advertisement

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 4

บทประพันธ์ อุปถัมภ์ กองแก้ว จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดย คฑาหัสต์ บุษปะเทศ/ภูมิศักดิ์
6 ก.ค. 2556 11:42

วราห์ผลักศักดิ์กับลูกน้องเข้ามา พ่อเลี้ยงเจงหน้าเครียด มองกลุ่มลูกน้องด้วยแววตากราดเกรี้ยว

“ฉันเอาตัวมือขวาพ่อเลี้ยงมาส่ง ดีนะที่ตำรวจพวกนั้นคุยง่าย ไม่งั้นได้สาวถึงตัวพ่อเลี้ยงแน่”

“ผมขอโทษครับพ่อเลี้ยง ผมกำลังสั่งสอนไอ้หน่อเอ แต่ไอ้ปัทม์เข้ามาขวางแล้วเกิดเรื่อง”

ศักดิ์ แก้ตัว โดนพ่อเลี้ยงเจงตบหน้าอย่างแรง ไล่ให้ไปกบดานจนกว่าเรื่องจะซา ศักดิ์ยกมือไหว้ รีบเดินนำลูกน้องคนอื่นออกไป พ่อเลี้ยงเจงบ่นเรื่องปัทม์แค้นที่ชอบแส่เรื่องของตน วราห์แสยะยิ้ม

“มันคงอยากเป็นพ่อพระให้ชาวบ้านโง่ๆนับถือ ตอนนี้งานไม่ง่ายแล้วนะ ต้องรัดกุมหน่อย ไม่งั้นคงช่วยลำบาก”

“ปลัดไม่ต้องห่วงผมหรอก ทำในส่วนของปลัดให้ดีแล้วกัน”

วราห์ ไม่ชอบท่าทางกร่างไม่เกรงใจใครของพ่อเลี้ยง ขอตัวกลับไปทำงาน พ่อเลี้ยงเจงพยักหน้ารับ ในใจเดือดพล่าน คิดหาทางแก้แค้นให้วุ่น...แล้วเราจะได้เห็นดีกันพ่อเลี้ยงปัทม์!

กว่า รจนาไฉนจะกลับถึงห้องพักก็พลบค่ำ โกรธปัทม์ที่ทำให้ต้องเหนื่อยขนาดนี้ จันทร์เจ้าอดขำสารรูปเพื่อนไม่ได้ บอกว่ามีคนโทร.หาเมื่อเย็น รจนาไฉนรีบโทร.กลับ เมื่อรู้ว่าเป็นนพรัตน์ แปลกใจเมื่อได้ยินว่ามีคนโอนเงินเข้าบัญชี รจนาไฉนมึนตึ๊บ เสเปลี่ยนเรื่องคุยถึงความดีงามของปัทม์ หลอกให้พ่อสบายใจ ปัทม์ผ่านมาได้ยิน รู้สึกผิดที่ไม่เคยทำอย่างนั้น รจนาไฉนพูดไปกลั้นสะอื้นไป ตัดบทขอวางสายดื้อๆ ครุ่นคิดเรื่องเงิน ตัดสินใจโทร.หาปวุฒิ แต่เขาปิดเครื่อง หญิงสาวชั่งใจสักครู่จึงฝากข้อความเสียง

“เพื่อนไม่รู้จะขอบคุณยังไง คุณเป็นเพื่อนที่ดี ไม่ว่าเจอความทุกข์ยังไง คุณก็ขี่ม้าขาวมาช่วยทุกครั้ง คุณปวุฒิเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดในชีวิตของเพื่อน เพื่อนจะจดจำบุญคุณของปวุฒิตลอดไปค่ะ”

ปัทม์ไม่พอใจรจนาไฉนที่เข้าใจว่าปวุฒิโอนเงิน เทิดทูนในความดี แต่ไม่เคยเห็นเขาในสายตาสักครั้ง...

รจนา ไฉนตื่นแต่เช้าไปทำงานในครัว นึกถึงเรื่องราวปะทะกันเมื่อวาน เป็นห่วงปัทม์จะช้ำใน มองหาอุปกรณ์ทำน้ำใบบัวบก และยกไปให้พ่อเลี้ยงหนุ่มในห้องทำงาน

“คุณสู้กับพวกนั้นอาจจะมีอาการช้ำใน น้ำใบบัวบกช่วยได้นะ”

“เอาไปให้นายปวุฒิแฟนเก่าเธอเถอะ อาการช้ำใจน่าเป็นห่วงมากกว่าฉันอีก”

ปัทม์ประชดเพราะอารมณ์ค้างเรื่องเมื่อวาน รจนา–ไฉนฉุนที่เขาพูดจาค่อนแคะปวุฒิ

“ฉันทำมาเพราะต้องการขอบคุณที่ช่วยฉันไว้ ไม่เกี่ยวกับคุณปวุฒิ กรุณาอย่าพูดถึงเขาเสียๆหายๆ”

“แตะไม่ได้ โลกของเธอเนี่ย ผู้ชายแสนดีคงมีแค่คนเดียว”

“เปล่า...มีหลายคน แต่เท่าที่จำได้ ไม่มีใครหน้าเหมือนคุณ”

ปัทม์อึ้งและโต้ตอบอย่างเผ็ดร้อน รจนาไฉนเหลืออด ยกน้ำใบบัวบกสาดใส่หน้า ปัทม์หลบทัน หันมายิ้มเยาะ รจนาไฉนขว้างของทุกอย่างที่หาได้แถวนั้น ระบายอารมณ์ ปัทม์ถลันไปจับมือและหมุนตัวกอดเธอจากด้านหลัง พยายามยื้อแจกันโบราณของเก่าแก่ประจำตระกูลคืน รจนาไฉนดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอดแกร่ง จนจมูกเขากระทบแก้มเธออย่างไม่ตั้งใจ สองหนุ่มสาวนิ่งงัน หันมาจ้องตา ก่อเกิดความรู้สึกประหลาดในหัวใจ

ทันใดนั้น...ชิมาหาเจ้านาย เห็นซีนหวานแล้วตกใจ ทักเสียงร่าเริง ทั้งคู่ผละจากกันแทบไม่ทัน รจนาไฉนเขินจัด ผลุนผลันจากไป ทิ้งปัทม์ให้มองตามด้วยแววตาอ่อนแสง ไม่กราดเกรี้ยวเหมือนเคย ชิ

มองท่าทีของสองหนุ่มสาวยิ้มๆ บอกว่าไม่ตั้งใจมาขัดจังหวะ แต่วราห์แวะมา ปัทม์เลิกคิ้ว ออกจากห้องไปหาปลัดหนุ่มทันที

ooooooo

วราห์มารายงานความคืบหน้าเรื่องคดีหน่อเอโดนทำร้าย ต้องปล่อยตัวผู้ต้องหาเพราะไม่มีเจ้าทุกข์ ปัทม์ไม่เข้าใจ ทำไมหน่อเอไม่แจ้งความเอาเรื่อง วราห์ตีหน้าขรึม แสดงความเห็น

“คงจะกลัวอิทธิพลน่ะครับ คุณปัทม์ก็ควรระวังตัวบ้าง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองดีกว่าครับ”

“ผมทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก ถ้าเรายอมจำนนต่อความไม่ถูกต้อง ก็เท่ากับยอมรับและกลายเป็นคนชั่วเสียเอง พวกมันค้ายาเสพติด ถือเป็นหน้าที่คนไทยทุกคนต้องป้องกัน ผมจะไม่ทนดูพวกมันรุมทึ้งประเทศผมแน่”

วราห์แอบเบ้หน้า ตาวาวระยับเมื่อเห็นรจนาไฉนมาเสิร์ฟน้ำ ปัทม์แอบหึง แกล้งแขวะที่มาของเธอ

“คนกรุงเทพฯ...พ่อแม่เดือดร้อนเงินเลยขายลูกสาวมาเป็นคนงาน คงอยู่ไม่นานหรอกครับ นิสัยคนกรุงเทพฯ...ปลัดก็รู้ พวกวัตถุนิยมเห็นเงินเป็นพระเจ้า หิวเงิน...ใครให้ผลประโยชน์มากกว่าก็ไปอยู่กับคนนั้น”

รจนาไฉนเจ็บใจ วางแก้วกระทบโต๊ะและหมุนตัวจากไป วราห์มองตามแววตากรุ้มกริ่ม คิดว่าเธอน่าจะซื้อได้

วราห์ขอตัวและแอบเดินตามสาวใช้หน้าหวาน เห็นเธอยืนกระฟัดกระเฟียดที่มุมหนึ่งจึงเดินไปหา รจนา–ไฉนตกใจ อึดอัดสายตาโลมเลียที่มองเธอหัวจดเท้า

เลี่ยงขอตัวไปทำงานแต่เขาขวางไม่ให้ไป หยิบแบงก์พันจากกระเป๋าเสื้อยื่นให้หญิงสาว รจนาไฉนหน้าชา ไม่พอใจมาก ตั้งท่าเดินออกไป เขารั้งไว้ กระซิบข้างหู

“จะเล่นตัวโก่งค่าตัวหรือไง ถ้าคุยถูกคอ เย็นนี้ไปหาฉันที่บ้าน จะให้มากกว่านี้”

“ฉันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด”

“อ๊ะ...ลีลา เล่นตัว น่ารักน่าชัง ฉันมองหน้าก็รู้แล้วว่าเธอหิวเงิน”

จบคำก็ฉวยโอกาสกอดรัด รจนาไฉนดิ้นรนขัดขืน ส่งเสียงโวยวาย วราห์เอามืออุดปาก ชักโมโห บิดข้อมืออย่างแรง ปัทม์ได้ยินเสียงร้อง วิ่งมาเห็นรจนาไฉนโดนรังแก จะเข้าไปช่วย แต่ช้ากว่าพูนทวี โผล่มาผลักวราห์กระเด็น พร้อมต่อยสวนเต็มหน้า รจนาไฉนหลบหลังพูนทวี วราห์ยังใจเย็น เหยียดยิ้ม

“อย่าซีเรียสสิพ่อเลี้ยง จะอะไรนักหนากะอีแค่คนงาน ผมก็ขำๆ”

“ถึงจะเป็นแค่คนงาน แต่ก็มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เหมือนคุณกับผม คุณไม่มีสิทธิ์รังแกเขา”

รจนาไฉนเหลือบเห็นปัทม์มองจากอีกมุม เขาไม่กล้าสบตา เดินเลี่ยงจากไป วราห์พยายามขอตัวรจนาไฉน พูนทวีเหลืออด ชี้นิ้วไล่ออกจากบ้าน ปลัดหนุ่มลอบมองหญิงสาวด้วยความเสียดาย ฮึดฮัดจากไป รจนาไฉนอับอายจนน้ำตาร่วง ขอบคุณพูนทวีที่ช่วย ปลีกตัวจากไปก่อนเขาเห็นน้ำตา พูนทวีพูดไม่ออก ได้แต่ยืนมองเธอจนลับสายตา

ooooooo

ปัทม์ไปสงบสติอารมณ์ในห้องทำงาน รู้สึกผิดกับรจนาไฉน ทำให้โดนวราห์ดูถูก เขาเดินไปที่ริมหน้าต่างห้อง เห็นหญิงสาวเดินไปตามทิวไร่ชา ดูน่าสงสารและเวทนา ชั่งใจอย่างหนักจะตามไปขอโทษดีหรือไม่ ไม่ทันก้าวออกจากห้อง พูนทวีเข้ามาหาเสียก่อน ถามเรื่องวราห์กับรจนาไฉน ปัทม์อึกอัก เฉไฉว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด

“ปลัดวราห์เข้าใจว่าผู้หญิงคนนั้นง่าย”

“จะบ้าหรือเปล่า จู่ๆเข้าใจอย่างนั้นได้ไง มันต้องมีอะไรมากกว่านั้น มีใครปากเสีย...พูดอะไรเข้าหูหรือเปล่า”

ปัทม์รู้สึกผิด เพื่อนรักตอกถูกจุด พูนทวีบอกว่าตั้งใจมาหารจนาไฉน แต่คงไม่ได้เรื่องเพราะเธอไม่พร้อมเจอใคร

“แกอย่าเหี้ยมนักสิวะ ฉันบอกแล้วไงว่าฝากดูแลด้วย นางฟ้าคนนี้ฉันรักจริงหวังผูกพันข้ามภพชาตินะโว้ย”

ปัทม์ไม่ได้สนใจฟังมากนัก เพราะมัวพะวงเรื่องรจนาไฉน เสบอกเพื่อนว่ามีธุระที่โรงบ่มชา ขอตัวสักครู่ พูนทวีไม่คิดมาก พยักหน้ารับน้อยๆ ปัทม์รีบไปตามทางที่เห็นหญิงสาวเมื่อครู่ เห็นเธอเดินร้องไห้ ข้อมือช้ำเพราะโดนบีบ รู้สึกผิดมาก สอบถามด้วยความเป็นห่วง รจนาไฉนมองมาด้วยสายตาเจ็บปวด ตวัดมือตบหน้าเขาอย่างแรง

“ฉันถูกผู้ชายคนนั้นล่วงเกินน้อยไปใช่ไหม”

ปัทม์พยายามบอกว่าไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนั้น รจนาไฉนไม่ฟัง แหวกลับ

“คุณตั้งใจทำร้ายฉันทุกอย่าง เหยียดหยามฉันแค่ไหน...ฉันก็อดทน จะใช้งานเยี่ยงทาส...ฉันก็ไม่เคยปริปาก”

ปัทม์จะปลอบ รจนาไฉนไม่ยอมหยุด

“ฉันไม่ใช่คนมีค่า เป็นแค่กาฝาก ลูกกำพร้าที่พ่อแม่ขอมาเลี้ยง ฉันรู้ตัวดีว่าไม่มีเกียรติพอให้คุณยกย่อง”

ปัทม์มองหน้าเธอด้วยแววตาสำนึกผิด แต่รจนา–ไฉนมองไม่เห็น ร้องไห้จนไหล่สั่นเทิ้ม

“ฉันขอได้ไหม ฉันขอความเมตตา ขอพื้นที่เล็กๆให้ยืนในฐานะมนุษย์ที่มีศักดิ์ศรีคนหนึ่งจะได้ไหม”

รจนาไฉนอ้อนวอนทั้งน้ำตา ปัทม์กลัวตัวเองใจอ่อน ตวาดให้หยุดพูดเพ้อเจ้อ รจนาไฉนงงกับท่าทีแข็งกร้าว

“ในที่สุดคุณก็ไม่เคยเข้าใจ และคงไม่มีวันจะเข้าใจ ฉันไม่น่าเสียเวลาอ้อนวอนคุณเลย ฉันน่าจะรู้ตั้งแต่แรกว่ามันไม่ได้ผลกับหัวใจหยาบ...คุณมันไม่ใช่คน!”

จบคำก็วิ่งจากไป ปัทม์เสียใจกับการกระทำของตน แต่ก็ไม่อยากให้เห็นความอ่อนไหว...เดี๋ยวเสียการปกครอง!

รจนาไฉนกลับห้องด้วยใจปวดร้าว เจ็บใจที่โดนรังแกทั้งทางร่างกายและจิตใจ ไม่ต่างจากปัทม์ที่ทรมานกับความรู้สึกผิด เขาไปยืนหน้าหลุมศพแสงจันทร์ คิดถึงคำพูดตัดพ้อของรจนาไฉน เจ็บแปลบที่หัวใจอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกผิดเกาะกุมใจจนทนไม่ไหว ตามไปเฝ้าดูเรือนพักคนใช้ เป็นห่วงรจนาไฉนแต่ต้องตัดใจ หันหลังกลับบ้าน

รจนาไฉนตื่นเพราะเสียงเคาะประตูตอนเช้า

ปยงค์ยืนหน้ามุ่ยรอหน้าห้อง บอกว่ามาทายาและนวดข้อมือให้ รจนาไฉนกล้ำกลืนความอาย คิดว่าปยงค์รู้ทุกอย่าง โล่งอกเมื่อแม่บ้านใหญ่คิดว่าเธอล้มและโดนไม้ฟาดข้อมือ

ชิกับจันทร์เจ้าที่แอบยืนมองห่างๆ งงเป็นไก่ตาแตก เห็นปยงค์นวดข้อมือให้รจนาไฉน

“พี่ชิ...เห็นเหมือนฉันไหม ป้าปยงค์เอาขี้ผึ้งหลวงมานวดให้เพื่อน แล้วเจ้าของเขาอนุญาตแล้วหรือ”

“ถ้าไม่อนุญาตจะกล้าเหรอ ถ้าเดาไม่ผิด ก็มีแต่ เจ้าของขี้ผึ้งนั่นแหละที่จะใช้ป้ามหาภัยทำเรื่องดีๆแบบนี้ได้”

จันทร์เจ้าพึมพำชื่อปัทม์ แปลกใจอาการผีเข้าผีออก...ตกลงว่าเจ้านายหนุ่มชอบหรือไม่ชอบหน้ารจนา–ไฉนกันแน่

ด้านปัทม์...คุมคนงานทำงานแข็งขัน เห็นหน่อเอกับพวกเดินเข้ามาสำรวจทั่วไร่ชาอย่างต้องการเก็บข้อมูล ปัทม์สบตากับหน่อเอ แปลกใจนิดหน่อยที่เห็นม้งหนุ่มมาตามสัญญา สั่งให้ลำเลียงลังใส่ชาออกจากโกดังขึ้นรถบรรทุก ชิยืนสังเกตการณ์ข้างๆ ไม่ค่อยไว้ใจหน่อเอ เพราะไม่เคยได้ยินว่าจงรักภักดีกับใคร ปัทม์ไม่ยี่หระ

“ไม่จำเป็นต้องจงรักภักดีกับฉัน เราให้หน่อเอทำงานไร่ปัทมกุลก็ถือว่าช่วยชาติทางหนึ่ง มันจะได้ไม่ไปค้ายาอีก”

หน่อเอกับพวกเหลือบมองปัทม์เป็นระยะๆ อึดอัดสายตาจับผิด กระแทกลังลงพื้นอย่างแรง

“คนเมืองมีแต่หาประโยชน์จากพวกเรา หน่อเอไม่ยอมให้ใครข่มเหงแน่ คนเมืองอย่างมันต้องรู้สึก!”

จบคำก็กวาดตามองโกดังและลังบรรจุชาจำนวนมากด้วยแววตาครุ่นคิด...หรือเราต้องทำอะไรบางอย่าง

ooooooo

รจนาไฉนช่วยจันทร์เจ้าเตรียมอุปกรณ์ชงชา ได้ความรู้ใหม่ว่าปัทม์ชอบดื่มชาหลังอาหาร เธอพูดถึงสรรพคุณชาอย่างคนรู้จริงจนจันทร์เจ้าทึ่ง ถามว่าไปเอามาจากไหน รจนาไฉนหยิบกระปุกชาขึ้นดู ตอบยิ้มๆ

“เคยอ่านจากหนังสือ ชาอู่หลงก็ดีนะ เหมาะสำหรับคนเครียดและเจ้าอารมณ์อย่างคุณปัทม์”

ปัทม์ผ่านมาได้ยินสองสาวคุยกัน ตัดสินใจปรากฏตัว ไล่จันทร์เจ้าออกไปและสั่งรจนาไฉนให้ชงชา

“ช่วยแสดงให้ดูหน่อย ว่าลูกผู้ดีตกยากอย่างเธอชงชาเก่งเหมือนปากพูด”

รจนาไฉนเจ็บใจที่โดนดูถูก มองโต๊ะวางอุปกรณ์พรั่งพร้อมกลางห้อง และหันมามองปัทม์อย่างท้าทาย จากนั้นก็ดำเนินการชงชาตามกระบวนการและกรรมวิธีถูกต้องและสวยงาม ปัทม์นั่งกอดอกมองอย่างตั้งใจ แววตาชื่นชมโดยไม่รู้ตัว และไม่ยอมรับความจริงเมื่อเธออธิบายก่อนถามว่า

“ตอนนี้ฉันปลุกใบชาให้ตื่นจากหลับแล้ว รออีกหนึ่งนาทีถึงจะดื่มได้ ฉันทำทุกอย่างถูกต้องหรือเปล่า”

ปัทม์อ้ำอึ้ง เหยียดยิ้มแล้วบอกว่าไม่ถูก เพราะเขาจะดื่มชาอีกชนิด สั่งให้ชงใหม่ รจนาไฉนเจ็บใจแต่พยายามข่ม ชงให้ใหม่อย่างใจเย็น ปัทม์แกล้งให้ชงอีก เปลี่ยนชนิดกลับไปมาหลายครั้งจนน้ำหมด หญิงสาวถอนใจยาว ลุกไปเอาน้ำในครัว เหลือบเห็นโถเกลือบนชั้น ตาวาวอย่างมีเลศนัย...ถึงตาฉันเอาคืนบ้างแล้วพ่อเลี้ยงปัทม์!

รจนาไฉนส่งชาที่เพิ่งชงเสร็จให้ ปัทม์ยกขึ้นดื่มแล้วบ้วนออกมาแทบไม่ทันเพราะเค็มปี๋ รจนาไฉนขำ แกล้งตกใจ

“ปากคุณปัทม์เป็นอะไรหรือเปล่าคะ หรือว่าอาจจะมีแผลในปากที่กำลังเน่า”

ปัทม์โกรธมาก รจนาไฉนยังตีหน้าตาย ทำทีเป็นเดือดร้อนสุดๆ

“คงต้องไปให้หมอเขาตรวจดูนะคะ ถ้าปล่อยไว้นานจะลุกลาม ทำให้ปากเสียจนพูดไม่ได้ อึดอัดแย่เลย”

ปัทม์ชี้หน้าจะเอาเรื่อง รจนาไฉนไม่กลัว ยื่นหน้าไปยิ้มยั่วใกล้ๆ

“จะแกล้งอะไรฉันอีกล่ะ คุณมันก็แค่คนขี้แพ้ ทนไม่ได้ที่เห็นฉันทำในสิ่งที่คุณคิดว่าทำไม่ได้ มันก็แค่นั้น”

“ทำไมเธอถึงคิดอย่างนั้น”

“คุณใช้ให้ฉันชงชาเพราะคิดว่าฉันทำไม่ได้ แต่พอฉันทำได้ คุณก็หาเรื่อง คุณจะเรียกร้องความสนใจไปถึงไหน”

ปัทม์กอดอกมองเธอด้วยสายตาดุดัน แต่รจนา–ไฉนไม่แคร์ พูดต่อด้วยความเก็บกด

“ฉันก็อยากรู้ว่าคุณทำอะไรได้บ้างนอกจากขี้เก๊ก เอาแต่ใจ เอาเปรียบคนอื่น แกล้งคนอ่อนแอกว่าไปวันๆ”

ปัทม์จ้องหน้าเธอนิ่ง ออกคำสั่งให้เธอมานั่งบนโซฟาแทน รจนาไฉนจะค้าน ปัทม์ยกมือห้าม

“เธอต้องทำตาม...เพราะฉันกำลังจะแสดงให้เห็นว่าผู้ชายอย่างฉันทำอะไรได้ดีกว่าที่เธอพูดบ้าง มานั่งตรงนี้”

ปัทม์นั่งกลางห้องโถง ตำแหน่งเดียวกับที่รจนา–ไฉนนั่งเมื่อครู่ เริ่มต้นบรรยายประวัติศาสตร์เกี่ยวกับชาว่ามีมาตั้งแต่สองพันปีก่อน มีคุณสมบัติช่วยชะล้างไขมัน สิ่งสกปรกและสารพิษ

“ชาก็ไม่ต่างอะไรจากสตรี หอมหวาน ขมและมีเสน่ห์ซ่อนเร้น หากรู้ทัน จะมีประโยชน์และคุณค่าแก่เจ้าของ”

รจนาไฉนไม่สะทกสะท้านกับคำเปรียบเปรย จับตามองท่วงท่าชงชาสง่างาม ปัทม์บรรยายเกร็ดความรู้และแสดงความหลงใหลในใบชา รจนาไฉนนั่งฟังด้วยความทึ่ง ประทับใจมากโดยไม่รู้ตัว ปัทม์รอจนน้ำเดือด ค่อยๆเทลงบนใบชา วางแก้วและโถชาลงบนโต๊ะ อธิบายวิธีการชงชาที่ถูกต้อง

“การดื่มชา...เป็นอีกศาสตร์หนึ่งแห่งความเร้นลับ เพื่อการดื่มด่ำในรสชาติที่ถูกต้อง ริมฝีปากที่สัมผัสตรงกับถ้วยชาต้องแผ่วเบาและละมุนละไม เปรียบดั่งการจุมพิตที่น่าทะนุถนอม มิใช่เร่าร้อนดุดัน”

จบคำก็เดินอ้อมไปด้านหลังรจนาไฉนพร้อมถ้วยชาที่ชงเสร็จแล้ว ส่งท่อนแขนโอบเธอไว้ คล้ายกำลังประคองถ้วยป้อนให้ถึงปาก ดูเหมือนสองหนุ่มสาวโอบกอดกันหลวมๆ ปัทม์ทำท่าสูดลมหายใจ

“น่าแปลกที่ทำไมวันนี้กลิ่นหอมของใบชาเปลี่ยนไป ไม่ใช่อย่างที่ผมคุ้นเคย”

รจนาไฉนเงยหน้ามองปัทม์ แววตาอ่อนแสงลงโดยไม่รู้ตัว ริมฝีปากทั้งคู่เคลื่อนมาใกล้กันเรื่อยๆราวกับบังคับตัวเองไม่ได้ ปัทม์เริ่มได้สติ ปรับสีหน้าเป็นเหยียดหยาม

“มันไม่ใช่กลิ่นหอมของใบชา แต่เป็นกลิ่นของทุนนิยมที่ไม่น่าทะนุถนอมหรือน่าหลงใหลเลยสักนิด ผู้หญิงเห็นแก่เงินอย่างคุณ ไม่เหมาะสมจะลิ้มรสความหอมหวลของชาถ้วยนี้หรอกรจนาไฉน!”

เขาผลักเธอเต็มแรงจนแทบล้ม จ้องหน้านิ่งและเทชาลงกับพื้นช้าๆ รจนาไฉนอึ้ง มองตามเขาผลุนผลันออกไปด้วยความสงสัย...เป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีกล่ะคราวนี้!

ปัทม์เดินไปที่หลุมศพแสงจันทร์ ความรู้สึกอ่อน หวานเมื่อครู่ทำให้แปลกใจ จ้องที่หลุมศพนิ่ง ภาพความเลวร้ายในอดีตยังตามหลอกหลอน ปักใจว่าท่าทีของรจนาไฉนคือมายา...ผู้หญิงก็เหมือนกันทั้งโลก หลอกลวงและหิวเงิน!

ooooooo

อุรารัตน์หรือแอรี่ลูกสาวพ่อเลี้ยงเจงจะออกไปข้างนอก นงนุชสาวใช้คนสนิทวิ่งตามสอพลอ พ่อเลี้ยงเจงเห็นลูกสาวออกจากบ้านตลอดเวลา เตือนเสียงอ่อน กลัวชวดจากปัทม์ ชายหนุ่มที่ลูกสาวหวังจับให้อยู่หมัด

นงนุชเสริมเจ้านายสาวว่าหายไปหลายวันเพราะเตรียมงานเซอร์ไพรส์ปัทม์ อุรารัตน์ปลื้มกับแผนการนี้มาก ถามถึงทีมงานจากกรุงเทพฯ นงนุชบอกว่าใกล้ถึงในอีกหนึ่งชั่วโมง พ่อเลี้ยงเจงตามไม่ทัน อุรารัตน์ยิ้มมาดมั่น

“คุณพ่อไม่ต้องห่วงค่ะ แอรี่ต้องครองใจปัทม์ให้ได้ เพื่อความสุขของคุณพ่อและแอรี่”

สองพ่อลูกมองหน้ากันยิ้มๆ อุรารัตน์เปรยกับพ่อลอยๆแต่น้ำเสียงมุ่งมั่นมาก

“วันนี้จะเป็นวันเริ่มต้นประกาศให้คนในสังคมรู้ ว่าแอรี่กับพ่อเลี้ยงปัทม์ มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมากแค่ไหน”

อุรารัตน์ออกจากบ้านไปพบทีมงานนิตยสารจากกรุงเทพฯ กว่าจะเตรียมงานเสร็จก็เกือบเที่ยง หญิงสาว กลายเป็นเจ้าทางเหนือ นั่งด้วยมาดนางพญาบนเสลี่ยงให้ตัวประกอบชายที่จ้างมาแต่งชุดไทใหญ่เปลือยอกแบกเข้าไร่ปัทมกุล รจนาไฉน จันทร์เจ้าและปยงค์มายืนมอง ปยงค์แนะนำอุรารัตน์ด้วยท่าทางภูมิใจสุดๆ

“คุณอุรารัตน์เป็นว่าที่คุณนายของไร่ปัทมกุล หรือพูดสั้นๆ กระชับๆได้ความว่า...เป็นแฟนคุณปัทม์”

“ถามนายหรือยังเจ้า ว่ายอมรับคุณอุรารัตน์เป็นแฟนหรือเปล่า” จันทร์เจ้าแขวะ

“ทำไมต้องถาม นอกจากคุณอุรารัตน์แล้ว นายก็ไม่เคยให้ความสนิทสนมกับผู้หญิงคนไหน จะให้แปลว่าไง”

“ขี้ตู่ไงเจ้า”

ปยงค์ของขึ้น จันทร์เจ้าไม่กลัว ลากรจนาไฉนเข้าไปในบ้าน ทิ้งปยงค์มองตามขบวนแบกหามอย่างชื่นชม

อุรารัตน์ลงจากเสลี่ยง วางท่าเดินเข้าบ้านแบบหยิ่งๆ นงนุชกับปยงค์ตามติด แม่บ้านใหญ่เห็นรจนาไฉนกับจันทร์เจ้ายืนอยู่ ออกคำสั่งให้ไปเตรียมน้ำมาเสิร์ฟอุรา–รัตน์ไม่ชอบหน้ารจนาไฉน หมั่นไส้ที่สวยกว่า ปยงค์บอกว่าเป็นคนงานใหม่ ปัทม์พามาจากกรุงเทพฯ อุรารัตน์ตาลุกวาว

“คุณปัทม์พาแกมาจากไหน แกเป็นลูกเต้าเหล่าใคร แล้วคุณปัทม์รู้จักแกได้ยังไง แกมีแฟนหรือยัง ถ้ายัง...ฉันขอบอกไว้เลยนะ อย่าได้คิดต่ำทราม ใช้ความสาวใกล้ชิดแย่งคุณปัทม์ไปจากฉัน”

“ค่ะ...ดิฉันไม่คิดหรอกค่ะ เพราะใครที่คิดอย่างนั้นถือเป็นความคิดที่แย่มาก”

รจนาไฉนตอบนิ่มๆ อุรารัตน์คิดไม่ทัน ยิ้มปลื้มคิดว่าสาวใช้หน้าหวานหมายความตามที่พูด นงนุชนิ่วหน้า แย้งว่าเจ้านายสาวโดนหลอกด่าแบบสุภาพ อุรารัตน์ตาโต ส่งเสียงกรี๊ดลั่นบ้าน ขู่รจนาไฉนเสียงเขียวว่าจะฟ้องปัทม์

ขณะเดียวกัน...ปัทม์กับชิเดินกลับจากไร่ มองเห็นขบวนเสลี่ยงและผู้คนมากมายหน้าบ้าน ไม่พอใจมาก เจ๊ไวไวหัวหน้าทีมงานนิตยสาร อธิบายแบบโอ่ๆว่ามาจากกรุงเทพฯ กำลังถ่ายทำภาพประกอบคอลัมน์แนะนำเซเลบคู่รักหน้าใหม่ ระหว่างอุรารัตน์ทายาทรีสอร์ทพันล้านกับแฟนหนุ่มพ่อเลี้ยงปัทม์ เจ้าของไร่ชาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ปัทม์ไม่ชอบใจ กระชากฉากและทำลายการถ่ายทำจนวุ่นวายไปหมด เจ๊ไวไวเดือดจัด ชี้หน้าด่าปัทม์เสียงขรม

“เมายาหรือไงถึงกล้าทำแบบนี้ เจ๊จะฟ้องคุณปัทม์เจ้าของไร่ ให้ไล่พวกแกออก”

“ก็ฟ้องนายสิ นายยืนอยู่นี่แล้ว...พ่อเลี้ยงปัทม์ ปัทมกุล”

ชิเดินมากับเจ้านายหนุ่ม ยักคิ้วกวนๆ เจ๊ไวไวตาเหลือก ปรับท่าทีราวกับกิ้งก่าเปลี่ยนสี ย่อตัวไหว้งดงาม ปัทม์ไม่สนใจ สั่งให้เก็บข้าวของออกจากไร่เร็วที่สุด แล้วผลุนผลันเข้าบ้าน

ooooooo

อุรารัตน์กับรจนาไฉนยังต่อปากต่อคำกันไม่หยุด นงนุชเสี้ยมเจ้านายสาวสุดกำลัง ส่วนจันทร์เจ้าตบเข่าฉาด ถูกใจรจนาไฉนที่กล้าเถียง อุรารัตน์เจ็บใจที่โดนเหน็บ สั่งให้สาวใช้คนสนิทตบรจนาไฉน นงนุชรับคำด้วยความเต็มใจ แต่พลาดเพราะรจนาไฉนเบี่ยงตัวหลบทัน อุรารัตน์จึงเป็นฝ่ายถูกตบแทน

อุรารัตน์แค้นจัด ตั้งท่าเอาเรื่องรจนาไฉน แต่เหลือบเห็นปัทม์เข้ามาจากอีกทาง แกล้งตบตัวเองและกลิ้งลงบนพื้น ร้องโอดโอยว่าโดนรจนาไฉนทำร้าย ปัทม์พูดไม่ออก มองซ้ายขวางงๆเพราะไม่รู้จะฟังใครดี
รจนาไฉนนั่งก้มหน้านิ่งไม่ยอมพูดอะไรสักคำ ส่วนอุรารัตน์ลูบแก้มตัวเอง ออเซาะพ่อเลี้ยงหนุ่มสุดฤทธิ์ นงนุชเห็นท่าไม่ดี สาระแนฟ้องแทนเจ้านายสาว

“นงนุชเป็นพยานได้ค่ะ ว่านังคนหน้าเยินมันด่าและตบคุณแอรี่”

“แต่ชิเห็นเต็มสองลูกกะตาว่าคุณอุรารัตน์ตบตัวเอง”

จันทร์เจ้าสนับสนุนคำพูดชิเต็มที่ ส่วนปยงค์ทำหน้าไม่ถูก ไม่รู้จะเข้าข้างใครดี ปัทม์พยายามแกะมืออุรารัตน์ออกจากตัว ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด

“ในเมื่อไม่มีหลักฐาน ก็ให้มันจบๆไป...ว่าแต่คุณพาทีมงานมาถ่ายภาพ ทำไมไม่บอกผมก่อน”

“แอรี่อยากเซอร์ไพรส์ปัทม์นี่คะ แมกกาซีนเขาอยากถ่ายภาพแอรี่กับปัทม์ในฐานะเซเลบคู่รัก”

ปัทม์ทำหน้าเหวอ รจนาไฉนดูออกว่าชายหนุ่มอึดอัด อยากแกล้งเลยยุให้ถ่าย

“ฉันว่าคุณควรถ่ายนะคะ เพื่อประชาสัมพันธ์ไร่ชา และประกาศให้รู้ว่าคุณอุรารัตน์เป็นเจ้าของหัวใจคุณปัทม์”

ปัทม์หันขวับเอาเรื่อง รจนาไฉนไม่ยี่หระ แหย่ต่อเพราะต้องการหยั่งความรู้สึกเขา

“ขอโทษนะคะที่ก้าวก่าย ฉันเพียงแต่สงสัยว่าทำไมคุณปัทม์ถึงจะไม่ยอม หรือว่าคุณปัทม์มีภรรยาแล้ว”

อุรารัตน์ชักนั่งไม่ติด เตรียมอาละวาดแค่ได้ยินว่าเขามีภรรยา ปัทม์โบกมือห้าม ตัดปัญหา

“ตกลง...ผมจะถ่ายภาพคู่ เพื่อประกาศให้รู้ว่าผมไม่มีใคร นอกจากแอรี่”

อุรารัตน์ดีใจมาก ส่วนปัทม์มองรจนาไฉนด้วยแววตาเย้ยหยัน อยากยั่วให้เธอโกรธ รจนาไฉนเจ็บแปลบแปลกๆ แต่ยังปั้นหน้ายิ้มตอบ...ดูซิว่าจะได้สักเท่าไหร่

ปัทม์เปลี่ยนเป็นชุดเจ้าทางเหนือ ดูสง่าและเท่มาก อุรารัตน์มองด้วยสายตาหลงใหล รีบวิ่งเข้าไปประจ๋อประแจ๋ รจนาไฉนมองด้วยความหมั่นไส้ ส่วนจันทร์เจ้ากับชิบ่นเซ็ง รู้ดีว่าปัทม์ทำเพื่อตัดปัญหา อุรารัตน์สั่งรจนาไฉนให้ยกน้ำมาเสิร์ฟ แถมให้คลานเข้ามาหา รจนาไฉนไม่อยากทำ แต่เพราะปัทม์บังคับจึงยอมแบบเสียไม่ได้

การถ่ายทำดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ปัทม์สวมบทบาทคู่รักของอุรารัตน์ได้แนบเนียน รจนาไฉนหงุดหงิดจนบอกไม่ถูก ผลุนผลันออกจากห้องไปในที่สุด ปัทม์เห็นเธอออกไปแล้ว ยิ้มเยาะสะใจ เลิกเล่นละครจี๋จ๋ากับอุรารัตน์ทันที

รจนาไฉน จันทร์เจ้าและปยงค์ช่วยกันเสิร์ฟอาหารปัทม์ อุรารัตน์และทีมงาน เจ๊ไวไวถามว่าเมื่อไหร่ปัทม์กับอุรารัตน์จะแต่งงาน พ่อเลี้ยงหนุ่มเลี่ยงตอบ รจนาไฉนนิ่วหน้า แขวะเขาว่าไม่ให้เกียรติแฟนตัวเองปัทม์หันขวับ เตรียมเอาเรื่อง เจ๊ไวไวเห็นรจนาไฉนก็นึกชอบใจ ขอให้เปลี่ยนเสื้อผ้ามาถ่ายภาพประกอบ เธออึกอักพยายามหาทางเลี่ยง

“ไม่เหมาะมั้งคะ ภาพคู่...เพื่อนเข้าไปถ่ายด้วยจะกลายเป็นส่วนเกิน”

“จะเกินได้ไง เพราะเธอต้องมาเป็นตัวละครคนใช้ เป็นทาสพวกฉัน...ไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้”

ปัทม์ออกคำสั่ง รจนาไฉนฮึดฮัดแต่ทำอะไรไม่ได้ จำใจเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

ooooooo

รจนาไฉนเปลี่ยนเป็นชุดผ้าแถบ นุ่งซิ่นแบบสาวเหนือโบราณ เดินมาเข้าฉากด้วยท่วงท่าสง่างาม ปัทม์และทุกคนตะลึงในความงาม จ้องมองตาค้าง รจนาไฉนหวั่นไหวกับสายตาพ่อเลี้ยงหนุ่ม อุรารัตน์แอบสังเกตท่าทีแปลกๆ แกล้งทักด้วยความหมั่นไส้ ปัทม์ตื่นจากภวังค์ ตีหน้าขรึมเตรียมถ่ายรูปต่อ

เจ๊ไวไวจัดท่าให้ปัทม์กับอุรารัตน์นั่งบนตั่งโบราณ กลางไร่ชากว้างใหญ่ ส่วนรจนาไฉนให้นั่งถือพัดอยู่ข้างๆ เยื้องไปทางด้านหลัง ปัทม์คอยชำเลืองมองแอบเอ็นดูท่าทางเก้ๆกังๆของหญิงสาว อุรารัตน์เห็นสายตาปัทม์ จงใจเปลี่ยนท่าไปกอดคอเขาอย่างสนิทสนม

ปัทม์อึดอัดท่าทางใกล้ชิดเกินเหตุของอุรารัตน์ บอกเลิกกองทันทีโดยไม่ถามความเห็นใคร นงนุชพาอุรารัตน์ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า รจนาไฉนจะตาม เจ๊ไวไวดักหน้า ขอให้ถ่ายภาพอีกเซต รวมทั้งขอความร่วมมือจากปัทม์ด้วย

รจนาไฉนเดินมาเข้าฉากตามเดิม จะลงนั่งสวมบทบาทคนใช้ เจ๊ไวไวคว้าตัวไว้ บอกว่าเปลี่ยนคอนเซปต์

“เซตนี้ไม่ใช่เซเลบคู่รักแล้ว แต่จะโปรโมตชุดคอนเซปต์คือเจ้าแอบมีใจให้นางเล็กๆ ชื่อภาพว่าทาสหัวใจ”

เจ๊ไวไวสั่งให้ทั้งสองตระกองกอดกัน ปัทม์อึกอัก ในที่สุดก็โพล่งออกไปเสียงแข็ง

“ขอโทษ...ผมทำไม่ได้ เพราะผมไม่ได้รักคนใช้”

“ใช่ค่ะ...เพราะในชีวิตจริงคนใช้อย่างฉัน คงไม่มีสิทธิ์คิดรักเจ้านาย”

เจ๊ไวไวกล่อมให้ทั้งสองคนหลับตา ตัดโลกแห่งความเป็นจริง และลองเข้าไปในโลกของจินตนาการแทน

“จินตนาการว่าเราเป็นคนใช้ คนใช้ที่เกลียดชังเจ้านาย แต่ภายในใจแล้ว...รักเขาโดยไม่รู้ตัว”

รจนาไฉนกับปัทม์หลับตานิ่ง เจ๊ไวไวพูดต่อด้วยท่าทางอินจัด

“ส่วนเจ้านายก็เกลียดชังนังทาสมาก แต่ยิ่งเกลียดยิ่งพบว่าเธอช่างแสนดี อ่อนโยน อ่อนหวานจนไม่อาจทานความรู้สึกในหัวใจได้ เอาล่ะ...ค่อยๆลืมตาขึ้นได้”

สองหนุ่มสาวสบตากันเคลิ้มๆ เจ๊ไวไวคอยกำกับไม่ห่าง พอใจกับภาพเซตนี้มาก ปัทม์ยื่นหน้าไปเกือบชิด ตั้งท่าจะจูบแล้วผละออกแทบไม่ทันเมื่อได้ยินเสียงอุรารัตน์กรี๊ดลั่นบ้าน ไม่พอใจที่ปัทม์ใกล้ชิดกับรจนาไฉน

เจ๊ไวไวบอกว่าเป็นแค่บทบาทสมมติ นงนุชกลัวเจ้านายภาพพจน์เสียที่วีนเหวี่ยง รีบบอกให้ทีมงาน

เก็บของกลับกรุงเทพฯ รจนาไฉนถอนใจเหนื่อยหน่าย ค่อยๆปลีกตัวออกไป อุรารัตน์เข้าขวาง ประกาศความเป็นเจ้าของปัทม์ รจนาไฉนมองหน้าปัทม์ด้วยแววตาเจ็บปวด เชิดหน้าตอกกลับเสียงเรียบ

“ขอบคุณที่เตือนสติฉัน แต่คงไม่จำเป็น เพราะดิฉันรู้ดีว่าอยู่ในฐานะอะไร โลกแห่งความเป็นจริงไม่ได้สวยงามเหมือนโลกแห่งความฝัน ทาสก็เป็นได้แค่ทาส”

จบคำก็หมุนตัวออกจากบ้าน อุรารัตน์มองตามหมั่นไส้ ออเซาะปัทม์ให้พาไปทานข้าว ปัทม์ไม่อยู่ในอารมณ์ ปฏิเสธดื้อๆ อุรารัตน์คิดว่าเขาเป็นห่วงที่ถ่ายภาพทั้งวัน นงนุชส่ายหน้า เรื่องเข้าข้างตัวเองขอให้บอก...คุณแอรี่ถนัดมาก!

ooooooo

เวลาเดียวกันบริเวณหน้าโกดังเก็บชา...หน่อเอกับพวกสองสามคนแอบเดินมา ในมือถือแกลลอนใส่น้ำมันหลายถัง งัดและตัดแม่กุญแจล็อกโกดัก ลอบเข้าด้านใน เทน้ำมันทั่วบริเวณ ทันใดนั้น...ชิเห็นประตูโกดังเปิดค้างไว้ เดินเข้ามาสำรวจหาความผิดปกติ หน่อเอกับพวกเห็นท่าไม่ดี ก้าวไปดักหน้าและทำร้ายจนสลบ

ด้านปัทม์...นั่งทอดอารมณ์ชมพระจันทร์ ณ มุมหนึ่งในไร่ นึกถึงท่าทีปํ้าๆเป๋อๆของรจนาไฉนระหว่างถ่ายทำแล้วยิ้มกว้าง รู้สึกเอ็นดูโดยไม่รู้ตัว รจนา–ไฉนตามหาพ่อเลี้ยงหนุ่มไปทั่ว ถอนใจเบาๆที่เห็นเขานั่งหลบมุมคนเดียว หมั่นไส้ท่าทางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แกล้งแขวะจนชายหนุ่มชักฉุน พร้อมยื่นข้อเสนอขอหย่า

“คุณมีคนรักอยู่แล้ว ต้องฝืนใจแต่งงานกับฉันเพราะคำสัญญาระหว่างพ่อของเรา เพราะฉะนั้น...หย่ากับฉันเถอะ ฉันจะคืนอิสระให้ ฉันขออย่างเดียว...เงินหนึ่งล้านบาท แล้วฉันจะไปจากคุณทันที!”

ปัทม์ของขึ้นที่ได้ยินข้อเสนอ รจนาไฉนไม่สะทกสะท้าน อธิบายอย่างใจเย็นว่าเป็นเงินพนันที่เธอสมควรได้ตั้งแต่แรก ถ้าเขาไม่โกงเธอก่อน ปัทม์ไม่สน ตวาดก้อง

“เธอไม่มีสิทธิ์ขออะไรทั้งนั้น ถ้าจะหย่า...ก็เดินออกไปได้เลย แต่ฉันไม่มีวันให้เงินเธออีกแล้ว...แม้แต่บาทเดียว”

จบคำก็หมุนตัวจากไปเคืองๆ รจนาไฉนไม่ยอม วิ่งไล่ตามอย่างไม่ลดละ

“เราสองคนต้องทนทุกข์ทรมานไปเพื่ออะไรในเมื่อต่างคนต่างไม่มีความสุข ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะอยู่ด้วยกัน”

“ความสุขของเธออยู่ที่ไอ้ปวุฒิแฟนเก่า กับเงินอีกหนึ่งล้านใช่ไหม...ยังรักมันมาก คอยปกป้องมันตลอด เธอคงมีเวลามากถึงได้มีเวลาเพ้อฝัน ต่อไปฉันจะหางานให้เธอทำ เธอจะได้เลิกคิดเพ้อเจ้อถึงชายในฝันซะ”
รจนาไฉนอ้าปากค้าง ปัทม์ไม่ทันได้เล่นงานเธอ จันทร์เจ้าก็วิ่งหน้าตื่นมารายงานว่าไฟไหม้โกดังเก็บชา ปัทม์กับรจนาไฉนตกใจมาก พากันวิ่งไปดูทันที

บรรดาคนงานช่วยกันดับไฟอย่างแข็งขัน ปัทม์คอยสั่งการให้ขนใบชาออกมาให้หมดเท่าที่จะทำได้ปยงค์มาดูเหตุการณ์ ส่งเสียงร้องโวยวายแต่ไม่ยอมช่วยอะไร รีบบอกปัทม์ว่าชินอนสลบติดอยู่ในโกดัง ปัทม์เข้าไปช่วยทันทีโดยไม่คิดถึงอันตราย แบกร่างไม่ได้สติของคนงานคู่ใจออกมา

รจนาไฉนได้สติก่อนใครเพื่อน เข้าไปช่วยคนงานยกถังน้ำแทน และบอกให้รีบเข้าไปช่วยปัทม์ ทุกอย่างวุ่นวายโกลาหลมาก พวกหน่อเอยืนมองที่มุมหนึ่งด้วยความสะใจ

สถานการณ์ไฟไหม้โกดังเก็บชายังไม่ดีขึ้น รจนาไฉนตัดสินใจวางถังน้ำและไปช่วยปัทม์ขนลังชา ปัทม์มองตามหญิงสาวอึ้งๆ ไม่คิดว่าจะยอมช่วย พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นหน่อเอกับพวก ทำทีช่วยกันขนถังน้ำดับไฟพัลวัน พ่อเลี้ยงหนุ่มมองอย่างไม่ไว้ใจ แต่ไม่อยากคิดอะไรมากตอนนี้ ขอดับไฟให้ได้ก่อน

คนงานช่วยกันดับไฟและขนลังชาติดต่อกันหลายชั่วโมง ปัทม์เข้าไปสั่งการในโกดัง ถูกท่อนไม้ร่วงมาฟาดหัวเลือดไหลโชก รจนาไฉนเห็นก็เป็นห่วงใช้ผ้าเช็ดหน้าตัวเองพับเป็นแถบแล้วพันรอบรอยแผลเพื่อห้ามเลือด ปัทม์อึ้ง มองเสี้ยวหน้ารจนาไฉนที่กำลังผูกผ้าด้วยแววตาหวั่นไหว...ไม่อยากเชื่อว่าผู้หญิงหิวเงินจะอ่อนโยน

ในที่สุดไฟก็ดับสนิท...ลังชาถูกขนออกมาเกือบหมด ไม่มีอะไรเสียหายมากนอกจากโกดังที่ไหม้เกือบทั้งหลัง ปัทม์สงสัยต้นเพลิง ชิสันนิษฐานว่ามีคนวางเพลิงแน่ เพราะโดนดักตีหัวกลางโกดัง คนงานบอกว่าพบซากแกลลอนน้ำมันด้านใน หน่อเอกับพวกยืนฟังไม่ห่าง ไม่กล้าสบตาปัทม์ที่มองมาด้วยแววตาบางอย่าง...หรือว่าจะเป็นพวกม้ง

ooooooo

การสอบสวนหาคนวางเพลิงเริ่มต้นเช้าวันถัดมา หน่อเอกับพวกเริ่มร้อนใจ กลัวถูกจับได้ รจนาไฉน จันทร์เจ้าและปยงค์มาคอยสังเกตการณ์ไม่ห่างกันนัก ปัทม์มองแถวคนงาน ยืนเรียงหน้ากระดานด้วยแววตาเคร่งขรึม หยิบแกลลอนน้ำมันใบหนึ่งโยนไปตรงหน้า พวกหน่อเอ

“มีคนพบแกลลอนในห้องพวกแก แบบเดียวกับที่เจอในโกดัง อธิบายหน่อยสิว่ามันไปอยู่ในห้องพวกแกได้ยังไง”

หน่อเอยังเฉย แต่บรรดาสมุนเริ่มสั่นเพราะความกลัว ปัทม์เห็นอาการแล้วเหยียดยิ้ม

“ไม่มีใครยอมรับ...ก็ดี...พวกแกคงรู้ว่าใบชาเป็นเหมือนลมหายใจของทุกคนในไร่ปัทมกุล คนที่นี่มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ครอบครัวมีความสุขได้ก็เพราะไร่ชา”

ชิกับคนงานเอากระสอบบรรจุใบชาขนาดใหญ่สามใบมากองตรงหน้าพวกหน่อเอ ประกาศกร้าวให้เริ่มต้นสอบสวน ปัทม์เดินไปที่กระสอบแต่ละใบ ใช้มีดยาวและใหญ่ปาดกระสอบแตก เห็นใบชาที่บรรจุล้นอยู่ด้านใน

“ในเมื่อชาซึ่งเป็นเหมือนลมหายใจของทุกคน เกือบถูกทำลายเมื่อคืน ฉันจะทำให้ไอ้พวกทำลายเข้าใจความรู้สึก ถ้าหากพวกมันกำลังจะหมดลมหายใจจะรู้สึกยังไง!”

พวกหน่อเออึดอัด คนงานช่วยชิล็อกตัวบรรดาลูกสมุน กดหน้าแนบลงกับกระสอบชา รจนาไฉนไม่ชอบใจวิธีการ พยายามคัดค้าน ปัทม์ตวัดสายตาดุ บอกว่าจะสอบสวนแบบนี้จนกว่าจะมีคนสารภาพ พวกหน่อเอยังปิดปากเงียบ ชิกับคนงานช่วยกันจับหัวกดกระสอบชา แรงกว่าเดิมจนพวกหน่อเอดิ้นพราดๆ

รจนาไฉนโมโหถึงขีดสุด วิ่งไปดึงมือคนงานและชิให้ปล่อยพวกหน่อเอ ปัทม์ส่ายหน้าเหลืออด ยิงปืนขึ้นฟ้าขู่หญิงสาว แถมยิงเฉี่ยวต้นไม้เพื่อให้เธอหยุดคลั่ง จันทร์เจ้าวิ่งมาประคอง ปัทม์รีบสั่งให้เอาตัวออกไป รจนาไฉนไม่ยอม ตะโกนด่าปัทม์เสียงเขียว

“เลือดเย็น ใจคอโหดเหี้ยมที่สุด คุณมันไม่ใช่คน ที่นี่มันเป็นนรก!”

ปัทม์เจ็บปวดกับคำพูดเธอ แต่ยังปั้นหน้าขรึม สั่งให้สอบสวนต่อ หน่อเอทนไม่ไหว สารภาพออกมาว่าเป็นต้นคิดวางเพลิง รจนาไฉนชะงัก วิ่งไปหาม้งหนุ่ม

“เธอไม่จำเป็นต้องยอมรับความผิดเพราะถูกเขาบังคับนะหน่อเอ”

“หน่อเอไม่ได้ยอมรับผิดเพราะถูกบังคับ แต่หน่อเอเป็นคนทำจริงๆ คนพวกนี้ทำตามคำสั่งของหน่อเอเท่านั้น”

รจนาไฉนหน้าเสียที่ปกป้องผิดคน ยอมถอยกลับออกมา มองหน้าปัทม์จ๋อยๆ หน่อเอไม่เก็บอาการอีกต่อไป ระเบิดอารมณ์ใส่พ่อเลี้ยงหนุ่มและทุกคนในไร่

“ฉันเกลียดแก เกลียดคนเมืองทุกคน ตั้งแต่พวกแกขึ้นมาบนดอย ชีวิตคนดอยก็ถูกเบียดบัง พวกเห็นแก่ตัว เอาแต่ผลประโยชน์เข้าตัวเอง คนดอยต้องอดอยาก มากขึ้น ต้องทำงานรับใช้พวกแกยังกับทาส!”

ปัทม์บอกว่าคนเมืองที่ว่าคงไม่ใช่ในไร่ปัทมกุลเพราะเขาอยากให้ทุกคนมีชีวิตที่ดี ยังไงก็คนไทยเหมือนกัน

“ฉันจะให้โอกาสคนดอยอย่างพวกแก พิสูจน์ตัวเองว่ามีค่ากว่าคนเมืองหลายคน พวกแกจะได้ทำงานที่นี่ต่อไป”

เหล่าคนงานแปลกใจ รวมทั้งรจนาไฉน ไม่คิดว่าเขาจะไม่ถือโทษหน่อเอ

“แล้วเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ไร่ปัทมกุลไม่ใช่คนเมืองเห็นแก่ตัวอย่างที่แกคุ้นเคยมาทั้งชีวิต และในเมื่อแกเป็นคนทำลายโรงเก็บชา แกก็ต้องสร้างมันขึ้นมาใหม่ให้เสร็จภายในสองอาทิตย์ ไม่งั้นเรื่องนี้ถึงตำรวจแน่!”

หน่อเอจำยอมทำตามคำสั่งของปัทม์ เหลือบมองสภาพโกดังแล้วถอนใจแรงๆ...จะทันไหมสองอาทิตย์!

รจนาไฉนโล่งใจที่ทุกอย่างจบลงด้วยดี เดินกลับไปทำงานในไร่ ปัทม์ตามมากระชากข้อมือและลากไปคุยอีกมุม

“เราต้องพูดกันให้รู้เรื่อง เธอไม่มีสิทธิ์ฉีกหน้าฉันต่อหน้าคนงานแบบนั้น”

“คนโรคจิต ชอบใช้ความรุนแรง ฉันเป็นคน หน่อเอก็เป็นคน ทุกคนเป็นคน มีหัวใจและเลือดเนื้อ คุณมันก็ดีแต่ใช้พระเดช ไม่เคยมีพระคุณ สิ่งที่คุณได้จากทุกคนคือการฝืนใจ แต่คุณจะไม่มีวันได้หัวใจจากใคร”

ปัทม์อึ้ง ตั้งท่าจะโต้กลับ แต่รจนาไฉนไม่ยอม มองเขาด้วยสายตาโกรธและเกลียด

“คุณจะไม่มีวันได้รับความปรารถนาดีจากใคร ตราบใดที่คุณไม่รู้จักความรัก”

“ทำไมฉันจะไม่เคยรู้จักความรัก ไม่ใช่เพราะฉันมีความรักหรือไงถึงได้...” ปัทม์ตะครุบปากตัวเองไว้ทัน เปลี่ยนเรื่อง “เลิกคิดว่าตัวเองเป็นนางฟ้า เที่ยวมาโปรดใครต่อใครสักที มันไม่ได้ผลหรอก!”

จบคำก็ผลุนผลันจากไป รจนาไฉนถอนใจเบาๆ ดีใจที่รอดพ้นจากพ่อเลี้ยงหนุ่ม พลันนึกถึงคำพูดสุดท้ายของเขา...แสดงว่าเขาเคยมีความรัก เมื่อไหร่กัน...

ooooooo

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 4

อ่านเรื่องย่อ
นิยายไทยรัฐ
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement