วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

มัสยา ตอนที่ 10


10 ก.ย. 2560 08:07
1,071,542 ครั้ง

มัสยา ตอนที่ 10

อ่านเรื่องย่อ

มัสยา

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

พนมเทียน

บทโทรทัศน์โดย:

ปณธี

กำกับการแสดงโดย:

วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

มิกค์ ทองระย้า,มุกดา นรินทร์รักษ์

เพ็ญโฉมทนไม่ไหวที่มัสยาได้ใกล้ชิดลักษณ์แต่ตัวเองต้องกลายเป็นคนนอก ตามมาหาเรื่องด่าว่า แถมกระชากมาตบสั่งสอน มัสยาไม่ยอมถูกตบฝ่ายเดียวซัดคืนไปบ้าง เพ็ญโฉมเห็นลักษณ์เข้ามารีบเปลี่ยนท่าที

“มัสตบหน้าพี่ทำไม...ลักษณ์คะ ช่วยโฉมด้วย อยู่ดีๆมัสก็ตบหน้าโฉมค่ะ”

“ใช่ มัสตบหน้าพี่โฉม แต่เป็นเพราะพี่โฉมตบหน้ามัสก่อน”

สองสาวเถียงกันไม่มีใครยอมใคร เพื่อตัดปัญหาลักษณ์สั่งให้มัสยาขอโทษเพ็ญโฉม เธอจำใจทำตาม

เพ็ญโฉมยิ้มอย่างผู้ชนะเพราะคิดว่าเขาเข้าข้าง แต่ที่ไหนได้ เขาบอกให้เพ็ญโฉมขอโทษมัสยาเช่นกัน ฐานเป็นฝ่าย เริ่มศึกฝ่ามือก่อน เพ็ญโฉมไม่กล้าหือ ฝืนใจขอโทษตามที่เขาสั่ง แล้วผละจากไป

มัสยาสะบัดหน้าใส่ลักษณ์ก่อนจะเดินแยกไปอีกทางหนึ่ง เขาตามมาอธิบายที่ต้องให้เธอขอโทษเพ็ญโฉม ก่อนเพราะเป็นเด็กกว่าไม่ได้คิดจะเข้าข้างใคร สองคน ปรับความเข้าใจกันได้ในที่สุด เธออดถามไม่ได้ว่าเขายังรักเพ็ญโฉมอยู่หรือเปล่า เขากลับย้อนถามแล้วมัสยารักเขาหรือเปล่า เธออ้างว่าไม่รู้เหมือนกัน

“มัสจะมาตอบว่าไม่รู้ไม่ได้อีกแล้ว มัสต้องพูดมาเดี๋ยวนี้ สิ่งที่พี่ได้ยินพี่รู้ว่ามันไม่ใช่ความฝัน มันเป็น ความจริง มัสบอกว่ารักพี่ รักอย่างที่พี่รักมัส ทำไมมัสถึงไม่พูดมันออกมา ทำไม...”

“เพราะมัสรู้ว่าเรื่องของเรามันเป็นความจริงไม่ได้ไงคะ”

“มันเป็นความจริงได้ถ้ามัสเชื่อใจพี่...พี่จะพิสูจน์ให้มัสเห็นว่าพี่สามารถทำให้เราอยู่ด้วยกันได้” แม้ลักษณ์จะให้คำสัญญาเป็นมั่นเหมาะ แต่มัสยาก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี

ooooooo

เพ็ญโฉมยังไม่ละความพยายาม เห็นลักษณ์จะลุกขึ้นไปเอาน้ำดื่มรีบเข้ามาอาสาจะไปหยิบให้ เขาตัดสินใจพูดกับเธอตามตรงว่าให้กลับบ้านไปดีกว่า อย่ามาเสียเวลากับเขาอีกเลย เธอดักคอที่เขาเป็นอย่างนี้เพราะมัสยาใช่ไหม ในเมื่อเขาพูดออกมาตรงๆ เธอก็จะบอกเขาตรงๆเช่นกัน

“ที่โฉมเคยบอกว่าจะเป็นเพื่อนกับลักษณ์ได้ ความจริงโฉมทำไม่ได้ โฉมยังรักคุณและโฉมจะไม่ยอมแพ้ โฉมจะทำให้ลักษณ์กลับมารู้สึกกับโฉมเหมือนเดิม โฉมจะแทนที่มัสยาให้ได้”

มัสยายืนฟังอยู่นานแล้ว เดินเข้ามาประจันหน้ากับเพ็ญโฉม “คงยากหน่อยนะคะพี่โฉม เพราะมัสไม่ยอมปล่อยพี่ลักษณ์ไปง่ายๆหรอกค่ะ”

“รักษาเขาเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน อย่าประมาท” พูดจบเพ็ญโฉมผละจากไป มัสยาหันมาทางลักษณ์

“ที่พี่ลักษณ์ถามว่ามัสรักพี่หรือเปล่า มัสพร้อมจะตอบแล้วนะคะ...มัสรักพี่ลักษณ์ค่ะ”

ลักษณ์ดีใจดึงมัสยามากอดแนบอก ขอให้เธอจำเอาไว้ว่าหัวใจของเขามอบให้เธอเพียงผู้เดียว จะไม่มีใครมาแทนที่เธอได้ และขอให้เธอไว้ใจเขา มือของเขาจะจับมือเธอไม่ปล่อย เขาจะทำให้เราได้อยู่ด้วยกัน ไม่ว่าจะเจอกับอุปสรรคมากแค่ไหนก็ตาม มัสยามองเขาอย่างซาบซึ้งใจ กอดเขาตอบอย่างมีความสุข...

ตั้งแต่มัสยาสารภาพความในใจออกมา ทั้งเธอและลักษณ์หยอกล้อกันเหมือนคู่รักคู่อื่นๆ ไม่ต้องปิดบังอะไรอีก วิ่งไล่กันในสวนอย่างสนุกสนาน ลักษณ์ลืมไปเลยว่าตัวเองยังพักฟื้นหลังผ่าตัด ครั้นแผลเริ่มระบม

มัสยาต้องประคองเขากลับมานอนพัก เขาแกล้งต่อว่าว่าที่ต้องแผลเจ็บเกือบฉีกเพราะเธอปล่อยให้เขาวิ่งไล่

“พี่ลักษณ์พูดเกินไปแล้ว ไหนคะ แผลฉีกตรงไหน” มัสยาแกล้งคืนจับไปที่แผล

“โอ๊ย พี่เจ็บนะคะ ยังจะมาหัวเราะ ผู้หญิงอะไรใจร้าย”

“ถ้าไม่ร้ายก็ไม่ใช่มัสยาตัวจริงน่ะสิค่ะ พี่ลักษณ์เอง ก็ชอบมัสตรงนี้ไม่ใช่เหรอ”

“ใช่ครับ ร้ายแบบนี้ พี่ถึงต้องรักให้มากๆ...มัสคะ พรุ่งนี้เราจะได้กลับบ้านกันแล้ว ทันทีที่พี่ถึงบ้านพี่จะบอกคุณย่าเรื่องของเรา พี่จะขออนุญาตคุณย่าคบกับ หลานสาวสุดที่รักของท่าน”

มัสยาเป็นกังวล แล้วถ้าคุณย่าไม่อนุญาตจะทำอย่างไร ลักษณ์จะขอโอกาสท่านอีกแล้วจะทำทุกอย่างเพื่อให้ท่านยอม มัสยาภาวนาขอให้เราได้อยู่ด้วยกัน

ooooooo

เพ็ญโฉมหิ้วกระเป๋าเดินทางเข้าบ้านด้วยสีหน้าเศร้าหมอง แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นพงศ์เทพนั่งรอท่าอยู่ สงสัยเขามาได้อย่างไร เขารู้จากพ่อของเธอว่าเธอจะกลับมาถึงเช้านี้ก็เลยมารอ

“คงรู้เรื่องแล้วสินะว่าฉันไปหาลักษณ์มา”

พงศ์เทพไม่เข้าใจทำไมเพ็ญโฉมถึงยังไปตามตื๊อ คนที่ไม่เห็นคุณค่าของเธออีก เธอให้เหตุผลว่าเป็นเพราะเธอยังรักลักษณ์และไม่มีวันทำใจได้ที่เขาจะเป็นของคนอื่น ไม่ว่าจะอย่างไรเขาต้องเป็นของเธอ พงศ์เทพสงสารเธอจับใจเข้ามากอดไว้แนบอก เพ็ญโฉมตกใจดิ้นหนี แต่เขากอดไว้แน่น

“ผมรู้ว่าคุณเจ็บช้ำมามาก แล้วผมก็รู้ว่าหัวใจของคุณมันกำลังจะไม่ไหวอีกต่อไป ถ้าคุณอยากร้องไห้ก็ร้องออกมาเถอะครับ อย่าเก็บมันเอาไว้อีก” อ้อมกอดที่จริงใจกับคำพูดอ่อนโยนของพงศ์เทพทำให้เพ็ญโฉมไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้ร้องไห้โฮ เขาปล่อยให้เธอร้องไห้จนรู้สึกดีขึ้นจึงหยิบผ้าเช็ดหน้ายื่นให้ซับน้ำตา

“ที่คุณพูดกับผมก่อนหน้านี้ ที่บอกว่าทำใจไม่ได้ถ้าหากลักษณ์จะเป็นของคนอื่น คุณพูดเหมือนลักษณ์มีใครอีกคน แล้วผู้หญิงคนนั้นคือใครเหรอครับ” พงศ์เทพมองเพ็ญโฉมอย่างรอคำตอบ...

มัสยากับลักษณ์กลับถึงบ้านรัตนมหาศาลท่ามกลางความดีใจของทุกคน แม้เธอจะช่วยชีวิตลักษณ์เอาไว้ได้ แต่ท่านผู้หญิงยังถือว่าเธอทำผิดกฎของตระกูล ดังนั้นจึงต้องถูกลงโทษด้วยการให้ร้อยพวงมาลัยดอกมะลิ 50 พวงให้เสร็จภายในวันนี้ ท่านจะเอาไปแก้บนเจ้าที่เจ้าทาง ที่ท่านไปบนไว้ถ้าทั้งคู่ปลอดภัยกลับมาจะถวายพวงมาลัยจำนวนนั้น และงานนี้ห้ามใครช่วยมัสยาเด็ดขาด ต้องทำ เพียงคนเดียว

“ขอโทษนะมัส ฉันไม่กล้าขัดคำสั่งคุณย่าหรอก” เริงใจรีบออกตัว มัสยามองตะกร้าใส่ดอกมะลิแล้วอดท้อใจ ไม่ได้ ลักษณ์รอจนท่านผู้หญิงกลับห้องตัวเอง จึงตามไปเพื่อจะคุยเรื่องตัวเองกับมัสยา แต่ยังไม่ทันอ้าปากพูดท่านชิงพูดเรื่องจะเอาสร้อยเพชรมรดกตกทอดของตระกูลไปหมั้นหมายนารถระพีขึ้นมาเสียก่อน แถมขอร้องเขาอย่าปฏิเสธอีกเลย ทำตามใจท่านเรื่องนี้อีกสักเรื่อง

“เพราะย่าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าย่าจะตายวันไหน”

“ทำไมคุณย่าแช่งตัวเองแบบนี้ล่ะครับ”

“ย่าไม่ได้แช่ง นี่เป็นความจริงที่มนุษย์หลีกเลี่ยงไม่ได้ และย่าก็รู้ตัวว่าย่าน่ะแก่มากแล้ว อะไรที่เคยทำได้คล่อง ตอนนี้มันก็ติดขัด ย่าอยากจะมีเรื่องสักเรื่องที่ทำให้ย่ามีความสุขก่อนที่จะหมดลมหายใจ ลักษณ์ทำเพื่อย่านะลูก” ท่านผู้หญิงจับมือหลานชายสุดสวาทมากุมไว้ เขาถึงกับพูดอะไรไม่ออกแอบถอนใจหนักใจ

ooooooo

แม่นมผันหัวเราะขำเมื่อเห็นพวงมาลัยดอกมะลิฝีมือมัสยาที่เบี้ยวไปเบี้ยวมา เธอขอร้องอย่าหัวเราะเยาะกันเลย แม่นมผันก็รู้ว่าเธอไม่เก่งเรื่องพวกนี้ ถ้าให้ปีนเก็บมะม่วงยังดีเสียกว่า

“คุณหนูล่ะก็ ถนัดแต่ละอย่างเป็นเรื่องของผู้ชายทั้งนั้น คุณหนูต้องฝึกเรื่องพวกนี้เอาไว้ให้มากนะคะ อีกหน่อย พอออกเรือนไปจะได้มัดใจสามีอยู่หมัด”

“โอ๊ยเรื่องนี้มัสยังไม่คิดหรอกค่ะ”

“ไม่คิดจริงเหรอคะ นมรู้นะว่าคุณหนูกำลังมีความรัก เงียบแบบนี้แสดงว่ามีจริงๆใช่ไหมคะ ใครกันคะ คุณหนู บอกนมได้ไหม นมอยากรู้”

มัสยาปฏิเสธทันทีว่าไม่มี แม่นมผันขอร้องอย่ามาโกหกกันดีกว่า หม่อมช้อยได้ยินพอดีถามว่าโกหกเรื่องอะไร แม่นมผันฟ้องว่าคุณหนูไม่ยอมบอกว่าผู้ชายที่ตัวเองรักเป็นใคร ระหว่างนั้นลักษณ์เดินเข้ามาพอดี มัสยาหันไปมองแล้วยิ้มให้ หม่อมช้อยสะดุดกับสายตาของทั้งคู่ที่มองสบตากัน แม่นมผันชวนเขาให้มาช่วยกันซักผู้ร้ายปากแข็งอย่างมัสยาที มีคนรักแล้วแต่ไม่ยอมบอกว่าเป็นใคร ลักษณ์ได้แต่ยิ้มเจื่อน

“ความจริงเรื่องนี้เดาไม่ยากหรอกนังผัน ผู้ชายคนนั้นก็คือคุณนพยังไงล่ะ เพราะคุณนพเป็นผู้ชายคนเดียวที่คุณท่านอนุญาตให้เข้าบ้านและสนิทสนมกับคุณหนู” หม่อมช้อยตั้งข้อสังเกต มัสยาปฏิเสธว่าไม่ใช่นพพร
เธอไม่เชื่อถ้าไม่ใช่เขาจะเป็นคนอื่นไปได้อย่างไร แล้วหันไปถามความเห็นจากลักษณ์ว่าจริงหรือเปล่า เขาไม่รู้จะตอบคำถามอย่างไรได้แต่บอกว่าไม่รู้

มัสยาทั้งโกรธทั้งเสียใจที่เขาไม่พูดอะไรออกมาบ้าง เผลอทำเข็มร้อยมาลัยแทงนิ่วตัวเองเลือดไหล รีบขอตัวไปล้างแผลก่อนแล้วผลุนผลันออกไป ลักษณ์มองตามไม่สบายใจรีบเดินตามมาจนทัน ขอร้องว่าอย่าเพิ่งไป มัสยาหันมาต่อว่าน้ำตาคลอเบ้าทำไมเขาถึงเลือกที่จะพูดว่าไม่รู้และปล่อยให้แม่นมผันกับหม่อมช้อยเข้าใจผิดว่าคนรักของเธอคือนพพร

“เพราะพี่ยังไม่ได้บอกคุณย่าให้ทราบถึงเรื่องของเรา ฉะนั้นคนอื่นจะรู้ก่อนคุณย่าไม่ได้ พี่พยายามจะบอกคุณย่าแล้ว แต่คุณย่าดักคอพี่เอาไว้ทำให้พี่ยังพูดมันออกมาตอนนี้ไม่ได้ ขอเวลาพี่นะมัส พี่จะบอกคุณย่าเรื่องของเราให้ได้ ช่วงนี้ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรเข้ามา พี่ไม่อยากให้มัสหวั่นไหว พี่อยากให้มัสไว้ใจพี่ เชื่อใจพี่ว่าพี่จะไม่มีวันเปลี่ยนใจ พี่จะสู้เพื่อเราสองคน มัสรอพี่นะคะ อดทนจนกว่าจะถึงวันของเราได้ไหม”

“ค่ะ มัสจะอดทน มัสจะรอจนถึงวันของเราสองคนค่ะ”

ลักษณ์ยิ้มออกยกมือมัสยาขึ้นมาจูบ สองคนมองสบตากันลึกซึ้งโดยไม่รู้ว่าหม่อมช้อยแอบมองอยู่...

หม่อมช้อยรอกระทั่งได้อยู่ตามลำพังกับมัสยา ตัดสินใจขอร้องให้หยุดทำแบบนี้ เธอกับลักษณ์เป็นพี่น้องกันไม่สมควรจะรักกันฉันชู้สาว แม้ในความเป็นจริงทั้งคู่จะไม่มีสายเลือดเกี่ยวข้องกันก็ตาม แต่ในทางสังคมแล้วทั้งคู่เป็นครอบครัวเดียวกัน

“เชื่อดิฉันนะคะคุณหนู ตัดใจจากคุณลักษณ์ซะแต่ตอนนี้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ถ้าคุณท่านทราบต้องไม่มีวันยอมและท่านก็จะแยกคุณหนูกับคุณลักษณ์ออกจากกันเหมือนที่ท่านทำกับคุณศัลย์และคุณบุหงา-ราตรี พ่อกับแม่ของคุณหนูนะคะ ดิฉันขอร้องล่ะค่ะ หยุดซะดิฉันไม่อยากให้คุณสองคนถลำลึกไปมากกว่านี้” คำพูด ของหม่อมช้อยทำให้มัสยาครุ่นคิดหนัก...

ขณะที่ความลับระหว่างลักษณ์กับมัสยาเริ่มปิดไม่อยู่ พงศ์เทพครุ่นคิดหนักเรื่องที่เพ็ญโฉมเล่าให้ฟังว่า ผู้หญิงที่ทำให้ลักษณ์เปลี่ยนใจจากเธอก็คือมัสยา แถมยังชวนให้เขาร่วมมือกับเธอทำให้ลักษณ์กลับมาหาเธอ

“ทำไมผมต้องช่วยคุณด้วย”

“เรื่องระหว่างเรายังไงก็ไม่มีทางเกิดขึ้น ฉันอยากให้คุณเลิกหวังแล้วไปทำในสิ่งที่คุณต้องการมาตลอดชีวิตจะดีกว่า คุณอยากเป็นหลานชายสุดที่รักของท่านผู้หญิงไม่ใช่หรือคะ ลองคิดดูให้ดี ถ้าหากท่านผู้หญิงรู้ว่าหลานที่รักทั้งสองหันมารักกันเอง ท่านจะเสียใจและโกรธมากแค่ไหน”

ในระหว่างที่พงศ์เทพลังเลควรจะทำตามที่เพ็ญโฉมยุหรือเปล่า ศจีเดินเข้ามากับพิณทิพย์เห็นเขานั่งเหม่อใจลอยถามว่าคิดอะไรอยู่ พงศ์เทพสะดุ้งตื่นจากภวังค์ อ้างว่าคิดเรื่องงานอยู่

“ตาลักษณ์กับยัยมัสกลับมาแล้วนะ แม่แอบเห็นคุณยายของเรายิ้มหน้าบานเป็นจานเชิง เห็นแล้วก็นึกหมั่นไส้ ทำเป็นรักกันเข้าไป ถ้ายัยมัสหรือตาลักษณ์ทำให้คุณแม่เจ็บช้ำใจเมื่อไหร่แม่จะรีบตามไปสมน้ำหน้า ลูกมองหน้าแม่เหมือนมีอะไรจะพูด”

“ใช่ครับ ผมมีเรื่องจะพูด”...

พงศ์เทพไม่ได้พูดเรื่องมัสยากับลักษณ์ แต่บอกข่าวดีว่าเขาได้เลื่อนยศเป็นร้อยตำรวจโทแล้ว ศจีดีใจที่ลูกมียศเทียบเท่าลักษณ์รีบพาไปอวดกับท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล เนื่องจากถูกปรามาสว่าได้เลื่อนยศช้า ท่านหมั่นไส้ลูกสาวที่ดีใจจนออกนอกหน้ากว่าคนที่ได้ตำแหน่งก็เลยทำเป็นไม่สนใจ แถมคุยทับว่าลักษณ์ก็กำลังจะได้พิจารณาเลื่อนยศให้เป็นร้อยเอกไม่เห็นแม่พร้อมจะมาคุยอวดอะไรอย่างที่ศจีทำ พงศ์เทพถึงกับหน้าเสีย

“ผมทราบครับว่าผมสู้ลักษณ์ไม่ได้ในทุกๆเรื่องแต่ผมก็อยากได้คำชื่นชมจากคุณยายบ้างนะครับ”

แม่พร้อมเห็นท่านผู้หญิงนั่งนิ่งก็รีบแสดงความยินดีกับพงศ์เทพ ศจีเห็นท่านไม่ยินดียินร้ายกับความก้าวหน้าของลูกชายก็ชวนกันกลับ แม่พร้อมติงท่านผู้หญิงว่าน่าจะแสดงความยินดีกับหลานสักนิด

“เธอคิดว่าฉันไม่ภูมิใจรึไงที่หลานได้เลื่อนยศ ฉันดีใจและภูมิใจเพียงแต่แม่ศจีทำให้ฉันอดที่จะหมั่นไส้ไม่ได้ ฉันไม่ได้นึกเกลียดตาพงศ์สักนิด”

ooooooo

พงศ์เทพเข้าใจผิดว่าท่านผู้หญิงไม่สนใจจึงตัดสินใจจะเล่าเรื่องลักษณ์กับมัสยาให้ท่านรับรู้ บอกให้แม่กับน้องสาวกลับบ้านไปก่อนครั้นมาถึงตึกใหญ่เจอท่านผู้หญิงกับแม่พร้อมกำลังจะเดินออกมา

“คุณยายครับ มีบางอย่างที่คุณยายต้องรู้เกี่ยวกับลักษณ์และมัสยา...”

“อย่าเพิ่งพูด ยายอยากจะขอโทษเราที่เมื่อครู่ยายพูดไม่ดี ความจริงแล้วยายดีใจที่เราได้เลื่อนยศ นี่เป็นสิ่งที่ยายรอคอยมาตลอด ยายภูมิใจที่สุดที่มีหลานเป็นถึงร้อยตำรวจโท แต่ที่ยายไม่ได้พูดออกไปเป็นเพราะแม่ของเรา...ว่าแต่เราจะบอกอะไรเกี่ยวกับตาลักษณ์และมัสยา มีอะไรที่ยายจะต้องรู้”

“ผม...เอ่อ ผมแค่เป็นห่วงลักษณ์กับมัสน่ะครับ เพราะครั้งนี้ลักษณ์ได้รับบาดเจ็บค่อนข้างหนัก ส่วนมัสก็ดูแลลักษณ์จนไม่ค่อยได้พักผ่อน แค่นั้นแหละครับที่ผมอยากให้คุณยายรู้”...

ด้านลักษณ์ทนคิดถึงไม่ไหวลอบเข้าไปหามัสยาถึงในห้อง ปิดประตูล็อกแล้วดึงเธอมากอด มัสยาตกใจ ร้องเอะอะ เข้ามาแบบนี้ใครเห็นเข้าจะเป็นเรื่องได้ขอร้องให้ปล่อย เขาขอกอดให้หายคิดถึงก่อนไม่ใช่แค่กอดเท่านั้น ลักษณ์ยังหลอกจูบเธออีกต่างหาก ระหว่างนั้นมีเสียงท่านผู้หญิงเคาะประตูเรียกมัสยาดังขึ้น ทั้งคู่พากันตกใจ ลักษณ์รีบไปซ่อนในตู้เสื้อผ้า มัสยาเห็นเขาซ่อนตัวเรียบร้อยถึงได้ไปเปิดประตูห้อง

“ย่าขอเข้าไปในห้องหน่อยมีอะไรจะคุยด้วย...ย่าอยากให้เราช่วยพูดกับตาลักษณ์เรื่องหนูนารถระพี”

มัสยานิ่วหน้าแปลกใจทำไมท่านถึงไม่คุยเอง ท่านกลัวว่าถ้าพูดเองจะทะเลาะกันก่อนที่จะได้เรื่องได้ราว ท่านอยากให้เขาแต่งงานกับนารถระพีจริงๆ นี่เป็นความฝันอีกเรื่องที่ท่านอยากทำให้สำเร็จก่อนตาย มัสยาไม่อยากทำให้แต่จำต้องรับปากเพื่อที่ท่านจะได้ไปจากห้อง ลักษณ์รอจนท่านไปแล้วถึงได้ออกจากตู้เสื้อผ้า มัสยารีบเดินมาหายังไม่ทันจะอ้าปากพูด เขาชิงบอกว่าไม่ต้องอธิบาย

“พี่รู้ว่ามัสอยู่ในภาวะน้ำท่วมปาก จะไม่รับปากคุณย่าก็คงไม่ได้ พี่เข้าใจดีมัสไม่ต้องกังวลนะคะ พี่จะจัดการเรื่องนี้เอง” ลักษณ์ว่าแล้วดึงมัสยามากอดอีกครั้ง

ooooooo

เพ็ญโฉมไม่พอใจมากที่พงศ์เทพไม่ได้เอาเรื่องลักษณ์กับมัสยาไปฟ้องท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล แถมเขายังพยายามกล่อมให้เธอเลิกคิดทำร้ายสองคนนั่น ยิ่งเธออยากให้พวกนั้นเจ็บ คนที่เจ็บอาจจะเป็นเธอเสียเอง เพ็ญโฉมไม่สนใจในเมื่อเขาไม่ช่วย เธอจะไปบอกท่านผู้หญิงด้วยตัวเอง

“คุณยายไม่มีวันเชื่อคุณ คุณยายจะคิดว่าคุณใส่ร้ายพวกเขาเพราะต้องการกลับมาหาลักษณ์”

“แล้วคุณจะได้รู้ว่าคุณคิดผิด”...

ระหว่างกินมื้อเช้าด้วยกัน ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลชวนลักษณ์ เริงใจและมัสยาไปเที่ยวหัวหินด้วยกันเช้านี้เลย ทุกคนต่างดีใจที่จะได้ไปเที่ยวทะเล โดยเฉพาะมัสยาชอบทะเลมากเพราะทำให้รู้สึกว่าได้อยู่ใกล้พ่อกับแม่อีกครั้ง เข้าทางท่านผู้หญิงทันที วานให้ลักษณ์ช่วยไปบอกนพพรกับนารถระพีว่าเราจะไปหัวหินกันวันนี้เพราะเมื่อเช้าท่านโทร.ไปขออนุญาตท่านเจ้าคุณมหศักดิ์ให้ทั้งคู่ไปกับเราด้วย เขาถึงกับหน้าเจื่อน

ทางฝ่ายเริงใจพอจะเดาเจตนาของท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลออกว่าการไปเที่ยวหัวหินครั้งนี้ไม่ใช่ไปเที่ยวธรรมดาแต่มีแผนจะจับคู่ให้ลักษณ์กับนารถระพี และมัสยากับนพพร...

บ่ายวันเดียวกัน เพ็ญโฉมมาที่บ้านรัตนมหาศาลจะขอพบกับท่านผู้หญิง หม่อมช้อยไม่ให้เข้าบ้านเนื่องจากไม่มีใครอยู่ เธอไม่เชื่อหาว่าหม่อมช้อยกีดกันจะบุกเข้าไปในตัวตึกให้ได้อ้างมีเรื่องสำคัญต้องแจ้งให้ท่านทราบ สั่งให้หม่อมช้อยหลีกทาง ไม่อย่างนั้นได้เห็นดีกันแน่ แม่นมผันเข้ามาช่วยขวางไว้อีกแรงหนึ่ง เพ็ญโฉมเห็นท่าทางเอาจริงของทั้งคู่จำต้องล่าถอยกลับไป แต่ไม่วายทิ้งท้าย

“ไม่ให้ฉันเข้าก็ไม่เป็นไร แต่ฉันจะกลับมาอีก”

“โธ่นึกว่าจะแน่ โชคดีแล้วล่ะที่คุณลักษณ์เลิกกับผู้หญิงพรรค์นี้ได้ แต่ก่อนเห็นว่าดี ในที่สุดลายก็ออก”

หม่อมช้อยมองตามเพ็ญโฉมที่เดินจากไปด้วยใจคอไม่ดีไม่รู้จะมาพูดอะไรกับคุณท่าน...

การมาเที่ยวหัวหินครั้งนี้ มัสยาไม่สนุกเลยเพราะถูกคุณย่าจับแยกคู่ให้ตัวเองไปอยู่กับนพพร ส่วนลักษณ์ท่านก็ยัดเยียดให้ไปดูแลนารถระพีจนทำให้ทั้งคู่เข้าใจผิด ต่างหึงหวงซึ่งกันและกัน ลักษณ์แอบมาหามัสยาที่ห้องพัก เพื่อจะปรับความเข้าใจแต่ยังไม่ทันจะคุยกันให้รู้เรื่อง เริงใจเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน

นอกจากนั้น ระหว่างกินของว่างยามบ่าย นพพรกับมัสยายังเปิดคอนเสิร์ตเล็กๆร้องเพลงกล่อมทุกคนอีกด้วย ลักษณ์ทนดูไม่ไหวต้องเดินเลี่ยงออกมาที่ชายหาด ท่านชาย สดายุมาเดินชมวิวเห็นเขายืนเซ็ง เข้ามาทักกำลังคบหาดูใจอยู่กับมัสยาก็น่าจะมีความสุขแต่ทำไมเขาถึงทำหน้าหนักอกหนักใจแบบนี้ ได้ความว่าเขายังไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้คุณย่าหรือคนอื่นรู้เพราะหาโอกาสเหมาะไม่ได้ แต่ยิ่งปล่อยไว้นานก็ยิ่งไม่มีโอกาสบอก

“เรื่องของแกกับมัสช่างไม่ราบรื่นเอาซะเลย ถ้าอยากให้ฉันช่วยอะไรล่ะก็บอกมาฉันยินดี”

ลักษณ์ยิ้มเจ้าเล่ห์ทันที หลังจากนัดแนะกับท่านชายสดายุเรียบร้อย เขากลับไปบอกคุณย่าว่าท่านชายเชิญมัสยาไปร่วมรับประทานอาหารค่ำที่บ้านพัก ตากอากาศก็เลยฝากเขามาขออนุญาตคุณย่าแทนท่านด้วย ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลไม่ขัดข้อง เตือนมัสยา อย่าไปทำอะไรที่จะทำให้ท่านชายไม่พอใจก็แล้วกัน

“ผมจะไปส่งมัสและรอรับมัสกลับนะครับ... แต่งตัวสวยๆนะมัสยา”

มัสยารับคำโดยไม่ติดใจสงสัยอะไร...

กว่ามัสยาจะรู้ว่านี่เป็นแผนของลักษณ์ก็เป็นตอนที่ท่านชายสดายุเชิญให้เธอกินข้าวกับลักษณ์ตามสบาย พอดีท่านติดธุระกะทันหัน เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง มัสยาคาดคั้นให้ลักษณ์บอกความจริงมาว่าท่านชายไม่ได้ชวนเธอมากินข้าวใช่ไหม แต่เป็นแผนของเขา

“มัสนี่ฉลาดเสียจริง มีอะไรที่พี่จะหลอกมัสได้บ้างไหมนะ”

มัสยาเตือน ทำแบบนี้ระวังคุณย่าจะรู้เข้าต้องเดือดร้อนแน่ๆ ลักษณ์อ้างเพราะกลัวคุณย่าจะรู้ เขา ถึงต้องขอให้ท่านชายสดายุช่วย มัสยาตกใจนี่แสดงว่าท่านชายรู้เรื่องของเรา เขาพยักหน้าแทนคำตอบ

“พี่อยากมีเวลาอยู่กับมัสสองต่อสองแล้วพี่ก็ไม่ชอบเห็นมัสถูกคอกับนพพรมากกว่าพี่ อย่าโกรธพี่เลยนะคะ เวลาของเรามีน้อย ต้องใช้ให้คุ้ม” ลักษณ์ว่าแล้วยื่นมือไปให้มัสยาจับ ก่อนจะพาไปยังโต๊ะอาหารที่จัดไว้อย่างสวยงามริมหาด

ooooooo

ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมฝากลักษณ์เอามะม่วงไปให้ท่านชายสดายุ แม่พร้อม จึงอาสาจะเอาไปให้แทนโดยวานให้นพพรช่วยขับรถ ให้ ไม่นานนักนพพรขับรถมาถึงหน้าบ้านพักตากอากาศของท่านชายสดายุ แม่พร้อมบอกให้เขารอตรงนี้ เธอเข้าไปไม่นานแล้วคว้าตะกร้าใส่มะม่วงลงจากรถ

นพพรลงมาเดินเตร่อยู่หน้าบ้านได้ยินเสียงเพลงดังแว่วเข้ามาเงี่ยหูฟังอย่างสนใจ เสียงเพลงที่ว่าลักษณ์เป็นคนเปิดเพื่อจะได้เต้นรำกับมัสยา ทั้งสองคนเต้นรำกันท่ามกลางแสงดาวระยิบระยับอย่างมีความสุข ราวกับโลกทั้งใบมีเพียงเราสองคน แม่พร้อมเดินตามเสียงเพลงมาเจอทั้งคู่เต้นรำกันแบบแนบชิดถึงกับอึ้ง

ทันใดนั้นมีเสียงนพพรเรียก “คุณป้าครับ” ดังขึ้น แม่พร้อมตกใจหันขวับไปดู เห็นนพพรกำลังจะเดินมา รีบเอาตัวบังสายตาเขาเอาไว้ ต่อว่าว่าให้รอด้านนอกแล้วเดินมาตรงนี้ทำไม เขาได้ยินเสียงเพลงก็เลยจะมาดู

“ท่านชายทรงเปิดเพลงเอาไว้น่ะไม่มีอะไร เรากลับกันได้แล้ว จะได้ไม่ต้องรบกวนท่าน” แม่พร้อมลากแขนนพพรให้หันหลังเดินออกไป...

เต้นรำกันจนเมื่อยขา ลักษณ์กับมัสยาชวนกันมานอนชมดาวด้วยกันอยู่ริมชายหาด เธอชี้ชวนให้ดูดาวที่คุณตาของเธอบอกว่าเป็นดาวประจำตัวเธอ ทั้งคู่ชมดาวกันเพลินไปหน่อยกว่าจะกลับบ้านพักตากอากาศก็ดึกมากแล้ว เดินเข้ามาไม่ทันสามก้าวไฟสว่างพ่ึบขึ้น ลักษณ์รีบปล่อยมือจากมัสยาเมื่อเห็นแม่พร้อมยืนรอท่าอยู่ ท่านเล่าว่าเมื่อตอนหัวค่ำท่านเอามะม่วงไปให้ท่านชายที่บ้าน แต่ไม่เจอท่านชายแต่เจออย่างอื่นแทน

“แม่อย่าตำหนิมัสเลยนะครับ เรื่องนี้ผมเป็นคนผิด ผมโกหกคุณย่าโดยที่มัสไม่ได้รับรู้อะไรเลย”

“แม่เคยเตือนลักษณ์แล้วใช่ไหมเรื่องระหว่างลักษณ์กับยัยมัส แต่ทำไมลักษณ์ถึงไม่เชื่อฟังแม่”

ลักษณ์ไม่เห็นว่าเป็นความผิดที่จะรักมัสยา เราสองคนรักกันและอยากให้แม่กับคุณย่ายอมรับ แม่พร้อมทำใจยอมรับเรื่องผิดประเพณีแบบนี้ไม่ได้ เขาไม่เห็นจะผิดประเพณีตรงไหนในเมื่อเขากับมัสยาไม่ได้มีสายเลือดเกี่ยวดองกันแม้แต่น้อย และยืนยันว่าพรุ่งนี้เขาจะบอก

เรื่องนี้ให้คุณย่ารู้ ท่านจะได้เห็นว่าเราสองคนจริงใจต่อกันและรักกันมากแค่ไหน แม่พร้อมเตือนขืนทำแบบนั้นรังแต่จะทำให้ทุกอย่างแย่ลง

“แต่นี่เป็นความจริงที่สักวันคุณย่าจะต้องรู้นะคะ”

“มันถึงเวลาแล้วครับคุณแม่ ผมขอโทษที่ครั้งนี้ผมทำตามที่คุณแม่ต้องการไม่ได้จริงๆ” ลักษณ์จูงมือมัสยาออกไป ทิ้งให้แม่พร้อมยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น

ooooooo

ระหว่างกินมื้อเช้าด้วยกัน ลักษณ์ตัดสินใจจะเล่าความจริงเรื่องของตัวเองกับมัสยาให้คุณย่าฟัง แต่ยังไม่ทันจะอ้าปากพูด แม่พร้อมชิงพูดตัดหน้า

“คุณแม่คะ ดิฉันกับตานพคุยกันเรื่องยัยมัส เห็นตรงกันว่าอยากให้มัสกับตานพหมั้นกันโดยเร็วที่สุดค่ะ”

“ความจริงผมมีเวลาอยู่ที่นี่อีกแค่ประมาณสามหรือสี่เดือน ก่อนที่จะไปเรียนต่อเมืองนอก ผมจึงอยากทำทุกอย่างให้ถูกต้อง หลังจากผมกับมัสเรียนจบก็ค่อยแต่งงานกันครับ”

มัสยาจะทักท้วงแต่ท่านผู้หญิงพูดขึ้นเสียก่อนว่าเห็นดีด้วย รีบหมั้นกันเร็วๆ ผู้ใหญ่ของสองฝ่ายจะได้สบายใจ มัสยาโพล่งขึ้นทันทีว่าเร็วไปหรือเปล่าเธอยังไม่พร้อม ที่สำคัญเธอไม่ได้รักนพพร แม่พร้อมกลับบอกว่าอยู่ไปก็รักเอง เหมือนตนกับพ่อของลักษณ์ มัสยาได้แต่นิ่งอึ้ง ลักษณ์ทนไม่ไหวขอพูดเรื่องของตัวเองบ้าง

“ตาลักษณ์ แม่มีเรื่องจะคุยด้วย ออกไปคุยกันข้างนอก” แม่พร้อมสีหน้าเอาจริงทำให้ลักษณ์ไม่กล้าขัดจำต้องเดินออกไปกับท่าน มัสยามองตามไม่สบายใจ ครั้นมาถึงมุมปลอดคน แม่พร้อมตบลักษณ์หน้าหัน

“ตบนี้เพื่อเรียกสติเราให้กลับคืนมา ลักษณ์ฟังที่แม่พูดให้ดี แม่รู้ว่าความรักเป็นเรื่องของคนสองคน แต่ความรักของลูกกับมัสยา มันเป็นเรื่องของคนสองคนไม่ได้ ถ้าหากลูกกับมัสจะต้องเจอเหตุการณ์แบบเดียวกับที่อาศัลย์และคุณบุหงาราตรีเจอ คนที่เจ็บยิ่งกว่าเราทั้งสองคนก็คือแม่”

ลักษณ์ได้แต่ยืนอึ้งไม่พูดอะไร แม่พร้อมขอร้องให้เขายุติความสัมพันธ์กับมัสยาถ้าไม่อยากถูกจับแยกกันไปคนละทิศละทางและจะไม่ได้พบหน้ากันอีกชั่วชีวิต แล้วผละจากไป ทิ้งให้ลักษณ์ครุ่นคิดหนัก...

แม่พร้อมจะกลับเข้าบ้านแต่ต้องชะงักเมื่อเจอท่านผู้หญิงดักรออยู่ถามว่ามีปัญหาอะไรกับลูกหรือ เธอโกหกว่าไม่มีอะไร ลูกแค่จะขออนุญาตไปอยู่กับท่านชายสดายุ ท่านไม่ติดใจสงสัยอะไรชวนกลับกรุงเทพฯบ่ายนี้เลยแล้วเดินแยกไป มัสยาซึ่งยืนฟังอยู่เดินเข้ามาจากอีกทางหนึ่งสงสัยทำไมลักษณ์ถึงจะไปอยู่กับท่านชายสดายุ แม่พร้อมไม่ขอตอบคำถามไว้ให้ลักษณ์มาบอกเธอเอง มัสยาร้อนใจรอไม่ไหวจะไปถามเขาเอง

“หยุดนะมัสยา ถ้าไม่อยากให้ตาลักษณ์เดือดร้อนก็อยู่เฉยๆ ไม่ต้องสงสัยอะไรทั้งนั้น แล้วอีกไม่นานมัสก็จะรู้ว่าที่ป้าทำลงไปเพราะความหวังดี”...

ทุกคนเตรียมตัวเดินทางกลับกรุงเทพฯ แต่มัสยาหายตัวไป เริงใจหาจนทั่วก็ไม่พบ

ท่านผู้หญิงเป็นกังวลเกรงหลานรักจะหนีไปอีก นารถระพีต้องปลอบอย่าเพิ่งเป็นกังวลใจไป เธออาจจะไปเดินเล่นแถวนี้ก็ได้...

ฝ่ายลักษณ์ร้อนรุ่มกลุ้มใจไม่รู้จะทำอย่างไรดี เดินลุยลงทะเลหวังจะให้สายน้ำทำให้ความร้อนรุ่มผ่อนคลาย มัสยาวิ่งตามมาด้านหลังคว้าแขนไว้ ต่อว่าว่าไหนเขาเคยบอกเอาไว้ว่าเราจะสู้ไปด้วยกัน แล้วทำไมถึงได้หนีมาคนเดียวแบบนี้ ลักษณ์นึกถึงคำพูดของแม่ที่ว่าหากไม่ยุติความสัมพันธ์กับมัสยา อาจถูกท่านผู้หญิงจับแยกไปคนละทิศละทาง จะไม่ได้เจอกันอีกตลอดชีวิต

เขาทนไม่ได้ถ้าไม่ได้เห็นหน้าเธออีก ตัดสินใจบอกเธอว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอแม้แต่น้อย ที่ผ่านมาเขาก็แค่เหงาเพราะอยู่ในช่วงที่เลิกกับเพ็ญโฉม อีกทั้งมัสยาดูไม่เหมือนผู้หญิงที่ผ่านๆมาของเขา มันก็เลยท้าทายในการที่เขาจะเอาชนะใจ แต่พอได้ใจเธอมาแล้วก็ไม่มีความหมายอะไรอีก มัสยาโกรธมากตบเขาหน้าหัน

“พี่เข้าใจว่ามัสโมโหมาก เพราะฉะนั้นพี่จะไม่ถือเรื่องนี้ พี่ว่ามัสกลับไปได้แล้ว เดี๋ยวทุกคนจะสงสัยว่ามัสหายไปไหน พี่ไม่อยากเดือดร้อนเพราะมัส” พูดจบลักษณ์หันหลังให้ มัสยามองเขาอึดใจก่อนวิ่งกลับไปทั้งน้ำตา ลักษณ์ค่อยๆหันไปมองเธอด้วยสายตาเจ็บปวดไม่แพ้กัน

ooooooo

มัสยาวิ่งร้องไห้มาไม่ทันดูทางชนเข้ากับนพพรที่มาตามหาอย่างจัง เขาเห็นเธอตัวเปียกแถมตาแดงเพราะร้องไห้มาอย่างหนักก็ถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอะไร

“มัสไม่อยากพูดถึง ช่วยพามัสกลับบ้านที” มัสยาก้าวขาก็เซจะล้ม นพพรรีบประคองเอาไว้ เธอหมดเรี่ยวแรงจะก้าวต่อไป เพราะใจปวดร้าวเหลือเกิน เขาคิดว่าเธอเดินไม่ไหวเนื่องจากขาเจ็บก็เลยอุ้มไปที่รถ ทุกคนตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น โดยเฉพาะท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลถามว่าทำไมถึงได้ตัวเปียกแบบนี้

“มัสขอโทษนะคะคุณย่า พอดีมัสออกไปเดินเล่นที่โขดหินด้านหลัง แต่เดินไม่ดีก็เลยตกลงไปในทะเลค่ะ”

“แล้วนี่เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”

นพพรตอบคำถามแทนมัสยาว่าเจ็บขามาก น่าจะพาเธอไปหาหมอก่อนดีกว่า ท่านผู้หญิงเห็นดีด้วย ขณะที่แม่พร้อมมองมัสยาสีหน้าครุ่นคิดสงสัย...

ที่บ้านพักของท่านชายสดายุ ลักษณ์ดื่มเหล้าดับความกลุ้มจนเมามายก็ยังไม่หยุดดื่ม ท่านชายสดายุต้องคว้าขวดเหล้าไปจากมือ สั่งให้พอได้แล้วดื่มไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร ลักษณ์ขอร้องให้ปล่อยให้เขาดื่มต่อไป เขาอยากเมาเพื่อที่จะได้ลืมว่าตัวเองทำร้ายผู้หญิงที่รักมากที่สุด ท่านทำตามที่เขาต้องการไม่ได้

“ในเมื่อแกเลือกที่จะทำแบบนี้ แกก็ต้องรับผิดชอบโดยการจำความรู้สึกนี้เอาไว้ วันที่แกทำให้มัสยาเสียใจ คราวนี้แกทั้งทำผิดและทั้งโง่ วิธีอื่นก็มี ทำไมแกถึงเลือกทางที่แย่ที่สุด”

“เพราะทางนี้จะทำให้มัสเกลียดหม่อมฉัน แล้วมัสจะได้เริ่มต้นใหม่กับนพพร ผู้ชายที่รักมัส”

“ฉันเชื่อว่ามัสยาไม่มีวันเกลียดแกลง ผู้หญิงที่มีหัวใจแข็งกระด้างอย่างมัสยา ลองได้เปิดหัวใจรับใครเข้ามาแล้ว ก็รักแต่เขาเพียงคนเดียวไปจนชั่วชีวิต แกช่างไม่รู้เลยลักษณ์ว่าแกกำลังสร้างบาดแผลในหัวใจให้กับมัสยาเข้าให้แล้ว ฉันไม่รู้ว่าฉันควรจะสมน้ำหน้าแกหรือว่าสงสารแกดี เรื่องนี้มันไม่จบง่ายๆแน่ ทุกอย่างมันจะยุ่งยากมากขึ้น จนแกคิดไม่ถึงเชียวลักษณ์ แกคอยดูก็แล้วกันว่ามันจะเป็นอย่างที่ฉันพูดหรือเปล่า”...

เพ็ญโฉมแวะมาที่บ้านรัตนมหาศาลอีกครั้ง แต่คราวนี้โชคดี ท่านผู้หญิงกลับจากหัวหินพอดี เธอปรี่เข้ามาขอพบ อ้างมีเรื่องสำคัญจะเรียนให้ทราบ ทีแรกท่านไม่สนใจจะฟัง แต่พอเธอบอกว่านี่เป็นเรื่องเกี่ยวกับลักษณ์และมัสยาก็หูผึ่งทันที

ครั้นได้ฟังสิ่งที่เพ็ญโฉมเล่าถึงความสัมพันธ์ของลักษณ์กับมัสยา ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลด่าลั่นว่าคิดได้สกปรกมาก ไม่มีทางที่สองคนนั่นจะรักกัน เพ็ญโฉมยืนยันว่าเป็นความจริงเพราะได้ยินกับหูตัวเองว่าลักษณ์บอกรักมัสยาและมัสยาเองก็บอกว่าเขาเป็นของเธอ

แม่พร้อมชิงพูดขึ้นทันที

“เหลวไหล ฉันรู้ว่าคุณไม่พอใจที่ลักษณ์บอกเลิกกับคุณ แต่คุณไม่สมควรที่จะสร้างเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อทำให้ฉันกับคุณแม่เข้าใจลักษณ์กับมัสยาผิด”

“ฉันไม่ได้แต่งเรื่อง ฉันพูดความจริง” ป่วยการที่เพ็ญโฉมจะพูดอะไรเพราะทั้งแม่พร้อมกับท่านผู้หญิงไม่เชื่อ แถมไล่ตะเพิดไปให้พ้นหน้า หากไม่ยอมไปดีๆจะเรียกตำรวจมาเชิญออกไป เพ็ญโฉมเห็นท่านเอาจริง ก็ไม่กล้าหือจำต้องออกไปอย่างผิดหวัง ท่านผู้หญิงมองตามเจ็บใจ คิดได้อย่างไรว่าลักษณ์กับมัสยาชอบกัน

“นั่นสิคะคุณแม่ มันไม่มีทางที่จะเป็นเรื่องจริงอยู่แล้ว” แม่พร้อมรีบเออออกลบเกลื่อน

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement