advertisement

ชิงนาง ตอนที่ 1

บทประพันธ์ โอฬาร์กร จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 7 โดย อโณมา
21 ก.ย. 2555 10:52

ภูผา ลูกคนรองของหมออนุตและศรีดารา แสนสมุทร เป็นคนเลือดร้อนชอบมีเรื่องชกต่อยตามประสาหนุ่มห้าว รู้ทั้งรู้ว่าวันนี้ คุณย่าศรีเรือนประมุขของตระกูลนัดให้ช่างภาพมาถ่ายรูปครอบครัวที่บ้านแสน-สมุทร เขายังไปท้าตีท้าต่อยกับหนุ่มต่างถิ่นที่ริมชายหาดจนได้แผลแตกที่หน้าผากเป็นที่ระลึก...

ที่สนามหน้าบ้านแสนสมุทร  อนุตรอไม่ไหวสั่งให้ ช่างภาพถ่ายรูปได้เลย ศรีเรือนท้วง ตระกูลแสนสมุทรมีหลานสี่คน ถ้ามาไม่ครบจะไม่ยอมถ่ายรูปเด็ดขาด จังหวะ นั้นภูผาขี่มอเตอร์ไซค์คันเท่เข้ามาจอด รีบมายืนในตำแหน่งของตัวเอง พร้อมกับขอโทษทุกคนที่มาช้า พฤกษ์พี่ชายคนโตมองเขาอย่างตำหนิ ส่วนอรุณมองพี่ชายจอมห้าวยิ้มๆ

“เส้นยาแดงผ่าแปดทุกทีสิน่า...พี่ผา”

ภูผายิ้มตอบให้น้องชายคนเล็ก ขณะที่เมฆาน้องชายถัดจากเขาเชิดหน้าไม่พอใจขึ้นมาทันที หลังจากถ่ายรูปครอบครัวเสร็จ อนุต ศรีดารา และศรีเรือน ถอยออกมายืนห่างๆปล่อยให้สี่พี่น้องถ่ายรูปร่วมกัน

“ถึงจะโตมาด้วยกัน เลี้ยงมาเหมือนๆกัน แต่ก็ดูแตกต่างกันเหลือเกินนะคะ” ศรีดารามองลูกๆเป็นปลื้ม

“แตกต่างยังไงสายเลือดเดียวกันอยู่ดี” อนุตเองก็ปลื้มใจไม่แพ้ภรรยา แต่ศรีเรือนกลับมีสีหน้าเป็นกังวลพึมพำเบาๆว่า เลือดย่อมตัดเลือดไม่ขาด  แล้วอธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขออย่าให้คำทำนายเป็นจริง พลันคำทำนายของหลวงพ่อที่เธอให้ความเคารพนับถือผุดขึ้นมาในความคิดคำนึงของเธอ

“ชีวิตหลานชายของโยมก็เหมือนเรือสี่ลำที่ล่องอยู่ในมหาสมุทร หากวันใดต้องเจอกับพายุใหญ่ซัดโหมให้แตกไปคนละทิศละทาง ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้...มันถือเป็นชะตากรรม...เลี้ยงเขาให้ดี สอนให้เขาคิดดีทำดี ต่อให้พายุนั้นรุนแรงแค่ไหน พวกเขาก็จะผ่านพ้นไปได้”

ศรีเรือนตื่นจากภวังค์ มองไปยังหลานชายทั้งสี่คน ปลอบใจตัวเองว่านาวาของแสนสมุทรแข็งแรงมั่นคง จะมีอะไรมาทำลายได้ก็ให้มันรู้ไป

ooooooo

หลายวันถัดมา เป็นวันที่วงเดือนสอบวันสุดท้ายเสร็จ กำลังเดินมาหน้าตึกวิทยาลัยพยาบาลเพื่อกลับบ้าน ต้องชะงักเมื่อเห็นภูผาขับมอเตอร์ไซค์คันโตเข้ามาจอดตรงหน้า ชวนเธอไปฉลองหลังจากคร่ำเคร่งอ่านตำรามาหลายวัน เธอปฏิเสธว่าไปไม่ได้ ต้องกลับไปช่วยเตรียมงานฉลอง 50 ปี ท่าเรือแสนสมุทร

“อีกตั้งหลายวันกว่าจะถึงงานฉลอง เพราะฉะนั้น วันนี้เธอต้องไปกับฉัน...ขึ้นมา เราจะไปย้อนอดีตกัน”

วงเดือนจำต้องขึ้นซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ เขาแกล้งออกรถกระชากจนเธอต้องคว้าเอวเขากอดไว้แน่น ภูผายังจำอดีตที่ว่านั้นได้ดีราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน...

ตอนนั้น วงเดือนกับสี่พี่น้องแสนสมุทรพากันมาเที่ยวชายหาด พฤกษ์ ภูผา และเมฆา ทำแพไม้ไผ่สองลำแล้วลากไปผูกไว้ในทะเลทิ้งระยะห่างพอสมควร พฤกษ์กับภูผาท้าแข่งว่ายน้ำกัน จุดสตาร์ตอยู่บนแพลำแรก ใครคว้าช่อดอกผักบุ้งทะเลในมือวงเดือนซึ่งอยู่บนแพหนึ่งได้ก่อนคือเป็นผู้ชนะ อรุณยืนเชียร์อยู่บนฝั่งกับเมฆาบ่นเบาๆ

“ผมอยากแข่งบ้างจัง”

“อยากได้ดอกไม้ในมือเดือนเหรอ” เมฆาแซวเล่นโดยไม่คิดอะไร

อรุณถึงกับหน้าแดงเพราะโดนจี้ใจดำ รีบกลบเกลื่อนชี้ให้ดูพฤกษ์กับภูผาที่กำลังเตรียมออกสตาร์ต ทันทีที่วงเดือนยกช่อดอกไม้ขึ้น สองหนุ่มกระโจนลงทะเล ทั้งคู่ว่ายน้ำสูสีกันมาก ปีนขึ้นแพเส้นชัยแทบจะพร้อมกัน แต่ภูผาพุ่งคว้าดอกไม้ได้ก่อน แกล้งดึงวงเดือนตกทะเลไปด้วยกัน ทีแรกเธอตกใจ สักพักก็ตั้งสติได้ เขายัดช่อดอกไม้ใส่มือเธอ ก่อนที่ทั้งสองคนจะโผล่ขึ้นเหนือน้ำ แล้วจับมือเธอข้างที่ถือดอกไม้ชูขึ้น ประกาศชัยชนะ

ครู่ต่อมา พฤกษ์ วงเดือน และภูผาพากันมานั่งพักริมหาด วงเดือนไอเล็กน้อยเพราะสำลักน้ำ อรุณต่อว่าภูผายกใหญ่ที่ชอบเล่นอะไรแผลงๆ เขาบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง ไม่มีวันปล่อยให้เธอเป็นอันตรายเด็ดขาด แล้วหันมองเธอ หญิงสาวไม่กล้าสบตาที่แฝงนัยคู่นั้น อรุณจับความรู้สึกของทั้งคู่ได้ แอบอิจฉาภูผาเพราะตัวเองก็ชอบเธอเช่นกัน

ooooooo

บรรยากาศภายในงานฉลองครบ 50 ปีแสนสมุทรเป็นไปอย่างคึกคัก แขกเหรื่อทยอยกันมาอวยพรไม่ขาดสาย อรุณมีอาการหอบหืดกำเริบ และมีไข้เล็กน้อย อนุต ศรีดารา และพฤกษ์จึงอยากให้เขาพักผ่อนอยู่ในห้อง แต่เขาไม่ยอม อ้างว่าเป็นถึงลูกหมออนุต แต่ต้องนอนป่วยอยู่บนเตียง คุณพ่อกับคุณย่าคงต้องขายหน้าแขกเหรื่อแน่ๆ เมฆาตรวจอาการน้องแล้ว ไม่น่าจะเป็นอันตรายอะไร กินยาแก้ไขสักพักคงจะดีขึ้น

จังหวะนั้น วงเดือนถืออ่างน้ำกับผ้าเช็ดตัวจะเข้ามาเช็ดตัวให้อรุณเหมือนที่เคยทำ ขณะกำลังปลดกระดุมเสื้อให้เขา ศรีเรือนไม่ชอบใจอย่างแรง กระชากมือเธอออก ไล่ให้ออกไปจากห้อง เมฆาเห็นวงเดือนหน้าเสีย อาสาจะจัดการให้เอง ศรีเรือนมองหญิงสาวอย่างรังเกียจ ก่อนจะเรียกอนุตไปคุยกันตามลำพังที่ห้องของท่าน...

ทันทีที่ประตูห้องปิด ศรีเรือนตำหนิลูกชายที่ดื้อดึงไม่ฟังคำเตือนของเธอ รับวงเดือนเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ อนุตอ้างว่าที่รับเลี้ยง และส่งเสียให้เธอเรียนพยาบาลก็เพื่อจะให้มาคอยดูแลอรุณที่มีแต่ทรุดลงทุกวัน

“แต่ดวงนังวงเดือนมันเป็นกาลกิณี มันจะทำให้ครอบครัวเราวิบัติ”

เจ้าตัวเดินผ่านมาได้ยินพอดี ถึงกับน้ำตาคลอที่ถูกคุณศรีเรือนรังเกียจตั้งแต่เด็กจนถึงบัดนี้ ด้านอนุตถอนใจเหนื่อยใจ ถ้าแม่เรียกมาเพื่อพูดเรื่องนี้ คงไม่มีอะไรต้องพูดกันอีก วงเดือนกำลังจะเดินต่อไป แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินศรีเรือนพูดขึ้นว่า คืนนี้เธอจะประกาศให้ภูผาเป็นผู้สืบทอดกิจการรุ่นต่อไปของแสนสมุทร

อนุตไม่เห็นด้วย พฤกษ์เป็นลูกคนโต สมควรได้ดูแลแสนสมุทร ศรีเรือนเสียงเข้มขึ้นมาทันที ในเมื่อเธอเป็นคนสร้างแสนสมุทรขึ้นมาด้วยความยากลำบาก จึงต้องมั่นใจว่าได้มอบกิจการนี้ให้กับคนที่คู่ควร และภูผาคืนคนคนนั้น แม้จะใจร้อนเอาแต่อารมณ์ แต่เขาเข้มแข็งกว่าพฤกษ์ อนุตเถียงไม่ออก ศรีเรือนยังคงแจกแจงต่อ

“อนุต...เรือที่เครื่องแรงเกินไป เรายังลดความเร็วลงได้ แต่เรือที่เครื่องไม่สมบูรณ์แล้วยังช้า ถ้าเจอพายุโถมเข้าใส่...สุดท้ายก็ต้องอับปางอยู่กลางทะเล...คืนนี้ แม่จะประกาศยกแสนสมุทรให้ภูผา”

วงเดือนตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน จังหวะนั้น ภูผาเข้ามากระซิบข้างหูว่าแอบฟังผู้ใหญ่คุยกัน เป็นการเสียมารยาท หญิงสาวตกใจหันไปมองหน้าเกือบชนกัน เขายกมือสองข้างเท้าประตูห้องคุณย่า ทำให้เธอตกอยู่ในวงแขนเขา แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ทำท่าจะจูบ เธอผงะถอยหลังก่อนจะย่อตัวลงลอดใต้แขน จะหนี เขาดึงเธอเข้ามาใกล้

“อย่าพูดเรื่องนี้กับใคร ไม่งั้น...เธอโดนฉันลงโทษแน่”

เธอสะบัดมือออกเดินหนี เขามองตามยิ้มๆพอหันมองประตูห้องคุณย่าสีหน้ากลับเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด...

จากนั้น วงเดือนรีบกลับห้องพัก ใจเต้นไม่เป็นส่ำเมื่อนึกถึงใบหน้าของภูผา แต่แล้วต้องแปลกใจที่เห็นชุดสวยสีหวานวางอยู่บนเตียง มีโน้ตติดไว้ว่า “สำหรับน้องสาวของพี่...พฤกษ์” เธอคว้าชุดจะเอาไปคืน เปิดประตูห้อง เจอเจ้าของชุดยืนอยู่ สั่งให้เธอเปลี่ยนชุดแล้วออกไปร่วมงานด้วยกัน

“เดือนเป็นแค่คนงาน...ไม่ใช่...”

“เดือนเป็นหนึ่งในสมาชิกของแสนสมุทร เป็นน้องสาวของพี่...จำไว้” น้ำเสียงอบอุ่นจริงใจ ทำให้เธอตื้นตัน

ooooooo

ภายในงานเลี้ยง ขณะอรุณกำลังบ่นให้เมฆาฟังว่าสงสารวงเดือนที่ถูกคุณย่าเล่นงาน ภูผาแกล้งยื่นแก้วน้ำมาตรงหน้าน้องคนสุดท้อง ถามว่าดื่มสักแก้วไหม เมฆาชักสีหน้าไม่พอใจ แย่งแก้วไปจากมือ ถามเสียงเขียวว่าน้ำอะไร พอรู้ว่าแค่น้ำชา เขาถึงกับหน้าเจื่อน รู้ตัวว่าเมื่อครู่แสดงอาการไม่เหมาะใส่พี่ชาย แต่ไม่ยอมขอโทษ

“คิดว่าฉันจะเอาเหล้าให้อรุณดื่มงั้นหรือ...ฉันเป็นพี่ชายมัน ไม่มีพี่คนไหนคิดจะฆ่าน้องตัวเองหรอก” ภูผาโวย

“ผมไม่ได้คิดขนาดนั้น แต่เพราะพี่ชอบเล่นอะไรไม่เข้าท่าต่างหากล่ะ คราวก่อนถ้าไม่ใช่เพราะพี่ อรุณก็คงไม่เกือบตายหรอก” เมฆานึกย้อนไปถึงครั้งล่าสุดที่สี่คนพี่น้องรวมทั้งวงเดือนไปเที่ยวเล่นริมทะเลกัน

วันนั้น พฤกษ์แข่งว่ายน้ำแพ้ภูผา อรุณอยากจะอวดให้วงเดือนเห็นว่าเรื่องว่ายน้ำตัวเองก็ไม่เป็นสองรองใคร ยิ่งถูกเมฆาห้ามทำอะไรหักโหม เขายิ่งไม่อยากให้ใครมองว่าอ่อนแอ ภูผาเข้าใจความรู้สึกของน้อง จึงท้าแข่ง ว่ายน้ำด้วย จะแกล้งว่ายช้าๆให้น้องเข้าเส้นชัยก่อน และได้คว้าช่อดอกผักบุ้งทะเลจากมือวงเดือนอย่างที่ปรารถนา

อรุณว่ายน้ำอย่างเอาเป็นเอาตาย โดยไม่ประมาณ

ตัวเอง ทันทีที่คว้าช่อดอกไม้จากมือวงเดือนได้สำเร็จ เขาก็ทรุดฮวบหายใจไม่ทัน ปากเริ่มเป็นสีม่วง ดีที่เมฆาช่วยชีวิตไว้ได้ทัน...

หมอหนุ่มประจำครอบครัวนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา

ทีไรเป็นของขึ้นทุกที อรุณแก้ตัวแทนพี่คนรองว่าพี่ผาไม่เกี่ยว เขาอยากแข่งว่ายน้ำเองต่างหาก จังหวะนั้น พฤกษ์ตามมาสมทบพอดี ออกรับว่าทั้งหมดเป็นความผิดของตนเอง เพราะไม่ได้ห้ามภูผาทั้งๆที่ควรจะห้าม บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัด ภูผาไม่อยากมีปัญหาจะแยกไปนั่งที่อื่น เมฆาจะตาม พี่ใหญ่รีบคว้าแขนไว้ แต่เขายกมือห้าม ก่อนจะตะโกนไล่หลังภูผา

“ผมรักอรุณ แล้วผมก็เชื่อว่าพี่ก็รักอรุณไม่แพ้กัน สัญญากับผม...จะไม่ทำแบบนี้อีก”

เขาหันมาเห็นแววตาจริงจังของเมฆาพร้อมกับมือที่ยื่นมาให้จับ จึงจับมือด้วยอย่างเต็มใจ พฤกษ์และอรุณพากันถอนใจโล่งอก แต่แล้วสี่หนุ่มต้องตะลึงเมื่อวงเดือนในชุดสวยปรากฏตัวขึ้น มีเพียงเมฆาเท่านั้นที่ไม่ได้หลงปลื้มอะไรกับเขาด้วย แต่พอมองออกว่าทั้งสามคนรู้สึกอย่างไร หญิงสาวแค่จะมาขอบคุณที่พฤกษ์ที่อุตส่าห์ เตรียมชุดให้ แล้วขอตัวไปช่วยงานด้านโน้น พฤกษ์ขวางไว้ ทักท้วงว่าไม่ได้ให้เธอใส่ชุดนี้เพื่อมาเสิร์ฟน้ำ

“คุณย่าไม่ว่าอะไรเธอหรอก เพราะคืนนี้เธอเป็นแขกของพี่พฤกษ์” เมฆามองเธออย่างรู้ทัน

“ที่ตรงนี้ไม่เหมาะกับเดือนหรอกค่ะ” เธอว่าแล้วจะเดินหนี ภูผาดึงมือไว้ หญิงสาวไม่ระวังตัว เสียหลักเซเข้ามาในอ้อมแขนเขา เธอดื้อดันจะไปให้ได้ ดันตัวออกจากเขา แต่กลับสะดุดขาตัวเองหงายหลัง เขารับเธอไว้ได้ทัน ครั้งนี้แนบชิดกว่าเดิม อรุณทั้งหึงทั้งโกรธแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร คว้าแก้วเหล้าที่วางอยู่ใกล้มือขึ้นมาดื่มโดยไม่มีใครเห็น พลันมีเสียงตบมือดังกึกก้อง วงเดือนได้ทีรีบผละจากวงแขนภูผา หลบออกไปทันที...

บนเวทีในงานเลี้ยง ศรีเรือนขึ้นกล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน และประกาศวางมือจากธุรกิจ แต่ยังไม่ทันประกาศว่าใครจะเป็นผู้สืบทอดรุ่นต่อไป อรุณเกิดหายใจไม่ออกเพราะฤทธิ์เหล้า ล้มคว่ำลงกับโต๊ะก่อนจะลากข้าวของตามลงมาด้วย เมฆารีบเข้าไปดูอาการ ได้ยินเสียงหายใจดังวี๊ดๆเหมือนหลอดลมกำลังตีบ หันไปสั่งให้วงเดือนไปเตรียมยา อนุตรีบวิ่งมาดู แปลกใจทำไม อยู่ๆอรุณอาการกำเริบมาอีก เมฆาดมลมหายใจของน้อง

“เหล้า...แกกินเหล้าได้ยังไง”

แค่หายใจอรุณยังลำบากจะให้ตอบคำถามยิ่งเป็นไปไม่ได้ หมอหนุ่มหัวขวับมองหน้าภูผาเป็นเชิงตำหนิ แล้วบอกให้พฤกษ์ช่วยเขาพาน้องขึ้นไปที่ห้องนอน...

อรุณอาการปลอดภัย แต่วงเดือนต้องคอยเฝ้าใกล้ชิด ทุกคนพากันโทษภูผาว่าเอาเหล้าให้น้องดื่ม เขาขี้เกียจอธิบายปล่อยเลยตามเลย อนุตโกรธมากตบหน้าเขาฉาดใหญ่ น้องคนเดียวยังดูแลไม่ได้แล้วจะฝากกิจการทั้งหมดของแสนสมุทรไว้กับเขาได้อย่างไร ภูผาเห็นพี่ชายหน้าเสีย ตัดสินใจปฏิเสธพ่อว่าไม่เคยคิดอยากจะได้

“ทำไมผมต้องทำงาน เรามีเงินตั้งเยอะแยะ อยู่เฉยๆ

ผมก็ไม่อดตาย สบายซะด้วยซ้ำ” ภูผาปั้นเรื่องเป็นฉากๆ

อนุตเจ็บใจชกหน้าลูกปากเก่งถึงกับเลือดกบปาก ศรีดาราเข้าไปขวางขอร้องสามีอย่าทำร้ายลูกอีก ภูผาขอโทษแม่ด้วยที่ไม่สามารถรับตำแหน่งผู้สืบทอดได้ อนุตโวยลั่นว่าไม่เคยคิดจะยกให้ แล้วหันไปมองหน้าศรีเรือน

“นี่ไงครับ...คนที่คู่ควรสืบทอดกิจการแสนสมุทรของคุณแม่...ภูผา...ขอบใจที่แกทำให้ฉันรู้ว่าฉันคิดไม่ผิด...

ต่อไปนี้ พฤกษ์จะเป็นคนดูแลกิจการแสนสมุทรทั้งหมด” อนุตสรุปเสร็จ ก้าวฉับๆออกไปอย่างหัวเสีย ศรีเรือนน้ำตาคลอมองภูผาด้วยความผิดหวัง ก่อนจะเดินขึ้นห้อง

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น บนเรือประมงของแสนสมุทร พฤกษ์คุยเปิดอกกับภูผา ถ้าอยากจะยกตำแหน่งผู้สืบทอดให้เขา ไม่เห็นต้องใช้วิธีทำให้ตัวเองดูเลวในสายตาของทุกคน ภูผาไม่สนใจ รู้ตัวดีว่าเป็นแค่ส่วนเกินของครอบครัว ทะเลเป็นของพี่พฤกษ์ ชีวิตเป็นของเมฆา อรุณเป็นหัวใจของบ้าน ส่วนเขาเป็นแค่คนไร้ค่าของแสนสมุทร

“น้องอย่างแกมีค่าที่สุดในสายตาพี่อย่างฉัน”

“สักวันหนึ่ง...ผมคงมีค่า สักวันหนึ่ง...แต่วันนี้เป็นของพี่ พาแสนสมุทรออกไปให้ไกลที่สุดนะพี่พฤกษ์ แล้วไม่ต้องห่วงว่าจะขาดลูกเรือนะ...ผมพร้อมเสมอ” เขาตบไหล่พี่ชายจนสะเทือนไปทั้งตัว พฤกษ์เบิร์ดกะโหลกคืน ภูผาไม่ยอมแพ้จะอัดเขากลับ สองพี่น้องวิ่งไล่กันสนุกสนาน จนตกน้ำตกท่าไปด้วยกัน...

คืนวันเดียวกัน ภูผาแวะไปดื่มเหล้าแก้เซ็งที่คลับฮิตแห่งหนึ่งในตัวเมือง นั่งที่เคาน์เตอร์บาร์ไม่สนใจเพื่อนของเขาที่โบกไม้โบกมือเรียกให้มาเต้นรำด้วยกัน กลุ่มมาเฟียประจำเมืองเข้ามาสนุกสนานกับพวกสาวๆ จ้องมองมาทางภูผาไม่วางตา เขาหันมาเห็นแต่ไม่สนใจ นั่งดื่มเครื่องดื่มของตัวเองต่อ ดนตรีเปลี่ยนเป็นจังหวะสนุกสนาน

ผู้คนในคลับพากันลงมาเต้นรำที่ฟลอร์ ส่งเสียงกรี๊ดๆชอบใจ ชายหนุ่มมองไปยังกระจกเงาหลังบาร์ รู้สึกคุ้นตากับใครบางคนบนฟลอร์ หันขวับไปมอง เห็นวงเดือนกำลังเต้นรำอยู่กับชายคนหนึ่ง เขาลุกพรวดจนเก้าอี้ล้มตึง เดินฝ่าฝูงคนตรงไปหาวงเดือน กระแทกไหล่เฮียมาเฟียแถมเหยียบเท้าซ้ำเข้าให้โดยไม่สนใจ เฮียฉุนกึก

“มากไปแล้วโว้ย...กวนโอ๊ยแบบนี้แล้วยังเหยียบตีนกูอีก”

วงเดือนกำลังเต้นรำอย่างสนุกสนาน หมุนตัวมาเจอภูผายืนตีหน้ายักษ์ ตกใจ ยังไม่ทันได้พูดอะไร เขาลากเธอตัวปลิวออกจากฟลอร์ คู่เต้นรำของเธอโวยลั่น ตามไปกระชากไหล่ ภูผาหันมาพร้อมกับอัดกำปั้นเข้าเต็มหน้าหงายหลังตึง ฟลอร์แตกกระเจิง เขาไม่สนใจ ดึงตัววงเดือนที่พยายามดิ้นหนีออกไปนอกคลับ

“ไม่เคยคิดเลยนะว่าจะเจอเธอในที่แบบนี้ ที่แท้ก็เป็นคนอย่างนี้งั้นเหรอ” ภูผาต่อว่า

วงเดือนยังไม่ทันจะอ้าปากอธิบาย เขาไล่เธอกลับบ้าน แล้วตัวเองจะกลับเข้าคลับ เธอโกรธตะโกนไล่หลังว่าเขาไม่มีสิทธิ์มาสั่ง เพราะเราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน เขาหันขวับตาวาวด้วยความโกรธ ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่ผู้หญิงจะมา โดยเฉพาะผู้หญิงของเขา เธอโต้ไม่ยอมแพ้ว่าไม่ได้เป็นผู้หญิงของใคร เขามันเขี้ยวดึงเธอมาจูบ

“ชอบให้ฉันย้ำใช่ไหมว่าเธอเป็นผู้หญิงของฉัน...ของฉันคนเดียว”

เธอตบหน้าเขาแล้ววิ่งหนี เพื่อนของภูผาออกมาจากคลับพอดี ตะโกนต่อว่าภูผาว่าเป็นบ้าอะไร น้องๆ พยาบาลมาฉลองเรียนจบ แล้วมันเรื่องอะไรถึงไปต่อยอาจารย์พวกเธอ ภูผารู้ตัวว่าทำพลาดรีบตามไปง้อ วงเดือนไม่สนใจยังคงเดินหนี เขาตามไปรวบตัวไว้ขอโทษที่ทำพลาด ยิ่งเธอพยายามดิ้นหนีเขายิ่งกอดไว้แน่น ด้านเฮียกับสมุนตามภูผามาถึงหน้าคลับ แต่ไม่เจอ เจ็บใจมากหมายหัวไว้คราวหน้าอย่าให้เจอตัวอีก ไม่โชคดีแบบนี้แน่...

ครู่ต่อมา ภูผาขี่มอเตอร์ไซค์โดยมีวงเดือนซ้อนท้ายเข้ามาจอดในบ้านแสนสมุทร เห็นเธอยังกอดเอวเขาแน่น แซวว่าตกลงกลัวตกหรือว่าอยากกอดเขาอย่างนี้ทั้งคืน วงเดือนอายรีบปล่อยมือ วิ่งหายไปในความมืด เขามองตามยิ้มชอบใจ ไม่ทันเห็นอรุณมองลงมาจากหน้าต่างห้องนอนเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้น...

ทางด้านวงเดือนกลับถึงห้องพักด้วยหัวใจเต้นแรง จับริมฝีปากตัวเองแล้วอดคิดถึงรสจูบของภูผาไม่ได้ แปลกใจทำไมไม่โกรธที่ถูกหยามเกียรติ กลับรู้สึกพอใจทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้เขา...

ฝ่ายภูผาขึ้นมาถึงโถงชั้นบนแปลกใจที่เห็นอรุณยืนรออยู่ ทักว่าป่านนี้แล้วทำไมยังไม่นอน เขาว่าประชดว่าถ้าเข้านอนก็คงไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ภูผารู้ดีว่าน้องพูดเรื่องอะไรแต่ทำไก๋ อรุณีหึงโพล่งขึ้นว่าเดือนเป็นของเขา

“เดือนเป็นพยาบาลของแก ไม่ใช่เมีย...อย่าสับสน” ภูผาตบไหล่น้องเบาๆแล้วเข้าห้องตัวเอง

เขามองตามพี่ชายทั้งโกรธทั้งเสียหน้า เริ่มหายใจติดๆ ขัดๆ ก่อนจะทรุดฮวบลงกับพื้น ครั้งนี้อาการหนัก เมฆาต้องให้ยาแรงกว่าเดิม เขาถึงกลับมาหายใจได้ตามเป็นปกติ...

ภูผาตกเป็นจำเลยอีกครั้ง คราวนี้เมฆาโกรธมาก ที่เขาเคยพูดไว้ว่าไม่มีพี่คนไหนคิดจะฆ่าน้องชายตัวเอง แล้วทำแบบนี้อีกทำไม ภูผาถึงกับเครียดจัด ตรงไปยังท่าเรือ ตะโกนขึ้นสุดเสียงอย่างอัดอั้น

“เบื่อโว้ย...สักวันหนึ่งเถอะ จะออกทะเลแล้วไม่กลับมาอีกเลย แสนสมุทรมีเลือดดีมากพอแล้วตัดเลือดชั่วออกไปบ้างก็คงจะดี”

ooooooo

หลังจากยกกิจการของแสนสมุทรให้พฤกษ์ดูแล อนุตยกคลินิกที่บุกเบิกมากับมือให้เมฆาสืบทอดต่อ เมฆาถือโอกาสนี้ขอตัววงเดือนมาเป็นพยาบาลผู้ช่วยที่นี่ ศรีดาราค้านทันที

“ถ้าลูกอยากได้พยาบาล แม่ว่าเรารับคนใหม่ก็ได้นี่จ๊ะ ถ้าตัวเดือนมา แม่เกรงว่ามันจะไม่ดีกับอรุณนะลูก”

เมฆาไม่คิดว่าอรุณน่าเป็นห่วงที่สุดในบ้าน แต่เป็นภูผาต่างหากที่เขาเป็นห่วง ศรีดารามองหน้าลูกงงๆ...

เป็นอย่างเมฆาคาดไว้ไม่มีผิด ภูผาถูกเฮียกับสมุนตามมาเอาคืน เพราะต้องการให้เขากราบเท้าขอโทษที่เมื่อคืนเหยียบเท้าเฮียแล้วชิ่งหนี เขาไม่ทำตาม ขี่มอเตอร์ไซค์ฝ่าสมุนของเฮียที่มายืนกั้นถนน พวกเฮียขับรถไล่ตามสาดกระสุนถากไหล่ภูผาเลือดสาด แต่เขาใช้ความชำนาญในการขี่มอเตอร์ไซค์หนีรอดไปได้

ครู่ต่อมา ภูผาเลี้ยวรถเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว เจอวงเดือนเดินอยู่พอดี รีบหักมอเตอร์ไซค์หลบแทบไม่ทัน หญิงสาวตกใจ เข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น เขาโวยลั่นอยากตายใช่ไหมถึงเดินไม่ดูตาม้าตาเรือ เธอตั้งสติได้โต้กลับ

“คุณต่างหากที่อยากให้เดือนตาย”

“อย่าพูดคำนี้อีก เก็บปากของเธอไว้โดนจูบเถอะ” เขาจอดรถแล้วจะเข้าบ้าน เธอเห็นรอยเลือดที่แขน รีบพาไปทำแผล แล้วยังช่วยเอาเสื้อที่เปื้อนเลือดไปซักให้ เกรงว่าถ้าใครมาเห็นเข้า เขาจะถูกเอ็ดเอาอีก ภูผาเป็นปลื้มที่เธอห่วงใย มองตามด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

ศรีเรือนเห็นเหตุการณ์โดยตลอดไม่พอใจมาก ตามไปเอาเสื้อหลานชายคืน มองวงเดือนด้วยสายตาเหยียดหยาม

“คนใช้ยังไงก็ต้องโตเป็นคนใช้วันยังค่ำ อย่าริจะโตเป็นนาย” คำพูดของเธอทำให้วงเดือนถึงกับหน้าชา

ooooooo

อนุตยอมให้วงเดือนไปช่วยงานเมฆาที่คลินิก วันนี้เป็นวันแรกที่เธอต้องไปทำงาน คลินิกอยู่ไม่ไกลบ้าน เธอจึงปั่นจักรยานไป ปั่นมายังไม่ถึงครึ่งทาง ภูผาขับมอเตอร์ไซค์มาจอดปาดหน้า เธอตกใจ หักหลบทั้งคนทั้งจักรยานล้มไปด้วยกัน แทนที่จะช่วยเขากลับพูดจากวนประสาทจนเธอโกรธ จะขี่รถหนี อ้างว่ากำลังรีบ ต้องไปช่วยงานเมฆาที่คลินิก เขาดึงจักรยานไปจากมือเธอ แล้วโยนทิ้ง หญิงสาวโวยลั่น ถ้ารถพังแล้วเธอจะไปทำงานได้อย่างไร

“ก็คงต้องให้ฉันไปส่ง” ภูผาเดินไปสตาร์ตมอเตอร์ไซค์รอ แล้วเร่งให้เธอรีบมาขึ้นรถ

วงเดือนลังเล ก่อนจะหันไปฝากรถกับอาซิ้มเจ้าของร้านขายของชำ แล้วขึ้นไปนั่งซ้อนท้าย แต่ไม่ยอมจับเอว ภูผาแกล้งออกรถกระชาก เธอถึงกับร้องว้าย รีบกอดเอวเขาแทบไม่ทัน ทั้งคู่ไม่เห็นเฮียมาเฟียกับสมุนจับตามองมาจากร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม เฮียยิ้มร้าย รู้แล้วว่าจะจัดการกับภูผาอย่างไร...

ครู่ต่อมาที่หน้าคลินิก เมฆาเดินมาส่งคนไข้ที่เพิ่งตรวจเสร็จ ภูผาขี่รถเข้ามาจอดพอดี วงเดือนรีบวิ่งมาขอโทษเขาเป็นการใหญ่ แค่วันแรกก็มาทำงานสายเสียแล้ว เขาอยากให้เธอทำอะไรบอกได้เลย

“ตอนนี้ยังไม่มีคนไข้ เตรียมอุปกรณ์ทำแผลไว้ให้พร้อมก็แล้วกัน เพราะคนสมัยนี้ชอบใช้กำลังมากกว่าเหตุผล” เมฆาว่าพลางเหลือบมองพี่ชาย ภูผารู้ตัวว่าถูกแขวะ มองน้องชายยิ้มๆ ก่อนจะเร่งเครื่องออกไป...

ค่ำวันเดียวกัน หลังคลินิกปิด วงเดือนต้องกลับบ้านคนเดียว เพราะโฉมไฉไลแวะมาชวนเมฆาไปหาที่เงียบๆคุยกัน ครู่ต่อมา เขาพาโฉมโฉไลมายังคลับหรูริมทะเล เธอตัดพ้อที่เขากลับมาทั้งทีไม่เห็นบอกกันบ้าง

“ผมไปเรียนต่อแค่ปีนัง แล้วก็แค่ปีเดียวไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนี่ครับ...อีกอย่าง ผมไม่คิดว่าคุณจะสนใจ เพราะเราเลิกกันแล้ว...คุณไปอยู่กรุงเทพฯก็คงมีอะไรที่น่าสนใจ...กว่าที่นี่” เมฆาว่าประชด

“ก็มีบ้างค่ะ แต่ไม่มีอะไรจริงจัง...เหมือนที่นี่” เธอว่าแล้วยกแก้วเครื่องดื่มชนกับแก้วของเขาพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้ “สำหรับการพบกันอีกครั้งของเราค่ะ”

ooooooo

เฮียกับสมุนสบโอกาสเหมาะที่วงเดือนเดินกลับบ้านเพียงลำพัง ตรงเข้าฉุดขึ้นรถ แต่ภูผาขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดขวาง แล้วเข้าไปลุยกับเหล่าสมุน เขามีฝีมือดีกว่าซัดพวกนั้นหมอบ ทันใดนั้นมีเสียงกรีดร้องของวงเดือนดังขึ้น เขาหันขวับไปมองเห็นเฮียกระชากเสื้อเธอขาด จะเข้าไปช่วย แต่เฮียชักปืนจ่อหัวเธอไว้ ขู่ถ้าเขาขยับอีกก้าวเดียวจะยิงเธอทิ้ง ภูผาขอร้องให้ปล่อยเธอไป นี่เป็นเรื่องระหว่างเราสองคน ผู้หญิงไม่เกี่ยว

“วันก่อนเอ็งรอดไปได้ แต่วันนี้...ไม่มีทาง...พวกแก...จัดการมัน”

สมุนของเฮียรุมกระทืบภูผาสะบักสะบอมโดยที่เขาไม่กล้าตอบโต้ แล้วจับกดหัวบังคับให้กราบเท้าเฮีย เขากลัววงเดือนจะเป็นอันตรายทำท่าจะก้มกราบ เธอทนดูไม่ได้โผกอดเขาไว้ไม่ยอมให้ทำ เฮียโกรธจะยิงเธอฐานแส่ไม่เข้าเรื่อง ภูผาเหลือบเห็นมีดที่สมุนทำตก คว้ามันขว้างใส่แขนเฮียปืนกระเด็นหลุดมือ แล้วแย่งปืนไว้ได้ เล็งใส่เฮียทันที แต่สุดท้ายกลับขว้างปืนทิ้ง

“เรื่องของแกกับฉันจบกันนับแต่วันนี้ ต่างคนต่างอยู่” ภูผาพูดจบถอดเสื้อตัวเองคลุมให้วงเดือนแล้วพาออกไป สมุนไม่ยอมแพ้วิ่งไปหยิบปืนยิงภูผา เป็นจังหวะเดียวกับเฮียเข้ามาห้ามพอดี กระสุนเจาะร่างเต็มๆ...

เหตุการณ์ครั้งนี้บานปลายเรื่องถึงตำรวจ อนุตทั้งโกรธทั้งอับอายที่ต้องประกันตัวลูกชายออกจากห้องขัง วงเดือนพยายามอธิบายว่าภูผาไม่ได้ทำอะไรผิด แต่เขาไม่ฟังตบหน้าลูกฉาดใหญ่ แล้วไล่ให้ไปทำเลวที่อื่น บ้านแสนสมุทรไม่ได้มีไว้ให้ใครเหยียบย่ำทำลาย ทุกคนพากันเงียบกริบไม่มีใครกล้าค้านแม้แต่ศรีเรือน...

พฤกษ์เพิ่งรู้ข่าวรีบกลับมาขอร้องพ่อช่วยทบทวนเรื่องนี้อีกครั้ง ไล่ภูผาออกจากบ้านเป็นการลงโทษที่รุนแรงเกินไป อนุตตัดสินใจแล้วว่า จะไม่ยอมให้เลือดของแสนสมุทรต้องแปดเปื้อนเพราะลูกชายตนเอง พฤกษ์เป็นห่วงน้องชายมาก รีบไปหาที่ห้อง กลับเจอภูผากำลังเก็บข้าวของใส่เป้สัมภาระ

เขาเข้ามาดึงเป้ออก จะไม่ยอมให้น้องไปไหนทั้งนั้น รอให้พ่อหายโกรธแล้วเขาจะพูดกับท่านเอง ภูผารู้ตัวดีว่าคราวนี้พ่อคงไม่ยอมอ่อนข้อให้อีกแล้ว เขาคงต้องไปจากที่นี่ พฤกษ์พยายามรั้งไว้แต่ไม่สำเร็จ...

ครู่ต่อมา ภูผาแวะไปหาวงเดือนที่ห้องพัก เธอร้อนใจมากที่เขาโดนเล่นงานทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรผิด อาสาจะไปบอกความจริงกับอนุต เขาไม่คิดว่าจะมีประโยชน์อะไร เลือดชั่วๆอย่างเขาถูกตัดทิ้งได้ยิ่งดี

“ก็เพราะคุณตั้งใจทำให้ทุกคนมองว่าคุณชั่วทั้งๆที่ไม่ใช่ คุณแข่งว่ายน้ำกับคุณอรุณเพราะต้องการลบปมด้อยให้เขา คุณต้องโดนจับเพราะปกป้องเดือน แล้วที่คุณจะ ไปก็ไม่ใช่เพราะคุณท่านออกปากไล่ แต่คุณไปเพื่อให้แสนสมุทรเป็นของคุณพฤกษ์อย่างเต็มตัว...ตอบมาสิคะว่าเดือนพูดถูกไหม...ว่าไงคุณภูผาคนเก่ง กล้าตอบไหม”

เขาดึงเธอเข้ามาจูบแทนคำตอบ ครั้งนี้เธอเต็มใจไม่ขัดขืน พฤกษ์แอบมองอยู่มุมหนึ่งถึงกับอึ้ง ก่อนจะหันหลังกลับไปอย่างเจ็บปวดใจ ภูผาตัดสินใจชวนเธอไปด้วยกัน เธอมองสบตาเขานิ่งงัน

“ฉันไม่กล้าทิ้งเธอไว้ที่นี่คนเดียว ฉันคงนอนไม่หลับแน่ถ้าเธอไม่อยู่ในสายตา...ฉันไม่รู้หรอกว่าวันข้างหน้าจะเป็นยังไง ขอแค่เธอเชื่อมั่นในตัวฉัน เชื่อมั่นในหัวใจของฉัน แค่นั้นเราก็รอดแล้ว...พรุ่งนี้รถไฟออก 7 โมงเช้า ฉันจะรอที่สถานี ถ้าเธอไม่มา ฉันก็คงไปแต่ตัว หัวใจพังๆไม่รู้จะเอาไปด้วยทำไม” เขามองสบตาเธอครู่หนึ่งก่อนจะออกไป หญิงสาวสับสน ไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไรดี ทั้งคู่ไม่เห็นอรุณแอบฟังอยู่โดยตลอด มองเธออย่างร้อนใจ

ooooooo

ชิงนาง ตอนที่ 1

อ่านเรื่องย่อ
นิยายไทยรัฐ
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement