ละอองดาว ตอนที่ 4 นิยายไทยรัฐ
วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ละอองดาว ตอนที่ 4


21 ต.ค. 2560 07:52
659,724 ครั้ง

ละคร นิยาย ละอองดาว

ละอองดาว ตอนที่ 4

อ่านเรื่องย่อ

ละอองดาว

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

พนมเทียน

บทโทรทัศน์โดย:

คุณชาย และ สรรพชัย เกิดอุทัย

กำกับการแสดงโดย:

ชัชวาลย์ คล้องช้าง

ผลิตโดย:

บริษัท เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ทิสานาฏ ศรศึก, อรรคพันธ์ นะมาตร์

ชวนชมมองจดหมายด้วยความสนใจ ละอองดาวเดินปรี่เข้ามาเหมือนอยากจะปกปิดแต่ไม่ทัน

“จดหมาย...ของคุณท่าน”

“ใช่ จดหมายฉบับที่ฉันหยิบมาจากเซฟคุณพ่อวันนั้น”

“จะอนุญาตให้น้าทราบบ้างได้ไหมคะ”

ละอองดาวอึ้งอยู่นาน มองหน้าชวนชมแล้วถอนใจยาว หันเดินไปทิ้งตัวลงนั่งที่หน้ากระจก

“น้าชวน...ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงไม่ได้ให้น้าชวนรู้เลย ตั้งแต่ที่ฉันได้จดหมายฉบับนี้มา”

“คุณดาวคิดว่าน้าจะละลาบละล้วงเกินไปไหมคะ”

หญิงสาวไว้วางใจชวนชมเกินกว่าจะคิดเช่นนั้น อนุญาตให้อ่านได้ ชวนชมอ่านจดหมายทบทวนกลับไป กลับมาแล้วน้ำตาเอ่อ เงยหน้ามองละอองดาว เอ่ยเสียงเครือ

“ท่านรอบคอบเหลือเกิน และก็เป็นห่วงคุณอย่างที่สุด แต่ท่านก็ไม่วายจะลึกลับ”

“น้าชวนช่วยบอกความจริงที่น้าชวนรู้หน่อยเถิด วันแรกที่น้าชวนได้เจอฉัน ฉันเป็นอย่างไร”

“วันนั้น...เวลาราวสองทุ่มเศษๆ” ชวนชมเริ่มลำดับเรื่องราวเมื่อ 20 ปีก่อน

ตอนนั้นกรกฎประมาณเจ็ดขวบ นั่งเล่นของเล่นบนเตียงไม่ยอมนอน บอกชวนชมว่าตนไม่ง่วง ผ่านไปอีกสักครู่ได้ยินเสียงรถยนต์แล่นมาจอดหน้าตึก เด็กชายลุกขึ้นด้วยความดีใจ

“คุณพ่อมา” กรกฎเดินไปมองตรงหน้าต่าง ชวนชมยืนซ้อนอยู่ข้างหลัง สายตาสองคู่มองลงไปด้วยความประหลาดใจ เห็น ดร.ไกรลงจากรถพร้อมหิ้วตะกร้าใบโตลงมาด้วยอย่างทะนุถนอม

กรกฎรีบวิ่งลงบันไดตรงไปหาบิดาที่เดินเข้าตึกมา ถามว่าเอาอะไรมา ไกรตอบลูกชายด้วยรอยยิ้มว่า น้องของลูก แล้วมองเลยไปยังชวนชมเรียกให้มารับทารกเพศหญิงไม่ถึงหนึ่งขวบนอนหลับปุ๋ยอยู่ในตะกร้า และพูดตัดบทก่อนที่ชวนชมซึ่งทำหน้าสงสัยจะตั้งคำถาม

“ไม่ต้องถามอะไรทั้งสิ้น เลี้ยงเด็กคนนี้ให้ดีที่สุด คิดเสียว่าเขาคือลูกของฉันคนหนึ่ง”

ชวนชมรับเด็กหญิงมาอุ้มไว้ในอ้อมแขน มองอย่างเอ็นดูในความน่ารักน่าชังระคนประหลาดใจ

ภาพความทรงจำในวันนั้นยังคงชัดเจนในแววตาของชวนชม มองอดีตเด็กหญิงที่วันนี้เติบใหญ่ในวัยสาวสะพรั่งที่นั่งอยู่ตรงหน้าและเอ่ยอย่างอ่อนโยนว่า

“นั่นเป็นครั้งแรกที่น้าเห็นคุณดาวค่ะ”

ooooooo

ในค่ำคืนเดียวกัน กรกฎยังไม่กลับเข้าบ้าน เขาเที่ยวเตร่กับผดาชไมอย่างมีความสุข แต่พอหญิงสาวบอกว่าสิ้นเดือนนี้ตนจะกลับอเมริกา กรกฎไม่สบอารมณ์ ถามว่าครบกำหนดแล้วหรือ

“ใช่สิคะ ดามาอยู่นี่จะสองเดือนแล้วนะ ผัดทางโน้นมาสองครั้งแล้วด้วย”

“แล้วเธอจะปล่อยให้ฉันอยู่ที่นี่คนเดียวหรือยังไง”

“สัญญาดายังเหลืออีกตั้งเกือบปี ยังไงดาก็คงต้องกลับ”

“แต่ฉันไม่อยากให้เธอกลับ...เราควรจะแต่งงานกันไวๆเสียทีให้หมดเรื่อง”

“นั่นขึ้นอยู่กับกฎว่าจะพร้อมเมื่อไหร่ กฎจะให้ดาแต่งกับกฎพรุ่งนี้ก็ได้ ดาพร้อม”

กรกฎอึ้งงันไปโดยไม่มีคำตอบเพราะติดขัดที่พินัยกรรมของพ่อ ทำให้ผดาชไมกระเง้ากระงอด พอถึงโรงแรมที่พักได้ยินเขาขอดูสัญญาการทำงานของเธอ ก็สงสัยว่าเขาจะทำอะไร

“ฉันจะไม่ยอมให้เธอต้องกลับไปอเมริกาอีก เธอต้องอยู่กับฉันที่นี่” กรกฎท่าทีจริงจังเสียจนผดาชไมเป็นฝ่ายนิ่งเงียบด้วยความกังวล

ooooooo

ชวนชมยังอยู่กับละอองดาวในห้องทั้งที่เวลาล่วงเลยไปค่อนข้างดึก เพราะมีเรื่องคุยกันติดพันหลังจากชวนชมได้อ่านจดหมายของ ดร.ไกร

“ท่านเขียนไว้เป็นปริศนาเหลือเกิน มีเพียงท่านคนเดียวที่รู้ถึงความเป็นมาคุณดาว แต่นี่ท่านก็เสียไปแล้ว...แล้วความจริงจะถูกเปิดเผยออกมาอย่างที่ท่านบอกได้ยังไงกันคะ”

“ฉันไม่อยากจะคิดอะไรทั้งสิ้น ฉันดิ้นรนขวนขวายไปให้รู้ว่าใครเป็นพ่อแม่ที่แท้จริง มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรขึ้นมา เพราะยังไงฉันก็ไม่มีพ่อมีแม่ เป็นลูกกำพร้า”

“แล้วใบรับรองจากธนาคารที่จะเป็นของขวัญตอนคุณดาวอายุ 25 ปีเต็มนี่ล่ะคะ”

“ท่านบอกว่าเป็นของขวัญไม่ใช่เหรอ ถึงเวลาฉันก็จะไปรับตามที่ท่านสั่ง”

“คงจะเป็นเครื่องเพชรชุดใหญ่ไว้รับขวัญคุณดาวในฐานะลูกสะใภ้เป็นแน่ เพราะถึงตอนนั้นตามเจตจำนงของท่าน คุณดาวคงจะแต่งงานกับคุณกฎเรียบร้อยไปแล้ว ที่ท่านให้เวลาสำหรับการแต่งงานไว้สองปี”

“ก็มีเวลาอีกตั้ง 3 ปี 1 เดือน กับอีก 22 วัน อาจเป็นอย่างที่น้าว่า...แต่ก็น่าขำ สิ่งที่ท่านเตรียมไว้ให้กับลูกสะใภ้กลายเป็นมาให้ใครอื่นไปแทนก็ไม่รู้”

“ท่านคงไม่เสียใจในข้อนั้นแน่ๆค่ะ ท่านจะเสียใจก็เพราะต้องมาผิดหวังในตัวคุณกรกฎนี่ล่ะ จะไปเอาสะใภ้คนอื่นมาแทนคนที่ท่านเลือก น้าหมั่นไส้คุณกฎเหลือเกิน ดีแต่ฉลาดเรื่องอื่น ไม่รู้ไปหลงอะไรแม่คู่รักของเธอกันนักกันหนา ท่าทางไม่มีสมบัติผู้ดีเอาเสียเลย หลุกหลิก ดัดจริต ชอบวางท่าเป็นนางพญา ปล่อยให้มาฉอเลาะโจ๋งครึ่มต่อหน้าธารกำนัลอยู่ได้ ไม่เห็นจะมียางอาย บัดสีบัดเถลิง”

ละอองดาวกลั้นหัวเราะอาการปะหลับปะเหลือกของชวนชม

“น้าชวนก็...ไปว่าอะไรคุณกรกฎน่ะ คนเขารักกัน น้าควรจะเห็นใจเขา ไม่ใช่อะไรๆก็ขวางหูขวางตาไปเสียหมดแบบนี้ เขาจะไปจะมา จะทำอะไรมันก็เรื่องของเขา ท่านเจ้าของบ้านพอใจอะไร เราก็ควรจะพอใจด้วย”

“ค่ะ อ้อ! เกือบลืม คุณกฎฝากโน้ตมาถึงคุณตั้งแต่เมื่อตอนเย็นค่ะ”

หญิงสาวรับกระดาษที่พับเรียบร้อยมาและเริ่มอ่านข้อความหลังจากชวนชมกลับออกไปแล้ว

“คุณดาวครับ อาทิตย์หน้าที่ตึกผมจะมีงานเลี้ยงน้ำชา แขกกันเองไม่เกิน 15 คน ขอความกรุณาช่วยจัดโต๊ะ สถานที่ และอาหารให้ด้วย ค่าใช้จ่ายเป็นของส่วนตัวของผม แต่โปรดเอาเงินกองกลางในเซฟทดรองจ่ายให้ผมก่อน สิ้นเดือนผมจะชำระคืนให้...ผมขอเชิญคุณมาร่วมด้วย หากไม่มีอะไรขัดข้อง”

ละอองดาวรับรู้ข้อความนั้นด้วยสีหน้าเรียบนิ่งราวกับไม่ใส่ใจ

ooooooo

เสียงนาฬิกาตีบอกเวลาตีหนึ่ง กรกฎเพิ่งจะกลับเข้าบ้าน เรียกยอดรักที่นั่งหลับรอให้ไปนอน แต่พอเข้าห้องตัวเองเห็นจดหมายฉบับหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะ ก็แทบจะแล่นออกมาทันทีที่อ่านข้อความที่เขียนด้วยลายมือละอองดาว

“เรียนคุณกรกฎ ดิฉันได้รับทราบคำสั่งของคุณแล้ว จะปฏิบัติตามสั่งให้เป็นที่เรียบร้อย แต่ต้องขออภัยที่ติดธุระขัดข้องไม่อาจมาร่วมด้วยได้”

กรกฎเดินหน้าตึงออกมาเรียกยอดรักที่อยู่ในสภาพง่วงจัด ถามว่าจดหมายฉบับนี้ใครเอามา

“น้าชวนให้ผมไปรับมาจากตึกโน้นครับ”

กรกฎหน้าบอกบุญไม่รับ นิ่งมองกระดาษในมืออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันขวับกลับห้อง หยิบกระดาษ ปากกามาเขียนข้อความยาวเหยียดด้วยอารมณ์ขุ่นมัว

“คุณดาว...เป็นเรื่องน่าแปลกที่เราเป็นพี่น้องกัน อยู่รั้วบ้านเดียวกัน กลับต้องใช้โน้ตติดต่อกันไปมา อะไรต่อมิอะไรระหว่างคุณกับผมดูจะเป็นทางการไปเสียหมด ขอบอกว่านั่นไม่ใช่คำสั่งแต่เป็นคำขอร้องอย่างพี่ชายไปยังน้องสาว ถ้าคุณไม่ว่างจะมอบให้น้าชวนจัดแทนให้ก็ได้ ผมอยากเดินไปปรับความเข้าใจกับคุณ แต่คุณคงหลับเสียแล้ว ผมเลยต้องใช้วิธีนี้แทน ซึ่งผมเองไม่สู้จะชอบนัก บังเอิญวันนี้ผมเพิ่งทราบเรื่องจากคุณอรรถมาสองเรื่อง และจำเป็นที่จะต้องรีบแจ้งกับคุณโดยเร็ว...”

“เรื่องแรกคือเรื่องที่ป่านนี้คุณยังไม่ไปรับเงินประจำเดือนเสียที ผมขอให้คุณรีบไปรับเสีย เพราะบัญชีรอคุณอยู่ เรื่องที่สองเป็นเรื่องรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผม ที่ถือวิสาสะเอารถสปอร์ตที่คุณพ่อซื้อให้คุณเป็นส่วนตัวไปใช้เสียเต็มที่ ต้องขออภัยเป็นอย่างมากเพราะไม่รู้ ผมได้ส่งกุญแจรถมาคืนให้คุณด้วย และขอสารภาพตามตรงว่าคู่รักของผมเอาไปขับเฉี่ยวรถอื่นจนถลอกไปเล็กน้อย ผมได้เอาไปซ่อมให้แล้ว ราวมะรืนอย่างช้าคงเรียบร้อย หวังว่าคุณคงให้อภัย”

เขียนเสร็จแล้วพับกระดาษใส่ซองและหยิบกุญแจรถใส่ลงไปด้วยก่อนปิดผนึกเตรียมฝากยอดรักไปให้ละอองดาวในวันรุ่งขึ้น

หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วกรกฎนอนก่ายหน้าผาก ข่มตาไม่หลับ จิตใจร้อนรุ่ม จนต้องลุกขึ้นไปเปิดวิทยุหาคลื่นจะฟังเพลง แต่ทุกสถานีปิดหมดแล้ว จึงเดินมานั่งเล่นเปียโนอยู่หลายเพลง ละอองดาวได้ยินก็บ่นรำคาญ ปิดหูไม่อยากฟังแต่มันก็ยังดังเข้ามากระทบโสตประสาทอยู่ดี

พอรุ่งเช้าละอองดาวตัดสินใจแน่วแน่ แต่งตัวเตรียม ออกจากบ้านพร้อมหลักฐานสมัครงาน บอกชวนชมว่าเย็นๆจะกลับ แล้วให้เนียนไปเรียกแท็กซี่ ชวนชมทำท่าจะห้ามแต่โดนชิงตัดบทอย่างรู้ทันเสียก่อนว่า

“ไม่ต้องห้ามฉันหรอก ฉันตัดสินใจด้วยตัวฉันเองแล้ว”

“แต่ว่ายังไงคุณกฎก็ไม่มีทาง...”

ชวนชมยังพูดไม่จบ เสียงยอดรักเรียกละอองดาว แทรกเข้ามา...ยอดรักนำซองจดหมายที่กรกฎฝากไว้มาให้ ละอองดาวแกะซองเห็นกุญแจรถถึงกับถอนใจแรง หยิบกุญแจรถส่งให้ยอดรักเอากลับไปคืนกรกฎ แล้วตัวเองเดินลิ่วลงจากตึกไปทันที

ooooooo

ในขณะที่ละอองดาวออกไปสัมภาษณ์งานที่สมัครไว้ กรกฎกำลังขับรถพาผดาชไมไปส่งที่ห้องอัดเสียงแห่งหนึ่ง แล้วอีกสองชั่วโมงจะมารับตามความต้องการของเธอ

ผดาชไมมาร้องเพลง เจ้าคำอินทร์ซึ่งหลงใหลในรูปร่างหน้าตาและน้ำเสียงของเธอพาเพื่อนคนหนึ่งเข้ามาฟัง หลังจากไปคุยอวดนักร้องคนนี้เอาไว้เยอะ

ปรากฏว่าพูนสวัสดิ์เพื่อนของเจ้าคำอินทร์เห็นผดาชไมครั้งแรกก็พึงพอใจ อยากได้เธอไปร้องเพลงให้กับค่ายเพลงของตนที่หุ้นกับเพื่อนชาวฮ่องกงและกำลังต้องการนักร้องหญิงเสียงดีมีเสน่ห์ ร้องได้สองภาษา แล้วเมื่อผดาชไมมีโอกาสทำความรู้จักกับพูนสวัสดิ์ เธอเองก็ให้ความสนใจแต่ยังสงวนท่าที

ด้านละอองดาวที่ไปสัมภาษณ์งาน ท่าทางจะไม่ประสบความสำเร็จเพราะเอกสารไม่ครบ พอไปอีกแห่งซึ่งสมัครตำแหน่งเลขาผู้จัดการโรงแรมกลับแย่ยิ่งกว่าเพราะผู้จัดการทำเจ้าชู้ไก่แจ้ใส่ พูดจาปากว่ามือถึงจนเธอหวาดกลัวและโกรธ ผลุนผลันออกมาทันที

อารามตกใจและรีบร้อนทำให้ละอองดาวเดินไปชนธัชชัยจนเอกสารหลุดมือ ชายหนุ่มดีใจอย่างเห็นได้ชัด ช่วยเก็บเอกสารและถือไว้ให้ก่อนจะถามไถ่ทักทาย

สองคนเดินคุยกันไปถึงหน้าร้านอาหาร ธัชชัยบอกว่าตนมาพบลูกความแถวนี้ แต่ละอองดาวไม่เล่าอะไร นอกจากบอกว่านัดเพื่อนไว้ที่ร้านนี้ ชายหนุ่มสบโอกาสจะขอร่วมโต๊ะ แต่เริงใจที่เพิ่งมาถึงไม่ยินยอม รีบดึงมือละอองดาวเข้าร้านจนธัชชัยแทบส่งคืนเอกสารให้ไม่ทัน

ธัชชัยหน้าจ๋อยแต่ยังไม่ถอดใจ เดินเข้ามานั่งโต๊ะถัดไปจากสองสาว เริงใจชักสีหน้าไม่ชอบใจ ถามเพื่อนรักว่ามากับนายคนนี้ได้ยังไง หนำซ้ำยังให้เขาถือข้าวของ ละอองดาวบอกว่าพบเขาโดยบังเอิญ แล้วเลี่ยงที่จะไม่พูดถึงเขาอีกด้วยการเร่งเพื่อนให้สั่งอาหาร

หลังจากนั้นก็เปลี่ยนมาคุยเรื่องสมัครงาน เริงใจจำได้ว่าชลทิชาจะให้ท่านพ่อของเธอรับละอองดาวเข้าทำงานในบริษัทท่องเที่ยว แต่ละอองดาวยังไม่ได้ไปคุยรายละเอียด เริงใจจึงแนะนำงานอีกแห่งที่เพิ่งอ่านเจอในหนังสือพิมพ์

“เขาต้องการเลขาคนหนึ่ง ระบุไว้ด้วยว่าต้องโสด หน้าตาดี สกุลดี มีประกาศนียบัตรทางการเลขานุการ เห็นเข้าทีฉันเลยตัดติดกระเป๋ามาด้วย”

ปรากฏว่าละอองดาวสนใจมาก หลังอาหารมื้อนั้นจึงกระตือรือร้นจะไป ส่วนเริงใจขอตัวเพราะมีธุระต่อ ธัชชัยฉวยโอกาสนี้อาสาเป็นสารถีให้ละอองดาว แต่เธอแค่นั่งมาด้วยสักครู่เพื่อรักษาความดีมีน้ำใจของเขา ก่อนจะขอลงริมถนนย่านการค้าแล้วมุ่งหน้าไปยังสำนักงานจัดการผลประโยชน์ตระกูลนพดล

ละอองดาวมุ่งมั่นที่จะหาเลี้ยงตัวและยืนด้วยลำแข้งตัวเองโดยไม่ต้องการรับผลประโยชน์ใดๆจากกองมรดกตามพินัยกรรมของด็อกเตอร์ไกรบิดาของกรกฎ

เมื่อเข้าไปในอาคารสำนักงานจัดการผลประโยชน์ฯแห่งนั้น ละอองดาวได้พบผู้จัดการชื่อบุญคุ้มและพูดคุยตรวจเอกสารวุฒิการศึกษา บุญคุ้มพอใจ รีบโทรศัพท์ไปแจ้งใครบางคนว่าจะส่งผู้หญิงคนหนึ่งไปให้เสด็จฯทอดพระเนตรภายในครึ่งชั่วโมงนี้ พอวางสายก็หันมาถามละอองดาวว่าไม่ขัดข้องใช่ไหมที่จะต้องไปเฝ้าเสด็จพระองค์หญิง

“เสด็จพระองค์หญิงคือใครคะ”

“อ้าว! ผมนึกว่าคุณทราบแล้ว ก็ท่านเจ้าของกิจการทั้งหมดที่มีคำว่านพดลไงล่ะครับ พระบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าหญิงพราวนภางค์ นพดล อย่างไรล่ะครับ”

ละอองดาวอึ้งงันไปชั่วขณะ มีความประหม่า เกร็งและกลัวจนหลุดปากปฏิเสธออกไป แต่บุญคุ้มขอร้องให้ลองดูก่อน เพราะเชื่อมั่นว่าเธอเหมาะกับงานนี้

ooooooo

รถเก๋งคันหรูแล่นเข้ามาในเขตวังนพดลที่เต็มไปด้วยแมกไม้ ละอองดาวนั่งกวาดตามองทั่วบริเวณด้วยความตื่นเต้น มยุรีคนของบุญคุ้มที่มาด้วยจับตามองเธอด้วยรอยยิ้ม

เมื่อเข้ามาในห้องโถงรับแขกของวัง มยุรีให้ละอองดาวรอก่อน ตัวเองเดินหายไปกับนางกำนัล

ขณะที่ละอองดาวกำลังสำรวจรอบบริเวณอย่างเพลิดเพลิน คาดไม่ถึงว่าจะได้พบท่านชายสดายุ ต่างคนต่างประหลาดใจ

“ไม่นึกเลยว่าจะได้เจอคุณที่นี่ คุณมาทำอะไรที่วังของท่านป้า”

ละอองดาวอึกอักเล็กน้อยก่อนบอกความจริงว่ามาสมัครงาน ท่านชายสีหน้าท่าทีสงสัย แต่เห็นเธอมองรูปเจ้าของวังที่วางอยู่หลายรูปด้วยความสนใจจึงอธิบายว่า

“ท่านเป็นเสด็จป้าของฉันเอง ไม่ได้เป็นดองกันโดยตรง แต่ดองกันในความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น ไว้วันหลังฉันจะเล่าให้ฟัง”

“เห็นคุณมยุรีเล่าว่าเสด็จท่านเป็นเจ้าทางเชียงอูใช่ไหมเพคะ”

“จริงๆแล้วท่านคืออดีตราชินีแห่งราชอาณาจักรเชียงอู ฐานันดรศักดิ์เดิมท่านเป็นเจ้าฝ่ายไทย แล้วไปเสกสมรสกับกษัตริย์ราชอาณาจักรเชียงอู แต่พอพระราชสวามีสวรรคต ทายาทจะสืบบัลลังก์ก็ไม่มี ท่านก็เลยกลับมาบ้านเกิด”

“ท่านเคยเป็นถึงราชินีเลยหรือเพคะ”

“ใช่ คุณไม่รู้เหรอ”

“หม่อมฉันยอมรับว่าไม่เคยอ่าน หรือแม้แต่จะรู้จักพระนามของท่านมาก่อน เคยได้เห็นแต่พระนามท้ายนพดลตามพวกมูลนิธิ หรือกิจการสาธารณกุศลต่างๆ เท่านั้นเพคะ”

“แล้วนี่คุณมาสมัครงานอย่างนี้ กรกฎพี่ชายของคุณรู้รึเปล่า”

“เขาไม่ทราบเรื่องนี้หรอกเพคะ เป็นความตั้งใจของหม่อมฉันเอง”

ท่านชายสดายุเลิกคิ้วประหลาดใจ พอดีมยุรีกับอุ่นเรือนเดินเข้ามา อุ่นเรือนทักท่านชาย นึกว่ากลับไปแล้วเสียอีก เห็นทูลลาเสด็จท่านแล้ว

“พอดีลงมาเจอคุณละอองดาว ก็เลยคุยกันนิดหน่อย”

“รู้จักกันด้วยหรือเพคะ”

“รู้จักดีเลย คุณละอองดาวเป็นน้องสาวเพื่อนสนิทของฉัน ดีจัง ถ้าท่านป้าจะได้คุณละอองดาวมาทำงานด้วย”

“ท่านจะทรงพอพระทัยรึเปล่า ก็ยังไม่ทราบเลยเพคะ หม่อมฉันอาจจะไม่ตรงกับพระทัยก็เป็นได้” ละอองดาวถ่อมตัวอย่างไม่มั่นใจ

“แต่ฉันว่า...ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นนะ เอาล่ะฉันคงต้องไปแล้ว สวัสดีนะคุณละอองดาว”

ละอองดาวพนมมือไหว้ท่านชายแล้วเดินตามอุ่นเรือนไปที่ห้องประทับของเสด็จพระองค์หญิงพราวนภางค์ หญิงชราตัวเล็กวัย 70 ปี เห็นท่านนั่งบนเก้าอี้ล้อหมุนควบคุมด้วยไฟฟ้า กำลังให้นางพยาบาลฉีดยาบำรุงที่แขน

อุ่นเรือนเข้ามาทูลท่านสองสามคำ ท่านจึงให้พยาบาลออกไปพร้อมอุ่นเรือน แล้วเชิญหญิงสาวผู้มาเยือนนั่งบนเก้าอี้ตรงกันข้าม

ละอองดาวใจเต้นแรง ร้อนๆหนาวๆ หย่อนตัวลงที่เก้าอี้ด้วยความรู้สึกประหม่า เกร็ง หายใจไม่ทั่วท้อง หลบตาลงต่ำทันที

ooooooo

ด้วยความช่วยเหลือของเริงใจที่นำข่าวสารการรับสมัครงานมาให้ ละอองดาวจึงได้งานในวังนพดลของเสด็จพระองค์หญิงพราวนภางค์ ผู้ที่เจอละอองดาวครั้งแรกรู้สึกเมตตาและถูกชะตาในตัวหญิงสาวเป็นอันมาก

แต่เมื่อกรกฎรู้เรื่องเข้าถึงกับโกรธหัวเหวี่ยง สั่งห้ามไม่ให้ละอองดาวออกไปหางานทำ จนละอองดาวจำฝืนใจทูลขอเสด็จฯลาออกทั้งที่ยังไม่ทันได้เริ่มงาน

ส่วนเรื่องผดาชไมที่กรกฎไม่ต้องการให้เธอกลับอเมริกา แล้วยังมาได้ยินโดยบังเอิญตอนรุ้งเพชรกับสกุลตลาคุยกันว่าเหตุผลที่ผดาชไมกลับเมืองไทยเพราะมีคนจ้างงาน ไม่ได้ตั้งใจมางานศพบิดาของเขา รวมทั้งไม่คิดจะมาอยู่เมืองไทยถาวร ยิ่งทำให้กรกฎขุ่นมัวอย่างมาก ตัดสินใจเช่าบ้านหลังหนึ่งให้คนรักอยู่เป็นที่เป็นทางแทนโรงแรม หวังซื้อใจเธอไม่ให้จากไป

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement