advertisement

ชิงนาง ตอนที่ 6

บทประพันธ์ โอฬาร์กร จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 7 โดย อโณมา
21 ก.ย. 2555 10:52

ขณะที่ศรีเรือนนอนหมดสติ มีเลือดไหลซึมออกจากขมับ เหมือนมีลางบอกเหตุไปถึงหลานรัก อยู่ๆประตูบ้านพักของภูผาที่เชียงรายปิดดังปังทั้งๆที่ลมสงบ ภูผากำลังนั่งกินข้าวอยู่กับเหนือฟ้าสะดุ้งโหยง รู้สึกใจคอไม่ดี เหนือฟ้าอดถามไม่ได้ว่ามีอะไรหรือเปล่า

“ไม่มีอะไรครับ กินข้าวต่อเถอะ” แม้สีหน้าของภูผาจะยิ้ม แต่ในใจกลับเป็นกังวล หลังกินข้าวเสร็จ เขารีบขับรถเข้าเมืองเพื่อจะโทร.ทางไกลกลับบ้าน ปรากฏว่าโทรศัพท์ใช้การไม่ได้ เนื่องจากวันก่อนมีพายุลูกเห็บที่ตีนดอย สายโทรศัพท์ล่มทั้งหมด อีกหลายวันกว่าจะซ่อมเสร็จ ภูผาผิดหวัง รีบกลับที่พัก เขียนจดหมายถึงคุณย่าแทน...

ด้านโฉมไฉไลทนอัดอั้นไม่ไหว เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้แม่ฟัง อนงค์ถึงกับนั่งไม่ติดซักเป็นการใหญ่ว่ามีใครเห็นหรือเปล่า ถ้าไม่มีใครเห็นก็ดีไป แต่ถ้ามีใครเห็นคงไม่มีการแต่งงานเกิดขึ้นแน่ๆ เราสองแม่ลูกก็จะไม่ได้เงิน

“โอ๊ย...หม่าม้า โฉมยิ่งกลุ้มๆอยู่ หม่าม้าจะตีโพยตีพายทำไมเนี่ย”

“แกก็รีบๆบีบให้มันแต่งงานกับแกซะก่อนที่แกจะเสียตัวฟรี ลูกโง่” อนงค์โวยลั่น โฉมไฉไลถึงกับหน้าเครียด...

ที่หน้าห้องฉุกเฉิน ภายใน ร.พ.ประจำจังหวัด เมฆารายงานให้พ่อกับแม่ของเขาซึ่งรออย่างใจจดจ่อฟังว่าคุณย่าพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่เส้นเลือดในสมองบางส่วนแตก ทำให้เป็นอัมพาตซีกขวา ทั้งคู่ถึงกับอึ้ง

ooooooo

พออาการของศรีเรือนคงที่ เมฆาพาท่านกลับมาพักฟื้นต่อที่บ้าน และนับจากนี้ไป เขาจะให้วงเดือนเป็นคนดูแลท่านโดยมีชอุ่มคอยช่วยอีกแรง อรุณเข้าไปนั่งข้างๆท่านเพื่อปลอบใจ

“คุณย่าครับ...คุณย่าต้องหายนะครับ”

ศรีเรือนขยับมือซ้ายจะจับมืออรุณ พฤกษ์เข้ามาจับมือท่านวางบนมือเขาให้ เมฆาหันมาพูดกับพ่อและแม่

“ท่านมีโรคความดันอยู่แล้ว ต้องดูแลใกล้ชิด อาจารย์หมอบอกว่าเส้นเลือดคุณย่าเปราะบางมาก ถ้าเกิดความเครียดจะเป็นอันตรายมาก”

วงเดือนรับคำด้วยความเต็มใจ แม้จะรู้ว่าศรีเรือนไม่ค่อยชอบขี้หน้าตนเองนัก...

ระหว่างเกิดเหตุร้ายกับศรีเรือน ภูผายังคงมุ่งมั่นทำไร่ชาอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย ขณะเขายืนมองไร่ชาที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาอยู่กับหนูนา เห็นคนงานแบกถังน้ำมารดต้นชาอย่างยากลำบาก เขาหยิบดินขึ้นมาบี้ดู

“ดินมันแห้งเกินไป นายสว่างบอกว่าท้ายไร่มีน้ำตก...พาฉันไปดูหน่อย”

ไม่นานนัก หนูนานำภูผามาถึงน้ำตกใหญ่ที่กระแส น้ำค่อนข้างเชี่ยว เขามองไปรอบๆอย่างพิจารณา หญิงสาวสงสัยให้พามาที่นี่ทำไม เขาจะต่อน้ำจากน้ำตกเข้าไปที่ ไร่ชา จะได้มีน้ำใช้ในการทำไร่สะดวกขึ้น แล้วก้าวขึ้นไปยืนบนโขดหินเพื่อสำรวจทิศทางที่จะทำท่อส่งน้ำ หนูนาอยากรู้อยากเห็น จะปีนขึ้นไปดูบ้าง เขายื่นมือให้เธอจับแล้วช่วยดึงขึ้นไป เธอพยายามชะเง้อคอยาวมองข้ามไหล่ภูผา เขารำคาญหันมาเอ็ดให้อยู่นิ่งๆ

เป็นจังหวะเดียวกับหนูนาเขย่งตัวขึ้นพอดี ใบหน้าของทั้งคู่เกือบชนกัน หนูนาตกใจถึงกับผงะ หงายหลังตกลงไปในน้ำเชี่ยวกราก เขาจะโดดตาม แต่เหนือฟ้ามาจากไหนไม่รู้โดดลงไปช่วยเธอเสียก่อน ล็อกร่างเธอไว้แล้วพยายามว่ายเข้าฝั่ง แต่น้ำเชี่ยวมาก ประกอบกับเขายังไม่หายดี ร่างของทั้งคู่ลอยไปตามความแรงของสายน้ำ

ภูผาวิ่งไปตามตลิ่งอย่างรวดเร็ว เห็นร่างของหนูนากำลังจะกระแทกโขดหินเบื้องหน้า เหนือฟ้าพลิกตัวเข้าไปบังร่างเธอไว้ ทำให้ตัวเองกระแทกกับโขดหินอย่างจัง เขายังคงกอดเธอไว้ไม่ยอมปล่อย โขดหินช่วยกันร่างของทั้งคู่ไม่ให้ไหลไปกับกระแสน้ำ ภูผาจะโดดลงไปช่วย นายสว่างร้องเรียกไว้ พร้อมกับส่งเชือกเส้นใหญ่ให้

นายใหญ่ของไร่วงเดือนผูกปลายเชือกด้านหนึ่งกับต้นไม้ ส่วนอีกด้านหนึ่งมัดตัวเองแล้วโดดลงไปช่วยดึงร่างทั้งคู่ขึ้นฝั่ง หนูนาเปียกมะลอกมะแลก แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บ นายสว่างขอบคุณเหนือฟ้าที่ช่วยชีวิตหนูนาไว้

“ไม่เป็นไร...ผม...” พูดได้แค่นั้น เหนือฟ้าก็ล้มลงหมดสติ นายสว่างกับภูผาช่วยกันประคองเขากลับที่พัก...

หลังจากส่งหมอกลับไปแล้ว นายสว่างเข้ามารายงานภูผาว่า เหนือฟ้ากระแทกหินอย่างแรง มีเพียงแผลช้ำกับอาการเคล็ดขัดยอก ไม่มีกระดูกส่วนไหนหัก แต่เริ่มมีไข้ตัวรุมๆ ภูผามองไปยังร่างเหนือฟ้าที่นอนหลับสนิท

“ก็ต้องคอยเฝ้านะ คืนนี้ไข้ต้องขึ้นแน่ แล้วจะให้ใครมาดูแลเพราะหนูนาคงไม่อยาก...”

ภูผายังไม่ทันจะพูดจบ หนูนาโพล่งขึ้นทันทีว่า จะดูแลเหนือฟ้าเอง ตนมีสำนึกพอ รู้ดีว่าบุญคุณต้องทดแทน ทั้งภูผาและนายสว่างมองหน้ากันไม่อยากเชื่อหูตัวเอง แล้วชวนกันไปคุยเรื่องทำท่อส่งน้ำ

ooooooo

ตลอดหลายวันที่ศรีเรือนต้องนั่งๆนอนๆอยู่บนเตียง วงเดือนคอยดูแลปรนนิบัติอยู่ไม่ห่าง ทั้งป้อนข้าวป้อนน้ำ ทั้งช่วยทำกายภาพบำบัด และอ่านหนังสือให้ฟัง ทำทุกอย่างให้อย่างเอาใจใส่ สายตาของศรีเรือนเคยมองเธออย่างรังเกียจ กลับเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนมากขึ้นทุกที ขณะที่วงเดือนนวดมือซ้ายให้ศรีเรือน และยกขึ้นยกลงเพื่อบริหาร เธอขืนมือไว้ไม่ยอมเอาลง หญิงสาวแปลกใจ ขยับเข้ามาคุกเข่าใกล้ๆ

“เป็นอะไรคะคุณท่าน”

ศรีเรือนค่อยๆ ลดมือลงอย่างยากลำบาก จนกระทั่งวางบนหัวเธอสำเร็จ พยายามขยับมือเหมือนกับจะลูบหัว ยิ้มให้ทั้งที่ใบหน้าบิดเบี้ยว แล้วส่งเสียงที่ฟังแทบไม่ได้ศัพท์ว่าขอบใจ วงเดือนดีใจน้ำตาคลอ ประมุขบ้านแสนสมุทร พยายามส่งเสียงออกมาอีก แต่เธอพอจะจับใจความได้

“อย่า...ร้องไห้หรือคะ?”

ท่านพยักหน้าให้ลำบากลำบน เธอรีบเช็ดน้ำตารับปากว่าจะไม่ร้องไห้อีก แล้วช่วยดูแลจนท่านหลับ ขณะกำลังจะออกไป วงเดือนเหลือบเห็นรูปถ่ายของภูผาคู่กับศรีเรือนวางอยู่ หยิบขึ้นมาดูด้วยความคิดถึง อดร้องไห้ไม่ได้ ศรีเรือนได้ยินเสียงสะอื้นของเธอ ลืมตามองด้วยความสงสาร...

ในเวลาเดียวกัน โฉมไฉไลแวะไปหาพฤกษ์ที่เรือเพื่อเร่งรัดเรื่องแต่งงาน เขาอ้างว่าตอนนี้ไม่เหมาะเพราะคุณย่าของเขาประสบอุบัติเหตุ ยัยตัวแสบทำเป็นตกใจ ถามว่าเป็นอะไรร้ายแรงหรือเปล่า พอรู้ว่าท่านเป็นอัมพาตอาสา จะเข้าไปช่วยดูแลให้ เขาไม่เข้าใจว่าเธอหมายความว่าอย่างไร

“ถ้าโฉมแต่งงานกับคุณก็ต้องเป็นสะใภ้ของบ้านแสนสมุทร โฉมก็ควรจะไปแนะนำตัวกับผู้ใหญ่และได้ทำความรู้จักปรนนิบัติท่านบ้างดีไหมคะ”

พฤกษ์ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมยัยตัวแสบยอมรับว่าเป็นความคิดที่ดี เธอสบโอกาสเหมาะ บอกให้เขาพาเธอไปบ้านแสนสมุทรในวันพรุ่งนี้ เขาหนีไม่ออกจำต้องรับปาก เธอแอบยิ้มพอใจ

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น มีจดหมายจากเชียงรายมาถึงศรีเรือน ชอุ่มรู้งานแอบเอามาให้ แกะออกจากซองเอาใส่มือซ้ายของเธอแล้วช่วยยกค้างไว้ให้อยู่ในท่าที่อ่านได้ถนัด ในจดหมายมีข้อความว่า

“คุณย่า...ผมคิดถึงคุณย่ามาก หวังว่าคุณย่าจะสบายดี คุณย่ารักษาสุขภาพด้วยนะครับ ผมเป็นห่วง ตอนนี้ผมพยายามพัฒนาให้ไร่วงเดือนสร้างผลผลิตที่ดีที่สุด เป็นชาที่มีคุณภาพ ทำทุกอย่างให้ดีให้สมกับที่คุณย่าให้โอกาสผม...ผมทิ้งแสนสมุทรอย่างไม่คิดเสียดาย ผมเคยคิดว่าผมจะลืมเดือน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผมก็ได้รู้ว่าผมรักเดือนมากจนไม่อาจจะสูญเสียเดือนไปได้

“คุณย่าครับ ผมอยากขอร้อง ถ้าเดือนรักผมอย่างที่ผมรักเธอ คุณย่าช่วยส่งเดือนมาหาผมได้ไหมครับ ให้หัวใจของเราสองคนได้ร่วมทางกัน ไร่วงเดือนขาดหัวใจไม่ได้ครับคุณย่า...มันเป็นคำขอที่ผมไม่กล้าคิดว่าคุณย่าจะยอมให้ผมได้หรือไม่...ผมสัญญาว่าจะขอสิ่งนี้เป็นสิ่งสุดท้ายจากคุณย่า...รักคุณย่าเสมอ...ภูผา”

ศรีเรือนอ่านจดหมายจบ น้ำตาร่วง ชอุ่มตกใจถามว่าเป็นอะไร เธอขยับมือเหมือนจะส่งจดหมายคืนให้ ชอุ่มมองอย่างเข้าใจ รับมาใส่ซองอย่างเดิมแล้วถามว่าจะให้เอาไปเก็บไว้ไหน เธอขยับมือกำๆแบๆเป็นทำนองให้วางไว้บนมือ แม่บ้านผู้ซื่อสัตย์ทำตามคำสั่ง พอเห็นสายตาของเธอมองไปที่ประตูห้อง ชอุ่มรู้ทันทีว่าถูกไล่ รีบออกไป ศรีเรือนพยายามอย่างหนักกว่าจะสอดจดหมายไว้ใต้หมอนสำเร็จ แล้วเอนตัวพิงหัวเตียงอย่างเหน็ดเหนื่อย ตั้งใจแน่วแน่จะส่งหัวใจไปให้หลานรัก ตามที่ขอ...

อีกมุมหนึ่งภายในห้องรับแขกบ้านแสนสมุทร พฤกษ์พาโฉมไฉไลมาพบพ่อกับแม่ของเขาและบอกพวกท่านว่าเขากำลังจะแต่งงานกับเธอ ศรีดารางง ทำไมลูกไม่เคยพูดถึงเธอมาก่อน

“ครับ...วันนี้ผมก็เลยพาโฉมมาไหว้คุณพ่อคุณแม่กับคุณย่า”

“ได้เวลาอาหารกลางวันแล้วคุณ วันนี้วงเดือนกับชอุ่มไม่อยู่ คุณต้องไปดูแลคุณแม่ไม่ใช่เหรอ พาหนูโฉมไปด้วยสิ” อนุตคะยั้นคะยอศรีดารา เพื่อจะได้พูดคุยกับลูกชายตามลำพัง เธอรู้งานรีบแยกโฉมไฉไลออกไป ทันทีที่ทั้งคู่ลับสายตา อนุตถามลูกชายว่าเกิดอะไรขึ้น เขาไม่ได้รักโฉมไฉไลแล้วทำไมจะแต่งงานกับเธอ พฤกษ์เล่าว่าเขากับเธอเป็นผัวเมียกันแล้ว ทุกอย่างเป็นเพราะเขาผิดพลาดเอง เขาจึงต้องรับผิดชอบ อนุตถึงกับหน้าเครียด...

ในเวลาเดียวกัน ที่คลินิกของเมฆา วงเดือนเล่าให้เมฆาฟังว่าศรีเรือนยิ้มให้เธอ เขาพลอยดีใจไปด้วย ถ้าท่านใจอ่อนแบบนี้แล้ว เธอต้องเอาใจท่านให้มากๆ เธอสบช่องขออนุญาตไปซื้อของ เย็นนี้เธอตั้งใจจะทำบัวลอยน้ำขิงให้ท่านกิน เขากระเซ้าว่าจะทำของชอบให้ท่านกิน ตัวเองฝีมือดีขนาดไหน

“อร่อยที่สุดเลยล่ะค่ะ...คุณผายังชมเลย”

เมฆาถึงกับชะงัก ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นปกติ “เดือนจะไปซื้อของไม่ใช่หรือ ไปสิ...แล้วทำเผื่อฉันด้วยนะ”

เธอรับคำแล้วรีบออกไป เขามองตาม อยากรู้ว่าเวลาที่เธอพูดถึงเขาจะยิ้มแบบที่พูดถึงภูผาบ้างหรือเปล่า

ooooooo

ขณะที่วงเดือนหมายมั่นปั้นมือจะทำบัวลอยน้ำขิงเพื่อเอาใจศรีเรือนโดยไม่ล่วงรู้เลยว่าท่านไม่มีโอกาสจะได้กิน เพราะทันทีที่ศรีดาราทิ้งท่านไว้ลำพังกับโฉมไฉไลเพื่อลงไปหยิบยาก่อนอาหารมาให้ โฉมไฉไลเข้าไปพูดกรอกหูที่ศรีเรือนเคยบอกไว้ว่าจะไม่ยอมให้เธอมาเป็นหลานสะใภ้ เป็นง่อยอย่างนี้แล้วจะมาขัดขวางอะไรเธอได้

“อีกไม่นานบ้านแสนสมุทรของแกจะต้องเป็นของฉัน หลานแกจะต้องเป็นผัวฉัน ไม่ว่าจะพฤกษ์หรือเมฆา”

ประมุขบ้านแสนสมุทรโกรธจัด ความดันพุ่งกระฉูด ภาพยัยตัวแสบค่อยๆเบลอ ปวดหัวแทบทนไม่ไหว

โฉมไฉไลยังคงสนุกกับการเยาะเย้ยถากถาง และขอร้องว่าอย่าเพิ่งเป็นอะไรไปก่อนจะได้เห็นเธอเป็นคุณผู้หญิงของบ้านแสนสมุทร ศรีเรือนพยายามกรีดร้องเรียกให้คนมาช่วย เธอเข้าไปปิดปากไว้

“อ้อ...มีอีกเรื่อง ฉันจะบอกให้เอาบุญนะว่าคนที่ชนแกคือ...ฉันเอง”

ศรีเรือนทนรับความบีบคั้นไม่ไหวช็อกตาเหลือก ก่อนจะล้มลงไปนอนแน่นิ่ง โฉมไฉไลใจไม่ดีเข้าไปเขย่าตัวแต่ไม่มีอาการตอบสนอง เอามืออังจมูก ไม่พบว่ามีลมหายใจ เธอถึงกับผงะ กรีดร้องลั่นบ้าน...

ระหว่างที่ศรีเรือนตกอยู่ในสถานการณ์เป็นตายเท่ากัน เหมือนมีลางร้ายส่งไปถึงภูผา อยู่ๆ ฟ้าผ่าเปรี้ยงลงต้นไม้ใกล้ๆกับที่ที่เขากำลังดูแลคนงานใส่ปุ๋ยต้นชา ฝนเทกระหน่ำตามมาทั้งๆที่ไม่มีวี่แววมาก่อน ภูผาใจคอไม่ดีหันไปถามนายสว่างว่ามีเหตุการณ์แบบนี้บ่อยไหม

“ไม่นะครับ ถ้าจะมีก็ลูกเห็บเลย ผมว่าฝนนี่มันแปลกๆนะครับ”

“ดูแล้วน่ากลัวเหมือนฟ้าร้องไห้เลย...คิดถึงตอนย่าดอยตาย ฝนก็ตกแบบเนี้ย แม่บอกว่าฟ้าร้องไห้ให้ย่า”

คำพูดของดอยยิ่งเพิ่มความกังวลใจให้ภูผา สองสามวันที่ผ่านมาเขารู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก...

ทันทีที่วงเดือนกับเมฆารู้ข่าวศรีเรือนช็อก รีบตรงมายัง รพ. พบอนุต ศรีดารา พฤกษ์ อรุณ และโฉมไฉไลรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินก่อนแล้ว ขณะที่ทุกคนหันไปสนใจทั้งคู่ โฉมไฉไลกลัวเมฆาจะจับพิรุธได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องทำให้คุณย่าของเขาช็อก อาศัยจังหวะนั้นแอบไปยืนหลบๆ อาจารย์หมอเจ้าของไข้ออกมาจากห้องฉุกเฉินพอดี ทุกคนกรูเข้าไปถามอาการของศรีเรือนด้วยความเป็นห่วง

“ท่านมาถึง รพ.ช้าเกินไป...เสียใจด้วยนะครับ”

ทุกคนพากันช็อก ศรีดารา วงเดือน และชอุ่มร้องไห้โฮ โฉมไฉไลที่แอบฟังอยู่ กลัวจัดรีบหลบออกไป...

ไม่นานนัก โฉมไฉไลกลับถึงบ้าน วิ่งหน้าตาตื่นจะขึ้นข้างบน อนงค์รีบคว้าตัวไว้ ถามว่าไปบ้านแสนสมุทรได้เรื่องอะไรบ้าง ทางนั้นจะจัดงานแต่งงานให้เมื่อไหร่ เธอยังไม่ได้คุยอะไรทั้งนั้น เพราะเกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน คุณย่าของพฤกษ์ตายเมื่อครู่นี้เอง ช็อกตายไปต่อหน้าเธอด้วย เธอกลัวแทบเป็นบ้า
“คุณย่าเขาตายแล้วแกเกี่ยวอะไร...อย่าบอกนะว่าเพราะแก” อนงค์หรี่ตามองอย่างจับผิด เธอโผกอดแม่

“โฉมแค่ด่ามัน ใครจะไปรู้ว่ามันจะตายง่ายขนาดนั้น”

อนงค์หน้าเสีย ซักว่าไม่มีใครรู้เรื่องนี้ใช่ไหม

โฉมไฉไลส่ายหน้า ทางนั้นคิดว่านังแก่ช็อกตายไปเอง ตอนนี้เอาศพไปไว้วัดแล้ว เธอกลัวมากเลยรีบหนีกลับบ้าน อนงค์นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“ไปแต่งตัว...ตอนนี้ล่ะเป็นโอกาสของเรา...รีบไป” เธอลากลูกสาวขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ที่ไร่เหนือฟ้า โสภณนักธุรกิจชาวใต้ผู้กว้างขวางต้องการจะมาร่วมทุนกับเหนือฟ้าเพื่อเปิดตลาดใบชาทางภาคใต้ วันชัยออกมาต้อนรับแทนขับสู้อย่างดี วางท่าราวกับเป็นเจ้าของไร่เสียเอง แต่แขกผู้มาเยือนกลับถามหาเหนือฟ้า เขาชะงักไปเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นปกติ

“ตอนนี้พ่อเลี้ยงเดินทางไปพักผ่อนน่ะครับ พ่อเลี้ยงให้ผมเป็นคนจัดการเรื่องภายในทั้งหมด...เชิญครับ” วันชัยว่าแล้วเดินนำเขาเข้าไปเจรจาธุรกิจที่ห้องทำงาน หลังจากตกลงรายละเอียดเบื้องต้นเป็นที่พอใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย โสภณขอตัวกลับ โดยมีวันชัยเดินมาส่งที่รถ เขาหวังว่าธุรกิจของเราครั้งนี้จะดำเนินไปได้ด้วยดี

“เช่นกันครับ” วันชัยยื่นมือไปจับมือกับเขา

“ผมฝากเชิญพ่อเลี้ยงไปทางโน้น เห็นสถานที่จริง ทางพ่อเลี้ยงจะได้เห็นลู่ทางที่ผมเตรียมไว้”

วันชัยคิดแผนชั่วขึ้นมาได้ทันที ถ้าเหนือฟ้ายอมไปพบโสภณ คราวนี้จะไม่ยอมให้เขารอดไปได้อีก...

ในขณะที่วันชัยวางแผนจะกำจัดเหนือฟ้าอีกครั้ง หนูนาทั้งด่าทั้งว่ากระทบสารพัดเพื่อไล่พ่อเลี้ยงหนุ่มไปให้พ้นไร่วงเดือน เขาออดอ้อนว่าจะกลับไปได้อย่างไรในเมื่อยังไม่หายเจ็บหลังที่กระแทกกับหิน

“ที่จริงอาการเหนือฟ้าก็ดีขึ้นมากแล้วนะ ถ้าไม่กระโดดน้ำลงไปช่วยคนบางคนจนต้องเจ็บหนักขึ้น

เหนือฟ้าไม่สบายขนาดนี้เพราะใคร คนเรามันต้องรู้จักสำนึก” ภูผาว่าพลางปรายตามองหนูนา

“เออๆๆรู้แล้วว่าเจ็บเพราะช่วยฉัน อยากอยู่ก็อยู่ไปเลย เจ้าของเขาอนุญาตแล้ว” เธอพูดจบเดินกระแทกเท้าออกไป เหนือฟ้าหันไปบอกภูผาว่าจะอยู่รบกวนอีกสักวันสองวันก็จะกลับ เขาไม่เห็นด้วยแน่ใจได้อย่างไรว่ากลับไปแล้วจะปลอดภัย มีใครที่เหนือฟ้าสงสัยเป็นพิเศษไหม เขามีลูกน้องไม่กี่คนที่เข้าใกล้รถของเขาได้

“นายวันชัยล่ะ” ภูผาหยั่งเชิง

“พี่วันชัยเป็นญาติ เป็นมือขวาของพ่อ เขาดูแลฉันมาตลอด ฉันไม่คิดว่าเป็นเขา”

“แต่ถ้านายปล่อยให้คนร้ายมันอยู่ในที่ลับแล้วนายอยู่ในที่แจ้งแบบนี้ ฉันว่ามีกี่ชีวิตก็ไม่พอนะ” คำพูดของภูผาเล่นเอาเหนือฟ้าหน้าเครียด คิดหนัก...

เย็นวันเดียวกัน วันชัยแวะมาหาเหนือฟ้าที่ไร่วงเดือน รายงานเรื่องที่โสภณจะมาร่วมลงทุนในธุรกิจใบชาด้วย โดยจะแบ่งกำไรให้เรา 60 เปอร์เซ็นต์ แม้พ่อเลี้ยงหนุ่มจะเห็นชอบกับข้อเสนอที่ดีของโสภณแต่ไม่ยอมลงใต้ตามคำเชิญของฝ่ายนั้น วันชัยพยายามยุแต่ไม่ขึ้น เขาไม่อยากเสี่ยงทิ้งไร่ไปตอนนี้ เพราะอาจจะโดนลอบทำร้ายอีก จะได้ไม่คุ้มเสีย วันชัยอ้าปากจะเถียงแต่เหนือฟ้าชิงตัดบท

“เอาเป็นว่าฉันให้พี่เป็นตัวแทนไปตกลงกับคุณโสภณก็แล้วกัน อีกสองวันฉันจะกลับไปที่ไร่...พี่ช่วยจัดการตามที่ฉันสั่งด้วย” เขาว่าแล้วขอตัวไปพักผ่อน วันชัยมองตามเจ็บใจ ที่แผนพังไม่เป็นท่า

ooooooo

ที่ห้วยยอด งานสวดอภิธรรมศพศรีเรือนมีขึ้นในค่ำวันเดียวกัน บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า มีแขกเหรื่อมาเคารพศพไม่ขาดสาย จังหวะที่อนุตพาแขกผู้ใหญ่เข้าไปนั่งในศาลาสวดศพ เมฆาหันไปถาม แม่ที่ยืนอยู่ข้างๆพฤกษ์ว่าใครอยู่กับคุณย่าเป็นคนสุดท้าย

“หนูโฉมน่ะจ้ะ...หนูโฉมแฟนตาพฤกษ์น่ะ”

เมฆาหันขวับมองพี่ชาย แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร ยัยตัวแสบกับแม่ของเธอตรงรี่เข้ามาทักทายศรีดารา พร้อมกับแสดงความเสียใจกับการจากไปของศรีเรือน ศรีดาราขอบคุณสองแม่ลูกที่มาร่วมงาน อนงค์ตั้งใจพูดเสียงดัง

“เราต้องมาอยู่แล้วค่ะอีกไม่นานโฉมก็ต้องเป็นคนในครอบครัวของแสนสมุทร โฉมเธอทราบว่าทุกคนในบ้านแสนสมุทรเสียใจกับเรื่องนี้มาก ก็เลยอยากมาเป็นกำลังใจให้กับตาพฤกษ์ด้วยนะคะ เพราะเธอทราบว่าตาพฤกษ์รักคุณศรีเรือนมาก...ตาพฤกษ์...พาแม่กับโฉมไปไหว้คุณย่าสิจ๊ะ เสร็จแล้วโฉมจะได้มาช่วยคุณศรีดาราต้อนรับแขก”

ทุกคนในงานมองพฤกษ์เป็นตาเดียวกันรวมทั้งวงเดือนและชอุ่ม ชายหนุ่มรู้สึกอึดอัด รีบเดินนำสองแม่ลูกเข้าไปในศาลา เมฆาหันไปถามศรีดาราว่านี่มันเรื่องอะไรกัน

“วันนี้พฤกษ์บอกว่าจะแต่งงานกับหนูโฉมให้เร็วที่สุด”

อรุณแปลกใจมาก กำลังจะอ้าปากบอกแม่ว่าโฉมไฉไลเคยเป็นแฟนเก่าของเมฆา แต่เขาส่งสายตาห้ามน้องชายไว้เสียก่อน...

อีกมุมหนึ่งด้านหลังโรงครัว ชอุ่มเจ็บใจน้ำตาคลอที่โฉมไฉไลกับแม่ของเธอบังอาจมาใช้งานศพของคุณท่านประกาศตัวว่าจะมาเป็นสะใภ้ของแสนสมุทร ทำให้งานศพต้องแปดเปื้อน วงเดือนเองรู้สึกไม่ต่างจากชอุ่ม แต่ไม่กล้าแสดงออกได้แต่ปลอบเธอให้คลายความโกรธ

“เดือนรักคุณท่าน เดือนรู้ว่าน้าชอุ่มก็เหมือนกัน เรารักคุณท่านเราก็ช่วยกันดูแลแขกที่มาร่วมงานให้ดีที่สุดดีไหมจ๊ะ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อคุณท่าน”

ชอุ่มปาดน้ำตา คว้าถาดใส่ข้าวต้มรับปากจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด...

เมฆาทนดูพฤติกรรมของโฉมไฉไลที่แสดงตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของพฤกษ์อย่างออกนอกหน้าไม่ไหว รอจังหวะที่พี่ชาย แม่ของเขาและอนงค์หันไปคุยกับแขกร่วมงาน แอบดึงตัวโฉมไฉไลออกไป วงเดือนเห็นพอดี มองตามด้วยความสนใจ ครู่ต่อมา เมฆาลากยัยตัวแสบมาถึงมุมปลอดคน ตะคอกถามว่ามายุ่งกับพี่พฤกษ์ทำไม หรือว่าต้องการจะแก้แค้นเขา โฉมไฉไลปฏิเสธว่าไม่เคยคิดแบบนั้น ที่มายุ่งกับพฤกษ์ก็เพราะเขาเป็นคนดี เต็มใจจะดูแลเธอ เมฆาไม่เชื่อ เพราะรู้เช่นเห็นชาติว่าผู้หญิงอย่างเธอเหลี่ยมจัดแค่ไหน เธอยกนิ้วแตะริมฝีปากเขาเป็นเชิงห้าม

“อย่าพูดรุนแรงแบบนั้นสิคะ...คุณควรจะสุภาพกับโฉมมากกว่านี้นะคะเมฆา เพราะอีกไม่นานคุณต้องเรียกโฉมว่า...พี่สะใภ้” เธอจ้องเขาอย่างท้าทาย เขาจับมือเธอบีบสุดแรงแต่เธอไม่สะทกสะท้าน

“ถ้าคุณทำให้พี่พฤกษ์เสียใจ ผมไม่ปล่อยคุณไว้แน่” เขาขู่จบผละจากไป

“คุณจะได้รู้ว่าตกนรกทั้งเป็นมันเป็นยังไง” โฉมไฉไล มัวแต่มองตามเมฆาด้วยความเคียดแค้น ไม่ทันเห็นวงเดือนหลบอยู่ในมุมมืดได้ยินทุกคำที่เธอพูด อดเป็นห่วงพฤกษ์ไม่ได้ เกรงจะถูกหลอกใช้

ooooooo

ในงานศพวงเดือนไม่มีโอกาสพูดคุยกับพฤกษ์ จึงมาดักรอเขาที่หน้าบ้านแสนสมุทรโดยไม่รู้ว่าอรุณแอบมองจากหน้าต่างห้องของเขา ทันทีที่พฤกษ์มาถึง เธอปรี่เข้าไปถามที่เขาจะแต่งงานกับโฉมไฉไลเพราะความรักใช่ไหม

“ฉันต้องรับผิดชอบกับการกระทำของตัวเอง” พฤกษ์เผลอใจคว้ามือเธอขึ้นมากุมไว้ “หัวใจของฉันรักผู้หญิงได้คนเดียวและมันจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”

วงเดือนโดนพูดเข้าตัวถึงกับไปไม่เป็น คิดจะชิ่งหนีแต่เขาไม่ยอมปล่อยมืออยากรู้ว่าถามเรื่องโฉมไฉไลทำไม เธอไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเปิดปากพูด

“คือ...เดือนทราบว่าคุณโฉมเคยเป็นคนรักของคุณเมฆา...เดือนก็เลย...”

พฤกษ์อยากจะเขกหัวตัวเองนักที่หลงคิดไปว่าเธอถามเพราะไม่ต้องการให้เขาแต่งงานกับคนอื่น ที่แท้เธอเป็นห่วงความรู้สึกของเมฆา เธอพยายามจะเตือนเรื่องโฉมไฉไล แต่เขาไม่อยู่ฟังเดินหน้าตึงออกไปทันที อรุณซึ่งแอบฟังอยู่กำมือแน่นด้วยความแค้น เข้าใจผิดคิดว่าวงเดือนเป็นห่วงเมฆาอย่างที่พฤกษ์ว่า...

ขณะที่วงเดือนถูกอรุณกับพฤกษ์เข้าใจผิด ภูผารู้สึกสังหรณ์ใจชอบกล รีบขับรถเข้าเมืองเพื่อโทร.ทางไกลกลับบ้าน โชคดีที่ชุมสายโทรศัพท์ซ่อมเสร็จแล้ว...

ในเวลาเดียวกัน ที่บ้านแสนสมุทร อรุณทนนิ่งเฉยไม่ไหว มองซ้ายมองขวาเห็นปลอดคน รีบออกจากตึกใหญ่ เมฆาเพิ่งออกจากห้องกินข้าวเห็นหลังน้องชายไวๆ มองตามสงสัย จังหวะนั้น มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขาทำท่าจะเดินไปรับสาย นึกเป็นห่วงวงเดือนขึ้นมาจึงเปลี่ยนใจรีบเดินตามน้องชาย ปล่อยให้โทรศัพท์ดังอยู่อย่างนั้น

ด้านภูผาถือสายรออยู่นานสองนานจนสัญญาณถูกตัดจะหมุนหาอีกครั้ง แต่แม่ค้าที่ให้บริการโทรศัพท์ร้องถามเสียก่อนว่าเสร็จหรือยัง ลูกของเธอไม่ค่อยสบายจะรีบกลับไปดูลูก เขาจำต้องวางหู...

ระหว่างที่ภูผาต้องกลับไปอย่างผิดหวัง อรุณตามมาที่ห้องพักของวงเดือน คาดคั้นให้เธอบอกมาว่าเธอกับเมฆามีอะไรกันหรือเปล่า เธอนิ่งไม่ตอบ เขาจับตัวเขย่าด้วยความโกรธเกรี้ยว

“เดือนเป็นของฉัน เดือนจะรักจะห่วงจะไปยุ่งกับคนอื่นไม่ได้”

“ไม่...เดือนไม่ได้เป็นของใคร หัวใจของเดือนใครก็บังคับไม่ได้ ถ้าเดือนอยากรักใครเดือนก็จะรัก”

อารมณ์หึงหวงของอรุณพุ่งถึงขีดสุด ดึงเธอมากอดไว้ หญิงสาวตกใจคิดว่าเขาจะทำมิดีมิร้ายร้องลั่น เขายังบ้าคลั่งกอดเธอแน่นไม่ยอมปล่อย เธอพยายามดิ้นสุดชีวิตจนถอยไปชนเตียง เสียหลักล้มลงไปบนที่นอนด้วยกัน ร่างเขาทับเธออยู่ เธอยิ่งตกใจ ร้องขอความช่วยเหลือลั่น เมฆาเข้ามากระชากคอเสื้อน้องชายขึ้นมาต่อยเปรี้ยง

“อรุณ...แกทำแบบนี้ไม่ได้”

“ผมทำไม่ได้แล้วใครล่ะที่ทำได้ พี่งั้นเหรอ...พี่กับเดือนมีอะไรกันใช่ไหม...อย่านึกว่าผมไม่รู้นะว่าพี่ให้เงินกับเดือน ถ้าไม่มีอะไรกันพี่จะให้เงินเยอะๆ กับเดือนทำไม นอกจากว่าเดือนจะเป็นเมียพี่แล้ว”

วงเดือนหมดความอดทนตบหน้าอรุณฉาดใหญ่ ตัดพ้อว่า ถึงเธอจะเป็นเด็กกำพร้าแต่ก็มีศักดิ์ศรีพอไม่เคยคิดขายตัว แล้วไล่เขาออกไป อรุณได้สติ พยายามจะขอโทษ เธอไม่ต้องการฟัง เขาจำต้องเดินคอตกกลับไป เมฆาจะเข้ามาปลอบ เธอขอร้องให้เขากลับไปเช่นกัน หลังจากปิดประตูใส่กลอน วงเดือนปล่อยโฮอย่างอัดอั้น

ooooooo

ภูผากลับถึงบ้านพักต้องแปลกใจที่เห็นหนูนาไม่ยอมหลับยอมนอนนั่งรอเขาด้วยความเป็นห่วง เขาจำต้องกันตัวเองออกห่าง ก่อนที่เธอจะตัดใจจากเขาไม่ได้ โดยบอกว่าไม่ต้องมาคอยเป็นห่วงเป็นใยเขาเพราะเขามีคนคอยทำหน้าที่นั้นอยู่แล้ว และอยากให้เธอยอมรับความจริงเสียที

“ความจริงวันนี้คือคุณไม่ได้รักฉัน แต่ความจริงของวันพรุ่งนี้คุณอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้”

เขายืนยันคำเดิมว่าไม่มีวันเปลี่ยนใจ หนูนายกมือห้าม อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้ เธอไม่อยากเห็นเขากลืนน้ำลายตัวเองทีหลัง เขาอ้าปากจะเถียง เธอรีบตัดบทขอตัวไปนอนหน้าตาเฉย เขามองตามหนักใจ ทันทีที่เธอพ้นสายตา เหนือฟ้าออกมาจากมุมมืด

“น่าอิจฉานายนะ ฉันไม่เคยเห็นหนูนาชอบใครเท่ากับนายเลย”

“หนูนาเป็นเหมือนน้องสาวฉันเท่านั้น ไม่เคยคิดเป็นอย่างอื่น...เข้าใจใช่ไหมว่า ฉันกำลังจะบอกนายว่าอะไร”

เหนือฟ้าไม่ตอบ เดินยิ้มๆ กลับห้องพัก ภูผานั่งมองพระจันทร์แล้วอดคิดถึงหญิงคนรักไม่ได้ โดยไม่ล่วงรู้เลยว่า วงเดือนซึ่งอยู่ห่างกันลิบลับก็ร้องไห้น้ำตานองหน้าด้วยความคิดถึงเขาเช่นกัน อยากให้เขาอยู่ที่นี่กับเธอเหลือเกิน ถ้าเขาอยู่ด้วยเธอคงไม่โดนบีบคั้นและข่มเหงจิตใจขนาดนี้...

ขณะภูผานั่งหลับอยู่ที่ระเบียงบ้านพัก มีมือของใครบางคนมาลูบหัว เขาลืมตาขึ้นมองเห็นคุณย่านั่งอยู่ข้างๆ มองมายังเขาด้วยสายตาเศร้าสร้อย เขาเข้าไปคุกเข่ากอดท่านด้วยความคิดถึง ทันใดนั้น มีเสียงร้องไห้ของวงเดือนแว่วมา เขาชะงัก ถามท่านว่าวงเดือนร้องไห้ทำไม ท่านไม่ตอบได้แต่มองเขาด้วยสายตาเศร้าเช่นเดิม

“เดือนเป็นอะไรครับคุณย่า...เดือน...เดือนอย่าร้องไห้...เดือน” ภูผาตะโกนสุดเสียงก่อนจะสะดุ้งตื่น มองไปรอบๆ ถึงได้รู้ว่าเป็นเพียงความฝัน เงยหน้ามองพระจันทร์ยิ่งคิดถึงและเป็นห่วงคนรัก...

ในเวลาเดียวกัน ที่ไร่เหนือฟ้า วันชัยคิดอยู่หลายตลบกว่าจะคิดออกว่าจะทำอย่างไรให้เหนือฟ้ากลับบ้าน ในเมื่อเขาอยากได้ตัวคนร้ายมากนัก วันชัยก็จะหาให้ ขามอดสงสัยไม่ได้ว่าเจ้านายจะไปหาคนร้ายที่ไหน

“แกอยู่กับฉันมานาน แกรู้ใช่ไหมว่าถ้าฉันได้ทุกอย่างไว้ในมือ ฉันจะเลี้ยงแกอย่างดี” วันชัยว่าแล้วชักปืนขึ้นมา ขามถึงกับผงะ ถอยกรูด

ooooooo

หลังจากหาแพะรับบาปได้แล้ว วันชัยรีบไปหาเหนือฟ้าที่ไร่วงเดือนแต่เช้า กุเรื่องว่าขามตั้งใจจะฆ่าเขา เนื่องจากแค้นใจเรื่องผู้หญิง ความจริงแล้ววันนั้น เขาต้องเป็นคนใช้รถคันที่ถูกตัดสายเบรก แต่เหนือฟ้าต้องมารับเคราะห์แทนเขา เหนือฟ้ายังไม่ปักใจเชื่อ สงสัยเขารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร เขาอ้างว่าเค้นจากปากขามด้วยตัวเอง

“แล้วตอนนี้ไอ้ขามมันอยู่ไหน” เหนือฟ้าเสียงเครียด

“ใต้ดินที่ไหนสักที่ในป่า พี่สั่งให้พวกมันฝังไว้อย่างดี...คนที่ทำให้พ่อเลี้ยงได้รับอันตราย โทษของมันคือตาย พี่จัดการเรื่องคนร้ายให้แล้ว พี่อยากให้พ่อเลี้ยงกลับไร่ ทุกคนในไร่เหนือฟ้ากำลังรอเจ้านายกลับไปเป็นขวัญและกำลังใจ” วันชัยกล่อมอยู่นาน ในที่สุดเหนือฟ้า ตัดสินใจจะกลับวันพรุ่งนี้ วันชัยแอบยิ้มพอใจที่แผนสำเร็จ...

ระหว่างที่เหนือฟ้าหลงเล่ห์กลของวันชัยเตรียมตัวจะกลับบ้าน อรุณถึงกับอารมณ์บูดเมื่อเห็นรอยช้ำที่โหนกแก้มตัวเองจากฝีมือของเมฆา และยิ่งโมโหมากขึ้นที่ชอุ่มเป็นคนเอายามาให้ ส่วนวงเดือนไปคลินิกตั้งแต่เช้าแล้ว เขาปัดถาดใส่ยาทิ้ง แล้วไล่เธอออกไป เธอกำลังจะเดินพ้นประตูห้องแต่นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

“คุณอรุณคะ วันนี้มีถวายเพลนะคะ คุณอนุตกับคุณศรีดาราออกไปที่วัดแล้ว”

เขาไม่สนใจ ไล่ตะเพิดเธออีกครั้ง ชอุ่มรีบเผ่นแทบไม่ทัน จากนั้นไม่นาน อรุณแต่งตัวเสร็จกำลังจะออกจากบ้าน มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ตะโกนเรียกชอุ่มให้มารับสาย แต่ไร้วี่แวว เขาอารมณ์เสียขึ้นมาอีก เดินไปรับสาย ยังไม่ทันจะพูดอะไร เสียงภูผาเรียกวงเดือนดังสวนขึ้นในสายเสียก่อน เขาหน้าหงิกขึ้นมาทันที

“ผมเองครับพี่ผา...ถ้าพี่จะคุยกับเดือน คงไม่สะดวกหรอกครับ เพราะตอนนี้เดือนกำลังยุ่งกับการเตรียมงานแต่งงานของเดือนกับผม...อีกสองอาทิตย์ คุณพ่อคุณแม่จะจัดงานให้ผมกับเดือน ถ้าพี่ผาว่างก็มาร่วมยินดีกับผมด้วยนะครับ...มางานผมในฐานะพี่ชายเจ้าบ่าว”

ภูผาพยายามเก็บอาการทั้งๆ ที่เจ็บปวดหัวใจแทบตาย “พี่ไม่แน่ใจนะ ต้องดูอีกที ตอนนี้งานพี่มันยุ่งๆ น่ะ”

“แต่ผมอยากให้พี่มา พี่จะได้เห็นว่าเดือนตอนที่เป็นเจ้าสาวของผม สวยมากแค่ไหน” อรุณยิ้มพอใจที่ได้ประกาศความเป็นเจ้าของวงเดือนให้พี่ชายรับรู้ ความแข็งแกร่งที่ภูผาเคยมีมลายสิ้น วางหูโทรศัพท์ลงอย่างสิ้นเรี่ยวแรง ครู่ต่อมาเขากลับถึงไร่วงเดือนด้วยอาการของคนหัวใจสลาย ภาพในอดีตอันหวานชื่นระหว่างเขากับวงเดือนผุดเข้ามาในความคิดคำนึง หัวใจของเขายิ่งเจ็บช้ำ

“ทำไมเธอไม่รอฉัน...ทำไม” เขาตะโกนก้องอย่างอัดอั้นตันใจ นายสว่างมองเจ้านายอย่างสงสัย

ooooooo

ที่ศาลาสวดอภิธรรมศพ ได้เวลาเพล อนุตกับ ศรีดาราช่วยกันยกอาหารประเคนพระ แล้วเรียกอรุณมาร่วมด้วย เขามองวงเดือนที่นั่งนิ่งอย่างเป็นกังวล ก่อนลุกขึ้นไปหาพ่อกับแม่ พฤกษ์จะยกอีกชุดหนึ่งประเคน โฉมไฉไลกับอนงค์ปรี่เข้ามาช่วยทันที วงเดือนยกถาดที่เหลือส่งให้เมฆา เขาเห็นในถาดมีบัวลอยน้ำขิง ถือโอกาสชวนเธอร่วมประเคนอาหารให้พระด้วยกัน เธออึกอักไม่กล้า เขาต้องคะยั้นคะยอ

“เธอทำบัวลอยน้ำขิงให้คุณย่าไม่ใช่หรือ ช่วยฉันประเคนพระส่งให้คุณย่านะ รับใช้ท่านอย่างที่เธอตั้งใจ”

วงเดือนน้ำตาคลอ รีบเข้าไปช่วยเมฆา อรุณมองไม่พอใจ ในเวลาต่อมา ขณะกำลังกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลไปให้ศรีเรือน วงเดือนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ร้องไห้ด้วยความอาลัย เมฆาวางมือบนมือเธอที่แตะขอบถ้วยกรวดน้ำอย่างปลอบใจ อรุณหึงพี่ชายขยับจะเข้าไปเอาเรื่อง อนุตขอร้องว่ากำลังทำบุญให้คุณย่า เขาจำต้องลงนั่ง อย่างเดิม...

หลังกลับจากทำบุญเลี้ยงพระเพล อนุตเรียกทุกคนมารวมตัวกันที่ห้องโถง ประกาศว่าจะเก็บศพคุณย่าไว้ร้อยวัน และจะรอให้ภูผากลับมาไหว้ศพท่าน อรุณไม่พอใจมากที่วงเดือนมีท่าทีสนใจเมื่อพ่อพูดถึงภูผา ศรีดาราดีใจคิดว่าอนุตติดต่อภูผาได้แล้ว

“ผมไม่รู้ว่าภูผาอยู่ไหน แต่ผมเชื่อว่าคุณแม่ต้องการรอ รอให้ภูผากลับมาลาท่านเป็นครั้งสุดท้าย พรุ่งนี้ผมจะพาคุณแม่กลับมาที่บ้านแสนสมุทร”

ความหวังที่วงเดือนจะได้เจอภูผาจุดประกายขึ้นในแววตา อรุณเห็นแล้วทนไม่ได้ ทวงถามสัญญาที่พ่อเคยให้ไว้เรื่องงานแต่งของเขากับวงเดือน และต้องการให้จัดงานภายในอาทิตย์หน้า อนุตเคืองมากคุณย่าเพิ่งตาย เขาควรจะรอเวลาที่เหมาะสมกว่านี้ เขาไม่รอ ยืนยันจะต้องแต่งงานกับเธอให้เร็วที่สุด พฤกษ์และเมฆาช่วยกันทักท้วง

ยิ่งทำให้น้องเล็กของบ้านอาละวาดหนัก ขู่จะยอมตายถ้าพ่อไม่ทำตามสัญญา แล้วจะวิ่งออกจากบ้านศรีดารารีบคว้าตัวลูกไว้ อ้อนวอนอนุตให้ยอม เขาคิดหนัก แต่สุดท้ายแล้วก็ยอมทำตามที่อรุณต้องการ...

ที่ไร่วงเดือน ตั้งแต่ภูผารู้ว่าวงเดือนจะแต่งงานกับอรุณ เอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในห้อง ข้าวปลาอาหารไม่แตะ นั่งเหม่อมองออกไปข้างนอกราวกับคนไร้ชีวิตจิตใจ แต่พอตระหนักว่าหญิงคนรักจะต้องตกเป็นของคนอื่น เขาชกผนังห้องอย่างบ้าคลั่งจนมือแตกเลือดอาบ หนูนาตกใจ พยายามทุบประตูเรียกด้วยความเป็นห่วง

“อย่ายุ่งกับฉัน” เขาตะโกนทั้งน้ำตา หนูนาจำต้องถอยออกไป

ooooooo

ชิงนาง ตอนที่ 6

อ่านเรื่องย่อ

ชิงนาง

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

วัน-เวลาออกอากาศ:

ช่องออกอากาศ:

นักแสดงนำ: