วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

มายา ตอนที่ 1


23 มิ.ย. 2560 08:57
1,457,902 ครั้ง

มายา ตอนที่ 1

อ่านเรื่องย่อ

มายา

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ว.วินิจฉัยกุล

บทโทรทัศน์โดย:

สวิตตา

กำกับการแสดงโดย:

บุญชู พิทักษ์เลิศกุล

ผลิตโดย:

บริษัท โพลีพลัส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

อารักษ์ อมรศุภศิริ, อุษามณี ไวทยานนท์

ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ...

กลุ่มนักศึกษาไทยต่างพากันพูดถึง พิตะวัน สัจจามาตย์ สาวไฮโซนามสกุลดังที่สามารถสอบชิงทุนรัฐบาลได้คะแนนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ความสวยของพิตะวันทำให้หนุ่มๆ ในมหาวิทยาลัยต่างสนใจในตัวเธอ แต่คนที่ได้ใกล้ชิดและดูแลพิตะวันคือ ดร.ภิทูร หัวหน้าผู้ดูแลนักศึกษาไทยประจำมหาวิทยาลัย

ภิทูรฝากฝังพิตะวันให้พักอยู่กับมรกต เพื่อนสาวคนสนิทของเขาเป็นการชั่วคราว พิตะวันมักจะเล่าชีวิตอันสวยหรูที่เมืองไทยให้มรกตฟังอยู่เสมอ รวมถึงเรื่องคุณแม่ที่รักสุดหัวใจ นั่นก็คือ อินทนิล สัจจามาตย์

แต่ความจริงแล้วพิตะวันเป็นเพียงแค่เด็กรับใช้ในบ้านที่อินทนิลซื้อมาอุปการะในราคาห้าพันบาท ส่งเสียให้เรียนหนังสือ และยอมให้ใช้นามสกุล แต่เพราะไม่เคยมีครอบครัว อินทนิลจึงขาดจิตสำนึกของความเป็นแม่ ทำให้พิตะวันต้องคอยรองรับอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงของอินทนิลอยู่ตลอดเวลา

พิตะวันเติบโตมาโดยขาดความรักและต้องการการยอมรับ จึงพยายามจนสอบชิงทุนได้ เธอเลือกที่จะปกปิดตัวตนที่ต่ำต้อยและสร้างตัวตนใหม่ให้กลายเป็นลูกสาวเศรษฐินี มีชีวิตที่สมบูรณ์พูนสุขชนิดที่ใครเห็นก็ต้องอิจฉาตามภาพมายาที่เธอมักจะวาดฝันอยากให้ตัวเองเป็นตั้งแต่วัยเด็กอยู่เสมอ

พิตะวันพยายามปกปิดตัวตนที่แท้จริงและสร้างภาพสวยหรูเพราะคิดไปว่าจะเป็นการทำให้ตัวเองมีคุณค่าเพิ่มขึ้นในสายตาคนอื่น แต่ด้วยเงินทุนการศึกษาและค่าใช้จ่ายที่ได้ไม่มากพอที่จะใช้จ่ายฟุ่มเฟือย พิตะวันจึงใช้ความสวยและเสน่ห์ของเธอให้เป็นประโยชน์ และคนที่ดูเหมือนทุ่มสุดตัวก็คือ ดร.ภิทูร นั่นเอง

ในงานเลี้ยงที่บ้านภิทูร พิตะวันสวยโดดเด่นเป็นที่อิจฉาของแก๊งนักศึกษาไทยหลายคน โดยเฉพาะอัญย่าที่ไม่ถูกชะตา เพียงเพราะว่าพิตะวันเรียนเก่ง สวยและรวยกว่า แต่สำหรับแสงอรุณกับสุธีเพื่อนในกลุ่มกลับมีแต่ความชื่นชม

ภายในงานเลี้ยง ภิทูรนำแหวนมาจับจองพิตะวันเพราะรักและจริงใจกับเธอ มรกตซึ่งก่อนหน้ารู้เห็นว่าภิทูรซื้อแหวนและคาดหวังว่าแหวนวงนี้ต้องเป็นของตน แต่เมื่อเห็นกับตาว่าเขามอบมันให้พิตะวันทำให้มรกตเสียใจมากถึงกับทำร้ายตัวเองประชด แต่บอกใครๆว่าแค่โดนเศษแก้วบาดมือ

บุษบามินตรา นักเรียนอังกฤษ ลูกสาวอดีตรัฐมนตรีวาสน์กับเพ็ญพักตร์ พารวิศแฟนหนุ่มนักเรียนทุนนิสัยดีแต่ไม่มีเงินและนามสกุลดังต่อท้ายมางานเลี้ยงที่บ้านภิทูร สองคนให้ความเคารพนับถือภิทูรประหนึ่งพี่ชาย ขณะที่ภิทูรก็เอ็นดูทั้งคู่จึงให้ความเป็นกันเอง แต่สำหรับพิตะวันกลับแสดงท่าทีหมั่นไส้บุษบามินตราที่รวยจริง ไม่ใช่แค่เพียงภาพมายาอย่างที่ตัวเองพยายามสร้างขึ้น

รชานนท์ หนุ่มหล่อและรวยมาก หลานชายหม่อมมณีฉายปรากฏตัวในงานเลี้ยง เขาเพิ่งมาจากอเมริกาเพื่อมาสมทบกับกลุ่มคนไทย พิตะวันเห็นรชานนท์ก็ปลื้มปริ่ม พอรู้ว่าเขารวยมากยิ่งพึงพอใจ เธอพยายามผูกมิตรกับเขาเพื่อจะขอเบอร์โทรศัพท์ แต่ไม่สำเร็จเพราะมีเพื่อนของเขาเข้ามาแทรกแล้วพากันกลับไป

ooooooo

หลังจากรู้ความจริงว่าภิทูรหลงรักพิตะวัน มรกตเสียใจและแสดงท่าทีเมินเฉยมึนตึงกับพิตะวัน ทั้งที่ยังต้องอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน

พิตะวันอึดอัดจนทนไม่ไหว ขอให้ภิทูรพาไปหาห้องเช่าอยู่ใหม่ แต่สุดท้ายหญิงสาวก็ไม่ถูกใจห้องเช่าสักแห่ง แต่อยากอยู่โรงแรมหรูหรา โดยใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกล่อจนฝ่ายชายยอมจ่ายเงินค่าห้องพักให้ด้วยความเต็มใจ

ชีวิตของพิตะวันเหมือนจะราบรื่นสวยงาม ถ้าอินทนิลไม่ส่งอีเมลตามมาจิกด่าเรื่องที่เธอไม่เคยติดต่อกลับมาหาแม้แต่ครั้งเดียว แถมยังสั่งให้เธอไปคอยดูแลรับใช้หม่อมมณีฉายเพื่อนสนิทที่กำลังจะเดินทางไปเที่ยวอังกฤษ แต่พิตะวันไม่อยากกลับไปสู่อดีตอันเจ็บปวดอีก จึงปิดอีเมลแล้วยังเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่ไม่แคร์อินทนิลอีกต่อไป

บุษบามินตราหรือมิ้นต์ ต้องหนักใจเมื่อรู้ว่าแม่จะเดินทางมาพร้อมหม่อมมณีฉายเพื่อมาจับเธอให้แยกกับแฟนหนุ่ม แถมยังวางแผนจะจับหนุ่มนักเรียนนอกลูกผู้ดีมีมรดกเพียงเพราะกำพร้าพ่อแม่ซึ่งเป็นหลานชายของหม่อมมณีฉาย

หลานชายคนนี้ก็คือรชานนท์นั่นเอง บุษบามินตรากับรชานนท์เคยเจอกันแล้วครั้งหนึ่งแต่หญิงสาวไม่ได้ให้ความสนใจเขานักเพราะมีรวิศเป็นคนรักอยู่แล้ว

วันที่บุษบามินตราไปจองโรงแรมไว้ให้แม่กับเพื่อนที่กำลังจะมาเที่ยวลอนดอน เธอเจอภิทูรกับพิตะวันที่นั่นด้วย ก่อนจะรู้ว่าพิตะวันได้ย้ายจากมรกตมาอยู่ที่โรงแรมนี้แล้ว...

ในที่สุดหม่อมมณีฉายกับเพ็ญพักตร์ก็เดินทางถึงลอนดอนด้วยเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาส สองคนเข้าพักในโรงแรมที่บุษบามินตราจองไว้ให้ด้วยความพึงพอใจ หม่อมมณีฉายอยากได้บุษบามินตราลูกสาวของเพ็ญ–พักตร์เป็นหลานสะใภ้ทั้งที่ยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตา แต่จินตนาการเอาจากคำบอกเล่าของเพ็ญพักตร์ก็เชื่อว่าต้องสวยน่ารักอย่างแน่นอน

แต่กลายเป็นแรกเจอกันเมื่อบุษบามินตรามาปรากฏตัวที่ห้องพักภายในโรงแรม หม่อมมณีฉายตกใจแทบล้มทั้งยืนกับภาพลักษณ์เปรี้ยวจี๊ดที่หญิงสาวจงใจแต่งมาเพื่อให้แม่ของตนเสียหน้า
กว่าจะตั้งหลักตั้งสติได้ก็เล่นเอาเพ็ญพักตร์หงุดหงิดหัวเสียแต่ต้องพยายามเก็บอาการ แต่งเรื่องบอกหม่อมมณีฉายว่าลูกสาวตนแต่งตัวไปงานแฟนซีมหาวิทยาลัยมา

“โถ...ป้าล่ะเกรงใจ๊เกรงใจ ไม่อยากทำให้หนูมิ้นต์เสียเวลาเรียน”

“ลูกมิ้นต์เรียนจบแล้วค่ะ แล้วก็จะกลับไปเมืองไทยไปพร้อมพวกเราด้วย เก็บข้าวของเรียบร้อยแล้วใช่ไหมจ๊ะลูก”

“ยังไม่ได้เก็บเลยค่ะ มิ้นต์จะเรียนโทต่ออีก”

“กลับไปเรียนที่เมืองไทยก็ได้ มาอยู่เมืองนอกตั้งนาน พ่อกับแม่คิดถึงมากรู้ไหมจ๊ะ”

บุษบารู้สึกเลี่ยนมากกับความอ่อนหวานที่เสแสร้งแกล้งทำของแม่เลยเปลี่ยนเรื่องคุย

“คุณป้าอยากเที่ยวที่ไหนบ้างคะ พิพิธภัณฑ์เที่ยวนอกเมือง”

“ไม่เอาๆ ป้าไม่ชอบแบบนั้นเลยจ้ะ อย่างเดียวที่ป้าชอบก็คือช็อปปิ้ง”

เพ็ญพักตร์เองก็ชอบช็อปปิ้งมาก หัวเราะต่อกระซิกกับหม่อมมณีฉายอย่างลั้นลา ในขณะที่บุษบามินตราเซ็งสุดๆ บอกว่าช็อปปิ้งที่เมืองไทยก็ได้ ไม่เห็นต้องมาถึงที่นี่

เท่านั้นเองเพ็ญพักตร์กับหม่อมมณีฉายชะงักกึก เพ็ญพักตร์เกือบลืมตัวแว้ดใส่ลูกสาว ดีที่ยั้งปากไว้ทัน แล้วคะยั้นคะยอให้หม่อมมณีฉายไปสระผมที่ชั้นล่างเวลาถ่ายรูปลงไอจีจะได้สวยเริ่ด

“ก็ดีเหมือนกัน มึนหัว เอ๊ย! เหนียวหัวพอดี งั้นขอตัวสักครู่นะคะ”

ooooooo

ทันทีที่ประตูห้องปิดสนิท เพ็ญพักตร์ก็หันขวับมาจ้องหน้าบุษบามินตราและแว้ดใส่เสียงแหลม ก่อนจะไล่ตะครุบตัวจิกตีอลหม่านไปทั่วห้อง ไม่สนใจเสียงร้องโอดโอยของลูกสาว

“นังมิ้นต์!! นังลูกไม่รักดี นี่แกตั้งใจฉีกหน้าฉันใช่ไหม”

“แล้วแม่ล่ะ ตั้งใจจะทำอะไร อย่านึกว่าหนูไม่รู้นะ”

“เออ...นังคนฉลาดรู้ทันแม่ แต่โง่เรื่องผู้ชาย ฉันจะหาผัวดีๆหลานชายหม่อมมณีฉายให้แก แกก็จะดื้อคบแต่ไอ้กุ๊ยนั่น”

“กุ๊ยที่ไหน อีกแป๊บวิศเขาก็จะเป็นด็อกเตอร์แล้ว”

“ชิ!! ด็อกเตอร์ไส้แห้งแถมไร้สกุลรุนชาติ ฉันไม่เอา”

“แล้วยังกะอีตาหลานชายหม่อมนั่นเขาจะเอาหนูงั้นแหละ”

“ก็ถ้าแกไม่อุตริแต่งหน้าแต่งตัวทุเรศๆอย่างนี้เขาเอาแกแน่ นังมิ้นต์นะนังมิ้นต์ ถ้าแผนฉันพังล่ะก็...ฉันตบแกฟันร่วงแน่”

“โห!! อย่าเสียงดังสิ เดี๋ยวคุณป้าหม่อมกะคุณหลานหม่อมได้ยินเข้าเขาจะรู้กำพืดของพวกเราหมดว่าเราไม่ใช่ไฮโซ แต่เป็นไฮซ้อนอนตึกแถวมาก่อน”

ลูกสาวยิ้มล้อ แต่แม่ไม่เล่นด้วย กรีดเสียงด้วยความโกรธ

“แกหุบปากเลยนะ นังปากร้าย ปากชั่ว ปากไม่ดี มานี่เลย มาให้ฉันตบปากซะทีเหอะ นังลูกไม่รักดี”

ทันใดนั้นเสียงกริ่งประตูดัง บุษบามินตราคาดว่าหม่อมป้าคงกลับมาเพราะหลงทาง จึงส่งซิกให้แม่เงียบเสียงถ้าไม่อยากให้เขารู้นิสัยที่แท้จริง

ปรากฏว่าคนที่มาไม่ใช่หม่อมมณีฉายแต่เป็นหลานชายรูปหล่อที่เพ็ญพักตร์กำลังรอคอย

รชานนท์จำบุษบามินตราได้จึงเป็นฝ่ายทักเธอก่อน เพ็ญพักตร์เห็นตัวจริงว่าที่ลูกเขยก็กระดี๊กระด๊าออกนอกหน้า ก่อนจะพากันออกไปกินอาหารพร้อมหม่อมมณีฉายและบุษบามินตราที่สลัดคราบเสื้อผ้าหน้าผมบ้าบอนั้นออก

“ไม่คิดเลยนะคะว่าคุณรชากับลูกมิ้นต์จะเคยรู้จักกันมาก่อน”

เพ็ญพักตร์เปิดประเด็นการสนทนาด้วยรอยยิ้ม แต่ลูกสาวกลับพูดโพล่งขัดคอว่า แค่เดินชนกันทีเดียวไม่เรียกว่ารู้จักกันหรอกมั้ง?

“แต่สำหรับผม ถ้าเจอใครแล้วผมจำได้ ผมเรียกว่ารู้จักครับ”

“งั้นแสดงว่าคุณคงมีคนรู้จักไปทั่ว มั่วไปหมด”

รชานนท์อึ้งไปนิดกับคำพูดตรงไปตรงมาของหญิงสาว ก่อนตอบอย่างใจเย็นว่า “ผมรู้จักเฉพาะคนที่ผมอยากจำเท่านั้น”

เพ็ญพักตร์กับหม่อมมณีฉายสบตากันอย่างพอใจ รวบรัดว่าถ้ารู้จักกันแล้วคงเที่ยวด้วยกันสนุก บุษบามินตราไม่ตอบทั้งที่ในใจคิดตรงกันข้าม ในขณะที่รชานนท์อมยิ้มและพยักหน้า

“แล้วนี่คุณรชานนท์พักที่ไหนคะ ลูกมิ้นต์จองห้องพักให้คุณรชารึยัง”

“คืนนี้คงไม่ได้เพราะห้องพักเต็มแล้ว” บุษบามินตราตอบเร็วจี๋ รชานนท์บอกเสียงเรียบว่าตนพักโรงแรมอื่นก็ได้ หญิงสาวแอบหมั่นไส้ บอกว่าถ้าปุบปับแถวนี้คงจะยาก ถ้าอยากพักจริงๆต้องไปนอกเมือง มณีฉายรีบทักท้วงเพราะกลัวหลานชายจะลำบาก

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมก็ตื่นเช้าหน่อย นั่งรถไฟใต้ดินมาก็ได้”

“จะต้องลำบากแบบนั้นทำไมล่ะคะ ไปพักห้องลูกมิ้นต์ก็ได้ แล้วลูกมิ้นต์มานอนกับแม่คืนนี้”

ขาดคำนำเสนอของเพ็ญพักตร์ บุษบามินตราปฏิเสธเสียงหลงจนทุกคนอึ้งเหวอ เธอเลยต้องปรับท่าทีใหม่

“เอาอย่างนี้นะคะ ถ้าพักแค่คืนเดียว เดี๋ยวขอไปพักบ้านเพื่อนมิ้นต์อยู่ใกล้ๆนี่เอง เขาเป็นอาจารย์ มีนักศึกษาที่ยังหาหอไม่ได้ไปพักด้วยบ่อยๆ”

“ยังไงก็ได้ครับ แล้วแต่คุณบุษบามินตราจะกรุณา”

บุษบามินตรารู้ว่าโดนแขวะเบาๆ เหล่มองรชานนท์อย่างไม่พอใจ แต่ชายหนุ่มทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ มณีฉายจับมือหญิงสาวพร้อมกล่าวคำขอบใจ ฝากเธอเป็นธุระให้หลานชายตนด้วย พอเธอรับปาก หม่อมเกิดนึกบางอย่างได้

“เออใช่ ป้ามีเรื่องอยากจะรบกวนหนูมิ้นต์อีกเรื่องนึง พอดีเพื่อนป้าเขาสั่งเด็กให้มาคอยตามรับใช้ป้า ตอนแรกบอกจะมารับที่สนามบินก็ไม่ยอมมา ยังไงหนูมิ้นต์ช่วยตามให้ป้าหน่อยได้ไหม พรุ่งนี้ไปช็อปปิ้งจะได้มีคนหิ้วของ”

“อ๋อ เด็กรับใช้ของคุณอินทนิล ชื่ออะไรนะคะ” เพ็ญพักตร์ถาม แต่หม่อมมณีฉายจำไม่ได้ มีแต่เบอร์ติดต่อที่อินทนิลให้ไว้ จึงเอาให้บุษบามินตราไปช่วยตามตัว

ooooooo

ค่ำนั้น ภิทูรชวนพิตะวันมาทำสุกี้กินกันในบ้าน สองคนมีความสุขมาก โดยเฉพาะภิทูรที่ได้ใกล้ชิดหญิงสาวที่ตนรัก แต่ผ่านไปไม่นานก็มีเสียงรบกวนจากโทรศัพท์ของใครคนหนึ่งที่ทำให้พิตะวันอารมณ์เสีย

“ว่าไงครับคุณมิ้นต์”

เพียงได้ยินภิทูรเอ่ยชื่อนั้น พิตะวันก็ชักสีหน้าไม่พอใจทันที

“ได้ครับไม่มีปัญหา มาได้เลย เพื่อนของคุณมิ้นต์ก็เหมือนเพื่อนของผม ผมยินดีเสมอ”

ภิทูรพูดเสร็จก็วางโทรศัพท์ ก่อนจะหันไปเห็นพิตะวันกอดอกเอาเรื่อง ถามว่าเขามาวุ่นวายอะไรกับพี่อีก

“คุณมิ้นต์จะขอให้เพื่อนมาพักที่บ้านพี่คืนนึง”

“ไม่ได้นะคะ ทำไมเขาต้องมายุ่งกับพี่ภิทูรด้วย รวยก็ไปรูดการ์ดพักที่โรงแรมไหนก็ได้ ไม่เห็นจะต้องมาวุ่นวายบ้านคนอื่นเลย”

“ถ้าไม่เดือดร้อนจริงๆ คุณมิ้นต์ก็คงไม่ขอร้องหรอก”

“ไม่ค่ะ พี่ภิทูรต้องปฏิเสธ เพราะดินเนอร์คืนนี้ตะวันอยากอยู่กับพี่สองคนเท่านั้น”

“แต่พี่รับปากไปแล้ว คุณมิ้นต์ก็กำลังจะมาด้วย”

พิตะวันรีบหยิบโทรศัพท์ของเขายื่นให้ “โทร.ไปปฏิเสธเขา ถ้าพี่ภิทูรรักตะวัน”

“ตะวัน...ทำไมตะวันถึงเกเรแบบนี้ล่ะครับ”

“ก็ตะวันไม่ชอบเขา ไม่อยากให้มาทำตัวเบ่ง สั่งโน่นสั่งนี่คนที่ตะวันรัก”

ภิทูรลำบากใจ ย้ำว่าตนรับปากไปแล้ว ถ้าอยู่ๆโทร.ไปปฏิเสธตนจะเสียคน แต่พิตะวันยังดึงดันเอาแต่ใจ

“งั้นพี่ก็เลือกเอาค่ะ ว่าอยากเสียคนหรือเสียตะวัน”

ภิทูรหน้าเจื่อนแต่ไม่กล้าโทร. หญิงสาวเลยทำท่าจะโทร.ไปบอกให้เอง แต่ต้องชะงักกับเสียงกริ่งหน้าบ้าน ราวกับระฆังตีหมดยก

“สงสัยคุณมิ้นต์กับเพื่อนจะมาแล้ว ตะวันใจเย็นๆนะ เดี๋ยวพี่จะลองแนะนำที่พักใกล้ๆให้พวกเขา”

พิตะวันพยักหน้า รู้สึกอารมณ์ดีขึ้น ภิทูรเดินออกไปหน้าตาเป็นกังวลอย่างมาก

ใช่บุษบามินตรากับรชานนท์จริงๆ ชายหนุ่มมองสำรวจรอบบ้านด้วยความรู้สึกคุ้นเคย

“ผมเคยมาที่บ้านหลังนี้”

บุษบามินตราไม่เชื่อ แต่ยังไม่ทันพูดอะไร ประตูบ้านเปิดพรวดภิทูรก้าวออกมา หญิงสาวยกมือไหว้พร้อมออกตัวว่า

“มิ้นต์ขอโทษนะคะพี่เสือ ที่รบกวนกะทันหันแบบนี้ มิ้นต์หาโรงแรมไม่ได้จริงๆ”

ภิทูรอึกอักลำบากใจ พูดตะกุกตะกักเพราะไม่เคยโกหก “พี่ก็อยากจะช่วยนะครับ แต่เผอิญคืนนี้พี่กับตะวันต้องช่วยกันอ่านงานวิจัยกองโต อาจจะไม่มีเวลาต้อนรับแขก”

“อ๋อ งั้นเหรอคะ ไม่เป็นไรค่ะพี่เสือ มิ้นต์เข้าใจ”

“ขอโทษนะครับ ที่เมื่อกี้ไม่ได้บอก คุณมิ้นต์กับเพื่อนเลยต้องเสียเวลา”

“ไม่เป็นไรค่ะพี่เสือ มิ้นต์เข้าใจจริงๆ”

รชานนท์ส่งยิ้มให้ภิทูร จังหวะนี้พิตะวันเดินตามภิทูรออกมาเพราะอยากเห็นหน้าจ๋อยๆของบุษบามินตรา แต่เมื่อเห็นชายที่มาด้วยก็อุทานชื่อเขาอย่างคาดไม่ถึง “คุณรชานนท์!!”

พิตะวันดีใจแทบเก็บอาการไม่ได้ มีความสุขและความหวัง ที่ได้เจอกันอีกครั้ง

ooooooo

ครู่ต่อมา พิตะวันเล่นละครฉากใหญ่ตีหน้าเศร้า รู้สึกผิดกอดแขนออดอ้อนภิทูรภายในห้องครัว
“ขอโทษนะคะ ที่เมื่อกี้ตะวันเอาแต่อารมณ์ตัวเองไปหน่อย ตะวันโกรธน่ะค่ะ ที่เขามาทำเหมือนสั่งพี่ภิทูร แต่จริงๆตะวันอาจจะแค่ไม่ชินกับนิสัยตรงๆของคุณมิ้นต์”

ภิทูรไม่ทันเล่ห์เหลี่ยม ยิ้มดีใจที่เธอเข้าใจ ลูบหัวด้วยความรักและเอ็นดู

“ก็พี่บอกตะวันแล้วว่าคุณมิ้นต์เธอไม่มีอะไรจริงๆ เธอเป็นคนน่ารัก อาจจะดูหยิ่งๆนิ่งๆ พูดจาตรงๆห้วนๆ แต่จริงๆเป็นคนจริงใจมาก แล้วก็เป็นเพื่อนที่ดีคนนึงเลย พี่อยากให้ตะวันเปิดใจรับนะครับ”

“ตะวันเข้าใจแล้วค่ะ บางครั้งตะวันก็รู้ตัวว่าชอบมองคนแบบมีอคติไปหน่อย”

“งั้นก็แสดงว่าตะวันไม่มีปัญหาที่เพื่อนคุณมิ้นต์จะค้างที่นี่สักคืน”

“จะมีปัญหาได้ยังไงคะ นี่มันบ้านของพี่”

“แต่อีกหน่อยมันก็จะเป็นบ้านของตะวันนะ”

ภิทูรทำตาหวาน ก้มหน้าจะหอมแก้มพิตะวัน แต่คราวนี้เธอไม่ยอม ทำตัวแข็งขืนและผลักเขาออก

“เราไม่ได้อยู่กันสองคนนะคะ ให้เกียรติตะวันด้วย”

ชายหนุ่มอึ้งและงงเล็กน้อย เอ่ยปากขอโทษ...

พิตะวันแทบไม่ได้ฟัง ขอตัวไปช่วยดูแลแขกที่มามืดค่ำป่านนี้คงหิวแย่ ภิทูรเห็นท่าทีกระตือรือร้นของพิตะวันที่เปลี่ยนไปจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิงก็ประหลาดใจ

ooooooo

บุษบามินตรากับรชานนท์ยืนรีรอเจ้าของบ้านอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะอาหาร หญิงสาวทำลายความเงียบแขวะเขาเบาๆว่า

“ต้องยอมรับจริงๆว่าคุณมีคนรู้จักเยอะจริงๆ”

“ก็ผมบอกแล้วว่าเคยมาปาร์ตี้บ้านหลังนี้”

“ฉันก็ไม่เคยพลาดปาร์ตี้ที่บ้านนี้สักครั้ง ทำไมฉันถึงไม่เคยเจอคุณล่ะ”

สองคนหยุดต่อปากต่อคำเพราะพิตะวันกับภิทูรช่วยกันขนเครื่องปรุงและของสดสุกี้ออกมาวางที่โต๊ะ

“พอดีอาจารย์ภิทูรได้น้ำจิ้มสุกี้เจ้าเด็ดมาจากเมืองไทย เลยชวนตะวันทำสุกี้ทาน ลองชิมกันนะคะ หมูหมักสูตรอาจารย์อร้อยอร่อย”

ภิทูรชะงักเล็กน้อยที่พิตะวันเรียกตนว่า “อาจารย์” บุษบามินตรากับรชานนท์กุลีกุจอเข้ามาช่วยจัดโต๊ะก่อนจะเลือกที่นั่ง ภิทูรจะนั่งข้างพิตะวันแต่เธอกลับผายมือเชิญบุษบามินตรา

“คุณมิ้นต์มานั่งตรงนี้ดีกว่านะคะ จะได้ตักสะดวก”

แล้วพิตะวันก็เดินไปนั่งข้างรชานนท์อย่างเนียนๆ ภิทูรเลยเก้อ แต่ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร

สุกี้ในหม้อพร่องไปพอสมควร พิตะวันยังคงเอาใจตักสุกี้ให้รชานนท์กินไม่ขาด โดยที่บุษบามินตราและภิทูรไม่ได้รู้สึกผิดปกติอะไรเลย ต่างพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะเรื่องที่บุษบามินตรามีโปรแกรมจะพาแม่กับเพื่อนแม่ช็อปปิ้งที่ลอนดอนก่อนพาไปเที่ยวนอกเมือง

พิตะวันอยากไปด้วยเพราะแน่ใจว่ารชานนท์ไม่พลาดโปรแกรมเที่ยวนี้ แต่พอเอ่ยปากขอแล้วได้ยินบุษบามินตราตอบรับด้วยความยินดีเพราะหม่อมป้าของรชานนท์จะได้ไม่เหงา พิตะวันก็สะดุดหูกับคำว่าหม่อม นึกสังหรณ์ใจขึ้นมาทันที

“คุณป้าของคุณรชานนท์เป็นหม่อมด้วยเหรอคะ ไม่ทราบว่าท่านชื่ออะไรคะ พอดีคุณแม่ของตะวันมีเพื่อนเป็นหม่อมหลายคนเผื่อจะรู้จักกัน”

“หม่อมมณีฉายครับ”

ชื่อนั้นเล่นเอาพิตะวันตกใจจนตะเกียบหลุดจากมือ คนอื่นๆมองเธอเป็นตาเดียว รชานนท์ถามเธอว่ารู้จักหม่อมป้าของตนด้วยหรือ พิตะวันแก้สถานการณ์ว่องไวปฏิเสธว่าไม่รู้จัก ทั้งที่ความจริงรู้จักและจงเกลียดจงชังหม่อมมณีฉายเข้ากระดูกดำ เพราะเคยเจอกันที่บ้านอินทนิลแล้วโดนเธอดูถูกเหยียดหยามหลังรู้ว่าอินทนิลซื้อตนมาอุปการะในราคาแค่ห้าพันบาทถูกกว่าซื้อลูกหมามาเลี้ยง

เมื่อพิตะวันปฏิเสธไปแล้วทุกคนจึงเลิกสนใจหันกลับมาอร่อยกับสุกี้ตรงหน้ากันต่อ แต่จู่ๆ บุษบามินตรานึกได้ว่าหม่อมป้าของรชานนท์ให้ตนช่วยโทร.ตามหาคนคนหนึ่งที่เป็นคนรับใช้ของเพื่อนให้มาดูแลท่านช่วงที่อยู่ที่นี่ ภิทูรแปลกใจเอ่ยขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจเหยียดหยัน แต่พิตะวันถึงกับหน้าเสียกลัวความลับเปิดเผย

“เดี๋ยวนี้ไฮโซเขาส่งคนรับใช้มาเรียนที่อังกฤษแล้วเหรอ”

“ไม่ทราบสิคะ นี่มิ้นต์ก็พยายามลองโทร.ตามเบอร์ที่หม่อมป้าให้มา แต่โทร.ไม่ติด เหมือนปิดเบอร์ไปแล้ว พี่ภิทูรช่วยดูหน่อยได้ไหมคะ เผื่อคุ้นๆว่าเบอร์ใคร”

บุษบามินตราหยิบกระดาษจะยื่นให้ภิทูร พิตะวันที่ก้มลงไปหยิบตะเกียบที่พื้นรีบทะลึ่งตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วอาสาช่วยดูให้ พอได้มาก็พลิกกระดาษพิจารณา ถามว่าไม่รู้ชื่อหรืออะไรอย่างอื่นเลยหรือ

“ดูเหมือนจะไม่รู้นะคะ รู้แค่ว่าถ้ามาถึงให้โทร.ไปหา”

พิตะวันส่งยิ้ม ตอบรับจะจัดการให้เองด้วยความเต็มใจ จากนั้นเธอขอตัวไปหยิบตะเกียบในครัว แล้วแอบขยำกระดาษจดเบอร์โทรศัพท์นั้นทิ้งถังขยะด้วยท่าทีร้อนรน วิตกกังวลกลัวจะมีใครจับได้ ซึ่งเธอไม่ยอมแน่ พูดพึมพำบอกตัวเองอย่างมุ่งมั่นตั้งใจว่า

“ฉันพยายามดิ้นรนมาขนาดนี้ ฉันจะไม่มีวันกลับไปจุดที่ต่ำที่สุดในชีวิตอีกแล้ว”

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement