advertisement

สามี ตอนที่ 14

บทประพันธ์ พัดชา จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดย สองปุณณณฐ
18 ม.ค. 2557 07:09

เมื่อประสิทธิ์รู้เรื่องชาญชัยถูกจับก็รีบพาสุรีย์ส่องหนี สุรีย์ส่องเอาแต่โวยวายที่พ่อเอาเงินไปลงหุ้นขาดทุนหมดตัว ประสิทธิ์ขับรถตะบึงไปด้วยความเร็ว ไม่ทันไร มีรถปราดมาจอดขวางแล้วกราดกระสุนใส่ ประสิทธิ์กดตัวลูกสาวหลบลงพื้นรถ ชักปืนยิงสวนออกไป

“พ่อจะยิงกันมันไว้ แกลงจากรถแล้วรีบหนีไป”

ไม่ทัน ที่สุรีย์ส่องจะวิ่งไปได้ไกล เสียงประสิทธิ์ร้องเพราะโดนยิง ทำให้เธอชะงักวิ่งกลับมาดู ลูกน้องมิสเตอร์–หยางถือปืนก้าวเข้ามา สองพ่อลูกหวาดกลัวที่รู้ว่าความตายมาถึงตัว ทันใดนั้น รถปฐวีแล่นมาจอด ราพณ์กับปฐวียิงใส่คนร้าย ปฐวีเข้าไปช่วยพ่อกับน้องออกมา กันต์กับตำรวจตามมายิงต่อสู้ แต่คนร้ายหลบขึ้นรถหนีไปได้

พอประสิทธิ์กับ สุรีย์ส่องหายช็อก สุรีย์ส่องมองหน้าปฐวีอย่างขอบคุณแล้วทรุดฮวบลง ปรากฏว่าเธอโดนยิงเลือดอาบ ประสิทธิ์ร้องลั่น ปฐวีเข้าอุ้มน้องให้กันต์เรียกรถพยาบาลด่วน

“พ่อ...สุกลัว พ่อช่วยสุด้วย...สุกลัว...” ขาดคำ สุรีย์ส่องก็หมดลมหายใจ

ประสิทธิ์ ร้องไห้โฮ ราพณ์เห็นใจในการสูญเสียของประสิทธิ์...ข่าวการตายของสุรีย์ส่องและ ประสิทธิ์ถูกจับ ยิ่งทำให้ลินดากับสิริโสภาแทบสติแตก หวาดกลัวโดนจับ สิริโสภาตั้งสติได้เขย่าตัวลินดาให้สงบสติอารมณ์ ฟังและทำตามที่ตนบอกแล้วเราจะรอด

รสิกาเห็นข่าวสุรีย์ส่องก็ตกใจรีบ โทร.หาปฐวีด้วยความเป็นห่วง...ประสิทธิ์นอนรักษาอาการบาดเจ็บ ปฐวีเฝ้าดูแลพ่ออย่างห่วงใย เสียงมือถือดังเขาก็ไม่สนใจ รุ้งรายเห็นว่าเป็นรสิกาโทร.มาจึงตัดสินใจรับสายแทน รสิกาซักถามอาการปฐวี

“พี่วีคงเสียใจมาก อ้ายฝากพี่วีด้วยนะคะ”

“คุณ หญิงไม่ต้องห่วงนะคะ รุ้งจะดูแลคุณวีเองค่ะ” รุ้งรายถามรสิกาอยู่ที่ไหน เธอรีบตัดบทวางสายไปดื้อๆ รุ้งรายรู้ทันทีว่าเธอตั้งใจปกปิดที่อยู่...

แต่ไม่ทันไร ศิริพรโทร.เข้ามาหารสิกา เธอรีบถามว่ากอบกู้มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า

“ขอโทษ นะคะคุณหญิงที่โทร.มารบกวนเวลานี้ แต่พรเห็นข่าวครอบครัวคุณหญิง พรเป็นห่วงน่ะค่ะก็เลยโทร.มาถาม คุณกอบกู้ก็เป็นห่วงคุณหญิงน่ะค่ะ วันนี้ก็เห็นถามๆคนในออฟฟิศว่าคุณหญิงไปทำงานโปรเจกต์ไหน”

“อ้ายมาทำงานของคุณสกรรจ์ที่เขาใหญ่น่ะค่ะ คงจะอีกสักพักถึงจะกลับกรุงเทพฯ อ้ายรบกวนคุณพรแจ้งคุณกอบกู้ให้ด้วยนะคะ”

ศิริพรรับคำวางสาย แล้วหันมาบ่นกับสิริโสภา ถ้าไม่ใช่เพราะรสิกาทะเลาะกับราพณ์ถึงขนาดหนีไป ตนไม่ทำแบบนี้แน่ ถือเป็นการช่วยให้สามีภรรยาคืนดีกัน สิริโสภายิ้มอย่างมีเลศนัย

ooooooo

ตำรวจออกหมายจับลินดา ราพณ์กับกันต์มาที่บ้านลินดา เจอรามจึงบอกว่า ชาญชัยถูกจับและซัดทอดลินดา ราพณ์เกรงเรื่องจะบานปลายถ้าลินดาขัดขืน รามรับปากจะตามแม่ให้เจอ

และแล้ว สิริโสภากับลินดาก็ตามมาหารสิกา สิริโสภาใช้ไม้ฟาดเธอจนสลบแล้วจับมัดไว้ ทุกคนรอ

ฟังข่าวจากราพณ์ ไม่ทันไร ลินดาโทร.เข้ามาบอกให้รู้ว่า รสิกาอยู่ในเงื้อมมือตน

“คุณลินดา อย่าทำให้เรื่องมันบานปลายไปกว่านี้เลยครับ คุณกลับมา พวกเราทุกคนจะช่วยคุณ” ราพณ์ตกใจขอร้อง

“กลับไปให้พวกแกเอาฉันเข้าคุกเหรอ ไม่มีทาง แกต้องโอนเงินมรดกของรามมาให้ฉันเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นเมียแกเป็นศพแน่”

“คุณลินดาฟังผมนะ ตอนนี้รามเป็นห่วงคุณมาก คุณเป็นม้าของราม เป็นคนในครอบครัว ถึงคุณจะทำผิด แต่เราก็จะช่วยคุณเท่าที่เราจะทำได้ กลับมานะครับก่อนที่มันจะสายเกินไป”

ลินดาเริ่มลังเล สิริโสภาเห็นท่าทีจึงกระชากมือถือจากมือเธอมาคุยเอง “รีบจัดการโอนเงินมาซะ ไม่อย่างนั้นฉันจะเอาเลือดของฉันให้กับรสิกา...เลือดที่เหมือนกับราม!”

ราพณ์ตกใจร้องห้าม สิริโสภาให้โอนเงินมาภายในเที่ยงนี้ ลินดาได้ยินแปลกใจ เลือดที่เหมือนรามหมายความ ว่าอย่างไร สิริโสภาเยาะให้ไปถามรามเอาเอง เสียงมือถือลินดาดังขึ้นอีก ลินดาจึงดึงมือถือมาเห็นว่าเป็นรามกดรับสายเดินออกไปคุยข้างนอก ทิ้งสิริโสภาไว้กับรสิกา... ลินดารีบถามถึงอาการป่วย รามยืนยันต้องให้ตนได้พบกับเธอก่อนแล้วถึงจะบอก ลินดาอึ้งเป็นห่วงลูกก็เป็นห่วง กลัวเสียเรื่องก็กลัว จำต้องตัดสินใจ...

ด้วยความห่วงลูก รัตนาวลีบอกราพณ์ว่ารสิกาอยู่เขาใหญ่ ราพณ์รีบโทร.หาสกรรจ์ทันที... สิริโสภามองรสิกาที่ฟื้นขึ้นมา เยาะว่าเธอแพ้แล้ว แต่รสิกากลับยิ้มให้ สิริโสภาตากร้าวหาว่าเย้ย

“ฉันอยากให้คุณมีความสุขนะคะคุณสิ ฉันรู้ว่าคุณทรมานกับตอนนี้ที่เป็นอยู่” รสิกากล่าว

สิริโสภายังโทษเป็นเพราะรสิกา ยิ่งเห็นเธอนิ่งไม่หวาดกลัวก็ยิ่งโกรธ รสิกาว่าพูดอะไรก็ไม่ถูกหูทั้งนั้น ตนเหนื่อย ตายเสียจะได้จบๆ สิริโสภาเสียงกร้าว “สำหรับคุณหญิงแค่ตายมันสบายเกินไป คุณหญิงควรจะตายทั้งเป็นเหมือนฉัน” สิริโสภาหยิบมีดขึ้นมากรีดแขนตัวเอง “ฉันไม่ฆ่าคุณหญิงหรอกค่ะ แต่เลือดของฉันจะทำให้คุณหญิงกับลูกของราพณ์ ทุกข์ทรมานเป็นการชดใช้”

รสิกาได้ยินคำว่าลูกก็ใจหาย ใช้มือที่ถูกมัดปัดมีดออกเต็มแรง สิริโสภาไม่ทันตั้งตัว มีดกระเด็นไป รสิกาลุกจะหนี ถูกกระชากผมหน้าหงายลงมาทับบนตัวสิริโสภา...ระหว่างนั้นลินดายืนกระวนกระวายหน้าบ้าน คุยมือถือรอการมาของราม ได้ยินเสียงโครมครามในบ้านจึงกลับเข้ามาดู เห็นสิริโสภานั่งมึน ไม่มีรสิกาอยู่ก็โวย ทำบ้าอะไรให้หนีไปได้

“ฉันจะฆ่ามัน!” สิริโสภาบ้าเลือดไปแล้ว คว้ามีดตามไป

ลินดาตกใจร้องลั่นอย่าทำบ้าอย่างนั้น เรื่องราวจะใหญ่โตไปกันใหญ่ รามได้ยินเรื่องทุกอย่างจากมือถือที่แม่ยังไม่ได้วางสาย รามเร่งรถมาจนถึงหน้าบ้านสกรรจ์ รถราพณ์แล่นมาจอดพรืดพอดี รามรีบบอกว่ารสิกาหนีเข้าไปในป่า สิริโสภากับแม่ของตนกำลังตามไป

“เป็นป่ารอบด้านแบบนี้แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าไปทางไหน” รุ้งรายเป็นกังวล

สิริโสภายังไล่ล่ารสิกาไม่หยุด ลินดาวิ่งตามแทบจะเป็นลม รามโทร.เข้ามาถามแม่อยู่ไหน เธอรีบบอกว่าป่าด้านหลังบ้าน ให้รีบมา สิริโสภาบ้าไปแล้ว ตนกลัว...รามรีบบอกราพณ์

รสิกาวิ่งมือกุมท้องด้วยความห่วงลูก ถูกกิ่งไม้เกี่ยวแขนล้มลง เหนื่อยใจแทบขาด หันมองเห็นสิริโสภาตามมาใกล้พร้อมมีดในมือ สายตาเธอดูเคียดแค้นดุดัน ลินดาตามมาแย่งมีด

“เลิกบ้าได้แล้ว!”

สิริโสภาตะคอกแกไม่เกี่ยว และผลักลินดาล้มลง รสิกาขอให้สิริโสภาหยุดเสียที เธอย้อน

“ฉันขอแก...แกไม่เคยให้ แล้วแกขอ...ทำไมฉันต้องให้ แกต้องตายทั้งแม่ทั้งลูก!” สิริโสภายกเท้าจะเหยียบท้องรสิกา

รสิกาเบี่ยงตัวหลบ สิริโสภาจิกหัวขึ้นมาตบ รสิกาปัดป้อง ลินดากระชากสิริโสภาเหวี่ยงออกไป “นังบ้า!ราพณ์มันฆ่าแกแน่ ถ้านังนี่มันตาย”

“ยังไงฉันก็ต้องตายเพราะติดโรคจากลูกชายแกอยู่แล้ว ฉันจะไม่ยอมตายคนเดียว!”

ลินดารีบถามว่ารามเป็นอะไร สิริโสภาตะคอกกลับ รามเป็นเอดส์...ลินดาช็อก กรีดร้องไม่จริง สิริโสภาชี้ไปที่รสิกาให้ถามดู พี่น้องทุกคนรู้หมด มีแต่เธอที่ไม่รู้ ลินดาหันมอง รสิกากล้ำกลืนตอบว่าจริง ลินดายิ่งช็อกหนัก ชั่วเสี้ยวนาทีหันไปกราดเกรี้ยวใส่สิริโสภา

“แกใช่ไหม แกเอาเชื้อมาติดลูกฉัน เพราะแกแน่ๆนังสกปรก! แกทำร้ายลูกฉัน!”

“ฉันไม่ได้ทำร้ายราม ฉันสกปรกก็แค่ตัว น้อยกว่าแม่ใจสกปรกอย่างแก! ลูกแกเป็นบ้าสำส่อน ติดโรคก่อนจะเจอฉัน รามเป็นอย่างนั้นเพราะแก ไม่ใช่ฉัน...”  สิริโสภาร่ำไห้ “ไม่น่าเลย ฉันไม่น่ายอมทำตามแผนแก เอาตัวเข้าไปจับรามเพื่อแก้แค้นราพณ์  จนฉันต้องติดโรคแบบนี้”

รสิกาตะลึงเมื่อรู้ว่า ทั้งหมดเป็นแผนของลินดา พลันราพณ์ ราม และรุ้งรายก้าวเข้ามา ทั้งสามได้ยินเรื่องราวทั้งหมด รามมองลินดาด้วยหัวใจแตกสลาย

“ผมรู้...ว่าสิรักเฮีย รู้ว่าสิใช้ผมเป็นเครื่องมือ สิไม่รักผม...ผมทนได้ แต่ม้า...ม้าบอกผมว่าโลกนี้มีแค่ม้าที่รักผม ผมคิดว่าม้าคนเดียวเท่านั้น ที่จะไม่มีวันทรยศผม”

“ราม...ม้าทำเพื่อรามนะ...”

“ผมเป็นแค่เครื่องมือแก้แค้นของม้างั้นเหรอ ม้าเคยเห็นผมเป็นลูกบ้างไหม”

“ราม...ม้ารักรามนะลูก ม้ารักราม” ลินดาจะเข้ากอดรามแต่เขาสะบัดออก สายตาปวดร้าว

ราพณ์ใช้ช่วงชุลมุนขยับเข้าประคองรสิกา สิริโสภาเห็นได้สติ คว้ามีดจ้วงแทง ราพณ์พลิกตัวบังรสิกาโดนมีดสิริโสภาแทงเฉี่ยวไหล่ สิริโสภาตกตะลึง

“ราพณ์ ! นี่คุณยอมตายแทนมันเหรอ” ราพณ์ขอให้หยุดเสียที สิริโสภาตวาด “ฉันผิดเหรอที่ฉันจะทวงของฉันคืน ถ้าฉันไม่โดนคุณทรยศ ไม่โดนคุณทิ้งอย่างเลือดเย็น ชีวิตฉันคงไม่เป็นแบบนี้ เพราะคุณ คุณคนเดียว”

“ถ้างั้นก็ฆ่าผมเถอะสิ ถ้ามันจะทำให้คุณหายแค้น แต่อย่าทำร้ายคุณหญิง...ผมขอร้อง”

สิริโสภาเจ็บยิ่งกว่าโดนมีดกรีด ร้องด้วยความเสียใจ วิ่งออกไป รับกับสิ่งที่ราพณ์พูดไม่ได้ ทุกคนเข้าดูอาการราพณ์ รามช่วยรสิกาประคองราพณ์เดินไป...สิริโสภาวิ่งกลับมาบ้านพักเห็นตำรวจยืนอยู่ก็เลี่ยงไปขึ้นรถจะขับหนี พลันเห็นรสิกากับรามประคองราพณ์เดินมา ในใจสิริโสภายังเคียดแค้น สายตาจับจ้องไปที่รสิกาที่ห่วงใยราพณ์ เกิดความอิจฉา บีบพวงมาลัยรถแน่น

“ฉันจะไม่แพ้ ไม่แพ้!” ว่าแล้วก็เหยียบคันเร่งมิด พุ่งเข้าใส่รสิกา ทุกคนได้ยินเสียงรถ ตกใจ รามตัดสินใจฉับพลัน ผลักราพณ์กับรสิกาออกไป รถพุ่งเข้าชนรามเต็มแรง

ลินดาร้องกรี๊ด รุ้งราย ราพณ์ และรสิกาวิ่งเข้าดูราม กันต์โทร.เรียกรถพยาบาลทันที

“ราม...รามอย่าเป็นอะไรนะลูก ม้ารักรามที่สุดในโลก ม้ารักราม” ลินดาร้องไห้น่าเวทนา

“ม้า...ผมรักม้า รักป๊า อาม่า รักเฮีย รักเจ้ รักน้อง รักครอบครัวของเราทุกคน ตั้งแต่เด็กจนโต ผนฝันอยากให้ป๊ารักเรา อยากให้ทุกคนรักผม กอดผม...ผมคิดมาตลอดว่าเฮียกับเจ้เกลียดผม ผมเป็นส่วนเกิน เป็นน้องที่ทุกคนเกลียด ทำไมถึงไม่มีใครรักผม”

ทั้งลินดา ราพณ์ และรุ้งรายต่างบอกว่ารักราม รามรวบรวมกำลังอีกเฮือก “ผมรู้ว่าม้ารักป๊ามากอยากให้ป๊าสนใจเราบ้าง แต่ที่เราทำมันผิด กลับตัวตอนนี้ยังไม่สาย เฮียจะดูแลม้ากับผม...บนโลกนี้ไม่ได้มีแค่ผมที่รักม้า” รามหยิบรูปครอบครัวที่ลินดาฉีกทิ้งแต่ตัวเขาเอามาแปะต่อให้สมบูรณ์ ออกมายื่นให้

“เรามีครอบครัว...นะครับม้า”

ลินดาน้ำตาไหลพราก มองรูปในมือรามราวใจจะขาด รู้ว่าสิ่งที่ลูกโหยหามาตลอดชีวิตคือ ความรัก ความสำคัญจากครอบครัว “ราม...ม้าขอโทษ...ม้าผิดเอง...”

รามพยายามกล่าวฝากแม่กับราพณ์ ลินดาร้องไม่เอา ตนจะอยู่กับราม ราพณ์บีบมือเชิงสัญญา “อดทนไว้นะราม รถพยาบาลกำลังมา แกจะต้องอยู่ดูแลม้าแกนะ อย่าเป็นอะไรนะราม”

รามหายใจรวยริน ยื่นมือไขว่คว้า สิริโสภาเดินหน้าเศร้าเข้ามาจับมือ ขอโทษราม รามขอให้บอกรักตนสักครั้ง สิริโสภาไม่อาจโกหกได้ แม้ลินดาจะขอร้อง รามเอามือสิริโสภาแนบอก

“สิ...ผมรู้ว่าคุณรักเฮีย แต่จำไว้ว่า คุณมีผมที่ รัก...คุณ” รามหันมองราพณ์ “ผมภูมิใจที่ได้เป็นน้องเฮีย... ขอบ...คุณ” รามค่อยๆหมดแรง หลับตาลง

“ไม่นะราม รามจะตายไม่ได้ รามต้องอยู่กับม้า ได้ยินไหม รามต้องอยู่กับม้า ราม...อย่าทิ้งม้าไป ราม...” ลินดาร้องไห้โฮเมื่อเห็นมือรามหล่นลง สิริโสภาช็อกกับการกระทำของตัวเอง

ooooooo

หลายวันผ่านไป ศพของรามถูกฝังในสุสานของตระกูล ทุกคนในครอบครัวต่างยืนไว้อาลัย ลินดานั่งอยู่บนรถเข็น ในสภาพสติหลุดไม่รับรู้ใดๆ มือลูบช่อดอกไม้ที่วางบนตัก รังรองกับรุ้งรายช่วยกันประคองเธอให้วางดอกไม้บนหลุมศพราม ลินดาน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว

รถตำรวจแล่นเข้ามา ตำรวจคุมตัวสิริโสภาซึ่งในมือถูกสวมกุญแจมือ กันต์บอกว่า เธอขอมาเคารพศพรามเป็นครั้งสุดท้าย สิริโสภารับดอกไม้จากรุ้งราย เอามาวางบนหลุมศพ

“ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ฉันจะเลือกรักคุณค่ะราม” สิริโสภาน้ำตาร่วงพรู หันมาหากลุ่มอาม่า “สิขอโทษสำหรับทุกอย่างค่ะ” จากนั้นเธอก็เดินกลับไปหาตำรวจ

พยาบาลเข็นรถลินดาออกไป ทำให้เห็นปลายทางของทั้งสองคน อาม่าถอนใจ “ผู้หญิงสองคนช่างมีชีวิตที่เหมือนกันจริงๆ อยู่กับคำว่าไม่ได้ ไม่ยอม...ดื้อดึงจนต้องจบลงด้วยไม่สมหวัง จองจำตัวเองด้วยผลของความผิด คนหนึ่งติดคุก อีกคนติดอยู่กับความรู้สึกผิดไปจนวันตาย แต่ที่น่าเสียดายที่สุด คือการที่ทั้งสองคนต้องสูญเสียคนที่รักเขาไป เพราะน้ำมือตัวเอง...น่าเสียดาย...”

ระรินกับรังรองกอดกันร้องไห้ พลันนึกได้ว่าราพณ์หายไป รสิกาส่ายหน้า อาม่าบอกว่าเขาคงอยู่แถวนี้ ราพณ์เสียใจมากที่ทำให้ครอบครัวมีความสุขตามที่สัญญากับเจ้าสัวไว้ไม่ได้...เมื่อทุกคนพาอาม่ากลับออกมา ฝนเริ่มโปรยปราย ราพณ์ก้าวเข้ามายืนมองหลุมศพรามน้ำตาไหลริน ภาพในวัยเด็กผุดขึ้น จนมาถึงตอนที่พี่น้องเข้าใจกัน กอดกันด้วยความรัก แต่มันก็สลายไป

วันเวลาผ่านไป ศาลตัดสินคดีประสิทธิ์ ชาญชัยและ ชนพให้ถูกประหารชีวิต แต่เนื่องจากสารภาพจึงได้ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต...รังรองมองภาพข่าวนิ่งๆจนรุ้งรายเป็นห่วง

“เจ้เลือกแล้ว และเจ้มั่นใจว่าเจ้เลือกถูกที่สุดในชีวิตแล้ว แม้ว่ามันจะช้าเกินไป”

“รุ้งเชื่อว่าป๊าจะต้องภูมิใจในตัวเจ้ ป๊าอยากให้เจ้มีความสุข”

“ป๊าจะมีความสุขใช่ไหมรุ้ง...” รังรองกอดน้องสาวขอความเข้มแข็ง แล้วนึกได้ถามถึงปฐวีเป็นอย่างไรบ้าง เขาช่วยพวกเราไว้มาก

รุ้งรายตามมาที่ท่าเรือที่ปฐวีเอาอัฐิของสุรีย์ส่องมาโปรย เขาชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นเธอ รุ้งรายถามเขาโอเคหรือยัง ปฐวียิ้มให้บอกว่าน้องสาวชอบให้พ่อพามาที่นี่ เธอชอบที่นี่มาก รุ้งรายยินดีด้วยที่เธอได้อยู่ในที่ที่ชอบ ปฐวีอดเสียใจไม่ได้ที่ไม่อาจปกป้องน้องและช่วยพ่อได้ ไม่รู้จะอยู่ต่อไปเพื่ออะไรดี รุ้งรายตอบดื้อๆว่า ไม่รู้เหมือนกัน ปฐวีมองหน้ารุ้งราย เธอยิ้มหวานให้

“ก็คุณถามปัญหาโลกแตกขนาดนี้ ใครจะตอบได้ล่ะคะ ตอนฉันมาเกิดก็ไม่ได้มีช็อตโน้ตจากเง็กเซียนแนบมาว่าให้เกิดมาทำไม ตอนนี้ฉันรู้แค่ ฉันช่างโชคดีที่มีชีวิต ได้ตื่นมาเจออาม่า พี่น้อง เพื่อนฝูงและ...คนที่ฉันรัก”

“คุณโชคดีที่ยังมี...”

“แต่ฉันโชคร้ายค่ะ เพราะฉันตามหาคนที่รักฉันยังไม่เจอ เขาหายไปหลายวันแล้ว คุณเห็นเขาบ้างไหมคะ”

“ผู้ชายที่รักษาครอบครัวไว้ไม่ได้ อย่าไปสนใจมันเลยครับ เขาไม่คู่ควร”

“ผู้ชายกวนประสาท ไม่กลัวใคร ใจเด็ด และเป็นคนที่ช่วยปกป้องฉัน ผู้ชายคนนั้นจะคู่ควรหรือไม่ฉันไม่สนใจ เพราะฉันรู้แค่ว่า ฉันรักเขา...ก็พอ คุณว่าถ้าฉันขออยู่เคียงข้างเขาตลอดไป เขาจะยอมไหมคะ”

ปฐวียืนนิ่งจนรุ้งรายหวั่นใจว่าเขาจะปฏิเสธ “ผมคิดว่า...เขายอมตั้งแต่เห็นคุณมายืนแล้วล่ะครับ” ปฐวีกุมมือรุ้งราย “รุ้งครับ...สำหรับผมมันยาก ที่ผมจะผ่านช่วงเวลานี้ไปได้”

“ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าคุณรักฉัน ฉันพร้อมจะรอ เราจะผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน”

ปฐวีสบตารุ้งรายก่อนจะตัดสินใจกล่าว...ผมรักคุณ แล้วกอดเธอด้วยความรู้สึกอุ่นใจ

ooooooo

หลังจากเหตุการณ์นั้น ราพณ์ขอปลีกตัวไปสงบจิตใจตามลำพัง เขาจึงไม่อาจรู้ว่า รสิกากำลังตั้งท้อง รัตนาวลี แม่นมและแหววช่วยกันหาของเปรี้ยวมาให้รสิกาทาน พระลบคิดถึงราพณ์ เกาะรสิกาแจ รัตนาวลีจึงถามลูกสาว ไม่คิดจะไปตามราพณ์กลับมาหรือ

“อ้ายรู้ว่าเขาเสียใจมาก เขาต้องเสียพ่อ เสียน้อง อ้ายอยากจะช่วยเขา แต่อ้ายไม่รู้จะทำยังไงดีค่ะหม่อมแม่ ขนาดเขาที่เก่งและเข้มแข็งกว่าอ้ายยังรับไม่ไหว แล้วอ้ายจะช่วยเขาได้เหรอคะ”

“ต้นไม้ใหญ่จะเติบโตได้เพราะดิน แสงแดด แต่ต่อให้ยืนต้นมั่นคงแค่ไหนก็เหี่ยวแห้งตายได้ ถ้าขาดน้ำเลี้ยงให้ชุ่มชื่น น้ำที่จะคลายความร้อนจนทำให้เกิดความ สมดุล น้ำหนึ่งหยดเหมือนหนึ่งกำลังใจจากคนที่เขารัก...ที่จะช่วยให้เขาลุกขึ้นสู้ต่อไปได้ คุณราพณ์ไม่ได้ต้องการสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แต่ต้องการคนเข้าใจ อ้ายทำได้ไหมลูก”

รสิการู้แล้วว่าควรทำอย่างไร เธอคิดถามรุ้งรายว่าเขาอยู่ที่ไหน แล้วพาเขากลับมาให้ได้...

ริมทะเลที่ราพณ์เคยพารสิกามา เขาครุ่นคิดถึงคำพูดต่อว่าของสิริโสภา ที่เป็นเพราะเขาทำลายชีวิตเธอ เรื่องทุกอย่างจึงเกิดขึ้น พลันมีมือรสิกามาจับไหล่เขาเบาๆเขาสะดุ้งหันมา

“ฉันคิดถึงคุณ”...อยากให้คุณกลับบ้านนะคะ”

รสิกายิ้มให้อย่างจริงใจ

ราพณ์สลดลง “ผมไม่รู้จะสู้หน้าทุกคนได้ยังไง เพราะผมทำให้ทุกคนต้องเสียใจ ผมไม่อาจทำให้รามกลับมาอย่างที่รับปากป๊าไว้ กลับทำให้รามต้องตาย”

“คุณรามภูมิใจในตัวเฮียของเขามาก เฮียที่ทำงานอย่างหนัก เพื่อความสุขสบายของทุกคน เฮียที่คอยดูแลและแก้ปัญหาให้ทุกคนในครอบครัวด้วยความรัก ทุกคนรู้ค่ะว่าคุณพยายามทำดีที่สุดแล้ว คุณคือหัวหน้าครอบครัวที่ทุกคนภูมิใจ”

ราพณ์แย้งว่าตนไม่ใช่สามีที่เธอภูมิใจ เป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัวไม่สมควรเป็นสามีใคร รสิกาปลอบ สามีภรรยาเป็นเรื่องระหว่างคนสองคน แต่สำหรับตน เขาคือ...สามี รสิกายื่นมือไปหา

“แต่ฉันยังไม่ได้ทำหน้าที่ภรรยาที่ดีของคุณเลย คุณสู้ทำทุกอย่างเพื่อให้ฉันรักแล้วอย่าลากันไปง่ายๆแบบนี้สิคะ คุณราพณ์...ฉันขอโอกาสให้เราได้เริ่มต้นใหม่กันอีกครั้งได้ไหมคะ”

ราพณ์รู้ว่าเพราะอะไรแต่ยังอยากได้ยิน จึงแกล้งถามทำไม รสิกาตอบหนักแน่นว่า เพราะฉันรักคุณ...ราพณ์วางมือบนมือเธอแล้วดึงมากอดจะหอม พลันรู้สึกคลื่นไส้วิงเวียน ผละไปอาเจียนหมดไส้หมดพุง รสิกาตกใจเข้าไปช่วยลูบหลังให้ พอเธอประคองเขาออกมา เขาได้กลิ่นน้ำหอมจากตัวเธอก็คลื่นไส้อีก วิ่งกลับไปอาเจียนในห้องน้ำอีกครั้ง

ราพณ์เดินโผเผออกมาล้มตัวนอน รสิกาจะเข้าหา เขายกมือห้าม “คุณหญิงอย่าเข้ามาครับ”

รสิกาแปลกใจยืนอึ้ง ทำไมเขาเป็นแบบนี้ รสิกาโทร.เล่าอาการให้รัตนาวลีฟัง เสียงราพณ์ร้องว่าปวดหัว รสิกาขอวางสายจะไปหายาให้เขา รัตนาวลียิ้มขำๆ หันมาบอกอาม่ากับแม่นมว่าราพณ์ไม่สบาย แหววหลุดปากจะดูแลกันอย่างไร คนหนึ่งท้อง คนหนึ่งป่วย อาม่าได้ยินดีใจที่จะมีหลาน...คืนนั้น รสิกาดูแลราพณ์แบบห่างๆ เพราะจะป้อนข้าวต้มเขาก็อาเจียน จึงนั่งเฝ้าห่างๆ

รุ่งเช้า ราพณ์ตื่นขึ้นมาเห็นรสิกาฟุบหลับอยู่ที่โซฟา เขาลุกเดินเข้าไปจะหอมแก้ม พลันเกิดอาการคลื่นไส้ วิ่งไปอาเจียนอีก รสิกาสะดุ้งตื่น ทันใด เสียงรัตนาวลีเรียก เธอดีใจมากรีบบอกให้ช่วยดูราพณ์ที ราพณ์เดินอ่อนเพลียออกมาสวัสดี แล้วบอกอาการของตัวเอง

“ทานอะไรหรือยังอ้าย แม่ซื้อของกินมาให้ด้วยนะ” รสิกาถามหาของเปรี้ยว “มีสิจ๊ะ”

รัตนาวลีเอามะม่วง มะยม ตะลิงปลิงใส่จานมาวางให้รสิกา ไม่ทันที่เธอจะหยิบ ราพณ์คว้าไปกินแล้วชมว่าอร่อยมาก เขาเคี้ยวตุ้ยๆกินจนหมดจาน รสิกามองเหวอๆถามเขาหายปวดหัวแล้วหรือ ราพณ์บอกว่าพอได้กินแล้วรู้สึกดีขึ้น รสิกาบอกให้ไปหาหมอตรวจดูให้แน่ใจ

“ไม่ต้องไปหรอกจ้ะ คุณราพณ์ไม่ได้ป่วยหรอก แค่...แพ้ท้องแทนเมียน่ะ ไม่นานก็หาย”

ราพณ์ชะงัก “ท้อง...นี่คุณหญิงท้องเหรอครับ”

“ค่ะ ตอนนี้คุณไม่ใช่แค่สามีนะคะ คุณกำลังจะเป็นพ่อคนแล้วด้วย” รัตนาวลีย้ำ

ราพณ์ดีใจเผลอกอดรสิกา แล้วเกิดรู้สึกคลื่นไส้อีกวิ่งไปอาเจียน รัตนาวลีบอกลูกสาว ราพณ์เป็นสามีที่เข้มแข็ง แต่แกร่งอย่างไรก็ต้องการกำลังใจจากภรรยาคนที่รักและเข้าใจ คอยช่วยแบ่งเบาภาระ “วันนี้อ้ายเข้าใจแล้วใช่ไหมลูก ว่าอ้ายจะช่วยคุณราพณ์ได้ยังไง”

“ค่ะหม่อมแม่ อ้ายจะอยู่เคียงข้างเขา เป็นภรรยาที่ดีของเขาให้สมกับที่...เป็นคู่ชีวิต”

วันต่อมา รสิกาเห็นราพณ์ยืนชมพระอาทิตย์ขึ้นก็จะเดินไปยืนข้างๆ เขารีบห้าม แต่เธอไม่สนใจบอกเขาว่าวันนี้ตนไม่ได้ใส่น้ำหอมแล้ว ราพณ์จึงกอดเธอได้อย่างสบายตัว รสิกากระเซ้ากล้าเบื่อตนหรือ ราพณ์รีบบอกว่า ถ้าการเบื่อหมายถึงหมดรักล่ะก็ไม่มีวันที่เขาจะหมดรักเธอ

“อ้ายคงเป็นผู้หญิงที่โชคดี ที่ได้พบสามีที่รักอ้าย...และอ้ายก็รักเขา”

“ผมเคยคิดว่าการเป็นสามี คือการได้แต่งงานกับใครสักคนที่ผมรัก แต่วันนี้ผมรู้แล้วว่าหน้าที่ของสามี คือผู้นำครอบครัวที่สมาชิกในบ้านจะฝากชีวิตไว้ได้ มันไม่ง่ายเลย... บทพิสูจน์ของการเป็นสามีของผู้หญิงที่ผมรักมันช่าง...ยาก...”

“แต่คุณก็พิสูจน์ตัวเองให้อ้ายเห็น คุณทำให้อ้าย ภูมิใจ...อ้ายฝากชีวิตไว้ในมือคุณแล้วนะคะ” รสิกาวางมือบนมือ ราพณ์ เขากอดเธอยืนมองดวงอาทิตย์ขึ้นอย่างมีความสุข

ooooooo

–อวสาน–

สามี ตอนที่ 14

อ่านเรื่องย่อ

สามี

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

วัน-เวลาออกอากาศ:

ช่องออกอากาศ:

นักแสดงนำ: