advertisement

ขุนเดช ตอนที่ 22

บทประพันธ์ สุจิตต์ วงษ์เทศ จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 7 โดย แพรพริมา
6 ก.ค. 2555 14:54

ทำร้ายอาจารย์ประทีปแล้ว ไอ้เนพาลูกน้องเดินเข้าป่าไป มันถอดผ้าพันหน้าออก บ่นว่ายังไม่รู้สึกหายคันมือเลย มันพูดอย่างผยองว่า

“ความจริงข้าอยากจะฆ่ามันด้วยซ้ำ วันนี้รู้สึกหางตามันกระตุกยังไงก็ไม่รู้ ถ้าได้เห็นคนตายต่อหน้า อาจจะช่วยให้หายกระตุกได้”

ลูกน้องมันเสนอว่า เราไปหาอย่างอื่นทำดีกว่า ตนรู้ว่าลูกพี่แอบเอาพระเครื่องที่ขุดเจอมาด้วย ไอ้เนนึกได้หยิบพระเครื่องที่ซุกไว้ออกมา

“เออเว้ย...พระเครื่องโบราณราคางามแบบนี้ คืนนี้เมาปลิ้นแน่ๆ ฮ่าๆๆๆ”

พริบตานั้น วีรบุรุษบาปก้าวออกมา ประกาศกร้าว แววตาขึงขังดุดัน

“ข้าคือเพชฌฆาต โทษของคนบาปคือความตาย”

ลูกน้องกำนันตกใจผงะ ถามไอ้เนว่าเอาไงดี ลำพังพวกเราคงรับมือไม่ไหว เสนอให้ล่อวีรบุรุษบาปไปให้ไอ้แจ๊คจัดการตามแผนดีกว่า ไอ้เนบอกว่ามันจะล่อวีรบุรุษบาปไปเอง ให้พวกลูกน้องรับมือไปพลางก่อน

ว่าแล้วไอ้เนก็ผลักลูกน้องเข้าหาวีรบุรุษบาป ส่วนตัวมันเองเปิดอ้าวไปแล้ว ลูกน้องสองคนเลยจำต้องลุยเข้าไป แต่มันไม่ทันทำอะไร ก็ถูกวีรบุรุษบาปตวัดดาบดำวืดเดียว ก็ปาดคอมันเลือดพุ่งกระฉูดตายคาที่ทั้งสองคนในดาบเดียว

“ข้าคือเพชฌฆาต...โทษของคนบาปคือความตาย... หึๆๆๆ” วีรบุรุษบาปประกาศก้องหัวเราะอย่าง เย้ยฟ้า-ท้าดิน!

ooooooo

อาจารย์ประทีปถูกพวกไอ้เนทำร้ายจนสะบัก สะบอมแล้วทิ้งไว้ที่โบราณสถาน ชาวบ้านมาพบจึงช่วยกันประคองออกมา เจอยงยุทธกับจ่าแท่นมาถึงพอดี

อาจารย์ประทีปรีบบอกว่าพวกมันเอาตัวดาราไปบนเขา ยงยุทธบอกว่าไม่ต้องห่วงตนจะไปจัดการมันเอง

“เดี๋ยวครับหมวด วีรบุรุษบาปตามพวกมันไปแล้ว”

“ไอ้หมอนั่นโผล่มาแล้วเหรอครับ” ยงยุทธหน้าเครียด เมื่ออาจารย์พยักหน้า จ่าพูดแทรกขึ้นว่าเป็นไปตามแผนของพวกมันจริงๆ

“หมวดควรระวังตัวด้วยนะครับ เพราะวีรบุรุษบาปที่ผมเจอคราวนี้...ดูเขา...” อาจารย์นิ่งไปอย่างไม่สบายใจก่อนเล่าว่า “ผมไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา แต่เขาไม่เหมือนเดิมที่ผมเคยเจอ...ครั้งนี้ดูเขาน่ากลัว พร้อมที่จะฆ่าทุกคนที่ขวางหน้า...และเขาอาจจะทำร้ายหมวดด้วย”

จ่าแท่นถามยงยุทธว่าจะเอาอย่างไรดี หมวดตอบอย่างมั่นใจว่า “มันจะบ้า จะคลั่งยังไง ผมก็ต้องได้ตัวมัน”

ยงยุทธเดินออกไปทันที จ่าฝากชาวบ้านให้พาอาจารย์ไป แล้ววิ่งตามยงยุทธไปด้วยความเป็นห่วง

ooooooo

วีรบุรุษบาปตามมาเจอไอ้เนที่วิ่งหนีมาที่กลางป่า ดาบดำในมือยังมีเลือดที่คมดาบ วีรบุรุษบาปประกาศกร้าว

“ข้าคือเพชฌฆาต...โทษของคนบาปคือความตาย...หึๆๆๆ”

“ข้าไม่ตายด้วยมือเอ็งหรอกเว้ย” ไอ้เนตะโกนปากกล้าขาสั่น หลับหูหลับตายิงวีรบุรุษบาปรัวไม่ยั้ง แต่พอมองไปอีกทีวีรบุรุษบาปก็หายไปแล้ว มันกวาดตามองหา ยังทำปากกล้าว่า “ไอ้เวรเอ๊ย...ข้าไม่กลัวแกหรอก”

วีรบุรุษบาปโผล่มาข้างหลังมัน ไอ้เนหันขวับก็ถูกจับมือบิดปืนกระเด็น ต่างสู้กันด้วยมือเปล่า ไม่ถึงอึดใจมันก็ถูกวีรบุรุษบาปเหวี่ยงกระเด็นเลือดกบปาก มันลุกขึ้นเดินเข้าหาอีก ถูกวีรบุรุษบาปชักดาบดำจากฝักตวัดวืดเดียวแขนมันก็กระเด็นตกที่พื้น มันร้องลั่นดิ้นพรากๆ เลือดที่บาดแผลทะลักเป็นลิ่มๆ

เมื่อวีรบุรุษบาปเดินเข้าหา มันร้องขอชีวิต ยกมือที่เหลือข้างเดียวไหว้ปลกๆ สารภาพว่าตนผิดไปแล้ว ยกโทษให้ด้วย ต่อไปจะไม่ทำบาปอีกแล้ว

วีรบุรุษบาปไม่สนใจ เดินเข้าหา ตวัดดาบวืดเดียวก็ปาดคอไอ้เนเลือดกระฉูด มันตายตาค้างตรงนั้นเอง

“ข้าคือเพชฌฆาต...โทษของคนบาปคือความตาย...ฮ่าๆๆๆๆ”

วีรบุรุษบาปเดินผ่านร่างไอ้เนไป แววตาเหี้ยม!

ooooooo

ไอ้นะอุ้มดาราไปที่รถจี๊ป บอกประดับว่าจำเป็นต้องเอามาเพราะทิ้งไว้ที่นั่นก็เกะกะ ประดับบอกว่าทิ้งไว้ที่นี่ก็จะเกะกะแจ๊ค ตนจะเอาไปเอง ส่วนไอ้นะกับลูกน้องกำนันให้กลับไปได้แล้ว ปล่อยให้ไอ้แจ๊คจัดการวีรบุรุษบาปเอง

ไอ้นะทำทีเกรงว่าถ้ายงยุทธมาสมทบไอ้แจ๊คจะรับมือลำบาก ประดับเลยให้มันอยู่ช่วย พอประดับขับรถออกไป ไอ้นะก็แสยะยิ้มอย่างสมใจกับแผนการของตัวเอง

ยงยุทธกับจ่าแท่นมาเจอแขนของไอ้เนที่พื้น มองไปอีกทีเห็นร่างมันถูกแขวนอยู่บนต้นไม้ จ่าแท่น

ถึงกับเบือนหน้าไปจากภาพสยองนั้น ยงยุทธยิงเชือกจนร่างไอ้เนร่วงลงมาแล้วเข้าไปดูใกล้ๆพูดอย่างเจ็บใจ

“ฝีมือไอ้วีรบุรุษบาปแน่ อย่างที่อาจารย์ประทีปเตือน ครั้งนี้มันโหดเหี้ยมไม่เหมือนเดิม’’ จ่านึกสยองเสนอว่าปล่อยให้พวกมันลากคอวีรบุรุษบาปออกมาก่อน เราค่อยเข้าไปสอบสวนดีไหม ยงยุทธติงว่า “มันจะไม่ได้เป็นอย่างนั้นน่ะสิจ่า ที่มันส่งไอ้แจ๊คมา มันไม่ได้ต้องการตัววีรบุรุษบาปจริงๆหรอก แต่มันต้องการให้ตายต่างหาก จ่าจัดการทางนี้ผมจะตามพวกมันเอง”

ว่าแล้วยงยุทธรีบเดินออกไปทันที ส่วนจ่าหันมองศพไอ้เนแล้วสยองไม่หาย...

ไอ้นะมาถึงก็ถูกไอ้แจ๊คไล่ไปที่อื่นอย่ามาเกะกะตน ไอ้นะบอกว่าเผื่อยงยุทธโผล่มาตนจะได้ช่วย ถูกมันตะคอกว่า

“แกก็อย่าให้มันโผล่มาสิ ไป...ที่นี่เป็นลานประหารของไอ้วีรบุรุษบาป...ไป!!” ไอ้แจ๊คเหวี่ยงไอ้นะกระเด็นไปหันมาหักนิ้วสะบัดคอ เตรียมพร้อมเผชิญหน้าวีรบุรุษบาป

“ข้าคือเพชฌฆาต โทษของคนบาปคือความตาย ฮ่าๆๆๆ” วีรบุรุษบาปก้าวเข้ามาจ้องเขม็งไปที่ไอ้แจ๊คที่เตรียมดาบไว้แล้วเช่นกัน

ไอ้นะถอยไป มันมองทั้งสอง พึมพำอย่างสะใจว่า ปล่อยสองคนสู้ให้ตายกันไปข้างหนึ่งก่อนแล้วมันจะมาเก็บคนที่เหลือ ยิ้มสะใจเมื่อนึกว่า “ดาบดำจะต้องเป็นของพ่อกำนันเท่านั้น”

ระหว่างทางที่ยงยุทธเดินมานั้น ถูกไอ้นะดักยิง ยงยุทธหลบทันมันจึงใช้ระเบิดมือ ยงยุทธกระโดดหลบ แต่พอควันระเบิดจาง ไอ้นะก็เอาปืนมาจ่อหลังเขาแล้ว แต่ก็ถูกยงยุทธปัดปืนแล้วถีบมันจนกระเด็น จากนั้นต่างตั้งท่าเชิงมวยใส่กัน

แต่ไอ้นะกับยงยุทธนั้น กระดูกคนละเบอร์ ไม่ถึงอึดใจไอ้นะก็ยกมือยอมแพ้ แต่พอยงยุทธเดินเข้าไปจะใส่กุญแจมือกลับถูกมันใช้สนับมือมีดเล่นงานจนได้เลือดที่แขน มันหัวเราะสะใจ พูดเย้ยว่า

“ปล่อยให้หน้าที่จัดการกับไอ้วีรบุรุษบาปเป็นของคนอื่นไปเถอะหมวดยงยุทธ”

“วีรบุรุษบาปจะตายไม่ได้ มันต้องได้รับโทษตามกฎหมายเท่านั้น” ยงยุทธจับมือไอ้นะบิดและจัดการกับสนับมือมีดของมันได้ เขาปิดฉากการต่อสู้ด้วยหมัดฟ้าฟาด จนไอ้นะแน่นิ่ง แล้วก็เดินผ่านมันไป

วีรบุรุษบาปต่อสู้กับไอ้แจ๊ค มันบอกว่าฝีมือเขาดีขึ้นมาก แล้วมันก็ถอดเสื้อรุกหนักกว่าเดิมจนวีรบุรุษบาปซวนเซ

“หมัด...สั่ง...ตาย...” ไอ้แจ๊คงัดไม้ตายหมายปิดบัญชี พลันก็ชะงักเมื่อเสียงปืนดังขึ้น พร้อมกับยงยุทธออกมาตะโกน

“พอได้แล้วไอ้แจ๊ค ฉันจะจัดการวีรบุรุษบาปเอง แกไม่ต้องยุ่งแล้ว” แต่ไอ้แจ๊คกลับจ้องอย่างไม่พอใจ “ถอยไป ฉันสั่งให้ถอย!!” ยงยุทธเสียงเข้ม ทำให้แจ๊คลดหมัดสั่งตายของมันลง จังหวะนั้น วีรบุรุษบาปพุ่งไปคว้าดาบดำขึ้นมาตะโกน

“ฟ้าดินเป็นพยาน...ดาบเดือนดับ!”

นาทีนี้ ไม่มีใครฟังใคร ทั้งแจ๊คและวีรบุรุษบาปต่างถาโถมเข้าใส่กัน วีรบุรุษบาปถูกแจ๊คถีบกระเด็น มันแย่งดาบดำปาดหน้าวีรบุรุษบาปทำให้ผ้าที่คาดหน้าหลุด

“ไอ้ขุนเดช!!” ยงยุทธตะลึงงันเมื่อเห็นโฉมหน้าของวีรบุรุษบาป แต่ขุนเดชกลับไม่สะทกสะท้าน แววตา กร้าวกระด้างดุดัน ประกาศลั่น

“ข้าคือเพชฌฆาต โทษของคนบาปคือความตาย ฮ่าๆๆๆ”

ยงยุทธตะลึงอึ้งกับท่วงท่าของวีรบุรุษบาปที่เหมือนคนเสียสติ ที่ดุร้าย เหี้ยมโหดไปแล้ว...

ooooooo

เมื่อดารารู้สึกตัว ประดับบอกว่าคนของตนช่วยชีวิตเธอไว้ ตนเลยพามาที่บ้านกำนัน

“แกไม่ต้องมาตีหน้าซื่อโกหกหน่อยเลย ฉันรู้จักแกดี แกอยู่เบื้องหลัง แกใช้ให้คนของกำนันไปตัดเศียรพระเพื่อล่อให้วีรบุรุษบาปออกมา” ดาราลุกพรวดขึ้นอย่างระวังภัย ประดับหัวเราะเยาะว่าลำพังเธอคนเดียวหยุดอะไรไม่ได้หรอก ดาราโพล่งไปอย่างเด็ดเดี่ยวว่า “ฉันจะไม่ยอมให้เขาถูกแกฆ่าแน่”

เมื่อประดับขู่ดาราไม่ได้ผล มันใช้ความหื่นเข้าคุกคามจนเธอหน้าเสีย

ส่วนกำนันมีความเห็นว่าประดับไม่ควรเอาดารามาไว้ที่นี่ ประดับพูดอย่างมั่นใจว่า อีกประเดี๋ยวทั้งวีรบุรุษบาปและยงยุทธก็ต้องถูกไอ้แจ๊คจัดการแล้ว อยากดูหน้านักว่าถึงเวลานี้ดาราจะเสียใจขนาดไหน

กำนันฟังแล้วเยาะว่า ให้ไอ้แจ๊คทำงานได้สำเร็จจริงๆเถิด เพราะลูกน้องเพิ่งมารายงานว่าไอ้เนถูกวีรบุรุษ– บาปฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม แต่ประดับมั่นใจฝีมือไอ้แจ๊คว่าไม่เหมือนลูกน้องสั่วๆของกำนัน

รำพันแอบได้ยิน นึกเป็นห่วงดาราขึ้นมา จึงแอบไปหาดารา บอกว่าตนจะมาช่วยไม่ต้องห่วง แล้วพาดาราไปรับทิพย์ที่สวนในบ้าน บอกทิพย์ว่าเราต้องรีบไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด เพราะขืนอยู่ที่นี่ทิพย์ไม่รอดแน่ บอกดาราว่าตนจะพาทิพย์ไปตายเอาดาบหน้า

“ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะ...ฉันจะหาที่อยู่ให้เธอเอง กำนันบุญจะตามรังควานเธอสองคนแม่ลูกไม่ได้อีก” ดารารับปาก

ระหว่างนั้นมีเสียงคนเดินมา ทั้งสามพากันเงียบกริบ ไอ้นะกับไอ้แจ๊คนั่นเอง มันต่างคุยข่มกันว่าตัวเองช่วยอีกฝ่ายไว้

ไอ้นะอ้างว่าตนไปเจอยงยุทธกำลังห้ามวีรบุรุษบาปฆ่าไอ้แจ๊คอยู่ ตนยิงใส่แต่ถูกวีรบุรุษบาปใช้ดาบดำปัดลูกปืนออก ไอ้แจ๊คฉวยโอกาสนั้นวิ่งหนีไปกับตน วีรบุรุษบาปจะตามก็ถูกยงยุทธใช้ปืนทุบต้นคอจนหมดสติ มันทั้งสองจึงหนีรอดไปได้ แต่มันต่างก็อวดอ้างความดีของตัวเอง

มันโต้เถียงและเดินผ่านไป รำพันเร่งดาราว่าเราต้องรีบไปจากที่นี่ เพราะพวกมันกลับมาแล้วประเดี๋ยวก็คงรู้ว่าตนพาดาราหนี ทั้งสามรีบพากันหลบออกจากบ้านกำนันไปอย่างเร่งรีบ

ooooooo

ประดับหัวเสียมากที่คนของตนจัดการวีรบุรุษ-บาปไม่ได้ ไอ้แจ๊คโทษว่าเพราะถูกยงยุทธโผล่มาขวาง ประดับหันไปกระชากคอเสื้อไอ้นะหาว่ามันทำงานพลาดปล่อยยงยุทธเข้าไปทำให้ไอ้แจ๊คทำงานไม่สำเร็จ ตบหน้าไอ้นะแล้วชักปืนออกมา

กำนันเข้ามาปรามว่า สั่งสอนคนของตนแค่ให้สำนึกก็พอ เพราะเท่าที่ฟังมา ครั้งนี้วีรบุรุษบาปเตรียมรับมือมาดี ประดับไม่พอใจเพราะถ้าไม่ได้ดาบดำมา การจะเป็นสัตโลหะบุรุษของตนก็เป็นไปไม่ได้

“เรื่องดาบดำนั่น ผมว่าเราไม่จำเป็นต้องตามล่าวีรบุรุษบาปแล้วครับ เพราะโฉมหน้าที่แท้จริงของมันถูกเปิดเผยแล้ว”

เมื่อประดับและกำนันรู้ความจริงว่าวีรบุรุษบาปคือขุนเดช ก็วางแผนที่จะใช้ดาราให้เป็นประโยชน์แต่พอไปถึงห้องจึงรู้ว่าดาราหายไปแล้ว ประดับเชื่อว่าต้องมีคนในช่วยให้ดาราหนีไปแน่ๆ พอดีไอ้นะมาบอกว่ามีคนเจอรำพันพาทิพย์กับดาราหนีไปแล้ว

ประดับจะให้ลูกน้องตามไปจัดการ กำนันบอกว่าเรื่องนี้ตนจัดการเองได้ คำรามอย่างแค้นใจ “นังรำพัน!!”

ระหว่างรำพันพาดารากับทิพย์หนีอย่างรีบเร่งนั้น ตัวเองเกิดสะดุดรากไม้ล้มจนเท้าแพลง พยายามเดินต่อแต่ก็เดินไม่ไหว จนได้ยินเสียงคนตามมา จึงบอกให้ดาราพาทิพย์หนีไป ตนจะล่อพวกนั้นให้ไปอีกทางหนึ่ง

ทิพย์ไม่ยอมจากแม่ ต้องหว่านล้อมกันอยู่นานจึงยอมไปกับดารา แต่ไปได้ไม่นานทิพย์ก็หนีย้อนกลับมาทางเดิม...

กำนันกับไอ้นะออกตามล่ารำพัน ดารา และทิพย์ ระหว่างทางกำนันเกิดปวดแสบปวดร้อนที่แผลเกล็ดงูจนร้องครวญคราง ความเจ็บทำให้แค้นทิพย์ขึ้นมา อาฆาตว่าตนเป็นแบบนี้สองแม่ลูกนั่นต้องรับผิดชอบ

กำนันกับไอ้นะพาลูกน้องเดินตามหารำพัน เห็นหลังรำพันไวๆก็ร้องบอกลูกน้องให้รีบตามไป

เมื่อลูกน้องไล่ตามทัน กำนันตบหน้ารำพันฉาดใหญ่ แล้วถามลูกน้องว่าดารากับทิพย์อยู่ไหน พอพวกมันบอกว่าไม่เจอ กำนันตบหน้ารำพันอีกฉาดที่หลอกตนมาผิดทาง สั่งลูกน้องตามสองคนนั้นมาให้ได้

รำพันอ้อนวอนให้ปล่อยลูกไปเถอะ กำนันชูแขนที่เป็นเกล็ดงูขึ้นบอกว่าที่ตนต้องเป็นแบบนี้เพราะทิพย์ ตน ไม่ยอมปล่อยไปเด็ดขาด รำพันแย้งว่าทิพย์ไม่ได้ทำ บอกกำนันว่า “กรรมที่พี่เคยทำไว้มันกำลังตามอาฆาตพี่ต่างหาก”

“กรรมหน้าไหนมันก็ตามเล่นงานข้าไม่ได้หรอก!!” กำนันบีบปากรำพันไม่ให้พูดอีก

ระหว่างที่กำนันกำลังข่มขู่ทำร้ายรำพันนั่นเอง ทิพย์มาเห็น ก็ตะโกน “ปล่อยแม่นะ!!”

รำพันตกใจถามว่ากลับมาทำไม บอกให้รีบหนีไปเสีย พลางกอดขากำนันไว้ไม่ให้ทำอะไรทิพย์

“ปล่อยข้า...นังบ้านั่นมันไม่ใช่ลูกข้า มันเกิดมา เพื่อจองล้างจองผลาญข้า มันต้องตายสถานเดียว”

รำพันอ้อนวอน อย่าทำอะไรลูกเลย กำนันไม่ฟัง เสียงชักปืนออกมาจะยิงทั้งแม่ทั้งลูก แต่ไม่ทันลั่นไกก็เกิดปวดแสบปวดร้อนอย่างรุนแรงจนลงดิ้นอย่างทรมาน รำพันได้ทีกระเสือกกระสนรีบพาทิพย์หนี

กำนันดิ้นทุรนทุรายจนทนไม่ได้ กระชากผ้าพันแผลออกเห็นเกล็ดงูแผ่ขยายกว้าง กำนันร้องครวญคราง แต่พอเงยหน้าขึ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยเกล็ดงู ดวงตาก็กลายเป็นตางู มีเขี้ยวโง้งออกมาน่ากลัว

ooooooo

รำพันพาทิพย์หนีมาเจอดาราที่สวนผลไม้ เร่งดารา ให้รีบไปกันเร็วๆ ดาราถามอย่างกังวลว่า แล้วกำนันล่ะ

“พี่กำนันกำลังเจอกรรมอาฆาตอยู่ค่ะ”

“กรรมอาฆาต” ดาราพึมพำ แม้จะไม่เข้าใจนักแต่สถานการณ์บีบให้ต้องรีบหนีไปจากตรงนี้โดยเร็ว

ส่วนกำนันยังร้องครวญครางอย่างเจ็บปวด ไอ้นะกับลูกน้องตามหาดารากับทิพย์ไม่เจอกลับมาเจอกำนันนั่ง ก้มหน้านิ่งอยู่ ไอ้นะไม่กล้าเข้าไปหากำนันเอง สะกิดสั่งให้ลูกน้องเข้าไปบอกกำนันว่าตามหาดารากับทิพย์ไม่เจอ

พอลูกน้องเข้าไปหากำนัน มันตกใจแทบช็อกที่หน้ากำนันเป็นหน้างูอาฆาตที่สิงร่างกำนันอยู่ ไม่ทันที่มันจะพูดอะไรก็ถูกกำนันกัดที่คอตายคาที่ แล้วหันมาจะเล่นงานคนอื่นต่อ ลูกน้องคนอื่นๆเลยชักปืนออกมา

“อย่า...นั่นพ่อกำนันนะเว้ย พ่อกำนันแค่ถูกงูเจ้ามันสิง ต้องพากลับไป” ไอ้นะสั่ง ผลักลูกน้องอีกคนเข้าไปให้กำนันกัดคอ แล้วมันก็เข้าไปใช้ด้ามปืนทุบคอกำนันจนหมดสติไป

พากำนันกลับบ้านได้ไม่นานก็ฟื้น กำนันขอบใจไอ้นะที่พาตนกลับมา

“จ้ะ...ฉันไม่รู้จะทำยังไงถึงจะช่วยพ่อกำนันได้ นึกแต่ว่าถ้าพากลับมาที่นี่ เครื่องรางของขลังของพ่อกำนันอาจจะช่วยไล่ไอ้งูอาฆาตนั่นออกไปได้”

“เอ็งคิดถูกแล้ว ที่นี่ช่วยทำให้อาคมของข้ารับมือกับกรรมอาฆาตของมันได้ แต่ก็แค่ชั่วคราว เพราะถ้าข้าไม่ได้เป็นสัตโลหะบุรุษ ข้าคงไม่มีวันหนีกรรมอาฆาตพ้น”

ไอ้นะบอกว่า คงอีกไม่นาน เพราะตอนนี้ประดับรู้แล้วว่าวีรบุรุษบาปคือขุนเดช งานนี้ประดับต้องใช้อิทธิพลบีบให้ยงยุทธเอาดาบดำมาให้ได้แน่ กำนันใจชื้นขึ้นมา กำชับว่าเรื่องของตนห้ามบอกใครเด็ดขาด

กำนันหลับตาลงทำสมาธิใช้อาคมสยบกรรมอาฆาต

ดาราพารำพันและทิพย์เดินมาถึงถนนใหญ่ โชคดีเจอรถจ่าแท่นผ่านมาพอดี จ่ารีบจอดรถรับทั้งสามขึ้นรถไปด้วย ดาราบอกรำพันกับทิพย์ว่า ไม่ต้องกลัวถูกกำนันทำร้ายอีกแล้ว เราปลอดภัยแล้ว

ooooooo

หลังจากยงยุทธทุบท้ายทอยจนขุนเดชหมดสติแล้ว เขายืนมองเพื่อนอย่างเจ็บปวด พึมพำอย่างว้าวุ่น ลำบากใจว่า

“มันคือแก...ไอ้ฆาตกรที่ฉันตามล่ามาตลอดมันคือคนที่ฉันเรียกว่าเพื่อน...โธ่เว้ย!! นี่ฉันต้องทำยังไงกับแกวะ...ไอ้ขุนเดช!”

ยงยุทธยังให้ขุนเดชนอนอยู่ในป่าจนรู้สึกตัว แต่พอลืมตาขึ้นก็เห็นยงยุทธเอาปืนจ่อไว้แล้วสั่งให้อยู่เฉยๆ ถ้าคิดจะสู้ตนจะเล่นงานหนักแน่ ขุนเดชถามงงๆว่า “แกรู้ความจริงแล้วหรือ?”

“นี่แกจำอะไรไม่ได้เลยเหรอ แกฆ่าลูกน้องกำนันอย่างโหดเหี้ยม แล้วพยายามฆ่าไอ้แจ๊ค รวมทั้งเกือบฆ่าฉันด้วย”

ขุนเดชมองดาบดำที่ยงยุทธวางไว้ห่างจากตัว เขาก็พอเข้าใจอะไรบางอย่าง เอ่ยขึ้นว่า

“งั้นก็แปลว่า...ดาบดำเกือบจะช่วยให้ฉันได้ทำหน้าที่เพชฌฆาตลงทัณฑ์พวกคนบาปสำเร็จ ถ้าแกไม่เข้ามาขวางเสียก่อน”

“นี่แกยังกล้าพูดแบบนี้ได้หน้าตายอีกเหรอไอ้ขุนเดช...แกไม่ใช่ไอ้วีรบุรุษบาป แต่แกคือฆาตกร!!”

“ใช่...ฉันคือไอ้ฆาตกรที่แกตามล่าอยู่ แต่ในเมื่อแกจับฉันได้แล้ว ทำไมไม่พาฉันไปโรงพัก แกจับฉันใส่กุญแจมือมาไว้ที่นี่ทำไม” ยงยุทธนิ่งมือยังกำปืนแน่น ขุนเดชยั่วว่า “เพราะฉันคือเพื่อนแก แกเลยไม่กล้าจับฉัน”

ยงยุทธตวาดให้หุบปาก แต่ขุนเดชยังพูดอย่างไม่สะทกสะท้านว่า

“ถ้าคนที่แกตามล่ามาตลอดอยู่ตรงหน้าแกแล้ว แต่แกยังไม่ยอมลงมือ ก็แสดงว่าแกมันใจอ่อนเกินกว่าจะมารักษากฎหมายแล้วยงยุทธ” พูดแล้วเดินเข้าหายงยุทธ แต่ตาหมายที่ดาบดำ ถูกยงยุทธใช้ด้ามปืนกระแทกหลังจนขุนเดชล้มทั้งยืน แล้วเข้าเตะไม่ยั้ง ด่าอย่างเกรี้ยวกราด

“ไอ้สารเลว...ฉันไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าแกได้มากกว่าคำว่าเลวได้อีกแล้ว แกมันไม่ใช่เพื่อนฉัน ไม่ใช่เพื่อน”

ยงยุทธกระหน่ำเตะขุนเดช น้ำตาคลอเบ้าร้าวรานจนไม่อาจบรรยายออกมาได้ ส่วนขุนเดช ไม่ตอบโต้ได้แต่นอนงอตัว ปล่อยให้ยงยุทธเตะอยู่อย่างนั้น...

ooooooo

เมื่อจ่าแท่นกับบัวทองมาถึงโรงพัก พอเห็นดาราบัวทองถลาเข้าหาบอกว่าตนเป็นห่วงมาก ดาราบอกว่า ตนไม่เป็นไรแล้ว ถามจ่าว่าจัดการเรื่องทิพย์กับรำพันให้ได้ไหม จ่าบอกว่าเรียบร้อยไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

“ลุงจ่าเขาช่วยหาที่ปลอดภัยให้อยู่ด้วยนะคะอาจารย์ รับรองว่ากำนันจะตามสองแม่ลูกไม่เจออีกตลอดชีวิต”

“ได้ยินแบบนี้แล้วค่อยโล่งอก ถ้าไม่ได้รำพันช่วยเอาไว้ ฉันคงออกมาไม่ได้”

บัวทองถามว่าตอนอยู่ที่นั่นดาราได้ยินพวกมันพูดถึงวีรบุรุษบาปรึเปล่า ดาราบอกว่าได้ยินพวกมันคุยกัน พวกมันยังจัดการวีรบุรุษบาปกับยงยุทธไม่ได้ ทำให้ทั้งบัวทองและจ่าแท่นโล่งใจหายห่วง

ขณะนั้นเอง ตำรวจนายหนึ่งมาบอกจ่าว่าประดับมาหา ทั้งสามมองหน้ากันอย่างแปลกใจว่าประดับมาทำไม?

ทันทีที่ออกไปเจอหน้าประดับ ดาราชี้หน้าถามว่ายังกล้ามาที่นี่อีกหรือ มันยียวนว่าทำไมจะมาไม่ได้ช่วยบอกหน่อย

“แก...ไอ้สารเลว!” ดาราตรงเข้าตบหน้ามัน ประดับไม่ทำอะไร แต่พวกลูกน้องกรากเข้าจับตัวดาราไว้ จ่าแท่นสั่งให้ปล่อยมันเฉย แต่พอประดับบอกให้ปล่อย มันปล่อยทันที ประดับก้าวเข้าเผชิญหน้าดาราจ้องเขม็งขณะพูด

“ฉันไม่รู้ว่าเธอไปเข้าใจอะไรฉันผิดมา แต่ฉันมีความเป็นสุภาพบุรุษพอ เพราะถ้าฉันจะเอาเรื่องเธอ ตำรวจที่นี่ก็คงช่วยจัดการกับเธอไปแล้ว...ใช่ไหมจ่า”

จ่าแท่นอึกอักอย่างเจ็บใจ ประดับไม่คาดคั้นมันพูดต่อ “แต่ครั้งนี้ฉันจะยอมให้เธอไปก่อน เพราะฉันมาที่นี่ ฉันมีเรื่องสำคัญมากกว่าเรื่องเธอมากนัก” แล้วมันก็หันไปถามจ่า “จ่า...ทำไมหมวดยงยุทธถึงไม่พาตัวขุนเดชมาสักที”

จ่าถามว่าทำไมหมวดต้องพาขุนเดชมา ประดับยิ้มในหน้าถามว่า นี่ไม่มีใครรู้เรื่องขุนเดชกันเลยใช่ไหม บัวทองสนใจจี๋ถามว่าความจริงอะไร เกี่ยวอะไรกับขุนเดชด้วย

ดารารู้เจตนาของประดับ พยายามขัดขึ้นไล่ประดับออกไปเพื่อไม่ให้พูดออกมา ทำให้บัวทองยิ่งสงสัย ประดับอ่านเหตุการณ์ทะลุ โพล่งออกมาอย่างย่ามใจว่า ที่ดาราพยายามปกป้องขุนเดช เพราะรู้ความจริงมาตลอดและช่วยปกปิดโฉมหน้าที่แท้จริงของขุนเดชไว้ใช่ไหม

บัวทองเปลี่ยนจากสนใจประดับหันมารบเร้าดาราให้บอกความจริงตนเถิด ดาราตกอยู่ในสภาพน้ำท่วมปาก ประดับเลยตอบแทนด้วยท่าทีเย้ยหยันว่า

“ถ้าเธอไม่กล้าพูดเอง ฉันก็จะช่วยทำให้ทุกคนในศรีสัชนาลัยได้หูตาสว่างกันเสียที ตัวตนที่แท้จริงของวีรบุรุษบาป ฆาตกรที่ไล่ฆ่าคนอย่างโหดเหี้ยมมันก็คือ...ไอ้ขุนเดช!!”

บัวทองตกใจตะลึงอึ้ง จ่าแท่นนิ่งงัน ส่วนดาราเจ็บใจที่ประดับมาเผยความลับนี้

ooooooo

ที่ป่า...ขุนเดชถูกยงยุทธเตะจนเลือดกบปากสภาพยับเยิน แต่ไม่มีเสียงร้องหรือสีหน้าหวั่นไหวแม้แต่น้อย เขาพยุงตัวขึ้นคุกเข่า ถ่มเลือดที่กบปาก ในขณะที่ยงยุทธยืนหอบน้ำตาไหลอาบหน้าด้วยความเจ็บปวดกับความจริงตรงหน้า

ขุนเดชพยายามพูดอย่างลำบาก ถามยงยุทธว่าสะใจแล้วใช่ไหม ถ้ายังก็กระทืบซ้ำอีกได้ เพราะตอนนี้ ตนเป็นนักโทษของเขา แล้วบอกยงยุทธว่า

“ฉันจะไม่อาฆาตแค้นแก เพราะวีรบุรุษบาปทำให้แกเสียหน้ามาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว”

ยงยุทธสั่งให้หุบปาก บอกว่าที่ตนทำไปนั้นเพราะเขาทำลายความเป็นเพื่อนที่ตนมีให้มาตลอด ขุนเดชหัวเราะหยันถามว่า เขายังมีความเป็นเพื่อนอยู่อีกหรือ สำหรับตนมันหมดไปนานแล้ว หมดไปตั้งแต่ตนตัดสินใจถวายตัวเป็นทหารพระร่วงแล้ว ยงยุทธมองอึ้ง ถามว่า “นี่หมายความว่าแก...แก...”

“ใช่...ฉันคือคนบาปที่ยืนอยู่ในโลกของคนเลว ส่วนแกคือผู้รักษากฎหมายที่ยืนอยู่ในโลกของคนดี ระหว่างแกกับฉันเราอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้”

ขณะยงยุทธยืนอึ้งกับเรื่องราวที่คาดไม่ถึงนี้ ขุนเดชตัดสินใจใช้หัวโขกหน้ายงยุทธจนล้ม แล้ววิ่งไปคว้าดาบทั้งที่ยังถูกใส่กุญแจมือไพล่หลัง กว่ายงยุทธจะหายมึนลุกขึ้นมา ขุนเดชก็หายไปแล้ว

“ไอ้ขุนเดช!!” ยงยุทธตามไปอย่างเจ็บใจ ไปเจอดาบดำของขุนเดชที่หล่นและเก็บไม่ทันเพราะยงยุทธไล่ตามมาติดๆ

ยงยุทธวิ่งมาเจอดาบดำ เขาหยิบขึ้นมากวาดตามองหาขุนเดชแต่ไร้วี่แวว เขาชักดาบดำออกจากฝักมาควงคำรามเบาๆ

“แกจะไม่ยอมให้ทุกอย่างมันจบลงแบบไม่ต้องเสียเลือดเสียเนื้อใช่ไหม...ได้...แกต้องการแบบนี้เองนะไอ้ขุนเดช”

พูดแล้วยงยุทธหันไปมองที่แอ่งน้ำตก จ้องจิกราวกับเห็นอะไรอยู่ในนั้น เขาลงไปยืนกลางแอ่งน้ำ เงี่ยหูฟังการเคลื่อนไหวรอบตัว

ขุนเดชค่อยๆโผล่ขึ้นจากน้ำเงียบกริบ มือที่ถูกใส่กุญแจมือไพล่หลังกลับมาอยู่ข้างหน้าแทน ยงยุทธหันฟันฉับถูกขุนเดชใช้โซ่กุญแจมือรับดาบดำไว้ยันกันอยู่อย่างนั้น

ยงยุทธบอกขุนเดชว่า สภาพเขาตอนนี้คือนักโทษ ยอมมอบตัวเสียดีกว่า ขุนเดชเอาสองมือยันดาบดำไว้บอกว่าถ้าตนยอมให้พาไปโรงพักก็เท่ากับถูกส่งไปให้ประดับฆ่า ยงยุทธรับปากว่าจะไม่มีใครแตะต้องเขา ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย

“ตอนนี้กฎหมายในมือพวกมันคือสิ่งที่จะลบทิ้งแล้วเขียนขึ้นใหม่เมื่อไหร่ก็ได้...คนอย่างไอ้ประดับ ถ้ามันไม่ตาย มันจะใช้อิทธิพลทุกอย่างทำให้ทั้งแกและฉันกลายเป็นพวกเดียวกัน!!”

ขุนเดชผลักยงยุทธออก ใช้สองมือทุบที่ท้องแล้วเสยปลายคางจนยงยุทธผงะเสียหลัก พอยงยุทธตั้งตัวได้อีกทีขุนเดชก็หายไปแล้ว แต่ยงยุทธยังควงดาบดำตั้งท่ารอ ย้ำความเชื่อของตนว่า

“แต่กฎหมายคือความจริง มันเป็นความศักดิ์สิทธิ์ที่ใครก็ไปเปลี่ยนแปลงไม่ได้”

ขณะยงยุทธจ้องทางหนึ่งนั้น ขุนเดชก็โผล่อีกทางหนึ่งใช้โซ่กุญแจมือคล้องคอยงยุทธรัดแน่นบอกให้อยู่เฉยๆ ถ้าขัดขืนคอหักแน่ ยงยุทธท้าว่าถ้าคิดจะกำจัดตนเพื่อหนีก็คิดผิดแล้ว เพราะป่านนี้ประดับคงป่าวประกาศให้คนทั้งศรีสัชนาลัยรู้แล้วว่าเขาเป็นใคร

“ฉันรู้อยู่แล้วว่าสักวันทุกคนต้องรู้ความจริงและฉันก็ไม่เคยคิดเสียดายชีวิตของขุนเดช เพราะฉันได้เลือกทางเดินสุดท้ายเอาไว้แล้ว” ยงยุทธถามว่าหมายความว่าอย่างไร ขุนเดชบอกว่า “หลังจากที่ฉันหยุดแผนการสัตโลหะบุรุษของพวกมันได้ ฉันจะชดใช้บาปด้วยความตาย...และคนที่จะฆ่าฉันได้ก็มีแต่...แกคนเดียวเท่านั้น ยงยุทธ”

“ไม่มีทาง...ฉันไม่ใช่เพชฌฆาต ฉันเป็นแค่ผู้รักษากฎหมาย”

“แกต้องทำ เชื่อฉันสิ แกจะต้องเป็นคนลงมือฆ่าฉันด้วยตัวเอง”

“ไม่...ไม่!!” ยงยุทธดิ้นสุดแรง ขุนเดชใช้โซ่กุญแจมือรัดคอยงยุทธแน่นเข้า...แน่นเข้า จนยงยุทธหมดสติไปคามือ

ooooooo

ที่โรงพัก บัวทองทำใจไม่ได้ ไม่เชื่อว่าขุนเดชคือ วีรบุรุษบาป พยายามจะให้ดารายืนยัน ดารายอมรับและขอโทษบัวทองที่ไม่ได้บอกให้รู้เพราะขุนเดชไม่ยอม ให้พูดเรื่องนี้กับใคร เขาไม่อยากให้คนที่ตัวเองรักต้องเสียใจโดยเฉพาะบัวทอง...

บัวทองร้องไห้อย่างร้าวรานใจ ดาราบอกว่าขุนเดชรักเธอมาก เขาเคยคิดจะเลิกเพราะเป็นห่วงเธอ แต่เมื่อฝ่ายโน้นไม่เลิก เขาจึงหยุดไม่ได้ กระนั้นบัวทองก็ยังแคลงใจว่าเมื่อขุนเดชรักตนแล้ว ทำไมจึงพยายามผลักไสตนออกจากเขาตลอดมา

“เธอต้องเข้าใจนะบัวทอง สุดท้ายแล้ว ชีวิตของทั้งขุนเดชและวีรบุรุษบาปไม่มีทางเลือกอื่น เขาจะใช้ชีวิตอยู่กับพวกเราไม่ได้ เราต้องยอมรับการจากไปของเขาเท่านั้น”

จ่าแท่นถามว่าหมายความว่าอย่างไร ก็พอดีตำรวจนายหนึ่งมาบอกว่าผู้หมวดกลับมาแล้ว ทุกคนลุกไปทันที

ยงยุทธมองหน้าทุกคนถามว่ารู้ความจริงกันหมดแล้วใช่ไหม จ่าบอกว่ารู้แล้ว และประดับก็มาขู่ว่า ถ้าไม่ส่งตัวขุนเดชให้ หมวดเองก็จะมีความผิด ยิ่งถ้าหมวดช่วยให้ขุนเดชหลบหนี มันจะสั่งจับตายทั้งคู่

บัวทองร้อนใจถามว่าหมวดปล่อยขุนเดชไปแล้วใช่ไหม ยงยุทธบอกว่าตนพยายามจับเขาเพื่อมารับโทษตามกฎหมาย แต่ขุนเดชต่อสู้ขัดขืนและทำร้ายตน บัวทองติงอย่างหวาดหวั่นว่า ถ้าเขาเอาขุนเดชมาพวกมันต้องฆ่าขุนเดชแน่

“ฉันรู้...แต่ฉันจะปกป้องขุนเดช...จะไม่ให้มันคลาดสายตาไปจากฉันเด็ดขาด ขอเพียงแต่ให้มันยอมรับว่าฉันช่วยมันได้” ยงยุทธบอกบัวทอง แต่พอหันหน้ากลับมา สีหน้าหมวดกลับบ่งบอกถึงความเป็นห่วงขุนเดชมาก

ooooooo

คืนนี้ ขุนเดชไปกราบขออโหสิหลวงลุงที่นั่งสมาธิอยู่ในโบสถ์ หลวงลุงเป็นห่วงถามว่ามีใครจะหยุดเขาได้บ้างไหม ขุนเดชบอกว่ามี นั่นคือมัจจุราช!

กราบขอโหสิหลวงลุงแล้ว ขุนเดชฝากดาบดำของนายเดื่องผู้เป็นพ่อไว้ เพราะจากนี้ไปจะมีแต่ตนและดาบดำของวีรบุรุษบาปเท่านั้น ขุนเดชหยิบดาบดำขึ้นมามอง บอกหลวงลุงว่า

“เป็นอย่างที่หลวงลุงเตือนผม ความอาฆาตแค้นเหมือนไฟนรก ทำให้ผมเกือบเสียสติระหว่างฝึกเพลงดาบเดือนดับ”

“แล้วเอ็งกลับมาเป็นคนเดิมได้ยังไง”

“ยงยุทธครับ ไอ้หมอนั่นมันหยุดความบ้าคลั่งของผมเพราะความดีในตัวมัน  ตอนนี้ผมสามารถควบคุมดาบดำได้และใช้เพลงดาบเดือนดับได้โดยไม่เป็นแบบนั้นอีก”

ระหว่างนั้นคำปันเข้ามาบอกขุนเดชว่าแย่แล้ว!

เพราะประดับไปค้นกระท่อมของขุนเดช เมื่อไม่เจอตัวก็เผาทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง แม้กระทั่งพระพุทธรูปที่ขุนเดชหล่อไว้ มันบอกลูกน้องว่า

“จะทำลายมัน ขยี้หัวใจมันให้แหลกลาญ ก็ต้องทำลายศรัทธาของมันด้วย เผาให้หมดอย่าให้เหลือ!”

เมื่อเผากระท่อมขุนเดชแล้ว  มันก็นำกำลังมาที่โบสถ์ เพราะคาดว่าขุนเดชจะมาที่นี่ ไอ้เบิ้มค้นทั่ววัดแล้วรายงานว่าขุนเดชไม่ได้อยู่ที่นี่ ไม่มีใครเห็น เหลือแต่หลวงลุงเจ้าอาวาสที่ยังไม่ได้ถามเพราะไม่อยู่กุฏิ ประดับฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ทันที

หลวงลุงอยู่ที่โบสถ์กับขุนเดชฟังคำปันเล่าแล้ว หลวงลุงให้ขุนเดชรีบหนีไปเสีย ขุนเดชเป็นห่วงหลวงลุง แต่ท่านบอกว่า ถ้าท่านจะต้องเป็นอะไรก็เป็นเพราะกรรมของท่านเอง เร่งขุนเดชว่า

“เอ็งไปเสียเถอะ ไปตามทางที่เอ็งเลือก จากนี้ไปข้าคงช่วยอะไรเอ็งอีกไม่ได้แล้ว”

คำปันก็เร่งให้ขุนเดชรีบไปเสีย เพราะเวลานี้ยังไม่ใช่เวลาที่เขาจะเจอพวกมัน ขุนเดชมองหน้าทั้งสองอย่างตัดสินใจ

ไม่ถึงอึดใจ ประดับก็เข้ามาในโบสถ์ บอกหลวงลุงว่าตนกำลังตามล่าตัวขุนเดช ถามว่าขุนเดชมาที่นี่ไหม

หลวงลุงบอกว่ามา แต่ตอนนี้ไปแล้ว ประดับชี้หน้าหลวงลุงที่ไม่จับขุนเดชไว้ หลวงลุงบอกว่าท่านเป็นพระจะจับขุนเดชไว้ได้อย่างไร ประดับคาดคั้นว่าแล้วขุนเดชหนีไปทางไหน หลวงลุงตอบอย่างเยือกเย็นว่า

“ถ้าเขาบอกว่าอยู่ที่ไหน อาตมาย่อมไม่ผิดศีลแน่นอน แต่เพราะเขาไม่บอกอะไรเลย อาตมาจึงไม่มีอะไรจะบอก”

ประดับหัวเสียมากที่เค้นอะไรจากหลวงลุงไม่ได้เลย แต่ก็ยังถามว่าขุนเดชมาหาหลวงลุงทำไม หลวงลุงบอกว่าขุนเดชเอาของพ่อเขามาฝากไว้ แล้วหยิบดาบของนายเดื่องมาให้ดู ไอ้เบิ้มแย่งไปชักดาบหักออกจากฝัก ประดับดูแล้วบอกไม่มีประโยชน์อะไรกับคดีให้คืนหลวงลุงไปเสีย

ooooooo

จ่าแท่นได้รับวิทยุแจ้งว่าพวกประดับไปเผา กระท่อมของขุนเดชจึงรีบออกจากบ้าน ฝากดาราให้ดูแลบัวทองด้วย หลังจากนั้นไม่นาน ยงยุทธ กับจ่าแท่นก็ตามไปเจอประดับที่โบสถ์
ทุกคนกลับมาที่โรงพัก ประดับกล่าวโทษยงยุทธ ว่าไปขัดขวางไอ้แจ๊คไม่ให้จัดการขุนเดช หาว่าเพราะเป็น เพื่อนกันยงยุทธเลยไม่กล้าจับแถมยังปล่อยให้ขุนเดชหนีไปอีก

ประดับกล่าวหายงยุทธอย่างร้ายแรงแล้วจับเข้าห้องขังท่ามกลางเสียงคัดค้านของจ่าแท่น ถูกประดับขู่ว่าขืนพูดมากจะถูกจับเข้าไปในคุกอีกคน ยงยุทธจึงขอให้จ่าใจเย็นๆ ตนไม่เป็นไร บอกประดับว่าจะทำอะไรก็ทำกับตนคนเดียวอย่าไปยุ่งกับจ่า

“ได้...ถ้าแกยอมรับว่าแกแพ้ต่ออำนาจในมือฉัน พรุ่งนี้เช้าแกจะถูกพาตัวไปสอบสวนที่กรุงเทพฯ และฉันรับรองได้เลยว่าอาชีพตำรวจของแกจบลงแล้ว” พูดแล้วแผดเสียงหัวเราะก่อนเดินออกไป

ข่าวหมวดยงยุทธถูกจับเข้าคุกรอเอาตัวไปสอบสวนที่กรุงเทพฯ และข่าวขุนเดชคือวีรบุรุษบาปแพร่สะพัดไปราวกับไฟลามทุ่ง บรรดาชาวบ้านโดยเฉพาะอาฮวดกับสาลี่ พากันวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานาว่าขาดหมวดยงยุทธก็เหมือนขาดที่พึ่ง ส่วนขุนเดชที่เป็นวีรบุรุษบาป ชาวบ้านก็รับได้เพราะวีรบุรุษบาปฆ่าแต่คนบาปเท่านั้น

ดาราพูดกับสาลี่และชาวบ้านว่า “ถ้าทุกคนไม่อยากให้ทั้งขุนเดชและยงยุทธต้องถูกอิทธิพลทำร้าย เราต้องไม่อยู่เฉย” บัวทองเสริมว่า เราทุกคนต้องช่วยพวกเขา

ชาวบ้านทุกคนรวมทั้งอาฮวดและสาลี่ต่างมองหน้าดาราและบัวทองอย่างเห็นด้วย

ooooooo

จ่าแท่นแค้นใจเจ็บใจมาก คิดหาทางช่วยยงยุทธ โทร.ไปปรึกษาผู้การทรงยศท่านก็บอกว่าตำแหน่งของประดับใหญ่เลยอำนาจของท่านไปแล้ว ยงยุทธบอกจ่าว่าตอนนี้เรารับมือกับอำนาจของประดับไม่ได้แล้ว

จ่าถามว่าเขาจะยอมแพ้แล้วหรือ

“ไม่หรอกจ่า...ขืนยอมให้คนชั่วครองอำนาจ แล้วผมจะมีหน้าไปกราบไหว้บรรพชนได้ไง” แล้วเรียกจ่าเข้าไปกระซิบกระซาบ จ่าฟังแล้วถามอย่างไม่อยากเชื่อว่า หมวดจะทำอย่างนั้นจริงหรือ?!

“จ่า...ในเมื่อขับรถทางตรงไม่ได้ ถึงจะต้องเสียเวลาอ้อมบ้าง แต่ก็ถึงจุดหมายเหมือนกัน” ยงยุทธพูดอย่างมั่นใจมาก

หลังจากนั้นจ่าแท่นไปตามหาขุนเดชที่ถ้ำศิลา ไปร้องเรียกครู่หนึ่งขุนเดชจึงเดินออกมาจากหลังแท่นพระศิลาไร้เศียร

พอเจอหน้าขุนเดช จ่าชกหน้าไปหมัดหนึ่งฐานไม่ยอมบอกว่าตัวเองเป็นวีรบุรุษบาป ถ้ารู้ตั้งแต่ตอนนั้นก็จะมาร่วมขบวนการด้วย รู้ตอนนี้สายไปแล้วเพราะตนคงไปลุยด้วยไม่ได้ บอกเป็นนัยว่า แต่ก็มีคนพร้อมแล้วที่จะลุยกับเขา

รุ่งขึ้น ขณะยงยุทธถูกคุมตัวจะเอาไปสอบสวนที่กรุงเทพฯนั้น อาฮวด สาลี่ และชาวบ้านพากันมาคัดค้านการจับกุมและส่งตัวยงยุทธไปกรุงเทพฯ ประดับออกมาขู่ว่า ใครคิดจะช่วยยงยุทธละก็...ห้องขังข้างบนยังว่างอยู่ ใครอยากเข้าไปบ้าง?

ยงยุทธไม่ต้องการให้ชาวบ้านต้องเดือดร้อน  เขาขอบคุณที่ให้กำลังใจและให้ทุกคนกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง ทำในสิ่งที่ถูกต้องอย่ายอมก้มหัวให้กับอำนาจที่ไร้ความชอบธรรม ก่อนถูกนำตัวขึ้นรถ ยงยุทธกุมมือดาราบอกเธอว่า

“ผมรักคุณนะดารา”

ดาราน้ำตาคลอ มองตามรถไป ส่วนชาวบ้านต่างพากันสลดกับความจริงที่สะเทือนใจนี้...คนดีๆ ต้องเข้าคุก??

ooooooo

ระหว่างถูกคุมตัวไปนั้น ประดับพายงยุทธไปที่โรงสีร้าง ที่มีลูกน้องมันล้อมรอบอยู่ เบิ้มพายงยุทธลงจากรถ ไขกุญแจมือให้

ยงยุทธรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของประดับท้าว่า ถ้าอยากแก้แค้นตนก็มาเล่นกันตัวต่อตัวดีกว่าให้ลูกน้องมาเล่นหมาหมู่แบบนี้ ประดับทำกร่างบอกว่าตนก็อยากลองกันตัวต่อตัวมานานแล้ว พูดขาดคำก็ชกหน้ายงยุทธจนเซไปเข้ามือลูกน้องมัน พวกนั้นผลักยงยุทธมาให้ประดับเล่นงานอีก กลายเป็นตกอยู่ในวงล้อมของหมาหมู่จริงๆ

ที่หน้าโรงสี ขุนเดชแฝงตัวมา จัดการเชือดคนที่เฝ้าทางเข้า อีกคนก็ถูกแทงมีดทะลุท้องวิ่งหนีไป

ขณะที่ยงยุทธกำลังจะพุ่งเข้าหาประดับนั่นเอง ลูกน้องประดับที่ถูกแทงท้องวิ่งเลือดโชกเข้ามา ไม่ทันบอกอะไรก็ล้มลงขาดใจ แต่ข้างหลังมันนั้น ขุนเดชถือดาบดำเดินเข้ามาอย่างพร้อมลุย!

ยงยุทธฉวยโอกาสขณะที่ทุกคนกำลังสนใจขุนเดช แทงศอกใส่ไอ้เบิ้มแล้วแย่งปืนมันวิ่งหายไปพร้อมกับขุนเดช ประดับแค้นใจมากสั่งลูกน้องให้ไปจัดการให้ได้ แล้วหันไปทางไอ้แจ๊คที่ยืนรอคำสั่งอยู่ ตวาด

“ไอ้แจ๊ค...ครั้งนี้อย่าให้มีคำว่าพลาด ฉันต้องได้ดาบดำของมันมาทำพิธี”

ขุนเดชกับยงยุทธวิ่งมาอีกมุมหนึ่งของโรงสี ขุนเดชบอกยงยุทธว่าจ่าแท่นบอกว่าเขายอมทิ้งอาชีพตำรวจเพื่อมาร่วมอุดมการณ์กับตน ดักคอว่าหวังว่าคงไม่ใช่อุบายหลอกให้ตนมาโดนจับใช่ไหม

ยงยุทธถามว่าทำไมไม่มาเร็วกว่านี้ รู้ไหมว่าโดนซ้อมน่ะมันเจ็บ ขุนเดชหยอกว่าก็อยากให้โดนซ้อมดูมั่งจะได้รู้ว่ามันเจ็บยังไง เลยถูกยงยุทธด่า “ไอ้เวรเอ๊ย...”

จากนั้นขุนเดชเสนอให้แยกกันจัดการพวกประดับ โดยให้ยงยุทธไปจัดการไอ้เบิ้มกับลูกน้อง ส่วนตนจะจัดการไอ้แจ๊ค กับประดับและลูกน้องมันอีกคน

ooooooo

ที่ร้านอาฮวด เมื่อทุกคนกลับมารวมกันที่นั่น สาลี่ปลอบใจดาราว่าคนดีอย่างหมวดพระย่อมคุ้มครอง อาฮวดก็ปลอบใจบัวทองว่า ถึงขุนเดชจะเป็นฆาตกร แต่พวกเราก็ไม่มีใครเกลียด เพราะเขาคือลูกหลานศรีสัชนาลัยที่ยอมเสียสละเพื่อพวกเรา

ชาวบ้านวิตกว่า เวลานี้ไม่มีทั้งหมวดยงยุทธและขุนเดชแล้วพวกตนจะอยู่กันอย่างไร จ่าแท่นจึงบอกความลับว่า ตอนนี้หมวดยงยุทธกับขุนเดชร่วมมือกันแล้ว บอกดาราที่ยังงงๆว่า

“จริงๆครับอาจารย์...หมวดจำเป็นต้องตัดสินใจเลือกทางนี้ เพราะโดนพวกมันบีบจนไม่มีทางเลือกให้เดินแล้ว”

“แหม...แบบนี้ก็มันสิไอ้ฮวด ทั้งหมวดทั้งขุนเดชช่วยกันต่อสู้กับพวกชิงนรกมาเกิด” สาลี่พูดอย่างสะใจ

“เพื่อแผ่นดินศรีสัชนาลัยของเราทุกคน...ไชโย!” อาฮวดร้องนำ ชาวบ้านพากันร้องรับปรบมือโห่ฮิ้วดีใจกันสุดๆ

ooooooo

ยงยุทธล่อไอ้เบิ้มกับลูกน้องประดับไปที่โรงไม้ ยิงต่อสู้กันจนยงยุทธกระสุนหมด ก็เข้าตะลุมบอนกัน ฝีไม้ลายมือของไอ้เบิ้มกับยงยุทธนั้นเทียบชั้นกันไม่ได้เลย ไม่นานนัก ไอ้เบิ้มก็ถูกยงยุทธจัดการเสียด้วยหมัดฟ้าฟาดจนสลบเหมือด

ส่วนขุนเดชสู้กับแจ๊คและประดับกับลูกน้องอีกคนอยู่ที่โรงสีร้าง เมื่อยิงจนกระสุนหมด ขุนเดชซุ่มเงียบรอจังหวะ พอลูกน้องประดับเดินย่องมาก็ถูกขุนเดชใช้ดาบดำฟันทีเดียวตายคาที่ ไอ้แจ๊คเห็นดังนั้นควงดาบเข้าฟาดฟันกับขุนเดชแบบทิ้งทวนกันทีเดียว

ยงยุทธย้อนมาช่วยขุนเดช ไม่ลืมคว้าปืนของลูกน้องประดับที่ตายติดมือไปด้วย

ยงยุทธเข้าไปถึงเป็นจังหวะที่ขุนเดชพลาดท่าถูกไอ้แจ๊คกำลังจะแทงพอดี เขากระโจนเข้าใช้ดาบตวัดดาบไอ้แจ๊ค ทำให้ขุนเดชตั้งตัวได้ พยักหน้ากับยงยุทธ ร่วมกันลุยไอ้แจ๊ค แต่ก็ทำอะไรมันไม่ได้มากนัก

ไอ้แจ๊คใช้พลังอันมหาศาลรับมือหมวดกับขุนเดชไม่ยากนัก มันตัดสินใจลุยไปทางยงยุทธฟันจนดาบในมือยงยุทธหลุดมือ มันจับยงยุทธเอาดาบจ่อคอเป็นตัวประกันทันที

ขุนเดชขยับจะเข้าไปช่วย ถูกประดับปรามว่าขืนขยับไอ้แจ๊คเชือดยงยุทธแน่

“ไม่ต้องสนใจฉัน ใช้ดาบดำของแกจัดการพวกมัน” ยงยุทธตะโกนบอก ผลคือถูกไอ้แจ๊คกดคมมีดลงไปที่คอจนเลือดไหล

ประดับปรามอีกว่า ดาบดำของขุนเดชช่วยเพื่อนไม่ได้หรอก ให้ทิ้งเสีย ยงยุทธยังตะโกนห้ามขุนเดชอย่าทิ้งดาบดำ เพราะนั่นคืออาวุธที่เขาจะใช้ลงโทษพวกคนบาป

“แน่ใจหรือว่า แกจะทนเห็นเพื่อนแกโดนฆ่าตายต่อหน้าต่อตา ทิ้งดาบดำไปซะไอ้ขุนเดช” ประดับตะคอก

ขุนเดชกำดาบดำไว้แน่น ก่อนตัดสินใจโยนดาบดำลงที่พื้นเพราะเป็นห่วงยงยุทธ ประดับร้องอย่างถูกใจว่าดีมาก บอกว่านับถือน้ำใจความเป็นเพื่อนของขุนเดชจริงๆ แล้วมันก็ไปหยิบดาบดำขึ้นมามองอย่างชื่นชม พูดอย่างโอหังว่า

“ดาบดำ...อาวุธของทหารพระร่วง...หึๆ แต่จากนี้ไป มันจะไม่ใช่อาวุธของแกอีกแล้ว เพราะมันคือโลหะศักดิ์สิทธิ์ ชิ้นสุดท้ายที่จะทำให้ข้าเป็นสัตโลหะบุรุษ...ฮ่าๆๆ”

ขุนเดชตกใจจะเข้าไปแย่งคืน ถูกประดับยิงเฉี่ยวแขนจนล้มลง พูดเย้ยว่า

“พวกแกหยุดฉันไม่ได้อีกแล้ว...อำนาจและบารมีของสัตโลหะบุรุษจะทำให้ฉันยิ่งใหญ่ เป็นมหาบุรุษเพียงหนึ่งเดียวบนผืนแผ่นดิน...ไอ้แจ๊ค ใช้หมัดสั่งตายของแกส่งพวกมันไปลงนรกพร้อมๆกันเลย ฮ่าๆๆๆ”

ประดับหัวเราะอย่างผยองถือดาบดำเดินไป ขุนเดชจะตามก็ถูกแจ๊คผลักยงยุทธเข้าใส่ แล้วมันก็ถอดเสื้อเบ่งกล้ามยืนขวางไม่ให้ใครผ่านไปแย่งดาบดำคืนได้เลย

ooooooo

ที่บ้านกำนัน ขณะกำนันกำลังนั่งสมาธิอยู่ในห้องพระ งูเจ้าตัวเดิมก็เลื้อยออกมาขู่ฟ่อๆ จนกำนันต้องลืมตาท่องอาคมใส่ ครู่เดียวมีลมพัดเข้ามาจนเทียนดับ แล้วงูเจ้าก็หายไป กำนันมองแขนที่มีรอยแผลเกล็ดงู พึมพำอย่างเจ็บใจ

“ข้าไม่มีวันยอมแพ้กรรมอาฆาตของเอ็งหรอก”

ทันใดนั้นเอง ไอ้นะมาเคาะประตูร้องบอกอย่างตื่นเต้นว่า

“ไอ้ประดับมันได้ดาบดำของขุนเดชแล้ว แล้วพ่อกำนันจะทำยังไงล่ะ เวลาของพ่อกำนันเหลืออีกไม่มาก ถ้าไม่ได้เป็นสัตโลหะบุรุษ พ่อกำนันก็ต้อง...”

“เอ็งไม่ต้องห่วงไปหรอก ข้ารู้อยู่แล้วว่ามันจะต้องลงเอยแบบไหน ข้าถึงปล่อยให้ไอ้ประดับมันไล่ล่า เอาดาบดำมาให้ได้” กำนันพูดอย่างมั่นใจ ยิ้มเจ้าเล่ห์

ooooooo

หลังจากนั้น คุณหญิงก็เรียกอาจารย์ก้องเกียรติไปพบที่คฤหาสน์พูดขู่ว่า รู้ว่าอาจารย์เป็นคนทำให้ปราชญ์เป็นแบบนี้ แต่ก็รู้ว่าอาจารย์ถูกบีบบังคับ ระหว่างนั้น ปารมีเอาเครื่องดื่มมาให้ คุณหญิงบอกให้ดื่มเสีย เพราะปารมีอุตส่าห์เตรียมให้เอง

อาจารย์ก้องเกียรติตกใจตื่นเต้นยกเครื่องดื่มขึ้นดื่ม จากนั้นไม่นานก็เกิดอาการเจ็บปวดดิ้นทุรนทุรายจะสิ้นใจ

จากนั้นคุณหญิงโทร.แจ้งผลงานไปยังกำนัน กำนันชมว่าดีมาก ย้ำว่าเวลาจัดการศพอย่าให้ลูกน้องประดับรู้เป็นอันขาด

คุณหญิงรับรองว่าไม่ต้องห่วง ขอแต่ให้กำนันช่วยให้ตนกับปารมีพ้นจากประดับก็แล้วกัน

กำนันรับรองว่าได้แน่นอน เพราะคนที่สามารถทำพิธีสัตโลหะบุรุษได้นอกจากอาจารย์ก้องเกียรติแล้วก็มีตนคนเดียวเท่านั้น คุณหญิงไม่สนใจขอแต่ให้ตนได้สมบัติคืนและจัดการประดับได้ จากนั้นจะให้ตนทำอะไรก็ได้

“ผมสัญญาว่าคุณหญิงจะได้อย่างที่ต้องการ ตอนนี้คุณหญิงแค่อยู่เฉยๆไว้ ผมจะรีบเดินทางไปเอาโลหะศักดิ์สิทธิ์ออกจากที่นั่นเดี๋ยวนี้” วางสายจากคุณหญิงแล้ว กำนันหันไปสั่งไอ้นะอย่างเหี้ยมเกรียม “ได้เวลาออกโรงของเราแล้ว!”

ooooooo

ขุนเดชถูกไอ้แจ๊คถีบยอดอกกระเด็นไปกระแทกกำแพงไม้ทะลุออกไป ยงยุทธเห็นเพื่อนโดนหนักก็พุ่งเข้าหาไอ้แจ๊ค

“วันนี้แกกับฉันต้องจบกันไปข้างแน่ไอ้แจ๊ค”

ยงยุทธแผดเสียงกระโจนเข้าใส่ไอ้แจ๊ค ระดมทั้งหมัดทั้งเข่าศอกใส่มันไม่ยั้ง แต่เหมือนชกกระสอบทราย ไอ้แจ๊คยืนนิ่งไม่สะดุ้งสะเทือน พอยงยุทธหยุดมันถามว่า “สะใจหรือยัง ขอฉันบ้างนะ”

ไอ้แจ๊คย่างสามขุมเข้าหา ยงยุทธโดนทั้งหมัดเข่าส่งท้ายด้วยจระเข้ฟาดหางกระเด็นไปกระแทกลังไม้ใกล้ๆขุนเดช ต่างสะบักสะบอมแต่ก็ยังค่อยๆลุกขึ้น ขุนเดชถามยงยุทธว่า บอกให้สบายใจหน่อยได้ไหมว่าเมื่อกี้ยังออมมือให้มันอยู่

“ฉันไม่ชอบพูดโกหกว่ะ เมื่อกี้นี้เต็มที่สุดๆแล้ว” ยงยุทธพูดไปหอบไป ขุนเดชเลยหยอกว่า รอดไปก็หัดทำบาปเสียบ้าง ยงยุทธหยอกคืนว่า “เออ...ก็ขอให้รอดแล้วกัน แล้วจะลองทำบาปดู”

ระหว่างนั้น ไอ้แจ๊คเห็นสองคนซุบซิบกัน มันกวักมือเรียกทั้งคู่ให้ไปสู้กับมัน ขุนเดชถามยงยุทธว่าจำที่เราเคยสู้กับลุงเถินพร้อมกันได้ไหม ยงยุทธจำได้ ขุนเดชนัดแนะว่า

“นั่นแหละ...ต้องแบบนั้นเลย หนักๆ อย่าหยุด เพราะถ้าเราหยุดเมื่อไหร่...เราตาย!”

ทั้งสองพยักหน้าให้กัน แผดเสียงขึ้นพร้อมกันแล้วโผเข้าใส่ไอ้แจ๊ค

ได้ผล! ไอ้แจ๊คถูกสองยอดฝีมือรุมยำจนแน่นิ่งไป ยงยุทธดีใจตะโกนบอกขุนเดชว่า

“เฮ้ย...ได้ผลว่ะ ฝีมือล้วนๆเลยนะเนี่ย”

ไม่ทันสิ้นเสียง ไอ้แจ๊คก็ทะลึ่งพรวดขึ้นมาแผดเสียงลั่นหน้าแดงก่ำ ยงยุทธร้องเตือนขุนเดชว่าระวังให้ดี คราวนี้มันสั่งตายเราแน่

จริงดังคาด ไอ้แจ๊คตั้งท่ามวย ตะโกนก้อง “หมัด... สั่ง...ตาย!!” แล้วลุยเข้าหาทั้งสองหมายปลิดชีวิตในคราวเดียวกัน ขุนเดชกับยงยุทธสู้ไม่ถอยโดนมันไปคนละหมัดจนกระอักเลือด ขุนเดชตะโกนบอกยงยุทธว่า

“เราจะตายไม่ได้นะยงยุทธ...ฉันต้องเอาดาบดำของฉันคืนมา”

“งั้นแกก็ต้องช่วยฉันแล้ว” ยงยุทธตะโกนตอบ พยักพเยิดให้ขุนเดชมองดาบที่อยู่ห่างไปเล็กน้อย ขุนเดชเข้าใจแผนการ แล้วทั้งคู่ก็จู่โจมพร้อมกันอีกครั้ง แต่คราวนี้ ขุนเดชถูกไอ้แจ๊คชกกระเด็น ยงยุทธเลยกระโจนเข้าประหมัดกับไอ้แจ๊ค ตะโกน “หมัด...ฟ้าฟาด!!”

ไอ้แจ๊คโดนหมัดฟ้าฟาดเข้าเต็มๆจนทรุด แต่มันก็ลุกขึ้นมาพุ่งเข้าบีบคอยงยุทธจนหน้าแดงก่ำ แต่เขากลับ ยิ้มร้าย เพราะข้างหลังไอ้แจ๊คนั้น ขุนเดชถือดาบเข้ามาฟันหลังมันสุดแรง มันสะดุ้งเฮือกปล่อยมือจากคอยงยุทธแล้วหันไปทางขุนเดช ถูกขุนเดชใช้ไม้ตาย ตะโกน... “ฟ้า... ดิน...เป็นพยาน...ดาบเดือนดับ!”

ขุนเดชฟันไม่ยั้ง ไอ้แจ๊คถูกฟันเข้าเส้นเลือดใหญ่ที่คอและที่มือสองข้างขาดเลือดพุ่งกระฉูด ล้มตายคาที่

ดารา จ่าแท่น และบัวทองออกตามหาขุนเดชกับยงยุทธ เจอทั้งสองกอดไหล่กันออกมาในสภาพสะบักสะบอม จ่าแท่นเร่งให้รีบไปจากที่นี่เร็วๆ เพราะเวลานี้ หมวดยงยุทธ กลายเป็นผู้ต้องหาไปแล้ว ทั้งหมดจึงรีบออกไป

ooooooo

ประดับกลับมาถึงบ้านกำนันจึงรู้ว่ากำนันเดินทางเข้ากรุงเทพฯ มันสงสัยว่ากำนันเข้ากรุงเทพฯทำไม แต่พอฉุกคิดได้มันพึมพำหน้าเครียด

“ไอ้กำนัน...หรือว่ามัน!?!”

กำนันอยู่ที่คฤหาสน์ของปราชญ์แล้ว ให้ไอ้นะไปเก็บคนเฝ้าประตูห้องเก็บโลหะศักดิ์สิทธิ์ของปราชญ์ แล้วเข้าไปพร้อมคุณหญิงและปารมี

กำนันสั่งไอ้นะให้ขนโลหะศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดออกไป เพราะตนต้องใช้ทำพิธีสัตโลหะบุรุษในคืนเดือนมืดที่ประตูผี คุณหญิงบอกว่าน่าจะขนไปให้หมด พวกเศษอิฐเศษหินพวกนี้เก็บไว้ก็รกบ้าน

“ดูสิคะคุณแม่” ปารมีหยิบเศียรพระศิลาขึ้นมา “สวยก็ไม่สวย ไม่รู้คุณพ่อจะเอามาประดับบ้านทำไม”

กำนันสั่งให้วางเศียรพระศิลาลง ปารมียังงง จนกำนันตวาดย้ำจึงวางลงที่เดิม กำนันเดินเข้าไปมองพูดอย่างครุ่นคิดว่าเศียรพระศิลาองค์นี้มีความหมายกับตนมาก คุณหญิงเลยเร่งให้รีบเอาออกไปเสีย แล้วอย่าลืมเรื่องที่ตกลงกันไว้คือต้องจัดการประดับให้ตน

“เรื่องไอ้ประดับผมจัดการแน่...แต่สำหรับคุณหญิงและลูกสาว ผมมาคิดๆดูแล้ว คุณหญิงรู้เรื่องพวกผมมากเกินไป วันข้างหน้าอาจจะหันมาหักหลังผมได้”

ทั้งคุณหญิงและปารมีตกใจหน้าซีด ปารมีถามว่าจะทำอะไรตน

“ช่วยให้คุณได้เห็นว่าจุดจบของคุณจะเป็นยังไงน่ะสิครับคุณปารมี” ว่าแล้วกำนันจับมือปารมีไปแตะที่ธรรมจักรสัมฤทธิ์ ปารมีตกใจกรี๊ดลั่น...

กว่าประดับจะกลับมาถึงคฤหาสน์ของปราชญ์ โลหะศักดิ์สิทธิ์ในห้องก็ไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียวแล้ว มันคำรามอย่างแค้นใจ “ไอ้กำนันบุญ...ไอ้อสรพิษ แกหักหลังฉัน!”

“นายครับ รู้แล้วครับว่าใครเป็นคนช่วยให้กำนันบุญหักหลังนาย” ไอ้เบิ้มวิ่งเข้ามาบอก

ooooooo

การเอามือปารมีแตะธรรมจักรสัมฤทธิ์ทำให้ปารมีเห็นกรรม ถูกวิญญาณเด็กที่ทำแท้งตามมาอาฆาต เสียงเด็กร้องโหยหวนระงมจนปารมีแทบเสียสติ ประดับเข้ามาพอดี คุณหญิงขอให้ประดับช่วย

ปารมีด้วย มันชักปืนออกมายิงปารมีตายคาที่ คุณหญิงตะโกนถามว่าฆ่าปารมีทำไม มันพูดหน้าตาเฉยว่า

“ก็คุณหญิงขอร้องให้ผมช่วยไง” แล้วเข้ากระชากผมคุณหญิง “คุณหญิงเองก็ด้วยเหมือนกัน อยากจะเห็นผมโดนไอ้กำนันหักหลังนักใช่ไหม”

คุณหญิงขอโทษอ้อนวอนให้ไว้ชีวิตตนด้วยเถิด มันบอกว่าได้ แต่คุณหญิงต้องบอกก่อนว่ากำนันขโมยโลหะศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดเอาไปทางไหน

คุณหญิงรับปากเพราะกำนันฝากให้ตนบอกเขาไว้แล้ว แต่ต้องสัญญาว่าจะไว้ชีวิตตน ประดับพยักหน้าเนือยๆ

แต่เมื่อฟังคุณหญิงแล้ว ประดับก็ใช้ดาบดำแทง คุณหญิง ทิ้งให้คุณหญิงตายอย่างทรมานตรงนั้น

ที่ประตูผี อันเป็นสถานที่ที่กำนันจะทำพิธี หลังจากให้ไอ้นะวางโลหะศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 6 ตามทิศประจำของแต่ละชิ้นแล้ว ไอ้นะบอกว่ายังขาดแต่ดาบดำ

ครู่เดียว ลูกน้องก็มารายงานกำนันว่าประดับมาแล้ว กำนันยิ้มร้ายสั่ง

“ไอ้นะ...จัดการต้อนรับมัน”

ไอ้นะพาลูกน้องไปสกัดประดับที่ถือดาบเข้ามาก่อนถึงประตูผี มันสั่งให้ประดับหยุดแค่นั้นแล้วส่งดาบดำมา ประดับท้าว่าอยากได้ก็เข้ามาเอาเอง ไอ้นะให้ลูกน้องสองคนเข้าไปเอา ถูกประดับใช้เชิงมวยเล่นงานสลบไปทั้งคู่

“ถ้าไอ้กำนันมันอยากได้มันต้องมาเอาเอง ไม่ใช่ใช้พวกกระจอกอย่างแก”

ไอ้นะเลือดขึ้นหน้าที่ถูกมองว่ากระจอก มันยิงประดับทันที กระสุนพุ่งเข้ากลางอกประดับจนล้มแน่นิ่ง มันจึงเข้าไปหยิบดาบรีบเอาไปให้กำนัน

พอกำนันชักดาบออกจากฝักกลายเป็นดาบธรรมดาไปฉิบ! กำนันเดือดพล่านตะคอกไอ้นะว่า ใช้ให้ไปเอาดาบดำนี่ไปเอาดาบอะไรมา

พริบตานั้น ประดับเข้ามาพร้อมลูกน้องสองสามคน ทุกคนส่องปืนไปที่กำนัน ประดับพูดเย้ยว่า

“ถ้าอย่างฉันถูกลูกน้องแกฆ่าง่ายแบบนั้น ฉันคงมาไม่ถึงวันนี้หรอกไอ้กำนัน” พูดพลางโยนเสื้อเกราะกันกระสุนที่ถอดออกมา มีรอยกระสุนที่ถูกไอ้นะยิงที่หน้าอกหลายรู

กำนันชักปืนจากเอวจะยิงประดับ แต่ช้าไปแล้วถูกประดับยิงที่ข้อมือจนปืนร่วง ส่วนลูกน้องประดับก็เก็บลูกน้องกำนันเกลี้ยง ไอ้นะเองก็ถูกยิงเข้าที่หัวไหล่ พอมันเห็นประดับรับดาบดำจากไอ้เบิ้มชักดาบออกจากฝัก มันร้องบอกกำนันว่า


“พ่อกำนัน...ฉันจะช่วยพ่อกำนันเอง” พลางควงดาบวิ่งใส่แต่ถูกประดับยกดาบดำเชือดทีเดียวคอเกือบขาดตายคาที่ กำนันมองตะลึง ประดับบอกว่ากำนันไม่เหลือใครแล้ว พลางเอาดาบดำไปจ่อที่คอ

เมื่อเผชิญความตาย กำนันก็ร้องขอชีวิต ถามประดับอย่างต่อรองว่า ถ้าตนตายแล้วใครจะทำพิธีให้เขา ทำให้ประดับชะงัก

ooooooo

ขณะที่ขุนเดชเข้าไปกราบพระศิลาที่ไร้เศียรในถ้ำศิลานั้น บัวทองเอาพระร่วงนั่งเนื้อเหล็กดำมาให้เขา ขอร้องให้เขารับไว้ ขุนเดชอยากให้เธอเก็บไว้เพื่อปกป้องตัวเอง

บัวทองบอกว่าเวลานี้คนบาปเดินกันให้เกลื่อนแผ่นดิน ต่อให้ท่านศักดิ์สิทธิ์มากแค่ไหนก็คงปกป้องตนไม่ได้ ขอร้องอ้อนวอนขุนเดชให้รับไว้เพราะ “ฉันไม่อยากให้พี่ต้องมีจุดจบอย่างพ่อของพี่” เธอจับมือขุนเดชวางสร้อยพระร่วงนั่งเนื้อเหล็กดำลงในมือเขา พูดอย่าง เชื่อมั่นว่า

“พี่เป็นทหารของพระร่วง มีดาบดำเป็นอาวุธไว้คอยปกป้องสมบัติของแผ่นดินไม่ให้พวกคนบาปมาทำลาย ฉันเชื่อว่าพี่จะต้องจัดการหยุดพวกมันได้”

ขุนเดชมองพระร่วงนั่งเนื้อเหล็กดำในมือ ครู่เดียวเขาบอกบัวทองว่า “พี่รู้แล้วว่าพี่จะทำยังไง”

จ่าแท่นมาบอกยงยุทธที่อยู่กับดาราที่หน้าถ้ำศิลาว่า ชาวบ้านที่ไปช่วยคณะโบราณคดีขุดแต่งโบราณสถานเห็นกำนันกับลูกน้องไปป้วนเปี้ยนอยู่แถวประตูผี

“ประตูผีเหรอ...หรือว่า...พวกมันคิดจะใช้ที่นั่นเป็นสถานที่ทำพิธีสัตโลหะบุรุษ” ดาราเอะใจ

ยงยุทธรีบเข้าไปในถ้ำ บัวทองบอกว่าขุนเดชไปแล้ว พอได้พระร่วงนั่งเนื้อเหล็กดำจากตนก็ออกไปเลย ไม่รู้ว่าไปไหน

ที่แท้ ขุนเดชไปหาหลวงลุงที่ป่า ขอดาบดำหักจากหลวงลุง ท่านถามว่าจะเอาดาบดำหักของนายเดื่องไปทำอะไร

“ทางเดียวที่จะหยุดสัตโลหะบุรุษได้คือต้อง

ใช้ดาบดำจัดการมันเท่านั้น ผมจะใช้ดาบดำของพ่อรวมกับพระร่วงนั่งเนื้อเหล็กดำหล่ออาวุธเล่มใหม่ขึ้นมาเพื่อใช้จัดการมันครับ” ขุนเดชบอกหลวงลุงอย่างมุ่งมั่น จริงจัง

แล้วขุนเดชก็ไปหลอมดาบดำหักกับพระร่วงนั่งเนื้อเหล็กดำ ตีขึ้นมาใหม่เป็นมีดสั้น เขาทำแข่งกับเวลาที่กำลังเกิดจันทรคราสจะเต็มดวงอยู่แล้ว!

ooooooo

ในที่สุด ประดับก็ให้ไอ้เบิ้มเอาปืนจ่อหัวกำนันให้ ทำพิธีสัตโลหะบุรุษให้ที่ประตูผี ประดับขู่กำนันว่าอย่าตุกติกเป็นอันขาด ถ้ากำนันทำพิธีให้ตนสำเร็จตนจะจัดการกับเจ้ากรรมนายเวรที่ตามอาฆาตกำนันให้

เมื่อได้เวลา กำนันเดินเข้าไปตรงกลางวงล้อมของโลหะศักดิ์สิทธิ์แล้วพนมมือบริกรรมคาถาทำพิธี

ครู่หนึ่งเกิดลมกระโชกแรง จันทรคราสบนท้องฟ้าถูกกลืนกินจนมิดแล้ว พลังอำนาจจากโลหะศักดิ์สิทธิ์แต่ละชิ้นค่อยๆลอยสู่ร่างประดับ ประดับสะดุ้งเฮือกเมื่อรับพลังจากโลหะศักดิ์สิทธิ์แต่ละชิ้น

ระหว่างนั้น ยงยุทธปรากฏตัวขึ้นที่หน้าทางเข้าประตูผี ถูกไอ้เบิ้มออกมาสกัดพูดเยาะหยันว่า เก่งมากที่รอดจากไอ้แจ๊คมาได้แต่ก็ต้องเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่แทน

ไอ้เบิ้มเข้าต่อสู้กับยงยุทธด้วยฝีมือที่ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันนัก มันบอกว่าถ้าจะเข้าหานายมันได้ก็ต้องข้ามศพมันไปก่อน ครู่เดียวมันก็ถูกยงยุทธใช้หมัดฟ้าฟาดเล่นงานจนหมดสติ แต่พอยงยุทธจะเข้าไปมันกลับคว้าปืนยิงข้างหลังเขา ยงยุทธหลบทันหยิบปืนลูกน้องมันที่ตกอยู่ยิงสวนไป เจาะแสกหน้ามันตายคาที่

ยงยุทธแหงนมองท้องฟ้า เห็นจันทรคราสบนท้องฟ้า ราหูค่อยๆคลายดวงจันทร์ออกจนเกือบหมดดวงแล้ว!

ooooooo

เป็นเวลาเดียวกับที่อำนาจศักดิ์สิทธิ์จากดาบดำพวยพุ่งสู่ร่างประดับเป็นชิ้นสุดท้าย ประดับแผดเสียงร้องอย่างเจ็บปวดก่อนแน่นิ่งไป กำนันเห็นประดับนอนคว่ำหน้าไม่ไหวติง ก็ไปหยิบดาบดำขึ้นมาคิดจะฆ่ามัน

พริบตานั้น ประดับพลิกตัวกลับใช้มือเปล่ารับคมดาบดำอย่างง่ายดาย ลุกขึ้นถีบกำนันกระเด็น ควงดาบดำเข้าหา กำนันพูดอย่างเหี้ยมเกรียมว่า ดาบดำเป็นอาวุธอย่างเดียวที่จะทำลายสัตโลหะบุรุษได้ คิดหรือว่าตนจะยอมให้ฆ่าง่ายๆ

“ฉันสัญญาไว้ใช่ไหมว่าจะช่วยให้แกพ้นจากเจ้า กรรมนายเวร...ฉันจะทำตามสัญญา” แล้วมันก็ใช้ดาบดำฟันแขนข้างที่มีแผลเกล็ดงูของกำนันขาดในดาบเดียว กำนันล้มลงร้องครวญครางอย่างเจ็บปวด

จากนั้น ประดับเอาดาบดำไปฟันโล่โลหะศักดิ์สิทธิ์จนดาบดำหัก มันระเบิดหัวเราะออกมาพูดอย่างสะใจว่า

“ทีนี้ก็ไม่เหลือศัสตราวุธอะไรที่ใช้จัดการกับฉันได้อีกแล้ว ฮ่าๆๆๆ”

ยงยุทธเข้าไปยิงใส่ประดับทันที แต่ไม่ระคายผิวมันแม้แต่น้อย มันหันไปคว้าปืนคาบศิลาเหล็กไหลยิงใส่ ยงยุทธวิ่งหลบ มันตามไปหมายจะเก็บให้ได้

ไม่ว่ายงยุทธจะต่อสู้กับประดับด้วยอาวุธใดก็ไม่อาจทำอะไรมันได้เลย กระนั้นเขาก็ยังยืนหยัดต่อสู้

ooooooo

ขุนเดชตามมาเจอกำนันกำลังร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด กำนันร้องขอความช่วยเหลือ ขอให้ขุนเดชอโหสิให้ตนด้วยอย่าได้ฆ่าตนเลย ปล่อยตนไปแล้วจะทำบุญกรวดน้ำไปให้

“กำนัน บาปมันก็ส่วนบาป บุญมันก็ส่วนบุญ ไม่เคยมีคำสอนคำไหนที่บอกว่าทำบุญแล้วช่วยแก้บาป มีแต่ทำบาปต้องชดใช้บาปเท่านั้น” กำนันต่อรองว่าตนรู้ว่าเศียรพระศิลาอยู่ที่ไหน ขณะนั้นเองงูเจ้ากรรมนายเวรเลื้อยออกมาอีก กำนันขอร้องว่าให้ขุนเดชจัดการงูตัวนั้นแล้วจะคืนเศียรพระศิลาให้ ขุนเดชมองงูเจ้ากรรมนายเวรนิ่งไปนิดหนึ่งจึงเอ่ย

“บาปของมันผู้นี้ ข้าน้อยขุนเดชขอรับหน้าที่ตัดสินลงทัณฑ์มันเอง” สิ้นเสียงขุนเดช งูตัวนั้นก็เลื้อยหายไป ขุนเดชหันกลับมาจ้องหน้ากำนัน “คนบาปอย่างแก ความเจ็บปวดตอนนี้มันยังน้อยเกินไป แกทั้งตัดเศียรพระ ฆ่าคน พรากลูกพรากเมียคนบริสุทธิ์ ทำลายสมบัติของชาติ วิญญาณของแกจะต้องถูกเผาแล้วเผาอีก มันจะปวดแสบปวดร้อนไปถึงกระดูกไปชั่วกัปชั่วกัลป์” พูดจบขุนเดชโยนคบไฟลงพื้นให้มันลามไปหากำนัน ยืนมองกำนันที่กำลังชดใช้กรรมอย่างสมเพช

ooooooo

เพราะประดับได้บรรลุเป็นสัตโลหะบุรุษแล้ว และดาบดำที่เป็นอาวุธแต่เพียงอย่างเดียวที่จะทำลายมันได้ก็หักไปแล้ว ยงยุทธจึงทำได้เพียงต่อสู้กับมันตามกำลังอย่างไม่ยอมจำนน เขาประณามมันว่า

“ต่อให้แกมีอำนาจและบารมียิ่งใหญ่ที่สุดในแผ่นดิน แต่คนที่รักชาติรักแผ่นดินจะรวมตัวกันต่อต้านคนพาลสันดานชั่ว คนทุศีล ไม่มีธรรม แกจะไม่มีวันได้อำนาจไปครองเมือง”

ประดับจับยงยุทธหักแขนจนกระดูกหัก ทันใดนั้น ขุนเดชวิ่งเข้ามาสั่งประดับให้ปล่อยยงยุทธเดี๋ยวนี้ ประดับผลักยงยุทธมาหาขุนเดช พูดอย่างผยอง สะใจว่า ดีใจจริงๆ ที่สองคนมาอยู่ตรงหน้า จะได้จัดการเสียในคราวเดียวเลย

ยงยุทธบอกขุนเดชว่าประดับเป็นสัตโลหะบุรุษแล้ว เราไม่มีอะไรไปจัดการมันได้ ให้เขาหนีไป ตนจะต้านมันไว้เอง

“ฉันไม่หนีหรอก แกก็รู้ว่าฉันคือทหารพระร่วง มีหน้าที่ตัดสินคนบาปด้วยความตาย ฉันจะพิสูจน์ให้เห็นว่า คนดีๆที่หวงแหนแผ่นดิน ไม่มีใครรักตัวกลัวตาย เมื่อหลังชนฝาหน้าสู้ดิน ก็พร้อมยอมตายเพื่อแผ่นดิน”

เมื่อขุนเดชเด็ดเดี่ยวเช่นนั้น ยงยุทธก็พร้อมสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ไปด้วยกัน

ระหว่างการต่อสู้กับประดับนั่นเอง ขุนเดชบุกทะลวงเข้าหาประดับ และบอกยงยุทธให้เอามีดสั้นที่เสียบอยู่ข้างหลังตนฆ่ามัน ยงยุทธเอามีดสั้นพุ่งเข้าแทงประดับจากข้างหลังจมมิดด้าม ประดับร้องจ๊าก มองมีดสั้นในมือยงยุทธตะลึงงัน

“ใช่...มีดสั้นนั่นเป็นเหล็กดำจากดาบหักของพ่อฉันหล่อหลอมรวมกับพระร่วงนั่งเหล็กดำ ฉันตีขึ้นมาใหม่เพื่อใช้ตัดสินคนบาปอย่างแกโดยเฉพาะ”

“แกแพ้แล้วไอ้ประดับ...พลังสัตโลหะบุรุษของแกถูกทำลายลงแล้ว” ยงยุทธจ้องหน้ามันเขม็ง ในที่สุดก็ใช้หมัดฟ้าฟาดจัดการมันลงไปนอนแน่นิ่ง

เมื่อกำจัดศัตรูเฉพาะหน้าไปแล้ว ยงยุทธกับขุนเดชก็มีความเห็นต่างจนต้องหันมาจัดการกันเอง เมื่อยงยุทธต้องการนำตัวประดับไปจัดการตามกฎหมาย แต่ขุนเดชต้องการจัดการกับคนบาปด้วยวิถีของตน นั่นคือ ตายสถานเดียว!

ขุนเดชตัดสินใจชกท้องยงยุทธจนตัวงอ แล้วประกาศกร้าว

“ฉันคือวีรบุรุษบาป...ฉันต้องตัดสินลงทัณฑ์มันตามหน้าที่ ขอโทษด้วยนะยงยุทธ” พูดแล้วจับแขนประดับลากไปกับพื้น ไปตัดสินคนบาปที่ลานหินแตกระแหง

ประดับร้องขอชีวิตสาบานว่าจะเลิกจองเวรเขาจะไปจากแผ่นดินและจะไม่กลับมาเหยียบอีก แต่เสียงของมันไร้ประโยชน์ วีรบุรุษบาปใช้มีดสั้นกรีดท้องมันเพื่อให้นกแร้งนกกาได้กลิ่นคาวเลือดแล้วมาจิกกินให้สาสมกับบาปกรรมที่มันทำไว้!!

ooooooo

ยงยุทธไปหาหลวงลุงถามหาขุนเดช ไม่ว่าหลวงลุงหรือคำปันต่างไม่เห็นขุนเดช ระหว่างนั้น จ่าแท่น เอาหนังสือด่วนจากท่านผู้การมาให้ เป็นคำสั่งให้เขากลับไปปฏิบัติหน้าที่ดังเดิม เพราะคดีของประดับกับกำนันถูกคลี่คลายแล้ว สมบัติของชาติทุกชิ้นที่พวกมันเอาไปก็ถูกส่งไปให้พิพิธภัณฑ์ดูแลต่อแล้ว

ดาราดีใจที่ยงยุทธได้กลับเข้าเป็นตำรวจอีกครั้ง แต่ยงยุทธกลับมีสีหน้าหนักใจ บอกเธอว่า

“ให้ผมกลับไปทำหน้าที่เหมือนเดิม นั่นก็เท่ากับว่าต้องปฏิบัติตามคำสั่งในนี้ด้วย...ผมต้องปิดคดีเรื่องวีรบุรุษบาปด้วย”

ทุกคนหน้าเครียดขึ้นทันที จ่าแท่นขอว่าในเมื่อขุนเดชทำเพื่อพวกเราแล้วเราจะตอบแทนเขาไม่ได้เลยหรือ ยงยุทธกำหมัดแน่น จ่าขอให้ดาราช่วยพูด ดาราบอกว่าศรีสัชนาลัยปลอดภัยแล้วเพราะขุนเดช จากนี้ไปคือหน้าที่ของยงยุทธแล้ว บอกจ่าว่า “ถ้าอยากช่วย

ขุนเดช เราก็ช่วยกันสวดมนต์ให้ ตอบแทนที่เขายอมเสียสละวิญญาณตัวเองลงสู่นรก เพื่อให้พวกเราได้มีรากเหง้าไว้บอกเล่าให้ลูกหลานฟังว่า เราคือคนไทย” ดาราน้ำตาอาบแก้มด้วยความสงสารขุนเดช

“ขอบคุณนะดาราที่เข้าใจผม” ยงยุทธเอ่ยแล้วเดินจากไป ส่วนดาราปาดน้ำตาแล้วย้อนกลับเข้าไปในโบสถ์

ooooooo

ขุนเดชได้เศียรพระศิลากลับคืนมาจนเป็นองค์ที่สวยงามสมบูรณ์แล้ว เขาบอกยงยุทธที่เข้ามาดูว่า ตนภูมิใจในสิ่งที่ทำแล้ว เมื่อยงยุทธพูดถึงการให้เขายอมถูกจับเข้าคุก ขุนเดชบอกว่าตนตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่มีวันให้ถูกจับ ความตายเท่านั้นที่จะทำให้ตนไปในที่ที่ควรไป พูดแล้วชักดาบดำออกมายื่นให้ยงยุทธ บอกเขาให้จัดการตนเลย ถ้าไม่ ตนก็จะจัดการเขา

แล้วขุนเดชก็เป็นฝ่ายถือดาบอีกเล่มเข้าโจมตี

จนยงยุทธต้องใช้ดาบดำต่อสู้ จนกระทั่งต้องเสียบดาบเข้าที่ท้องขุนเดช พอชักดาบดำออก ยงยุทธประคอง

ขุนเดชภาวนาขออย่าให้เขาเป็นอะไรเลย ส่วนขุนเดชขอบใจเขา บอกว่าตนได้ทำหน้าที่ของตัวเองแล้ว เพราะยงยุทธเป็นตำรวจต้องรักษากฎหมายให้ศักดิ์สิทธิ์

ยงยุทธพร่ำบอกว่า ขุนเดชคือเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิตของตน ตนจะไม่ยอมเสียเขาไปเด็ดขาด

“แต่มันสายไปแล้ว...ยงยุทธ” ขุนเดชเสียงแผ่วลง...

แผ่วลง จนกระทั่งหลับตาแน่นิ่งไป ยงยุทธกัดฟันแน่นตะโกนก้อง

“ขุนเดช!!!”

ในโบสถ์...ความรัก ความห่วงใย และความซาบซึ้งในความดีของขุนเดช ทำให้ดารา คำปัน จ่าแท่น อาจารย์ประทีปพากันมาสวดมนต์ให้ขุนเดชอยู่หน้าองค์พระ ประธาน อาฮวด สาลี่ และชาวบ้าน ต่างทยอยกันมาร่วมสวดมนต์ เมื่อบัวทองมาถึง ดาราไปจูงเข้ามาร่วมสวดมนต์ให้ขุนเดชด้วย

ooooooo

1 ปีผ่านไป...

ดาราแต่งงานกับยงยุทธแล้ว อาจารย์ประทีปมาเล่าให้ฟังว่า ได้ยินพรรคพวกที่ไปสำรวจโบราณสถานที่อยุธยาคุยกันว่า มีพวกลักขุดกรุพระถูกฆ่าตายหลายรายแล้ว ที่ลพบุรีกับแถวบ้านเชียงก็มีเหมือนกัน ลักษณะเหมือน กับที่วีรบุรุษบาปเคยจัดการ ยงยุทธเดินเข้ามาถามว่าอาจารย์คิดว่าเป็นฝีมือของขุนเดชหรือ อาจารย์บอกว่าขุนเดชตายไปแล้ว ทุกคนในศรีสัชนาลัยต่างก็ได้ไปงานฝังศพเขาแล้ว ขุนเดชจะลุกจากหลุมไปฆ่าใครได้อีก

“ครับ ขุนเดชจากพวกเราไปแล้ว แต่วีรกรรมของวีรบุรุษบาปไม่ได้ตายไปพร้อมกับขุนเดช ความหวงแหนรากเหง้าของบรรพบุรุษทำให้มีคนทำตาม” ยงยุทธพึมพำ

ขณะดารากับยงยุทธเดินชมโบราณสถานนั้น ดาราบอกว่า ได้รับจดหมายจากบัวทอง เล่าให้ฟังว่าสบายดีและขอบคุณเขาด้วย พูดแล้วเธอก็เอ่ยกับเขาว่า “ขอบใจเธอมากนะยงยุทธที่ช่วยยื้อชีวิตขุนเดชเอาไว้”

“ผมว่าไม่ใช่ผมหรอกที่พยายามช่วยยื้อชีวิตขุนเดชเอาไว้ บางทีตอนนั้นขุนเดชอาจจะตกนรกและรับโทษไปแล้ว แต่เพราะขุนเดชเคยช่วยปกป้องคนดีส่งคนบาปลงนรก นรกเลยให้โอกาสกลับมาทำกรรมดี”

ที่ทุ่งนาสวยงามเขียวขจีแห่งหนึ่ง...ขุนเดชกุมมือบัวทองยืนมองผืนนาพูดอย่างมีความสุข...

“พี่ดีใจที่ได้กลับมาอยู่กับบัวทอง หน้าที่ของพี่จบลงแล้วตั้งแต่พี่ได้รับโทษบาปในนรก จากนี้ไป พี่จะขอใช้โอกาสที่ได้มา ทำกรรมดีดูแลคนที่พี่รัก...และดูแลแผ่นดินของบรรพบุรุษสืบต่อไป”

ooooooo

–อวสาน–

ขุนเดช ตอนที่ 22

อ่านเรื่องย่อ
นิยายไทยรัฐ
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement