นิยาย มัสยา ตอนต่อไป (17) นิยายไทยรัฐ
วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

มัสยา ตอนที่ 17


10 ก.ย. 2560 08:07
1,090,152 ครั้ง

ละคร นิยาย มัสยา

มัสยา ตอนที่ 17

อ่านเรื่องย่อ

มัสยา

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

พนมเทียน

บทโทรทัศน์โดย:

ปณธี

กำกับการแสดงโดย:

วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

มิกค์ ทองระย้า,มุกดา นรินทร์รักษ์

ลักษณ์ตัดสินใจพักอยู่ที่บ้านของชนัฎ ระหว่างเดินทอดอารมณ์อยู่ภายในสวนร่มรื่น เจอเข้ากับจุกโดยบังเอิญ เด็กน้อยถึงกับหน้าถอดสีมีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด เขายังไม่ทันจะถามถึงมัสยา จุกวิ่งหนีไปเสียก่อน ลักษณ์ไม่ต้องเดาก็รู้ทันทีว่าจุกรู้ว่ามัสยาอยู่ไหน รีบวิ่งตามไปคว้าคอเสื้อไว้ทันถามว่าจะวิ่งหนีตนทำไม

“จุกเอ่อ...อ่า เพิ่งจะนึกได้ว่ามีธุระ”

“ที่เราวิ่งหนีฉันเพราะเรารู้ใช่ไหมว่ามัสยาไปอยู่ที่ไหน”

จุกส่ายหน้าดิกไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้นแล้ววิ่งปรู๊ดไปทันที ลักษณ์วิ่งตามแต่ไม่ทัน...

ด้านศจีรู้ข่าวว่าแม่ป่วยชวนหลวงราชบริรักษ์มาเยี่ยม พอเห็นสภาพทรุดโทรมของท่าน เข้ามานั่งข้างเตียงถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอย่างไรบ้าง ท่านถอนใจเหนื่อยใจไม่รู้ว่าจะตายวันตายพรุ่งเมื่อไหร่ ศจีขอร้องอย่าพูดแบบนั้น ท่านยังแข็งแรงเสมอในสายตาของเธอ ท่านจะต้องอยู่กับเธอ อยู่กับหลานๆไปอีกนานๆ

“ไม่ต้องปลอบใจฉันหรอกแม่ศจี ฉันรู้ตัวดี สังขารของฉันกำลังจะไม่ไหว”

ศจีถึงกับปล่อยโฮ ขอโทษทุกเรื่องที่ตัวเองทำให้ท่านไม่สบายใจ อีกทั้งยังทำตัวไม่ดีกับท่านหลายต่อหลายครั้ง ท่านคงจะเอือมระอาที่มีลูกอย่างตน ท่านผู้หญิงเช็ดน้ำตาให้ศจี ปลอบว่าอย่าร้องไห้ ท่านเองก็ทำผิดต่อเธอไว้มากเช่นกัน ต้องขอโทษเธอด้วยที่เลือกที่รักมักที่ชังอย่างที่เธอพูดอยู่เสมอ

“ความรักมันน่ากลัวนะแม่ศจี คุณหลวง รักมากเกินไปก็ไม่ดี รักน้อยเกินไปก็ไม่ดี มันต้องรักในแบบพอดีๆ รักแบบที่ให้เขายังเป็นอิสระ ไม่ใช่ใช้ความรักไปผูกมัดเขาไว้กับตัวเพราะมันไม่เป็นผลดีกับใคร ลูกจะอภัยให้แม่คนนี้ได้หรือไม่ กับสิ่งต่างๆที่แม่ทำให้ลูกต้องเสียใจ”

“คุณแม่...จีไม่เคยโกรธคุณแม่เลยสักครั้ง จีรักคุณแม่นะคะ” ศจีโผกอดท่านผู้หญิงร้องไห้ไม่หยุด ท่านเองก็รักเธอเช่นกัน หลวงราชบริรักษ์ดีใจที่สองแม่ลูกปรับความเข้าใจกันได้

ooooooo

ลักษณ์เดินมาตามชายหาดครุ่นคิดหนักไม่รู้จะไปตามหามัสยาที่ไหน กระทั่งเหลือบไปเห็นหมู่บ้านชาวประมงก็นึกถึงวันที่เจอมัสยามาเต้นรำกับพวกชาวประมงคืนวันพระจันทร์เต็มดวง มั่นใจว่าเธอจะต้องซ่อนตัวอยู่ที่นั่น เร่งฝีเท้าไปยังหมู่บ้านแห่งนั้นทันที

เป็นอย่างที่ลักษณ์คาดไม่มีผิดเพี้ยน มัสยาอยู่ที่หมู่บ้านชาวประมงจริงๆ พอเห็นเขาก็วิ่งหนี ลักษณ์

วิ่งตามจนทันคว้าข้อมือไว้ มัสยาพยายามสะบัดหนีแต่เขาจับไว้แน่น ต่อว่าว่าทำไมถึงใจดำทิ้งเขามาทั้งที่เขาเจ็บปางตาย เธอเถียงฉอดๆว่าไม่ได้ใจดำ แต่ที่ต้องทิ้งเขาเพราะรู้สึกผิดที่ทำให้เขาบาดเจ็บเกือบเอาชีวิตไม่รอด เธอไม่กล้าอยู่สู้หน้าเขา สู้หน้าทุกคน ลักษณ์ไม่เคยโทษว่าเป็นความผิดของเธอ ทุกคนที่บ้านก็เช่นกัน

“โดยเฉพาะคุณย่า ท่านคิดถึงมัสมาก ท่านอยากเจอมัส ตอนนี้ท่านกำลังไม่สบาย มัสกลับไปกับพี่ กลับไปหาคุณย่ากันนะ”

“ไม่ค่ะ ถ้าคุณย่าเห็นมัสท่านอาจจะเจ็บมากขึ้นเพราะคราวที่แล้วที่คุณย่ากับคุณป้ามาหามัสที่นี่ มัสไม่ได้ออกไปพบท่าน...ท่านคงจะโกรธและเกลียดมัสไปแล้ว”

ป่วยการที่ลักษณ์จะเกลี้ยกล่อม มัสยายืนกรานจะไม่ยอมกลับไปที่บ้านรัตนมหาศาลอีก ถ้าเขาพูดหรือยังคิดจะตามเธอไม่เลิกเธอจะหนีไปให้ไกลสุดหล้าฟ้าเขียวและเขาไม่มีวันจะได้เจอเธออีกเลย แล้วผละจากไป ลักษณ์ได้แต่มองไม่กล้าตาม...

ในเมื่อกล่อมให้มัสยากลับกรุงเทพฯไม่สำเร็จ ลักษณ์จึงวางแผนให้ชนัฎไปหลอกมัสยาว่าเขาหายตัวไป เห็นว่าจะมาหาเธอที่หมู่บ้านชาวประมงตั้งแต่เช้า จนบ่ายคล้อยไม่เห็นกลับไปที่บ้าน มัสยาเริ่มเป็นกังวลช่วยชนัฎออกตามหาเขา ตามกันตั้งแต่บ่ายยันค่ำก็ไม่พบ ทั้งคู่จึงแยกกันหา

โดยที่มัสยาจะไปตามหาแถวสวนยางพารา ขณะที่ชนัฎทำทีแยกไปอีกทางหนึ่ง เธอส่องไฟฉายหาไปทั่วจนกระทั่งพบลักษณ์นอนอ่อนแรงอยู่ใต้ต้นยางรีบเข้าไปประคอง เขาแกล้งทำเป็นอาการบาดเจ็บจากถูกรถชนกำเริบ ถึงขนาดสั่งเสียถ้าเป็นอะไรไปขอให้เธอกลับไปดูแลคุณย่าให้ด้วย มัสยาไม่ยอมกลับคนเดียว ถ้าจะกลับเขาต้องกลับไปพร้อมกับเธอ ลักษณ์ถามย้ำไม่ได้โกหกว่าจะกลับรัตนมหาศาลใช่ไหม

“ค่ะ มัสไม่ได้โกหก พี่ลักษณ์ต้องเข้มแข็ง ห้ามเป็นอะไรเด็ดขาดนะคะ”

“มัสไม่อยากให้พี่ตายเหรอคะ”

“มัสรักพี่ รักมาก มัสขอโทษที่มัสฝืนหัวใจตัวเองพี่รู้ไหมว่ามันทรมานมากแค่ไหนที่มัสต้องทำเป็นลืมพี่ได้แล้วทั้งๆที่มันคิดถึงพี่อยู่ทุกวันทุกลมหายใจ ไม่ว่ามองไปทางไหนมัสก็เห็นแต่ภาพของเรา”

ลักษณ์ยิ้มดีใจที่ได้รู้ว่ามัสยายังรักเขาไม่เปลี่ยนแปลง และขอให้เธอยืนยันอีกครั้งว่าจะไม่หนีไปไหนอีกถ้าได้รู้ความจริง หญิงสาวเอะใจรู้ความจริงเรื่องอะไร ลักษณ์ลุกขึ้นนั่งหน้าตาเฉย เฉลยว่าตนเองไม่ได้เป็นอะไรแค่ลองใจเธอเท่านั้น ถ้าเขาไม่ทำแบบนี้ก็จะไม่รู้ใจเธอ

มัสยาโกรธที่โดนหลอกฟาดแขนเขาดังเพียะ ลักษณ์ยอมให้เธอตีให้เธอทำร้ายขอเพียงอย่าโกรธเป็นพอแล้วดึงเธอมากอดมาหอมให้คลายความคิดถึง

“พี่ลักษณ์ปล่อยมัสเถอะ เดี๋ยวมีใครมาเห็น”มัสยาเริ่มเขินอาย

“เห็นก็เห็นไปสิ คนรักกันจะกอดกันก็ไม่เห็นแปลก รู้ไหมว่าตอนที่มัสไม่อยู่หัวใจของพี่มันจะขาดรอนๆ พี่คิดถึงมัสทุกวันจนแทบอยากเอาหัวโขกพื้นตาย” ลักษณ์ดึงมัสยามากอดมาหอมแก้มอีก จากนั้นมัสยานำเรื่องที่จะกลับรัตนมหาศาลเพื่อไปดูแลคุณย่าที่ป่วยหนัก ไปแจ้งให้เจ้าเมืองยะหริ่งทราบ ท่านไม่ขัดข้องในเมื่อเป็นความต้องการของเธอ

“แต่ตาขอให้เจ้าสัญญากับตาข้อหนึ่ง เมื่อท่านผู้หญิงอาการดีขึ้น เจ้าต้องกลับมาอยู่กับตาที่นี่ ตาจะไม่มีวันยอมปล่อยให้เจ้าไปตกระกำลำบากแบบที่ผ่านมาอีก สัญญากับตาได้ไหม”

มัสยาไม่ตอบได้แต่มองหน้าผู้เป็นตาด้วยสีหน้าลำบากใจ ครู่ต่อมาเจ้าเมืองยะหริ่งเดินมาหาลักษณ์ที่นั่งรออยู่ในห้องรับแขก ฝากเขาดูแลมัสยาให้ด้วย หากเกิดอะไรขึ้นกับเธออีกท่านจะไม่เกรงใจ เขาไม่รับปากแต่จะทำให้ท่านเห็นด้วยตาตัวเอง เจ้าเมืองยะหริ่งยิ้มพอใจ

ooooooo

ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลรู้ว่ามัสยาจะกลับมาถึงบ้านวันนี้ อุตส่าห์ฝืนสังขารมานั่งรอเพื่อให้เธอเจอท่านเป็นคนแรก ทั้งแม่พร้อม เริงใจ หม่อมช้อยและแม่นมผันเห็นสีหน้าซีดเซียวของท่านก็ไม่สบายใจกลัวท่านจะไม่ไหว ขอให้ไปรอที่ห้องท่านก็ไม่ยอมยืนกรานจะรอหลานรักอยู่ตรงนี้

ไม่นานนักคนที่ท่านผู้หญิงรอคอยก็มาถึง เธอร้องไห้โฮโผกอดท่านไว้ ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา ท่านเองก็ร้องไห้เช่นกัน ถ้าจะมีใครต้องขอโทษก็น่าจะเป็นท่านมากกว่า ท่านผิดที่บังคับเธอมากเกินไป สองย่าหลานผลัดกันซับน้ำตาให้กัน เริงใจเสนอให้เลี้ยงฉลองที่มัสยากลับมา ท่านเห็นดีด้วย พูดได้แค่นั้นก็โงนเงนเป็นลมหมดสติ ท่ามกลางความตกใจของทุกคน

กว่าท่านผู้หญิงจะฟื้นคืนสติก็ตะวันคล้อยแล้ว เห็นมัสยานั่งจับมืออยู่ข้างเตียง ยิ้มดีใจที่ตัวเองไม่ได้ฝันไป นี่เธอกลับมาหาท่านแล้วจริงๆ มัสยาขอร้องอย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้ นอนพักก่อนดีกว่า

“ขอให้ย่าได้พูดเถอะเพราะย่ากลัวว่าถ้าหากเกิดอะไรขึ้นย่าจะไม่ได้พูด ย่ารู้ตัวว่าชีวิตของย่าคงจะสิ้นสุดในไม่ช้า สิ่งที่ย่าเสียใจที่สุดในชีวิตก็คือการทำลายชีวิตพ่อกับแม่เรา แล้วย่าก็ยังไม่สำนึก จนเกือบจะทำลายชีวิตของเราไปอีก ต่อจากนี้ไปย่าจะไม่บังคับเราอีกแล้ว ย่าจะปล่อยให้เราได้เป็นอิสระ” ท่านผู้หญิงยิ้มสบายใจที่ได้ระบายความอัดอั้น ขณะที่มัสยายิ้มตอบซาบซึ้งใจ...

ศจีไม่ค่อยจะพอใจนักเมื่อพงศ์เทพพาเพ็ญโฉมมาเปิดตัวในฐานะคนชอบพอและร่วมกินมื้อค่ำด้วย ประกาศอย่างไม่ไว้หน้าว่าไม่มีวันรับผู้หญิงคนนี้เป็นสะใภ้เด็ดขาด เพ็ญโฉมเสียใจมากขอร้องให้พงศ์เทพพากลับ ศจีไล่ส่งทันที ไปเสียได้ก็ดี เพ็ญโฉมจ้ำพรวดๆออกจากบ้านไปทั้งน้ำตา พงศ์เทพรีบเดินตาม

“ตาพงศ์ ลูกจะตามมันไปทำไม” ศจีตวาดแว้ด หลวงราชบริรักษ์เหลืออดสั่งให้เมียรักหุบปากได้แล้ว

ศจีหันขวับอย่างเอาเรื่อง นี่กล้าหาญถึงขนาดตะคอกใส่เลยหรือ คุณหลวงจะทำมากกว่านี้ถ้าเธอยังดื้อดึงเอาแต่ใจตัวเอง เธอก็เห็นคุณแม่เป็นตัวอย่างแล้วไม่ใช่หรือ ท่านบังคับลูกกับหลานมากเกินไปจนทำให้ทุกคนไม่มีความสุขและต้องลงเอยด้วยความเศร้า ทำไมถึงไม่จำ ศจีเห็นคุณหลวงเสียงกร้าวใส่ถึงกับไปไม่เป็น

“ก็ฉัน...ฉันไม่ชอบแม่เพ็ญโฉมอะไรนั่น ครอบครัวของแม่นั่นไม่ได้มีชาติตระกูล”

“แต่ถ้าพวกเขาเป็นคนดีและหนูโฉมรักลูกชายเราจริงมันก็น่าจะพอแล้วไม่ใช่หรือ ทำไมคุณต้องไปถือยศถืออย่างด้วย คุณมันก็เป็นซะแบบนี้ ผมนึกว่าคุณจะเปลี่ยนแปลงได้แล้ว แต่ที่ไหนได้คุณก็ยังเป็นคุณศจีคนเดิมที่ชอบดูถูกและเหยียดหยามคนอื่น” ไม่ใช่จะมีแต่หลวงราชบริรักษ์เท่านั้นที่โจมตีศจีเรื่องเพ็ญโฉม พิณทิพย์กับพัณทิพาก็ไม่เห็นด้วยที่แม่กีดขวางความรักของทั้งคู่เพราะพงศ์เทพรักเพ็ญโฉมมานานแล้ว

“และในวันที่พี่พงศ์สมหวังในสิ่งที่เฝ้ารอมานาน คุณแม่ควรจะดีใจที่เห็นพี่พงศ์มีความสุขนะคะ”

ศจีคิดได้สั่งให้พิณทิพย์ไปตามพงศ์เทพกับเพ็ญโฉมกลับมาท่านมีเรื่องจะคุยด้วย เมื่อได้เผชิญหน้ากับว่าที่ลูกสะใภ้ ศจีขอโทษเธอด้วยที่เมื่อครู่นี้เสียมารยาท แม้ท่านจะยังไม่ยอมรับเธอแต่ก็จะลองให้โอกาสเธอได้พิสูจน์ตัวเองให้ท่านเห็นว่าเป็นคนดีและเหมาะสมกับลูกชายของท่าน ทั้งคู่ดีใจมากที่แม่ยอมเปิดใจ

ooooooo

ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลเห็นตัวเองใกล้ถึงวาระสุดท้ายของชีวิตจึงอยากจะทำอะไรบางอย่างให้ลักษณ์กับมัสยา วานให้แม่พร้อมไปตามทั้งคู่มาพบแล้วสั่งให้ไปหยิบแหวนหมั้นที่เคยเป็นของท่านกับของคุณพระผู้เป็นสามีเพื่อมอบให้ทั้งคู่ และจะไม่ห้ามอะไรอีก

“ย่าขัดขวางความรักของเราจนทำให้ทุกอย่างมันแย่ลง ย่าเรียนรู้แล้วว่าเรื่องของความรักมันหักห้ามกันไม่ได้ ย่าอยากให้เราสองคนหมั้นกันต่อหน้าย่า เพราะย่ากลัว...กลัวว่าย่าจะอยู่ไม่ถึงวันนั้น”

“คุณย่าพูดแบบนี้อีกแล้ว ไม่เอาสิคะ” มัสยาน้ำตาคลอเบ้า ท่านผู้หญิงเช็ดน้ำตาให้ ปลอบว่าการเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดาของโลก ท่านแก่มากแล้ว สังขารก็ร่วงโรยลงทุกวัน สั่งให้ทั้งคู่สวมแหวนให้กันได้แล้ว

“แม่พร้อมเป็นพยานด้วยนะว่าฉันยินดีที่ตาลักษณ์กับยัยมัสจะเป็นคู่หมายกัน”

แม่พร้อมรับคำ ลักษณ์สวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของมัสยา แล้วยื่นมือไปให้เธอสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายให้ ทั้งสองคนมองสบตากันด้วยความรักเต็มหัวใจ ท่านผู้หญิงยิ้มปลื้มปริ่ม

“ดี...ดีมาก ต่อไปนี้ก็จงครองรักกันด้วยความสุข อยู่กันด้วยความเข้าใจนะลูกนะ...ได้เห็นเราสองคนแบบนี้ย่าก็สบายใจแล้ว”...

ตกดึกคืนเดียวกัน ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลจากไปอย่างสงบ ท่ามกลางความเสียใจของลูกหลาน

ooooooo

เสร็จจากเผาศพท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล ลักษณ์นำรูปที่ตั้งไว้หน้าโลงศพกลับบ้านมาวางข้างรูปถ่ายของคุณพระแล้วรับโกศเก็บอัฐิจากมือมัสยามาวางไว้หน้ารูปถ่ายอีกทีหนึ่ง โดยมีทุกคนในบ้านรัตนมหาศาลรวมทั้งท่านชายสดายุยืนมองด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

ศจีกลั้นน้ำตาไม่ไหวปล่อยโฮออกมา

“คุณแม่ขา จีขอโทษนะคะที่จีเป็นลูกไม่ดี ขนาดวาระสุดท้ายของคุณแม่จีก็ยังไม่ได้ไปกราบลา”

“อย่าร้องไห้อีกเลยนะครับคุณแม่ ผมเชื่อว่าคุณยายเข้าใจคุณแม่นะครับ” พงศ์เทพโอบไหล่แม่ไว้อย่างปลอบโยน แม่พร้อมชวนให้ทุกคนทยอยเอาพวงมาลัยดอกมะลิมากราบอัฐิท่านผู้หญิง...

เมื่อเห็นสมควรแก่เวลา ท่านชายสดายุขอตัวกลับก่อน โดยมีลักษณ์เดินมาส่งที่รถ ท่านอดใจหายไม่ได้ ไม่นึกว่าท่านผู้หญิงจะจากไปเร็ว ลักษณ์พยักหน้าเห็นด้วย คนที่เหลือก็ต้องใช้ชีวิตให้ดีที่สุด

“จริงสิ ฉันว่าแกดูเหมือนจะลืมบางอย่างไป” ท่านชายสดายุว่าแล้วหยิบซองจดหมายออกจากกระเป๋าเสื้อสูท “มีคนส่งสิ่งนี้มาที่วังของฉัน จ่าหน้าซองส่งถึงแก”

ลักษณ์เปิดซองออกดูเห็นรูปถ่ายตัวเองคู่กันกับมัสยาที่สวนสาธารณะก็ยิ้มออกมา จากนั้นไม่นานเขานำรูปที่ได้ไปให้มัสยาดู ถามว่าจำได้หรือเปล่าเราถ่ายรูปนี้กันที่ไหน เธอจำได้ วันนั้นมีหนุ่มสาวคู่หนึ่งมาขอให้เขาถ่ายรูปให้ แล้วเขาก็เลยขอยืมกล้องของคู่นั้นถ่ายรูปให้เราสองคน

“ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่พี่มีความสุขมาก มัสคะ ตอนนี้เราเป็นคู่หมายกันแล้วนะ ต้องขอบคุณคุณย่าที่จัดการเรื่องนี้ให้เราสองคน” ลักษณ์เห็นสีหน้าไม่สู้ดีนักของมัสยาถามว่ามีอะไร ไม่มีความสุขที่เราได้หมั้นกันหรือ เธอส่ายหน้าไม่ใช่เรื่องนั้น เพียงแต่เธอสัญญากับคุณตาเอาไว้ว่าเธอจะกลับไปอยู่กับท่าน

“พี่ไม่ยอมสูญเสียมัสไปอีก พี่จะทำทุกอย่างเพื่อให้เราได้แต่งงานกัน พี่จะไปหาคุณตาของมัสด้วย”...

ครั้นแม่พร้อมรู้ว่าลักษณ์จะลงใต้ไปกับมัสยาคืนนี้เพื่อจะไปสู่ขอเธอจากเจ้าเมืองยะหริ่ง จึงขอตามไปด้วย เขาร้องห้ามไว้ ให้เขาไปกับมัสยาก่อนจะดีกว่า เขารู้ดีว่าท่านเจ้าเมืองไม่มีวันยอมยกมัสยาให้ง่ายๆ

มัสยายืนยันว่าเป็นเรื่องจริง คุณตาของเธอใจแข็งมาก การที่ท่านจะยอมรับใครสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย

“ผมถึงต้องไปแสดงความเป็นลูกผู้ชายให้ท่านเห็นยังไงล่ะครับ”

ooooooo

ลักษณ์กับมัสยาเดินทางถึงบ้านเจ้าเมืองยะหริ่งในวันถัดมา ท่านเจ้าเมืองไม่ค่อยจะพอใจนักที่เห็นลักษณ์มากับหลานสาวของตัวเอง เขาอธิบายให้ฟังว่าที่ต้องกลับมาก็เพื่อจะมาแจ้งท่านด้วยตัวเองว่าก่อนที่คุณย่าจะสิ้นลม เราสองคนได้หมั้นกันต่อหน้า

คุณย่าแล้ว ท่านเจ้าเมืองถึงกับอึ้งมองแหวนในมือทั้งคู่

“ผมทราบว่าผมทำผิดที่ยังไม่ได้มาคุยกับท่านเรื่องนี้ แต่ทุกอย่างเป็นไปตามความประสงค์ของคุณย่า และผมเองก็อยากทำเช่นนี้อยู่แล้ว ผมจึงอยากจะมาขอโอกาสจากท่าน”

“แล้วถ้าผมไม่ให้โอกาส มันจะเป็นอะไรไหม” ท่านเจ้าเมืองเสียงกร้าว ลักษณ์พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ให้ท่านเห็นว่าเขาเหมาะสมที่จะเป็นหลานเขยของท่าน ในเมื่อเขาเสนอตัว ท่านก็ยินดีจัดให้ สิ่งแรกที่เขาจะพิสูจน์ตัวเองก็คือต้องผ่าฟืนสำหรับเผาถ่านกองโตที่อยู่หลังบ้านของท่านให้หมด

ใช้เวลาไปครึ่งวันลักษณ์ก็ผ่าฟืนได้หมดกองตามที่ท่านเจ้าเมืองต้องการ จึงขอรางวัลจากมัสยาด้วยการดึงตัวมาหอมแก้ม เธอตกใจร้องเอะอะเดี๋ยวคุณตามาเห็นได้เป็นเรื่องแน่ ลักษณ์รับรองว่าไม่เห็นจะขอชื่นใจอีกครั้ง เธอไม่ยอมให้หอมวิ่งหนี ลักษณ์วิ่งไล่จนทัน

คว้าตัวมากอดยื่นหน้าจะไปหอมแก้ม แต่ต้องปล่อยมือแทบไม่ทันเมื่อเห็นท่านเจ้าเมืองมองอย่างเอาเรื่องอีกทั้งโวยวายว่าจะทำอะไรหัดเกรงใจกันบ้าง

“แล้วงานที่ให้ทำเสร็จแล้วรึ” เจ้าเมืองยะหริ่งมองไปเห็นฟืนถูกผ่าเรียบร้อยก็ไม่พอใจ “อย่านึกว่าทุกอย่างจะจบง่ายๆ ผมยังมีงานอื่นให้คุณทำต่อ” พูดจบท่านเดินเข้าบ้านสีหน้าไม่สบอารมณ์ จ้ำขึ้นบันไดพรวดๆแต่ก้าวพลาดลื่นตกลงมา ลักษณ์กับมัสยาได้ยินเสียงโครมครามวิ่งมาดู เห็นท่านเจ้าเมืองนอนร้องโอดโอยอยู่กับพื้น รีบเข้าไปดูแล ลักษณ์บอกให้มัสยาโทร.ตามหมอ เขาจะพาท่านไปนอนที่โซฟาเอง แล้วย่อตัวลง

“ขึ้นหลังผมครับท่าน”

“ไม่ต้อง ฉันเดินเอง” ท่านเจ้าเมืองกัดฟันยันตัวเองจะลุกแต่เจ็บเกินกว่าจะลุกไหว จึงต้องยอมขี่หลังลักษณ์ให้พาไปนอนที่โซฟา ไม่นานนักหมอก็มาถึง หลังจากตรวจร่างกายอย่างละเอียดไม่พบว่ามีส่วนไหนหัก หมอจ่ายยาให้กินพร้อมกับเตือนว่าจะเดินเหินไปไหนให้ระมัดระวังอย่าให้ล้มอีก แล้วขอตัวกลับก่อน มัสยาอาสาเดินไปส่งหมอที่รถ ลักษณ์เสนอตัวจะดูแลท่านเจ้าเมืองให้เอง

“ไม่ต้อง ฉันมีหลานของฉัน ไม่ต้องรบกวนคุณ”

“ท่านลืมไปหรือเปล่าครับว่ามัสเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆจะดูแลท่านคงไม่สะดวก”

เจ้าเมืองยะหริ่งเตือนอย่าคิดว่าทำแบบนี้แล้วจะทำให้ตนใจอ่อนยอมรับเป็นหลานเขย ลักษณ์ไม่เคยคิดจะใช้ความเจ็บป่วยของท่านเป็นเครื่องมือให้ตัวเองดูดี ที่เขาทำเพราะอยากทำ...

อุปสรรคในความรักของลักษณ์ยังไม่หมด เจ้าเมืองยะหริ่งตัดสินใจจะส่งมัสยาไปเรียนต่อที่ปีนัง ทั้งลักษณ์และมัสยาตกใจมาก เธอขอไม่ไปจะได้ไหม ท่านไม่ยอม อ้างทำเรื่องทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว

“ถ้าคุณรักยัยมัส คุณก็ต้องรอยัยมัสได้ ผมพูดถูกรึเปล่า”

“ครับ ผมรอมัสได้ จะต้องรอเป็นสิบปียี่สิบปี หรืออีกกี่ปีผมก็รอได้ครับ และผมจะไม่มีวันเปลี่ยนใจจากมัสเป็นอันขาด...มัส ไปเรียนที่ปีนังตามที่คุณตาบอกนะคะ ทำเพื่อคุณตาและเพื่ออนาคตของมัส”...

เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง ลักษณ์ให้สัญญากับมัสยาว่าตลอดเวลาห้าปีที่เธอไปเรียนหนังสือจะเขียนจดหมายหาทุกวันให้เหมือนว่าเราได้อยู่ด้วยกัน แล้วคว้ามือเธอขึ้นมาจับขอให้เธอสัญญาว่าจะไม่ให้ผู้ชายคนไหนจับมือนี้เป็นอันขาด มัสยาให้สัญญา ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างมีความสุข

ooooooo

5 ปีต่อมา...

มัสยาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีอย่างที่คุณตาของเธอต้องการ ลักษณ์รู้ว่าเธอกลับมาอยู่ที่บ้านเจ้าเมืองยะหริ่งรีบนั่งรถไฟมาหาโดยไม่บอกล่วงหน้าหวังจะเซอร์ไพรส์ มัสยาหงุดหงิดที่โทร.ไปหาเขาที่บ้านรัตนมหาศาลหวังจะบอกให้เขารู้เป็นคน
แรกว่ากลับมาแล้ว แต่เขาไม่อยู่ ระหว่างที่เธอเดินเซ็งอยู่ริมหาด จุกเอาจดหมายมาให้ เธอเปิดออกดูเห็นมีแผนที่พร้อมกับข้อความว่า

“ถึงมัส หญิงอันเป็นที่รักของพี่...พี่อยากให้มัสมาตามแผนที่ที่พี่วาดเอาไว้ พี่จะรอนะจ๊ะ”

หญิงสาวเดินตามแผนที่มาถึงริมหาดอีกด้านหนึ่ง ถึงกับชะงักเมื่อเห็นหาดทรายตรงหน้าตกแต่งอย่างสวยงาม มีเทียนไขที่จุดไว้แล้ววางเป็นทางเดินอยู่บนพื้นทรายที่มีกลีบกุหลาบโรย เธอเดินไปจนสุดทางมองหาชายคนรักแต่ไม่เจอ สักพักเขาเข้ามากอดเธอไว้จากด้านหลัง ก่อนจะจับเธอหันหน้ามาหา

“ไหนขอพี่ดูมัสให้เต็มตาที ห้าปีที่พี่ไม่ได้เห็นหน้ามัส รู้ไหมว่ามันช่างทรมาน พี่คิดถึงดวงตากลมโตคู่นี้ จมูกโด่ง ริมฝีปากบางๆ พี่คิดถึงมัสเหลือเกิน”

“มัสก็คิดถึงพี่เหมือนกัน”

“บัดนี้เด็กน้อยของพี่ได้โตเป็นสาวสวยสะพรั่งซะแล้ว ใครๆต้องอิจฉาพี่ที่มีมัสยืนอยู่เคียงข้าง มัสจ๋า เราจากกันไปนาน พี่ขออะไรมัสอย่างได้ไหม” พูดจบลักษณ์เอียงแก้มให้ มัสยาเขินไม่ยอมให้ตามคำขอ เขาก็เลยเป็นฝ่ายหอมแก้มเธอเสียเอง หลังจากกอด หอมและจูบกันจนความคิดถึงคลาย

ลักษณ์คุกเข่าขอเธอแต่งงานโดยมีหาดทราย สายลมและท้องทะเลเป็นสักขีพยาน มัสยาตอบตกลงทันทีไม่ต้องคิดให้เสียเวลา พลันมีเสียงดนตรีลอยมาตามลม ทั้งคู่หันมองตามเสียง

“น่าจะดังมาจากหมู่บ้านชาวประมง”

“เต้นรำกับพี่สักเพลงนะคะ” ลักษณ์จับมือมัสยาพากันเต้นรำไปตามเสียงเพลงอย่างมีความสุข

ooooooo

-อวสาน-