advertisement

นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 8

บทประพันธ์และบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 7 โดย ณพุทร สุศรีฯ
28 ส.ค. 2556 14:44

ในที่สุดนำชัยก็ยอมรับเงื่อนไขของณัฐชา...เขาปลอมตัวมิดชิดออกมาพบเธอในคืนหนึ่งเพื่อนัดแนะการเดินทางไปยังโรงงานผลิตยาเสพติดของพรายพิฆาต ซึ่งกรณ์บอกเขาแล้วว่าอีกสองวันจะเดินทาง แล้วเขาจะส่งข่าวเป็นระยะผ่านสัญญาณโทรศัพท์มือถือให้เธอ

ค่ำคืนเดียวกัน มาวินก็นำพาพวกมาเฟียค้ายามาพบ บอสเพื่อตกลงเรื่องการจำหน่ายยาลอตใหม่ แต่การเจรจาไม่สัมฤทธิ์ผลแถมมาเฟียกลุ่มนั้นยังอหังการเลยโดนบอสฆ่าตายเรียบต่อหน้ามาวินกับแหลม

รุ่งขึ้น สุชาติพามิสเตอร์โทคุดะมาพบนำชัยแต่เช้า โทคุดะจะกลับญี่ปุ่นพรุ่งนี้แต่อยากมาลานำชัยด้วยตัวเอง การสนทนาของทั้งคู่เป็นไปด้วยดี โทคะดุไม่ติดใจเหตุการณ์ ที่ตนถูกปองร้าย แต่เตือนนำชัยให้ทำความดี อย่าตกอยู่ใต้อำนาจของพรายพิฆาต

ส่วนที่กองปราบ ผู้กำกับเมธาไม่พอใจเมื่อทราบว่าราเมศจะร่วมทีมปฏิบัติการถล่มโรงงานผลิตยาเสพติดของพรายพิฆาต เขาเรียกณัฐชามาคุยก่อนจะยอมรับเมื่อเธอมีเหตุผลที่น่าฟัง

ในที่สุดก็ถึงวันเวลาเดินทาง นำชัยแต่งตัวเหมือนชาวบ้านธรรมดาทั่วไปนั่งรถมากับกรณ์ซึ่งทำหน้าที่คนขับ นำชัยแอบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดูเป็นระยะพลางชำเลืองมองกรณ์อย่างระแวดระวัง ฝ่ายณัฐชากับราเมศก็เตรียมพร้อมติดตาม โดยมีหน่วยจู่โจมพิเศษเป็นคันรถเพื่อภารกิจครั้งนี้

พวกมาวินมาถึงก่อนกรณ์ แล้วทั้งหมดก็พากันเข้าไปในโรงงานโดยที่นำชัยแอบส่งข้อความบอกณัฐชาไปแล้ว ลูกน้องของกรณ์ทุกคนมาพร้อมเพรียง ขาดแต่ลุงโจที่ยังถูก กักขังที่บริษัทมาดามหลิว เมื่อตำรวจเข้าจู่โจมจึงเกิดการปะทะกับดุเดือด กรณ์รู้แต่แรกแล้วว่านำชัยเป็นสายให้ตำรวจ เขาจึงไม่แปลกใจเท่าไหร่นัก ที่สำคัญเขาวางกับดักไว้อย่างดี!

หน่วยจู่โจมปะทะกับคนของพรายพิฆาตจนบาดเจ็บ ล้มตายกันทั้งสองฝ่าย แต่แล้วพวกพรายพิฆาตกลับฝืนคืนชีพด้วยน้ำตามัจจุราชทำให้ฝ่ายตำรวจตกเป็นรอง ฤทธิ์ปรากฏตัว ในคราบมือสังหารชุดดำหรือที่ณัฐชาตั้งฉายาให้เขาใหม่ว่านักสู้มหากาฬ เขาตะโกนบอกตำรวจให้ยิงจุดอ่อนที่หัวของมัน ไม่นานจากนั้นพวกพรายพิฆาตก็ดับดิ้น กรณ์กับสมุนรวมทั้ง มาวินต้องหลบไปตั้งหลักกันด้านหลัง โดยมีนำชัยอยู่ในนั้นด้วย

ฤทธิ์ไล่ตามไปเจอกรณ์ที่ออกมาช่วยเอมี่ เขาแผดเสียงเรียกอดีตเพื่อนรักด้วยความโกรธแค้น “ไอ้กรณ์” เสียงนั้นสะท้อนก้องยาวนานจนสองคนหยุดชะงัก กรณ์หันขวับมาตอบกลับด้วยท่าทีมั่นใจ

“นั่นแกใช่มั้ยเพื่อน...ฤทธิ์ ราวี”

ณัฐชาเพิ่งตามมาถึง ได้ยินคำพูดของกรณ์ก็ชะงักกึกก้าวขาไม่ออก

“ฉันไม่จำเป็นต้องปิดบังอีกแล้ว เพราะวันนี้คือวันตายของแก”

“แกคิดว่าแกชนะงั้นเหรอ ฝันไปเถอะ”

“ไม่มีโรงงาน ไม่มีน้ำตามัจจุราช แผนการของพวกแกล้มเหลว”

“ฮ่าๆๆ ใช้หัวคิดหน่อยสิเพื่อน คนของแกตายเป็นเบือ แล้วเราเสียอะไรบ้าง ไอ้นำชัยหนอนบ่อนไส้ถูกจับได้ แถมเรายังได้ทดสอบกำลังพลของเราอีกด้วย นักรบพรายพิฆาตที่เราจะสร้างขึ้นมาใหม่อีกกี่ร้อยกี่พันคนก็ได้”

“และที่สำคัญ...ที่นี่ไม่ใช่โรงงานผลิตยา แกหลงกลแล้ว”

คำพูดประโยคสุดท้ายของเอมี่ทำเอาฤทธิ์โกรธจัดขยับเข้าหากรณ์ จังหวะนั้นเองกรณ์รีบทุบปุ่มกลไกที่ผนัง ทำให้พื้นแยกออก ร่างของฤทธิ์ร่วงลงไปในโพรงเบื้องล่างพร้อมกับณัฐชาที่พยายามตะครุบมือเขาไว้!

บนถนนชานมือง...แหลมขับรถพามาวินหนีมาโดยมียักษ์ถือปืนคุมตัวนำชัยอยู่เบาะหลัง

“แสบมากนะท่านนำชัย อยู่ดีไม่ว่าดีดันอยากจะเป็นฮีโร่ อยากรู้นักว่าบอสจะลงโทษท่านยังไง”

“ช่วยไม่ได้นะป๊ะป๋า เกือบจะเป็นทองแผนเดียวกันอยู่แล้วไม่น่าเล้ย” มาวินยิ้มเยาะ นำชัยฮึดฮัดเพราะรู้มาตลอดว่ามาวินหมายปองไอริณอยู่...จู่ๆ ยักษ์ก็ดึงเทปที่ปิดปากนำชัยออกเพราะท่าทางเขาเหมือนอยากจะพูด

“มีอะไรก็ว่ามา”

“แกคิดว่าฉันจะเสียใจงั้นเหรอกับสิ่งที่ทำลงไป ฉันจะบอกให้ ตอนนี้ฉันโล่งใจ ภูมิใจ ที่ไม่ต้องเป็นทาสของพวกแกอีกแล้ว ไอ้พรายพิฆาต”

“พูดแบบนี้อยากตายใช่มั้ย” ยักษ์เงื้อปืนขู่ นำชัยมองอย่างดุดันก่อนจะโผเข้าแย่งปืนจนลั่นปัง แหลมตกใจร้องลั่นว่าอย่าหันปืนมาทางนี้

นำชัยฮึดสู้พยายามแย่งปืนจากมือไอ้ยักษ์ คิดว่าตายเป็นตาย ถ้าจะตายก็ตายด้วยกันทั้งหมด แต่มาวิน กลัวตายเข้ามายื้อยุดอีกคน จนกระสุนนัดหนึ่งลั่นทะลุเข้าลิ้นปี่มันอย่างจัง แหลมตกใจเรียกชื่อเจ้านายลั่นไปหมดก่อนตัดสินใจโดดหนีลงจากรถเมื่อนำชัยเบี่ยงปากกระบอกปืนมาที่มัน

แหลมละทิ้งหน้าที่กะทันหันทั้งที่รถยังแล่น ส่งผลให้รถที่ไม่มีคนขับแล่นเป๋เข้าหาต้นไม้ข้างทาง ไอ้ยักษ์ถึงกับลนลานตาเหลือก ร้องเสียงหลง!

หลังจากนั้นไม่นาน ผู้กำกับเมธารุดมาที่กองปราบและซักถามจ่าไมตรีกับหมู่ปรีดาที่รอดกลับมาในสภาพอิดโรยว่ามีอะไรคืบหน้าบ้าง

“หมวดณัฐชาหายสาบสูญไปครับ แล้วใกล้ๆกับที่เกิดเหตุ เราเจอไอ้มาวินในสภาพบาดเจ็บสาหัส”

“ดูเหมือนว่ามันจะถูกยิงครับ แล้วรถที่โดยสารมาก็ประสบอุบัติเหตุ”

“แล้วของกลางล่ะ เจอยาเสพติดบ้างรึยัง”

จ่ากับหมู่ส่ายหน้าแทนคำตอบ ผู้กำกับเมธาหัวเสีย พูดโพล่งว่าคว้าน้ำเหลวตามเคย...จากนั้นเรียกผู้กองราเมศเข้าห้องประชุมคุยกันตามลำพัง ราเมศอยู่ในภาวะตึงเครียดโยนความผิดให้ณัฐชาเต็มๆ

“ไม่ใช่ความผิดของผม ณัฐชาต่างหากที่เป็นคนต้น คิด ผมว่าเธอต้องถูกไอ้นักสู้มหากาฬมันหลอกใช้แน่ๆ”

“ดูเหมือนตอนขาไปคุณจะไม่ได้พูดแบบนี้นะผู้กอง”

“ผมขอโทษครับ ผมสับสนไปหน่อย”

“เอาล่ะ คุณเหนื่อยมาพอแล้ว เรื่องอื่นไว้ค่อยว่ากันทีหลัง ตอนนี้คุณไปพักผ่อนเถอะ”

“แล้วเรื่องคดีล่ะครับ”

“หัวหน้าทีมคนใหม่มาถึงแล้ว ผมจะให้เขาจัดการเรื่องนี้ต่อจากคุณ”

หัวหน้าทีมคนใหม่ก็คือสารวัตรสิงหา เขาเข้ามาพบ ผู้กำกับเมธาต่อหน้าผู้กองราเมศ สองฝ่ายทักทายกันตามธรรมเนียม สารวัตรสิงหามองหัวหน้าทีมคนเก่าด้วยสายตาเย่อหยิ่งในตัวเองและเย้ยหยันต่อคนอื่น ผู้กองมาเรศไม่ทันสังเกตอะไรทั้งนั้น นอกจากรู้สึกหดหู่ใจที่ตนเองอยู่ในภาวะขาลงเสียแล้ว

นำชัยหายไปจากบ้านตั้งแต่เช้ายันค่ำ ไอริณเป็นห่วงเขามาก สุชาติติดต่อสอบถามไปทางตำรวจก็ยังไม่มีเบาะแส รู้แต่ว่าหมวดณัฐชาก็หายตัวไปเหมือนกัน...เวลานั้นค่ำแล้ว ณัฐชาถูกคุมขังอยู่กับฤทธิ์ในคราบนักสู้มหากาฬในห้องลับใต้ดินของพรายพิฆาต หมวดสาวพยายามหาทางออกแต่ไม่สำเร็จ

“ผนังเหล็กหนาแบบนี้จะพังออกไปได้ยังไง ยกเว้นว่าคุณมีปืนใหญ่”

“จะกวนประสาททำไมเนี่ย ทั้งหมดนี่เป็นแผนของคุณนะ มันไม่ใช่ความผิดของฉัน”

“ที่นี่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นกับดักโดยเฉพาะ มันจงใจล่อพวกเรามาที่นี่ก็เพราะแผนการของเรารั่วไหล”

“นี่คุณจะบอกว่ามีตำรวจเป็นสายโจรงั้นเหรอ”

“ผมไม่รู้ เรื่องนี้เราคงต้องสืบกันทีหลัง ส่วนตอนนี้ พักเอาแรงก่อนเถอะ” ฤทธิ์ว่าพลางเอนหลังนั่งเอกเขนก

“เฮ้ย! คุณจะบ้าเหรอ ฉันอยู่ที่นี่ทั้งคืนไม่ได้นะ”

“ก็เจ้าบ้านเขาอยากให้อยู่ จะทำยังไงได้” พูดจบเขามองไปยังกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ตรงมุมห้อง ณัฐชาแหงนหน้ามองตามแล้วนิ่งเงียบไป

บอสอยู่ในห้องบัญชาการกำลังมองนักสู้มหากาฬกับหมวดณัฐชาผ่านทางกล้องวงจรปิด กรณ์เข้ามาสมทบและยิ้มเยาะด้วยความสะใจที่จับนักสู้มหากาฬได้ จากนั้น เขารายงานบอสว่าท่านนำชัยปลอดภัย ตอนนี้ถูกขังใน เซฟเฮาส์ แต่มาวินท่าทางจะสาหัส

“ช่างมัน มาเฟียอย่างมันจะหาใครมาแทนเมื่อไหร่ก็ได้ ตอนนี้ที่เราต้องระวังก็คือพวกของมาดามหลิว ขุนศึกของมันหายตัวไป มันต้องตามหาแน่”

“ไม่ต้องห่วงครับบอส เราจะเป็นฝ่ายรุกก่อนพวกมัน ตอนนี้ผมส่งคนไปแล้ว”

กรณ์หมายถึงไอ้วัฒน์ลูกน้องฝีมือดีอีกคนของเขานั่นเอง...วัฒน์บึ่งมอเตอร์ไซค์ไปหาเอมี่ที่เมมเบอร์คลับหลังจากกรณ์โทร.ตามตัว เอมี่ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยถ้อยคำคุ้นเคย “ไงที่รัก ไม่เจอกันซะนาน” วัฒน์ชะงักเล็กน้อย มองหน้าสาวสวยเซ็กซี่ด้วยแววตาเจ็บแค้นเพราะในอดีตเธอทำให้เขาอกหักรักคุด

คืนเดียวกัน ลุงโจลูกน้องของกรณ์ที่ยังถูกคุมขัง

ในบริษัทมาดามหลิว เขาถูกโซเฟียฉีดยากล่อมประสาทเพื่อให้คายความลับของพรายพิฆาต แต่แกก็ไม่ยอมปริปากแถมท่าทางเริ่มดื้อยา เอาแต่เชิดชูพรายพิฆาตและก่นด่ามาดามหลิวไปพร้อมกัน เลยโดนโซเฟียซัดเข้าสองสามหมัดก่อนที่มาดามหลิวจะยกมือห้าม ปล่อยให้แกพร่ำเพ้อบ้าคลั่งต่อไปตามอำเภอใจ

ส่วนที่ห้องลับใต้ดินภายในโรงงานของพรายพิฆาต ณัฐชากับฤทธิ์เริ่มพูดคุยกันดีเหมือนเดิม เธอสังเกตเห็นบาดแผลตามร่างกายเขาสมานตัว จึงตั้งข้อสังเกตว่าถ้าเป็นคนธรรมดาแผลคงไม่หายเร็วขนาดนี้

“ทุกอย่างเป็นเพราะน้ำตามัจจุราช”

“น้ำตามัจจุราช...แปลว่าคุณก็เหมือนผีดิบพวกนั้น”

“ผมไม่ได้เสพยาเหมือนพวกมัน ทุกอย่างที่เกิดขึ้น เป็นอุบัติเหตุ”

“เกิดอะไรขึ้นกับคุณ เล่าให้ฉันฟังหน่อยได้มั้ย... ทำไมนิ่งไปล่ะ ไหนบอกว่าเราเป็นหุ้นส่วนกัน แล้วทำไมไม่ให้ฉันรู้เรื่องของคุณบ้าง”

ฤทธิ์ตัดสินใจเล่าอดีตของตนให้ณัฐชารับรู้คร่าวๆ ว่าเขาถูกพรายพิฆาตฆ่าและมันยังทำลายชีวิตคนที่เขารักด้วย ซึ่งเธอจากไปนานแล้ว

“แปลว่าทั้งหมดนี่เพื่อเธองั้นเหรอ คุณฆ่าศัตรูไปมากมายแถมต้องต่อสู้กับองค์กรวายร้าย ก็เพื่อผู้หญิงคนเดียวเนี่ยนะ”

“เธอคือแสงสว่างสุดท้ายในชีวิตของผม คือสิ่งเดียวที่ฉุดรั้งความเป็นดีงามของผมเอาไว้”

“ถ้างั้นคุณก็ควรจะรู้เอาไว้ ผู้หญิงคนนั้นคงไม่มีความสุขแน่ ที่เห็นคุณกลายเป็นปีศาจแบบนี้”

“คุณไม่ใช่เธอ...แล้วคุณจะรู้ได้ยังไง”

“ฉันเป็นผู้หญิง และฉันเคยสูญเสียมาไม่น้อยกว่าคุณ...ทำไมฉันจะไม่รู้”

ทั้งคู่อยู่ในสายตาของบอสและกรณ์ตลอดเวลา กรณ์ต้องการฆ่านักสู้มหากาฬแต่บอสไม่เล่นด้วย เพราะเขาคิดว่าร่างกายของมันอาจช่วยให้พวกเราค้นคว้าถึงพลังของน้ำตามัจจุราชได้ง่ายขึ้น

“มันเสี่ยงเกินไป มันเป็นศัตรูของเรา คุณต้องลงมือเดี๋ยวนี้” กรณ์ยื่นคำขาดและตัดสินใจขัดคำสั่งเมื่อบอสยังนิ่งเฉยด้วยการปราดไปกดปุ่มบางอย่างที่แผงควบคุม แต่ก็โดนบอสกระชากคอจนตัวลอย

“ไอ้โง่ ที่นี่ฉันคือหัวหน้าสาขา แกมีสิทธิ์อะไรมาตัดสินใจแทนฉัน”

“ขอโทษครับ ยกโทษให้ผมด้วยบอส ผมทำทุกอย่างก็เพื่อองค์กรของเรา”

บอสสะกดอารมณ์ เหวี่ยงกรณ์กระเด็น “ไสหัวไปให้พ้น แล้วจำไว้ถ้าแกทำแบบนั้นอีก...ฉันจะฆ่าแก!”

กรณ์ลนลานเดินหนีออกมา ก่อนจะมองกลับไปด้วยความแค้น “หัวหน้าสาขา ฮึ! ถ้าไม่มีพลังพิเศษ แกคิดเหรอว่าจะมีวันนี้”

แล้วจากนั้นไม่นาน นักสู้มหากาฬกับณัฐชาก็ได้กลิ่นเหมือนน้ำยาเคมี ปรากฏว่ามันเป็นแก๊สพิษที่พวยพุ่งออกมาจากช่องระบายอากาศ เขาบอกให้หญิงสาวกลั้นหายใจเอาไว้ แต่เธอสู้ไม่ไหวมีอาการสำลักก่อนทรุดลงอย่างหมดแรง ขณะที่เขาเองก็เริ่มจะไม่ไหว

ทันใดนั้นประตูห้องเปิดออก บอสเดินเข้ามาพร้อมเสียงหัวเราะเยาะหยัน “นักสู้มหากาฬ ในที่สุดอวสานของแกก็มาถึงจนได้ จงยอมสยบต่อพรายพิฆาต แล้วฉันจะให้ยาถอนพิษ”

“ไม่มีทาง!!” ฤทธิ์ชักดาบคู่ของตัวเองออกมาจู่โจมบอสอย่างรวดเร็ว บอสถึงผงะ “น้ำตามัจจุราชมีอำนาจมากกว่าที่แกคิดสิท่า”

บอสเข่นเขี้ยวก่อนจะหายตัวไปโผล่ข้างหลังนักสู้มหากาฬแล้วเงื้อดาบขึ้นเตรียมแทง แต่คาดไม่ถึงว่านักสู้ มหากาฬกลับชิงแทงสวนมาด้านหลังเหมือนรู้แกวอยู่ก่อน

“ห้องนี้แคบไปหน่อยบอส สำหรับไม้ตายของแก”

บอสคำรามด้วยความเจ็บแค้นก่อนเหวี่ยงดาบสกัดนักสู้มหากาฬให้ถอยออก ก่อนที่มันจะหายตัวไปอีกครั้ง...นักสู้มหากาฬเป็นห่วงณัฐชาที่กำลังย่ำแย่เพราะแก๊สพิษ ประคองเธอวิ่งหนีมาตามทางเดิน แต่สักพักเธอก็บอกว่าหายใจไม่ออก

“ณัฐชา อดทนไว้ เราต้องรีบไปจากที่นี่”

“คุณหนีไปก่อน ฉันไปไม่ไหว”

“ไม่มีทาง ผมไม่ยอมทิ้งคุณเด็ดขาด”

ณัฐชาสะลึมสะลือเต็มที ฤทธิ์ตัดสินใจอุ้มร่างเธอหนีต่อไป...จนกระทั่งหลุดพ้นห้องลับออกมาเห็นตำรวจสองนายกำลังเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุภายในโรงงาน ตำรวจเห็นหมวดสาวก็จะวิ่งมาช่วย แต่โดนบอสพุ่งพรวดมาสกัดด้วยดาบจนสิ้นใจในพริบตา ฤทธิ์รีบวางร่างณัฐชาลงก่อนผละไปเผชิญหน้าบอส

“แกทำให้ฉันผิดหวัง นักสู้มหากาฬ...ฉันให้โอกาสแกมากกว่าศัตรูทุกคน ก็เพราะเห็นว่าเรามีอะไรที่คล้ายกัน นั่นก็คือพลังที่ชำระล้างโลกใบนี้ ถ้าแกยอมร่วมมือกับฉัน เราจะสร้างโลกใหม่ด้วยกัน โลกที่จะไม่มีสงครามเพราะเชื้อชาติหรือศาสนาอีกต่อไป”

“เลิกฝันลมๆแล้งๆซะทีเถอะบอส มีคนบริสุทธิ์ต้องตายเพราะแกมามากพอแล้ว”

“แกมันโง่!” บอสคำรามแล้วโผนเข้าใส่นักสู้มหากาฬที่ตั้งรับอย่างไม่ยอมเช่นกัน

สองฝ่ายต่อสู้กันดุเดือดโดยมีณัฐชาเฝ้ามองด้วยความเป็นห่วงนักสู้มหากาฬ เมื่อเห็นเขาเพลี่ยงพล้ำเธอก็คว้าปืนของตำรวจที่ล้มตายมายิงใส่บอสหลายนัด นั่นยิ่งทำให้มันโมโหเกรี้ยวกราดจะเอาชีวิตทั้งเธอและนักสู้มหากาฬให้ได้ แต่แล้วกรณ์ที่แค้นใจบอสก็แอบทำให้นักสู้มหากาฬพาณัฐชาหลบหนีไปได้ในที่สุด แถมยังทำให้บอสบาดเจ็บถูกกระแสไฟช็อตจนล้มตึง!

ฤทธิ์หรือนักสู้มหากาฬควบมอเตอร์ไซค์พาณัฐชาหนีออกไปพร้อมกันนั้นก็ติดต่อชาญเพื่อให้เอายาแก้พิษมาให้ณัฐชาที่อาการกำลังแย่ โดยเขาเป็นคนลงมือช่วยชีวิตเธอเองด้วยการฉีดยานั้นตรงที่หัวใจของเธอก่อนนำส่ง โรงพยาบาล แล้วหลบออกไปก่อนที่สารวัตรสิงหากับหมู่ปรีดาจะมาถึง หลังจากได้รับข้อความผ่านทางโทรศัพท์มือถือ

ทางด้านไอ้ยักษ์ที่ควบคุมตัวท่านนำชัยไว้ที่เซฟเฮาส์ ยามนี้มันได้รับแจ้งข่าวจากผู้ร่วมทีมว่าเอมี่กับวัฒน์กำลังจะไปชิงตัวลุงโจที่บริษัทมาดามหลิว ซึ่งพวกเขาต้องการความมือจากมันด้วย

เอมี่มาพร้อมกับวัฒน์ โดยวางแผนกันดิบดีเข้าไปช่วยชิงตัวลุงโจจากชาญและโซเฟีย แล้วให้ยักษ์ตามมาสมทบจนสามารถช่วยลุงโจออกไปได้ แถมยังทำร้ายโซเฟียจนหมดสติ

เมื่อกรณ์ได้รับรายงานจากลูกน้องก็รีบมาบอกต่อบอสที่ยังพักฟื้นรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ภายในห้องบัญชาการของโรงงาน

“เรียบร้อยครับบอส ตอนนี้เราได้ตัวลุงโจมาแล้ว แถมยังถล่มบริษัทของมาดามหลิวซะยับเยิน”

“ยังไม่พอ แค่นั้นยังไม่สาสมกับความแค้นของฉัน ไอ้นักสู้มหากาฬมันต้องได้รับบทเรียนมากกว่านี้”

“บอสมีแผนยังไง”

“ณัฐชา...เพื่อนหญิงของมัน คนที่ประสานงานให้มันกับตำรวจ ฉันจะใช้นังนั่นเป็นเบี้ยสำหรับเกมนี้”

แผนการของบอสรวดเร็วทันใจ...ไม่ทันข้ามวัน สารวัตรสิงหาก็มาเกรี้ยวกราดเอากับณัฐชาที่ยังรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ในโรงพยาบาล

“มีคนโอนเงินเป็นล้านเข้าบัญชีคุณเมื่อตอนบ่าย บอกผมหน่อยซิผู้หมวด ว่ามันเป็นค่าจ้างของใคร”

ณัฐชารับเอกสารนั้นมาดูแล้วยืนยันว่าเธอไม่ทราบจริงๆ

“งั้นเหรอ ผมช่วยหาคำตอบให้ดีมั้ย ระหว่างนักสู้มหากาฬกับพรายพิฆาต ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ว่าจ้างคุณให้พาคนของเราไปตายที่โรงงานนรกนั่น”

“ฉันไปจับกุมยาเสพติด เรื่องนี้ผู้กองราเมศ ผู้กำกับเมธาก็รับทราบ”

“แล้วไหนล่ะยาเสพติดของคุณ ไหนล่ะหลักฐาน”

“สารวัตรครับ ผมว่าเรื่องนี้อาจเป็นการเข้าใจผิดก็ได้นะครับ” หมู่ปรีดาแทรกขึ้นมา

“เดี๋ยวก็รู้ แต่ในระหว่างนี้ ผมขอสั่งให้คุมตัวผู้หมวดณัฐชาไว้ที่นี่ ห้ามเธอไปไหนเด็ดขาด”

ฟังคำสั่งหัวหน้าทีมคนใหม่แล้ว หมวดณัฐชาถึงกับอึ้งไปอย่างหนักใจสุดๆ

ooooooo

ฤทธิ์เพิ่งกลับเข้าบริษัทและพบว่าเจ้าหน้าที่พยาบาลกำลังลำเลียงคนเจ็บออกไปด้านนอกหลังจากลูกน้องของกรณ์บุกเข้ามาเอาตัวลุงโจไปและทำร้ายโซเฟียจนบาดเจ็บสาหัส มาดามหลิวเฝ้าดูอาการโซเฟียด้วยความเป็นห่วงราวกับลูกสาวคนหนึ่ง

“ตอนนี้พวกมันคงรู้แล้วว่าผมเป็นใคร อีกไม่นานมันคงต้องเปิดศึกกับเราแน่” ฤทธิ์มั่นใจอย่างที่พูด... มาดามหลิวพยักหน้าเข้าใจ

เวลานั้นที่ห้องโถงด้านล่าง สารวัตรสิงหามาพร้อมกับจ่าไมตรีเพื่อขอพบมาดามหลิว เมื่อชาญขึ้นไปบอก มาดามจึงลงมาพร้อมกับฤทธิ์และชาญ แล้วเผอิญได้ยินตำรวจทั้งสองคุยกันก่อนที่พวกเขาจะปรากฏตัว

“คนร้ายที่บุกมาปล่อยไวรัสบางอย่างลงในคอมพิวเตอร์ครับ ระบบบันทึกภาพก็เลยไม่ทำงาน”

“ถ้างั้นมันคงไม่ใช่โจรกระจอกแน่ แถมเหตุการณ์ยังเกิดไล่เลี่ยกับการบุกถล่มโรงงานของพรายพิฆาต ซึ่งถ้าผมเดาไม่ผิด มาดามหลิวจะต้องมีส่วนเกี่ยวพันกับพวกมัน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง”

“กล่าวหาผู้เสียหายแบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยเหรอคะสารวัตร” น้ำเสียงมาดามหลิวบ่งบอกว่าไม่พอใจ

สารวัตรสิงหาหันไปมองอย่างไม่สะทกสะท้าน “การตั้งข้อสันนิษฐานเป็นหน้าที่ของเรา”

“บริษัทของเราไม่เคยยุ่งกับงานผิดกฎหมาย”

“เหรอ ถ้างั้นคุณช่วยอธิบายหน่อยได้มั้ยว่าพรายพิฆาตมันจะบุกมาที่นี่ทำไม ถ้าคุณไม่เคยขัดแย้งกับ พวกมัน”

“ฉันไม่ทราบค่ะ”

“มาดาม...ผมขอแนะนำว่า ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือ จากตำรวจล่ะก็ อย่างแรกที่คุณต้องทำก็คือพูดความจริง”

ชาญทนไม่ไหวขยับมากันสารวัตรสิงหาออกห่างมาดามหลิว “ขอโทษนะสารวัตร ช่วยรักษามารยาทหน่อย มาดามไม่ใช่ผู้ต้องสงสัย และที่สำคัญพวกเราไม่ได้เรียกให้คุณมาที่นี่”

“เฮอะ นั่นยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่ เกิดเหตุขนาดนี้แต่พวกคุณไม่ยอมแจ้งความ ตกลงพวกคุณซ่อนอะไรอยู่กันแน่”

“ผมว่าคุณมีอคติกับพวกเรานะ” ฤทธิ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง สารวัตรหันมาประจันหน้าพร้อมกับพูดจาดูถูกทำนองว่าเขาเป็นแค่โฮโซเจ้าสำราญจะรู้เรื่องงานของตำรวจได้ยังไง ดังนั้นอย่าสอดจะดีกว่า...

สารวัตรสิงหาวางมาดเข้มใส่ทุกคนแล้วกลับออกไปพร้อมจ่าไมตรี

“คนพวกนี้ไม่ยอมร่วมมือกับตำรวจ แสดงว่าพวกเขาต้องปิดบังอะไรอยู่แน่ ผมต้องการหมายค้น”

“จะค้นทำไมล่ะครับสารวัตร มาดามหลิวเป็นผู้เสียหายนะครับ ไม่ใช่คนร้าย”

“ผมไม่สน ผมรู้แต่ว่าพวกเขาน่าสงสัย และผมต้องรู้ให้ได้ว่ามันคืออะไร”

ooooooo

กรณ์กลับมาที่บ้านท่านนำชัยเพื่อทำลาย หลักฐานการติดต่อระหว่างนำชัยกับพรายพิฆาตตามคำสั่งของบอส เมื่อไอริณเข้ามาพบจึงเกิดการโต้เถียงกันก่อนที่กรณ์จะตบหน้าเธอเพราะไม่พอใจที่เธอใช้ปืนข่มขู่ให้บอกแหล่งซ่อนตัวของนำชัย

ไอริณเจ็บใจแต่ทำอะไรเขาไม่ได้ เพราะเขาประกาศจะฆ่าคนทั้งบ้านถ้าเธอยังไม่หยุดจุ้นจ้านจนเรื่องนี้ไม่เป็นความลับอีกต่อไป

หลังจากทำลายหลักฐานหมดสิ้นแล้ว กรณ์กลับออกไปพบบอสอีกครั้ง เป็นเวลาที่เอมี่ ยักษ์ และวัฒน์พาลุงโจมาถึงพอดี

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะสหาย หวังว่าแกคงไม่ได้บอกความลับแก่พวกมัน”

“ไม่เลยบอส ผมปิดปากสนิท พวกมันไม่มีทางรู้อะไรจากผมแน่”

พูดไปแล้วกลัวบอสไม่เชื่อ ลุงโจเลยยืนยันหนัก แน่นอีกครั้งว่าระหว่างที่ตนถูกคุมขังในบริษัทมาดามหลิวตนไม่ได้ปูดความลับของพรายพิฆาตแม้แต่นิดเดียว บอสพอใจแต่ยังไม่ไว้วางใจเสียทีเดียว คาดโทษลุงโจว่าถ้ามีความลับรั่วไหลออกไปเมื่อไหร่ เขาต้องรับผิด– ชอบด้วยชีวิต ส่วนเรื่องนักสู้มหากาฬที่ตนประเมินมันต่ำเกินไป ยังไงตนก็ต้องจัดการมันให้ได้ด้วยการสร้างคนคนหนึ่งขึ้นมาด้วยน้ำตามัจจุราช...

ด้านณัฐชายังคงรักษาตัวในโรงพยาบาลโดยมี หมู่ปรีดาเฝ้าเธอไว้ตามคำสั่งของสารวัตรสิงหา...ผู้กองราเมศทราบข่าวก็รีบมาเยี่ยมเธอ ก่อนจะพบว่ามาวินที่บาดเจ็บปางตายจนกลายเป็นเจ้าชายนิทราก็รักษาตัวอยู่ที่นี่ด้วยเหมือนกัน แต่เขาไม่สนใจมันมากกว่าหมวดณัฐชา ผู้กองหนุ่มแสดงออกว่าห่วงใยเธอมาก และขอโทษที่ไม่ได้อยู่ช่วยเหลือในเวลาที่เธอเดือดร้อน

“ผู้กองหายไปไหนมาคะ”

“ผู้กำกับเมธาเล่นงานผมเรื่องภารกิจของพวกเรา ผมก็เลยละอายใจเหลือเกิน ละอายจนไม่กล้าโผล่มาให้คุณเห็นหน้า”

“ช่างมันเถอะค่ะผู้กอง ฉันเข้าใจความรู้สึกของผู้กองค่ะ”

“คุณดีกับผมเสมอ ถ้าเรื่องนี้ผ่านไปเมื่อไหร่ผมสัญญาว่าผมจะตอบแทนคุณให้ได้”

“ตอบแทนแบบไหนเหรอคะ”

เขาสบตาเธออย่างมีความหมายก่อนกุมมือเธอแนบแน่น แถมยังพูดแปลกๆราวกับมีใจให้ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาแทบไม่สนใจเธอเลย เอาแต่ชื่นชมเป็นปลื้มไอริณเสียมากกว่า

หลังจากราเมศกลับไปได้ครู่เดียว มาวินก็ถูกใครบางคนเข้ามาฆ่าซึ่งตำรวจเช็กภาพจากกล้องวงจรปิด เห็นณัฐชาชัดเจน หมู่ปรีดาทราบดีว่าไม่ใช่เธอแน่จึงรีบพาเธอหลบหนีออกจากโรงพยาบาลก่อนที่สารวัตรสิงหาจะมาเอาเรื่อง ปะเหมาะพอดีฤทธิ์ขับรถมาเจอจึงพาเธอออกไปทันเวลา

ฤทธิ์มาในนามของโทมัสหลานชายมาดามหลิว เขารู้จากไอริณก่อนหน้านี้ว่าณัฐชาถูกคุมตัวจึงตั้งใจแวะมาเยี่ยม แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน

“ต้องเป็นฝีมือของพรายพิฆาตแน่นอน มันทำแบบนี้ทำไมนะ ฆ่าฉันยังง่ายซะกว่า”

“สงสัยมันคงเสียดายความสวยของคุณล่ะมั้ง”

“คุณนี่ก็ หน้าสิ่วหน้าขวานยังพูดเล่นอยู่ได้”

“เอาล่ะๆ ผมไม่พูดแล้ว ตกลงคุณจะไปไหน ผมจะไปส่ง”

“ฉันต้องกลับไปเก็บของ ตอนนี้พวกสารวัตรสิงหาอาจจะยังไม่ไหวตัวก็ได้”

ขณะที่ฤทธิ์หรือโทมัสมุ่งหน้าไปคอนโดฯ ณัฐชา... ภายในห้องประชุมกองปราบบรรยากาศกำลังตึงเครียด ผู้กำกับเมธาพยายามไกล่เกลี่ยเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งเขามั่นใจว่าคนร้ายไม่ใช่หมวดณัฐชา เพราะเธอเป็นคนดี ซื่อตรงต่อหน้าที่มาโดยตลอด แต่สารวัตรสิงหาก็คัดค้านว่าตนมีหลักฐานว่าเธอฆ่ามาวินกับตำรวจที่เข้าเวรอารักขาอยู่หน้าห้อง

“อาจจะเป็นคนหน้าเหมือน หรือเป็นภาพตัดต่อก็ได้นี่ครับสารวัตร”

“นี่ยังไม่สำนึกอีกเหรอหมู่ ตกลงหมู่อยากมีปัญหาใช่มั้ย”

สารวัตรสิงหาขึงขังจนหมู่ปรีดาหน้าจ๋อย จ่าไมตรีเห็นท่าไม่ดี ตั้งใจจะช่วยเพื่อนรัก กลับถูกสารวัตรตำหนิไปด้วยอีกคน ก่อนหันมาบ่นกับผู้กำกับเมธาว่าขืนเป็นแบบนี้ตนคงสืบคดีไม่ไหวแน่

“แล้วคุณจะให้ผมทำยังไงล่ะสารวัตร”

“ผมต้องการผู้ช่วยที่ไว้ใจได้ครับ ส่วนทีมของผู้กองราเมศ ต่อไปนี้ให้คอยฟังคำสั่งอย่างเดียวเท่านั้น ห้ามกระทำการใดๆโดยพลการเด็ดขาด”

จ่ากับหมู่จ๋อยสนิท เดินคอตกออกจากห้องประชุมพลางบ่นกันอย่างเคร่งเครียดที่ถูกดองกะทันหัน แต่จ่าไมตรีไม่ยอมอยู่เฉยแน่ แม้โดนสารวัตรสิงหาจำกัดขอบเขตการทำงานแต่เขาก็จะแอบสืบคดีนี้อย่างลับๆ ถ้าจับคนร้ายได้เมื่อไหร่ ก็พิสูจน์ได้ว่าหมวดณัฐชาเป็นผู้บริสุทธิ์เมื่อนั้น!

ooooooo

ที่ห้องดับจิตในโรงพยาบาล กรณ์กับยักษ์แอบ เข้ามาดูศพมาวิน ยักษ์ไม่อยากเชื่อว่ามาเฟียอย่างมันจะตายง่ายๆแบบนี้ กรณ์สันนิษฐานว่ามันได้รับน้ำตามัจจุราชมากเกินไป บอสคงต้องการให้มันมีพลังเทียบ เท่ากับนักสู้มหากาฬแต่ไม่สำเร็จ

“ถ้างั้นเราควรทำยังไง ต้องเอาศพมันกลับไปด้วยรึเปล่า”

“ไม่จำเป็น ไอ้มาวินไม่มีประโยชน์กับเราแล้ว”

แล้วทั้งคู่ก็หันหลังกลับออกไป โดยไม่มีใครสังเกตเลยว่าขณะนั้นนิ้วของมาวินเริ่มขยับขึ้นมาอีกครั้ง...

ทางด้านณัฐชาที่ตั้งใจกลับมาคอนโดฯ เพื่อเก็บสิ่งของจำเป็นสำหรับการหลบหนีไปตั้งหลักทั้งๆที่เธอไม่ได้ฆ่ามาวิน แต่ตำรวจต้องไม่ปล่อยเธอแน่เพราะหลักฐานในกล้องวงจรชัดเจนมาก ฤทธิ์มาส่งเธอแล้วจอดรถรอด้วยความเป็นห่วง ปรากฏว่าขณะที่ณัฐชาเก็บข้าวของ สารวัตรสิงหากับลูกน้องจู่โจมเข้ามาและตามล่าจนเธอต้องวิ่งหนีขึ้นไปบนดาดฟ้า

“ซวยแล้วฉัน จะไปทางหนต่อดีเนี่ย”

ณัฐชาชะโงกดูท่อระบายน้ำที่ทอดลงสู่ตรอกเบื้องล่างด้านหลังอาคารด้วยอาการเสียวสยองขนลุก ขนพอง

“สูงเป็นบ้า...เอาวะ เป็นไงเป็นกัน”

เมื่อถูกต้อนจนมุม เธอตัดสินใจปีนออกไปด้านนอกอาคาร โดยไม่รู้ว่าขณะนั้นเอมี่กำลังเฝ้ามองเธอจากดาดฟ้าของอาคารที่อยู่ใกล้กัน โดยอาศัยกล้องเล็งจากปืนไรเฟิลที่อยู่ในมือ

เอมี่เล็งเป้าหมายอย่างจดจ่อ พร้อมกันนั้นก็คุยโทรศัพท์ผ่านบลูทูธกับบอสไปด้วย

“แน่ใจเหรอบอส ว่านักสู้มหากาฬจะโผล่มา”

“ฉันแน่ใจ ฉันเห็นตอนที่มันสู้เพื่อปกป้องตำรวจหญิงคนนี้ มันสู้แบบยอมแลกชีวิต แสดงว่ามันกับณัฐชาต้องผูกพันกันเป็นพิเศษ”

จังหวะนั้น สารวัตรสิงหากับลูกน้องวิ่งมาถึงประตู ชั้นดาดฟ้าแต่มันถูกล็อกแน่นหนา สารวัตรสิงหาเรียก หมวดณัฐชาอยู่หลายครั้งแต่ไม่มีเสียงตอบ จึงสั่งลูกน้องพังเข้าไป

ตำรวจช่วยกันพังประตูดาดฟ้าสำเร็จ ณัฐชากำลังปีนป่ายไปตามชายคาอาคารถึงกับผงะตกใจเกือบร่วงลงข้างล่างถ้าไม่ได้นักสู้มหากาฬโหนตัวมาคว้าเอวเธอไว้ทันท่วงที

“ระวังหน่อยผู้หมวด”

“นี่คุณอีกแล้วเหรอ คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่”

“มือปราบสาวกลายเป็นฆาตกร ข่าวดังขนาดนี้ใครจะไม่รู้”

เอมี่แววตาวาวโรจน์ จับจ้องคนทั้งคู่ผ่านกล้อง บนปืนไรเฟิลตลอดเวลา และเธอยังคงรายงานบอสเป็นระยะ

“ตามแผน...ตอนนี้นักสู้มหากาฬโผล่ออกมาแล้ว จะให้ฉันทำยังไงต่อไป”

นักฆ่าสาวตั้งคำถามไปแล้วนิ่งฟังคำตอบจากบอสอย่างตั้งใจ โดยที่ปืนในมือเธอยังคงเล็งอยู่ที่เป้าหมายตลอดเวลา...

ooooooo

นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 8

อ่านเรื่องย่อ
นิยายไทยรัฐ
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement