เล่ห์ลับสลับร่าง ตอนที่ 7 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

เล่ห์ลับสลับร่าง ตอนที่ 7


23 ส.ค. 2560 09:05
561,752 ครั้ง

ละคร นิยาย เล่ห์ลับสลับร่าง

เล่ห์ลับสลับร่าง ตอนที่ 7

อ่านเรื่องย่อ

เล่ห์ลับสลับร่าง

แนว:

โรแมนติก-แอคชั่น-คอมเมดี้

บทประพันธ์โดย:

นรอินทร์

บทโทรทัศน์โดย:

ปิยพร วายุภาพ / สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์

กำกับการแสดงโดย:

หนุ่ม กฤษณ์ ศุกระมงคล

ผลิตโดย:

บริษัท โนพลอบเบลม จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ณเดชน์ คูกิมิยะ,อุรัสยา เสปอร์บันด์

แม้จะเป็นสิ่งที่เฝ้ารอ แต่นกยูงกลับไม่ตื่นเต้นหรือดีใจกับเรื่องแต่งงานกับรามิลเท่าที่ควร เหมือนมีบางอย่างเปลี่ยนไป แต่เธอไม่อยากยอมรับ ได้แต่นั่งทำหน้าเหมือนคิดหนัก จนจีอึนร้องทัก

“เปล่านี่...ฉันไม่ได้เป็นไรซะหน่อย”

จีอึนถอนใจยาว เปิดอกกับเพื่อนรัก “อย่ามาโกหกฉันเลยนกยูง เธอกับฉันคบกันมากี่ปี แค่เธออ้าปากฉันเห็นทะลุถึงไหนๆแล้ว ฉันพูดตรงๆนะนกยูง ถ้าเธอไม่โอเคก็อย่าไปฝืน รีบตัดสินใจก่อนที่อะไรๆจะสายเกินไปซะก่อน การแต่งงานมันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แต่มันคือชีวิตที่เหลือทั้งชีวิตของเธอเลยนะ”

คำพูดแทงใจดำของเพื่อนรักทำให้นกยูงพูดไม่ออก ได้แต่อึกๆอักๆแก้ตัว

“ฉันหมั้นกับคุณมิล ถ้าฉันไม่แต่งกับเขา แล้วเธอจะให้ฉันแต่งกับใครล่ะจีอึน...”

ระหว่างที่นกยูงคิดหนัก เภตราในร่างรามิลก็ต้องเจอศึกหนัก ร่วมกับหน่วยพยัคฆ์พิฆาตล้อมจับแก๊งฉิมพลี ฤทธิ์ชาติที่มาดูแลการส่งของด้วยตัวเองโกรธมาก สั่งซ้งกับลูกน้องคนอื่นให้จัดการผู้บุกรุกทันที

ซุปตาร์สาวในร่างตำรวจหนุ่มกลัวมาก ยิ่งได้ยินเสียงปืนกระหน่ำยิงไม่หยุด ยิ่งสติแตก หวิดจะตายกลางโกดังร้างอยู่แล้ว ถ้ารามิลตัวจริงในร่างของเธอจะไม่บุกมาช่วยทันเวลา!

การบุกโกดังของหน่วยพยัคฆ์พิฆาตครั้งนี้ทำให้แผนส่งของของฤทธิ์ชาติพังไม่เป็นท่า เขามั่นใจว่าต้องมีหนอนบ่อนไส้คอยส่งข่าวให้ตำรวจ เลยสั่งซ้งให้ตามล่าตัวมาลงโทษให้ได้

กว่ารามิลกับเภตราจะออกจากโกดังกลับถึงคอนโดก็ดึกมากแล้ว ซุปตาร์สาวในร่างตำรวจหนุ่มที่เพิ่งรู้ความจริงเกี่ยวกับฤทธิ์ชาติยังขวัญเสียไม่หาย ทั้งเรื่องที่เกือบเอาชีวิตไม่รอดและตัวตนแท้จริงของเขา

“นึกไม่ถึงว่านายฤทธิ์ชาติจะเป็นหัวหน้าแก๊งฉิมพลี ภายนอกเขาสุภาพ อ่อนโยน ดูดี กลายเป็นคนเลวไปได้”

“ผมบอกแล้วไงว่าหมอนี่มันไว้ใจไม่ได้ ทีนี้เชื่อรึยังล่ะ”

“ฮือ...แล้วนี่คุณจะทำยังไงต่อ”

“คนแบบนี้ปล่อยไว้ก็เป็นบ่อนทำลายชาติ ยังไงผมก็ต้องหาหลักฐานมาจับมันให้ได้”

“นึกถึงเมื่อกี้ ดีนะที่คุณตามมาทัน ไม่งั้นฉันคงเป็นผีเฝ้าโกดังไปแล้ว”

“ผมเองก็ต้องขอบคุณที่คุณช่วยชีวิตผมไว้เหมือนกัน”

รามิลในร่างเภตราพูดยิ้มๆ นึกถึงตอนเธอใช้ไม้หน้าสามตีหัวลูกน้องฤทธิ์ชาติในโกดัง เภตราในร่างของเขาหน้าแดง ก่อนจะกลบเกลื่อนเปลี่ยนไปถามเรื่องแต่งงานของเขากับนกยูง

“เออ...แล้วเรื่องแต่งงานคุณจะว่าไง นี่ฉันตอบตกลงแต่งงานกับคู่หมั้นคุณไปแล้วนะ”

“ว่าไงนะ! แต่งงาน...ผมบอกคุณตอนไหนว่าจะแต่งงาน”

“อ้าว...ก็ฉันโทร.หาคุณ แล้วคุณบอกเองว่าผู้ใหญ่จะเอาอะไรก็ตามใจไปก่อน ฉันเลยตอบตกลงไปน่ะสิ”

“เฮ้ย...แต่คุณก็รู้นี่ว่าผมไม่พร้อมจะแต่งงานตอนนี้”

ตำรวจหนุ่มในร่างซุปตาร์สาวเครียดมาก ก่อนจะถอนใจยาวปลงๆ

“ก็ในเมื่อรับปากผู้ใหญ่ไปแล้ว ก็คงต้องเลย

ตามเลยล่ะมั้ง นี่ถ้านกยูงรู้ว่าคนที่แต่งงานด้วยไม่ใช่ผมแต่เป็นคุณ เขาจะเป็นยังไงนะ...”

ooooooo

แม้ภารกิจบุกจับแก๊งฉิมพลีจะได้ผลดีเกินคาด อย่างน้อยก็ทำลายของลอตล่าสุดสำเร็จ แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานจับกุมตัวฤทธิ์ชาติในฐานะหัวหน้าแก๊งและผู้อยู่เบื้องหลังการค้ายา อาคมเลยตัดสินใจไปหาข้อมูลจากนกยูง

“ทำไมอยู่ๆคุณอาคมถึงอยากรู้เรื่องพี่ฤทธิ์ล่ะคะ”

“ไม่มีอะไรมากครับ แค่เห็นว่าธุรกิจเขาไปได้สวย เลยอยากรู้ความเป็นมาว่าเขามาถึงวันนี้ได้ยังไง”

“อ๋อ...อย่างนี้นี่เอง เท่าที่นกยูงรู้พี่ฤทธิ์มีบริษัทอีเวนต์รับจัดงานใหญ่ๆมาเยอะค่ะ แล้วเห็นว่าตอนนี้กำลังทำโมเดลลิ่งของตัวเอง คิดว่าอีกหน่อยคงขยายงานมาจับงานวงการบันเทิงเช่นหนังหรือละครด้วยมั้งคะ”

“แค่นี้เหรอครับ”

“ค่ะ...แค่นี้ ทำไมเหรอคะ หรือว่าคุณอาคมอยากรู้อะไรอีก”

สีหน้าเจื่อนๆของเขาทำให้นกยูงเอะใจ แต่ไม่อยากเซ้าซี้ และเปลี่ยนเรื่องดื้อๆ

“ความจริงเจอคุณอาคมก็ดี นกยูงมีเรื่องที่นกยูงยังไม่ได้บอก คือว่า...นกยูงกำลังจะแต่งงานกับคุณมิลค่ะ”

อาคมถึงกับอึ้งไป ก่อนจะถามเสียงเครียดว่าเมื่อไหร่

“คงเร็วๆนี้ค่ะ เมื่อวานคุณแม่ไปคุยกับคุณมิลมา คุณมิลไม่ได้บอกคุณอาคมเหรอคะ”

“เปล่าครับ...แล้วคุณนกยูงมั่นใจในตัวพี่มิลแล้วเหรอครับ คือ...การแต่งงานมันเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิตเลยนะครับ”
“แต่นกยูงหมั้นกับคุณมิลมานานแล้ว นี่คงถึงเวลาสมควรแล้วล่ะค่ะ”

คำตอบของเธอทำให้อาคมช้ำใจมาก จนเกือบหลุด ปากสารภาพความในใจ แต่ก็ยั้งปากตัวเองทัน เปลี่ยนเป็นเสนอตัวสอนเธอขับรถ นกยูงสงสัยท่าทางแปลกๆของเขามาก แต่ก็ไม่อยากซักไซ้ ปล่อยให้เขาพาไปขับรถ

นกยูงข่มใจที่เต้นรัวอย่างหนัก พยายามบอกตัวเองว่าเป็นเพราะความตื่นเต้นจากการเรียนขับรถ ไม่ใช่เพราะได้ใกล้ชิดอาคม และก็เพราะตั้งใจจนเกร็งนั่นเอง ทำให้เธอเหยียบเบรกหน้าทิ่ม

“ไม่เอาแล้ว! ฉันคงขับรถไม่ได้หรอกค่ะ”

“ไม่ต้องกลัวนะครับ ผมอยู่นี่ แค่ขับรถไม่มีอะไรน่ากลัวเลย”

“แต่ฉันรู้ว่าฉันขับไม่ได้แน่”

“ลองอีกครั้งนะครับ พยายามอีกนิด ผมอยู่ข้างๆนี่ รับรองว่าคุณนกยูงจะต้องปลอดภัยครับ”

กำลังใจจากอาคมทำให้นกยูงฮึดสู้ แต่ผลกลับยิ่งแย่ เมื่อเธอดันเหยียบคันเร่งเต็มแรงจนชนของข้างหน้า และก็เพราะความตกใจและรู้สึกผิดที่ทำรถเขาเสียหาย เธอเลยร้องไห้โฮ อาคมต้องปลอบเสียงอ่อน

“อย่าร้องไห้เลยครับ เรื่องแค่นี้เองไม่เป็นไรเลย”

“ฉันมันไม่เอาไหนเลย แค่ขับรถง่ายๆแค่นี้ยังทำไม่ได้”

“คนเราไม่จำเป็นต้องเก่งทุกเรื่องก็ได้นี่ครับ สำหรับผม...ที่คุณนกยูงเป็นอยู่ทุกวันนี้ก็สุดยอดแล้วครับ”

“คุณอาคมอย่าโกหกเลยค่ะ ฉันรู้ตัวเองดี”

อาคมส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะพูดปลอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ผมพูดจริงๆนะครับ ที่คุณนกยูงเป็นอยู่ทุกวันนี้
มันดีอยู่แล้ว ดีจนผมเองยังเอ่อ...ยังอดชื่นชมคุณไม่ได้ ผมอยากให้คุณนกยูงพยายามอีกนะครับ เพราะมันอาจจะเป็นสิ่งเดียวที่ผมทำเพื่อคุณได้ในตอนนี้ หลังจากนั้นหน้าที่ดูแลคุณนกยูงคงเป็นของพี่มิลเท่านั้น”

สองหนุ่มสาวสบตากันนิ่งๆ รู้สึกเศร้าและหวิวในใจอย่างบอกไม่ถูก

“ทำไมฉันรู้สึกใจหายแปลกๆนะคะ ทั้งที่ฉันควรจะดีใจ”

“ผมเองก็เหมือนกัน ผมไม่รู้ว่าพี่มิลจะดูแลคุณได้ดีแค่ไหน แต่ผมอยากให้คุณดูแลตัวเองให้ดีนะครับ”

ooooooo

จิตราทำตามที่ประกาศ หาฤกษ์แต่งงานของรามิลกับนกยูง โดยมีพวงครามไปเป็นเพื่อนตามประสาพวกชอบดูดวง หมอนักษัตรลำบากใจมาก แต่ก็เลือกจะบอกตรงๆ

“ตายๆ...หายนะถึงกับตกโลกาวินาศ เทวีสี่ตาบอกว่าลูกสาวเธอยังไงก็ไม่มีทางได้แต่งงานเด็ดขาด!”

“ทำไมล่ะคะหมอ...ในเมื่อลูกสาวฉันหมั้นหมายกับคู่หมั้นเขามาตั้งนมนาน จะไม่ได้แต่งงานได้ยังไง”

นกยูงหน้าเสีย ต่างจากพวงครามที่ย้อนถามอย่างมีความหวัง

“หรือว่าหนูนกยูงกับผู้หมวดอาจจะไม่ใช่เนื้อคู่กันก็ได้นะคะ”

หมอนักษัตรตอบรับทันที “ถูก...ขืนแต่งไปก็มีแต่เรื่องโศกาอาดูร ชอกช้ำระกำใจ เคราะห์ซ้ำกรรมซัด อยู่ก็เหมือนตาย แถมตายทั้งเป็นอีกต่างหาก แล้วจะแต่งไปทำไม”

คำทำนายของหมอดูคนดังทำให้นกยูงใจเสีย สีหน้ากังวลมากจนจิตราต้องประกาศจะใช้ฤกษ์สะดวกของตัวเอง

พวงครามอยากได้นกยูงเป็นลูกสะใภ้ ขัดใจมากจนต้องไปบ่นกับฤทธิ์ชาติถึงฤกษ์งานแต่งที่จะมีอาทิตย์หน้า

“แม่เสียดายหนูนกยูงจริงๆ เพราะลูกนั่นแหละ มัวบ้างานจนไม่มีเวลาทำคะแนน ดูซิ...สุดท้ายเลยสายเกินไป”

ข่าวงานแต่งของนกยูงกับรามิลทำให้ฤทธิ์ชาติเจ็บใจ ก่อนจะคิดแผนบางอย่างได้ แสยะยิ้มร้าย

“ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับผมหรอกครับคุณแม่”

“จะไม่สายได้ไง ก็เขาจะแต่งงานกันอาทิตย์หน้านี้แล้วนะลูก”

“อะไรมันก็ไม่แน่หรอกครับ ไม่เชื่อคุณแม่ก็รอดูเองสิครับ...”

ไม่มีใครเดาแผนการของฤทธิ์ชาติได้ แต่วีรกรรมของเขาในฐานะหัวหน้าแก๊งฉิมพลีก็ทำให้ยุทธพงศ์หัวเสียมาก เพราะแม้จะส่งหน่วยพยัคฆ์พิฆาตไปทลายโกดังได้ แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานจับกุมตัว

เภตราในร่างรามิลอึดอัดใจมาก ยิ่งถูกมอบหมายจากหัวหน้าหน่วยให้ปิดคดีนี้โดยเร็ว ยิ่งหนักใจ แต่ไม่ทันขอประวิงเวลาเหมือนเคย จิตรากับนกยูงก็มาขอพบถึงหน่วยเพื่อแจ้งเรื่องฤกษ์แต่งงานในสัปดาห์หน้า

ซุปตาร์สาวในร่างตำรวจหนุ่มถึงกับอ้าปากค้าง กว่าจะตั้งสติก็หลายอึดใจ

“อาทิตย์หน้าจะไปเตรียมตัวทันได้ไงครับ ผมว่าเลื่อนไปก่อนดีไหมครับ”

“จะไปเลื่อนทำไม แม่ว่าสู้จัดงานแบบเรียบง่ายเชิญแต่ญาติกับคนสนิทดีกว่า ไม่ต้องยุ่งยากดีด้วย”

“งั้น...ดะเดี๋ยวผมมานะครับ”

พูดจบก็ไปโทร.หารามิลตัวจริงที่กำลังถ่ายละครอย่างทุลักทุเล สองหนุ่มสาวปวดประสาทมาก โดยเฉพาะรามิลในร่างเภตราที่ถึงกับหนีกองละครไปเอาเรื่องหมอนักษัตรถึงบ้านพัก

“บอกมานะว่าทำไมถึงได้ให้ฤกษ์แต่งงานผมเร็วแบบนั้น”

“ไม่เกี่ยวกับฉันนะ ว่าที่แม่ยายเธอต่างหากที่อยากจะให้ลูกรีบแต่งงานให้ได้”

“แล้วทำไมหมอไม่ห้าม หมอก็รู้นี่ว่าผมแต่งงานยังไม่ได้”

“ก็เธอไม่ได้เป็นคนแต่งแล้วเธอจะเดือดร้อนอะไรล่ะ”

“ก็รู้อยู่ว่าเภตราเขาต้องมาแต่งงานแทนผมแล้วยังจะให้เขาแต่งได้ไง”

หมอนักษัตรเข้าใจดี ถอนใจยาว ก่อนจะบอกสิ่งที่คิดตรงๆ “ใจเย็นๆก่อน...บางทีมันอาจไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดก็ได้ เธอไม่คิดบ้างเหรอว่า...บางทีมันอาจเป็นเวรกรรมที่เธอเคยทำกับคู่หมั้นก็ได้ เธอถึงต้องมาเจอเรื่องวุ่นวายแบบนี้”

“หมอกำลังคิดว่าผมต้องแต่งงานเพื่อชดใช้กรรมว่างั้น...แต่คนที่แต่งกับนกยูงไม่ใช่ผมนะหมอ”

“มันก็ไม่แน่นะ บางทีแต่งปุ๊บเธอสองคนอาจจะสลับร่างคืนปั๊บ แล้วสุดท้ายเธอก็ได้เข้าห้องหอรอรักกับเจ้าสาวเธอเองก็ได้ ส่วนเภตราก็จะได้เป็นอิสระจากเธอซะที...แบบนี้ไม่ดีเหรอ...”

ooooooo

ข้อสันนิษฐานของหมอนักษัตรทำให้รามิลต้องกลับไปคิด สะระตะถึงเหตุการณ์ทุกอย่างก่อนหน้า โดยมีเภตราในร่างของเขานั่งเป็นเพื่อน สีหน้าไม่ได้ทุกข์ร้อนมากอย่างที่นึกกังวล แถมออกจะเห็นด้วยกับหมอดูคนดังด้วยซ้ำ

“ถ้าเกิดมันเป็นกรรมที่เราสองคนทำไว้เมื่อชาติที่แล้ว นี่อาจจะถือเป็นการชดใช้กรรมให้มันหมดๆไปก็ได้”

“แต่คุณต้องแต่งงานกับนกยูงนะ...คุณโอเคเหรอ”

“เอาจริงๆมันก็ไม่โอเคหรอก แต่ก็ดีกว่าไม่ทำ อะไรเลย อีกอย่างคุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราจะไม่ทิ้งกัน ในเมื่อคุณต้องแต่งงานด้วย ความจำเป็น ฉันก็จะยอมเป็นคนแต่งงานแทนคุณเอง”

“ขอบคุณนะเภตรา ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะเป็นคนดีได้ขนาดนี้”

“ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้มาตั้งนานแล้ว คุณไม่รู้เองต่างหาก!”

แต่เภตราก็คือเภตรา แม้จะอยู่ในร่างของรามิล ก็อดไม่ได้จะเผยตัวตนออกมาโดยไม่รู้ตัว อย่างเช่น วันนี้ที่เธอต้องรับบทคู่หมั้นหนุ่มพานกยูงไปเลือกและลองชุดแต่งงาน ความเป็นซุปตาร์พ่วงฉายาเจ้าแม่แฟชั่นทำให้เธอทนไม่ไหว วีนและเหวี่ยงช่างตัดเสื้อที่หาชุดมาไม่ถูกใจและไม่เข้ากับนกยูง

นกยูงถึงกับผงะ ไม่เคยเห็นคู่หมั้นหนุ่มเรื่องมากขนาดนี้ แถมเขายังมีความรู้เรื่องแฟชั่นมากแบบเกินคาด!

เช่นเดียวกับรามิลในร่างเภตราที่ต้องพยายามอย่างมากให้สมบทบาทซุปตาร์สาวคนดัง เจ้าของฉายาไข่มุกแห่งเอเชีย แต่เนื้อแท้ที่ไม่ชอบความยุ่งยากและวุ่นวายก็ทำให้เขาเลือกจะปฏิเสธข้อเสนอเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้แบรนด์ดัง

เจ๊อั้มที่เป็นคนตกลงเรื่องค่าตัวไม่ยอม เพราะต้องสูญเสียผลประโยชน์นับล้าน

“นี่เธอพูดอะไรออกมาฮะยัยเภ ที่เธอกำลังปฏิเสธคือเงินหลักสิบล้านเลยนะ”

“จะเท่าไหร่เภก็ไม่อยากได้ทั้งนั้น เจ๊บอกเขาไปว่าเภไม่รับงานนี้ค่ะ”

“ไม่รับได้ไง ยังไงพี่ก็ไม่ยอมนะ!”

ระหว่างที่เถียงกัน ทอมณีก็โผล่มาทำให้สถานการณ์ยุ่งยากขึ้น รามิลในร่างเภตราพยายามไกล่เกลี่ยเหมือนทุกครั้งที่สองผู้จัดการเจอกัน ก่อนจะหูผึ่งเมื่อได้ยินว่าทอมณีทำงานให้ฤทธิ์ชาติ

ชื่อของฤทธิ์ชาติทำให้รามิลเปลี่ยนแผนทันที ฉวยโอกาสนี้ใช้ความเป็นซุปตาร์ของเภตราเป็นใบเบิกทาง จะย้ายสังกัดจากเจ๊อั้มไปอยู่กับทอมณีเพื่อสืบเรื่องของฤทธิ์ชาติ

เจ๊อั้มโกรธมาก และไม่รั้งรอจะตามไปเคลียร์หลังจากทอมณีกลับ

“ยัยเภ! นี่เธอหักหลังพี่เหรอ ไหนเธอบอกเองว่าเธอจะต่อสัญญากับพี่ แล้วทำไมถึงทำแบบนี้”

รามิลในร่างเภตราลำบากใจและรู้สึกผิดมาก แต่ก็จำต้องโกหกหน้าตาย

“เภเองก็ไม่ได้อยากทำแบบนี้นะเจ๊ แต่มันจำเป็นจริงๆ”

“จำเป็นเหรอ...จำเป็นเพราะอีทอมมันยัดเงินเธอใช่ไหม”

“เปล่านะเจ๊”

แต่เจ๊อั้มโมโหจนขาดสติไปแล้ว แหวลั่น “เธอไม่ต้องมาโกหก พี่เสียใจที่เคยเห็นเธอเป็นเหมือนน้องสาวแท้ๆของพี่ สิ่งที่เธอทำวันนี้พิสูจน์แล้วว่าเธอมันก็แค่เด็กเนรคุณ!”

คำประกาศกร้าวของเจ๊อั้มทำให้รามิลในร่างเภตราเสียใจไม่น้อย แต่คงไม่เท่าเจ้าตัวที่คับแค้นใจมากต้องไประบายกับดนูที่เภตราไม่สำนึกบุญคุณ ย้ายสังกัดโดยไม่เห็นแก่หน้าเขาเลย

“คุณไม่ชินอีกเหรอ วงการบันเทิงมันก็แบบนี้แหละ ใครมีผลประโยชน์กว่าก็เนื้อหอมกว่าเป็นธรรมดา”

“แล้วอั้มไม่ดีตรงไหนคะ เรื่องเงินๆทองๆ อั้มไม่เคยเสียประวัตินะคะ”

“แต่คุณอาจจะบังคับเด็กเกินไปไง...หรือไม่จริง”

ท่าทีชะงักงันของเจ๊อั้มทำให้ดนูต้องสำทับ “บางทีคุณคงต้องให้เขาได้ตัดสินใจได้เลือกงานที่เขาอยากทำบ้าง คนเรา...ถ้าอยู่ที่ไหนแล้วสบายใจ เขาก็อยากจะอยู่ทั้งนั้นแหละ แต่ถ้าอยู่แล้วอึดอัดใจมันก็ต้องบ๊ายบายเป็นธรรมดา”

ooooooo

เภตราในร่างรามิลยังวีนแตกและเรื่องมากเหมือนเคย โน่นก็ไม่ชอบ นี่ก็ไม่ได้ นกยูงได้แต่มองมาด้วยความเหนื่อยใจ ไม่เคยเห็นคู่หมั้นหนุ่มมีอาการกับทุกเรื่องแบบนี้มาก่อน พาลให้คิดว่าเขาไม่เต็มใจจะแต่งงาน

และก็เพราะความน้อยใจแท้ๆ ทำให้นกยูงตัดสินใจวิ่งออกจากร้านตัดชุด เภตราในร่างรามิลต้องตามง้อ

“เดี๋ยวสินกยูง...คือ...เมื่อกี้ขอโทษจริงๆนะ ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ คือว่า...”

“ถ้าคุณมิลไม่เต็มใจแต่งงานก็บอกนกยูงได้นะคะ”

“เต็มใจสิจ๊ะ ทำไมถึงพูดอย่างนั้นล่ะ”

“ไม่รู้สิคะ นกยูงว่าคุณมิลดูไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่ที่จะได้แต่งงานกับนกยูง เอาแค่เลือกชุดแต่งงาน คุณมิลยังหาเรื่องติโน่นตินี่ทั้งที่ไม่ใช่นิสัยคุณเลย”

“ก็...เปล่านี่ ถ้าไม่เต็มใจแล้วจะตกลงแต่งงานกับนกยูงทำไมล่ะจ๊ะที่รัก”

คำแก้ตัวของคู่หมั้นหนุ่มไม่ได้ทำให้นกยูงมั่นใจขึ้น แต่ด้วยนิสัยเรียบร้อยและไม่เอาเรื่องใครเลยได้แต่นิ่งเงียบ ตลอดทางที่เขาพาไปส่งที่ร้านกาแฟ เมื่อจีอึนรู้เรื่องที่ร้านตัดชุดก็อดเหน็บคู่หมั้นหนุ่มของเพื่อนรักไม่ได้

“ชุดไม่ถูกใจหรือยังไม่อยากแต่งกันแน่คะผู้หมวด”

“อยากสิครับ...นี่เมื่อคืนผมถึงขนาดนอนไม่หลับเลยนะครับเนี่ย เพราะตื่นเต้นจะได้แต่งงานกับนกยูง”

“ได้ยินอย่างนี้ค่อยสบายใจค่ะ เพราะตั้งแต่ผู้หมวดคบกับนกยูงมา ได้ยินแต่ข่าวว่าผู้หมวดไปกิ๊กคนนั้นคนนี้”

“นั่นมันอดีต...ตอนนี้เป็นคนใหม่ไฉไลกว่าเดิมขึ้นเยอะแล้วครับ”

ถึงจะเคืองคู่หมั้นหนุ่มแค่ไหน แต่นกยูงก็ไม่อยากให้เขาต่อปากต่อคำกับจีอึน ตัดบทบอกให้เขากลับแบบสุภาพ เภตราในร่างรามิลรับมุกทันทีเพราะอยากกลับไปพัก โดยไม่รู้ว่าอาคมจะแอบสะกดรอยตาม!

รามิลกับเภตรานัดเจอกันที่คอนโด เมื่ออาคมเห็นดังนั้นก็โกรธแทนนกยูงมาก แต่ก็ปรากฏตัวให้เห็นไม่ได้ ได้แต่ผลุนผลันกลับหน่วยและทำหน้ามุ่ยจนใครก็เข้าหน้าไม่ติด!

ทั้งรามิลกับเภตราไม่รู้เรื่องอาคมตามมาถึงคอนโด มัวปรับทุกข์กันเรื่องที่ต้องสลับบทบาท

“วันนี้ไปทำอะไรมาบ้างเหรอคุณ ท่าทางเหนื่อยอย่างกับไปรบมา”

“ยังจะมาถามอีก ก็ไปเลือกชุดแต่งงานกับแฟนคุณมาไง ไหนจะต้องเสียเวลาหาชุด ไหนจะต้องคอยง้อแฟนคุณ พูดก็พูดเถอะ...ปกติฉันไม่เคยต้องมาถามเอาใจงอนง้อใครเลยนะ มีแต่แฟนคุณเนี่ยล่ะที่ฉันยอม”

“ปกตินกยูงเขาไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อยอะไรเลยนะ คุณไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจรึเปล่า”

“ฉันว่าไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยงอนคุณนะ แต่เพราะคุณไม่เคยสนใจใส่ใจความรู้สึกเขาเลยต่างหาก คุณก็เลยไม่รู้”

คำพูดแทงใจดำของเภตราทำให้รามิลถึงกับชะงัก

“คุณก็...พูดเกินไป”

“ฉันเป็นผู้หญิงนี่ ฉันเข้าใจความรู้สึกผู้หญิงด้วยกันดี ดูซิ...ไหนจะต้องเตรียมงานแต่ง ไหนจะต้องวางแผนจับนายฤทธิ์ชาติ จะไม่ให้ฉันเหนื่อยได้ไง”

ท่าทางกระเง้ากระงอดและเสียงบ่นของเธอทำให้รามิลเห็นใจไม่น้อย แต่ก็ต้องทำใจเพราะตัวเองก็มีสภาพทุลักทุเลไม่ต่างกัน ก่อนจะตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องขอให้เธอสืบเบาะแสเรื่องคดีของฤทธิ์ชาติจากที่หน่วยให้

ooooooo

อาคมหัวเสียเรื่องรามิลกับเภตรามาก เข้าใจไปแล้วว่าทั้งสองเป็นชู้รักและแอบนัดเจอกันที่คอนโด ความรักและความห่วงใยที่มีต่อนกยูงทำให้เขาหงุดหงิดและไม่ลังเลจะเหวี่ยงใส่รามิลทันทีที่เจอหน้าเช้าวันต่อมา

เภตราในร่างรามิลจับต้นชนปลายไม่ถูก ตั้งแต่ถูกอาคมแขวะใส่และลูกทีมในหน่วยแซวเรื่องแต่งงาน แต่เพราะรามิลฝากฝังให้สืบเรื่องฤทธิ์ชาติ ทำให้เธอตัดสินใจตามไปคุยกับอาคม

“คือ...ฉันอยากรู้ว่ามีวิธีไหนที่จะจับนายฤทธิ์ชาติได้บ้าง”

“ทำไมพี่ถึงมาถามผม ลืมไปแล้วเหรอว่าพี่คือหัวหน้าทีม พี่ต่างหากที่ต้องเป็นคนวางแผนจับมัน”

“ฉันแกล้งลองภูมินายเฉยๆ ไม่เห็นต้องซีเรียสเลย ถ้านายไม่มีอารมณ์คุย งั้นฉันไม่คุยก็ได้”

พูดจบก็จะผละไป แต่ก็ต้องชะงักเมื่อถูกอาคมแหวไล่หลัง

“เมื่อไหร่พี่จะเลิกยุ่งกับคุณเภตราซะที”

“ทำไมถึงถามอย่างนั้นล่ะ”

“เมื่อคืนผมเห็นคุณเภตรามาหาพี่ที่คอนโดนี่พี่จะแต่งงานอยู่แล้วนะ หัดนึกถึงใจคุณนกยูงบ้างได้ไหม”

“นี่คุณ...เอ่อ...นายตามไปแอบดูฉันที่คอนโดเหรอ”

“ใช่! ผมแค่อยากแน่ใจว่าพี่จะทำตัวดีขึ้นสมเป็นเจ้าบ่าวคุณนกยูง แต่พี่ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับพี่มิลคนเดิมเลย”

ท่าทีเป็นเดือดเป็นร้อนของอาคมทำให้เภตราในร่างรามิลเอะใจ “งั้นฉันขอถามกลับบ้าง...แล้วนายจะเดือดร้อนอะไรแทนนกยูงเขานักหนา ขนาดเขาเป็นเจ้าสาว เขายังไม่วุ่นวายกับฉันเท่านายเลย ไหนบอกมาซิ”

คำถามของเพื่อนหนุ่มรุ่นพี่ทำให้อาคมอึกอัก ตัดบทเสียงห้วน

“ผมมีเหตุผลของผมแล้วกัน แต่ผมบอกไว้ก่อนนะว่าถ้าเมื่อไหร่พี่ทำให้คุณนกยูงเสียใจ ผมกับพี่ได้เห็นดีกันแน่!”

อาการของอาคมคาใจเภตราในร่างรามิลมาก เช่นเดียวกับลูกทีมคนอื่นๆของหน่วยพยัคฆ์พิฆาตที่คิดว่าเขาเหมือนคนกำลังอกหัก ซุปตาร์สาวนิ่วหน้าคิดตาม ก่อนจะตัดสินใจเปิดอกคุยกับอาคมตรงๆ

“ฉันมาคิดๆดูแล้ว...ต้องขอบใจที่นายเตือนสติฉันเรื่องเภตรา แต่นายไม่ต้องห่วงนะ เภตราเขาไม่มีทางสนใจคนอย่างฉันหรอก เขาเป็นถึงซุปตาร์เลยนะ เขาจะยอมแลกชื่อเสียงกับคนอย่างฉันเหรอ...ที่ฉันพูดก็เพราะอยากให้เราทำงานด้วยกันได้ ไม่มีปัญหา เพราะฉันก็อยากรีบปิดคดีเหมือนกัน”

อาคมถอนใจยาว ท่าทีอ่อนลงมาก “อย่าว่าแต่พี่... ผมเองก็ห่วงคดีนี้ไม่แพ้พี่หรอก”

“งั้นก็ดีแล้ว ฉันนัดนกยูงไว้...ต้องไปแล้วล่ะ”

พูดจบก็จะผละไป แต่ก็ถูกอาคมรั้งไว้ด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“พี่มิล...คุณนกยูงเป็นคนดี พี่คือคนที่โชคดีมาก อย่าทำให้เธอเสียใจแล้วกัน”

เคลียร์ใจกับอาคมจบ เภตราในร่างรามิลก็มาดูห้องจัดเลี้ยงกับนกยูง แต่ท่าทางนิ่งเฉย ไม่มีปากเสียงหรือความเห็นอะไรก็ทำให้นกยูงหงุดหงิด ผลุนผลันออกจากโรงแรมเพราะคิดว่าเขาไม่มีใจ

ซุปตาร์สาวในร่างตำรวจหนุ่มอยากจะเป็นบ้า แต่ก็ข่มอาการ วิ่งตามไปง้อ

“เดี๋ยวสินกยูง โกรธอะไรเหรอ”

“นกยูงต่างหากที่ต้องถามคุณมิลว่าคุณมิลเป็นอะไร ทำไมนกยูงรู้สึกว่าคุณมิลดูไม่อินกับการแต่งงานของเราเลย ตั้งแต่เรื่องชุดแต่งงาน จนมาห้องจัดเลี้ยง นกยูงยังไม่เห็นคุณมิลเสนออะไรเลยสักอย่าง”

“ขอโทษนะนกยูง ช่วงนี้ผมมีเรื่องให้คิดเยอะมากจริงๆ”

“ค่ะ...นกยูงจะพยายามไม่คิดมากแล้วกัน”

นกยูงหายงอนแล้ว เภตราในร่างรามิลโล่งใจมาก เบื่อที่ต้องตามง้อคู่หมั้นสาวของรามิลตลอดเวลา แต่ไม่ทันได้หายเหนื่อย ซุปตาร์สาวก็ต้องเบิกตาโพลงเมื่อเห็นจิตรา พวงครามและฤทธิ์ชาติเดินมาสมทบ

ผู้มาใหม่ทั้งสามช่วยกันเลือกห้องจัดเลี้ยงด้วยความเต็มใจ ทำให้นกยูงสบายใจขึ้น ต่างจากเภตราในร่างรามิลที่ต้องกลืนไม่เข้าคายไม่ออก อึดอัดใจเหลือเกินที่ต้องอยู่ใกล้ๆฤทธิ์ชาติ

ooooooo

สายตาเหมือนจ้องจับผิดของฤทธิ์ชาติทำให้เภตราในร่างรามิลร้อนตัว ยิ่งเขาพูดจายั่วแหย่เรื่องความสัมพันธ์กับนกยูง ยิ่งใจไม่ดี กลัวใจเขาจะคิดร้ายและมีผลต่อความปลอดภัยของเธอกับรามิล

ช่วงเวลาเดียวกัน...รามิลตัวจริงในร่างเภตราก็ต้องปวดประสาทกับความปลิ้นปล้อนของทอมณีที่หลอกเขามาพบ

“ไหนพี่ทอมบอกว่าจะนัดนายฤทธิ์ชาติมาให้เจอเภไง แล้วนัดเภมาที่นี่ทำไม”

“อ๋อ...พี่ทอมก็ตั้งใจว่า ก่อนจะเจอคุณฤทธิ์ชาติเราน่าจะได้สานสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกันซะก่อน เผื่อต่อไปพี่ทอมจะต้องเป็นผู้จัดการให้น้องเภ เราจะได้คุ้นเคยกันไงจ๊ะ”

“หมายความว่าไง...สานสัมพันธไมตรี”

“ก็แบบว่า...กินข้าวกันสักมื้อ ดูหนังสักเรื่องแล้วไปต่อที่...”

แววตากะลิ้มกะเหลี่ยของทอมณีทำให้รามิลในร่างเภตราขนลุก แหวลั่น

“พอ! สรุปว่านี่หลอกให้เภออกมาเที่ยวด้วยใช่ไหม”

“ใครว่าหลอก พี่ทอมตั้งใจจะนัดคุณฤทธิ์ชาติให้จริงๆ”

“งั้นก็โทร.นัดเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นเภกลับนะ!”

เจอเสียงขู่แบบนั้น ทอมณีก็รีบโทร.หาฤทธิ์ชาติ ซึ่งก็ตอบรับด้วยความยินดีให้ซุปตาร์สาวมาพบเช้าวันต่อมา...

เจ๊อั้มกลุ้มใจเรื่องเภตราจะไม่ต่อสัญญามาก ใคร่ครวญถึงสิ่งที่ตัวเองทำ รวมทั้งคำพูดของดนู จนคิดได้ว่าจะลองเจรจากับซุปตาร์สาวอีกครั้ง เภตรากำลังรีบเพราะมีนัดกับฤทธิ์ชาติ เลยบอกปัดแบบขอไปทีว่าแล้วแต่เขา

รามิลในร่างเภตรามัวจดจ่อกับการสืบเรื่องฤทธิ์ชาติ จนไม่ได้คิดถึงผลที่จะตามมาตอนรับปากเจ๊อั้ม เขารีบไปที่ออฟฟิศของฤทธิ์ชาติตามนัดและตอบตกลงเซ็นสัญญากับบริษัทของเขา โดยมีทอมณีเป็นผู้จัดการส่วนตัว เพราะอยากใช้โอกาสนี้สืบเรื่องแก๊งฉิมพลีและหาหลักฐานเพื่อจับกุม

แผนแฝงตัวเข้าไปในบริษัทเพื่อจับกุมของรามิลเป็นไปด้วยดี แม้ฤทธิ์ชาติจะเอะใจท่าทางแปลกๆของซุปตาร์สาวบ้างที่อยากรู้อยากเห็นเรื่องภายในออฟฟิศเขา แต่เพื่อผลประโยชน์ในอนาคตเลยไม่ติดใจ

ต่างจากเรื่องความสัมพันธ์กับเจ๊อั้มที่ขาดสะบั้นเวลาต่อมาเมื่อทอมณีโผล่ไปรับเช็คค่าตัวของเภตรา

“ได้ยินว่ามารับเช็คค่าตัวน้องเภเหรอ งั้นสงสัยทอมต้องรับแทนล่ะมั้งฮะ”

“แกพูดอะไรของแกฮะนังทอม แกมีสิทธิ์อะไรมารับเช็คแทนยัยเภ”

“อยากรู้จริงๆเหรอ รู้แล้วเจ็บปวดมากเลยนะ อะ...แต่จะบอกให้เอาบุญก็ได้”

ขาดคำก็ยื่นเอกสารในมือให้ดู “นี่ไงฮะ...หนังสือ สัญญาเพิ่งเซ็นเมื่อวานนี้เลยเป็นการยืนยันว่าขณะนี้น้องเภ ได้อยู่ในสังกัดริชาร์ดคอเปอเรชั่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีฉัน...ทอมณี ทำหน้าที่ตำแหน่งผู้จัดการส่วนตัวของน้องเภ”

เจ๊อั้มโกรธมาก ปรี๊ดแตกแบบไม่แคร์สายตาใคร

“นังเด็กเนรคุณ! ไหนเมื่อวานบอกว่าแล้วแต่ฉันไง แล้วทำไมหักหลังกันแบบนี้”

“ทีนี้ก็รู้แล้วสินะว่าจากนี้ไป ใครจะเป็นคนรับค่าตัวแทนน้องเภ”

“นังสำเภา...ฉันปั้นแกได้ ฉันก็ทุบแกได้เหมือนกัน!”

เจ๊อั้มโต้ตอบเภตราด้วยการประกาศแถลงข่าวในเวลาต่อมา

“ทุกคนฟังทางนี้นะคะ ตั้งแต่ทำอาชีพนี้มาเป็นสิบปี อั้มไม่เคยเจอใครที่เนรคุณได้เท่านี้มาก่อนเลย คนคนเดียวที่สอนให้อั้มเห็นว่าทำคุณคนไม่ขึ้นมันเป็นยังไง ก็คือแม่ไข่มุกแห่งเอเชียนี่แหละ”

“อย่างนี้ตกลงว่าจากนี้ไปคุณเภตราไม่ได้อยู่สังกัดพี่อั้มแล้วจริงๆใช่ไหมคะ”

“ใช่ค่ะ...ธรณีนี่นี้เป็นพยาน จากนี้ไป อั้มกับนังสำเภา กะเพรางาม อ่อ...อันนี้ชื่อเก่าของเภตรา ภาวดีค่ะ ใครไม่รู้ก็รู้ไว้เลยนะคะ ตั้งแต่วันนี้อั้มกับเภตรา...ขาดกัน!”

ooooooo

เภตราในร่างรามิลวุ่นวายกับเรื่องเตรียมงานแต่ง ไม่เลิก แต่ก็ต้องพักทุกอย่างและปรี่ไปคอนโดของตัวเองทันทีเมื่อเห็นข่าวเจ๊อั้มประกาศตัดขาดเธอเพราะเนรคุณยกเลิกสัญญา!

ซุปตาร์สาวไม่สนใจอะไรทั้งนั้น โกรธมากที่ตำรวจหนุ่มตัดสินใจยกเลิกสัญญาแทนเธอ

“ใจเย็นๆก่อนสิคุณ ที่ผมทำไปก็ผมมีเหตุผลนะ”

“เหตุผลอะไร ไหนบอกมาซิ”

“ก็ถ้าผมอยากหาหลักฐานมาจับนายฤทธิ์ชาติ ผมก็ต้องอยู่ใกล้มันให้มากที่สุดสิ”

“ก็แล้วทำไมไม่ใช้วิธีอื่น รู้ไหมว่าเป็นดารา...ถ้าย้ายสังกัดนี่หมายถึงเอาอนาคตในวงการบันเทิงไปทิ้งในมือบริษัทนั้นเลยนะ แล้วคุณคิดว่าไข่มุกแห่งเอเชียอย่างฉันจะฝากอนาคตกับผู้ร้ายระดับประเทศอย่างนายฤทธิ์ชาติไหม”

“ผมขอโทษ...ผมแค่อยากปิดคดีนี้ให้เร็วที่สุด”

“ก็เลยดับอนาคตของฉันไปด้วยเลยสินะ”

ท่าทางหัวเสียของเภตราทำให้รามิลหน้าเสีย ง้อเสียงอ่อน “ไม่เอาน่าคุณ ผมรู้ว่าผมผิด แต่คุณไม่ต้องห่วงนะ ถ้าจับนายฤทธิ์ชาติได้เมื่อไหร่ ผมจะรีบหาทางฉีกสัญญาพาคุณออกจากสังกัดนายฤทธิ์ชาติให้ทันทีเลย”

เภตรายังไม่หายงอน เบือนหน้าหนี รามิลเลยต้องย้ำ

“ผมสัญญาจริงๆ ด้วยเกียรติของผู้หมวดมือเหล็กแห่งหน่วยพยัคฆ์พิฆาตเลย”

“นี่ฉันต้องคอยรับมือกับปัญหาบ้าๆนี่ไปถึงไหนนะ เมื่อไหร่มันจะจบซะที!”

เรื่องราวทำท่าจะลุกลาม รามิลกับเภตราเลยบากหน้าไปหาหมอนักษัตรอีกครั้ง เลยได้รู้ว่าหมอดูคนดังรู้เรื่องตัวจริงของฤทธิ์ชาติมานานแล้ว แต่พูดไม่ได้เพราะกลัวถูกฆ่าปิดปาก

“งั้นหมอช่วยในทางของหมอ ช่วยให้ผมกลับไปอยู่ร่างเดิมให้เร็วที่สุด แล้วผมจะไปจับมันด้วยมือผมเอง”

“เธอนี่มีหัวเอาไว้คั่นหูรึไง ก็ฉันบอกกี่ทีแล้วว่าฉันทำไม่ได้ ถ้าทำได้ฉันทำไปนานแล้ว”

“แต่นี่มันไม่ใช่แค่สวมรอยใช้ชีวิตกันและกันแล้วนะหมอ เพราะฉันต้องไปแต่งงานแทนหมวดรามิลไม่พอ ยังต้องไปเสี่ยงชีวิตสู้กับโจรอย่างนายฤทธิ์ชาติด้วย”

“บางทีมันคงถึงเวลาที่เธอสองคนต้องร่วมมือกันปฏิบัติภารกิจระดับชาติแล้วล่ะมั้ง”

“ห๊า...นี่หมอคิดว่าน้ำหน้าอย่างฉันจะไปสู้กับโจรได้เหรอ”

“เธอลองคิดดูสิ เกิดมาชาติหนึ่งคนเราได้ทำอะไรเพื่อชาติบ้านเมือง ต่อให้แลกด้วยชีวิตมันก็คุ้มไม่ใช่เหรอ”

คำพูดของหมอนักษัตรทำให้เภตรานิ่วหน้าคิดหนัก ก่อนจะยอมรับปากเพราะคิดว่าคงไม่มีทางเลือกดีกว่านี้

แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น...เภตราในร่างรามิลก็ต้องทำหน้าที่คู่หมั้นหนุ่มของนกยูง ด้วยการพาเธอไปดูแหวนแต่งงาน จิตราไปช่วยเลือกด้วย ชอบใจมากที่รามิลไม่ปฏิเสธจะซื้อแหวนเพชรราคาแพงลิบให้ลูกสาว

นกยูงเสียอีกที่มีสีหน้าอึดอัด ก่อนจะต้องขมวดคิ้วสงสัยเมื่อเห็นลายเซ็นของรามิล

“คุณมิลเปลี่ยนลายเซ็นใหม่เหรอคะ นกยูงเพิ่งเคยเห็นคุณมิลเซ็นแบบนี้”

เภตราชะงัก รีบแก้ตัว “ผมมีหลายลายเซ็น แหม... นกยูงนี่ช่างสังเกตจริงๆนะ”

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement