มัสยา ตอนที่ 14 นิยายไทยรัฐ
วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

มัสยา ตอนที่ 14


10 ก.ย. 2560 08:07
1,090,106 ครั้ง

ละคร นิยาย มัสยา

มัสยา ตอนที่ 14

อ่านเรื่องย่อ

มัสยา

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

พนมเทียน

บทโทรทัศน์โดย:

ปณธี

กำกับการแสดงโดย:

วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

มิกค์ ทองระย้า,มุกดา นรินทร์รักษ์

ในเวลาไล่เลี่ยกัน พิณทิพย์มองซ้ายมองขวาเห็นปลอดคนค่อยๆเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนของแม่ ตรงไปที่ลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง พลันนึกถึงตอนที่คุยกับศักดิ์ชายขึ้นมาได้

“ถ้าคนที่บ้านไม่เห็นคุณค่าของคุณ ก็มาหาผม...ผมพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ”

“จริงนะคะ”

“จริงสิครับ ผมรักคุณ คุณจะเป็นเจ้าหญิงของผมตลอดไป แต่ว่าถ้าคุณมาอยู่กับผม ลำพังเงินเดือนผมคนเดียวอาจจะเลี้ยงดูคุณไม่ได้”

“ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ทำให้คุณลำบากแน่”

พิณทิพย์ตื่นจากภวังค์ เปิดลิ้นชักโต๊ะกวาดสร้อยเพชร สร้อยทองรวมทั้งของมีค่าเอาใส่ถุง โชคไม่เข้าข้างคนเลว ระหว่างที่เธอกำลังลากกระเป๋าเดินทางจะออกจากบ้าน พัณทิพามาเห็นเข้าก็ร้องทักว่าไปไหนพิณทิพย์ตวาดแว้ดไม่ต้องมายุ่ง ไม่ใช่เรื่องอะไรของเธอ แล้วเดินต่อไป พัณทิพาพอจะเดาออกว่าเกิดอะไรขึ้นวิ่งไปขวางไว้โวยวายว่า พี่พิณกำลังจะหนีออกจากบ้านไปหาผู้ชายคนนั้นใช่ไหม

“ใช่ ฉันเบื่อไอ้บ้านเส็งเคร็งหลังนี้เต็มทน ไม่มีใครเห็นค่าในตัวฉัน ไม่เหมือนคุณศักดิ์ชาย เขารักฉันจริงและฉันจะไปอยู่กับเขา” พูดจบพิณทิพย์ขยับจะไป พัณทิพาวิ่งไปกระชากกระเป๋าไว้ไม่ให้ไป สองพี่น้องยื้อยุดฉุดกระเป๋ากันไปมา ศจีกับหลวงราชบริรักษ์ได้ยินเสียงเอะอะเข้ามาดู พิณทิพย์ตกใจถึงกับผงะ

พัณทิพาสบช่องกระชากกระเป๋าสุดแรงเกิดทำให้กระเป๋าเปิดออกของกระจายเกลื่อนพื้น แล้วฟ้องพ่อกับแม่ว่าพี่พิณจะหนีออกจากบ้านไปอยู่กับผู้ชายคนนั้น หลวงราชบริรักษ์ต่อว่าว่าทำแบบนี้ใช้ไม่ได้ ความเป็นกุลสตรีหายไปไหนหมดถึงคิดจะหนีตามผู้ชาย พิณทิพย์ตวาดใส่พ่อไม่ต้องมายุ่ง แล้วกวาดตามองหาถุงใส่ของมีค่า เห็นกระเด็นไปหล่นอยู่ใกล้พัณทิพาพุ่งไปจะหยิบแต่ฝ่ายหลังไวกว่าคว้าไว้ได้ก่อน

พิณทิพย์ขอคืนแต่เธอไม่ให้ ศจีสงสัยสั่งให้เอามาให้ดู แล้วเทของออกจากถุงถึงกับผงะ

“นังลูกไม่รักดี แกกล้าขโมยของของฉันไปประเคนให้ผู้ชายงั้นเหรอ”

“คุณแม่มีเยอะแล้วจะแบ่งมาให้พิณหน่อยจะเป็นอะไรไป อย่างกนักเลย”

ศจีโกรธควันแทบออกหูตบตีพิณทิพย์ไม่ยั้ง

หลวงราชบริรักษ์ต้องเข้ามาดึงเมียรักไว้ ขอร้องให้พอได้แล้ว ลูกเจ็บมากแล้ว ศจีไม่สนใจไล่ทุบตีไม่หยุด พิณทิพย์ทั้งเจ็บทั้งโมโหประกาศกร้าวจะไม่อยู่ที่นี่แล้วจะไปตามทางและจะไม่กลับมาอีก จากนั้นวิ่งเตลิดออกจากบ้าน พัณทิพาวิ่งตามไปห้ามก็ถูกเธอผลักล้ม แล้ววิ่งหนีไป

ไม่นานนักพิณทิพย์มาหาศักดิ์ชายที่บ้านเช่า พอเขารู้ว่าเธอมาแต่ตัวไม่ได้เอาทรัพย์สินอะไรมาด้วยเพราะถูกคนที่บ้านจับได้เสียก่อนว่าขโมยของถึงกับพูดไม่ออก...

ฝ่ายพงศ์เทพกลับจากทำงานรู้เรื่องที่พิณทิพย์หนีออกจากบ้านไปอยู่กับศักดิ์ชาย บอกกับพ่อและแม่ว่าไม่ต้องเป็นห่วงเขาจะรีบตามหาน้องให้เจอ

ooooooo

พิณทิพย์ชวนศักดิ์ชายมากินดินเนอร์ฉลองที่ได้อยู่ด้วยกันที่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง สั่งอาหารมาเต็มโต๊ะกินอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนเขาเอาแต่นั่งมอง ไม่ยอมแตะต้องอาหารจนเธอต้องทักทำไมไม่กินอะไรบ้าง เขาเห็นเธอกินได้ก็อิ่มแล้ว พิณทิพย์ก้มหน้าก้มตากินต่อไป ศักดิ์ชายยิ่งหงุดหงิดแอบบ่นในใจ

“มื้อนี้ตกหลายร้อยแน่ นังบ้าเอ๊ย หวังไว้ว่าจะมีเงินมาให้ฉันสูบ ที่ไหนได้กลับมีภาระต้องเลี้ยงดูมันอีก” ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งแค้น ทนนั่งต่อไปไม่ได้ ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน แล้วเดินหน้าบูดออกไป ไม่ทันดูทางเดินชนเข้ากับเพ็ญโฉม เขาถึงกับตะลึงในความงามของเธอ ป้อใส่ทันที เธอไม่ชอบผู้ชายจีบไม่เลือกตอกใส่ไม่ไว้หน้า

“ฉันเคยรู้จักผู้ชายที่พูดจาแบบคุณมาก่อน ผู้ชายประเภทนี้ไม่มีใครจริงใจสักคน ขอตัวก่อนนะคะ”

ศักดิ์ชายเสียหน้าที่หญิงสาวรู้ทัน เดินหน้าบอกบุญไม่รับไปเข้าห้องน้ำ จากนั้นไม่นานเขากลับมาที่โต๊ะ

สั่งเหล้ามาดื่มย้อมใจ เพ็ญโฉมกำลังจะกลับเห็นศักดิ์ชายนั่งอยู่กับพิณทิพย์ก็ชะงัก ครั้นบ๋อยเอาเหล้ามาเสิร์ฟให้ทั้งคู่ เพ็ญโฉมมองไม่สบายใจ..

พงศ์เทพไม่อยากแจ้งความเพราะกลัวจะเป็นเรื่องใหญ่และถ้าคุณยายทราบเรื่องที่พิณทิพย์หนีออกจากบ้านคงต้องถูกท่านเล่นงานหนักแน่ จึงไปขอร้องให้ลักษณ์ช่วยกันตามหาตัวเธออีกแรงหนึ่ง เขายินดีช่วยเหลือ เพราะถือว่าเธอเป็นน้องสาวคนหนึ่งเหมือนกัน และที่สำคัญเขาไม่มีวันทิ้งพงศ์เทพให้ต้องเผชิญกับปัญหาตามลำพัง นายตำรวจหนุ่มมองญาติผู้พี่ด้วยความซาบซึ้งใจ ระหว่างนั้นหม่อมช้อยเดินเข้ามาหา

“คุณเพ็ญโฉมมาขอพบคุณพงศ์เทพค่ะ”

ครู่ต่อมาพงศ์เทพกับลักษณ์มาพบเพ็ญโฉมที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะสนาม เธอเล่าให้ฟังว่าเจอพิณทิพย์อยู่กับผู้ชายคนหนึ่งที่ร้านอาหาร และที่เธอต้องมาบอกเขาเรื่องนี้ก็เพราะผู้ชายคนนั้นมาทำเจ้าชู้ใส่เธอ และเธอยังเห็นเขาสั่งเหล้ามาดื่มกับพิณทิพย์อีกด้วย พงศ์เทพเสียงกร้าว ถ้ามันทำอะไรพิณทิพย์ตนไม่เอาไว้แน่

“ฉันว่าเรารีบไปที่ร้านอาหารร้านนั้นก่อนดีกว่า” ลักษณ์เสนอแนะ เพ็ญโฉมขอไปด้วย อยากไปช่วยอีกแรงหนึ่ง

สองหนุ่มพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต ขณะกำลังจะไปขึ้นรถเจอมัสยาเดินสวนมา พอเธอรู้ว่าทั้งสามคนจะไปตามหาพิณทิพย์ก็ขอไปด้วย ครั้นทั้งสี่คนมาถึงร้านอาหารคลาดกับศักดิ์ชายและพิณทิพย์ไปอย่างฉิวเฉียด แต่ก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาถอดใจยังคงตามไปอย่างไม่ลดละ

ooooooo

ศักดิ์ชายหน้าแดงก่ำเพราะเมาได้ที่ โอบเอวพิณทิพย์เข้ามาในห้องนอนแล้วแกล้งเดินเซดึงเธอล้มลงไปบนเตียงด้วยกัน เธอจะลุกเขากลับดึงตัวเอาไว้ พิณทิพย์ขอร้องให้ปล่อย

“ไม่ปล่อย หอบข้าวหอบของมาหาผู้ชาย ถ้าไม่ต้องการอย่างว่าแล้วจะต้องการอะไร”

“ทำไมคุณถึงพูดจาหยาบคายกับพิณแบบนี้ พิณไม่ได้เป็นอย่างที่คุณพูด”

จอมหื่นไม่ฟังเสียงจะปล้ำท่าเดียว พิณทิพย์สู้สุดชีวิตทั้งเตะทั้งกัด เขาไม่พอใจตบเธอเลือดกบปาก ก่อนที่เธอจะเสียทีให้เขา ลักษณ์กับพงศ์เทพพังประตูเข้ามาช่วยไว้ทัน พงศ์เทพแค้นมากที่เห็นน้องสาวปากแตกเลือดไหล กระชากจอมหื่นมาอัดล้มกลิ้งล้มหงาย ลักษณ์กลัวเขาจะตายต้องเข้าไปห้าม ศักดิ์ชายสบช่องวิ่งหนีลักษณ์บอกให้พงศ์เทพอยู่เป็นเพื่อนน้องก่อน ตนจะตามเขาไปเอง

มัสยาซึ่งรออยู่หน้าบ้านกับเพ็ญโฉมเห็นศักดิ์ชายวิ่งหน้าตั้งออกมาจากด้านใน ปรี่เข้าไปขวางไว้ เขาคิดว่าเธอเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆเงื้อมือจะตบ กลับถูกเธอเล่นงานหมอบราบคาบ ลักษณ์ตามมาเจอมัสยายืนค้ำหัวศักดิ์ชายที่หมดสภาพอยู่ถึงกับทึ่งกับความเก่งกล้าสามารถของเธอ...

ที่ลานจอดรถบ้านรัตนมหาศาล พิณทิพย์ขอบคุณลักษณ์ พงศ์เทพกับเพ็ญโฉมและมัสยาทั้งน้ำตาที่มาช่วยไว้ทัน โดยเฉพาะฝ่ายหลังที่ช่วยทำให้ศักดิ์ชายหนีไปไม่ได้ ตนไม่รู้จะตอบแทนอย่างไรดี

“พี่พิณไม่ต้องตอบแทนอะไรมัสหรอก เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะคะ พี่พิณลืมไปแล้วเหรอ” มัสยาว่าพลางช่วยซับน้ำตาให้พิณทิพย์ พงศ์เทพชวนให้พิณทิพย์เข้าบ้านได้แล้ว ป่านนี้พ่อกับแม่เป็นห่วงแย่แล้ว เธอใจคอไม่ดี ท่านทั้งสองคงจะโกรธเธอมากที่หนีออกจากบ้าน

“พวกท่านไม่โกรธพิณ พวกท่านเป็นห่วงพิณมากกว่า” พงศ์เทพว่าแล้วหันไปขอบคุณเพ็ญโฉม จากนั้นต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันกลับบ้านตัวเอง...

เป็นอย่างที่พงศ์เทพว่าไว้ไม่มีผิดเพี้ยน ศจีกับหลวงราชบริรักษ์ไม่ได้โกรธเคืองอะไรพิณทิพย์แม้แต่น้อย ต่างดีใจที่เห็นลูกกลับมาอย่างปลอดภัยแม้จะมีรอยฟกช้ำบนใบหน้าจากฝีมือชายโฉดชั่วคนนั้น พัณทิพารีบไปหยิบยามาทาปากที่แตกให้พี่สาว พร้อมกับถามด้วยความเป็นห่วงว่าเจ็บมากไหม

“พี่เจ็บตรงหัวใจมากกว่า พี่เกือบพลาดท่าให้กับผู้ชายชั่วๆคนหนึ่ง พิณต้องขอโทษพี่พงศ์ด้วยนะคะที่พิณไม่เชื่อพี่พงศ์เรื่องไอ้หมอนั่นตั้งแต่แรก แล้วพิณก็ต้องขอบคุณพี่พงศ์มากๆ”

“เราเป็นน้องสาวของพี่...พี่ไม่มีวันยอมให้อะไรเกิดขึ้นกับเราเด็ดขาด แล้วก็ลืมเรื่องนี้ไปซะ”

หลวงราชบริรักษ์เห็นด้วยกับลูกชาย ศจีเข้ามาลูบหัวพิณทิพย์ย้ำให้จำเอาไว้ว่าคนในครอบครัว คือคนที่รักและหวังดีกับเธอมากที่สุด แล้วดึงลูกมากอดไว้อย่างปลอบขวัญ...

ด้านมัสยาเดินมาถึงหน้าประตูทางเข้าตึกใหญ่ หันไปบอกลักษณ์ว่าขอเข้าไปก่อนไม่อยากให้คุณย่ามาเห็นว่าเราสองคนกลับมาด้วยกันเพราะอาจถูกเอ็ดเอาได้ อยู่ๆเขาก็โพล่งคำว่าพี่ขอโทษออกมา มัสยาไม่เข้าใจเขาจะขอโทษเธอเรื่องอะไร

“ขอโทษที่พี่ปกป้องมัสไม่ได้ พี่คงพยายามไม่มากพอถึงทำให้เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน”

“ไม่ใช่ความผิดของพี่ มันเป็นเรื่องของโชคชะตา เราคงไม่ได้เกิดมาเพื่อคู่กัน...มัสไปก่อนนะคะ”

ooooooo

ตั้งแต่มัสยากลับจากวังมยุรฤทธิ์ก็เอาแต่นั่งใจลอยไม่ร่าเริงเหมือนมัสยาคนก่อน เริงใจอดเป็นห่วงไม่ได้จึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษากับนพพร

“มัสเอาแต่ถอนหายใจมาหลายวันแล้ว นิดเป็นห่วงมัสมาก มัสเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน”

“นพคงต้องทำอะไรสักอย่าง นพทนเห็นมัสเป็นทุกข์ไม่ได้”

“แล้วนพจะทำยังไงเหรอ” เริงใจมองคู่สนทนาอย่างรอคำตอบ...

นพพรวางแผนจะให้คู่รักได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง จึงทำทีมาขออนุญาตท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลพามัสยาไปกินข้าวเย็นนี้ แทนที่จะพาไปร้านอาหาร นพพรกลับพาเธอไปที่วังมยุรฤทธิ์ ท่านชายสดายุรอท่าอยู่ก่อนแล้ว ขอบใจเขามากที่พามัสยามาที่นี่ หญิงสาวมองนพพรสลับกับท่านชาย งุนงงไปหมดนี่มันเรื่องอะไรกัน ท่านชายสดายุไม่ตอบได้แต่ยิ้มๆ นพพรหมดหน้าที่ของตัวเองแล้วจึงขอตัวกลับก่อน มัสยาร้องเรียกเขาไว้

“เดี๋ยวสินพ เราไม่ได้มากินข้าวด้วยกันหรอกหรือ”

“กินข้าวน่ะใช่ แต่มัสไม่ได้กินกับนพหรอกนะ” นพพรยิ้มให้มัสยา ก่อนจะหันไปไหว้ลาท่านชายสดายุแล้วเดินจากไป ท่านชายผายมือเชื้อเชิญเธอให้เข้าไปนั่งที่ห้องรับแขก

“รอตรงนี้สักครู่ ฉันจะไปตามคนคนหนึ่งให้มาพบเธอ” ท่านชายสดายุว่าแล้วเดินหายเข้าไปด้านใน สักพักกลับกลายเป็นลักษณ์ที่เดินออกมาแทนที่ มัสยางุนงงไปหมดนี่มันเรื่องอะไรกัน

“ต้องขอบคุณนพพรและท่านชายที่ทำให้เราสองคนได้มีช่วงเวลาอยู่ด้วยกัน...พี่อยากให้เรามีความทรงจำที่ดีเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่...เราจะต้องแยกจากกัน คืนนี้เรามาทำตามเสียงหัวใจของตัวเองกันอีกครั้งเถอะนะคะ ปล่อยเรื่องราวที่เราเจอมาให้อยู่ข้างหลัง ไม่ต้องไปสนใจมัน”

มัสยามองลักษณ์ด้วยน้ำตาคลอเบ้า ก่อนจะยิ้มให้และพยักหน้า เขาจับมือเธอขึ้นมาหอม ไม่นานมีเสียงเพลงดังขึ้น ทั้งสองคนเต้นรำไปด้วยกัน ลักษณ์พึมพำว่าเหมือนเราสองคนกำลังอยู่ในความฝัน

“ถ้าหากเป็นเพียงความฝัน ก็ขอให้ฝันนั้นจงเป็นฝันแห่งความสุขของเราเฉพาะคืนนี้”

“มัสจ๋า มัสจำวันแรกที่เราเจอกันได้ไหม”

“จำได้สิคะ มัสจำได้ไม่เคยลืม”

ลักษณ์เองก็ไม่เคยลืมวันแรกที่ได้เจอกันตอนนั้นเขาพยายามจะจับตัวเธอไว้ แต่ถูกเธอกัดแขนจมเขี้ยวถึงกับร้องเสียงหลง นั่นไม่ใช่ครั้งเดียวที่ถูกเธอกัด ถัดมาไม่กี่วันเธอก็กัดเขาอีก

“ตอนนั้นมัสทั้งมอมแมมทั้งกะโปโล ไม่มีความเป็นผู้หญิง เหมือนม้าดีดกะโหลก จนพี่คิดว่าพี่จะรับมือกับเราไหวหรือเปล่า จนกระทั่งมาถึงวันนั้น” ลักษณ์นึกย้อนไปถึงวันที่เจอมัสยาในชุดสวยกำลังเต้นรำกับชาวบ้านที่หมู่บ้านริมทะเล นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นว่าเธอเป็นผู้หญิง แถมยังสวยอีกต่างหาก

“พี่ลักษณ์รู้ไหมคะว่าทุกสิ่งทุกอย่างไม่เคยลบเลือนไปจากความทรงจำของมัส...มัสจำได้แม้กระทั่งพี่ลักษณ์เคยพูดหรือเคยทำอะไรกับมัสบ้าง มัสเคยขี่หลังพี่ต่างม้า เคยทุบหลังพี่ดั่งกลอง แต่หลังจากค่ำคืนนี้ มัสคงทำอะไรแบบนั้นไม่ได้อีกแล้ว เพราะเราต่างต้องไปใช้ชีวิตของตัวเอง”

“พี่อยากให้มัสจำไว้ในหัวใจว่าชาตินี้ มัสยาคือเจ้าสาวคนเดียวของพี่”

“มัสคือเจ้าสาวของพี่ลักษณ์คนเดียวเท่านั้น”

ลักษณ์เอาสองมือประคองใบหน้ามัสยาไว้ ก่อนจะก้มลงจูบด้วยความรักเต็มหัวใจ

ooooooo

ไม่กี่วันถัดมา ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลจัดให้มีการแถลงข่าวการหมั้นระหว่างลักษณ์กับนารถระพีและนพพรกับมัสยาขึ้นที่บ้านของท่าน ทักษิณ นิเทศกับฉันท์รวมทั้งนักข่าวจากอีกหลายสำนักถูกเชิญให้มาร่วมงาน ระหว่างรอการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ทักษิณอดนินทาท่านผู้หญิงไม่ได้

“เรื่องการหาคู่ให้ลูกๆหลานๆต้องยกให้ท่านผู้หญิง เข้มงวดกวดขันเสียยิ่งกว่าเรื่องใดทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเขยหรือสะใภ้ที่เข้ามาอยู่ในวงศ์วานของท่านไม่เคยผิดหวังสักครั้ง”

“นั่นแหละ เป็นเพราะท่านเข้มงวดและถือเอาแต่ระบบแบบแผนของท่านเพียงคนเดียว ถึงได้สูญเสียลูกชายคนเล็กไป และเกิดเป็นรอยด่างในใจของท่านมาจนทุกวันนี้” นิเทศเสริม ฉันท์เห็นไปในทำนองเดียวกัน

“ท่านผู้หญิงไม่มีวันเสียล่ะที่จะยอมละทิ้งประเพณีเดิมของท่าน คงต้องรอท่านตายไปซะก่อน”

ระหว่างนั้นลักษณ์ประคองท่านผู้หญิงออกมาพร้อมกับมัสยา นารถระพีกับนพพร รวมทั้งแม่พร้อมและเริงใจ นิเทศรีบสะกิดเพื่อนทั้งสองคน นักข่าวคนอื่นๆพากันหยุดคุยเตรียมฟังคำแถลงของท่านผู้หญิง

“ขอบใจทุกคนที่มากัน แล้วก็ต้องขอโทษที่เรียกมากะทันหัน ทุกคนคงพอจะทราบกันบ้างแล้วว่าอีกไม่นานจะมีงานหมั้นของทายาทสองตระกูลใหญ่ ระหว่างรัตนมหาศาลกับมหศักดิ์ไพศาล”

ฉันท์เห็นสีหน้าของว่าที่คู่หมั้นคู่หมายทั้งสี่คนที่ไม่มีรอยยิ้มทั้งที่เป็นงานมงคล แอบกระซิบกับเพื่อนๆให้ดูสีหน้าไร้ความรู้สึกของทั้งสี่คน แสดงว่าต้องถูกบังคับให้แต่งงานกันแน่นอน ท่านผู้หญิงยังคงแถลงการณ์เพิ่มเติมอีกว่าที่เชิญนักข่าวทุกคนมาครั้งนี้ก็เพื่อให้ช่วยเขียนข่าวประกาศวันหมั้นให้ทราบกันทั่วกรุงเทพฯ ฉันท์ยิงคำถามแล้วจะจัดงานกันที่ไหน

“งานมงคลเช่นนี้จะจัดที่ไหนได้ นอกจากที่นี่ที่บ้านรัตนมหาศาล เชิญทุกคนถ่ายรูปว่าที่คู่หมั้นคู่หมายกันได้เลย...ตาลักษณ์ หนูนารถ ตานพ ยัยมัสไปยืนด้วยกันสิลูก...ไป”

นพพรกับนารถระพียืนประกบลักษณ์กับมัสยาที่ยืนคู่กันตรงกลาง นักข่าวขอให้ทั้งสี่คนยืนชิดๆกันหน่อย ทำให้ลักษณ์กับมัสยาเนื้อตัวสัมผัสกัน เขาแอบจับมือเธอโดยไม่มีใครเห็นยกเว้นนพพร ขณะที่แม่พร้อมกับเริงใจมองภาพตรงหน้าสีหน้าไม่สบายใจอย่างยิ่ง

ooooooo

เสร็จจากงานแถลงข่าว นพพรหลบมานั่งเศร้าอยู่ริมบึงภายในสวนสาธารณะ บังเอิญเหลือเกินที่พัณทิพามาที่นี่เช่นกัน เขาเห็นเธอมาเพียงลำพังเตือนว่าทีหน้าทีหลังอย่ามาคนเดียวอีกมันอันตราย น่าจะชวนใครมาเป็นเพื่อน เธอไม่รู้จะชวนใคร คนในบ้านไม่มีใครว่างสักคน

“เอาอย่างนี้นะ ถ้าหากพัณอยากไปไหนก็มาบอกพี่ ถ้าพี่ว่างพี่จะไปเป็นเพื่อน”

พัณทิพาขอบคุณนพพรมากที่ดีกับเธอ แต่เสียดายอย่างเดียวที่เขาไม่ใช่พี่ชายแท้ๆ นพพรขอให้เธอคิดเสียว่าเขาเป็นพี่ชายแท้ๆก็แล้วกัน เขาเองก็เป็นน้องชายมาตลอด

“พอได้เป็นพี่ชายก็รู้สึกอยากแกล้งน้องสาวขึ้นมาทันที” ไม่พูดเปล่านพพรไล่จี้เอวพัณทิพาซึ่งพยายามวิ่งหนี แต่สะดุดขาตัวเองหกล้ม ฉุดนพพรล้มไปด้วยกันโดยเขาทับอยู่บนตัวเธอ เขาตกใจรีบประคองเธอลุกขึ้น

“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า พี่ขอโทษ หญ้าเต็มตัวเลยพี่ช่วยปัดให้” นพพรปัดเศษหญ้าตามตัวเธอออกโดยไม่ได้คิดอะไร ผิดกับพัณทิพาที่ใจเต้นไม่เป็นส่ำ หน้าแดงซ่าน เขาเห็นเธอหน้าแดงคิดว่าไม่สบายจับเนื้อจับตัวก็ไม่พบว่าเธอตัวร้อนก็เบาใจ พัณทิพาขอร้องเขาอย่าดีกับเธอนักเลย นพพรแปลกใจ

“ทำไมล่ะ ในเมื่อเราเป็นพี่น้องกันแล้ว พี่ก็ย่อมต้องดูแลน้องสาว”

“แต่ความจริง พัณไม่เคยอยากเป็นน้องสาวพี่นพ พัณ...พัณชอบพี่นพค่ะ” โพล่งออกไปแล้ว พัณทิพาวิ่งหนีทันที ทิ้งให้นพพรยืนอ้าปากค้างอยู่ตรงนั้น เธอวิ่งไปหลบหลังต้นไม้อยากเขกหัวตัวเองที่พลั้งปาก แล้วแบบนี้จะสู้หน้าเขาได้อย่างไร

ooooooo

ตั้งแต่เกิดเรื่องที่สวนสาธารณะเมื่อวาน พัณทิพาเอาแต่หลบหน้า นพพรไม่ต้องการให้เรื่องนี้ผ่านเลยไปรีบมาดักรอเธออยู่ที่สวนหน้าบ้าน พอเธอออกมาเจอเขาจัดแจงหันหลังจะหนี เขาตามมาขวางไว้ ขอร้องให้เลิกหนีหน้าเขาได้แล้ว

“พัณขอโทษพี่นพที่เมื่อวานพัณพูดแบบนั้นออกไป”

“น้องพัณไม่ได้ทำอะไรผิด จะขอโทษพี่ทำไมที่พี่มาหาเพราะพี่อยากจะมาขอบใจที่น้องพัณมีความรู้สึกดีๆให้กับพี่ แต่พี่อยากให้น้องพัณตัดใจ พี่คงรักใครไม่ได้อีกแล้ว พี่ขอโทษที่พี่รับความปรารถนาดีของน้องพัณไม่ได้ ให้เราเป็นพี่น้องกันไปจะดีกว่า”

“ค่ะ พัณเข้าใจพี่นพ พัณก็คิดแบบเดียวกับพี่นพนั่นแหละค่ะ” พัณทิพาเศร้ามากแต่ฝืนยิ้ม

“น้องพัณเข้าใจพี่แบบนี้พี่ก็เบาใจ ถ้างั้นพี่ไปล่ะ” นพพรพูดจบผละจากไป พอเขาคล้อยหลังพัณทิพาก็ร้องไห้ออกมาอย่างหมดความอดกลั้น พิณทิพย์มาเจอน้องสาวน้ำตานองหน้า ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอรีบปาดน้ำตาทิ้ง โกหกว่าไม่มีอะไร พิณทิพย์ไม่เชื่อ ร้องไห้ขนาดนี้ยังบอกว่าไม่มีอะไรได้อย่างไร หรือว่าโดนใครแกล้ง

พัณทิพาปล่อยโฮโผกอดพี่สาวไว้แน่น ก่อนจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง พิณทิพย์มองน้องด้วยความเห็นใจ

“เธอช่างเป็นเด็กน้อยจริงๆ พี่รู้ว่ามันเจ็บปวด แต่อีกไม่นานเธอจะดีขึ้น เวลาจะช่วยเยียวยาทุกอย่างให้กับเธอ และพี่คนนี้ก็จะอยู่เคียงข้างเป็นกำลังใจไม่ทิ้งเธอไปไหน”

“พี่พิณ” พัณทิพามองพี่สาวด้วยความซาบซึ้งใจ สองพี่น้องกอดปลอบใจซึ่งกันและกัน...

ทางด้านลักษณ์ทนอยู่ที่บ้านต่อไปไม่ไหว ลุกขึ้นเก็บข้าวของใส่กระเป๋าเดินทาง แม่พร้อมเห็นเขาไม่ลงไปกินมื้อค่ำจึงยกอาหารขึ้นมาให้ เห็นเขากำลังเก็บของก็แปลกใจว่าจะไปไหน เขาอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว

“ผมจำเป็นต้องไป...ไปให้ไกลจากมัสเพราะผมกลัวว่าผมจะตัดใจจากมัสไม่ได้”

“แม่เข้าใจลักษณ์ ไปเถอะ ไปอยู่ในที่ที่สบายใจ”

ลักษณ์แปลกใจที่แม่ไม่ห้าม แม่พร้อมจับใบหน้าลูกชายไว้ นี่อาจเป็นสิ่งเดียวที่ตนจะทำเพื่อเขาได้ ลักษณ์ดีใจยกมือไหว้ขอบคุณท่าน

“แล้วลูกจะไปอยู่ที่ไหน” แม่พร้อมมองลูกชายที่สีหน้าเศร้าสร้อยรอคำตอบอย่างใจจดจ่อ

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement