advertisement

รักเกิดในตลาดสด ตอนที่ 13

บทประพันธ์ นราวดี จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดย สนุกคิด-สนิทเขียน
25 ก.ย. 2555 11:10

ต๋องเดินคอตกกลับมาถึงตลาดก็ถึงกับซึม เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเอาเชือกมากั้นบริเวณตลาดเป็นเขตห้ามเข้า ผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ชาวตลาดต่างอยู่ในความวิตกกังวลเศร้าเหงาเมื่อจู่ๆ ก็ต้องมาหมดที่ทำมาหากินที่อยู่กันมานาน คำมูลด่าพวกรัศมีว่า “มันจะคิดบ้างไหมว่าพรุ่งนี้เราจะเอาอะไรกินกัน”

“อั๊วว่านะ...ตอนนี้เราต้องช่วยกันแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อน ใครมีมากหน่อยก็ต้องช่วยคนที่มีจำกัดจำเขี่ย อย่างน้อยๆต้องไม่มีใครอดตาย” เคี้ยงเสนอขึ้น

“ฉันเห็นด้วย งั้นเอาอย่างนี้ละกัน เริ่มตั้งแต่มื้อเย็นวันนี้ พวกเรารวบรวมเงินคนละเล็กละน้อยให้ป้าพิณทำกับข้าวมาแจกจ่ายให้ได้กินกันทั่วๆ” จะเด็ดออกมาเป็นตัวตั้งตัวตี

เคี้ยงหยิบเงินให้บอกว่าเป็นของตนกับครอบครัว กิมฮวยจะเอาปลาไปสมทบที่ป้าพิณ กิมแชขอไปเป็นลูกมือป้าพิณ จาตุรงค์ที่เพิ่งหมั้นกับกิมแชขอตามไปเป็นลูกมือกิมแชอีกต่อหนึ่ง

“นี่ของอั๊วกับอาลักษณ์แล้วก็อาจาตุรงค์” เต็กไฮ้ควักเงินสมทบ ลักษณ์บอกว่าเดี๋ยวจะแล่เนื้อหมูไปให้ด้วย

ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกัน ใครมีเงินออกเงิน มีของออกของ มีแรงออกแรง ผนึกกำลังช่วยกันด้วยความเต็มใจ

ต๋องกับกิมลั้งดูความสามัคคีรักใคร่เป็นน้ำหนึ่ง ใจเดียวกันของชาวตลาดแล้วตื้นตันใจ กิมลั้งพนมมือภาวนา

“ขอให้กุศลจากความดีมีน้ำใจ ช่วยให้ทุกคนรอดพ้นจากทุกข์ภัยครั้งนี้ด้วยเถอะ”

“ต๋อง...กิมลั้ง...เกิดอะไรขึ้นเหรอลูก” เสียงคุณยายคนนั้นหิ้วตะกร้าขนมเข้ามาถามงงๆ

ooooooo

เมื่อคุณยายรู้เรื่องความเดือดร้อนของชาวตลาด ก็ตกใจ ด่าว่าทำไมถึงได้ใจร้ายใจดำทำกับคนทำมาหากินได้ขนาดนี้

ขณะนั้นเอง มีรถเก๋งหรูคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอด คนขับรถรีบลงมาหาคุณยายร้องอย่างดีใจ “อยู่นี่เอง...”

“อย่ามายุ่งกับฉันนะ...ต๋องช่วยยายด้วย ไอ้นี่มันตามไล่ปล้ำยายตั้งแต่เช้าแล้ว” คุณยายไปแอบที่หลังต๋อง

คุยกันอยู่พักใหญ่  จึงรู้ว่าลูกหลานคุณยายให้คนขับรถมารับคุณยายกลับบ้าน  ต๋องถามว่าคุณยายอยู่บ้านที่ตนกับกิมลั้งไปส่งไม่ใช่หรือ คุณยายบอกว่านั่นมันที่ของลูก ยายอยู่บ้านที่ติดกับสวน

เมื่อชาวตลาดเดือดร้อนไม่มีที่ขายของ คุณยายเสนอว่า “เอาอย่างนี้นะ ยายมีที่เป็นลานโล่งติดถนนอยู่แถวปากซอยบ้าน ตรงนั้นคนผ่านไปมาเยอะเหมือนกัน เดี๋ยวให้ทุกคนไปตั้งแผงขายของชั่วคราวที่นั่นก่อนก็ได้”

ทุกคนดีใจเหมือนถูกลอยแพแล้วเห็นฝั่ง ต๋องรีบไปทำผังจัดที่ให้ทุกคนได้ขายของกัน คิตตี้เป็นห่วงว่าลูกค้าจะไม่รู้ว่าพวกเราย้ายมาอยู่ตรงนี้ กิมลั้งบอกว่าไม่ต้องห่วง เดี๋ยวจะจัดคนไปช่วยกันแจกใบปลิวบอกคนในซอยให้รู้ทั่วกัน

ต๋องและทุกคนพากันเข้าไปขอบคุณคุณยาย คุณยายบอกชาวตลาดว่านี่ยังน้อยไปด้วยซ้ำกับการที่ต๋องกับกิมลั้งช่วยชีวิตยายไว้ ส่วนเรื่องค่าเช่าที่ต๋องถามนั้น ยายไม่เอาเพราะยายไม่ต้องการเงินแต่อยากได้ลูกหลาน

“แต่ยายให้พวกเราทำอะไรให้สักนิดเถอะนะ ไม่งั้นมันเหมือนพวกเราแห่กันมาเอาเปรียบยายยังไงก็ไม่รู้” เคี้ยงเสนอ

“งั้นก็ช่วยทำแผงสักแผงให้นั่งขายขนมหน่อยละกัน คนขับรถที่บ้านจะได้ไม่ต้องออกตามล่ายายรายวันอีก โอเคไหม”

“โอเค...” ชาวตลาดขานรับพร้อมกัน คุณยายแซวจะเด็ดว่าน่าจะให้เลขท้ายสองตัวเด็ดๆบ้าง จะเด็ดเลยให้เลข 55 เพราะปีนี้เป็นปี 55 เป็นปีแห่งการหัวเราะ

“งั้นก็ขอให้ทุกคนผ่านพ้นทุกข์ภัยให้ไวๆ เหมือนกันนะ จะได้มาช่วยกันหัวเราะดังห้าห้ากับยาย” คุณยายพูดเหมือนให้พร ชาวตลาดพากันยกมือพนมร้อง “สา...ธุ” กันอย่างพร้อมเพรียง

ooooooo

สดศรีเสียใจมากที่ถูกโกงตลาดไป นอกจากดื่มอย่างหนักแล้วยังกินยานอนหลับเข้าไปเกินขนาดด้วย ณดารีบพาแม่ส่งโรงพยาบาล เธอตัดสินใจไปหาศักดิ์ชาย เจอเขาขับรถออกจากห้างพอดี ณดาตัดสินใจกระโดดไปขวางรถไว้

ศักดิ์ชายลงจากรถมาด้วยความโมโห ณดาปราดเข้าไปทำท่าเหมือนจะเข้าไปตบ แต่พอไปถึงตัว เธอกลับคุกเข่าอ้อนวอน

“ขอร้องนะศักดิ์ชาย ขอตลาดคืนให้แม่ฉันเถอะ มันมีความหมายกับแม่ฉันมาก”

ศักดิ์ชายดึงตัวณดาขึ้นมาอย่างไม่อยากเห็นเธอในสภาพนี้ แต่ก็ยังพูดแข็งกร้าวว่า

“อย่าเสียเวลาพูดเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย ที่ดินนั่นมันควรจะกลับมาอยู่กับเจ้าของตัวจริงตั้งนานแล้ว”

กลายเป็นเรื่องคนรุ่นลูกสองคนโต้เถียงกันว่าตลาดเป็นของแม่ของพ่อตน เมื่อต่างยืนยันเช่นนั้น ศักดิ์ชายตัดบทว่าเราไม่มีอะไรจะคุยกันอีกแล้ว

ณดามืดแปดด้าน ตัดสินใจวิ่งออกไปกลางถนนจะให้รถชนตายให้เป็นตราบาปติดตัวเขาไป ศักดิ์ชายพุ่งไปรวบตัวเธอกลิ้งรอดออกมาได้หวุดหวิด แต่พอณดาดิ้นหลุดก็จะวิ่งออกไปอีก ศักดิ์ชายคว้าเธอไว้เขย่าอย่างแรง ตะคอกใส่

“หยุดได้แล้วณดา วิธีโง่ๆ นี่มันทำอะไรผมไม่ได้หรอกนะ แต่ถ้าคุณเป็นอะไรไป มันจะทำให้แม่คุณไม่เหลืออะไรอีกเลยในชีวิต” พูดแล้วผลักณดาออกไป ตัวเองกลับไปที่รถขับออกไปเหมือนไม่แยแสแต่เจ็บลึกไม่น้อยกว่าเธอ

ณดาได้แต่ร้องไห้อย่างเจ็บแค้นใจอยู่ตรงนั้น

ooooooo

เมื่อต๋องรู้ว่าสดศรีเข้าโรงพยาบาล เขารีบไปเยี่ยม ขอโทษที่มัวแต่วุ่นกับการจัดที่ทำกินใหม่ให้ชาวตลาดจนไม่ได้มาหา สดศรีบอกว่าต๋องทำถูกแล้ว เพราะถ้าชาวตลาดไม่มีที่ขายของตนจะรู้สึกแย่กว่านี้ที่ลากทุกคนมาลำบากด้วย

ในภาวะกดดันอัดอั้นนี้ สดศรีระบายความระทมให้ต๋องฟัง บอกเล่าถึงความหวังที่จะให้ตลาดนี้เป็นที่ทำมาหากินของชาวบ้าน และณดาก็จะได้อยู่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับชาวตลาดที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกัน รำพึงอย่างเจ็บปวดว่า...

“แต่ไม่น่าเชื่อว่าสุดท้ายสมบัติที่มีค่าทางความรู้สึกของณดา กลับถูกทำลายด้วยมือของพ่อแท้ๆ”

“คุณนายหมายความว่ายังไงครับ” ต๋องถามงงๆ สดศรีรู้สึกตัวพยายามกลบเกลื่อน บอกว่าช่างเถอะมันไม่สำคัญอะไรอย่าไปสนใจเลย “สำคัญสิครับคุณนาย เพราะนี้จะเป็นทางออกสุดท้ายที่จะทำให้คุณนายได้ตลาดกลับคืนมา คุณนายต้องบอกเสี่ยชายศักดิ์เรื่องคุณณดานะครับ”

“ไม่มีทาง...ฉันไม่มีทางบอกให้ณดารับรู้ว่าตัวเอง มีพ่อเลวๆแบบนั้น”

“ยังไงคุณนายก็ต้องบอกครับ ไม่อย่างนั้น ที่ดินที่คุณนายสร้างมากับมือจะหลุดไปเป็นของคนนอกที่ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับเสี่ยเลย” ต๋องตัดสินใจบอกความจริงว่า “ศักดิ์ชายไม่ใช่ลูกของเสี่ยชายศักดิ์ครับ”

สดศรีตกใจอึ้งไปกับความจริงที่เพิ่งรู้

เมื่อชาวตลาดรู้ว่าคุณนายสดศรีเสียใจเรื่องตลาดจนต้องเข้าโรงพยาบาล กิมฮวยเสนอว่าเมื่อพวกเราได้ที่ขายของและให้กำลังใจกันและกันแล้ว เราก็น่าจะไปเยี่ยมคุณนายสดศรีด้วย คุณนายจะได้ไม่รู้สึกว่าต้องต่อสู้กับปัญหาลำพังกันแค่สองแม่ลูก

“นั่นสิ...คนเราน่ะขาดอะไรก็ขาดได้แต่ต้องไม่ขาดกำลังใจ” ลักษณ์เห็นด้วย ทั้งหมดจึงพากันไปเยี่ยมคุณนายที่โรงพยาบาล เพื่อให้กำลังใจกันที่จะยืนหยัดต่อสู้ต่อไปจนกว่าจะได้ตลาดคืนมา สู้เพื่อให้ได้ชีวิตเก่าของพวกเราคืนมา

ดังนั้น ขณะที่รัศมีเปิดแชมเปญฉลองชัยชนะ

ครั้งนี้กับชายศักดิ์และศักดิ์ชายที่ร้านอาหารหรู ชายศักดิ์ ก็ได้รับโทรศัพท์จากสดศรีที่โทร.จากโรงพยาบาล

สดศรีขอร้องเขาอย่าให้คนที่บ้านรู้ว่าเขากำลังคุยอยู่กับตน บอกเขาว่า “ฉันมีเรื่องสำคัญที่เธอต้องรู้จะคุยด้วย” ชายศักดิ์ถามว่าเรื่องอะไร “พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน แต่รับรองว่ามันสำคัญกับเธอมากพอๆกับฉันแน่ แล้วจะบอกที่นัดหมายอีกที”

พูดเสร็จสดศรีวางสายทันที ส่วนชายศักดิ์ยังครุ่นคิดสงสัยว่า สดศรีมีเรื่องสำคัญอะไร?

ooooooo

เมื่อไปคุยกันที่ริมน้ำบรรยากาศสงบเงียบ ชาย-ศักดิ์ช็อกเมื่อสดศรีบอกว่าณดาเป็นลูกของเขา ทีแรกเขาไม่เชื่อ แต่เมื่อสดศรีลำดับเรื่องและวันเวลาให้ฟังว่าตอนที่หย่ากับเขานั้นตนท้องได้เดือนหนึ่งแล้ว และหลังจากนั้นอีกสามเดือนตนก็แต่งงานกับกริช จากนั้นอีกห้าเดือนตนก็คลอดณดา เธอบอกเขาว่า

“ถ้าปลุกคนตายอย่างคุณกริชมายืนยันได้ฉันจะเรียกมา เพราะเขารู้ความจริงทุกอย่างแต่ก็ยังรักณดามากเหมือนกับลูกของตัวเอง” ส่วนที่ตอนนั้นไม่บอกเขาเพราะ “ฉันไม่ต้องการให้คนที่หมดรักฉันแล้วมารับผิดชอบเพียงเพราะเรื่องลูก”

“แล้วถ้างั้นเธอจะมาบอกกับฉันตอนนี้ทำไม”

“ที่ผ่านมา เธอทำบาปกรรมกับฉันมามากพอแล้วชายศักดิ์ อยากรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงต้องไปกู้เงินคุณพงษ์มา เพราะตั้งแต่คุณกริชสิ้นบุญไป ฉันต้องแบกรับภาระมากมาย ไหนจะเรื่องตลาด เรื่องลูก แต่หนี้ก้อนใหญ่ที่ตามล้างตามผลาญฉันมาจนวันนี้ก็คือขี้ที่เธอทิ้งไว้ก่อนจะหนีไปเสวยสุขกับนังรัศมีนั่น อย่าบอกนะว่าเธอลืมไปแล้ว”

ชายศักดิ์นิ่งอึ้งไป สดศรีตัดสินใจบอกเขาว่า “เธอน่าจะรู้ตัวดีว่าเลวแค่ไหน แต่ตอนนี้เธอกำลังทำเรื่องที่เลวที่สุดด้วยการขโมยสมบัติของลูกในไส้ไปให้ลูกชู้”

“อะไรนะ!” ชายศักดิ์ช็อกไปอีกครั้ง

คืนนั้นเอง ชายศักดิ์สะกดรอยตามรัศมีไปจนจับได้คาตาว่าเธอไปหาฤทธิ์ที่เป็นผัวเก่าจริงๆ เขาแค้นจนพุ่งรถเข้าไปจะชน จนทั้งสองหลบแทบไม่ทัน แต่ก็ไม่รู้ว่าใครทำ

ooooooo

ชายศักดิ์ตัดสินใจเด็ดขาด สั่งห้ามรัศมีเข้า

ห้างเวรี่แฮปปี้ ด่าประณามว่าเป็นผู้หญิงแพศยา สกปรก รัศมีหาว่าเขาหูเบา ต้องมีคนใส่ร้ายตนแน่ๆ

“ฉันไม่เชื่ออะไรเท่ากับตาตัวเองเห็นหรอก พอเห็นถึงได้รู้ว่าที่ผ่านมาควายโง่อย่างฉันถูกเธอสวมเขามาตลอด โง่ถึงขนาดไม่รู้ว่าเด็กที่ตัวเองหลงเลี้ยงดูอุ้มชูมาจนโตน่ะเป็นลูกชู้!”

เมื่อรัศมีจำนนด้วยหลักฐาน ชายศักดิ์นัดพรุ่งนี้ไปเซ็นไปหย่ากัน รัศมีไม่ยี่หระซ้ำยังพูดเยาะเย้ยเขาว่าตนทนสะอิดสะเอียนเสี่ยขี้งกอย่างเขามานานจนจะอ้วกแล้ว ชายศักดิ์อาฆาตว่าต่อจากนี้อย่าหวังว่าจะได้อะไรจากตนแม้แต่บาทเดียว

รัศมีพูดอย่างไม่ยี่หระว่า แค่ที่ดินตลาดนั่นก็ทำให้ ตนอิ่มไปถึงชาติหน้าได้แล้ว เสี่ยสวนไปว่าตลาดนั้นตนจะคืนให้ณดาลูกสาวของตน รัศมีพูดอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า ว่าอย่าหวังเลยเพราะที่ดินนั้นโอนเป็นชื่อศักดิ์ชายไปแล้ว

“ยังไงเธอก็ยังโง่วันยังค่ำรัศมี แค่ฉันยอมสารภาพว่าเป็นคนปลอมลายเซ็น ชื่อของลูกชายเธอก็หมดความหมายแล้ว”

“คนอย่างแกน่ะเหรอจะยอมเข้าคุก ไม่มีทาง”

“ถ้ามันเป็นทางเลือกสุดท้ายที่จะทำให้ฉันชดเชยความเลวที่ทำไว้กับลูกได้ ฉันก็จะทำ แล้วนั่นก็หมายความว่าทั้งเธอทั้งลูกชายก็ต้องติดร่างแหไปด้วยแน่นอน” ชายศักดิ์ ทิ้งไพ่ตาย จนรัศมีช็อก แผดเสียงร้องราวกับเสียสติ

ooooooo

เมื่อความจริงถูกเปิดเผยและความสัมพันธ์กับชายศักดิ์สะบั้นลงแล้ว รัศมีเรียกศักดิ์ชายไปเล่าให้ฟัง เขารับไม่ได้ต่อว่าแม่ว่าทำไมต้องโกหกตนโกหกคุณพ่อมาตลอดชีวิต

“ถ้าแม่ไม่ทำแบบนี้ แกก็ต้องเกิดมาเป็นลูกไอ้คนขี้คุก ไม่มีทางได้เป็นศักดิ์ชายลูกสุดที่รักของเสี่ยชาย–ศักดิ์ ไม่มีทางมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีพร้อมเหมือนที่ผ่านมา”

“แล้วใครครับที่เป็นพ่อผม” ศักดิ์ชายถามอย่างสับสนว้าวุ่นใจ

“แกไม่จำเป็นต้องรู้ เพราะมันไม่ทำให้ชีวิตแกดีขึ้นแน่ ตอนนี้สิ่งที่เราสองคนแม่ลูกต้องทำก็คือหาทางปล่อยขายโฉนดนั่นให้เร็วที่สุด จะได้เท่าไหร่ก็ต้องเอา ก่อนที่เสี่ยมันจะเอาที่ดินไปคืนลูกเมียของมัน”

ศักดิ์ชายย้อนถามว่าไหนบอกว่าคุณนายสดศรีโกงที่ดินของเราไป รัศมีพูดหน้าตาเฉยว่าถ้าไม่บอกอย่างนั้นแล้วเขาจะแข็งขันช่วยเอาตลาดคืนมาไหม ศักดิ์ชาย

ฟังแล้วยิ่งช็อก คิดถึงวันที่ณดามาคุกเข่าขอที่ดินของแม่เธอคืน เขาบอกรัศมีอย่างเจ็บปวดว่า

“คุณแม่รู้ไหมว่าที่ผ่านมาผมทำร้ายร่างกายจิตใจณดายังไงบ้าง เพียงเพราะผมเชื่อที่คุณแม่บอกว่าเขาโกงที่ดินเราไป”

รัศมีสั่งลูกชายให้เลิกหลงรักศัตรูได้แล้วและให้ทำตามที่ตนบอก ศักดิ์ชายปฏิเสธอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

“ไม่ได้ครับคุณแม่ เราทำเรื่องแย่ๆกันมาเยอะแล้ว ตอนนี้สิ่งที่ดีที่สุดที่เราจะทำได้ก็คือ...คืนของของเขาให้เขาไป”

พูดเสร็จศักดิ์ชายเดินไปที่รถ ถูกรัศมีตามไปดึงตัวไว้ บอกว่าเขาจะทำอย่างนั้นไม่ได้ ศักดิ์ชายไม่สนใจผลักแม่ออกแล้วขึ้นรถขับไปเลย รัศมีแผดเสียงอย่างคลุ้มคลั่งที่สั่งผัวก็ไม่ได้บัญชาลูกก็ไม่ฟัง

ศักดิ์ชายเอาโฉนดที่ดินที่ตลาดไปคืนให้ชายศักดิ์ที่ห้องทำงานในห้างเวรี่แฮปปี้ พร้อมขอโทษแทนแม่สำหรับเรื่องที่ผ่านมา พูดอย่างสะเทือนใจว่า

“ถึงวันนี้ผมจะไม่ใช่ลูกของคุณพ่อต่อไปอีกแล้ว แต่ผมจะรักคุณพ่อตลอดไป กราบขอบคุณคุณพ่อมากนะครับที่เลี้ยงดูผมมาเป็นอย่างดี” ศักดิ์ชายก้มกราบแทบเท้าชายศักดิ์ เมื่อลุกขึ้นเขาเอ่ยน้ำตาคลอ “ดูแล

ตัวเองด้วยนะครับคุณพ่อ ลาก่อนครับ...” เขารีบหันหลังเดินไปก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมา

ooooooo

วันต่อมา ชาวตลาดพากันเฮด้วยความดีใจที่ได้กลับไปค้าขายในตลาดร่วมใจเกื้ออีกครั้ง กิมฮวย

ถามสดศรีว่าทำยังไงถึงได้ตลาดคืนมา

สดศรีบอกว่าตนต้องขอบคุณคนคนหนึ่ง แล้วมองไปทางชายศักดิ์ที่กำลังเดินมา จะเด็ดถามอย่างรับไม่ได้ว่า จะให้พวกเราขอบคุณคนที่ขโมยตลาดเราไปน่ะหรือ ชายศักดิ์ได้ยินถึงกับหน้าเสีย

“เปล่า...ฉันขอบคุณที่ในที่สุดเขาก็รู้จักผิดชอบชั่วดีต่างหาก”

“ฉันเสียใจนะกับเรื่องทุกเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วก็ขอโทษที่ทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อนเพราะความไม่รู้จัก พอของฉันเอง”

ชายศักดิ์เอ่ยขึ้น เขาขอโอกาสแก้ตัวสักครั้ง เสนอว่าอยากให้ตลาดร่วมใจเกื้อกับห้างเวรี่แฮปปี้เริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่ที่ดีต่อกัน

ณดาถามอย่างไม่ไว้ใจว่าจะเชื่อได้อย่างไรว่าเขาจะไม่มีแผนการอะไรอีก ชายศักดิ์ขอเวลาพิสูจน์ความตั้งใจของตน เชื่อว่าห้างกับตลาดสามารถเกื้อกูลช่วยเหลือกันโดยไม่ต้องเป็นคู่แข่ง แค่ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเท่านั้น

ณดายังระแวงถามว่าอะไรทำให้เขาเปลี่ยนแปลงได้มากมายอย่างนี้ ชายศักดิ์บอกว่าเพราะตัวเธอ ณดาทำหน้างงๆ สดศรีตัดสินใจบอกความจริงว่า

“เสี่ยชายศักดิ์เป็นพ่อที่แท้จริงของลูก”

ณดาทำใจรับไม่ได้ ยิ่งเมื่อคิดถึงศักดิ์ชายที่ทำร้ายตนมาตลอดเวลาว่าเป็นลูกของชายศักดิ์เธอก็ยิ่งรับไม่ได้ วิ่งเตลิดไปทันที

สดศรีจะตามไป ต๋องบอกว่า “เดี๋ยวผมจัดการให้ครับ คุณนายอยู่เป็นเพื่อนเสี่ยที่นี่ดีกว่า”

ooooooo

ต๋องตามไปปลอบใจ ให้กำลังใจ และบอกความจริงว่าศักดิ์ชายไม่ใช่ลูกของชายศักดิ์ พร้อมทั้งขอให้เธอให้โอกาสชายศักดิ์ด้วย เพราะโอกาสที่เธอให้อาจจะทำให้เขากลายเป็นคนดีขึ้นมาได้

ส่วนสดศรีก็ปลอบใจชายศักดิ์ว่าต้องให้เวลาณดาปรับใจทำใจ เพราะเขาเองก็ทำเรื่องติดลบไว้มาก

ชายศักดิ์เข้าใจ บอกสดศรีว่า ตนไม่หวังจะให้ลูกมาเรียกพ่อ ขอแต่ได้ทำอะไรดีๆให้ลูกบ้างเท่านั้นเอง

“แค่เธอคิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเองมันก็มากพอแล้วล่ะ ถ้ารู้ว่าการบอกความจริงจะทำให้เธอเป็นแบบนี้ ฉันก็คงบอกไปตั้งนานแล้ว ถ้าไม่เป็นเพราะทิฐิของฉัน มันอาจจะลงเอยดีกว่านี้”

ทั้งสดศรีและชายศักดิ์ต่างมองเห็นข้อบกพร่องของตัวเองและพร้อมจะแก้ไข แต่ปัญหาที่คาราคาซังอยู่ก็คือการที่ชายศักดิ์ต้องกลับไปเผชิญหน้ากับรัศมีและศักดิ์ชายในสภาพที่ความรู้สึกต่อกันเปลี่ยนไปแล้ว เขา

บอกสดศรีว่ายังไม่รู้จะจัดการกับตัวเองอย่างไร แต่ที่แย่กว่านั้นคือ... “ณดาได้พ่อมาขณะที่ชายกำลังเสียพ่อไป”

“ศักดิ์ชายจะเสียหรือมีพ่อ...ฉันว่ามันอยู่ที่เธอต่างหาก” สดศรีชี้ให้เห็นปมแก้ ชายศักดิ์ฟังแล้วยังอึ้งๆอยู่

เมื่อณดากลับมา เธอโผเข้ากอดแม่ไว้อย่างว้าวุ่นใจ สดศรีบอกลูกว่า

“ถ้ามองในแง่ดี หนูเห็นไหมว่ามันมหัศจรรย์แค่ไหนที่สายใยของพ่อลูก ทำให้คนคนหนึ่งเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ ลูกแม่กำลังทำบุญครั้งยิ่งใหญ่นะที่ช่วยสร้างคนดีขึ้นมาอีกคน”

“คุณแม่พูดเหมือนต๋องเลยค่ะ” สดศรีถามว่าแล้วหนูคิดยังไง “ณดาเจอเรื่องร้ายๆจนไม่อยากไว้ใจอะไรง่ายๆแล้วค่ะ บางทีระยะเวลาอาจจะให้คำตอบที่ดีที่สุดกับณดาเอง”

ณดากอดซบกับอกแม่ แม้ในยามนี้จะสับสนเพียงใด เธอก็ยังมีแม่เป็นที่พึ่งได้ตลอดเวลา...

ooooooo

รัศมีต้องไปบอกฤทธิ์เรื่องความลับแตกและถูกชายศักดิ์เฉดหัวออกจากบ้านแล้ว ถูกฤทธิ์ด่าว่าเลี้ยงลูกยังไงถึงได้โง่ขนาดนี้ รัศมีด่าคืนว่าเขาก็ไม่ได้ดีไปกว่าตน ที่จะมาบอกวันนี้คือ ต่อไปนี้ตนให้อะไรเขาไม่ได้อีกแล้ว ตัวใครตัวมันก็แล้วกัน

ฤทธิ์ไม่ยอมเสียอู่ข้าวอู่น้ำนี้ไป เขาบอกรัศมีว่าอย่าเพิ่งหมดหวัง ตนยังมีหนทางทำเงินก้อนสุดท้ายจากพวกนั้นได้อีก

“จะทำอะไร??” รัศมีถามงงๆ

แผนทำให้ห้างกับตลาดเอื้ออำนวยประโยชน์แก่กันของชายศักดิ์เริ่มขึ้นแล้ว ด้วยการแจกบัตรลดราคาที่ใช้ได้ทั้งในห้างและตลาดสด ลูกค้านำบัตรมาซื้อของจากห้าง จากตลาดสด ทั้งของในห้างและตลาดจึงขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

กิมลั้งแปลกใจที่วันนี้ต๋องไม่ได้มาช่วยติ๋มขายผัก ถามติ๋มจึงรู้ว่าต๋องไม่ได้กลับไปนอนบ้านมาหลายคืนแล้ว ทำให้กิมลั้งระแวงขึ้นมาต๋องหายไปไหน

ปรากฏว่าต๋องไปขุดดินอยู่ในสวนของคุณยายที่อนุญาตให้ต๋องใช้ประโยชน์ได้เพราะทิ้งไว้ไม่ได้ทำอะไร ต๋องจึงขุดดินยกร่องเพื่อปลูกผักปลอดสาร กิมลั้งตามเจอถามว่าแบบนี้ก็ไม่กลับบ้านนอกแล้วใช่ไหม

“พ่อกับแม่บอกว่าไร่นาบ้านเราน่ะมันอยู่ตัวแล้ว พ่อกับแม่อยากให้ฉันสร้างอาณาจักรของตัวเอง ที่สำคัญ...

ถ้าฉันหาทางตั้งรกรากในกรุงเทพฯได้ มันก็จะง่ายขึ้นถ้าคิดจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับเธอ เพราะเธอจะได้ช่วยที่บ้านขายของต่อไปด้วย”

กิมลั้งถามว่าเอาจริงหรือ ต๋องยืนยันว่าเอาจริงจะค่อยๆ ขยับขยายหาที่ดินแปลงเล็กๆแถวชานเมือง ถึงตอนนั้นตนก็จะพร้อมไปเจรจากับพ่อแม่เธอได้แล้ว ต๋องวาดฝันอย่างมีความหวัง ทำให้กิมลั้งพลอยดีใจไปด้วย

ooooooo

ฤทธิ์วางแผนอุบาทว์ที่จะจับณดาไปเรียกค่าไถ่ แต่วันที่มันใช้สมุนไปดักจับณดานั้น กิมฮวยโดนจับไปด้วยเพราะบังเอิญอาศัยรถณดาจะไปดูห้องเย็นที่เคี้ยงซุ่มทำให้และโทร.เรียกให้ไปช่วยดู

เคี้ยงคอยถึงสามชั่วโมงไม่เห็นกิมฮวยไป โทร.ก็ไม่ติด กลับมาที่ตลาดจึงรู้ว่ากิมฮวยหายไป

หลังจากลักพาตัวณดากับกิมฮวยไปแล้ว รัศมีโทร.บอกชายศักดิ์ให้เอาเงิน 10 ล้านไปไถ่ตัว ชายศักดิ์มาปรึกษาสดศรีมีเคี้ยงกับชาวตลาดที่ใกล้ชิดร่วมฟังด้วย ชายศักดิ์บอกว่าเงิน 10 ล้านตนหาได้ แต่ไม่แน่ใจว่าคนเจ้าเล่ห์อย่างรัศมีจะตุกติกอะไรอีก

ต๋องถามว่าจะปรึกษาตำรวจดีไหม สดศรีร้องห้ามอย่างตกใจเพราะกลัวณดากับกิมฮวยจะได้รับอันตราย เชื่อว่าคนเลือดเย็นอย่างรัศมีทำอะไรก็ได้

“ถ้างั้นตอนนี้คงมีคนเดียวแล้วล่ะครับที่พอจะช่วยเราได้” ต๋องฉุกคิดได้

คนคนนั้นคือศักดิ์ชายนั่นเอง เขาถูกตามมาปรึกษากันที่ห้องประชุมห้างเวรี่แฮปปี้ ต๋องเล่าแล้วฟันธงว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวกับไอ้ฤทธิ์แน่ๆ ศักดิ์ชายถามว่าไอ้ฤทธิ์เป็นใคร ต๋องจึงจำเป็นต้องบอกว่า “เขาเป็นพ่อที่แท้จริงของชายไง”

ศักดิ์ชายอึ้งเมื่อรู้ว่าใครเป็นพ่อที่แท้จริง ถามว่าพวกนั้นนัดชายศักดิ์ให้เอาเงินไปให้เมื่อไร

“พรุ่งนี้...แต่พ่อไม่อยากรอ บอกตรงๆว่าพ่อไม่ไว้ใจแม่แกกับไอ้นั่นว่าคิดจะตลบหลังอะไรรึเปล่า ชายช่วยพ่อด้วยนะ ถ้าณดาเป็นอะไรไป พ่อจะรู้สึกผิดบาปที่สุดในชีวิต”

ศักดิ์ชายนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาเชื่อว่าเราคงเจรจาไม่สำเร็จ คงต้องใช้วิธีอื่นแทน ทุกคนจ้องหน้ารอฟังอย่างใจจดใจจ่อ

ooooooo

ขณะรัศมีเฝ้าณดาและกิมฮวยอยู่ที่โรงน้ำแข็ง โดยมีฤทธิ์นั่งดื่มเบียร์คุมอยู่ด้วย เสียงมือถือรัศมีดังขึ้น พอเห็นเบอร์หน้าจอก็ดีใจรีบกดรับสายทักอย่างตื่นเต้น

“ว่าไงลูก...ชาย”

ณดาได้ยินชื่อชายก็มีความหวังขึ้นมา

ศักดิ์ชายโทร.นัดรัศมีออกไปทานข้าวกัน รัศมีขอเป็นมะรืนนี้ได้ไหมเพราะตอนนี้งานกำลังยุ่ง

“พรุ่งนี้ผมจะย้ายไปทำงานต่างจังหวัดกับเพื่อนแล้วนะครับเลยอยากเจอคุณแม่เป็นครั้งสุดท้าย” ศักดิ์ชายทำเสียงเศร้า รัศมีใจหายรีบออกไปพบ ชวนฤทธิ์ไปพบลูกสักครั้งไหม ฤทธิ์ขออยู่เฝ้าเหยื่อที่นี่ดีกว่า

พอรัศมีออกไป ฤทธิ์ก็มองณดาอย่างหื่นกาม ลุกเดินไปหา กิมฮวยแกล้งดีดแข้งขึ้นขัดขาจนมันเซ ด่าว่าเป็นบ้าอะไรอยู่ๆก็ชักกระตุกขึ้นมา

กิมฮวยอ้างว่ายุงกัด หลอกให้มันไปเอาพัดลมมาไล่ยุงให้ พอมันเดินออกไป ณดาขอบคุณกิมฮวยที่ช่วยตนไว้

“ไม่เป็นไรหรอกณดา มีกันอยู่แค่นี้ ไม่ช่วยกันแล้วจะช่วยใคร ยังไงเราต้องเข้มแข็งไว้นะ อะไรจะเกิดค่อยว่ากันอีกที”

ooooooo

เมื่อรัศมีออกไปพบศักดิ์ชายที่ร้านอาหาร รัศมีให้ความหวังว่าถ้าตนทำธุระสำคัญเสร็จเมื่อไหร่จะตามไปอยู่ด้วยทันที

“ทำไมคุณแม่ไม่ไปพร้อมกับผมเลยล่ะครับ แม่คนเดียวผมดูแลได้อยู่แล้ว”

“คนอย่างแม่ไม่มีทางทนอยู่แบบคนสิ้นเนื้อประดาตัวหรอก รอแม่แค่วันสองวันเท่านั้นเองลูก แล้วเราก็จะมีเงินทุนไปตั้งต้นชีวิตใหม่กัน”

คุยเสร็จต่างไปขึ้นรถตัวเอง ศักดิ์ชายรอจนรัศมีออกรถไปแล้ว เขาจึงตามไปห่างๆ

แต่ห่างจากรถของศักดิ์ชายไม่ไกลนัก รถกระบะของเคี้ยงที่มีชายศักดิ์ เคี้ยง ต๋อง สดศรี กิมลั้ง กิมแช และจาตุรงค์อัดกันแน่นขนัดกำลังขับตามไปอย่างระมัดระวัง

ทั้งหมดตามรถของรัศมีไปจนถึงโรงน้ำแข็ง ซุ่มดูเห็นรัศมีลงจากรถเดินเข้าไปในโรงน้ำแข็ง แต่พอจะตามเข้าไปพบว่ามียามเฝ้าอยู่อย่างแน่นหนา ทุกคนเชื่อว่าณดากับกิมฮวยต้องอยู่ในนั้น แต่จะฝ่าด่านเข้าไปช่วยได้อย่างไร ต่างคิดหนัก

กิมลั้งเสนอว่าพวกฤทธิ์ไม่เคยเห็นหน้าตน เลยชวนกิมแชออกไปเต้นยั่วพวกยามที่นั่งเฝ้าอยู่หน้าโรงน้ำแข็ง พวกมันเห็นท้องขาวๆของสองสาวที่เต้นยั่วเข้ามาก็เคลิ้ม ลุกไปเด้งหน้าเด้งหลังใส่

ชายศักดิ์ สดศรี จาตุรงค์เห็นดังนั้น จึงย่องตามไปและคว้าอาวุธเท่าที่หาได้ทุบหัวพวกมันแล้วรีบวิ่งเข้าไปในโรงน้ำแข็ง

ต๋องกับศักดิ์ชายย่องมาจากอีกทาง จ๊ะเอ๋เข้ากับกลุ่มชายศักดิ์จนเกือบจะเสียแผน เมื่อตั้งหลักได้แล้วพากันย่องไปจนเจอห้องที่ขังณดากับกิมฮวย ในนั้นทั้งรัศมีและฤทธิ์กำลังคุมเข้มณดากับกิมฮวยอยู่

“ตกลงโทร.ไปนัดเวลาไอ้เสี่ยชายศักดิ์รึยัง” ฤทธิ์ถาม รัศมีบอกว่าจะโทร.พรุ่งนี้ ปล่อยให้เสี่ยกระวนกระวายใจไปก่อน “ไม่ต้อง...โทร.ๆไปเลย จะได้ย้ำกับมันเรื่องให้มาคนเดียวด้วย”

“โธ่...มันรับปากมั่นเหมาะแล้วน่า...ภาวะแบบนี้มันไม่มีทางกล้ายกโขยงกันมาหรอก”

“นี่พวกลื้อไม่คิดจะโทร.บอกผัวอั๊วให้มารับบ้างเหรอ” กิมฮวยกวนประสาทมัน

“เรื่องมากน่ะอีเจ๊ แกอาศัยรถไอ้เสี่ยชายศักดิ์กลับไปด้วยไม่ได้ใช่ไหม ไม่งั้นฉันจะได้ให้อยู่เป็นผีเฝ้าที่นี่” ฤทธิ์ขู่แล้วเร่งรัศมีอีกที “โทร.ไปบอกมันเดี๋ยวนี้เลยเร็ว พวกมันทำตัวเงียบๆแบบนี้มันน่าสงสัย”

รัศมีโทร.เข้ามือถือชายศักดิ์ทันที ชายศักดิ์รีบตะปบโทรศัพท์ขึ้นมาดู โชคดีที่ปิดเสียงไว้แล้ว แต่ไม่ทันไรเสียงโทรศัพท์ของจาตุรงค์ก็ดังขึ้น ทุกสายตามองขวับมาทันที

“คุณแม่” ณดาเห็นสดศรี

“ชาย...” รัศมีเห็นศักดิ์ชาย

ฤทธิ์ด่ารัศมีว่าออกไปชักศึกเข้าบ้านแท้ๆ แล้วโทร.สั่งลูกน้องให้รีบหายเมาและเข้ามาเดี๋ยวนี้เลย

เมื่อเผชิญหน้ากันเช่นนี้ต่างฝ่ายก็ชิงลงมือทันที พวกผู้หญิงกรูกันเข้าไปปลดพันธนาการของณดากับกิมฮวย แล้วพาหลบไป ส่วนพวกผู้ชายก็ต่อสู้กับฤทธิ์และสมุนคุ้มกันพวกผู้หญิง

แต่สุดท้าย ชาวตลาดก็เพลี่ยงพล้ำถูกพวกฤทธิ์จับตัวได้ทั้งหมด จากนั้นฤทธิ์สั่งลูกน้องที่อยู่ใกล้ๆ

“พวกเอ็งแบ่งคนไปตามล่านังพวกผู้หญิงมาให้ได้มัน ยังไปไหนไม่ไกลหรอก” แล้วหันมาชี้หน้าพวกต๋อง “ส่วนพวกมึง เดี๋ยวจะจับทำน้ำแข็งซองให้ตายอย่างทรมานเลยคอยดู”

ศักดิ์ชายขอร้องรัศมีอย่าทำกับพวกตนอย่างนี้เลย รัศมีตัดพ้อว่าตนไม่ทำอยู่แล้ว แต่ทำไมลูกถึงทำกับแม่อย่างนี้ ไม่ห่วงแม่เลยใช่ไหม

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับคุณแม่ ผมไม่อยากให้คุณแม่ทำเรื่องเลวร้ายมากไปกว่านี้”

ระหว่างสองแม่ลูกพูดกันนั้น ต๋องกวาดตามองหาทางหนีทีไล่ พวกผู้หญิงที่หลบอยู่แถวนั้นก็ช่วยกันหยิบเศษน้ำแข็งโยนไปที่ต๋อง ต๋องหันมองพอรู้ว่าพวกนั้นซุ่มอยู่ก็ส่งสัญญาณให้กดสวิตช์เครื่องยกน้ำแข็งซอง หมายให้น้ำแข็งไหลมาทับพวกฤทธิ์ แต่ส่งสัญญาณอย่างไรพวกผู้หญิงก็ไม่เข้าใจ จนฤทธิ์สงสัยถามต๋องว่าทำอะไร ปราดเข้าไปเอาวอในมือจะตบหน้า

ต๋องปัดมือฤทธิ์จนวอกระเด็นไปทางที่พวกผู้หญิงซ่อนอยู่ ต๋องทำเป็นตกใจยกมือไหว้ขอโทษฤทธิ์แล้วรีบไปเก็บวอให้ ระหว่างนั้นก็กระซิบบอกให้พวกผู้หญิงที่ซ่อนตัวอยู่ไปกดสวิตช์ด้านหลัง ต๋องรีบพูดๆๆแล้วเอาวอมาให้ฤทธิ์

พวกผู้หญิงพากันมองสำรวจแผงสวิตช์ จังหวะนั้นลูกน้องฤทธิ์เข้ามารายงานว่าไม่เจอผู้หญิงพวกนั้นเลย

“เป็นไปได้ยังไง” ฤทธิ์ไม่เชื่อ รัศมีสงสัยว่าพวกนั้นอาจจะยังอยู่ในนี้ก็ได้

พริบตานั้นเอง สวิตช์เดินเครื่องน้ำแข็งดังขึ้น พวกฤทธิ์หันมองที่สวิตช์ แต่พอมันหันมาอีกทีก็เจอก้อนน้ำแข็งไหลพุ่งมาทางที่พวกฤทธิ์ยืนอยู่ พวกมันโดดหลบกันวุ่นวาย

น้ำแข็งก้อนหนึ่งไหลพุ่งมาทางรัศมี ศักดิ์ชายรีบคว้าแม่ให้พ้นทางน้ำแข็ง ส่วนพวกต๋องก็พากันลุกขึ้นต่อสู้กับพวกฤทธิ์ที่กำลังหลบก้อนน้ำแข็ง เป้าหมายสำคัญคือพยายามแย่งปืนจากพวกมัน

พวกผู้หญิงคว้าของใกล้มือขว้างปาพวกฤทธิ์เพื่อช่วยพวกผู้ชาย

“พวกผู้หญิงรีบออกไปก่อนเร็ว” ต๋องตะโกนบอก พวกนั้นเลยพากันวิ่งออกไป รัศมีคว้าแขนสดศรีไว้ ศักดิ์–ชายเห็นดังนั้นจึงดึงแม่ไว้ เลยยื้อกันอยู่ครู่หนึ่ง ลูกน้องฤทธิ์โมโหเลยกระโดดถีบศักดิ์ชายแล้วจะต่อยซ้ำ

รัศมีเห็นลูกชายถูกทำร้าย ทนไม่ได้กระโดดถีบลูกน้องฤทธิ์กระเด็น คำรามอย่างดุร้าย “มึงทำลูกกูเหรอ!”

ต๋อง ชายศักดิ์ และเคี้ยงที่ยึดปืนได้คนละกระบอก ช่วยกันยิงใส่พวกลูกน้องฤทธิ์จนมันหลบกันวุ่นวาย ฤทธิ์ยิงใส่ต๋อง ถูกต๋องยิงปืนในมือมัน ร่วงมันเลยต้องหลบไปอีกคน

จังหวะนั้นเอง ต๋องรีบพาพวกผู้หญิงหนีออกไป

ฤทธิ์ออกจากที่ซ่อน ตะโกนอย่างคลุ้มคลั่ง

“วันนี้จัดการพวกแม่งไม่ได้ พวกมึงเตรียมตัวตายได้เลย!”

ฤทธิ์กับรัศมีวิ่งออกไป พวกลูกน้องลนลานรีบวิ่งตาม

ooooooo

จาตุรงค์กับกิมแชวิ่งหนีไปทางที่มีอาหารทะเลใส่ถังวางอยู่ จึงช่วยกันเทสร้างสิ่งกีดขวางจนพวกที่วิ่งตามมาเหยียบลื่นล้มกันระนาว

อีกมุมหนึ่ง ชายศักดิ์ สดศรี ณดา และศักดิ์ชายวิ่งตามกันไป ศักดิ์ชายประคองณดาไว้ป้องกันเธอด้วยชีวิต

บนสะพานปลา ต๋อง กิมลั้ง เคี้ยง และกิมฮวย ถูกไล่ล่าไปจนมุมจึงต้องกระโดดลงไปในเรือประมงที่จอดอยู่ พวกลูกน้องฤทธิ์โดดตามลงไป แต่มันไม่เห็นใครในเรือเลยไม่ทันตั้งตัว พวกมันก็ถูกแหอวนเหวี่ยงมาคลุมแล้วกวาดลงทะเลไปส่วนหนึ่ง เหลือฤทธิ์กับลูกน้องอีกสองคนไล่ยิงเคี้ยงกับต๋องไปทางหัวเรือ ต๋องยิงต่อสู้จนกระสุนหมด

ขณะต๋องกำลังจะถูกฤทธิ์ยิงนั้น กิมฮวยกับกิมลั้งย่องมาดึงกางเกงมันหลุด มันเลยต้องรีบคว้ากางเกงไว้ก่อนที่จะโทงเทง

จังหวะนั้นกิมลั้งหยิบปืนมันโยนทิ้งน้ำ ถูกฤทธิ์ตบเลือดกบปาก กิมฮวยโดดเข้าช่วยเลยโดนไปอีกคน ต๋องเห็นดังนั้นพุ่งเข้าไปสู้กับฤทธิ์แทน

ขณะการต่อสู้กันกำลังดุเดือดเลือดพล่านนั่นเอง เสียงรถหวอดังมาแต่ไกล สดศรีตะโกนด้วยความดีใจว่า

“ตำรวจกำลังมา...”

พวกลูกน้องฤทธิ์เริ่มละล้าละลัง ส่วนรัศมีวิ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง คว้าปืนจากลูกน้องฤทธิ์เล็งไปที่ณดา

“นังณดา...แกตายซะเถอะ!!”

ชายศักดิ์เห็นพอดีเขาพุ่งไปเอาร่างบังณดาไว้ รัศมีเหนี่ยวไกทันที แต่วินาทีชุลมุนนั้น ชายศักดิ์ถูกผลักออกไป แล้วศักดิ์ชายก็เอาร่างรับกระสุนแทน!

กระสุนพุ่งทะลุหัวไหล่ศักดิ์ชาย เลือดพุ่งกระฉูด รัศมีช็อกร้อง “ชาย!!!” แล้วถลาเข้าไปดูลูก

ooooooo

เสียงรถหวอตำรวจใกล้เข้ามาทุกที ต๋องกับฤทธิ์ยังพันตูกันเอาเป็นเอาตาย โดยมีกิมลั้งกับกิมฮวยลุ้นอยู่อย่างใจหายใจคว่ำ ส่วนเคี้ยงก็สวมวิญญาณนักบู๊ไล่ยิงลูกน้องฤทธิ์ล้มลง เป็นจังหวะเดียวกับที่ต๋องผลักฤทธิ์กระเด็นไป

ฤทธิ์หันมองรถตำรวจที่พุ่งเข้ามาจอดหน้าโรงน้ำแข็ง มันหยิบปืนยิงไปทางต๋องที่ยืนบังกิมฮวยอยู่ สิ้นเสียงปืนกิมฮวยร้องลั่นแล้วตกน้ำตูม!

เคี้ยงรีบจัดการฤทธิ์ที่กำลังจะยิงต๋อง ผลักเครนที่ใช้แบกอวนปลาบนเรือจนปลายตะขอเหล็กขนาดใหญ่กระแทกหัวฤทธิ์ล้มลง เคี้ยงกระโจนเข้าหาฤทธิ์ทันที

“ต๋อง...ช่วยม้าด้วย ม้าว่ายน้ำไม่เป็น” กิมลั้งตะโกน ต๋องกระโดดลงน้ำไปทันที ส่วนเคี้ยงก็รวบตัวฤทธิ์ได้ในที่สุด

ต๋องประคองกิมฮวยพาขึ้นฝั่ง ต่างเหนื่อยหอบ โดยเฉพาะต๋องหน้าซีดเผือด กิมฮวยดีใจที่รอดตาย แต่พอหันมองต๋องกิมฮวยตกใจร้องลั่น “ไอ้หยา...ที่แท้ลื้อถูกยิงเหรอเนี่ยอาต๋อง”

“ก็ใช่น่ะสิ เมื่อกี้น้ากิมฮวยโดดน้ำทำไม รู้ไหมว่าทำให้คนถูกยิงเหนื่อย”

“ก็อั๊วตกใจนึกว่าโดนยิงนี่” กิมฮวยเสียงอ่อย พลันก็ร้องลั่นเมื่อต๋องหงายหลังตกน้ำตูม “อ๊ายยยย...ช่วยด้วย...อาต๋องตกน้ำ ช่วยด้วย” ตำรวจสองนายกระโดดลงไปช่วยต๋อง กิมฮวยภาวนาปากคอสั่น “อย่าให้อีตายนะ...อย่าให้อีตาย...”

ooooooo

ศักดิ์ชายถูกยิงบาดเจ็บ รักษาตัวอยู่โรงพยาบาล ชายศักดิ์เฝ้าดูแลอย่างห่วงใย โทษตัวเองว่าทำให้เขาต้องเจ็บตัว

“อย่าพูดอย่างนี้ซิครับ ไม่ให้ผมช่วยพ่อแล้วจะให้ผมช่วยใคร” พูดแล้วนึกขึ้นได้รีบแก้ “ขอโทษครับ ผมลืมไปว่าผมไม่ใช่ลูก”

“อย่าพูดอย่างนั้นชาย แกรู้ไหมพ่อแทบขาดใจตอนที่เห็นแกถูกยิง ถ้าแกเป็นอะไรไปพ่อคงแย่...พ่อรักแกนะ”

“ผมก็รักคุณพ่อครับ”

ทั้งสองโผเข้ากอดกันด้วยความรัก ชายศักดิ์ชวนกลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม ศักดิ์ชายถามว่าแล้วคุณแม่ล่ะ

“แม่เขาก็ต้องไปรับโทษที่ต้องได้รับ โชคดีแค่ไหนแล้วที่ไม่โดนข้อหาหนักไปกว่านี้ ยังไงซะพ่อจะช่วยเหลือเขาให้เต็มที่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถือว่าพ่อทำให้แกแล้วกันนะ”

“ขอบคุณมากครับคุณพ่อ” ศักดิ์ชายไหว้อย่างซึ้งใจ

สดศรีกับณดาเข้ามาพอดี สดศรีถามอาการของศักดิ์ชาย เขาบอกว่า “ดีขึ้นมากแล้วครับคุณนาย” สดศรีขออย่าได้เรียกตนว่าคุณนายเลย ให้ถือว่าตนเป็นญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งก็แล้วกัน

ศักดิ์ชายถามณดาว่าไม่เป็นไรใช่ไหม ณดาขอบคุณเขามากที่ช่วยชีวิตตนไว้ เขาพูดอย่างรู้สึกผิดว่าถ้ามันชดเชยเรื่องเลวร้ายที่เคยทำไว้กับเธอได้ ต่อให้ต้องตายก็ยินดี

หนุ่มสาวต่างเผยความรู้สึกในใจต่อกัน เมื่อศักดิ์ชายจับมือณดาถามว่าอภัยให้ตนแล้วใช่ไหม ชายศักดิ์แกล้งโวยวายว่าชักจะยังไงๆกับลูกสาวตนแล้ว ศักดิ์ชายปล่อยมือณดาพูดเขินๆว่า

“เอ่อ...แล้วคุณพ่อจะโกรธไหมครับ ถ้าจะบอกว่า ผมคิดว่าผมชอบลูกสาวคุณพ่อ”

ชายศักดิ์โยนกลองไปทางสดศรี สดศรีพูดอย่างเมตตาว่าตนให้โอกาสคนเสมอ โดยเฉพาะคนที่เนื้อแท้ใฝ่ดีอย่างเขา อดเหน็บคนข้างๆไม่ได้ว่า “ที่ผ่านมาอาจจะหลงผิดไปบ้าง เพราะมี...พ่อแย่ แม่ไม่ดี”

แต่สุดท้าย สดศรีก็ให้ณดาเป็นคนตัดสินใจเอง ณดาพูดอย่างสุขุมว่า

“เอาเป็นว่า...ระหว่างคุณกับฉัน เรามาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่แล้วกัน คุณรอได้ไหม

“ขนาดตายผมยังตายแทนคุณได้ แล้วจะกลัวอะไรกับรอ”

“นั่นสินะ...อย่างมากก็แค่รอจนตายเนอะลูกเนอะ” ชายศักดิ์พูดขำๆ

“โห...คุณพ่อ” ศักดิ์ชายครวญ ทุกคนเลยหัวเราะกันอย่างมีความสุข

ooooooo

ส่วนต๋องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล มีกิมลั้งเฝ้าตลอดเวลา เมื่อลืมตาขึ้นเห็นกิมลั้งนั่งอยู่ ต๋องดีใจมาก กิมฮวยถามว่าเป็นยังไงบ้าง ต๋องตอบติดตลกว่าเหมือนตายแล้วเกิดใหม่

กิมฮวยขอบใจที่ต๋องโดดน้ำไปช่วยตนทั้งที่ตัวเองบาดเจ็บ ต๋องทำหน้าตายถามว่าตนทำขนาดนี้ได้แค่คำขอบใจเหรอ

กิมฮวยรู้แกวแต่แกล้งโกรธถามว่า “ไอ้ต๋อง ตกลงลื้อจะเอายังไง”

ต๋องบอกว่าขอแค่หัวใจกิมฮวยมาก็พอ กิมฮวยทำหน้าเข้มบอกว่าหัวใจตนแพง ถ้าอยากได้ก็ต้องเอาทองมาแลก ขู่ว่า

“ถ้าลื้อไม่ให้ความสำคัญก็เท่ากับลื้อไม่เห็นว่าอากิมลั้งมีคุณค่า มีราคาเหมือนทอง”

ต๋องโอดครวญว่าแบบนี้เมื่อวานน่าจะให้ตนตายไปเลยดีกว่าช่วยขึ้นมาแล้วฆ่าตอนนี้ เพราะตนไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอก กิมฮวยด่าว่าโง่จริงๆ ต๋องเถียงว่าตนไม่ได้โง่ แต่ไม่มีเงินมากพอกับความต้องการของกิมฮวยต่างหาก

“อ้าว...ลืมเรื่องทรัพย์ในดินของลื้อไปแล้วรึไง เห็นว่าลื้อไปเช่าที่ยายยิ้มทำนากลางกรุงไม่ใช่เหรอ”

“แล้วมันเกี่ยวอะไรด้วย” เคี้ยงฟังแล้วงง

“เอ้า...ก็ถ้าอาต๋องอีทำให้ที่ดินนั่นกลายเป็นสีทองเพราะรวงข้าวที่งอกงามได้ อั๊วก็จะยกอากิมลั้งให้ทันที เพราะถือว่าอีมีของมงคลให้ลูกสาวอั๊วแล้ว”

ทุกคนเฮขึ้นพร้อมกัน ต๋องเองก็แทบจะลุกขึ้นมาเฮกับเขาด้วย

ooooooo

แต่นั้นมา...ตลาดร่วมใจเกื้อที่มีป้ายใหม่สวยงาม บรรยากาศภายในตลาด สว่างไสว สะอาด พ่อค้าแม่ขาย หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสทั้งต่อคนกันเองและลูกค้า ทุกคนสวมหัวใจบริการ ทำให้ทุกคนเข้ามาในตลาดแล้วทั้งได้ของถูก ของดี และสบายใจ ต๋องที่เฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงอยู่ พูดอย่างมีความสุขว่า

“นับแต่นั้นเป็นต้นมา ตลาดร่วมใจเกื้อก็อบอวลไปด้วยความสงบสุข ทุกๆวันความรักรูปแบบต่างๆก็ยังคงเกิดขึ้นในตลาดสดแห่งนี้...จนวินาทีนี้...ความรักที่ว่าก็ยังเกิดอยู่ และจะเกิดต่อไปอย่างไม่หยุดพัก...”

แม้ว่าท้องทุ่งที่ต๋องทำนายังไม่กลายเป็นสีทอง แต่ด้วยความรักที่มีต่อต๋องและกิมลั้งที่ทำเพื่อชาวตลาดตลอดมาจนตลาดรุ่งเรือง ทุกคนจึงลุ้นให้ทั้งคู่ได้ลงเอยกันอย่างมีความสุข

วันนี้ กิมลัั้งซื้อโอเลี้ยงร้านอาโกมาถุงหนึ่ง ต๋อง หยิบอีกหลอดเสียบเข้าไปในถุง แล้วดูดโอเลี้ยงหวานชื่นใจด้วยกัน

แต่พอโอเลี้ยงหมด กิมลั้งเห็นแหวนวงหนึ่งอยู่ในถุง ต๋องหยิบแหวนออกมาคุกเข่าสวมแหวนให้กิมลั้ง ชมพู่กับคิตตี้เหมือนคอยท่าอยู่ พากันเข้ามาสวมมงกุฎดอกไม้ให้ทั้งคู่ แล้วจูงออกไปนอกร้านอาโก

ที่นอกร้าน...วงดนตรีร่วมใจเกื้อที่ต๋องกับเลื่อนและรักเร่ก่อตั้งขึ้นก็บรรเลงเพลงหวานแหวว ท่ามกลางเสียงเพลงนั้น ชาวตลาดทั้งหมดก็พากันออกมาแสดงความยินดีกับทั้งคู่

สุดท้ายคือกิมฮวยซึ่งบัดนี้ยอมรับต๋องได้อย่างไม่มีข้อแม้ใดๆเลย...

ooooooo

– อวสาน –

รักเกิดในตลาดสด ตอนที่ 13

อ่านเรื่องย่อ
นิยายไทยรัฐ
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement