หงส์เหนือมังกร ตอนที่ 5 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

หงส์เหนือมังกร ตอนที่ 5


17 ธ.ค. 2560 08:20
102,264 ครั้ง

ละคร นิยาย หงส์เหนือมังกร

หงส์เหนือมังกร ตอนที่ 5

อ่านเรื่องย่อ

หงส์เหนือมังกร

แนว:

แอกชั่น-โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

วิศวนาถ

บทโทรทัศน์โดย:

อภิวัฒน์ เล่าสกุล

กำกับการแสดงโดย:

ตรัยยุทธ กิ่งภากรณ์

ผลิตโดย:

บริษัท ปรากฏการณ์ดี จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

กฤตฤทธิ์ บุตรพรมเมลดา สุศรี

เหมยร้อนใจมากค่ำมืดป่านนี้แล้วหลิวยังไม่กลับ ทวงถามจากเต็งล้อว่าเธอหายไปไหน เขาได้แต่ส่ายหน้า พยายามโทร.หาแล้วแต่ติดต่อไม่ได้ เหมยไม่พอใจที่เขาไม่ทำอะไรนอกจากรอ หรือว่าเขารอเวลานี้อยู่

“อั๊วรักนายน้อยไม่ต่างจากนายท่านแม้แต่นิด” เต็งล้อแก้ต่าง เหมยสวนทันทีเขาไม่มีสิทธิ์พูดแบบนี้

“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เฮียต้องตามหลิวกลับมาโดยเร็วที่สุด ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับหลิว ฉันจะฆ่าเฮีย”

ขณะที่ทุกคนกำลังเครียดที่หลิวหายตัวไป ตี๋เล็กกลับจะออกไปเที่ยวกลางคืน เหมยเอ็ดตะโรลั่น พี่สาวหายไปทั้งคนยังมีหน้าจะออกไปเที่ยวเล่นอีก เขาตกใจเพิ่งรู้ว่าเกิดเรื่องขึ้น ถามว่าหลิวหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เต็งล้อว่าหายไปตั้งแต่เธอทะเลาะกับตี๋เล็กที่หน้าบ่อน เขาถึงกับอึ้งไปอึดใจแล้วทำเหมือนไม่สนใจ

“ยังไงตอนนี้เจ้ก็เป็นหัวหน้าแล้วนี่ คงไม่มีใครกล้าทำอะไรเจ้หรอก”

เหมยตำหนิตี๋เล็กอย่างแรงที่พูดจาไม่ดี ถ้าหลิวมาได้ยินจะรู้สึกอย่างไร เขายิ่งไม่พอใจที่มีแต่คนห่วงพี่สาว ไม่ห่วงเขาสักคน เดินหนี เหมยตามมาถามว่าทะเลาะอะไรกัน เขาทะเลาะกับหลิวเรื่องเดิมๆ เรื่องที่พ่อยกตำแหน่งประมุขธรรมกุลให้เธอทั้งที่ควรจะเป็นของเขา เหมยถอนใจ เหนื่อยใจที่เขาไม่รู้จักโตสักที...

ยิ่งได้ใกล้ชิด ได้พูด ได้คุยเปิดใจ จางเหาตกหลุมรักหลิวโดยไม่รู้ตัว เขาไม่รู้เลยว่าผู้หญิงที่เขามีใจให้เป็นลูกสาวของศัตรูและเป็นประมุขคนใหม่ของธรรมกุล

คุยกันอยู่นานสองนานฝนไม่มีทีท่าจะหยุดตก จางเหาเสนอให้เธอนอนค้างที่นี่ โดยยกห้องนอนตัวเองให้ ส่วนเขาจะนอนข้างล่างเอง...

แม้จะรู้สึกดีที่ได้อยู่กับคนรู้ใจอย่างจางเหา แต่หลิวอดคิดถึงเรื่องที่ทะเลาะกับตี๋เล็กไม่ได้ ทำให้นอนไม่หลับ ก็เลยลงมานั่งมองสายฝนที่ยังโปรยปรายไม่ขาดสายอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน จางเหานอนไม่หลับเช่นกัน ออกมานั่งเป็นเพื่อน เนื่องจากเพิ่งสูญเสียคนที่ตัวเองรักไปอย่างไม่มีวันกลับ จางเหาเสียน้องสาว ขณะที่หลิวสูญเสียพ่อ ทำให้ทั้งคู่ต่างเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน เธอชวนให้เขาเข้มแข็งไปด้วยกัน

“คุณดูเข้มแข็งกว่าผมอีกนะ”

“ฉันมีอะไรหลายอย่างที่ต้องทำน่ะค่ะ ความตายอาจจะเป็นจุดสิ้นสุดของใครหลายๆคน แต่สำหรับฉัน มันเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น”

ooooooo

ขณะที่ทุกคนในบ้านธรรมกุลกำลังเครียดจัดที่หลิวหายตัวไปตั้งแต่เมื่อวาน ปิติดันโผล่มาทวงถามเรื่องเงินค่าเสียหายห้าล้านบาท ตี๋เล็กเกลียดขี้หน้าเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ประกาศกร้าวจะไม่จ่ายเงินให้เขากับพ่อของเขาแม้แต่บาทเดียว เต็งล้อเห็นอารมณ์ของตี๋เล็กเริ่มเดือดปุดๆ พยายามห้ามปราม

“แปะไม่ต้องมาห้ามฉัน เรื่องนี้ฉันจัดการเอง”

ปิติไม่วายยียวน ในเมื่อตี๋เล็กไม่ยอมรับข้อเสนอ ตนจะเอาชีวิตเขาแลกกับชีวิตแมว ตี๋เล็กกร้าวใส่จะมากเกินไปแล้วที่เอาเขาไปเทียบกับสัตว์ แล้วปรี่เข้าไปกระชากคอเสื้อปิติ ยังไม่ทันจะปล่อยหมัดตรงใส่หน้า หลิวเข้ามาห้ามเสียก่อน ทุกคนดีใจที่เห็นเธอกลับมาด้วยอาการครบสามสิบสอง...

จางเหาตื่นขึ้นมาไม่เจอหลิวแล้ว พบเพียงจดหมายที่เขียนทิ้งไว้

“ฉันสบายใจขึ้นแล้ว คุณไม่ต้องเป็นห่วง เช้านี้ฉันต้องรีบกลับก่อนเพราะคนที่บ้านคงตามหากันให้วุ่นแล้ว เมื่อวานนี้ฉันสนุกมาก และฉันจะจำเรื่องราวเมื่อวานไว้เพื่อเตือนสติตัวเองเวลาทุกข์ใจ ดีใจที่ได้พบคุณอีกครั้ง หวังว่าเราคงได้พบกันอีก ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง” อ่านจบ จางเหาเห็นเงาใครบางคนเดินเข้ามาในบ้าน คิดว่าเป็นแปะคูก็ร้องทักกลับแต่เช้าเลยหรือ แต่พอหันมองต้องแปลกใจที่เห็นคุงใช้ยืนอยู่...

ทางด้านหลิวไม่พอใจที่ปิติมาคุกคามคนในบ้าน ก้าวเข้าไปประจันหน้าพร้อมกับต่อว่ามาทวงเงินอย่างนี้เหมือนหยามเกียรติกัน แค่ห้าล้านบาทคิดว่าธรรมกุลไม่มีเงินจ่ายหรือ ตี๋เล็กโวยวายไม่ต้องไปจ่ายให้มัน

“ตี๋เล็ก เรื่องนี้เจ้จัดการเอง ตี๋เล็กไม่ต้องยุ่ง” หลิวตวาดแว้ด ตี๋เล็กสงบปากทันที ปิติไม่วายกวนประสาท ไว้สองพี่น้องตกลงกันได้เมื่อไหร่ค่อยโทร.บอกตนก็แล้วกัน หลิวเสียงเขียวจะเอาอย่างไรก็ว่ามา

“ดี ถ้าอย่างนั้นเงินสดห้าล้านต้องถึงมือพ่อฉันพรุ่งนี้ก่อนเที่ยง” พูดจบปิติยิ้มยั่วให้ตี๋เล็กแล้วเดินออกจากบ้าน ตี๋เล็กได้แต่มองตามแค้นสุดๆ หันไปโวยพี่สาวไปยอมมันทำไม ทำอย่างนี้เดี๋ยวพวกมันก็ได้ใจ คอยข่มเราไปตลอด เธอรู้แก่ใจดี แต่จะให้ทำอย่างไร นี่เป็นทางเดียวที่จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบ

“โธ่เว้ย” ตี๋เล็กตะโกนขึ้นอย่างอัดอั้น ก่อนจะเดินหนี หลิวรู้ว่าเขาไม่พอใจรีบเดินตาม และถือโอกาสนี้ ปรับความเข้าใจกัน เธอตัดสินใจจะยกตำแหน่งหัวหน้าสมาคมธรรมกุลให้ หากเขาพร้อมรับ ตี๋เล็กชะงัก

“เจ้ยกให้ฉัน แล้วถ้าฉันยกพวกไปถล่มไอ้ป๋าเสริฐ เจ้รับได้ไหมล่ะ” ตี๋เล็กเห็นพี่สาวนิ่งเงียบ ก็พูดเพิ่มเติมว่า “ฉันไม่รีบ ยังไงตำแหน่งนั่นมันก็ต้องเป็นของฉัน ถือว่าตอนนี้ฉันฝากเจ้ดูแลก่อนแล้วกัน”

หลิวเห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของน้องชายก็รู้ทันทีว่าเขายอมอ่อนให้ แตะไหล่เขาด้วยความดีใจ จังหวะนั้น เต็งล้อเข้ามาเตือนเธอว่าถึงเวลาแล้ว...

ขณะที่สองพี่น้องตระกูลธรรมกุลปรับความเข้าใจกันได้ คุงใช้ตั้งข้อสังเกตว่าฆาตกรที่มีรอยสักคำว่าหยิ้มน่าจะเป็นคนในแก๊งธรรมกุล จางเหาสงสัยทำไมเขาถึงคิดอย่างนั้น

“แกจำไม่ได้เหรอว่าวันนั้นเป็นวันที่ตี๋ซุ้งจัดการกวาดล้างพ่อบุญธรรมแก เพราะฉะนั้น คนที่ทำกับอาเพ่ย ก็น่าจะอยู่ในพวกธรรมกุล” คำพูดของคุงใช้ทำให้ความแค้นของจางเหาปะทุขึ้นมาอีกครั้ง เขาผลุนผลันเข้าห้องเอาปืนที่ซ่อนไว้ใส่กระเป๋าเป้ จะบุกสมาคมธรรมกุลแก้แค้นให้พ่อบุญธรรมกับน้องสาว คุงใช้อาสาจะไปเป็นเพื่อน เขาไม่อยากให้คุงใช้ต้องมาเดือดร้อนด้วย คุงใช้ไม่มีวันปล่อยให้เขาเดิน
เข้าไปให้พวกมันฆ่าเด็ดขาด

“แล้วเฮียคิดว่าคนอย่างฉันจะยอมให้พวกมันฆ่าง่ายๆหรือไง” จางเหามองคุงใช้อย่างมีแผนการในใจ

ooooooo

นักข่าวฮาร์ดคอร์รายหนึ่งมานั่งเฝ้าอยู่ที่กองปราบฯ หวังจะได้ข่าวเกี่ยวกับแก๊งมาเฟีย เห็นปราบเดินหน้าเครียดมาตามทางสักพัก มีตำรวจนายหนึ่งเข้ามารายงานว่ามีคนโทร.มาแจ้งเบาะแสคนที่ฆ่าเฮียโส่ยว่าเป็นคนของธรรมกุล ตนยังไม่ทันจะถามชื่อ ผู้หวังดีวางสายไปก่อน นักข่าวพูดแทรกขึ้นทันที

“อย่างนี้เราพอจะฟันธงได้แล้วใช่ไหมคะ”

ปราบเล่นงานนักข่าวสาวไปหลายดอกฐานพูดไม่เข้าหู เธอถึงกับหน้าจ๋อย ขณะเขาจะกลับห้องทำงาน ลูกน้องเข้ามาแจ้งว่าได้รับรายงานผลการตรวจลายนิ้วมือแล้ว มือปืนคือนายตี้ อยู่ในสังกัดสมาคมธรรมกุล ปราบสั่งลูกน้องไปเอาหมายศาลมาให้ได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม นักข่าวแอบฟังอยู่รีบตามปราบออกไป...

สายวันนี้มีพิธีสถาปนาหัวหน้าคนใหม่ของตระกูลธรรมกุล พิธีจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่สมาคมธรรมกุล ด้านหน้าทางเข้าสมาคมมีการตรวจเข้ม ไม่อนุญาตให้ผู้มาร่วมงานพกพาอาวุธเข้าไป ผู้หลักผู้ใหญ่ในสมาคมทยอยกันมาร่วมงานอย่างคับคั่ง โดยมีเต็งล้อคอยดูความเรียบร้อย

อีกมุมหนึ่งในห้องพักท่านหัวหน้า หลิวในชุดพิธีการสวยสง่าแต่สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล คิดถึงภาระอันหนักอึ้งที่ต้องรับผิดชอบ ตี๋เล็กเข้ามาเห็นพี่สาวที่งามสง่าดุจนางพญาถึงกับชมไม่หยุดปาก แต่พอเห็นสีหน้าของเธอก็อดทักไม่ได้ว่าเป็นอะไร เธอกลัวจะทำงานในตำแหน่งนี้ได้ดีไม่เท่าพ่อ ตี๋เล็กมั่นใจว่าเธอทำได้

“เจ้ไม่ต้องห่วงนะ ยังไงฉันก็จะคอยอยู่ข้างหลังเจ้เอง แล้วถ้าใครมันหือกับเจ้ ฉันจะจัดการมันให้หมดด้วยมือของฉันเองเลย” ตี๋เล็กยิ้มให้หลิวอย่างเป็นกำลังใจให้ จังหวะนั้นเต็งล้อมาตามเธอให้ไปสักการะเทพเจ้ากับบรรพบุรุษก่อน ใกล้ถึงฤกษ์ยามแล้ว ครู่ต่อมาหลิวมาถึงโถงพิธีที่คลาคล่ำไปด้วยแขกผู้ใหญ่กระทั่งมาถึงหน้าแท่นพิธี เจ็กตงเชิญธูปเข้ามาให้ แล้วผายมือให้เธอไปไหว้เทพเจ้ากวนอูเป็นลำดับแรก

พิธีไหว้เทพเจ้าและไหว้บรรพบุรุษดำเนินไปอย่างราบรื่น ทุกคนที่อยู่ในพิธีไม่ล่วงรู้เลยว่าที่ด้านหน้าสมาคม ปราบนำกำลังตำรวจพร้อมอาวุธครบมือเข้าจู่โจมโดยไม่สนใจว่านี่เป็นวันสำคัญของตระกูลธรรมกุล สั่งให้สมุนที่เฝ้าอยู่ด้านหน้าทิ้งอาวุธและยกมือขึ้น นักข่าวที่ตามมาด้วยถึงกับร้องเอะอะ

“โห อย่างนี้ก็เรื่องใหญ่ล่ะสิ...งานใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ อย่างนี้เราก็ต้องได้ข่าวใหญ่แน่ๆเลย รีบไปเถอะ” พูดจบนักข่าวสาวหันมาทางเก่งตากล้องของตัวเอง กลับไม่เห็นแม้แต่เงา เธอกลัวพลาดช็อตเด็ดก็เลยไม่รอเขา รีบตามตำรวจเข้าไป โดยไม่รู้เลยว่าเก่งถูกจางเหาทุบท้ายทอยสลบเหมือด ถอดบัตรนักข่าวที่ห้อยคอเขามาสวมคอตัวเอง แล้วคว้ากล้องติดมือไปด้วย

พลันเหตุการณ์ตอนที่คุยกับคุงใช้เมื่อเช้าผุดขึ้นมาในสมองของจางเหา คุงใช้ถึงกับร้องเอะอะเมื่อรู้ว่าแผนการที่จางเหาวางไว้ขั้นแรกก็คือจะโทร.ไปแจ้งตำรวจว่าคนที่ฆ่าเฮียโส่ยคือพวกธรรมกุล

“แกคิดอะไรของแก ถ้าคิดจะเข้าไปเพื่อจับคนที่มีรอยสักอย่างที่แกว่า ทำไมต้องไปวันนี้ แกก็รู้ว่าวันนี้เป็นวันอะไร แค่พวกธรรมกุล เราก็แทบจะฝ่าเข้าไปไม่ได้แล้ว แกยังจะให้ตำรวจมาอีกเหรอ”

จางเหาอธิบายว่าที่เสี้ยมให้ตำรวจบุกเข้าไปจับตัวหัวหน้าสมาคมคนใหม่เพราะต้องการให้เกิดความวุ่นวาย ซึ่งจะทำให้มีช่องโหว่ในการคุ้มกัน เขาจะอาศัยโอกาสนั้นเข้าไปจับนังหัวหน้า คุงใช้สงสัยจับตัวเธอได้แล้วเขาจะทำอย่างไร เขาจะทำให้มันเห็นหัวหน้าของมันตายอย่างทรมาน คุงใช้ทักท้วงไม่รุนแรงไปหรือ

“...แค่นี้มันยังน้อยไปสำหรับการตายของเพ่ย ป๊าซาและพวกพ้องของฉัน” พูดจบจางเหากำหมัดแน่นด้วยความแค้น

ooooooo

ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการที่จางเหาวางไว้ ตำรวจโดยการนำของปราบบุกเข้าไปกลางพิธีสถาปนาเพื่อจับตัวหลิว ข้อหาฆาตกรรมเฮียโส่ย เต็งล้อหันไปพยักพเยิดให้นายตี้เดินไปหาปราบ

“ผมเป็นคนฆ่ามันเอง” ไม่พูดเปล่า นายตี้ยื่นมือไปตรงหน้าปราบเป็นการยอมจำนน

ตำรวจเข้ามาจับเขาใส่กุญแจมือ ปราบอยากรู้เหตุผลทำไมถึงต้องฆ่าเฮียโส่ย นายตี้ตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่าแค่อยากฆ่าไม่มีเหตุผล ตำรวจลากตัวเขาออกไป ปราบเจ็บใจที่ไม่สามารถเอาผิดหลิวได้...

การที่ตำรวจบุกมาป่วนพิธีสถาปนาเปิดช่องให้จางเหาย่องเงียบเข้ามาถึงตึกใหญ่ของสมาคม สมุนออกจากห้องน้ำมาเจอเขาพอดีโวยวายว่าเข้ามาได้อย่างไร บริเวณนี้เป็นเขตหวงห้าม แล้วเหลือบเห็นรูปในบัตรนักข่าวที่ห้อยคอเขาอยู่หน้าไม่เหมือนกันก็รู้ทันทีว่าปลอมตัวมา จะวิทยุแจ้งสมุนคนอื่นแต่ถูกจางเหาอัดสลบเหมือด แล้วลากตัวไปไว้ในห้องเก็บของ ทิ้งกล้องไว้ข้างๆก่อนจะคว้าวิทยุสื่อสารติดมือไปด้วย...

กว่าพวกสมุนจะรู้ตัวว่ามีผู้บุกรุก พิธีสถาปนาดำเนินการมาถึงตอนที่เหล่าสมาชิกดื่มน้ำชาเพื่อแสดงความภักดีต่อหัวหน้าสมาคมคนใหม่เสร็จพอดี สมุนคนหนึ่งตามหาตัวจางเหาจนเจอจ่อปืนขู่ให้อยู่เฉยๆแล้ววิทยุไปแจ้งพวกพ้องให้รู้ว่าจับตัวเขาได้แล้ว จางเหาอาศัยจังหวะนั้นพลิกตัวแย่งปืนกับสมุน ปืนลั่นถูกสมุนดังปังสนั่นไปทั่วบริเวณ ทุกคนในห้องโถงพิธีต่างชะงัก เต็งล้อเห็นท่าไม่ดี บอกให้หลิวรีบไปกันก่อน

ตี๋เล็กจะตามพวกบอดี้การ์ดไปยังต้นเสียงแต่ถูกหลิวเรียกให้ไปด้วยกัน เขาจำใจต้องตามเธอไป...

เสียงปืนดังไปถึงหูปราบที่กำลังควบคุมตัวนายตี้มาขึ้นรถ เขาหันมองตามเสียงสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น...

เต็งล้อนำหลิวกับตี๋เล็กไปยังห้องลับโดยมีฮัวคอยระวังหน้า ส่วนบอดี้การ์ดคอยระวังหลัง ตี๋เล็กไม่เข้าใจทำไมเราต้องหลบในเมื่อคนของเรามีตั้งมากมาย เต็งล้ออธิบายว่าการทำศึกต้องรู้ว่าเวลาไหนควรรุกเวลาไหนควรรับ การตั้งรับถือเป็นกลยุทธ์หนึ่ง ไม่ใช่เรื่องน่าอาย เขารำคาญสั่งให้เต็งล้อหยุดพูด

“ตี๋เล็ก อยู่กับเจ้ ตามที่แปะเต็งบอกก่อนเถอะ” หลิวขอร้อง ระหว่างนั้นสมุนเข้ามารายงานว่าผู้บุกรุกถูกพวกเราตรึงไว้ชั้นบน เต็งล้ออยากรู้ว่ามันเป็นใครมีกันกี่คน สมุนเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เห็นมันมาแค่คนเดียว หลิวเห็นสีหน้าเต็งล้อก็ร้องทักรู้ใช่ไหมว่ามันเป็นใคร เขาคิดว่าน่าจะเป็นจางเหา ลูกบุญธรรมของตี๋ซา ตี๋เล็กถึงกับของขึ้น บอกให้ฮัวกับผิงพาหลิวเข้าไปในห้องลับก่อน

“เจ้ไม่ต้องห่วง มันคนเดียว ฉันจัดการได้”

หลิวบอกให้ตี๋เล็กกับเต็งล้อระวังตัวด้วย แล้วเร่งฝีเท้าไปยังห้องลับกับผิงและฮัว

ooooooo

จางเหาจัดการกับเหล่าสมุนที่ล้อมกรอบได้ราบคาบ แล้วลุยต่อกระทั่งมาถึงหน้าห้องลับ เจอฮัวยืนเฝ้าระวังอยู่ เขารู้ทันทีว่านังหัวหน้าต้องอยู่หลังประตูนั่น ตรงเข้าเล่นงานฮัว แรกๆเธอต้านเขาได้ แต่สุดท้ายต้านไม่ไหวถูกเขาทุบท้ายทอยหมดสติ แล้วเปิดประตูเข้าไปพร้อมกับปืนในมือต้องชะงักเมื่อเจอหลิวอยู่ในนั้น

“คุณ! คุณมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” จางเหาสังเกตเห็นเครื่องแต่งกายของหลิวก็พอจะเดาอะไรออก “คุณคือ ใกล้รุ่ง ธรรมกุล” มือที่ถือปืนของเขาสั่นเทา ไม่อยากจะเชื่อว่าผู้หญิงที่เขามีใจให้คือศัตรูตัวฉกาจ

จังหวะนั้น ตี๋เล็กเข้ามาทางด้านหลังยิงใส่จางเหาถึงกับทรุด เขาหันปืนจะยิงตอบโต้ โดนตี๋เล็กยิงใส่ขาอีกหมดทางต่อสู้ เต็งล้อเข้าไปดูหน้าผู้บุกรุกใกล้ๆก็จำได้ว่าเป็นจางเหา ตี๋เล็กแค้นมากที่คนฆ่าพ่อตัวเองกล้าบุกมาที่นี่ สั่งให้สมุนลากตัวไปชำระความที่ห้องโถง จากนั้นเขาลงมือซ้อมจางเหาสะบักสะบอม

เต็งล้อขอให้ตี๋เล็กปล่อยให้คนอื่นจัดการ อย่าให้เลือดต้องเปื้อนมือ เขาตะคอกใส่หน้าจะห้ามทำไมในเมื่อมันฆ่าพ่อของเขา จางเหาปฏิเสธว่าไม่ได้ฆ่าตี๋ซุ้ง

“ไม่ใช่แกแล้วจะเป็นใครวะ แกยังเป็นลูกผู้ชายอยู่หรือเปล่า กล้าทำแต่ไม่กล้ารับ” ตี๋เล็กจับหน้าจางเหาขึ้นมา แต่กลับถูกเขาถ่มน้ำลายที่มีแต่เลือดเปรอะหน้า ตี๋เล็กโมโหชักปืนขึ้นมาจะยิง หลิวร้องห้ามเสียงหลงให้พอได้แล้ว ตี๋เล็กหวังว่าเธอคงไม่ได้เชื่อคำพูดของมัน เธอไม่โต้ตอบได้แต่หันไปทางจางเหา

“แล้วฉันจะเชื่อได้ไงว่าคุณไม่ได้เป็นคนฆ่าป๊าฉันจริงๆ”

“มันคงพูดเพราะกลัวตาย มีปากจะพูดอะไรก็ได้” ไม่พูดเปล่าตี๋เล็กปรี่เข้าไปเอาปืนจ่อหัวจางเหาไว้ ยังไม่ทันจะลั่นไก ปราบเข้ามาห้ามไว้ทัน สั่งให้เขาวางอาวุธ ปล่อยให้กฎหมายจัดการจะดีกว่า

ตี๋เล็กอ้างพวกตนจับมันได้ก่อน ดังนั้นต้องทำตามกฎของพวกตน คือชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต แล้วเล็งปืนใส่จางเหาอีกครั้ง หลิวปราดเข้าไปขวางไว้ ถามจางเหามีอะไรยืนยันว่าไม่ได้ฆ่าพ่อของเธอ เขาหันไปหยิบมีดที่วางอยู่บนโต๊ะ ตัดนิ้วมือข้างซ้ายของตัวเองทิ้ง เพื่อยืนยันคำพูด เนื่องจากเสียเลือดไปมาก จางเหาทรุดลงไปกองกับพื้น ปราบสั่งให้จ่านำตัวเขาไปส่งโรงพยาบาล แล้วพากันออกไป ตี๋เล็กแทบคลั่งที่คนฆ่าพ่อรอดไปได้...

ในเวลาต่อมาจางเหาถูกนำตัวเข้าห้องผ่าตัดอย่างเร่งด่วนเพื่อผ่าเอากระสุนที่หลังและขาออก หมอเห็นเขาเสียเลือดไปมาก กลัวจะช็อก สั่งให้พยาบาลเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด...

เต็งล้อรอจนหลิวอยู่ในห้องทำงานเพียงลำพังจึงเข้าไปถามว่ารู้จักจางเหาด้วยหรือ เธอพยักหน้าแทนคำตอบ อ้างว่าที่ต้องทำอย่างนั้นเพราะมีเหตุผล เขาเตือนเธอไม่ควรปล่อยเสือเข้าป่า เธอรับปากจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก เต็งล้อค้อมหัวให้ ขยับจะไป เธอร้องเรียกไว้

“อั๊วมีอีกเรื่อง อั๊วฝากแปะช่วยดูตี๋เล็กหน่อย ตี๋เล็กต้องไม่ยอมอยู่เฉยๆแน่”...

เป็นอย่างที่หลิวหวั่นใจ ตี๋เล็กส่งสมุนไปสอบถามประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลว่าจางเหาพักอยู่ห้องไหน เพื่อเบนความสนใจจากตำรวจที่เฝ้าอยู่ ส่วนตัวเขากับสมุนอีกจำนวนหนึ่งแอบขึ้นลิฟต์ไปยังห้องที่จางเหาพัก

ooooooo

ทันทีที่ผู้ต้องหาฟื้นคืนสติ ปราบเข้ามาสอบถามถึงเหตุการณ์วันที่ตี๋ซุ้งถูกฆ่า จางเหายืนยันคำเดิมว่าไม่ได้เป็นคนฆ่า ปราบขัดขึ้นทันที เขาเป็นคนสุดท้ายที่ออกจากห้องพักของตี๋ซุ้งก่อนจะเกิดระเบิดขึ้น

“นี่ผมโดนสอบสวนอยู่หรือเปล่า ถ้าใช่ ผมขอใช้สิทธิ์เรียกทนาย”

ปราบกระชากคอจางเหาเข้ามาตะคอกใส่หน้าให้เลิกปากแข็งได้แล้ว ตรงนี้มีแค่เขากับตนเท่านั้น พูดความจริงมาให้หมด จางเหาอยากจะตอบโต้แต่แขนติดกุญแจมือ จังหวะนั้นลูกน้องของปราบเข้ามารายงานเมื่อครู่นี้คนของพวกธรรมกุลมาที่นี่ จางเหารู้ทันทีว่าตัวเองไม่ปลอดภัย คิดหาทางทำอะไรบางอย่าง...

จากนั้นไม่นาน ปราบลงมาดูเหตุการณ์ที่โถงชั้นล่างของโรงพยาบาล เจอสมุนของตี๋เล็กสองคนเดินป้วนเปี้ยนอยู่ เข้าไปเตือนไม่ให้มายุ่งวุ่นวายกับผู้ต้องหาของเขา สมุนขอโทษเขาด้วยที่ทำตามไม่ได้แพราะตี๋เล็กเป็นคนจ่ายเงินเดือนพวกตนไม่ใช่เขา

“ถ้าอย่างนั้นก็ฝากไปบอกเจ้านายแกด้วยว่าฉันจะไม่ให้ใครเอากฎหมู่มาอยู่เหนือกฎหมาย”

สมุนเห็นปราบเอาจริง ก็เลยไม่อยากยุ่งด้วยเดินเลี่ยงออกมา...

ระหว่างที่จางเหาเร่งหาอุปกรณ์มาสะเดาะกุญแจมือ คุงใช้ย่องเงียบมาจัดการกับตำรวจที่เฝ้าอยู่หน้าห้องพักฟื้น เข้ามาช่วยไขกุญแจมือให้จางเหา ไม่นานนัก ตี๋เล็กกับสมุนมาถึงหน้าห้องพักฟื้น เจอตำรวจนอนหมดสติอยู่ คว้าปืนขึ้นมากระชับในมือเปิดประตูผลัวะเข้าไปแต่ไม่เห็นใคร ปราบกลับมาพอดี ครั้นรู้ว่าจางเหาหนีไปแล้ว วิทยุสั่งการให้ลูกน้องปิดทางเข้าออกโรงพยาบาล แล้วหันไปจับตี๋เล็กใส่กุญแจมือแทน

โดยตั้งข้อหาพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะและ พยายามฆ่าปิดปากพยาน...

ขณะที่จางเหาหนีรอดเงื้อมมือตี๋เล็กมาได้หวุดหวิด เฮียไฮ้มาพบกับเจ๊หยกที่เซฟเฮาส์ของเธอเพื่อเจรจาธุรกิจ เขาอดถามไม่ได้ว่ามาเมืองไทยครั้งนี้มีอะไรหรือเปล่า เธอมาเพราะมีเรื่องบางอย่างที่ต้องจัดการด้วยตัวเอง ระหว่างนั้นลูกน้องของเจ๊หยกพาท่านทศพร วุฒิสมาชิกเข้ามา เธอต่อว่าเขาว่าทำไมถึงไม่ทำตามที่เคยสัญญาไว้ เขาแก้ตัวเป็นพัลวัน ที่ยังทำไม่ได้เพราะสุชัยไม่ยอมให้ล็อบบี้สมาชิกท่านอื่น ขอให้เธอรออีกหน่อย

“ท่าน ส.ว.ท่านเองก็น่าจะรู้นี่ว่าธุรกิจมันรอไม่ได้ ยิ่งคำสัญญารับปากแล้วทำไม่ได้ ชีวิตก็ไร้ค่า”

ทศเทพอ้อนวอนขอให้เจ๊หยกให้โอกาสอีกครั้ง แต่เธอไม่สนใจ ลูกน้องของเธอรู้งานเอาถุงพลาสติกมาคลุมหัวทศเทพที่พยายามดิ้นรนขัดขืน เธอเห็นแล้วขัดหูขัดตา สั่งให้ลูกน้องเอาเขาไปโยนลงบ่อจระเข้จะได้ไม่เหลือซากไว้ให้ตำรวจสาวมาถึงเรา เธอรอจนลูกน้องลากตัวทศเทพออกไปแล้วจึงโทร.หาสุชัย

“ฉันจัดการไอ้ ส.ว.กระจอกนั่นไปแล้วนะ...ไว้ค่อยคุยกัน วันนี้ฉันติดธุระ”

เฮียไฮ้มองออกว่าเจ๊หยกเล่นไพ่หลายหน้าก็พยายามระวังตัวสุดฤทธิ์ เธอวางสายแล้วหันมาขู่เขากลายๆอย่าทำให้เธอผิดหวังอีกคน รู้แล้วใช่ไหมว่าคนที่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับเธอไม่ได้จะต้องเจออะไร

“เอ่อ ไม่ต้องห่วงหรอกเจ๊ ยังไงเจ๊หยกก็ต้องได้ขึ้นคุมสมาพันธ์การค้าไทยจีนแน่นอน”...

ด้านหลิวถึงกับหน้าเครียดเมื่อเต็งล้อรายงานว่าตี๋เล็กบุกไปที่โรงพยาบาลเพื่อจะฆ่าจางเหา แต่มันหนีไปเสียก่อน ส่วนตี๋เล็กถูกตำรวจจับข้อหาพยายามฆ่าและพกพาอาวุธ ครั้งนี้ตำรวจคงไม่ปล่อยให้เรื่องเงียบเหมือนที่ผ่านมา หลิวครุ่นคิดหนัก มีใครพอจะช่วยเราได้ไหม เต็งล้อนิ่งไปอึดใจ

“มีอยู่คนหนึ่งที่สามารถช่วยได้ ถ้าท่านยอมช่วย”

ooooooo

แทนที่จะโทร.บอกที่บ้าน ตี๋เล็กกลับโทร.ตามรุจีให้มาช่วยประกันตัว แต่ถูกตำรวจถ่วงเวลา รุจีไม่พอใจที่ให้รออยู่นานสองนาน โวยวายทำไมถึงช้านัก หลิวเข้ามาพร้อมกับเต็งล้อและเหล่าบอดี้การ์ดถามเธอว่าเป็นใคร ทำไมต้องมาหาตี๋เล็ก เธอกลับย้อนถามหลิวว่าเป็นใครถึงมาถามเธอแบบนี้ เต็งล้อตอบคำถามแทน

“นายน้อยเป็นพี่สาวของนายเล็ก”

จังหวะนั้นร้อยเวรพาตี๋เล็กออกมาจากห้องขังเขาเห็นพี่สาวอยู่ที่นั่นด้วยก็ชักสีหน้าใส่ถามว่ามาทำไม เธอจะปล่อยให้เขาอยู่ในห้องขังได้อย่างไร รุจีมองหลิวเหยียดๆ ก่อนจะพูดแทรกขึ้น

“ไม่ต้องห่วงค่ะ เรื่องแค่นี้ฉันจัดการได้ แต่แหมยกมาทั้งครอบครัวแบบนี้อย่างกับมอบตัวนักเรียนใหม่เลย”

“เรื่องแค่นี้ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาคนนอกก็ได้นะ” หลิวต่อว่าน้องชาย

ตี๋เล็กสวนขึ้นทันที รุจีไม่ใช่คนนอก หลิวน้อยใจเขาที่เห็นคนอื่นดีกว่า สั่งให้เขากลับบ้านพร้อมเธอ เรามีเรื่องต้องคุยกัน แต่ยังไม่ทันขยับ มีเสียงปราบดังขึ้นเสียก่อนว่าจะไม่มีใครไปไหนทั้งนั้นถ้าเขาไม่อนุญาต เต็งล้ออ้าปากจะเถียงแต่หลิวยกมือห้ามไว้ ขอคุยกับปราบเป็นการส่วนตัว ครู่ต่อมาปราบพาเธอไปคุยกันที่ห้องทำงานของเขา หลิวอยากรู้ว่าที่เขาขัดขวางไม่ให้เธอพาน้องชายกลับบ้านต้องการอะไรกันแน่

ปราบต้องการให้หลิวยุบสมาคมธรรมกุล ถ้าไม่มีตระกูลธรรมกุล น้องชายของเขาก็ไม่มีแบ็กหนุนหลัง คราวนี้เขาจะได้สงบเสงี่ยมเจียมตัวขึ้น ไม่ไปสร้างเรื่องวุ่นวายให้คนอื่น หลิวไม่พอใจปราบจนมีปากเสียงกัน ก่อนเหตุการณ์จะบานปลาย ธานินทร์เข้ามาสั่งปราบให้ปล่อยตัวตี๋เล็ก เขาถึงกับอึ้ง ขณะที่หลิวเองก็งงๆทำไมอยู่ดีๆธานินทร์ถึงได้ปล่อยตัวตี๋เล็กง่ายดายนัก

เมื่อได้รับการปล่อยตัวแทนที่จะกลับบ้าน ตี๋เล็กไปกับรุจีหน้าตาเฉย หลิวจะตามไปห้าม แต่เต็งล้อรั้งเอาไว้ แนะให้ปล่อยเขาไปก่อน สักวันเขาจะต้องเข้าใจเจตนาของเธอ ปราบรอจนพวกธรรมกุลไปกันหมดแล้ว จึงหันไปขอเหตุผลจากธานินทร์ ทำไมถึงปล่อยตัวตี๋เล็ก ท่านผู้กำกับขอให้ปราบรู้แค่ว่าคนที่สั่งปล่อยตัวจริง ไม่ใช่ตน เขาอยากรู้ว่าเป็นใคร ธานินทร์บอกได้เพียงว่าเป็นคนมีอำนาจมากกว่าตน

“เป็นคนโทร.มาสั่งการด้วยตัวเอง เรื่องบางเรื่อง มันก็อยู่เหนือการควบคุมของเรา”

ปราบบ่นอุบ อย่างนี้ก็เท่ากับเราจะไม่มีทางเอาผิดอะไรกับพวกธรรมกุลได้เลย ธานินทร์ขอให้เขาใจเย็นก่อน อีกไม่นานเราต้องหาทางจัดการเรื่องนี้จนได้...

ที่บ้านเฮียไฮ้ซึ่งจางเหาใช้เป็นที่ซ่อนตัว ระหว่างที่จางเหาครุ่นคิดถึงเรื่องของหลิวอยู่ในห้อง คุงใช้ยังคาใจไม่หาย เข้ามาถามว่าฝีมือขั้นเทพอย่างเขา ไปทำท่าไหนถึงได้โดนจับ จางเหาได้แต่นิ่งเงียบ คุงใช้เห็นท่าทางของเขาแล้วรู้ทันทีว่าไม่อยากพูดถึงก็เลยไม่เซ้าซี้อะไรอีก

ooooooo

หลิวไม่ไว้ใจรุจีจึงฝากให้เต็งล้อช่วยสืบประวัติให้ด้วย นอกจากนี้ เธอยังขอให้เขาโทร.ไปขอบคุณท่านที่ช่วยตี๋เล็ก เขายังไม่ทันจะหยิบมือถือ ท่านเวคินโทร.มาหาเธอเสียก่อน แสดงความยินดีที่ตี๋เล็กไม่ต้องติดคุก

“ขอบพระคุณท่านมากสำหรับน้ำใจของท่านครั้งนี้”

“เรื่องเล็กน้อย คนรู้จักกันก็ย่อมต้องช่วยเหลือกันเป็นธรรมดา จากนี้ไปหนูเองก็คงต้องเจอเรื่องหนักกว่านี้... พอดีฉันรู้มาว่าหนูขึ้นรับตำแหน่งแทนพ่อแล้ว” เวคินพูดจบหยิบรูปถ่ายของหลิวขึ้นมองอย่างพึงพอใจ “หนูว่างเมื่อไหร่ล่ะ นัดกินข้าวกันสักทีก็ดี ถือซะว่าให้เกียรติฉันเลี้ยงต้อนรับตำแหน่งหนูหน่อยได้ไหม”...

รุจีไม่ชอบขี้หน้าหลิวเพราะมองตนเองด้วยสายตาแปลกๆ แถมยังหาว่าเป็นคนนอกอีกต่างหาก ก็เลยยุแยงให้ตี๋เล็กเลิกทำตัวอยู่ใต้อาณัติพี่สาว คอยแต่จะแบมือขอเงินเธอใช้ไปวันๆ เขาไม่พอใจสั่งให้หยุดพูด

“ฉันพูดเพราะหวังดีนะ คุณจะไม่ทำอะไรให้คนอื่นเขาเห็นว่าคุณก็เป็นคนตระกูลธรรมกุลหน่อยเหรอ”

คำพูดของรุจีทำให้ตี๋เล็กคิดคล้อยตาม คงต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว

อะไรสักอย่างของตี๋เล็ก คือขออนุญาตหลิวเปิดบ่อนออนไลน์ เต็งล้อไม่ค่อยจะเห็นด้วยนัก ช่วงนี้เรากำลังวุ่นๆ เลื่อนออกไปก่อนจะดีกว่า ตี๋เล็กตะคอกใส่หน้า เงียบๆ ไปเลยไม่ต้องมาห้าม พ่อยังไม่เคยห้ามอะไรตนสักอย่างเขาเป็นใครถึงกล้ามาห้าม หลิวเห็นท่าไม่ดีไกล่เกลี่ยว่าแปะเต็งก็แค่เป็นห่วงตามประสาผู้ใหญ่เท่านั้น แล้วขอให้น้องชายทำอย่างอื่นที่ถูกกฎหมายไม่ดีกว่าหรือ

“ฉันไม่ชอบนี่เจ้ นะเจ้ ถ้าเจ้ยอม ฉันสัญญาว่าจะไม่ก่อเรื่องอะไรอีก”

หลิวดีใจที่น้องชายคิดจะทำงานทำการแม้จะไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็เลยอนุญาต...

เงินบันดาลได้ทุกอย่าง ผ่านไปไม่กี่วันสำนักงานบ่อนออนไลน์ครบวงจรของตี๋เล็กก็เปิดทำการ แม้จะเพิ่งเปิด แต่มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากมายจนพนักงานที่นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทำงานมือเป็นระวิง

ตี๋เล็กภูมิใจกับกิจการของตัวเองสุดๆ พารุจีมาร่วมชื่นชมด้วย แทนที่จะให้กำลังใจ เธอกลับบอกว่าเปิดบ่อนอย่างนี้ไม่กลัวไปเหยียบตาปลาใครเหรอ เขาไม่เห็นจะต้องกลัว พวกมันต่างหากที่ต้องกลัวเขา รุจีไม่วายยุแยงให้เขาลองสร้างบารมีให้ตัวเองดูบ้าง เริ่มจากเรื่องเล็กๆก่อนก็ได้ เขาไม่อยากฟังจึงเปลี่ยนเรื่องพูด

“ผมหิวแล้ว ไป เราไปหาอะไรกินอร่อยๆ ฉลองธุรกิจของผมกันเถอะ”...

เพื่อเป็นการขอบคุณที่เฮียไฮ้ให้ที่พักพิง จางเหาจึงลงมือทำกับข้าวสารพัดเมนูให้กิน เฮียไฮ้ยังไม่ละความพยายามชวนให้เขามาอยู่ด้วยกันถาวรเลย เขาคงรับน้ำใจจากเฮียไม่ได้เพราะต้องกลับไปดูแลแปะคูซึ่งแก่มากแล้ว เฮียไฮ้ไม่บังคับใจใคร แต่ให้เขาจำไว้ที่นี่ยังต้อนรับเขาเสมอ

“ขอบคุณเฮียมาก บุญคุณนี้ผมจะไม่ลืม” จางเหาค้อมหัวให้เฮียไฮ้ก่อนจะเดินจากไป...

การเปิดบ่อนออนไลน์ของตี๋เล็กทำให้บ่อนวิ่งของเฮียน้ำกระทบกระเทือนหนัก ลูกค้าเข้าบ่อนน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดจนขาดรายได้ มีเงินไม่พอจ่ายส่วยให้ปิติ สร้างความไม่พอใจให้เขาอย่างมากจึงยกพวกไปถล่มสำนักงานบ่อนออนไลน์ของตี๋เล็กพังยับ

ในเวลาเดียวกัน ขณะตี๋เล็กกำลังคุยอวดหลิวว่าบ่อนออนไลน์ของตัวเองกิจการดี พนักงานรับโทรศัพท์มือไม่ว่างสักคน หัวหน้าพนักงานของเขาโทร.มาแจ้งข่าวร้ายเรื่องสำนักงานโดนถล่ม ตี๋เล็กต้องปั้นหน้าเป็นปกติเพราะต้องการจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ชิงบอกพี่สาวก่อนจะถูกถาม

“ไม่มีอะไรหรอกเจ้ ลูกน้องมันวุ่นวายนิดหน่อย ฉันจัดการได้” ว่าแล้วตี๋เล็กรีบออกไป ครั้นมาเห็นสภาพสำนักงานของตัวเองที่ยับเยินไม่มีชิ้นดี ถึงกับขบกรามแน่นด้วยความแค้น คิดหาทางเอาคืนปิติให้สาสม

ooooooo

หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง ในเมื่อปิติยกพวกมาถล่มสำนักงานตัวเอง ตี๋เล็กยกพวกไปถล่มออฟฟิศของเขาแก้เผ็ด และไม่ใช่แค่ถล่มแล้วหนี ตี๋เล็กนั่งรอการมาถึงของเขาอีกด้วย

ไม่นานนัก ปิติกับลูกน้องพร้อมอาวุธครบมือยกโขยงกันมาล้อมตี๋เล็กกับพวกไว้ ตี๋เล็กท้าให้เขามาชกกันตัวต่อตัว ปรามาสว่าถ้าไม่มีปืนไม่มีลูกน้อง คนอย่างเขาคงสู้ใครไม่ได้ ปิติเห็นพวกมากกว่าจึงพุ่งเข้าใส่ แต่กลับถูกตี๋เล็กต่อยสวน ลูกน้องเห็นลูกพี่เสียท่าจะเข้าไปช่วย เขาร้องห้ามว่าไม่ต้องแล้วพุ่งเข้าหาศัตรูอีกครั้ง

สองคนต่อสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร สู้ได้แค่พักเดียวปิติพลาดท่าถูกต่อยคว่ำ เขารู้ว่าสู้ไม่ได้คว้าปืนจากลูกน้องจะยิงตี๋เล็ก ทันใดนั้นมีเสียงปืนดังขึ้น เหล่าลูกน้องของปิติร่วงเป็นใบไม้ ปิติตกใจที่เห็นสมุนของตี๋เล็กจำนวนมากมายเป็นกองทัพล้อมกรอบเอาไว้ และยิงใส่ลูกน้องตัวเองอย่างต่อเนื่อง

“แกคิดว่าฉันจะมาแก้แค้นแกโดยไม่ได้วางแผนอะไรหรือไง” พูดจบตี๋เล็กยิงใส่ปิติ แต่เขาดึงลูกน้องมารับกระสุนแทนก่อนจะยิงสวนมาถูกแขนตี๋เล็ก แล้ววิ่งหนีขึ้นไปบนตึกเพิ่งเห็นตัวเองถูกยิงเช่นกัน เลือดไหลออกจากสีข้างเป็นทาง ตี๋เล็กไม่ปล่อยให้ลอยนวลง่ายๆ ไล่ตามติด สมุนกับลูกน้องยิงต่อสู้กันตายเรียบ เหลือเพียงเจ้านายของแต่ละฝ่าย ปิติหนีตายขึ้นไปบนดาดฟ้า ตี๋เล็กตามขึ้นมาแต่เขาหายตัวไป

“ออกมา ทีอย่างนี้ละหดหัวทำไมวะ” ตี๋เล็กเย้ย

ปิติแอบอยู่พอเห็นตี๋เล็กเดินผ่านโผล่ออกมายิงด้านหลังถึงกับทรุดปืนกระเด็น เขาพยายามคลานไปหยิบปืน ปิติยิงใส่ขาเขาแล้วตามเข้าไปเตะซ้ำ ก่อนจะเหนี่ยวไกปืน กระสุนขัดลำกล้อง ลองยิงอีกครั้งก็ยิงไม่ออก ปิติเห็นปืนของศัตรูตกพื้นพุ่งไปหยิบ ตี๋เล็กไม่ปล่อยไปง่ายๆ คว้าขาเอาไว้ ปิติถีบหน้าหงาย แล้วคว้าปืนจะยิง ตี๋เล็กรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายพุ่งชนปิติที่กำลังจะหันปืนมายิง แรงกระแทกทำให้เขาตกจากดาดฟ้า

ตี๋เล็กชะโงกหน้าไปดูต้องตกใจที่เห็นศัตรูคู่แค้นนอนตายอนาถอยู่ที่พื้น...

ขณะที่ปราบถูกธานินทร์สอบวินัยเรื่องที่เขียนในรายงานว่าจางเหาไม่ใช่ฆาตกรฆ่าตี๋ซุ้งแถมปล่อยให้หนีไปได้ ร้อยเวรเข้ามารายงานว่าปิติลูกชายป๋าเสริฐตาย...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน หลิวถูกเหมยตามตัวมาที่เรือนเล็กเพื่อให้พบกับเจ็กตงซึ่งมีเรื่องจะแจ้งให้เธอรับรู้ เนื่องจากเมื่อวานนี้เขานั่งสมาธิพบว่าตี๋เล็กกำลังมีเคราะห์ หญิงสาวชะงักเพราะเป็นที่รู้กันในวงกว้างว่าเจ็กตงแม่นยำเรื่องพวกนี้ กลั้นใจถามว่าร้ายแรงมากไหม เจ็กตงตอบเสียงเครียดว่าหนักหนาเอาเรื่องอยู่...

เหตุการณ์เป็นอย่างที่หลิวหวั่นใจ เต็งล้อเข้ามารายงานเธอว่าปิติตายแล้ว ตี๋เล็กเป็นคนฆ่า จะให้ทำอย่างไรต่อไป เธอสั่งให้ติดต่อเขาให้ได้ก่อนที่ป๋าเสริฐจะเจอตัว

ooooooo

ณ สถาบันนิติเวช ป๋าเสริฐเห็นศพลูกชายถึงกับกำมือแน่นด้วยความแค้น ถามปราบว่าจับตัวคนฆ่าได้หรือยัง เขายังทำอะไรตอนนี้ไม่ได้ต้องรอหลักฐานและหมายจับก่อน ป๋าเสริฐไม่ต้องการรออะไรทั้งนั้น

“ในเมื่อมันกล้าฆ่าลูกผม...ผมจะเป็นคนจัดการกับมันเอง”

ปราบสังหรณ์ใจว่าจะต้องเกิดสงครามระหว่างแก๊งขึ้นในไม่ช้า...

แม้จะบาดเจ็บ ตี๋เล็กก็ไม่ยอมกลับบ้าน แต่ไปขอให้รุจีช่วยเหลือ เธอจำใจช่วยเพราะขัดเขาไม่ได้...

ทางฝ่ายเต็งล้อพยายามโทร.หาตี๋เล็กแต่ติดต่อไม่ได้ หลิวแนะให้เช็กกับทางโรงพยาบาลเพราะท่าทางเขาจะบาดเจ็บไม่น้อย เต็งล้อเชื่อว่านายเล็กไม่ไปที่นั่น ขืนไปหาหมอเท่ากับส่งตัวเองเข้าคุก ระหว่างนั้นมีเบอร์แปลกๆโทร.เข้ามาที่มือถือของเธอ หลิวรีบรับสายเพราะอาจจะเป็นน้องชายโทร.มา แต่กลายเป็นเฮียไฮ้ทำที โทร.มาเชิญชวนให้เธอร่วมมือกับเขากำจัดป๋าเสริฐก่อนที่น้องชายของเธอจะโดนมันจัดการ

“เฮียอยากให้ฉันช่วยเฮียกำจัดป๋าเสริฐ”

“น่าจะเป็นทางออกของเราทั้งคู่นะ”...

หลิวนำเรื่องนี้มาปรึกษาเต็งล้อว่าจะทำอย่างไรดี เขาเชื่อว่าต้องมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง เธอเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเฮียไฮ้จะมาไม้ไหน โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าคนที่เฮียเจ้าเล่ห์ต้องการจะกำจัดคือเธอไม่ใช่ป๋าเสริฐ และเขาจะไม่ลงมือด้วยตัวเองแต่ยืมมือจางเหาจัดการ...

ขณะหลิวเครียดหนักที่ต้องรับมือกับศึกหลายด้าน ปราบเจอมูลเหตุจูงใจที่ทำให้จางเหาฆ่าตี๋ซุ้ง นั่นก็คือการตายของเพ่ยผู้เป็นน้องสาว เธอถูกฆ่าวันเดียวกับที่พวกตี๋ซุ้งกวาดล้างก๊วนตี๋ซา ปราบอ่านแฟ้มประวัติของเพ่ยแล้วอดหยิบรูปถ่ายของปันดาคนรักของตัวเองที่โดนลูกหลงตายขึ้นมาดูไม่ได้

“ล้างแค้นให้คนที่รักงั้นเหรอ” ปราบพึมพำกับตัวเอง แล้วนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้นำดอกไม้ไปเคารพอัฐิปันดานานแล้ว รีบผลุนผลันออกไป ไม่นานนัก ปราบพร้อมช่อดอกไม้สดมายังที่เก็บอัฐิปันดา จางเหาเกิดใจตรงกันเอาดอกไม้มาไหว้อัฐิเพ่ยที่อยู่อีกด้านหนึ่งเสร็จพอดี ปราบหันไปเห็นแค่ด้านหลังเขาที่เดินออกไป ไม่ได้สนใจอะไรนัก วางดอกไม้ที่หน้าอัฐิปันดาเสร็จเกิดเอะใจขึ้นมา รีบเดินไปที่เก็บอัฐิซึ่งจางเหาเพิ่งเดินจากไป

ปราบเดินสำรวจมาเรื่อยๆ กระทั่งเห็นรูปถ่ายเพ่ยติดอยู่หน้าที่เก็บอัฐิ ก็เดาได้ทันทีว่าผู้ชายคนเมื่อครู่นี้ต้องเป็นจางเหา รีบวิ่งไปยังทิศทางที่เขาเดินไป แต่ไม่เจอใคร ปราบเจ็บใจตัวเองที่เอะใจช้าไป เดินกลับไปที่รถด้วยความเสียดาย จางเหาที่หลบมุมอยู่เห็นเขาเดินลับสายตาก็ถอนใจโล่งอก...

ในเวลาต่อมา คุงใช้นัดจางเหามาเจอกันที่สวนสาธารณะริมน้ำเพื่อแจ้งให้รู้ว่าเฮียไฮ้นัดคนที่ทำให้เขาต้องตัดนิ้วมากินข้าว เผื่อเขาคิดจะทำอะไร จางเหาถึงกับหน้าเครียดเมื่อนึกถึงหลิวขึ้นมา...

การยืมมือฆ่าคนของเฮียไฮ้เกิดการผิดพลาด เหยื่อเอะใจว่าเขานัดมาทำไมในเมื่อเธอปฏิเสธกลายๆไปแล้วตั้งแต่ตอนคุยกันทางโทรศัพท์ ครั้นมาเจอกันที่ร้านอาหารเธอคิดว่าจะมีอะไรมากกว่าที่คุยกันทางโทรศัพท์แต่เขายังคุยเรื่องเดิม เธอก็เลยเปลี่ยนใจไปนั่งรถบอดี้การ์ดแทนที่จะนั่งรถคันเดิมกลับ

เป็นไปตามคาด รถคันที่หลิวนั่งตอนขามาถูกวางระเบิดโดยฝีมือจางเหาแหลกทั้งคัน เฮียไฮ้คิดว่าเธอตายแล้ว ชวนจางเหากับคุงใช้ดื่มฉลอง แต่ต้องดีใจเก้อเมื่อหลิวโทร.มาบอกเฮียไฮ้ว่าพอดีไม่ชอบรถคันที่นั่งมาก็เลยมัวแต่วุ่นวายเรื่องเปลี่ยนรถจนลืมขอบคุณที่เขาเลี้ยงข้าว ก็เลยต้องโทร.มาหา เขากัดฟันตอบว่าไม่เป็นไร

“ไม่เป็นไรไม่ได้หรอกค่ะ ยังไงดิฉันก็ต้องตอบแทนเฮียกลับเร็วๆนี้แน่” พูดจบหลิววางสาย เฮียไฮ้เจ็บใจ

“มันรู้ทันก็เลยเปลี่ยนรถ ผู้หญิงคนนี้ เราจะประมาทไม่ได้ซะแล้ว”

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement