advertisement

นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 1

บทประพันธ์และบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 7 โดย ณพุทร สุศรีฯ
28 ส.ค. 2556 14:44

ฤทธิ์ ราวี...นายทหารผู้ชำนาญการต่อสู้ทุกรูปแบบได้วางมือจากการเข่นฆ่าและมาใช้ชีวิตอย่างสงบสุขกับใจทิพย์แฟนสาว ซึ่งทั้งคู่มีโครงการจะแต่งงานหลังจากคบหาดูใจกันไม่นาน...

ฤทธิ์ยุติบทบาททหารแล้วมาเปิดโรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวเองถนัด ต่อมาฤทธิ์ได้รับการติดต่อจากกรณ์เพื่อนทหารที่ต้องการให้เขาร่วมปฏิบัติภารกิจลับในการบุกทลายโรงงานของขบวนการค้ายาเสพติดที่ตั้งอยู่นอกเขตชายแดนไทย ฤทธิ์ยอมรับงานนี้เพราะอยากรับใช้ชาติ และคิดว่าจะนำเงินค่าจ้างส่วนหนึ่งมาพัฒนาโรงเรียนสอนศิลปะของตน

แต่ภารกิจลับของกรณ์กลับมีเงื่อนงำซ่อนอยู่ เมื่อฤทธิ์พบว่าโรงงานที่เขากับพวกกรณ์บุกจู่โจมนั้นแท้จริงกลับเป็นห้องทดลองวิทยาศาสตร์ที่ค้นคว้าเกี่ยวกับอาวุธชีวภาพ หนำซ้ำผู้ว่าจ้างของกรณ์ก็ไม่ได้เป็นหน่วยงานของรัฐบาลไทยอย่างที่อ้างไว้ หากแต่เป็นผู้นำองค์กรโฉดที่มีสมญาว่า “พรายพิฆาต” ซึ่งมีเป้าหมายจะปล้น “น้ำตามัจจุราช” มหาอาวุธชีวภาพไปจากห้องทดลอง

ฤทธิ์พยายามขัดขวางกรณ์กับพวกนักรบรับจ้างจนถูกรุมทำร้ายบาดเจ็บสาหัส และถูกกรณ์ใช้ดาบปลายปืนสองเล่มปักตรึงร่างไว้เพื่อให้ตายอย่างทรมาน แต่ขณะที่กรณ์มัวแต่หลงลำพองที่สามารถโค่นเพื่อนรักได้สำเร็จนั้น ฤทธิ์ที่อยู่ในสภาพปางตายก็ตัดสินใจกดสวิตช์ระเบิดที่ซ่อนอยู่เพื่อทำลายคลังเก็บสารเคมีทั้งหมดก่อนที่เขาจะสิ้นลม พวกของกรณ์จึงต้องหนีตายและได้น้ำตามัจจุราชไปแค่นิดเดียว

ไม่มีใครคาดคิดว่าน้ำตามัจจุราชที่ระเหยจากในคลังจะซึมเข้าสู่ร่างกายของฤทธิ์ผ่านทางบาดแผล มันทำให้ฤทธิ์คืนชีพขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับพลังอำนาจในการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วรุนแรงยิ่งกว่ามนุษย์ทั่วไป แต่ขณะนั้นฤทธิ์ไม่มีเวลาสนใจถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น เขารีบเดินทางกลับเพราะเป็นห่วงคนรัก แต่ทุกอย่างก็สายเกินไป เมื่อกรณ์ได้จ้างพวกมาเฟียคู่ปรับเก่าของฤทธิ์ให้ปล้นฆ่าใจทิพย์แฟนสาวของเขาเพื่ออำพรางคดี

ในยามคับขัน...มาดามหลิว มหาเศรษฐีพันล้านผู้ร่ำรวยจากการเป็นหุ้นส่วนในบริษัทขุดเจาะน้ำมันได้ส่งคนมาช่วยฤทธิ์เอาไว้ เนื่องจากเธอเองก็มีความแค้นต่อองค์กรพรายพิฆาตที่สังหารหมู่ครอบครัวของเธอ และทำให้เธอกลายเป็นคนพิการต้องนั่งรถเข็นตลอดชีวิตเพียงเพราะไม่ยอมร่วมมือกับพวกมัน

ฤทธิ์กลับมาช่วยใจทิพย์ไม่ทันแถมตัวเองยังถูกตามล่าและได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิดจนตกทะเลหายไป ผู้ล่าคิดว่าเขาตายแน่จึงไม่ใส่ใจ แต่หารู้ไม่ว่าคนของมาดามหลิวใช้เรือเร็วมาช่วยชีวิตเขาไว้แล้วพากลับไปรักษาตัวที่บริษัทมาดามหลิว

ชาญกับโซเฟียลูกน้องของมาดามหลิวพากันแปลกใจที่บาดแผลตามร่างกายฤทธิ์หายอย่างรวดเร็ว

“แค่สามชั่วโมงบาดแผลตามร่างกายของเขาก็หายจนเกือบหมด เหลือแค่อาการบอบช้ำอย่างเดียวเท่านั้น”

“เขาทำได้ยังไง”

“เปล่าหรอกชาญ เขาไม่ได้ทำ น้ำตามัจจุราชต่างหากที่ช่วยเขาเอาไว้”

ฟังคำพูดประโยคนั้นของมาดามหลิวแล้ว ทั้งชาญและโซเฟียต่างก็อึ้งไปอย่างเหลือเชื่อ!

ooooooo

หลายวันต่อมา ฤทธิ์ฟื้นขึ้นมาพบตัวเองอยู่ในห้องพักหรูหราแต่ไม่รู้ว่าเป็นที่ไหน และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าภายในห้องติดกล้องวงจรปิดเอาไว้ ที่สำคัญเขากำลังถูกจับตามองจากมาดามหลิว ชาญ และโซเฟียที่อยู่อีกห้อง

ฤทธิ์นึกถึงใจทิพย์จึงรีบแต่งตัวออกจากห้องเดินดุ่มผ่านยามในบริษัทเพื่อจะออกจากสถานที่แห่งนี้ให้ได้ แต่ไม่ง่ายอย่างที่คิด ยามหลายคนกรูมาสกัดพร้อมกันนั้นชาญกับโซเฟียก็พามาดามหลิวออกมาเผชิญหน้า ก่อนที่ฤทธิ์จะยอมกลับเข้าไปคุยกับพวกเขาในห้องสมุดของบริษัท

โซเฟียรินน้ำดื่มให้ฤทธิ์ที่นั่งสนทนากับมาดามหลิว เธอมองเขาด้วยสายตาไม่เป็นมิตรเท่าไหร่นัก แต่ในเวลานั้นฤทธิ์ไม่มีอารมณ์จะสนใจ

โซเฟียเป็นผู้หญิงห้าวและชอบบู๊ เมื่อสักครู่เธอประมือกับฤทธิ์ไปสองสามยกก่อนที่มาดามหลิวจะห้ามปรามและชี้แจงกับฤทธิ์ว่า

“โซเฟียเกิดมาจากการโคลนนิ่งในห้องทดลอง ดีเอ็นเอของเธอถูกออกแบบให้มีแต่คำว่าเข้มแข็ง คุณอย่าถือเลยนะ”

“ผมอยากรู้เรื่องวันนั้น ตกลงมันเกิดอะไรขึ้น”

“ทีมกู้ภัยของเราช่วยคุณขึ้นมาได้ แต่กระแสน้ำพัดแรงมากพวกเขาไม่เจอศพของใจทิพย์”

คำว่า “ศพ” ทำให้ฤทธิ์ชะงัก ชาญซึ่งนั่งอยู่ห่างๆ กำลังค้นหาข้อมูลบางอย่างจากแท็บเล็ต ที่สุดก็เจอสิ่งที่ต้องการและเอามาส่งให้ฤทธิ์ดู

“บางทีข่าวนี้อาจจะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น”

ฤทธิ์เห็นข่าวแก๊งเฮียปาร์กมาเฟียคู่ปรับเก่าถูกสังหารหมู่ก็อึ้งไปเหมือนกัน

“พวกมาเฟียที่ทำร้ายคุณโดนฆ่าตัดตอนยกแก๊ง”

“แต่คนที่บงการยังลอยนวลอยู่ พวกเพื่อนคุณกับพรายพิฆาต”

ได้ยินชื่อพรายพิฆาต ฤทธิ์บันดาลโทสะผุดลุกจะออกไปจากห้อง พร้อมเปล่งเสียงอย่างสุดแค้น

“ผมจะฆ่าพวกมัน!”

“ผู้หมวด...ฉันเข้าใจความรู้สึกของคุณ แต่คุณต้องวางแผน”

“ไม่! คุณไม่เข้าใจ คุณไม่มีทางรู้สึกแบบผม ในเมื่อคุณไม่เคยสูญเสีย”

โซเฟียกับชาญอึ้งไปเพราะคำพูดนั้นจี้ใจดำมาดามหลิวอย่างแรง...เธอเค้นเสียงออกมาอย่างสะเทือนใจ

“ขาฉัน ญาติพี่น้อง สามีและลูกสาวของฉัน แค่นั้นยังสูญเสียไม่พออีกเหรอ ผู้หมวด...พวกเราในที่นี้ทุกคนมีศัตรูร่วมกัน”

ฤทธิ์ชะงัก ชาญเสริมคำพูดมาดามหลิวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า

“ถ้าจะล้างแค้นเราต้องเล่นเป็นทีมนะผู้หมวด เล่นแบบเดียวกับพวกมัน!”

ooooooo

ไอริณและณัฐชาเป็นเพื่อนกับใจทิพย์ตั้งแต่เด็ก เมื่อทั้งคู่ทราบข่าวของเพื่อนรักก็ใจเสีย รุดไปดูยังตึกทำงานของเธอก็ทราบข้อมูลคร่าวๆจากเพื่อนร่วมงานว่า

“มีคนบอกว่าเห็นใจทิพย์ถูกอุ้มตัวไปพร้อมกับเพื่อนชายจนป่านนี้ยังไม่ได้ข่าวเลยค่ะ”

“พวกเราเคยเตือนแล้วเตือนอีกว่าอย่าไปคบกับหมอนี่ แต่ใจทิพย์ก็ไม่ยอมเชื่อ”

ฟังข้อมูลนั้นแล้วสองสาวยิ่งร้อนใจ แม้ไม่แน่ใจว่าใจทิพย์เป็นตายร้ายดียังไง แต่ก็เชื่อกันว่าแฟนหนุ่มของใจทิพย์น่าจะไม่ใช่คนดี

“ณัฐชา...เธอเป็นตำรวจ เธอเดารูปคดีออกใช่ไหม เธอว่าใจทิพย์ยังจะปลอดภัยรึเปล่า”

“ถ้าไม่มีโทรศัพท์เรียกค่าไถ่ก็แปลว่า...”

ณัฐชานิ่งไปอย่างไม่อยากคาดเดาต่อ ไอริณหน้าเสียทำท่าจะร้องไห้เสียให้ได้ แต่ยังพยายามปลอบตัวเองว่าใจทิพย์เป็นคนดี เธอต้องไม่ตาย...

ไอริณเป็นลูกสาวของนายนำชัยนักการเมืองใหญ่พรรคหนึ่ง นักข่าวกำลังให้ความสนใจเขาเป็นพิเศษเกี่ยวกับข่าวโรงงานผลิตอาวุธเคมีถูกทลายเมื่อหลายวันก่อน ซึ่งองค์กรพรายพิฆาตน่าจะมีเอี่ยวกับเรื่องนี้ แต่นำชัยตอบข้อซักถามของนักข่าวว่า

“เรื่องเหลวไหลทั้งเพ องค์กรลึกลับปัญญาอ่อนแบบนั้นไม่มีอยู่จริงหรอกครับ ผมยืนยันได้”

นักข่าวท่าทีไม่เชื่อแล้วก็ยังไม่หยุดซักถามจนนำชัยเริ่มหงุดหงิด สุชาติจึงตัดบทช่วยเจ้านายอย่างรู้ใจ

“ถ้ายังไงคงต้องยุติการสัมภาษณ์แค่นี้ก่อนนะครับ พอดีท่านนำชัยติดประชุม ถ้ามีความคืบหน้ายังไงแล้วเราจะแถลงข่าวภายหลัง”

เมื่อหลบหลีกขึ้นรถได้แล้ว นำชัยสบถกับสุชาติอย่างหัวเสีย

“ไอ้พวกบ้า ผมอยากรู้จริงว่าใครเป็นคนให้ข่าว วุ่นวายไม่เข้าเรื่อง”

“แหล่งข่าวคงมาจากประเทศเพื่อนบ้านของเราครับท่าน บางทีโรงงานอาวุธเคมีนั่นกับเรื่องพรายพิฆาตอาจจะเกี่ยวพันกันจริงๆก็ได้”

“นายพอจะรู้รึเปล่าว่าใครรับผิดชอบคดีพรายพิฆาต”

“รู้สึกจะเป็นผู้กองราเมศ เจ้านายของหมวดณัฐชาครับท่าน”

หลังจากนั้นไม่นาน ผู้กองราเมศก็ถูกเชิญตัวมาพบนำชัยที่บ้านเป็นการส่วนตัวด้วยเรื่องที่กำลังเป็นข่าวที่หลายคนคิดว่าเกี่ยวพันกับพวกพรายพิฆาต ซึ่งนำชัยต้องการร่วมมือกับผู้กอง ยินดีให้ความสนับสนุนทีมงานของเขาอย่างเต็มที่ในการติดตามคดี แต่มีเงื่อนไขว่าถ้าเขารู้เบาะแสอะไรต้องบอกตนทันที

“แต่ว่าทำแบบนั้นมันผิดระเบียบนะครับ”

“ผมรู้ แต่จะสู้กับองค์กรใต้ดินพวกนี้เราต้องหัดคิดนอกกรอบกันบ้าง”

ราเมศนิ่งไปอย่างลังเล แต่ในที่สุดก็ไม่กล้าปฏิเสธ เพราะตัวเองแอบปลื้มไอริณลูกสาวของนำชัยอยู่ด้วย...ต่อมาเมื่อณัฐชาทราบเรื่องจากราเมศก็แปลกใจไม่น้อย ที่อยู่ดีๆนำชัยอยากหนุนหลังพวกเรา

อย่าว่าแต่คนอื่นแปลกใจ แม้แต่คนสนิทอย่างสุชาติก็ไม่เข้าใจนำชัยเหมือนกัน ค่ำนั้นขณะนำเอกสารมาให้ท่านเซ็น สุชาติจึงตัดสินใจถามด้วยความเป็นห่วง

“ท่านครับ ผมได้ยินว่าท่านจะหนุนหลังผู้กองราเมศให้ติดตามคดีพรายพิฆาต”

“ใช่ นายมีความเห็นว่ายังไงบ้าง”

“เรื่องนี้ความจริงไม่เกี่ยวกับเรา ผมว่าท่านไม่ควรเสี่ยงนะครับ”

“แต่โดยตำแหน่งหน้าที่แล้วฉันต้องรับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยของประชาชนในบ้านเมืองไม่ใช่เหรอ ซึ่งนั่นก็หมายถึงการกวาดล้างอาชญากรทุกประเภท”

“พรายพิฆาตไม่ได้เป็นแค่อาชญากรนะครับท่าน มันเป็นลัทธิเป็นความเชื่อที่เหนือธรรมชาติ เราไม่ควรเข้าไปยุ่งกับพวกมัน”

“เหลวไหลน่าสุชาติ นายเป็นเลขาฯของฉัน ถ้ามีใครรู้ว่านายเชื่อเรื่องพวกนี้แล้วฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”

“แต่ว่า...”

“หมดเรื่องแล้ว นายกลับไปพักเถอะ” นำชัยตัดบทด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง สุชาติจำต้องถอยกลับออกมาทั้งที่ยังไม่คลายความสงสัย...

แล้วดึกคืนนั้นเอง นำชัยก็ออกไปพบใครบางคนในอาคารร้าง ซึ่งนำชัยเรียกเขาว่า “บอส” เขาไม่เปิดเผย ใบหน้าแถมยังแต่งกายมิดชิดยืนในเงามืด

“ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่ไหม ท่านนำชัย”

“ผมทำตามคำสั่งแล้ว ต่อไปนี้คดีพรายพิฆาตจะอยู่ในความดูแลของผม”

“ดีมาก”

“ผมรู้ว่าพวกคุณต้องการให้ผมช่วยปกปิดความผิดต่างๆที่เกิดขึ้น แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้ามันหนักหนาเกินไปผมก็ช่วยไม่ได้”

“ทำไม! พูดแบบนี้คิดจะแปรพักตร์เหรอ”

“เปล่า แต่อำนาจของผมมีจำกัด”

“ไม่ต้องห่วง ตราบใดที่คุณยังภักดีต่อพวกเรา อำนาจของคุณจะเพิ่มพูนจนล้นฟ้า แต่ถ้าเมื่อใดที่คุณหักหลัง คุณจะสูญเสียทุกอย่าง...แม้แต่คนที่คุณรัก”

ถ้อยคำเฉียบขาดของบอสทำให้นำชัยชะงักด้วยความไม่พอใจ...ถึงจะเกรงแต่ก็อย่ากดดันบีบคั้นกันเกินไป!

ooooooo

นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 1

อ่านเรื่องย่อ
นิยายไทยรัฐ
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement