธอเงียบไม่ตอบ เดาได้ทันทีว่าใช่ก็โมโหแทน “มันทำอะไรคุณบอกผมมา ผมจะไปเล่นงานมันให้”

“ลักษณ์ไม่ได้ทำอะไรโฉมหรอกค่ะ โฉมคิดมากเอง”

“คุณโฉมอย่าโกหกผม มันได้หัวใจคุณไปครองแต่กลับไม่ดูแลแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน คุณโฉมครับถ้าเป็นผม ผมไม่มีวันทำให้คุณต้องร้องไห้แบบนี้เด็ดขาด” พงศ์เทพพยายามเสี้ยมให้คู่รักแตกหักกันหวังจะเสียบแทน

ooooooo

ลักษณ์ไม่รู้จะระบายความคับข้องใจให้ใครฟังเรื่องถูกคุณย่าบังคับให้แต่งงาน จึงเล่าให้มัสยาฟังตอนที่เอากระโปรงตัวสวยที่ฝากเพ็ญโฉมซื้อมาให้ เด็กสาวแนะให้เขาพูดกับคุณย่าตรงๆไปเลย เขาส่ายหน้า

“ไม่มีประโยชน์ ลองคุณย่าตัดสินใจอะไรลงไปแล้ว ท่านจะไม่มีวันเปลี่ยนใจ ท่านถือว่าตัวเองเป็นเจ้าชีวิตของทุกคน มัส...เธออย่ายอมให้ใครมาบงการชีวิต หัวใจและวิญญาณเป็นของเธอ...เธอคนเดียวที่มีสิทธิ์จะทำอะไรกับมันก็ได้”

ลักษณ์ดีแต่สอนคนอื่น มัสยาอยากรู้ว่าเขาจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร

นายทหารหนุ่มรู้แค่ว่าสิ่งแรกที่จะทำคือต้องเคลียร์กับเพ็ญโฉมเสียก่อน คิดได้ดังนั้น เขารีบไปหาเธอที่ออฟฟิศพร้อมด้วยดอกไม้ช่อสวย ขอให้เธอเชื่อมั่นไม่มีใครจะเปลี่ยนใจเขาไปจากเธอได้

เธอคือผู้หญิงคนเดียวเท่านั้นที่เขาจะแต่งงานด้วย แม้จะสบายใจขึ้น แต่เพ็ญโฉมไม่วายขอให้เขาสัญญาว่าจะไม่รักใครคนอื่นนอกจากเธอคนเดียว ลักษณ์รับคำหนักแน่น อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก พงศ์เทพเห็นสองคนยิ้มชื่นให้กันก็เดาออกว่าคงปรับความเข้าใจกันได้ ปาช่อดอกไม้ในมือทิ้งด้วยความเจ็บใจ...

ทันทีที่นารถระพีลากกระเป๋าเดินทางกลับจากเมืองนอก เจ้าคุณมหศักดิ์ชวนมากราบท่านผู้หญิงที่บ้านรัตนมหาศาล ส่วนนพพรหลบไปช่วยมัสยาเก็บมะม่วง ด้วยความแก่นซนของเธอ ปีนจากกิ่งโน้นไปเก็บผลมะม่วงกิ่งนี้อย่างสนุกสนาน สุดท้ายก้าวพลาดร่วงจากต้น นพพรพุ่งไปรับตัวไว้ทัน แต่ดันสะดุดขาตัวเองล้มกลิ้งไปด้วยกัน โดยมีมัสยานอนทับอยู่ด้านบน

พิณทิพย์เห็นภาพบาดตาพุ่งเข้าไปกระชากมัสยา มาตบ แล้วจะตามไปซ้ำ นพพรจับแขนไว้ขอร้องให้พอได้แล้ว มัสยาไปทำอะไรให้ เธอหาว่ามัสยาทำบัดสีกับเขากลางวันแสกๆน่าไม่อาย สันดานไพร่ไม่เคยเปลี่ยน มัสยาไม่ยอมให้ถูกด่าถูกตบฟรีๆผลักพิณทิพย์เต็มแรงโดยลืมไปว่าด้านหลังเป็นสระน้ำ พิณทิพย์หงายหลังตกน้ำ คนผลักตกใจเพราะไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดเหตุแบบนี้ ยัยตัวแสบทะลึ่งพรวดขึ้นจากน้ำได้ก็ขู่ทันที

“แก นังมัสยา คอยดูนะ ฉันจะฟ้องคุณแม่” ไม่ทันขาดคำ ศจีเข้ามาโวยวายว่าทำอะไรลูกของตน
พิณทิพย์นึกแผนชั่วขึ้นมาได้แกล้งจมน้ำ ร้องให้ช่วยเสียงหลง นพพรตกใจคิดว่าเป็นเรื่องจริงรีบโดดลงไปช่วย กว่าจะช่วยคนแกล้งจมน้ำขึ้นมาได้เล่นเอาเขาหอบแฮ่ก...

ศจีไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย แจ้นไปฟ้องท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลให้จัดการกับมัสยา เจ้าคุณมหศักดิ์เห็นท่าไม่ดีชวนลูกๆกลับกันก่อน ไว้วันหลังค่อยมาคุยกันใหม่ นพพรขออยู่เป็นเพื่อนมัสยาก่อน ให้พ่อกับพี่สาวกลับกันไปก่อน ท่านเจ้าคุณไม่ยอมให้อยู่ลากเขากลับไปด้วยจนได้

ในเมื่อไม่มีนพพรช่วยเป็นพยานให้ ศจีใส่ไฟจนท่านผู้หญิงเชื่อว่ามัสยาเจตนาผลักพิณทิพย์ตกน้ำโดยไม่ฟังคำอธิบายว่าเธอเป็นคนที่ถูกพิณทิพย์ทำร้ายก่อน ก็สั่งลงโทษด้วยการให้เธอคุกเข่าอยู่หน้าบ้าน...

ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลทำโทษให้มัสยาคุกเข่าอยู่อย่างนั้นตั้งแต่เช้ายันค่ำโดยไม่ให้กินอะไร จนเห็นพอสมควรแก่เวลาจึงให้เด็กรับใช้ไปตามศจีมาพบ สั่งให้เธอไปบอกมัสยาว่ากลับเข้าบ้านได้แล้ว เธอไม่ค่อยจะพอใจนักทำไมต้องให้เธอทำอย่างนั้นด้วย นี่ยังลงโทษมันน้อยไปด้วยซ้ำ ท่านผู้หญิงขอร้องให้พอได้แล้ว แค่นี้มัสยาก็เข็ดแล้ว และที่ท่านอยากให้เธอเป็นคนบอก เพราะมัสยาจะได้รู้สึกสบายใจว่าเธอให้อภัยแล้ว

“แต่จีไม่เคยให้อภัยมัน”

ท่านผู้หญิงขอร้องศจีอย่าทำตัวเป็นเด็กนักเลย แค่ทำตามที่ท่านสั่งก็พอ ศจีกำมือแน่ไม่พอใจอย่างมาก ทำทีเดินออกมาหน้าบ้าน กอดอกมองมัสยาแล้วเดินกลับบ้านตัวเองไม่ทำตามที่ท่านผู้หญิงสั่ง ไม่นานนัก ฝนก็เทกระหน่ำลงมา โดยที่มัสยายังคงคุกเข่าอยู่อย่างนั้น...

ผ่านไปพักใหญ่ ลักษณ์ขับรถกลับเข้ามาเห็นมัสยานั่งตากฝนอยู่ ยังไม่ทันจะไปถึงตัว เธอทรุดลงหมดสติ เขารีบอุ้มเธอเข้าบ้าน สั่งให้หม่อมช้อยเปลี่ยนเสื้อผ้าแห้งให้ ขณะที่เขาโทร.ตามหลวงเวชให้มาดูอาการของมัสยา หลวงเวชตรวจเธออย่างละเอียดแล้วฉีดยาลดไข้ให้ ก่อนจะรายงานให้ลักษณ์ แม่พร้อมและท่านผู้หญิงฟังว่า แม้จะฉีดยาลดไข้ให้แล้ว แต่อาการของเธอยังน่าเป็นห่วง

“คงต้องดูแลกันทั้งคืน พยายามอย่าให้ไข้ขึ้นมาอีก ผมกลัวว่าคุณหนูอาจจะช็อกได้ครับ”...

ลักษณ์รู้เรื่องที่ศจีไม่ทำตามคำสั่งคุณย่าที่ให้ไปบอกมัสยาให้เข้าบ้านได้ทำให้เธอต้องตากฝนอยู่ค่อนคืนจนไม่สบาย จึงตามไปต่อว่าอาตัวเองถึงบ้าน แต่ดูเหมือนเธอจะไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย ครั้นเขากลับมาหามัสยาที่ห้อง ก็พบว่าเธอยังมีไข้รุมๆอยู่ อาสาจะดูแลเธอเอง ให้แม่นมผันไปพักผ่อนได้เลย

มัสยาอาการไม่ค่อยดีนัก ไข้ขึ้นเป็นพักๆ ลักษณ์ต้องคอยเอาผ้าชุบน้ำเช็ดตัวให้ตลอด พอตกดึกเธอมีไข้สูงขึ้นมาอีกครั้ง ถึงกับเพ้อหาพ่อหาแม่ตัวสั่นหนาวเพราะพิษไข้ ลักษณ์เป็นห่วงเธอมากตัดสินใจขึ้นไปนอนข้างๆดึงเธอมากอดไว้เผื่อความหนาวเย็นจะคลายลง สักพัก มัสยาหยุดตัวสั่นหยุดร้องไห้และหลับไปอีกครั้ง

ooooooo

เช้าวันถัดมามัสยาอาการดีขึ้นมาก ค่อยๆรู้สึกตัวตื่นขึ้นตกใจที่พบตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของลักษณ์ พยายามผลักเขาออก แต่เขากอดไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เธออายมากรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งหน้า สักพักลักษณ์รู้สึกตัวลืมตา เห็นมัสยาสีหน้าดีขึ้นก็ดีใจ เอาหน้าผากตัวเองชนกับหน้าผากเธอเพื่อเช็กว่ายังมีไข้หรือเปล่า

“ตัวยังรุมๆ หน้าก็ยังแดงอยู่ สงสัยต้องเรียกหลวงเวชมาตรวจอีกครั้ง”

“มัสหายดีแล้วไม่ได้เป็นไข้ ที่ยังตัวร้อนเพราะพี่ลักษณ์เล่นกอดไม่ปล่อยแบบนี้มัสอึดอัดจะตายอยู่แล้ว”

ลักษณ์ยิ้มออก มัสยาต่อล้อต่อเถียงได้แบบนี้แสดงว่าดีขึ้นแล้ว รีบลุกขึ้นจะไปเรียนข่าวดีให้คุณย่ารู้...

ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลรีบรุดมาเยี่ยมหลานสาวพร้อมกับขอโทษที่ทำให้เธอต้องล้มป่วย มัสยาขอร้องท่านอย่าโทษตัวเองและอย่าไปโทษคุณป้าศจีซึ่งคงโกรธที่ตนไปทำลูกของเธอ ไม่มีแม่คนไหนทนเห็นลูกตัวเองถูกรังแก ท่านผู้หญิงภูมิใจในตัวหลานสาวมากที่คิดได้แบบนี้ ระหว่างนั้น ลักษณ์ยกชามข้าวต้มเข้ามาให้มัสยา ท่านผู้หญิงจึงบอกให้หลานสาวกินข้าวก่อนจะได้กินยา

“วันนี้ก็ไม่ต้องเรียนหนังสือ ย่าบอกอาจารย์กนกให้แล้ว...ลักษณ์ ย่าฝากดูแลน้องด้วยนะ” สั่งเสร็จ ท่านผู้หญิงออกจากห้อง ลักษณ์ถือชามข้าวต้มมานั่งข้างเตียงตักข้าวต้มจะป้อนให้ มัสยาขอกินเอง

“ไม่ได้ยินที่คุณย่าพูดเหรอว่าให้ฉันดูแลเธอ เพราะฉะนั้นอยู่เฉยๆ”...

แม้มัสยาจะไม่ติดใจเรื่องที่ศจีไม่ยอมเรียกเข้าบ้าน จนต้องตากฝนและล้มป่วย แต่ท่านผู้หญิงไม่ยอมให้เรื่องนี้ผ่านเลยไป เรียกทั้งศจีและพิณทิพย์มาที่เรือนใหญ่เพื่อให้ขอโทษมัสยา ศจีดื้อดึงไม่ยอมทำตามที่แม่สั่ง มัสยา เห็นท่าไม่ดีรีบบอกคุณย่าว่าไม่ต้องให้ทั้งคู่มาขอโทษอะไร เพราะตอนนี้ตนหายดีแล้ว

“ไม่ได้ คนทำผิดก็ต้องรู้จักขอโทษ นี่เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำ แม่ศจีเธอควรทำเป็นเยี่ยงอย่างให้ยัยพิณ”

แทนที่จะสำนึก ศจีกลับยอกย้อนแล้วทีคุณแม่เคยเป็นเยี่ยงอย่างที่ดีให้เธอหรือเปล่า เธอไม่เคยเห็นท่านจะเอ่ยปากขอโทษใครสักครั้ง สำหรับท่านทุกคนผิดหมดมีท่านถูกอยู่คนเดียว เธอไม่มีทางขอโทษนังเด็กนี่เด็ดขาดแล้วจูงมือพิณทิพย์กลับ ท่านผู้หญิงโกรธมากกำมือแน่น แม่พร้อมต้องปลอบว่าอย่าไปสนใจคำพูดของศจีเลยที่พูดมาทั้งหมดก็เพราะไม่พอใจเท่านั้น

“ฉันไม่เคยโกรธแม่ศจีหรอก แต่ฉันโกรธตัวเองมากกว่า ฉันเป็นแม่ที่แย่ สอนลูกให้เป็นคนดีไม่ได้ จะมีก็แต่หลานๆที่ยังพอได้ดั่งใจหวัง ตาลักษณ์ มัสยา เราอย่าทำให้ย่าเสียใจเหมือนอย่างที่แม่ศจีทำนะ”

ทั้งคู่รับคำหนักแน่น ฝ่ายศจีแค้นใจทั้งแม่ทั้งมัสยาแต่ทำอะไรไม่ได้ก็เลยพาลไปลงกับพัณทิพาซึ่งไม่รู้เรื่องอะไรด้วยทำให้เธอน้อยใจมาก หลวงราชบริรักษ์สงสารลูกสาวไม่รู้จะช่วยได้อย่างไรได้แต่กอดปลอบใจ...

มัสยาเบื่อที่จะนอนพักอยู่แต่ในห้อง จึงขอร้องให้ลักษณ์พาไปเดินเล่นในสวนเปลี่ยนบรรยากาศ แต่เดินได้ไม่เท่าไหร่ เธอรู้สึกมึนหัวเดินเซ ลักษณ์ต้องประคองเธอไว้ สั่งไม่ให้เดินอีกแล้ว มัสยายิ้มเจ้าเล่ห์

ถ้าไม่ให้เดินก็ต้องให้เธอขี่หลัง เขาเห็นแก่คนป่วยก็เลยยอมให้เธอทำตามใจ มัสยาขี่หลังเขาสนุกสนานมาก จนคนให้ขี่หมดเรี่ยวแรงต้องนั่งพักใต้ต้นไม้ มัสยาเห็นเขาเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวอาสานวดให้

ด้วยความที่เพิ่งหายป่วยยังอ่อนเพลียอยู่ มัสยานวดไปได้พักเดียวก็หลับไปเลย ลักษณ์ค่อยๆเอาหัวเธอมาหนุนตักเขา ตบแขนเธอเบาๆเหมือนกล่อมเด็กน้อย ส่วนเขาเองเอนหลังพิงต้นไม้ เผลอหลับไปเช่นกัน

ooooooo

นารถระพีรู้เรื่องที่พ่อกับท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลจะจับตนเองคลุมถุงชนกับลักษณ์ก็ไม่พอใจมาก ขอให้พ่อไปบอกท่านผู้หญิงให้ล้มเลิกความคิดนี้ ท่านเจ้าคุณไม่ยอมทำตาม บอกให้เธอทำใจถึงอย่างไรก็ต้องแต่งงานกับคนที่ตนเลือกให้ นารถระพีไม่ยอมแพ้ ถ้าพ่อไม่กล้าไปบอก เธอจะไปปฏิเสธท่านผู้หญิงเอง

คิดได้ดังนั้น นารถระพีก้าวฉับๆไปที่บ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์ได้ยินเสียงเจ้าคุณมหศักดิ์ร้องเรียกลูกสาว ที่เดินตรงไปยังตึกใหญ่ รีบสะกิดเรียกมัสยาให้ตามไปดู

ท่านผู้หญิงเหมือนจะรู้เท่าทันความคิดของนารถระพี เป็นจังหวะเดียวกับลักษณ์เดินเข้ามากับมัสยา ท่านจึงชิงพูดขึ้นเสียก่อนว่าอยู่กันครบแบบนี้ก็เป็นโอกาสที่ดีที่ท่านจะได้พูดทีเดียวเลย ท่านจะรีบหาฤกษ์เพื่อหมั้นหมายลักษณ์กับนารถระพีให้เร็วที่สุด นารถระพีที่ตั้งใจจะมาปฏิเสธเรื่องนี้ถึงกับพูดอะไรไม่ออก...

ครั้นตั้งสติได้ นารถระพีขอคุยกับลักษณ์เป็นการส่วนตัว เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง เธอบอกอย่างไม่อ้อมค้อมว่าแต่งงานกับเขาไม่ได้เพราะมีคนรักอยู่แล้ว ลักษณ์ฉีกยิ้มดีใจ เขาเองก็มีคนที่ชอบพออยู่แล้วเช่นกัน เธอถอนใจโล่งอก แต่ยังไม่รู้จะทำอย่างไรดีเพราะท่านผู้หญิงท่าทางจะไม่ยอมง่ายๆ

“เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเอง”...

แผนของลักษณ์ก็คือขอร้องให้ท่านชายสดายุช่วยไปพูดกับคุณย่าให้ล้มเลิกการแต่งงานระหว่างเขากับนารถระพี ท่านชายปฏิเสธทันทีว่าทำไม่ได้ ใครๆก็รู้ว่าไม่มีใครปฏิเสธท่านผู้หญิงได้ ลองท่านต้องการอะไรก็ต้องเอาให้ได้ ดังนั้นท่านชายคงจะช่วยอะไรเขาเรื่องนี้ไม่ได้ ลักษณ์ถึงกับเซ็ง...

ตกค่ำลักษณ์ชวนประจวบเพื่อนรักไปดื่มเหล้าที่ผับแห่งหนึ่งหวังจะให้ลืมความกลัดกลุ้ม ประจวบต้องขอร้องให้ดื่มน้อยๆหน่อย เหล้าไม่ช่วยให้คิดอะไรออก พระพุทธองค์ตรัสว่าสติมาปัญญาเกิด ลักษณ์บ่นอุบคนกลุ้มใจดันมาสอนธรรมะ ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ระหว่างนั้นประจวบหันไปเห็นนพมาศเดินเข้ามาในผับกับกลุ่มเพื่อนสาว มาเจอกับเพื่อนหนุ่มชาวต่างชาติที่รออยู่ก่อนแล้ว เธอปรี่เข้าไปสวมกอดทักทาย

“ยุบหนอพองหนอ ผู้หญิงสมัยนี้หนอ” ประจวบมองเอือมๆ ก่อนจะคว้าน้ำเปล่าขึ้นมาดื่ม

นพมาศเดินมาทางที่ประจวบนั่งอยู่แต่เกิดสะดุดขาตัวเองถลามานั่งตักเขาพอดี ประจวบดันปากเสียต่อว่าเธอว่าไม่รู้จักสำรวมเที่ยวกอดจูบกับผู้ชายฝรั่งไม่อายสายตาคนอื่น เขาละอายใจแทนพ่อแม่ของเธอ นพมาศโมโหมาก คว้าแก้วน้ำใกล้มือสาดหน้าเขา เป็นจังหวะเดียวกับลักษณ์กลับมาจากห้องน้ำเห็นนพมาศก็ร้องทัก เธอเองก็ทักทายเขาตอบเช่นกัน ประจวบอึ้งที่ทั้งคู่รู้จักกัน

หลังลักษณ์กลับจากไปส่งนพมาศที่โต๊ะของเพื่อนเธอ ประจวบอดถามไม่ได้ว่าไปรู้จักผู้หญิงคนนั้นได้อย่างไร ได้ความว่าเธอเป็นลูกสาวของหลวงเวช แพทย์ประจำที่บ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์ขอร้องประจวบอย่าไปถือสาเธอเลย เธอเป็นพวกสาวหัวสมัยใหม่เนื่องจากไปอยู่เมืองนอกตั้งแต่เด็ก จบแฟชั่นดีไซน์จากเมืองนอก ตอนนี้เป็นเจ้าของห้องตัดเสื้อ ประจวบเตือนลักษณ์
อย่าได้ริเอาผู้หญิงแบบนี้มาทำเมียเด็ดขาด...

มัสยาซึ่งรอลักษณ์กลับบ้านอย่างใจจดจ่อเห็นเขาขับรถเป็นงูเลื้อยเข้ามาในบ้านแถมชนกระถางต้นไม้แตก เธอตกใจรีบวิ่งมาดูเห็นเขาลงจากรถในสภาพครบสามสิบสองก็เบาใจแต่อยู่ๆเขาก็ทรุดลงไปกองกับพื้นเนื่องจากเมาจัด มัสยารีบประคองเขาส่งถึงเตียงนอน แต่เสียหลักล้มลงไปนอนด้วยกัน เธอพยายามผลักเขาออก เขากลับยิ่งกอดไว้แน่น แถมเพ้อหาเพ็ญโฉมอีกต่างหาก มัสยาหมั่นไส้ คิดหาทางแกล้งคืน

ooooooo

ลักษณ์ตื่นขึ้นตอนเช้าเห็นหน้าตัวเองในกระจกเงา ถึงกับอึ้ง ถูกวาดหนวดแมวแถมมีไฝกลางหน้าผากเม็ดเป้ง ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นฝีมือใครไม่ได้นอกจากมัสยา ตามไปจิกตัวให้มาจัดการล้างหมึกออก เธอเอาสบู่ค่อยๆถูรอยเปื้อนไปพลางหัวเราะขำไปด้วยทั้งที่พยายามกลั้นไว้แล้ว

“ขอโทษค่ะ มัสพยายามแล้วแต่มันอดไม่ได้จริงๆ” มัสยาหัวร่อคิกๆ ลักษณ์ยื่นหน้าที่เต็มไปด้วยฟองสบู่เข้ามาเกือบจะชนใบหน้าเธอแล้วเอานิ้วจิ้มฟองป้ายไปที่จมูกเธอ ความใกล้ชิดทำเอามัสยาถึงกับชะงัก...

ด้านพงศ์เทพยังคงพยายามสร้างความร้าวฉานให้คู่ของลักษณ์กับเพ็ญโฉมไม่เลิก นำเรื่องที่ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลจะหมั้นหมายนารถระพีให้ลักษณ์ในเร็ววันนี้ไปฟ้องเพ็ญโฉม ทำให้เธออดหวั่นไหวไม่ได้...

บ่ายวันเดียวกัน ลักษณ์โทร.มาบอกให้มัสยาแต่งตัวสวยๆเย็นนี้จะมารับไปกินข้าวข้างนอก เธออุตส่าห์สวมกระโปรงตัวที่เขาให้และแต่งตัวสวยเต็มที่เพื่อให้เขาพอใจ แต่ที่ไหนได้เขากลับพาเธอไปให้นพพร โดยอ้างที่ต้องทำอย่างนี้ก็เพราะถ้าให้นพพรไปรับเธอจากบ้านเองกลัวคุณย่าจะไม่อนุญาตให้มา

“อีกสองสามชั่วโมงเจอกันที่หน้าบ้าน รอพี่ก่อนจะได้เข้าไปพร้อมกัน” พูดจบลักษณ์ผละจากไป นพพรเห็นสีหน้าของมัสยาก็รีบขอโทษที่ทำให้ไม่พอใจ เธอไม่ได้โกรธเคืองอะไรเขาแค่อยากรู้ว่าเขาคิดจะทำอะไร

“เออ นพขอให้พี่ลักษณ์ช่วยนพจีบมัสน่ะ มัสอย่าเพิ่งปฏิเสธนพเลยนะ ขอโอกาสให้นพได้พิสูจน์ตัวเองให้มัสเห็น” คำพูดตรงไปตรงมาของนพพรทำเอามัสยาพูดอะไรไม่ออก...

ทางฝ่ายลักษณ์นัดกินข้าวฟังเพลงกับเพ็ญโฉมแต่กลับไม่พูดเรื่องที่ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลจะหาฤกษ์หมั้นหมายตัวเขากับนารถระพีให้ฟัง เธอพยายามตะล่อมถามว่าวันนี้ไม่มีอะไรจะเล่าให้ฟังบ้างหรือ เขากลับพูดถึงเรื่องที่เป็นพ่อสื่อให้นพพรกับมัสยาแต่ไม่พูดเรื่องนารถระพีทำให้เธอไม่พอใจ อ้างปวดหัวขอตัวกลับไปนอนพัก แม้จะสงสัยทำไมอยู่ดีๆเธอก็ปวดหัวกะทันหัน แต่ลักษณ์ก็ไม่เซ้าซี้ถามอะไร...

ลักษณ์รู้ดีว่ามัสยาต้องไม่พอใจที่เขาหลอกให้ไปเจอกับนพพร ก็เลยซื้อพวงมาลัยดอกมะลิมาไถ่โทษ โดยไม่รู้เลยว่ามีแต่คนที่รักกันเท่านั้นที่ให้พวงมาลัยแบบนี้แก่กัน

ooooooo

พงศ์เทพรู้ว่าเพ็ญโฉมนัดตีเทนนิสกับลักษณ์ก็ชวนนารถระพีตามไปป่วนจนมีเรื่องกันกลางคอร์ตเทนนิส ตีลูกเทนนิสอัดใส่กันไม่พอ ยังวางมวยกันอีกด้วย ท่านชายสดายุพยายามห้ามก็ไม่มีใครฟัง มัสยาเห็นท่าไม่ดีตีลูกเทนนิสอัดใส่ ทั้งคู่ถึงแยกออกจากกันได้ ท่านชายสดายุขอร้องมีอะไรก็ให้พูดเปิดอกอย่าไปใช้กำลัง

นารถระพีโพล่งขึ้นทันที “คุณเพ็ญโฉมคะ ฉันอยากให้คุณรู้ว่าฉันกับคุณลักษณ์ไม่มีทางที่จะลงเอยกันได้เพราะฉันมีแฟนแล้วและตอนนี้ฉันกับคุณลักษณ์ก็กำลังหาทางแก้ปัญหาที่ยากเย็นนี้ร่วมกันอยู่”

“เห็นแล้วนะคุณเพ็ญโฉมว่าลักษณ์รักคุณมากแค่ไหน” ท่านชายสดายุยิ้มพอใจ มัสยาถึงกับหน้าเจื่อนเมื่อเห็นลักษณ์มองสบตากับเพ็ญโฉมอย่างลึกซึ้ง ท่านชาย สดายุเห็นสีหน้าของมัสยาก็พอจะเดาอะไรออก...

ลักษณ์ขอบใจมัสยาที่ทำให้เขามีสติ ไม่อย่างนั้นคงจะทำร้ายพงศ์เทพมากไปกว่านี้ เธอเองก็ขอโทษเขาด้วยที่ทำไปแบบนั้น แล้วกลั้นใจถามเขาว่ารักคุณโฉมมากเลยหรือ เขาพยักหน้า มัสยารู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก แต่พยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติ แล้วขอให้เขาช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าความรักเป็นอย่างไร

“ความรักมันก็คือ เวลาไม่เจอกันมันจะทำให้เราคิดถึงกัน...เวลาทะเลาะกันก็จะเสียใจมากกว่าปกติ หรือเวลาที่อยู่ด้วยกัน หัวใจก็จะเต้นแรง อยากจะมองแต่หน้า ของเขา”

มัสยาตกใจมากเพราะความรู้สึกเหล่านั้นเป็นความรู้สึกที่เธอมีต่อลักษณ์ทั้งสิ้น

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement