วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

มัสยา ตอนที่ 2


10 ก.ย. 2560 08:07
1,071,670 ครั้ง

มัสยา ตอนที่ 2

อ่านเรื่องย่อ

มัสยา

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

พนมเทียน

บทโทรทัศน์โดย:

ปณธี

กำกับการแสดงโดย:

วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

มิกค์ ทองระย้า,มุกดา นรินทร์รักษ์

ภายในบ้านรัตนมหาศาล ประมุขของบ้านนั่งหน้าเศร้าเพราะคิดว่ามัสยาตัดสินใจกลับใต้ โดยมีลักษณ์ยืนอยู่ข้างๆ เริ่มไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคำพูดท้าทายของตัวเองจะได้ผลหรือเปล่า แต่แล้วต้องยิ้มแก้มแทบปริเมื่อเห็นมัสยาเดินเข้ามา รีบสะกิดให้คุณย่าดู ท่านดีใจมากเรียกเธอมานั่งข้างๆ

“ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ไม่มีบ้านไหนเป็นของหลาน นอกจากบ้านหลังนี้ หลานจะต้องอยู่กับย่า และจงจำเอาไว้ว่ามัสยาคือหลานของท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล... ลักษณ์ ย่าฝากดูมัสยาด้วย คิดซะว่าเป็นน้องสาวแท้ๆ”

ลักษณ์รับคำแล้วหันไปยิ้มกวนๆให้มัสยา ระหว่างนั้นหม่อมช้อยกับแม่นมผันเดินเข้ามามองเด็กสาวที่นั่งอยู่กับท่านผู้หญิง สีหน้าเต็มไปด้วยคำถาม ท่านจึงแนะนำทั้งสองฝ่ายให้รู้จักกัน

“นี่มัสยา หลานสาวของฉัน ลูกเจ้าศัลย์...ส่วนนั่นแม่นมผันกับหม่อมช้อย คนเก่าคนแก่ของบ้านนี้ ฉันฝากเธอสองคนช่วยดูแลชีวิตประจำวันของมัสยาให้เป็นไปตามกฎระเบียบของที่นี่ด้วย”

แม่นมผันกับหม่อมช้อยมองหน้ากัน ก่อนจะมองมัสยาหัวจดเท้าสีหน้าหนักใจ...

ระหว่างที่มัสยาเดินตามหม่อมช้อยกับแม่นมผันออกจากห้องรับแขก ลักษณ์ตามมาบอกว่าได้ทำการแจ้งคุณพระนิกรเรื่องของเธอแล้ว ท่านฝากมาขอโทษที่ต้องหลอกเธอและยังฝากอวยพรให้เธอมีความสุข มัสยาได้แต่มองไม่พูดอะไร เขารู้ว่าเธอยังโกรธไม่หาย เสนอจะซื้อของที่เธออยากได้หากจะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น เธอต่อว่าเขาเป็นภาษาใต้ว่าเธอไม่ใช่เด็ก ไม่ต้องเอาของมาล่อ

“ไม่เด็กก็ไม่เด็ก งั้นคนที่ไม่เด็กอย่างเธอคงจะเข้าใจอะไรง่ายๆ นับตั้งแต่วินาทีนี้ เธอห้ามพูดภาษาของเธอ อีกเด็ดขาด เธอต้องพูดภาษากลาง ภาษาที่ทุกคนเข้าใจ”

มัสยาด่าเขาเป็นภาษาใต้ว่าเรื่องมาก ลักษณ์ตำหนิเพิ่งบอกไปหยกๆ แค่นี้ลืมแล้วหรือ เธอหมั่นไส้เขามาก ตะโกนใส่หน้าว่าเรื่องมากเป็นภาษากลาง แล้ววิ่งปรู๊ดผ่านหน้าหม่อมช้อยกับแม่นมผัน แต่แล้วต้องถอยกลับมาแทบไม่ทัน ถามว่าห้องตัวเองไปทางไหน ลักษณ์อดขำไม่ได้

ไม่นานนัก หม่อมช้อยกับแม่นมผันพามัสยามาถึงห้องพัก พอเธอรู้ว่านี่เป็นห้องเก่าที่พ่อของเธอเคยอยู่ น้ำตารื้นขึ้นมาทันที ทั้งคู่ปล่อยให้เธอพักผ่อนตามสบาย ขาดเหลืออะไรก็ให้บอกแล้วพากันออกจากห้อง ทันทีที่ประตูปิด มัสยาเดินไปนั่งบนเตียง หยิบหมอนขึ้นมากอด คิดถึงพ่อใจจะขาด...

ในเวลาต่อมา ขณะที่ลักษณ์กำลังจะเดินไปบอกศจีที่บ้านว่าท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลสั่งให้ทุกคนมากินข้าว ที่เรือนใหญ่เย็นนี้ จะได้แนะนำให้รู้จักกับมัสยาอย่างเป็นทางการ แม่นมผันวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงาน มัสยาหายไปจากห้อง ตนไปเอาของใช้ส่วนตัวมาให้ก็ไม่เห็นเธอ อยู่ในห้องแล้ว

ooooooo

ที่สวนดอกไม้ของศจี มัสยาเด็ดดอกไม้ช่อสวยมาทัดหู ยังไม่ทันจะขยับไปไหน เจ้าของสวนโวยวายใส่ว่าเป็นใครถึงบังอาจมาเด็ดดอกไม้ของตน มัสยาไม่วายยียวน ไม่ได้เขียนไว้ให้เห็นว่าเป็นของใคร

แล้วจะไปรู้ได้อย่างไร จากนั้นเอาดอกไม้คืนให้ ศจีโกรธด่าลั่นว่านังบ้า

“อ้าวป้า...แค่นี้ทำไมต้องด่าว่าบ้าด้วย”

“ฉันไม่ใช่ป้าแก ไม่ต้องมาเรียก ฉันจะแจ้งตำรวจจับแกข้อหาบุกรุก”

มัสยาอธิบายว่าไม่ได้บุกรุก ตนอยู่บ้านนี้เหมือนกันและเป็นหลานของท่านผู้หญิง ศจีขำก๊ากสารรูปแบบนี้หรือจะเป็นหลานสาวท่านผู้หญิงของที่นี่ มัสยาไม่ชอบให้ใครมาดูถูก ปาดอกไม้ลงพื้นอย่างเอาเรื่อง ศจีโมโหเอา

ฟ็อกกี้กระบอกฉีดน้ำในมือฉีดใส่หน้า มัสยาแย่งฟ็อกกี้ไปจากมือป้ามหาภัยแล้วฉีดน้ำคืนไปบ้าง น้ำเข้าปากศจี สำลักไอแค่กๆ ผมตีโป่งฟีบเพราะโดนน้ำฉีด ลักษณ์เข้ามา เห็นสภาพศจีรีบดึงมัสยาออกห่าง

“ลักษณ์จับมันส่งตำรวจที มันทำร้ายอา”

เด็กสาวชะงักมองหน้าลักษณ์ซึ่งรีบแนะนำว่านี่คือคุณอาศจี พี่สาวของคุณอาศัลย์ มีศักดิ์เป็นป้าของเธอ แล้วแนะนำศจีว่านี่คือมัสยา คนถูกแนะนำถึงกับอ้าปากค้าง ลักษณ์รู้นิสัยของอาสาวดีว่าคงไม่จบง่ายๆ บอกให้มัสยา กลับเรือนใหญ่ไปก่อน เธอเดินไปได้ไม่กี่ก้าว รีบหลบมุมแอบฟัง ศจีโวยวายเสียงลั่น

“แสบสมกับที่ยันพิณ ตาพงศ์เล่าให้ฟังไม่มีผิด กิริยามารยาทต่ำทราม ไม่มีความเป็นผู้ดีสักกระเบียดนิ้ว”

หลวงราชบริรักษ์ได้ยินเสียงเอะอะก็ออกมาดู ลักษณ์ขอร้องศจีอย่าไปถือสา มัสยาเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่วันนี้ก็เลยไม่ค่อยจะประสีประสา ศจีเกลียดศัลย์เป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็เลยพาลหาเรื่องด่าว่ามัสยา แถมพาลต่อว่าแม่ตัวเองไม่รู้ว่าจะเอามันมาอยู่ที่นี่ทำไม หลานก็มีเต็มบ้าน

“อย่าว่าแต่เอาเข้ามาอยู่ในวงศ์ญาติเลย ต่อให้อยู่อย่างเด็กรับใช้ อาก็ไม่ปรารถนา อาไม่อยากให้กลิ่นอายของไพร่มาปะปน” คำพูดรุนแรงของศจีทำให้หลวงราชบริรักษ์ ทนไม่ไหวต้องตำหนิภรรยาตัวเอง

“คุณพูดรุนแรงเกินไป แล้วอีกอย่างผมไม่เห็นจะมีใครเขาเดือดร้อนเหมือนคุณ วุ่นวายไม่เข้าเรื่อง”

“ก็ต้องวุ่นวายสิ ตั้งแต่ครั้งไหนๆ ฉันก็ไม่เคยมั่วสุมใกล้ชิดกับพันธุ์กาฝากเช่นนี้ จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ถ้าใครมาเห็นเข้า แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับคุณแม่ยอมรับนังเด็กคนนั้นเป็นรัตนมหาศาล ทั้งๆที่เจ้าศัลย์ไม่ใช่ลูกแท้ๆของคุณแม่” ศจีปากเสียไม่เลิก ลักษณ์เหลือบไปเห็นมัสยายืนฟังอยู่ด้วยสายตาปวดร้าว ก่อนจะหันหลัง เดินจากไป ก็รีบวิ่งตามจนทัน อธิบายว่าสิ่งที่เธอได้ยิน เมื่อครู่เป็นความจริงแค่ครึ่งเดียว

“พ่อกับแม่ของอาศัลย์สนิทกับคุณปู่คุณย่าของฉันมาก แต่พ่อแม่คุณอาศัลย์ประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิต คุณปู่กับคุณย่าจึงรับคุณอาศัลย์มาเลี้ยงดูตั้งแต่ยังเด็ก พวกท่านรักคุณอาศัลย์เหมือนลูกแท้ๆ”

“แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน เรารู้สึกสมเพชตัวเองจริงๆ เราเป็นอย่างที่คุณศจีพูด เราไม่ใช่รัตนมหาศาล” แม้จะเจ็บปวดและเสียใจแต่มัสยาต้องข่มเอาไว้ไม่อยากให้ใครเห็นน้ำตา

“ถ้าเธอไม่ใช่ คุณย่าคงไม่ให้ฉันไปตามตัวเธอกลับมา ฉันรู้จักนิสัยของคุณย่าดี ถ้าท่านไม่รักใคร ท่านจะไม่ทำแบบนี้ ท่านรักเธอมากนะมัสยา รักตั้งแต่ยังไม่เคย ได้เห็นหน้าด้วยซ้ำ ฉันไม่อยากให้เธอสนใจอดีตของคุณอาศัลย์ ฉันอยากให้เธออยู่กับปัจจุบันและพิสูจน์ตัวเอง ให้ได้ว่าเธอไม่ได้เป็นอย่างที่คุณอาศจีพูด เธอทำได้หรือเปล่า” ลักษณ์มองมัสยาอย่างรอคำตอบ

ooooooo

อาหารมื้อแรกสำหรับการเปิดตัวกับพวกรัตนมหาศาล อย่างเป็นทางการ ทำให้มัสยารู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก เริงใจซึ่งเป็นคนมาตามให้ลงไปกินข้าวเห็นเธอมือสั่นก็คว้ามือไปกุมไว้ พร้อมกับพูดให้กำลังใจ อีกทั้งเสนอตัวจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ทำให้เธอเบาใจคลายความตื่นเต้นลงไปได้...

เมื่อถึงเวลาตามนัด ทุกคนมานั่งพร้อมหน้ากันที่โต๊ะอาหาร ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลไม่เห็นพงศ์เทพอยู่ด้วยก็ถามหา ศจีอ้างว่าลูกชายติดราชการด่วน มาไม่ได้ ถ้าเกิดจะให้ลางานมา เดี๋ยวคนแถวนี้จะว่าเอาได้ว่าเขาได้เลื่อนยศช้าอีก ช่วงนี้เขาก็เลยต้องทำงานหนักหน่อย

แม้จะไม่ค่อยพอใจคำพูดแดกดันของศจี แต่ท่านผู้หญิงก็ไม่ได้ว่าอะไร จากนั้นท่านแนะนำให้มัสยารู้จักครอบครัวของศจีกับหลวงราชบริรักษ์ซึ่งประกอบด้วยพิณทิพย์ พัณทิพา อ๊อด อู๊ดกับอ๋อยและยังฝากให้ พิณทิพย์กับพัณทิพาช่วยเป็นเพื่อนกับมัสยาด้วย เนื่องจากอยู่ในวัยใกล้เคียงกัน

“ฉันอยากให้แม่ศจีกับแม่พร้อมช่วยกันอบรมสั่งสอนมัสยา เพราะภาษาไทยของมัสยายังไม่แตกฉาน และที่สำคัญยังไม่รู้ขนบธรรมเนียมของบ้านเราสักเท่าไหร่”

ศจีปฏิเสธทันทีว่าไม่สอน ใครจะสอนเด็กบ้านป่า เมืองเถื่อนไหว ที่สำคัญตนไม่มีเวลาว่างขนาดนั้น แนะให้ส่งไปอยู่โรงเรียนกินนอนจะได้ไม่ยุ่งยากกับคนอื่น ท่านผู้หญิงไม่ยอมให้ทำอย่างนั้น อยากให้อบรมในบ้านใกล้หูใกล้ตาท่าน และที่สำคัญ โรงเรียนไหนจะรับเด็กโต ขนาดนี้ แล้วถามแม่พร้อมว่าติดขัดอะไรหรือเปล่า

“ไม่มีค่ะ แต่เรื่องการสอนหนังสือ ดิฉันคิดว่าน่าจะให้เป็นหน้าที่ของผู้ชำนาญการจะดีกว่า”

“ถ้าอย่างนั้นฉันคงต้องกวนให้เธอหาครูมาสอนหนังสือมัสยาที่บ้าน เพราะปีหน้ามัสยาจะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยพร้อมๆกับยัยนิดและยัยพิณ”

ลักษณ์ขอร้องคุณย่าให้เก็บเรื่องนี้ไว้คุยกัน

วันพรุ่งนี้ก็ได้ มัสยาเพิ่งมาถึงน่าจะเหนื่อยและหิว เรากินข้าวกัน ก่อนไม่ดีกว่าหรือ ท่านผู้หญิงเห็นดีด้วย ชวนทุกคนลงมือได้ ทุกคนตักอาหารกินมีเพียงมัสยาเท่านั้นที่นั่งเฉย ศจีหาว่าเธอไม่กินเพราะใช้ช้อนส้อมไม่เป็น มัสยารับสมอ้าง เวลาอยู่กับคุณตาไม่เคยต้องใช้ช้อนแล้วใช้มือเปิบข้าวเข้าปาก ศจีร้องยี้เบ้ปากใส่ เริงใจรู้ว่ามัสยาแค่ทำประชดก็เลยกินข้าวด้วยมือตามเธอ

“แหวะ กินไม่ลง ดูหลานของคุณแม่นะคะไม่มีมารยาทพ่อแม่ไม่สั่งสอน”

ท่านผู้หญิงวางช้อนส้อมแล้วใช้มือเปิบข้าวเข้าปากแถมยังชวนลักษณ์ แม่พร้อมและหลวงราชบริรักษ์ทำตาม ทั้งสามคนเปิบข้าวด้วยมืออย่างเอร็ดอร่อย

ศจีไม่พอใจวางช้อนวางส้อมชวนลูกๆทุกคนกลับบ้านทิ้งคุณหลวงไว้คนเดียว ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลมองตามส่ายหน้าระอาใจ...

ศจีตั้งแง่รังเกียจมัสยา สั่งห้ามลูกๆทุกคนไปข้องแวะด้วย ถ้าเห็นใครไปสุงสิงกับมันจะโดนทำโทษ แล้วฝากให้พิณทิพย์ช่วยเป็นหูเป็นตาแทนตนด้วย...

การที่ศจีกลับมาก่อนทำให้มารู้ทีหลังว่าท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลจะจัดให้มีงานเลี้ยงต้อนรับมัสยา ถึงกับแค้นใจมากที่ท่านพยายามจะยกฐานะนังเด็กบ้านป่าให้ขึ้นมามีหน้ามีตาในสังคม

ooooooo

พงศ์เทพไม่ได้ติดราชการด่วนอย่างที่ศจีอ้าง แต่กลับไปเที่ยวผับกับเพื่อนๆ ทีแรกเขานั่งหงอยเหงาไม่สนุก แต่พอบนเวทีประกาศว่าคืนนี้จะมีนักร้องกิตติมศักดิ์ ชื่อ เพ็ญโฉม มาขับกล่อม เขาตาลุกวาวมองไปบนเวทีอย่างใจจดจ่อ น้ำเสียงที่ไพเราะบวกกับลีลาเย้ายวนพองามของเธอทำให้เขาใจเต้นไม่เป็นส่ำ

เพ็ญโฉมมองมาทางพงศ์เทพและยิ้มให้ เขาเข้าใจว่าเธอมีไมตรีด้วยรีบลุกขึ้นจะเดินไปหา แต่ลักษณ์กลับเดินแซงหน้าเขาไป เขาถึงได้รู้ว่าเธอยิ้มให้ญาติ

ผู้พี่ไม่ได้ยิ้มให้เขา ลักษณ์คว้าดอกกุหลาบในแจกันที่วางอยู่บนโต๊ะตัวหนึ่งเดินฝ่านักเที่ยวที่กำลังเต้นรำไปที่หน้าเวที จุมพิตกุหลาบดอกนั้นก่อนจะยื่นให้เพ็ญโฉม สายตาที่ทั้งคู่มองกันหวานหยดไม่ต้องบอกก็รู้ว่าต่างมีใจให้กัน

แต่คนอย่างพงศ์เทพไม่ยอมแพ้ง่ายๆไปดักรออยู่หลังเวทีเพื่อขายขนมจีบให้เพ็ญโฉมแถมยังบอกชัดเจนว่ารักใคร่ชอบพอในตัวเธอ หญิงสาวต้องการตัดไฟแต่ต้นลมประกาศว่าตัวเองมีคนรักอยู่แล้ว และคนคนนั้นก็คือญาติผู้พี่ของเขานั่นเอง พงศ์เทพตัดพ้อทำไมถึงไม่เป็นเขาที่ได้เข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจของเธอ เพ็ญโฉมขอร้องให้เขาเลิกทำแบบนี้ เธอไม่อยากให้ลักษณ์เข้าใจผิด ระหว่างนั้นคนที่เธอพูดถึงตามเข้ามา

“ไหนคุณอาบอกว่าแกติดราชการงานด่วน ฉันเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้ว่าการมาผับคือการทำงาน”

พงศ์เทพถึงกับหน้าเจื่อน หันมองเพ็ญโฉม “ผมไปก่อนนะครับคุณโฉม ส่วนเรื่องที่คุณบอก ผมคงทำตามที่คุณต้องการไม่ได้ แล้วไว้พบกันอีกนะครับ”

เพ็ญโฉมมองตามพงศ์เทพที่ผละจากไปสีหน้าไม่สบายใจ...

แม้เพ็ญโฉมจะประกาศตัวกับชายทุกคนที่พยายามมาจีบว่ามีคนรักแล้ว แต่ลักษณ์กลับไม่เคยบอกคนอื่นว่าเธอเป็นแฟนของเขา อ้างว่าที่ไม่บอกอย่างนั้นเพราะเขาให้เกียรติเธอ คำนี้สำหรับเขาเป็นคำที่สำคัญมาก ถ้าเราแต่งงานกันเมื่อไหร่เขาถึงจะใช้คำนั้นกับเธอ

“แล้วเมื่อไหร่เราจะมีวันนั้นล่ะคะ เราคบกันมาเกือบสองปีแล้วนะคะ ความฝันของผู้หญิงทุกคนคือการได้แต่งงานกับคนที่เรารัก” เพ็ญโฉมมองชายคนรักอย่าง คาดคั้น เขากลับเปลี่ยนเรื่องคุยชวนเธอไปหาอะไรกิน เธอได้แต่ถอนใจเซ็งที่เขาเป็นอย่างที่ทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องแต่งงาน

ooooooo

แม่นมผันกับหม่อมช้อยช่วยกันจับมัสยาขัดสีฉวีวรรณด้วยขมิ้นจนเหลืองไปทั้งตัว คนถูกขัดทนเจ็บเนื้อเจ็บตัวและทนกลิ่นขมิ้นไม่ไหวพยายามดิ้นหนี หม่อมช้อยจับข้อมือไว้ไม่ยอมให้ไป เธอก็เลยกัดแขนอีกฝ่ายจมเขี้ยวร้องโอดโอยเสียงลั่น แม่นมผันไม่กล้าตอแยด้วยถอยกรูด มัสยาสบช่องวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว

พิณทิพย์กับพัณทิพากำลังจะไปเรียนหนังสือ เห็นมัสยาตัวเหลืองอร่ามด้วยขมิ้นวิ่งเท้าเปล่าหนีหม่อมช้อยกับแม่นมผันที่วิ่งไล่ตามติด พิณทิพย์เบ้ปากใส่ มัสยาหนีมาจนสุดกำแพงบ้าน ไม่รู้จะทำอย่างไรตัดสินใจปีนข้ามไปบ้านอีกฝั่ง แม่นมผันกับหม่อมช้อยได้แต่มองตามตาปริบๆ ก่อนจะพากันไปรายงานลักษณ์...

มัสยาแก่นกะโหลกได้ใจหนีข้ามกำแพงเข้าไปบ้านคนอื่นไม่พอ เจอหน้านพพรเจ้าของบ้าน ขออาบน้ำแถมขอยืมเสื้อผ้าเปลี่ยนหน้าตาเฉย ครั้นอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ นพพรเห็นใบหน้ามัสยาชัดๆถึงกับตาค้างตะลึงในความงาม เธอต้องสะกิดถามว่ามองอะไร เขารู้สึกตัวรีบปฏิเสธว่าไม่ได้มอง แล้วเปลี่ยนเรื่องพูดถามว่าเข้ามาในบ้านของเขาได้อย่างไร ต้องตกใจเมื่อได้ยินคำตอบว่าปีนกำแพงเข้ามา

“ปีนกำแพง! ไม่จริง อย่ามาอำหน่อยเลย”

เด็กสาวยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง เธอปีนกำแพงมาจากบ้านรัตนมหาศาล นพพรแปลกใจถ้ามาจากบ้านนั้นทำไมเขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ตกลงเธอเป็นใครกันแน่ มัสยายังไม่ทันตอบคำถามลักษณ์เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน พร้อมกับขอโทษนพพรด้วยที่น้องสาวของตนเข้ามาในบ้านของเขาโดยไม่ขออนุญาตก่อน

“ไม่เป็นไรเลยครับ...ว่าแต่นี่น้องสาวพี่ลักษณ์เหรอครับ”

“ใช่ น้องสาวจอมแสบ ลูกคุณอาศัลย์น่ะ” พูดจบลักษณ์หันไปต่อว่ามัสยาที่ทำให้แม่นมผันกับหม่อมช้อยต้องออกแรงวิ่งไล่ทั้งที่แก่กันแล้ว จากนั้นสั่งให้เธอกลับบ้านพร้อมเขา มัสยาดื้อดึงจะกลับทางที่เข้ามา เขาขี้เกียจเถียงด้วยจับเธอพาดบ่าพากลับบ้าน นพพรมองตามรู้สึกถูกตาต้องใจผู้หญิงคนนี้...

กลับถึงบ้านรัตนมหาศาลแล้ว แต่ลักษณ์ยังไม่ยอมวางมัสยาลง ต่อรองถ้าอยากให้ปล่อยก็ต้องพูดกับตนเพราะๆก่อน เธอจำต้องพูดจาภาษาดอกไม้กับเขาเพื่อให้เขาปล่อยเธอลง ทันทีที่เท้าเหยียบพื้น มัสยาคว้ามือเขามากัดได้เป็นครั้งที่สามก่อนจะวิ่งหนีไป เริงใจหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง ขณะที่ลักษณ์เจ็บทั้งตัวเจ็บทั้งใจ ตั้งใจมั่นจะต้องปราบพยศมัสยาให้ได้...

มัสยาแอบมานั่งเล่นอยู่ใต้ต้นไม้ นั่งไปนั่งมาเผลอหลับ อ๊อด อู๊ดและอ๋อยมาเห็นเข้าก็นึกสนุก หาเชือกมามัดมือมัดเท้าไว้ เธอตื่นขึ้นมาเห็นตัวเองโดนมัด ร้องโวยวายให้ปล่อย อ๊อดซึ่งเป็นหัวโจกไม่ยอมปล่อย เธอบิดข้อมือไปมาพักเดียวเชือกก็หลุด พวกเด็กๆพากันตกใจโดยเฉพาะอ๋อยที่เด็กกว่าเพื่อนรีบวิ่งไปหลบหลัง อ๊อด อู๊ดเห็นท่าไม่ดีหยิบหนังสติ๊กพร้อมกระสุนยิงใส่มัสยาแต่พลาดเป้าทุกนัดจนกระสุนหมด

“ท่าทางลูกกระสุนจะหมดซะแล้วมั่ง” มัสยาทำหน้าล้อเลียน อู๊ดทั้งโกรธทั้งเสียหน้าเก็บหนังสติ๊กแล้วพุ่งเข้าหา เธอเอามือดันหัวเขาไว้ ทำให้เด็กน้อยเข้าไม่ถึงตัว อ๊อดคว้ากิ่งไม้จะเข้าไปช่วยน้อง มัสยาใช้อีกมือหนึ่งจับกิ่งไม้ไว้จะดึงทิ้ง อ๊อดไม่ยอมปล่อยพยายามจะกระชากคืน แต่เสียหลักล้มเข่ากระแทกพื้นร้องไห้โฮ

“เราจะฟ้องแม่ ให้แม่ไล่แกออกจากบ้าน” อู๊ดขู่เสียงลั่น มัสยาถึงกับหน้าเสีย

ooooooo

ศจีจะเอาเรื่องมัสยาให้ได้ถึงขนาดจะให้ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลไล่ออกจากบ้านหากเธอทำผิดจริง แต่เหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่ศจีหวังเค้นไปเค้นมาอ๊อด อู๊ดและอ๋อยยอมรับว่าอ๊อดหกล้มเองไม่มีใครผลัก

นอกจากนี้มัสยายังได้ใจเด็กๆทั้งสามคนเนื่องจากไม่ได้ฟ้องท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลว่าเธอต่างหากที่เป็นฝ่ายถูกกลั่นแกล้ง ศจีเสียหน้าที่เอาเรื่องมัสยาไม่ได้ ทุบตีลูกตัวเองระบายแค้น

มัสยาเข้าไปจับแขนเอาไว้ขอร้องไม่ให้ศจีทำร้ายเด็กๆ คุณป้ามหาภัยสะบัดมือเธอออกแต่แรงไปหน่อยมือพลาดไปถูกปากมัสยาแตกเลือดซิบ แต่อีกฝ่ายไม่สนใจลากลูกตัวเองกลับไปหน้าตาเฉย ท่านผู้หญิงปลอบให้เธออดทนไว้ ถ้าอยากให้ทุกคนที่นี่ยอมรับ ท่านจะเป็นกำลังใจให้เอง มัสยาซาบซึ้งใจมากแล้วนึกขึ้นได้

“คุณย่าคะ มัสลืมบอกอะไรบางอย่าง พ่อเคยบอกว่าถ้ามัสได้กลับมาที่นี่ ให้มัสบอกคุณย่าว่าพ่อขอโทษและพ่อรักคุณย่าเสมอค่ะ” คราวนี้มัสยาเป็นฝ่ายกุมมือท่านผู้หญิงที่น้ำตาคลอเบ้าไว้อย่างเป็นกำลังใจให้...

เพื่อตอบแทนมัสยาที่ไม่ฟ้องท่านผู้หญิงว่าถูกพวกตนกลั่นแกล้ง อู๊ดจึงฝากแม่นมผันเอาไอศกรีมมาให้เธอหนึ่งถ้วย มัสยารีบตามมาขอบใจเขาพร้อมกับเสนอตัวเป็นอาจารย์สอนยิงหนังสติ๊ก โดยหากระป๋องนมเปล่ามาวางเรียงเป็นเป้าให้ซ้อม อู๊ดฝึกยิงอยู่หลายครั้งแต่ไม่เข้าเป้าสักลูก

“ไม่เป็นไร ค่อยๆฝึกเดี๋ยวก็เป็นเอง” มัสยาปลอบใจ อู๊ดชักสงสัยเธอยิงหนังสติ๊กเป็นจริงหรือ มัสยาอมยิ้มคว้าหนังสติ๊กจากมือเขามายิงโดนกระป๋องนมร่วง อ๊อดกับอ๋อยมาทันพอดีถึงกับร้องว้าวด้วยความตื่นเต้น ขอสมัครเป็นลูกศิษย์มัสยากันใหญ่ เนื่องจากมีหนังสติ๊กอันเดียว มัสยาจึงต้องทำเพิ่มโดยเอาไม้มาเหลาเป็นสามง่ามเพื่อทำหนังสติ๊ก เด็กๆชมเปาะว่าเธอเก่งมาก มัสยายิ้มรับคำชมแก้มแทบปริ

ระหว่างนั้นลักษณ์เดินเข้ามาเห็นก็ร้องทักว่าทำอะไรกันอยู่ เด็กน้อยทั้งสามคนหันไปเห็นเขาต่างวิ่งไปกอด อ๊อดทวงถามว่าวันนี้มีอะไรมาฝากหรือเปล่า ลักษณ์เอาอมยิ้มออกจากกระเป๋ากางเกงแจกเด็กๆ มัสยามองแปลกใจที่เห็นพวกเด็กๆรักเขา คลอเคลียอยู่ใกล้ๆ ตลอด เขาหันมาเห็นเธอจ้องอยู่ เอาอมยิ้มมายื่นให้

“เราไม่กิน เราไม่ใช่เด็ก”

“ไม่กินแน่นะ แล้วจะเสียใจ อมยิ้มอร๊อยอร่อย” ลักษณ์เอาอมยิ้มโบกไปมายั่ว มัสยาคว้ามาแกะใส่ปากทำให้เขาอดขำไม่ได้ แล้วเหลือบดูหนังสติ๊กที่เธอเพิ่งทำเสร็จ กระเซ้าว่าคิดจะทำให้น้องๆของตนเป็นลิงเหมือนเธอหรือ มัสยายังไม่ทันจะพูดอะไร อ๊อด อู๊ดและอ๋อยแก้ตัวให้ว่าพวกเราเป็นคนขอให้พี่มัสสอนพวกเรายิงหนังสติ๊กเองอย่าไปว่าเธอเลย ลักษณ์แกล้งต่อว่าพวกเด็กๆว่ายังไม่ทันไรก็รักคนอื่นมากกว่าตนแล้วหรือ

“ไม่ใช่นะคะ อ๋อยรักพี่ลักษณ์ที่หนึ่ง พี่มัสที่สองค่ะ” อ๋อยว่าแล้วหอมแก้มลักษณ์อย่างเอาใจ อ๊อดกับอู๊ดกลัวเสียคะแนนเข้ามาหอมเขาคนละฟอด ลักษณ์หัวเราะชอบใจ

“ว่าแต่หอมแค่พี่คนเดียวแบบนี้ พี่มัสน้อยใจแย่” ขาดคำเด็กๆเข้าไปรุมหอมแก้มมัสยากันใหญ่...

ในเวลาต่อมา ขณะที่ลักษณ์กำลังเล่าให้มัสยาฟังถึงสาเหตุที่อ๊อด อู๊ดและอ๋อยติดเขาหนึบหนับเนื่องจากที่บ้านไม่ค่อยมีใครสนใจ จะมีก็แต่พัณทิพาที่ยังพอจะดูแลน้องๆบ้าง ศจีเดินหน้าเครียดเข้ามา แล้วเอาหนังสติ๊กที่ตัวเองเพิ่งยึดได้จากลูกๆมาปาลงพื้นตรงหน้ามัสยา สั่งห้ามมายุ่งกับลูกของตนอีก ตนไม่อยากให้ลูกๆติดนิสัยป่าเถื่อนจากเธอ ลักษณ์ตำหนิอาตัวเองว่าพูดเกินไปหรือเปล่า มันก็แค่ของเล่น

“เราไม่ต้องมาพูด เราก็อีกคน เข้าใกล้นังคนนี้มากๆระวังจะติดเชื้อโรค”

มัสยาไม่พอใจจะเข้าไปเอาเรื่อง ลักษณ์ต้องจับแขนเอาไว้ แล้วขอร้องศจีให้พอได้แล้ว ยัยป้ามหาภัยยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะเดินยิ้มกวนประสาทออกไป มัสยาแกะมือลักษณ์ออกไม่เข้าใจมาห้ามทำไม

“อยู่ที่นี่ เธอต้องรู้จักคำว่าอดกลั้น เพราะถ้าหากเธอทำอะไรลงไปแม้แต่นิดเดียว คนที่จะเดือดร้อนที่สุดก็คือคุณย่า”

ooooooo

วันแรกที่มาสอนหนังสืออาจารย์กนกถูกลูกศิษย์ต้อนรับด้วยการเอาสีแดงทาที่แว่นสายตาเพราะอาจารย์ดันหลับตอนที่สั่งให้อ่านหนังสือ จากนั้นลูกศิษย์จอมซนแอบหนีไปคุยกับนพพรและเริงใจที่สวนสวยข้างบ้าน ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลทราบเรื่องก็เรียกหลานสาวมาตำหนิที่ไม่ตั้งใจเรียน

“ก็อาจารย์กนกนั่งหลับคุณย่าจะให้มัสทำอะไร”

อาจารย์กนกแก้ตัวว่าไม่ค่อยสบายกินยาแก้หวัดมาเมื่อเช้า ยาออกฤทธิ์ทำให้ง่วงก็เลยเผลอหลับ ท่านผู้หญิงรู้สึกเห็นใจอาจารย์กนกขนาดป่วยก็ยังอุตส่าห์มาสอนหนังสือให้ จึงหันไปสั่งให้มัสยาขอโทษอาจารย์กนกที่ล่วงเกิน เด็กสาวจะเถียงแต่หม่อมช้อยส่ายหน้าเป็นทำนองไม่ให้พูดอะไร เธอจำใจทำตามที่ท่านผู้หญิงสั่งแล้วลุกขึ้นจะไป ท่านตวาดแว้ดยังไม่ได้สั่งห้ามไปไหนทั้งนั้น มัสยาจำต้องนั่งลงอย่างเดิม

“ฟังที่ย่าจะพูดให้ดีและจำให้แม่น ต่อแต่นี้เป็น ต้นไป ทุกเวลาเช้าและเย็น เราต้องขึ้นมาหาย่าที่ห้องรายงาน ผลการเรียนหนังสือจากครูและระเบียบแบบแผนต่างๆ ห้ามซุกซนและเล่นเป็นเด็กเล็กๆเหมือนเมื่ออยู่ทางใต้อีกแล้ว อย่าลืมว่าตอนนี้เราไม่ใช่เด็กบ้านนอกคอกนาแต่เป็นทายาทเป็นผู้สืบสกุลของรัตนมหาศาลอย่างเต็มตัว จะทำอะไรต้องคิดถึงย่า คิดถึงวงศ์ตระกูลเอาไว้” คำสั่งของท่านผู้หญิงทำเอามัสยาเครียด...

ด้านมัสยาถูกกดดันหนักทั้งเรื่องเรียนและเรื่องที่ต้องแปลงโฉมตัวเองให้ทันวันงานเลี้ยงเปิดตัว บ่ายนี้ก็เช่นกัน หม่อมช้อยเห็นเส้นผมเป็นกระเซิงของมัสยาจัดแจงจะจับตัด เธอไม่ยอมให้ตัดวิ่งหนี แม่นมผันกับหม่อมช้อยต้องวิ่งไล่จับจนหอบลิ้นห้อย ร้อนถึงท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลต้องมากล่อมอยู่นาน มัสยาถึงได้ยอมให้หม่อมช้อยตัดผม จากนั้นก็ถูกจับทาขมิ้น ผมก็ถูกหมักด้วยดอกอัญชัน แต่คราวนี้เธอไม่ขัดขืนอะไรอีก...

ลักษณ์กำลังจะเข้าบ้านต้องหยุดกึกเมื่อเห็นมัสยาปีนระเบียงห้องนอนตัวเองไปนั่งบนหลังคาบ้าน ตะโกนเรียกให้ลงมาแต่เธอกลับนิ่งเฉย เขารีบเอาบันไดมาพาดปีนขึ้นไปหา เห็นเธอเงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำก็เงยหน้ามองตาม พึมพำว่าดาวเต็มฟ้าเลย มัสยาสวนทันทีว่า ที่บ้านของเธอมีดาวมากกว่านี้อีก

“ที่นี่ก็เป็นบ้านของเธอเหมือนกันนะมัสยา”

“ไม่ใช่ เรากลัว...กลัวอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน มันบอกไม่ถูก ไม่รู้จะพูดยังไงให้เข้าใจ” มัสยากลั้นน้ำตาไม่อยู่ ลักษณ์ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ เธอได้แต่มองเฉยๆ เขาก็เลยซับน้ำตาให้เอง ปลอบให้เข้มแข็งเข้าไว้ เขาจะอยู่ใกล้ๆ เป็นกำลังใจให้ และให้เธอจำเอาไว้ว่าเธอเป็นหลานของคุณย่า ขอแค่ให้ท่านรักคนเดียวก็พอคนอื่นไม่ต้องไปสนใจ แล้วไล่ให้ไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาทุกอย่างจะดีเอง แล้วเอาผ้าเช็ดหน้ายัดใส่มือให้

“อ้อ ตัดผมแล้วดูน่ารักดี” พูดจบลักษณ์ปีนบันไดลงไป มัสยาแอบยิ้มปลื้มที่มีคนชม

ooooooo

ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลเห็นหลานชายคนโปรดกลับบ้านค่ำมืดดึกดื่นทุกวันไม่รู้ไปไหนกันนักหนา เขาอ้างว่าเมื่อคืนท่านสดายุกลับจากอเมริกา ก็เลยต้องอยู่งานเลี้ยงต้อนรับ ท่านผู้หญิงอยากให้เขาเป็นฝั่งเป็นฝาสักทีอายุก็ถึงวัยแต่งงานได้แล้ว ท่านจะเป็นคนเลือกเจ้าสาวให้เองรับรองจะต้องถูกใจเขา

“คุณย่าครับ ผมว่ามันยังเร็วไปที่เราจะพูดเรื่องนี้นะครับ ผมยังไม่พร้อมที่จะมีครอบครัว”

“ไม่พร้อมตอนนี้แล้วต้องรอพร้อมตอนไหน แต่งงานตั้งแต่ยังหนุ่มน่ะดีแล้วจะได้มีลูกทันใช้ เหมือนอย่างย่าเหมือนอย่างแม่ของเรา ย่าจะหาผู้หญิงที่ดีที่สุดให้กับเราไม่ต้องกังวลใจไป แล้วนี่เรากำลังจะไปไหน”

ลักษณ์นัดเพื่อนไว้ ท่านผู้หญิงขอให้เขาโทร.ไปยกเลิกแล้วไปทำธุระให้ท่านหน่อย ธุระที่ท่านไหว้วานให้เขาไปทำคือช่วยพามัสยาไปซื้อชุดสำหรับใส่วันงานเลี้ยงเปิดตัว ลักษณ์จึงตามเพ็ญโฉมให้มาช่วย มัสยาเห็นท่าทางสนิทสนมของทั้งคู่ก็พอจะเดาออกว่าเพ็ญโฉมกับลักษณ์เป็นอะไรกัน...

ด้านศจีวางแผนจะฉีกหน้ามัสยากลางงานเลี้ยงเปิดตัวจึงอาสาท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลเป็นแม่งานจัดงานนี้เอง อ้างอยากจะแก้ตัวที่ทำไม่ดีกับมัสยา รับรองจะจัดงานให้ออกมาดีที่สุด จะไม่ให้ท่านผิดหวัง...

มัสยาลองสวมชุดสวยแล้วอยากจะเป็นสาวอย่างที่เพ็ญโฉมเป็นจึงขอทาปากบ้าง เพ็ญโฉมจัดการทาปากให้อย่างที่เธอต้องการ ครั้นออกไปอวดโฉมให้ลักษณ์ดู เขากลับขำก๊ากหาว่าเธอทาปากแดงจะไปเล่นละครลิงที่ไหน มัสยาโกรธมากเอาหลังมือถูลิปสติกออกอย่างแรงก่อนจะวิ่งหนี เพ็ญโฉมตีแขนลักษณ์ดังเพียะฐานพูดจาไม่ระวังปาก

“ถึงมัสยาจะยังเด็กในสายตาของคุณแต่ความจริงเธอโตแล้วนะคะ คุณเนี่ยไม่เป็นสุภาพบุรุษสักนิด”...

ลักษณ์รู้ตัวว่าพูดจาไม่ดีจึงแก้ตัวด้วยการพามัสยาไปกินอาหารใต้เป็นการขอโทษ และตบท้ายด้วยการพาเธอไปซื้อรองเท้าส้นสูงเพื่อให้เธอรู้สึกเป็นสาวขึ้น แถมยังช่วยประคองให้เธอลองเดินบนส้นสูงอีกด้วย สร้างความประทับใจให้มัสยาโดยไม่รู้ตัว

ooooooo

ไม่ได้มีแต่ศจีเท่านั้นที่คอยหาเรื่องมัสยา พิณทิพย์กับพัณทิพาก็หาเรื่องเธอไม่เว้นแต่ละวันเช่นกัน วันนี้มัสยาโดนสองพี่น้องกลั่นแกล้งอีกทนไม่ไหวก็เลยเอาน้ำในแก้วสาดหน้า พิณทิพย์แกล้งบีบน้ำตาวิ่งโร่ไปฟ้องแม่ให้ช่วยไปจัดการมันด้วย ศจีรับปากจะเล่นงานมัสยาอย่างสาสม...

ในเวลาต่อมา มัสยาเอาเสื้อที่ยืมนพพรวันก่อนไปคืน เป็นจังหวะเดียวกับเด่นเข้ามาแจ้งนพพรว่าเจ้าคุณมหศักดิ์พ่อของนพพรให้มาตามไปกินของว่าง เขาจึงชวนมัสยาไปกินด้วยกัน ทั้งที่เจอกันครั้งแรก ท่านเจ้าคุณรู้สึกถูกชะตากับเด็กสาวมาก ชมไม่หยุดปากว่าน่ารักอีกทั้งกิริยามารยาทก็งาม...

ทางด้านศจีแอบได้ยินแม่นมผันบ่นกับหม่อมช้อย ว่าเด่นคนรับใช้บ้านนพพรมาบอกเธอว่ามัสยาไปเที่ยวเล่นอยู่ที่บ้านนั้น ก็รีบไปเสี้ยมให้ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลเอาเรื่องมัสยาที่แอบปีนรั้วไปหาผู้ชายถึงในบ้าน ทีแรกท่านไม่เชื่อหาว่าศจีใส่ร้าย ครั้นสอบถามจากเจ้าตัวถึงได้รู้ว่าเธอไปบ้านนั้นจริง ท่านผู้หญิงโกรธมากที่หลานสาว ทำตัวเก่งกล้าเกินงาม ทั้งที่เคยห้ามไว้แล้วไม่ให้ซุกซนยังจะขัดคำสั่ง

แต่ท่านยังไม่ทันจะลงโทษอะไร เจ้าคุณมหศักดิ์ โทร.มาชื่นชมมัสยาให้ฟังเสียก่อน ท่านเปลี่ยนท่าทีโกรธขึง เมื่อครู่เป็นเมตตา

“คราวหลังอย่าซนอีก ปีนป่ายขึ้นไปเดี๋ยวตกลงมาแข้งขาหัก ลงไปหานมผันไป เย็นมากแล้ว อาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อย อย่าปล่อยให้ดูมอมแมมอย่างนี้”

แม่พร้อมกับศจีซึ่งไม่รู้เรื่องด้วยต่างงุนงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของท่านผู้หญิง แม่พร้อมรอจนศจีกลับไปแล้วถึงได้เรียนถามท่านว่าเจ้าคุณมหศักดิ์ โทร.มาบอกอะไร ได้ความว่าท่านเจ้าคุณโทร.มาชื่นชมในความน่ารัก อ่อนหวานเรียบร้อยอีกทั้งกิริยามารยาทงดงามของมัสยา ท่านเจ้าคุณไม่เคยพบเด็กสาวคนไหนน่ารักเหมือนเธอมาก่อน แม่พร้อมไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองว่าท่านเจ้าคุณจะชื่นชมมัสยาขนาดนี้

“แม่เองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน”

“ดิฉันคิดว่าเด็กคนนี้ถ้าเราอบรมสั่งสอน ขัดเกลาดีๆ จะต้องได้อย่างใจคุณแม่แน่นอนเลยค่ะ”

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะมัสยานั่งอ่านหนังสืออยู่ริมสระน้ำ ลักษณ์เข้ามากระเซ้าเย้าแหย่ด้วยความเอ็นดู แหย่ไปแหย่มาพานตกน้ำไปด้วยกันทั้งคู่ ต่างต้องขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ระหว่างที่มัสยารอแม่นมผันไปเอายาแก้หวัดมาให้กินกันไว้ก่อน ลักษณ์เข้ามาช่วยเช็ดผมให้ เธอมองเขาไม่พอใจที่ทำเหมือนเธอเป็นเด็กอยู่เรื่อย

“ฉันโตเต็มตัวแล้ว ไม่ใช่เด็กที่เพียงแต่จะน่าเอ็นดูสำหรับคุณ กรุณาจำเอาไว้ด้วย”

“เดี๋ยวนี้ไว้ตัวมากนะ ไม่ยอมเรียกพี่...พี่เพิ่งรู้ตัวเดี๋ยวนี้เองว่ามัสชิงชังพี่...พี่ไปล่ะ คราวหลังจะไม่ยุ่งกับเธออีก” แกล้งต่อว่าจบลักษณ์ก็ออกจากห้อง มัสยานึกว่า เขาพูดจริงได้แต่มองตามด้วยความน้อยใจ...

จากนั้นไม่นาน มัสยาสบช่องตอนอาจารย์กนกแอบงีบหลับ หนีไปชวนอ๊อด อู๊ดกับอ๋อยไปยิงหนังสติ๊กเล่น โดยมีผลมะม่วงบนต้นเป็นเป้าหมาย เด็กทั้งสามคนไม่มีใครยิงถูก อาจารย์มัสยาก็เลยต้องแสดงฝีมือเอง แต่โชคไม่ดี มะม่วงที่ยิงได้ดันร่วงออกไปนอกรั้วบ้าน เธอถึงกับเซ็ง อ๊อดปลอบว่าไม่ต้องเซ็ง มีวิธีง่ายๆที่จะออกไปเก็บมะม่วง แล้วรื้อกองใบไม้แห้งออกจากริมกำแพงเผยให้เห็นรูขนาดเล็กประมาณหมาเดินผ่านได้

“พี่มัสรู้ความลับของพวกเราแล้ว อย่าบอกใครล่ะ” อ๊อดว่าแล้วมุดนำออกไป อู๊ด อ๋อยและมัสยาตามติด แต่แล้ว มัสยานึกถึงคำพูดของลักษณ์เมื่อตอนมาเช็ดผมให้ขึ้นมาได้ ความน้อยใจแล่นขึ้นมาจุกอก พอเด็กๆเก็บมะม่วงเสร็จ มัสยาบอกให้กลับกันไปก่อน เธอจะไปเดินเล่น แถวนี้ กำชับไม่ให้บอกใครเด็ดขาด...

ด้วยความน้อยใจลักษณ์ มัสยาจะหนีกลับใต้ไปหาคุณตา จ้ำพรวดๆเพื่อไปให้ไกลจากที่นี่ แต่แล้วนึกขึ้นได้ว่าไม่มีเงิน ครั้นจะกลับไปที่บ้านรัตนมหาศาลกลัวจะไม่มีโอกาสได้ออกมาอีก ตัดสินใจไปตายเอาดาบหน้า โดยไม่ร่วงรู้เลยว่าคนที่บ้านรัตนมหาศาลเห็นเธอหายตัวไป ออกตามหากันให้ควั่ก...

ท่านชายสดายุขับรถมาด้วยความเร็ว เอื้อมมือจะหยิบเทปคาสเซตใส่ในเครื่องเล่นแต่ดันทำหล่น จึงก้มลงไปเก็บ พอเงยหน้าอีกทีเห็นมัสยาเดินข้ามถนนอยู่ตรงหน้าก็ตกใจหักพวงมาลัยหลบ รถเสียการควบคุมไถลลงข้างทางชนเข้ากับต้นไม้ มัสยาที่ตั้งสติได้รีบเข้าไปช่วยดึงเขาออกจากรถ

“ฉันเสียใจค่ะ มันเป็นความผิดของฉันเอง”

“ไม่เป็นไร เป็นความผิดฉันเหมือนกันที่ประมาท” ท่านชายสดายุหน้าเหยเก มือส้นเพราะกระแทกกับพวงมาลัย มัสยารู้สึกผิดต่อเขามาก ถ้าอยากให้ทำอะไรก็บอกได้เลย ท่านขอแค่ให้เธอช่วยขับรถไปส่งที่บ้าน

ไม่นานนักมัสยาขับรถพาท่านชายสดายุมาถึงวังมยุรฤทธิ์ ท่านขอบใจเธอมาก เดี๋ยวจะให้คนขับรถไปส่งเธอที่บ้าน เธอจะอยู่ช่วยทำแผลให้ท่านก่อนถึงค่อยกลับ ท่านซาบซึ้งในความมีน้ำใจของเธอ จึงชวนให้อยู่กินข้าวเย็นด้วยกันเป็นการตอบแทน มัสยาไม่รู้จะไปไหนก็เลยรับคำเชิญ

ทั้งสองคนกินข้าวกันไปคุยกันไปอย่างออกรส ท่านชายสดายุรู้สึกถูกชะตากับเด็กสาวตรงหน้า คุยไปคุยมาถึงได้รู้ว่าเธอหนีผู้ปกครองออกมาเที่ยวเล่น รีบสั่งให้จอนคนรับใช้ของท่านขับรถพามัสยาไปส่งบ้าน แต่เธอไม่รู้ว่าบ้านอยู่ไหน จำทางไม่ได้ จอนก็เลยจะไปตั้งต้นตรงที่รถของท่านชายสดายุประสบอุบัติเหตุ

ระหว่างจอนจอดรถรอให้มัสยาทบทวนเส้นทางกลับบ้าน ลักษณ์ขับรถสวนมาเห็นเธอนั่งอยู่ในรถแต่ไม่เห็นคนขับ รีบจอดรถ ตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อคนขับลงมาจะเอาเรื่อง ครั้นเห็นหน้าจอนชัดๆถึงกับเงื้อหมัดค้าง ก่อนจะร้องทักทายกัน ในเวลาต่อมา ขณะที่ลักษณ์ขับรถพามัสยากลับบ้าน ต่อว่ายกใหญ่ที่เธอหนีออกจากบ้านจนทำให้เดือดร้อนกันไปทั่ว อยากรู้ว่าบ้านรัตนมหาศาลทำให้เธอไม่มีความสุขจนต้องหนีเลยหรือ

“ใช่ เราไม่มีความสุข แล้วคุณ...คุณก็โกรธจนไม่อยากมายุ่งกับเราอีกแล้ว แล้วเราจะอยู่กับใคร ที่นี่เราเหมือนอยู่ตัวคนเดียว” มัสยาตัดพ้อทั้งน้ำตาไหล ลักษณ์ขอโทษที่ทำให้เธอเข้าใจผิด เขาแค่แหย่เธอเล่น ที่สำคัญเขาต้องคอยดูแลเธอจะไม่ให้ยุ่งกับเธอได้อย่างไร ไหนบอกว่าตัวเองไม่ใช่เด็กแต่กลับร้องไห้เหมือนเด็กขี้แง มัสยารีบปาดน้ำตาทิ้ง หยุดร้องไห้ทันที แล้วนึกขึ้นได้ ไม่รู้จะโดนคุณย่าทำโทษหรือเปล่า...

แม้จะดีใจที่หลานสาวกลับมาโดยสวัสดิภาพ แต่ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลจำต้องลงโทษเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก ลักษณ์ออกรับแทนว่าเป็นความผิด ของเขาที่ทำให้มัสยาต้องหนีออกจากบ้าน ขณะที่ มัสยา รีบมาคุกเข่าข้างๆเขา สารภาพว่าเธอเองก็ผิดที่ไม่รู้จักคิด ให้ดีเสียก่อน ทำให้ทุกคนเดือดร้อน

“ถ้ารักกันมากขนาดนี้ ย่าก็จะลงโทษพร้อมกัน”

บทลงโทษของท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลคือให้ทั้งคู่ช่วยกันถูเรือนให้สะอาด แทนที่จะเป็นการถูกทำโทษ ลักษณ์และมัสยาถูบ้านกันไปเล่นกันไปอย่างสนุกสนาน...

ฝ่ายพิณทิพย์เห็นชุดสำหรับใส่ในงานวันพรุ่งนี้ของมัสยาสวยกว่าของตัวเองก็ริษยาคว้าเอาไปจากมือเด็กรับใช้ที่กำลังจะเอาไปส่งให้เจ้าของแล้วเปลี่ยนเอาชุดของตัวไปให้แทน ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลทราบเรื่องก็โกรธมาก ตามมาเล่นงานพิณทิพย์ถึงบ้าน เห็นเธอถือวิสาสะเอาชุดของมัสยามาสวมก็ยิ่งโมโห ไม่ได้เล่นงานเฉพาะพิณทิพย์เท่านั้น ท่านยังเล่นงานศจีผู้เป็นแม่ อีกด้วยว่าไม่รู้จักสั่งสอนลูกตามใจจนเสียคน

แทนที่จะสำนึกศจีกลับโทษว่าเป็นเพราะท่านผู้หญิงเองก็เลี้ยงเธอมาแบบนี้เหมือนกัน เมื่อก่อนเธออยากได้อะไรท่านก็หามาประเคนให้ทุกอย่างกระทั่งศัลย์เข้ามาในบ้าน เธอก็เลยกลายเป็นหมาหัวเน่า

“แม่ศจี เลิกโทษว่าเป็นเพราะตาศัลย์สักที คนตายไปแล้วยังจะไปพูดพาดพิงถึงเขาอีกทำไม” ท่านผู้หญิงพูดจบหันไปทางพิณทิพย์ ถ้าอยากได้ชุดนี้นักก็เชิญเอาไป ท่านจะหาชุดใหม่ที่สวยกว่านี้ให้มัสยา แล้วสะบัดหน้าเดินจากไป ศจีสั่งให้พิณทิพย์เอาชุดนี้ไปทิ้ง

“งานเปิดตัวแกคืนพรุ่งนี้ ฉันจะทำให้แกจดจำจนลืมไม่ลงเลยคอยดู” ศจีขบกรามแน่นด้วยความแค้น

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement