advertisement

ลูกผู้ชายไม้ตะพด ตอนที่ 7

บทประพันธ์ วรการ/พิง ลำพระเพลิง จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 7 โดย พิง ลำพระเพลิง
10 พ.ค. 2555 08:49

เมื่อพันเทพรู้ความลับของไม้ตะพดเพิ่มขึ้นจากเวตาล เขาจึงถามวิธีที่จะได้ไม้ทั้งสองอันมาครอบครอง เวตาลยิ้มกริ่มที่พันเทพต้องพึ่งพาตน หาสิ่งที่จะฆ่าคนถือไม้ตะพดให้ได้

“การจะฆ่าคนที่ถือไม้ตะพดจะต้องใช้สิ่งของด้วยกันสามอย่าง อย่างแรกคือไม้ตะพดอันใดอันหนึ่ง สองคือตำราหนังเสือที่บอกถึงการรวมกันของไม้ตะพด”

“ฉันมี แต่มีแค่ครึ่งเดียว...” พันเทพค้นในกล่องไม้จึงรู้ว่ามันหายไปแล้ว

เวตาลว่ามีแค่ครึ่งเดียวก็ไม่อาจเห็นลายแทงที่ถูกต้องได้ พันเทพเจ็บใจนึกได้ว่าต้องเป็นพวกอบเชยที่เข้ามาขโมยไปแน่...ในคืนนั้น ขณะที่พันเทพนอนหลับ เวตาลย่องเข้ามายิ้มเยาะ

“เจ้าหน้าโง่เอ๊ย เจ้าไม่รู้หรอกว่า เลือดมนุษย์จะทำให้ข้ามีพลังที่กล้าแกร่งขึ้น อีกไม่นานข้าก็จะได้กลับเป็นพญาเวตาลอีกครั้ง” เวตาลเปิดผ้าห่มตรงปลายเท้าพันเทพ เห็นมีแผลเล็กๆจึงก้มลงดูดเลือดสดๆ

พันเทพรู้สึกเจ็บสะดุ้งตื่น ไม่เห็นใคร มองนิ้วเท้าตนเองมีเลือดซึมก็แปลกใจแต่ไม่สงสัย...รุ่งขึ้น พันเทพยังหงุดหงิดที่หนังเสือหายไป จึงร้องเรียกเวตาลให้ออกมา มันค่อยๆแง้มประตูตู้

“เจ้าไม่ให้ข้าออกมาตามอำเภอใจ เหตุใดเจ้าจึงเรียกข้าตามอำเภอใจเช่นนี้”

“ก็แกยังไม่บอกสิ่งของอย่างที่สามที่จำเป็นต้องมี เพื่อจะฆ่าคนที่มีไม้ตะพดได้น่ะสิ”

“แต่เจ้ามีเพียงไม้ตะพด ไร้หนังเสือ เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้สิ่งของอย่างที่สามนั่นหรอก”

พันเทพโมโหจะตามเอาหนังเสือคืนมาให้ได้ เวตาลแสยะยิ้มและบอกว่า คนที่ขโมยไปคงไม่มีเหตุผลอื่นที่จะหยิบหนังเสือที่ขาดวิ่นไป นอกเสียจากว่าจะมีอีกครึ่งอยู่แล้ว พันเทพครุ่นคิด ไม้นะไม้ไม่น่าเลย...ขณะเดียวกัน เมฆไข้ขึ้นสูงเพ้อว่าเวตาลกลับมา พยายามรีบตามหมอ

เวลาผ่านไป ทิวาแอบเข้ามาค้นร่มของพันเทพในห้องทำงาน แล้วเขาก็ได้กลิ่นสาบในตู้ จึงเปิดออกดู ต้องผงะเมื่อเผชิญหน้ากับเวตาลอย่างจัง ทิวาถูกเวตาลจ้องตา เสียงมันกระซิบ

“เจ้าปรารถนาสิ่งใดโปรดเผยความในใจแก่ข้า...

ไม้ตะพดรึ งั้นคงต้องฟาดฟันกับพ่อของเจ้าหน่อยแล้ว...เจ้ายังปรารถนาความจริงบางอย่างเกี่ยวกับพ่อของเจ้าด้วย ได้ ข้าจะช่วยชี้นำเจ้าเอง แต่เวลานี้ เจ้าจงลืมข้าให้หมดสิ้นซะก่อน”

สิ้นเสียงเวตาล ทิวาก็ล้มลง ลิ้นชักโต๊ะทำงานเปิดออกเอง ทิวาสะดุ้งเห็นสมุดเล่นหนึ่ง เขาหยิบมาเปิดดู เจอรูปไม้ในนั้น เขาแปลกใจครุ่นคิด

ooooooo

ในขณะที่ ไม้เอาตำราหนังเสือทั้งสองส่วนมาให้ไกรดู ไกรเอาสองส่วนมาต่อกันแล้วเขาเห็นลายน้ำจางๆหลัง ตัวหนังสือ เขาสงสัยว่าจะเป็นลายแทง แต่ตัวอักษรที่ปรากฏเป็นอักษรโบราณที่เขาอ่านไม่ออก แต่ที่แน่ๆมันต้องเกี่ยวกับไม้ตะพด...ไกรสอนท่ากรงเล็บพยัคฆ์ให้ไม้จนหมดสิ้น เขาบอกไม้จากนี้ให้กลับไปฝึกฝนเอาเอง ที่สำคัญคือสมาธิ แล้วชวนไม้ไปเป็นเพื่อนทานข้าวกับคนที่เขานัดไว้วันนี้ ไม้รู้ดีว่าคือแพรวา

แพรวาเห็นไกรมากับไม้รู้สึกผิดหวัง พอดีอบเชยจ่ายตลาดผ่านมาเห็นทั้งสามคนอยู่ในร้านอาหารก็รี่เข้ามาสมทบ ไกรถือโอกาสชวนอบเชยนั่งทานอาหารด้วยกัน อบเชยพยายามแสดงความเป็นเจ้าของไม้ด้วยการตักอาหารให้ ไกรจึงตักอาหารให้อบเชยบ้าง ไม้จะตักให้แพรวาแต่ถูกอบเชยแย่งไปตลอด แพรวาทานอาหารอย่างไม่มีความสุข หลังจากนั้น อบเชยก็จัดแจงให้ไกรเป็นคนไปส่งแพรวา ไม้มองตามอย่างเสียดาย อบเชยชวนไม้ไปเยี่ยมเมฆ

มาถึง ไม้กับอบเชยจึงได้รู้ว่า เมฆถูกส่งเข้าห้องไอซียู แผลติดเชื้อ หมออธิบายว่า อวัยวะถูกทำลายคงต้องผ่าตัดเอาไตออกข้างหนึ่ง ไม้ตกใจถามว่ามีผลกระทบอะไรบ้าง

“ประสิทธิภาพของร่างกายจะลดลงราว 30-50 เปอร์เซ็นต์ครับ ไม่สามารถทำงานหนักๆหรือใช้แรงเยอะๆได้” หมอถามว่า เมฆทำงานอะไร พอรู้ว่าขับรถ บขส.จึงว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร

ระหว่างที่แพรวานั่งนิ่งมาในรถไกร เธอก็เอ่ยปากขอโทษที่ตนคุยไม่เก่งเหมือนอบเชย ไกรพูดยิ้มๆว่าคนที่เป็นธรรมชาติเหมือนอบเชย หายาก แพรวาน้อยใจที่ดูไกรจะชื่นชมอบเชยมาก จึงต่อว่าไม่น่าเขียนจดหมายมาหาตน  ไกรทำหน้างงเพราะเขาต่างหากที่ได้รับจดหมายจากเธอ แพรวาส่งจดหมายให้และบอกว่าตนหยิบมาจากที่บ้านเขา

“แต่ผมมั่นใจว่า ผมไม่ได้เขียนแน่ๆ คุณคิดว่าการ ที่มาม๊าผมโดนพ่อคุณคอยส่งคนมารังแกเพราะเรื่องสัมปทานหลายปีที่ผ่านมาเนี่ย จะทำให้ผมอยากใกล้ชิดคุณรึไง”

“จริงสินะ ฉันก็หลงคิดมาตลอดว่า ฉันกับพ่อเป็นคนละคนกัน คงไม่มีใครคิดอะไรเรื่องนี้”

“คนที่ถูกกระทำ มีค่าไม่เท่ากับคนที่กระทำหรอกครับ”

“หึๆ ฉันกลายเป็นคนที่เข้าใจผิด แล้วคิดไปเองตลอดเลยสินะ น่าสมเพชจริงๆ”

“ผมต้องขอโทษด้วยที่มีส่วนทำให้มันเป็นเช่นนั้น แต่เรื่องนี้เชื่อเถอะ มันไม่ได้เกิดจากความตั้งใจของใคร”

“แล้วความรู้สึกที่เกิดขึ้นแล้วล่ะ ฉันต้องดูแลมันเองคนเดียวใช่มั้ย”

ไกรนิ่งไม่คิดว่าแพรวาจะกล้าพูดออกมาตรงๆ บรรยากาศในรถเงียบสงัดไป...

หน้าห้องไอซียู อบเชยปลอบใจไม้ที่เสียใจว่าตนเป็นต้นเหตุให้เมฆต้องบาดเจ็บ พันเทพปรากฏตัวขึ้น เขามาทวงหนังเสือที่ถูกขโมยมา ไม้อึกอักไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร จึงเปลี่ยนเป็นต่อรองขอแลกกับร่ม ทิวาแอบตามมา แปลกใจทำไมพ่อมาพบไม้ตามลำพัง ไม่มีสมุนมาด้วย

“กล้าพูดซะจริง ฉันไม่อยากทำร้ายเธอหรอกนะไม้ แต่ฉันคงให้ไม่ได้” พันเทพหัวเราะ

“ถ้างั้น ฉันก็ให้ไม่ได้เหมือนกัน ถ้าอยากได้แกคงต้องออกแรงแล้วล่ะ” ไม้ท้า

“ไม้ เธอสู้มันไม่ได้หรอก เธอก็เห็นแล้วนี่ว่าพ่อฉันกับลูกผู้ชายเป็นยังไง” อบเชยกระซิบ

ไม้กระซิบตอบว่า เขาอยากได้สัมผัสร่มนั่นอีกสักครั้ง ว่าใช่ไม้ตะพดเลือดหรือไม่ และหนังเสือทั้งสองชิ้นก็อยู่ที่ไกร เมฆซึ่งนอนไม่ได้สติ รับรู้ได้ว่ากำลังจะมีการต่อสู้ของไม้กับพันเทพ เหงื่อเขาผุดออกมา ขมวดคิ้วกระสับกระส่ายเหมือนอยากจะห้ามไม้

พันเทพกับไม้ออกมาแถวริมสระ พันเทพโยนไม้พายให้ไม้กับอบเชยใช้เป็นอาวุธ การต่อสู้เริ่มขึ้น ดูท่าจะเป็นการแย่งชิงร่มเสียมากกว่า ทิวาแอบดูอย่างใจจด

ใจจ่อ เขาได้เห็นว่าไม้มีความสามารถมากขึ้น ถึงขนาดทำให้พันเทพพลาดท่าหลายครั้ง ในที่สุดไม้ก็ชิงร่มมาได้ และเขาก็รู้สึกถึงพลังของมัน เขาบอกอบเชยว่าใช่ไม้ตะพดเลือดจริงๆ ทิวาได้ยินตกใจที่พ่อตนมีไม้นั่น
พันเทพยอมรับว่าตนแพ้แล้วขอร่มคืน แต่ไม้ไม่ยอมคืนให้ พันเทพร้อนใจ “เป็นแบบนี้ไม่ได้ เอาคืนมาก่อน ยังไม่ถึงวันที่จะยกมันให้แก”

“พูดเรื่องอะไร แกเนี่ยนะ อีกหน่อยจะยอมยกของรักของหวงให้ฉัน” ไม้ย้อนถาม

พันเทพอยากจะพูดความจริงเหลือเกิน เผอิญทิวาโผล่ออกมา บอกไม้ให้เอาร่มประจำตระกูลคืนมา มันต้องตกทอดถึงลูกหลานไม่ใช่คนนอกอย่างเขา อบเชยให้ไม้คืนร่มให้พันเทพ ไม้ไม่ยอมหาว่าให้พันเทพเอาไปทำร้ายใครๆอีก ทิวาโมโหโถมเข้าแย่งจึงเกิดการต่อสู้กัน แต่แล้วทิวาก็สู้ไม่ได้ พันเทพเตือนไม้ว่า เขาใช้มันไม่เป็นหรอก ได้ไปก็กลายเป็นของไร้ประโยชน์ ไม้หาว่าหลอก แล้วฉุดอบเชยวิ่งหนี ทิวาเจ็บใจต่อว่าพันเทพที่ปล่อยไม้ไปอีกแล้ว

“ทำไมพ่อไม่เคยบอกผมสักคำเกี่ยวกับร่มคันนั้น ทุกคนรู้ยกเว้นผม”

“มันยังไม่ถึงเวลา”

“ทั้งที่ผมเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูล ที่ยังไงของสิ่งนี้ก็ต้องตกทอดมาที่ผม แต่พ่อไม่เคยบอก ไม่เคยแม้แต่จะสอนมวย สอนวิชาการต่อสู้ให้ผม ถ้าผมไม่เอ่ยปากขอ ทำไม...”

“ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาจะมาถามเรื่องอะไรแบบนี้ ถ้าแกเป็นลูกที่ดีจริง เห็นพ่อตัวเองเจ็บยังมัวจะห่วงเรื่องอะไรแบบนั้นอยู่อีกรึไง”

ทิวารีบประคองพันเทพลุกขึ้นทั้งที่ยังไม่พอใจ

ooooooo

หลังจากเมฆสงบลง นอนนิ่งอยู่ในห้องไอซียู ไม้ไม่อาจนอนเฝ้าพ่อได้ ได้แต่ยืนมองหน้าห้อง เขาอยากเข้าไปถามพ่อว่าเก็บไม้ตะพดไว้ที่ไหน เขาได้ไม้ตะพดเลือดมาแล้ว อบเชยรู้สึกว่าไม้จะถูกอำนาจเข้าครอบงำ จึงให้เวลาไม้ครอบครองร่มเพียงสามวันแล้วตนจะเอาไปทิ้งเอง

พันเทพกลับมาด้วยร่างกายบาดเจ็บมากขึ้นไปอีก เวตาลยิ้มเยาะว่าเมื่อไม่มีหนังเสือและไม้ตะพดแล้วก็ไม่มีความสำคัญที่จะต้องอยู่ด้วย แต่ตนจะต้องฟื้นพลังขึ้นมาก่อน

ไม้กลับมารื้อค้นในบ้านจนทั่วว่าพ่อซ่อนไม้ตะพดไว้ที่ไหน และยกแผ่นไม้กระดานขึ้นซ่อนไม้ตะพดเลือดที่ได้มาไว้ เขาครุ่นคิดแล้วนึกได้ว่าอาจจะเป็นที่รถ...ไม้รีบมาที่ท่ารถ ชาญกำลังทำความสะอาดบนรถ เผอิญทำกระปุกเกียร์หลุดออกมา

“ซวยละ พี่เมฆรู้โดนด่าแน่ แกยิ่งรักรถอยู่ด้วย” ชาญเห็นมดมอดไต่ออกมาจากคันเกียร์ก็ปัดไล่บ่นว่ามาอยู่ทำไมในนี้มีแต่น้ำมันเกียร์ ไม่ทันไรมีกลิ่นหอมโชยมาเตะจมูก

พลัน เสียงจันทร์ซึ่งล้างตัวถังรถอยู่ทักไม้ ชาญรีบเอากระปุกเกียร์ใส่ดังเดิม ไม้ขึ้นมาเห็นท่าทางชาญแปลกๆ ชาญกลบเกลื่อนถามอาการเมฆ ไม้ตอบว่ายังไม่ค่อยดี นี่ตนก็มาหาของให้พ่อ ชาญว่าไม่เห็นมีอะไรนอกจากรูปไม้ที่ติดอยู่หน้ากระจก ไม้เดินหาทั่วรถไม่มีอะไรจึงกลับไป

ด้านไกร เขาเอาหนังเสือทั้งสองส่วนมาให้หลวงพ่อช่วยดูตัวอักษรโบราณที่อ่านไม่ออก หลวงพ่อว่า

มันคล้ายอักษรพม่า เมื่อก่อนเคยมีเด็กกะเหรี่ยงมาอาศัยวัด แต่ตอนนี้เรียนจบกลับบ้านไปหมดแล้ว หลวงพ่อแนะนำว่าตัวอักษรนั่นคงเกี่ยวข้องกับข้อความภาษาไทยในนั้น ไกรกลับมาเปิดเน็ตค้นหา จึงรู้ว่าไม่ใช่อักษรพม่า เพียงแต่คล้าย...

แล้วในวันนั้น จันทร์เห็นชาญเขียนจดหมาย แปลกใจ ที่ตัวหนังสือไม่ใช่ภาษาไทย ชาญรีบปรามให้เบาๆเกรงใครจะรู้ว่าตนไม่ใช่คนไทย เป็นชาวปกากะญอ ชาญเล่าว่า มีครูคนไทยขึ้นไปสอนหนังสือ เขาจึงพูดไทยได้ชัด และได้ยินตำนานลูกผู้ชายมาแต่เล็ก จึงอยากมาเป็นลูกศิษย์ ระหว่างที่สองคนคุยกัน สักยกพวกวินมอเตอร์ไซค์มาตามคำสั่งพันเทพให้มายึดรถ บขส.ของเมฆ เพื่อให้ไม้เอาร่มมาแลกคืน ชาญกับจันทร์ไม่อาจต่อสู้ขัดขวางไว้ได้...

เมฆเข้ารับการผ่าตัด ไม้เฝ้ารออย่างกระวนกระวาย อบเชยมาเตือนไม้ให้คืนร่มแก่พันเทพ ไม้ว่าไหนให้เวลาตนสามวันหาไม้ตะพดของพ่อมารวมพลังว่าจะเกิดอะไรขึ้นก่อน แต่อบเชยสังหรณ์ใจว่า พันเทพจะไม่รอเวลาและจะเกิดเรื่องเดือดร้อนขึ้นอีก

ผลการผ่าตัดเรียบร้อยดี ไม้เข้ามานั่งกุมมือเมฆที่ยังไม่ฟื้น จู่ๆเมฆก็เพ้อ “อย่าเอาไปนะๆ”

“พ่อ พ่อว่าอะไรนะ” ไม้ตกใจ

“เอารถคืนมา อย่าให้มันเอาไป”

ไม้เรียกอบเชยมาช่วยฟัง อบเชยปลอบว่าเมฆฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่ก็คงรู้ว่าเรื่องอะไร อบเชยเป็นห่วงไม้ถึงขนาดเอาข้าวมาป้อนให้ ไม้ปัด อบเชยพลาดล้มมาอยู่ในอ้อมกอดของไม้ ทั้งสองมองกันซึ้ง แล้วอบเชยก็เฉไฉบอกไม้ว่าถ้าไม่ยอมกิน ตนจะป้อนด้วยปาก ไม้ผลักอบเชยออก ต่างคนต่างเขิน แต่ก็ทำให้ไม้ยอมกินข้าว...

ไม่ทันไร ชาญกับจันทร์วิ่งหน้าตื่นมาส่งข่าวเรื่องรถ

“มันฝากข้อความไว้ด้วยว่า ถ้าอยากได้รถคืน ก็ให้คืนของมันไปก่อน ไม่งั้นรถจะกลายเป็นแค่กองเศษเหล็ก” ชาญสาธยาย

จันทร์รีบถามว่าเอาอะไรของพันเทพมา   ไม้หน้าเครียด

ooooooo

ท่าทางพันเทพอิดโรยหน้าซีด นั่งทานอาหารกับลูกๆทั้งสามคน ต่างคุยกันว่า ได้ฝันถึงสัตว์ประหลาดอะไรสักอย่าง มีปีก ทิวาว่าฝันเห็นอยู่ในห้องทำงาน ราตรีเห็นบินวนเวียน ส่วนแพรวาบอกว่ามันเล่านิทานให้ฟัง พันเทพฟังแล้วกังวลใจ แต่ปัดว่าเป็นแค่ความฝัน ไม่ทันไร สมุนโทร.มารายงานว่ายึดรถเมฆมาได้แล้ว

รถจอดอยู่หน้าบ้าน พันเทพเดินขึ้นมามองไปทั่วว่าจะมีไม้ตะพดซ่อนอยู่หรือไม่ พลันเวตาลได้ตามขึ้นมา พันเทพจึงต่อว่าที่ไปเข้าฝันลูกๆ เวตาลอ้างว่า ช่วงฟื้นคืนพลัง พลังที่กระจัดกระจาย ตนบังคับไม่ได้ เวตาลสัมผัสได้ถึงพลังของไม้ตะพดจึงถามพันเทพว่าได้คืนมาแล้วหรือ

“ยัง แต่เชื่อว่าจะได้มันคืนเร็วๆนี้ล่ะ”

“ยัง...แต่ทำไมข้ารู้สึกถึงพลังที่มหาศาลในนี้”

“พลัง...หมายความว่าไง” ไม่ทันจะพูดต่อ พันเทพได้ยินเสียงคนเดินมาจึงให้เวตาลหลบ

ทิวาเดินขึ้นมา “พ่อน่ะเอง ผมกำลังสงสัยว่านี่รถใคร...ตอนนี้เข้าใจแล้ว พ่อจะแลกกับไม้ตะพดใช่มั้ยครับ”

พันเทพชมว่าฉลาดขึ้น ตนอยากรู้ว่าไม้จะจัดการอย่างไร...ทิวาได้กลิ่นหอมของไม้ เขาขอพันเทพจัดการเรื่องนี้เอง แต่พันเทพไม่ให้แถมห้ามเอาเรื่องนี้ไปพูดที่ไหน ทิวาเจ็บใจกลับลงไป พันเทพหักกระจกมองหลังให้สมุนเอาไปให้ไม้ดูต่างหน้าว่าไม่มีเวลาตัดสินใจนาน

ขณะเดียวกัน เมฆฝันเห็นรถตัวเองจอดอยู่ริมถนนที่เต็มไปด้วยหมอก เขาจะเดินเข้าไปแต่แล้วเวตาลเดินลงมามีคันเกียร์ในมือคำรามว่า...ไม้ตะพดกลายเป็นของข้าแล้ว เมฆร้องลั่น...ไม่

ไม้ฟุบหน้าหลับอยู่ข้างๆสะดุ้งตื่น ตกใจรีบปลุกพ่อ “พ่อ พ่อเป็นอะไร พ่อ...”

เมฆลืมตาขึ้น ถามว่าตนเป็นอะไร ไม้ตอบว่าเขาเพิ่งผ่าตัด เมฆตกใจ ไม้บอกพ่อว่าต่อไปจะออกแรงมากไม่ได้เหมือนเดิม มีอะไรตนจะดูแลแทน และจะสืบต่อสิ่งที่พ่อทำไว้ทั้งหมด เมฆทวนคำงงๆก่อนจะถามถึงรถ พอรู้ว่าถูกพันเทพยึดไปก็ผวาจะลุกขึ้น แต่ลุกไม่ไหว

“อย่าเพิ่งลุกพ่อ พ่อยังไม่หายดี เดี๋ยวเรื่องนี้ให้ผมจัดการเองเถอะ”

“ไม่ว่าลูกจะรู้อะไรมา หรือกำลังคิดจะทำอะไรก็ตาม มันจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยถ้าไม่มีรถคันนั้น”

“หมายความว่า...ไม้ตะพดอยู่ในรถเหรอ”

อบเชยพบสมุนพันเทพที่โรงพยาบาล มันฝากกระจกรถไปให้ไม้และพูดตามคำสั่งของพันเทพ...ไม้ร้อนใจ รีบกลับบ้านไปเอาร่มออกมาจากที่ซ่อน ทั้งที่เสียดายแต่ต้องตัดใจ ไม้และอบเชยมาที่โรงงานของเก่า มองหารถ เห็นแก๊งวินมอเตอร์ไซค์กำลังรุมจะถอดล้อรถ เขาร้องห้าม สักลุกขึ้นทำท่ากร่าง ว่าพันเทพยกรถคันนี้ ให้พวกตนแล้ว ถอดชิ้นส่วนขายคงได้เงินไม่น้อย

พันเทพเดินลงมาจากรถ ทักไม้ “นึกว่าจะไม่ได้เห็นร่มของฉันอีกซะแล้ว ใครเอาร่มในมือนั่นมาให้ฉันได้ ฉันจะจ่ายเงินเพิ่มให้อีกเท่าตัวเลย”

พวกสักลุกฮือเข้ารุม อบเชยยืนชิดคอยช่วยไม้ สักใช้เฟืองมอเตอร์ไซค์เป็นอาวุธจะฉกร่มในมือไม้ พัน–เทพเฝ้ามองอย่างกังวล ไม้ใช้ร่มที่มีไม้ตะพดเลือดซ่อนอยู่อย่างไม่มีประสิทธิภาพ

“ทำไมร่มนี่มันถึงไม่วิเศษเหมือนวันก่อนที่ไม้ใช้มันนะ” อบเชยสังเกตเห็น

“ไม่รู้ ที่รู้ตอนนี้เราต้องขึ้นไปบนรถนั่นให้ได้ ไม้ตะพดอีกอันอยู่บนนั้น จะปล่อยให้ไอ้พันเทพทำลายไม่ได้” ไม้กระซิบบอกอบเชย

ระหว่างสองคนคุยกัน สักฉวยโอกาสใช้เฟืองโซ่ฟาด อบเชยเห็นเอาตัวเข้าบังไม้ โดนฟาดเข้าลำตัว ไม้ตกใจคว้าตัวเธอมากอดไว้ อบเชยบอกให้ไม้ขึ้นไปเอา ไม้ตะพดบนรถมาก่อนไม่ต้องห่วงตน ไม้จึงปล่อยอบเชยนอนฟุบลงแล้วหันไปฟาดใส่สักจนล้มกลิ้งไป ไม้รีบขึ้นไปบนรถ พบพันเทพรออยู่ เขาปรบมือให้ที่ฝีมือไม้ก้าวหน้าไปมาก ไม้ขอกุญแจรถ พันเทพทวงข้อแลกเปลี่ยน ไม้ลังเลไม่อยากคืนร่มให้ จึงเกิดการต่อสู้กัน พันเทพเยาะว่า ไม้ไม่อาจใช้พลังของไม้ตะพดได้เพราะมันเป็นของตน และแล้วพันเทพก็ชิงร่มมาได้ ไม้ล้มลงตรงข้างคันเกียร์ เขาจึงดึงมันออกมาเป็นอาวุธ นาทีที่คันเกียร์กระทบร่มที่ฟาดลงมา เหมือนมีพลังบางอย่างผลักพันเทพกระเด็นไปท้ายรถ เลือดที่เท้าไหลซึมออกมา เขารู้สึกปวดมาก ทั้งสองตกใจกับพลังที่เกิดขึ้น ไม้เข้ามาดึงกุญแจรถไปจากพันเทพ แล้วลงมาอุ้มอบเชย พวกสักจะเข้ารุม พันเทพเขยกลงมาห้าม

“ปล่อยไป ฉันได้สิ่งที่ต้องการแล้ว”

ไม้อุ้มอบเชยขึ้นไปนอนบนเบาะรถ อบเชยอมยิ้มอย่างมีความสุขมองไม้ขับรถออกไป

แต่พันเทพกลับบ้านอย่างอิดโรย ทิวาเห็นแล้วไม่พอใจจะไปจัดการกับไม้ พันเทพห้าม ทิวาเจ็บใจ... ด้านไม้ พาอบเชยกลับมานอนทำแผลให้ที่บ้าน เพราะเธอไม่ยอมไปโรงพยาบาล เธอว่าเธอมีความสุขที่ไม้ทำแผลให้ และให้ไม้ตอบแทนด้วยการเลี้ยงข้าวหนึ่งวัน ไม้บ่นที่ไม้ตะพดเลือดกลับไปอยู่ในมือพันเทพจนได้ อบเชยว่ามันเป็นของพันเทพ ไม้โวย

“เธอยอมให้คนเลวมีไม้ตะพดเพื่อทำลายคนอื่นรึไง”

“จะต้องกลัวอะไร ในเมื่อคนดีก็มีไม้ตะพดอยู่อีกอัน ก็ถือว่าเป็นการต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อดีออก ว่าแต่ไม้ตะพดล่ะ ที่ไม้ว่าอยู่บนรถ หาเจอรึเปล่า”

ไม้ส่ายหน้า อบเชยปลอบใจไม่เป็นไร อย่างไรก็ได้รถมาแล้ว เมฆคงบอกเองว่าอยู่ไหน...ไม้เอารถกลับมาที่ท่ารถ ชาญกับจันทร์ดีใจที่ไม้ได้เป็นผู้ชนะบ้าง

พันเทพรู้สึกปวดแผลที่เท้ามากขึ้นเรื่อยๆ แปลกใจว่า ทำไมแผลถึงอักเสบ คืนนั้นเขาจึงทำเป็นนอนหลับ แล้วเขาก็จับได้ว่าเวตาลนี่เองที่แอบมาดูดเลือดเขา พันเทพใช้ร่มฟาดเวตาลแล้วเอาตัวไปขังไว้ในตู้

ooooooo

เมฆอาการดีขึ้นจนกลับบ้านได้ อบเชยมาช่วยดูแล เธอแวะไปซื้อของที่ตลาด ทิวาเข้ามาตอแย อบเชยโกรธที่เขาทำร้ายไม้จึงโวยใส่ไม่ต้องมายุ่งกับตนอีก เพราะตนไม่มีวันสนใจเขา นอกจากไม้คนเดียว ทิวาเจ็บใจ จึงให้ราตรีปลอมเป็นแพรวาไปทำให้ไม้กับอบเชยแตกคอกัน

ราตรีแต่งตัวเป็นแพรวามาหาไม้ที่บ้าน ทำให้อบเชยน้อยใจ ไกรมาเจออบเชยเศร้าอยู่จึงพาไปทานข้าว เห็นเธอกินมากมายจึงถามว่าหิวมากหรือ อบเชยตอบว่าเปล่า แค่อยากกินให้ติดคอตายเท่านั้น ไกรขำอย่างเอ็นดู จับมือเธอมากุมและบอกว่าตนไม่มีวันทำให้เธอเสียใจ...

“ถ้าไม้คิดเหมือนคุณไกรคงดี พรุ่งนี้เป็นวันสำคัญด้วย”

“วันสำคัญ...วันอะไรเหรอ”

“วันเกิดฉันน่ะค่ะ จริงๆมันก็ไม่ได้มีอะไรหรอก เพียงแต่ฉันฝันจะมีงานวันเกิดซักครั้ง เค้กสักก้อนที่มีชื่อตัวเองเขียนอยู่บนนั้น”

“นี่เธอไม่เคยมีงานวันเกิดเลยเหรอ”

“ก็บ้านฉันไม่รวยนี่คะ แค่พ่อจำได้ก็ดีจะแย่ ส่วนไม้นี่ไม่ต้องบอกเลย ไม่เคยสนใจอยู่แล้ว” อบเชยเห็นสายตาของไกรจึงบอกว่าอย่ามองตนอย่างน่าสงสาร...

ด้วยความหลงตัวเองที่เคยเป็นแชมป์มวยสิบสี่สมัย ศรนารายณ์จึงมักจะทำตัวให้คนเข้าใจว่าตนคือลูกผู้ชาย แต่มาช่วงนี้ ชาวบ้านโจษจันกันเรื่องที่ลูกผู้ชายบาดเจ็บจากการต่อสู้ ไม่สนใจเขาอีก ทำให้เขาน้อยใจคิดหาวิธีทำให้ตนมีความสำคัญบ้าง...

เมื่อเมฆรู้สึกว่า ถึงเวลาที่ควรจะบอกความจริงแก่ไม้ เขาจึงมอบชุดที่ลูกผู้ชายใส่ให้ ตอนแรกไม้คิดว่าเป็นชุดเก่าของพ่อจะให้ไปบริจาค แต่พอพินิจดู ด้านในของเนื้อกางเกงเป็นหนังเสือ

“นี่มัน...ชุดลูกผู้ชาย...มันเป็นเรื่องจริง...”

“ใช่ มันถึงเวลาซักทีที่ลูกจะได้รู้ พ่อรู้ตัวดีว่าตอนนี้ ร่างกายพ่อมันไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว”

ไม้ปลอบใจว่าไม่นานพ่อก็กลับมาเหมือนเดิม แต่เมฆขอให้ไม้ทำหน้าที่แทน ไม้หน้าเสียเพราะตนไม่เก่งพอ เมฆจึงบอกว่าจะถ่ายทอดวิชาทั้งหมดให้ ไม้สีหน้าดีขึ้นทันที...เมฆพาไม้มาที่ชายป่า ซึ่งมีกระท่อมหลังเล็กๆอยู่หลังหนึ่ง เมฆบอกลูกว่า นี่เป็นที่ดินของปู่ ที่ปู่ใช้เป็นที่สอนวิชาและที่ฝึกซ้อมให้พ่อ เมฆย้ำอย่าบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้เด็ดขาด ไม้พยักหน้ารับ

ooooooo

วันต่อมาไกรจะเข้าร้านเค้ก พบแพรวามาซื้ออุปกรณ์ทำเค้ก แพรวาดีใจยืนรอเขาอยู่หน้าร้าน เผอิญที่ร้านมีออเดอร์ใหญ่ไม่สามารถจัดทำเค้กให้ไกรได้ เขาจึงมาขอความช่วยเหลือจากแพรวาให้ช่วยสอนทำเค้ก แพรวายิ้มแก้มแทบปริ

อบเชยมาด้อมๆมองๆหน้าบ้าน ไม้กับเมฆเพิ่งกลับจากฝึกซ้อม เมฆโกหกว่าไปหาหมอมา ไม้ปั้นปึ่งไม่สนใจ อบเชยน้อยใจบ่น “ฉันไม่ได้มาทวงบุญคุณ ฉันมาทวงสัญญาที่เธอให้ไว้เอง ยังจำได้รึเปล่า ที่จะพาฉันไปกินข้าวน่ะ ถ้ามันไม่ลำบากนักก็ทำด้วย”

ไม้อ้างว่าเหนื่อย อบเชยเสียใจที่สัญญาแล้วไม่ทำ จึงลาเมฆกลับไป...

แพรวาขับรถมาที่บ้านไกรเพื่อสอนทำเค้ก ทั้งสองหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน แพรวาดูมีความสุขมาก ไม้โผล่มาเห็นสองคนสนิทสนมกันก็สะเทือนใจ ไกรเดินตามไม้มาที่ห้องทำงาน

“โทษทีนะไม้ ฉันไม่คิดว่าเธอจะมา”

“ผมนึกว่าคุณไกรไม่สนคุณแพรวาซะอีก”

ไกรว่าอย่าคิดไปไกล เขาแค่ให้เธอมาช่วยสอนทำเค้ก ไม้ขอโทษที่ก้าวก่าย ที่มาวันนี้แค่มาถามเรื่องหนังเสือ ไกรตอบว่ากำลังค้นคว้าอยู่ ไม้เตือนให้ระวังพันเทพ ไม้ขอตัวกลับ ไกรท้วง

“เดี๋ยวไม้ จริงๆฉันไม่อยากจะบอกเรื่องนี้กับเธอหรอกนะ แต่ฉันไม่อยากเอาเปรียบไม้...วันนี้วันเกิดอบเชย ฉันทำเค้กด้วยเหตุผลนั้น”

ไม้ตกใจหน้าเสีย เพราะอย่างนี้ เธอถึงมาทวงสัญญาจากตน...อบเชยไปทำบุญปล่อยปลาตามลำพังเศร้าๆ ไม้ไปฝึกวิชากับเมฆ แต่ดูท่าวันนี้เขาไม่มีสมาธิเอาเสียเลย เมฆสอนอย่าเอาเรื่องในใจมาทำให้เสียสมาธิเพราะเวลาสู้จริง แค่เสี้ยววินาทีเดียวก็ตัดสินแพ้ชนะได้

พอแพรวารู้ว่าเค้กที่ทำสำหรับอบเชยก็สะเทือนใจ แต่พอไกรบอกว่าเดือนหน้าเป็นวันเกิดตน อยากให้เธอทำเค้กให้อีก แพรวายิ้มออกรีบถามว่าวันที่เท่าไหร่ ไกรตอบว่า วันที่ 21

“คุณกับพี่ทิวาเกิดวันเดียวกันเลย” แพรวาตื่นเต้น แต่ไกรเห็นเป็นเรื่องธรรมดา...

เมื่อเสร็จจากการฝึกซ้อม ไม้รีบไปที่บ้านอบเชย เห็นบ้านเปิดแต่ไม่มีใครอยู่ จึงถือวิสาสะเข้าไป จัดทำอาหารตั้งโต๊ะ มีเทียนสร้างบรรยากาศ พร้อมเค้กชิ้นเล็กๆและเตรียมเพลงเพราะๆไว้

ศรนารายณ์ออกไปทำตัวเป็นฮีโร่สวมโม่งคลุมหน้า เข้าช่วยเหลือพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาด ที่โดนสมุนพันเทพเก็บค่าคุ้มครอง จนชาวบ้านโจษขานว่ามาแทนลูกผู้ชาย อบเชยผ่านมาได้ยินชาวบ้านคุยกันถึงฮีโร่คนใหม่ เธอแปลกใจว่าใครกันอีกนะ พลันไกรขับรถมาจอดเทียบ... ศรนารายณ์กลับมาบ้าน สะดุ้งเมื่อมีสายรุ้งยิงปุ้งใส่หน้า ตามด้วยเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ของไม้ พอไม้เห็นว่าผิดคนก็หัวเราะแหะๆ ศรนารายณ์รีบซ่อนถุงเสื้อฮีโร่ไม่ให้ไม้เห็น...จนเย็น ศรนารายณ์ชวนไม้กินข้าวแต่เขาขอรออบเชย

จนค่ำ อบเชยทานข้าวกับไกรที่ร้านอาหาร เขาทำเซอร์ไพรส์ให้เธอเป่าเค้กเป็นครั้งแรกในชีวิต อบเชยกลับเข้าบ้าน เห็นพ่อนอนหลับกรนคร่อก มองไปเห็นไม้ฟุบหลับที่โต๊ะอาหาร

“ใครให้มาหลับบนโต๊ะกินข้าวกัน บ้านไม่มีที่ นอนรึไง”

ไม้งัวเงียถามว่ากี่โมง ทำไมกลับดึก อบเชยแกล้งบอกไม้ว่าหิว ไม้ว่ามันเย็นชืดหมดแล้ว แต่อบเชยว่าตนกินได้ เธอจุดเทียนเอง ไม้ทำหน้าเซ็งๆรู้ว่าเธอไปกับไกรมาแล้ว อบเชยย้อนถามว่าสนใจด้วยหรือ ไม้จึงยุส่งว่าไกรเป็นคนดี อยู่ด้วยแล้วสบายทั้งชาติ และว่าอาหารตนสู้ของแพงไม่ได้ อบเชยโต้ มันไม่สำคัญว่ากินอะไร สำคัญว่ากินกับใครต่างหาก ไม้จึงบอกว่าตนทำตามสัญญาแล้ว ไม่ต้องตามมาทวงอีก อบเชยยิ้มหวานปลื้มกับสิ่งที่ไม้ทำให้

ooooooo

ลูกผู้ชายไม้ตะพด ตอนที่ 7

อ่านเรื่องย่อ

ลูกผู้ชายไม้ตะพด

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

วัน-เวลาออกอากาศ:

ช่องออกอากาศ:

นักแสดงนำ:

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement