วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

มัสยา ตอนที่ 15


10 ก.ย. 2560 08:07
1,071,642 ครั้ง

มัสยา ตอนที่ 15

อ่านเรื่องย่อ

มัสยา

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

พนมเทียน

บทโทรทัศน์โดย:

ปณธี

กำกับการแสดงโดย:

วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

มิกค์ ทองระย้า,มุกดา นรินทร์รักษ์

ลักษณ์หนีหน้าไปอยู่ที่วังมยุรฤทธิ์แต่ขอให้แม่บอกทุกคนในบ้านว่ามีงานด่วนเข้ามาก็เลยต้องย้ายไปอยู่ที่กรมทหารเพื่อความสะดวกในการทำงาน ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลเห็นดีด้วย ไปอยู่ไกลบ้านก็ดีแต่ให้บอกเขาด้วยว่าอย่าคิดหนีงานหมั้นเด็ดขาด

แม่พร้อมไม่ค่อยจะพอใจนักแต่ไม่กล้าพูดอะไร...

ด้านพงศ์เทพต้องการลองใจเพ็ญโฉมว่าแอบมีใจให้ตัวเองหรือเปล่า จ้างให้ชายคนหนึ่งวิ่งหน้าตื่นไปบอกเธอตอนพักเที่ยงกินข้าวว่าเขาโดนรถชน เธอตกใจมากรีบวิ่งไปดู แต่กลับไม่พบใคร เริ่มใจเสียจะร้องไห้

นายตำรวจหนุ่มออกจากที่ซ่อนเข้ามาทางด้านหลัง ร้องถามว่าเป็นห่วงตนหรือ เธอหันขวับมาเห็นเขายืนอยู่ก็ดีใจมากเข้ามาจับเนื้อจับตัวถามว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า เขากลับยืนนิ่งไม่ตอบ เธอเดาออกทันทีที่แท้เขาไม่ได้ถูกรถชน
จากความเป็นห่วงแทบบ้ากลายเป็นความโกรธ เพ็ญโฉมต่อว่าเขาทำไมต้องโกหกกันด้วย

“ถ้าผมไม่บอกให้ผู้ชายคนนั้นไปบอกคุณว่าผมโดนรถชน ผมคงไม่มีวันรู้ว่าคุณก็เป็นห่วงผมเหมือนกัน”

“คุณเอาความรู้สึกของฉันมาล้อเล่นแบบนี้ได้ยังไง ฉันไม่สนุกไปด้วย” ต่อว่าจบเพ็ญโฉมเดินหนี พงศ์เทพตามไปคว้าแขนไว้ ขอร้องให้ฟังกันก่อน เธอไม่ต้องการฟังอะไรทั้งสิ้นสั่งให้ปล่อยมือ เขากลับดึงเธอมากอด ยืนกรานไม่มีวันปล่อยเธอไปอีก แล้วคลายอ้อมกอด มองสบตาเธอด้วยแววตาจริงจัง

“ผมอดทนเฝ้ารอคุณมาตลอดหลายปีเพราะว่าผมรักคุณ...คุณจะเป็นผู้หญิงคนเดียวในชีวิตของผมและผมจะไม่มีวันทำให้คุณเสียใจ ได้โปรดให้โอกาสผมได้พิสูจน์ตัวเองให้คุณเห็นว่าผมไม่ใช่คนที่ดีแต่พูด นะครับ”

หญิงสาวเขินมากที่พงศ์เทพสารภาพรักซึ่งหน้าไม่กล้าสบตาด้วย ได้แต่ขอร้องให้เขาปล่อย อายคนอื่นที่มองมาทางนี้ เขาไม่ปล่อยจนกว่าเธอจะตอบรับความ ปรารถนาดีของเขา เธอยิ่งเขินมากขึ้นไปอีก จะให้บอกได้อย่างไรในเมื่อเธอเป็นผู้หญิง เขาต่อรองให้พยักหน้าแทน เธอนิ่งไปอึดใจก่อนจะพยักหน้า พงศ์เทพดีใจแทบโดดตัวลอย ดึงเธอมาหอมแก้มฟอดใหญ่ เพ็ญโฉมตกใจโวยลั่น แบบนี้แถวบ้านเธอเรียกว่าฉวยโอกาส

“ผมขอโทษ ผมดีใจจนห้ามตัวเองไม่อยู่ ผมจะไปหาคุณพ่อคุณแม่ของคุณ จะไปขออนุญาตคบกับลูกสาวของพวกท่านอย่างเป็นทางการนะครับ” พงศ์เทพว่าแล้วจับมือเพ็ญโฉมขึ้นมาจูบ

จากนั้นคู่รักหมาดๆพากันไปบอกข่าวดีนี้ให้ลักษณ์รู้ถึงที่ทำงาน เขายินดีกับทั้งคู่ด้วยที่ได้รักกันโดยไม่มีอุปสรรค ถือเป็นคู่ที่โชคดีที่สุดในโลก พงศ์เทพไม่ได้จะมาแค่บอกข่าวดีแต่จะมาขอโทษเขาด้วย ที่ผ่านมาตนไม่เคยเห็นเขาเป็นพี่ชายและไม่เคยทำตัวเป็นน้องชายที่ดี

“ไม่เป็นไร ฉันเองก็ผิดที่ไม่ทำหน้าที่พี่ชาย”

“ถ้าอย่างนั้นต่อไปนี้ฉันคงต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้อง...พี่ลักษณ์”

ลักษณ์กระเซ้าแล้วนี่ตนต้องเรียกเขาว่าน้องพงศ์เทพไหม เพ็ญโฉมหัวเราะขำ ขณะที่พงศ์เทพส่ายหน้า ขอให้ลักษณ์เรียกอย่างเดิมดีแล้ว สองคนยิ้มให้กันอย่างไม่มีอะไรค้างคาใจกันอีก

ooooooo

มัสยาไม่เห็นลักษณ์เลยตั้งแต่เช้า จึงเข้าไปถามแม่พร้อมว่าเขาหายไปไหน ท่านบอกอย่างที่ลักษณ์ขอร้องไว้ว่า

เขาติดราชการด่วนก็เลยต้องไปอยู่ที่กรมทหารอย่างไม่มีกำหนด มัสยาโพล่งขึ้นทันทีว่าจริงหรือ

“มัสหาว่าป้าโกหกรึ”

“มัสรู้ว่าคุณป้าไม่โกหก แต่มัสไม่เชื่อว่าพี่ลักษณ์จะติดงาน ถ้าพี่ลักษณ์จะต้องไปอยู่ที่กรมทหารก็น่าจะมาบอกมัส คุณป้าบอกมัสเถอะนะคะว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นกันแน่” มัสยามองแม่พร้อมอย่างคาดคั้น ทั้งสองคนมัวแต่คุยกันไม่ทันสังเกตเห็นท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลแอบฟังอยู่ด้วยสีหน้าไม่พอใจ

ไม่นานนักมัสยาไปหาลักษณ์ที่วังมยุรฤทธิ์ เนื่องจากรู้ว่าเขาไม่ได้พักอยู่ที่กรมทหาร เขารู้ล่วงหน้าแล้วว่าเธอจะมาเพราะแม่โทร.มาบอก ก็เลยแกล้งทำมึนตึงใส่ แถมไล่ให้กลับบ้าน เขาไม่อยากเดือดร้อนเพราะเธออีก อยากมีชีวิตที่สงบโดยปราศจากเธอ มัสยาน้ำตาคลอเบ้า

“พี่ลักษณ์เกลียดมัส ชิงชังมัสแล้วเหรอคะ”

“ใช่...ฉันชังเธอแล้ว ได้ยินชัดแล้วนะ จะได้กลับไปเป็นเด็กดีให้สมกับการอบรมของคุณย่า อย่าลืมรัตนมหาศาลไม่เคยเข้าไปหาผู้ชายที่ไหนจนถึงในบ้าน อย่าปล่อยอะไรให้เป็นไปตามอารมณ์ ไม่อย่างนั้นเราจะทำผิดอย่างร้ายแรง” ลักษณ์เห็นน้ำตาของมัสยาแล้วใจอ่อนยวบแทบทนเล่นละครต่อไปไม่ไหว

“ถ้าจะผิดก็ผิดมาแล้วจนสุดที่จะแก้ไข พี่ลักษณ์ลืมแล้วเหรอว่าพี่ลักษณ์จะรักมัสชั่วนิรันดร์ พี่ลักษณ์สัญญาไว้กับมัสว่ายังไง ลืมแล้วเหรอคะ พี่ลักษณ์ไม่ต้องการเห็นหน้ามัสอีก หมดรักมัสแล้ว ลืมสิ้นหมดทุกสิ่งทุกอย่างแล้วจริงหรือ”

“ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ฉันเป็นพี่ของเธอ พี่ที่จะให้แต่ความเมตตาอุปการะและตักเตือนสั่งสอน จงเลิกใช้ถ้อยคำเช่นนี้กับฉัน เลิกมองฉันด้วยดวงตาเช่นนั้นเสียที...ไป ฉันเกลียดหน้าที่สุด ไปให้ห่างๆฉันไม่ต้องการจะพบเห็นเธออีกแล้ว” ลักษณ์กัดฟันไล่ตะเพิดไม่ไว้หน้า มัสยารู้สึกเหมือนหัวใจแตกเป็นเสี่ยงๆวิ่งหนีไปทั้งน้ำตา เขาเองก็เสียใจไม่แพ้เธอเช่นกัน ทรุดลงนั่งแปะกับพื้นน้ำตาลูกผู้ชายไหลอาบแก้ม

ooooooo

มัสยาโดนลักษณ์ตัดเยื่อใยจนจิตใจบอบช้ำไม่พอ กลับถึงบ้านก็โดนท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลด่าว่าให้ช้ำใจซ้ำอีก ด่าเธอไม่สาแก่ใจท่านยังพาลด่าว่าไปถึงแม่กับคุณตาของเธออีกด้วย มัสยาทนความเจ็บช้ำไม่ไหวเก็บข้าวหนีออกจากบ้านเพื่อกลับไปหาคุณตาที่อยู่ทางภาคใต้

กว่าจะมีคนรู้ว่ามัสยาหนีไปแล้วก็เป็นตอนที่หม่อมช้อยกับแม่นมผันยกอาหารค่ำไปให้ที่ห้อง ไม่พบเธออยู่ที่นั่น เสื้อผ้าข้าวของก็หายไป ทั้งคู่วิ่งหน้าตื่นไปรายงานท่านผู้หญิง

“คุณท่านคะ คุณหนูมัสยาหนีออกจากบ้านไปแล้วค่ะ”

ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลตกใจมาก สั่งให้หม่อมช้อยโทร.ไปแจ้งเรื่องนี้ให้ลักษณ์ทราบ เขาไม่รอช้ารีบขับรถตามหา เจอเธอลากกระเป๋าเดินทางมาตามถนน ขับรถไปจอดดักหน้าไว้ พยายามจะพากลับรัตนมหาศาล เธอไม่ยอมกลับ แถมบอกเขาว่าไม่ต้องมายุ่ง แล้วลากกระเป๋าหนี ลักษณ์ตามมาคว้าแขนไว้

“พี่ไม่ยุ่งไม่ได้ มัสกำลังจะไปไหน”

“ไหนอยากให้มัสไปให้พ้นหน้า แล้วจะมาสนใจมัสทำไม มัสจะกลับบ้านกลับไปหาคุณตาและมัสจะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีก” ว่าแล้วมัสยากระชากแขนออกจากมือเขา จ้ำพรวดๆต่อไป ลักษณ์ตามไม่ลดละ

“ไม่ พี่ไม่ให้มัสกลับไปไหนทั้งนั้น พี่ขอ...” ลักษณ์พูดไม่ทันจบมัสยาชิงตัดบท

“พี่ลักษณ์จะเอายังไงกับมัส เดี๋ยวไล่มัส เดี๋ยวมาขอให้มัสอยู่ มัสเป็นคน มัสมีหัวใจ มัสไม่ใช่สิ่งของที่พี่ลักษณ์หรือใครจะผลักไสไล่ส่งให้ไปทางไหนก็ได้” ตัดพ้อจบมัสยาวิ่งหนีไปฝั่งตรงข้าม ไม่ทันดูทาง รถคันหนึ่งแล่นเข้าหาเธออย่างรวดเร็ว ลักษณ์รีบวิ่งไปผลักเธอพ้นทาง แต่ตัวเองถูกรถคันนั้นเฉี่ยวกระเด็นลงไปกองกับพื้นถนนเลือดไหลอาบ...

ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลทราบข่าวลักษณ์ถูกรถชน ตอนนี้อยู่ในห้องผ่าตัด อาการเป็นตายเท่ากันถึงกับเป็นลมล้มพับ เริงใจกับแม่พร้อมต้องช่วยกันประคองเอาไว้...

ที่หน้าห้องผ่าตัด มัสยานั่งหน้าซีดเผือดน้ำตาไหลพราก ตามเสื้อผ้ามีเลือดของลักษณ์เปรอะเต็มไปหมด ไม่นานนักหมอเจ้าของไข้ออกมาแจ้งว่าลักษณ์บาดเจ็บสาหัส ขาขวาหักและมีกระจกบาดเป็นแผลฉกรรจ์ไปทั้งตัว คนไข้เสียเลือดมาก หมอต้องการปรึกษาถึงการให้โลหิตกับเขา มัสยางงโลหิตอะไร

“ผมหมายถึงเราจะต้องหาโลหิตกรุ๊ปเดียวกันกับเขา ซึ่งจะต้องเพิ่มเพื่อชดเชยโลหิตที่ได้เสียไป และผมต้องเรียนให้ทราบว่าขณะนี้เราไม่มีโลหิตกรุ๊ปเดียวกัน”

“ถ้าอย่างนั้นดิฉันจะเป็นคนถ่ายโลหิตให้พี่ลักษณ์เองค่ะ”

หมอเห็นท่าทางมัสยาไม่สู้จะดีนักถามว่าไหวหรือ เธอพยักหน้ารับคำ หมอจึงขอตรวจโลหิตดูก่อนว่ากรุ๊ปเดียวกันหรือเปล่า แล้วเชิญเธอไปยังห้องด้านใน ผลตรวจออกมาปรากฏว่าโลหิตเธอกรุ๊ปเดียวกันกับลักษณ์ หมอจึงใช้โลหิตของเธอช่วยชีวิตเขา

ooooooo

หลังได้โลหิตตามจำนวนที่ต้องการ พยาบาลบอกให้มัสยาซึ่งหน้าตาอิดโรยนอนพักก่อนอย่าเพิ่งเคลื่อนไหว มัสยาอดถามไม่ได้ว่าลักษณ์จะปลอดภัยใช่ไหม

“ค่ะ ขอให้คุณสบายใจได้ คุณหมอของเราเก่งมาก ไม่ต้องห่วงนะคะ” ว่าแล้วพยาบาลเดินออกจากห้อง แม้มัสยาจะรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก แต่ก็ยังกังวลใจไม่หาย

“เราคงจะอยู่ที่นี่ไม่ได้อีกแล้ว ป่านนี้ข่าวอุบัติเหตุร้ายแรงคงรู้ไปถึงหูรัตนมหาศาล อีกไม่นานคงจะแห่กันมาเต็มโรงพยาบาล เราซึ่งเป็นต้นเหตุให้หลานหัวแก้วหัวแหวนของคุณย่าต้องตกอยู่ในสภาพนี้จะสู้หน้าได้อย่างไร ในเมื่อพี่ลักษณ์ปลอดภัยแล้ว เราก็ควรจะไปให้พ้นหน้าทุกคน ขอให้สวรรค์คุ้มครองพี่ลักษณ์ด้วยเถิด” คิดได้ดังนั้นมัสยาข่มความอ่อนเพลียลุกขึ้นทันที

ครู่ต่อมามัสยาเดินโซเซมาตามทางในย่านที่มีผู้คนพลุกพล่าน อากาศเย็นยามค่ำไม่ได้ช่วยให้เธอรู้สึกเย็นไปด้วย เหงื่อกลับออกมาเต็มใบหน้า และเริ่มก้าวขาไม่ไหว ล้มลงหมดสติ...

จากนั้นไม่นาน แม่พร้อมกับเริงใจมาถึงโรงพยาบาล หมอรายงานให้ฟังว่าตอนนี้ลักษณ์ปลอดภัยกำลังนอนพักฟื้นอยู่ คาดว่าพรุ่งนี้น่าจะเข้าเยี่ยมได้ ระหว่างนั้นพยาบาลวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาแจ้งหมอว่ามัสยาหายตัวไป ตามหาจนทั่วก็ไม่เจอ แม่พร้อมแปลกใจ ทำไมมัสยาถึงมาอยู่ที่นี่ได้

“คุณมัสยาเป็นคนพาคุณลักษณ์มาส่งโรงพยาบาลและที่คุณลักษณ์ปลอดภัยก็เป็นเพราะคุณมัสยาที่บริจาคโลหิตให้คุณลักษณ์ครับ ทั้งๆที่ตัวเธอเองก็ไม่ค่อยจะแข็งแรง แล้วนี่ก็ไม่รู้ว่าหายตัวไปที่ไหน ผมเป็นห่วง กลัวเธอจะไปหมดสติอยู่ที่ไหนสักแห่งน่ะครับ” ไม่ได้มีแต่หมอเท่านั้นที่เป็นห่วงมัสยา แม่พร้อมกับเริงใจเองก็เป็นห่วงเธอไม่แพ้เขาเช่นกัน...

โชคดีของมัสยาที่มาเป็นลมใกล้สำนักพิมพ์ที่ฉันท์ทำงานอยู่ เขากำลังจะกลับบ้านได้ยินเสียงผู้คนร้องเอะอะจึงเข้าไปดู พบเธอหมดสติอยู่ก็เลยรีบพาเข้ามานอนพักข้างในออฟฟิศ ครั้นเธอฟื้นคืนสติ ฉันท์อดถามไม่ได้ว่าเป็นอย่างไรมาอย่างไรถึงได้มาหมดสติอยู่แถวนี้ เธออ้างว่าหลงทางกับเพื่อน พอดีไม่ค่อยสบายอยู่แล้วก็เลยเป็นลม เขาเสนอตัวจะพาเธอไปส่งบ้าน มัสยาส่ายหน้า ยังไม่อยากกลับบ้านตอนนี้

“คุณมัสยาครับ ผมขอพูดตามตรงว่าผมไม่เชื่อในสิ่งที่คุณบอก ถ้าหากมีอะไรให้ผมช่วยบอกผมมาได้นะครับ ผมยินดีที่จะช่วยเหลือคุณเต็มที่ อย่าลืมสิครับว่าเราเป็นเพื่อนกัน”

มัสยานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะขอร้องฉันท์ช่วยส่งเธอกลับไปหาคุณตาที่อยู่ทางใต้ให้ด้วย

ooooooo

ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลเก็บเอาเรื่องลักษณ์ประสบอุบัติเหตุไปฝันร้าย ละเมอโวยวายเรียกหาเขา หม่อมช้อยที่เฝ้าอยู่ต้องเขย่าให้รู้สึกตัว ท่านลุกพรวดขึ้นนั่งถามว่ามีข่าวลักษณ์จากแม่พร้อมหรือยัง

“คุณลักษณ์ปลอดภัยแล้วค่ะ” คำตอบของหม่อมช้อยทำให้ท่านผู้หญิงโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง...

อีกมุมหนึ่งในบ้านของศจี เริงใจเล่าให้พงศ์เทพ พิณทิพย์และพัณทิพาฟังเรื่องที่มัสยาหายตัวไปจากโรงพยาบาลหลังจากบริจาคเลือดให้ลักษณ์ ทำให้แม่พร้อมเป็นห่วงมากว่าร่างกายเธอจะอ่อนเพลียและอาจเป็นลมกลางทางได้ พงศ์เทพอาสาจะไปตามหาเธอให้ วานเริงใจไปบอกแม่พร้อมด้วยว่าไม่ต้องเป็นห่วง

พิณทิพย์กับพัณทิพาอาสาจะช่วยพงศ์เทพตามหามัสยาด้วยอีกแรงหนึ่งโดยไม่รู้เลยว่าเธอกำลังเดินทางกลับใต้ไปหาคุณตาของเธอ...

ที่ห้องพักฟื้นผู้ป่วย ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลรู้สึกผิดต่อมัสยาเมื่อรู้จากแม่พร้อมว่าที่ลักษณ์รอดตายมาได้เพราะเธอบริจาคเลือดให้โดยไม่คำนึงถึงชีวิตตัวเอง

“แล้วนี่ฉันด่าทอต่อว่ายัยมัสออกไปได้เช่นไร ฉันย่ำยีหัวใจที่บริสุทธิ์ของยัยมัส ฉันทำให้ยัยมัสเสียใจเพราะความเห็นแก่ตัวของฉันแท้ๆ...แม่พร้อม ฉันเชื่อเหลือเกินว่ายัยมัสจะต้องกลับไปหาท่านเจ้าเมืองยะหริ่ง รีบหาทางติดต่อท่านเจ้าเมืองให้เร็วที่สุด”

แม่พร้อมรับคำรีบไปทำตามสั่ง ท่านผู้หญิงหันมองลักษณ์ที่ยังหมดสติด้วยความรู้สึกแย่มากๆ

จากนั้นไม่นาน แม่พร้อมกลับมาที่บ้านรัตนมหาศาลเพื่อโทร.ทางไกลไปแจ้งให้เจ้าเมืองยะหริ่งทราบว่ามัสยาหายตัวไป ท่านเจ้าเมืองเชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ต้องเป็นเรื่องร้ายแรงไม่อย่างนั้นมัสยาซึ่งเป็นคนมีความอดทนอดกลั้นสูงทนไม่ได้จนต้องหนีออกมาและถ้าให้ตนเดา สาเหตุคงจะมาจากท่านผู้หญิงอีกตามเคย

“ดิฉันไม่ปฏิเสธค่ะ คุณแม่ท่านเสียใจและรู้สึกผิดต่อมัสยาอย่างมาก”

“ฮึ...ท่านผู้หญิงนี่เป็นคนเช่นไรกัน ตอนที่อยากได้ตัวมัสยาไปดูแลก็ใช้ให้คนอื่นมาเป็นผู้เจรจา พอตัวเองทำผิดก็ให้ผู้อื่นมาขอโทษ ช่างเป็นผู้ใหญ่ที่ทำตัวได้น่าละอายยิ่งนัก ถ้าหากหลานสาวของผมเป็นอะไรขึ้นมา ผมจะไม่มีวันอภัยท่านผู้หญิงและผมจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด” เจ้าเมืองยะหริ่งวางสายอย่างเกรี้ยวกราด...

ระหว่างที่แม่พร้อมรับหน้าที่เป็นหนังหน้าไฟให้ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล ลักษณ์รู้สึกตัวลืมตาตื่นขึ้นมาก็ถามหามัสยาอยู่ไหน ท่านผู้หญิงซึ่งเฝ้าไข้อยู่เอาแต่อึกอักไม่ตอบ พอเขารู้ว่าเธอหายตัวไป จัดแจงจะลงจากเตียงทั้งที่ขายังเข้าเฝือกจะไปตามหา ท่านพยายามรั้งตัวไว้ แต่เขาโวยวายให้ปล่อยเขาไปตามหามัสยา

“สภาพเราเป็นแบบนี้แล้วเราจะเดินได้ยังไง”

“ถึงเดินไม่ได้ ผมก็ต้องไปครับ” ลักษณ์ลงจากเตียง ทันทีที่ทิ้งน้ำหนักลงบนขาก็ล้มไปกองกับพื้น

พงศ์เทพ เริงใจกับพัณทิพาและพิณทิพย์เปิดประตูห้องเข้ามาพอดี เห็นลักษณ์พยายามจะยันตัวลุกขึ้นจากพื้นแต่ลุกไม่ไหว พงศ์เทพรีบเข้าไปช่วยพยุง พลางถามว่าจะลงจากเตียงทำไม เขาจะไปตามหามัสยา แม้จะไม่รู้ว่าจะไปตามหาที่ไหนก็จะไปเพราะเขาอยู่ไม่ได้ ถ้าปราศจากเธอ พงศ์เทพยินดีให้ไปถ้าลักษณ์เดินได้ด้วยตัวเอง แล้วปล่อยมือที่พยุง ลักษณ์พยายามจะลุกขึ้นยืนอีกครั้งแต่ทิ้งน้ำหนักลงเมื่อไหร่ก็ล้มทุกครั้ง

“โว้ย...ทำไมเป็นแบบนี้ ทำไมๆๆ” ไม่พูดเปล่าลักษณ์ทุบขาตัวเองด้วยความโมโห ท่านผู้หญิงถลาเข้าไปกอดเขาไว้ ขอร้องอย่าทำแบบนี้ เห็นเขาเจ็บท่านเจ็บยิ่งกว่าเป็นร้อยเท่าพันเท่า ลักษณ์ต่อว่าถ้าอย่างนั้นทำไมท่านถึงได้พรากหัวใจของเขาไป ท่านก็ทราบดีว่าเขารักมัสยา เขาอยู่ไม่ได้ถ้าขาดเธอไป แล้วร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร พงศ์เทพเห็นท่าไม่ดี บอกให้เริงใจ พัณทิพาและพิณทิพย์พาท่านผู้หญิงกลับบ้านไปก่อน

พงศ์เทพรอจนสามสาวพาท่านผู้หญิงออกจากห้องไปแล้ว จึงเข้าไปพยุงลักษณ์พากลับไปที่เตียง ยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไรเขาขอร้องให้ปล่อยเขาไว้คนเดียว พงศ์เทพจำต้องทำตามที่เขาร้องขอ

ooooooo

ทันทีที่กลับถึงบ้าน ท่านผู้หญิงเรียกแม่พร้อมมาถามว่าเจ้าเมืองยะหริ่งว่าอย่างไรบ้าง ได้ความว่า ท่านเจ้าเมืองไม่พอใจมาก ที่เราไม่ทำตามคำพูดที่เคยรับปากเอาไว้

“มันก็สมควรแล้วที่เขาจะโกรธ ทั้งหมดทั้งมวลเป็นความผิดของฉันคนเดียว ฉันทำให้ประวัติศาสตร์ต้องซ้ำรอยถึงสองครา ตอนนี้ฉันกำลังได้รับกรรมที่ก่อเอาไว้ ยัยมัสทิ้งฉันไป ส่วนตาลักษณ์ก็พาลเกลียดฉันไปแล้ว ถ้าหากเธอจะเกลียดฉันอีกคน ฉันก็ไม่ว่ากระไรหรอกนะแม่พร้อม”

“ดิฉันไม่เคยเกลียดคุณแม่ ดิฉันเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ว่าต้องการให้สิ่งที่ดีที่สุดกับลูกและดิฉันก็ทราบว่าคุณแม่รักลูกและหลานทุกคน”

“แต่ความรักของฉันกลับทำร้ายทุกคนให้เจ็บปวด” ท่านผู้หญิงเศร้ามาก แม่พร้อม เริงใจกับพิณทิพย์และพัณทิพาต่างมองท่านด้วยความสงสารและเห็นใจ...

ทันทีที่เจอหน้าคุณตา มัสยาโผกอดร้องไห้โฮ

เจ้าเมืองยะหริ่งกอดหลานสาวตอบ

“ตาขอโทษที่ตาผลักไสเจ้าไปอยู่กับรัตนมหาศาล ตาน่าจะรู้ดีว่าคนตระกูลนี้มันเป็นยังไง ตาไม่ควรปล่อยให้เจ้าไปเลยจริงๆ ต่อไปนี้ตาจะไม่ยอมให้ใครมาเอาตัวหลานไปอีกแล้ว เดี๋ยวขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าแล้วก็ลงมากินข้าวนะลูกนะ ตาจะให้แม่ครัวทำของโปรดของหลานเอาไว้ให้”

“คุณตาคะ ขอบคุณคุณตามากนะคะที่ยังรักและเอ็นดูมัสเสมอ”

“แล้วทำไมตาต้องไม่รักหลานด้วยล่ะฮึ ไม่มีใครหวังดีกับมัสเท่ากับตาอีกแล้ว”...

ตั้งแต่มัสยาหนีออกจากบ้าน ลักษณ์เอาแต่นั่งหมดอาลัยตายอยากในชีวิต ยิ่งได้รู้จากหมอว่าเธอถ่าย โลหิตให้ เขาถึงได้รอดตายมาได้ยิ่งทำให้เขาคิดถึงเธออยากเจอเธอมาก หันไปบอกแม่ที่มาเฝ้าไข้ว่าท้อแท้เหลือเกินไม่มีเรี่ยวแรงจะทำอะไรอีกแล้ว แม่พร้อมสงสารลูกจับใจเข้ามากอดร้องไห้

“อย่าท้อแท้อย่างนั้นสิ ลูกต้องเข้มแข็ง ลูกต้องสู้เพราะว่าลูกต้องไปตามน้องกลับมา”

ลักษณ์อยากทำอย่างที่แม่ว่าแต่ไม่รู้จะไปตามมัสยาที่ไหน แม่พร้อมขอให้เขาตั้งสติและคิดให้ดี ลักษณ์นิ่งคิดอยู่อึดใจ แล้วนึกขึ้นได้ว่ามัสยาต้องหนีกลับไปหาเจ้าเมืองยะหริ่งผู้เป็นตาแน่ๆ แม่พร้อมก็คิดเช่นเดียวกัน

“ตอนนี้สิ่งที่ลักษณ์ต้องทำก็คือ ทำตัวให้แข็งแรงโดยเร็วที่สุด เพื่อไปตามหัวใจของลักษณ์กลับมา”

ชายหนุ่มมองหน้าแม่ สีหน้าแววตาเริ่มมีความหวัง...

ในเวลาเดียวกัน ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลด่าว่ามัสยาฉอดๆหวังจะกลบเกลื่อนความเสียใจที่มีส่วนทำให้เธอหนีไปจากบ้าน ถึงขนาดสั่งให้หม่อมช้อยปิดตายห้องนอนของมัสยาและห้ามคนในบ้านพูดถึงเธออีก

ครั้นอยู่เพียงลำพังคนเดียว ท่านผู้หญิงร้องไห้ออกมาด้วยความคิดถึงมัสยา เริงใจมาเห็นเข้าก็ไม่สบายใจเข้ามากอดท่านเอาไว้อย่างปลอบโยน พร้อมกับขอร้องท่านอย่าร้องไห้อีกเลย...

มัสยาเองก็ไม่สบายใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ถึงกับกินข้าวไม่ลง อ้างกับเจ้าเมืองยะหริ่งที่ไม่หิวเพราะเหนื่อยจากการเดินทาง ท่านเจ้าเมืองรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับหลานรักเพียงแต่ไม่พูดออกมา

ooooooo

ท่านเจ้าเมืองยะริ่งไม่อยากให้มัสยาซึมเศร้าจึงให้คนไปตามตัวจุกเพื่อนซี้มาอยู่ด้วย เด็กน้อยดีใจมากที่เธอกลับมา จะได้มีเพื่อนไปตีกบจับปลาปีนต้นไม้ ตั้งแต่เธอไม่อยู่ตนเหงามาก

“ต่อไปนี้จุกจะไม่เหงาอีกแล้วเพราะพี่จะอยู่ที่นี่ตลอดไป”

จุกดีใจแทบโดดตัวลอย ผิดกับมัสยาที่มีสีหน้าเศร้าสร้อยอย่างเห็นได้ชัด...

ด้านลักษณ์ขอใช้โทรศัพท์ของโรงพยาบาลโทร.ไปหามัสยา เจ้าเมืองยะริ่งเป็นคนรับสายไม่ยอมให้พูดกับเธอ แถมต่อว่าเขายกใหญ่ที่ไม่ดูแลมัสยาตามที่ให้สัญญาไว้ จากนี้ไปท่านจะถือว่าเราขาดกันไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ลักษณ์กลัวจะเสียมัสยาไปตลอดกาลสารภาพว่าตัดใจจากมัสยาไม่ได้เพราะเธอได้หัวใจเขาไปแล้ว เราสองคนรักกันมาก เจ้าเมืองยะริ่งยิ่งโกรธสั่งห้ามเขาติดต่อเธออีกแล้ววางสายไปเลย

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement