ละอองดาว ตอนที่ 8 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ละอองดาว ตอนที่ 8


22 ต.ค. 2560 10:17
672,344 ครั้ง

ละคร นิยาย ละอองดาว

ละอองดาว ตอนที่ 8

อ่านเรื่องย่อ

ละอองดาว

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

พนมเทียน

บทโทรทัศน์โดย:

คุณชาย และ สรรพชัย เกิดอุทัย

กำกับการแสดงโดย:

ชัชวาลย์ คล้องช้าง

ผลิตโดย:

บริษัท เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ทิสานาฏ ศรศึก, อรรคพันธ์ นะมาตร์

เช้าวันนี้ละอองดาวเตรียมตัวไปทำงานที่วังนพดลโดยมีรถจากวังมารอรับ แต่กรกฎยังสั่งให้สวัสดิ์ขับรถของบ้านเบ็ญจรงค์ตามไปด้วย พอตกเย็นเลิกงานก็ให้ขับประกบรถของวังกลับมา ละอองดาวห้ามก็ไม่ฟัง บอกว่าเป็นคำสั่งของกรกฎ

ผ่านไปสามวันละอองดาวอึดอัดจนทนไม่ไหว บ่นให้ชวนชมฟังอย่างหงุดหงิดว่ากรกฎทำราวกับตนเป็นนักโทษ

“คุณกรกฎเธอทำตามหน้าที่พี่ชาย คุณดาวไม่ชอบก็อย่าไปสนใจเลยค่ะ”

“ยังไงน้าชวนก็เข้าข้างคุณหนูกรกฎของน้าชวนอยู่ดี ฉันพูดไปก็เท่านั้น”

ละอองดาวหน้าตูมเดินหนีไป แล้วคืนนั้นเธอตัดสินใจโทรศัพท์หากรกฎที่อยู่อีกตึก เพียงได้ยินเสียงน้องสาวคนสวย กรกฎทักออกไปทันที

“นึกแล้วว่าต้องโทร.มา”

“เมื่อไหร่คุณถึงจะหยุดสั่งให้คนขับรถมารอคอยรับส่งเสียที มันเปลืองเวลา ยกเว้นว่าคุณจะตั้งใจทำเพื่อวัตถุประสงค์อะไรบางอย่าง”

“ก็ไม่มีจุดประสงค์อะไร พี่แค่ทำตามหน้าที่”

“หน้าที่อะไร ดิฉันไม่เข้าใจ”

“ก็หน้าที่พี่ชายของเธอไงล่ะ เธอเป็นลูกสาวด็อกเตอร์ไกร เบ็ญจรงค์ น้องสาวพี่ ก็ควรมีอะไรให้สมฐานะหน่อย”

“แต่ดิฉันไม่เคยไปกับรถที่คุณส่งมาเลย”

“ก็ไม่สำคัญนี่ นั่นเป็นสิทธิ์ของเธอ และพี่ก็ไม่ได้บังคับ เพียงแต่ในฐานะน้องสาวพี่ เธอต้องมีสิ่งเหล่านี้ และสังคมทั่วไปก็ควรรู้ไว้เสียด้วย เธอจะไม่ใช้มันก็แล้วไป”

“แต่ดิฉันรำคาญและเกรงจะเป็นที่รำคาญไปถึงสายตาคนอื่นด้วย”

“ทุกคนมีหน้าที่คนละอย่าง เธอมีของเธอ พี่มีของพี่ เธอรำคาญก็อย่าไปสนใจมัน สิ่งที่พี่ทำนี่ก็ไม่ผิดกฎหมายหรือศีลธรรมอะไร”

“คนทั่วไปอาจจะเห็นว่าเป็นเรื่องบ้าน่ะสิ”

“คนบ้าด้วยกันยังกล่าวว่าอีกฝ่ายหนึ่งบ้าได้ พี่ไม่กังวลเรื่องนี้หรอก”

ละอองดาวไม่รู้จะพูดยังไงอีก วางสายอย่างไม่สบอารมณ์ แต่กรกฎยิ้มกริ่ม สั่งยอดรักไปตามสวัสดิ์มาพบตนเดี๋ยวนี้

ooooooo

ค่ำคืนเดียวกัน ผดาชไมและรุ้งเพชรมีนัดกินข้าวกับคำอินทร์ที่ร้านแห่งหนึ่ง รสชาติอาหารอร่อยถูกปากเสียจนสองสาวกล่าวชมคำอินทร์ซึ่งเป็นคนเลือกร้านนี้ว่ารสนิยมดีมาก

คำอินทร์พอใจในคำชมแต่แสร้งถ่อมตัว “ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ผมเองมันคนจำพวกเรื่องมากเรื่องอาหารการกิน ผมเกิดและโตมาในเขตรั้วเขตวัง เคยกินแต่ของประณีตพิถีพิถันจนติดเป็นนิสัย เสด็จย่าท่านก็ตามใจจนเคยตัว”

“เสด็จย่าท่านทรงเกษมสำราญดีหรือคะเจ้า”

“ก็มีเจ็บออดๆแอดๆบ้างนั่นล่ะ ตามประสาคนแก่แล้ว ผมเองพักหลังก็ไม่ได้เข้าเฝ้าบ่อยนัก ดีที่ตอนนี้ท่านมีคนถูกใจมาคอยดูแล”

“ได้พยาบาลจากไหนเหรอคะ”

“ไม่ใช่พยาบาลหรอก แต่เป็นผู้หญิงท่าทางฉลาดเอาอกเอาใจเก่งจนท่านโปรดเอามากๆทีเดียว ชื่อก็ฟังแปลกหูด้วยนะ...ละอองดาว”

สองสาวคาดไม่ถึง มองหน้ากันไปมาก่อนที่ผดาชไม จะถามหยั่งเชิงว่า

“เจ้ากับคุณละอองดาวคงสนิทสนมกันดีสินะ”

“สนิทสนมยังไงก็ไม่เท่ากับคุณสองคนหรอก แล้วจะไปสนิทมากก็ไม่ได้ ดูท่าทางพี่ชายเขาหวงน้องสาวน่าดู ผมเคยแค่ไปส่งที่บ้าน โอ้โฮ! โกรธผมเกือบตาย”

ผดาชไมโกรธกำมือแน่น รุ้งเพชรแอบจับมือเพื่อนเตือนให้ควบคุมอารมณ์ แต่คำอินทร์ก็ยังอุตส่าห์สังเกตเห็นถึงความผิดปกติทางสีหน้า

“คุณดาเป็นอะไรรึเปล่าครับ ดูไม่ค่อยสบาย”

“ดาคงจะไข้ขึ้นน่ะค่ะ เห็นวันนี้บ่นๆว่าครั่นเนื้อครั่นตัว เดี๋ยวกลับบ้านคงต้องทานยาดักเอาไว้ก่อน” รุ้งเพชร ออกตัวแทนเพื่อน

“งั้นเรารีบรับประทานกันดีกว่าครับ จะได้รีบพาคุณดากลับบ้าน”

ooooooo

รุ่งเช้ารถจากวังนพดลมาจอดรอละอองดาวหน้าตึกเฉกเช่นทุกวัน...สวัสดิ์เองก็เช่นกัน ยังคงทำตามคำสั่งของกรกฎอย่างเคร่งครัด แต่ละอองดาวเห็นแล้วหน่ายใจ พูดกับสวัสดิ์ขณะลงจากรถตรงหน้าวังนพดลว่า

“เอาเถอะนายสวัสดิ์ อยากจะทำอะไรกันก็เชิญตามสบาย ฉันไม่สนใจหรอก เพราะยังไงฉันก็ไม่ใช่คนจ่ายค่าน้ำมันให้เธอ ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรอยู่แล้ว”

สวัสดิ์ยิ้มเจื่อน...เสด็จพระองค์หญิงฯยืนมองมาจากหน้าต่างอย่างคลางแคลงใจ เมื่อละอองดาวเข้ามาทำความเคารพและพร้อมจะถวายงาน จึงพูดเรื่องนี้ขึ้นก่อน

“ทำไมไม่บอกคนรถที่บ้านเธอว่าไม่ต้องมาคอยรับก็ได้ เสียเวลาเปล่าๆ ที่นี่มีรถรับส่งเธออยู่แล้ว”

“หม่อมฉันบอกเขาหลายครั้งแล้วเพคะ แต่เขายังมารอรับส่งทุกวัน หม่อมฉันเองก็ไม่เคยไปกับรถที่บ้านสักที”

“เอ๊ะ ยังไงกัน เธอพูดกับคนขับไม่รู้เรื่องงั้นหรือ”

“คนขับรู้เรื่องดีเพคะ แต่คนออกคำสั่งไม่ค่อยจะรู้เรื่อง”

“ใครกัน คนออกคำสั่ง”

“ท่านเจ้าของบ้าน...คุณกรกฎเพคะ”

“อ๋อ ฉันพอจะรู้แล้ว งั้นเธอก็ไปมากับรถที่บ้านก็แล้วกัน อย่าไปขัดใจเขาเลย”

“หม่อมฉันไม่ต้องการเพคะ ไม่ต้องการให้เขามาเอาใจใส่กับหม่อมฉันมากนัก”

“ถามจริงๆเถอะ อย่าปิดฉันเลยนะ พี่น้องคู่นี้ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ สงสัยมานานแล้ว”

“หามิได้เพคะ ไม่มีอะไรหรอกเพคะ” ตอบเสร็จละอองดาวก้มหน้าซ่อนพิรุธ

เสด็จพระองค์หญิงฯไม่เชื่อ แต่ไม่คาดคั้น

ooooooo

ตั้งแต่ละอองดาวไปทำงานที่วังนพดล กรกฎเก็บตัวอยู่บ้านไม่ออกเที่ยวเตร่เหมือนแต่ก่อน คอยสอดส่องความเป็นไปของน้องสาวคนสวย แถมยังส่งคนขับรถติดตามทั้งไปและกลับ

ด้วยความรำคาญและอึดอัดเต็มที คืนนี้ละอองดาวจงใจกลับบ้านผิดเวลาโดยอยู่รับประทานอาหารมื้อค่ำกับเสด็จพระองค์หญิงฯ กรกฎคิดมากต่างๆนานา กลัวจะมีชายหนุ่มพาเธอไปเที่ยว โดยเฉพาะเจ้าคำอินทร์ที่เคยอาสามาส่งกันถึงบ้าน

เมื่อผิดเวลาไปมาก กรกฎโทร.ไปที่วังนพดลและรู้จากอุ่นเรือนว่าละอองดาวยังไม่กลับ กำลังร่วมโต๊ะเสวยกับเสด็จพระองค์หญิงฯ ชายหนุ่มเกรงใจรีบตัดบทแล้ววางสาย แต่ผ่านไปสักพักก็ร้อนใจโทร.ไปอีก

เพียงได้ยินเสด็จพระองค์หญิงฯแนะนำตัว กรกฎตกใจพูดไม่ออก ท่านย้ำว่าจะส่งน้องสาวเขาถึงบ้านไม่เกินสามทุ่ม คงไม่มีปัญหาใช่หรือไม่

“ไม่...กระหม่อม”

“หรือถ้าคุณว่าง ฉันก็ขอเรียนเชิญคุณมารับประทานอาหารค่ำด้วยกันเสียเลยก็ได้นะ ฉันยังไม่เห็นคุณอีกเลยตั้งแต่เจอกันวันนั้น”

“เป็นพระกรุณา แต่กระหม่อมไม่อาจไปเฝ้าได้ขณะนี้ และไม่คิดว่าจะโทร.มารบกวนเบื้องพระบาทขณะเสวย”

“ไม่เป็นไรหรอกคุณ คุยกันสนุกๆ แม้ทางโทรศัพท์ก็ช่วยให้ฉันเจริญอาหารได้เหมือนกัน ว่าแต่คุณจะไม่มาเยี่ยมฉันบ้างรึ”

“ต้องไปกราบพระบาทเยี่ยมเยียนแน่นอนภายในเร็ววันนี้ และขอทูลลาเพียงเท่านี้”

กรกฎรีบร้อนวางสายด้วยความเกรงใจ เสด็จพระองค์หญิงฯแย้มสรวล รับสั่งกับละอองดาวว่า

“จะหาพี่ชายให้ได้อย่างนี้ยากนะละอองดาว”

“ทำไมเหรอเพคะ”

“ก็เขาคอยเป็นห่วงดูแลเธอทุกฝีก้าวน่ะสิ ค่ำหน่อยก็โทรศัพท์มาเช็กทุกที จะว่าไปเขาเป็นคนหนุ่มหน้าตาเข้าทีมาก แต่ก็ดูเชื่อมั่นในตัวเองมากไปหน่อยนะ แหม...อยากจะคุยต่ออีกสักหน่อย แต่เขาดันตกใจรีบขอวางสายไปซะนี่”

“คงจะเข็ดไปอีกนานเพคะ”

“ฉันสังเกตดูเธอไม่ค่อยสนิทสนมกับพี่ชายเหรอ”

“เพคะ เราไม่ได้ใกล้ชิดกันมาก่อนเพคะ เจอกันตอนเด็กแล้วก็แยกไปเรียนคนละทิศละทาง เพิ่งมาเจอกันอีกทีตอนโต หลังจากคุณพ่อเสียเขาก็กลับมาจากเมืองนอกเพคะ”

“แปลกจริง แล้วในสายตาเธอ เขาเป็นคนยังไงเหรอ”

ละอองดาวยิ้มกลบเกลื่อนซ่อนความรู้สึก บอกว่าเขาเป็นคนดีมาก เป็นเจ้าบ้านที่ดี และวางตัวในฐานะพี่ชายที่ดี

“อย่าว่าฉันละลาบละล้วงเลยนะ คิดซะว่าฉันเพียงสนใจเธอมากเท่านั้น คุณพ่อเธอน่ะขณะถึงแก่กรรมมีทายาทโดยธรรมเพียงเธอกับกรกฎใช่ไหม”

“คุณกรกฎเป็นทายาทโดยธรรมเพียงคนเดียวเพคะ หม่อมฉันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง”

“อ้าว! ยังไงกัน ก็เธอเป็นลูกบุญธรรมของด็อกเตอร์ไกรไม่ใช่เหรอ”

“หม่อมฉันเป็นแต่เพียงลูกเลี้ยงเพคะ ไม่ใช่ลูกบุญธรรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย”

“โถ...ละอองดาว” เสด็จพระองค์หญิงฯรับสั่งเสียงแผ่ว...เวทนาละอองดาว

ooooooo

ใกล้กำหนดเวลาสามทุ่ม กรกฎนั่งกระสับกระส่ายรอคอยการกลับมาของละอองดาวอย่างใจจดใจจ่อ

เสียงโทรศัพท์ในบ้านดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ เขาลุกไปรับแล้วต้องชะงักกับน้ำเสียงตัดพ้อต่อว่าของคู่รัก

“กฎขา...นี่ถ้าดาไม่โทร.มา กฎก็คงไม่คิดจะโทร.หาดาเลยใช่ไหมคะเนี่ย ดูเถอะ ไม่มีคิดถึงกันบ้างเลย”

“ก็ฉันเห็นเธอวุ่นอยู่กับงานเลยไม่อยากรบกวน”

“ดาคิดถึงกฎจะแย่แล้วค่ะ ยังไงคืนนี้กฎต้องออกมาหาดานะคะ”

“เธอเพิ่งจะเลิกงาน ไม่เหนื่อยบ้างเหรอ”

“ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ หรือถ้าเหนื่อยก็คงเทียบความคิดถึงที่ดามีให้กฎไม่ได้หรอกค่ะ”

“เธอไม่เหนื่อยแต่ฉันเหนื่อย วันนี้ฉันไม่ค่อยสบาย ไว้วันอื่นเถอะ”

“เอ๊ะ! กฎนี่ยังไงกัน เป็นคู่รักประสาอะไรคะ ไม่อยากจะเจอหน้าดาใช่ไหมถึงได้ปฏิเสธอย่างนี้”

“ถ้าเธอจะเข้าใจอย่างนั้นก็แล้วแต่เธอเถอะราตรีสวัสดิ์นะดา”

กรกฎวางสายหน้าตาเฉย ปล่อยให้ผดาชไมโกรธแทบเต้น...

รถจากวังนพดลเข้ามาจอดหน้าตึกในเวลาสามทุ่มตรง โดยมีรถที่สวัสดิ์ขับตามมา กรกฎยืนมองจากตึกตัวเอง อยากไปเจอละอองดาวแต่ไม่กล้า ได้แต่เรียกสวัสดิ์มาซักถามความเคลื่อนไหวของละอองดาว ครั้นรู้ว่าไม่มีชายใดมาข้องแวะก็สบายใจ

ooooooo

เช้าวันถัดมา รุ้งเพชรพาผดาชไมไปพบพ่อเลี้ยงพูนสวัสดิ์เจ้าของห้างแผ่นเสียง พูดคุยกันเรื่องสัญญาจ้างที่พ่อเลี้ยงจะรับผดาชไมเป็นนักร้องในสังกัด

“นี่เป็นรายละเอียดแล้วก็ค่าตอบแทนทั้งหมดที่คุณผดาชไมจะได้รับกรณีที่เราได้ร่วมงานกันครับ ตามที่คุยกันไว้ก่อนหน้านี้”
ผดาชไมตาลุกวาว หยิบเอกสารขึ้นมาอ่านสลับมองหน้ารุ้งเพชรอย่างมีเลศนัย

“ก็ดีนะคะ ดีกว่าห้างอื่นที่เสนอเข้ามา”

“ใช่แต่เท่านี้หรอกครับ ผมยังมีค่าตอบแทนอื่นให้อีกนอกเหนือจากที่ระบุในสัญญา ถ้าคุณได้ร่วมงานกับผม รับรองไม่อั้นครับ”

“แหม...ดาเกรงใจจังเลย ยังจะมีอะไรอย่างอื่นให้ดาอีกหรือคะ เท่านี้ก็มากพอแล้ว”

“สำหรับคนพิเศษๆอย่างคุณดา ผมจะจัดให้น้อยหน้ากว่าคนอื่นได้ยังไงล่ะครับ” พ่อเลี้ยงปากหวาน ส่งสายตากรุ้มกริ่ม ผดาชไมเองก็ยิ้มโปรยเสน่ห์เต็มที่...

ละอองดาวไปทำงานตามปกติ ใกล้เที่ยงธัชชัยโทร.มาชวนกินข้าว อ้างว่ามีธุระแถววังนพดลพอดี แต่ต้องผิดหวังเพราะโดนเธอปฏิเสธอย่างนุ่มนวล

ถัดมาอีกครู่ เจ้าคำอินทร์มาชวนละอองดาวกินข้าวกลางวัน หญิงสาวปฏิเสธด้วยเหตุผลเดียวกับที่บอกธัชชัยว่าตนต้องทำงาน เจ้าคำอินทร์เสียฟอร์มแต่ยังไม่ยอมถอยอยู่รอจนกระทั่งถึงเวลาเลิกงานแล้วอาสาขับรถไปส่งเธอถึงบ้าน

แต่ขณะที่เจ้าคำอินทร์ขับรถออกจากบ้านเบ็ญจรงค์ สวนกับรถของกรกฎพอดี เท่านั้นเองเป็นเรื่องทันที กรกฎไม่พอใจปึงปังไปถามละอองดาวว่าเจ้าคำอินทร์มาทำอะไรที่นี่

“ไม่มีอะไรนี่คะ เจ้าก็มาส่งดิฉันกลับบ้านหลังจากเลิกงาน ก็เท่านั้น”

“หมายความว่าเธอนั่งรถมากับเจ้าคำอินทร์นั่นน่ะหรือ”

“ไม่เหมาะสมตรงไหนรึเปล่าคะ ดิฉันก็ไม่คิดว่าผิดแปลกตรงไหน”

“แต่ปกติเธอมากับรถของวังนพดล”

“รถวังเสียค่ะ และดิฉันก็ไม่เห็นจะเป็นเรื่องร้ายแรงอะไรที่จะเลือกกลับกับใคร”

“แล้วรถสวัสดิ์ก็มี ทำไมไม่ใช้”

“ดิฉันเคยบอกกี่ครั้งแล้วว่าไม่ขอใช้ มีแต่คุณนั่นแหละที่ยืนกระต่ายขาเดียวอยู่ได้”

“แต่พี่เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าพี่ไม่ไว้ใจไอ้เจ้าคำอินทร์คำเอ๋งนั่น เป็นผู้หญิงก็หัดรักนวลสงวนตัวบ้าง”

ละอองดาวหน้าบึ้งไม่พอใจ ติงเสียงเรียบว่า “กรุณาให้เกียรติดิฉันด้วยค่ะ”

“เธอมีเกียรติ มีความถือตนอยู่แล้วละอองดาว ฉะนั้นใช้มันให้ถูกให้ควรเสียด้วย...พี่รู้ว่าเธอจะไม่ทำให้ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลเราต้องเสื่อมเสียแน่นอน”

“ทำไมคุณกรกฎต้องเอาเรื่องชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลมาอ้างด้วย ในเมื่อดิฉันก็เป็นเพียงลูกเลี้ยงที่มีศักดิ์ศรีจอมปลอมเท่านั้น”

“แต่เธอเป็นน้องสาวของพี่ น้องสาวที่พี่จะห่วงใย ดูแลเธอในฐานะพี่ชาย แต่เธอช่างมองไม่เห็นความหวังดีของพี่เลย” กรกฎพูดด้วยความน้อยใจแล้วหันหลังกลับออกไปทันที

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ละอองดาวแปลกใจที่ไม่เห็นสวัสดิ์เหมือน ทุกวัน แต่ไม่คิดจะถามใคร จนกระทั่งตกเย็นกลับมารู้เรื่องจากชวนชมก็รีบไปต่อว่ากรกฎที่ไล่สวัสดิ์ออกจากงาน

“ก็ในเมื่อสวัสดิ์ไม่สามารถทำตามคำสั่งพี่ได้ ปล่อยให้เธอนั่งรถมากับเจ้าคำอินทร์ ก็สมควรจะถูกให้ออก”

“คนใจร้าย บ้าอำนาจ ไม่คิดบ้างรึไงว่าสวัสดิ์เป็นคนเก่าคนแก่ เขาก็มีครอบครัว มีลูกมีเมียที่ต้องดูแลทำแบบนี้ครอบครัวเขาก็เดือดร้อนไปหมดน่ะสิ”

“นั่นสินะ เขาก็ไม่น่าเดือดร้อนหรอก ถ้าเพียงแต่เธอให้ความร่วมมือ แค่เธอไม่ไปและกลับรถของบ้านเบ็ญจรงค์ แต่ใช้รถของวังนพดลพี่ก็พอจะยอมรับได้ แต่ต้องไม่ใช่รถเจ้าคำอินทร์นั่น”

“ถ้าอย่างนั้นขอบอกให้คุณทราบไว้เลยนะว่าฉันจะไม่ได้นั่งรถของเจ้าอีกแล้ว เพราะเสด็จท่านก็ไม่โปรด ...คุณพอใจแล้วใช่ไหม งั้นขอให้คุณไปนำสวัสดิ์กลับมาทำงานเหมือนเดิม”

สองคนจ้องตากันเขม็ง ต่างคิดจะเอาชนะ ไม่อ่อนข้อให้กัน ชวนชมกับยอดรักเห็นแล้วไม่สบายใจ

แต่แล้ววันถัดมาสวัสดิ์ก็ได้กลับมาทำงานเหมือนเดิม ละอองดาวพอใจ ยอมนั่งรถสวัสดิ์ไปทำงานเป็นครั้งแรก...

เมื่อใกล้ถึงวันพระราชทานเพลิงศพด็อกเตอร์ไกร กรกฎนำพวงมาลัยไปกราบศพท่านอีกครั้ง

“คุณพ่อครับ มะรืนนี้แล้วที่ผมจะส่งวิญญาณของคุณพ่อขึ้นสู่สวรรค์ หวังว่าชาติหน้าเราจะได้เกิดมาเป็นพ่อลูกกันอีกนะครับ ชาตินี้ผมเหมือนมีกรรม เป็นลูกก็เป็นลูกที่ไม่รักดี คุณพ่ออุตส่าห์รักและห่วงใยหาผู้ที่เหมาะสมมาให้คอยดูแลผม เป็นคู่ชีวิตของผม แต่ผมก็ผลักไสความหวังดีนั้นทิ้งเสียเอง บัดนี้ผมกำลังชดใช้กรรมที่ไม่เชื่อฟังคำสั่งของคุณพ่ออยู่ ขอคุณพ่อช่วยเป็นกำลังใจให้ลูกเลวๆคนนี้ด้วย”

กราบเสร็จเขาลุกขึ้นจะออกจากห้องนั้น เห็นละอองดาวยืนอยู่ไม่ห่างก็ชะงักหน้าเจื่อน

“เธอมานานแล้วเหรอ”

“สักครู่ค่ะ”

“งั้นเธอก็...” กรกฎไม่กล้าพูด แต่เชื่อว่าละอองดาวได้ยินที่เขาพูดเมื่อสักครู่ แต่หญิงสาวทำไม่รู้ไม่ชี้ เดินเอาพวงมาลัยไปกราบศพพ่อเลี้ยง เสร็จแล้วจะกลับออกไป แต่กรกฎจับมือเธอไว้ อยากรู้ว่าพูดอะไรกับพ่อ

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ อย่ากังวลเลย แค่ดิฉันบอกว่าดีใจอย่างสุดซึ้งที่ได้มีโอกาสอยู่ภายใต้การดูแลของท่าน แม้จะไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่ท่านก็ให้ความเมตตาอย่างสูง เสียใจอยู่นิดเดียวที่ดิฉันไม่สามารถสนองตอบ ความตั้งใจดีสุดท้ายของท่านได้...ก็เท่านั้น”

ละอองดาวปลดมือตัวเองออกแล้วเดินจากไป ทิ้งให้กรกฎยืนนิ่งหน้าชา เสียใจต่อการกระทำของตัวเองที่เป็นฝ่ายผลักไสเธอแต่แรก

ooooooo

งานฌาปนกิจศพด็อกเตอร์ไกรมีแขกเหรื่อมาจำนวนมาก กรกฎกับละอองดาวในฐานะลูกทำหน้าที่ต้อนรับแขกโดยมีอรรถวาทีช่วยแนะนำตัว

ผดาชไมอยากโดดเด่นในฐานะคู่รักของกรกฎ แต่โดนอรรถวาทีกีดกันขัดขวางจนเธอหมดความสำคัญ บ่นกับเพื่อนสาวที่มาด้วยกันด้วยความโมโห ยิ่งเมื่อเห็นกรกฎเอาใจใส่ละอองดาวก็แทบทนไม่ได้ ทำท่าจะไปเล่นงานละอองดาว เพื่อนๆต้องช่วยกันฉุดรั้งเพราะกลัวจะมีเรื่อง

ธัชชัยเองก็รู้สึกได้ว่ากรกฎเอาใจละอองดาวเกินไป อดติงไม่ได้ว่าเขาควรจะดูแลผดาชไมบ้าง แต่กรกฎ กลับพูดจาเหมือนไม่แคร์คู่รักว่า อยู่ห่างกันบ้างก็ดี

“แกนี่พูดแปลกๆ”

“ไม่รู้สิ บางทีฉันก็เบื่อ เบื่อดา เบื่อไปหมด”

“เบื่ออะไรก็เบื่อได้ แต่เบื่อคนรักนี่มันเรื่องใหญ่นะเว้ยเจ้ากฎ มีอะไรขุ่นข้องหมองใจก็ปรับความเข้าใจกันซะ แกรักคุณผดามากไม่ใช่หรือ”

กรกฎนิ่งอึ้งตอบไม่ได้ เฉไฉเปลี่ยนเรื่องคุยไปเลย...

หลังงานฌาปนกิจศพด็อกเตอร์ไกร...ละอองดาวเลิกแต่งดำไว้ทุกข์อย่างที่ทำมาตลอดหนึ่งปี หันมาแต่งตัวแต่งหน้าจนดูสดชื่น ผุดผาด ชวนมองมากยิ่งขึ้น

“วันนี้คุณดาวสวยเหลือเกิน นี่น้าไม่ได้เห็นคุณดาวแต่งชุดที่มีสีสันแบบนี้นานมากเลยนะคะ”

“ปากหวานนะคะน้าชวน แกล้งชมดาวหรือเปล่า”

“น้าพูดจริงๆ นี่ถ้าคุณกฎเห็นนะ เธอต้องตะลึง แน่ๆ”

พูดไม่ทันขาดคำ กรกฎเดินเข้ามายืนตะลึงมองละอองดาวตาไม่กะพริบ

“จะไปทำงานแล้วเหรอ ให้พี่ไปส่งนะ พอดีพี่ว่าจะไปธุระแถววังนพดลน่ะ”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ลำบากคุณกรกฎเปล่าๆ”

“ลำบากที่ไหนกัน พี่ก็เพิ่งบอกหยกๆว่าจะไปธุระแถวนั้น”

เสียงรถยนต์ของวังนพดลแล่นเข้ามาจอดที่หน้าตึก ละอองดาวได้โอกาสบอกลาแล้วเดินออกไปกรกฎผิดหวัง บ่นไล่หลังอย่างหงุดหงิดใจว่า “หยิ่ง! อวดดีไม่เคยเปลี่ยน”

เมื่อถึงวังนพดล ละอองดาวได้รับคำชมจากเสด็จพระองค์หญิงฯมากมายจนรู้สึกเขินอาย

“ออกทุกข์แล้ว...วันนี้เธอสวยน่ารักจริงๆฉันอยากจะบอกเธอมาตั้งนานแล้วว่าฉันไม่ชอบสีดำ เพราะมันทำให้ฉันอดนึกถึงเรื่องทุกข์ใจในอดีตไม่ได้ แต่วันนี้เธอทำให้ฉันแจ่มใส ใจเป็นสุขมาก รู้ตัวไหมละอองดาวว่าเธอเป็นคนสวย ไม่ว่าจะมองผาดหรือมองพิศ ก็งามจับตา”

“หม่อมฉันทำอะไรไม่ถูกแล้วเพคะ อายเหลือเกิน”

“นี่เธอไว้ทุกข์มานานเท่าไหร่”

“ครบปีเต็มเพคะ”

“นานมากนะ ที่จริงคนไทยเขาไว้กันแค่ร้อยวันก็พอแล้ว”

“นี่เป็นหนทางเดียวที่หม่อมฉันจะแสดงความกตัญญูบูชาแก่ผู้มีพระคุณที่ชุบเลี้ยงหม่อมฉันมาได้เพคะ”

“เธอเป็นเด็กดี คงตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้...ว่าแต่เช้านี้เธอได้พบพี่ชายเธอหรือยัง”

“พบแล้วเพคะ”

“เขาคงตะลึงไปเลยสินะ เขาคงเสียดายที่ปฏิเสธการแต่งงานกับเธอ นับเป็นเรื่องโง่ของผู้ชายที่ผลักไสผู้หญิงที่เพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติและคุณสมบัติ”

ละอองดาวก้มหน้านิ่ง ไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement