advertisement

ชิงนาง ตอนที่ 7

บทประพันธ์ โอฬาร์กร จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 7 โดย อโณมา
21 ก.ย. 2555 10:52

เย็นวันเดียวกัน วงเดือนเข้าไปในห้องศรีเรือนแล้วบังเอิญพบจดหมายของภูผาที่ศรีเรือนสอดไว้ใต้หมอนก่อนจะเสียชีวิต เธอจำลายมือเขาได้ รีบคว้าจะออกจากห้อง เมฆาเปิดประตูผลัวะเข้ามาเสียก่อน เธอรีบซ่อนจดหมายไว้ด้านหลัง ท่าทางมีพิรุธของเธอทำให้เขาสงสัยว่าเธอซ่อนอะไรไว้ ก้าวเข้าหาจะขอดู เธอคิดหาทางเอาตัวรอดพลางก้าวถอยหลังจนชนขอบเตียง ก่อนจะเสียหลักลงไปนั่งบนนั้น เขายื่นมือมาตรงหน้าเธอ

“ไม่ว่าเธอจะซ่อนอะไรก็ตาม เอามาให้ฉัน”

วงเดือนอึกๆอักๆ จังหวะนั้น มือของเธอสัมผัสกับหมอนที่วางอยู่บนเตียง มือไวเท่าความคิดรีบเอาจดหมายซ่อนไว้ในปลอกหมอนโดยที่เขาไม่ทันเห็น แล้วยื่นมือทั้งสองข้างที่ว่างเปล่าให้ดู เขามองงง

“ไม่มีอะไรแล้วทำไมเธอต้องทำท่าแปลกๆ เหมือนซ่อนอะไรอยู่ด้วย”

“คือ...เดือน...” เธอเหลือบเห็นเศษขี้ธูปค้างอยู่บนหมอน รีบหยิบมันขึ้นมา “เดือนทำปลอกหมอนเลอะขี้ธูป น่ะค่ะ เดือนกลัวจะโดนตำหนิก็เลยไม่อยากให้ใครเห็น”

เมฆาไม่ปักใจเชื่อ สั่งให้เธอถอยไป ต้องแปลกใจที่ไม่พบอะไรผิดปกติ เธอขอโทษที่ทำอะไรซุ่มซ่าม เขารีบตัดบทเรื่องแค่นี้เองไม่เห็นต้องกังวลขนาดนั้น ถ้าเลอะก็จัดการเอาไปทำความสะอาดก็สิ้นเรื่อง

“ค่ะ...เดือนเอาหมอนไปทำความสะอาดก่อนนะคะ” พูดจบเธอรีบอุ้มหมอนออกไปทันที แล้วจ้ำพรวดๆ มายังห้องพักของตัวเอง เจอชอุ่มเดินสวนมาพอดี ทำทีทักทายกลบพิรุธกำลังจะไปไหน

“น้าจะไปเตรียมตั้งอาหารเย็นบนตึกน่ะ...แล้วนั่นหมอนอะไรน่ะ”

“อ๋อ...หมอนของเดือนน่ะ เอาไปตากแดดมาน่ะจ้ะ วันนี้น้าชอุ่มตั้งโต๊ะให้คุณๆ คนเดียวได้ไหมจ๊ะ เดือนไม่ค่อยสบายน่ะ ปวดหัวจ้ะ เดือนขอไปนอนพักหน่อยนะจ๊ะ” เธอพูดจบรีบเข้าห้องปิดประตูลงกลอน แล้วล้วงจดหมายที่ซ่อนไว้ในหมอนออกมาอ่านด้วยความตื่นเต้น จนกระทั่งมาถึงตอนที่ภูผาเขียนไว้ว่า

“ผมเคยคิดว่าผมจะลืมเดือน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผมก็ได้รู้ว่าผมรักเดือนมากจนไม่อาจจะสูญเสียเดือนไปได้ คุณย่าครับ ผมอยากขอร้อง ถ้าเดือนรักผมอย่างที่ผมรักเขา คุณย่าช่วยส่งเดือนมาหาผมได้ไหมครับ ให้หัวใจของเราสองคนได้ร่วมทางกัน ไร่วงเดือนขาดหัวใจไม่ได้ครับคุณย่า”
วงเดือนปลื้มใจมาก เอาจดหมายขึ้นมาแนบอกความรักความคิดถึงเขาท่วมท้นจนต้องร้องไห้ออกมา...

ในเวลาเดียวกัน ภูผายังคงนั่งซึมใจลอยไม่พูดไม่จา นายสว่างกับดอยมองเจ้านายด้วยความเป็นห่วง ข้าวไม่ยอมกิน นอนก็ไม่นอน แถมยังทำงานหามรุ่งหามค่ำ ทำแบบนี้เหมือนฆ่าตัวตายทางอ้อม ดอยสงสัยว่าเจ้านายเป็นอะไรอกหักมาหรือเปล่า ถ้าอกหักจริงก็ดี ลูกพี่ของเธอจะได้มาช่วยดามให้ นายสว่างเขกหัวเธอที่ชอบยุ่งเรื่องของผู้ใหญ่ แล้วเตือนว่าคำพูดเมื่อครู่ห้ามไปพูดกับหนูนาเด็ดขาด

“ก็ดอยพูดความจริงนี่ ดอยอยากให้ลูกพี่สมหวัง”

“แล้วถ้าลูกพี่เอ็งไม่สมหวังขึ้นมา เอ็งจะรับผิดชอบหรือไง...อยากเห็นลูกพี่เอ็งนั่งร้องไห้หรือไง”

ดอยส่ายหน้าแทนคำตอบ

ooooooo

ยิ่งใกล้วันแต่งงาน อรุณยิ่งหวาดระแวงมากขึ้นกลัวพฤกษ์กับเมฆาจะมาเกาะแกะวงเดือน เช้านี้ก็เช่นกันเขาไม่เห็นหน้าเธอ รีบลงมาถามพ่อกับแม่ว่าเธอหายหน้าไปไหน อยู่บ้านหรือเปล่า ชอุ่มกำลังรับใช้ท่านทั้งสองพอดี รายงานว่าวงเดือนปวดหัวตั้งแต่เมื่อวาน ไม่รู้ว่าหายหรือยัง

“ปวดหัวจริงหรือ”

“อรุณ อีกไม่กี่วันแกก็จะแต่งงานอยู่แล้ว ถ้าแกมัวแต่ระแวงว่าเดือนจะไปไหนกับใคร แกจะไม่มีความสุข”

“ผมไม่ได้ระแวงเดือนครับพ่อ...ผมระแวงคนอื่น...

ผมขอตัวไปดูเดือนก่อนครับ” เขาจ้ำพรวดๆ ออกไปทันทีไม่สนใจศรีดาราที่เรียกให้กินอะไรก่อน

“ผมเห็นความจริงช้าไป...เราตั้งใจเลี้ยงลูกให้เติบโต หวังให้แข็งแรงมั่นคง แต่ผมลืมที่จะตัดแต่งดัดกิ่งมันให้เหมาะสมพอดี วันนี้มันแผ่กิ่งก้านระรานต้นไม้อื่น ผมคิดจะดัดกิ่งมันใหม่ กิ่งมันก็แข็งเกินจะดัดได้แล้ว...หวังแค่ว่ามันจะไม่งัดกับต้นไม้อื่นจนหักโค่นลงมา” อนุตว่าแล้วถอนใจหนักใจ พลอยทำให้ศรีดาราเป็นกังวลไปด้วย...

ครู่ต่อมา อรุณมาถึงหน้าห้องพักของวงเดือน เป็นจังหวะเดียวกับเธอเปิดประตูห้องออกมา ทันทีที่เจอหน้าเขา วงเดือนทำเย็นชาใส่ ถามคำตอบคำอย่างเสียไม่ได้ แล้วขอตัวไปทำงาน เดินจากไปอย่างไม่ไยดี เขามองตามด้วยความเสียใจ...

ขณะศรีดารากำลังนั่งจัดดอกไม้อยู่ในสวน อรุณโผเข้ามาคุกเข่ากอดเอวเธอไว้ คร่ำครวญว่าวงเดือนเกลียดเขาหน้าแทบไม่อยากจะมอง ทั้งๆ ที่เขารักเธอมาก แต่ทำไมเธอถึงไม่รักเขา ศรีดาราได้แต่ลูบหัวลูกเพื่อปลอบใจเขายังคงคร่ำครวญอีกว่า อีกไม่กี่วันข้างหน้าเราสองคนจะแต่งงานกันแล้ว แต่เขากลับไม่เคยได้แม้แต่รอยยิ้มจากเธอ เขาควรจะทำอย่างไรดี ศรีดาราแนะให้ทำดีกับเธอ

“แล้วผมไม่ดีกับเดือนตรงไหน ผมทั้งรักทั้งห่วงเธอ”

“แต่ลูกหวงและควบคุมเดือน ต่อหน้าทุกคนลูกก็ยังไม่เว้น ไม่มีใครอยากโดนคุมขังเหมือนนักโทษนะลูก... ลูกบอกแม่ได้ไหมว่าเดือนชนะใจลูกตรงไหน”

“เดือนเป็นคนน่ารัก ใจดีอ่อนโยนกับผมเสมอ”

“แล้วลูกล่ะน่ารัก ใจดี อ่อนโยนกับเดือนบ้างหรือเปล่า” เจอคำพูดของแม่เข้าไป เขาถึงกับอึ้ง เพราะทำไม่ดีกับเธออยู่บ่อยๆ รู้สึกสำนึกผิดแต่ไม่รู้ว่าสายเกินไปที่จะแก้ตัวหรือเปล่า

“อย่าแก้ตัว แต่ลูกจะต้องยอมรับในความผิดและแก้ไข มันจะไม่มีคำว่าสายนะลูกนะ” คำแนะนำของแม่ทำให้เขาคิดจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น...

ฝ่ายวงเดือนไม่ได้ตรงไปที่คลินิกอย่างที่อ้างกับอรุณ กลับแวะสถานีรถไฟเพื่อซื้อตั๋วไปเชียงรายเที่ยวคืนนี้ ขณะเดินออกจากสถานีรถไฟ รถของเมฆาแล่นผ่านมาพอดี เขาบีบแตรเรียก แล้ววิ่งลงไปหา ซักเป็นการใหญ่ว่าทำอะไรแถวนี้ เธอโกหกว่ามาซื้อของใช้ส่วนตัว เขา
ไม่เห็นมีถุงใส่ของสักใบ อดถามไม่ได้ของอยู่ไหน

“เอ่อ...พอดีร้านที่จะซื้อเขาปิดน่ะค่ะ...เจอคุณเมฆาก็ดีเลย คุณจะไปคลินิกใช่ไหมคะ เดือนจะได้ขอติดรถไปด้วย” เธอพยายามเบี่ยงเบนความสนใจ แล้วทำท่าอ้อนสุดชีวิต ก่อนจะเดินนำเขากลับไปที่รถ เมฆาอดหันมองสถานีรถไฟอย่างรู้สึกแปลกๆไม่ได้ เธอเกรงเขาจะล่วงรู้แผนการเร่งให้รีบขึ้นรถ สุดท้ายเธอก็รอดตัวไปได้

ooooooo

โฉมไฉไลคิดจะมัดมือชกว่าที่สามี สั่งให้สาวิตรีเพื่อนของเธอเอารถคันใหม่เอี่ยมมาให้ที่บ้านแล้วจะให้เขาจ่ายเงินให้ พฤกษ์ไม่เข้าใจจะเปลี่ยนรถใหม่ทำไมในเมื่อรถของเธอยังสภาพดีอยู่ เธอเข้ามาเกาะแขน ออดอ้อนว่ารถตัวเองเก่าแล้ว และที่สำคัญเธอกำลังจะเป็นสะใภ้บ้านแสนสมุทร ถ้าใช้รถเก่าๆ จะทำให้เขาเสียหน้าไปด้วย

“โฉมไม่ต้องกังวลหรอกครับ คุณพ่อคุณแม่หรือแม้แต่ผม ไม่เคยสนใจเรื่องหน้าตา แต่ถ้ารถของโฉมมี ปัญหาจริงๆ ที่บ้านผมก็มีรถอีกหลายคันไม่จำเป็นต้องซื้อใหม่ก็ได้”

เธอพยายามตื๊อให้เขาซื้อรถให้ได้ เขาอ้างว่าไม่ได้มีเงินมากมายขนาดนั้น ทุกวันนี้เขาได้เป็นเงินเดือนจากกงสี ถ้าหากจะใช้จ่ายมากกว่านั้นต้องให้คุณพ่อของเขาร่วมตัดสินใจ มันเป็นกฎของบริษัท แล้วตัดบทขอตัวไปทำงานเรือกำลังจะเข้าเทียบท่า โฉมไฉไลมองตามไม่พอใจ...
ตกเย็น สาวิตรีกับประกอบแฟนของเธอมาหา

โฉมไฉไลที่บ้าน โวยวายไม่พอใจที่อุตส่าห์เอารถมาส่งให้ ถึงที่ โดยไม่ต้องวางเงินดาวน์แม้แต่บาทเดียว แต่พอไปทวงถามค่ารถจากพฤกษ์กลับถูกปฏิเสธ แล้วบอกให้เราสองคนมารับรถคืน โฉมไฉไลเกรงจะเสียหน้า โกหกว่าพฤกษ์ยังไม่อยากซื้อ เพราะมีปัญหานิดหน่อย

“ไม่อยากซื้อหรือไม่ให้ซื้อกันแน่ เป็นถึงว่าที่สะใภ้แสนสมุทร เงินแค่แสนสองแสนจะมีปัญหาได้ยังไง ฉันอุตส่าห์คุยกับแฟนฉันไว้เยอะว่าเธอน่ะเงินถุงเงินถัง ที่แท้ก็ถังแตก” สาวิตรีมองเหยียด ก่อนจะคว้ากุญแจรถไปจากมือเพื่อนสาว แล้วชวนประกอบกลับ โฉมไฉไลกำมือแน่นด้วยความแค้น พาลโกรธพฤกษ์ที่ทำให้เสียหน้า ความอับอายครั้งนี้เขาต้องชดใช้...

ใกล้เวลารถไฟด่วนเที่ยวค่ำจะออก วงเดือนย่องออกจากห้องพักพร้อมกระเป๋าเดินทางอย่างระแวดระวัง ขณะเดินผ่านพุ่มไม้ใกล้ถึงทางประตูรั้ว ได้ยินเสียงอรุณร้องเรียก เธอตกใจรีบยัดกระเป๋าเดินทางเข้าไปในพุ่มไม้ เป็นจังหวะที่เขาเดินมาถึงตัวพอดี เขามาขอโทษที่ทำไม่ดีกับเธอ และอยากให้เธอสัญญาว่าพรุ่งนี้เธอจะไปกับเขา

ทีแรกเธออิดออด แต่พอเขาขู่ว่าจะไม่ขึ้นนอนจนกว่าเธอจะรับปาก หญิงสาวจำต้องรับปากทั้งที่ไม่รู้ว่าเขาจะพาไปไหน อรุณดีใจมาก พรุ่งนี้เที่ยงจะมารับ เธอรอจน เขาขึ้นตึกใหญ่ จึงหันมาหยิบกระเป๋าเดินทางขึ้นมากอด
“คุณภูผา...ขอเวลาเดือนอีกนิดนะคะ...รอเดือนนะ”

ooooooo

ภูผาขับรถไปตรวจไร่ชากับนายสว่างแต่เช้าด้วยจิตใจที่เลื่อนลอย เหม่อไม่ดูทางจนรถวิ่งแถเข้าหาต้นไม้ใหญ่ นายสว่างตกใจตะโกนเรียกเจ้านายพร้อมกับหักพวงมาลัยรถหลบได้ทัน ภูผาได้สติเหยียบเบรกทันที
“เจ้านาย...เป็นอะไรครับ ทำไมสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย”

“ฉันขอโทษ...ที่เกือบทำให้นายสว่าง...”

“ผมไม่ได้ถามเพราะกลัวตาย เจ้านายมีไร่ มีคนงานมีความหวังของคุณย่า มีชีวิตของตัวเองอยู่ในมือ ขาดสติแม้แต่นิดเดียวเท่ากับเจ้านายจะสูญเสียทุกอย่างที่สร้างมา มันคุ้มแล้วหรือครับ”

“แต่ฉันเลิกคิดไม่ได้ ทั้งที่ฉันมั่นใจว่าเดือนรักฉัน แต่ทำไมเดือนถึงจะแต่งงานกับอรุณ ฉันไม่เข้าใจ”

“ก็ไปถามสิครับ...เวลาเรามีคำถามแล้วมันหาคำตอบไม่ได้นี่มันหงุดหงิดนะครับ พอหงุดหงิดมันจะพาลให้อย่างอื่นแย่ไปด้วย ยิ่งเจ้านายเหม่อบ่อยๆแบบนี้ เกิดลืมจ่ายเงินเดือนพวกผม พวกผมก็แย่สิครับ”

“แล้วถ้าเธอไม่ได้รักฉันแล้ว”

“เจ็บ...แต่จบครับ แล้วก็จะได้รู้สักทีว่าจะเอายังไงต่อกับชีวิตไงครับ มีแต่ได้กับได้แบบนี้ เจ้านายจะเลือกแบบไหนล่ะครับ จมกับคำถามหรือลุยให้ได้คำตอบ” คำพูดของนายสว่างทำให้ภูผาได้คิด...

เกือบเที่ยงแล้ว เมฆาแปลกใจทำไมป่านนี้วงเดือนยังไม่มาเปิดคลินิก รู้สึกเป็นห่วง รีบขับรถกลับบ้าน ตรงไปหาเธอที่ห้องพัก สอบถามว่าไม่สบายหรือเปล่า ทำไมยังไม่ไปทำงาน ได้ความว่าเธอมีนัด

“นัด...นัดกับใคร” เมฆานิ่วหน้า มีเสียงดังขึ้นจากด้านหลัง

“นัดกับผมไงครับ เดือนจะแต่งงานกับผมพรุ่งนี้แล้วพี่จะไม่ให้เดือนได้หยุดเตรียมตัวบ้างเลยหรือครับ” อรุณว่าแล้วเข้ามายืนข้างๆวงเดือน “ถ้าพี่เมฆาไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวเจ้าสาวผมไปก่อนนะครับ” เขาว่าแล้วจูงมือเธอออกไป เมฆามองตาม เจ็บแปลบหัวใจที่โดนพรากของรักไปต่อหน้าต่อตา...

ที่ท่าเทียบเรือ พฤกษ์ไม่ค่อยชอบใจนักที่ชอุ่มเอาคนงานของเขาไปใช้งานโดยไม่บอกกล่าว เธอรีบแก้ข้อกล่าวหาว่าไม่ได้ทำเองโดยพลการแต่เป็นคำสั่งของคุณอรุณ เขาอยากรู้ว่าอรุณสั่งให้ทำอะไร

“คุณอรุณบอกว่าเป็นความลับน่ะค่ะ”

เขาคาดคั้นให้เธอบอกความลับนั้น ชอุ่มเห็นหน้าโหดๆของเขาแล้วไม่กล้าขัดใจ

ooooooo

วงเดือนต้องแปลกใจที่เห็นแพเล็กๆถูกสร้างไว้ใกล้ชายหาด ขึ้นโครงสี่เสาประดับด้วยดอกไม้สีขาวสวยงาม อรุณตั้งใจทำให้เธอเพื่อเป็นของขวัญวันแต่งงานของเราสองคน

“ขอบคุณนะคะ เดือนชอบมากค่ะ”

“ฉันก็ขอบคุณเดือนมากนะ...ขอบคุณที่ยอมแต่งงานกับฉัน ขอบคุณที่เดือนจะอยู่ข้างฉันตลอดไป” เขาว่าแล้วชวนเธอไปนั่งกินข้าวบนแพ เธอเดินตามรู้สึกผิดต่อเขามาก...

หลังจากกินอาหารเสร็จ วงเดือนเก็บปิ่นโตเรียบร้อย หันมาเห็นอรุณนั่งตาปรือจะหลับมิหลับแหล่ เธอเข้าไปจับตัวเขาให้นอนหนุนตักอย่างอ่อนโยน หวังจะชดเชยความรู้สึกผิดในใจ เขายิ้มดีใจ หยิบดอกไม้ที่ตกแต่งไว้บนเสามาทัดหูให้ จับมือเธอมาทาบที่อก

“ฉันรักเดือนนะ” เขาหลับตาลงยิ้มอย่างมีความสุข

วงเดือนสะเทือนใจมาก มองไปที่น้ำทะเลเบื้องหน้าน้ำตาคลอเบ้า ไม่ทันเห็นพฤกษ์ยืนมองมาที่แพสีหน้าเจ็บปวด ก่อนจะหันไปต่อยต้นไม้ใกล้ๆระบายความอัดอั้น แล้วเดินจากไป อีกมุมหนึ่งของชายหาด เมฆายืนมองอยู่เช่นกัน รู้สึกเจ็บปวดใจไม่แพ้พฤกษ์...

กว่าวงเดือนกับอรุณจะกลับถึงบ้านแสนสมุทรก็มืดแล้ว ใกล้เวลาที่เธอจะต้องไปแล้ว เธอขอให้เขาช่วยพาไปกราบศพศรีเรือน เขาดีใจคิดไปเองว่าเธอจะไปขอพรจากคุณย่าสำหรับงานแต่งของเรา ครู่ต่อมาทั้งคู่มาถึงส่วนที่ใช้เป็นที่เก็บศพของศรีเรือน เจออนุตกับศรีดาราอยู่ที่นั่นก่อนแล้ว วงเดือนถือโอกาสนี้เข้าไปกราบท่านทั้งสอง

“เดือนขอบคุณท่านทั้งสองมากนะคะที่ให้ความ

เมตตาเลี้ยงดู ให้การศึกษากับเดือน พระคุณของท่าน

เดือนคงไม่มีวันตอบแทนได้หมด”

ศรีดาราคิดว่าเธอเป็นเหมือนลูกคนหนึ่ง และดีใจมากที่วันพรุ่งนี้ เธอจะได้เป็นลูกสาวของตนจริงสักที อนุตขอบใจเธอมากสำหรับทุกอย่าง วงเดือนมองท่านทั้งสองแล้วยิ่งรู้สึกผิด ก้มกราบพวกท่านอีกครั้งเพื่อเป็นการขอขมา อรุณขยับมานั่งตรงหน้าพ่อกับแม่บ้าง

“ถ้าผมทำอะไรไม่ดีไป ผมต้องขอโทษพ่อกับแม่ด้วยนะครับ แล้วผมก็ขอบคุณที่พ่อกับแม่ยอมให้ผมแต่งงานกับเดือน...ขอบคุณครับ” เขากราบพ่อกับแม่ซึ่งยิ้มพอใจที่เห็นลูกมีความสุข ศรีดารากับอนุตจะกลับห้อง อรุณอาสาจะพาท่านทั้งสองไปส่ง วงเดือนรอให้สามคนพ่อแม่ลูกไปเสียก่อนจึงก้มกราบหน้าโลงศพศรีเรือน

“คุณท่านคะ เดือนรู้ว่าการกระทำของเดือนอาจทำให้หลายคนต้องเสียใจ แต่เดือนขออนุญาตใช้หัวใจตัวเองตัดสินนะคะคุณท่าน ขอให้คุณท่านช่วยเปิดทางให้เดือนได้ไปหาคุณภูผาด้วยนะคะ” เธอก้มกราบอีกครั้งหนึ่งเหมือนเป็นการล่ำลา จากนั้นเธอรีบกลับไปที่ห้องพัก รอจนไฟบนตึกใหญ่ดับหมด คว้ากระเป๋าเสื้อผ้าออกไป...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน หนูนาถึงกับใจเสียเมื่อรู้ว่าภูผากำลังจะกลับไปหาคนรักของเขาที่บ้านแสนสมุทร นายสว่างสงสารหลานสาว พยายามพูดให้เธอตัดใจจากภูผา ดื้อดึงไปก็ไม่มีประโยชน์

“ความรักมันบังคับใจกันไม่ได้ ฤทธิ์ของความรัก มันรุนแรงแค่ไหน ตอนนี้เอ็งก็น่าจะเข้าใจว่าเจ้านายก็คงทนฤทธิ์ของความรักไม่ได้เหมือนกัน เจ้านายไม่เคยให้ความหวังเอ็ง ลุงเชื่อว่าเอ็งก็รู้ว่ามันไม่มีทาง”

ooooooo

เช้าวันเดินทาง มีเพียงนายสว่างกับดอยเท่านั้นที่ขับรถมาส่งภูผาที่สถานีรถไฟ หนูนาไม่ยอมมาด้วย งอนที่เขาจะกลับไปหาคนรัก ขณะภูผารอนายสว่าง กับดอยไปซื้อตั๋วมาให้ มีรถไฟขบวนหนึ่งแล่นมาจอดที่ชานชาลา เขามองดูผู้คนที่ทยอยลงจากรถไฟสักพัก นายสว่างเข้ามาสะกิด

“ตั๋วครับนาย”

จังหวะที่ภูผาหันไปหานายสว่าง วงเดือนก้าวลงจากรถไฟพอดี ที่สถานีรถไฟมีผู้คนพลุกพล่าน ทำให้ทั้งคู่ไม่เห็นกัน คลาดกันไปอย่างน่าเสียดาย วงเดือนออกมาหน้าสถานี มองซ้ายมองขวาไม่รู้จะไปทางไหนดี คนขับรถรับจ้างเห็นเธอไม่ใช่คนในพื้นที่เข้ามาประกบทันทีถามว่าจะไปไหน

“ฉันจะไปไร่วงเดือน ตามที่อยู่นี่จ้ะ” เธอยื่นกระดาษจดที่อยู่ให้

ดอยกำลังยืนกินขนมอยู่แถวนั้น ชะงัก มองหญิงสาวต่างถิ่นอย่างสนใจ คนขับรถรับจ้างได้ทีโขกค่ารถแพงเกินจริง ดอยทนไม่ไหวเข้าไปเตือนหญิงสาวว่าคนขับรถคนนี้คิดจะหลอกเงินเธอ คนขับรถรับจ้างไม่พอใจที่ดอยมาขัดลาภ ทำท่าจะเอาเรื่อง นายสว่างเข้ามาขวางไว้เสียก่อนถามว่ามีเรื่องอะไรกัน

“ก็ตาลุงนี่สิจะหลอกเอาเงินพี่สาว จากที่นี่ไปไร่ของเราเอาตั้งร้อยนึง” ดอยฟ้องฉอดๆ พอวงเดือนรู้ว่าทั้งคู่อยู่ที่ไร่วงเดือนและเป็นลูกน้องของภูผา รีบแนะนำตัวว่าชื่อวงเดือน แล้วขอร้องให้พาไปพบเขา

“ตอนนี้นายไม่ได้อยู่ที่ไร่ครับ อยู่บนรถไฟขบวนที่จะล่องใต้ นายกำลังจะกลับไปแสนสมุทรครับ”

จังหวะนั้น เสียงหวูดรถไฟดังลั่น วงเดือนหน้าเสียทิ้งกระเป๋าเสื้อผ้าวิ่งกลับเข้าไปในสถานี นายสว่างกับดอยรีบวิ่งตาม ขบวนรถไฟล่องใต้กำลังเคลื่อนออกจากสถานี หญิงสาววิ่งตาม ตะโกนเรียกภูผาพร้อมกับกวาดตามองหาเขาตามตู้รถไฟไปด้วย รถไฟแล่นเร็วขึ้นๆ จนตามไม่ทัน เธอทรุดลงกับพื้น ร้องไห้อย่างไม่อายใคร...

ครู่ต่อมา นายสว่างกับดอยพาวงเดือนมาที่ไร่ ต่างแปลกใจที่เห็นภูผายืนอยู่หน้าบ้านพัก ภูผาทั้งดีใจและประหลาดใจปนกันที่เห็นหญิงคนรัก พอได้สติ ทั้งสองคนโผเข้ากอดกันกลม

“เดือน...เดือนจริงๆใช่ไหม ฉันไม่ได้ฝันใช่ไหม”

“คุณภูผา เดือนคิดถึงคุณ...คิดถึงคุณที่สุด”

“ฉันก็คิดถึงเธอ คิดถึงทุกวันทุกเวลา” ภูผากอดเธอไว้แน่นราวกับกลัวจะหาย วงเดือนน้ำตาคลอด้วยความปีติ ขณะที่หนูนาเจ็บปวดใจกับภาพตรงหน้า จากนั้นภูผาจูงมือหญิงคนรักขึ้นบ้าน นายสว่างกับดอยช่วยหิ้วกระเป๋ามาให้ โดยมีหนูนาเดินตามมาเงียบๆ ภูผายังตื่นเต้นดีใจไม่หาย ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะเจอวงเดือนที่นี่

“ลุงหว่างบอกว่าคุณกลับไปบ้านแสนสมุทร เดือนคิดว่าเราจะไม่ได้เจอกันซะแล้ว”

“ผมเห็นเจ้านายขึ้นรถไฟไปแล้วนี่ครับ” นายสว่างมองเจ้านายงงๆ

“ก็ต้องขอบใจดอยนะ ถ้าไม่ใช่เพราะดอย ฉันก็คงไม่ย้อนกลับมา” ภูผาพูดจบนึกถึงภาพเหตุการณ์เมื่อเช้า

ตอนนั้นเขานอนหลับอยู่ ในมือถือสร้อยข้อมือหนังถักเป็นเกลียวที่ทำเอง ตั้งใจจะนำกลับไปให้วงเดือนไว้เป็นของแทนใจ ดอยมาเคาะประตูห้องเร่งให้เขาลุกขึ้นแต่งตัว รถไฟล่องใต้เที่ยวเช้าจะออกแล้ว เขาทะลึ่งพรวดรีบเข้าไปล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้า คว้าเป้สัมภาระแล้วรีบออกไป อารามรีบร้อนลืมสร้อยข้อมือหนังไว้บนเตียง เขามานึกได้อีกทีตอนอยู่บนรถไฟ จังหวะที่เขาลงจากรถไฟเสียงหวูดรถไฟก็ดังขึ้นพอดี

ภูผาตื่นจากภวังค์ด้วยรอยยิ้ม “ถ้าฉันไม่กลับ

มาเอาของที่ลืมไว้ เราคงไม่ได้เจอกัน”

“เจ้านายลืมอะไรจ๊ะ สำคัญขนาดยอมตกรถไฟเลย” ดอยอดซักไม่ได้ ภูผาไม่ตอบ มองวงเดือนยิ้มเป็นนัยๆ ก่อนจะหันไปบอกนายสว่างช่วยตกรางวัลให้ดอยแทนเขาด้วย อยากได้อะไรก็บอกมาได้เลย ดอยโลภมากอยากได้โน่นได้นี่ไปทุกอย่าง นายสว่างเลยให้มะเหงกเป็นรางวัลแทน ภูผาเห็นวงเดือนเดินทางมาทั้งคืนยังไม่ได้กินอะไร หันไปสั่งให้หนูนาทำข้าวต้มมาให้หนึ่งถ้วย เธอหน้าตึงขึ้นมาทันที ก่อนจะเดินกระแทกเท้าออกไป

ooooooo

ขณะเดียวกัน บรรยากาศภายในบ้านแสนสมุทรเป็นไปอย่างคึกคัก แขกเหรื่อทยอยมาร่วมงานอย่างคับคั่ง งานแต่งงานจัดขึ้นพร้อมกันสองคู่ ระหว่างโฉมไฉไลกับพฤกษ์คู่หนึ่ง และอีกคู่หนึ่งวงเดือนกับอรุณ ใกล้ฤกษ์ทำพิธีเข้ามาทุกขณะ อนุตบ่นอุบทำไมคู่บ่าวสาวทั้งสองคู่ไม่ลงมาสักที ศรีดาราอาสาไปตามให้ เมฆาขอไปด้วย

“ผมอยากเห็นเดือนน่ะครับ คุณพ่อคงไม่ว่า ใช่ไหมครับ”

อนุตพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต สักพัก ศรีดารากับเมฆามาถึงห้องแต่งตัวเจ้าสาว โฉมไฉไลในชุดไทยสวยงาม นั่งรออยู่ก่อนแล้ว พฤกษ์กับอรุณในชุดเจ้าบ่าวตามมาสมทบ อรุณแปลกใจที่ไม่เห็นวงเดือนอยู่ในห้องด้วย

“คุณแม่ครับ...แล้วเจ้าสาวของผมล่ะครับ”

“จริงสิ...ทำไมเดือนยังไม่มาแต่งตัวอีก” ศรีดาราบ่นอุบ ทันใดนั้น ชอุ่มวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานว่าวงเดือนหายตัวไป ในห้องก็ไม่อยู่ ตามหาทั่วบ้านก็ไม่มีวี่แวว โฉมไฉไลปากเสียขึ้นมาทันที

“อย่าบอกนะว่าเดือนหนีการแต่งงาน”

อรุณร้อนใจมากรีบออกไปตามหาโดยมีเมฆากับพฤกษ์ตามไปติดๆ ขณะที่ศรีดาราทำท่าจะหมดเรี่ยวแรงแต่ต้องแข็งใจ สั่งให้ชอุ่มรีบพาเธอไปหาอนุต ชอุ่มปรี่เข้ามาประคองเธอออกไป อนงค์กับโฉมไฉไลหันมายิ้มให้กันสะใจที่วงเดือนหายตัวไป ครู่ต่อมา สามหนุ่มมาถึงห้องพักที่ว่างเปล่าของวงเดือน ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ หรือรื้อค้นข้าวของ เมฆาสรุปจากสภาพแวดล้อมเหมือนเธอเดินออกไปจากที่นี่เอง อรุณสวนขึ้นทันที

“ไม่จริง เดือนสัญญาว่าจะอยู่กับผมตลอดไป เดือนไม่มีทางทิ้งผมไป ไม่จริง” แล้วอาละวาดขว้างปาข้าวของกระจุยกระจาย อนุตตามมาสมทบเห็นท่าไม่ดี สั่งพฤกษ์จับตัวน้องเอาไว้ เมฆาอาสาจะไปตามเธอให้เอง...

ด้านเมฆาตามหาวงเดือนไปทั่ว ทั้งที่คลินิก ที่แพริมทะเลรวมทั้งสถานีรถไฟ แต่ไม่พบ เขากลับบ้านแสนสมุทรมือเปล่า อรุณถึงกับเครียดจัด หายใจหอบถี่ ก่อนจะล้มคว่ำหมดสติ พฤกษ์กับเมฆาช่วยกันนำตัวน้องชายไปนอนพักที่ห้องของเขา อนงค์กับโฉมไฉไลตามมาดูด้วยความเป็นห่วง แต่ไม่ได้ห่วงคนเจ็บห่วงงานแต่งงานจะล่มถ้าเขาเป็นอะไรไป พฤกษ์เห็นรูปวงเดือนวางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง ทนอยู่เฉยไม่ไหวจะออกไปตามหา โฉมไฉไลขวางไว้

“นี่คุณจะบ้าหรือไง วันนี้มันงานแต่งงานของเรานะ”

พฤกษ์ดึงดันจะไปให้ได้ เมฆาต้องมาช่วยห้ามอีกแรง อนุตหมดความอดทน สั่งให้ปล่อยเขาไป

“ชื่อเสียงของแสนสมุทรอยู่ในมือพฤกษ์ พิสูจน์ให้พ่อเห็นสิว่าพ่อวางกิจการของแสนสมุทรไว้ในมือพฤกษ์ได้”

พฤกษ์สับสนมาก อยากจะไปตามหาวงเดือน

ใจจะขาดแต่หน้าที่และความรับผิดชอบค้ำคอ ตัดสินใจคว้ามือโฉมไฉไลลงต้อนรับแขกข้างล่าง อนงค์รีบตามไปช่วยอีกแรง อนุตถึงกับถอนใจเหนื่อยใจ หันไปบอกศรีดารา

“คุณกับเมฆาลงไปช่วยพฤกษ์ต้อนรับแขกทีนะ ผมจะดูแลอรุณเอง” เขาว่าแล้วมองอรุณสีหน้าเป็นกังวล

“เดือน...กลับมาหาฉัน...เดือน” อรุณละเมอขึ้นมาเบาๆ...

ในขณะที่บ้านแสนสมุทรกำลังวุ่นวาย บ้านไร่วงเดือนกลับมีบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรัก ภูผาจับมือวงเดือนขึ้นมากุมไว้ สายตาทั้งรักทั้งหลง ดอยตะลึงจ้องตาไม่กะพริบ นายสว่างอยากให้ทั้งคู่ได้อยู่กันตามลำพังลากหลานสาวจอมจุ้นออกไป ภูผาเพิ่งนึกขึ้นได้ ถามวงเดือนว่าวันนี้เธอต้องแต่งงานไม่ใช่หรือ เธอถึงกับชะงัก

“เดือน...รู้ว่ามันผิด แต่เดือนห้ามตัวเองไม่ให้มาที่นี่ไม่ได้” จังหวะนั้น หนูนายกชามข้าวต้มวางกระแทกลงตรงหน้าเธอ ภูผาหันขวับสีหน้าไม่พอใจ วงเดือนกลับยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตร ขอบคุณที่ทำข้าวต้มมาให้ หนูนาเชิดใส่ เดินหน้าหงิกออกไป เธอรู้สึกได้ถึงความไม่เป็นมิตร ภูผาชวนวงเดือนกินข้าวเพื่อเบนความสนใจ เธอจับช้อนจะตักข้าวต้ม แต่มืออ่อนแรงทำช้อนร่วง เขาเป็นห่วงเอามืออังหน้าผากดูว่าตัวร้อนไม่สบายหรือเปล่า

“เดือนไม่เป็นไรค่ะ แค่เพลียนิดหน่อย เมื่อคืนเดือนไม่ค่อยได้นอน”

“นั่งรถไฟมาไกลนี่นะ...งั้นมา...ฉันป้อนให้ดีกว่า” เขาคว้าช้อนไปจากมือ แต่เธอยื้อไว้ เขาสั่งห้ามขัดใจ เธอตัดพ้อว่าเขาเผด็จการกับเธออีกแล้ว ภูผาเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นอ่อนโยนทันที

“อย่าขัดใจฉัน...ฉันขอนะ” เขาพูดจบตักข้าวป้อนให้ เธอมองเขาสายตาเปี่ยมด้วยความรัก เขาถึงกับชะงัก

“อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนี้...ไม่งั้นเธอจะโดนแบบนี้” เขาพูดจบดึงเธอเข้ามาหอมฟอดใหญ่ เธอตกใจผลักเขาออก ขอร้องอย่าทำแบบนี้ ใครมาเห็นเข้าจะไม่ดี ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ เขาป้อนข้าวเธอไปพลางหอมแก้มเธอไปพลาง หัวร่อต่อกระซิกกันอย่างมีความสุข หนูนายืนมองภาพนั้นด้วยความปวดร้าวใจ

ooooooo

ชิงนาง ตอนที่ 7

อ่านเรื่องย่อ

ชิงนาง

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

วัน-เวลาออกอากาศ:

ช่องออกอากาศ:

นักแสดงนำ:

นิยายไทยรัฐ
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement