วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

มัสยา ตอนที่ 13


10 ก.ย. 2560 08:07
1,071,604 ครั้ง

มัสยา ตอนที่ 13

อ่านเรื่องย่อ

มัสยา

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

พนมเทียน

บทโทรทัศน์โดย:

ปณธี

กำกับการแสดงโดย:

วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

มิกค์ ทองระย้า,มุกดา นรินทร์รักษ์

ที่สวนสาธารณะ ลักษณ์นอนหลับหนุนตักมัสยาแถมจับมือเธอไว้ราวกับกลัวจะหาย เธอเริ่มเมื่อยเพราะอยู่ท่าเดิมมานานค่อยๆดึงมือเขาออก ลักษณ์พูดโดยไม่ลืมตาว่าจะไปไหนหรือ

“ไม่ได้ไปไหนค่ะ แต่...เหน็บกินขามัสหมดแล้ว”

ลักษณ์รีบลุกขึ้นนั่ง ขอโทษที่นอนนานไปหน่อย อาสาจะนวดขาให้บอกให้เธอยื่นขาออกมา ทีแรกเธอลังเล แต่สุดท้ายยื่นขาทั้งสองขาออกไปให้เขานวด ตลอดเวลาเธอมองเขาไม่วางตาจนคนถูกมองอดถามไม่ได้ว่าใบหน้าเขามีอะไรผิดปกติหรือถึงได้จ้องเอาๆแบบนี้ เธอแค่ไม่อยากเชื่อว่าเขาจะกลับมาหาเธอจริงๆ ลักษณ์จับมือทั้งสองข้างของมัสยามาจับใบหน้าเขา

“ถ้าอย่างนั้นก็จับหน้าพี่เอาไว้แบบนี้ มัสจะได้รู้ว่าไม่ใช่ความฝัน” ไม่พูดเปล่าเขายื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ มัสยาเขินหน้าแดง ขอให้เขาปล่อยมือ เธอรู้แล้วว่าไม่ได้ฝันไป เขายื่นข้อเสนอถ้าจะให้ปล่อยต้องมีอะไรมาแลกเปลี่ยน แล้วทำแก้มป่องยื่นไปใกล้ๆ หนึ่งฟอดต่อการปล่อยมือหนึ่งข้าง ทีแรกเธออิดออด แต่ในที่สุดก็หอมแก้มเขาข้างละหนึ่งฟอดแลกกับการปล่อยมือ เขาได้คืบจะเอาศอก

“ชื่นใจที่สุด คราวนี้ถึงตาพี่หอมมัสบ้าง มัสจะได้ไม่เสียเปรียบ”

“พี่ลักษณ์มั่วแล้วล่ะค่ะ...ฝันไปเถอะว่ามัสจะยอม” มัสยาพูดจบวิ่งหนี ลักษณ์วิ่งไล่ สองคนไล่จับกันไปรอบๆอย่างมีความสุข...

ขณะที่ลักษณ์พยายามทำทุกวินาทีที่อยู่กับมัสยาให้คุ้มค่าที่สุด ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลแค้นใจมากที่ไม่สามารถบังคับให้ลักษณ์ทำตามใจตัวเองได้ หยิบรูปถ่ายของตัวเองที่ถ่ายกับลักษณ์ เริงใจและแม่พร้อมที่ใส่กรอบตั้งไว้ขึ้นมาดู ก่อนจะปาลงพื้นแตกกระจาย หม่อมช้อยเปิดประตูห้องเข้ามาพอดีก็ตกใจ

“คุณท่าน...ตายแล้ว เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ”

“เจ็บสิ ฉันเจ็บตรงนี้” ท่านผู้หญิงตบที่อกข้างซ้ายตัวเองน้ำตาไหลพราก “ทั้งตาเล็ก ทั้งตาลักษณ์ ทั้งยัยมัส ทุกคนต่างก็คิดจะทิ้งฉันไปกันหมด ปล่อยให้คนแก่ๆอย่างฉันต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว”

“ความจริงถ้าหากคุณท่านยินยอมให้คุณลักษณ์กับคุณหนูมัส...” หม่อมช้อยพูดยังไม่ทันจบ ท่านผู้หญิงตวาดแว้ด นี่คิดจะเข้าข้างพวกมันอีกคนหนึ่งหรือ เธอปฏิเสธว่าเปล่า แค่อยากให้คุณท่านดูตามหลักเหตุผล ท่านผู้หญิงไม่พอใจไล่ตะเพิดเธอไปให้พ้นแล้วคว้าหมอนอิงปาใส่ หม่อมช้อยรีบเผ่นออกมาแทบไม่ทัน

ooooooo

แม่นมผันฟังหม่อมช้อยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยความตกใจ นี่คุณท่านถึงกับอาละวาดบ้านแตกเลยหรือ หม่อมช้อยพยักหน้ารับคำเรื่องนี้ทำท่าว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยอีกแล้ว แม่นมผันถอนใจหนักใจ

“เฮ่อ...เวรกรรมจริงๆ เมื่อไหร่คุณท่านจะรู้ตัวสักทีว่าที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้เกิดจากตัวท่านเอง”

“แกอย่าไปว่าคุณท่านเลย แค่นี้คุณท่านก็น่าสงสารมากแล้ว”

แม่นมผันได้แต่ภาวนาอย่าให้เกิดเรื่องอะไรอีกเลย...

พงศ์เทพมาดักรอเพ็ญโฉมที่หน้าออฟฟิศเพื่อเอาร่มมาคืน โดยไม่ลืมขอบคุณที่ให้ยืมร่ม และขออนุญาตเลี้ยงข้าวเธอสักมื้อเป็นการตอบแทน ไม่ทราบว่าเธอจะสะดวกไหม

“ไม่สะดวกค่ะ ต้องขอโทษด้วย”

“ไม่เป็นไรครับ วันนี้คุณคงไม่ว่างจริงๆ แต่ผมจะมารอคุณตรงนี้ทุกวันจนกว่าคุณจะตอบตกลงไปกินข้าวกับผมนะครับ” พูดจบพงศ์เทพหันหลังจากไป เพ็ญโฉมมองตามรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาตงิดๆ...

ฝ่ายนพพรตกใจเมื่อรู้จากเริงใจว่ามัสยามีปากเสียงกับท่านผู้หญิงรุนแรงถึงขนาดต้องหนีไปอยู่ที่วังของท่านชายสดายุ เขาเป็นห่วงและสงสารเธอมาก แล้วนี่พี่ลักษณ์รู้หรือเปล่าว่าเกิดเรื่องกับเธอ

“ไม่รู้ค่ะ คุณแม่กำชับไม่ให้บอกพี่ลักษณ์ถึงเรื่องนี้เด็ดขาดเพราะกลัวพี่ลักษณ์จะหนีราชการกลับมาค่ะ”

“ผมจะไปหามัสที่วังท่านชายสดายุ” จากนั้นไม่นาน นพพรมาถึงวังมยุรฤทธิ์ ต้องแปลกใจเมื่อเจอลักษณ์อยู่ที่นั่นกับมัสยา ลักษณ์รีบออกตัว ไม่มีใครรู้ว่าตนกลับมา นอกจากท่านชายสดายุ นพพรรับปากจะไม่บอกใครเรื่องนี้เด็ดขาด ลักษณ์ขอบใจเขามากที่หวังดีกับตนและมัสยา

“นพช่วยมัสหลายครั้ง จนมัสรู้สึกแย่ไม่รู้จะหาทางตอบแทนนพอย่างไรดี”

“ไม่ต้องตอบแทนอะไรนพทั้งนั้น นพขอแค่พี่ลักษณ์กับมัสมีความสุขและสมหวังในความรักเท่านี้ก็ถือเป็นการตอบแทนนพแล้ว” นพพรมองลักษณ์ที่จับมือกับมัสยาและยิ้มให้กันด้วยความเศร้าแต่ต้องข่มเอาไว้

ooooooo

ทั้งที่รับปากกับลักษณ์เป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะไม่ปริปากบอกใครเรื่องที่เขากลับมา แต่พอโดนเริงใจคาดคั้นหนักเข้า นพพรเปิดปากเล่าให้ฟังหมดเปลือกว่าตอนนี้ลักษณ์อยู่ที่วังมยุรฤทธิ์กับมัสยา เริงใจถึงกับร้องเอะอะ นพพรต้องปรามให้เบาเสียงลงหน่อย เดี๋ยวใครได้ยินเข้าจะเป็นเรื่อง

“นพไม่ต้องกังวล นิดไม่บอกใครแน่ๆ”

ระหว่างนั้นพิณทิพย์เดินผ่านมาเห็นสองคนกระซิบกระซาบเหมือนมีอะไรลับลมคมใน ร้องทักว่าทำอะไรกันอยู่ ทำไมถึงมาอยู่ในที่มืดๆแบบนี้ เริงใจรีบบอกว่าไม่มีอะไร

“นพไปก่อนนะ” พูดจบนพพรจ้ำอ้าวกลับบ้าน ขณะที่เริงใจเดินแยกไปอีกทาง พิณทิพย์มองตามทั้งคู่สลับกันไปมาด้วยความสงสัย...

พัณทิพาเล่าให้พงศ์เทพฟังถึงเรื่องที่มัสยาทะเลาะกับคุณยายจนอยู่ที่บ้านรัตนมหาศาลไม่ได้ต้องหนีไปอยู่ที่วังมยุรฤทธิ์ของท่านชายสดายุ เขาถึงกับออกปาก

น่าเป็นห่วงมัสยาเหมือนกัน พิณทิพย์มาทันได้ยินก็แหวใส่จะต้องไปห่วงมันทำไม ควรจะสมน้ำหน้ามันมากกว่า

“หลานสุดที่รักของคุณยายทั้งสองคนทำเรื่องขายขี้หน้า นี่ถ้าหากรู้ถึงหูนักข่าวคงสนุกพิลึกนะคะ”

พงศ์เทพมองพิณทิพย์ด้วยความผิดหวัง ไม่นึกมาก่อนว่าเธอจะเป็นคนที่มีจิตใจคับแคบและแล้งน้ำใจอย่างนี้ เธอโต้ไม่ยอมแพ้ทำไมจะต้องมีน้ำใจกับมันในเมื่อมันมาแย่งคนรักของเธอ เขาแนะให้เธอพิจารณาตัวเองก่อนดีกว่าว่าทำไมนพพรถึงไม่สนใจ พิณทิพย์โกรธที่พี่ชายไปเข้าข้างศัตรูจนมีปากเสียงกัน...

กินมื้อค่ำเสร็จ ลักษณ์ชวนมัสยามานั่งชมดาวที่ม้านั่งกลางสวนสวยของวังมยุรฤทธิ์ เนื่องจากเมื่อช่วงบ่ายฝนตกทำให้อากาศยามค่ำเย็นกว่าปกติ เขาเห็นเธอหนาวก็เลยไปหยิบผ้าห่มมาคลุมให้ แล้วทรุดตัวลงนั่งข้างๆ กอดอกไว้เพราะรู้สึกเย็นๆเหมือนกัน มัสยากางผ้าห่มเอามาคลุมให้เขาด้วย ขอบคุณที่เขารักเธอมากขนาดยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อเธอ สัญญาจะตอบแทนความรักของเขาให้เต็มที่

“จริงนะ ถ้าอย่างนั้นพี่ขอ...” ลักษณ์พูดพลางยื่นหน้าไปให้มัสยาจูบ

“ได้ค่ะ แต่พี่ลักษณ์ต้องหลับตาก่อน” มัสยารอจนลักษณ์หลับตาก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาทันที ก่อนจะดีดนิ้วเข้ากลางหน้าผากดังเพียะถึงกับร้องโอ๊ยลั่นเจ็บมาก เขางอนที่ถูกแกล้งจัดแจงจะลุกหนี มัสยาคว้าแขนไว้ถามว่างอนหรือ เขาตอบโดยไม่มองหน้าว่าไม่ได้งอน

“ทำหน้าแบบนี้แสดงว่างอนมัสจริงๆด้วย” มัสยาตัดสินใจง้อเขาด้วยการยื่นหน้าไปจุ๊บปากเขาหนึ่งที ถามว่าหายงอนหรือยัง เขาขออีกทีเมื่อครู่นี้เร็วไปไม่ทันตั้งตัว

เธอไม่ทำตามคำขอ เขาก็เลยเป็นฝ่ายจูบเธอเสียเอง สองคนอยู่ในอ้อมกอดซึ่งกันและกันชมดาวบนท้องฟ้าอย่างมีความสุข

ooooooo

ลักษณ์ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าพบว่ามัสยานอนหลับซบไหล่อยู่บนม้านั่งตัวเมื่อคืน ไม่นานนักเธอตื่นตาม เห็นเขามองยิ้มๆถามว่ายิ้มอะไร เขาดีใจที่ตื่นขึ้นมาเห็นเธอเป็นคนแรก

“รู้ไหมว่านี่เป็นความฝันของพี่...พี่อยากตื่นขึ้นมาเห็นหน้าคนที่พี่รักในทุกเช้า พี่รักมัสเหลือเกิน รักมากขึ้นกว่าเดิมทุกวัน ถ้าหากพี่ต้องเสียมัสไป พี่คงอยู่ไม่ได้”

“ไม่เอาสิคะไม่พูดแบบนี้ ยังไงเราก็ต้องได้อยู่ด้วยกันนะคะพี่ลักษณ์”...

ศจีเห็นคุณแม่เสียหลานรักไปถึงสองคนในเวลาเดียวกัน คิดจะให้พิณทิพย์สวมตำแหน่งหลานรักคนใหม่แทนที่ จึงให้เธอเอาบัวลอยไข่หวานของโปรดมาให้ท่านถึงตึกใหญ่ พิณทิพย์รู้งานฉอเลาะทันที

“พิณทราบเรื่องมัสยาแล้วค่ะ พิณรู้สึกโมโหแทนคุณยาย พี่ลักษณ์กับมัสกำลังทำเรื่องผิดศีลธรรมและจารีตประเพณี ทำไมพวกเขาถึงไม่มีสามัญสำนึกกันเลย พิณสงสารคุณยาย ทั้งๆที่คุณยายรักและหวังดีกับลูกกับหลานทุกคน แต่เขาสองคนกลับไม่เห็นคุณค่าความรักที่คุณยายมีให้ คุณยายปกป้องรัตนมหาศาลจากเรื่องเสื่อมเกียรติมาตลอด แล้วดูตอนนี้สิคะ”

“ขอบใจเรามากที่อยู่ข้างยาย”

“พิณอยากให้คุณยายรู้ว่าพิณพร้อมทำเพื่อรัตนมหาศาลเสมอ” พิณทิพย์แสร้งยิ้มจริงใจ...

เริงใจเห็นแม่ใจเสียที่โทร.ติดต่อพี่ลักษณ์ไม่ได้เพราะทางโน้นบอกว่าเขาลาราชการกลับบ้านแต่ไม่เห็นแม้แต่เงาของเขา โทร.ไปตามบ้านเพื่อนก็ไม่มีใครรู้ว่าไปไหน เธอปลอบว่าเขาไม่ได้เป็นอะไร อย่าเพิ่งคิดในแง่ร้าย ระหว่างนั้นพิณทิพย์เดินผ่านมาได้ยินสองแม่ลูกคุยกันรีบหลบมุมแอบฟัง

“เรารู้ได้อย่างไร แม่กลัวตาลักษณ์จะเสียใจเรื่องยัยมัสจนเตลิดไปไหนต่อไหน”

“พี่ลักษณ์ไม่มีทางทำแบบนั้นหรอกค่ะ คุณแม่เชื่อนิดนะคะ”

“ทำไมเราถึงดูไม่กังวลใจเลย พอรู้ว่าตาลักษณ์หายไป หรือเรารู้ว่าตาลักษณ์อยู่ไหน” แม่พร้อมมองลูกสาวคนเล็กอย่างคาดคั้น เริงใจหนีไม่ออกยื่นหน้าเข้าไปกระซิบบอกความจริงให้แม่รู้ พิณทิพย์พยายามเงี่ยหูฟัง แต่ไกลเกินกว่าจะได้ยิน พึมพำกับตัว
เองเบาๆ

“พี่ลักษณ์หายไปไหนกันแน่ หรือว่าพี่ลักษณ์จะไปอยู่กับยัยมัสยาที่วังท่านชายสดายุ”

ooooooo

วันนี้ลักษณ์ชวนมัสยาไปปิกนิกที่สวนสาธารณะอีกครั้ง เธอเห็นต้นไม้ร่มรื่นแล้วอดคิดถึงคุณตาตัวเองไม่ได้ เขาจับมือเธอไว้สัญญาว่าสักวันจะต้องพาเธอกลับไปกราบท่านให้ได้ จะได้ถือโอกาสนี้ไปกราบท่านเช่นกันแต่ในฐานะว่าที่หลานเขย มัสยาแกล้งแหย่

“ใครบอกว่ามัสจะแต่งงานกับพี่” พูดจบมัสยาเดินหนี ลักษณ์รีบตามไปโวยวายจะมาพูดทิ้งพูดขว้างแบบนี้ไม่ได้ ถ้าเธอทิ้งเขาจริงๆเขาคงต้องตายแน่เพราะหัวใจของเขาอยู่ที่เธอแล้ว

“จำไว้นะคะว่าห้ามไปจากพี่เด็ดขาด ชีวิตของพี่เป็นของมัสแล้ว” ลักษณ์จับมือมัสยาขึ้นมากุมไว้ มองด้วยสายตาลึกซึ้ง ระหว่างนั้นมีชายคนหนึ่งขอร้องให้ช่วยถ่ายรูปให้ตนเองกับคนรักหน่อย ลักษณ์ถ่ายให้ทั้งคู่เสร็จ ก็ขอให้ฝ่ายนั้นถ่ายรูปคู่ของเขากับมัสยาให้บ้าง แล้วเข้าไปโอบเอวหญิงคนรักของตัวเอง...

ในเวลาเดียวกัน ที่หน้าออฟฟิศของเพ็ญโฉม นับเป็นโชคดีของพงศ์เทพที่วันนี้มารอไม่เสียเที่ยว เพื่อนของเพ็ญโฉมชวนให้เขาไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันและ

เพ็ญโฉมเองก็ไม่ขัดข้อง ระหว่างเดินไปร้านอาหาร มีหญิงสาวคนหนึ่งถูกโจรวิ่งราวกระเป๋าร้องเอะอะให้คนช่วย พงศ์เทพวิ่งไล่ตามโจรโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย โจรหันมาเห็นเขาในชุดตำรวจก็ตกใจชักปืนยิงใส่ พงศ์เทพพุ่งหลบหลังเสา

เพ็ญโฉมมองเขาด้วยความเป็นห่วง โจรยังคงยิงใส่พงศ์เทพไม่หยุด นายร้อยหนุ่มรอจังหวะเหมาะโผล่ออกมายิงนัดเดียวโดนมือโจรปืนร่วง แล้วเข้าไปจับตัวไว้ได้ หญิงสาวเจ้าของกระเป๋าขอบคุณเขายกใหญ่ แต่เหลือบเห็นที่แขนเขามีเลือดไหลก็ร้องทัก

“กระสุนแค่ถากไปเท่านั้นครับผมไม่เป็นไร ถ้ายังไงขอเชิญคุณไปให้ปากคำที่โรงพักด้วยนะครับ” ว่าแล้วพงศ์เทพลากคอโจรออกไป เพ็ญโฉมมองตามทั้งประทับใจทั้งเป็นห่วงอาการบาดเจ็บของเขา...

ที่วังมยุรฤทธิ์ เนื่องจากนายจอนบ่าวคนสนิทของ ท่านชายสดายุเอาขยะมาทิ้งแล้วปิดประตูรั้วไม่สนิททำให้พิณทิพย์ลอบเข้าไปข้างในได้ และได้เห็นภาพลักษณ์กับมัสยากำลังสวีตหวานกันอยู่ที่โต๊ะสนามข้างวัง รีบนำข่าวนี้ไปฟ้องท่านผู้หญิง และชวนท่านไปดูให้เห็นกับตาตัวเอง แต่ยังไม่ทันขยับ แม่พร้อมเดินเข้ามากับเริงใจถามว่าจะไปไหนกัน พิณทิพย์ชิงตอบว่าคุณยายกับเธอกำลังจะไปที่วังท่านชายสดายุ

แม่พร้อมถึงกับหน้าเสีย ขอร้องท่านผู้หญิงอย่าทำอะไรลักษณ์กับมัสยา ท่านมองไม่พอใจนี่เท่ากับแม่พร้อมยอมรับว่ารู้เรื่องนี้แล้วแต่จงใจปิดบังท่าน นั่นแสดงว่าไม่ให้ความเคารพท่าน แม่พร้อมย้อนถามแล้วท่านทำตัวให้น่าเคารพอย่างนั้นหรือ ท่านผู้หญิงโกรธควันแทบออกหูที่เธอกล้ายอกย้อน

“ดิฉันไม่ได้ยอกย้อนค่ะดิฉันพูดเรื่องจริง ตั้งแต่สมัยคุณศัลย์คุณแม่ก็ใช้วิธีนี้จนทำให้คุณแม่เสียลูกไป ครั้งนี้ดิฉันจะไม่ยอมให้คุณแม่ทำแบบนั้นอีก ดิฉันจะไม่ยอมเสียตาลักษณ์และมัสยา ดิฉันอ่อนแอมานานไม่กล้าที่จะขัดคำสั่งคุณแม่ แต่มันถึงเวลาแล้วที่ดิฉันจะทำตามใจตัวเอง ดิฉันจะไปตามลักษณ์กับมัสยากลับมา เขาสองคนจะได้รักกันโดยที่คุณแม่ก็ห้ามไม่ได้”

ท่านผู้หญิงจะคอยดูว่าแม่พร้อมจะปกป้องสองคนนั่นได้ไหม แล้วก้าวฉับๆออกไป พิณทิพย์รีบตามติด

แม่พร้อมสั่งให้เริงใจโทร.ไปเตือนให้ลักษณ์รู้ตัวจะได้ตั้งรับได้ทัน แต่ปรากฏว่าโทร.ไปแล้วไม่มีใครรับสาย...

ลักษณ์เดินมาส่งมัสยาที่รถก็เลยไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ เธอจะไปซื้อของสดที่ตลาดกับนายจอน ตั้งใจจะทำต้มข่าไก่ที่เขาชอบให้กิน ลักษณ์ขอตามไปด้วยเธอส่ายหน้าบอกให้เขารออยู่ที่นี่แล้วขึ้นรถไปกับนายจอน

ไม่นานนัก มัสยากลับมาจากตลาดเจอพิณทิพย์ดักรออยู่ แปลกใจมาได้อย่างไร พิณทิพย์พาคุณยายมาเยี่ยม เห็นบ่นว่าคิดถึงเธอมาก ตอนนี้ท่านกำลังคุยอยู่กับพี่ลักษณ์ มัสยาใจคอไม่ดีตรงรี่เข้าไปในตัวตึกใหญ่ โดยมีพิณทิพย์ตามมาด้านหลัง ท่านผู้หญิงซึ่งกำลังนั่งคุยอยู่กับลักษณ์หันมาเห็นมัสยาก็ยิ้มให้

“ไปยัยพิณ...ช่วยพายายออกไปข้างนอกที ตาลักษณ์คงมีเรื่องจะคุยกับมัสเยอะแยะ”

พิณทิพย์มองท่านไม่เข้าใจแต่ก็ทำตามคำสั่ง พยุงท่านออกไป มัสยาปรี่เข้ามาถามลักษณ์ว่าคุณย่าคุยอะไรด้วย เขานึกถึงเหตุการณ์ตอนที่คุยกับคุณย่าเมื่อครู่ ท่านขู่จะส่งมัสยากลับใต้ถ้าเขายังดันทุรังทำตามใจตัวเอง และจะตัดเธอออกจากรัตนมหาศาล จะคิดเสียว่าไม่เคยมีหลานสาวคนนี้มาก่อนในชีวิต

“คุณย่ากำลังขู่ผม”

“คนอย่างย่าไม่ชอบขู่ใครเราก็น่าจะรู้ย่าพูดจริงทำจริง การจากเป็นมันทุกข์ทรมานยิ่งกว่าการจากตาย การไม่ได้พบกันทั้งๆที่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนมันจะทำให้เราไม่มีความสุขไปชั่วชีวิต แต่ถ้าลักษณ์ทำตามที่ย่าบอก มัสก็ยังจะได้อยู่ที่นี่ต่อไป เราทั้งสองคนก็ยังมีโอกาสได้พบได้พูดคุยกัน ตรึกตรองให้ดีว่าจะตัดสินใจยังไง”

เสียงเรียกของมัสยาปลุกลักษณ์ให้ตื่นจากภวังค์ ถามว่าทำไมเขาถึงเงียบไป โดนคุณย่าเอ็ดเอาหรือ เขาส่ายหน้าแล้วนิ่งไปอีกอึดใจก่อนจะตัดสินใจบอกเธอว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาอยากให้เธอรู้ว่าเขารักเธอและเธอเป็นผู้หญิงคนเดียวในชีวิตของเขา มัสยาใจคอไม่ดีที่เขาพูดแปลกๆ ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ลักษณ์ของให้มัสยาฟังเขาให้ดีๆ เขาจะหมั้นกับนารถระพี ส่วนเธอจะต้องหมั้นกับนพพร นี่เป็นทางเดียวที่จะทำให้เราได้พบกัน เขาจะเสียเธอไปไม่ได้ มัสยาไม่เข้าใจเพราะสิ่งที่เขาจะทำมันทำให้เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน

“ถึงเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันแต่เราก็ยังได้เห็นหน้ากันดีกว่าเราต้องอยู่ห่างไกลและไม่ได้เจอกันอีก”

“มัสไม่นึกว่าพี่ลักษณ์จะยอมแพ้ง่ายๆแบบนี้

มัสยอมสละทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่กับพี่ แต่พี่กลับล้มเลิกความตั้งใจง่ายๆด้วยการฟังคุณย่าพูดแค่ไม่กี่ประโยค”

“มันไม่ใช่ว่าพี่ยอมแพ้ พี่ไม่เคยยอมแพ้เรื่องมัส แต่ที่พี่ต้องทำตามคำสั่งของคุณย่าก็เพราะว่าถ้าพี่ไม่ทำ คุณย่าจะส่งมัสกลับใต้และเราสองคนก็จะไม่ได้พบกันอีกเลยชั่วชีวิต...พี่ขอโทษที่ปกป้องมัสไม่ได้” ว่าแล้วลักษณ์ดึงมัสยามากอด จากนั้นทั้งคู่ก็ร้องไห้ไปด้วยกัน

ooooooo

พงศ์เทพต่อว่าพิณทิพย์ยกใหญ่เมื่อรู้ว่าเป็นคนพาคุณยายไปเล่นงานลักษณ์กับมัสยาถึงวังมยุรฤทธิ์ นึกว่าที่เราคุยกันคราวที่แล้วจะทำให้เธอคิดได้ แต่สิ่งที่เขาสอนกลับไม่เข้าหัวเธอแม้แต่น้อย พิณทิพย์โมโหมากที่ถูกหาว่าโง่พาลมีเรื่องกันอีก พัณทิพาต้องขอร้องว่าอย่าทะเลาะกันเลย

“พี่ไม่ได้อยากทะเลาะ แต่ยัยพิณทำตัวให้พี่ต้องตำหนิ”

“ใช่สิ พิณทำอะไรก็ผิด ทำอะไรก็ไม่ดี ถ้าคิดว่าพิณชั่ว พิณเลว พิณก็จะไปจากที่นี่จะไม่อยู่ให้ขวางหูขวางตาพี่พงศ์อีก” พิณทิพย์เดินน้ำตาคลอออกไป พัณทิพาขอร้องให้พงศ์เทพตามไปง้อ เขาจะง้อทำไมในเมื่อไม่ได้ทำอะไรผิด พัณทิพากลัวเธอจะหนีออกจากบ้านจริงๆ พงศ์เทพไม่เชื่อว่าคนอย่างพิณทิพย์จะกล้าทำอย่างนั้น พัณทิพาได้แต่มองตามพี่ชายที่เดินจากไปด้วยความกลุ้มใจ...

อีกมุมหนึ่งบนตึกใหญ่ แม่พร้อม เริงใจกับหม่อมช้อยและแม่นมผันนั่งรออย่างใจจดจ่อ ไม่นานนักท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลเดินนำลักษณ์กับมัสยาเข้ามา เห็นทั้งสี่คนนั่งกันหน้าสลอนถามว่ามารอต้อนรับลักษณ์กับมัสยาหรือ ไม่มีใครตอบเอาแต่นั่งเงียบ ท่านขอตัวมัสยาไปก่อนแล้วพาไปที่ห้องนอนตัวเอง แม่พร้อมรอจนท่านลับสายตาแล้วรีบเข้ามาถามลูกชายว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาและมัสยา

“ผมกับมัส เราตกลงที่จะฟังคำสั่งคุณย่าครับ”

เริงใจตกใจถ้าอย่างนั้นลักษณ์กับมัสยาต้องเลิกกันหรือ เขาพยักหน้ารับคำ แม่พร้อมสงสารลูกชายมากดึงตัวมากอดปลอบใจ เขาพยายามกลั้นน้ำตาแต่สุดท้ายต้องปล่อยให้ไหลอาบแก้ม แม่พร้อมสงสารลูกจับใจร้องไห้ไปด้วยกัน...

ที่ห้องของท่านผู้หญิง มัสยานั่งก้มหน้าลุ้นตัวโก่งจะโดนเล่นงานอย่างไร แต่กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ท่านจะปล่อยให้เรื่องครั้งนี้ผ่านเลยไป แต่ถ้าหลังจากนี้ หากเธอทำอะไรที่ดูเป็นการเสื่อมเกียรติแห่งรัตนมหาศาล เธอจะต้องได้รับโทษอย่างสาสม และถ้ายังอยากอยู่ที่นี่อย่างมีความสุข จะต้องปฏิบัติตัวตามที่ท่านสั่งเท่านั้น และย้ำว่าท่านเป็นคนที่รักใครก็จะรักมาก แต่ถ้าคนที่ท่านรักทำให้เสียใจก็จะเกลียดเป็นร้อยเท่า

“และย่าก็ทำได้ทุกอย่างเพื่อให้คนคนนั้นเจ็บปวดยิ่งกว่าที่ย่าเจ็บ ต่อจากนี้จะทำอะไรจงคิดตรึกตรองให้ดี เพราะไม่ใช่เราคนเดียวที่จะเดือดร้อน ตาลักษณ์ก็จะพลอยเดือดร้อนไปด้วย”

มัสยาได้แต่ก้มหน้านิ่งไม่กล้าพูดอะไร

ooooooo

ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลไม่รอให้เนิ่นนานวันรุ่งขึ้นประกาศให้รู้ทั่วกันว่างานหมั้นระหว่างลักษณ์กับนารถระพีและมัสยากับนพพรจะถูกจัดขึ้นพร้อมกันเร็ววันที่สุด แล้วสั่งให้แม่พร้อมไปเตรียมตัวไว้ อีกสักครู่จะได้ไปพบกับท่านเจ้าคุณมหศักดิ์ แม่พร้อมได้แต่รับคำไม่กล้าหือกล้าอือ

ในเวลาต่อมา ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลกับแม่พร้อมมาแจ้งเรื่องที่จะหมั้นคู่ของลักษณ์กับนารถระพีพร้อมกับคู่ของนพพรกับมัสยา เจ้าคุณมหศักดิ์เห็นดีด้วยที่จะจัดงานทีเดียว นารถระพีที่แอบฟังอยู่กับนพพรทนไม่ไหวจะออกไปปฏิเสธ แต่นพพรดึงตัวไว้ขอร้องว่านี่ไม่ใช่เวลาที่เธอจะออกไปพูดเรื่องนี้

“แล้วต้องให้พี่พูดตอนไหน หรือต้องให้พี่หนีในงานวันหมั้น”

“นพไม่ได้หมายความแบบนั้น แต่ถ้าเราบุ่มบ่ามทำอะไรไปตอนนี้ คนที่จะเดือดร้อนคือคุณพ่อนะครับเพราะดูท่าว่าคุณย่าจะไม่มีทางเปลี่ยนใจแน่ๆ นพขอไปหาพี่ลักษณ์เพื่อปรึกษาก่อนนะครับเพราะนพมั่นใจว่าพี่ลักษณ์ไม่เห็นด้วยแน่นอน” นพพรสีหน้ามั่นใจทำให้นารถระพีเบาใจไปได้เปลาะหนึ่ง...

เหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่นพพรคาดคิด นอกจากลักษณ์จะไม่หือไม่อือยังยินยอมพร้อมใจจะทำตามที่คุณย่าต้องการและขอให้นพพรหมั้นกับมัสยา ส่วนเขาจะหมั้นกับนารถระพี แถมยังขอร้องนพพรไม่ต้องถามเหตุผลเพราะนี่เป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเขาและมัสยา

“พี่อยากให้เรารับปากกับพี่ว่าจะทำให้มัสลืมพี่ให้เร็วที่สุด ทำให้มัสมีความสุขที่สุด...นพพร เราคือคนที่พี่ไว้ใจมากที่สุด ถ้าหากมัสต้องมีใครสักคนดูแลคนคนนั้นต้องเป็นเรา”...

นพพรนำเรื่องที่คุยกับลักษณ์ไปเล่าให้นารถระพีฟัง เธอตกใจมากไม่คิดว่าเหตุการณ์จะกลับตาลปัตรเช่นนี้ ตัดสินใจไปบอกพ่อตรงๆว่าจะไม่หมั้นกับลักษณ์ ผู้ชายคนเดียวที่เธอจะแต่งงานด้วยคือสมานเท่านั้น เจ้าคุณมหศักดิ์ยื่นคำขาดหากเธอจะเลือกผู้ชายคนนั้นก็ให้ออกไปจากบ้านหลังนี้ แล้วไม่ต้องมานับตนเป็นพ่ออีก ขู่เสร็จ ท่านเจ้าคุณผละจากไป นารถระพีมองตามกลุ้มใจ

ในเวลาต่อมา นารถระพีนัดสมานมาพบเพื่อแจ้งเรื่องที่พ่อบังคับให้หมั้นกับลักษณ์ทั้งที่หัวใจของเธอมีแต่สมานเท่านั้น นอกจากเขาจะไม่ถือโทษโกรธอะไรเธอ ยังอวยพรให้เธอโชคดี ถ้ามีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจอะไรมาหาเขาได้ เขายินดีช่วยเธอเสมอและขอให้เธอรู้ไว้ว่าเขาจะไม่มีวันรักผู้หญิงคนไหนอีกแล้วในชาตินี้...

ลักษณ์ยังตัดใจจากมัสยาไม่ขาด เห็นเธอกำลังจะไปข้างนอกเข้ามาคร่ำครวญว่ายังรักและคิดถึงเธอเหลือเกิน จะไม่มีทางลืมวันเวลาที่เราเคยมีความสุขด้วยกัน มัสยาใจอ่อนยวบคิดถึงเขาใจแทบขาดไม่ต่างกัน แต่พอนึกถึงคำพูดของคุณย่าที่ขู่จะเล่นงานเขาหากเธอทำอะไรไม่ดี เธอจึงรีบตัดบท ถ้าเขามีเรื่องพูดแค่นี้ เธอขอตัวก่อนคุณย่ารอจะพาไปตัดชุดสำหรับใส่ในงานหมั้นแล้วเดินหนีไปเลย...

ทางด้านเพ็ญโฉมไม่เห็นพงศ์เทพมารอที่หน้าออฟฟิศก็ใจคอไม่ดีคิดว่าเขาเจ็บหนักจากถูกโจรยิง บุกมาหาถึงบ้าน ลักษณ์เป็นคนมาเปิดประตูรั้วให้ เธอก็เลยทักทายถามไถ่ตามมารยาท แล้วถามหาพงศ์เทพอยู่หรือเปล่า ลักษณ์เห็นเขาเดินมาพอดีก็ชี้ให้ดู เขาเห็นทั้งคู่อยู่ด้วยกันก็เข้าใจผิดคิดว่าเธอกลับมาเพื่อขอคืนดี หันหลังเดินหนี เพ็ญโฉมเดินตามจนทันต่อว่าทำไมต้องเดินหนีกันด้วย เขาขอโทษที่ขัดจังหวะเธอกับลักษณ์

“ที่คุณมาที่นี่คุณคงรู้ว่าลักษณ์กับมัสยามีปัญหากันใช่ไหมคุณก็เลยกลับมาเพื่อขอคืนดี ผมโง่เองที่ไม่รู้จักเข็ด ไม่รู้จักจำ คิดว่าตัวเองมีโอกาส คิดว่าคุณจะมองผมบ้างแต่ผมคิดผิด”

“ใช่ คุณมันโง่...โง่มาก โง่จนแยกแยะอะไรไม่ออก โง่ที่คิดเอาเองฝ่ายเดียวโดยไม่ฟังฉันอธิบายก่อน ที่ฉันมาที่นี่ฉันไม่ได้มาหาลักษณ์แต่มาหาคุณ ฉันหลงเป็นห่วงว่าคุณจะได้รับบาดเจ็บหนักในวันนั้น แต่ปากดีได้แบบนี้แสดงว่าคงไม่เป็นอะไร ฉันจะได้กลับ” ต่อว่าจบเพ็ญโฉมผละจากไปทิ้งให้พงศ์เทพยืนอึ้ง

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement