คู่ซ่ารสแซ่บ ตอนที่ 12 นิยายไทยรัฐ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

คู่ซ่ารสแซ่บ ตอนที่ 12


25 มี.ค. 2560 07:52
1,039,808 ครั้ง

คู่ซ่ารสแซ่บ ตอนที่ 12

อ่านเรื่องย่อ

คู่ซ่ารสแซ่บ

แนว:

โรแมนติก-คอมมาดี้

บทประพันธ์โดย:

ชยุต รัตนกรี

บทโทรทัศน์โดย:

พิง ลำพระเพลิง

กำกับการแสดงโดย:

เอกภพ ตันหยงมาศกุล

ผลิตโดย:

บริษัท มุมใหม่ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง7

นักแสดงนำ:

ศุกลวัฒน์ คณารส,พีชญา วัฒนามนตรี

กรพงศ์นึกถึงคำแนะนำของน้องสาวที่ให้เขาตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่ารู้สึกอย่างไรกับรสรินเพื่อที่เขาจะได้รู้ว่าจะต้องจัดการกับชีวิตอย่างไรต่อไป คิดได้ดังนั้น เขากลับไปนั่งรอที่โต๊ะทำงาน

สักพักรสรินเปิดประตูเข้ามาชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นเขานั่งอยู่ เธอเดินไปนั่งที่โต๊ะตัวเองเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น กรพงศ์ตามมาขอโทษสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นและขอบคุณเธอด้วยที่ช่วยเรื่องงาน

“ไม่ต้องมาขอบคุณหรอก ยังไงคุณก็ต้องทำงานต่อเองอยู่แล้ว ฉันก็แค่ช่วยคิดเฉยๆ”

“ช่วยแล้วก็ต้องช่วยต่อให้เสร็จ นะ...ช่วยฉันต่อนะ”

รสรินใจอ่อนยอมรับปาก กรพงศ์ชวนเธอไปกินข้าวเย็นด้วยกัน จะขอเลี้ยงเพื่อไถ่โทษ เธอขอให้เขากลับบ้านไปคุยกับคุณพ่อจะดีกว่า เตรียมคำพูดไว้ดีๆด้วย

กรพงศ์ถอนใจ ถ้าคุณพ่อหายโกรธง่ายๆแบบเธอคงจะดีไม่น้อย รสรินไม่ได้หายโกรธสักหน่อย แค่ไม่อยากให้มันบานปลายก็เท่านั้น ถ้าไม่ใช่เพราะห่วงคุณพ่อกับชื่อเสียงของบริษัทคงเรื่องยาวไปแล้ว...

ทางด้านดวงกมลเห็นศักดิ์สกุลกลับบ้านแต่หัววันก็แปลกใจ ถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เขาไม่ตอบกลับคว้าเสื้อนอกแล้วตะโกนเรียกคนรับใช้ให้ไปบอกนายชูเอารถออก ดวงกมลสงสัยเขาจะไปไหนหรือ

“บ้านรัฐมนตรีวีระ” ตอบเสร็จศักดิ์สกุลเดินลิ่วออกจากบ้าน ดวงกมลฉีกยิ้มกว้างเกือบถึงรูหู

“ในที่สุดก็ยอมผูกมิตรกับท่านแล้วสิ บิ๊วต์มาตั้งนาน สำเร็จสักที”

ooooooo

ศักดิ์สกุลไม่ได้คิดจะไปสานสัมพันธไมตรีกับท่านวีระอย่างที่ดวงกมลคาดหวัง เขาแค่อยากรู้ว่าสิ่งที่ท่านทำไปครั้งนี้เพื่ออะไรกันแน่ ท่านอ้างว่าคนทำผิดก็สมควรที่จะต้องรับผิด ถึงได้พาอรอาภาไปขอโทษ รสริน ศักดิ์สกุล ไม่เชื่อว่าจะมีแค่นั้น นักการเมืองอย่างท่านคงไม่ได้อยู่ๆเกิดจะสำนึกอะไรขึ้นมาได้เอง

“ผมว่าคุณศักดิ์พูดออกมาให้ชัดๆเลยดีกว่าครับ”

“นี่ยังไม่ชัดอีกเหรอ คุณกำลังแกล้งทำเป็นคนดีต่อหน้าลูกสะใภ้ผม หวังจะให้เธอช่วยพูดให้ผมยอมไปร่วมงานขี้โกงๆกับคุณน่ะสิ ท่านรัฐมนตรี”

เลขาฯออกโรงปกป้องเจ้านายขู่จะฟ้องศักดิ์สกุลฐานหมิ่นประมาท ท่านวีระไล่เขากับพวกลิ่วล้อออกไปรอข้างนอกก่อน แล้วหันมาบอกศักดิ์สกุลว่าระแวงมากไปหรือเปล่า ท่านยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องลูกสาวของท่านล้วนๆซึ่งท่านจะไม่ยอมให้ใครมาเดือดร้อนเพราะเธออีก

“เหรอ จะบอกว่าสำนึกได้จริงๆแล้วงั้นเหรอ เอาเถอะคุณจะทำอะไรก็แล้วแต่...แต่ผมเตือนคุณไว้อย่างนะ อย่ามายุ่งกับหนูรสอีก อย่าคิดจะมาใช้เธอเป็นเครื่องมือ เพราะยังไงๆผมก็ไม่ยอมร่วมงานกับคุณแน่ๆ”

ว่าแล้วศักดิ์สกุลลุกออกไป คล้อยหลังไม่นาน

อรอาภาเข้ามานั่งข้างๆพ่อ ถามว่าไอ้แก่นั่นตามมาเอาเรื่องหรือ ท่านวีระส่ายหน้า มันแค่ระแวงเท่านั้น เธออยากรู้ว่าพ่อจะเอาอย่างไรต่อไป

“ก็ทำตามแผนการที่วางเอาไว้ ไม่มีอะไรต้องคิดมาก ว่าแต่ลูกเถอะกับไอ้อ่อนน่ะตกลงจะเอายังไง”

“ในเมื่อเขาเปลี่ยนไปแล้วจริงๆเผลอไปรักนังนั่นเข้าแล้วจริงๆ ก็คงต้องปล่อย”

ท่านวีระยังไม่อยากให้ลูกวางมือจากกรพงศ์เพราะยังต้องให้เธอช่วยอีก เธอยินดีช่วยเต็มที่อยู่แล้ว

ooooooo

ฝ่ายกรพงศ์กลับถึงบ้านหวังจะขอโทษและปรับความเข้าใจกับพ่อ แต่กว่าแม่จะบอกว่าพ่อไม่อยู่ไปบ้านท่านวีระเล่นเอาเหนื่อยใจ เขาแปลกใจพ่อจะไปที่นั่นทำไม คงไม่ได้ไปมีเรื่องกัน แล้วจะไปตาม

ศักดิ์สกุลเดินเข้ามาเสียก่อน “ฉันไม่ใช่พวก ขาดสติแบบแกนะจะได้ทำอะไรไม่คิดน่ะ”

“นี่คุณพ่อไปหาท่านรัฐมนตรีมาเหรอคะ แล้ว...”

“ไม่มีอะไรหรอกหนูรส พ่อแค่ไปคุยอะไรกับเขานิดหน่อยน่ะ ยังไงเดี๋ยวพ่อขอตัวก่อนนะ”

กรพงศ์สงสัยไปคุยเรื่องอะไร ศักดิ์สกุลไม่ตอบเดินหนีขึ้นห้อง เขาตามไปทันที รสรินมองตามแต่พอหันมาอีกทีเจอดวงกมลจ้องอยู่ ท่านหวังว่าสองพ่อลูกที่มีปัญหากันคงไม่ใช่เป็นเพราะเธออีก รสรินขอร้องอย่าหาเรื่องกันนักเลย แล้วหยิบผลไม้ที่ดวงกมลปอกไว้ใส่ปากแล้วยักคิ้วให้ ก่อนจะเดินหนี

“บ้า ฉันไม่ใช่เพื่อนแกนะ ไม่มีมารยาทเลยจริงๆ ใครได้เป็นลูกสะใภ้ซวยตาย” ดวงกมลตะโกนด่าไล่หลังแล้วนึกขึ้นได้ว่าที่พูดเมื่อครู่นี้หมายถึงครอบครัวตัวเองรีบเอามือปิดปาก...

รสรินกำลังนั่งทาครีมอยู่บนเตียงนอนตอนที่อานนท์โทร.มาแจ้งข่าวดีว่าทุกคนเห็นด้วยกับงานฟู้ดแฟร์ ให้พี่สาวจองบูธได้เลย แต่เขาตั้งใจว่าจะไม่ไปงานนี้เพราะเพิ่งรู้ว่าคนจัดงานคือท่านวีระพ่อเมียน้อยของเธอ

“ของคุณกรย่ะ ไม่ใช่ของพี่”

อานนท์มั่นใจว่าท่านวีระต้องเตรียมกลั่นแกล้งเราแน่ๆ รสรินหาว่าเขาคิดมาก วันนี้ท่านยังให้ลูกสาวมาขอโทษตนเลย ครั้งก่อนก็เหมือนกัน ท่านวีระเป็นคนช่วยเคลียร์ข่าวเรื่องปลาร้าหนอนขึ้นของเรา อานนท์ชมเปาะว่าท่านวีระนี่ไม่ได้เลวอย่างที่คิด

กรพงศ์เข้ามาในห้องเห็นรสรินโทรศัพท์อยู่ก็ยืนจ้อง แถมชี้ไม้ชี้มือตีหน้าดุใส่อีกต่างหาก

“ยังไงนนท์ลองร่างแบบมาดูก่อนแล้วกันนะ ว่าจะจัดบูธยังไงแล้วเมลมาบอกพี่” รสรินวางสายแล้วทาครีมต่อไปไม่สนใจ กรพงศ์มาเลียบๆเคียงๆถามโทร.คุยกับใครเมื่อครู่นี้

“ไม่ใช่พ่อไม่จำเป็นต้องรายงาน”

กรพงศ์อมยิ้มแล้วเดินมานั่งข้างๆยื่นมือให้รสรินทาครีมให้บ้าง เธอลังเลอึดใจก่อนจะทาให้แล้วถามว่าไปขอโทษคุณพ่อมาหรือยัง ท่านว่าอย่างไรบ้าง เขาหน้าเครียดทันที

“พรุ่งนี้เตรียมน้ำแข็งไว้ให้ฉันหน่อยสิ”

รสรินงงจะเอาน้ำแข็งไปทำอะไร

ooooooo

ศักดิ์สกุลเชิญบรรดากิ๊กทั้งหลายของกรพงศ์ มาเข้าแถวเรียงเดี่ยวรอตบหน้าลูกชายตัวดีที่มาหลอกลวง กิ๊กทั้งหลายเข้าแถวรอตบยาวเหยียดออกไปนอกออฟฟิศ ส่วนใหญ่จะด่าเขาก่อนแล้วค่อยตบ กรพงศ์ต้องคอยหันแก้มซ้ายที แก้มขวาทีให้ผลัดกันตบ กว่าจะถึงคนสุดท้ายแก้มของเขาบวมแดงเป็นลูกตำลึง...

รสรินหันไปเปิดกระติกหยิบคูลแพ็กออกมาสองอัน ส่งให้พิมพ์เพทายหนึ่งอันช่วยประคบแก้มที่บวมเป่งของกรพงศ์คนละข้าง เขาต่อว่าศักดิ์สกุลว่าสะใจแล้วหรือยัง ท่านยังไม่สะใจ ความจริงควรจะให้พวกกิ๊กทำมากกว่านี้ เพราะเมื่อเทียบกับสิ่งที่ผู้หญิงพวกนั้นต้องเสียใจเพราะเขานับว่ายังน้อยไปด้วยซ้ำ รสรินกับพิมพ์เพทายเห็นด้วยกับท่าน ความจริงแล้วน่าจะให้พวกเธอเล่นงานเขาให้เข้าโรงพยาบาลไปเลย

“ซ้ำเติมกันเข้าไป” กรพงศ์บ่นอุบ นวลพรรณเดินมาหาเขาคิดว่าเธอจะมาช่วยซ้ำเติมอีกคนแต่ไม่ใช่ เธอแค่จะมาบอกว่าเธอยังไม่ได้ตบเขาเลย รสรินกับพิมพ์เพทายช่วยกันผลักกรพงศ์ให้ยื่นหน้าไปหาเธอ

หลังได้ตบกรพงศ์สมใจ นวลพรรณเดินยิ้มร่าออกมา จากห้องทำงานของศักดิ์สกุล กรพงศ์ถือคูลแพ็กแปะหน้าตามออกมาเรียกเธอไว้ นวลพรรณกระเซ้าจะมาให้ตบอีกทีหรือ เขารีบบอกว่าเปล่า แค่อยากจะรู้ว่าคุณพ่อคุยอะไรกับรสรินต่อพอจะรู้บ้างไหม เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ให้เขารอถามรสรินเอาเอง

กรพงศ์หันมองประตูห้องที่ยังแง้มอยู่อย่างสงสัย ระหว่างนั้นพิมพ์เพทายเดินมาปิดประตูแล้วกลับไปนั่งข้างๆ รสริน ศักดิ์สกุลขอโทษลูกสะใภ้สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น เธอ รีบออกตัวว่าไม่ได้เป็นอะไรมากท่านไม่ต้องขอโทษก็ได้ เรื่องก็ผ่านไปแล้ว อีกอย่างท่านวีระก็อุตส่าห์พาอรอาภา มาขอโทษแล้ว

ศักดิ์สกุลยังเคลือบแคลงใจเรื่องนี้ไม่หาย คนอย่างท่านวีระขอโทษใครเป็นที่ไหน เธอเล่าว่านี่ไม่ใช่ ครั้งแรก คราวก่อนที่ปลาร้าของเธอมีปัญหา ท่านวีระก็เป็นคนมาสารภาพกับเธอเองว่าเป็นฝีมืออรอาภาและจัดการเคลียร์เรื่องทั้งหมดให้ คงเป็นเพราะห่วงลูกสาว ศักดิ์สกุลถามเธอว่าคิดอย่างนั้นจริงๆหรือ

“ค่ะ ก็เขาพ่อลูกกันนี่คะ คุณพ่อสงสัยอะไรเหรอคะ”

“เปล่าๆๆ ไม่มีอะไรหรอก เออ...พ่อได้ยินมาว่า หนูจะไปเอาของที่โรงงานไปออกงานฟู้ดแฟร์เหรอ”

รสรินพยักหน้ารับคำ คุยกับที่บ้านแล้วทุกคนโอเค ศักดิ์สกุลหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย ครั้นจะห้ามตรงๆก็ไม่กล้า ได้แต่บอกให้รู้ว่างานนี้ท่านวีระเป็นคนจัด เธอรู้แล้ว

ท่านชวนเธอตั้งหลายวันก่อนจะเกิดเรื่องนี้อีก ศักดิ์สกุลให้เกียรติกับการตัดสินใจของเธอ แต่ถ้ามีอะไรจะให้ตนช่วยก็บอกได้เลย แล้วบอกให้พิมพ์เพทายไปคอยช่วยเธอ อีกแรงหนึ่ง รสรินขอบคุณศักดิ์สกุลมาก ก่อนจะขอตัวไปทำงานต่อ

พิมพ์เพทายรอจนรสรินออกไปแล้วจึงหันมาหาพ่อที่ตอนนี้สีหน้าไม่สู้ดีนัก แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร

ท่านยกมือห้ามเสียก่อน อย่าเพิ่งไปขัดอะไรรสรินตอนนี้ ท่านอาจจะคิดมากไปเองก็ได้ รสรินเองก็เป็นคนฉลาดคงไม่หลงคารมท่านวีระง่ายๆ พิมพ์เพทายกลัวรสรินจะไม่ทันคนพวกนี้เพราะเธอดีเกินไป

“เอาไว้พ่อจะค่อยๆอธิบายให้พี่เขาฟังเอง ยังไงถ้าพ่อยังอยู่ พ่อจะไม่ยอมให้ศาสตราบุรินทร์ไปร่วมงาน กับมันแน่” ศักดิ์สกุลอดเป็นกังวลไม่ได้

ooooooo

หลังได้รับเมลจากรสริน ท่านวีระสั่งให้เลขาฯส่งคนไปจัดการเตรียมบูธที่ดีที่สุดของฟู้ดแฟร์ไว้ เอาให้เด่นเอาให้ใหญ่กว่าบูธอื่น แล้วเจ้าไหนที่ติดต่อเข้ามาถ้ามีปลาร้าเหมือนกันให้ตัดออกให้หมด

“ไม่ก็เอาไปซุกไว้มุมๆงานก็ได้ อย่าให้เด่นกว่าของแม่ศรีไทยแลนด์เป็นอันขาด”

เลขาฯรับคำ รีบออกไปทำตามคำสั่ง ท่านวีระหยิบโบรชัวร์งานฟู้ดแฟร์ขึ้นมาดูอย่างพึงพอใจ...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน คนงานของโรงงานแม่ศรีไทย แลนด์ล้อมวงเข้ามาดูบูธจำลองที่อานนท์ออกแบบไว้ในคอมพิวเตอร์เป็นการเอาผัก ผลไม้ และดอกไม้มาตกแต่งอย่างเว่อร์วังอลังการ กระปุกปลาร้าหลากหลายรสชาติถูกวางเรียงซ้อนกันเป็นพีระมิด ถัดไปเป็นโต๊ะอาหารสดมากมายหลายชนิด

“เราจะมีอาหารที่ทำจากผลิตภัณฑ์ปลาร้าของเรา ควบคู่ไปด้วย ธีมของเราจะเป็นแบบบ้านๆ แต่งตัวด้วยชุดอีสาน นุ่งซิ่น ม่อฮ่อมมีเพลงเซิ้งประกอบ ไม่ก็เอาวงโปงลางไปเล่นด้วยเลย”

เรือนแก้วทักท้วงไม่เว่อร์ไปหรือ อานนท์ได้ยินรสรินบอกว่าบูธของเราใหญ่ให้จัดให้เต็มที่ คนงานต่างแย่งกันจะไปงานนี้ อานนท์เสนอว่างานมี 5 วันให้ผลัดๆกันไป เรือนแก้วติงหากไปกันเยอะก็ต้องเสียค่าที่พักแพงขึ้นไปอีก พาไปเท่าที่จำเป็นก็พอ อานนท์แนะให้ไปพักที่บ้านศาสตราบุรินทร์ อยู่ก็ฟรีกินก็ฟรี

“เออ สมกับเป็นหลานป้า ฉลาดจริงๆลูกเอ๊ย” สายบัวยุส่ง

เรือนแก้วพยายามห้ามปรามแต่อานนท์ไม่ฟัง นับคนงานที่จะเอาไปช่วยงานได้ประมาณสิบคน แล้วจัดแจงเดินออกไปโทร.บอกรสริน เรือนแก้วได้แต่มองตามเหนื่อยใจ...

ทางฝ่ายดวงกมลรู้เรื่องที่รสรินจะเอาคนงานมาค้างที่บ้านศาสตราบุรินทร์ก็โวยวายลั่น ที่นี่ไม่ใช่โฮมสเตย์จะได้ขนคนมานอน พิมพ์เพทายไม่เห็นจะเดือดร้อนตรงไหนบ้านเราออกกว้างขวางใหญ่โต ดวงกมลยืนกรานไม่ให้ใครมาค้างด้วยทั้งนั้น ศักดิ์สกุลตัดรำคาญบอกให้รสรินเปิดโรงแรมให้คนงานพักแล้วมาเบิกเงินที่ท่าน เธอได้ยินมาว่าท่านวีระจะจัดที่พักไว้ให้พวกที่นำสินค้ามาจากต่างจังหวัด

ดวงกมลเปลี่ยนเป็นกระดี๊กระด๊าทันทีเมื่อรู้ว่ารสรินรู้จักกับท่าน แต่พอตั้งสติได้รีบวางท่าอย่างเดิม...

ในเวลาต่อมา ขณะรสรินกำลังเตรียมมื้อค่ำอยู่ในครัวกับสาวใช้และจิ้งหรีด กรพงศ์มายืนเกาะที่ประตู พยักพเยิดให้จิ้งหรีดกับพวกสาวใช้ออกไปก่อน เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง เขาเสนอตัวจะไปช่วยงานเธอที่บูธขายสินค้าในงานฟู้ดแฟร์ รสรินวางมือจากงานที่ทำอยู่

หันมาถามเขาว่าเมื่อเช้ากินยาไม่ได้เขย่าขวดหรือ เขาแค่อยากจะตอบแทนที่เธอเคยช่วยเขาไว้

“ทนกลิ่นปลาร้าไหวเหรอ”

“เออว่ะ ลืมไปว่าเธอขายปลาร้า งั้นฉันไปช่วยห่างๆก็ได้ นั่งไกลๆบูธหน่อย กลิ่นคงไม่แรงขนาดนั้นมั้ง”

รสรินหันไปหยิบกระปุกปลาร้ามาเปิดฝาแล้วยื่นไปตรงหน้ากรพงศ์ซึ่งเบือนหน้าหนีทันที เธอต่อว่าถ้าเป็นแบบนี้จะไปช่วยได้อย่างไร เขาอ้างยังไม่ชิน แถมยื่นมาให้ทั้งกะปุกแบบนี้ใครจะไปทนได้ รสรินไม่พูดอะไรเดินไปเปิดตู้เย็นเอาเส้นสปาเกตตีที่ต้มแล้วออกมาจัดการทำเมนูสปาเกตตีผัดปลาร้าให้เขาชิม

ทีแรกเขาทำท่าพะอืดพะอมแต่พอได้กินเข้าไปเท่านั้นก็ติดใจกินจนหมดจาน

ooooooo

ในที่สุดก็ถึงวันงานฟู้ดแฟร์ บูธของแม่ศรีไทยแลนด์ใหญ่โตอลังการอย่างในแบบจำลองของอานนท์ไม่มีผิดเพี้ยน ทุกคนในร้านสวมเสื้อผ้าด้วยชุดพื้นเมืองอีสาน และเปิดเพลงโปงลางเป็นที่ครึกครื้น อานนท์ รสริน เรือนแก้วกำลังช่วยกันจัดเรียงสินค้า โดยสายบัวคุมอยู่ที่โต๊ะอาหาร

ศักดิ์สกุล ดวงกมลกับพิมพ์เพทายและกรพงศ์ซึ่งคาดหน้ากากอนามัยเดินมาที่บูธ ศักดิ์สกุลทักทายเรือนแก้วด้วยมิตรไมตรีที่ดี ขณะที่อานนท์ทำเป็นง่วนกับการจัดของ ยกมือไหว้สองผัวเมียแบบลวกๆ ครั้นเห็นหน้าพิมพ์เพทายก็ยิ้มกวนใส่ เรือนแก้วขอบคุณดวงกมลที่อุตส่าห์แวะมาเยี่ยมบูธของเรา

“ที่ฉันมาน่ะเพราะเห็นว่าท่านวีระเป็นคนจัดหรอก ไม่งั้นฉันไม่มาหรอกบูธปลาร้าอะไรเนี่ย” ดวงกมล

เบ้ปากแต่มือหยิบของขึ้นมาชิม ศักดิ์สกุลรำคาญเชิญให้เธอไปเดินดูที่อื่นก่อน พากรพงศ์ไปด้วยก็ได้ คนถูกเอ่ยถึงคว้ายาดมขึ้นมาสอดเข้าไปในหน้ากากอนามัย เรือนแก้วเป็นห่วงถามว่าไหวหรือเปล่า เขาหันมายกมือไหว้ ทำเอาเรือนแก้วประหลาดใจ ศักดิ์สกุลก็รู้สึกไม่ต่างกันที่อยู่ๆลูกชายมารยาทดีขึ้น

มีเสียงประกาศจากบนเวทีว่าท่านวีระมาถึงแล้ว เรียนเชิญท่านบนเวทีด้วย ดวงกมลระริกระรี้ออกนอกหน้า คว้ามือศักดิ์สกุลจะลากไปที่เวทีด้วยกัน แต่เขาไม่ยอมไป เธอจึงวิ่งปรู๊ดไปคนเดียว

“รส ลูกก็ไปต้อนรับท่านหน่อยเถอะ ที่มีงานนี้ขึ้นมาได้ก็เพราะท่านนะ” เรือนแก้วหันมาทางลูกสาว ศักดิ์สกุลเห็นเธอพยักหน้ารับคำกับแม่ จัดแจงสั่งให้กรพงศ์ไปกับเธอด้วย เขาคว้ามือเธอพาออกไปทันที

นอกจากท่านวีระจะกล่าวเปิดงานฟู้ดแฟร์ครั้งนี้แล้ว ท่านยังเชียร์ให้คนที่มาในงานมาซื้อปลาร้าแปรรูปที่บูธของแม่ศรีไทยแลนด์อีกด้วย...
อานนท์กับพิมพ์เพทายเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน เจอหน้าเป็นไม่ได้ต้องจิกกัดกันตลอด ครั้งนี้ก็เช่นกัน เธอแกล้งตีหน้าเศร้าฟ้องเรือนแก้วว่าถูกอานนท์หาว่าเกะกะ แล้วเดินคอตกไปหาสายบัวที่โต๊ะอาหาร

“เสียมารยาทจริงๆ กลับไปเมื่อไหร่ แม่คงต้องจัดการเราหน่อยแล้วนนท์”

“แม่อ่ะ นนท์เปล่า” อานนท์หันไปชี้หน้าพิมพ์-เพทายที่แอบยักคิ้วยียวนให้ ขณะศักดิ์สกุลกำลังเล่าให้เรือนแก้วฟังว่าคิดไม่ผิดที่ให้รสรินมาเป็นสะใภ้เพราะทำให้กรพงศ์ดีขึ้น ดวงกมลเดินนำท่านวีระและพวก

ผู้ติดตามเข้ามาที่บูธ ทำราวกับเป็นเจ้าของเสียเอง เรือนแก้ว ยกมือไหว้ท่านวีระ ส่วนศักดิ์สกุลเมินหน้าหนี

“สวัสดีครับ คุณเรือนแก้วแม่ของหนูรสสินะครับ ผมได้ลองกินปลาร้าของคุณแล้วนะครับ บอกตรงๆว่าถ้าปล่อยผ่านไปเลยคงน่าเสียดายมาก”

“ตอนนี้ก็กำลังขยายตลาดค่ะท่าน ยัยรสเองก็กำลังดูๆทางอื่นอยู่”

อานนท์แทรกขึ้นทันทีว่าท่านวีระมีช่องทางสนับสนุนบ้างไหม เป็นต้นว่าส่งไปขายตลาดเมืองนอก เรือนแก้วเห็นท่านมองๆลูกชายรีบแนะนำว่าเป็นน้องชายของรสรินเพิ่งกลับจากเมืองนอก

“ท่าทางเก่งเหมือนหนูรสเลย ได้สิ ฉันสนับสนุนเต็มที่อยู่แล้ว” ท่านวีระหันไปทางเลขาฯ “เดี๋ยวคุณช่วยติดต่อตัวแทนที่เขาดูแลในส่วนนี้อยู่นะ เคสนี้ วีไอพีให้สนับสนุนเต็มที่...คุณศักดิ์คงไม่ว่าอะไรนะครับที่ผมเข้ามาช่วยแบบนี้” ท่านวีระเหมือนจะเย้ยอยู่ในที ศักดิ์สกุลไม่คิดจะว่าอะไรท่านอยู่แล้ว

“ดูแลประชาชนมันก็หน้าที่ของข้าราชการอยู่แล้วนี่ แต่ขอให้ไอ้ที่ช่วยมันมาจากเจตนาดีจริงๆเหอะ”

ooooooo

ท่านวีระแวะตามบูธต่างๆในงาน ทักทายพ่อค้าแม่ค้าอย่างเป็นเองหวังจะเรียกคะแนนนิยม เลขาฯเข้ามารายงานว่าจัดการเรื่องส่งออกของแม่ศรีไทยแลนด์เรียบร้อยแล้ว

“แต่ท่านครับ ผมกลัวว่ามันจะสูญเปล่าหรือเปล่าเพราะดูคุณศักดิ์แล้วเหมือนเขาระแวงขึ้นมากเลย”

“นั่นแหละดีแล้ว”

เลขาฯงงดีได้อย่างไร ยิ่งทำให้ศักดิ์สกุลระแวงรสรินเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้เราลำบากเท่านั้น ท่านวีระบอกให้เขารอดูต่อไปแล้วจะรู้เอง...

สายบัวปวดปัสสาวะมาก ร้องเรียกอานนท์มาแทนที่ตนเองที่มุมอาหารสดหน่อยจะได้ช่วยพิมพ์เพทายด้วย สองคนไม่กินเส้นกันอยู่แล้วแขวะกันไปมา เธอหมั่นไส้เอาหนังสติ๊กดีดใส่หน้าเขาถึงกับร้องลั่น...

ระหว่างที่รสรินเดินมาส่งศักดิ์สกุลที่ลานจอดรถ เรือนแก้วกำลังขายของมือเป็นระวิงเห็นกรพงศ์ยังกลัวเหม็นกลิ่นปลาร้าบอกให้กลับเข้าบริษัทไปก่อนดีไหม เขาส่ายหน้าขยับหน้ากากอนามัยให้กระชับขึ้นอีก ท่านเกรงใจเขา เดี๋ยวรสรินกลับมาเมื่อไหร่จะบอกให้ไปส่งเขาก่อน

“ไม่เป็นไร กะว่าจะมาช่วยอยู่แล้ว” กรพงศ์แอบเขิน ขณะที่เรือนแก้วมองเขาอย่างแปลกใจ...

ที่ลานจอดรถ ศักดิ์สกุลหลอกถามโน่นถามนี่ก่อนจะวกมาถามรสรินว่าอยากให้ท่านวีระมาร่วมงานกับเราหรือเปล่า เธอยังไม่ทันตอบอะไร ดวงกมลเดินหิ้วถุงใส่ของกินเข้ามาเสียก่อน เขาจึงเปลี่ยนเรื่องพูด

“งั้นคืนนี้เจอกันที่บ้านนะลูก ให้แม่ให้ป้ามาพักที่บ้านเรา ส่วนคนงานน่ะถ้าจะพักที่ที่เขาจัดไว้ก็ตามใจ”

จากนั้นไม่นาน รสรินกลับมาที่บูธขายของพร้อมถุงใส่ของกินเต็มสองมือ เรือนแก้วบอกให้ลูกไปดูกรพงศ์ หน่อยไม่รู้โดนกลิ่นปลาร้าเล่นงานไหม เธอเห็นเขานั่งอยู่กับพื้นฟุบหน้ากับเก้าอี้ เอานิ้วจิ้มๆดู ถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่าแล้วทำไมถึงลงไปนั่งกับพื้นแบบนี้ เขาอ้างว่าลมกับกลิ่นจะลอยขึ้นที่สูง รสรินอดขำไม่ได้พลางฉุดให้เขาลุกขึ้น ถ้าทนไม่ไหวก็ให้กลับไปจะมาทรมานตัวเองทำไม

“ก็บอกแล้วว่าจะมาช่วย”

รสรินขู่ ถ้าไม่ลุกขึ้นมาดีๆจะใช้กำลัง กรพงศ์จำใจทำตาม เธอหยิบถุงขนมยื่นให้เขาตรงหน้า เป็นของกินเล่นจะได้กินกลบกลิ่นปลาร้า เขารับถุงไปแต่ลังเลกลัวถูกแกล้ง เธอคว้าถุงขนมคืนแล้วป้อนให้เขา ซึ่งทีแรกทำอิดออด แต่สุดท้ายอ้าปากให้รสรินป้อน เรือนแก้วหันมาเห็นก็ยิ้มให้ เช่นเดียวกับอานนท์ สายบัว จิ้งหรีดและพิมพ์เพทายต่างสะกิดกันให้ดู...

ที่บ้านศาสตราบุรินทร์ อานนท์เอาไวน์ของศักดิ์สกุลมาเปิดฉลองให้กับการขายดีเป็นเทน้ำเทท่าของปลาร้าแม่ศรีไทยแลนด์ รสรินนึกสนุกขอน้องชายดื่มสักหนึ่งแก้ว อ้างไม่ค่อยชอบดื่มสักเท่าไหร่ กรพงศ์กระเซ้าคออ่อนมากกว่า

“ฉันเป็นผู้หญิงย่ะ รู้ว่าดื่มแค่ไหนถึงจะเหมาะสม ไม่ใช่จะมาเมาหัวราน้ำแบบคุณนี่”...

ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง รสรินเมาไวน์คออ่อนคอพับไม่รู้เรื่อง กรพงศ์ต้องประคองเธอเข้ามานอนบนเตียงในห้องนอน แล้วไปหยิบผ้าชุบน้ำหมาดๆมาเช็ดเนื้อตัวหน้าตาให้ พลางบ่นเกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ไม่เคยทำแบบนี้ให้ใคร แล้วต่อว่าว่าเมาแบบนี้ ถ้าเป็นคนอื่นโดนปล้ำไปแล้ว

“ก็คุณเป็นสามีฉันไม่ใช่เหรอ” รสรินอ้อแอ้

“คุณเป็นของฉันไม่ใช่เหรอคุณกร คุณเคยบอกว่ารักฉันไม่ใช่เหรอคะคุณกร” ไม่พูดเปล่าเธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้ “ตอนนี้ล่ะ ยังรักฉันอยู่ไหม รักยัยตัวแสบอยู่ไหมคุณกร” รสรินพูดจบโน้มตัวเข้าหา กรพงศ์ไม่ฝืน ทั้งคู่เอนตัวลงไปกับเตียงด้วยกัน

ooooooo

เสียงนาฬิกาปลุกจากมือถือดังขึ้น รสรินหลับหูหลับตาควานไปกดปิด กรพงศ์โวยวายยังไม่ทันสว่างเลยจะตื่นทำไม เธอต้องไปเตรียมบูธขายของ หลับตานิ่งอยู่ครู่หนึ่งแล้วนึกขึ้นได้ ลืมตาโพลงเห็นกรพงศ์นอนห่มผ้าผืนเดียวกับตัวเองแถมท่อนบนเปลือยเปล่าตะโกนลั่นนี่มันอะไรกัน แล้วถีบเขาตกเตียง

“คุณทำอะไรฉัน” รสรินไม่กล้ามองเอามือปิดตาไว้

“คนร้อนถอดเสื้อนอนผิดเหรอ”

รสรินด่าเขาเป็นชุดที่ฉวยโอกาสปลุกปล้ำตอนเธอเมา กรพงศ์ถอนใจเฮือกใหญ่ คลานกลับขึ้นเตียง ดึงมือเธอที่ปิดตาออก ชี้ให้ดูที่ปากตัวเองว่าเธอเป็นคนทำเขาต่างหาก แล้วบอกให้เธอนึกให้ดีๆ เมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้น เธอคลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นฝ่ายรุกไล่เขาก็อายมาก

“ก็...ก็ฉันเมานี่ แล้วทำไมคุณไม่ขัดขืนล่ะ หนีไปก็ได้นี่”

“หนียังไงล่ะ เธอเอาขาเกี่ยวไว้”

รสรินขอร้องไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว อานนท์มาเคาะประตูห้องเรียกให้พี่สาวตื่นได้แล้ว เธอตะโกนลั่นว่าอย่าเพิ่งเข้ามาแต่ไม่ทันเขาเปิดประตูผลัวะเข้ามาเห็นสภาพทั้งคู่ถึงกับยืนอึ้งพูดไม่ออก รสรินกลืนน้ำลายนั่งหน้าซีดอยู่บนเตียง ขณะที่กรพงศ์ยิ้มระรื่น

“วันหลังโผล่พรวดพราดเข้ามาแบบนี้ไม่ได้นะจ๊ะนนท์คุง” กรพงศ์เห็นอานนท์ตาเขียวปั้ดก็ยิ่งสนุก “จุ๊ๆๆ รสต้องสอนน้องเรื่องมารยาทให้มากกว่านี้นะครับ”

อานนท์ทนไม่ไหวเชิญทั้งคู่ตามสบาย ขอตัวไปรอข้างล่างแล้วเตือนพี่สาวอย่าชักช้าคนงานรออยู่ รสรินได้แต่นั่งนิ่งทำอะไรไม่ถูก กรพงศ์จัดแจงบอกให้เธอไปอาบน้ำ แถมใช่สรรพนามแทนเธอว่าที่รักทุกคำ เธอทนไม่ไหวถีบเขาอีกครั้งลงไปนอนกลิ้งอยู่กับพื้น แล้วรีบเอาผ้าห่มห่อตัวหนีเข้าห้องน้ำ กรพงศ์มองตามหัวเราะขำที่เธอเชื่อว่ามีอะไรกับเขา ทั้งที่เธอเมาหลับไปก่อนจะได้ทำอะไรกัน...

ระหว่างทางไปงานฟู้ดแฟร์ สายบัวไม่มีปากมีเสียงกับใครเพราะเมาไวน์ค้าง ส่วนอานนท์ซึ่งทำหน้าที่พลขับแอบต่อว่าพี่สาวเป็นระยะๆที่ไปมีอะไรกับกรพงศ์ สองพี่น้องเถียงกันเสียงดัง จนเรือนแก้วต้องถามว่ามีอะไรกัน รสรินรีบบอกว่าไม่มีอะไร แต่ท่านมองสองพี่น้องสลับกันไปมาอย่างไม่เชื่อ...

ด้านกรพงศ์ยืนแต่งตัวอยู่หน้ากระจกเงา เหลือบไปเห็นเสื้อผ้ารสรินกองอยู่กับพื้น หยิบขึ้นมาดูแล้วอดขำไม่ได้ ฉุกคิดถึงเรื่องเมื่อคืนนี้ตอนที่เธอโน้มตัวมาหาก่อนทั้งคู่จะเอนตัวลงไปนอนบนเตียงด้วยกัน ยังไม่ทันทำอะไรรสรินกรนครอกๆเสียงดังสนั่น กรพงศ์ผงกขึ้นมาเห็นเธอหลับสนิท เขย่าตัวก็ไม่ตื่น เกาหัวอย่างเสียอารมณ์ แล้วก้มไปจูบหน้าผากเธออย่างอ่อนโยน

“ไอ้กรบ้า ไอ้คนนิสัยไม่ดี” รสรินละเมอ

กรพงศ์ผงะถอยห่าง แล้วนึกสนุกขึ้นมา ถอดเสื้อตัวเองออก ก่อนจะหลับหูหลับตาเอื้อมมือไปปลดกระดุมเสื้อของรสรินทำให้ดูเหมือนมีอะไรกัน

“ขอเอาคืนสักหน่อยแล้วกัน ยัยตัวแสบ ตื่นมาล่ะสนุกแน่”...

กรพงศ์ตื่นจากภวังค์มองเสื้อรสรินในมือแล้วหัวเราะสยอง ไม่ทันเห็นพิมพ์เพทายยืนจ้องอยู่ เธอเล่นงานเขาหาว่าโรคจิตกับเสื้อผ้าของรสรินก็ไม่เว้น เขาพยายามอธิบาย แต่เธอไม่ฟัง หาว่าหลักฐานคามือยังจะปฏิเสธอีก เขาโยนเสื้อรสรินทิ้งแล้วกระซิบกระซาบบางอย่าง พิมพ์เพทายถึงกับตาโตตื่นเต้นที่พี่สองคนแต่งงานกันตั้งนานแล้วแต่ไม่มีอะไรกัน ก่อนจะระเบิดหัวเราะ

“โถๆๆๆ พ่อปลาไหลกรพงศ์ ฟาดมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ แต่กับภรรยาตัวเองไม่มีปัญญา”

“ก็พี่รสของแกเขาเหมือนชาวบ้านชาวช่อง

ซะที่ไหนเล่า น่านะ แกอย่าเพิ่งบอกเขาเลยนะพี่กราบสามที” กรพงศ์ยกมือไหว้ปลกๆ พิมพ์เพทายปัดมือเขาออก ลังเลไม่รู้จะทำอย่างไรดี

ooooooo

อานนท์เหน็บแนมพี่สาวตัวเองตั้งแต่เตรียมของขายยันลูกค้าเข้าร้านก็ไม่ยอมเลิกต่อว่า กระทั่งพลวัฒน์แวะมาเยี่ยมเยียนแล้วหันไปทักทายอานนท์ว่าหล่อขึ้นเป็นกอง

“อ้าวพี่พล ไม่เจอตั้งนาน ยังตามจีบพี่รสอยู่อีกเหรอ เขาแต่งงานมีผัวแล้วนะ” อานนท์ทักตอบเสียงลั่น

รสรินกลัวน้องพูดอะไรที่ไม่ควรพูด ฝากแม่ช่วยดูพลวัฒน์ให้ก่อน แล้วลากอานนท์ออกไป เรือนแก้วกับพลวัฒน์มองตามสงสัย...

กระทั่งมาถึงมุมปลอดคน รสรินสั่งน้องชายให้หยุดพูดอะไรที่ไม่ควรพูดได้แล้ว เขาว่าถ้ากล้าทำก็ต้องกล้ารับ ไหนเธอบอกว่าทำเพื่อโรงงาน ที่แท้ก็หลงรักกรพงศ์จริงๆ เธอปฏิเสธว่าไม่ได้หลง เขาขอร้องอย่าปฏิเสธอีกเลย เห็นตำตาขนาดนั้น แสดงว่าหลงรักกรพงศ์จริงๆถึงได้ยอมมีอะไรด้วย รสรินเหลียวซ้ายแลขวาเลิ่กลั่กก่อนจะต่อว่าน้องชายว่าจะต้องพูดเสียงดังทำไม

“ฉันก็ไม่อยากจะอะไรนักหรอกนะ แค่เป็นห่วงพี่ก็รู้ว่ามันเป็นคนยังไง ยิ่งเป็นแบบนี้พี่ยิ่งเสียเปรียบมัน”

“เสียป่งเสียเปรียบอะไรเล่า เลิกพูดได้แล้ว”

“เสียเปรียบเต็มๆอะ คิดดูนะ ยิ่งถ้าพี่ท้องขึ้นมาล่ะก็...” อานนท์ทิ้งท้ายทำให้รสรินหน้าเจื่อน สองพี่น้องมัวแต่คุยกันไม่ทันเห็นพลวัฒน์แอบฟังอยู่ด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย...

อานนท์เล่นไม่เลิกพูดถึงเรื่องที่รสรินอาจตั้งท้องกับกรพงศ์จนฝ่ายหลังชักจะหงุดหงิด เรือนแก้วร้องทักมีอะไรกันหรือเปล่า เห็นเป็นอย่างนี้ตั้งแต่เช้าแล้ว อานนท์ไม่วายยียวน

“พี่รสเขาโมโหอะไรก็ไม่รู้น่ะแม่ นนท์แค่บอกกับพี่รสว่าอยากอุ้มหลาน”

เรือนแก้วแก้ตัวแทนลูกสาวว่าเพิ่งแต่งงานไม่นานจะมีหลานได้อย่างไร...

พลวัฒน์เซ็งกับเรื่องรสรินมาก ถ่ายรูปในงานฟู้ดแฟร์ ไปพลางบ่นไปด้วยว่างานนี้น้องหมาคาบไปรับประทานเรียบร้อยแล้ว ระหว่างนั้นได้ยินเสียงจากด้านหลังว่าวันนี้ศักดิ์สกุลไม่ได้มาด้วย มาแต่พวกรสริน กรพงศ์ก็ไม่ได้มา พลวัฒน์แกล้งหันไปถ่ายรูปบูธต่างๆ

“ครับ...ผมจะคอยดูไว้ครับ เอ่อ แค่นี้ก่อนนะครับท่าน” ลูกน้องท่านวีระเห็นพลวัฒน์เล็งกล้องมาที่ตัวเอง รีบเก็บมือถือเดินหนี ตากล้องหนุ่มมองตามสงสัยท่านไหนกัน...

ทางฝ่ายท่านวีระมาแผนเหนือเมฆ ที่คอยทำดีกับรสรินไม่ได้หวังจะใช้เธอเป็นสะพานเพราะเธอหัวแข็งเกินไป แต่หวังให้ศักดิ์สกุลไม่ไว้ใจเธอต่างหาก จากนั้นสั่งให้คนของตัวเองไปจัดการกับเขา ทางสะดวกเมื่อไหร่ก็ให้เล่นงานได้เลย...

ที่บริษัทศาสตราบุรินทร์ พิมพ์เพทายรู้ว่าพ่อจะไปตรวจไซต์งานอาสาจะไปเป็นเพื่อน แต่ท่านจะเอา กรพงศ์ไปด้วยเผื่อจะได้รู้งานด้านนี้อีกทางหนึ่ง เธอเห็นดีด้วยชวนท่านไปบอกเขาด้วยกัน เมื่อมาถึงห้องทำงานของรสริน เห็นกรพงศ์นั่งหันหลังคุยโทรศัพท์เสียงอ่อนเสียงหวานอยู่

“ก็เดี๋ยวตอนเย็นแวะไปหาไง ซื้ออะไรไว้ให้กินด้วยนะครับ”

ศักดิ์สกุลไม่พอใจจะเข้าไปเอาเรื่อง พิมพ์เพทายรั้งตัวไว้ ขอให้รอฟังเขาก่อน ปรากฏว่าสาวที่เขาคุยออดอ้อนด้วยคือรสรินนั่นเอง ท่านเปลี่ยนใจหันหลังกลับออกไปกับพิมพ์เพทายพร้อมกับปิดประตูให้

กรพงศ์หมุนเก้าอี้กลับมาสีหน้ายิ้มยียวน “ไม่รู้ล่ะ เธอได้ฉันแล้ว เธอต้องรับผิดชอบ”

“ฉันไม่รับผิดชอบอะไรทั้งนั้น ฉันเมา เข้าใจไหม” รสรินตะโกนลั่น คนอื่นๆมองเธอเป็นตาเดียวกัน “ช่วยไม่ได้ ไม่รู้จักขัดขืนเองล่ะ อย่ามาร้องนะ ก็สนุกด้วยกันทั้งคู่จะมาเรียกร้องอะไร”

พลวัฒน์อายแทนรีบสะกิดให้รสรินรู้ตัว เธอกลับหันมาเอ็ดเขา ก่อนจะกลับไปคุยโทรศัพท์กับกรพงศ์อีกว่าอยากจะมาหาก็มา แต่อย่ามาทำงอแง ไม่อย่างนั้นจะไล่กลับ แล้ววางสาย พอหันไปมองอีกทีเห็นทุกคนจ้องตาแป๋ว รีบยิ้มกลบเกลื่อน...

ระหว่างทางไปไซต์งานก่อสร้าง ศักดิ์สกุลโทร.บอกรสรินว่าวันนี้คงไม่เข้าไปที่บูธ พอดีต้องไปตรวจงานที่ไซต์ก่อสร้าง แต่กรพงศ์กับพิมพ์เพทายคงเข้าไป ทันใดนั้นมีรถคันหนึ่งแล่นปาดหน้า นายชูเหยียบเบรกดังเอี๊ยดลั่นถนน ศักดิ์สกุลร้องเอะอะ ก่อนจะทำมือถือหล่น รสรินตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเสียงเงียบไป อึดใจเขาหยิบมือถือขึ้นมาบอกว่าแค่นี้ก่อน เดี๋ยวโทร.กลับแล้ววางสายไปเลย

นายชูจะลงไปเอาเรื่องรถคันข้างหน้า แต่ศักดิ์สกุลรั้งไว้ สั่งให้ดูดีๆก่อน รถคันนั้นอยู่ๆก็แล่นหนีไปหน้าตาเฉย นายชูจะขับตามแต่ศักดิ์สกุลสั่งห้ามไว้ อ้างจะรีบไป นายชูจำต้องทำตามสั่ง

ooooooo

เรือนแก้วกับสายบัวได้ยินเสียงรสรินตะโกนเอะอะก็ตกใจ กลัวศักดิ์สกุลจะเป็นอะไรมาก อานนท์หมั่นไส้ก็แค่พ่อผัวของพี่รสจะห่วงอะไรกันนักหนา เรือนแก้วเตือนว่าศักดิ์สกุลเป็นผู้มีพระคุณของพวกเราทำไมถึงได้พูดเหมือนคนไร้น้ำใจอย่างนี้ อานนท์เถียงว่าใช่เราจะให้เขาช่วยฟรีๆ พี่รสก็ต้องเอาตัวเข้าแลก

“เอ็งพูดอย่างนั้นก็ไม่ถูกนะนนท์ ตอนเขาเสนอจะช่วยเขาก็บอกแล้วว่าถึงไอ้รสมันไม่ตกลงเขาก็จะช่วย เอ็งพูดแบบนี้ นอกจากจะทำให้แม่เอ็งพี่เอ็งเขาเสียใจแล้วมันยังดูเป็นคนเนรคุณด้วยนะ” สายบัวร่ายยาว

อานนท์สำนึกผิดหันไปยกมือไหว้ขอโทษแม่กับพี่สาวที่ทำให้เสียใจ สายบัวแนะให้เขาไปดูศักดิ์สกุลที่ไซต์งานเพื่อเป็นการไถ่โทษ อานนท์หนีไม่ออกจำต้องทำตามที่ป้าว่า...

ระหว่างขึ้นรถไฟฟ้าไปที่ไซต์ก่อสร้าง อานนท์เจอกับอรอาภาโดยบังเอิญ เขาจำเธอได้จากข่าวฉาวกับกรพงศ์ก็เลยแกล้งจีบ ด้วยหน้าตาหล่อเหลาของเขา อรอาภายอมให้เขาจีบโดยแอดไลน์กัน...

ในเวลาไล่เลี่ยกันหุ้นส่วนของบริษัทสามคนที่เป็นพวกเดียวกับท่านวีระทำทีมาหารสรินทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเธอไม่อยู่ แกล้งขอให้กรพงศ์บอกรสรินอีกทอดหนึ่งให้ช่วยพูดกับศักดิ์สกุลให้ยอมไปเข้าชื่อร่วมประมูลโครงการศูนย์ราชการแห่งใหม่ เพราะนี่ก็ใกล้วันยื่นซองประมูลเข้ามาทุกขณะแล้ว

“นะพ่อกร บอกหนูรสให้ช่วยหน่อย เห็นแก่บริษัทเราเถอะ”

พิมพ์เพทายที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องจะเอาเอกสารมาให้พี่ชายได้ยินเต็มสองหู รีบหลบออกมาโทร.ฟ้องพ่อที่กำลังเดินตรวจความเรียบร้อยอยู่ที่ไซต์งาน ยิ่งทำให้ศักดิ์สกุลระแวงในตัวรสริน แล้วเดินคุยโทรศัพท์ไปตรวจงานไปจนถึงใต้ตึกก่อสร้าง ก่อนจะแหงนขึ้นไปมองบนตัวอาคาร

“อ๋อ ไม่ได้เป็นอะไรหรอกแค่รถปาดหน้าน่ะ พ่อยุ่งๆเลยลืมโทร.กลับ พิมพ์บอกพี่เขาด้วยแล้วกันว่าพ่อไม่ได้เป็นอะไร” พูดจบศักดิ์สกุลวางสายแล้วกางพิมพ์เขียวออกมาดูโดยไม่ทันเห็นว่าที่ชั้นบนของตัวอาคาร มีคนของท่านวีระในคราบคนงานมองลงมาที่เขาด้วยสายตามาดร้าย พลันมีเสียงตะโกนโหวกเหวกดังขึ้น

“คุณศักดิ์ระวังครับ” วิศวกรว่าพลางชี้มือไปบนอาคาร ศักดิ์สกุลเงยหน้าขึ้นไปเห็นเหล็กหลายเส้นกำลังตกใส่ ทันใดนั้นอานนท์มาจากไหนไม่รู้ พุ่งมารวบตัวเขาล้มไปด้วยกัน...

ขณะที่นวลพรรณกับพิมพ์เพทายและกรพงศ์กำลังจะไปหารสรินที่งานฟู้ดแฟร์ พลวัฒน์เข้ามาขอคุยกับนวลพรรณเป็นการส่วนตัว จากนั้นสองคนพากันไปที่ร้านบะหมี่ข้างถนน พลวัฒน์เล่าเรื่องที่ได้ยินรสรินคุยกับอานนท์ว่าได้เสียกับกรพงศ์แล้ว คราวนี้เขาคงไม่มีข้ออ้างให้ยื้อรสรินอีกต่อไป นวลพรรณก้มหน้าก้มตากินบะหมี่ไม่พูดไม่จา เขาสะกิดถามว่าโกรธหรือ เขามีเรื่องเมื่อไหร่ก็ต้องมาหาเธอทุกที

นวลพรรณวางตะเกียบ ลุกขึ้นขยับเก้าอี้มานั่งติดกับพลวัฒน์ แล้วปัดไหล่เสื้อตัวเองให้สะอาด

“ไม่โกรธหรอก ชินแล้วอะ” นวลพรรณว่าพลางตบไหล่ตัวเองให้พลวัฒน์ซบ...

ในเวลาต่อมา ขณะที่กรพงศ์กำลังจะสารภาพความในใจที่มีต่อรสริน พิมพ์เพทายวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกว่าแย่แล้ว เด็กที่บ้านโทร.มาบอกว่าคุณแม่รับโทรศัพท์แล้วเป็นลมล้มพับไปเลย ครู่ต่อมาเรือนแก้ว สายบัว กรพงศ์และพิมพ์เพทายรวมทั้งรสรินมาถึงบ้านศาสตราบุรินทร์ กว่าจะทำให้ดวงกมลฟื้นคืนสติเล่นเอาเหงื่อตก ถึงได้รู้ว่าเกิดเรื่องกับศักดิ์สกุล

“พ่อเขา...โดนเหล็กตกลงมา...เสียบทะลุ”

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement