มัสยา ตอนที่ 16 นิยายไทยรัฐ
วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

มัสยา ตอนที่ 16


10 ก.ย. 2560 08:07
1,090,158 ครั้ง

ละคร นิยาย มัสยา

มัสยา ตอนที่ 16

อ่านเรื่องย่อ

มัสยา

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

พนมเทียน

บทโทรทัศน์โดย:

ปณธี

กำกับการแสดงโดย:

วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

มิกค์ ทองระย้า,มุกดา นรินทร์รักษ์

ในที่สุดหมอก็อนุญาตให้ลักษณ์กลับมาพักฟื้นที่บ้านได้ แม่พร้อมเห็นเขายังเดินไม่ถนัดก็เลยสั่งให้คนมาจัดห้องข้างล่างให้เขาอยู่ จะได้สะดวกสบายไม่ต้องเดินขึ้นเดินลง เขาเห็นท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลเดินเข้ามาก็เมินหน้าหนี ขอร้องให้แม่กับน้องสาวช่วยพาไปที่ห้องด้วย เขาอยากจะนอนพัก

ท่านผู้หญิงเห็นลักษณ์เดินผ่านหน้าไปเหมือนท่านไม่มีตัวตนก็โมโห รีบเดินตามไปที่ห้องนอน ไล่เริงใจกับแม่พร้อมออกไปจากห้องก่อน ท่านมีเรื่องจะคุยกับลักษณ์ตามลำพัง รอจนสองแม่ลูกออกไปแล้วจึงถามเขาว่าโกรธเกลียดท่านขนาดไม่ยอมมองหน้ากันเลยหรือ

“หามิได้ครับคุณย่า ผมไม่ได้โกรธไม่ได้เกลียดคุณย่าแต่ผมไม่อาจมองหน้าคนที่ทำให้ผมต้องสูญเสียผู้หญิงที่ผมรักไปได้ครับ”

ท่านสั่งให้เขาตัดใจจากมัสยาได้แล้ว นังนั่นทรามเหมือนแม่ของมันไม่สมควรที่ผู้ชายเพียบพร้อมอย่างเขาไปฝักใฝ่ด้วย เขาต่อว่าท่านทำไมถึงพูดแบบนั้น ถึงมัสยาจะเลวทรามอย่างไรก็เป็นรัตนมหาศาล ท่านตวาดลั่นให้หยุดพูดได้แล้ว ท่านตัดมัสยาไปจากชีวิตแล้ว ลักษณ์ยอกย้อนเหมือนที่เคยตัดอาศัลย์ใช่ไหม

“แกเข้าใจถูกต้องแล้ว ต่อไปนี้อย่าเอ่ยชื่อมัสยาในบ้านหลังนี้อีกและหลังจากที่แกหายดี งานหมั้นของแกกับหนูนารถระพีจะยังคงมีเช่นเดิม” ว่าแล้วท่านผู้หญิงผละจากไป แต่ต้องชะงักเมื่อเจอแม่พร้อมยืนรอท่าอยู่หน้าห้อง ท่านไม่สนใจเดินเลี่ยงออกมา แม่พร้อมตามมาต่อว่า

“ดิฉันไม่เข้าใจ ตอนแรกคุณแม่เหมือนจะอภัยให้มัสยาแล้ว แต่ทำไมตอนนี้...”

“เธอคงคิดว่าฉันใจดำที่ทำตัวเหมือนซ้ำเติมตาลักษณ์ เธอคิดว่าฉันหมายความตามที่พูดจริงน่ะหรือ รู้ไหมว่าเวลาที่ฉันเห็นตาลักษณ์แล้วใจฉันมันจะขาด แววตาของตาลักษณ์มันช่างหม่นหมองจนฉันทนไม่ได้ ฉันถึงอยากให้ตาลักษณ์ตัดใจจากยัยมัส ฉันเองก็ไม่อยากจะคิดถึงยัยมัสด้วยเหมือนกัน ฉันพยายามหาข้อตำหนิยัยมัส เพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกสบายใจ”

แม่พร้อมอยากรู้ว่าท่านทำอย่างนี้แล้วสบายใจขึ้นไหม ท่านส่ายหน้า ยิ่งด่าทอก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเป็นต้นเหตุของเรื่องราวร้ายๆทั้งหมด แม่พร้อมสงสัยถ้าอย่างนั้นจะทำไปทำไม ท่านต้องทำเพราะไม่รู้จะทำอะไรให้ดีกว่านี้ได้ แม่พร้อมแนะให้ท่านกล้าเผชิญหน้าและเอ่ยคำขอโทษกับเจ้าเมืองยะริ่ง

“ดิฉันทราบว่ามันยากเพราะคนที่ไม่เคยก้มหัวให้ใครอย่างคุณแม่ คงรู้สึกว่ามันเสียศักดิ์ศรี แต่นี่จะเป็นทางเดียวที่จะทำให้ตาลักษณ์กับมัสยาได้พบกับความสุขอีกครั้งนะคะ”

ooooooo

คำพูดของแม่พร้อมทำให้ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลคิดได้ รีบไปหาเจ้าคุณมหศักดิ์เพื่อขอยกเลิกการหมั้น ส่วนเรื่องข่าวที่แพร่ออกไปตามสื่อท่านจะเป็นคนจัดการให้เอง เจ้าคุณมหศักดิ์ไม่ขัดข้อง เข้าใจท่านผู้หญิงทุกอย่าง ขอให้ท่านอย่าได้เป็นกังวลไป ระหว่างนั้นนพพรวิ่งหน้าตื่นเข้ามาพร้อมกับจดหมายในมือ

“ผมเจอจดหมายฉบับนี้ในห้องของพี่นารถครับ”

เจ้าคุณมหศักดิ์รีบเอาจดหมายมาอ่าน มีใจความสรุปได้ว่านารถระพีทนให้พ่อจับคลุมถุงชนไม่ไหว เธอโตพอที่จะตัดสินใจดำเนินชีวิตของตัวเอง ดังนั้นเธอจึงขอกราบลาพ่อด้วยวิธีนี้ แม้จะรู้ดีว่านี่ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่น แล้วสักวันหนึ่งเธอจะกลับมากราบเท้าและอยู่ปรนนิบัติรับใช้พ่อเช่นเดิม อ่านจดหมายจบ เจ้าคุณมหศักดิ์ถึงกับมือสั่นทำจดหมายร่วงพื้น ท่านผู้หญิงแปลกใจเกิดเรื่องอะไรขึ้น

“นารถระพีหนีไปแล้ว...ตลอดเวลาเราได้ให้การศึกษาแก่เด็กมาอย่างเสรีและเปิดเผย สอนให้เขารู้จักชีวิตและแสงสว่างแห่งอารยธรรมปัจจุบันโดยไม่มีขอบเขต เราปล่อยทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่เขาแล้ว แต่เมื่อมาถึงการเลือกคู่ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ เรากลับบังคับบีบคั้นเอาตามแต่ความเห็นชอบเหมาะสมของเราผลเสียหายจึงได้ปรากฏเช่นนี้ สำหรับผม...ผมพร้อมที่จะให้อภัยนารถระพี”

เหตุการณ์ที่นารถระพีถูกบีบให้แต่งงานจนต้องหนีออกจากบ้านทำให้ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลตัดสินใจชวนแม่พร้อมลงใต้ไปหาเจ้าเมืองยะริ่งเพื่อพามัสยากลับ...

ขณะที่ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลพร้อมจะยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง สมานพานารถระพีกลับมาหาเจ้าคุณมหศักดิ์เพราะอยากทำให้ทุกอย่างถูกต้องตามประเพณีไม่ใช่หนีไปแบบนี้ และขอโอกาสจากท่านเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองมีดีพอจะปกป้องและดูแลนารถระพีได้ ท่านเจ้าคุณยินดีจะมอบโอกาสนั้นให้สมาน นารถระพีดีใจมากไม่คิดมาก่อนว่าท่านจะยอมง่ายดายแบบนี้ เข้ามากอดพร้อมกับขอบคุณท่าน

“ผมขอขอบพระคุณท่านอย่างมาก ผมจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังแน่นอนครับ” สมานน้ำเสียงหนักแน่น...

ตกเย็น นพพรแวะไปเยี่ยมลักษณ์ที่บ้านรัตนมหาศาล บอกว่ารู้เรื่องที่เกิดขึ้นทุกอย่างแล้ว ขอให้ลักษณ์ให้เวลามัสยาสักหน่อย เชื่อว่าเวลาจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น เขาไม่แน่ใจว่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะมัสยาเป็นคนใจแข็งมาก และเขาเองก็ทำร้ายจิตใจเธอเอาไว้มาก นพพรไม่เชื่อว่าเธอจะโกรธเกลียดเขาเพราะถ้าเป็นอย่างนั้นเธอคงไม่ช่วยชีวิตเขาไว้ เธอน่าจะมีเหตุผลบางอย่างถึงได้หนีไปจากเขา อาจเป็นเพราะเธอรักเขามากก็ได้

“พี่ไม่เข้าใจ”

“มัสเป็นต้นเหตุที่ทำให้พี่ลักษณ์ถูกรถชน อาการปางตายมัสต้องรู้สึกผิดอย่างมาก เธอคงไม่กล้าที่จะสู้หน้าพี่ลักษณ์และทุกคน”

ลักษณ์ได้ฟังนพพรพูดก็อยากจะไปหามัสยาวันนี้เดี๋ยวนี้ นพพรบอกเขาว่าไม่ต้องเป็นห่วงตอนนี้ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลกับแม่พร้อมกำลังเดินทางไปพามัสยากลับมาที่นี่ ลักษณ์อึ้งไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

ooooooo

ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลและแม่พร้อมไปถึงบ้านเจ้าเมืองยะหริ่งตอนสายของวันถัดมา ท่านเจ้าเมืองถามความสมัครใจของมัสยาว่าอยากจะออกไปพบทั้งคู่หรือไม่

“ไม่ค่ะมัสยังไม่อยากเจอคุณย่า”

“ถ้าเช่นนั้นหลานก็ขึ้นไปอยู่ในห้องก่อนเถิด ตาจะจัดการตรงนี้ให้เอง”

มัสยาพยักหน้ารับคำเดินขึ้นบันได ส่วนเจ้าเมืองยะหริ่งตรงไปที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเคร่งเครียด...

เมื่อได้เผชิญหน้ากัน เจ้าเมืองยะหริ่งไม่เปิดโอกาสให้ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลพูดอะไรมากนอกจากรู้สึกผิดต่อบุหงาราตรีและมัสยา จากนั้นก็รีบตัดบททันทีในเมื่อท่านผู้หญิงรู้ตัวว่าผิดก็ดีแล้ว ตนจะได้ไม่ต้องพูดอะไรให้มากความ จะถือเสียว่าชาตินี้ตนกับลูกและหลานคงจะมีวิบากกรรมร่วมกับท่านถึงทำให้เราสองตระกูลมาเกี่ยวข้องกัน และตนจะขอให้การมาครั้งนี้ของท่านผู้หญิงเป็นครั้งสุดท้าย

“เราอย่าได้ต้องพบเจอกันอีกทั้งในชาตินี้และชาติหน้า”

แม่พร้อมขอร้องท่านเจ้าเมืองอย่าเพิ่งตัดรอนตนกับคุณแม่อย่างนี้ ที่เราสองคนมาในวันนี้ก็เพื่อมาขอให้ท่านเจ้าเมืองอภัยให้ นอกจากท่านเจ้าเมืองจะไม่ให้อภัยกับสิ่งที่ท่านผู้หญิงได้ทำไว้กับลูกและหลานของท่านยังเชิญให้ทั้งคู่กลับกรุงเทพฯอีกด้วย ท่านผู้หญิงไม่ว่าอะไรถ้าเขาจะไม่ให้อภัยแต่ขอให้ได้พบพูดคุยกับมัสยาสักครู่ได้ไหม ท่านเจ้าเมืองไม่อนุญาตให้พบ ขอโทษด้วยที่ทั้งคู่ต้องมาเสียเที่ยว เชิญให้กลับไปได้แล้ว

“เดี๋ยวสิคะ คุณแม่และดิฉันเดินทางมาไกลขอท่านจงอย่าแล้งน้ำใจเลยนะคะ”

“คราวนี้คงรู้ซึ้งแล้วใช่ไหมว่าการโดนคนอื่นแล้งน้ำใจใส่มันรู้สึกเช่นไร ตอนที่แม่บุหงาราตรีกับคุณศัลย์ไปขอร้องขอโอกาสกับคุณๆก็ได้ให้สิ่งนี้กลับมา ฉะนั้นพวกคุณก็สมควรจะได้รับมันกลับไปบ้าง กระผมไม่ออกไปส่งนะครับ อ้อ อีกอย่าง ต่อไปนี้มัสยาไม่ใช่รัตนมหาศาลอีกแล้วแต่มัสยาเป็นหลานสาวเพียงคนเดียวของกระผม” พูดจบเจ้าเมืองยะหริ่งหันหลังเดินจากไป ท่านผู้หญิงถึงกับซวนเซจะเป็นลมแม่พร้อมต้องพยุงไว้

ooooooo

ครู่ต่อมา ระหว่างที่แม่พร้อมประคองท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลออกจากบ้านเจ้าเมืองยะหริ่ง เหลือบเห็นทางหางตาว่ามีคนแอบมองอยู่ หันขวับไปดูเห็นหลังคนแอบมองไวๆก็จำได้ว่าเป็นมัสยาตะโกนเรียกให้หยุดก่อน แต่เธอไม่ยอมหยุด แม่พร้อมตัดสินใจวิ่งตามจนทัน ขอร้องให้เธอเลิกวิ่งหนีได้แล้ว

มัสยาหันมาเผชิญหน้า แม่พร้อมอ้อนวอนให้เธอกลับกรุงเทพฯด้วยกัน ตอนนี้ลักษณ์ออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้านอยากเจอเธอมาก มัสยาไม่อาจกลับไปสู้หน้าเขาได้อีก เธอทำให้เขาเกือบต้องตาย แม่พร้อมยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไรอีก จุกเดินเข้ามาเรียกมัสยาให้ไปขี่จักรยานด้วยกัน

“ลาก่อนนะคะคุณป้า” พูดจบมัสยาเดินจากไปกับจุก ส่วนแม่พร้อมเดินหน้าเศร้ากลับมาหาท่านผู้หญิง รายงานเรื่องที่มัสยาไม่ยอมกลับกรุงเทพฯด้วยกัน ท่านผู้หญิงตระหนักในทันทีว่าตนเองคงจะไม่ได้เจอมัสยาอีกแล้วถึงกับร้องไห้โฮ ทรุดลงไปนั่งแปะกับพื้น...

ลักษณ์รู้ข่าวว่าแม่กับคุณย่าจะกลับมาบ่ายนี้เตรียมดอกไม้ช่อสวยไว้รอต้อนรับมัสยา แต่เหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่หวัง แม่กับคุณย่ากลับมากันแค่สองคนมัสยาไม่ได้กลับมาด้วย และอาจจะไม่กลับมาอีกเลย เขาถึงกับทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดเรี่ยวแรง ท่านผู้หญิงเข้ามาจับมือเขาไว้ ขอโทษและเสียใจที่ทำทุกอย่างสายเกินไป ขอให้เขาให้อภัยท่านด้วย ถ้าเขาเกลียดท่านไปอีกคนท่านคงไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไร

“แค่คุณย่ายอมลดทิฐิแล้วไปหาท่านเจ้าเมืองยะหริ่งด้วยตัวเองนั่นก็ทำให้ผมเห็นแล้วว่าคุณย่ายอมที่จะทำเพื่อผม...ผมจะไปโกรธคุณย่าได้ยังไงกันครับ”

“หมายความว่าลักษณ์อภัยให้ย่าแล้วใช่ไหม”

“ครับ วันนี้มัสอาจจะยังไม่ยอมกลับมาก็ไม่เป็นไรครับ เรารู้แล้วว่ามัสอยู่ที่ไหน ไว้ผมหายดีแล้วผมจะเป็นคนไปพามัสกลับมาเอง” ลักษณ์สวมกอดคุณย่าซึ่งกอดเขาตอบอย่างเป็นกำลังให้กันและกัน...

ตกค่ำ ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลอยู่ลำพังคนเดียวในห้อง หยิบภาพถ่ายของศัลย์ในกรอบรูปขึ้นมาดู

“ตาศัลย์ นี่ลูกกำลังลงโทษแม่อยู่ใช่ไหม ความผิดที่แม่ทำมันช่างร้ายแรง แม่เห็นแก่ตัวที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองมีความสุขโดยที่ไม่สนใจความรู้สึกของคนอื่นเลยสักนิด มันก็สมควรแล้วที่แม่จะโดนยัยมัสทิ้งไป” พูดจบท่านผู้หญิงกอดรูปถ่ายนั้นไว้แล้วร้องไห้ออกมา

ooooooo

ตั้งแต่กลับมาอยู่ด้วยกัน มัสยาเอาแต่เหม่อใจลอย เจ้าเมืองยะหริ่งเป็นห่วงเธอมาก ให้คนไปตามจุกมาสอบถามว่ามัสยาเอาแต่นั่งซึมแบบนี้ทั้งวันหรือเปล่า จุกยอมรับว่าใช่ ตั้งแต่เธอกลับมาจากกรุงเทพฯก็เป็นแบบนี้ ถามคำตอบคำไม่เหมือนมัสยาคนเก่า เขาเองก็เป็นห่วงอยู่เหมือนกัน

“นี่มันหลายอาทิตย์แล้ว ยัยมัสยังทำใจเรื่องคุณลักษณ์ไม่ได้อีกหรือไง” เจ้าเมืองถอนใจหนักใจ...

วันนี้ท่านชายสดายุแวะมาเยี่ยมลักษณ์ที่บ้าน เขาเล่าให้ท่านฟังว่าอาทิตย์หน้าหมอถึงจะเอาเฝือกที่ขาออก เมื่อถึงตอนนั้นเขาจะเดินทางไปหามัสยาทันที ท่านชายสดายุขอแสดงความยินดีกับเขาล่วงหน้า

“ว่าแต่ท่านผู้หญิงเป็นเช่นไรบ้าง ฉันได้ข่าวว่าตั้งแต่เกิดเรื่องท่านก็ไม่ค่อยสบาย”

ลักษณ์ยอมรับว่าเป็นอย่างที่ท่านชายว่า คุณย่าตรอมใจ กินได้น้อยลงและนอนไม่ค่อยหลับ เรี่ยวแรงถดถอย เขาจะให้หลวงเวชมาตรวจร่างกายแต่คุณย่าก็ดื้อไม่ยอมให้ตรวจ เขาอดเป็นห่วงท่านไม่ได้ ท่านชาย สดายุสรุป ไข้ใจรักษายากกว่าไข้กาย ลักษณ์พยักหน้าเห็นด้วย...

อาการของท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลน่าเป็นห่วง เอาแต่นั่งเหม่อกอดรูปถ่ายของมัสยา สีหน้าเต็มไปด้วยความทุกข์ แถมเพ้อหาเธอไม่ขาดปาก อยู่ๆท่านก็รู้สึกหายใจติดขัดแน่นหน้าอก เป็นจังหวะที่หม่อมช้อยยกน้ำชายามบ่ายมาที่หน้าประตูห้อง เคาะเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบรับ เธอเอะใจจะเปิดประตูเข้าไปแต่มันล็อก ท่านผู้หญิงเจ็บปวดจนทนไม่ไหวทำกรอบรูปมัสยาในมือร่วงลงพื้นแตกกระจาย หม่อมช้อยตกใจมาก
“คุณท่านเป็นอะไรไปคะ คุณท่าน”

ท่านผู้หญิงพยายามจะลุกขึ้นยืนแต่ไม่มีแรง เซเสียหลักล้มใส่โต๊ะเสียงดังโครม หม่อมช้อยมั่นใจต้องเกิดเรื่องไม่ดีรีบวิ่งไปบอกลักษณ์ที่กำลังเดินเข้ามา กับท่านชายสดายุให้ไปช่วยคุณท่านด้วย...

เหมือนมีลางสังหรณ์ส่งถึงกัน มัสยาทำแก้วตกพื้น เจ้าเมืองยะหริ่งได้ยินเสียงรีบเข้ามาถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เธอไม่ได้เป็นอะไรแค่ทำแก้วตกแตก แล้วก้มลงเก็บเศษแก้วแต่ดันใจลอยเผลอทำแก้วบาดมือ

“ปล่อยไว้อย่างนั้นแหละมัส เดี๋ยวตาให้คนมาเก็บกวาด เรารีบไปทำแผลก่อน”

มัสยาพยักหน้า สีหน้าเป็นกังวลอย่างบอกไม่ถูก...

เมื่อมาถึงห้องของท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล ท่านชายสดายุไม่รอช้าพังประตูห้องเข้าไป พบเจ้าของห้องนอนหมดสติอยู่บนพื้น ที่มุมปากมีคราบเลือดติดอยู่ ท่านชายเข้าไปตรวจชีพจรพบว่ายังมีสัญญาณชีพอยู่

“ท่านผู้หญิงยังมีลมหายใจ รีบโทร.ตามหมอ”

หม่อมช้อยรีบไปทำตามคำสั่ง ท่านชายสดายุ อุ้มท่านผู้หญิงที่สลบไสลไม่ได้สติไปวางบนเตียง ลักษณ์ได้แต่มองอย่างห่วงใย ไม่สามารถช่วยอะไรได้เนื่องจากขายังใส่เฝือกอยู่...

ไม่นานนักหลวงเวชมาถึง หลังจากตรวจอาการของท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลแล้ว เขาออกมาแจ้งกับทุกคนว่าท่านผู้หญิงไม่ได้กินอะไรเลยตลอดหลายวันที่ผ่านมา กอปรกับพักผ่อนไม่เพียงพอ แถมร่างกายของท่านอ่อนแอเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงทำให้อาการโรคหัวใจกำเริบขึ้นมาอีกครั้ง

“แล้วคุณย่าจะมีอาการดีขึ้นไหมครับ” ลักษณ์สีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด

“ความเจ็บทางกายภายนอกใช้ยารักษาก็หาย แต่ความบอบช้ำภายในใจของท่านไม่มียาตัวไหนที่จะช่วยทำให้จิตใจของท่านกลับมาแข็งแรงดั่งเช่นเก่าได้ และผมเกรงว่าถ้าหากท่านยังไม่ฟื้นตัวในเร็ววันนี้ ก็อาจจะทำให้ยากต่อการที่ท่านจะกลับมาแข็งแรงได้อีกครั้ง”

เริงใจตั้งข้อสังเกตที่คุณย่าเป็นแบบนี้คงเป็นเพราะคิดถึงมัสยา แม่พร้อมขอให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้ท่านผู้หญิงกันมากๆ อย่าพยายามทำให้ท่านกลัดกลุ้มเรื่องใดอีก ทุกคนพยักหน้ารับรู้ ขณะที่ลักษณ์ยังคงหน้าเครียดไม่เลิก ท่านชายสดายุได้แต่มองเขาอย่างเห็นใจ...

ระหว่างที่ลักษณ์เดินไปส่งท่านชายสดายุที่รถ ท่านผู้หญิงที่หมดสติอยู่ค่อยๆลืมตาขึ้น เริงใจกับแม่พร้อมดีใจมากคิดว่าท่านได้สติ แต่ที่ไหนได้ท่านละเมอเรียกหามัสยา เริงใจกับแม่พร้อมต่างร้องไห้ด้วยความสงสาร เริงใจตัดสินใจสวมบทเป็นมัสยา จับมือท่านไว้

“คุณย่าขา คุณย่าอย่าร้องไห้อีกเลยนะคะ มัสจะไม่จากคุณย่าไปไหนอีก”

“มัสพูดจริงนะ อย่าหลอกให้ย่าดีใจ”

“ค่ะ มัสไม่หลอกคุณย่าหรอกค่ะ” เริงใจเอามือคุณย่ามาแนบกับแก้มตัวเอง หลังจากดูแลจนท่านผู้หญิงหลับไปแล้ว เริงใจที่เดินออกจากห้องของท่านพร้อมกับแม่อดตั้งข้อสังเกตไม่ได้ว่าครั้งนี้คุณย่าป่วยหนักกว่าทุกครั้ง หลงเลอะเลือนถึงขนาดเห็นเธอเป็นมัสยา

“นั่นเป็นเพราะจิตใต้สำนึกของคุณแม่รู้สึกผิดต่อมัสยาอย่างมาก ท่านอยากเจอมัสเพื่อกล่าวคำขอโทษ ท่านก็เลยเห็นนิดเป็นมัสน่ะสิ”

“แล้วถ้าหากวันไหนที่คุณย่ามีสติกลับมาแล้วรู้ว่าความจริงมัสยังไม่ได้กลับมาที่นี่ คุณย่าจะต้องล้มเจ็บอีกแน่เลยค่ะคุณแม่ นิดสงสารทั้งคุณย่า ทั้งมัสและพี่ลักษณ์” เริงใจมัวแต่คุยกับแม่ไม่ทันเห็นลักษณ์ยืนฟังอยู่ แม่พร้อมหันไปเห็นพอดี ร้องทักว่าท่านชายกลับไปแล้วหรือ

“ครับ...คุณแม่ครับ ทันทีที่ผมเอาเฝือกออก ผมจะรีบไปตามมัสกลับมา จิตใจที่บอบช้ำของคุณย่าต้องได้รับการเยียวยาโดยเร็วที่สุด”

ooooooo

ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์แล้วตั้งแต่ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลล้มป่วย อาการไม่ดีขึ้นเลยมีแต่ทรงกับทรุด ลักษณ์ซึ่งตอนนี้เอาเฝือกออกแล้วยืนมองท่านด้วยความสงสารและเป็นห่วง หม่อมช้อยที่เฝ้าดูอยู่ข้างๆบ่นให้เขาฟังว่าท่านซูบผอมลงไปทุกวัน พอตื่นลืมตาก็ร้องหาแต่มัสยา

“บางวันจำได้ว่าคุณหนูไม่ได้อยู่ที่นี่ บางวันก็นึกว่าคุณหนูเริงใจเป็นคุณหนูมัสยา พอตกกลางดึกก็สะดุ้งตื่นเพราะฝันร้าย ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ช้อยกลัวว่าร่างกายของท่านจะทนไม่ไหว”

พูดไม่ทันขาดคำท่านผู้หญิงก็เพ้อเรียกหามัสยาออกมา ลักษณ์เข้ามาคุกเข่าจับมือท่านไว้ ร้องเรียกให้รู้สึกตัว ท่านผู้หญิงค่อยๆลืมตาขึ้นมาเห็นหลานชายวานให้ช่วยไปตามมัสยา เขาตามให้ไม่ได้ เธอไม่ได้อยู่ที่นี่ เธอกลับไปอยู่บ้านเจ้าเมืองยะหริ่ง ท่านหาว่าเขาโกหก จัดแจงจะลุกขึ้นไปหาเธอเอง

“คุณย่าครับผมไม่ได้โกหก ถ้าคุณย่าไม่เชื่อถามหม่อมช้อยดูก็ได้ครับ”

หม่อมช้อยยืนยันว่าเป็นอย่างที่คุณลักษณ์ว่า ท่านผู้หญิงถึงกับปล่อยโฮคร่ำครวญว่ามัสยาทิ้งท่านไปแล้ว ลักษณ์สงสารท่านจับใจปลอบว่าอย่าร้องไห้คืนนี้เขาจะนั่งรถไฟลงใต้ไปพามัสยากลับบ้านของเรา ท่านถึงกับยิ้มออก เขาขอให้ท่านกินข้าวกินยานอนพักให้มากๆไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น รอมัสยากลับมาก็พอ

“จ้ะๆๆ ย่าจะไม่ร้องไห้ ย่าจะกินข้าวจะกินยา ย่าจะนอนเยอะๆ ลักษณ์รีบพามัสกลับมานะ”

ลักษณ์พยักหน้า สวมกอดคุณย่าไว้แต่แววตากลับไม่มีความมั่นใจว่าจะพามัสยากลับมาได้...

เมื่อเดินทางไปถึงบ้านของเจ้าเมืองยะหริ่งในสายวันถัดมา ลักษณ์กลับไม่ได้พบกับมัสยา ท่านเจ้าเมืองอ้างว่าเธอไปจากที่นี่หลังจากวันที่ท่านผู้หญิงกับแม่พร้อมมาหาท่าน และไม่ยอมบอกว่าเธอไปที่ไหน ลักษณ์ยังไม่ทันจะอ้าปากบอกเรื่องที่คุณย่าป่วยหนัก เจ้าเมืองยะหริ่งชิงพูดขึ้นเสียก่อน

“ไม่ต้องหาคำอ้างเพื่อให้ผมบอกที่อยู่ของยัยมัส ผมขี้เกียจจะฟัง เชิญคุณออกไปจากบ้านผมได้แล้ว ผมเบื่อที่จะต้องปั้นหน้าพูดคุยกับคนอย่างคุณเต็มทน”

“ถึงท่านจะไล่ ผมก็ยังไปไม่ได้”

เจ้าเมืองยะหริ่งไม่พอใจที่ลักษณ์ดื้อดึงตะโกนเรียกลูกน้องของตัวเองให้มาเชิญตัวออกไป เขาเห็นลูกน้องร่างยักษ์สองคนของท่านจำต้องล่าถอย...

แม้จะถูกไล่ตะเพิดแต่ลักษณ์ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แวะไปหาชนัฎที่บ้านเพื่อสอบถามเรื่องมัสยา เขาเล่าให้ฟังว่าตั้งแต่เธอกลับมาจากกรุงเทพฯแทบจะไม่ได้เจอกัน มารู้อีกทีเธอก็ย้ายออกจากบ้านเจ้าเมืองยะหริ่งไปแล้ว

“ไม่เป็นไรครับ ผมเองก็จนปัญญา คิดไม่ออกว่ามัสจะไปที่ไหน ถ้าหากคุณชนัฎพอจะนึกอะไรได้ ช่วยบอกผมทีนะครับ เพราะว่าตอนนี้คุณย่าล้มเจ็บอาการน่าเป็นห่วง ท่านต้องการเจอมัสอย่างมาก”

“ได้เลยครับ ขอให้ท่านผู้หญิงกลับมาแข็งแรงเร็วๆนะครับ”

ลักษณ์ขอบคุณชนัฎมาก แล้วขอตัวกลับก่อนเพราะต้องไปหาโรงแรมที่พัก ชนัฎชวนให้เขาพักที่นี่ด้วยกัน พ่อกับแม่ของตนไม่อยู่ไปทำธุระต่างเมือง ตอนนี้มีตนอยู่บ้านคนเดียว

ooooooo