ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ตอนที่ 11


18 ส.ค. 2560 09:49
537,146 ครั้ง

คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ตอนที่ 11

อ่านเรื่องย่อ

คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ต้นรัก

บทโทรทัศน์โดย:

ต้นรัก

กำกับการแสดงโดย:

ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ

ผลิตโดย:

บริษัท มาสเตอร์ วัน วีดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

จิตตาภา แจ่มปฐม, วิลลี่ แมคอินทอช, จิรายุ ละอองมณี, คริน สุธรรมสมัย,

เมื่อมู่ลี่บอกแม่ว่าจะตัดพงศ์พิสุทธิ์ออกไปจากชีวิต บุปผาถามว่าไม่ใจร้ายไปหน่อยหรือ แน่ใจหรือว่า เด็กบ้านนั้นไม่ได้โกหก

มู่ลี่บอกว่าตนเหนื่อยเพราะพงศ์พิสุทธิ์ยังเหมือนเดิมและหวานก็ไม่เคยโกหกตน บุปผาถามว่าแล้วค่าเลี้ยงดูล่ะ มู่ลี่บอกว่าลูกคนเดียวตนเลี้ยงได้

“ออ! สบาย! ตัดสินใจอะไรไปแล้วถามลูกหรือยัง!” บุปผาถามประชด มู่ลี่จึงคุยกับน้องปลื้มว่าพ่ออาจจะมารับส่งไม่ได้แล้วนะ เพราะงานเยอะ คิดถึงก็โทร.คุยกันหรือไม่ก็นัดเจอกัน

“โอเคครับ พ่อไม่อยู่ไม่เป็นไร แต่แม่ต้องอยู่” น้องปลื้มพยายามร่าเริงเพื่อให้แม่สบายใจแต่ลึกๆแล้วยังอยากให้พ่ออยู่ด้วย

พงศ์พิสุทธิ์กลับถึงบ้านอย่างหงุดหงิดผิดหวัง เจอกีวี่ยังอยู่ถามว่ายังไม่กลับอีกหรือ กีวี่ถามว่าจะให้ตนไปไหนตนเป็นเมียเขาก็ต้องอยู่ที่นี่สิ

“ไม่ใช่เมีย! ออกไปเลย อยากอยู่คนเดียว” กีวี่ไม่ยอมไป พงศ์พิสุทธิ์โมโหหันไปทำลายข้าวของโครมคราม กีวี่ถามว่าบ้าไปแล้วหรือ “เออ! บ้าได้กว่านี้อีก อยากอยู่ใช่ไหม ทนได้ก็ทนไป โว้ย!”

กีวี่กลัววิ่งออกจากบ้านไป พงศ์พิสุทธิ์ทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดอาลัย เอามือถือขึ้นมาดูรูปน้องปลื้มที่ถ่าย

เมื่อเช้าก็ยิ่งสะเทือนใจ ที่ตัวเองทำตัวไม่สมกับที่เป็นพ่อ

ooooooo

แต่ที่โต๊ะอาหารร้านซาลาเปา ทุกคนรวมทั้งพี่แสดนั่งรอบโต๊ะ ยื่นซาลาเปาไปตรงหน้าร้อง

“ชน!”

“ขอให้ซาลาเปาตี๋ตาโตรุ่งเรือง” ดวงใจเอ่ยอย่างปีติ อาม่าก็อวยพร “เฮง เฮง เฮง” ส่วนเจ๊สมชมว่านับว่าเจ้านายตี๋ยังมีคุณธรรม

“ฝากบอกอี ทำธุรกิจไม่เอาเปรียบใคร ต่อไปอีจะเจริญและมีบารมี” อาม่าเอ่ย

เจ๊สมนั่งไม่เป็นสุขชะเง้อมองไปข้างนอกจนอัศวินถามว่าหาอะไร พี่แสดโพล่งว่ามันมองหาเฮียตู่น่ะสิ หายสาบสูญไปเลย เจ๊สมพูดแก้เกี้ยวว่ารู้ตัวว่าไม่ได้ทำผิดทำไมไม่มาชี้แจง เจ๊สมถูกพี่แสดแซวจนเขิน กินซาลาเปาติดคอ เลยถูกดวงใจแซวว่า “รู้ว่าเขิน แต่ก็ค่อยๆกินสิ” ดวงใจส่งน้ำให้กินแก้ติดคอ

บรรยากาศร้านซาลาเปาตี๋ตาโตกกลับมาสดชื่นมีความสุขกันอีกครั้ง แต่ทุกคนก็อดคิดถึงมู่ลี่ไม่ได้

ที่คอนโดมู่ลี่ คืนนี้เป็นคืนแรกที่ทุกคนรู้ว่าต่อไปนี้จะอยู่กันแค่สามคน มู่ลี่กล่อมน้องปลื้มจนหลับ ลุกขึ้นมองลูกที่นอนหลับปุ๋ยน่ารัก เธอรู้สึกขอบคุณความน่ารักของน้องปลื้มที่ทำให้ตัวเองมีพลังสู้ต่อไป

เช้านี้มู่ลี่ทำอาหารใส่ปิ่นโตให้น้องปลื้มเพราะครูจะพาไปปิกนิกกัน มู่ลี่บอกน้องปลื้มว่าจะแต่งอาหารให้สวยๆเลยดีไหม

“ดีครับ ปลื้มจะได้อวดเพื่อนว่าแม่ปลื้มเก่งทุกอย่าง” น้องปลื้มยิ้มภูมิใจ

มู่ลี่จัดแต่งอาหารอย่างสวยงามมีความสุข เธอรู้สึกเหมือนเริ่มต้นชีวิตใหม่ การตัดสินใจตัดพงศ์พิสุทธิ์ออกไปจากชีวิต ทำให้รู้สึกชีวิตนี้...ดี๊...ดี...

ooooooo

พงศ์พิสุทธิ์อาละวาดจนกีวี่กลัวหนีไปแล้วก็ดื่มเบียร์จนหมดสภาพนอนเขละท่ามกลางขวดเบียร์ จนเช้าบริสุทธิ์เข้ามามองอย่างสมเพชถามว่าเมาหัวราน้ำ ไม่ไปทำงานรึไง

พงศ์พิสุทธิ์ถามว่าแม่ไม่ต้องยุ่งกับตนสักเรื่องได้ไหม บริสุทธิ์สวนทันควันว่ามันเป็นสิทธิ์ของคนเป็นแม่ หาว่ามู่ลี่ยุให้เขาแข็งข้อกับตน

“หึ...จะมายุอะไรผม หน้าผมเขายังไม่อยากเห็น ลูกก็ไม่ให้เข้าใกล้ เขาเกลียดผมแล้วแม่!!”

“มันจะมีผัวใหม่น่ะสิ มันเกลียดแกก็เรื่องของมัน ที่สำคัญอย่าให้ลูกเกลียดแก เพราะฉะนั้นแกต้องฟ้องเอาลูกมา! จะต้องเสียเงินค่าทนายมากแค่ไหนฉันสู้! คิดให้ดีนะ แกทำใจได้เหรอที่ต้องเห็นผู้ชายคนอื่นมาเลี้ยงลูกแก แล้วเรียกว่าพ่อแทน!!”

พงศ์พิสุทธิ์นิ่ง เครียด สับสน...

ooooooo

อัศวินเอาซาลาเปามาให้มู่ลี่กับน้องปลื้มที่คอนโด บอกว่าม้าสั่งให้เอามา ถุงใหญ่ให้มู่ลี่ ถุงเล็กให้น้องปลื้ม น้องปลื้มดีใจจะเอาไปอวดเพื่อนว่าวันนี้มีปิ่นโตกับซาลาเปามาปิกนิก

“ม้าอยากขอบคุณเรื่องที่ทำให้ลุงคิดได้” มู่ลี่บอกว่าตนไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย

“การเปลี่ยนใจคนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ป้าทำได้ทุกอย่างจริงๆ เจ๋ง”

อัศวินถามว่าวันนี้พงศ์พิสุทธิ์ไม่มารับน้องปลื้มไปส่งโรงเรียนหรือ มู่ลี่จึงเล่าการตัดสินใจของตนให้ฟัง เขาถามว่าเอาจริงเหรอ เมื่อมู่ลี่ยืนยันก็บอกว่า ป้าคง
คิดดีแล้ว มองน้องปลื้มอย่างสงสาร บอกว่า

“ต่อไปนี้เวลาอยู่กับแม่อย่าลืมแปลงร่างพิทักษ์แม่ด้วย” น้องปลื้มบอกว่าสบาย “เจ๋ง พี่ไปล่ะ เจอกันป้า อย่าลืมกินซาลาเปาด้วยล่ะ”

อัศวินขี่จักรยานออกไป มู่ลี่มองซาลาเปาในมือ ยิ้มอย่างมีกำลังใจ มั่นใจว่าตัวเองต้องทำได้!

ไปถึงว้าว มู่ลี่เล่าให้ดอลลี่ฟัง ดอลลี่ให้กำลังใจว่า ดีมาก เป็นคุณแม่ต้องสตรอง แล้วถามถึงต้องตา มู่ลี่บอกว่าต้องตาเป็นโรคกลัวความรัก ยิ่งเจอเรื่องของตนก็ยิ่งกลัว แต่ตนจะไม่ยอมให้สิ่งที่พี่ยักษ์ลงทุนทำไปเสียเปล่าแน่

มู่ลี่เล่าเรื่องพี่ยักษ์แกล้งห่างจากต้องตา เพื่อให้เห็นคุณค่าของตน ดอลลี่ถามว่าพี่ยักษ์ประสาทดีหรือบกพร่องไปแล้วถึงคิดอย่างนี้ ดอลลี่ว่าพี่ยักษ์พลาดแล้วล่ะ ทั้งสองถอนใจเฮือกใหญ่หนักใจแทน

พอดีชิษณุกับสุจินต์เดินมาได้ยินเสียงถอนใจเลยชวนไปกินข้าวแก้เครียดกัน กินข้าวไปคุยไปชิษณุจึงรู้ว่าทั้งสองกลุ้มใจ เพราะต้องตาบอกเลิกพี่ยักษ์ ชิษณุบอกว่าปล่อยไปสักพัก เดี๋ยวก็ดีเอง

“ทำไมถึงคิดว่ามันจะดีคะ” มู่ลี่ถาม

“คุณบอกผมเองว่าต้องตารักยักษ์มาก และผมก็รู้ว่าน้องผมรักแฟนมันมากเหมือนกัน ให้ความรักได้ทำงานของมันเถอะ” มู่ลี่กังวล “อย่ากลัวสิ เดี๋ยวก็ดีเอง เชื่อผมเถอะ”

มู่ลี่เห็นชิษณุมั่นใจมาก บอกว่าเชื่อก็เชื่อ แล้วเดินคุยกันไป

มู่ลี่อยากเร่งงานให้เสร็จ อยู่ทำงานพลางโทร.บอกน้องปลื้มว่าแม่ทำงานก่อนถ้าง่วงก็นอนไปเลย

อัศวินเดินผ่านมาเห็นหกโมงเย็นแล้วมู่ลี่ยังนั่งพิมพ์งานอยู่ จึงไปซื้อข้าวมาให้กินเดี๋ยวจะปวดท้อง มู่ลี่ไม่อยากเสียเวลา อัศวินจึงป้อนให้ ป้อนไปแกล้งไป หัวเราะกันบ้าง เคืองกันบ้าง รัชนกแอบถ่ายรูปตอนที่อัศวินป้อนข้าวมู่ลี่ไว้อย่างสะใจ

พอทำงานเสร็จ มู่ลี่กลับไปโดยวางสคริปต์หลายชุดไว้บนโต๊ะ รัชนกเดินมาหยิบอ่านแล้ววางไว้ที่เดิมยิ้มเจ้าเล่ห์เดินออกไป

จากนั้นไม่นาน ชิษณุที่ฟังเพลงอย่างผ่อนคลายอยู่ในห้องนอน โทรศัพท์เตือนมีไลน์ เข้าเขาหยิบดูเป็นไลน์จากตรีดาวส่งรูปอัศวินป้อนข้าวมู่ลี่ที่กำลังพิมพ์งานในออฟฟิศให้ดู เขียนมาว่า

“ต้องจีบแข่งกับเด็ก...หืดขึ้นคอหน่อยนะคะพี่ณุ”

ชิษณุอึ้ง ถอนใจยาว...

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะจอห์นกับอริศราอยู่ในห้องแต่งตัวในสตูดิโอ รัชนกเข้ามายื่นสคริปต์ให้ทั้งสองบอกว่ามู่ลี่เปลี่ยนสคริปต์ใหม่ ให้ตนเอามาให้

อริศราไม่พอใจถามว่ามาเปลี่ยนอะไรตอนนี้ อัศวินบรีฟให้แล้วด้วย

“แหม...เอาแน่เอานอนอะไรกับผู้หญิงคนนั้น กำลังขึ้นหม้อ เป็นคนโปรดท่านประธาน นึกจะทำอะไรก็ทำได้ไง ทำงานกับคนแบบนี้ประสาทเสีย ทำไมคนชั่วต้องได้ดีก็ไม่รู้ น่าจะพังๆไปซะ”

รัชนกใส่ไฟมู่ลี่ เห็นอริศราโกรธก็ยิ่งยุ

“ถ้าคุณทำไม่ได้ จะยิ่งเข้าทางมันนะ เพราะฉันได้ยินมันพูดในที่ประชุมว่าอยากเปลี่ยนตัวพิธีกรหญิง เหมือนจะอยากเป็นซะเอง เพราะครั้งที่แล้วทำเองยอดขายยังดีกว่าตั้งเยอะ”

อริศราของขึ้นเสียงดังว่า “เรื่องอะไร!!”

“นั่นสินะ เรื่องอะไร เอางี้...ฉันจะไปบอกมันว่าคุณไม่ยอม” พออริศราอึ้ง รัชนกกระซิบว่า ฉันมีเรื่อง จะตกลงกับคุณสองคน พออริศราอึ้งก็พูดเสียงดังให้จอห์นได้ยินว่า “หรือไม่ก็ไปบอกมันกับฉัน”

จอห์นจะไปด้วย อริศราตัดบทกันท่าว่า “อยู่นี่แหละ ฉันไปเอง”

อริศราเดินไปกับรัชนกจนถึงมุมลับตา รัชนกจ้องหน้าบอกว่า

“ถ้าคุณช่วยฉัน ทำอย่างที่บอก ฉันจะเซ็นสัญญาให้คุณเป็นพิธีกรยาวๆไปเลย” อริศรากลัวจะเดือดร้อน “ไม่ต้องห่วง ฉันและบอร์ดที่อยากจะเอามันออกจะเป็นแบ็กอัพให้คุณเอง คุณทำในสิ่งที่ถูกต้องอยู่นะ”

รัชนกจ้องหน้าอริศราอ่านใจตลอดเวลา เห็นยังลังเลก็ยุต่อ

“คุณช่วยให้บริษัทฉันอยู่รอด นังมู่ลี่มันคิดใหญ่ กะจะฮุบว้าวไว้เอง ไม่ใช่แค่จอห์นนี่ที่มันอ่อย แต่ท่านประธานก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย คุณรู้จักฉันมานาน...ฉันรักงานของฉันมากแค่ไหนคุณก็รู้ดี อย่าให้มันมาทำลายงานของเรา”

เห็นอริศราท่าทีอ่อนลง รัชนกมองลุ้น...

ooooooo

ที่มุมหนึ่งหน้าเชตในสตูดิโอ จอห์นกับอริศราเตรียมตัวถ่ายรายการ อัศวินถามว่าพร้อมไหม ทั้งสองตอบว่าโอเค ไม่มีปัญหา ทำได้สบายมาก

อัศวินเตรียมเซตพร้อมจะถ่ายทำ มูลี่นั่งอยู่กับดอลลี่ และคิกขุ รัชนกยืนอยู่กับสายฝนที่มุมหนึ่ง ชิษณุกับสุจินต์เพิ่งเข้ามายืนอยู่ข้างหลังอัศวินกับมู่ลี่ ครู่หนึ่งตรีดาวกับแพตตี้เข้ามา เธอทักชิษณุว่าวันนี้มาดูด้วยหรือ

อัศวินให้ทีมงานเตรียมตัว เมื่อพร้อมก็เรียกพิธีกรเข้าฉากเตรียมถ่าย นับถอยหลัง ห้า สี่ สาม สอง

“สวัสดีค่ะ” อริศราเริ่มรายการถามจอห์นว่าวันนี้มีสินค้าอะไรมานำเสนอ

“วันนี้ มีสินค้าที่เหมาะสมกับลูกค้าที่ชมรายการของเรา นั่นคือเครื่องจับเท็จครับ! อริศราคร้าบ...”

“ว้าว...น่าสนใจมากค่ะ สินค้าเหมาะกับทุกคน เพราะทุกคนชอบโกหก ดิฉันเชื่อว่าไม่ค่อยมีใครพูดความจริงหรอก โดยเฉพาะที่นั่งอยู่หน้าจอทีวีเนี่ย”

ทุกคนในสตูดิโอแปลกใจกับสคริปต์ที่เป็นลบกับองค์กร ชิษณุมองมู่ลี่อย่างแปลกใจ แต่ตรีดาวกับรัชนกยิ้มสะใจ

มู่ลี่พลิกดูสคริปต์ของตนทันที ในสคริปต์เขียนว่า... “สินค้าชนิดนี้ เอาไว้เล่นสนุกในวงปาร์ตี้...กับคำถามง่ายๆที่ไม่อันตรายต่อความเชื่อใจ”

แต่ไม่ทันที่มู่ลี่จะพูดอะไร รัชนกก็โวยขึ้นว่า

“เขียนสคริปต์แบบนี้ได้ยังไง เป็นลบกับองค์กร ใครปล่อยผ่าน!”

มูลี่กับอัศวินมองหน้ากันตกใจ เป็นแบบนี้ไปได้ยังไง ในขณะที่จอห์นกับอริศรายังเล่นตามสคริปต์ต่อไป เป็นสคริปต์ที่เขียนด่าคนมีกิ๊ก และกิ๊กก็อยู่แถวนี้ ตอนหนึ่งอริศราถามอย่างหึงจอห์นจนหน้ามืดว่า

“ตอบฉันมา ว่ากิ๊กของคุณคือใคร ใช่ยัยมู่ลี่หรือเปล่า” พลางชี้ไปที่มู่ลี่และใช้ไฟช็อตจนจอห์นร้องลั่น ทุกคนมองเป็นตาเดียว มู่ลี่อึ้ง ชิษณุช็อก แล้วอริศราก็สรุปว่า

“เครื่องนี้มันจะช็อตได้ยังไง ถ้าไม่ได้โกหก คุณผู้ชมคะ การโกหกและไม่ซื่อสัตย์เป็นต้นเหตุของครอบครัวแตกแยก ชีวิตล่มสลาย พังย่อยยับไม่มีชิ้นดี อย่างนี้แหละค่ะ” แล้วอริศราก็อาละวาดทำลายข้าวของในเซตท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนและความสะใจของใจตรีดาว รัชนกและแพตตี้

“คัต!!!” อัศวินสั่ง เข้าไปถามอริศราว่า “เป็นบ้าอะไรของคุณวะ!!”

“ก็เครื่องมันบอกว่าไอ้จอห์นโกหก!! นังมู่ลี่กำลังกิ๊กกับมัน”

มู่ลี่ถามว่าเอาอะไรมาพูด บ้าหรือเปล่า ชิษณุเข้าแก้สถานการณ์สั่งให้ทุกคนหยุด น่าจะมีเรื่องเข้าใจผิดกัน อริศราเถียงว่าไม่ผิด ตนไม่อยากทำงานกับมูลี่ อ่อยไม่เลือก นังแม่หม้ายไวไฟ!

“มันจะมากไปแล้วนะ! อย่ามาตัดสินคนอื่นด้วยความคิดต่ำๆแบบนี้ ไม่งั้นฉันจะไม่ทนละนะ!”

อริศราลอยหน้าถามว่าจะทำไม เลยถูกมูลี่ตบเปรี้ยงจนกระเด็น อัศวินจะห้ามมู่ลี่ แต่ชิษณุไวกว่าคว้าข้อมือมู่ลี่ลากออกไปเลย

“จะไปไหน!! กลับมาเลย วันนี้ตายเป็นตาย!!” อริศราท้าเหยงๆ

“หยุด!! เธอกับฉันเรามีเรื่องต้องคุยกัน!!” ดอลลี่ตรงเข้าหาอริศราอย่างดุดัน อริศราหันมองรัชนกหวังให้ช่วย แต่รัชนกทำไม่รู้ไม่ชี้เดินออกไปเลย ตรีดาวกับแพตตี้ตามรัชนกออกไปด้วย

อริศราเหวอ ซีด เมื่อถูกทิ้งให้ตายเดี่ยว!

ooooooo

ชิษณุลากมู่ลี่ออกมา แต่เธอยังพยายามจะกลับเข้าไป ระเบิดอารมณ์อย่างสุดทน

“โอ๊ย!!! ฉันทำอะไรผิด!!! ฉันไม่เข้าใจ!!!”

ชิษณุพยายามจะโอบไหล่ปลอบให้สงบแต่มู่ลี่พลุ่งพล่านเกินกว่าจะสงบได้ ผลักเขาออกไป แม้ชิษณุจะน้อยใจแต่ก็ยืนมองอยู่เงียบๆไม่รู้จะทำอย่างไรเลยเดินออกไป ครู่หนึ่งก็เอาน้ำเย็นมาให้มู่ลี่ดื่ม เธอรับและขอบคุณเขา

“อารมณ์ร้อน ดื่มน้ำเย็น จะได้ช่วย” มู่ลี่ถามว่าช่วยได้หรือ “เวลาอากาศร้อนๆ เราก็ต้องหาอะไรเย็นๆ มาดื่มให้สดชื่นไง อารมณ์ร้อนก็เหมือนกัน ก็ต้องหาอะไรมาดับให้เย็นลง”

ชิษณุเล่าเรื่องอารมณ์ร้อนของตนให้ฟัง ตนแก้ด้วยการกิน กินทุกอย่างที่ขวางหน้า การกินทำให้อารมณ์เย็นลงแต่ผลคืออ้วน เล่าจนมู่ลี่ฟังเพลินลืมความขุ่นมัวไปชั่วขณะ ชิษณุจึงชวนกลับเข้าข้างใน

ตรีดาวตามมาปรามว่าตนไม่มีเวลาให้เธอมาเรียกร้องความเห็นใจจากผู้บริหารอีกแล้ว ทุกคนรอให้เธอไปแก้ปัญหาอยู่ สั่งแล้วสะบัดเข้าไปเลย มู่ลี่อึดอัด ชิษณุถามว่า “ไม่มีอะไรต้องกลัวไม่ใช่เหรอ”

“ค่ะ ไม่มีอะไรต้องกลัว” มู่ลี่รวบรวมสติ สูดลมหายใจลึกๆ เชิดหน้าคอแข็งเดินเข้าไป

ooooooo

ในสตูดิโอ...ตรีดาว ดอลลี่ และแพตตี้ นั่งมองมู่ลี่กับอริศราคู่กรณีอยู่ โดยมีชิษณุกับสุจินต์นั่งอยู่ตรงกลาง

อริศราฟ้องว่ามู่ลี่อ่อยจอห์น มู่ลี่บอกว่าตนไม่เคยทำอย่างที่อริศรากล่าวหา จอห์นก็ยืนยันว่าคุยกันแทบนับครั้งได้จะให้ไปสาบานที่ไหนก็ได้ มู่ลี่ถามว่าอริศราไปฟังใครมา

“หลายคน” อริศราสะบัดเสียง พอมู่ลี่ถามว่าใครก็ไม่ยอมบอกอ้างว่าไม่อยากให้เขาเดือดร้อน

“เดือดร้อนแน่! เพราะมีแต่เรื่องโกหก ทำให้ฉันเดือดร้อนอยู่เนี่ย!”

“สรุปทำหรือไม่ทำ” อริศรารีบเปลี่ยนท่าทีเมื่อเห็นท่าไม่ดี มู่ลี่บอกว่าไม่เคยทำ “งั้นก็ขอโทษ” อริศราตัดบทง่ายๆจนทุกคนอึ้ง แล้วอริศราก็เปิดประตูผลัวะออกมาลากจอห์นผ่านทุกคนที่รอฟังผลอยู่ไป

มู่ลี่เดินออกมาเซ็งๆ อัศวินถามว่าเป็นยังไงบ้าง มู่ลี่บอกว่าไม่รู้ เขาขอคุยกันก่อน

ในสตูดิโอ ชิษณุ ตรีดาว สุจินต์ ดอลลี่และแพตตี้ยังคุยกันอยู่ สุจินต์บ่นว่า

“ไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ เอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับเรื่องงาน ทั้งคู่เคยโดนคาดโทษเอาไว้แล้วครั้งหนึ่ง รอบนี้รอบที่สองแล้ว”

ชิษณุพยักหน้าบอกให้ออกไปเลย ตรีดาวสนับสนุนทันทีสั่งให้ดอลลี่ไปจัดการแล้วเดินออกไปเลย ทั้งชิษณุ สุจินต์และดอลลี่ต่างมองกันอึ้ง ดอลลี่พูดกับสุจินต์ว่า “เออ...ง่ายดี” ส่วนชิษณุมองตามตรีดาวไปอย่างเคลือบแคลง

ดอลลี่ตามมาถามชิษณุว่า เรื่องอริศราสร้างเรื่องแล้วตรีดาวก็รับลูกทันที ไม่น่าสงสัยอะไรบ้างหรือ ชิษณุกับสุจินต์มองหน้ากัน ดอลลี่ตัดบทว่า

“โอเค เพื่อนฉันรอดตัว เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ที่โดนเต็มๆอย่างเลี่ยงไม่ได้คือ ถูกเม้าท์แน่นอน ไม่รอด!”

เมื่อเข้ามาในห้องทำงานดอลลี่ยังบ่นต่ออีกว่า

“แล้วยัยอริศราก็กลายเป็นไบโพลาร์ เพิ่งจะวีนสตูระเบิด จู่ๆก็รู้สึกผิด รีบขอโทษซะงั้น ดิฉันรู้เต็มๆ ว่าเรื่องนี้เป็นทฤษฎีสมคบคิดกันระหว่างคุณตรีดาวกับยัยอริศราเพื่อสร้างความกดดันมุลิลาให้เครียด กดดันจนไม่แฮปปี้และลาออกไป”

ชิษณุนิ่งเงียบเพราะรู้อยู่แล้ว ดอลลี่ยังบ่นต่ออีกว่า

“เพื่อนฉันอาจะถึกควายทุย แต่ความอดทนของคนมันมีขีดจำกัดนะคะ ฉันอาจจะยื้อคนเก่งอย่างมู่ลี่ไว้ไม่ได้ ถ้ามันหมดใจ”

ดอลลี่บ่นจนปากเปียกปากแฉะ แต่ชิษณุก็ยังคงฟังนิ่งๆเงียบๆ ดอลลี่ทนไม่ไหวโพล่งไปว่า

“ท่านประธานต้องทำอะไรสักอย่างนะคะ ดิฉันกลัวว่าว้าวที่ดิฉันปลุกปั้นมากับมือต้องเจ๊งเพราะยัยเด็กเมื่อวานซืน! อุ๊ย...ขอโทษค่ะ”

ชิษณุฟังแล้วถอนใจ เครียด

ooooooo

เมื่อตรีดาวว่าจะไล่อริศราออก รัชนกก็กลัวว่าพวกตนจะถูกแฉเพราะเรารับปากไว้แล้วว่าจะไม่ถูกไล่ออก ตรีดาวยื่นนามบัตรให้บอกให้อริศราไปทำที่ช่องนี้ตนฝากงานไว้แล้ว ให้โทร.ไปได้เลย

รัชนกถามว่าทำไมไม่ทำตามที่พูดไว้ ตรีดาวบอกว่าขืนตนเข้าข้างคนไม่มีความรับผิดชอบอย่างนั้น ชิษณุอาจไล่ตนออกแทนยัยนั่นก็ได้

“ก็ไม่น่าจะให้ฉันไปบอกอริศราว่าคุณช่วยได้ตั้งแต่แรก” รัชนกบ่น

“นี่!! ฉันไม่เคยพูดว่าฉันจะช่วย เธอเสนอหน้าไปพูดเองก่อนนะ”

รัชนกร้องอ้าว หน้าเหวอ แพตตี้สอพลอเป็นพยานให้ตรีดาวว่าไม่เคยพูด รัชนกตีความผิดไปเอง บอกว่าตนมีบันทึกเสียงยืนยันคำพูดของตรีดาวได้

รัชนกแค้นที่ตรีดาวรู้อยู่แล้วว่าแผนที่ให้อริศราอาละวาดพังรายการนั้นยังไงก็ต้องถูกไล่ออกอยู่แล้ว

รู้ทั้งรู้แล้วนี่ยังมาแถเอาตัวรอดอีก แต่แล้วก็ต้องรีบขอโทษเมื่อตรีดาวแหวใส่ว่า

“ฉันเอาเธอออกได้อีกคนนะถ้าไม่ระวังปาก ฉันเป็นใคร เธอเป็นใคร! ไปบอกอริศราด้วยนะ ถ้าไม่พอใจก็ไม่เป็นไร งานที่ฝากให้ก็จะได้ยกเลิก แล้วก็ถ้าพยายามจะทำอะไรเพื่อทำร้ายฉัน...ระวังจะไม่มีที่ยืนในวงการ!”

รัชนกผลุนผลันออกไปอย่างไม่พอใจมาก ตรีดาวมองตามแล้วถอนใจโล่งอก แพตตี้แถเข้าไปสอพลอทันทีว่า “คุณตรีดาวเฉียบขาดจริงๆค่ะ”

“หึ...ฝึกไว้บ้าง เป็นเลขาฉันไม่ใช่เอาแต่ซื่อบื้อ”

แพตตี้ยิ้มจ๋อย แต่ในใจแค้นที่สอพลอแล้วกลับถูกด่า

ooooooo

คืนนี้ขณะอัศวินแคสพิธีกรอยู่นั้น น้องปลื้มโทร.มาคุยกับแม่ น้องปลื้มไอ มู่ลี่จึงบอกแม่ว่าถ้าน้องปลื้มไอมากให้พ่นยาเลย และให้คอยดูที่หน้าอกถ้าบุ๋มลงไปให้โทร.บอกทันที

อัศวินแคสแล้วไม่มีใครผ่านเลย ที่จะมาอีกก็ต้องสี่ห้าทุ่มเพราะทุกคนติดงานกันหมด ขณะนั้นเอง รัชนกเข้ามาทำเป็นตกใจถามว่า

“อุ๊ยตาย ยังไม่กลับกันอีกเหรอ เอาใจช่วยนะ สู้ๆ ขอให้ได้คนเร็วๆ ทีหลังก็หัดทำตัวนิ่งๆเงียบๆไว้หน่อยสิมู่ลี่ บริหารเสน่ห์จนได้เรื่อง วันๆงานการแทบไม่ได้ทำ ต้องมาคอยแก้ตัวเรื่องคาวฉาวโฉ่ เห็นใจคนเสียเงินจ้างบ้าง”

“ถ้าเธอยังไม่หุบปาก!” มู่ลี่ตวาด

“ทำไมเหรอ จะตบเหมือนตบอริศราน่ะเหรอ! นี่ฉันมาทำงานหรือมาเล่นละครน้ำเน่ากับหล่อนกันแน่เนี่ย วุ้ย...งง!!”

รัชนกพูดไม่ทันขาดคำก็มีมือลึกลับกระชากผมหน้าหงายออกจากห้อง

ฝีมือดอลลี่นั่นเอง...กระชากออกมาแล้วดอลลี่ปรามว่า

“คนเขาจะทำงานกัน ไปแกว่งปากหาเสี้ยนอยู่ทำไม เกะกะ!”

รัชนกหาว่าดอลลี่ปกป้องมู่ลี่ ถามว่าดูให้ดีว่าเพื่อนดีพอที่จะให้ปกป้องหรือเปล่า รัชนกทำปากกล้าจนดอลลี่ปรามว่า พูดแบบนี้มันน่าไล่ออกจริงๆ รัชนกหัวหมอท้าว่า

“ถ้าจะไล่หนูออกก็เตรียมตัวจ่ายหนักๆได้เลย เพราะหนูไม่ได้ทำอะไรผิด ถ้าจะไล่ออกด้วยเหตุผลที่ไม่เป็นธรรม เรื่องนี้ต้องถึงกรมแรงงาน!” พูดแล้วสะบัดออกไปเลย

ดอลลี่เจ็บใจรัชนก บอกคิกขุกับลูกพีชว่า “ฉันกำลังจะอกแตกตาย!! ฉันเครียด!!!”

“พี่ตาย...พี่แพ้” ลูกพีชบอก ดอลลี่ฮึดขึ้นมาทันที เป็นตายยังไงก็แพ้ไม่ได้!! แพ้ไม่ได้!!!

ooooooo

อัศวินเดินตามมู่ลี่ออกจากสตูดิโอ มู่ลี่เหนื่อยล้าจนแทบจะหมดแรง อัศวินชวนไปกินข้าวก่อน มู่ลี่กลัวว่าเดี๋ยวเขาจะถูกเม้าท์อีกรอบ อัศวินบอกว่าไร้สาระ มู่ลี่แย้งว่าแต่มันบั่นทอนเราได้มากมายเลยนะ

“ปากคนเราห้ามไม่ได้หรอก ถ้าเรายังอยู่ร่วมกับคน ยังไงก็ต้องเจอ ต้องโดน อยู่เฉยๆไม่ได้ทำอะไรยังเจอ... คนเราชอบที่จะพูดถึงความผิดพลาดของคนอื่น สนุกที่จะได้ขยี้ เรื่องดีๆพูดถึงแล้วไม่สนุกไง ป้าก็เฉยๆซะ ดีที่สุด ไม่ต้องยุ่งกับใคร”

มู่ลี่บอกว่าถ้าเลือกได้ตนจะขออยู่ในที่ที่ไม่ต้องยุ่งกับใคร ไม่ได้หนี แค่รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องทน

คืนนี้ขณะมู่ลี่ยังทำงานอยู่ที่ออฟฟิศ ก็ได้รับโทรศัพท์จากบุปผาว่าน้องปลื้มหอบ กำลังพาไปโรงพยาบาล ถ้าไปถึงโรงพยาบาลแล้วจะโทร.มาบอก มู่ลี่ไม่สบายใจเป็นห่วงน้องปลื้มจนอัศวินถามว่ามีอะไรหรือเปล่า มู่ลี่บอกว่าน้องปลื้มไม่สบาย แม่กำลังพาไปโรงพยาบาล ถามอย่างสับสนว้าวุ่นใจว่า

“ฉันควรจะอยู่ข้างๆลูกตอนนี้ไม่ใช่หรือตี๋ ไม่ใช่มานั่งเช็ดขี้เข็ดเยี่ยวให้คนอื่น แต่...มันก็เป็นความรับผิดชอบของฉัน” มู่ลี่ทรุดนั่งอย่างหมดแรง

“ป้า...ป้าเลือกได้นะ อะไรสำคัญกับป้ามากที่สุด เลือกอันนั้น” อัศวินบอก มู่ลี่อึ้ง คิด...

ooooooo