หงส์เหนือมังกร ตอนที่ 6 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

หงส์เหนือมังกร ตอนที่ 6


17 ธ.ค. 2560 08:20
102,562 ครั้ง

ละคร นิยาย หงส์เหนือมังกร

หงส์เหนือมังกร ตอนที่ 6

อ่านเรื่องย่อ

หงส์เหนือมังกร

แนว:

แอกชั่น-โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

วิศวนาถ

บทโทรทัศน์โดย:

อภิวัฒน์ เล่าสกุล

กำกับการแสดงโดย:

ตรัยยุทธ กิ่งภากรณ์

ผลิตโดย:

บริษัท ปรากฏการณ์ดี จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

กฤตฤทธิ์ บุตรพรมเมลดา สุศรี

จากเหตุการณ์ที่ถูกเฮียไฮ้หลอกไปฆ่า ทำให้เต็งล้อเตือนหลิว ต่อไปจะต้องระวังเฮียเจ้าเล่ห์นี่ไว้ให้ดี บางทีมันอาจจะหันไปร่วมมือกับป๋าเสริฐเพื่อกำจัดเราก็เป็นได้ พอพูดถึงป๋าเสริฐขึ้นมา หลิวอดนึกถึงตี๋เล็กไม่ได้

“ตอนนี้แปะรู้รึยังว่าตี๋เล็กอยู่ที่ไหน”

ไม่ใช่แค่รู้ที่ซ่อนตัวของตี๋เล็ก เต็งล้อยังเป็นคนไปรับเขากลับด้วยตัวเองถึงห้องพักในคอนโดฯหรูของรุจี...

ตี๋เล็กกลับถึงบ้านกลัวพี่สาวจะด่า พยายามจะแก้ตัว แต่เธอยกมือห้าม เอาไว้ค่อยคุยกัน แล้วจับดูตามเนื้อตัวน้องชายเห็นยังอยู่ครบสามสิบสองก็โล่งใจที่เขาไม่เป็นอะไร ตี๋เล็กรู้สึกดีที่พี่เป็นห่วง ก่อนจะเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังว่าถูกปิติยกพวกมาพังบ่อน เขาก็เลยพาพวกไปเอาคืน แต่ปิติดันโผล่มา

“เจ้...ฉันไม่มีทางเลือก ถ้าฉันไม่ฆ่ามัน มันก็ฆ่าฉัน”

หลิวเตือนให้ตี๋เล็กระวังตัวให้มากขึ้น จากนี้ไปเราต้องเตรียมรับมือกับป๋าเสริฐให้ดี แล้วบอกให้เขาไปพักก่อน เดี๋ยวเธอจะตามไปคุยเรื่องนี้ด้วย ตี๋เล็กรับคำเดินขึ้นห้อง พอน้องคล้อยหลังเท่านั้น สีหน้าของหลิวเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที บอกกับเต็งล้อว่าครั้งนี้คงหนีไม่พ้นต้องเกิดสงครามแน่

“แล้วนายน้อยจะทำยังไง” เต็งล้อมองหลิวอย่างรอคำตอบ

ooooooo

สิ่งที่หลิวทำก็คือไปงานศพปิติ และขอคุยกับป๋าเสริฐถึงเรื่องที่เกิดขึ้นหวังจะยุติความแค้น แต่ไร้ผล นอกจากจะไล่ตะเพิดเธอไปให้พ้นๆ เขายังประกาศกร้าว ต่อให้เอาชีวิตคนทั้งตระกูลธรรมกุล ก็ไม่สามารถชดใช้กับการสูญเสียครั้งนี้ได้ และบอกให้เธอเตรียมจัดงานศพให้น้องชายได้เลย

หลิวเดินหน้าเครียดออกมาถึงหน้าวัด บ่นกับเต็งล้อท่าทางเรื่องนี้จะไม่จบง่ายๆ ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว เธอคงต้องชิงลงมือก่อน เต็งล้อทักท้วงทำแบบนั้นเรื่องจะยิ่งบานปลาย เธอจะยอมให้ตี๋เล็กตายไม่ได้เช่นกัน

“อั๊วว่าเรายังเหลืออยู่อีกวิธีหนึ่ง”

วิธีที่เต็งล้อว่าก็คือให้หลิวโทร.ไปขอความช่วยเหลือจากท่านเวคินอีกครั้ง เขาเจ้าเล่ห์ไม่ยอมคุยทางโทรศัพท์ นัดให้มาคุยกันซึ่งหน้าเป็นการส่วนตัวอีกต่างหาก หลิวไม่มีทางเลือกจำต้องทำตามที่ท่านต้องการ...

จากนั้นไม่นาน หลิวมาถึงบ้านท่านเวคิน เต็งล้อกับฮัวรออยู่ที่รถ ปล่อยให้เจ้านายสาวเข้าไปข้างในบ้านตามลำพัง ท่านเวคินเห็นเธอก็ตาวาวเป็นประกายด้วยแรงปรารถนา จับมือเธอขึ้นมาจูบ หลิวตกใจชักมือกลับ พอตั้งสติได้รีบขอโทษ แล้วพูดเข้าเรื่องทันที อยากให้ท่านช่วยเรื่องน้องชาย เธอพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อแลกกับความกรุณาที่ท่านจะมีให้ ท่านเวคินเจ้าเล่ห์ จะขอคิดดูก่อน...

หลิวกลับออกมาด้วยความผิดหวัง ปรึกษากับเต็งล้อ เราไม่มีคนอื่นที่จะช่วยพูดกับป๋าเสริฐอีกแล้วหรือ เขาส่ายหน้า ป๋าเสริฐให้ความเคารพท่านเวคินคนเดียว ถ้าเธอเลือกที่จะใช้การเจรจา เราจึงมีทางนี้ทางเดียว...

ด้านแปะคูพอจะรู้คร่าวๆ ว่าที่จางเหาหายไปคราวนี้ไปทำเรื่องไม่ดีมา แต่กลับไม่ถามอะไรสักคำ ยิ่งทำให้เขาเกรงใจและรู้สึกผิด ระหว่างแปะคูถือชามข้าวจะเข้าไปเก็บในครัวเกิดหน้ามืดเซเสียหลัก ชามในมือตกแตก จางเหาตกใจรีบเข้าไปพยุง พลางถามว่าเป็นอะไร ไปหาหมอหน่อยไหม แปะคูส่ายหน้า

“หาทำไม อั๊วแค่หน้ามืด คนแก่ก็อย่างนี้แหละ”

“แปะไปพักเถอะ เดี๋ยวอั๊วจัดการเอง”...

หลิวเข้ามาในห้องนอนเห็นจดหมายฉบับหนึ่งวางอยู่บนเตียง หยิบขึ้นมาเปิดอ่านต้องตกใจที่เป็นจดหมายของพ่อ พรวดพราดออกไปถามผิงว่าเห็นใครเข้ามาในห้องนี้บ้างไหม เธอเห็นเหมยเข้าไปตั้งแต่ตอนเช้า หลิวคว้าจดหมายวิ่งไปหาแม่ที่เรือนเล็ก ถามว่าท่านเป็นคนเอามาวางให้ตนใช่ไหม เหมยพยักหน้า เจ็กตงฝากตนมาให้เธอ แล้วถามว่าจดหมายใคร พอรู้ว่าเป็นของตี๋ซุ้งก็ซักทันทีจดหมายว่าอย่างไรบ้าง

“ตามองเห็นสิ่งที่ไกลได้แต่ไม่สามารถมองเห็นคิ้วของตนได้ การที่ป๊าไม่อยู่แล้ว เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ดีกว่าอะไรเป็นอะไร...ระวังคนใกล้ตัว” หลิวอ่านจดหมายจบอย่างงงๆ ตกลงพ่อหมายถึงใครกันแน่ เหมยเตือนอยู่วงการนี้ไว้ใจใครไม่ได้ทั้งนั้น ในเมื่อเธอเลือกที่จะเดินทางนี้ ก็ต้องระวังตัวให้มาก หลิวพยักหน้า

“ป๊าคงรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถึงได้เขียนจดหมายไว้ให้แบบนี้”...

ในระหว่างที่หลิวเดินครุ่นคิดมาตามทางกลับตึกใหญ่ ฮัวเข้ามารายงานว่ามีตำรวจมาเฝ้าอยู่หน้าบ้านจะให้ทำอย่างไร หรือพวกนั้นจะรู้ว่านายเล็กอยู่ที่นี่ ประมุขสาวส่ายหน้า ถ้ารู้คงบุกเข้ามาแล้ว ฮัวไม่พอใจ ตำรวจทำแบบนี้ถือเป็นการคุกคามเรา ยุให้เธอเอาเรื่อง หลิวกลับเห็นว่าเป็นเรื่องดี ตี๋เล็กจะได้ไม่กล้าออกไปไหน ฮัวอ้าปากจะทักท้วง หลิวยกมือห้ามไว้ สั่งให้พอได้แล้ว เธอมีเรื่องสำคัญกว่านั้นต้องคิด

ตำรวจที่มาเฝ้าสังเกตการณ์อยู่หน้าบ้านธรรมกุลปราบเป็นคนส่งมาให้คอยดูความเคลื่อนไหวภายในบ้าน โดยจะโทร.มาถามข่าวคราวเป็นระยะๆ แต่ทุกอย่างในบ้านยังคงเงียบไม่มีการเคลื่อนไหว...

ทางฝ่ายหลิวเอาจดหมายที่พ่อเขียนถึงมาเผาทำลายที่ห้องทำงาน พลางครุ่นคิดหนักคนใกล้ตัวที่พ่อว่าเป็นใครกันแน่ เสียงสายเรียกเข้าจากท่านเวคิน ปลุกให้หญิงสาวตื่นจากภวังค์ รีบกดรับสาย

“ฉันมาคิดดูแล้ว เรื่องที่น้องชายหนูก่อไว้ถือว่าใหญ่ไม่เบา และอีกอย่างป๋าเสริฐคงไม่มีทางยอมง่ายๆแน่”

“นั่นเป็นเหตุผลที่ดิฉันขอความช่วยเหลือจากท่าน”

ท่านเวคินเตือนว่าทุกอย่างบนโลกนี้มีราคาที่เราต้องจ่ายด้วยกันทั้งนั้น เธอยอมทุกอย่างขอเพียงช่วย

น้องชายของเธอได้ ท่านอยากได้อะไรก็ให้บอก เธอจะได้ให้คนจัดเตรียมเอาไว้ให้

“สิ่งที่ฉันอยากได้ หนูให้คนอื่นจัดให้ไม่ได้หรอก” ท่านเวคินลูบไล้ภาพของหลิวจากไอแพดอย่างหื่นๆ...

เต็งล้อรู้เรื่องที่ท่านเวคินอยากได้ตัวหลิวแลกกับการช่วยเหลือตี๋เล็กก็ขอโทษขอโพยเธอยกใหญ่ โทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง รู้ทั้งรู้ว่าท่านเป็นคนมักมาก

ในกาม แต่เขาไม่คิดว่าท่านจะกล้าถึงเพียงนี้ แล้วขอเวลาคิดหาทางอื่น เธอบอกว่าไม่ต้อง ที่เล่าให้ฟังไม่ได้มาขอให้ช่วยแต่จะมาบอกว่าพร้อมทำตามข้อเสนอนั่น

“แต่อั๊วมีเรื่องหนึ่ง อยากให้แปะทำ”

ooooooo

คุงใช้ยังคงตามมาวอแวจางเหาถึงบ้านไม่เลิก แปะคูไม่ค่อยจะชอบใจนักต่อว่าคุงใช้จนมีปากเสียงกัน จางเหาเห็นท่าไม่ดีรีบลากคุงใช้ออกไปคุยกันนอกบ้าน ถามว่ามีอะไรทำไมไม่โทร.มาก่อน เขานึกบางอย่างขึ้นมาได้ เลยอยากมาถามจางเหาด้วยตัวเอง

“แกไม่สงสัยบ้างเหรอว่าทำไมไอ้นักฆ่ารอยสักนั่นมันไม่จัดการแก ทั้งๆที่มีโอกาสฆ่าแกได้ตั้งแต่ตอนนั้น มันมีเหตุผลอะไรที่ปล่อยแกไว้ ทั้งๆที่มันต้องรู้ว่าแกจะหาทางกลับมาแก้แค้นมันแน่นอน”

“มันต้องรู้ว่าฉันจะคิดว่าทั้งหมดเป็นฝีมือของตี๋ซุ้ง”...

เต็งล้อไม่ค่อยจะสบายใจนักกับการที่หลิวตัดสินใจทำตามข้อเสนอของท่านเวคิน ขอร้องเธอคิดให้รอบคอบอีกครั้ง เธอยืนกรานจะทำอย่างที่ตั้งใจไว้ แล้วฝากเขาเรื่องนั้นด้วย ก่อนจะขึ้นรถไปกับฮัว เมื่อรถแล่นพ้นประตูรั้ว หลิวทำเป็นเปิดกระจกรถเพื่อให้ตำรวจที่เฝ้าดูอยู่เห็นหน้า แล้วถึงเลื่อนกระจกขึ้นอย่างเดิม

หนึ่งในตำรวจนอกเครื่องแบบที่เฝ้าดูอยู่รีบโทร.รายงานปราบถึงความเคลื่อนไหวครั้งนี้ เขาสั่งให้ตำรวจตามไปอย่าให้คลาดสายตาและให้คอยรายงานเขาเป็นระยะๆด้วย ปราบวางสายสีหน้าครุ่นคิดอยู่อึดใจก่อนจะคว้ากุญแจรถออกไป...

ผ่านไปพักใหญ่ รถของหลิวมาถึงรีสอร์ตส่วนตัวแห่งหนึ่ง ลูกน้องของท่านเวคินตรวจเข้มตั้งแต่หน้าประตูทางเข้ายันถึงทางเข้าตัวอาคาร หลิวขยับจะลงแต่ฮัวเรียกไว้ พลางส่งปืนพกกระบอกเล็กให้ เธอส่ายหน้า

“อาวุธที่ดีที่สุดอยู่ในตัวฉันแล้ว” พูดจบหลิวลงจากรถ ฮัวเป็นห่วงความปลอดภัยของเจ้านายจะตามไปด้วย แต่ถูกลูกน้องขวางไว้ หลิวขอให้เธอรออยู่นี่ไม่ต้องตามไปด้วย ตนเข้าไปไม่นานก็กลับ มีเสียงสัญญาณว่ามีข้อความเข้ามาที่นาฬิกาอัจฉริยะที่ข้อมือ หลิวเปิดอ่านเป็นข้อความจากเต็งล้อแจ้งว่าถึงวัดแล้ว

เต็งล้อที่อยู่หน้าศาลาสวดศพปิติ เก็บมือถือใส่กระเป๋าแล้วเดินเข้าไปข้างใน...

ส่วนหลิวอ่านข้อความเสร็จ กำชับฮัวอีกครั้ง ถ้ามีปัญหาอะไร รู้ใช่ไหมว่าต้องทำอะไร ฮัวพยักหน้ารับคำเหลือบมองไปที่ประตูทางเข้ารีสอร์ตเห็นรถตำรวจแล่นมาจอด มองสบตาหลิวอย่างรู้กัน

หนึ่งในตำรวจไม่รอช้ารีบโทร.รายงานปราบว่าตอนนี้พวกตนมาจอดรถที่รีสอร์ตแล้ว เจอเหตุน่าสงสัยเนื่องจากมีเวรยามเฝ้าระวังหนาแน่นมาก หลิวอาจจะซ่อนตัวตี๋เล็กไว้ในนี้ อย่างที่ปราบคาดเอาไว้ก็เป็นได้

ooooooo

ไม่นานนัก บอดี้การ์ดสาวของท่านเวคินพาหลิวมาถึงห้องรับรองหรูหรา เจอท่านเวคินรอท่าอยู่ก่อนแล้ว บอดี้การ์ดเลื่อนเก้าอี้ให้เธอนั่งแล้วเอาไวน์มารินให้ เธอยกมือห้าม

คราวนี้ท่านเวคินไม่ยอมให้หลิวปฏิเสธ คะยั้นคะยอให้ดื่ม เธอเลี่ยงไม่ได้จำต้องจิบเล็กน้อยพอเป็นพิธี ท่านเห็นนาฬิกาที่ข้อมือเธอก็กวักมือเรียกบอดี้การ์ดมากระซิบบางอย่าง หลิวร้อนตัวถามว่ามีอะไร

“ไม่มีอะไร ฉันแค่เห็นว่านาฬิกาของหนูมันไม่ค่อยเข้ากับชุดที่หนูใส่เท่าไหร่”

หลิวตกใจ หรือท่านรู้ว่านาฬิกาที่เธอใส่เอาไว้ทำอะไร แต่พยายามปั้นหน้าเป็นปกติ สักพักบอดี้การ์ดกลับเข้ามาพร้อมกล่องหนึ่งใบ เธอใจตุ๊มๆต่อมๆ คิดว่าในกล่องต้องมีอาวุธ แต่ที่ไหนได้นั่นเป็นกล่องใส่นาฬิกาหรูแพงระยับที่ท่านตั้งใจจะมอบให้ อ้างว่านาฬิกาที่เธอสวมไม่เข้ากับชุดก็เลยอยากมอบเรือนนี้ให้สวมแทน

“ขอบคุณท่านมากค่ะ แต่ดิฉันคงจะรับของที่มีราคาไว้ไม่ได้” หลิวเห็นท่านชักสีหน้าไม่พอใจ รีบเปลี่ยนเรื่องพูดถึงข้อเสนอ “แต่ตอนนี้ดิฉันพร้อมจะทำตามสัญญา และดิฉันอยากให้ท่านทำตามที่ตกลงไว้เช่นกัน”

ท่านเวคินหัวเราะราวกับสิ่งที่หลิวพูดเป็นเรื่องขำขันจนเธออดถามไม่ได้ว่ามีอะไรหรือ ท่านขอโทษด้วยที่เสียมารยาท เพียงแต่ไม่เคยมีใครกล้าต่อรองกับท่านมาก่อน สมแล้วที่เป็นลูกสาวตี๋ซุ้ง จากนั้นท่านหยิบมือถือ ขึ้นมาทำเหมือนโทร.หาใครบางคน หลิวเห็นดังนั้นก็ส่งข้อความว่า “call” ไปให้เต็งล้อที่พยายามยื้อเวลาไม่ให้ป๋าเสริฐไล่ตัวเองออกจากงานศพลูกชาย เพราะต้องคอยฟังว่ามีสายเรียกเข้ามือถือของป๋าเสริฐหรือเปล่า

พลันเหตุการณ์เมื่อคืนผุดขึ้นมาในความคิดคำนึงของเต็งล้อ หลิวขอให้เขาไปหาป๋าเสริฐ เขาไม่เข้าใจจะให้ทำอย่างนั้นทำไมในเมื่อเธอไปหาท่านเวคินอยู่แล้ว เธอแค่อยากมีหลักประกัน

“แปะเต็งบอกอั๊วเองไม่ใช่เหรอว่าเวคินกับป๋าเสริฐสนิทกัน”

“ได้...ถ้าเมื่อไหร่ที่เวคินโทร.หาป๋าเสริฐ นายน้อยส่งข่าวให้อั๊วด้วย...แล้วถ้าเวคินมันเล่นไม่ซื่อ นายน้อยจะทำยังไง” คำพูดของเต็งล้อทำเอาหลิวคิดหนัก...

เต็งล้อยังคงถ่วงเวลาไม่ให้ป๋าเสริฐจับโยนออกจากศาลาสวดศพจนกว่าจะแน่ใจว่าท่านเวคินโทร.หาเพื่อนซี้เรียบร้อยแล้ว ทั้งโดนด่าโดนว่ากระทบกระเทียบจนหูชาก็ไม่มีวี่แววว่ามีสายเรียกเข้ามาที่มือถือของเขา เต็งล้อจึงตัดสินใจขอตัวกลับก่อน ป๋าเสริฐมองตามแขกไม่ได้รับเชิญเดินจากไปอย่างเคืองแค้น...

ทางด้านท่านเวคินยังคงทำเป็นคุยสายกับใครบางคนอยู่เป็นทำนองให้ทำการบางอย่างให้ ระหว่างนั้นมีข้อความจากเต็งล้อมาที่นาฬิกาอัจฉริยะของหลิวว่าให้ออกจากที่นั่นด่วน เป็นจังหวะเดียวกับท่านวางสายแล้วหันมาบอกเธอว่าทุกอย่างเรียบร้อย หลิวรู้ทันทีว่าท่านเป็นจอมลวงโลกแต่จำใจเล่นไปตามน้ำ

“แล้วป๋าเสริฐจะไม่ติดใจเอาความกับน้องชายของดิฉันอีก”

“ใช่ จากนี้ไปป๋าเสริฐจะไม่เอาเรื่องหนูอีก พอใจไหม” ไม่พูดเปล่าท่านจอมหื่นลูบไล้แขนหลิวตาวาวโรจน์ “ฉันทำตามสัญญาแล้ว ต่อไปหนูจะทำตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ได้หรือยัง”

หลิวคว้ากระเป๋าขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ท่านเวคินรั้งแขนเธอไว้ ไหนๆจะเข้าห้องน้ำทั้งที เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยเลยก็ได้ ส่วนท่านจะไปรอเธอที่ห้องนอน แล้วดึงกระเป๋าถือของเธอส่งให้บอดี้การ์ดสาว หลิวถึงกับหน้าเครียดจะหาทางเอาตัวรอดอย่างไรดี...

ปราบมาถึงจุดที่ตำรวจซุ่มสังเกตการณ์อยู่ด้วยความร้อนใจยิ่งได้ฟังพวกนั้นรายงานว่ายังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งที่หลิวหายเข้าไปในนั้นนานแล้ว ปราบทนอยู่นิ่งเฉยต่อไปไม่ไหว สั่งให้บุกเข้าไปตอนนี้เลยโดยไม่รอกำลังเสริม ด้วยกลัวไม่ทันกาล

ooooooo

สักพักบอดี้การ์ดสาวพาหลิวในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำมาหาท่านเวคินซึ่งรอท่าอยู่ในห้องนอนพร้อมกับแจ้งว่าปลอดภัยไร้อาวุธ ท่านพยักหน้าพอใจไล่บอดี้การ์ดสาวออกไป หลิวจะขอคุยกับป๋าเสริฐ อยากได้ยินจากปากเขาเอง หวังว่าท่านคงไม่ขัดข้องอะไร ท่านเวคินตีเนียนว่าโทร.ให้แล้ว หรือเธอไม่เชื่อใจ หลิวมองท่านนิ่ง

ท่านเวคินร้อนตัว “รู้ได้ยังไงว่าฉันไม่ได้โทร.หาป๋าเสริฐ”

“ท่านมีทั้งเงินและอำนาจ ซึ่งสองสิ่งนี้เพียงพอที่จะทำให้ท่านนอนกับผู้หญิงได้ค่อนประเทศ เพราะฉะนั้นดิฉันมั่นใจว่าท่านไม่ได้ขาดจนต้องยอมลดตัวลงมาต่อรองกับป๋าเสริฐเพื่อนอนกับดิฉัน”

ท่านเวคินอดทึ่งไม่ได้ ชมหลิวว่าฉลาดกว่าที่ตนคิดไว้มาก ถ้าอย่างนั้นตนจะบอกความจริงให้ สิ่งที่ตนต้องการไม่ใช่แค่ร่างกายของเธอ แต่อยากได้ทุกอย่างที่เป็นของธรรมกุล...

ขณะที่ท่านเวคินเปิดเผยแผนชั่วของตัวเองออกมา ปราบกับตำรวจอีกสองนายบุกเข้ามาในรีสอร์ต แต่ถูกลูกน้องของท่านเวคินกันไว้ไม่ให้เข้า ทั้งที่เขาชูตราให้ดูและแสดงตัวชัดเจนว่าเป็นตำรวจจะมาตามจับคนร้าย

“กลับไปเถอะคุณตำรวจ ที่นี่ไม่มีผู้ร้าย”

“มีหรือไม่มี ฉันจะเป็นคนบอกเอง” ปราบว่าแล้วขยับจะเข้าไป ลูกน้องกรูกันขวางทางไว้

ไม่ห่างกันนัก ฮัวได้รับข้อความจากหลิวให้ลงมือได้ รู้ทันทีว่าเจ้านายต้องการความช่วยเหลือ ขยับจะลุยเข้าข้างในแต่ได้ยินเสียงเอะอะดังมาจากประตูทางเข้า หันไปเห็นตำรวจ คิดแผนการขึ้นมาได้ หาก้อนหินเหมาะมือปาใส่กระจกใกล้ตัวแตกดังเพล้ง แล้วตะโกนขอความช่วยเหลือสุดเสียงเพื่อดึงดูดความสนใจจากลูกน้องของท่านเวคินที่เฝ้าประตูทางเข้าตัวอาคารให้หันมามอง

ปราบได้ยินเสียงกระจกแตกและเสียงร้องไห้ช่วยดังมาจากด้านในจะบุกเข้าไปให้ได้ แต่พวกลูกน้องขวางไว้ไม่ให้เข้า ปราบโวยวายขนาดนี้แล้วยังจะบอกว่าไม่มีอะไรอีกหรือ ลูกน้องกร่างไม่เลิก สั่งห้ามเขามายุ่งถ้าไม่อยากเดือดร้อน ปราบไม่สนใจสั่งให้จ่าคุมตัวพวกนี้เอาไว้และตามกำลังเสริมมาด้วย แล้ววิ่งปรู๊ดไปที่ตัวอาคาร ฝ่ายฮัวรอจนลูกน้องวิ่งยังจุดที่กระจกแตก รีบผลุบเข้าไปภายในตัวรีสอร์ตอย่างระแวดระวัง

ในเวลาเดียวกัน ที่ห้องนอนของท่านเวคิน หลิวมองเอกสารที่ท่านยื่นให้อย่างงงๆ ว่าเป็นเอกสารอะไร

“เอกสารการกู้เงินของพ่อหนูไง เวลาคนอื่นถามหนูจะได้บอกเขาได้ว่าที่หนูยกทุกอย่างให้ฉันมันไม่ใช่ความผิดหนู...สหกรณ์แท็กซี่ธรรมกุล โรงแรมธรรมกุล สถานบันเทิง อาบอบนวดเจ็ดแปดแห่ง ธุรกิจโต๊ะสนุ้ก โรงแรมม่านรูด ฉันคิดดีแล้วว่าธุรกิจพวกนี้มันไม่เหมาะกับหนู ฉันหวังดีกับหนูนะ” ท่านเวคินหน้าด้านได้ใจ

“ดูเหมือนว่าท่านคงอยากได้ธรรมกุลนานแล้ว พอไม่มีพ่อของดิฉัน ท่านจึงรู้ว่านี่เป็นโอกาสดีใช่ไหมคะ”

ท่านเวคินสั่งให้หลิวเซ็นเอกสาร เธอยืนกรานไม่มีทางยกสมาคมธรรมกุลให้ท่านเด็ดขาด เพราะเธอให้สัญญากับพ่อไว้ว่าจะดูแลสมาคมนี้อย่างดีที่สุด ท่านกร้าวใส่ พวกธรรมกุลเป็นแค่วัชพืช ท่านจะถอนเมื่อไหร่ก็ได้ หลิวย้อนทันที แล้วทำไมไม่ถอนตอนที่พ่อของเธอยังอยู่ ท่านโกรธมากตบเธอหน้าหัน

“เธอคิดว่าฉันกลัวพ่อเธอหรือไง จะบอกให้นะว่าพ่อเธอมันก็แค่สวะที่มาอาศัยอยู่บนแผ่นดินไทย แล้วที่ฉันไม่จัดการกับพ่อเธอเพราะฉันไม่อยากให้เลือดจากสวะอย่างมันติดมือ ฉันจะให้เธอตัดสินใจอีกครั้ง ว่าจะยกสมาคมธรรมกุลให้ฉันไหม”

หลิวนิ่งคิดครู่หนึ่ง สีหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ ก่อนจะหยิบปากกาขึ้นมา

ooooooo

ฮัวบุกตะลุยเข้าไปในอาคารที่พักของรีสอร์ตเพื่อช่วยหลิว เจอลูกน้องของท่านเวคินดักรอเล่นงานเป็นระยะๆ แต่เธอใช้ความสามารถเฉพาะตัว ห้ามลอกเลียนแบบจัดการพวกนั้นได้ไม่ยาก

จังหวะหนึ่ง ฮัวถูกลูกน้องที่ยังหลงเหลือลอบมาทางด้านหลังเอาปืนจ่อหัว ปราบผ่านมาพอดี ยิงลูกน้องตาย ช่วยบอดี้การ์ดสาวไว้ได้ เขาแปลกใจที่เห็นเธอถูกทำร้ายเพราะคิดว่าที่นี่เป็นรีสอร์ตของหลิว

“เกิดอะไรขึ้น เจ้านายเธออยู่ที่ไหน”...

ทางด้านท่านเวคินเห็นหลิวนั่งถือปากกานิ่งไม่เซ็นเอกสารสักที เข้ามาลูบไล้เนื้อตัว กระซิบเตือนถ้ายังอยากช่วยน้องชายให้รีบเซ็นเอกสาร เธอจดปากกาที่กระดาษทำท่าเซ็นแล้วยื่นเอกสารคืน ท่านเวคินรับมาดูกลับไม่มีลายเซ็นของเธอแม้แต่ที่เดียว มองเธออย่างเอาเรื่อง ก่อนที่ท่านจะทันทำอะไร หลิวเอาปากกาแทงคอเต็มแรงเลือดกระฉูด ท่านไม่สิ้นฤทธิ์ง่ายๆกระชากเธอมาตบล้มคว่ำ ปราบเข้ามาเห็นถึงกับตะลึง

“จับนังนี่ มันทำร้ายฉัน มันคิดจะฆ่าฉัน” ท่านเวคินโวยวาย ปราบสับสนตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่พอเห็นมือเปื้อนเลือดของหลิว ก็หันปืนเล็ง สั่งให้ยกมือขึ้น ฮัวที่ตามมาสมทบเห็นเจ้านายอยู่ในสภาพสวมเสื้อคลุมตัวเดียว รีบถอดเสื้อนอกมาคลุมให้ แล้วจะพาเธอออกจากห้อง ปราบวาดปืนตามพร้อมกับสั่งให้หยุดอยู่ตรงนั้น จะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ท่านเวคินมองหน้าหลิวพลางแสยะยิ้ม

“คิดว่าฉันจะตายด้วยฝีมือผู้หญิงอย่างเธอเหรอ เธอเตรียมตัวเห็นความพินาศย่อยยับของพวกธรรมกุลได้เลย ฉันจะฆ่าเธอช้าๆ แล้วค่อยให้เธอไปรับผิดต่อหน้าพ่อของเธอว่าคนที่ทำให้ธรรมกุลล่มสลายก็คือเธอ”

หลิวแค้นมากที่ถูกปรามาส กระชากปืนไปจากมือปราบยิงใส่จอมหื่นหมดแมกกาซีน

ooooooo

เต็งล้อกับนิพนธ์มาที่กองปราบปรามในเช้าวันถัดมา นิพนธ์รีบไปจัดการเรื่องการประกันตัวหลิว ส่วนเต็งล้อไปพบเธอที่ห้องสอบสวนบอกให้อดทนก่อน นิพนธ์กำลังจัดการเรื่องคดีให้ เธอพยักหน้ารับรู้ เต็งล้อมองไปที่กล้องวงจรปิดซึ่งติดอยู่ในห้อง ก่อนจะถามเธอว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเรื่องถึงเลยเถิดขนาดนี้

“มันไม่ตาย เราก็ตาย อั๊วคิดดีแล้ว”

“นายน้อยวางใจเถอะ ยังไงซะ อั๊วจะจัดการให้นายน้อยกับฮัวออกไปจากที่นี่ให้ได้โดยเร็วที่สุด”...

อีกมุมหนึ่งในห้องทำงานของธานินทร์ ขณะที่เจ้าของห้องกำลังเล่นงานปราบที่ปล่อยให้หลิวแย่งปืนจากมือไปยิงท่านเวคินตายต่อหน้าต่อตา จ่าเวรเข้ามาแจ้งว่างานแถลงข่าวพร้อมแล้ว ธานินทร์บอกให้จ่าออกไปก่อน เดี๋ยวตนกับปราบจะตามไป แล้วรอจนจ่าออกจากห้อง จึงสั่งปราบห้ามให้ข่าวเรื่องนี้เองเด็ดขาด ตนขอเวลาคิดก่อนว่าจะทำอย่างไรดี มีเสียงมือถือของธานินทร์ดังขึ้น เจ้าของมือถือเหลือบมองปราบก่อนจะรับสาย

“ข่าวไวดีเหมือนกันนี่” ว่าแล้วธานินทร์เดินไปคุยอีกมุมหนึ่ง ปราบมองตามสงสัยว่าใครโทร.มา...

ครู่ต่อมา ธานินทร์มานั่งอยู่ที่โต๊ะแถลงข่าว โดยมีนักข่าวมารอทำข่าวกันอย่างเนืองแน่น เขาเริ่มต้นการแถลงข่าวด้วยการแจ้งว่าท่านเวคินได้เสียชีวิตลงแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา หนึ่งในนักข่าวยิงคำถามสวนขึ้นทันที

“ได้ยินมาว่าในที่เกิดเหตุพบศพท่านเวคิน มีนางสาวใกล้รุ่งอยู่ด้วยใช่ไหมคะ ไม่ทราบว่านางสาวใกล้รุ่งมีส่วนพัวพันกับการตายของท่านเวคินหรือเปล่าคะ”

ธานินทร์กำลังสอบสวนนางสาวใกล้รุ่งหรือหลิวอยู่ และยังไม่แจ้งข้อหาอะไรกับเธอเพราะไม่คิดว่าน่าจะเกี่ยวข้อง ที่ท่านเวคินเสียชีวิตอาจจะเป็นเพียงแค่อุบัติเหตุ ปราบที่ยืนฟังอยู่ตกใจที่ธานินทร์บิดเบือนข้อเท็จจริง นักข่าวยังซักไม่เลิก เป็นไปได้ไหมว่าหลิวจะเป็นศัตรูกับท่านเวคิน

“ไม่น่าใช่ แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่าท่านเวคินมีศัตรูที่ไหนหรือเปล่า ในส่วนทางลับของคดีนั้นเราสืบทราบมาอีกว่า ท่านเวคินยังมีส่วนพัวพันกับอีกหลายคดี ไม่ว่าจะเป็นคดีฆ่านายไถ่ ตี๋ซุ้ง และรวมไปถึงคดีฆ่าตี๋ซาด้วย... ขอบคุณครับ” พูดจบธานินทร์ลุกออกไปทันที นักข่าวบางรายไม่ยอมให้ท่านหนีหน้าง่ายๆตามซักไม่เลิก ท่านไม่ยอมตอบคำถามอะไรอีกอ้างตอบไปหมดแล้ว ขอร้องอย่าถามอะไรที่จะทำให้เสียรูปคดีอีกเลย

ปราบตามมาต่อว่าธานินทร์ว่าทำไมถึงไม่บอกความจริงตอนที่แถลงข่าว พวกนักข่าวได้ยินหันมองปราบเป็นตาเดียวกัน ธานินทร์ไม่ชอบใจที่เขาตั้งใจพูดเพื่อยืมมือนักข่าวมากดดันตนเอง สั่งให้เขาตามไปที่ห้องทำงานแล้วเดินลิ่วนำหน้า นักข่าวเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งสงสัยจะตามไปสัมภาษณ์ แต่ถูกตำรวจเข้ามากันไว้

ครั้นได้อยู่กันตามลำพัง ปราบต่อว่าธานินทร์ทำไมถึงไปบอกนักข่าวว่าท่านเวคินตายเป็นเพราะอุบัติเหตุ ท่านแก้ตัวน้ำขุ่นๆเพื่อให้วินวินกันทั้งสองฝ่าย หรือเขาอยากให้นักข่าวรู้ว่าเขาปล่อยให้หลิวแย่งปืนจากมือไปยิงท่านเวคินตาย ปราบพยายามจะทักท้วงแต่ท่านตัดบทดื้อๆ

“ผมตัดสินใจแล้ว และถ้าคุณยังคิดจะฝ่าฝืนคำสั่งผู้บังคับบัญชาอยู่อีก อย่าหาว่าผมไม่เตือนก็แล้วกัน”

ooooooo

งานศพท่านเวคินถูกจัดขึ้นในค่ำวันเดียวกัน มีทั้งนักการเมือง ทั้งทหาร ตำรวจระดับบิ๊กมาร่วมไว้อาลัยกันอย่างคับคั่ง แขกที่มาร่วมงานทั้งหมดไม่มีใครใหญ่เกินป๋าเสริฐไปได้ นักการเมืองที่ชอบเลียรีบเข้ามาเสนอหน้าออกความเห็นเกี่ยวกับหลิว เพราะหากเธอเกี่ยวข้องกับการตายของท่านเวคินจริง พวกเราจะอยู่กันยาก

“อย่างนี้ก็เท่ากับว่าทุกวงการต้องสยบให้เจ้าแม่อยู่เหนือกฎหมายงั้นเหรอครับ”

“ไม่ต้องห่วง นังนั่นจะสร้างความหนักใจให้กับทุกคนอีกไม่นาน” ป๋าเสริฐขบกรามแน่นด้วยความแค้น...

ทั้งที่รู้ว่าพี่สาวกำลังมีเรื่องแทนที่จะอยู่บ้าน ตี๋เล็กทำท่าจะออกไปเที่ยวกลางคืน ผิงกับเต็งล้อต้องช่วยกันห้ามเอาไว้ ตอนนี้เรื่องของหลิวยังไม่จบ เขาไม่คิดจะห่วงเธอบ้างเลยหรือ ที่สำคัญที่หลิวต้องเป็นอย่างนี้ก็เพราะจะหาทางช่วยเขา ระหว่างนั้นหลิวเดินเข้ามากับนิพนธ์ ตี๋เล็กแปลกใจทำไมตำรวจถึงยอมปล่อยเธอออกมา

นิพนธ์อธิบายว่านายน้อยเป็นแค่ผู้ต้องสงสัยยังไม่ใช่คนร้าย จึงขอประกันตัวออกมาได้เพราะทางตำรวจไม่มีหลักฐานเอาผิดอะไรเธอได้

“กฎหมายย่อมคุ้มครองคนที่ทำถูกต้องไม่ใช่เหรอ” หลิวเล่าเสริม ตี๋เล็กรู้สึกผิดต่อพี่สาว ขอโทษที่ทำให้เธอต้องเป็นอย่างนี้ หลิวขอร้องเขาอย่าโทษตัวเอง เธอเป็นพี่ย่อมต้องดูแลน้อง แล้วหันไปถามผิงว่าแม่เป็นอย่างไร ได้ความว่าท่านรู้เรื่องที่เธอถูกจับตั้งแต่เช้าก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในเรือนเล็ก เธอรีบไปหาท่านทันที...

ฝ่ายเหมยนั่งสวดมนต์ให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้ลูกสาวกลับมาอย่างปลอดภัยตั้งแต่ทราบเรื่องจากข่าวในทีวีจนค่ำมืดไม่ลุกไปไหน ด้วยความเครียดกอปรกับไม่ได้กินอะไร ทำให้เธอเป็นลมหมดสติ หลิวเข้ามาเห็นแม่นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล...

หลังจากหมอตรวจร่างกายเหมยอย่างละเอียด พบว่าไม่ได้เป็นอะไรมากแค่อ่อนเพลียเท่านั้น ได้พักผ่อนเต็มที่ก็จะดีขึ้น และจะขอเก็บตัวไว้ดูอาการที่โรงพยาบาลหนึ่งคืน ฮัวเห็นนายน้อยเหนื่อยมาทั้งวัน แนะให้กลับไปพักผ่อนก่อนดีกว่า เดี๋ยวจะเป็นอะไรไปอีกคน แต่เธอไม่ยอมกลับจะอยู่เฝ้าแม่ด้วยตัวเอง เพราะที่ท่านเป็นแบบนี้ก็เพราะเป็นห่วงเธอ ให้ฮัวกลับไปได้เลยไม่ต้องเป็นห่วง แล้วหันไปกุมมือแม่ไว้...

ฝ่ายเฮียไฮ้รู้เรื่องที่หลิวอยู่เฝ้าแม่ที่โรงพยาบาลเพียงลำพัง สั่งให้คุงใช้ไปแจ้งเรื่องนี้ให้จางเหารู้ เพราะนี่เป็นโอกาสดีที่เขาจะจัดการกับเธอโดยไม่มีบอดี้การ์ดมาคอยขัดขวาง...

ไม่นานนัก เหมยก็ฟื้นคืนสติเห็นหลิวหลับฟุบอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย เอื้อมมือไปลูบหัวด้วยความรัก หลิวตื่นขึ้นมาเห็นแม่ฟื้นก็ดีใจลุกไปรินน้ำมาให้ดื่ม เหมยยังคาใจไม่หาย ตกลงลูกฆ่าท่านเวคินตามที่เป็นข่าวจริงหรือเปล่า หญิงสาวยอมรับว่าเป็นคนลงมือเอง เพราะมันหมิ่นเกียรติศักดิ์ศรีของเธอ ของพ่อและของตระกูลเรา

“แล้วตำรวจปล่อยตัวหลิวได้ยังไง”

หลิวเล่าให้แม่ฟังว่าที่ตำรวจยอมปล่อยตัวก็เพราะธานินทร์แอบแนะให้เธอให้การว่าท่านเวคินโมโหที่เจรจาธุรกิจกับเธอไม่ลงตัวก็เลยเข้ามาบีบคอ เธอจึงหยิบปืนของท่านขึ้นมายิงเพื่อป้องกันตัว ทีแรกเธอเองก็งงทำไมเขาถึงช่วย เขาอ้างยังไม่ถึงเวลาที่เธอจะรู้ ขอให้รู้แค่ว่ามีคนที่ใหญ่กว่าเขาคอยช่วยเธออยู่

“ม้ารู้ไหมว่าคนที่ใหญ่กว่าคนนั้นเป็นใคร”

“หลิวก็รู้ว่าป๊าไม่ค่อยเล่าอะไรให้ม้าฟัง แต่ม้าเชื่อว่าต้องมีคนที่คอยช่วยป๊าอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นอาป๊าของหลิวจะขึ้นมาเป็นใหญ่ถึงจุดนี้ได้เหรอ”

ประมุขธรรมกุลตั้งใจมั่นสักวันต้องรู้ให้ได้ว่าคนคนนั้นเป็นใคร เหมยเตือนอย่าประมาทเด็ดขาด ขอให้ลูกจำขึ้นใจว่าทุกอย่างในโลกไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ เธอรับคำแล้วนอนฟุบหน้าอยู่ข้างเตียงแม่

ooooooo

อีกมุมหนึ่งของโรงพยาบาล จางเหาทุบท้ายทอยบุรุษพยาบาลคนหนึ่งสลบเหมือดแล้วถอดเสื้อผ้าของเขามาสวม หยิบหน้ากากอนามัยมาคาดเพื่ออำพรางใบหน้าที่แท้จริงแล้วตรงไปยังตึกพักผู้ป่วย...

หลิวนอนไม่หลับ รอจนแม่หลับสนิทไปแล้วจึงออกจากห้องพักมาเดินทอดอารมณ์ที่สวนหย่อมบนชั้นลอยของตึกพักผู้ป่วย จางเหาตามเข้ามาพร้อมปืนในมือจะยิงเธอ ขณะกำลังจะเหนี่ยวไก เก๊ายิงปืนใส่มือเขาปืนกระเด็น แล้วตามเข้าไปจะยิงซ้ำ จางเหากลิ้งตัวหลบไปคว้าปืนที่ตกอยู่ยิงใส่แขกไม่ได้รับเชิญ แล้ววิ่งหนี

“คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม” เก๊าร้องถามหลิวอย่างห่วงใย พอเห็นเธอไม่เป็นอะไรก็รีบไล่ตามจางเหาที่วิ่งหนีลงบันไดหนีไฟ จนทันกันนอกตัวอาคาร เก๊าสาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง จางเหาต้องโดดหลบเข้าที่กำบัง พลางยิงตอบโต้จนกระสุนหมด เก๊าเห็นเขาไม่มีกระสุนแล้วก็ย่างสามขุมเข้าหา ยังไม่ทันเหนี่ยวไก หลิวร้องห้ามเสียงลั่น

เก๊าชะงักละสายตาไปมองหญิงสาว ทำให้จางเหาสบช่องวิ่งหนีไปอีก เก๊าไล่ตามไปติดๆ กระทั่งถึงริมแม่น้ำจึงลั่นกระสุนใส่เข้ากลางหลังเขาอย่างจังถึงกับทรุด เขาพยายามกระเสือกกระสนหนี เก๊าตามไปจะยิงทิ้งให้สิ้นซากเนื่องจากแค้นที่เขาฆ่าพ่อแม่ หลิวเข้ามาเห็นก็ร้องห้ามอีกครั้ง คราวนี้เก๊าไม่สนใจสาดกระสุนใส่เป็นชุด ร่างของจางเหากระเด็นตกน้ำ เธอรีบวิ่งมาที่ริมตลิ่งเห็นร่างของเขาค่อยๆจมหายไปกับสายน้ำ...

การที่เก๊าเข้ามาช่วยชีวิตหลิวครั้งนี้ทำให้เธอตัดสินใจจะรับเขามาอยู่ด้วยโดยไม่ฟังเสียงทัดทานจากทั้งฮัวและเต็งล้อที่ไม่ค่อยจะไว้ใจเขานัก หลิวไม่ล่วงรู้เลยว่าทั้งหมดนี้เป็นแผนการของจางเหาที่จะให้เก๊าเพื่อนสนิทของตัวเองแฝงตัวเข้ามาอยู่ในตระกูลธรรมกุลเพื่อสืบหาฆาตกรฆ่าเพ่ยที่มีรอยสักคำว่าหยิ้มที่ข้อเท้า

ดังนั้นการตายของจางเหาจึงเป็นแค่เรื่องหลอกๆ แม้เขาจะถูกเก๊ายิงจริงๆ แต่ก็แค่ถากให้มีเลือดออกให้เห็นเพื่อความสมจริงเท่านั้น

ooooooo

เช้าวันต่อมา ขณะธานินทร์กำลังทำงานอยู่ในห้องทำงานที่กองปราบปราม ปราบเข้ามารายงานเรื่องที่จางเหาลอบเข้าไปทำร้ายหลิวถึงในโรงพยาบาล แต่กลับเป็นฝ่ายถูกยิงตกน้ำหายไป ยังหาตัวไม่เจอ ธานินทร์อยากรู้ว่าใครกันที่มีฝีมือขนาดเล่นงานจางเหาได้ ปราบยังไม่มีเบาะแสอะไรเรื่องนี้ แต่น่าจะเป็นคนของหลิว

“เอ่อ ท่านครับ ผมอยากให้ท่านทบทวนคดีของท่านเวคินครับ”

ธานินทร์เงยหน้าจากงานที่ทำ ถามเสียงเขียวว่าปราบติดใจสงสัยอะไรหรือ เขาเตือนว่าการที่ท่านช่วยหลิวครั้งนี้อาจทำให้เกิดสงครามระหว่างแก๊งขึ้น ท่านสวนทันที หรือจะให้ตนจับคนบริสุทธิ์เข้าคุก ปราบตำหนิท่านว่ากำลังบิดเบือนข้อเท็จจริงอยู่ ธานินทร์ตวาดแว้ดนี่ถ้าไม่เห็นแก่พ่อของปราบ ตนคงลงโทษทางวินัยกับเขาไปแล้ว ปราบเจอไม้นี้เข้าไปจำต้องสงบปากสงบคำ

“คุณเอาเวลาโต้เถียงกับผมไปตามจับจางเหาดีกว่านะ ไม่มีอะไรแล้วเชิญ ผมจะทำงาน”...

ด้านรุจีกล้าหาญชาญชัยมากตามมาหลับนอนกับตี๋เล็กถึงบ้านธรรมกุล แถมยังพูดยุแยงตะแคงรั่วว่าถ้าเขาโดนข้อหาฆ่าคนตายอย่างที่พี่สาวของเขาโดน เขาจะออกมาง่ายๆอย่างเธอหรือเปล่า

“ทีหลังอย่าพูดอย่างนี้อีก ผมไม่ชอบ” ตี๋เล็กตวาดอย่างมีอารมณ์ จังหวะนั้นมีเสียงรถแล่นเข้ามา เขารีบออกจากห้อง รุจีมองตามสะใจ รู้ว่าเขาต้องคิดคล้อยตามคำพูดตัวเอง

ไม่นานนักตี๋เล็กลงมาถึงห้องโถงเห็นแม่กับพี่สาวกลับมา เข้าไปถามแม่ด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอย่างไรบ้าง เหมยยังไม่ทันจะตอบคำถาม ต้องชะงักเมื่อเห็นรุจีเดินตามเขาเข้ามา ท่านถามว่านั่นใคร เขาตอบอย่างภูมิใจว่านี่คือรุจีแฟนของเขาเอง แล้วบอกให้เธอไหว้แม่กับพี่สาวของเขา เธอยกมือไหว้อย่างขอไปที ทำให้หลิวไม่พอใจ บอกให้น้องชายส่งแฟนของเขากลับไปก่อน แม่เพิ่งกลับมามีเรื่องจะคุยกับพวกเรา

ตี๋เล็กขอร้องให้รุจีกลับบ้าน นอกจากจะไม่ยอมกลับ เธอยังพยายามเสี้ยมให้พี่น้องแตกแยกกัน ก่อนเรื่องราวจะบานปลาย ปราบนำกำลังตำรวจมาขอพบ หลิว สบช่องเตือนรุจีถ้าไม่อยากติดร่างแหไปกับตี๋เล็กกลับตอนนี้ยังทัน ตนจะให้คนไปส่ง รุจีรีบกลับไปแทบไม่ทัน หลิวหันไปทางน้องชาย

“ไปหลบในห้องก่อน ทางนี้ปล่อยให้เจ้จัดการ ไปสิ”...

ระหว่างที่จ่าลูกน้องของปราบกำลังนินทาถึงความไม่ธรรมดาของหลิวที่สามารถเล่นงานคนอย่างท่านเวคินให้ปราบฟัง เจ้าตัวเดินเข้ามาทางด้านหลังถามว่ากำลังพูดถึงเธออยู่หรือเปล่า ปราบปฏิเสธทันทีว่าเปล่า เราสองคนกำลังคุยเรื่องราชการกันอยู่ หลิวได้ยินเต็มสองหูว่าถูกนินทาแต่ไม่อยากต่อความยาวด้วยรีบตัดบทวันนี้ยกโขยงกันมาที่นี่ทำไม ปราบแค่สงสัยเมื่อคืนเธอถูกลอบยิงที่โรงพยาบาลทำไมถึงไม่ไปแจ้งความ

“นึกว่าเรื่องอะไร แล้วไม่ดีหรือไง ฉันเห็นว่าพักนี้คุณงานล้นมือก็เลยกลัวคุณอาจจะไม่มีเวลาพักผ่อน”

“ที่คุณไม่แจ้งความเพราะคุณอยากใช้อำนาจนอกกฎหมายจัดการเองมากกว่า” ปราบดักคอ

ฮัวไม่พอใจที่ปราบพูดจาไม่เข้าหูทำท่าจะเอาเรื่อง หลิวต้องปรามเอาไว้ ใครจะคิดอย่างไรก็ช่าง เข้าบ้านเราดีกว่าแล้วหันหลังกลับ ปราบโพล่งขึ้นทันทีทำไมจางเหาถึงอยากฆ่าเธอนัก หลิวหันมองเขาใจคอไม่ดีกลัวจะรู้ว่าพ่อของเธอเป็นคนสั่งให้กวาดล้างก๊วนตี๋ซาทำให้จางเหาตามมาล้างแค้น แต่พยายามปรับสีหน้าเป็นปกติ

“เรื่องนั้นคุณคงต้องถามเขาเองแล้วล่ะ ส่วนเรื่องเมื่อคืนฉันจะให้ทนายติดต่อไป” พูดจบหลิวเดินเข้าบ้าน

ooooooo

เต็งล้อไม่ไว้ใจเก๊าเท่าใดนักจึงสั่งให้คนไปสืบประวัติแล้วมารายงานหลิวว่าไม่พบอะไรผิดปกติ เขาเป็นคนสันโดษอยู่คนเดียวเพียงลำพังไม่เคยอยู่ก๊วนไหนมาก่อน หลิวอดถามเขาไม่ได้แล้วเจอศพจางเหาหรือยัง เต็งล้อกลับย้อนถาม คิดว่ามันยังไม่ตายหรือ เธอส่ายหน้าก็แค่อยากรู้ไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรนัก

“ถ้านายน้อยคิดอย่างนั้นก็ดีเพราะอั๊วอยากให้นายน้อยกังวลเรื่องปราบมากกว่า พักนี้ดูเขาจ้องจะเล่นงานนายน้อยอยู่ ขืนเราปล่อยไว้ ตำรวจนายนี้อาจจะทำให้เราลำบากได้”

หลิวอยากรู้เต็งล้อจะให้เธอจัดการกับปราบอย่างไร เขาแนะในเมื่อตำรวจยังใช้วิธีโจรจับโจร เราก็ต้องให้ตำรวจจัดการกับตำรวจ โดยจะให้ตำรวจที่ช่วยเธอจากคดีท่านเวคินจัดการให้ หลิวยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตำรวจนายนั้นเป็นใคร และที่สำคัญเธอไม่อยากยุ่งกับตำรวจเท่าใดนัก พ่อเคยสอนไว้ไม่มีใครช่วยโดยไม่หวังผลตอบแทน แม้จะไม่อยากให้ตำรวจมาวุ่นวาย แต่เธอก็อดอยากรู้ไม่ได้ว่าคนที่ช่วยเธอไว้เป็นใคร...

แผนให้ตำรวจจัดการพวกเดียวกันเองไม่ใช่มีแต่เต็งล้อที่คิดได้ ท่านชาติชายตำรวจใหญ่ระดับผู้กำกับก็แอบติดต่อกับปราบอย่างลับๆ เพื่อให้ช่วยฉีกหน้ากากหนอนบ่อนไส้ที่แฝงตัวอยู่ในกองปราบปรามเช่นกัน...

ขณะที่ปราบตกลงใจจะช่วยท่านชาติชายจับตำรวจเลว เก๊าซึ่งเดินอยู่ในบ้านธรรมกุลรู้สึกเหมือนถูกสะกดรอยตาม หันไปตะคอกใส่ใครแอบตามตนอยู่ให้ออกมาเดี๋ยวนี้ไม่อย่างนั้นจะยิงทิ้ง

ผิงค่อยๆยื่นหน้าออกมา แก้ตัวว่าที่สะกดรอยตามเขาเพราะได้ยินมาว่าเขาเป็นคนดูแลนายน้อยคนใหม่ก็เลยอยากจะมาแนะนำตัวจะได้รู้จักกันเอาไว้ เก๊าเห็นท่าทางเขินอายของผิงพอจะเดาออกว่าเธอแอบชอบเขา จึงหลอกถามถึงเรื่องคนในบ้านว่ามีกี่คน ใครบ้าง

ผิงแจกแจงให้ฟังหมดเปลือก ระหว่างนั้นฮัวเข้ามาขัดจังหวะ ถามว่าคุยอะไรกันอยู่ ผิงอ้างว่าไม่มีอะไร เก๊าเพิ่งมาอยู่ใหม่ก็เลยอยากรู้ว่าอะไรเป็นอะไร

“ถ้าอย่างนั้นก็รู้ไว้อย่างแรกเลยว่าลูกน้องไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องเจ้านาย” ฮัวดักคอ เก๊าไม่วายยอกย้อน

“รู้เรื่องเจ้านายไม่ได้ งั้นรู้เรื่องเธอได้ใช่ไหม”

ฮัวตวาดแว้ดในเมื่อเธอไม่ได้อยากรู้เรื่องเก๊าเพราะฉะนั้นเขาก็ไม่ควรอยากรู้เรื่องคนอื่นเช่นกัน เก๊ายักไหล่อย่างไม่ยี่หระ หากต้องการอย่างนั้นเขายินดีจัดให้ ก่อนจะผละจากไปเก๊าไม่วายส่งตาหวานให้ผิง...

เมื่อได้รู้เรื่องราวคร่าวๆของคนในบ้านธรรมกุล เก๊าเริ่มเดินตามแผนสืบหาฆาตกรที่มีรอยสักที่ข้อเท้า ฮัวเป็นผู้ต้องสงสัยรายแรกที่เขาต้องตรวจดู จะมีเวลาไหนเหมาะเท่าตอนเธออาบน้ำ เขาย่องเงียบเข้าห้องเธอเพื่อแอบดูข้อเท้าแต่ไม่พบอะไร โชคไม่ดีเธอจับได้ว่ามีคนมาด้อมๆมองๆหน้าห้องน้ำ สวมเสื้อคลุมเสร็จเปิดประตูผลัวะออกมาเจอเก๊ายืนอยู่ เขาตกใจไม่คิดว่าเธอจะรู้ตัว ทำเนียนเหมือนเข้าห้องผิด

“อ้าวนี่ห้องคุณเหรอ ขอโทษที ผมคงจำห้องผิดน่ะ” พูดจบเก๊าขยับจะไป ฮัวไม่ไว้ใจเขาเป็นทุนเดิมก็เลยไม่เชื่อพุ่งเข้าหา สองคนต่อสู้กัน ผลัดกันรุกผลัดกันรับไม่มีใครยอมใคร ผิงผ่านมาเห็นพยายามห้ามแต่ไม่เป็นผลจึงวิ่งไปตามหลิวให้มารับหน้าที่เป็นท้าวมาลีวราชมาห้ามศึกไว้ได้ ฮัวยังอารมณ์ค้างทำท่าจะเอาเรื่องเก๊าอีก

“ฮัว...ถ้าจะทะเลาะกัน ช่วยเก็บแรงไว้เย็นนี้ด้วยนะ” หลิวเสียงกร้าว ฮัวสงสัยนายน้อยจะไปไหน เธอจะไปงานศพท่านเวคิน พูดแค่นั้นก็ผละจากไป เต็งล้อเข้ามาเตือนทั้งคู่

“ได้ยินแล้วนะ งานคืนนี้คืองานที่จะพิสูจน์ฝีมือของพวกนายอย่างดี”...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน คนที่ปราบสงสัยมากที่สุดว่าจะเป็นหนอนก็คือธานินทร์นั่นเอง เขาสบโอกาสเหมาะตอนจะเอาแฟ้มเอกสารไปให้เซ็นเห็นธานินทร์ไม่อยู่ในห้องจัดแจงเข้าไปค้นดูข้าวของเผื่อจะเจออะไรพิรุธ ธานินทร์เดินมาตามทางจนถึงหน้าห้องทำงานตัวเอง

ยังไม่ทันจะเปิดเข้าไป ท่านชาติชายร้องเรียกไว้เสียก่อน ปราบซึ่งอยู่ในห้องได้ยินเสียงก็รีบเก็บข้าวของเข้าที่

ท่านชาติชายออกตัวที่มาที่นี่วันนี้เพราะได้รับคำสั่งให้ย้ายมาประจำหน่วยของธานินทร์ คู่สนทนาถึงกับชะงัก รู้เท่าทันว่าท่านชาติชายต้องกำลังเล่นเกมอะไรบางอย่างแต่พยายามไม่แสดงอารมณ์ใดๆ

“เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้ทำงานร่วมกับท่าน เชิญในห้องดีกว่าครับ”

พลันปราบเปิดประตูออกมา ธานินทร์นิ่วหน้าแปลกใจเข้าไปในห้องทำงานของตนทำไม ปราบอ้างว่าจะเอาเอกสารไปให้เซ็น แล้วทำเป็นมองท่านชาติชายเหมือนไม่รู้จักกันมาก่อน ธานินทร์จึงแนะนำให้เขารู้จักกับท่านซึ่งทำเหมือนไม่รู้จักเขาเช่นกัน ทั้งคู่เล่นละครตบตาได้เนียนโดยที่ธานินทร์ไม่ติดใจสงสัยอะไร

ooooooo

ค่ำวันเดียวกัน ที่งานศพท่านเวคิน หัวข้อสนทนาของบรรดาเจ้าพ่อหางแถวที่มาร่วมงานหนีไม่พ้นเรื่องที่เจ้าแม่คนใหม่ฆ่าท่านเวคินตาย นั่นแสดงว่าเธอต้องไม่ใช่ธรรมดา ป๋าเสริฐแสลงหูที่ได้ยินอย่างนั้น ไล่ตะเพิดพ่อเลี้ยงชัยที่มีท่าทางกลัวหลิวอย่างเห็นได้ชัด หากกลัวมากนักก็ให้กลับบ้านไปดูดนมนอน

“เธอร้ายจริงๆนะ ขนาดท่านเวคินมันยังกล้า” โกจั๊บท้วง ป๋าเสริฐไม่พอใจทุบโต๊ะดังปัง

“จะพูดถึงยัยนั่นอีกนานไหม” ป๋าเสริฐพูดไม่ทันขาดคำ ลูกน้องเข้ามาแจ้งว่าตระกูลธรรมกุลมา เขาแววตากร้าวขึ้นมาทันที เดินกร่างเข้าไปโวยหลิวว่าใครเชิญ

เธอแค่จะมาเคารพศพและจะขออโหสิกรรมจากท่าน

ป๋าเสริฐไม่อนุญาตไล่ตะเพิดให้เธอกลับไปโดยไม่ฟังคำอธิบายใดๆ ครั้นเธอดึงดันจะขึ้นไปเคารพศพท่านให้ได้ ป๋าเสริฐคว้าปืนจากลูกน้องขึ้นมาเล็งใส่ เก๊าปราดเอาตัวขวางทางปืนไว้ ทำให้ได้ใจหลิวไปเต็มๆ

“อยากขออโหสิกรรมจากท่าน...ได้ ฉันจะช่วยสงเคราะห์ให้เธอไปขออโหสิกรรมจากท่านเอง”

หลิวหาเกรงกลัวไม่ ก้าวไปยืนตรงหน้าป๋าเสริฐจะได้ยิงถนัดๆ เก๊าเห็นดังนั้นก็ชักปืนจ่อหัวป๋าจอมกร่าง บรรยากาศตึงเครียดทันที หลิวสั่งให้เก๊าเอาปืนลง ทีแรกเขาทำเฉยเธอต้องสั่งซ้ำอีกครั้งเขาถึงทำตาม

“ถ้าการมาของฉันทำให้วุ่นวาย มันคงไม่ดีสำหรับวิญญาณของท่าน ถ้าอย่างนั้นฉันคงต้องขอตัวก่อน” หลิวพูดจบเดินแทรกลูกน้องของป๋าเสริฐออกไปโดยเก๊าเดินตาม พ่อเลี้ยงชัยกับโกจั๊บเข้ามาเสี้ยมทันที

“ป๋า นังนี่มันชักจะเหิมเกริมไปแล้ว”

โกจั๊บเห็นด้วยกับพ่อเลี้ยงชัยถ้าป๋าเสริฐไม่รีบจัดการนังนั่น พวกเราต้องอยู่ไม่เป็นสุขกันแน่...

ฮัวเห็นนายน้อยกลับมาที่รถรีบลงไปเปิดประตูรถให้ หลิวกำลังจะก้าวขึ้นรถแล้วนึกขึ้นได้หันมาขอบใจเก๊าที่เอาตัวเข้าปกป้องเธอ เขากลับบอกว่าเป็นหน้าที่ของเขาอยู่แล้ว ฮัวปิดประตูให้เจ้านายเสร็จจัดแจงจะขึ้นประจำตำแหน่งพลขับ เก๊าอาสาจะขับให้เอง ฮัวไม่ค่อยจะพอใจนักแต่ไม่อยากทะเลาะด้วย เลี่ยงจะไปนั่งที่นั่งข้างคนขับ พอเธอเดินผ่านหน้า เก๊าตีก้นเธอด้วยความมันเขี้ยว

สองบอดี้การ์ดจะมีเรื่องกันอีก ถึงขนาดฮัวชักปืนจะยิงเก๊า หลิวไม่พอใจที่เธอฝ่าฝืนคำสั่งเรื่องไม่ให้ตีกัน จึงลงโทษด้วยการย้ายเธอไปคุ้มครองตี๋เล็กแทน ฮัวได้แต่ก้มหน้ารับคำสั่งแม้จะไม่เต็มใจ ก่อนจะเหลือบเห็นเก๊าแอบยิ้มสะใจก็ยิ่งโกรธ...

ฮัวพกความแค้นแน่นอกไประบายใส่กระจกเงาในห้องพักของตัวเอง เต็งล้อผ่านมาได้ยินเสียงกระจกแตกก็เคาะประตูเรียก เธอรีบเอาผ้าเช็ดหน้ามาพันมือที่ถูกกระจกบาดไว้ แล้วเปิดประตูรับเต็งล้อซึ่งมองมือที่พันผ้าไว้ก่อนจะถามว่าที่งานศพเป็นอย่างไรบ้างเรียบร้อยดีไหม เธอรับคำสีหน้าไม่สู้ดีนัก

“มีอะไรอยากบอกอั๊วหรือเปล่า”

บอดี้การ์ดสาวฟ้องเรื่องที่เก๊าหลอกถามผิงถึงเรื่องคนในบ้านแล้วยังพยายามทำดีต่อหน้านายน้อยอีกด้วย เธอควรจะทำอย่างไรดี เต็งล้อไม่ต้องการให้ทำอะไรทั้งนั้น อีกไม่นานมันจะแสดงธาตุแท้ออกมาเอง...

เป็นอย่างที่เต็งล้อว่าไว้ไม่มีผิดเพี้ยน เก๊าซึ่งมีท่าทีมีพิรุธเหลียวซ้ายมองขวาเห็นปลอดคนหยิบมือถือขึ้นส่งไลน์หาใครบางคนก่อนจะเดินออกไป พอเขาพ้นมุมตึก เต็งล้อออกจากที่ซ่อนมองตามไม่ไว้ใจ ไม่นานนัก เก๊ามาถึงตึกร้างตามที่ไลน์ไปนัดแนะกับจางเหา เพื่อแจ้งว่ายังไม่เห็นใครสักคำว่าหยิ้มอย่างที่จางเหาว่าสักคน

“ฉันมั่นใจ ตอนนี้แกได้อยู่ข้างๆเธอแล้ว อีกไม่นานต้องเจอตัวมันแน่”

สองเพื่อนซี้ไม่ล่วงรู้เลยว่าเต็งล้อสะกดรอยตามเก๊ามา ขณะที่เขากำลังเดินขึ้นบันไดดันเหยียบก้อนหินร่วง เสียงหินกระทบพื้นทำให้สองหนุ่มไหวตัวทันว่ามีคนสะกดรอยตาม จางเหารีบหลบเข้ามุมมืด ขณะที่เก๊าหลบมาอีกทางหนึ่ง พอเลี้ยวหัวมุมเท่านั้น เจอเต็งล้อยืนอยู่ถามเสียงเครียดว่ามาทำอะไรที่นี่ เขาอ้างว่าชอบความเงียบก็เลยมาหลบเพื่อทำจิตใจให้สงบ แม้จะไม่เชื่อแต่ในเมื่อไม่มีหลักฐานเต็งล้อจำต้องปล่อยเขาไป

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement