ละอองดาว ตอนที่ 3 นิยายไทยรัฐ
วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

ละอองดาว ตอนที่ 3


11 พ.ย. 2560 07:10
1,248,762 ครั้ง

ละคร นิยาย ละอองดาว

ละอองดาว ตอนที่ 3

อ่านเรื่องย่อ

ละอองดาว

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

พนมเทียน

บทโทรทัศน์โดย:

คุณชาย และ สรรพชัย เกิดอุทัย

กำกับการแสดงโดย:

ชัชวาลย์ คล้องช้าง

ผลิตโดย:

บริษัท เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ทิสานาฏ ศรศึก, อรรคพันธ์ นะมาตร์

การพบกันครั้งแรกระหว่างกรกฎกับละอองดาวนอกจากจะทำให้ฝ่ายชายตะลึงในความสวยของเธอแล้ว เขายังประทับใจและชื่นชมความคิดฉลาดหลักแหลมของเธอด้วย

ละอองดาวช่วยเหลือคนงานในบ้านด้วยความเมตตา แม้แต่เด็กๆลูกหลานของคนงานเธอก็สร้างรายได้เสริมเพื่อช่วยครอบครัว ด้วยการสอนให้ปลูกผักสวนครัวหลากหลายชนิด เหลือจากกินก็เอาไปส่งให้แม่ค้าที่ตลาด

กรกฎรู้สึกผิดคาดทั้งเรื่องรูปร่างหน้าตาที่เคยคิดว่าละอองดาวขี้ริ้วขี้เหร่ อีกทั้งกิริยามารยาทของเธอก็อ่อนโยนเรียบร้อย...สองคนเดินมาถึงหน้าตึกของละอองดาว หญิงสาวอธิบายว่าตึกหลังนี้เป็นความเมตตาของพ่อที่กรุณาปลูกให้ตนอาศัย แต่ถ้ากรกฎต้องการจะใช้ก็ขอให้บอก ตนจะได้หาทางขยับขยาย

ชายหนุ่มฟังแล้วไม่ค่อยชอบใจนัก บอกว่าถ้าตนมีสิทธิ์ขาดเมื่อไหร่ สิ่งแรกที่จะทำคือโอนตึกหลังนี้ให้เธอทันที คราวหลังจะได้ไม่ได้ยินคำว่าผู้อาศัยจากเธออีก

“ขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ คุณจะเข้าไปดูตึกหลังนี้ ก่อนไหมคะ”

“ผมว่าเราไปที่ตึกใหญ่กันก่อนดีกว่า จะได้ไปกราบศพคุณพ่อด้วย หลังงานทำบุญเจ็ดวันผมยังไม่ได้ เหยียบเข้าไปอีกเลย”

เมื่อเข้ามาในตึกใหญ่ กรกฎเคารพศพบิดาพร้อมละอองดาวที่มีน้ำตาเคลือบคลอเพราะคิดถึงท่าน ชวนชมประหลาดใจที่สองคนมาด้วยกัน แต่แอบดีใจอยู่ลึกๆว่าพี่น้องได้พบกันเสียที

ชวนชมเดินตามทั้งคู่ไปที่ห้องเก็บของและเรียกคนรับใช้มาเปิดหน้าต่าง ภายในห้องนั้นเต็มไปด้วยของเก่าโบราณสะสมมีค่าและหายาก ทั้งรูปเขียน รูปปั้น ถ้วยโถโอชาม

“ห้องนี้คุณท่านรักมาก ของแต่ละชิ้นมีคุณค่า ราคาสูงทั้งนั้น...นั่นก็เครื่องลายครามธิเบต นี่ก็รู้สึกว่าจะของจีนหรือแมนจูนี่ล่ะค่ะ รูปปั้นนั่นก็...” ชวนชมนิ่งคิด เพราะจำไม่ได้ ละอองดาวบอกว่าคลีโอพัตรามาจากอียิปต์ กรกฎอมยิ้ม ออกตัวว่า

“ยังดีกว่าผมที่ไม่รู้เรื่องเอาเสียเลย ท่านช่างไปสรรหามาจากไหนนะ ผมไม่เห็นว่ามันน่าจะมีราคา”

“ที่ไหนได้คะ มีศาสตราจารย์ชื่ออะไรดิฉันก็จำไม่ได้ ชาวอังกฤษขอมาชมในห้องนี้แล้วขอซื้อเหมาหมดทั้งห้อง เป็นเงินไทยตั้งเกือบ 60 สิบล้านบาท ท่านยังไม่ยอมขายเลย ถามคุณดาวดูก็ได้ค่ะ”

“งั้นเชียวเหรอ...แต่ฉันไม่สันทัด ไม่มีความรู้อะไรพวกนี้เลยจริงๆ พูดไปก็เหมือนอย่างพวกวานรได้แก้ว ยังไงยังงั้น คุณพ่อท่านได้ยินคงจะสาปแช่งฉันอยู่แน่ๆ”

ชวนชมกับละอองดาวยิ้มขันในคำพูดของกรกฎ หลังจากนั้นทั้งสามคนไปที่ห้อง ดร.ไกร กรกฎเห็นภาพขนาดใหญ่ของพ่อในกรอบรูปสีทอง อยากได้ไปไว้ที่ห้องตน จึงวานชวนชมเป็นธุระจัดการ

ละอองดาวเดินไปเปิดตู้เซฟหลังโต๊ะทำงาน มีเงินสดจำนวนหนึ่ง

“นี่เป็นเงินสดที่ติดเซฟอยู่ ก่อนคุณพ่อจะเสียค่ะ”

“เก้าแสนเจ็ดหมื่นแปดพันสามร้อยบาทถ้วนค่ะ”

“โอ้โห เท่ากับเงินประจำเดือนผมปีกว่า...เรามาหารสองกันดีไหม”

“ของคุณกรกฎทั้งหมดนั่นแหละค่ะ”

“ไม่...มันไม่ยุติธรรม”

“ยุติธรรมสิคะ ของคุณแท้ๆ”

“ถ้างั้นให้มันอยู่ในเซฟนั้นไปก่อนเถิดครับ ผมยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้อะไร เพราะบอกคุณอรรถไว้แล้วว่าผมจะใช้เงินให้อยู่ในวงจำกัดตามสิทธิ์รายเดือนที่ได้”

ละอองดาวปิดเซฟแล้วยื่นกุญแจให้กรกฎช่วยเก็บไว้ แต่เขาไม่รับ เธอเลยต้องเก็บมันไว้เอง

ooooooo

กว่าจะสำรวจบนตึกใหญ่เสร็จก็บ่ายคล้อย ละอองดาวเดินนำกรกฎลงมาที่ห้องรับแขก อธิบายว่าข้างล่างมีห้องทั้งหมดสี่ห้อง แต่ไม่ทันแจกแจงว่าห้องอะไรบ้าง ชายหนุ่มชิงพูดเสียก่อนว่าตนไม่ต้องดูทุกห้อง ขอนั่งพักตรงนี้ดีกว่า

กรกฎนั่งลงที่เก้าอี้รับแขกแล้วเริ่มชวนคุย “กว้างขวาง เป็นระเบียบมากๆ อยู่สบายดีไหมครับที่นี่”

“ค่ะ สบายดี”

“วันก่อนผมแวะไปที่ออฟฟิศของเบ็ญจรงค์

คุณอรรถบอกว่าคุณยังไม่เข้าไปรับเงินประจำเดือนเลย นี่ผ่านมาตั้งหลายวันมากแล้ว แกโทร.มาก็แล้ว บอกกับคุณก็แล้ว คุณก็ยังไม่เห็นเข้าไปเอาสักที ผมอยากทราบว่าทำไมคุณถึงยังไม่ไปรับให้เรียบร้อย”

“ดิฉันยังไม่จำเป็นต้องใช้ค่ะ”

“อะไร? ไม่จำเป็นต้องใช้ ใครบ้างที่ไม่ใช้เงิน นอกจากคนที่ตายไปแล้ว แล้วตอนนี้คุณเอาเงินที่ไหนใช้”

“ดิฉันยังพอมีเหลือติดตัวอยู่นิดหน่อย คุณพ่อท่านเคยให้ไว้ แล้วดิฉันก็ไม่ค่อยใช้เงิน เพราะอยู่กับบ้าน ไม่ค่อยได้ออกไปไหน”

“คุณทำอย่างนั้นไม่ถูกนะคุณดาว คุณพ่อท่านสั่งเอาไว้ ครบเดือนคุณก็ต้องไปรับเงินค่าใช้จ่ายประจำเดือนมาเสีย ส่วนคุณจะใช้หรือไม่ใช้ ผมคงไม่ไปบังคับคุณ...ยิ่งไม่ใช้ได้ก็ดี เก็บเอาไว้ให้ผมกู้”

“ก็เก็บไว้ที่คุณอรรถยังไงล่ะคะ”

“มันไม่ถูก คุณอรรถจะเก็บเอาไว้ให้ได้อย่างไร เขามีเพียงหน้าที่จ่าย คุณต้องไปเซ็นรับมา ตัดบัญชีไปให้เรียบร้อย นี่เขาก็รอค้างเติ่งอยู่อย่างนั้น ผมขอสั่งคุณในฐานะพี่ชาย ผู้ปกครองคุณโดยตรงหลังจากไม่มีคุณพ่อแล้ว”

“ค่ะ ฉันจะไปรับเงินจำนวนนั้น เพื่อไม่ให้คุณกรกฎขุ่นใจอีก”

“ขอบคุณมาก ผมจะทำตัวให้เป็นพี่ชายที่ดีสำหรับคุณ แต่จะดีขนาดไหนผมก็ยังไม่ทราบ แต่จะพยายามอย่างที่สุดแล้วกัน เพราะฉะนั้นคุณควรทำตัวเป็นน้องสาวที่ดีด้วย ตักเตือนหรือสอนอะไรก็อย่าดื้อ เข้าใจไหม”

ละอองดาวไม่ตอบ นั่งก้มหน้ามองเล็บมือตัวเองเฉย กรกฎที่คิดว่าจะได้ยินคำขอบคุณจากเธอ นึกบ่นในใจ ในกิริยาที่ดูเหมือนยโส มองค้อนขุ่นๆ

ครู่ต่อมาละอองดาวออกมาส่งกรกฎที่หน้าตึก เขาชำเลืองมองเธอที่เอาแต่ก้มหน้ามองต่ำเหมือนไม่ได้สนใจเขา

“แล้วก็ค่ำนี้คุณไปทานอาหารกับผม น้าชวนด้วย” พูดแล้วเห็นอีกฝ่ายยังก้มหน้าเฉย น้ำเสียงเขาเริ่มขุ่น “คุณได้ยินมั้ย ผมบอกให้คุณไปทานอาหารที่ตึกผมพร้อมผม เชิญน้าชวนไปด้วย เราจะได้ทานอาหารค่ำด้วยกันสามคน...อย่างน้อยที่สุดก็เฉพาะวันนี้”

“เวลาเท่าไหร่คะ”

“เอ๊ะ แล้วกัน! คุณเป็นแม่บ้านยังไง ไม่รู้หรือว่าพี่ชายกินข้าวเวลาไหน”

“27 วันที่คุณกรกฎกลับมาถึงบ้าน คุณยังไม่เคยรับประทานอาหารเย็นที่บ้านแม้แต่ครั้งเดียวค่ะ ดิฉันจึงไม่ทราบ แล้วดิฉันก็ไม่ได้เป็นแม่บ้านของที่นี่ เป็นเพียงลูกบ้านผู้อาศัยคนหนึ่ง ถ้าจะตั้งแม่บ้าน น้าชวนชมเห็นจะเหมาะสมที่สุด”

กรกฎหน้าเจื่อนเก้อไป พูดลอยๆว่าสองทุ่ม ละออง-ดาวตอบรับจะไปตามเวลานั้น

“แล้วก็...ผมขอแต่งตั้งคุณเสียเดี๋ยวนี้เลย ตั้งแต่วินาทีนี้คุณคือแม่บ้านผู้ดูแลทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านเบ็ญ-จรงค์ ส่วนน้าชวนแกเป็นผู้ใหญ่แล้ว ให้เป็นเพียงผู้รับนโยบายจากคุณอีกต่อหนึ่งก็แล้วกัน”

พูดจบกรกฎหันเดินลงจากตึกไปทันที ถึงตึกของตัวเองไม่ทันไร ยอดรักมาบอกว่ามีคนโทรศัพท์มาหา

ผดาชไมนั่นเอง เธอออดอ้อนให้เขามาพบตอนหนึ่งทุ่มหลังจากเธอเสร็จงานเพื่อไปหาอะไรทานแล้ว ดูหนังสักรอบ กรกฎยังเคืองไม่หาย ประชดว่า

“เธอว่างจากภารกิจคนของประชาชนที่รัดตัวอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันแน่แล้วหรือตอนนี้”

“ว่างแน่ๆแล้วค่ะกฎ จากทุ่มเป๋งไปเวลาของดาทั้งหมดเป็นของกรกฎคนเดียว”

เมื่อได้ยินกรกฎปฏิเสธเพราะต้องอยู่กินอาหารค่ำที่บ้าน ผดาชไมไม่พอใจซักว่ากินกับใคร พอรู้ว่ามีละอองดาวด้วย เธอถามเสียงแหลมว่ารู้จักกันแล้วเหรอ

“เพิ่งจะวันนี้ล่ะ ฉันในฐานะที่เป็นพี่ชายเขาเลยชวนมาทานอาหารด้วย”

ผดาชไมหน้าตึงทันที กรกฎยังไม่ทันจะชวน เธอรีบปฏิเสธไม่ร่วมโต๊ะกับคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่พ่อเขาเก็บเอามาเลี้ยง

“เอางี้ดีกว่า...กฎจะกินอาหารกับแม่แตน จะสังสรรค์เสวนากันยังไงก็ตามสะดวก แต่สี่ทุ่มตรงคืนนี้ไปพบดาให้ได้ที่ฮาวาน่า ดาจะคอยอยู่ที่นั่น”

กรกฎรับปาก...พอวางสายได้ครู่เดียว ธัชชัยโทร.มา กรกฎเลยชวนเขามากินข้าวเป็นเพื่อนแก้เก้อ กลัวว่าตัวเองกับละอองดาวจะไม่มีอะไรพูดกัน ธัชชัยตกปากรับคำทันทีเพราะอยากทำความรู้จักละอองดาวอยู่แล้ว

ooooooo

เมื่อได้พบละอองดาว ความรู้สึกของธัชชัยไม่ต่างจากกรกฎนัก เขาตะลึงในความงามของเธอ พอได้คุยยิ่งพึงพอใจในกิริยามารยาท แต่กรกฎกลับมองว่าเธอพูดน้อยเพราะความยโส

ชวนชมกับธัชชัยรู้จักกันดีอยู่แล้วจึงคุยอย่างกันเอง ขณะที่ละอองดาวเพิ่งรู้จักค่อนข้างวางตัวห่างเหิน ตรงข้ามกับธัชชัยที่พยายามตีสนิทเพื่อเริ่มภารกิจของตน

ธัชชัยคุยจ้อเรื่องอาหารที่ชวนชมบอกว่าละอองดาวเลือกเมนูและคอยกำกับคนครัวด้วยตัวเอง แถมพอรู้ว่าละอองดาวไม่ได้เรียนแค่เลขานุการจากฝรั่งเศสอย่างเดียว แต่ยังไปเรียนทำอาหารที่สถาบันชื่อดัง ก็อยากจะชิมฝีมือเธอบ้าง หญิงสาวตอบรับแต่ออกตัวว่าอาจจะไม่ถูกปากเขา

“ความจริงอาหารฝรั่งทุกชนิดก็ไม่ค่อยจะถูกกับรสนิยมของผมนักหรอก นี่ดัดจริตอยากทานขึ้นมาก็เพราะเห็นว่าคุณดาวเป็นถึงศิษย์เก่าโรงเรียนทำอาหารมีชื่อระดับโลกเท่านั้นแหละครับ”

ธัชชัยพูดตรงมากทำให้ละอองดาวอดขำไม่ได้ กรกฎชำเลืองมองและถามว่า

“แล้วผมล่ะ ไม่มีโอกาสโชคดีอย่างธัชชัยบ้างหรือ”

“คุณกรกฎผิดกับคุณธัชชัยมากค่ะ คุณอยู่ในบ้านนี้อยู่แล้วและก็เป็นเจ้าบ้าน เพียงถ้าคุณต้องการอะไร และอยู่ในความสามารถของดิฉันที่จะรับใช้ได้ คุณเพียงแต่สั่งมาเท่านั้น”

กรกฎคอแข็งขึ้นมาทันที ธัชชัยกับชวนชมแอบสังเกตทั้งสองคน ครั้นเห็นวงสนทนาเงียบไปชวนชมจึงขอตัวกลับ ละอองดาวได้โอกาสกลับด้วย กรกฎมองหน้าเพื่อนหนุ่มแล้วรีบพูด

“ผมก็กำลังจะออกไปธุระกับธัชชัยข้างนอกพอดี...ธัช แกรอสักเดี๋ยว ฉันขอขึ้นไปแต่งตัวก่อน หรือขี้เกียจนั่งอยู่นี่ก็เดินไปส่งคุณดาวกับน้าชวนก่อนก็ได้”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ บ้านอยู่แค่นี้เอง”

“ถ้าคุณดาวไม่รังเกียจ ผมขอเดินย่อยอาหารไปทางตึกคุณดาวด้วยสักหน่อย รู้สึกว่าทานเข้าไปมากเหลือเกิน ผมไม่อยากนั่งอยู่นี่คนเดียวด้วย”

ละอองดาวยิ้มบางๆแทนคำตอบ...เมื่อเดินมาถึงหน้าตึกชวนชมขอขึ้นไปก่อน ละอองดาวหันมองธัชชัยที่ยืนเกร่อยู่บริเวณซุ้มไม้หน้าตึก เอ่ยชวนตามมารยาทให้เข้ามานั่งข้างในก่อน

“ไม่เป็นไรหรอกครับ เชิญคุณดาวเถิดไม่ต้องห่วงผม ตรงนี้เย็นสบายดี ผมชอบต้นไม้แถวนี้ งามเหลือเกิน”

“เชิญเถิดค่ะ ขึ้นมานั่งเสียก่อน คงอีกนานกว่าคุณกรกฎจะเสร็จ ประเดี๋ยวฉันจะโดนตำหนิเอาได้ว่าปล่อยเพื่อนรักเขาไว้หน้าบันไดบ้าน”

ธัชชัยลังเลเกรงใจในที แต่เห็นเป็นโอกาสทำความรู้จักเธอให้มากขึ้น ค่อยๆก้าวตามเธอเข้าไปทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้รับแขก กวาดตามองโดยรอบอย่างสำรวจตรวจตรา

“คุณธัชชัยต้องการดื่มอะไรไหมคะ”

“ไม่แล้วล่ะครับ ผมแน่นท้องมาก ขอนั่งพักเฉยๆ สักครู่ก็พอครับ”

“ตามสบายค่ะ เดี๋ยวดิฉันไปเอาชาอุ่นๆมาให้ดีกว่า”

ละอองดาวผละไป ธัชชัยมองตามด้วยใจสั่นระทึกอย่างประหลาด ความรู้สึกหลากหลายแล่นเข้ามา ทั้งทึ่งในตัวเธอและนึกละอายอดสูใจ เมื่อคิดย้อนไปถึงคำพูดของกรกฎที่บอกว่าละอองดาวขี้เหร่ ไม่อยากแต่งงานด้วยถึงขนาดว่าจ้างธัชชัยแยกเธอออกไป

เสียงละอองดาววางแก้วชาร้อนทำให้ธัชชัยตื่นจากภวังค์ความคิด ถามอย่างสุภาพว่า

“ไม่ทราบว่าคุณดาวจะรังเกียจผมหรือเปล่า”

“ดิฉันก็ไม่เห็นว่าคุณจะมีอะไรที่น่ารังเกียจเลยนี่คะ ตรงข้าม...ดิฉันยินดีเสียอีกที่มีโอกาสได้รู้จัก คุณคุยสนุกออก คุณธัชชัยเป็นเพื่อนของคุณกรกฎ ดิฉันก็ต้องให้เกียรติ”

“ครับ...ความจริงกรกฎเป็นพี่ชายที่ดีมากคนหนึ่งนะครับ รู้สึกเขาจะเป็นห่วงและเอาใจใส่ต่อคุณมาก พูดอยู่เสมอว่าเขาเหลือน้องสาวอยู่คนหนึ่ง ต้องทำหน้าที่คุ้มครองดูแลต่อไปให้ดี”

“คุณกรกฎเป็นผู้ปกครองคนใหม่ของบ้านที่ดีมากค่ะ มีเมตตาต่อทุกคนในบ้าน แล้วยังตั้งใจแน่วแน่ที่จะรักษาแบบแผนและรสนิยมของคุณพ่อไว้ดังเดิม”

“ขออภัยนะครับ ที่ผมพูดอะไรในเรื่องส่วนตัวของคุณมากไปหน่อย ทั้งๆที่เราเพิ่งจะพบกัน แต่ได้โปรดคิดเสียว่าผมเป็นมิตรที่ดีคนหนึ่งของคุณ สังเกตดูคุณกับกรกฎยังไม่ค่อยสนิทสนมกันนัก”

“เป็นธรรมดาค่ะ คุณก็รู้แล้วว่าสภาพของเราเหมือนคนอื่น เพราะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ดิฉันกับคุณกรกฎกำลังพยายามจะทำความคุ้นเคยกัน”

“แต่ดูคุณออกจะระมัดระวังตัว ไม่ให้ความสนิทสนมกับกรกฎอย่างพี่ชายธรรมดา”

“ดิฉันไม่ใช่น้องแท้ๆของคุณกรกฎนี่คะ เป็นใครที่ไหนตัวดิฉันเองยังไม่ทราบเลย คุณพ่อแค่เก็บเอาดิฉันมาเลี้ยงไว้อย่างลูกเลี้ยง แล้วดิฉันจะกล้าบังอาจไปคิดอย่างน้องแท้ๆได้อย่างไร มันเป็นหน้าที่ของดิฉันที่จะต้องรู้สึกสำนึกตน แต่ดิฉันก็ให้ความเคารพนับถือเขาอย่างสูงรองจากคุณพ่อทีเดียว”

ละอองดาวอธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยน ธัชชัยสังเกตเห็นความรู้สึกทั้งเศร้าและทระนงแฝงอยู่ในแววตาคู่สวยของเธอ

ooooooo

นั่งรถออกมากับกรกฎแล้ว ธัชชัยฮัมเพลงอารมณ์ดีสลับกับชวนเพื่อนคุย

“จริงๆวันนี้แกตั้งใจชวนฉันมา หรือเพราะฉันเกิดโทร.มาถามแกเข้าเสียก่อน”

“ถามทำไม”

“เปล่า...ก็อยากจะขอบคุณแกนั่นล่ะ ฉันแค่ไม่แน่ใจ วันนี้มันเหมือนฝันๆยังไงบอกไม่ถูก แต่แกแน่ใจใช่ไหมว่านั่นคือคนเดียวกับยายแตนที่แกเคยพูดถึง”

“ก็ยายแตนนั่นล่ะ...ถามแปลก”

“น่าสงสารเหลือเกิน”

“สงสาร? ก็ดีแล้วนี่ที่มีความคิดที่ดีต่อเขา แต่อยากรู้ว่าสงสารในข้อไหน แกอย่านึกว่าฉันจะใจดำทอดทิ้งเขานะ ก็บอกอยู่แล้วว่าเขาคือน้องสาวของฉันคนหนึ่ง น้องสาวของนายกรกฎ...จำไว้”

“เปล่า ฉันไม่สนใจหรอก แกจะทอดทิ้งหรือไม่ทอดทิ้ง จะปรานีหรือไม่ยังไง ไม่ใช่เรื่องที่น่าจะต้องสงสาร”

“อ้าว! แล้วสงสารอะไร”

“ก็สงสารในความอัปลักษณ์รูปชั่วตัวดำของเธอน่ะสิ โอ...ช่างน่าเวทนาออก ตัวกลมเหมือนไหกระเทียม หน้าตาอมโรค บูดๆเบี้ยวๆเหมือนเด็กพิการ ชาตินี้คงมีหวังอยู่เป็นสาวทึนทึกไปจนตาย เฮ้อ! เวรกรรม คุณพ่อของแกก็เหลือเกิน อยากจะให้เธอเป็นสะใภ้ทั้งท่ีก็ไม่ดูสารรูปของเธอเสียเลยว่ามันจะเหมาะกับพ่อลูกชายรูปหล่อไหม ฉันล่ะเห็นใจแกอย่างสุดซึ้งจริงๆว่ะ อย่างนี้ใครจะไปทนไหว”

พูดขาดคำ ธัชชัยโวยวายดังลั่นเพราะกรกฎหักรถเลี้ยวหลบรถที่สวนมาได้อย่างหวุดหวิด สีหน้ากรกฎเรียบนิ่งแต่ร้อนผ่าวด้วยความละอายเมื่อนึกถึงคำพูดของตนที่เพื่อนหนุ่มตอกย้ำ

ooooooo

ถึงฮาวาน่าคลับ กรกฎกับธัชชัยได้พบเพื่อนของผดาชไมอีกหลายคน แต่มีคนหนึ่งคือสารวัตรเอกรินทร์ที่ท่าทางพึงพอใจผดาชไม พอรู้ว่าเธอมีแฟนแล้วและรวยมากเป็นเจ้าของกิจการหลายอย่างของตระกูลเบญจรงค์ เอกรินทร์ลอบมองเขม่นกรกฎ

ก่อนหน้าที่กรกฎกับธัชชัยจะมาถึง เอกรินทร์ซึ่งทำธุรกิจรถนำเข้าจากยุโรปถามผดาชไมว่าใช้รถอะไรอยู่ เธอยิ้มเจื่อนไม่ทันตอบ รุ้งเพชรก็ร้องบอกขึ้นเสียก่อนว่ากรกฎมาแล้ว

ผดาชไมแสดงความเป็นเจ้าของกรกฎอย่างเปิดเผย ครั้นสมควรแก่เวลาเธอขอตัวกลับ เดินควงแขนแฟนหนุ่มออกมาโดยมีธัชชัยก้าวตามหลัง

“นั่นสารวัตรเอกรินทร์ เพื่อนของสกุลตลาค่ะ เขาขายรถยุโรปด้วย เห็นว่าดายังไม่ได้ใช้รถเลยแนะนำดาว่ามีรถอะไรน่าขับบ้าง...กฎคะ ดาว่าดาอยากขับรถ กฎว่าไง”

“ก็ดี เธอจะได้ไปไหนมาไหนด้วยตัวเองสะดวกโดยที่ไม่ต้องมารอฉันใช่ไหม แล้วจะได้ไปใช้บริการนายสารวัตรนั่นด้วย” กรกฎหน้าตูมตึง

“กฎคะ ไม่เอาสิ ไม่เป็นเรื่องอีกแล้ว มันไม่เกี่ยวกัน เลย ที่ดาบอกกฎดาจะให้กฎช่วยหาให้ดาสักคันต่างหาก... แล้วมื้อเย็นที่บ้านกฎเป็นยังไงบ้างล่ะคะ ไม่เห็นเล่าให้ดาฟังเลย”

“ก็ไม่มีอะไร กินข้าวคุยกันฉันพี่น้องคนร่วมบ้านเดียวกัน เจ้าธัชก็อยู่ด้วย”

ผดาชไมหันขวับไปหาธัชชัยทันที “คุณธัชก็ไปมาด้วยเหรอคะ เป็นยังไงบ้างล่ะคะดินเนอร์”

“อร่อยมากเลยครับ อิ่มมาก”

“เหรอคะ แล้วยายแตนนั่นล่ะ”

“คุณละอองดาวน่ะเหรอครับ ก็...” ธัชชัยอ้ำอึ้งเหลือบมองกรกฎ ขณะที่กรกฎก็รอฟังว่าเพื่อนรักจะตอบอะไร

จังหวะนั้นคำอินทร์เดินเข้ามาพอดี เห็นผดาชไมก็ปรี่เข้ามาทักถึงเนื้อถึงตัวอย่างธรรมเนียมฝรั่ง ทำเอากรกฎจ้องมองตาขุ่น

“คุณผดาชไมมาทำอะไรหรือครับ”

“วันนี้วันเกิดรุ้งเพชรค่ะ มีปาร์ตี้กัน นี่ดากำลังจะกลับ”

คำอินทร์บอกตนเพิ่งมาถึง จะให้ผดาชไมกลับเข้าไปอีก กรกฎไม่ชอบใจแทรกขึ้นเสียงแข็งให้คนของตนกลับได้แล้ว คำอินทร์เลยนิ่งไปด้วยความสงสัย...

ธัชชัยแยกตัวไปแล้ว กรกฎกับผดาชไมนั่งรถกลับด้วยกันสองคน เธออิงซบแขนแฟนหนุ่มที่หน้าบูดบึ้งไม่พูดไม่จา แล้วออดอ้อนเสียงหวานว่าเราอยู่กันสองคน อย่าเงียบอย่างนี้เลย

“รู้สึกว่าเพื่อนผู้ชายที่พร้อมจะรับใช้เธอ นับวันยิ่งจะมากขึ้นทุกวันนะ”

“อะไรอีกล่ะคะกฎ กฎพูดเหมือนกับจะจับผิดอะไรดา”

“ฉันไม่ได้จะจับผิด แต่ฉันไม่ชอบ โดยเฉพาะไอ้เจ้าคำอินทร์อะไรนั่น”

“เจ้าคำอินทร์สนิทกับรุ้งเพชร ดาเองก็เพิ่งจะรู้จักเขาไม่เท่าไหร่ ทำไมล่ะคะ กฎจะไม่ให้ดาคบค้าสมาคมกับใครบ้างเลยเชียวหรือ ทุกคนคือเพื่อนทั้งนั้น แล้วดาก็ไม่เคยทำอะไรเสียหายนะ กฎเสียอีก อะไรนิดอะไรหน่อยก็อารมณ์ฉุนเฉียวอยู่ตลอด”

“ฉันเป็นคนเห็นแก่ตัวมากไปใช่มั้ย”

“ใจน้อยและขี้หงุดหงิดบ้างนิดหน่อยเท่านั้นแหละค่ะ”

“แล้วจะให้ฉันทำยังไง”

“กฎต้องทำใจให้หนักแน่นหน่อยสิคะ ดายังเป็นดาสำหรับกฎอยู่เสมอ และกฎก็คือเจ้าบ่าวในอนาคตของดานะคะ” ผดาชไมหยอดคำหวานพร้อมกับหอมแก้มเขา...แค่นี้ชายหนุ่มก็ใจละลาย หายงอนเป็นปลิดทิ้ง

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้นละอองดาวตั้งใจจะฝากคนรับใช้ที่ไปจ่ายตลาดส่งจดหมายสามฉบับที่จ่าหน้าซองเป็นภาษา อังกฤษใส่ตู้ไปรษณีย์ แต่คลาดกันเพียงนิดเดียว

กรกฎขับรถมาเห็นละอองดาวเดินถือซองจดหมาย ถามว่าจะไปข้างนอกใช่ไหม มีอะไรให้ตนช่วยหรือเปล่า หญิงสาวอึกอักปฏิเสธไม่ออก ขึ้นนั่งรถไปด้วยอย่างจำยอม และระหว่างทางยังต้องคอยตอบคำถามของเขาอีก

“แล้วปกติคุณออกไปไหนมาไหนข้างนอกยังไง ...ให้คนรถขับหรือว่าคุณขับเอง”

“เพื่อนดิฉันมารับ...หรือไม่ก็แท็กซี่ค่ะ”

“รถในบ้านเราก็มีตั้งหลายคัน คุณไม่ใช้เลยหรือ”

“ก็ใช้อยู่บ้างค่ะ”

“งั้นดีแล้ว แต่ถึงยังไงคุณควรเอารถในบ้านไปใช้มากกว่าจะใช้รถจากที่อื่น คุณไม่ขับก็ให้นายศักดิ์นายสวัสดิ์ขับไปให้สิ”

ละอองดาวนิ่งเงียบ เสมองไปนอกหน้าต่าง แต่กรกฎก็ยังไม่หยุดพูด

“แล้วคุณได้คุยกับธัชชัยบ้างหรือเปล่า”

“ธัชชัย? อ๋อ เพื่อนคุณกรกฎคนนั้น มีอะไรหรือคะ”

“เปล่า ผมแค่ถามดู เห็นวันนั้นคุณกับธัชชัยคุยถูกคอกันดี”

ละอองดาวเริ่มไม่ชอบใจเมินหน้าหนี สักครู่ก็บอกให้เขาจอดตรงปากทาง กรกฎรู้สึกขุ่นมัวทันที จอดรถให้เธอลงพร้อมติงว่าแค่ส่งจดหมายคราวหลังฝากตนออกมาส่งให้ก็ได้ แล้วจะส่งไปที่ไหนตั้งสองสามฉบับ

เธอชักสีหน้าเล็กน้อย ไม่ตอบอะไรนอกจากขอบคุณที่เขากรุณามาส่ง กรกฎหน้าตึง มองตามตาขุ่น สบถลอดไรฟันว่า

“อวดดี!”

ooooooo

กรกฎนำรถของละอองดาวมาใช้แถมยังให้ผดาชไมขับราวกับเจ้าของ เขาใช้ช่วงเวลาที่แฟนสาวว่างจากงานพาไปช็อปปิ้งซื้อข้าวของและเครื่องประดับราคาแพงให้อย่างไม่อั้น

เริงใจกับชลทิชาเห็นทั้งคู่สวีตหวานกันในรถโดยบังเอิญ ตั้งใจจะไปเล่าให้ละอองดาวฟัง เป็นจังหวะที่เพื่อนรักกำลังคุยโทรศัพท์กับธัชชัยที่ต้องการนัดพบเพื่อนำของฝากจากเชียงใหม่มาให้ เมื่อเห็นเพื่อนทั้งสองมา ละอองดาวจึงมีข้ออ้างว่ามีนัดแล้ว ธัชชัยเลยผิดหวัง

สองเพื่อนสาวได้ยินชื่อธัชชัยก็สอบถามละเอียดยิบว่าเป็นใครมาจากไหน พอรู้ว่าเป็นเพื่อนของกรกฎ ก็พาลไม่ชอบไปด้วย จากนั้นก็เล่าที่พบเห็นกรกฎกับผดาชไมด้วยความหมั่นไส้

เล่าไปเดินเล่นกันไปเรื่อย จนกระทั่งใกล้ถึงหน้าตึก ของกรกฎ ชลทิชาเสยผมมือโดนต่างหูหล่นกระเด็นไปบนพื้นจึงช่วยกันหา ระหว่างนี้ผดาชไมขับรถพุ่งมาด้วยความเร็วเกือบชนสามสาวที่กรีดร้องและโดดหนี พร้อมๆกับที่ผดาชไมหักหลบทันทำให้ไม่มีใครบาดเจ็บ

แต่ผดาชไมหัวเสียอย่างมาก เปิดกระจกตะโกนด่า “นี่! พวกแกอยากตายกันนักหรือไง เป็นใคร ชื่ออะไรกันมั่งฉันจะไปฟ้องคุณกรกฎให้หมด”

สามสาวอึ้งไม่ตอบ ผดาชไมยิ่งหงุดหงิด ด่าอีกหลายคำจนเริงใจกับชลทิชาแทบทนไม่ได้ จะเข้าไปเอาเรื่อง แต่ละอองดาวฉุดแขนเพื่อนทั้งสองปรามไว้ แล้วกล่าวขอโทษผดาชไมก่อนดึงเพื่อนออกไป

ผดาชไมขับรถพรืดไปจอดหน้าตึก เปิดประตูลงมาฟ้องกรกฎที่ยืนอยู่กับชวนชมว่าคนใช้ที่นี่เดินเล่นไม่ดูตาม้าตาเรือบนถนนจนตนเกือบขับรถชน

“แล้วกัน แล้วใครเป็นอะไรกันหรือเปล่า”

“ดาหักหลบทันค่ะ ดูแลกันมายังไง กฎต้องไปเรียกมาตำหนิให้ดานะคะ แย่มาก”

“เอาเถอะๆ ไม่มีใครเป็นอะไรก็ดีแล้ว เอ๊ะ แล้วนั่นรถไปโดนอะไรมา” กรกฎชี้ไปข้างรถที่มีรอยถลอกครูดเป็นทางยาว

“นั่นล่ะค่ะที่ดาหงุดหงิด เลี้ยวเข้ามาในซอยแล้วมีแท็กซี่บ้าที่ไหนไม่รู้โผล่ปาดหน้าดา ดูสิมันทำรถกฎเป็นรอยเลย ดาโมโฮ้โมโห”

ชวนชมตกใจ มือตบอกเกือบหลุดอุทานเสียงดังออกไป

“เอาเถอะๆ รอยแค่นี้ไม่เป็นไร เธอไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว” กรกฎปลอบแฟนสาว ชวนชมมองค้อน ส่วนเริงใจกับชลทิชาที่ลากละอองดาวมาแอบดูแอบฟังยิ่งหมั่นไส้ผดาชไมเป็นทวีคูณ

ooooooo

กรกฎไม่เคยรู้มาก่อนว่ารถคันนั้นเป็นของละอองดาว สายวันนี้เขาขับมันไปจอดที่หน้าสำนักงานแล้วเข้าไปนั่งรออรรถวาทีอยู่ข้างใน

อรรถวาทีเพิ่งมาถึง สะดุดกับรอยถลอกข้างรถ นึกว่าเป็นฝีมือละอองดาว แต่พอเข้ามาข้างในเจอกรกฎก็นิ่วหน้าประหลาดใจ

เมื่อได้ยินกรกฎแจ้งธุระที่มาพบว่าต้องการเบิกเงินล่วงหน้า อรรถวาทีหน้าตึงเสียงขุ่นทันที

“เพิ่งจะถึงวันที่ 21 คุณเบิกล่วงหน้าของเดือนนี้ไปจนหมดแล้ว นี่มันก็ยังไม่สิ้นเดือนเลย จะมาขอเบิกล่วงหน้าของเดือนต่อไปอีกแล้ว”

“โธ่...เห็นใจผมหน่อยเถิดคุณอรรถ มันไม่พอจริงๆ หกหมื่นบาทต่อเดือนมันมากมายอะไรนักเชียว ตอนผมอยู่โน่นค่ารายเดือนผมเป็นเงินไทยก็เกือบแสนนะ อยู่ๆมาลดฮวบฮาบมันก็ไม่พอเป็นธรรมดา”

“ถ้าผมยอมคุณไปเรื่อย อีกหน่อยล่วงหน้าเดือนต่อเดือนก็จะพอกพูนไปเรื่อยจนกลายเป็นปีต่อปีแน่ๆ เฮ้อ...พ่อคุณ! ทำไมถึงได้ใช้เงินเปลืองอย่างนี้ เอาไปทำอะไรกันนักกันหนา”

“ผมก็ไม่รู้จะบอกยังไงถูก แต่รับรองว่าไม่ได้เอาไปหว่านโปรยที่ไหนหรอกครับ ใช้อย่างประหยัดจริงๆ คุณอรรถต้องเข้าใจ ใครๆก็รู้ว่าผมเป็นนายกรกฎ เบ็ญจรงค์ ลูกชายคนเดียวของมหาเศรษฐี ไปไหนมาไหนก็เป็นเงินเสียทั้งนั้น”

“ผมไม่ห้ามคุณหรอกที่คุณมีแฟนเป็นคนหรูหราราวกับดาราฮอลลีวูดยังงั้น แต่ตอนนี้คุณยังไม่ได้เป็นมหาเศรษฐี เป็นแค่ลูกเศรษฐีที่มีเงินรายเดือนจากกองมรดกในอัตราที่ไม่ใช่น้อย เอาไว้คุณเป็นมหาเศรษฐีเองเมื่อไหร่จะใช้จ่ายสะบั้นหั่นแหลกยังไงผมก็ไม่ว่า เฮ้อ! สองคนพี่น้องนี่ช่างตรงกันข้ามเสียจริงๆ คนหนึ่งเดือนๆไม่พอใช้ มาเบิกล่วงหน้าจนท่วมตัว ส่วนอีกคนจนจะสิ้นเดือนที่สองก็ยังไม่เห็นจะเดือดร้อนมาเบิกเอาไป”

เสียงบ่นของอรรถวาทีทำให้กรกฎคอแข็ง แต่ในที่สุดอรรถวาทีก็ต้องจ่ายเช็คสี่หมื่นให้กรกฎไปทั้งที่ไม่ค่อยเต็มใจ

“ขอบพระคุณเหลือเกิน คุณอรรถเอื้อเฟื้อผมเสมอ ผมจะไม่ลืมบุญคุณเลย รับรองว่าเดือนหน้าผมจะไม่เบิกเกินเป็นอันขาด”

เมื่อได้เงินสมใจแล้วชายหนุ่มลุกขึ้นทำท่าจะไปทันที

“เดี๋ยวก่อนคุณกรกฎ”

“มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“คุณใช้รถอะไรอยู่ขณะนี้ ดูเหมือนจะเป็นรถเบนซ์สปอร์ตสีงาช้างคันนั้นใช่ไหม”

“ครับ มันคล่องและรวดเร็วดี ทำไมหรือ”

“ความจริงมันไม่ใช่เรื่องของผม แต่อยากจะบอกให้คุณทราบว่ารถคันนั้นเป็นรถส่วนตัวของคุณละออง-ดาว ที่คุณท่านเพิ่งจะซื้อให้ตอนเธอกลับจากฝรั่งเศสใหม่ๆ และเธอก็ใช้ประจำตัวอยู่เสมอ”

“จริงเหรอครับ ไอ้ผมก็พาซื่อ ไม่รู้มาก่อนเลย น่าขายหน้ามาก คุณอรรถก็ไม่บอกผมเสียตั้งแต่แรก นี่เขาคงนึกด่าผมสักกระบุง ผดาชไมเองก็เอาไปขับบ่อยๆ วันก่อนก็ไปปาดแท็กซี่จนสีถลอกเป็นวา เจ้าของคงจะเจ็บใจพิลึก”

“คุณดาวเธอเป็นคนหงิมๆเฉยๆ ไม่มีปากเสียงอะไรหรอก ว่าแต่คุณสองคนพี่น้องได้รู้จักหน้าค่าตากันแล้วหรือยัง”

“อ๋อ พบและรู้จักกันสักพักแล้ว”

“อืม...น้องสาวคุณคนนี้เป็นยังไงบ้าง ตัวอ้วนเหมือนไหกระเทียมต่อขา หน้าตาบูดๆเบี้ยวๆ น่าเกลียดน่าชังพิลึกไหม”

กรกฎไม่ตอบ หันขวับออกไปอย่างไม่สบอารมณ์ ...แล้วตัดสินใจนำรถไปที่อู่เพื่อส่งซ่อมรอยถลอกเพราะฝีมือของแฟนสาว โดยย้ำกับช่างว่าต้องทำสีให้เนียนสนิทเหมือนเดิม

ooooooo

ผดาชไมเข้านอกออกในบ้านเบ็ญจรงค์บ่อยขึ้น วันนี้ว่างงานก็มาเดินกรีดกรายจู๋จี๋กอดจูบกรกฎโดยไม่แคร์สายตาบรรดาคนรับใช้ที่เห็นแล้วอายแทน

สองคนเดินชมสวนเรื่อยไปถึงแปลงผักสวนครัว ผดาชไมอยากรู้ว่าเป็นความคิดใคร พอรู้ว่าเป็นละอองดาวก็ชักสีหน้า บ่นว่าไร้สาระ ไม่เข้าท่า เกะกะรกตา ใครรู้เข้าจะเอากรกฎไปนินทาได้ว่าคนงานบ้านมหาเศรษฐีต้องมาปลูกผักเอาไว้กินไว้ขายแบบนี้

“คิดมากน่าดา ไม่มีใครเขาคิดจุกจิกอย่างงั้นหรอก” พูดแล้วเขาทำท่าจะนั่งลง ผดาชไมเห็นบนม้านั่งมีเศษดินและใบไม้แห้งเลอะเทอะ โวยวายเสียงแหลมห้ามนั่งเพราะมันสกปรก

“ก็แค่เศษดิน เศษใบไม้ ไม่เป็นไรหรอก”

“ไม่เอานะคะ ไม่เอา นั่งลงไปได้ยังไง” ผดาชไมฉุดแขนเขาไม่ยอมให้นั่ง แล้วหันไปทางลุงคนสวนที่อยู่ไม่ไกล ถามกึ่งดุว่าใครเป็นคนดูแลบ้านนี้ ปล่อยให้สกปรกเลอะเทอะแบบนี้ได้ยังไง แขกไปใครมาอายเขาแย่

ลุงย้อยรีบวางมือจากงานเข้ามาตอบคำถามด้วยท่าทีนอบน้อมว่าคุณละอองดาวเป็นคนดูแล ผดาชไมได้ยินชื่อนั้นก็เสียงแข็งทันที

“เขาอยู่ไหน ไปตามมาพบฉันเดี๋ยวนี้”

“ดา...เรื่องไม่เป็นเรื่องน่า”

ชวนชมที่ยืนมองมาทนไม่ไหวเดินเข้าไปออกรับแทนละอองดาวว่า “คุณดาวไม่อยู่หรอกค่ะ มีอะไรพูดกับดิฉันได้ ดิฉันเป็นคนช่วยคุณดาวดูแลที่นี่เอง”

ผดาชไมเชิดหน้าคอแข็ง ออกคำสั่ง “คุณแม่บ้าน ...กฎกับฉันจะนั่งเล่นกันตรงนี้ ช่วยจัดการโต๊ะและม้านั่งให้สะอาดๆ แล้วก็หาของว่างกับเครื่องดื่มมาหน่อย เอาวิสกี้มาด้วย เดี๋ยวฉันกับกฎจะยืนรอ”

ชวนชมมองกรกฎ เห็นเจ้านายหนุ่มพยักหน้าจึงรับคำสั่งของผดาชไมเสียงห้วน

“ดิฉันจะรีบจัดการให้”

“ขอบใจ...กฎคะ ไปเดินเล่นทางโน้นกันก่อนเถอะค่ะ ดาเห็นผีเสื้ออะไรก็ไม่รู้” ผดาชไมควงแขนกรกฎเดินออกไป ชวนชมมองตามหมั่นไส้

หนุ่มสาวเดินชมนกชมไม้อย่างมีความสุขเรื่อยมาจนถึงหน้าตึกของละอองดาว

“ที่จริงบ้านกฎก็น่าอยู่ดีนะคะ ร่มรื่น เอางี้ไหมคะ อาทิตย์หน้าปลายๆวีกดาว่าง ดาอยากชวนเพื่อนๆมาปาร์ตี้กลางวันที่นี่ กฎว่าดีไหม เพื่อนดาก็พวกรุ้งเพชร สกุลตลา พรชัย สี่ห้าคนที่กฎเคยเจอนั่นล่ะค่ะ”

“เอาสิ ที่ตึกฉันก็ได้ เดี๋ยวฉันจะชวนเจ้าธัชมาด้วย”

“โอเคนะคะ...แล้วนี่ตึกใครคะ ดูใหม่น่าอยู่จัง เข้าไปดูได้ไหมคะ”

“อย่าเข้าไปเลย เจ้าของเขาไม่อยู่”

“ใครกันคะ เจ้าของที่นี่ก็กฎไง หรือว่าตึกของยัยนั่น”

กรกฎไม่ตอบ เลี่ยงด้วยการชวนคนรักไปดูรถที่โรงรถว่าอยากได้คันไหนไว้ขับแทนคันก่อน ผดาชไมได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มหน้าบาน แววตาเป็นประกายขึ้นมาทันที

ooooooo

คืนนั้นละอองดาวแกะจดหมายของ ดร.ไกร อ่านต่อหน้ารูปของท่านที่วางบนโต๊ะ สายตาในรูปมองมาที่เธอราวกับรับรู้ในความปวดร้าวปนเศร้าที่กำลังเกิดขึ้น

“พ่อตระหนักอยู่แก่ใจเสมอว่าเรื่องนี้เป็นปมด้อยของความทุกข์โศกน้อยเนื้อต่ำใจของลูกมาตลอด เพราะพ่อเองไม่เคยยอมให้ความกระจ่างใดๆเกี่ยวกับตัวลูกเลยว่าเป็นใครมาจากที่ใด พ่อขอยืนยันในวาระสุดท้ายแห่งชีวิตว่า ลูกไม่ใช่เศษจรจัดที่พ่อไปเก็บมาจากริมถนน สถานเด็กกำพร้า หรือลูกนอกกฎหมายที่เกิดจากเมียที่พ่อไม่รับรอง สิ่งที่พ่อพอจะบอกลูกได้ก็คือลูกเป็นลูกกำพร้าที่หมดสิ้นทั้งพ่อและแม่ เพราะความตายที่ไม่เคยผ่อนปรนให้แก่ใคร”

“ลูกคืออนุสรณ์แห่งความรักอันล้ำค่าของคนสองคนที่มีความรักเด็ดเดี่ยวมั่นคงต่อกัน แม้ต้องฝ่าฟันอุปสรรคทุกข์ยากเพื่อจะได้มาครองรักร่วมกัน เป็นการเสียสละอย่างยิ่งใหญ่ชนิดที่ประวัติศาสตร์ของความรักจะต้องบันทึกเอาไว้...พ่อเองยังต้องยอมรับนับถือและพลอยปลื้มปีติตื้นตันในความรักของคนคู่นี้ ลูกคือพยานสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ที่จะยืนยันให้โลกรู้ว่าความรักแท้นั้นสามารถจะเสียสละได้หมดทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งความรัก ซึ่งเป็นสิ่งที่พ่อไม่เคยเชื่อมาก่อนว่าจะเกิดขึ้นได้ในโลกแห่งความเป็นจริงใบนี้”

“พ่อไม่ต้องการให้จดหมายฉบับนี้เป็นปริศนาให้ลูกมาขบคิด อย่าได้สนใจอะไรมากไปกว่าสิ่งที่พ่อจะสั่งไว้ ลูกจงแต่งงานกับกรกฎ เบ็ญจรงค์ ลูกชายคนเดียวของพ่อตามนัยที่พ่อระบุไว้ในพินัยกรรม มันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้พ่อจะตายอย่างตาหลับและเป็นสุขที่สุด...”

“กรกฎมีหน้าที่โดยตรงที่จะต้องขอแต่งงานกับลูกเอง ลูกเพียงแต่คอยสนองเขาเท่านั้น พ่อรู้ดีว่าคำขอร้องของพ่อนี้ออกจะเป็นการบีบบังคับ แต่คงไม่เหลือบ่ากว่าแรงอะไรนัก เพราะลูกก็ยังไม่ได้หมายใจชายใดไว้มาก่อน กรกฎเป็นผู้ชายที่ดีพอสำหรับการจะเป็นผู้นำลูก เป็นคนเดียวที่พ่อสมควรจะฝากฝังลูกไว้ โดยไม่มีอะไรจะต้องห่วง”

อ่านมาถึงตรงนี้เธอน้ำตาร่วงพรูหยดลงจดหมายด้วยความรันทดและอัดอั้นอย่างที่สุด อยากจะบอกพ่อผู้มีเมตตาเหลือเกินว่าเป็นไปไม่ได้เพราะกรกฎมีคนรักอยู่แล้ว เขาเพิ่งปฏิเสธและผลักไสตนอย่างไม่ไยดี ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าอายเหลือเกิน

ละอองดาวปาดน้ำตา ก้มหน้าอ่านจดหมายต่อไป

“และพ่อมีของขวัญอยู่ชิ้นหนึ่งที่เป็นของลูกโดยเฉพาะ จะมอบให้กับลูกในวันที่ลูกมีอายุ 25 ปีเต็ม”

เสียงเคาะประตูห้องทำให้เธอชะงัก ได้ยินชวนชมถามเบาๆว่านอนแล้วหรือ ละอองดาวรีบพับจดหมายสอดไว้ใต้ซองก่อนเอ่ยเชิญชวนชมเข้ามาภายในห้องที่ไม่ได้เปิดไฟ มีเพียงแสงสลัวจากโคมไฟบนโต๊ะ

“เอ๊ะ แล้วทำไมถึงนั่งมืดๆอยู่อย่างนั้นล่ะคะ”

“ไม่ได้ทำอะไรหรอกค่ะ ยังนอนไม่หลับ เลยลุกมานั่งเฉยๆค่ะน้าชวน”

ชวนชมส่ายหน้า เดินไปเปิดไฟจึงเห็นคราบน้ำตาบนใบหน้าละอองดาว

“ร้องไห้อีกแล้ว ข่มใจบ้างเถอะค่ะ ไหนๆท่านก็เสียไปตั้งเดือนกว่าแล้ว คุณดาวเป็นคนเข้มแข็งจะตาย ตั้งแต่โตมาไม่เคยเห็นร้องไห้สักที”

“ไม่ได้ร้องหรอก แค่นั่งอยู่คนเดียวแล้วอดคิดถึงคุณพ่อไม่ได้ น้ำตามันไหลออกมาเอง”

ละอองดาวหันหน้าหนี ชวนชมมองด้วยความเวทนาจับใจ ขยับเก้าอี้ที่โต๊ะเขียนหนังสือหันมาหาละอองดาว ที่เดินไปนั่งลงที่เตียงนอน

“เมื่อกี้นี้คุณอรรถโทร.มาเตือนว่าเงินค่าใช้จ่ายประจำเดือนก่อนคุณดาวยังไม่ไปเซ็นรับมาเลย นี่ก็จะสิ้นเดือนที่สองอยู่แล้ว”

“ช่างแกเถอะ แล้วน้าตอบแกไปว่ายังไง”

“แกบ่นใหญ่บอกว่าเตือนมาตั้งหลายครั้งแล้วก็รับปากทุกทีว่าจะไปเอา แต่ไม่เห็นไปเอาสักที คุณดาวนี่ก็แปลกเสียจริง คุณกฎเองก็ออกปากอยู่ ดูท่าเธอจะโกรธๆเสียด้วยซ้ำ”

“ช่างเขาปะไร ฉันไม่ต้องการเงินแม้แต่สตางค์แดงเดียวจากกองมรดก ไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น และฉันก็ไม่มีความคิดที่จะอาศัยอยู่ที่นี่ด้วย อยากจะออกไปเสียให้พ้นๆ ไปเสียพรุ่งนี้เลยก็ได้ ติดขัดที่เขานั่นล่ะ พูดเหมือนบังคับให้ฉันอยู่ เกรงจะเป็นที่ครหา”

“คุณดาวคะ ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะคะ คุณกฎได้ยินเข้าจะเสียใจแย่”

ละอองดาวลุกขึ้นเดินไปยืนริมหน้าต่าง กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ฉันต้องตัดสินใจและเลือกดำเนินชีวิตด้วยตัวเอง น้าชวนก็รู้ดีว่าถ้าเป็นคำสั่งของคุณพ่อ ฉันปฏิบัติตามได้ทั้งสิ้น แต่ที่ขัดข้องมันเกิดจากทางฝ่ายคุณกรกฎ ฉันก็จนใจ รู้สึกเห็นใจเขา รู้สึกรำคาญและอนาถตัวเองด้วยซ้ำ ทุกสิ่งมันคาราคาซัง กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เดือดร้อนกันไปหมด เพราะฉะนั้นฉันจะช่วยให้เขาพ้นจากพันธะเสียโดยเร็วและได้มรดกทุกชิ้นของเขาโดยครบถ้วน ไม่ต้องการสิ่งตอบแทนใดๆทั้งสิ้น”

“โถ...คุณดาวของน้า น้าเข้าใจค่ะ รู้ถึงหัวอกของคุณดาวว่าตกอยู่ในฐานะอย่างไร แต่ก็พูดอะไรไม่ออก ต้องโทษคุณกฎนั่นแหละ ไม่รู้อะไรมาบังตาไว้ คุณพ่อท่านก็คงคิดไม่ถึงว่าลูกชายจะปฏิเสธความหวังดีของท่าน”

“พอเถอะน้าชวน อย่ามาพูดเรื่องนี้กันอีกเลย แค่นี้ฐานะของฉันก็แย่อยู่แล้ว เหมือนผู้หญิงหน้าด้าน ใครรู้เรื่องเข้าก็แทบจะมองหน้าเขาไม่ได้”

“แล้วเรื่องเงินใช้จ่ายประจำเดือนของคุณดาวล่ะคะ มันคนละเรื่องกัน คุณพ่อท่านสั่งเอาไว้ ควรจะไปเอาเสียนะคะ”

ละอองดาวหันหน้ากลับมา แววตาเต็มไปด้วยความทระนงและเชื่อมั่น

“ฟังนะน้าชวน เดือนละสามหมื่นบาท ปีหนึ่งก็เกือบสี่แสน มันเป็นเงินจากกองมรดก เป็นเงินของคุณกรกฎ ฉันจะไปเอาของเขาทำไม ฉันไม่ต้องการสมบัติ พัสถานอะไรของเขาเลย”

“ไม่ถูกค่ะ ไม่ถูกแน่ๆ คุณดาวกำลังหยิ่งเกินไป คุณกฎไม่เคยแสดงความรังเกียจอะไรเลย มีแต่จะคอยห่วงกังวลถามถึงคุณดาว”

“นั่นแหละ ฉันไม่รับ ยังไงก็ไม่ขอเอาเด็ดขาด”

“แล้วคุณดาวจะเอาเงินที่ไหนใช้ล่ะคะ”

ละอองดาวเงียบไปครู่ ตอบสั้นๆแต่น้ำเสียงเด็ดเดี่ยวมากว่า...ตนคิดไว้แล้ว

เมื่อได้ฟังเธออธิบายขยายความ ชวนชมแทบไม่เชื่อหู อุทานด้วยความตกใจ

“คุณพระช่วย! มันจะเป็นไปได้ยังไงคะ ลูกสาว มหาเศรษฐีตระกูลเบ็ญจรงค์ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน”

“ไม่เห็นจะเสียหายอะไร ใครๆก็รู้ว่าฉันเป็นเบ็ญจรงค์เทียม เป็นเพียงลูกเลี้ยง อีกอย่างการทำงานหาเลี้ยงชีพก็ไม่ใช่เรื่องเสียเกียรติอะไร”

“ไม่เหมาะแน่ๆเชียวค่ะ ถ้าคุณกรกฎรู้คงจะไม่ยอมให้ทำอย่างนั้นเด็ดขาด อย่าว่าแต่จะไปทำเลย เพียงแค่เธอรู้เข้าจะต้องเต้นเป็นฟืนเป็นไฟแน่”

“คุณกรกฎไม่ใช่คุณพ่อฉันนี่ ถึงจะมีสิทธิ์มายับยั้งยุ่งเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวฉัน ทีฉันยังไม่เคยเสนอหน้าเข้าไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของเขา”

“สิทธิ์ในความเป็นพี่ชายของคุณดาวสิคะ คงไม่ยอมให้น้องสาวออกไปลำบากแน่ๆ”

“น้องสาวงั้นเหรอ ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเขาจะต้องมาวุ่นวายยุ่งเรื่องส่วนตัวฉันจนมากเกินไปขนาดนี้ ฉันไม่ชอบ และไม่ต้องการ ก็ต่างคนต่างอยู่กันไปสิ หรือว่าฉันจะต้องเอาใจเขาไปเสียทุกอย่าง”

ยิ่งพูดละอองดาวก็ยิ่งมีอารมณ์ ชวนชมทอดถอนใจ ถามว่าเมื่อไหร่จะบอกความคิดนี้ให้กรกฎทราบ

“ถ้าตกลงที่ไหนได้แล้วฉันจะบอก”

ชวนชมโคลงศีรษะอย่างไม่เห็นด้วย แต่ยอมแพ้ หยิบจดหมายตอบรับการสมัครงานที่ละอองดาวให้ดู ไปวางบนโต๊ะ แล้วสะดุดตากับซองจดหมายที่เขียนด้วยลายมือ ดร.ไกร

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement