advertisement

ฉันรักเธอนะ ตอนที่ 1

บทประพันธ์ของ นิพล ประสิทธิ์สมบัติ จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 7 โดย พิง ลำพระเพลิง
24 เม.ย. 2555 05:00

ที่ห้องประชุมของบริษัทออร์แกไนซ์ ที่มี เป็นไทเป็นกรรมการผู้จัดการ กำลังมีประชุมการจัดคอนเสิร์ตนักร้องดังของญี่ปุ่น “ไอ ยูกิ” ที่กำลังเป็นที่คลั่งไคล้ของวัยรุ่นในเอเชีย

จอทีวีในห้องประชุม มีภาพ ไอ ยูกิ เต็มจอ เป็นไทถือรีโมตกดภาพแช่ไว้ ขณะเอ่ยแก่ผู้ร่วมประชุมว่า

“ไอ ยูกิ ซุปเปอร์สตาร์ชื่อดังของญี่ปุ่นในตอนนี้ ผมเชื่อว่าทุกคนในที่นี้คงเคยได้ยินชื่อเสียงของเธอมาบ้าง และก็น่าจะพอรู้ว่าแฟนคลับในประเทศไทยของเธอมีมากขนาดไหน ตอนนี้เธอตอบตกลงจะมาเล่นคอนเสิร์ตที่บ้านเรา โดยมีบริษัทเราเป็นคนดูแลจัดการงานทั้งหมด”

เป็นไทยิ้มอย่างภูมิใจมากกับข่าวดีนี้ ทุกคนในห้องประชุมฮือฮากันอย่างตื่นเต้นดีใจ โดยเฉพาะองอาจ โปรดิวเซอร์กึ่งเลขาส่วนตัวเป็นผู้ช่วยของเป็นไท ที่เพิ่ง

เดินเข้ามาทำเป็นดีใจกลบเกลื่อนการมาสายของตน พูดให้ดูเนียนยิ่งขึ้นว่า

“นี่เราจะได้จัดงานใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอครับเนี่ย ตั้งแต่เกิดมาในชีวิตโปรดิวเซอร์ไม่เค้ย...ไม่เคยได้จัดงานระดับประเทศแบบนี้มาก่อน แฮปปี้มากๆ”

“สายตลอด นี่รู้ไหม หน้าตาศิลปินเป็นยังไง” เป็นไทขัดคออย่างรู้ทัน องอาจคุยโวว่าถึงตนจะมาสายก็ทำการบ้านตลอด “ให้มันจริงเหอะ งานนี้เราจะพลาดไม่ได้เลยล่ะ”

แล้วเป็นไทก็พูดจริงจังกับที่ประชุมว่า “เอาล่ะ ที่ฉันเรียกประชุมพวกเราวันนี้ ก็แค่จะแจ้งข่าวนี้กับทุกคนเท่านั้นแหละเป็นการบอกให้รู้ว่า ตั้งแต่นี้ไปงานเราจะหนักขึ้น แต่ถ้ามันสำเร็จด้วยดีละก็...โบนัสงามๆก็จะเป็นของเราทุกคน”

มีเสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง จากนั้น เป็นไทบอกทุกคนให้แยกย้ายกันไปทำงานเสีย ถามองอาจว่างานศิลปวัฒนธรรมที่จะจัดเย็นนี้เตรียมพร้อมหมดแล้วใช่ไหม องอาจรับรองว่าเรียบร้อยดีไม่น่ามีปัญหา เป็นไทพยักหน้าอย่างพอใจ

ooooooo

ที่อีกมุมหนึ่งของกรุงเทพฯ นับดาว สาวน้อยผู้มีหูขวาหนวกสนิท ผมเป็นกระเซิงใส่แว่นกรอบใหญ่เกือบเท่าใบหน้า ยืนอยู่กับคุณย่าคือ รจนา อดีตนักร้องเพลงลูกกรุงวงสุนทรีภรณ์ ที่แต่งชุดราตรีแต่งหน้าทำผมครบเครื่องจนใครๆที่ผ่านไปมาพากันมองด้วยสายตาแปลกๆ นับดาวยังถือถุงผ้าขนาดใหญ่ใส่ชุดของย่ามาด้วย

ทั้งย่าหลานต่างร้อนใจที่โบกแท็กซี่ไม่ได้สักที จนรจนาเริ่มกระวนกระวายเพราะจวนได้เวลาเปิดงานแล้ว รจนาที่ยืนอยู่ข้างขวาของนับดาวถามว่าจะทันไหมเนีี่ย นับดาวก็ฟังเป็นว่าย่าจะกินเบียร์ รจนาบ่นอย่างระอาว่าตนไม่ไหวแล้วนะไอ้หลานคนนี้ นับดาวก็หันขวับถามว่าใครกัน? โทนี่?

รจนาเลยต้องเดินอ้อมมาพูดที่ข้างซ้ายของนับดาวซึ่งได้ยินเป็นปกติเร่งให้รีบไปจากตรงนี้เร็วๆ ก่อนที่ย่าจะฆ่าใครตายสักคน คราวนี้นับดาวตอบถูกเรื่อง บอกว่าตนก็ร้อนใจอยากไปจากตรงนี้แทบแย่แล้ว

นับดาวตัดสินใจเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างมาสองคันให้ไปส่ง คุณย่ารจนาเกิดงอแงไม่ยอมไปอีก อ้างว่าย่าไม่เคยซ้อนมอเตอร์ไซค์คนไม่รู้จักกัน

นับดาวปวดหัวมาก เลยรบกวนพี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างขอใส่เสื้อวินขี่พาย่าไปเอง ย่ารจนาในชุดราตรีครบเครื่องจึงขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์ วิญญาณสก๊อยเข้าสิงทันที บอกนับดาวว่า “ย่าเคยเป็นสก๊อยรุ่นเสียกรุงมาแล้ว บิดไปเล้ยยยย”

ooooooo

เป็นไท ยังติดตามตรวจสอบการเตรียมงานศิลปวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิด ตกเย็น เขาถามองอาจว่าทุกอย่างเรียบร้อยใช่ไหม นัดคนที่จะขึ้นโชว์ครบแล้วนะ

“ก็นัดทุกคนห้าโมง เลตสุดหกโมงครึ่ง” องอาจตอบอย่างมั่นใจ เป็นไทถามว่าทำไมต้องมีเลตสุดท้าย นัดไปเลยห้าโมงเลยไม่ได้หรือ องอาจยิ้มแหยๆบอกว่า “ก็...นิสัยคนไทย”

ค่ำแล้ว ที่หลังเวทีผู้คนมากมายจากศิลปะหลายแขนงกำลังง่วนกับการแต่งหน้าแต่งตัว มีทั้งโขน ลิเก เชิดหุ่นละครโรงเล็ก เสียงดนตรีไทยก็ซ้อมกันดังไปทั่วงาน องอาจถือวอและสคริปต์เช็กความเรียบร้อยทีละส่วน

ปรากฏว่าเช็กถึงโหมดเพลงที่ต้องขึ้นเปิดงาน ทุกส่วนเรียบร้อย แต่พอถามว่าคุณรจนาตัวแทนเพลงลูกกรุงมาหรือยัง ปรากฏว่ายังไม่มีใครเห็น

“เฮ้ย...ตอบยังไม่เห็นเลยไม่ได้ เช็กสิ เขาอยู่ไหน ยังไงเนี่ยบนเวทีจะรันอยู่แล้ว มัวทำอะไรกันอยู่” องอาจเครียด

“ตอนนี้คุณรจนาใกล้ถึงแล้วค่ะ กำลังรีบมาอยู่” ประสานงานคนหนึ่งวิ่งมาบอก

“โอ๊ย...อะไรเนี่ย อีก 2 นาทีงานจะเริ่มแล้ว ยังมาไม่ถึง แล้วขึ้นคนที่ 2 ด้วยเนี่ยนะ ยังไงๆ ใครเป็นคนตามศิลปินเนี่ย” องอาจร้อนใจ หงุดหงิด เพราะยังไม่ทันเริ่มงานก็ส่อเค้ามีปัญหาจุกจิกแล้ว

ooooooo

นับดาวพาคุณย่ารจนามาถึงหน้าหอประชุมแล้ว เธอถอดหมวกกันน็อกคืนให้พี่วินมอเตอร์ไซค์แต่ลืมถอดเสื้อกั๊กวินห้วยขวางคืนให้ นับดาวหน้าดำเพราะเขม่าควัน ย่าถามว่าจะล้างหน้าหน่อยไหม นับ-ดาวบ่นว่าขับตามรถสิบล้อก็อย่างนี้แหละพลางวิ่งตามย่าที่ใส่ชุดราตรียาวไป ทั้งที่ตัวเองยังใส่เสื้อวิน

มอเตอร์ไซค์อยู่

นับดาวหิ้วถุงใหญ่วิ่งตามย่าอย่างทุลักทุเลบ่นว่า “แค่เขาบอกจะถ่ายออกทีวีนิดๆหน่อยๆก็แต่งเต็มซะขนาดนี้ แล้วนี่ดูซิร้องเพลงเดียว เอาชุดมาทำไมเยอะขนาดนี้ ก็อต จักรพรรณ ทัวร์คอนเสิร์ตทั้งปีชุดยังไม่เยอะเท่านี้เลย”

พอดีประสานงานวิ่งเข้ามาถามว่า คุณรจนานะคะ แล้วก็อึกอักเมื่อเห็นนับดาวหน้าดำมอมแมม พอรจนาตอบรับว่าใช่ประสานงานเร่งให้ไปในงานเลย พูดอย่างร้อนใจ เพราะ “คิวต่อไปเป็นคุณแล้วค่ะ”

ทั้งหมดรีบเดินตามกันเข้าไปในงาน เป็นไทเดินหน้า ไม่พอใจสวนออกมาชนเข้ากับนับดาวอย่างจัง เขม่าที่หน้านับดาวเลอะเสื้อเขา นับดาวรีบขอโทษ แต่ไม่ทันพูดจบก็ถูกเอ็ดว่า “ระวังหน่อยสิคุณ!” แล้วเร่งให้รจนาไปเตรียมตัวด้านในเลย

รจนาถูกประสานงานลากเข้าข้างในไปแล้ว นับดาวยังยืนหน้ามอมแมมอยู่ เป็นไทมองอย่างไม่พอใจถามว่าวิ่งอยู่วินไหน นับดาวฉุนขาด สวนไปทันทีว่า

“นี่...การที่ฉันวิ่งเฉี่ยวคุณนิดๆหน่อยๆไม่ได้หมายความว่าคุณจะมาดูถูกว่าฉันเป็นพวกมอเตอร์ไซค์รับจ้างได้นะ”

เป็นไทบอกว่าตนไม่ได้ดูถูก แต่อยากรู้ว่า “ยายป้า” นั่นนั่งมอเตอร์ไซค์มาจากไหนเท่านั้น นับดาวยิ่งฉุนที่มาเรียกย่าตนว่า “ยายป้า”...นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างมา ถามว่าไม่คิดว่าพวกเราจะนั่งรถเก๋งมาบ้างรึไง พลางขยับเสื้อกระพืออย่างหงุดหงิด

พลันนับดาวก็ชะงักเมื่อมองไปในกระจกแถวนั้นสะท้อนภาพตัวเองใส่เสื้อวินมอเตอร์ไซค์อยู่ เลยทำเฉไฉบ่นว่า “คนเขาหน้าเขม่าเกาะเป็นรอยหมวกกันน็อก...แล้วสวมเสื้อกั๊กสีส้ม อาจไม่ใช่มอเตอร์ไซค์รับจ้างเสมอไปก็ได้”

เป็นไทชี้ให้ดูว่า มันปักว่า ห้วยขวาง มีเบอร์ด้านหลังด้วย นับดาวก็ยังตะแบงเถียงว่าเป็นนักบอลทีมห้วยขวางไม่ได้รึไง เป็นไทดูนาฬิกาข้อมือแล้วขอตัวอย่างไม่อยากตอแยด้วย พอเป็นไทไปแล้ว นับดาวดูสารรูปตัวเองบ่นเซ็งๆ

“สภาพนี้ ขับมอเตอร์ไซค์มาจากศรีษะเกษแหงๆ...เฮ้อ...”

เมื่อรจนาจะขึ้นร้องเพลง นับดาวปลุกใจย่าว่า “สู้ตายนะคะย่า” แล้วตัวเองก็เดินไปล้างหน้าในห้องน้ำ พอล้างคราบเขม่าออกก็ชมเองว่า สวยขนาดนี้ เจออีกทีดูซิว่าใครจะหาว่าเป็นเด็กแว้นอีกไหม ถอดเสื้อวินแล้วเดินออกจากห้องน้ำ แต่ยังใส่แว่นกรอบใหญ่หนาเตอะอยู่

ooooooo

รจนาขึ้นเวทีร้องเพลงแบบนักร้องมืออาชีพ จนแม้แต่เป็นไทฟังแล้วก็ยังเคลิ้มไปกับน้ำเสียงและลีลาที่มีเสน่ห์

ส่วนนับดาวเดินหน้าเปียกน้ำมาเจอองอาจ แต่พูดกันไม่รู้เรื่องเพราะองอาจพูดเรื่องหนึ่งนับดาวตอบไปอีกเรื่องหนึ่ง จนองอาจเอือมระอาเดินหนีไป นับดาวมองตามพึมพำอย่างหมายมาดว่า

“เออ...ทำเป็นไม่สนใจไปเถอะ ถ้าวันไหนฉันเป็นนักร้องดังขึ้นมานะ ฉันจะไม่เห็นหัวเลยคอยดู”

นับดาวได้ยินองอาจถามประสานงานถึงแป้งที่จะเอามาให้ตลกทำผมขาว ประสานงานบอกว่ามีแต่แป้งมัน องอาจสั่งให้รีบเอามา นับดาวหมั่นไส้การวางมาดขององอาจมาก นึกได้ว่าหน้ายังเปียกอยู่เลยมองหาทิชชู ชนเข้ากับประสานงานที่ถือแป้งมันมาอย่างจัง แป้งหกใส่นับดาวหน้าขาววอก

เป็นไทเดินสวนมาจำนับดาวไม่ได้ เขาเข้าไปบอกองอาจว่ามีคนบ้ามาเดินเพ่นพ่านเดี๋ยวก็วุ่นกันหมดหรอก นับดาวแอบฟังรู้ว่าเป็นไทหมายถึงตน ก็โมโห แอบฟังต่อไปยังรู้ว่า แม้เป็นไทจะชอบการร้องเพลงของรจนาแต่เห็นว่าเป็นงานที่ได้เงินน้อยไม่เหมือนจัดงานสำหรับพวกวัยรุ่น ที่งานดัง เงินเร็ว เปิดขายบัตรไม่กี่นาทีก็ขายหมดเกลี้ยงแล้ว

นับดาวโกรธที่มาตำหนิย่าตนเลยปรากฏตัวออกไป เป็นไทบอกองอาจว่า นี่แหละคนบ้าให้เคลียร์ออกไปเลย พอดีรจนาร้องเพลงเสร็จมาเห็นองอาจกำลังลากนับดาวจะเอาออกไป แต่รจนาก็จำหลานตัวเองที่หน้าขาววอกไม่ได้ จนพูดแล้วนับดาวไม่ได้ยินจึงมั่นใจ รีบเข้าไปบอกองอาจว่านี่เป็นหลานตน บ่นว่า “ก่อเรื่องประจำ อย่าถือสาเลยนะคะ”

“ถ้าสติไม่ดี ก็ไม่ควรจะเอาออกมานอกบ้านนะครับ” องอาจเตือน รจนารีบขอโทษ หยิบกระเป๋าเสื้อผ้าแล้วลากนับดาวออกไปเลย

สองย่าหลานพากันกลับบ้านอย่างทุลักทุเล นับดาวยังเจ็บใจที่ทั้งตนและย่าถูกดูถูก พูดอย่างหมายมาดว่า

“คอยดูนะ ถ้าดังเมื่อไหร่จะเอามาเป็นทาส หึๆ”

“พูดว่าจะดัง...จะดังมาตั้งแต่สิบขวบ ผ่านไปสิบกว่าปีแล้วก็ไม่เห็นมันจะไปไหนเลย” รจนาขัดคอหน่ายๆ

นับดาวคิดหนัก นึกได้ว่าจะทำอย่างไรถึงจะดังได้ บอกย่าว่าจะเอารูปไปทิ้งไว้ที่โมเดลลิ่ง เชื่อว่าวิธีนี้ต้องเวิร์กที่สุด เสียดายที่เพิ่งคิดได้ ถ้าคิดได้ก่อนหน้านี้ป่านนี้ดังเป็นพลุไปแล้ว ว่าแล้วก็แบมือขอยืมเงินย่าหนึ่งพันบาทจะเอาไปถ่ายรูปสวยๆ

“ไอ้หลานคนนี้...” รจนาส่ายหน้ากับความล้น ของนับดาว

ooooooo

เป็นไท ได้เป็นเจ้าภาพจัดคอนเสิร์ต ไอ ยูกิ เขาฝันหวานว่างานนี้จะต้องทำให้บริษัทตนดังเป็นพลุแตกแน่ๆ

แต่หารู้ไม่ว่า สังวร เจ้าของนิตยสารเอเชี่ยนฮิต กำลังหาทางทำลายงานนี้ สั่งเลขาให้ไปสืบมาให้ได้ว่าเป็นไทเอาเงินจากไหนตั้ง 20 ล้านมาประมูลงานนี้ กำชับเลขาว่า

“หาช่องโหว่ของมันมาให้เยอะที่สุด มันจะได้รู้ว่า มันเล่นกับใครอยู่!”

เมื่อเลขาออกไปแล้ว สังวรเอารูป ไอ ยูกิ มา

กอดจูบอย่างคนโรคจิต คิดหาทางแย่งงานจากเป็นไทให้ได้เพื่อจะได้ใกล้ชิดไอ ยูกิ มากๆ

ooooooo

นับดาวนัดพบกับวราพรรณเพื่อนเก่าที่ทำงานที่นิตยสารเอเชี่ยนฮิตของสังวร หมายให้เพื่อนช่วยทำให้ความฝันของตนเป็นจริง โดยให้ช่วยเอารูปตนไปลงในหนังสือดาราให้หน่อย

พอวราพรรณเห็นรูปที่นับดาวถ่ายมาก็พูดขำๆ ว่าขืนเอาไปลงมีหวังโดน บก.ด่าตาย แล้วชี้ให้นับดาวเห็นว่า ควรปรับปรุงตัวเองอย่างไร ทั้งแว่นหนาเตอะ ไม่แต่งหน้า หัวฟู บอกว่าถึงลงให้ใครจะเรียกไปทำงาน?

แต่ก็ให้ความหวังว่าวันหลังจะพาไปฝากตัวกับ บก.ไม่ต้องใช้รูปแต่ต้องไม่ใช่สภาพแบบนี้

แค่นี้นับดาวก็ดีใจแล้ว เที่ยวเดินดูเสื้อผ้าแฟชั่นในห้าง แล้วจินตนาการว่าตัวเองอยู่ในชุดนั้นชุดนี้สวยจนใครๆหันมอง

แล้วนับดาวก็ดีใจสุดๆ เมื่อไปสมัครงานเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์แล้วทางห้างรับ เธอฝันหวานกับตัวเองว่า

“เป็นหน้าเป็นตาของห้างเลยนะนับดาว แปลว่าเธอจะสวยและเด่นที่สุด”

ต่อมา วราพรรณนัดนับดาวไปที่บ้าน ให้เธอถอดแว่นหนาเตอะอันใหญ่เต็มหน้าออก และหาคอนแทกต์เลนส์บิ๊กอายให้ทดลองใส่ แม้ว่านับดาวจะกลัวๆกล้าๆกับการใส่คอนแทกต์เลนส์ แต่วราพรรณบอกว่าทำบ่อยๆก็ชินเอง เธอจึงมีกำลังใจ

ooooooo

“ผมจะได้คิดธีมของคอนเสิร์ตออกมาได้ถูกใจทั้งคุณแล้วก็ผู้ชมไง” ยูกิบอกว่าแล้วไป เป็นไทหยั่งท่าทีว่า “ทำไม คุณคิดว่าผมจะขอจีบคุณเหรอ”

“ถ้าคุณทำแบบนั้น ฉันคงไปอยู่ด้านล่างแล้วตอนนี้” พูดแล้วมองไปที่แม่น้ำใต้สะพาน เป็นไททำเป็นเอามือกุมหัวใจครวญว่า “คุณใจร้ายกับผมเกินไปแล้ว”

“ฉันพูดจริงนะ ฉันไม่ชอบความรู้สึกสับสน ฉันไม่อยากต้องเลือกระหว่างอะไรกับอะไร”

“ถ้าคุณเคยเป็นคนไม่ถูกเลือก คุณอาจจะชอบความรู้สึกสับสนนี้ขึ้นมาเลยก็ได้”

ยูกิยิ้มให้กับคำพูดของเป็นไท เหมือนเป็นการยอมรับกลายๆ...

ooooooo

ฉันรักเธอนะ ตอนที่ 1

อ่านเรื่องย่อ

ฉันรักเธอนะ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

วัน-เวลาออกอากาศ:

ช่องออกอากาศ:

นักแสดงนำ:

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement