วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

มัสยา ตอนที่ 12


10 ก.ย. 2560 08:07
1,071,354 ครั้ง

มัสยา ตอนที่ 12

อ่านเรื่องย่อ

มัสยา

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

พนมเทียน

บทโทรทัศน์โดย:

ปณธี

กำกับการแสดงโดย:

วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

มิกค์ ทองระย้า,มุกดา นรินทร์รักษ์

ลักษณ์ออกเดินทางตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางโดยไม่ล่ำลาแม้แต่แม่ตัวเอง เริงใจซึ่งตื่นมาส่งเขาทัน ยังแปลกใจไม่หายที่มัสยาเองก็ไม่รู้ว่าเขาไปแล้ว ถามว่ามีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า

“เขาโกรธที่ฉันไม่พยายามเพื่อความรักของเรา”

เริงใจสงสารมัสยาจับใจ จับมืออีกฝ่ายไว้อย่างเป็นกำลังใจให้ สักพักอ๊อด อู๊ดและอ๋อยวิ่งเข้ามาชวน มัสยาไปยิงหนังสติ๊กเล่น มีนกกระจอกมาเกาะต้นก้ามปูเป็นฝูง เธอส่ายหน้าไม่อยากทำบาป พวกเด็กๆต่อรองถ้าไม่อยากยิงนก ไปเล่นว่าวกันก็ได้ เริงใจเห็นดีด้วยยุให้มัสยาหาอะไรทำ เผื่อจะสบายใจขึ้น

“ก็ได้...ไปก็ได้”

เด็กๆส่งเสียงเฮลั่นด้วยความดีใจ พากันจูงมือเธอไปที่สวนหลังบ้าน โชคไม่ดีที่การเล่นครั้งนี้ทำให้มัสยาเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากปีนขึ้นไปเก็บว่าวบนต้นไม้แต่เหยียบพลาดร่วงลงมาหัวแตกเลือดอาบหมดสติ เด็กๆ ตกใจรีบวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากนพพร...

หมอตรวจอาการของมัสยาแล้วพบว่าไม่หนักหนาสาหัสอะไร แค่หน้าผากแตกแต่ไม่ต้องถึงกับเย็บ ไม่นานนัก มัสยาก็ฟื้นคืนสติ ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลซึ่งนั่งเฝ้าอยู่ถามว่าเป็นอย่างไรบ้างเจ็บแผลหรือเปล่า เธอจับที่ผ้าพันแผลพลางส่ายหน้า

“ไม่ค่อยเจ็บแล้วค่ะ ว่าแต่มัสมานอนอยู่ในห้องได้ยังไงคะ”

“ตานพเป็นคนพาเราเข้ามาแล้วก็เป็นคนไปตามหมอให้มาดูอาการของเรา ตานพเป็นห่วงเรามากจนไม่เป็นอันทำอะไร ป่านนี้ยังรออยู่ที่หน้าห้อง บอกว่าต้องเห็นเราฟื้นก่อนถึงจะยอมกลับบ้าน ย่ารู้ได้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้รักเรามากกว่าตัวเอง ย่าเชื่อเหลือเกินว่าถ้าหากเราได้ตบแต่งด้วย ตานพจะดูแลเราเป็นอย่างดี ไม่ทำให้เราต้องเสียน้ำตาแน่นอน ย่าจะออกไปบอกตานพว่าเราฟื้นแล้ว เราเองก็ควรจะขอบใจเขาหน่อยนะลูก”

ตลอดเวลาที่คุณย่าร่ายยาว มัสยาพูดอะไรไม่ออกได้แต่มองตาปริบๆ ท่านหายออกจากห้องไปสักพัก นพพรเปิดประตูเข้ามานั่งแทนที่ที่ท่านนั่งเมื่อครู่ มัสยาขอบใจเขามากที่ช่วยเอาไว้ และเพื่อเป็นการตอบแทนเขาอยากได้อะไรเธอจะซื้อให้ เขาคว้ามือเธอมากุมไว้ ไม่อยากได้อะไรที่เป็นสิ่งของแต่อยากได้หัวใจของเธอ เหตุการณ์ในวันนี้ทำให้เขารู้ว่าเขารักเธอมากแค่ไหน มากจนทนเห็นเธอเจ็บไม่ได้อยากเจ็บแทน

มัสยาดึงมือนพพรออก “มัสขอบใจที่นพรู้สึกดีกับมัส...”

“อย่าพูดต่อ นพไม่อยากได้ยินคำปฏิเสธจากมัส ให้โอกาสนพเถอะนะ นพจะพิสูจน์ให้มัสเห็นว่านพไม่ได้ดีแต่พูด อย่าใจดำกับนพนักเลย” น้ำเสียงเว้าวอนของนพพรทำให้มัสยาหนักใจไม่น้อย...

ที่ค่ายทหารในภาคอีสาน บรรยากาศเงียบสงบและท้องฟ้าใกล้ค่ำทำให้ลักษณ์คิดถึงมัสยาจับใจ หยิบผ้าเช็ดหน้าที่เธอปักอักษร “LUK” ซึ่งขาดครึ่งขึ้นมาแนบแก้ม ไม่รู้ว่าเธอจะคิดถึงเขาบ้างไหม มัสยาซึ่งอยู่ที่บ้านรัตน– มหาศาล นั่งเหม่อมองสร้อยคอรูปดาวที่ลักษณ์ให้ คิดถึงเขาใจจะขาดเช่นกัน

ooooooo

ลักษณ์ต้องประหลาดใจแต่เช้าเมื่อออกจากบ้านพักนายทหารมาเจอท่านชายสดายุยืนรอท่าอยู่ ท่านทราบข่าวว่าเขาถูกย้ายมาประจำที่นี่แบบกะทันหันและบังเอิญท่านมีธุระต้องมาทำแถวนี้ก็เลยแวะมาเยี่ยม

“สีหน้าแกดูไม่ดีเลย เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า”

“คุณย่าเป็นคนทำให้หม่อมฉันมาอยู่ที่นี่ เพราะต้องการแยกหม่อมฉันกับมัส แล้วคุณย่าก็ทำสำเร็จ ตอนนี้มัสกลายเป็นเด็กว่านอนสอนง่ายเชื่อฟังคุณย่าทุกอย่าง”

ไม่ต้องเดาท่านชายสดายุก็รู้ว่าลักษณ์กับมัสยาต้องจากกันด้วยไม่ดีแน่นอน เขายอมรับว่าเป็นอย่างที่ท่านชายว่า เขาคงไม่ได้เกิดมาเพื่อคู่กันกับเธอ แม้จะรักเธอมากมายเพียงใดก็ตาม ท่านชายไม่เข้าใจในเมื่อเขารักเธอขนาดนี้ทำไมถึงยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ เขายืนยันพยายามทำทุกวิถีทางแล้ว

“แกพยายามแน่แล้วเหรอ...อย่าให้ระยะทางมาเป็นอุปสรรคในความรัก แกต้องทำให้มัสเห็นว่าแกพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเป็นกำลังให้เธอถึงแม้ว่าจะห่างไกลกันแค่ไหนก็ตาม ฉันมั่นใจว่ามัสยาเป็นผู้หญิงที่มีหัวใจแข็งแกร่งและมีความรักที่มั่นคง มัสจะไม่มีทางเปลี่ยนใจจากแกไปหาชายอื่น” ท่านชายสดายุว่าแล้วตบไหล่ลักษณ์อย่างเป็นกำลังใจให้...

ในเวลาเดียวกัน ที่บ้านรัตนมหาศาล มัสยานั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งมองสร้อยคอที่ลักษณ์ให้ สลับกับสร้อยข้อมือที่เพิ่งได้จากนพพรวันก่อน ตัดสินใจหยิบสร้อยคอที่ลักษณ์ขึ้นมาสวม หย่อนสร้อยข้อมือลงในกระเป๋าถือแล้วเดินลงมาข้างล่าง เจอนพพรถือตะกร้าใส่ผลไม้เข้ามาพอดี เขายื่นตะกร้าผลไม้ให้ บอกว่าพ่อของเขาฝากมาเยี่ยม เหลือบเห็นกระเป๋าถือในมือเธอถามว่าจะไปไหน หายดีแล้วหรือ

“อือ ขอโทษนะนพ มัสไม่มีเวลาจะคุยด้วย” มัสยายังไม่ทันจะขยับไปไหน ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลเดินเข้ามาพร้อมกับแม่พร้อม ถามว่าจะไปไหน ถึงไม่มีเวลาจะคุยกับนพพร มัสยาจะไปทำบุญที่วัด ท่านเห็นเธอไปเพียงลำพังวานให้นพพรไปเป็นเพื่อน อ้างเธอเพิ่งฟื้นจากบาดเจ็บควรจะมีคนไปด้วย นพพรว่างไม่ได้มีธุระที่ไหนจึงรับอาสาจะไปเป็นเพื่อนเธอเอง ท่านผู้หญิงมองสองหนุ่มสาวที่เดินออกไปด้วยกันอย่างพึงพอใจ

“อีกไม่นาน ยัยมัสต้องลืมตาลักษณ์ได้แน่ แม่พร้อมว่าอย่างนั้นไหม”

“ค่ะคุณแม่” แม่พร้อมรับคำสีหน้าลำบากใจ

“ถ้าหากยัยมัสได้แต่งงานกับตานพเมื่อไหร่ วันนั้นคงเป็นวันที่ฉันมีความสุขอย่างที่สุด”

ooooooo

หลังทำบุญเสร็จเรียบร้อย นพพรชวนมัสยาไปทำทานด้วยการให้อาหารปลาที่ท่าน้ำของวัด ระหว่างที่เขาโยนขนมปังให้ปลากิน มัสยาตัดสินใจหยิบสร้อยข้อมือคืนเขา อ้างสร้อยเส้นนี้ไม่เหมาะกับเธอ ให้เขาเก็บไว้ให้คนอื่นจะดีกว่า นพพรใจเสีย พูดแบบนี้แสดงว่าเธอไม่ให้โอกาสเขาใช่ไหม

“มัสให้โอกาสนพไม่ได้อีกแล้วเพราะมัสมีคนที่มัสรัก”

“คนที่มัสรักคือเจ้าของสร้อยคอที่มัสใส่อยู่ใช่ไหม”

มัสยายอมรับว่าใช่ และชายคนนั้นเป็นคนที่นพพรก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าเป็นใคร เขาถึงกับตะลึง ตกลงเรื่องระหว่างเธอกับพี่ลักษณ์ก็เป็นเรื่องจริง เธอพยักหน้าแทนคำตอบ

“มัสรักพี่ลักษณ์ เราสองคนรักกันแต่คุณย่าไม่ยินดีก็เลยส่งพี่ลักษณ์ไปที่อื่น และพยายามยัดเยียดจะให้มัสหมั้นกับนพ ถ้านพรักมัสจริง นพต้องปฏิเสธไม่หมั้นกับมัส นพทำเพื่อมัสได้ใช่ไหม” มัสยาเห็นนพพรยังนิ่งอึ้ง จับแขนเขาเขย่า นพพรดึงมือเธอออก

“นพ...นพไม่รู้ นพขอโทษจริงๆ” นพพรผละจากไปทันที มัสยาได้แต่มองตาม...

ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลเป็นฝ่ายบุกไปหาเจ้าคุณมหศักดิ์พ่อของนพพรถึงบ้านเพื่อเร่งรัดให้ยกขันหมากมาหมั้นหมายมัสยา เจ้าคุณแปลกใจ ไหนตอนแรก

ท่าน ผู้หญิงบอกให้รอมัสยาเรียนจบมัธยมก่อน ท่านผู้หญิง อ้างหลวงพ่อที่เคารพนับถือบอกว่าหมั้นปีนี้ดีที่สุด

“ท่านเจ้าคุณติดขัดใจอะไรรึเปล่า”

“ไม่เลยครับ ผมแค่แปลกใจเท่านั้น หมั้นกันเร็วก็ดีครับ ผมจะได้สบายใจว่าจะได้หนูมัสเป็นสะใภ้แน่ๆ”

“ท่านเจ้าคุณเห็นด้วย ฉันก็ดีใจ หลานสาวท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลกับลูกชายท่านเจ้าคุณมหศักดิ์จะหมั้นกันทั้งที มันก็ต้องทำให้ทุกคนได้ทราบโดยทั่วกัน” ท่านผู้หญิงยิ้มสมใจ...

ในเวลาต่อมา นพพรเดินหน้าเศร้ากลับเข้าบ้าน เจ้าคุณมหศักดิ์รีบแจ้งข่าวดีให้ลูกชายรู้ว่าท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลเพิ่งมาคุยเรื่องงานหมั้นของเขาและมัสยากับตน ซึ่งจะจัดขึ้นภายในปีนี้ นพพรได้แต่เงียบ

“ดีใจจนพูดไม่ออกเลยเหรอตานพ”

“ผมขอตัวก่อนนะครับ” นพพรเดินลิ่วออกไปเลย ท่านเจ้าคุณมองตามแปลกใจ

ooooooo

พงศ์เทพทำตามที่พูดเอาไว้มายืนรอเพ็ญโฉมอยู่ที่หน้าออฟฟิศพร้อมช่อดอกไม้ในมือ หวังจะชวนไปกินข้าวกลางวันด้วยกันแต่เธอไม่สนใจ ไม่แม้แต่จะทักทายด้วยซ้ำ เดินไปกินข้าวกับเพื่อนร่วมงานหน้าตาเฉย

ครั้นกินข้าวเสร็จกลับเข้าที่ทำงาน พงศ์เทพก็ยังคงยืนรออยู่ที่เดิมไม่ไปไหน เพื่อนติงน่าจะไปทักเขาสักหน่อย ยืนรอนานน่าสงสาร เพ็ญโฉมไม่เห็นจะน่าสงสารตรงไหน อยากรอเองช่วยไม่ได้ แล้วชวนเพื่อนๆเข้าข้างในเนื่องจากเมฆฝนเริ่มตั้งเค้า ไม่นานฝนก็เทกระหน่ำ แต่พงศ์เทพยังคงยืนตากฝนอยู่อย่างนั้น

ฝนยังคงเทลงมาไม่ขาดสาย พงศ์เทพเริ่มหนาวสั่นส่วนดอกไม้ในมือหมดสภาพไปเรียบร้อย เขาต้องยกแขนขึ้นมากอดอกเผื่อความหนาวเย็นจะคลายลงบ้าง ทันใดนั้นเขารู้สึกได้ว่าฝนที่ตกมากระทบตัวขาดเม็ดไป เงยหน้าขึ้นมองถึงกับฉีกยิ้มปากเกือบถึงรูหูที่เห็น
เพ็ญโฉมกางร่มให้

“ไม่ต้องมายิ้ม การที่ฉันเอาร่มมาให้ไม่ได้หมายความว่าฉันเปลี่ยนใจมาชอบคุณ ฉันแค่ไม่อยากเป็นบาป ถ้าหากคุณต้องมาป่วยเพราะฉัน รับไปซะ” เพ็ญโฉมยัดร่มใส่มือพงศ์เทพแล้ววิ่งฝ่าฝนกลับเข้าข้างใน เขามองตามรู้สึกดี...

ด้านมัสยารู้เรื่องที่คุณย่าจะจับตัวเองหมั้นหมายกับนพพรภายในปีนี้ก็อ้าปากจะทักท้วง แต่แม่พร้อมชิงส่งสัญญาณเป็นทำนองไม่ให้พูดอะไรทั้งนั้น เธอจึงได้แต่นั่งเงียบ...

เมื่อได้อยู่ตามลำพังกับแม่พร้อม มัสยาตัดพ้อต่อว่าว่าทำไมถึงห้ามไม่ให้เถียงคุณย่าทั้งที่ท่านพยายามจะจับเธอมัดมือชกแบบนี้ แม่พร้อมไม่เห็นจะได้ประโยชน์อะไรที่จะโต้เถียง อาจจะยิ่งทำให้เรื่องเลวร้ายลงไปอีกในเมื่อท่านผู้หญิงตัดสินใจไปแล้ว ขอโทษเธอด้วยที่
ตนเองขี้ขลาดไม่กล้าช่วยเหลือทั้งเธอและลักษณ์จนเขาไม่ยอมพูดคุยกับตน มัสยาถอนใจหนักใจ เขาเองก็ไม่พูดกับเธอเหมือนกัน

“พี่ลักษณ์คิดว่ามัสเชื่อฟังคุณย่าถึงได้จากไปโดยไม่เขียนจดหมายมาหามัสเลย...ทำไมโชคชะตาถึงได้เล่นตลกกับมัสแบบนี้คะ ทำไมถึงทำให้มัสต้องสูญเสียคนที่มัสรักทุกคน ตั้งแต่คุณพ่อคุณแม่แล้วก็พี่ลักษณ์”

มัสยาไม่อาจกลั้นน้ำตาต่อไปได้ร้องไห้โฮ แม่พร้อมได้แต่ดึงเธอมากอดปลอบใจ...

พงศ์เทพกำลังจะเดินเข้าบ้านแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นพิณทิพย์แต่งตัวสวยเดินสวนออกมา ร้องทักจะไปไหนอีก ค่ำมืดป่านนี้แล้ว เธอมีนัดกับเพื่อนเอาไว้ พอเขาซักไซ้ว่าเพื่อนคนไหน ชื่ออะไร ผู้ชายหรือผู้หญิง เธอชักสีหน้าไม่พอใจ ขอร้องอย่ามาทำตัวเป็นแม่ของเธออีกคน เธอโตพอที่จะคบใครหรือไปไหนมาไหนกับใครก็ได้ แล้วเดินเชิดออกไป พงศ์เทพหันไปเห็นพัณทิพาก็เรียกมาถาม

“เรารู้รึเปล่าว่ายัยพิณไปกับใคร”

พัณทิพาไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่เมื่อวันก่อนมีผู้ชายโทร.มาหาพี่พิณแล้ววันนี้ก็โทร.มาอีกตอนเย็น เห็นเธอยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่หุบ พงศ์เทพชะเง้อมองไปทางที่พิณทิพย์เดินไปอดเป็นห่วงไม่ได้

ooooooo

หม่อมช้อยรับจดหมายของลักษณ์ที่จ่าหน้าซองถึงมัสยาจากบุรุษไปรษณีย์ ยังไม่ทันจะเอาไปให้ ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลมาเจอเสียก่อนก็เลยแย่งเอาไปเปิดอ่าน ลักษณ์เขียนมาขอโทษมัสยาที่จากมาโดยไม่ได้ล่ำลาเพราะคิดว่าเธอไม่รักเขาอีกแล้ว แต่พอมาอยู่ที่นี่ก็คิดได้ว่าตัวเองทำไม่ถูกต้อง

“พี่ไม่ควรทำลายจิตใจของผู้หญิงที่พี่รัก พี่คิดถึงมัสทุกลมหายใจเข้าออก อยากให้มัสมาอยู่ข้างๆพี่ อยากจะกอดมัสเอาไว้แนบอก อดทนนะครับคนดีของพี่ พี่จะเอาชนะคุณย่าและทำให้เราได้อยู่ด้วยกันให้ได้ รักเสมอ... ลักษณ์” อ่านจดหมายจบ ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลขยำมันไว้แน่นด้วยความเจ็บใจ

จากนั้นท่านตรงไปที่เรือนครัวกำชับทั้งหม่อมช้อยและแม่นมผัน ถ้ามีจดหมายจากลักษณ์มาอีกให้เอามาให้ท่าน อย่าให้มัสยาได้อ่านเด็ดขาด หม่อมช้อยกับแม่นมผันสงสารทั้งคู่จับใจ แต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน นารถระพีสังเกตเห็นว่าพักนี้น้องชายดูเหม่อลอยชอบกล เข้ามาถามว่าเป็นอะไรไป

เขาตัดสินใจเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างลักษณ์กับมัสยาให้ฟังและยังเล่าอีกด้วยว่าคุณพ่อจะให้เขาหมั้นกับเธอภายในปีนี้ แต่เธอขอร้องให้เขาปฏิเสธการหมั้น เขาไม่รู้จะทำอย่างไรดี เขารักเธอมากจนไม่อาจสูญเสียเธอไปได้ นารถระพีขอให้น้องชายตรองดูให้ดี

“ถ้าหากนพยืนยันที่จะหมั้นกับมัสยา นพก็จะได้แค่ตัวเธอเท่านั้น และมัสยาคงจะไม่มีความสุข ถ้าหากนพปล่อยมัสยาไป นพคงจะเสียใจแต่มันก็น่าจะดีถ้านพได้เห็นคนที่เรารักมีความสุข” คำพูดของพี่สาวทำให้นพพรครุ่นคิดคล้อยตาม...

ลักษณ์ร้อนใจมากเมื่อรู้ข่าวจากเพื่อนทหารด้วยกันว่าหนังสือพิมพ์ลงข่าวมัสยาจะหมั้นกับนพพร รีบไปขออนุญาตผู้บังคับบัญชาลางานกลับบ้านอ้างมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ท่านไม่อนุญาตให้ไป ลักษณ์เครียดมากไม่รู้จะทำอย่างไรดี ตัดสินใจโทร.ทางไกลเข้าบ้าน มัสยาไม่อยู่ออกไปซื้อของกับท่านผู้หญิงและเริงใจ

แม่พร้อมจึงเป็นคนรับสาย ดีใจที่ได้ยินเสียงลูก ชวนคุยโน่นนี่แต่เขาไม่สนใจ เอาแต่ถามเรื่องการหมั้นหมายของมัสยากับนพพร

“นี่คงจะเป็นแผนของคุณย่าทั้งหมดเลยใช่ไหมครับ ตั้งแต่ส่งผมมาอยู่ที่อีสานและใช้ช่วงเวลาที่ผมไม่อยู่เร่งงานหมั้นของมัสกับนพพรให้เร็วมากขึ้น”

“ลักษณ์ ลูกอย่ากล่าวโทษคุณย่าแบบนั้น”

ชายหนุ่มต่อว่าแม่ตัวเองที่เอาแต่เข้าข้างคุณย่าทั้งที่ควรจะเข้าข้างเขา ช่วยเหลือเขาที่เป็นลูกในไส้

แม่พร้อมอ้างที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อเขาเพื่อมัสยา ลักษณ์โกรธมาก พูดออกมาได้อย่างไรว่าช่วยเขา สิ่งที่แม่ทำก็เพื่อตัวเองทั้งนั้น เพราะต้องการให้ดูดีในสายตาคุณย่า ถึงได้แต่ปิดปากเงียบไม่เคยโต้แย้งหรือขัดใจ

“ในเมื่อคุณแม่ไม่คิดช่วยก็ไม่เป็นไร ผมจะหาทางของผมเอง” ลักษณ์วางสายอย่างโกรธเกรี้ยว...

นพพรตัดสินใจจะช่วยมัสยามาขอเลื่อนการหมั้นออกไปช่วงปลายปี อ้างกับท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลว่าช่วงนี้ต้องวุ่นวายกับการเตรียมเอกสารเพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ ท่านไม่ขัดข้องเอาที่เขาสะดวกก็แล้วกัน

มัสยาเข้าใจผิดคิดว่านพพรยังไม่ล้มเลิกการหมั้นทั้งที่เธอขอร้องเอาไว้ก็ไม่พอใจเดินหนี เขารีบเดินตามจนทัน อธิบายว่าถ้าเขาปฏิเสธไปตรงๆ ท่านผู้หญิงอาจจะหาผู้ชายคนใหม่มาหมั้นกับเธอก็ได้ เขาจึงมาขอให้เลื่อนการหมั้นออกไปเพื่อที่เธอกับพี่ลักษณ์จะได้มีเวลาหาทางออกให้กับเรื่องนี้

“นพนอนคิดทั้งคืนว่าจะทำอย่างไร แล้วก็ได้คำตอบว่านพรักมัส นพอยากเห็นมัสมีความสุขกับคนที่มัสรัก นพจะยอมเป็นฝ่ายเสียใจเอง” คำพูดของนพพรทำให้มัสยาซึ้งใจมาก ขอบคุณเขาไม่หยุด

ooooooo

ลักษณ์เขียนจดหมายหามัสยาเป็นฉบับที่สามแล้ว แต่ไม่มีวี่แววจดหมายตอบกลับจากเธอ เขาไม่รู้ว่าจดหมายเหล่านั้นไม่ถึงมือเธอ ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลเอาไปเก็บใส่ลิ้นชักไว้หมด หม่อมช้อยไม่สบายใจกับเรื่องนี้ บ่นให้แม่นมผันฟังว่าสงสารมัสยาที่ไม่รู้เลยว่าลักษณ์พยายามติดต่อ

“ความจริงเรื่องนี้เราช่วยคุณหนูกันได้นะนังช้อย”

“อย่าบอกนะว่าแกจะเข้าไปขโมยจดหมาย” หม่อมช้อยดักคอ แม่นมผันตั้งใจจะทำอย่างนั้น และเพื่อไม่ให้ท่านผู้หญิงรู้ เราต้องหาซองจดหมายที่เหมือนกับซองเดิมไปใส่ไว้แทน คิดได้ดังนั้น ทั้งสองคนรีบไปเตรียมการทันที แต่เนื่องจากรีบร้อนไปหน่อย ทำให้ซองที่เตรียมมาสั้นกว่าซองจดหมายจริง แถมแม่นมผันยังสะเพร่าปิดลิ้นชักที่เก็บจดหมายไม่สนิทอีกต่างหาก...

มัสยาได้อ่านจดหมายจากลักษณ์ที่แม่นมผันกับหม่อมช้อยเอามาให้ถึงกับน้ำตาซึม รีบเก็บจดหมายไว้ในหนังสือแล้วหยิบกระดาษออกมาเขียนจดหมายตอบ...

ความสะเพร่าของแม่นมผันทำให้ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลจับได้ว่าจดหมายของลักษณ์หายไป ตามมาเอาเรื่องหม่อมช้อยกับแม่นมผันและทวงถามถึงจดหมายเหล่านั้น สองคนถึงกับหน้าซีด...

อีกมุมหนึ่งในบ้าน มัสยาเขียนจดหมายถึงลักษณ์เสร็จ ฝากเริงใจเอาไปส่งให้ แต่ยังไม่ทันได้ขยับ ท่านผู้หญิงเดินนำหม่อมช้อยกับแม่นมผันเข้ามาจะเอาเรื่องมัสยา เริงใจเห็นท่าไม่ดีรีบเอาจดหมายหลบไว้ด้านหลังแต่ท่านตาไวเห็นเสียก่อน ถามว่าเอาอะไรซ่อนไว้ สั่งให้เธอเอาออกมาให้ดู เริงใจหนีไม่ออกจำต้องส่งจดหมายฉบับนั้นให้ ท่านเปิดออกอ่านอย่างถืออำนาจบาตรใหญ่

“ถึงพี่ลักษณ์...มัสเพิ่งได้อ่านจดหมายก็เลยยังไม่ได้เขียนตอบ มัสไม่เคยโกรธพี่ มัสคิดถึงพี่ลักษณ์ด้วยซ้ำ มัสอยากเจอพี่ อยากให้พี่กลับมาเร็วๆ...ฮึ เขียนจดหมายหาผู้ชายได้อย่างน่าไม่อาย ใครสั่งใครสอนให้แกทำตัวแบบนี้ หรือว่าติดนิสัยชั้นต่ำมาจากแม่ของแก” ไม่ด่าเปล่าท่านเอาจดหมายปาใส่หน้ามัสยาอีกด้วย

“ถ้าคุณย่าอยากจะดุจะด่าก็กรุณาด่ามัส แต่อย่าได้พาดพิงถึงแม่ของมัส”

สองย่าหลานมีปากเสียงกันรุนแรง ท่านผู้หญิงไม่พอใจที่มัสยากล้าต่อปากต่อคำตบหน้าหัน มัสยาทนต่อไปอีกไม่ไหวในเมื่อคุณย่าทั้งด่าทั้งตบตีจนพอใจแล้ว เธอจะได้ไปจากที่นี่ แล้วหันหลังวิ่งออกไปทันที ท่านผู้หญิงโมโหแผดเสียงเรียกให้กลับมา แต่เธอไม่สนใจ ท่านหันไปตวาดใส่เริงใจ หม่อมช้อยและแม่นมผัน

“ยืนทำอะไรกันอยู่ รีบไปตามมัสยากลับมา”

ทั้งสามคนวิ่งตามมัสยาทันกันตรงหน้าบ้าน พยายามขอร้องให้กลับเข้าไปในบ้านก่อน รอให้ท่านใจเย็นแล้วค่อยปรับความเข้าใจกัน มัสยารู้ดีว่าไม่มีทางที่คุณย่าจะเข้าใจ ขอร้องให้ปล่อยเธอไป เริงใจนึกอะไรขึ้นมาได้ว่ามีอยู่คนหนึ่งที่พอจะช่วยเหลือเธอได้

ooooooo

ในเวลาต่อมา มัสยามานั่งพับเพียบอยู่ที่พื้นตรงหน้าท่านชายสดายุ ก้มกราบขอความเมตตาให้ท่านช่วยเหลือ ท่านรีบประคองให้เธอลุกขึ้น ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้

“ไม่ได้หรอกเพคะ หม่อมฉันมีเรื่องเดือดร้อนทีไร ท่านชายก็ทรงเต็มใจช่วยเหลือทุกครั้ง หม่อมฉันขอโทษที่ต้องมารบกวนแต่หม่อมฉันไม่รู้จะหันไปพึ่งใครอีกแล้วจริงๆ”

“อย่าพูดเหมือนเราห่างเหินกันสิ ฉันเห็นเธอเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง เธอหนีร้อนมาฉันก็ต้องช่วย เธอไม่ต้องกังวลใจไปนะมัสยา พักผ่อนอยู่ที่นี่จนกว่าเธอจะสบายใจ ฉันจะโทร.ไปบอกท่านผู้หญิงให้เอง ท่านจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง นี่เจ้าลักษณ์ก็คงยังไม่รู้เรื่องล่ะสิไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันจะจัดการทุกอย่างให้เธอเอง”

จากนั้นท่านชายสดายุโทร.ไปแจ้งให้ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลทราบว่ามัสยาอยู่ที่วังของท่านเองไม่ต้องเป็นห่วง ท่านรู้ว่าตอนนี้ท่านผู้หญิงกับมัสยาต่างก็ร้อนด้วยกันทั้งคู่ ท่านจึงอยากขออนุญาตให้เธอพักที่นี่ก่อน

“ท่านชายมาขอด้วยตัวเองแบบนี้ แล้วหม่อมฉันจะกล้าปฏิเสธได้ยังไง หม่อมฉันฝากบอกมัสยาด้วยก็แล้วกัน อย่าคิดว่าการหนีออกจากบ้านรัตนมหาศาลจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น เพราะไม่ว่ายังไงหม่อมฉันก็ไม่เปลี่ยนใจ” พูดจบท่านผู้หญิงวางสาย ท่านชายสดายุถึงกับถอนใจ หนักใจแทนมัสยา...

ท่านชายสดายุโทรศัพท์ทางไกลไปหาลักษณ์เล่าเรื่องที่มัสยากับท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลมีปากเสียงกันรุนแรง จนเธอต้องหนีมาอยู่ที่วังมยุรฤทธิ์ ลักษณ์เป็นห่วงเธอมากอยากจะกลับไปหาเธอตอนนี้เดี๋ยวนี้เลยถ้าทำได้ ท่านชายสดายุอยากให้ทั้งคู่สมหวังจึงรับปากจะจัดการเรื่องนี้ให้...

ดึกวันเดียวกัน ศักดิ์ชายมาส่งพิณทิพย์ที่หน้าบ้านรัตนมหาศาลหลังจากเที่ยวกลางคืนกันมาเต็มคราบ เขาไม่ลืมหยอดคำหวานอวยพรให้เธอหลับฝันดีและอย่าลืมฝันถึงเขาด้วย แล้วคว้ามือเธอขึ้นมาจะจุ๊บ แต่ต้องชะงักเมื่อมีเสียงร้องเรียกพิณทิพย์ดังขึ้นเสียก่อน ทั้งสองคนหันมองตามเสียงเห็นพงศ์เทพยืนหน้าเข้มอยู่

“ปล่อยมือจากน้องสาวผมได้แล้วมั้ง”

ศักดิ์ชายรีบปล่อยมือพิณทิพย์แล้วยกมือไหว้พงศ์เทพ แต่ฝ่ายหลังไม่รับไหว้เพราะรู้สึกไม่ถูกชะตาด้วย ศักดิ์ชายเห็นท่าไม่ดีรีบขอตัวกลับก่อน พิณทิพย์รอจนเขาไปแล้วก็หันมาต่อว่าพี่ชายที่เสียมารยาทกับเพื่อนของเธอ นอกจากจะไม่รับไหว้ ยังพูดจาไม่น่าฟังอีกด้วย พงศ์เทพมองออกว่าผู้ชายคนนั้นเป็นคนไม่ดี แล้วทำไมจะต้องไปทำดีด้วย เตือนให้เธอระวังจะโดนมันหลอก

“พิณโตแล้วนะคะไม่ใช่เด็กๆ พิณแยกแยะออกว่าใครดีใครไม่ดี พี่พงศ์อย่ามายุ่งกับชีวิตของพิณหน่อยเลย เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ” แดกดันจบพิณทิพย์เดินเข้าบ้าน พงศ์เทพไม่พอใจมากตามมาต่อว่า ศจีกับหลวงราชบริรักษ์ได้ยินเสียงเอะอะออกมาถามว่ามีเรื่องอะไรกัน พงศ์เทพฟ้องท่านทั้งสองเรื่องที่พิณทิพย์ออกไปเที่ยวกลางคืนกับผู้ชายที่ท่าทางเหมือนอันธพาล

ศจีซักลูกสาวเป็นการใหญ่ว่าเขาเป็นใคร เป็นลูกเต้าเหล่าใคร เธอตอบไม่ได้สักอย่างรู้แค่เขาชื่อศักดิ์ชาย พอถูกซักหนักเข้า พิณทิพย์ไม่พอใจ ขอร้องพ่อแม่และพี่ชายอย่ามาก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว เธอจะคบใครก็เรื่องของเธอ แล้วเดินกระฟัดกระเฟียดเข้าห้องตัวเอง หลวงราชบริรักษ์เป็นห่วงลูกสาว

“ตาพงศ์ถ้าไงก็ฝากดูน้องด้วยแล้วกัน ดูท่าทางยัยพิณจะหลงผู้ชายคนนี้เอามากๆ”

ooooooo

ด้วยความช่วยเหลือของท่านชายสดายุทำให้ลักษณ์ได้รับอนุญาตให้ลากลับบ้านได้ห้าวัน เขาไม่ได้กลับไปที่บ้านรัตนมหาศาลแต่มาที่วังมยุรฤทธิ์ ของท่านชายสดายุเพื่อมาอยู่กับมัสยา และสัญญากับเธอว่าจะใช้ทุกนาทีที่มีอยู่น้อยนิดให้คุ้มค่าที่สุด

จากนั้นลักษณ์กับมัสยาหิ้วตะกร้าใส่ขนมสำหรับไปปิกนิกเดินออกจากวังมยุรฤทธิ์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มโดยไม่รู้ว่าท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลส่งนักสืบมาซุ่มดูอยู่ด้านนอก รอจนทั้งคู่ผ่านหน้าไปก็รีบออกจากที่ซ่อน

ไม่นานนักนักสืบมายืนเตร่อยู่หน้าบ้านรัตนมหาศาล ประมุขของบ้านมองซ้ายมองขวาเห็นปลอดคนรีบเข้ามาหา นักสืบรายงานทันที

“เป็นอย่างที่ท่านผู้หญิงคิดเอาไว้ครับ คุณลักษณ์กลับมาแล้ว ตอนนี้อยู่ที่วังมยุรฤทธิ์กับคุณมัสยาครับ”

ท่านผู้หญิงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement