ละอองดาว ตอนที่ 6 นิยายไทยรัฐ
วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ละอองดาว ตอนที่ 6


11 พ.ย. 2560 07:10
1,248,838 ครั้ง

ละคร นิยาย ละอองดาว

ละอองดาว ตอนที่ 6

อ่านเรื่องย่อ

ละอองดาว

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

พนมเทียน

บทโทรทัศน์โดย:

คุณชาย และ สรรพชัย เกิดอุทัย

กำกับการแสดงโดย:

ชัชวาลย์ คล้องช้าง

ผลิตโดย:

บริษัท เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ทิสานาฏ ศรศึก, อรรคพันธ์ นะมาตร์

หลังรับโทรศัพท์จากคนที่วังนพดลแล้ว ละออง-ดาวรับปากจะไปเยี่ยมเยียนเสด็จพระองค์หญิงฯ ที่กำลังประชวร บ่นคิดถึงละอองดาวและเสียดายที่ไม่ได้เธอมาทำงานด้วย

ละอองดาวแต่งตัวออกจากบ้านในบ่ายนั้นด้วยรถแท็กซี่ โดยบอกชวนชมไว้ว่าจะออกไปธุระแล้วจะกลับก่อนค่ำ เมื่อได้พบเห็นเสด็จพระองค์หญิงฯ ละอองดาวรู้สึกสงสารหญิงชราที่เอาแต่นอนกอดรูปถ่ายชายผู้หนึ่ง ไม่ยอมแตะต้องอาหารที่อุ่นเรือนพยายามคะยั้นคะยอ

แต่พอละอองดาวพูดไม่กี่คำ ท่านยินยอมโดยดี แถมยังพูดคุยด้วยสีหน้าแช่มชื่น บอกเล่าเรื่องรูปถ่ายว่าเป็นลูกชายลูกเดียวที่จากตนไปเมื่อยี่สิบปีก่อน

ขณะที่ทั้งคู่กำลังคุยกันเพลิดเพลิน คำอินทร์ซึ่งเป็นหลานย่าของเสด็จพระองค์หญิงฯพรวดพราดเข้ามา จึงโดนท่านตำหนิหลายคำก่อนจะแนะนำให้รู้จักละอองดาว

คำอินทร์พึงพอใจรูปร่างหน้าตาของหญิงสาวประสาหนุ่มเจ้าชู้ อาสาขับรถไปส่งเมื่อเธอเตรียมตัวจะกลับ ละอองดาวเกรงใจเสด็จพระองค์หญิงฯ จึงมิได้ปฏิเสธออกไป

ขณะนั่งรถมาด้วยกัน คำอินทร์พยายามหว่านเสน่ห์พูดจาเกี้ยวละอองดาวเป็นระยะ ท่าทางยังไม่อยากพาเธอไปส่งบ้าน ขอแวะทำธุระที่โน่นที่นี่เรี่ยทางจนละอองดาวอึดอัดเหลือเกิน

ในช่วงเวลาที่คำอินทร์ขอแวะเอาเสื้อผ้าที่ร้าน กรกฎจอดรถรอผดาชไมอยู่หน้าร้านเสริมสวย เหลือบเห็นละอองดาวนั่งรถผ่านไป ด้วยความอยากรู้เขาตัดสินใจขับรถติดตามไปจนกระทั่งเห็นชายหนุ่มลงจากรถเดินหายเข้าร้านเสื้อผ้าริมถนน

กรกฎทำท่าจะเข้าไปทักถามละอองดาว ก็พอดีคำอินทร์กลับออกมา จึงชะงักถอยกลับมาขึ้นรถขับตามทั้งคู่ไปจนกระทั่งถึงบ้านเบ็ญจรงค์ โดยไม่มีใครเห็น

รุ้งเพชรที่เฝ้ามองความรีบร้อนของกรกฎด้วยความสงสัย

ผดาชไมเสริมสวยเสร็จกลับออกมาไม่พบกรกฎก็โมโห ถามพนักงานในร้านได้คำตอบว่าเห็นเขารีบขับรถออกไปโดยไม่ได้บอกอะไรไว้...

กรกฎจอดรถซุ่มดูความเคลื่อนไหวของละอองดาวกับชายหนุ่มแปลกหน้า จนกระทั่งเห็นเขาเดินตามละอองดาวเข้าไปในตึก กรกฎสีหน้าบูดบึ้ง อารมณ์คุกรุ่น อยากรู้ว่าหมอนั่นเป็นใคร

ละอองดาวไม่ได้อยากเชื้อเชิญคำอินทร์สักนิด แต่เพราะเขาอิดออดไม่ยอมกลับ เธอจำต้องรักษามารยาทด้วยการเชิญเขาเข้ามาดื่มน้ำ โดยให้ชวนชมจัดหามาต้อนรับ

กรกฎเดินกระทืบเท้าเข้ามาในห้องรับแขก เป็นเวลาที่คำอินทร์กำลังขอตัวกลับ

“ละอองดาว!” น้ำเสียงกรกฎกระด้างดังจนคนถูกเรียกหันมองด้วยความตกใจ

ละอองดาวซ่อนความไม่พอใจ แนะนำคำอินทร์ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

“เจ้าคะ นี่ท่านเจ้าของบ้าน คุณกรกฎ เบ็ญจรงค์”

คำอินทร์ยิ้มเพียงนิด ก้มศีรษะเล็กน้อยทักทาย กรกฎตอบรับด้วยการทำเช่นเดียวกันแล้วหันมาตำหนิละอองดาว

“เธอแนะนำอย่างนี้ก็ไม่ถูกนะ ควรจะแนะนำให้เพื่อนชายเธอรู้จักว่านี่คือพี่ชายของเธอ”

ละอองดาวไม่พอใจอย่างแรง ขณะที่ชวนชมอึ้ง คาดไม่ถึงในคำพูดสนิทสนมที่กรกฎไม่เคยพูดแบบนี้มาก่อน...กรกฎยิ้มเยาะพอใจที่ทำให้ละอองดาวหน้าแดงด้วยความโกรธ

ooooooo

บรรยากาศภายในห้องรับแขกเงียบสงัดอึดอัดเป็นอันมาก คำอินทร์มองคนโน้นคนนี้อย่างงุนงง กรกฎปรับท่าทีและน้ำเสียงราวกับพี่ชายที่แสนดีถามไถ่น้องสาวว่า

“เธอยังไม่บอกพี่เลย วันนี้เธอไปไหนมา”

“ก็ไปธุระมานิดหน่อยค่ะ เยี่ยมเพื่อนๆ”

“ไปกับเจ้าคำอินทร์นี่น่ะเหรอ”

ละอองดาวตอบรับแล้วลุกขึ้นไปบอกคำอินทร์ให้รอสักสิบนาที ตนขอเปลี่ยนชุดก่อน กรกฎฉุนกึก ตวาดถามเสียงกร้าว

“นั่นเธอจะไปไหนอีก”

ละอองดาวเดินขึ้นชั้นบนหน้าตาเฉย กรกฎโมโหหันมองหน้าคำอินทร์สลับกับชวนชมก่อนตัดสินใจตามละอองดาวขึ้นไป แต่เคาะห้องร้องเรียกแล้วไม่มีเสียงตอบสนองใดๆทั้งสิ้น จึงเปิดประตูพรวดเข้าไปเลย

ละอองดาวนั่งอยู่หน้ากระจก หันขวับมามองเขาด้วยความไม่พอใจ “คุณควรให้ดิฉันอนุญาตเสียก่อนที่จะเปิดประตูเข้ามา”

“ผมขอโทษ แต่มันฉุกเฉินเกินกว่าจะคำนึงถึงมารยาท และโดยสิทธิ์ความเป็นพี่ชาย ตอบผมใหม่ซิ วันนี้คุณไปไหนมา”

“ดิฉันไปหาเพื่อน”

“ใคร และที่ไหน ลองเล่ามาให้ละเอียดซิ”

“คุณกรกฎคะ มันเรื่องอะไรไม่ทราบ ที่คุณมาสอบสวนเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของดิฉันราวกับว่าคุณเป็นคุณพ่อของดิฉัน”

“ก็เพราะคุณพ่อของคุณไม่มีแล้วน่ะสิ พี่ชายของคุณถึงต้องทำหน้าที่นี้แทน”

ละอองดาวกัดฟันเชิดหน้าพยายามเก็บอารมณ์ไว้ เหลือบมองกรกฎที่เดินพล่านอยู่ข้างหลัง บ่นไม่พอใจที่เธอคบเพื่อนผู้ชายท่าทางเจ้าชู้กรุ้มกริ่ม จึงเตือนด้วยความหวังดี แต่หญิงสาวยักไหล่ไม่แยแส พูดอย่างไม่เกรง

“ดิฉันรู้ตั้งแต่พบคุณครั้งแรกแล้วว่าคุณเป็นคนชอบใช้อำนาจ”

“คุณช่างแปรเจตนาผมไปในทางตรงข้ามเสียหมด ผมจะขอบอกให้คุณรู้ว่า ถ้าคุณพ่อท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านจะตำหนิคุณอย่างแรงและท่านจะเสียใจมาก”

“ดิฉันทำผิดคิดร้ายอะไรหรือคะ”

“คุณยังเด็กนัก ไม่รู้จักอะไร เอาแต่สนุกและมองโลกในแง่ดีไปหมด”

ละอองดาวไม่สนใจ หยิบลิปสติกสีแดงสดมาทาปาก เท่านั้นเองกรกฎโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ อยากรู้ว่าจะไปไหนอีก

“คุณกรกฎคะ ดิฉันบรรลุนิติภาวะมาเป็นเวลา 1 ปี 7 เดือน กับ 22 วันแล้วค่ะ”

“ผมถามว่าคุณจะไปไหน”

“ก็แล้วแต่เขาสิคะ”

“จำเอาไว้ นี่เป็นคำสั่งของกรกฎ ตั้งแต่นี้ไปเวลาพระอาทิตย์ตกดินจนถึงพระอาทิตย์ขึ้น คุณจะออกจากบ้านไปไหนต้องได้รับอนุญาตจากผมเท่านั้น หวังว่าคนที่บรรลุนิติภาวะแล้วคงจะเข้าใจ เอาล่ะ สำหรับเพื่อนชายของคุณคนนั้น ผมจะลงไปจัดการกับเขาเอง”

“คุณจะจัดการเขายังไง”

“ง่ายๆ บอกให้เขากลับไปเสียโดยดี ถ้าเขาไม่พอใจ ผมก็จะเตะเขาออกไป จะสั่งเขาด้วยว่าคราวหลังอย่าได้คิดจะชวนน้องสาวผมออกไปเที่ยวไหนกลางคืนอีก”

กรกฎไม่รอฟังคำพูดใดๆจากละอองดาว เดินกระทืบเท้าปึงปังออกไป สวนทางกับชวนชมที่เข้ามาพอดี

“ตายแล้ว...นี่มันเกิดกลียุคอะไรกันคะ คุณกฎอาละวาดใหญ่เลย ไม่เคยเห็นมาก่อน น่ากลัวจริงๆ”

“ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน”

“แล้วคุณดาวจะไปไหน”

“ก็ใครบอกน้าล่ะว่าฉันจะไปไหน มีแต่คุณกฎของน้านั่นแหละโผล่พรวดเข้ามา หน้าตายังกับยักษ์ท้องผูก”

“นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิดใหญ่แล้ว ก็คุณดาวนี่คะไปพูดแกล้งคุณกฎ น้าฟังอยู่เมื่อกี้นี้ยังนึกอยู่เลยว่าคุณดาวจะออกไปไหนกับเจ้าคำอินทร์”

“ก็น้าชมไม่เห็นเหรอ เขาโผล่เข้ามาก็แยกเขี้ยวใส่ฉันเรื่องอะไรก็ไม่รู้ เมื่อเจตนาเขาอยากจะเข้าใจอย่างนั้น ก็ให้เขาเข้าใจไปสิ”

“โอ้ย...ตายๆๆ น้าจะเป็นลม คุณกฎท่าทางจะเอาจริงซะด้วย ไม่เคยเห็นโกรธเกรี้ยวขนาดนี้มาก่อนเลย เฮ้อ! วันนี้พิสดารจริง เกิดจะห่วงน้องสาวขึ้นมา”

“เป็นเรื่องของคนชอบวางอำนาจมากกว่า น้าชวนรีบลงไปข้างล่างเถอะ เจ้าคำอินทร์กับคุณกรกฎไม่น่าจะพูดกันรู้เรื่อง เดี๋ยวจะเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา”

“ว้าย! จริงด้วย” ชวนชมอุทานเสียงแหลมแล้วจ้ำอ้าวลงไปทันที

ooooooo

กรกฎลงมาไล่คำอินทร์กลับไปด้วยคำพูดแข็งกระด้างจนอีกฝ่ายงุนงง แต่ยอมกลับโดยไม่โต้เถียง รู้สึกได้ถึงความแปลกประหลาดในตัวพี่ชายของละอองดาว

ทันทีที่กรกฎกลับถึงตึกตัวเอง ยอดรักบอกว่าผดาชไมโทร.มา กรกฎนึกได้ว่าวันนี้ทิ้งเธอไว้ที่ร้านเสริมสวยโดยไม่บอกกล่าว หากรับสายต้องโดนบ่นหูชาแน่ จึงให้ยอดรักโกหกว่าตนยังไม่กลับ นั่นยิ่งทำให้ผดาชไมหัวเสีย คำรามหลังจากวางสายอย่างเอาเรื่อง “อย่าให้รู้นะว่าไปกับใคร”

ครู่ต่อมาชวนชมเห็นกรกฎเดินใจลอยอยู่หน้าตึก เข้ามาถามว่าหาอะไร แล้ววันนี้ไม่ออกไปไหนหรือ

“ไม่ดีกว่า เพลียๆ ตั้งใจว่าจะนอนหัวค่ำสักวัน” พูดแล้วมองชวนชมอย่างลังเล แต่ที่สุดก็ตัดสินใจถามสิ่งค้างคาใจเกี่ยวกับละอองดาว “ปกติละอองดาวเป็นคนอย่างนี้หรือ ชอบคบเพื่อนผู้ชายไม่เลือกหน้า เที่ยวกลางคืน ผมไม่อยากจะเชื่อจนมาเห็นด้วยตาตัวเอง เห็นหงิมๆ เรียบร้อยๆ ไม่น่าเป็นแบบนั้นเลย”

“โถ...ดูพูดเข้า เอามาจากไหนคะ คุณดาวไม่ได้เป็นอย่างที่คุณว่ามาสักหน่อย”

“อ้าว! ก็เมื่อตะกี้นี้ยังไงล่ะ”

“คุณกรกฎเห็นว่าเป็นอย่างไรล่ะคะ”

“เขานั่งควงกันมาในรถของเจ้าหมอนั่น คงไปเที่ยวไหนต่อไหนกันมาแล้วทั้งวัน แล้วตอนที่ฉันโผล่เข้าไปยังจะออกไปด้วยกันอีก ทั้งๆที่มันก็จะมืดค่ำแล้ว”

“คุณกฎเข้าใจผิดทั้งหมดเลยค่ะ”

“หมายความว่ายังไง”

“คุณดาวเธอไม่ได้จะออกไปไหนกับเจ้าคำอินทร์เลย มันเป็นความเข้าใจผิดของคุณกฎเอง เจ้าคำอินทร์รู้จักกับคุณดาวเมื่อไม่กี่ชั่วโมงนี่เอง จะว่าเพื่อนก็ยังไม่ได้ คุณดาวเธอออกไปเยี่ยมเสด็จพระองค์หญิงพราวนภางค์ ที่เธอเคยไปสมัครงานเอาไว้ เพราะท่านประชวร ขากลับ เสด็จท่านก็ให้เจ้าคำอินทร์ซึ่งเป็นนัดดาของท่านขับรถมาส่ง เรื่องก็มีแค่นี้แหละค่ะ”

กรกฎตาโตตะลึงในสิ่งที่ได้ฟัง ตัวชาไปหมด เมื่อกลับเข้าตึกก็เดินวนเวียนมองโทรศัพท์อย่างครุ่นคิดว่าจะโทร.หาละอองดาวดีหรือไม่

ooooooo

ชวนชมกลับมาเล่าให้ละอองดาวฟังว่าเพิ่งได้คุยกับกรกฎ เขาซักถามเรื่องเธอกับเจ้าคำอินทร์ยกใหญ่ ท่าทางเดือดร้อนไม่สบายใจเอามากๆ

“ฉันบอกแล้วว่าเป็นเรื่องของคนชอบยุ่ง”

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ คุณกฎเป็นห่วงเหลือเกินที่คุณดาวมีท่าทีสนิทกับเจ้าคำอินทร์ขนาดนั้น เลยถามน้าใหญ่เลยเกี่ยวกับ...”

ละอองดาวไม่อยากฟัง พูดแทรกเรื่องเสื้อผ้า แต่ชวนชมก็ยังจะเล่าต่อไปอีก คราวนี้หญิงสาวเลยตัดบทว่าง่วงแล้ว ขอตัวไปนอน...แต่ไม่ทันจะหลับ ชวนชมขึ้นมาบอกว่ากรกฎต้องการพบ

กรกฎยืนรออยู่ในห้องรับแขก ละอองดาวลงมาพร้อมชวนชม...พอได้ยินกรกฎบอกว่ามีเรื่องอยากคุยกับละอองดาวตามลำพัง ชวนชมจึงผละไป

เมื่ออยู่กันสองต่อสอง กรกฎกำลังตั้งท่าว่าจะเริ่มต้น พูดอย่างไร แต่อีกฝ่ายกลับชิงพูดประชดเสียก่อน

“มีอะไรจะต่อว่าดิฉันอีกก็เชิญได้เลยค่ะ”

“ผมไม่ได้จะมาว่าอะไรคุณ แต่ผมอยากจะขอโทษที่เข้าใจผิดและแสดงอาการไม่เหมาะสมออกไป ทั้งหมดนั้นก็ด้วยความเป็นห่วงคุณเท่านั้น”

“ห่วงเรื่องดิฉันกับเจ้าคำอินทร์น่ะหรือคะ”

“น้าชวนแกบอกผมหมดแล้วว่าผมเข้าใจผิดไปเอง ผมเป็นห่วงก็เลยโมโหมากเกินไปหน่อย แต่แทนที่คุณจะบอกให้ผมรู้ความจริง กลับทำเหมือนจะยั่วโมโหผมอยู่ได้ ทำเหมือนว่าจะออกไปเที่ยวกับมัน...เอ่อ...กับเขาต่ออย่างนั้นแหละ”

“ตรงไหนเหรอคะที่ทำให้คุณคิดอย่างนั้น”

“ก็ผมเห็นคุณหยิบลิปสติกขึ้นมาทา ตั้งแต่ผมกลับมาก็เห็นคุณอยู่ในสภาพไว้ทุกข์ ไม่เคยเห็นคุณเคยทาลิปสติกเลย มันส่อเจตนาชัดว่าคุณกำลังเตรียมตัวจะออกไป”

“คุณช่างสังเกตเหมือนกันนะคะ แต่คุณอาจจะไม่ได้สังเกตว่าดิฉันไม่ได้ทาอยู่ก่อนที่คุณจะเข้ามา
ในห้องไม่ใช่หรือคะ”

“ก็จริง...ผมเข้าใจผิดเอง และเข้าใจว่าคุณไม่พอใจผม ก็เลยแกล้งทำให้ผมเข้าใจผิด ผมมาพบคุณเพื่ออยากจะทราบว่าคุณพอจะยกโทษให้ผมได้รึไม่”

“จริงๆแล้วดิฉันไม่มีสิทธิ์จะไปโกรธไปเกลียดอะไรคุณได้หรอก เมื่อคุณบอกว่าทำไปเพราะความเป็นห่วง ดิฉันก็รู้สึกขอบคุณ และต่อไปนี้ขอให้คุณได้เคารพในตัวดิฉันบ้าง แม้จะเป็นเพียงผู้หญิงกำพร้าที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ก็ตาม”

กรกฎฟังแล้วรู้สึกเสียหน้า ยืดอกขึ้นก่อนจะพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นผมก็อยากให้คุณเคารพในตัวของผมในฐานะที่เป็นพี่ชายของคุณด้วยเช่นกัน พี่ชายที่รักและเป็นห่วงคุณเสมอ”

ละอองดาวไม่ตอบ แต่ยิ้มอย่างถือดี มองกลับไปที่ชายหนุ่มตรงหน้า...

เวลาเดียวกันนั้นผดาชไมโทร.มาที่ตึกกรกฎอีก รอสายด้วยท่าทีฮึดฮัด บ่นอย่างไม่สบอารมณ์

“ทำไมไม่รับสักทีนะ...ฮัลโหล นี่คุณกรกฎกลับมารึยัง...อะไรกัน ป่านนี้ยังไม่กลับอีกเหรอ” พูดขาดคำก็กระแทกโทรศัพท์ลงดังโครม งามตาผู้เป็นมารดานั่งมองมาจากมุมหนึ่งในบ้าน รู้สึกได้ถึงภาวะ
ไม่ปกติระหว่างลูกสาวคนสวยกับหนุ่มคนรัก

ooooooo

ผดาชไมหัวเสียข้ามวันข้ามคืน กระทั่งวันรุ่งขึ้นรุ้งเพชรมาเล่าให้ฟังถึงบ้านว่าเมื่อวานเห็นกรกฎขับรถตามเจ้าคำอินทร์ด้วยความรีบร้อน ความสงสัยก็เริ่มจะกระจ่าง

“แล้วทำไมเขาต้องทิ้งฉันแล้วตามเจ้าคำอินทร์ด้วย”

“นั่นสิ เขารู้จักกันเหรอ ก็ไม่น่านะ หรือจะรู้จักกับผู้หญิงที่มากับเจ้า”

ผดาชไชชักสีหน้าทันที ถามว่าผู้หญิงคนนั้นคือใคร รูปร่างหน้าตาเป็นยังไง

“ฉันไม่รู้จัก แต่หน้าตาสะสวยเลยล่ะ หน้ารูปไข่ได้รูป ผิวขาวสวย ถึงไม่แต่งหน้าก็สวยธรรมชาติ แก้มมีเลือดฝาด แต่แปลกแต่งชุดขาวดำเหมือนกำลังไว้ทุกข์”

ผดาชไมตาลุกวาว โกรธสุดขีดกรี๊ดลั่นบ้านจนรุ้งเพชรสะดุ้งตกใจ

“นั่นมันนังละอองดาว ทำไมกฎต้องตามติดมันไปแล้วทิ้งฉันไว้คนเดียว นังละอองดาว นังมารความรัก”

รุ้งเพชรปลอบเพื่อนให้ใจเย็น แต่ผดาชไมเย็นไม่ไหวเสียแล้ว รีบโทร.ไปที่บ้านกรกฎเพื่อสอบถาม กรกฎนึกได้ว่าตัวเองทำอะไรไว้แต่พยายามทำใจดีสู้เสือ

“เมื่อวานคุณทิ้งดาไปไหนมา บอกมาเดี๋ยวนี้”

“คือ...ผมเผอิญมีธุระด่วนขึ้นมากะทันหัน เลยไม่ทันได้บอกดา ขอโทษด้วย”

“ธุระอะไรมิทราบ”

“ท่านชายสดายุน่ะสิ เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าท่านชายรับสั่งให้ไปเฝ้า เกรงท่านกริ้วเลยต้องรีบไปพบ แล้วเมื่อคืน ก็เฝ้าท่านจนดึกเลยไม่ทันได้โทร.บอกดา”

“แต่มีคนเห็นว่ากฎขับรถเร็วไล่ตามรถคนอื่น”

“ตามรถใคร ไม่มี ที่ขับเร็วน่ะใช่ ก็เพราะจะรีบไปเฝ้าท่านชายไง”

“ฮึ! อย่าให้รู้นะว่าโกหกดา”

กรกฎอึกอัก หาทางพูดโกหกต่อไปจนผดาชไมเย็นลงบ้าง ยอมวางสายไปทั้งที่ยังไม่เชื่อเต็มร้อย เน้นย้ำกับรุ้งเพชรว่าถ้าผู้หญิงคนนั้นเป็นละอองดาวจริงตนต้องจัดการ

“เธอจะทำยังไง”

“ฉันจะไม่ยอมให้มันมาขัดขวางความรักของฉัน... เธอช่วยตอบกลับค่ายเพลงฉันทีว่าฉันจะไม่กลับไปแล้ว แล้วบอกค่ายเพลงที่นี่ว่าใครพร้อมจะจ่ายค่าฉีกสัญญากับทางอเมริกาให้ฉัน ฉันพร้อมจะร่วมงานด้วย”

รุ้งเพชรคาดไม่ถึง แต่กุลีกุจอทำตามในฐานะผู้จัดการส่วนตัว...ฝ่ายกรกฎหลังจากโกหกคำโตไปแล้วก็ร้อนตัวรีบโทรศัพท์หาท่านชายสดายุเพื่อขอโทษที่เอาชื่อท่านมาอ้าง แต่ผิดหวังเพราะท่านไม่อยู่บ้าน

ooooooo

เวลานั้นท่านชายสดายุเพิ่งกลับจากต่างประเทศ รู้ข่าวเสด็จป้าประชวรจึงแวะวังนพดลเพื่อเยี่ยมอาการ แต่นึกไม่ถึงว่าจะได้พบเจ้าคำอินทร์ที่นี่ด้วย

เสด็จพระองค์หญิงฯตำหนิเรื่องการใช้จ่ายเงินมือเติบของคำอินทร์อีกตามเคย แต่สดายุกลับได้รับคำชื่นชมจากท่านมากมาย เมื่อมีการพูดถึงละอองดาวซึ่งเสด็จพระองค์หญิงฯอยากได้มาทำงานด้วย ทำให้สดายุเพิ่งรู้ว่าคำอินทร์ก็รู้จักละอองดาวแล้วเช่นกัน สองหนุ่มต่างวัยเลยคุยกันยาว

ชลทิชาหลานสาวของสดายุแวะมาพร้อมเริงใจ คำอินทร์เห็นสองสาวก็ทำท่ากะลิ้มกะเหลี่ยใส่ ทำให้สองคนไม่ค่อยชอบใจ วางตัวห่างเหินและแอบพูดกันลับหลังว่าคำอินทร์เป็นเพลย์บอย เจ้าชู้ประตูดิน
สองสาวประหลาดใจในคำบอกเล่าของท่านชาย– สดายุว่าเรื่องละอองดาวเคยมาสมัครงานที่นี่ และเสด็จป้าของเขาพึงพอใจเธอมาก แต่พี่ชายของเธอไม่ยอมให้ทำงานนอกบ้าน...อยากรู้นักว่าทำไมละอองดาวถึงไม่ยอมปริปากเรื่องนี้ให้เพื่อนฟัง

เป็นเพราะละอองดาวเอาแต่หมกตัวอยู่ในบ้านนั่นเอง ตั้งแต่กรกฎสร้างกฎกติกาเอาไว้ ละอองดาวไม่เคยย่างก้าวออกจากบ้าน วันนี้เขามาถามว่าไม่ออกไปไหนหรือ เธอไม่ยอมพูดด้วย ทำหูทวนลมเดินหนีจนเขาโมโห

“ผมถามคุณดีๆ ว่าวันนี้ไม่มีธุระออกไปไหนรึไง ทำไมต้องเดินหนีผมด้วย”

“ดิฉันไม่ได้เดินหนีค่ะ แค่ไม่มีความจำเป็นต้องตอบคำถาม ถ้าดิฉันจะออกไปไหนจริงๆ ก็เป็นเรื่องของดิฉัน เพราะคุณกรกฎเองก็บอกดิฉันไม่ใช่หรือคะ ว่านับแต่ พระอาทิตย์ตกดินจนถึงพระอาทิตย์ขึ้น ฉันต้องขออนุญาตคุณก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง นี่ไม่ได้อยู่ในเวลานั้นดิฉันคงไม่ต้องรายงานคุณหรอกนะคะ”

“เดี๋ยว! ละอองดาว คุณเป็นคนฉลาด อ่านคนไม่ออกเลยหรือ”

“เพราะดิฉันอ่านได้อย่างทะลุปรุโปร่งไงคะ ถึงได้รู้ว่าเชื่อสิ่งที่ตนคิดนั้นดีที่สุด”

“คุณมั่นใจเกินไป ระวังจะตามเจ้าคำอินทร์นั่นไม่ทัน เสือผู้หญิงอย่างเขาคุณรับมือไม่ไหวหรอก”

“เสือเห็นเสือหรือคะถึงรู้ทันกัน...ดิฉันเชื่อจากการกระทำที่อยู่ตรงหน้ามากกว่าลมปากจากคำพูดของคนอื่น เจ้าคำอินทร์มีน้ำใจมาส่งดิฉันที่บ้าน เขาก็เป็นมิตร ที่ดีของดิฉัน”

“งั้นก็เรื่องของคุณ จะเป็นมิตรที่ดีหรืออะไรก็ช่าง” กรกฎยัดกุญแจรถคันใหม่ใส่มือเธอ “ต่อไปนี้คุณต้องขับรถไปไหนมาไหนเอง ไม่ต้องไปพึ่งพามิตรของคุณให้ลำบาก พึ่งพาตัวคุณเองนั่นแหละดี แท็กซี่ก็เลิกใช้ได้แล้ว ผมจะถูกชาวบ้านเอาไปนินทาสนุกปากว่าแกล้งน้องสาวให้ต้องตกระกำลำบาก ทั้งที่ความจริงน้องสาวผมมีรถอยู่กับบ้านก็ไม่ใช้ ซื้อรถใหม่ให้ก็ไม่เอา”

“ถ้าคุณให้ดิฉันเก็บไว้ ดิฉันก็จะเก็บไว้ให้ค่ะ จะฝากไว้ที่ยอดรัก เพราะดิฉันยังยืนยันคำเดิม...ขอบคุณ แต่ดิฉันไม่ต้องการ”

ละอองดาวพูดแล้วเดินหนีทันที กรกฎหงุดหงิดบ่นอุบ...ดื้อรั้น หยิ่ง อวดดีไม่เข้าเรื่อง!

ooooooo

รุ้งเพชรทำให้ผดาชไมได้ทำงานในประเทศไทยโดยยกเลิกสัญญากับทางอเมริกาเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งผู้ที่เข้ามาทุ่มทุนในครั้งนี้ก็คือพ่อเลี้ยงพูนสวัสดิ์เพื่อนของ เจ้าคำอินทร์นั่นเอง

เมื่อข่าวของผดาชไมหรือฮันนี่นักร้องเสียงน้ำผึ้งแพร่สะพัดออกไปว่าเธอลงหลักปักฐานอยู่เมืองไทยถาวร พวกชวนชมที่ได้ฟังข่าวจากวิทยุถึงกับบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าต้องปวดหัวแน่ๆ เพราะผดาชไมคงวิ่งเข้าวิ่งออกบ้านเบ็ญจรงค์เป็นว่าเล่น

รุ่งขึ้นธัชชัยมาที่บ้านเบ็ญจรงค์แต่เช้า กรกฎกำลังรบกับละอองดาวพอดีเรื่องทิฐิถือดีที่เธอไม่ยอมรับรถคันใหม่ไปใช้ ธัชชัยหย่าศึกของสองพี่น้องได้ แต่แล้วตัวเองต้องมาเป็นสารถีให้กรกฎที่บังเอิญผดาชไมเพิ่งโทร.มานัดพบ

ผดาชไมทำทีกระเง้ากระงอดทวงสัญญาว่ากรกฎนัดไว้แต่ลืมนัด กรกฎมีความผิดติดตัวอยู่จึงโอนอ่อนให้

“ผมขอโทษ ช่วงนี้ผมยุ่งๆน่ะ อาจจะลืมไปบ้าง”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ งั้นเดี๋ยวเราไปเจอกันที่ราชกรีฑาสโมสรเลยดีกว่า ดาแต่งตัวเสร็จแล้ว ดาไม่อยากจะรอ กฎรีบออกมาเลยนะคะ ดานัดผู้ใหญ่ไว้เดี๋ยวไม่ทัน”

“เอาแบบนั้นก็ได้ ผมจะไปเจอคุณที่สโมสรนะ”

“ค่ะกฎ เจอกันนะคะ รีบไปนะคะ” ผดาชไมวางสายด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

งามตาได้ยินหมดทุกคำ แปลกใจสงสัยเพราะลูกสาวแต่งชุดอยู่บ้าน...นั่นก็เพราะผดาชไมมีแผนการบางอย่าง...

กรกฎกับธัชชัยออกจากบ้านไปได้ไม่นาน ผดา-ชไมโทร.มาถามยอดรักเพื่อให้มั่นใจว่าคู่รักของตนไปแน่ หลังจากนั้นเธอรีบแต่งตัวออกจากบ้านมุ่งหน้ามาที่บ้านเบ็ญจรงค์

ooooooo

กรกฎกับธัชชัยพบท่านชายสดายุในสถานที่ที่นัดหมายกับผดาชไมไว้ แต่ยังไร้เงาของเธอ กรกฎขอโทษเรื่องวันก่อนที่เอาชื่อท่านไปแอบอ้างเพื่อไม่ให้คู่รักโกรธเคือง

ท่านชายไม่ว่ากระไร กลับยิ้มขันอย่างอารมณ์ดี เสียด้วย คุยมาคุยไปท่านชายถามถึงละอองดาวว่า
เป็นยังไงบ้าง กรกฎตอบไม่เต็มเสียงนักว่าสบายดี

“วันก่อนฉันไปเยี่ยมท่านป้าที่วังนพดล ท่านป้าก็ทรงบ่นแต่ว่าเสียดายที่ละอองดาวไม่ได้มาทำงานกับท่าน”

กรกฎหน้าเจื่อนเพราะตัวเองทำให้เป็นอย่างนั้น ธัชชัยปากไวกระเซ้าขึ้นมา

“พี่ชายเขาไม่ค่อยจะสะดวกใจน่ะกระหม่อม”

กรกฎจ้องเพื่อนสนิทตาขุ่น ธัชชัยยิ้มเรี่ยราดทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

“มีปัญหาอะไรหรือกรกฎ”

“หามิได้กระหม่อม”

“กรกฎเป็นห่วงน้องสาวน่ะกระหม่อม ไม่อยากจะให้ต้องออกไปลำบากตรากตรำข้างนอก เป็นพี่ชายที่ดีจริงๆ”

“ไอ้ธัช!” กรกฎเผลอปาก พอรู้ตัวก็รีบยกมือไหว้ท่านชาย “ขอประทานอภัยด้วยกระหม่อม”

“ไม่เป็นไรๆ เอ๊ะ แต่การที่ละอองดาวได้มีงานทำ ยิ่งได้รับใช้ท่านป้า ฉันก็ไม่เห็นจะมีอะไรเสียหายนี่ ดีเสียอีกเธอจะได้ไม่เบื่อต้องนั่งอยู่บ้านไปวันๆ”

“เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยฝ่าบาท”

“กระหม่อมไม่ได้ขัดอะไรหรอกฝ่าบาท แต่เป็นห่วงน้องไม่อยากให้ต้องเหนื่อยมาก ตลอดมาก็ไม่ได้ดูแลเขาเลย เพิ่งจะได้มาดูแลก็ตอนนี้เอง”

“ก็แล้วแต่นะ ฉันแค่เสียดายก็เท่านั้น ละอองดาวเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อม จิตใจดี แล้วท่านป้าก็ทรง
ถูกพระทัยยิ่งนัก เสียดายจริงๆ”

กรกฎพูดไม่ออก ได้แต่ฝืนยิ้ม ธัชชัยเห็นแล้วแอบขำ

ooooooo
ผดาชไมขับรถมาจอดหน้าตึกของละอองดาวด้วยความเร็ว เนียนออกมาต้อนรับด้วยท่าทีนอบน้อม

“ฉันมาหาคุณละอองดาว ไปตามมาให้ฉันด้วย”

เนียนมัวแต่เหลือบตามองยอดรักที่ยืนอยู่ไม่ไกล เลยโดนผดาชไมตวาดเร่งจนกลัวหัวหด ยอดรักต้องวิ่งไปรายงานชวนชมด้วยตัวเอง โดยมีเนียนก้าวตามหลังสีหน้าไม่สู้ดี

ชวนชมตกใจเมื่อรู้ว่าผดาชไมต้องการพบละอองดาว ให้เนียนรีบไปตามละอองดาวมาหาตนก่อน เนียนจึงกุลีกุจอออกไป

“อกอีแป้นจะแตก คุณกฎก็ไม่อยู่ด้วย จะเกิดเรื่องอะไรรึเปล่าเนี่ย” ชวนชมบ่นอย่างหวั่นใจ ยอดรักก็คิดเช่นเดียวกัน แต่พูดติดตลกว่า สงสัยงวดนี้ป้าจะถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง

เนียนวิ่งไปหาละอองดาวที่ศาลาริมน้ำ เธอกำลังเล่านิทานให้เด็กๆฟัง เห็นเนียนกระหืดกระหอบส่งเสียงเรียกเข้ามาก็ถามว่ามีอะไร ทำไมต้องรีบร้อนขนาดนี้

“มีแขกมารอพบคุณดาวค่ะ”

ละอองดาวถามชื่อเสียงเรียงนามแขกคนนั้น...เมื่อได้ยินว่าเป็นผดาชไม ก็หน้าตึงขึ้นมาทันที

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement